Home Blog Page 434

COROLLA CROSS สร้างปรากฏการณ์ยอดจองเฉพาะในงาน Motor Show 2020 ทะลุกว่า 400 คัน

0

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่านับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของโตโยต้าที่ Corolla Cross สร้างปรากฎการณ์ของคำนิยามใหม่ที่ว่า  A new journeyให้ชีวิตเดินทางจากรถยนต์นั่งสู่รถยนต์อเนกประสงค์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกการใช้งานละไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พิสูจน์ได้จากกระแสตอบรับของลูกค้าที่มาเข้าแถวรอที่บูท โตโยต้า ในงาน Bangkok International Motor Show 2020 อย่างล้นหลาม พร้อมกับจองรถรุ่นนี้ในงาน โดยมียอดจองสะสม 5 วันในงานถึงกว่า 400 คัน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบรับกับกระสที่สนใจอย่างล้นหลาม ทางบริษัทฯ ได้จัดแสดงโชว์รถ โตโยต้า โคโรลล่า ครอส เพิ่มเติม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ลูกค้าได้สัมผัสกับยนตรกรรมอเนกประสงค์ suv รุ่นใหม่ล่าสุดได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถสัมผัสรถโตโยต้า โคโรลล่า ครอส พร้อมทดลองขับรถจริง ได้กับกิจกรรมแนะนำรถที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย โตโยต้า ทั่วประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 24-26 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ Corolla Cross พร้อมรับข้อเสนอพิเศษได้ที่งาน Bangkok International Motor Show 2020  ะหว่างวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี และโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม เป็นต้นไป

หรือชมรถจริงเพิ่มเติมได้ที่ ชั้น 1 โซนอีเดน (Eden Zone) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 กรกฎาคม 2563

SUZUKI CELERIO ยอดขายสวนกระแสโควิด-19 เติบโตกว่า 444% ชูความเป็นอีโคคาร์คุ้มค่าคุณภาพสูง

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ถึงแม้ตลอดระยะเวลาตั้งเกิดวิกฤติโควิด-19 จนถึงปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์  มีตัวเลขยอดขายรถยนต์หดตัวลงเป็นอย่างมาก ด้วยหลายเหตุปัจจัยส่งผลต่อการปรับตัวของผู้บริโภคไปสู่วิถีในรูปแบบ NEW NORMAL ทั้งเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้า การเดินทางในชีวิตประจำวัน ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและรักษาระยะห่างจากผู้อื่นมากยิ่งขึ้น การเริ่มมองหารถยนต์ส่วนบุคคลมาเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยนอกจากความสะดวกสบายในการเดินทาง การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของชีวิต ยังมุ่งหวังในด้านของการลดสภาวะการเผชิญการเดินทางที่มีผู้คนแออัดเป็นจำนวนมากอีกด้วย แต่ด้วยสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ การคำนึงถึงความคุ้มค่า คุ้มราคา มาพร้อมกับความต้องการรถยนต์คุณภาพดี จึงเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นยอดขายรถยนต์หลายรุ่นของซูซูกิให้มีตัวเลขที่ดีเกินคาด

โดยเฉพาะกับ SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว ยอดจำหน่ายเริ่มมีการเติบโตตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562-เดือนมิถุนายน 2563 มียอดจำหน่ายรวม 2,432 คัน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในเดือนตุลาคม 2561-เดือนมิถุนายน 2562 คิดเป็นอัตราการเติบโต 262% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงถึง 444% มีตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 466 คัน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในเดือนมิถุนายน 2562 จำนวน 105 คัน ส่วนหนึ่งมาจากราคาจำหน่ายที่ลูกค้าสามารถตัดสินใจครอบครองเป็นเจ้าของได้ง่าย เริ่มต้นผ่อนเพียงเดือนละ 1,999 บาท หรือขับฟรี 90 วัน ผสานเข้ากับการออกแบบภายใต้แนวคิดเน้น “ความคุ้มค่าและประหยัดในการใช้งาน” รวมถึง “ความพึงพอใจในการขับขี่” ที่สามารถตอบสนองการใช้งานจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบที่มอบให้ทั้งประโยชน์ใช้สอยและความประหยัด ขนาดห้องโดยสารที่กว้างสบาย มีพื้นที่บริเวณเหนือศีรษะและพื้นที่วางขาสบายทั้งที่นั่งตอนหน้าและตอนหลัง พร้อมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ จุสัมภาระได้มากเกินคาด

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังมั่นใจได้ในสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มอบพละกำลังและความสามารถเกินตัว มีสมรรถนะการขับที่ดี ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 กม./ลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ผนวกกับรูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบให้ดูโดดเด่นสะดุดตา  เสริมความอุ่นใจด้วยระบบและอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก  ตอกย้ำภาพลักษณ์ของซูซูกิเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถอีโคคาร์

 นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับ CELERIO ซูซูกิเน้นกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าเป็นวัยทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่าด้วยคุณภาพ ให้ประโยชน์ใช้สอยสูงสุด มีสมรรถนะที่ดี มีความคุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันทุกวัตถุประสงค์   ส่งผลให้อีโคคาร์รุ่นนี้ยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง CELERIO เป็นรถยนต์อีกรุ่นของซูซูกิ ที่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมยอดขายรวมของซูซูกิให้เป็นไปเป้าหมายและถือครองส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 3% ในปีนี้

อย่างไรก็ตามซูซูกิยังคงคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีคุ้มค่าในทุกๆ ด้าน  อีกทั้งซูซูกิมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนายกระดับงานด้านบริการหลังการขายด้วยกลยุทธ์ในการดูแลและเข้าถึงลูกค้าด้วยความจริงใจและใส่ใจที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

SUZUKI CELERIO มีสีที่จำหน่ายเป็น สีขาว สีแดง สีเทาและสีดำ โดยมีชนิดรุ่นและราคาจำหน่ายที่

รายละเอียดรุ่น  เกียร์ราคา (บาท)
SUZUKI CELERIO  GA M/T          318,000
SUZUKI CELERIO  GL CVT          398,000
SUZUKI CELERIO  GX CVT          427,000

หมายเหตุ-สีขาวเพิ่ม 3,000 บาท

ทั้งนี้ ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับธนาคารชั้นนำที่มากขึ้นและเป็นทางเลือกที่ดีในการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วยโปรแกรมการส่งเสริมการขาย อาทิ รับข้อเสนอสุดพิเศษ ขับฟรี 90 วัน พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท หรือเลือก ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท  รวมไปถึงโปรแกรมมอบส่วนลดพิเศษเพิ่ม 10,000 บาท สำหรับลูกค้าเจ้าของรถยนต์ซูซูกิและครอบครัว หรือกลุ่มลูกค้าข้าราชการ  รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทมหาชน หรือลูกค้านำรถเก่ามาแลกรถยนต์ซูซูกิคันใหม่ และ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัท เอ ดับเบิลยู พี (ประเทศไทย) จำกัด ระยะเวลา 3 ปี รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิมากกว่า 123 แห่งทั่วประเทศ

ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

ช่องทางติดต่อทาง Call Center
โทรศัพท์พื้นฐาน     โทร 1800-600-900
โทรศัพท์เคลื่อนที่ โทร 1401-600-900

เอช เซม มอเตอร์ เปิดบ้านต้อนรับตัวแทนจำหน่ายและดีลเลอร์ทั่วประเทศ

0

คุณวันชัย ลี้นะวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด พร้อมวิศวกร ให้การต้อนรับและร่วมบรรยายเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติ การซ่อมบำรุง การรับประกันและการบริการหลังการขายของรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม ให้กับดีลเลอร์และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศที่เดินทางมาร่วมรับฟังข้อมูลพร้อมทดสอบสมรรถนะด้วยความสนใจ  ณ สำนักงานใหญ่ เอช เซม มอเตอร์ อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เชลล์ ประเทศไทย เปิดตัว “ออฟฟิศแห่งอนาคต” ปรับโฉมที่ทำงานใหม่ ชูแนวคิด Good Health & Well-being Workplace

0

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ชูแนวคิด “Good Health & Well-being Workplace” มุ่งเสริมสร้างพลังกายพลังใจที่ดี เพื่อให้พนักงานดูแลห่วงใยซึ่งกันและกัน เน้นเปิดใจเรียนรู้สิ่งที่จะสร้างคุณค่าให้กับตนเอง ลูกค้า และสังคม พร้อมปรับตัวนำการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะต่อสภาวการณ์ใหม่ แนวคิดดังกล่าวมุ่งเน้นดำเนินการผ่านโครงการ “ออฟฟิศแห่งอนาคต” ซึ่งนอกจากการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรแล้ว ยังปรับโฉมที่ทำงานใหม่ ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก คือ สุขภาพและสุขอนามัยที่ดีในสำนักงาน สภาพการทำงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ การส่งเสริมศักยภาพบุคลากรและการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ทั้งนี้เป็นการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระยะฟื้นฟูและการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตหลังการระบาดของโรคโควิด-19 โดยเป็นการดำเนินการที่ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยจากภายในสู่ภายนอก

นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงวิกฤตโรคระบาดที่ผ่านมา เราได้วางกลยุทธ์การบริหารจัดการด้านต่างๆ เพื่อให้ทีมงานเชลล์ทุกคนเผชิญหน้ากับสภาวการณ์ที่เราไม่คุ้นเคยและยังมีความไม่แน่นอนในหลายด้าน นับว่าเป็นความท้าทายที่ต้องจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้พนักงานของเชลล์ทุกคนมีพลังกายพลังใจที่ดีในการทำงาน เราใช้แนวคิด Good Health & Well-being Workplace ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับการดูแลซึ่งกันและกัน ทุกคนต้องปรับตัวเอง ปรับทีม ปรับวิธีการทำงานอย่างรวดเร็ว และมีการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด พร้อมเปิดใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา”

แนวคิด Good Health & Well-being Workplace ประกอบด้วยการดำเนินการที่มุ่งเน้นใน 3 ด้าน

  • สุขภาพและสุขอนามัยที่ดีในสำนักงาน (Healthy & Hygienic Office) ซึ่งสะท้อนความห่วงใยและความปลอดภัยของพนักงานทุกคน สำหรับเชลล์ การดูแลสุขภาพและสุขภาวะของพนักงานคือหนึ่งในเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ การดูแลนี้ครอบคลุมการวางแผนการทำงานร่วมกับพนักงาน ส่งเสริมให้มีความคล่องตัว ทั้งการทำงานที่ออฟฟิศและการทำงานที่บ้าน สำหรับในออฟฟิศ บริษัทมีมาตรการรักษาระยะห่างทางกายภาพ (Physical Distancing) นวัตกรรมอุปกรณ์และโต๊ะทำงานที่ดีต่อสรีระของผู้ใช้งาน (Ergonomics, Home Furniture and IT Equipment) เช่น จอคอมพิวเตอร์ โต๊ะที่สามารถปรับระดับความสูงและลักษณะการใช้งานให้สอดคล้องกับพนักงานแต่ละคน ซึ่งมีความต้องการสภาพที่ทำงานและบรรยากาศการทำงานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีศูนย์กีฬาและออกกำลังกายที่พนักงานสามารถใช้งานได้แบบออนดีมานด์ (On-demand) เพื่อสร้างเสริมสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ สำหรับมาตรการที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เชลล์ยังคงเน้นย้ำให้ทุกคนรักษาระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรค เชลล์ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยแบบครบวงจรทั้งในออฟฟิศ และในพื้นที่ส่วนตัว เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและครอบครัว ทั้งความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับการทำงาน การเดินทาง การพักผ่อน รวมถึงผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ดังนั้นจึงได้ยกระดับมาตรการด้านความสะอาดภายในสำนักงาน อาทิ การ เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดออฟฟิศ โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อย ทุกๆ 2 ชั่วโมง การจัดหาหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์จำเป็นเพื่อสุขอนามัย การตั้งจุดฆ่าเชื้อในสถานที่ทำงาน ที่มีทั้งเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ทิชชู่เปียกฆ่าเชื้อ และสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เพื่อใช้งานตามความเหมาะสมและสะดวกในการดูแล ทั้งยังมีการปรับกฎระเบียบการใช้งานลิฟต์โดยสาร การจำกัดจำนวนพนักงานในโต๊ะและที่นั่งในอาคาร และจำนวนผู้ใช้งานในห้องประชุม

  • สภาพการทำงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Energy Efficiency & Environmentally Friendly Space) แม้ว่าจะเกิดผลกระทบจากโควิด-19 แต่เชลล์ยังมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ทำงานและพนักงาน เชลล์จึงจัดสรรทรัพยากรที่จำกัดด้วยความเอาใจใส่ มุ่งเน้นประสิทธิภาพ ประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัล และให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานที่สะอาดขึ้น แต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทได้เน้นแนวทางการทำออฟฟิศที่ส่งเสริมให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล อาทิ การเพิ่มและรักษาพื้นที่สีเขียว เพิ่มจำนวนต้นไม้ ทั้งในและนอกอาคาร คัดแยกและจัดการขยะแต่ละประเภท ลดการใช้พลาสติก ติดตั้งระบบปิดไฟฟ้าและน้ำอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้ ติดตั้งแผงโซลาร์ตามจุดต่างๆ ทั้งบนอาคารและที่จอดรถ เพื่อนำพลังงานเข้ามาใช้ในออฟฟิศในขณะที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดทั้งระบบการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น

  • การส่งเสริมศักยภาพบุคลากรและการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ (Talent Engagement & Learner Mindset) เพื่อให้พนักงานมีพลังในการทำงาน ทั้งทางกายภาพและเชิงความคิดความสามารถ เชลล์มุ่งส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาตนเอง เพิ่มพูนศักยภาพการทำงาน ฝึกทักษะใหม่ๆ และเปิดโอกาสให้มีประสบการณ์การทำงานในสายงานที่ตนสนใจและมีศักยภาพในการเติบโต พร้อมทั้งยังส่งเสริมให้เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างเปิดกว้างแบบ Learner Mindset ซึ่งมีคุณสมบัติ อาทิเช่น การเป็นผู้ใฝ่รู้ การเรียนรู้จากข้อผิดพลาด การแสวงหาแหล่งความรู้ใหม่ๆ การเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานในลักษณะงานที่อาจแตกต่างหรือเพิ่มเติมจากงานเดิม รวมไปถึงการปรับใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลในการทำงาน

“สถานการณ์โควิด-19 ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคล สิ่งที่เชลล์มุ่งเน้นคือ การสร้างและพัฒนาคนของเราให้พร้อมปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเสมอ เมื่อพนักงานของเราปลอดภัย แข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเรียนรู้ ประกอบกับมีความเห็นอกเห็นใจผู้คนรอบตัว ก็จะสามารถส่งต่อความห่วงใยไปยังครอบครัวของเขา ลูกค้า คู่ค้า และสังคมโดยรวม สำหรับเชลล์ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเดินหน้าส่งมอบพลังงาน ตลอดจนทำให้ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่มีคุณภาพ ของเราได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่มีความปลอดภัย มีเศรษฐกิจที่มั่นคง และมีความสุข ทั้งในวันนี้และวันต่อๆ ไป” นายปนันนท์ กล่าวสรุป

นิสสัน ประกาศแต่งตั้ง เอกรัฐ โบษกรนัฎ เป็นรองประธานสายงานการขาย ประจำประเทศไทย

0

นิสสัน ประกาศแต่งตั้ง เอกรัฐ โบษกรนัฎ ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานสายงานการขาย ประจำประเทศไทย โดยเอกรัฐจะรายงานตรงต่อราเมช นาราสิมัน ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะรองประธานสายงานการขาย ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา เอกรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารงานด้านการขายรถยนต์ภายในประเทศ กิจกรรมส่งเสริมการขาย รวมถึงการดำเนินงานเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของนิสสันในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ เอกรัฐยังรับผิดชอบในการกำหนดแผนกลยุทธ์การขาย แนวทางการปฏิบัติการด้านการขาย และโปรแกรมส่งเสริมการขายสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์ใช้แล้ว และงานบริหารการขายลูกค้ารายใหญ่ อีกด้วย

 

เอกรัฐมีประสบการณ์ในส่วนงานการขายในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 16 ปี และได้เข้าร่วมงานกับ นิสสัน ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปในปี พ.ศ. 2560 โดยก่อนหน้านี้ เขาได้ดำรงตำแหน่งในบริษัทยานยนต์ชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ รถบัส และรถบรรทุก

เอกรัฐสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาการบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และระดับปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเอกรัฐรับตำแหน่งต่อจาก รัฐการ จูตะเสน ซึ่งออกไปแสวงหาโอกาสอื่น ๆ นอกนิสสัน

มาสด้าสุดปลื้มครึ่งทางมอเตอร์โชว์ยอดจองพุ่งทะลุ 1,100 คัน

0

ผ่านไปแล้วครึ่งทางสำหรับงานมอเตอร์โชว์ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม และกำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 6 วันเท่านั้น ใครที่ยังไม่ได้ไปชมไปสัมผัสกับวิถีใหม่ new normal ขอให้รีบๆ ไปชมรถยนต์รุ่นใหม่ที่หลายค่ายต่างนำมาจัดแสดงกัน โดยเฉพาะรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีจากค่ายมาสด้าที่กำลังร้อนแรงมากที่สุดของงานฯ มีลูกค้าให้ความสนใจเข้าชมและจองซื้อกว่า 500 คัน โดยเฉพาะ CX-30, CX-8 รวมถึง CX-3 ใหม่ ที่ร้อนแรงเป็นพิเศษ

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผมขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูงที่เดินทางมาชมงานมอเตอร์โชว์ และสัมผัสยนตรกรรมภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่บูธมาสด้า หลังจากที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้เริ่มดีขึ้น ซึ่งมาสด้าได้นำยนตรกรรมหลากหลายรุ่นมาจัดแสดง พร้อมแนะนำ New Mazda CX-3 รถอเนกประสงค์น้องใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยคุณภาพเหนือราคา ซึ่งถือเป็นไฮไลท์เด็ดที่ดึงดูดลูกค้าให้เข้าชมไม่เว้นในแต่ละวัน แสดงให้เห็นถึงความนิยมและความเชื่อมั่นต่อแบรนด์มาสด้า รวมถึงเชื่อมั่นในเทคโนโลยีสกายแอคทีฟและการออกแบบอย่างสง่างามจาก โคโดะ ดีไซน์ จนทำให้รถยนต์มาสด้ามียอดจองสูงถึง 1,107 คัน

CX-30

ผ่านไปแล้วครึ่งทางสำหรับงานมอเตอร์โชว์ ปรากฏว่าลูกค้าต่างหลั่งไหลเข้าชมรถยนต์มาสด้าอย่างคับคั่งเกินความคาดหมาย มีลูกค้าจองซื้อรถยนต์มาสด้ารวมทั้งสิ้น 1,107 คัน โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์อเนกประสงค์จำนวน 522 คัน ประกอบด้วย Mazda CX-30 มีจำนวนมากที่สุดถึง 270 คัน ตามมาด้วย Mazda CX-3 จำนวนสูงถึง 150 คัน Mazda CX-8 จำนวน 62 คัน และ Mazda CX-5 จำนวน 40 คัน ส่วนรถยนต์นั่งก็ได้รับความนิยมสูงเช่นเดียวกัน มีจำนวนทั้งสิ้น 580 คัน แบ่งเป็น Mazda2 ที่ได้รับความนิยมตลาดกาล มีจำนวนสูงถึง 425 คัน Mazda3 ต้นแบบแห่งศิลปะความสง่างามเจ้าของรางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลกในปีนี้ จำนวน 155 คัน และรถปิกอัพมาสด้า BT-50 Pro จำนวน 5 คัน ทั้งนี้มาสด้ายืนยันพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าทันที

“นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของมาสด้าหลังจากเปิดตัวรถอเนกประสงค์หลากหลายรุ่น รวมถึงน้องใหม่ล่าสุด New Mazda CX-3 “ให้ชีวิตไปอีกขั้น” ที่มาพร้อมกลยุทธ์การสื่อสารที่โดดเด่น ตรงกลุ่มเป้าหมาย ให้ความคุ้มค่าคุ้มราคา ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจนทำให้ได้รับความนิยมอย่างดีเยี่ยมและมียอดจองสูงถึง 150 คัน และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจนี้ มาสด้าจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรม และยกระดับการให้บริการหลังการขายอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจยิ่งขึ้นและภูมิใจที่ได้ครอบครองยนตรกรรมมาสด้าไปตลอดการใช้งาน และเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่ตลอดไป” นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม

 

สำหรับลูกค้าที่สนใจอยากเป็นเจ้าของรถมาสด้าทุกรุ่น มาสด้าได้จัดข้อเสนอให้เลือกมากมายทั้ง ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย รวมทั้งของที่ระลึก Mazda Travel Bag มูลค่า 1,900 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขายที่บูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือทุกโชว์รูมทั่วประเทศ

โตโยต้า ร่วมกับ เซ็นทรัล เปิดบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อห้องโดยสารฟรี สำหรับรถยนต์ทุกยี่ห้อ

0

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวกิจกรรม “บริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารฟรี สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ” ณ ศูนย์การ ค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ราชประสงค์ 

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จับมือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลใส่ใจ เพิ่มความอุ่นใจและความปลอดภัยของลูกค้าที่เข้ารับบริการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้ง 23 สาขาทั่วประเทศ ในช่วงสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วยการมอบบริการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารให้กับรถยนต์ทุกรุ่นทุกยีห้อ ฟรีโดยไม่มีเงื่อนไข ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2563 เวลา 10:30-16:00 น. ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และเวลา 09:30-16:00 น. ทุกวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถสอบถามรายละเอียดพื้นที่การให้บริการของแต่ละสาขาฯ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าโตโยต้า 02-386-2000 หรือ www.toyota.co.th/customerservice

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งภายใต้โครงการ “โตโยต้าเคียงคู่ไทย สู้ภัย COVID-19” หรือ Toyota Stay with You ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสุขและร่วมเคียงข้างสังคมไทย

เบนซ์ไพรม์มัส มาแรง… 6 เดือนแรก ยอด Mercedes-AMG ทะลุเป้า 155% เดินหน้าจัดงาน Primus Star Phenomenon

0

เบนซ์ไพรม์มัส มาแรง! 6 เดือนแรก ประสบความสำเร็จ ดันยอดขาย Mercedes-AMG ทะลุเป้า 155% เร่งเครื่องรับตลาดรถหรูคืนชีพ จัดงาน Primus Star Phenomenon The All-In Offer เปิดตัว GLB จองวันนี้ ลุ้นทอง 1 ล้านบาท ดึงทัพรถใหม่กว่า 40 คัน จัดโปร ผ่อน 0.99% นาน 48 เดือน พร้อมแคมเปญหน้าฝน ส่วนลดอะไหล่แท้สูงสุด 20% ค่าแรงสูงสุด 15% เริ่มวันนี้ ถึง 2 ส.ค.63 เฉพาะที่เบนซ์ไพรม์มัส เท่านั้น

 นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคาวรคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยทำยอดขายรถสปอร์ตสมรรถนะสูง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” มากกว่าเป้าหมายที่บริษัทแม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) กำหนดไว้ถึง 155% อันแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของนโยบายในการบริหารงานที่เน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำตลาดรถหรูอย่างต่อเนื่องของบริษัทแม่

“ช่วงไตรมาสแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) สามารถทำยอดขายเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และทำยอดขายรวมในช่วงครึ่งปีแรก เติบโตเพิ่มอีก 1.6% ขณะที่ยอดขายในเดือนมิถุนายนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน อันแสดงให้เห็นว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเริ่มกลับมาใช้จ่ายมากขึ้น หลังวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย ผนวกกับบริษัทรถยนต์มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด พร้อมแคมเปญส่งเสริมการขาย เพื่อรองรับการจัดงานแสดงรถยนต์ “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ส่งผลทำให้ตลาดรถยนต์เริ่มคึกคักมากขึ้น คาดว่า จะส่งผลทำให้ตลาดรถยนต์โดยรวม ในช่วงครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” 

ด้วยเหตุนี้ ทาง “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ภายใต้ชื่อ  “Primus Star Phenomenon The ALL-IN Offer”  พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด The new GLB 200 Progressive รถคอมแพค เอสยูวี ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการออกแบบภายนอกให้มีความโดดเด่น แข็งแกร่ง และสง่างามตามแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในออกแบบห้องโดยสารให้โอ่โถงกว้างขวาง และสะดวกสบาย

อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยเบาะที่นั่ง 3 แถว ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบสำหรับการใช้งาน พร้อมระบบความปลอดภัย และความสะดวกสบายที่ตอบรับทุกการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัด อาทิ ฟังก์ชั่นการขับขี่, จอแสดงข้อมูลขนาดใหญ่ และระบบสัมผัสที่ควบคุมง่าย, ระบบมัลติมีเดีย MBUX รุ่นใหม่ พร้อม AI ที่ใช้งานได้หลากหลายและสั่งงานด้วยเสียง เป็นต้น

The new GLB 200 Progressive  สามารถโลดแล่นในทุกเส้นทางอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,332 ซีซี พร้อมเทอร์โบ อินเตอร์คลูเลอร์  ระบบเกียร์อัตโนมัติ  7G-DCT พร้อม Gearshift Paddles ที่ควบคุมได้บนพวงมาลัย กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ในเวลา 9.1 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 207 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมระบบต่างๆ ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด ในทุกเส้นทาง ด้วยราคาจำหน่าย  2,860,000 บาท ผู้สนใจสามารถสัมผัสตัวจริงได้ที่ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” และสั่งจองผ่านช่องทางออนไลน์ www.mercedes-benz.co.th พร้อมลุ้นสิทธิ์รับทองคำ มูลค่า 1,000,000 บาท

ภายในงานดังกล่าว ได้จัดแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี รุ่นต่างๆ ให้เลือกเป็นเจ้าของและทดลองขับมากกว่า 40 รุ่น ได้แก่ C300 e AMG Sport, Mercedes-AMG CLA 35 4MATIC สีเหลือง 2 คันสุดท้าย เป็นต้น พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ  ผ่อน  0.99% นาน 48 เดือน สำหรับจองและเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ทุกรุ่น

พิเศษ! เฉพาะวันที่ 18-19 กรกฎาคม ศกนี้ พบกิจกรรมเปิดประสบการณ์แห่งความแรงกับ Mercedes-AMG รุ่น GT 53 4MATIC, GT 63 S 4MATIC +4Door Coupe, GT-C Roadster, GT-C Roadster Edition 50th,  GT-C Roadster Facelift เป็นต้น พร้อมร่วมพิสูจน์ความแรงกับ Instructor ระดับโปร ในรุ่น Mercedes-AMG C 63 S Coupe, Mercedes-AMG GT R และ Mercedes-AMG GT C Roadster

พร้อมกิจกรรมเวิร์คช็อปสุด Exclusive กับการปรุงแต่งกลิ่นหอมในสไตล์คุณ! ตามแบบฉบับของ Organika House โดยศรีริต้า เจนเซ่น ร่วมปรุงแต่งกลิ่นที่ชื่นชอบจาก Pure Essential Oil และบรรจุในขวด Essential Oil เพื่อเป็นของที่ระลึก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และรับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษ 10% เมื่อเลือกเป็นเจ้าของ Go Pro รุ่น Hero 8 Black

นายณัฏฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนด้านบริการหลังการขาย ทาง “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์”  ได้จัดแคมเปญพิเศษ “Mercedes-Benz SAFE & SAVE” เพื่อเชิญชวนลูกค้าให้สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการดูแลรักษารถยนต์ให้มีประสิทธิภาพในช่วงหน้าฝน ด้วยการมอบส่วนลดพิเศษค่าแรงสูงสุด 15% ค่าอะไหล่แท้สูงสุด 20% สำหรับอะไหล่ด้านการบำรุงรักษารถยนต์ รวม 23 รายการ ได้แก่ น้ำมันเครื่อง, ไส้

กรองน้ำมันเครื่อง, แบตเตอรี่, ไส้กรองแอร์, ผ้าเบรก, จานเบรก, ยางแท่นเครื่อง, น้ำมันเกียร์, ไส้กรองอากาศ, โช้คอัพ, น้ำยา Adblue, น้ำมันเบรก, ใบปัดน้ำฝน, น้ำยาล้างกระจก, หัวเทียน, ไส้กรองเบนซิน, ไส้กรองเกียร์, น้ำยาหม้อน้ำ, สายพาน, หม้อน้ำ, ไดชาร์จ, ไดสตาร์ท และปั๊มน้ำ เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม ศกนี้ รับฟรี! ร่มกอล์ฟ 2 ชั้น Limited Edition มูลค่า 890 บาท และบัตร Gift Voucher ส่วนลดพิเศษ มูลค่า 1,000 บาท เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการในครั้งต่อไป

“ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม) ฝ่ายขาย เปิดให้บริการทุกวัน วัน

จันทร์ – วันเสาร์ เวลาทำการ 08.30 – 19.00 น. และวันอาทิตย์ เวลาทำการ 10.00 – 16.00 น. ฝ่ายบริการหลังการขาย เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลาทำการ 08.30 – 17.30 น.สำหรับท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.benzprimus.com หรือโทรศัพท์ 02 095 5555

มอตโต้ กรุ๊ป เปิดตัว “มอตโต้ราคาดอทคอม” เว็บไซต์เช็คราคารถมือสอง ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

0

เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย “Thailand 4.0” ของภาครัฐ บริษัท มอตโต้ อ๊อคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวบริษัท มอตโต้ ราคา (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือผู้ให้บริการเว็บไซต์ www.mottoraka.com เว็บไซต์ภาษาไทยแห่งแรกที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลข้อมูลด้านราคาแบบการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่บริษัทฯ ต้องการนำพาธุรกิจยานยนต์ไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล  สอดคล้องกับการพัฒนาในด้านต่างๆ ของประเทศที่มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) มาใช้ในธุรกิจไทยมากขึ้น ทั้งในอุตสาหกรรมการเงิน ปิโตรเคมี การผลิต และการเกษตร

 

บริษัท มอตโต้ อ๊อคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการประมูลรถอันทันสมัย ปัจจุบัน นอกจากมีการจัดการประมูลรถใช้แล้วผ่านทางออนไลน์ บริษัทฯ ยังมีลานประมูลในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พิษณุโลก และนครราชสีมา  มอตโต้ อ๊อคชั่นมีรายได้รวมกว่า 6 พันล้านบาทต่อปีจากการขายรถใช้แล้ว และจากธุรกิจอื่นในเครือ ได้แก่ โลจิสติกส์ บริการสำหรับผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายรถใช้แล้ว และบริการตรวจสภาพยานพาหนะ

“ในช่วงระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมามอตโต้ เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการขายรถใช้แล้วทางออนไลน์แบบเรียลไทม์ในตลาดประเทศไทย เราได้นำข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมไว้มาวิเคราะห์และประมวลผลได้ข้อมูลด้านราคาประเมินที่เป็นกลางสำหรับรถมือสองในประเทศไทย ผมมั่นใจว่าเว็บไซต์มอตโต้ราคาดอทคอม (mottoraka.com) นี้จะสร้างมาตรฐานใหม่ด้านราคาให้กับวงการรถมือสองและธุรกิจยานยนต์ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงนี้ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์” มร. ไซมอน มอแรน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอตโต้ อ๊อคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท มอตโต้ ราคา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว   

 

มอตโต้ ราคา นำเทคโนโลยีที่ทันสมัย สะดวกและมีความน่าเชื่อถือระดับสูงมาใช้ในธุรกิจการซื้อ-ขายรถมือสองของประเทศไทย โดยเล็งเห็นว่าเว็บไซต์นี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคโดยตรงหรือผู้ประกอบการธุรกิจเต้นท์รถมือสองก็ตาม คลังข้อมูลของเว็บไซต์ มอตโต้ราคาดอทคอม นั้นเป็นข้อมูลเชิงลึกขนาดใหญ่เกี่ยวกับรถที่มีจำหน่ายในประเทศไทย โดยมีรายละเอียดครอบคลุมเกือบทุกด้าน อาทิ รุ่น รุ่นย่อยมากกว่า 30,000 รุ่น ไมล์รถ สภาพรถ และราคา ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรถสามารถค้นหาข้อมูลด้านราคาเฉพาะของรถแต่ละคันได้แบบเรียลไทม์ จึงทำให้ผลของราคาประเมินที่ได้นั้นโปร่งใส ยุติธรรมและเป็นราคาในปัจจุบัน

 

“ภายหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ ‘วิถีใหม่’ ของการดำเนินชีวิตและดูแลสุขภาพ กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน และหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของการ ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ’ ในช่วงเวลาเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ปรับตัวหันมาจับจ่ายซื้อของทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น  เราจึงเชื่อว่านี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะแนะนำบริการของเว็บไซต์ใหม่ของเรา ซึ่งจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญและช่องทางแก้ปัญหาที่จะตอบโจทย์หลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของจีดีพี (GDP) จะลดลงประมาณร้อยละ 6 และอัตราการว่างงานจะเพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 10 ล้านคน ส่งผลให้กำลังซื้อลดลงตามไปด้วย ทำให้แนวโน้มความต้องการรถมือสองเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากคนที่ว่างงานอาจมีความจำเป็นต้องซื้อรถเพื่อประกอบอาชีพหารายได้ ต้องการลดค่าใช้จ่าย หรืออาจต้องการรักษาการเว้นระยะห่างจึงหลีกเลี่ยงการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในระหว่างที่รอให้มีการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19” มร. มอแรน กล่าวเสริม

  

นอกจากบริการเช็คราคากลางของรถแล้ว เว็บไซต์มอตโต้ราคาดอทคอม ยังเป็นแพลตฟอร์มตลาดรถ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าไปโพสต์ลงประกาศฝากซื้อ-ฝากขายรถ พร้อมบทความอัปเดตความเคลื่อนไหวในแวดวงยานยนต์ การทดสอบรถรุ่นใหม่อย่างละเอียด ตลอดจนเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลรักษารถ และไลฟ์สไตล์จากทั้งในและต่างประเทศที่ได้คัดสรรมานำเสนออย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่เพียงแต่ผู้บริโภคโดยตรงเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากการเช็คราคากับทาง มอตโต้ ราคา (MottoRaka) แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องในการซื้อ-ขายรถ ได้แก่ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ประกอบการธุรกิจเต้นท์รถมือสอง ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ตลอดจนบริษัทประกันภัย ที่สามารถใช้ประโยชน์จากราคาประเมินนี้มาอ้างอิงในการดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

 

ทั้งนี้ เนื่องจากในปีพ.ศ. 2562 ตลาดรถมือสองมีมูลค่ารวมประมาณ 140 พันล้านบาท จึงมีการประมาณการณ์ว่าจะมีการเติบโตขึ้นร้อยละ 5 – 7 ในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทำให้มูลค่ารวมทางการตลาดโดยประมาณอาจลดลงถึงร้อยละ 15 – 25 ซึ่งนับว่ายังเป็นสัญญาณเชิงบวกเมื่อเทียบกับตลาดรถใหม่ซึ่งอาจลดลงถึงร้อยละ 30 – 40 ในปีนี้

เอ.พี. ฮอนด้า ยกระดับสู่มาตรฐานระดับโลกครั้งแรกของประเทศไทย ด้วยชุดแข่งติดตั้งแอร์แบ็ก

0

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ต เดินหน้าสานต่อโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ประกาศปรับรูปแบบการพัฒนาเด็กไทยสู่ “โมโตจีพี” อย่างเข้มข้น สร้างมาตรฐานใหม่ “ชุดแข่งติดตั้งแอร์แบ็ก” นำเข้าจากญี่ปุ่นครั้งแรกในไทย หวังยกระดับความปลอดภัยให้กับนักบิด พร้อมประเดิมเปิดฉาก “เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี่ 2020” สนามแรก 17-18 กรกฎาคมนี้ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์ยากลำบากของวงการกีฬาทั่วโลก จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตก็ได้รับผลกระทบโดยตรง โดย เอ.พี. ฮอนด้า ก็ได้มีการปรับแผนสำหรับโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถดำเนินการในปีนี้ จากสถานการณ์โควิดได้อย่างราบรื่น

“ในปีนี้เรายืนยันที่จะสานต่อโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ด้วยความมุ่งมั่น และมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักแข่งไทยให้ก้าวสู่รายการโมโตจีพี ให้ได้ภายในปี 2025 โดยการจัดการแข่งขันรายการต่างๆ จะต้องดำเนินการตามมาตรการที่ประกาศจากทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด ส่วนการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนานักแข่งในปีนี้ จะยังคงเน้นให้มีการยกระดับศักยภาพของนักแข่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเช่นเคย”

สำหรับประเด็นสำคัญที่เปลี่ยนแปลงและเป็นการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตครั้งใหญ่ นั่นคือ การสร้างมาตรฐานใหม่ของชุดแข่งที่ติดตั้งแอร์แบ็ก อุปกรณ์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ช่วยลดแรงกระแทกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ เป็นครั้งแรกในไทยที่ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

นางจุฑามาศ อินปริงกานันท์ ผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานกีฬายานยนต์ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันนอกจากรถแข่งที่เราใช้จะเป็นมาตรฐานระดับโลกอย่าง Honda NSF100 และ Honda NSF250 สเปกเดียวกับรถแข่งรุ่นโมโตทรี หลังจากนี้อุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างชุดแข่งที่มีแอร์แบ็กเข้ามาเสริม ก็จะยกระดับมาตรฐานเหมือนกับรายการโมโตจีพี ตามที่ทาง FIM ประกาศให้นักแข่งทุกรุ่นต้องสวมเรซซิ่งสูทที่มีระบบความปลอดภัยดังกล่าวด้วย โดยชุดแอร์แบ็กที่เรานำเข้าจากญี่ปุ่นจะถูกสวมใส่ให้กับเด็กๆ ที่ลงแข่งขันในรายการ เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี่ และ เอ.พี. ฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเล้นต์ คัพ ตั้งแต่ปี 2020 นี้เป็นต้นไป

ขณะที่รูปแบบของโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ในปี 2020 จะมีความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ในโครงการ เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี่ ซึ่งจะเว้นวรรคการออดิชั่น คัดเลือกนักบิดเยาวชนทั่วประเทศออกไปก่อน 1 ปี นักบิดรุ่นจิ๋วที่ผ่านการคัดเลือกในปี 2019 ที่ผ่านมา จะได้รับการคัดเลือกโดยตรงเข้าสู่ เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี่ 2020 จำนวน 14 คน รวมกับเด็กที่ร่วมการแข่งขันในปี 2018 อีก 3 คน รวมทั้งสิ้น 17 คน เพื่อเข้าร่วมโครงการนี้อย่างต่อเนื่องในปี 2020 – 2021

ขณะเดียวกันรูปแบบการฝึกสอนจะเน้นหนักในเรื่องการ Training ในด้านต่างๆ ทั้งทักษะขับขี่, Physical การเสริมสมรรถนะทางร่างกาย, Attitude การสร้างทัศนคติ และสร้างความมีวินัยในการเป็นนักแข่งที่ดี ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของนักแข่งระดับโลก ที่นักบิดไทยจะต้องได้รับการพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่จุดนั้นให้ได้

“ปกติจะมีเทรนเนอร์ชาวญี่ปุ่นจาก HRC จำนวน 2 คน ได้แก่ ชินอิจิ อิโตะ อดีตนักบิดเวิลด์จีพีของฮอนด้า และ ทาคาชิ คามาตะ โค้ชผู้ชำนาญการด้านบริหารร่างกายสำหรับนักแข่ง แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด ส่งผลถึงการเดินทางข้ามประเทศ ในปีนี้เราจึงให้ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดโมโตทูคนแรกของไทยเป็นกำลังหลักในการฝึกสอน โดยนำ Know How จากโค้ชญี่ปุ่นมาถ่ายทอดให้กับเด็กๆ ซึ่งผู้ชนะประจำปีจะไม่ได้พิจารณาจากผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่เราจะให้น้ำหนักไปที่การ Training ด้วย โดยน้องๆ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแสดงศักยภาพของการฝึกซ้อมออกมาให้เห็นอย่างสม่ำเสมอ” ผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานกีฬายานยนต์ เอ.พี. ฮอนด้า กล่าวสรุป

การแข่งขัน เอ.พี. ฮอนด้า อะคาเดมี่ 2020 จะแข่งขันทั้งสิ้น 7 สนาม สนามละ 2 เรซ ออกสตาร์ทสนามแรกในวันที่ 16-17 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ โดย 2 สนามแรก จะเน้นการฝึกทักษะและความแข็งแกร่ง ก่อนที่ 5 สนามถัดไปจะเป็นการแข่งขันจริงเพื่อเก็บคะแนนสะสมแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” เพื่อเป้าหมายพัฒนานักแข่งไทยสู่ศึกรถจักรยานยนต์ระดับโลก โมโตจีพี ภายในปี 2025 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth