Home Blog Page 411

ฟอร์ดยกทัพรถยนต์แห่งสมรรถนะ สะท้อนตัวตนที่แตกต่าง จัดแสดงในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดฉากมหกรรมยานยนต์จัดแสดงรถรุ่นใหม่ ทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ไปจนถึง ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษ ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษตลอดระยะเวลาการจัดงาน โดยลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ด รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ยังจะได้รับโปรแกรมการขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม.

สัมผัส ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ที่โดดเด่นด้วยรูปโฉมใหม่ทั้งไลน์อัพ สะท้อนตัวตนที่แตกต่างของผู้ขับขี่ รองรับทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ ผู้เข้าชมบูธยังได้พบกับรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ จากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง ที่เพิ่งได้รับ 2 ถ้วยรางวัลจากการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในปีแรกที่สนามไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2020 เมื่อเร็วๆ นี้

“ด้วยรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ จากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง และฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี ฟอร์ด ยังคงสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดยานยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าชมบูธจะได้สัมผัสดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ที่โดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ และเทคโนโลยี อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ เรามั่นใจว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่ได้รับการรูปโฉมใหม่ทั้งไลน์อัพ พร้อมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ให้ลูกค้าของเราได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ไปอีกขั้น จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 

ยกทัพจัดแสดงครบทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่: สุดยอดรถกระบะ มาพร้อมดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว ดุดัน ด้วยกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตรที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และสีใหม่สุดเร้าใจ นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ที่มาพร้อมอุปกรณ์เสริมใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและตอบโจทย์การใช้ชีวิต อย่าง ฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า (Power Roller Shutter) ซึ่งเป็นครั้งแรกในตลาดรถกระบะประเทศไทยที่ติดตั้งอุปกรณ์นี้มาจากโรงงาน นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถสัมผัสรถกระบะรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ จากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง รวมถึงรุ่นยอดนิยมอย่าง XLT และรุ่น XL และ XLS ซึ่งต่างสะท้อนนิยามการใช้ชีวิตที่หลากหลายของเจ้าของรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ ตามแนวคิด ‘Live The Ranger Life’

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์: รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ส่งมอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ Terrain Management System 6 รูปแบบที่ปรับได้ตามสภาพเส้นทาง และเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมาย

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่: รถเอสยูวีขนาดกลาง มาพร้อมโฉมใหม่ดีไซน์สปอร์ตทั้งไลน์อัพ ด้วยกระจังหน้าใหม่เป็นเอกลักษณ์ ตัวอักษรนูน ‘EVEREST’ บนฝากระโปรงหน้า พร้อมมือจับ กระจกข้าง และล้ออัลลอยใหม่ในรุ่นเทรนด์ โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ยังคงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมากมาย นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกสีภายนอกใหม่ อย่างสีขาว สโนว์ เฟลก ไวท์ เพิร์ล สำหรับรุ่นเทรนด์ ไทเทเนี่ยม และไทเทเนี่ยม พลัส และเพิ่มสีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู ในรุ่นสปอร์ต 

ฟอร์ด มัสแตง: ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี มาพร้อมกับออปชั่นเสริมเพิ่มเอกลักษณ์ของเจ้าของรถ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ มีวางจำหน่ายในประเทศไทยสองรุ่น ได้แก่ รุ่นเครื่องยนต์ 5 ลิตร V8 GT Coupe Performance Pack และรุ่นเครื่องยนต์อีโคบูสต์ 2.3 ลิตร 

 

ข้อเสนอสุดพิเศษ

ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมายภายในงานและที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท มาในราคา 669,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดาวน์เพียง 25,500 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ DBL XLT รุ่นเกียร์ธรรมดา ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เพียง 799,000 บาท จากราคาปกติ 854,000บาท พิเศษ รับฟรีชุดแต่งแท้จากฟอร์ด มูลค่ากว่า 10,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้นที่เพียง 979,000 บาท จนถึง 1,265,000 บาท ไวลด์แทรค ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรมการขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ นาน 4 ปี หรือ 60,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 2 ปี
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ด้วยราคาสุดเร้าใจเริ่มต้นเพียง 1,299,000 บาท ถึง 1,799,000 บาท ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรมขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. รับฟรีชุดอุปกรณ์เสริมไฟฟ้า กล้องหน้า-หลัง พร้อมแท่นชาร์จไร้สายมูลค่ากว่า 10,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ดยังมีกิจกรรมถ่ายทอดสด LIVE จากบูธฟอร์ดในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ผ่านช่องทาง YouTube Ford Thailand และ Facebook Ford Thailand ตลอดช่วงการจัดงาน โดยในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ลูกค้าที่ชม LIVE สามารถลุ้นรับลดมูลค่า 50,000 บาท จำนวน 30 รางวัล มูลค่ารวม 1,500,000 บาท ในช่วง LIVE 1: เวลา 12.30 – 13.00 น. LIVE 2: เวลา 15.00 – 15.30 น. และ LIVE 3: เวลา 18.00 – 18.30 น. ลูกค้าที่โทรเข้ามาที่ Ford Call Center 1383 กด 2 เป็น 10 สายแรกของแต่ละช่วง LIVE จะได้รับส่วนลดในการซื้อรถยนต์ฟอร์ด 50,000 บาท 1 รางวัลต่อ 1 สาย  รวมทั้งหมด 30 รางวัลของ LIVE ทั้ง 3 ช่วง โดยต้องจองรถภายในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 – 13 ธันวาคม 2563 และออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศเท่านั้น โดยบริษัทฯ จะทําการรวบรวม ชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ลูกค้าที่ได้รับส่วนลด และจะประกาศผลอย่างเป็นทางการผ่าน Facebook Ford Thailand ในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 20.00 น.

นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด ดูแลลูกค้าเปรียบเสมือนคนในครอบครัว โดยย้ำคำมั่นสัญญาในการ “การันตีความใส่ใจ” ในทุกรายละเอียด ด้วยการพัฒนาบริการลูกค้าทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อให้ลูกค้าใช้รถด้วยความอุ่นใจและมั่นใจสูงสุด

 

ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้เว็บไซต์ www.ford.co.th

สรยท. ประกาศผลรถยอดเยี่ยม 2020 มาสด้า-ยามาฮ่า-ฮอนด้าตบเท้าเข้าวิน

0

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) จัดงานมอบรางวัลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 (Thailand Car & Motorcycle of The Year 2020) งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการมอบรางวัล พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายรัฐขับเคลื่อนหลัง Covid-19 แนวโน้มที่สดใส” เผยเป้าหมายผลักดันการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าในประเทศถึง 30 % ของกำลังการผลิตทั้งหมด พร้อมกับการมอบรางวัลเกียรติยศด้านการตลาด การขายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แก่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และธุรกิจยานยนต์เกี่ยวเนื่อง ณ สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา

ราชพฤกษ์ : รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR 2020 ของประเทศไทย โดย สรยท.ให้ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ ที่เป็นสมาชิกฯ กว่า 300 คน ร่วมคัดเลือกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ผลิตในประเทศ และภูมิภาคอาเซียน ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ถึง กันยายน 2563 ใช้ขั้นตอนและวิธีการให้คะแนน และตัดสินรางวัล ในรูปแบบเดียวกับการคัดเลือกรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งยุโรป และรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งญี่ปุ่น

สำหรับรถยนต์ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายมีทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่

  1. Honda City (ฮอนด้าซิตี้)
  2. Isuzu D-max (อีซูซุดี-แมคซ์)
  3. Mazda CX-30 (มาสด้าซีเอ็กซ์-30)
  4. Mercedes-Benz GLE 300d 4MATIC AMG Dynamic (เมอร์เซเดส-เบนซ์จีแอลอี300 ดี)
  5. Nissan Kicks (นิสสันคิกส์)
  6. Suzuki XL7 (ซูซูกิเอ็กซ์แอล7)
  7. Toyota Corolla Cross (โตโยต้าโคโรลล่าครอส)

Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) เป็นรถยนต์ที่คว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2020 ไปครอง ขณะที่รางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 หรือ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2020 มีด้วยกัน 2 ประเภทรางวัลประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม รุ่นเครื่องยนต์ต่ำกว่า 400 ซีซี. และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม รุ่นเครื่องยนต์ 400 ซีซี.ขึ้นไป โดยในประเภทรุ่นต่ำกว่า 400 ซีซี. รถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 ได้แก่ ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ (NMAX) และรุ่น 400 ซีซี.ขึ้นไป รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า แอฟฟริกาทวิน ซีอาร์เอฟ 1100 แอล (AFRICA TWIN CRF1100L) ได้รับคะแนนสูงสุด คว้าถ้วยรางวัลจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 ไปครอง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในการมอบรางวัลฯ ว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติเพื่อเป็นกลไกในการกำหนดนโยบาย เร่งรัด และติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นไปตามแผนงานและเป้าประสงค์ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธาน ได้มีการประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 11มีนาคม ที่ผ่านมา โดยภาพรวมนั้น คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า ประเทศไทยต้องพัฒนาไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน ตามทิศทางการพัฒนายานยนต์ของโลก และต้องทำให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายใน 5 ปี เพื่อรองรับการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งหากมีการสร้างฐานการผลิต ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศใดในภูมิภาคอาเซียนแล้ว ประเทศอื่นจะไม่มีโอกาสผลิตอีกเลย

“ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการฯ จึงได้กำหนดเป้าหมายใหม่เป็นในปี 2573 จะมีการผลิตรถยนต์ xEV 30 % ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งหากในปี 2573 มีการผลิตยานยนต์ 2.5 ล้านคัน จะต้องเป็นการผลิต xEV ประมาณ 750,000 คัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยในแต่ละระยะได้มีการกำหนดเป้าหมายการผลิตอย่างชัดเจน และครอบคลุมรถยนต์ประเภทต่างๆ ได้แก่ รถยนต์นั่ง รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และรถบัสสาธารณะ” นายสุริยะ กล่าว

พร้อมกับชื่นชมการมอบรางวัลในครั้งนี้ และอวยพรความสำเร็จให้แก่ผู้แทนบริษัทรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่เข้าร่วมงานขณะที่ นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าวว่า สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย
ได้สร้างสรรค์รางวัลนี้ขึ้นมา ภายใต้กติกาที่เป็นสากล มีคุณภาพ มีความเที่ยงตรง โปร่งใส จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยกติกาต่างๆ อาทิ เป็นรถยนต์ประกอบในประเทศ หรืออาเซียน เป็นรถใหม่แบบออลนิวโมเดล และเปิดตัวจำหน่ายในประเทศไทยตามกำหนดเงื่อนเวลาปีปฏิทินที่สมาคมกำหนด เป็นต้น

รางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR เป็นรางวัลเพียงหนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่ได้รับการประกาศข่าวออกไปทั่วโลก เฉกเช่นเดียวกับ รางวัล CAR OF THE YEAR ของยุโรป อเมริกา และ ญี่ปุ่น     

นอกจากนี้ ในปีนี้คณะกรรมการได้ร่วมจัดมอบรางวัลเกียรติยศภายใต้ชื่อรางวัล THAILAND CAR MARKETING AWARDS 2020 ขึ้น โดยรางวัล THAILAND CAR MARKETING AWARDS 2020 พิจารณาจากผลงานทางด้านการตลาด การขาย นวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ ที่ทุกท่านได้ทุ่มเท ดำเนินงานมาตลอดทั้งปี มอบให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่จะสำเร็จลุล่วงต่อไปในอนาคต อันจะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยโดยรวม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีบริษัทที่ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

 

รางวัลสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์

  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุดประจำปี 2562 ( TOP TOTAL AUTOMOBILE SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์นั่งรวมสูงสุดประจำปี 2562 (TOP PASSENGER CAR SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ปิกอัพรวมสูงสุดประจำปี 2562 (TOP PICKUP TRUCK SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์เอสยูวีรวมสูงสุดประจำปี 2562 (TOP SUV SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์อีโค่คาร์เติบโตสูงสุดประจำปี 2562 (TOP ECO CAR SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์คอมแพคครอสโอเวอร์สูงสุดประจำปี 2562 (TOP COMPACT CROSSOVER SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์นวัตกรรมและเทคโนโลยีโดดเด่นประจำปี 2563 (TOP AUTOMOTIVE TECHNOLOGY AWARD 2020) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  ในรุ่น นิสสัน คิกส์ E-POWER 
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์พรีเมียมปิกอัพรวมสูงสุดประจำปี 2562 (TOP LUXURY PICKUP SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ในรุ่น ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารวมสูงสุดประจำปี 2562 (TOP EV SALES AWARD 2019) มอบให้แก่ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในรุ่น ZS EV
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ยุโรปสมรรถนะสูงดีเด่นประจำปี 2562 (TOP EUROPEAN HIGH-PERFORMANCE BRAND AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในผลิตภัณฑ์ AMG
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ยุโรปส่งเสริมสิ่งแวดล้อมด้านนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าประจำปี 2563 (TOP EUROPEAN BRAND FOR ELECTRIC INNOVATION AWARD 2020) ผู้ได้รับรางวัลคือ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ยุโรปที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในปี 2562 (TOP EUROPEAN BRAND FOR SALES GROWTH AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ในผลิตภัณฑ์ รถยนต์อาวดี้
  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์ยุโรปที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยโดดเด่นประจำปี 2562 (TOP EUROPEAN BRAND FOR SAFETY INNOVATION AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
  1. รางวัลแบรนด์ที่น่าจับตามองมากที่สุด ประจำปี 2563 (TOP ANTICIPATED BRAND AWARD 2020) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
  1. รางวัลผู้แทนจำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุดประจำปี 2562 (TOP DEALERSHIP SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ กลุ่มบริษัทพระนครยนตรการ (PNA)  ดีลเลอร์ที่มียอดจำหน่ายรถทุกยี่ห้อรวมต่อปีมากกว่า 10,000 คัน
  1. รางวัลผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากต่างประเทศมากที่สุดประจำปี 2563 (TOP AUTHORIZED DEALERSHIP EXCELLENCE AWARD 2020) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ กลุ่ม บริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (MGC-Asia) ถือครองสิทธิ์การจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศรวมกันถึง 5 แบรนด์ ได้แก่ รถยนต์ เปอโยต์ ซีตรอง โรล์ส-รอยส์ แอสตันมาร์ติน และมาเซราติ

 

รางวัลสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์

  1. รางวัลผู้จำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์รวมสูงสุด ประจำปี 2562 (TOP TOTAL MOTORCYCLE SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด
  1. รางวัลสุดยอดแบรนด์รถจักรยานยนต์เร้าใจ ประจำปี 2562 (THE MOST EXCITING MOTORCYCLE BRAND OF THE YEAR 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด
  1. รางวัลมอเตอร์ไซค์สุดยอดเทคโนโลยีล้ำสมัย ประจำปี 2563 (SUPERBIKE HIGH TECHNOLOGY AWARD 2020) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย จำกัด

 

รางวัลสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ยานยนต์ที่เกี่ยวเนื่อง

  1. รางวัลผู้จำหน่ายยางรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ประจำปี 2562 (TOP TIRE SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
  1. รางวัลผู้จำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ประจำปี 2562 (TOP SOLAR FILM SALES AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด
  1. รางวัลบริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่มียอดกรมธรรม์สูงสุด ประจำปี 2562 (TOP CAR INSURANCE SALE AWARD 2019) ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

มาสด้า CX-30 สุดยอดรถยนต์แห่งปีคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม

0

Mazda CX-30 คือที่สุดแห่งยนตรกรรมที่เป็นต้นแบบของความสง่างาม คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทย ตอกย้ำความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวของมาสด้าที่เกิดจากปณิธานในการก้าวข้ามขีดจำกัดในทุกมิติ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม เทคโนโลยีที่ดีที่สุด สร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ อันเกิดจากความปรารถนาของลูกค้า จนสร้างชื่อเสียงไปทั้วทั่วโลกและคว้ารางวัลชั้นนำมาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งพิธีมอบรางวัลนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้ารู้สึกยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ Mazda CX-30 ยนตรกรรมอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ออกแบบตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ Soul of Motion หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันสง่างาม สามารถคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 (Thailand Car of the Year 2020) มาครองได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นปีที่ 3 ภายหลังจากที่ Mazda 3 และ Mazda CX-3 เคยคว้ารางวัลจากเวทีนี้มาครองในปี 2019 และ 2016 ตามลำดับ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายนตรกรรมให้ดีขึ้นไปอีกขั้นของมาสด้า ทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้มาสด้ามุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าทุกคนจนเกิดเป็นความผูกพันต่อไปในระยะยาว ความภาคภูมิใจในครั้งนี้ไม่ถูกจำกัดที่ประเทศไทยเท่านั้น ทางมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกประกาศรางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปยังสื่อมวลชน ซัพพลายเออร์ พันธมิตรทางธุรกิจ รวมทั้งมาสด้าทั่วโลกได้ประจักษ์และภูมิใจกับความสำเร็จในครั้งนี้

นับตั้งแต่ Mazda CX-30 ได้เปิดตัวครั้งแรก ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลกและสามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีการประกวดในระดับสากลมาครองมากมาย อาทิ รางวัล Golden Steering Wheel Award 2019 ประเภท Compact SUV จากประเทศเยอรมนี, รางวัล RedDot Award 2020 ประเภท Product Design จากประเทศเยอรมนี, รางวัล Design Trophy 2020 ประเภท SUV และ ประเภท “Champion of all Classes” จากประเทศเยอรมนี, รางวัล Product Innovation Awards 2020 จากประเทศไทย และยังเป็นรถยนต์ญี่ปุ่นเพียงแบรนด์เดียวที่เข้ารอบ 3 คันสุดท้ายเพื่อชิงรางวัล World Car of the Year 2020 อีกด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้านของรถยนต์รุ่นนี้ โดยยนตรกรรม Mazda CX-30 ได้เปิดตัวแนะนำในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2563 มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 165 แรงม้า และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 989,000 บาท ปัจจุบันได้ส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยไปแล้วกว่า 5,000 คัน

สำหรับรางวัล Thailand Car of the Year 2020 จัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) โดยสมาชิกสื่อมวลชนได้ทำการลงคะแนนคัดเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมจากทั้งหมด 13 คัน และทำการโหวตผ่านการลงคะแนนจากสื่อมวลชนในประเทศไทยให้เหลือ 7 คัน และนำคณะสื่อมวลชนไปร่วมทดสอบสมรรถนะเพื่อลงคะแนนคัดเลือกรถยนต์ยอดเยี่ยมให้ได้เพียงหนึ่งเดียว โดยมีประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการตัดสินและประธานคณะกรรมการตัดสินคัดเลือกรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและเป็นคณะกรรมการในการตัดสินรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี

‘ซูซูกิ’ ปรับกลยุทธ์สู้ศึกตลาดรถยนต์ปลายปี จัดเต็มแคมเปญสุดร้อนแรง งาน Motor Expo 2020

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมความพร้อมสู้ศึกตลาดรถยนต์ปลายปี ชูไฮไลท์ SUZUKI SWIFT GL MAX EDITION พร้อมรถตกแต่งหลากหลายรุ่น ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37  หรือ Thailand International Motor Expo 2020 ซึ่งเป็นงานจัดแสดงรถยนต์เพื่อขายงานสุดท้ายของปี มั่นใจปิดยอดขายปีนี้รวม 25,000 คัน จากรายงานผลการดำเนินงานในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2563 ซึ่งยังคงต้องเผชิญกับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายสะสมจำนวนทั้งสิ้น 19,623 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มรถยนต์นั่งอยู่ที่ 3.22% ซึ่งมีอัตราปรับตัวลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 ซึ่งมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 20,426 คัน แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพรวมของยอดขายรถยนต์ในตลาด ซูซูกิ มีอัตราการหดตัวน้อยกว่าตลาดเป็นอย่างมาก

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโควิด-19 ยอดการจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิได้รับผลกระทบไม่มากนัก ส่วนหนึ่งเพราะ ซูซูกิมีสินค้าคุณภาพที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างหลากหลาย แต่ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ ซูซูกิ เซเลริโอ้ รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็ค กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในหมู่ผู้บริโภคที่มองหาความเป็นส่วนตัวในการเดินทางและต้องการรักษาระยะห่างทางสังคม ในราคาที่สามารถจ่ายได้ และมีอัตราการผ่อนต่อเดือนที่ไม่สูงมากนักท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงนี้

อีกส่วนก็คือ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในช่วงเดือนกรฎาคมที่ผ่านมา อย่าง SUZUKI XL7 รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ซึ่งได้รับผลตอบรับเกินคาดมีผู้บริโภคให้ความสนใจและแสดงความจำนงค์ในการจับจองเพื่อเป็นเจ้าของจำนวนมาก จนทำให้ในช่วงแรกมียอดแบ็คออเดอร์ถึงเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาถึง 1,150 คัน 

Suzuki Swift GL Max 16

สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ในช่วง 10 เดือนของปี 2563 (มกราคม – ตุลาคม 2563) แบ่งตามรุ่นจะพบว่า รถยนต์ที่ยังคงได้รับความนิยม ได้แก่

  • ซูซูกิ สวิฟท์ สปอร์ตอีโคคาร์ มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 7,957 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 74.23%
  • ซูซูกิ เซเลริโอ้ รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 3,229 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 293%
  • ซูซูกิ เซียส พรีเมียมอีโคคาร์ซีดาน มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2,520 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 70.83%
  • ซูซูกิ เออร์ติก้า ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 2,407 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 79.31%
  • ซูซูกิ เอ็กซ์แอล 7 ใหม่ รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง มียอดจำหน่ายนับตั้งแต่การเปิดตัว อยู่ที่ 1,471 คัน
  • ซูซูกิ แครี่ รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เปิดประบะท้ายได้ 3 ด้าน มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1,989 คัน สามารถรักษาระดับตัวเลขจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 100.56%
  • ซูซูกิ จิมนี่ รถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็กมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 50 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 147.06%

โดยจากตัวเลขยอดจำหน่ายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า แม้จะมีรถยนต์ในบางรุ่นมีอัตราการหดตัวลงจากปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมียอดจำหน่ายในรุ่นอื่นเติบโตขึ้นมาทดแทนได้ จึงส่งผลให้ตัวเลขในภาพรวมของซูซูกิไม่ตกลงมากนัก จึงทำมีความมั่นใจว่า จะสามารถสร้างยอดจำหน่ายรถยนต์ภายในปีนี้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 25,000 คัน ซึ่งคิดอัตราเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2554 ซูซูกิ ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย แม้ในสภาวะวิกฤติครั้งนี้ก็เช่นกัน เราจึงมุ่งมั่นเพื่อตอบแทนสังคมไทยให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน จึงได้จับมือกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทุกราย ริเริ่มโครงการแครี่ ปันสุข และ บริการฉีดยาฆ่าเชื้อฟรี เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 รวมถึงช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ ทางผู้จำหน่ายก็ทำการปรับแต่งรถยนต์ซูซูกิเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีกด้วย

นายมิโนรุ อามาโนะ กล่าวอีกว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์โดยรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 760,000 คัน หดตัวลง 25% ซึ่งแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา

 

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่าลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ในช่วงกลางปีเพื่อรอดูความชัดเจนและความมั่นคงในหลายด้านของชีวิต แต่เมื่อสถานการณ์หลายอย่างคลี่คลายลง การกลับมาของกำลังซื้อน่าจะเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายปีนี้  ซูซูกิ มีการเตรียมความพร้อมของกลยุทธ์ด้านการตลาดและการขาย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูแห่งการซื้อ-ขายรถยนต์ รวมถึงตอบรับความต้องการของลูกค้าในยุคใหม่ได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

จากปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่มีความยากขึ้นของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติโควิด-19 การเดินหน้าตามแผนงานที่เราใช้ในช่วงที่ผ่านจึงยังเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยการพุ่งเป้าไปยังลูกค้าได้อย่างตรงกลุ่ม ตรงกับสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้ อย่างเช่น กลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ นับว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีความต้อง การที่จะมีรถยนต์เป็นของตนเอง การเข้าถึงเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการได้อย่างตรงใจ ก็มีโอกาสในการสร้างยอดขายได้เป็นอย่างมาก

ในอนาคต ซูซูกิ ยังมีแผนที่จะพัฒนาและยกระดับพนักงานให้เข้าถึงช่องทางออนไลน์ปรับพฤติกรรมการขายและการดูแลให้เข้ากับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคให้มีความแม่นยำ และโดนใจมากยิ่งขึ้น ส่วนด้านงานบริการหลังการขาย ซูซูกิ มุ่งมั่นพัฒนาร่วมกับทางผู้จำหน่ายมาโดยตลอด มุ่งหวังที่จะสร้างคุณค่าให้แก่งานบริการเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง  โดยล่าสุด แม้จะอยู่ในช่วงที่หลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่กลับยังมีนักธุรกิจที่เชื่อมั่นและให้ความสนใจเข้าร่วมลงทุนกับซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย จนทำให้เราเตรียมที่จะขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เกินกว่า 130 แห่ง ภายในเดือนมีนาคม 2564 นี้

Suzuki Swift GL Max 11

สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37  หรือ Thailand International Motor Expo 2020 ซึ่งเป็นงานจัดแสดงรถยนต์เพื่อขายงานสุดท้ายของปี จึงทำให้มีการแข่งขันสูงอย่างยิ่ง โดยภายในงาน ซูซูกิ ได้เตรียมไฮไลท์ คือ การจัดแสดง ซูซูกิ สวิฟท์ จีแอล แม็กซ์ อิดิชั่น รถแฮทแบ็กช์อีโคคาร์รุ่นตกแต่งพิเศษ ที่เพิ่งทำการเปิดตัวไปไม่นานซึ่งจะมาพร้อมโปรโมชั่นแคมเปญสุดพิเศษ และยังมีซูซูกิรุ่นอื่นๆ ที่ตกแต่งเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งรถตามสไตล์ของตัวเอง  

แคมเปญพิเศษภายในงานสำหรับลูกค้าทุกท่าน เพื่อให้สามารถเป็นเจ้า ของรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อลูกค้าจองรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 จะได้รับสิทธิพิเศษทันที ขับฟรี 90 วัน! ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท (แล้วแต่รุ่น) ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% (แล้วแต่รุ่น) พร้อมฟรี ประกันภัยชั้น 1 และสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมายแบบไม่ต้องลุ้น

นายวัลลภ กล่าวอีกว่า ด้วยสถานการณ์หลายอย่างเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงบรรยากาศที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายในช่วงปลายปีจะกลับมาสู่ภาวะปรกติเช่นเดิม เราจึงคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างยอดจองภายในงานปีนี้ได้ถึง 2,500 คัน  (โดยปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ยอดจองที่จำนวน 2,308 คัน)

ทั้งนี้  ซูซูกิ มีความต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพดี และการบริการที่ดีทั้งก่อนและหลังการขาย เราจึงไม่ได้มุ่งหวังแค่จะสร้างยอดขายให้เติบโตเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

 

ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

www.suzuki.co.th  

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

ช่องทางติดต่อทาง Call Center 

โทรศัพท์พื้นฐาน     โทร 1800-600-900

โทรศัพท์เคลื่อนที่    โทร 1401-600-900

ฟอร์ด ยกขบวนรถใหม่จัดแสดงในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เตรียมเปิดฉากงานมหกรรมยานยนต์ จัดแสดงทัพรถยนต์ครบทุกรุ่นตั้งแต่ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สุดยอดรถกระบะที่สะท้อนนิยามการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และรถยนต์นั่งแบบอเนกประสงค์ขนาดกลางอย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ไปจนถึง ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษ ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นตลอดทั้งไลน์อัพ ภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป

 

จัดทัพเต็มครบทุกรุ่นภายในงาน 

รถกระบะยอดนิยม ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้าสไตล์สปอร์ตดีไซน์ใหม่ ระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และสีใหม่สุดเร้าใจ ซึ่งต่างสะท้อนตัวตนความแข็งแกร่งของเจ้าของรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ ภายใต้แนวคิด ‘Live The Ranger Life’

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่จะนำมาจัดแสดงภายในงาน นำทัพโดยฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค มาพร้อมแผ่นเปิด-ปิดฝากระบะท้ายด้วยระบบไฟฟ้า (Power roller shutter) ที่ติดตั้งจากโรงงานเป็นครั้งแรกในเซ็กเมนต์, เรนเจอร์ XL สตรีท รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งของทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง รวมถึงกระบะรุ่นยอดนิยมอย่าง XLT และรุ่น XL และ XLS ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ  

 

ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ดยังจัดแสดง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สุดยอดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ด้วยความแรงจากนวัตกรรมระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น  อย่างเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ส่งมอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ Terrain Management System 6 รูปแบบที่ปรับได้ตามสภาพเส้นทาง และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มาพร้อมโฉมใหม่ดีไซน์สปอร์ตทั้งไลน์อัพ ด้วยกระจังหน้าใหม่เป็นเอกลักษณ์  ตัวอักษรนูน ‘EVEREST’ บนฝากระโปรงหน้า พร้อมมือจับ กระจกข้าง และล้ออัลลอยใหม่ และยังคงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมากมาย นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกสีภายนอกใหม่ อย่างสีขาว สโนว์ เฟลก ไวท์ เพิร์ล สำหรับรุ่นเทรนด์ ไทเทเนี่ยม และไทเทเนี่ยม พลัส และเพิ่มสีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู ในรุ่นสปอร์ต  

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังเตรียมจัดแสดงรถ ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี ที่มาพร้อมกับออปชั่นเสริมมากขึ้น โดยรถสปอร์ตคูเป้ที่ขายดีที่สุดในโลก ฟอร์ด มัสแตง มีวางจำหน่ายในประเทศไทยสองรุ่น ได้แก่ รุ่นเครื่องยนต์ 5 ลิตร V8 GT Coupe Performance Pack และรุ่นเครื่องยนต์อีโคบู๊สต์ 2.3 ลิตร 

 

ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป

ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมายภายในงานและที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท มาในราคา 669,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดาวน์เพียง 25,500 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ DBL XLT รุ่นเกียร์ธรรมดา ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เพียง 799,000 บาท จากราคาปกติ 854,000บาท พิเศษ รับฟรีชุดแต่งแท้จากฟอร์ด มูลค่ากว่า 10,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้นที่เพียง 979,000 บาท จนถึง 1,265,000 บาท ไวลด์แทรค ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรมการขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ นาน 4 ปี หรือ 60,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 2 ปี

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ด้วยราคาสุดเร้าใจเริ่มต้นเพียง 1,299,000 บาท ถึง 1,799,000 บาท ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรมขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. รับฟรีชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ กล้องหน้ารถ พร้อมแท่นชาร์จไร้สายมูลค่ากว่า 10,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์รับมอบรางวัล “ชีวจิต Awards 2020” จากนิตยสารชีวจิต

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยคุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ รับมอบรางวัล “ชีวจิต Awards 2020” ประเภท Cheewajit’s Choice สาขา Organization (องค์กรเพื่อสังคม) จากนิตยสารชีวจิต ซื่งเป็นผลจากการที่บริษัทฯเป็นองค์กรคุณภาพที่มีส่วนช่วยส่งเสริมและเกื้อกูลการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรอินทรีย์ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง

Midas บุกตลาดจับมือโชว์รูมรถยนต์ไฮเอนด์

0

ฟีล์มกรองแสง Midas บุกตลาดส่งท้ายปี จับมือโชว์รูมรถยนต์นำเข้า ทุ่มงบขยายช่องทางการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมเตรียมเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชน์ในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

Midas and Corona ฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์และอาคาร ระดับ Hi-end ที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและทั่วโลก นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคนไทยจะเรียกติดปากแบบสั้นๆว่า “ฟิล์มกรองแสง Midas (ไมดาส)” โดยผลิตภัณฑ์ของ Midas ถือเป็นนวัตกรรมในวงการฟิล์มรถยนต์ ที่รู้จักกันดีว่าเป็น ฟิล์มปรับแสง และกันความร้อนได้สูงถึง 99%  และยังมีฟิล์มกันรอย สำหรับแบรนด์รถหรู รวมถึงกลุ่มซูเปอร์คาร์ในไทย ต่างนิยมใช้ฟิล์ม Midas กันอย่างแแพร่หลาย

คุณพรรษมณฑ์ โรจน์ดำรงพินิจ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซเว่นตี้ทู อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการแต่งตั้งจากทาง MIDAS EXPORT USA ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย Midas and Corona แบรนด์ระดับ Hi-end อย่างเป็นทางการในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย จนถึงปัจจุบันได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีด้วยผลการดำเนินงานในปี 2562 ยอดจำหน่ายของฟิล์มมกรองแสงไมดาสเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว เเละในปี2563 ถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากไวรัลโควิด-19 แต่ยอดจำหน่ายฟิล์มกรองแสง Midas กลับมีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 50% ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในสภาวะที่ตลาดถดถอยเเสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์​ที่มีคุณภาพรวมถึงการให้บริการของฟิล์มกรองแสง Midas ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าทั่วไปหรือโชว์​รูมรถยนต์​ที่บริษัทฯ ได้เข้าไปรุกตลาด

“ผลตอบรับที่ดีนี้จึงเป็นเเรงขับเคลื่อนให้บริษัทฯขยายสาขาเพิ่มเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้น​ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการ​ และบริษัทฯ ยังพร้อมที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และยกระดับการให้บริการด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ใหม่ Midas black Unix Midas sentinel Prime รุกตลาดฟิล์มกรองแสงระดับกลาง  เพื่อเป็นอีกทางเลือก เเละตอบสนองความต้องการของลูกค้า ​เเละ​โชว์รู​มรถยนต์​ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยสินค้าที่แนะนำในครั้งนี้ได้แก่ Midas Sentinel Prime (Paint Protection Film) ฟิล์มกันรอยที่ตอบโจทย์ ตลาด mid-High market ได้ดีเยี่ยม มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ง่าย นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ด้วยคุณสมบัติพิเศษมีความหนา 170 ไมครอน Self-healing รอยต่างๆหายได้เอง ทนความร้อนและสารเคมีได้ทุกชนิด รับประกัน 3 ปี มีราคาเริ่มต้นที่ 85000 บาท

Midas Black Unix Ceramic ฟิล์มเซรามิกที่กันความร้อนได้ถึง 75% ให้ความเป็นส่วนตัว เทคโนโลยีการผลิต Sputtering มีความทนทาน รับประกัน 7 ปี ราคาเริ่มต้น 9000 บาท

Midas Eco windshield ฟิล์มนิรภัยกันสะเก็ดหิน หนา 4 mil รับประกัน 1 ปี ราคาเริ่มต้น 9000 บาท

นอกจากนี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์เดิมก็ยังคงมีให้บริการไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์​ Midas Photochromic ฟิล์มปรับแสงได้ รับประกันตลอดอายุการใช้งาน Midas Optimus x Paint Protection Film ฟิล์มกันรอย หนา 220 ไมครอน รับประกัน 5 ปี Midas hybrid windshield ฟิล์มนิรภัย รับประกัน 2 ปี และMidas ceramic Black bear ฟิล์มเซรามิคกันความร้อนได้ 85% รับประกัน 15 ปี

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ขยายการบริการโดยจับมือกับ ไฮเวย์ออโต้ โชว์รูมนำเข้ารถยนต์ระดับพรีเมียม ซึ่งการร่วมมือครั้งนื้ถือเป็นการนำร่องธุรกิจในการขยายความร่วมมือไปยังโชว์รูมรถยนต์ ตัวแทนศูนย์ติดตั้ง ที่บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า

นาย กฤตณัฐ อุดมชัยพร กรรมการผู้จัดการ ไฮเวย์ ออโต้  กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮเวย์ออโต้ ตั้งอยู่บนถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ย่านกรุงเทพกรีฑา เป็นโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการรถยนต์นำเข้าที่ทันสมัยได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา โดยความร่วมมือกับฟิล์มกรองแสง Midas ครั้งนี้ เพราะต้องการที่จะมอบบริการให้แก่ลูกค้าในทุกฟังก์ชั่น  เพราะถือว่าฟิล์มกรองแสงเป็นสิ่งสำคัญที่หลังจากซื้อรถแล้วจะต้องติดตั้งในทันที และเรามองว่า ฟิล์มกรองแสง Midas เป็นฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าของ ไฮเวย์ออโต้ ได้เป็นอย่างดี  โดยลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่ดีจากช่างติดตั้งมืออาชีพที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี พร้อมโซนรับรองลูกค้าที่สามารถมองเห็นการทำงานของช่างทุกขั้นตอน เสมือนอยู่ในสตูดิโอรถยนต์ในต่างประเทศ หรือหากซื้อรถกับไฮเวย์ออโต้ ก็สามารถสั่งติดตั้งฟิล์มกรองแสง Midas

คุณพรรษมณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไฮเวย์ ออโต้ ถือเป็นการนำร่องการร่วมกันทำธุรกิจกับพันธมิตรเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ได้ขยายไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย พร้อมกันนี้ปี 2564 บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายศูนย์บริการติดตั้ง ฟิล์มกรองแสง  Midas and corona เพิ่มขึ้นอีก และยังเปิดรับศูนยัตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะขยายการให้บริการครอบคลุมพื้นที่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในรูปแบบแฟรนไชส์ ที่พร้อมเปิดรับการเริ่มต้นธุรกิจง่ายๆ โดยบริษัทฯ พร้อมสนับสนุนด้วยด้วยทีมงานคุณภาพ และการฝึกอบรมให้ผู้ร่วมธุรกิจเป็นมืออาชีพ เปิดรับตัวแทนแล้ววันนี้ ผู้สนใจติดต่อ 0851214444

ส่วนการรุกตลาดในช่วงปลายปี บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษให้แก่ลูกค้าที่รับรองได้ว่าเป็นเอกสิทธิ์พิเศษ ที่มาพร้อมกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ Midasระดับไฮเอนด์ เพราะเราพร้อมดูแลและบริการลูกค้าทุกท่านอย่างดีและมืออาชีพที่สุด เพราะเรารู้ว่าคุณรักรถแค่ไหน

  • โดยสามารถติดตามข่าวสารอัพเดทของเราได้ที่
  • midaswindowfilmthailand.com
  • facebook.com/midaswindowfilmthailand
  • Tel. 0851214444

เริ่มแล้ว MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ชมรถเด่น ลุ้นรางวัล รับสิทธิ์ VIP

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” เปิดประสบการณ์ชมงานรูปแบบใหม่ ผ่านสื่อดิจิทอล ส่องรีวิวรถยนต์ จักรยานยนต์ ครบทุกค่าย พร้อมเปรียบเทียบข้อมูล ราคา ก่อนไปชมงานจริง

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” เผยว่า “MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM เป็นงานคู่ขนานในสื่อดิจิทอล โดยรวมรีวิวรถ และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมงานครบทุกแบรนด์ เป็นวีดีโอ FULL HD ความยาวคันละเพียง 1.30 นาที

นอกจากนี้ยังมีฟังค์ชัน Buyer’s Guide ที่รวบรวมอีเลคทรอนิคส์โบรชัวร์ของทุกค่าย สำหรับเปรียบเทียบข้อมูล และคำนวณยอดผ่อนชำระเบื้องต้น ซึ่งเมื่อผู้ชมเลือกรถที่สนใจ และกดปุ่ม Contact ใน VDO จะมีเจ้าหน้าที่จากแบรนด์นั้นติดต่อกลับโดยเร็ว”

แต่หากต้องการไปสัมผัสรถด้วยตนเองที่งาน สามารถจองแพคเกจ EXCLUSIVE VISITOR เพื่อเข้าชมงานแบบวีไอพี ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายจากผู้จัดงาน และผู้แทนจำหน่าย

“ผู้จัดตั้งใจจะเชื่อม MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM สู่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ด้วยบริการ EXCLUSIVE VISITOR โดยจ่ายเพียง 500 บาท รับ 4 สิทธิพิเศษสุดคุ้ม 1) ตรงเป้าหมาย นัดชมแบรนด์ที่สนใจ พบพนักงานขายที่ดูแลเฉพาะคุณ 2) ไม่เสียเวลา บริการสำรองช่องจอดรถ 1 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ต้อนรับนำสู่บูธ 3) สบายกว่าใคร ด้วยบริการ Exclusive Lounge พื้นที่รับรองเพื่อพักผ่อนอิริยาบถ 4) ชมได้เต็มอิ่ม รับบัตร VIP 2 ใบ เข้าชมงานฟรีได้ทุกวัน”

ยิ่งกว่านั้น ผู้ชมงาน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ผ่านลิงค์จาก https://ve.motorexpo.co.th  มีสิทธิ์ลงทะเบียนร่วมรายการ “ชม MOTOR EXPO ONLINE ชิงรางวัล” เพื่อชิง APPLE WATCH SE รุ่น GPS (ขนาด 40 มิลลิเมตร) มูลค่า 9,400 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 94,000 บาท​

เริ่มชม MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ผ่านลิงค์จาก https://ve.motorexpo.co.th ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป และเชิญชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2563 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th

ฟอร์ดจัดโครงการ ‘Talk to the Experts’ รู้เคล็ดลับ ขับมั่นใจ ไปกับผู้เชี่ยวชาญฟอร์ด

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ริเริ่มโครงการ ‘Talk to the Experts’ จัดคาราวานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจากฟอร์ด ประเทศไทย ออกบูธแบ่งปันความรู้ด้านเทคนิคภายใต้แนวคิด ‘รู้เคล็ดลับ ขับมั่นใจ ไปกับผู้เชี่ยวชาญฟอร์ด’ พร้อมให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อมของรถก่อนออกเดินทางไกล ณ ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563 – 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564

“ฟอร์ดเล็งเห็นถึงโอกาสในการแบ่งปันความรู้ทางเทคนิคเพื่อช่วยให้ลูกค้าใช้งานรถได้อย่างถูกต้อง คุ้มค่า และอุ่นใจมากยิ่งขึ้น เราจึงริเริ่มโครงการ ‘Talk to the Experts’ โดยส่งทีมงานวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลผลิตภัณฑ์และช่างเทคนิคจากโรงงานฟอร์ด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าเดินทางไปยังศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ การดูแลรักษารถยนต์ และรับฟังประสบการณ์การใช้งานจากลูกค้าโดยตรงเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป” นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ลูกค้าปัจจุบัน หรือผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถฟอร์ด สามารถเข้าร่วมกิจกรรมโดยการจองสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th/owner/ford-talk-to-the-expert เพื่อเลือกเวลาและโชว์รูมฟอร์ดที่สะดวกเข้ารับบริการ โดยเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ดจะยืนยันสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนวันงาน สำหรับลูกค้า 10 ท่านแรกที่ได้รับการยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละวันจะได้รับสิทธิพิเศษในการตรวจสอบรถโดยทีมวิศวกรและช่างเทคนิคจากโรงงานฟอร์ด ในกลุ่มอะไหล่ภายใต้ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มระบบส่งกำลัง และกลุ่มเพลาขับ พร้อมรับฟรี บริการตรวจเช็คสภาพทั่วไป 30 รายการ  

“ฟอร์ดพร้อมการันตีความใส่ใจสูงสุดให้กับลูกค้า จุดมุ่งหมายหลักของเราคือการมอบความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการใช้งานให้แก่เจ้าของรถฟอร์ดทุกคน” นายสันติ กล่าว “เราไม่เพียงส่งผู้เชี่ยวชาญจากโรงงานลงพื้นที่ไปพบปะและให้บริการลูกค้าโดยตรงถึงโชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศเท่านั้น เรายังใช้โอกาสนี้ในการสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายของเราในการแบ่งปันข้อมูลด้านเทคนิคล่าสุดให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคประจำแต่ละโชว์รูมฟอร์ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนางานบริการของเราให้ดีเยี่ยมอยู่เสมอ โดยเราจะมีการจัด ‘Expert Corner’ หรือมุมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคประจำทุกศูนย์บริการเพื่อให้คำแนะนำด้านเทคนิคแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วต่อไป”

