Home Blog Page 42

นิสสันนำรถยนต์ยอดนิยมครบรุ่นนำโดย เซเรน่า ใหม่ และ นาวารา ร่วมงาน BIG Motor Sale 2025

0

นิสสัน ประเทศไทย นำรถยนต์ยอดนิยมครบทุกรุ่น นำทัพโดย นิสสัน เซเรน่า ใหม่ รถยนต์ เอ็มพีวีอเนกประสงค์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น และนิสสัน นาวารา กระบะ “ทน พร้อม ลุย” ยกสูง รุ่นล่าสุด ร่วมงาน BIG Motor Sale 2025 ที่จัดขึ้นที่ไบเทค บางนา ระหว่าง 22-31 สิงหาคม นี้ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษกับโปรโมชั่น “SAY YES!” สุดคุ้ม หลากหลายแพ็กเกจที่จัดเฉพาะสำหรับรถแต่ละรุ่น ทั้งดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ไปจนถึงผ่อนสบายนานถึง 84 เดือน

อัจจิมา วรรณพินทุ รองประธานสายงานการตลาด นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสันเข้าใจดีว่า ลูกค้าต่างก็ต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์ตามความต้องการในการใช้งาน และมองหาโปรโมชั่นที่ตรงใจ  การเข้าร่วมงาน BIG Motor Sale 2025 ในครั้งนี้ นิสสันพร้อมตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยการนำรถยนต์รุ่นยอดนิยมของเรามาร่วมงาน พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับงานนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับลูกค้าที่ต้องการหาซื้อรถยนต์คุณภาพสูงที่จะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มากขึ้น”

นิสสัน เซเรน่า รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับทุกคนในครอบครัว

ไฮไลต์ประจำบูทนิสสันในงาน ได้แก่ นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ที่มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ นิสสัน เซเรน่า และนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตสำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์ MPV ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังมีการเติบโตต่อเนื่อง เพราะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าปัจจุบันได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลากับครอบครัว หรือรถยนต์ที่กว้างขวางสำหรับการเดินทางที่สะดวก สบาย มากด้วยประโยชน์ใช้สอย

นิสสัน เซเรน่า ใหม่ โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun.” มอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวก และสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคน ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในกลุ่มรถประเภทเดียวกัน บานหน้าต่างขนาดใหญ่ให้ทัศนวิสัยดีเยี่ยมและให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ ฝากระโปรงท้ายแบบ Dual Back Door ที่เปิดได้แบบครึ่งบานและเต็มบาน  ที่นั่งที่สามารถปรับได้ถึง 13 แบบ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว หรือการเดินทาง ไม่ว่าจะต้องการพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ หรือปรับให้เป็นเสมือนห้องนั่งเล่นของครอบครัว เพื่อความสนุกสนานระหว่างการเดินทาง

นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ทั้งสองรุ่น ให้การขับขี่ที่ราบรื่น มอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ  โดยรุ่น นิสสัน เซเรน่า ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และเทคโนโลยี S-Hybrid ที่มาพร้อมระบบเกียร์ CVT ที่ให้การขับขี่ที่ราบรื่น ส่วนนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ มาพร้อมเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันเป็นเอกสิทธิ์ของนิสสันที่ให้การขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติการณ์การใช้รถ และด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พลังแรงถึง 163 แรงม้า (PS) และแรงบิดถึง 315 นิวตันเมตร (Nm) สามารถให้สมรรถนะการเร่งความเร็วได้อย่างรวดเร็ว แซงได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์

นิสสัน นาวารา เกรดใหม่รุ่นยกสูงที่เปี่ยมสมรรถนะและราคาถูกใจ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่บูทของนิสสัน ได้แก่ รถกระบะ “ทน พร้อม ลุย” นิสสัน นาวารา ครบทุกรุ่น นำโดย 3 เกรดใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว ได้แก่ คิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6MT และ ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT

นิสสัน นาวารา เกรดใหม่ทั้ง 3 รุ่น ยังคงมาพร้อมดีเอ็นเอความ “ทน พร้อม ลุย” มาพร้อมสมรรถนะ และความทรงพลัง ในแบบฉบับของรถกระบะยกสูง ด้วยเครื่องยนต์ที่เรียกแรงบิดมหาศาลได้ตั้งแต่ 1,500 รอบต่อนาที โดยรุ่นคิงแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT และ ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 7AT มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ให้พละกำลัง 190 แรงม้า (PS) แรงบิดมหาศาล 450 นิวตัน-เมตร (Nm)  ขณะที่รุ่น ดับเบิลแค็บ คาลิเบอร์ SL 6MT มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.3 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้พละกำลัง 160 แรงม้า (PS) แรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm) ด้วยพละกำลัง สมรรถนะการใช้งาน และความอเนกประสงค์ ทำให้ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ กระบะยกสูง เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งทางธุรกิจ และการเดินทางสำหรับครอบครัว

นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ ยังมาพร้อมความทนทาน ให้ความมั่นใจในทุกสภาพการขับขี่ด้วยสมรรถนะอันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน นาวารา และเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครับ  ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลงด้านหลังเป็นแหนบพร้อมโช้คอัพ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน และดรัมเบรกด้านหลัง ช่วยหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะบรรทุกน้ำหนักมากก็ตาม

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ คอมแพคเอสยูวี ที่ติดตั้งเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เอกสิทธิ์ของนิสสันให้ประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าขับสนุก ฟีลรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนสไตล์การขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันโดดเด่น และได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ขับง่าย และปลอดภัยกับ e-Pedal Step ที่ช่วยให้เร่งความเร็ว และลดความเร็วได้ทันทีเมื่อยกเท้าจากคันเร่ง  รวมทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360° Safety Shield จากนิสสัน  

นิสสัน อัลเมร่า

คอมแพคซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” กับเครื่องยนต์ทรงพลังที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกทุกเส้นทาง มาพร้อมแอปพลิเคชัน NissanConnect Services ที่ให้ผู้ขับขี่สื่อสารกับรถได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน อย่างสะดวกสบาย และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Walk-Away Lock ที่เพิ่มความสะดวก และปลอดภัย โดยการล็อครถอัตโนมัติ และยังมีระบบ SOS ที่ให้ความอุ่นใจ ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านระบบเสียงในรถยนต์ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ

“SAY YES!” โปรโมชั่นหลากหลายข้อเสนอให้เป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น

นิสสัน ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ “SAY YES!” ที่รวมหลากหลายข้อเสนอ จัดเฉพาะรถยนต์แต่ละรุ่นจากความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละกลุ่ม  อาทิ ดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% เงินดาวน์ต่ำ ผ่อนสบายๆ และผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน

นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะได้รับสิทธิพิเศษ* จากนิสสัน อาทิ การรับประกัน Nissan Premium Warranty ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งเป็นระยะเวลา 1 ปี (Nissan Premium Protection)  ฟรีค่าแรงสำหรับบริการบำรุงรักษาในระยะ 5 ปีแรกหรือ 100,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร)  ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ที่บูท รวมทั้งที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศหรือทางเว็บไซต์ของนิสสัน ประเทศไทย https://en.nissan.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

Leapmotor Thailand ประกาศความร่วมมือกับสโมสรชลบุรี เอฟ.ซี. ตลอดฤดูกาล 2025-2026

0

Leapmotor Thailand ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรครั้งแรกร่วมกับ สโมสรชลบุรี เอฟ.ซี. อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมสนับสนุนวงการฟุตบอลไทย พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่มแฟนฟุตบอลทั่วประเทศ

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Leapmotor Thailand ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนของสโมสรชลบุรี เอฟ.ซี. ในฤดูกาล 2025-2026 ซึ่งทางสโมสรเพิ่งเลื่อนชั้นกลับเข้าสู่ ไทยลีก 1 ได้สำเร็จ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของทั้งสององค์กรในการแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมด้วยพลังบวกผ่านการกีฬา

หลังจากเปิดตัวเป็นผู้สนับสนุนใหม่อย่างเป็นทางการของสโมสรชลบุรี เอฟ.ซี. ในงาน “ฉลามชล คนกันเอง” เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุด Leapmotor Thailand นำโดย คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA), คุณธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้จัดการทั่วไป Leapmotor Thailand, คุณกิตติพงศ์ โชคดีอนันต์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Leapmotor Thailand และ คุณยุทธนา วิญญูพงศ์พันธ์ ผู้จำหน่าย Leapmotor สาขาชลบุรี  ได้เดินทางมามอบรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor C10 รุ่น Design จำนวน 3 คัน ให้แก่สโมสรชลบุรี เอฟ.ซี. โดยมี คุณวิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสรฯ, คุณอรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรฯ, คุณจีระศักดิ์ โจมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อ รวมไปถึง คุณชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว นักฟุตบอลทีมชาติไทย และกัปตันทีมชลบุรี เอฟ.ซี. ให้การต้อนรับและรับมอบ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ณ สนามชลบุรี ไดกิ้น สเตเดียม จ.ชลบุรี

เอ็มจี เปิดราคา NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ราคาพิเศษ 1,499,900 บาท พร้อมข้อเสนออีกเพียบในงาน BIG MOTOR SALE 2025

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE รุ่นย่อยล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มในกลุ่มพรีเมียมอีวีกับจุดเด่น “ชาร์จไวกว่าและวิ่งไกลสุดในคลาส” โดยสามารถวิ่ง
ได้ระยะทางสูงสุดที่  750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC พร้อมชาร์จไวกว่าด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 396 kW สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง18 นาที ในราคาพิเศษ 1,499,900 บาท โดยในงานยังมีข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับยนตรกรรมครบทุกรุ่น เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A26 ฮอลล์ EH 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  

การเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากกระแสตอบรับ ที่ดีเยี่ยมของ NEW MG IM6 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยวางจำหน่ายแล้ว 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium 2WD และ Performance AWD ซึ่งต่างได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง
โดยการมาของรุ่น Premium LONG RANGE นอกจากจะคงเอกลักษณ์เฉพาะด้วยการเป็น “The First ever Premium Intelligent e-SUV” แล้ว ยังเป็นอีวีอัจฉริยะที่เติมเต็มความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญ
กับระยะทางการขับขี่ต่อการชาร์จมากเป็นพิเศษ พร้อมยกระดับสมรรถนะการเดินทางให้ไกลกว่าและชาร์จไวกว่าแบบไร้กังวล โดย NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ถือเป็นพรีเมียมอีวีอัจฉริยะที่ “ชาร์จได้ไวกว่าและวิ่งได้ไกลที่สุดในคลาส” ด้วยระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC พร้อมมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 407 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ชาร์จไวกว่าด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 396 kW * สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที* พร้อมด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่แบบแอโร่ ขนาด 20 นิ้ว ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ประหยัดและมั่นใจในทุกเส้นทาง

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

 

ทั้งนี้ NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ยังอัดฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ IM6 มาอย่างจัดเต็ม อาทิ IM Digital Chassis ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ระบบ One Touch iAD Auto Parking Assist ที่ช่วยในการจอดอัตโนมัติ การจอดและออกจากช่องจอดรถในพื้นที่จำกัด (One Touch Escape) และการถอยหลังอัตโนมัติเมื่อขับเจอซอยตัน ได้สูงสุด 100 เมตร (One Touch Reverse) และระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับ 5 ดาวจาก China NCAP และดีไซน์ เพื่อรองรับ EURO-NCAP โดย เอ็มจี ยังมอบความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจและสบายใจในการใช้งานระยะยาว

โดย NEW MG IM6 Premium LONG RANGE จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ 1,499,900 บาท จากราคาปกติ 1,599,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ

  • MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า
“การเปิดตัว NEW MG IM6 Premium LONG RANGE ในครั้งนี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในช่วง ครึ่งปีหลัง ซึ่ง NEW MG IM6 ถือเป็นหนึ่งในโมเดลยุทธศาสตร์ในการทำตลาดของ เอ็มจี โดยตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม ได้ส่งมอบถึงมือลูกค้าแล้วกว่า 1,000 คัน กับรุ่น Premium 2WD และ รุ่น Performance AWD ได้กระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอีวีในเรื่องความอัจฉริยะและความเป็นที่สุดของรถในกลุ่มนี้ ทั้งระบบเลี้ยวสี่ล้อ อัตราเร่งที่โดดเด่น และฟังก์ชันพรีเมียม ที่จัดเต็มมาตั้งแต่รุ่น Premium 2WD การเพิ่มรุ่นย่อยใหม่นี้ เอ็มจี ได้รับฟังเสียงจากผู้บริโภคและต้องการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากได้รถไฟฟ้าที่ขับได้ไกลสูงสุดถึง 750 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDCมdkีนาคม วสี่ล้อ อัตราเร่งที่ และชาร์จได้ไวสูงสุด 396 kW* เพื่อความคล่องตัวในการเดินทางระยะไกล ทำให้ NEW MG IM6 Premium LONG RANGE กลายเป็นทางเลือกที่โดดเด่นและน่าจับตามองในตลาด ตอบโจทย์ทุกความกังวลสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถไฟฟ้าคันที่สามารถใช้งานเป็นหลักของบ้านได้ นอกจากการเปิดตัวรุ่นย่อยแล้ว เอ็มจี ยังได้เพิ่มเติมสีใหม่สำหรับ NEW MG IM6 ทุกรุ่นย่อย จากปัจจุบันที่มีจำหน่าย 4 สี คือ สีชมพู Ferdinand Pink สีขาว Raphael Beige สีดำ Ares Black และสีเทา Rembrandt Grey เป็น 5 สี โดยมี สีฟ้า Nevis Blue เพิ่มเข้ามาอีกด้วย”

ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2025 เอ็มจี ยังได้นำรถยนต์ครบทุกรูปแบบการขับเคลื่อนมาจัดแสดงและจัดจำหน่าย ด้วยหลากข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า

NEW MG IM6

  • NEW MG IM6 รุ่น Premium 2WD ราคาพิเศษ 1,299,900 บาท
  • NEW MG IM6 รุ่น Performance AWD ราคาพิเศษ 1,699,900 บาท
  • ฟรี MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนชำระนาน 48 เดือน
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE

NEW MG S5 EV

  • รุ่น D+ ราคาเริ่มต้น เพียง 699,900 บาท รุ่น X ราคา 779,900 บาท และ รุ่น V 889,900 บาท
  • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 99% ระยะเวลาผ่อนชำระนาน 48 เดือน
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ค่าจดทะเบียน และกรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)

NEW MG MAXUS 9 PLUS

  • ราคาพิเศษเพียง 1,799,000 บาท
  • ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG MAXUS 7

  • ราคาพิเศษเพียง 1,399,000 บาท
  • ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี สาย V2L จำนวน 1 ชุด

NEW MG CYBERSTER

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG Home Charger 1 ชุด
  • ฟรี ค่าติดตั้ง MG Home Charger
  • ฟรี สาย V2L
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้นภายในรถ 1 ชุด
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

NEW MG4 ELECTRIC

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนชำระนาน 60 เดือน ในรุ่น STANDARD RANGE รุ่น D และ รุ่น X รวมถึง LONG RANGE รุ่น V และ รุ่น XPOWER
  • ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 99% ในรุ่น LONGE RANGE รุ่น D
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG ES

  • ราคาพิเศษ 899,000 บาท หรือ รับดอกเบี้ยพิเศษ 99%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี สาย V2L จำนวน 1 ชุด
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG EP

  • ราคาพิเศษ 469,900 บาท สำหรับลูกค้าที่จอง MG EP Plus ผ่านเว็บไซต์ com เท่านั้น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG ZS EV

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 88%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  • ฟรี สาย V2L จำนวน 1 ชุด
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก

ALL NEW MG3 HYBRID+

  • รุ่นแต่งพิเศษ ด้วยสติ๊กเกอร์ Racing Limited Edition และสปอยเลอร์หลัง สี Gloss Black มีจำนวนจำกัด 20 คันเท่านั้น ในราคาเพียง 499,900 บาท
  • ดาวน์เริ่มต้น 8,888 บาท หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,516 บาท
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ และระบบไฮบริดนาน 6 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG HS PHEV

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • รับสิทธิ์ช่วยผ่อนสูงสุด 5,000 บาท นาน 20 เดือน หรือเลือกรับบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท
    นานต่อเนื่อง 20 เดือน (เลือกอยากใดอย่างหนึ่ง และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้)
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

NEW MG VS HEV

  • ผ่อนเริ่มต้น 4,444 บาท
  • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

กลุ่มรถยนต์สันดาปภายใน

NEW MG5 PRO

  • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 31,499 บาท หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,516 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG ZS

  • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10%
  • เลือกรับ MG ช่วยผ่อนเดือนละ 3,000 บาท นาน 9 เดือน สำหรับ MG ZS ทุกรุ่น
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

NEW MG EXTENDER

  • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 5%
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

 

พบกับ ยนตรกรรม เอ็มจี พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A26 ฮอลล์ EH 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 หรือที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของ เอ็มจี กว่า 125 แห่งทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

คุ้มค่ายิ่งขึ้น ! ด้วยราคาใหม่ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เริ่มต้น 1,479,000 บาท จัดเต็มโปรแรง Honda Pro OH! MY GOOOOD ครอบคลุมไลน์อัป xEV ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับการเพิ่มฟีเจอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) และ ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย และอัปลุคใหม่ เสริมความสปอร์ต ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่

  • ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS
  • ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E

พร้อมราคาใหม่ เพื่อยกระดับความคุ้มค่าไปอีกขั้น ทั้ง 3 รุ่นย่อย เริ่มต้น 1,479,000 บาท

  • รุ่น e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท
  • รุ่น e:HEV EL ราคา 1,599,000 บาท
  • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,729,000 บาท

ให้คุณเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568 ร่วมสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

ฮอนด้ายกขบวนไลน์อัปรถ xEV ในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถ e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ และรถยนต์ไฟฟ้า จัดแสดงที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 พิเศษกับโซน The City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่เสิร์ฟสุด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มอบความสนุก เร้าใจในการขับขี่ และความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง ทั้งในรุ่น ซิตี้ และซิตี้ แฮทช์แบ็ก พร้อมกับ ซิตี้ แฮทช์แบ็ก  DRIVAL Limited Edition พร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตสุดเท่ โดยโซนนี้มาพร้อมกิจกรรมให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกเพื่อสัมผัสจุดเด่นต่าง ๆ ของ The City Series เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารักจากฮอนด้า ภายในงานนี้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอฟีลกู้ดแบบต่อเนื่อง ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลยไม่ต้องลุ้น’ ได้ที่งานและข้อเสนอเดียวกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่
วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ รีบด่วน ! ก่อนตกขบวนความคุ้ม

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า มุ่งมั่นสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่จะยกระดับประสบการณ์ตลอดการใช้งานให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยพร้อมขับเคลื่อนและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชีวิตของผู้คน การเปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในวันนี้ เรารับฟังเสียงของลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ ๆ ในทุกมิติ โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่เคียงข้างและให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใจอยาก” 

ไฮไลต์ไลน์อัป xEV ของฮอนด้าที่จัดแสดงในงาน BIG MOTOR SALE 2025

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท

ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ

ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่า 204,000 บาท*)

 

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ กับความสปอร์ตพรีเมียมเหนือระดับที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น

  • ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย
    โดยระบบนี้จะใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรที่ติดตั้งอยู่ภายในบริเวณกันชนหลัง เพื่อตรวจจับยานพาหนะที่อยู่ในมุมอับสายตา และแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ระมัดระวัง ผ่านไฟแสดงสถานะบนพื้นผิวของกระจกมองข้าง และถ้าหากมีการเปิดไฟเลี้ยว หลังจากตรวจพบยานพาหนะในตำแหน่งจุดบอด ไฟแสดงสถานะจะกระพริบพร้อมเสียงเตือน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเลนโดยไม่ทันสังเกต เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
  • ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย

เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ขณะถอยหลัง โดยระบบจะทำการเตือนด้วยเสียงและสัญลักษณ์แสดงบนหน้าจอกลาง เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาของรถขณะถอย ซึ่งระบบนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับถอยหลังในลานจอดรถที่มีรถหนาแน่นและมีมุมอับสายตาจากตำแหน่งของผู้ขับขี่

  • ปรับลุคใหม่ ในทุกรุ่นย่อย เพื่อยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมในภาพรวม ได้แก่
  • ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
  • ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS
  • ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E
  • ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Honda e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ด้วยการตอบสนองที่ทันใจและทรงพลังด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัวในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT
    ที่มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC มอบพลังการขับเคลื่อนที่ไร้กังวลในทุกเส้นทาง โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 3 กม./ลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 6)
  • มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย
  • มอบการใช้งานที่ง่าย ด้วยหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่*
    ที่ติดตั้งใน ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ อาทิ
  • ปุ่ม Experience Selection Dial ที่เลือกปรับได้ดั่งใจ
  • แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว อย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายจาก Google Play ในรถยนต์ของคุณเพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบมีผู้ช่วยที่ราบรื่นและปรับเปลี่ยนได้ในแบบของคุณ
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light)
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camara System – MVCS)
  • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
  • ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ขนาด 5 นิ้ว
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว
  • ช่องเชื่อมต่อ USB type C 4 ตำแหน่ง และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
    • สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาเมทิเออรอยด์
      (เมทัลลิก)และสีดำคริสตัล (มุก) พร้อมภายในสีดำ และสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)

สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

 

ไลน์อัป Honda e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ

ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ

ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่าสูงสุด 213,000 บาท*)

เทิร์นรถใหม่ รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท**

ü ขับสนุก สมูททุกจังหวะ อัตราเร่งแรงทันใจ อีกทั้งให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

ü มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ติดตั้งในทุกรุ่น

ü ไร้กังวลระยะยาว ด้วยการฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี

ü สะดวกทุกที่ กับการเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐานของฮอนด้าทั่วประเทศ กว่า 222 แห่ง พร้อมดูแลด้วยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจากฮอนด้า

Honda City e:HEV  Honda City Hatchback e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท

ซิตี้คาร์ที่ใช้งานคล่องตัว ขับสนุก อัตราเร่งมั่นใจ ห้องโดยสารกว้างขวาง มีให้เลือกทั้งตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก
5 ประตู ที่มาพร้อมเบาะอัลตราซีทอันเป็นเอกลักษณ์ พับเบาะเพิ่มสเปซได้หลากหลาย ตอบโจทย์สายอเนกประสงค์ พร้อมให้คุณไดรฟ์สไตล์สปอร์ตแบบจัดเต็ม ด้วยชุดแต่งลิมิเต็ดสุดเท่ กับ Honda City Hatchback DRIVAL เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท
  2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่ากว่า 131,000 บาท และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท
  3. พิเศษเฉพาะในงาน BIG MOTOR SALE สำหรับ City Hatchback DRIVAL รับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมูลค่า 20,000 บาท
  4. เพิ่มเติม Happy Trade-in สำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda City Hatchback DRIVAL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท

สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
  2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 173,000 บาท

Honda Accord e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท

รถซีดานครอบครัว พรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ ที่ครบครัน เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
  2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 205,000 บาท และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า สูงสุด 30,000 บาท*
  3. เพิ่มเติม Happy Trade-in สำหรับ Honda Accord e:HEV รุ่น E เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Accord e:HEV รุ่น E ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 40,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท

ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
  2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 154,000 บาท
  3. เพิ่มเติม Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda HR-V e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า
    รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า
    20,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

 

Honda CR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,589,000 บาท

รถ Flagship SUV คันจบของครอบครัว ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายทุกที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่หลากหลาย เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
  2. ดอกเบี้ย99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 213,000 บาท
  3. เพิ่มเติม Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda CR-V e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 60,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

โดย Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจ
ในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ซึ่งมีทั้งแบบ 3 ปี และ 5 ปี มูลค่าสูงสุดกว่า 213,000 บาท* ซึ่งมูลค่าจะแตกต่างกันในแต่ละรุ่น ประกอบไปด้วย

  • ฟรีประกันภัย 1 ปี
  • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา โดยแบบ 3 ปี จะครอบคลุม 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ในขณะที่แบบ 5 ปี จะครอบคลุมไปถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
  • เฉพาะแบบ 5 ปี จะมีฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

Honda e:N1 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากฮอนด้า

ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี

หรือ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท หรือดาวน์ต่ำเพียง 10%**

พร้อมรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา (รวมมูลค่า 69,500 บาท*)

ลูกค้านำรถมา Trade-in รับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท***

วิ่งได้สูงสุด 500 กม.* ต่อการชาร์จ ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย สมูทในทุกจังหวะ ราคา 1,199,000 บาท

เชื่อมั่นตลอดการใช้งานด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

พร้อมให้บริการและดูแลผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ด้วยศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญ

 

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป หรือ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท หรือดาวน์ต่ำเพียง 10%  พร้อมรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้ง และสายชาร์จแบบพกพา

โดย Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับ Honda e:N1 ประกอบด้วย

  • ฟรีประกันภัย 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

เพิ่มเติมกับแคมเปญ Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ เฉพาะ Honda e:N1 ที่เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 )

 

ยกแคมเปญ ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลยไม่ต้องลุ้น’

ให้เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ เลือกโปรที่ใช่ในสไตล์คุณ

 

  • คุ้ม 1: ทางเลือกดอกเบี้ย ดอกเบี้ยต่ำ ออกรถง่าย เลือกได้ตามสะดวก ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือเลือกรับดอกเบี้ยเพียง 0.99% พร้อมฟรี Honda Exclusive Care แพ็กเกจที่ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ เซฟเงินในกระเป๋า ให้คุณใช้รถฮอนด้าได้อย่างมั่นใจยาว ๆ รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 200,000 บาท**
  • คุ้ม 2: Friend Get Friend ลูกค้าฮอนด้า ชวนเพื่อนมาซื้อรถ ลูกค้าฮอนด้าที่เป็นผู้แนะนำรับ E-Coupon มูลค่า 3,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและใช้บริการที่ศูนย์ฮอนด้า ในขณะที่ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท
  • คุ้ม 3 รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ Happy Trade-in รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม*** มูลค่า 15,000 บาท ถึง 100,000 บาท เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถใหม่ สำหรับ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 )
  • คุ้ม 4: แคมเปญสำหรับลูกค้าปัจจุบัน ‘สบายดี Season บริการหลังการขาย ผ่อนสบาย 0%’**** กับหลากหลายสิทธิประโยชน์ อาทิ ดอกเบี้ย 0% สำหรับการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการทุกประเภท บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ เป็นต้น

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้าและสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ พร้อมไลน์อัปรถยนต์ xEV
ที่หลากหลายได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568 จัดเต็มข้อเสนอฟีลกู้ดทั้งในงานและที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน LINE Official Account: @honda-thailand หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัส ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี พร้อมทัพยนตรกรรม และข้อเสนอดอกเบี้ยสุดพิเศษ ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2025

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพยนตรกรรมสุดยิ่งใหญ่พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษมามอบให้ลูกค้าทุกท่าน ภายในงาน “BIG MOTOR SALE 2025” ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมชูรุ่นไฮไลต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มิตซูบิชิเอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีฟูลไฮบริดอันล้ำสมัย Mitsubishi e:Motion ผสานสมรรถนะอันทรงพลัง ความนุ่มนวลในการขับขี่ และความปลอดภัยไว้ในหนึ่งเดียว สะท้อนถึงดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) และความเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไทยที่มุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมจัดโปรโมชันสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายภายในงาน

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์ทุกรุ่นที่มิตซูบิชินำเสนอในงาน BIG MOTOR SALE ครั้งนี้ ล้วนสะท้อนถึงความเป็น Mitsubishi Motors-ness อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการพัฒนาและสร้างสรรค์ยนตรกรรมเพื่อเติมเต็มชีวิตแห่งการเดินทางยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไฮไลต์ภายในงานนี้คือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีนับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อยานยนต์ของมิตซูบิชิ และแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีไปพร้อมกับความยั่งยืนของเรา”

สำหรับไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวี ไฮบริดรุ่นล่าสุด จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส  ที่จะพาทุกท่านมาสัมผัสกับแนวคิด “Xperience the Force” โดดเด่นด้วยการมอบ ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง โดยมาพร้อมกับ 3 สุดยอดเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิดMITSUBISHI e:MOTION ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจแต่ยังคงความนุ่มนวลเหนือระดับ พร้อมการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งสไตล์และฟังก์ชันที่ครบครัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฮบริด

อีกหนึ่งไฮไลต์ ที่เราขนทัพมาจัดแสดงภายในงาน คือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมียม ชุดแต่งสีดำรอบคัน หลังคาสีดำ กระจกมองข้างสีดำคิ้วขอบกระจกประตูสีดำ กระจังหน้าตกแต่งไดนามิกชิลด์สีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ มอบลุคสปอร์ตพรีเมียม พร้อมผสานสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยสะท้อนตัวตนของครอบครัวรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ มาให้ชมภายในงานอีกด้วย

เพื่อความพิเศษที่มากกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เลือกรับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท พิเศษ เฉพาะ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท ภายในงาน

 

ผู้สนใจสามารถชมรถยนต์ มิตซูบิชิ หลากหลายรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากแคมเปญพิเศษมากมาย อาทิ ข้อเสนอผ่อนชำระดอกเบี้ยพิเศษ และ ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A18) งาน BIG MOTOR SALE 2025 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคมคม 2568 ฮอลล์ EH 101 – 104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลข่าวสารของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

วิริยะประกันภัย มอบความคุ้มค่าเหนือระดับ เจาะกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยว มอบสิทธิพิเศษ “Viriyah Privileges ทริปเที่ยวเมืองโบราณ สู่ประสบการณ์สุดประทับใจ”

0
VIRIYAH PRIVILEGES 1

วิริยะประกันภัย เดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตร “Viriyah Privileges” อย่างต่อเนื่อง เผยแคมเปญล่าสุด รุกเอาใจลูกค้าสายท่องเที่ยว มอบสิทธิพิเศษ “Viriyah Privileges ทริปเที่ยวเมืองโบราณ สู่ประสบการณ์สุดประทับใจ” เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับลูกค้า วิริยะประกันภัย เพียงลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ผ่าน LINE Official วิริยะประกันภัย รับสิทธิ์เข้าชมเมืองโบราณฟรี 1 สิทธิ์ ต่อ 1 กรมธรรม์ ต่อวัน พร้อมส่วนลดพิเศษ 50% สำหรับผู้ติดตามสูงสุด 5 ท่าน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2569

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบความคุ้มค่าและความประทับใจให้กับลูกค้าวิริยะประกันภัยอย่างต่อเนื่องผ่านโปรแกรม “Viriyah Privileges” ซึ่งรวบรวมโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไว้มากมาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั้งหมวดหมู่การชอปปิง, อาหาร-เครื่องดื่ม, การเดินทาง-ท่องเที่ยว, สุขภาพ-ความงาม และความบันเทิง โดยความร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตรจากหลากหลายธุรกิจทั่วประเทศ เช่น กลุ่มห้างสรรพสินค้า กลุ่มร้านอาหาร แพลตฟอร์มดิลิเวอรี กลุ่มโรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ขยายเครือข่ายพันธมิตร Viriyah Privileges ไปมากกว่า 80 แบรนด์ ครอบคลุมร้านค้ากว่า 2,800 สาขา
ทั่วประเทศ

“หลังจากที่บริษัทฯ ได้เปิดตัวโปรแกรม Viriyah Privileges ในปีที่ผ่านมา ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าวิริยะประกันภัย เข้ามาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ทำให้ Viriyah Privileges ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงตั้งเป้าที่จะขยายจำนวนพันธมิตรเพื่อรองรับผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้สิทธิพิเศษเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ความชอบและความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในปัจจุบัน เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการเลือกสรรแบรนด์พันธมิตรที่มีคุณภาพและเป็นที่รู้จัก พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสิทธิพิเศษภายใต้กรอบแนวคิด ‘การดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลา’ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ฐานข้อมูลการใช้สิทธิ์ Viriyah Privileges ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็นหมวด เดินทาง-ท่องเที่ยว และชอปปิง” นางฐวิกาญจน์ กล่าว

VIRIYAH PRIVILEGES 3

 

ล่าสุด บริษัทฯ ได้มอบสิทธิพิเศษ “Viriyah Privileges ทริปเที่ยวเมืองโบราณ สู่ประสบการณ์สุดประทับใจ” หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของโปรแกรม Viriyah Privileges ในหมวดเดินทาง-ท่องเที่ยว โดย นางฐวิกาญจน์ กล่าวว่า “เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ” นับเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่มีการจำลองสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย รวมถึงเป็นศูนย์รวมศิลปกรรมไทยจากทุกภูมิภาคที่ถ่ายทอดความงดงามทางวัฒนธรรมและสะท้อนภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน

“ปัจจุบันเมืองโบราณ ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากขึ้น ทั้งด้านกิจกรรมใหม่ ๆ ที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว จุดถ่ายภาพที่สวยงาม รวมถึงพื้นที่สำหรับการสักการะบูชา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าสายมูในยุคปัจจุบัน การเลือกเมืองโบราณเป็นไฮไลท์ไม่เพียงแค่เป็นการมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของเรา ลูกค้าจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และศิลปะที่งดงาม นับเป็นคุณค่าที่ยั่งยืนและสร้างความทรงจำดี ๆ ให้แก่ลูกค้า” นางฐวิกาญจน์ กล่าว

สำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจทุกประเภท รวมถึงประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถรับสิทธิ์เข้าชมเมืองโบราณฟรี 1 กรมธรรม์ ต่อ 1 สิทธิ์ ต่อวัน พร้อมรับส่วนลด 50% สำหรับผู้ติดตามอีก 5 ท่าน เพียงลงทะเบียนยืนยันกรมธรรม์บน LINE Official Account ของวิริยะประกันภัย และกดรับสิทธิ์บน Viriyah Privileges สามารถใช้สิทธิพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

สัมผัสประสบการณ์แห่งความคุ้มค่า พร้อมรับบริการพิเศษหลากหลาย ผ่าน LINE Official : @viriyah.com และติดตามสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ได้ที่ https://privileges.viriyah.co.th/

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเรียนเชิญผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ “Viriyah Privileges” โปรแกรมที่จะช่วยให้แบรนด์ของท่านเป็นที่รู้จักในวงกว้างและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของวิริยะประกันภัยได้โดยตรง หากสนใจสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกัน สามารถส่งรายละเอียดธุรกิจของท่านมาได้ที่ https://bit.ly/ViriyahPrivileges-PartnersApp

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” มอบยางรเมื่อเร็วๆ นี้ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (ที่ 5 จากซ้าย) ประธาน, จิระพล รุจิวิพัฒน์ (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ, ศราวิช ไชยมังกร (ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ร่วมมอบยางรถยนต์ ที่ได้จากการรวบรวมยางรถยนต์ใช้แล้วของลูกค้าที่เข้าใช้บริการหลังการขายของศูนย์บริการรถยนต์ ไพรม์มัส กรุ๊ป ทั้ง 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, Deepal, MG และ Aion รวมจำนวนทั้งสิ้น 524 เส้น ให้แก่กองทัพบก เพื่อนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานในกิจการของกองทัพ โดยมี พล.ต.วีรธัช ศรีใส (ที่ 5 จากขวา) ผู้อำนวยการ สำนักส่งกำลังบำรุง กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ในนามผู้แทน เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ในกองบัญชาการกองทัพบก พร้อม พ.อ.ธนิต อิ่มอกใจ (ที่ 6 จากขวา) เสนาธิการ ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก และ พ.อ.อัครนิธิ์ ณ เชียงใหม่ (ที่ 7 จากขวา) นายทหาร ฝ่ายยุทธการ กรมขนส่งทหารบก เป็นผู้รับมอบ พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้แก่ทหารแนวหน้าทุกท่าน ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทย ณ บริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป”ถยนต์แก่กองทัพบก

0

เมื่อเร็วๆ นี้ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ (ที่ 5 จากซ้าย) ประธาน, จิระพล รุจิวิพัฒน์ (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ, ศราวิช ไชยมังกร (ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ  และคณะผู้บริหาร บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ร่วมมอบยางรถยนต์ ที่ได้จากการรวบรวมยางรถยนต์ใช้แล้วของลูกค้าที่เข้าใช้บริการหลังการขายของศูนย์บริการรถยนต์ ไพรม์มัส กรุ๊ป ทั้ง 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, Deepal, MG และ Aion  รวมจำนวนทั้งสิ้น 524 เส้น ให้แก่กองทัพบก เพื่อนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานในกิจการของกองทัพ โดยมี พล.ต.วีรธัช ศรีใส (ที่ 5 จากขวา) ผู้อำนวยการ สำนักส่งกำลังบำรุง กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ในนามผู้แทน เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ในกองบัญชาการกองทัพบก พร้อม พ.อ.ธนิต อิ่มอกใจ (ที่ 6 จากขวา) เสนาธิการ ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก และ พ.อ.อัครนิธิ์ ณ เชียงใหม่ (ที่ 7 จากขวา) นายทหาร ฝ่ายยุทธการ กรมขนส่งทหารบก  เป็นผู้รับมอบ พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้แก่ทหารแนวหน้าทุกท่าน ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทย  ณ บริเวณโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป”

BIG MOTOR SALE 2025 ฉลองใหญ่ปีที่ 12 นำทัพแบรนด์ยานยนต์ทั่วไทย…ประกาศ ลดครั้งใหญ่! 22 – 31 สิงหาคม ที่ ไบเทค บางนา

0
Big Motor Sale 2025 1

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำของไทย ประกาศ…ลดครั้งใหญ่ ในงาน “BIG MOTOR SALE 2025” วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์ ภายใต้คอนเซ็พท์ “เราจะยกโชว์รูม มาขายที่นี่!” จัดใหญ่…ฉลองปีที่ 12 ของการจัดแสดงงาน ด้วยโปรโมชั่นคุ้มค่า พร้อมความบันเทิงครบครัน กระตุ้นสีสันการซื้อขายยานยนต์ไทยให้คึกคักในช่วงกลางปี เริ่ม 22 – 31 สิงหาคม 2568 ที่ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป และ ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน BANGKOK INTERNATIONAL GRAND MOTOR SALE 2025 หรือ BIG MOTOR SALE 2025 เผยว่า “การจัดงาน วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์  BIG MOTOR SALE 2025 คือ อีกรูปแบบของการผลักดันสร้างงานให้เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น แต่ยังผลักดันให้เกิดรายได้ในหลายองคาพยพ ยิ่งในปีนี้ถือเป็นฤกษ์ดีของการฉลองปีที่ 12 ของการจัดงาน “BIG MOTOR SALE” จึงได้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจอย่าง บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ในเครือ สยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดงาน “บางกอก ออโต้ ซาลอน” มอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค โดยนำงานแสดงและจำหน่ายยานยนต์ทั้ง 2 งานมาจัดต่อเนื่องกัน เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมงานแบบ            มา 1 งาน ได้ถึง 2 ฟีล ทั้งเลือกซื้อรถใหม่ และช้อปของแต่งรถครบในที่เดียว ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริโภคจะได้เลือกซื้อ ทดลองขับขี่ และเปรียบเทียบราคาได้อย่างจุใจ สมกับความตั้งใจของยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป ที่อาสายกทุกโชว์รูมชั้นนำมาขายให้ครบครันในที่เดียว”

สำหรับแบรนด์รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ที่เข้าร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์มาตรฐานรุ่นใหม่และรุ่นยอดนิยม พร้อมโปรโมชั่นคุ้มค่าในงาน BIG MOTOR SALE  ปีนี้  ได้แก่

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์

AION, MERCEDES-BENZ, BMW, BYD, DEEPAL, DENZA, FORD, GEELY, GWM, HONDA, KIA, LOTUS, MG, MINI, MITSUBISHI, NISSAN, OMODA & JAECOO, PORSCHE, TOYOTA, VOLVO, X-PENG และ ZEEKR

  • กลุ่มผลิตภัณฑ์มอเตอร์ไซค์

BENELLI, BMW, DECO, DT MOTOR, EM MOTOR, HARLEY-DAVIDSON, HONDA,            I-MOTOR, KEEWAY, ROYAL ENFIELD, SUZUKI, TRIUMPH และ YAMAHA

  • กลุ่มผู้นำเข้าอิสระ รถยนต์มือสองพรีเมี่ยม ผู้ตกแต่งรถอเนกประสงค์
    และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์อีกหลากหลาย

พิเศษ! ในโอกาสฉลองปีที่ 12 “BIG MOTOR SALE” เตรียมพบกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยอดนิยม นำทัพความสนุกโดย บอย พีซเมคเกอร์, ป๊อบ ปองกูล, ยูกิ ไหทองคำ, วงเก็ทสึโนว่า และวงสุนทราภรณ์ พลาดไม่ได้…โอกาสทองของคนรักรถ ไม่ว่าจะกำลังมองหารถยนต์ใหม่ทั้งรถน้ำมัน (ICE) รถไฮบริด (HEV) และไฟฟ้า (EV) มอเตอร์ไซค์น้ำมันและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า หรือกำลังมองหาไอเดียแต่งรถ เชิญชมงาน

  • BANGKOK INTERNATIONAL GRAND MOTOR SALE 2025

    วันมหกรรมขายรถยนต์ &มอเตอร์ไซค์
    จัดงานวันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568 ณ ฮอลล์ 101 – 104

  • BANGKOK AUTO SALON 2025
    งานแสดงและจำหน่ายรถ และอุปกรณ์ประดับยนต์
    จัดงานวันที่ 27 – 31 สิงหาคม 2568 ณ ฮอลล์ 100

BIG  MOTOR  SALE 2025 เปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 (วันธรรมดา 12.00 น. – 21.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์ 11.00 น. – 21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้พิการ ผู้อาวุโส อายุ 60 ปีขึ้นไป นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ เด็กๆ ความสูงไม่เกิน 120 ซม. เข้าชมฟรี…และยินดีต้อนรับน้องหมาน้องแมวในรถเข็น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

ทำไม PHEV ถึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ในประเทศไทย

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก โดยยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยท่ามกลางยุคที่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ากำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการยานยนต์ รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของคนไทย มอบโซลูชันเพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรถไฟฟ้าโดยไม่มีความกังวลเรื่องระยะทาง ด้วยการผสานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และพลังงานจากเชื้อเพลิง ทำให้ขับในเมืองได้อย่างประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความมั่นใจเมื่อต้องเดินทางไกล ประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความกังวลใจในการชาร์จเมื่อไม่สะดวก เหมาะกับสภาพการขับขี่และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย

 

5 ข้อได้เปรียบของรถยนต์พลังงาน PHEV สำหรับคนไทย

GWM (Thailand) 1

 

  1. พลังงาน 2 รูปแบบ – ยืดหยุ่นทุกการเดินทาง

รถยนต์ PHEV เหมาะทั้งการขับขี่ในเขตเมืองและนอกเมือง ด้วยการผสานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และพลังงานจากเชื้อเพลิง พร้อมรับมือทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ สำหรับการขับขี่เขตเมืองก็สามารถเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในการเดินทางไกลเข้าไปในเขตพื้นที่ทุรกันดาร ในอำเภอรองเขตต่างจังหวัดที่ไม่มีตู้ชาร์จไฟไว้รองรับ หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จตลอดเส้นทางเมื่อแบตเตอรี่มีไฟที่ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า

 

  1. ประหยัดจริงในชีวิตประจำวัน

ในช่วงที่น้ำมันมีราคาสูงและมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง การใช้รถยนต์ที่มีระบบพลังงานไฟฟ้า ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนไทยยุคใหม่ รถ PHEV หลายรุ่นมีระยะทางไฟฟ้าล้วนที่ยาวกว่า HEV ตัวอย่างเช่น GWM HAVAL H6 ที่มีระยะทางไฟฟ้าล้วนที่ยาวที่สุดในบรรดารถ PHEV ทั้งหมด เกิน 150 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้เป็น BEV ได้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากมีไฟฟ้ามาช่วยในการขับเคลื่อน จึงทำให้รถยนต์ PHEV มีความประหยัดมากกว่ารถยนต์ไฮบริดโดยทั่วไป ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขับขี่ต่อกิโลเมตรต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้โหมดไฟฟ้าล้วน และเมื่อไฟฟ้าหมด รถก็ยังสามารถใช้พลังงานจากน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งในการขับขี่ในชีวิตประจำวันที่มีระยะทางที่ไม่เกินระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน ยิ่งทำให้ประหยัด เสมือนการขับขี่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า

GWM (Thailand) 4

  1. รักษ์โลก รักษ์เมือง

เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ PHEV ที่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน จะมีการปล่อยเขม่า ฝุ่น PM 2.5 และแก๊สพิษออกสู่บรรยากาศที่น้อยกว่า ช่วยรักษาคุณภาพอากาศในเมืองให้ดีขึ้น อีกทั้งยังขับเงียบ ลดมลพิษทางเสียง ส่งเสริมบรรยากาศการขับขี่ที่ราบรื่นต่อผู้ขับและทุกคนบนถนน

  1. เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย

ในปัจจุบันพฤติกรรมคนไทยได้เปลี่ยนไปจากแต่ก่อน รถยนต์เป็นพาหนะคู่ใจที่ใช้ในการทำงานและใช้พักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ และการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คนไทยชื่นชอบเป็นอันดับต้น ๆ ดังนั้น รถยนต์จึงควรสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางไกลในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจุดหมายปลายทางจะอยู่ที่ใด รถยนต์ PHEV ถือเป็นระบบพลังงานที่เหมาะสมกับความต้องการดังกล่าวของผู้ใช้งาน มอบการขับขี่ที่ไร้กังวลกับการชาร์จไฟ ขับขี่ได้ในระยะทางไกล ไม่ว่าจะเหนือสุดหรือใต้สุด ก็สามารถไปถึงได้อย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

  1. ก้าวสู่อนาคตแห่ง EV เต็มรูปแบบได้อย่างมั่นใจ

ยังมีผู้ขับขี่อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่พร้อมกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า 100% กับข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินทางได้ในระยะทางที่จำกัด และต้องเสียเวลาสำหรับการหาตู้ชาร์จและรอการชาร์จไฟ ดังนั้นรถยนต์ PHEV จึงเป็นคำตอบที่ช่วยลดข้อกังวลดังกล่าว ช่วยให้ผู้ใช้คุ้นเคยกับการชาร์จไฟและการขับโหมดไฟฟ้า 100% ก่อนก้าวสู่การใช้รถไฟฟ้าล้วนในอนาคต เหมาะกับช่วงที่โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังอยู่ระหว่างการขยายตัว

ตารางเปรียบเทียบ PHEV vs BEV vs HEV vs ICE ในบริบทของประเทศไทย โดยคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐาน, ค่าครองชีพ, และพฤติกรรมผู้ใช้รถในไทย

 

คุณสมบัติ / ประเภท

 

รถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด

(PHEV)

 

รถยนต์ไฟฟ้า 100%

(BEV)

รถยนต์ไฮบริด

(HEV)

รถยนต์สันดาป

(ICE)

ความสะดวกด้านการใช้งานใช้ไฟฟ้าสำหรับเดินทางระยะสั้น และใช้น้ำมันสำหรับเดินทางไกล เหมาะกับสภาพจราจรติดขัดในเมืองไทยต้องพึ่งพาสถานีชาร์จที่อาจยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่เติมน้ำมันปกติและประหยัดกว่ารถน้ำมันล้วน เติมน้ำมันง่าย สถานีมีทั่วประเทศ
ระยะทางไฟฟ้าล้วน40 – 150 กม. ต่อการชาร์จ (HAVAL H6 PHEV มีระยะทางไฟฟ้าล้วนยาวที่สุดในรถ PHEV ที่ 150 กม.)200 – 600 กม.ระยะทางไฟฟ้าล้วนจำกัด (1-5+ กม.)
ระยะทางขับขี่รวม
(ขึ้นอยู่กับรุ่นและพฤติกรรมการขับขี่)
700 กม. ถึงมากกว่า 1,000 กม. ต่อการชาร์จ + เติมน้ำมัน (แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อรถยนต์)ประมาณ 200 – 700 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งโดยเฉลี่ย 700 – 900 กม.โดยเฉลี่ย 500 – 800 กม.
ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง /ไฟฟ้าเมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่าย ~0.7 – 1.3บาท/กม. และในโหมดไฮบริด ~1.8 – 2.2 บาท/กม.เมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่าย ~0.7 – 1.3บาท/กม.โหมดไฮบริด ~1.8 – 2.2 บาท/กม.สูงสุด (เฉลี่ย 3–5 บาท/กม.)
การปล่อยมลพิษต่ำกว่าระบบไฮบริด และเป็นศูนย์เมื่อวิ่งในโหมดไฟฟ้าศูนย์ปานกลางสูง
โครงสร้างพื้นฐานในไทยพร้อมใช้งานยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในเขตต่างจังหวัดและเขตห่างไกลจากตัวเมืองพร้อมใช้งานพร้อมใช้งาน
เหมาะกับใครคนเมืองที่ใช้เดินทางระยะสั้น ๆ ในวันทำงาน และขับทางไกลในวันหยุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จต่าง ๆคนเมืองที่มีจุดชาร์จที่บ้าน/คอนโด และขับในเส้นทางที่ชัดเจน และมีจุดชาร์จที่ชัดเจนผู้ใช้ทั่วไปที่อยากประหยัดน้ำมัน แต่ไม่ต้องการชาร์จไฟผู้ที่มีการใช้รถที่หลากหลาย และยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ระบบพลังงานใหม่

 

ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV คือตัวเลือกที่สมดุลระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ตอบโจทย์ครบทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ โดดเด่นด้วยระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่สูงสุดในเซกเมนต์ถึง 150 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) และเมื่อบวกกับน้ำมัน 1 ถัง สามารถเดินทางได้ระยะทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว เพียงพอสำหรับการเดินทางในเมืองในแต่ละวัน ขณะเดียวกันยังมอบความคล่องตัวเมื่อต้องออกต่างจังหวัดด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์น้ำมันที่พร้อมทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ แต่เมื่อต้องทำการชาร์จ รถยนต์คันนี้ก็มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ 27.54 k โดยใช้พอร์ต CCS Type 2 combo (Combined Charging System) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 41 kW โดยเวลาในการชาร์จจาก 0-80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที  รวดเร็วทันใจในการชาร์จกว่ารถยนต์ PHEV ในเซกเมนต์เดียวกัน พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 โหมด ได้แก่ ปกติ สปอร์ต ประหยัด และพื้นหิมะ รวมถึงโหมดที่ให้ผู้ขับสามารถเลือกการขับขี่แบบไฮบริดหรือแบบไฟฟ้าล้วน ช่วยประหยัดการใช้น้ำมันได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ช่วงล่างยังได้รับการพัฒนาใหม่ให้ตอบโจทย์สภาพถนนและสไตล์การขับขี่ของคนไทยโดยเฉพาะ

GWM (Thailand)

ยิ่งไปกว่านั้น ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV ยังมีจุดเด่น 4 ด้าน ตอบรับไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้ง 1.) ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม โดยภายนอกอัปเกรดใหม่ สปอร์ตหรูด้วยกระจังหน้า Smoke Chrome, ไฟหน้า LED อัจฉริยะ, ไฟท้าย LED Light Strip, ล้ออัลลอย 19 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดง (เฉพาะรุ่น PHEV ULTRA)

2.) เทคโนโลยีภายในล้ำสมัย ด้วยห้องโดยสารอัปเกรดด้วยจอดิจิทัล 10.25 นิ้ว, Head-up Display, หน้าจออินโฟเทนเมนต์ 14.6 นิ้ว พร้อม Coffee OS 3.0, Snapdragon, ระบบนำทาง Petal Map ของ Huawei, ระบบเสียง Amor luxury hifi และที่ชาร์จไร้สาย 50W เพิ่มความสะดวกสบายและอรรถรสในการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว

GWM (Thailand) 7

3.) สมรรถนะทรงพลัง มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร ปลั๊กอิน-ไฮบริด มอบพละกำลัง 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ตอบสนองทันใจแม้ในการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง

4.) ความปลอดภัยล้ำหน้า เพราะครอบครัวคือสิ่งล้ำค่าในชีวิตของทุกคน ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV จึงมอบระบบความปลอดภัยอัจฉริยะกว่า 31 รายการ ทั้ง First-in-class และ Best-in-class เช่น กล้องรอบทิศทาง 540°, ระบบช่วยควบคุมและรักษาเลน, ระบบเตือนและช่วยเบรกจุดอับสายตา, โครงสร้างตัวรถที่แข็งแกร่ง และเทคโนโลยีช่วยขับขั้นสูงเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ตลอดการเดินทาง

ด้วยฟีเจอร์ที่น่าประทับใจทำให้ ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV กลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ GWM ขอขอบคุณผู้ใช้ชาวไทยในโอกาสครบรอบ 4 ปีในประเทศไทย ด้วยแคมเปญ GWM HAVAL H6 4th Anniversary พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ 3 ทางเลือกสำหรับรุ่น PHEV ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และพิเศษสำหรับลูกค้า GWM เดิมที่จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท นอกเหนือจากโปรโมชั่นด้านล่าง:

  1. สำหรับสายชิล ผ่อนเบา เพียง 5,000 บาทต่อเดือนนาน 12 เดือน พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 95% (เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน) และส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท
  2. สายอัปเกรด นำรถเก่ามาแลกใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 60,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษที่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นหลัก ทั้งส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท และดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.95% (เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน)
  3. สายมองไกล เลือกรับบริการ GWM Pro Service Inclusive ครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดถึง 10 ครั้งใน 5 ปี หรือ 100,000 กม. รวมทั้งบริการติดตั้ง GWM Home Charger ฟรี พร้อมส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 95%

ด้วยจุดเด่นทั้งหมดนี้ ALL NEW HAVAL H6 PHEV จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้รถของคนไทยและสอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์พลังงานสะอาดในอนาคตอย่างยั่งยืน

GWM (Thailand) 6

ทดลองขับและสัมผัส ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV ได้แล้ววันนี้ที่ GWM Partner Store กว่า 72 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM, เว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือโทร GWM Contact Center 02-668-8888

 

 

“ฟอร์ด” ชูศักยภาพโดดเด่นของศูนย์กระจายอะไหล่แห่งใหม่ ตอกย้ำความมั่นใจบริการหลังการขาย

0
ฟอร์ด 6

ฟอร์ด ประเทศไทย ชวนทำความรู้จักศูนย์กระจายอะไหล่สินค้าแห่งใหม่ของฟอร์ดในจังหวัดสมุทรปราการที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและกระจายอะไหล่ไปยังผู้จำหน่ายฟอร์ดในประเทศไทย และกว่า 60 ประเทศได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การขยายพื้นที่ และการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลกด้านการบริหารจัดการคลังสินค้ามาใช้ ยกระดับความมั่นใจด้านบริการหลังการขายแก่ลูกค้ารถยนต์ฟอร์ด พร้อมตอกย้ำการเป็นฐานกระจายอะไหล่ที่สำคัญของฟอร์ดในภูมิภาค

ฟอร์ด 1

 

“การจัดส่งอะไหล่ที่รวดเร็วและแม่นยำ นับเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการยกระดับประสบการณ์หลังการขาย ฟอร์ดจึงได้เพิ่มพื้นที่ในศูนย์กระจายอะไหล่ฟอร์ด พร้อมนำระบบการจัดเก็บและจัดส่งอะไหล่ใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ มาดำเนินการ ซึ่งจะมีการนำข้อมูลจากอดีตมาปรับปรุงและพัฒนาให้ระบบใหม่ทำงาน ได้ดียิ่งขึ้น ความท้าทายที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ในขณะนี้ได้รับการแก้ไขจนใกล้เข้าสู่สถานะปกติแล้ว ซึ่งจะเป็นการเรียนรู้ที่ดีสำหรับระบบใหม่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อการส่งมอบอะไหล่ที่ราบรื่นหลังจากนี้” สุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด 3

พื้นที่ 40,000 ตารางเมตร รองรับการจัดเก็บและส่งอะไหล่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 24 ชั่วโมง

ศูนย์กระจายอะไหล่สินค้าฟอร์ด จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า จากเดิมมีพื้นที่จัดเก็บชิ้นส่วนอะไหล่และจุดสำหรับขนส่ง 26,000 ตารางเมตร ปัจจุบันฟอร์ดได้เพิ่มพื้นที่ขึ้นอีกราว 50% เป็น 40,000 ตารางเมตร เพิ่มความมั่นใจเรื่องพื้นที่จัดเก็บอะไหล่ที่มากพอ ทำให้จัดเก็บอะไหล่ได้เพิ่มขึ้น 40% โดยจัดเก็บอะไหล่ได้มากกว่า 40,000 รายการ รวมกว่า 4,300,000 ชิ้น มูลค่าสินค้าในคลังสินค้ารวมกว่า 1.5 พันล้านบาท โดยฟอร์ดยังมีนโยบายการจัดเก็บอะไหล่สำหรับรถยนต์ทุกรุ่นเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี รวมถึงอะไหล่สำหรับรุ่นที่กำลังจะเลิกผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าที่ใช้รถมานานแล้ว จะยังมีอะไหล่เพียงพอสำหรับการซ่อมบำรุงในอนาคต

ฟอร์ด 2

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถฟอร์ดที่สำคัญ โดยมีโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) และ ไทยยังเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Global Spare Part Hub) ที่ศูนย์กระจายอะไหล่ฟอร์ดเปิดดำเนินการจัดส่งอะไหล่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีช่องขนถ่ายสินค้าที่ช่วยบริหารจัดการรถขนส่งและตู้คอนเทนเนอร์อย่างเป็นระบบ ขนส่งได้มากถึง 15-20 ตู้ต่อวัน หรือราว 100 ตู้ต่อสัปดาห์ ทำให้มีอะไหล่เต็มคลังสินค้าอย่างสม่ำเสมอ พร้อมต่อการกระจายอะไหล่และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าฟอร์ด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม

 

ระบบบริหารจัดการใหม่ ผสานเทคโนโลยี AI และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ศูนย์กระจายอะไหล่ฟอร์ดมีการนำเทคโนโลยีแบบทันสมัยผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามาใช้ร่วมกับระบบสแกนบาร์โค้ดแทนระบบแมนนวล เพื่อลดเวลา และเสริมการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังลดการใช้ทรัพยากร ตั้งแต่กระบวนการรับสินค้าเข้ามาจัดเก็บ ที่นำถาดพลาสติกใช้ซ้ำ (Returnable Box) แทนการใช้กล่องกระดาษแบบเดิม จนถึงกระบวนการจัดส่งสินค้าออก ซึ่งระบบดังกล่าวยังรองรับการทำงานแบบไม่ใช้กระดาษ (Paperless) ใช้การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งกระบวนการ จนถึงการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (E-invoice) ช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดความผิดพลาด เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ฟอร์ดก็มีแผนกพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจว่าสินค้าได้รับการจัดเก็บตามมาตรฐาน และเก็บรักษาได้ยาวนาน นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้พัฒนาระบบออนไลน์ที่อำนวยความสะดวกด้านการเคลมอะไหล่ให้ผู้จำหน่ายฟอร์ดสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งอะไหล่แบบทันท่วงทีได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการนำอุปกรณ์กล้องอัจฉริยะจากทางไกล (RealWear) มาใช้เพื่อตรวจสอบในกรณีที่พบสินค้าเสียหาย เพื่อลดระยะเวลาในการจัดส่ง และลดขั้นตอนการทำงานให้แก่ผู้จำหน่ายอีกด้วย

ฟอร์ด 5

ระบบจัดการที่เร็วขึ้น ช่วยให้สินค้าอะไหล่ถึงมือลูกค้าได้เร็วกว่าเดิม

โดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่มีการทำรายการสั่งสินค้าเข้ามาในระบบ ลูกค้าในกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลจะ รับอะไหล่ได้ภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าในจังหวัดอื่นๆ ทางศูนย์กระจายอะไหล่ฟอร์ดจะทำงานร่วมกับ 8 ศูนย์พันธมิตรกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทำให้สามารถจัดส่งสินค้าได้ในวันถัดไปหลังจากทำรายการ

ฟอร์ด 4

“การพัฒนาศูนย์กระจายอะไหล่แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการขยายพื้นที่จัดเก็บ แต่เป็นการยกระดับความสามารถเชิงกลยุทธ์ของฟอร์ด ในการดูแลลูกค้าอย่างยั่งยืน ด้วยระบบบริหารจัดการที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ เราสามารถสำรองอะไหล่ได้ครบครัน ย่นระยะเวลาการจัดส่ง และตอบสนองความต้องการได้อย่างแม่นยำทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือความมั่นใจที่ลูกค้าจะได้รับ ว่าเมื่อใดก็ตามที่ต้องการอะไหล่แท้จะถูกส่งถึงมืออย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับการบำรุงรักษาทั้งระยะสั้นและระยะยาวของรถฟอร์ดทุกคัน” สุรวัฒน์ กล่าวเสริม

สอบถามข้อมูลการบริการหลังการขายและติดตามสถานะอะไหล่ได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด (Ford Call Center) โทร. 1383