“เบนซ์ไพรม์มัส” จัดงาน “Primus Auto Show” เปิดจอง The new GLA/The new A-Class กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

0

เบนซ์ไพรม์มัส ขานรับนโยบายบ.แม่ เร่งเครื่องดันยอดขายโค้งสุดท้าย จัดอีเวนท์ใหญ่ Primus Auto Show ประเดิมเปิดจอง 2 รุ่นใหม่ The new GLA และ The new A-Class  พร้อมรุ่นอื่น ๆ ให้เลือกและทดลองขับกว่า 30 รุ่น รับข้อเสนอ The Start of Winter Campaign ฟรี! ดอกเบี้ย, ประกันภัยชั้น 1 MyStar นาน 1 ปี จองวันนี้ รับไอโฟน12 มูลค่า 3.2 หมื่นบาท หมดเขต 30 พ.ย.ศกนี้ ที่ เบนซ์ไพรม์มัส เลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด  ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย” ได้เปิดตัวรถยนต์พรีเมี่ยมคอมแพค  2 รุ่นใหม่ ได้แก่ The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic และ The new Mercedes-Benz A-Class รุ่นประกอบในประเทศ ที่โดดเด่นด้านการออกแบบรูปลักษณ์ พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถยนต์ระดับเดียวกัน ประกอบกับการกำหนดราคาขายที่เร้าใจและแข่งขันได้ ทำให้รถยนต์ 2 รุ่นดังกล่าว เป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันยอดขาย

ดังนั้น “เบนซ์ไพรม์มัส”  จึงมุ่งเน้นนโยบายในการกระตุ้นตลาด เพื่อเร่งสร้างยอดขายในช่วง  2 เดือนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่น และขานรับนโยบายของบริษัทแม่ ด้วยการจัดงานแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เพื่อมอบโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับรถยนต์ในรุ่นต่างๆ ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ พร้อมมุ่งเน้นการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคทั้งด้านผลิตภัณฑ์และสิทธิพิเศษต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะร่วมผลักดันยอดขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ให้บรรลุเป้าหมาย

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับในเดือนพฤศจิกายนนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” จะจัดงานแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “Primus Auto Show” อีกครั้ง หลังประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

โดยในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 16 – 30 พฤศจิกายน 2563 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” ไฮไลท์สำคัญ คือ การเปิดจอง 2 รุ่นใหม่ The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic คอมแพคเอสยูวี ยานยนต์ที่พร้อมสำหรับทุกการเดินทางในแบบที่ต้องการ ในราคาเริ่มต้น 2.399 ล้านบาท และ The new Mercedes-Benz A-Class คอมแพคคาร์ ที่เติมเต็มชีวิตในเมืองให้สมบูรณ์แบบ กับราคาเริ่มต้น 1,990,000 บาท

พร้อมอวดโฉมรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี รุ่นต่าง ๆ ให้ผู้สนใจเลือกเป็นเจ้าของได้มากกว่า 30 คัน อาทิ Mercedes-Benz GLB 200 Progressive, Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe, Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic, Mercedes-Benz C 220 d Avantgarde เป็นต้น โดยเลือกชมและทดลองขับได้ เฉพาะในงาน Primus Auto Show เท่านั้น  ผู้ใดสนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ http://bit.ly/primustdb

นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกสบายในการเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้มอบแคมเปญพิเศษ “The Start of Winter Campaign” ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย อาทิ  ผ่อน 0% นาน 24 เดือน หรือ 0.99% นาน 48 เดือน, รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี กับโปรแกรม MyStar เป็นต้น  พิเศษ!!!  จองวันนี้ รับ iPhone12 มูลค่า 32,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ)

ส่วนด้านบริการหลังการขาย ได้มีการจัดแคมเปญพิเศษเพื่อดูแลรักษารถยนต์ให้แก่ลูกค้าด้วยเช่นกัน ภายใต้ชื่อ “The Welcome Back Service Campaign” โดยลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ “เบนซ์ไพรม์มัส” จะได้รับส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 20% ค่าแรงสูงสุด 15% ฟรี! น้ำมันเครื่อง 2 ลิตร ทั้งรับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อใช้บัตรเครดิต Citi Mercedes พิเศษ! รับฟรี ร่ม Limited Edition 2 ชั้น จากไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เมื่อมีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไป เริ่มวันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน ศกนี้

อย่าพลาด! งาน “Primus Auto Show”  เริ่มวันนี้ ถึง 30 พฤศจิกายน  2563 เฉพาะที่ “เบนซ์ ไพรม์มัส” ย่านถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม) ฝ่ายขาย เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลาทำการ 08.30 -19.00 น.และวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลาทำการ 09.00 – 21.00 น. ฝ่ายบริการหลังการขาย เปิดให้ บริการ ตั้งแต่วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลาทำการ 08.30 – 17.30 น. ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 095 5555 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.benzprimus.com

 

ข้อมูลรถยนต์โดยสังเขป

The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic รถยนต์คอมแพคเอสยูวี เจเนอเรชั่นที่ 2 โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ สปอร์ตและโมเดิร์นมากขึ้น ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เสริมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างเต็มพิกัด รองรับทุกการเดินทางได้อย่างเต็มที่ในทุกเส้นทาง กับขุมพลัง 1332 ซีซี 163 แรงม้า 250 นิวตันเมตร ที่ 1620-4000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 5.7-6.0 ลิตร/100 กม. ในราคาจำหน่ายเริ่มต้น 2,399,000 บาท

The new Mercedes-Benz A-Class รุ่นประกอบในประเทศ ยานยนต์ที่เติมเต็มการเดินทางในเมืองใหญ่ให้สมบูรณ์แบบ ด้วยเครื่องยนต์ 1332 ซีซี 163 แรงม้า 250 นิวตันเมตร ที่ 1620-4000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.1 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 5.2 ลิตร/100 กม. พร้อมออกแบบภายนอกสไตล์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ร้อนแรง ผสานความคลาสสิคในแบบคอมแพคคาร์ได้อย่างลงตัว ภายในห้องโดยสารทันสมัย กว้างขวาง รองรับประโยชน์ใช้สอยได้หลากหลาย พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เพิ่มความสะดวกสบายในทุกการสื่อสาร มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Mercedes-Benz A 200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท และ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท