Home Blog Page 436

โตโยต้าขับเคลื่อนประสบการณ์รูปแบบวิถีใหม่ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

0

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดบูทโตโยต้า ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ครั้งที่ 41 (The 41st Bangkok International Motor Show) นำเสนอรถยนต์รุ่นล่าสุด และรถยนต์หลากหลายรุ่น พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) ในแบบวิถีใหม่ (New Normal) ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมจัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ภายใต้แนวคิด “องค์กรแห่งการขับเคลื่อนที่จะอยู่เคียงข้างคุณ” (Mobility Company that always stay with you) ด้วยการเดินหน้ามอบความสุขและความปลอดภัยให้กับทุกคน ตามหลักปรัชญาของโตโยต้าที่มุ่งสร้างสรรค์ “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever Better Car) โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น ในครั้งนี้บูทโตโยต้าได้นำเสนอการชมและซื้อรถในรูปแบบ New Normal หรือ วิถีใหม่ ผ่านการจัดแสดงรถรุ่นใหม่ล่าสุด และยานพาหนะส่วนบุคคล (Personal Mobility) ที่จะใช้สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ณ กรุงโตเกียว นอกจากนั้นลูกค้าจะได้พบกับประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) และประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) พร้อมกันนี้ทุกท่านจะได้สัมผัสถึงความสุข ความสนุก กับกิจกรรมส่งเสริมการขายอีกมากมายที่โตโยต้าตั้งใจมอบให้ตลอดทั้งงานและที่สำคัญเพื่อให้สอดรับกับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 เรายังมีมาตรการคัดกรองที่เข้มงวด การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และการทำความสะอาดบริเวณจุดต่างๆ เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังในด้านความปลอดภัยของลูกค้า อีกทั้งการลงทะเบียนเยี่ยมชมแบบ Fast Lane Booking และ Test Drive Booking ล่วงหน้า เพิ่มความอุ่นใจและความรวดเร็วของลูกค้าตลอดการเยี่ยมชมภายในงาน

ไฮไลท์ : ยานพาหนะเพื่อการขับเคลื่อนส่วนบุคคล (Personal Mobility)

ยานพาหนะเพื่อการขับเคลื่อนส่วนบุคคลชนิดเคลื่อนที่ ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในการเคลื่อนที่ ทั้งภายในและโดยรอบสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ณ กรุงโตเกียว

 

รถยนต์โตโยต้าที่จัดแสดงภายในงาน

ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่…พลังแกร่งเหนือนิยาม  (THE UNBEATABLE)” กับรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความแข็งแกร่ง ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-Beam ไฟ LED Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED Light Guiding เพิ่มความโดดเด่นในยามค่ำคืน รูปลักษณ์ภายใน เพิ่มความล้ำสมัยด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay เชื่อมต่อทุกความบันเทิงได้อย่างอิสระ พร้อม T-Connect ระบบเชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วงล่างปรับปรุงและพัฒนาขึ้นใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของการดูดซับแรงกระแทกของโช๊คอัพและเปลี่ยนวัสดุของแหนบ เพื่อยกระดับความนุ่มสบายให้มากยิ่งขึ้น เสมือนนั่งรถ SUV ระดับหรู โดยที่ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในด้านความแกร่งทนทาน และอัตราการรับนํ้าหนักได้ดีเช่นเดิม ครบครันด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)

“ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นพิเศษ Rocco” ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน ด้วยชุดตกแต่งพิเศษ อาทิ สปอร์ตบาร์ และล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ พร้อมยางแบบ White Letters ที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ดุดัน และพรีเมียม ด้วยการออกแบบกระจังหน้าและกันชนหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น Rocco ที่แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน นอกเหนือจากนี้ ภายในห้องโดยสาร ยกระดับความพรีเมียมด้วยวัสดุตกแต่งแบบพิเศษ และไฟส่องสว่าง ในด้านสมรรถนะการขับขี่ได้ปรับปรุงขุมพลังใหม่กับ เครื่องยนต์ GD เจเนเรชั่นที่ 2 “GD Super Power”  ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร  พร้อมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพการขับขี่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ที่ทำงานร่วมกับช่วงล่างใหม่ Super Flex Suspension ที่เกาะถนนและนุ่มนวลยิ่งขึ้น เพิ่มสมรรถนะการบุกตะลุย มอบประสบการณ์การขับขี่ ขึ้น-ลงเขาที่ง่ายดายกว่าเดิม

พร้อมเป็นเจ้าของโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่  ราคาเริ่มต้นเพียง 544,000 – 1,239,000 บาท

พิเศษ สำหรับทุกรุ่นรับแพ็คเกจการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมค่าแรงเช็กระยะฟรีไปจนถึง 100,000 กม. รวมมูลค่า 30,000 บาท เพิ่มเติม สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า รับ Toyota Privilege More วันนี้ ถึง 30 กันยายนเท่านั้น

 

“โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่…สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ (Wisdom of a Leader)” ที่ออกแบบและพัฒนารูปลักษณ์ให้มีความ Prestige & Cool” มากยิ่งขึ้น สะท้อนตัวตนความเป็นผู้นำของผู้ขับขี่อย่างมีระดับ เน้นความหรูหราและทันสมัย ตอบโจทย์ทุกกลุ่มอายุ ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว และใช้งานในชีวิตประจำวัน ในครั้งนี้ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่ มาพร้อมกันถึง 2 รุ่น 2ดีไซน์ โดยมีรุ่นมาตรฐานและรุ่นพิเศษ

  • รุ่นมาตรฐาน รูปลักษณ์ภายนอก ที่ปรับดีไซน์กระจังหน้าใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแถบกันชนล่างสีเงิน เพิ่มความรู้สึกแข็งแกร่งให้กับตัวรถ ดูหรูหรา บึกบึนมากยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงเครื่องยนต์ 2.4 GD Super Power ให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม และตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบบังคับเลี้ยวแบบ VFC (Variable Flow Control) ทำให้น้ำหนักพวงมาลัยแปรผันตามความเร็ว ควบคุมรถได้แม่นยำและมั่นใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังปรับล้ออัลลอย 18 นิ้วดีไซน์ใหม่ให้รับกับตัวรถ

ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เริ่มต้นเพียง 1,319,000 – 1,494,000 บาท  (ตั้งแต่เปิดตัว- 30 กันยายน 2563)

  • รุ่น Legender (เลเจนเดอร์) มาพร้อมกับเส้นสายที่ดูเฉียบคมมากยิ่งขึ้น ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพิ่มความโฉบเฉี่ยว ด้วยสัดส่วนกระจังหน้าที่แตกต่าง เพิ่มความทันสมัยด้วย ไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential ไฟสูงและไฟต่ำแบบ LED พร้อมปรับดีไซน์กันชนหลังใหม่ให้สอดรับกับดีไซน์ด้านหน้าอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนลายล้ออัลลอย 20 นิ้วเป็นดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับหลังคาทูโทน ให้ความโดดเด่น ยกระดับการเป็น Flagship Model สะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ตระดับผู้นำ ดีไซน์หรูหรา แบบ Sport Premium PPV

ราคาเริ่มต้นเพียง 1,564,000 – 1,839,000 บาท 

สำหรับลูกค้าที่ซื้อ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่ รับสิทธิ์ซื้อรถราคาแนะนำในรุ่นมาตรฐาน และทุกรุ่นจะได้รับแพ็คเกจการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็กระยะจนถึง 100,000 กม. มูลค่ากว่า 45,000 บาท เพิ่มเติม สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า รับ Toyota Privilege More พิเศษวันนี้ ถึง 30 กันยายนเท่านั้น

 

“โคโรลล่า ครอส” ใหม่…ให้ชีวิตเดินทาง (A New Journey)” รถยนต์อเนกประสงค์ SUV ที่ได้รับการออกแบบภายนอกให้ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และมีความแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสารกับที่สุดแห่งความกว้างขวาง สะดวกสบายพร้อมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย อีกทั้งยังมอบความเงียบภายในห้องโดยสารได้อย่างยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ทุกการใช้งานและทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick activated และกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic view monitor) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้สมรรถนะที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่   มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ทั้งแบบเบนซิน และแบบไฮบริดรุ่นล่าสุดเจเนเรชันที่ 4  ที่ให้ทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจและประหยัดน้ำมัน

            นอกจากนั้นยังนำเสนอ รุ่นตกแต่ง ณ จุดขาย ใน 2 สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ A New Journey ของทุกคนที่แตกต่างกัน

  • Urban sport style เพิ่มความสปอร์ต สะท้อนความเป็นตัวคุณให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง
  • Adventure style เพิ่มดีไซน์ให้ดุดัน พร้อมลุยได้ทุกที่ ตอบโจทย์คนที่ชอบการเดินทาง ท่องเที่ยว เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่และท่องเที่ยว ตกแต่งด้วยชุดสปอยเลอร์รอบคัน และคิ้วตกแต่งประตูหลัง

พร้อมเป็นเจ้าของ โคโรลล่า ครอส ใหม่

เครื่องยนต์เบนซิน  ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 959,000 บาท (เปิดตัววันนี้ – 30 กันยายน 2563 มีจำนวนจำกัด)

รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด  ราคาเริ่มต้นเพียง 1,019,000 – 1,199,000 บาท 

พิเศษ สำหรับลูกค้าซื้อ โคโรลล่า ครอส ใหม่ วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563 เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.85% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care หรือเลือกรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.29% สำหรับรุ่น 1.8 Sport พร้อมรับแพ็คเกจการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็กระยะจนถึง 100,000 กม. มูลค่ากว่า 34,000 บาทเพิ่มเติม สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า รับ Toyota Privilege More

 *หมายเหตุ – ราคาจะเพิ่มขึ้นสำหรับสีพิเศษในแต่ละรุ่นรถยนต์

ดูคาติเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในงาน Motor Show 2020

0

ดูคาติไทยแลนด์เปิดตัวบิ๊กไบค์ระดับพรีเมียมที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เผยโฉม 2 รุ่นใหม่ ทั้ง New Panigale V4 (พานิกาเล่ วีโฟร์ ใหม่ เวอร์ชั่นปี 2020) และ Scrambler 1100 Pro (สแครมเบลอร์ หนึ่งพันหนึ่งร้อย โปร) พร้อมเผยสีใหม่ Diavel 1260 S ในงานมอเตอร์โชว์ 2020

สมรรถ รอบบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือ ดูคาติไทยแลนด์ กล่าวถึงไฮไลท์ในการเข้าร่วมงาน Motor Show 2020 ว่า “สำหรับงาน Motor Show 2020 ในปีนี้ ดูคาติไทยแลนด์ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยการนำรถดูคาติที่ได้มีการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองการใช้งานทางด้านการขับขี่ทั้งในสนามแข่งขันและการใช้งานบนท้องถนนอย่าง New Panigale V4 (พานิกาเล่ วีโฟร์ ใหม่ เวอร์ชั่นปี 2020) และรถที่ขี่สนุก โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ พร้อมให้คุณใช้เทคโนโลยีในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ กับ Scrambler 1100 Pro (สแครมเบลอร์ หนึ่งพันหนึ่งร้อย โปร) นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถดูคาติในงาน ทั้งการผ่อนดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 72 เดือน และฟรีดาวน์ 15% ที่งาน Motor Show 2020 ตั้งแต่วันนี้-26 กรกฎาคม 2563 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี”

สำหรับรถดูคาติรุ่นใหม่ที่นำมาเปิดตัวในงาน Motor Show 2020 มีดังนี้

1.Ducati Panigale V4 MY 2020

พานิกาเล่ วีโฟร์ ใหม่ เวอร์ชั่นปี 2020 ได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพอย่างไม่หยุดยั้ง ยกระดับความเป็นมืออาชีพในสนามแข่ง ทำให้รถ Panigale V4 MY 2020 เป็นรถที่ง่ายต่อการควบคุม และสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้นทั้งในสนามแข่งและการใช้งานบนท้องถนน

เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale ถูกวางทำมุมในตำแหน่ง 90 องศา เช่นเดียวกับเทคโนโลยีที่ใช้ในรถ Ducati ใน MotoGP ความจุกระบอกสูบ 1,103 ซีซี โดยมีระบบ Desmodromic Timing, Counter-rotating Crankshaff ที่หมุนตรงกันข้ามกับเครื่องยนต์ทั่วไป เพื่อลดผลกระทบจากแรงเหวี่ยงของล้อ และ “Twin Pulse” fingle order การจุดระเบิด 2 ครั้งในการหมุน 90 องศา และด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ส่งผลให้เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale มีพละกำลังอยู่ที่ 214 แรงม้า ที่ 13,000 รอบต่อนาที และเรียกแรงบิดสูงสุดได้ที่ 124 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบต่อนาที และมาพร้อมกับล้อ Marchesini

ทางทีม Ducati และ Ducati Corse ได้ร่วมกันพัฒนารถโดยใช้ข้อมูลจากผู้ใช้รถ Ducati ทั้งการใช้งานบนท้องถนนทั่วไป และจากการแข่งขัน World Superbike จึงปรับเฟรมหน้าให้มีความแข็งแรงและมีการยืดหยุ่นที่ดี ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ต่างจาก Panigale V4 เวอร์ชั่นที่แล้ว ที่เฟรมหน้าและระบบช่วงล่างที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดขององศาการเอียงรถในขณะเข้าโค้งเช่นเดียวกันกับ V4 R ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าโค้งได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น สำหรับ V4 ตัวมาตรฐานจะใช้ช็อคอับหน้า Showa ขนาดลูกสูบ 43 มิลลิเมตร และกันสะบัดจาก Sachs พร้อมทั้งช็อคอับหลัง Sachs โดยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สามารถปรับระดับแรงกดสปริง, ความแข็งและความหนืดได้เช่นเดียวกัน และในเวอร์ชั่น S จะมีระบบช่วงล่างปรับอิเล็กทรอนิกส์ Ohlins NIX-30 สำหรับช็อคอับหน้า, กันสะบัดปรับไฟฟ้า Ohlins และช็อคอับ Ohlins TTX 36 ปรับไฟฟ้าเช่นกัน ทั้งหมดทำงานร่วมกับระบบ IMU ( Initial Measurement Unit ) 6 แกน จึงทำให้ Ducati Panigale V4 เวอร์ชั่นนี้ สามารถควบคุมได้ง่ายขึ้นและมีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม  โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ใน Panigale V4 เวอร์ชั่นปี 2020 เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่มีอยู่ใน Panigale V4 R ซึ่ง Ducati ได้ทำการพัฒนาระบบอากาศพลศาสตร์บนตัวรถ มีการคำนวณแรงกดอากาศในอุโมงค์ลมโดยใช้ระบบ preliminary CFD บนคอมพิวเตอร์ในการทดสอบและออกแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการยึดเกาะถนนและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ โดยพัฒนา New Aerodynamic package ใหม่ดังนี้

-แฟริ่งด้านข้างที่กว้างขึ้นและชิลด์หน้าใหม่ที่กว้างและสูงขึ้น เพื่อลดแรงลมที่มาปะทะกับผู้ขับขี่

-ช่องอากาศที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการไหลเวียนของอากาศผ่านระบบระบายความร้อนและออยล์คูลเลอร์ ถึง 6% หรือ 16% ตามความเร็วของรถ

-Aerofoils หรือ Winglets บริเวณด้านหน้า เมื่อทำงานร่วมกับอากาศพลศาสตร์ของชุดแฟริ่ง จะมีแรงกดอากาศที่ล้อหน้าเพิ่มขึ้นถึง 30 กก.ที่ความเร็ว 270 กม./ชม.   ทั้งนี้ สามารถเพิ่มสมรรถนะของ Panigale V4 MY 2020 ด้วยท่อไอเสีย Akrapovic racing exhaust system ซึ่งจะทำให้น้ำหนักรถโดยรวมลดลงถึง 6 กิโลกรัม และแรงม้าเพิ่มขึ้น 6% เป็น 226 แรงม้า ซึ่งจะทำให้อัตราส่วน แรงม้าต่อน้ำหนักรถอยู่ที่ 1.19 แรงม้าต่อ 1 กิโลกรัม สำหรับราคา Panigale V4 เวอร์ชั่น Standard อยู่ที่ 999,000 บาท และ Panigale V4 เวอร์ชั่น S อยู่ที่ 1,249,000 บาท เริ่มส่งมอบเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

  1. Ducati Scrambler 1100 Pro

 

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1,079 ซีซี 86 แรงม้า มาพร้อมระบบสมองกล ECU M4C โดย Continental และระบบเซ็นเซอร์ใหม่ “lambda sensor” รวมถึง “Map sensors” ที่ใช้ใน Panigale V4 ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบเเทรคชั่นคอนโทรลที่จะช่วยควบคุมการสไลด์ของตัวรถในขณะเจอสภาพถนนที่เปียกลื่น หรือแม้กระทั่งขณะเพลิดเพลินอยู่ในโค้งแล้วเผลอใช้คันเร่งแรงเกินไป โดยเมื่อรถมีอาการล้อหลังเริ่มหมุนเร็วกว่าล้อหน้า ตัวรถจะตัดกำลังของเครื่องยนต์ลงเพื่อรักษาอาการรถไม่ให้เสียอาการเนื่องจากล้อหลังสไลด์ หรือแม้กระทั่งการใช้เบรกอย่างเต็มน้ำหนักขณะรถเอียงอยู่ในโค้ง ระบบ Cornering ABS ก็จะช่วยไม่ให้รถลื่นไถลจากการใช้เบรกในโค้ง ควบคุมด้วยระบบล่าสุด “IMU แบบ 6 แกน” นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยน Riding Modes ได้ 3 รูปแบบ ทั้ง Active, Journey และ City ช่วยเพิ่มความมั่นใจและตอบโจทย์ได้ทุกการเดินทาง

สำหรับ Scrambler 1100 PRO มีดีไซน์สีทูโทน“Ocean Drive” ผนวกเข้ากับเฟรมสีดำและซับเฟรมหลังอลูมิเนียม มาพร้อมกับท่อไอเสียทรงใหม่ดีไซน์ออกคู่ด้านข้าง และการ์ดบังโคลนหลังที่ยึดป้ายทะเบียนด้านล่าง รวมถึงชุดโคมไฟหน้าแบบ “X-shape” อันเป็นเอกลักษณ์ ส่วน Scrambler 1100 Sport PRO มีการออกแบบที่เพิ่มเติมในหลายจุด โดยสะท้อนบุคลิกที่ดูสปอร์ตและความเป็นอิสระบนท้องถนนอย่างชัดเจน ด้วยสีดำด้านดุดัน และแฮนด์เดิลบาร์ทรงต่ำ รับกันกับกระจกส่องหลังสไตล์ “café racer” มาพร้อมกับช่วงล่างที่ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมจากช็อคอับระดับโลกอย่าง Öhlins ทั้งด้านหน้าและหลัง ตอกย้ำความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างชัดเจน โดยราคาของ Ducati Scrambler 1100 PRO อยู่ที่ 579,900 บาท และราคา Ducati Scrambler Special 1100 Sport PRO อยู่ที่ 659,000 บาท เริ่มส่งมอบเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

  1. Ducati Diavel 1260 Sการผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ของรถ Diavel และเครื่องยนต์ Testastretta DVT 1260 (เทสตาสเทรทต้า ดีวีที หนึ่งสองหกศูนย์) ที่มีวาล์วเดสโมโดรมิกแบบแปรผัน ทำให้การตอบสนองของคันเร่งมีความนุ่มนวลสูงสุดในรอบต่ำ และให้อารมณ์การขับขี่แบบสปอร์ตในรอบสูง ทำให้การขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงหรือการเข้าโค้ง มีความปลอดภัยจากเทคโนโลยีอันทันสมัย ทำให้ Ducati Diavel ใหม่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นและสุนทรียภาพในการขับขี่ไว้ได้อย่างลงตัว สำหรับราคา Diavel 1260 S สีแดง (Ducati Red) ใหม่ อยู่ที่ 999,000 บาท เริ่มส่งมอบเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

ALL-NEW SUZUKI XL7 นำทัพรถยนต์ซูซูกิ บุกงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

0

มร. มิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 หรือ 41th Bangkok International Motor Show 2020 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 นับเป็นงานแสดงรถยนต์งานแรกที่กลับมาจัดขึ้นอีกครั้งหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

โดยวิกฤติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มียอดขายหดตัวลงเป็นอย่างมาก แต่การกลับมาจัดงานอีกครั้ง นับตั้งแต่เลื่อนการจัดงานมาตั้งแต่ช่วงต้นปี คาดว่าน่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ให้กลับมาฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้

มูลค่ารวมของตลาดกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวลดลง 40.00% อย่างไรก็ตามซูซูกิมียอดขายรถยนต์จำนวน 11,089 คันในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ซึ่งลดลงเพียงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

แต่จากการปรับตัวของผู้บริโภค มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีชีวิตในรูปแบบใหม่-NEW NORMAL เริ่มมองหารถยนต์ส่วนบุคคลมาเพื่อใช้งาน ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ซูซูกิบางรุ่นเติบโตสวนกระแสในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้อย่างดีเกินคาด โดยเฉพาะกับรถยนต์ซูซูกิ CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว สามารถทำยอดขายในเดือนมิถุนายนได้ 466 คัน มีอัตราการเติบโตสูงถึง 444% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากราคารถที่สามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมทั้งยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่ดี ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตรอีกด้วย

ทั้งนี้ ซูซูกิได้นำรถยนต์ทุกรุ่นเข้าร่วมจัดแสดงภายในงานอย่างคับคั่งเช่นเคย โดยเสนอภายใต้แนวคิด Drive Your Limitless การสร้างสรรค์ของยานยนต์ทุกรุ่นจากซูซูกิ ที่ผสานฟีเจอร์และดีไซน์ให้พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานอันหลากหลายของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง บนพื้นฐานราคาที่คุ้มค่า เพื่อให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันอยู่เหนือขีดจำกัดเดิมๆ ซึ่งนอกจากการนำเสนอยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีด้านการขับขี่อันแตกต่างและโดดเด่นแล้ว เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานพร้อมด้วยการสร้างงานบริการที่เหนือความมุ่งหวังผ่านทางโชว์รูมและศูนย์บริการของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิกว่า 123 แห่งทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลาย แต่ซูซูกิยังห่วงใยในความปลอดภัยด้านสุขภาพของผู้บริโภคและผู้เข้าชมงานทุกท่าน ด้วยการวางมาตรการการเข้าชมรถยนต์ภายในบูธของซูซูกิตามวิถีชีวิตแบบใหม่ – NEW NORMAL โดยได้มีแผนการทำความสะอาดรถยนต์ที่จอดโชว์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในทุกชั่วโมง พนักงานทุกคนภายในบูธต้องใส่หน้ากากป้องกันเชื้อโรค พร้อมทั้งปฎิบัติตามมาตรการของผู้จัดงานอย่างเคร่งครัด

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งนี้ผู้เข้าชมงานทุกท่านจะได้พบกับรถยนต์ของซูซูกิทุกรุ่น  โดยไฮไลต์สำคัญ คือ ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover พร้อมชูแนวคิด THINK XL คิดได้เกินคาด ไปได้เกินใคร ด้วยราคาพิเศษช่วงแนะนำเพียง 779,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 1.89%

 ALL NEW SUZUKI XL7 คือ ยนตรกรรมที่จะมาต่อยอดความสำเร็จในฐานะรถครอสโอเวอร์ที่คำนึงถึงสมรรถนะในการขับขี่และทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน มีการออกแบบอย่างประณีตทั้งภายในและภายนอก เพื่อสุนทรียภาพในการขับขี่  

ภายนอก โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED พร้อม Daytime Running Light สว่างชัดเจนทุกเส้นทาง ตกแต่งใต้กันชนด้วยวัสดุสีเงินรอบคัน ซุ้มล้อสีดำพร้อมล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว และราวหลังคาเพิ่มการบรรทุกสัมภาระมากยิ่งขึ้น

ภายใน คอนโซลหน้าสไตล์สปอร์ต ตกแต่งด้วยวัสดุลาย Carbon Fiber พร้อมคิ้วโครเมียม ชัดเจนด้วยมาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงผลแจ้งสถานะข้อมูลสำคัญของตัวรถ เช่น Driving G-Force อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแรงบิด กำลังของเครื่องยนต์ และข้อมูลอื่นๆ ที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ และสนุกในทุกสภาวะถนน

หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว ฟังก์ชันเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay, Android Auto รวมไปถึงช่องเชื่อมต่อ USB และ HDMI  ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V มากถึง 3 ตำแหน่ง เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติบริเวณห้องโดยสารด้านหน้า และระบบปรับอากาศสำหรับที่นั่งแถวสอง และแถวสาม เพื่อความเย็นสบายอย่างทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร

ห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยเบาะแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่สอง ปรับพับแยกเบาะแบบ 60:40 สามารถเลื่อนสไลด์ได้ 240 มิลลิเมตร เข้า-ออกสะดวกและง่ายดาย  เบาะนั่งแถวที่สามปรับพับแยกเบาะแบบ 50:50 สามารถปรับพับเบาะนั่งได้หลายรูปแบบเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย

มิติรถขนาดใหญ่ที่มีความยาว 4,450 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,775 มิลลิเมตร และความสูง 1,710 มิลลิเมตร รวมถึงการออกแบบความสูงของรถให้มีระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถมีความสูงถึง 200 มิลลิเมตร มอบวิสัยทัศน์ในการขับขี่และขับผ่านอุปสรรคบนท้องถนนที่ดียิ่งขึ้น

ระบบช่วงล่างได้รับการออกแบบและปรับแต่งอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ตอบสนองการขับขี่ได้ในทุกไลฟ์สไตล์ และ ยังสร้างความนุ่มนวลในการขับขี่ได้ดีอีกด้วย อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจในทุกสภาวะถนนกับเหล็กกันโคลงด้านหน้า (Front Stabilizer) ขนาดใหญ่พิเศษเพื่อสามารถลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม

ความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว ESP และการปรับแต่ง Module ในพวงมาลัยที่เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้เข้าโค้งได้แม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Hold Control) จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก ISOFIX และ Top tether กล้องมองภาพพร้อมเซ็นเซอร์ที่กะระยะในขณะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการป้องกันการโจรกรรมด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

ALL NEW SUZUKI XL7, Multi-Dynamic Crossover มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีส้ม Rising Orange Pearl Metallic (ZZY), สีเทา Metallic Magma Gray (ZYZ), สีขาว Pearl Snow White (ZQZ) และสีดำ Cool Black Metallic (ZBD)

นอกจากนั้น ยังคับคั่งไปด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพรุ่นยอดนิยมจากซูซูกิ ประกอบไปด้วย SUZUKI SWIFT สปอร์ตอีโคคาร์ยอดนิยมของคนไทย สร้างยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของซูซูกิมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากดีไซน์อันโดดเด่น เครื่องยนต์รหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่ DUALJET ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมันถึง 23 กิโลเมตรต่อลิตร ในราคาเริ่มต้นเพียง 499,000 บาท

SUZUKI CIAZ พรีเมียมอีโคคาร์ซีดานที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความสดใหม่ ชูความสปอร์ตเร้าใจและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในที่เหนือระดับมากยิ่งขึ้น วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 523,000 บาท

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 รถยนต์รุ่นนี้สามารถทำยอดขายได้ดีเกินคาด  ส่วนหนึ่งมาจาก สมรรถนะการขับที่ดี ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นเจ้าของได้ง่าย ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 318,000 บาท

SUZUKI ERTIGA ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หนึ่งในรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก (MPV) รุ่นขายดี ที่ยังเดินหน้าสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ รูปทรงสวยทันสมัย ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวเร้าใจ ด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ เสริมด้วยไฟตัดหมอกทรงกลม ไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยขนาด 15 นิ้ว ราคาจำหน่ายเริ่มต้น  659,000 บาท 

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่  มิติตัวรถขนาดความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. กระบะบรรทุกแบบเรียบ ผลิตจากแผ่นเหล็กเสริมกัลวาไนซ์มีคุณสมบัติป้องกันสนิมและการสึกกร่อน เพิ่มความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัมราคาจำหน่ายเพียง 385,000 บาท

สุดพิเศษภายในงานท่านจะได้พบกับรถ SUZUKI CARRY ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษ เป็นลวดลาย โดราเอมอน การ์ตูนชื่อดังระดับโลก ซึ่งทาง ซูซูกิ ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากความพร้อมทางด้านผลิตภัณฑ์ที่จะนำไปจัดแสดงแล้ว ซูซูกิยังได้ร่วมมือกับธนาคารชั้นนำทั้งหมด 4 ราย ประกอบไปด้วย ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารธนชาติ ธนาคารทิสโก้ และ ลีสซิ่งกสิกรไทย เข้ามาร่วมเป็นเอ็กคลูซีฟลีสซิ่ง พร้อมทีมงานคอยให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อแก่ลูกค้าทุกท่าน ซึ่งก็จะทำให้มีความหลากหลายในด้านของแพ็คเกจสินเชื่อต่าง ๆ ที่มากขึ้นและเป็นทางเลือกที่ดีในการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 หรือ Bangkok International Motor Show 2020 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 ณ อิมแพ็คชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ยกทัพ บอบเบอร์ ทีเอฟซี และ บัด อีคินส์ มาให้ ยลโฉมครั้งแรกในไทย พร้อมอัดโปรฯ ดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ 2020

0

 

นางสาวจิราพร สำเร็จกิจเจริญ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ไทรอัมพ์จัดเตรียมยกกองทัพรถมอเตอร์ไซค์ทุกไลน์ทุกรุ่นมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมเอาใจสาวกพรีเมียมบิ๊กไบค์ด้วยไฮไลท์การเผยโฉมรถไทรอัมพ์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน ที่สุดของรถมอเตอร์ไซค์สไตล์อังกฤษที่ทุกคนเฝ้ารอคอยเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ได้แก่ “บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ ทีเอฟซี” (Bonneville Bobber TFC) ที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 750 คันทั่วโลก ที่มาพร้อมแรงบิดสูงของเครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี ประสิทธิภาพที่สูงกว่าเดิม การตกแต่งและรายละเอียดสุดพรีเมี่ยมไปอีกขั้น รวมถึงโครงรถที่มีคุณลักษณะเฉพาะและมีน้ำหนักเบากว่าเดิม รวมไปถึงอุปกรณ์และเทคโนโลยีเฉพาะรุ่น TFC ที่มีความโดดเด่นขั้นสูงสุด ในราคา 869,000 บาท

 

 

นางสาวจิราพร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พร้อมกันนี้ยังได้เผยโฉมตัวจริง 2 รุ่น สเปเชี่ยล อิดิชัน ได้แก่ “บอนเนวิลล์ ที120 บัด อีคินส์” (Bonneville T120 Bud Ekins) และ “บอนเนวิลล์ ที100 บัด อีคินส์” (Bonneville T100 Bud Ekins) ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับนักขี่ข้ามทะเลทราย นักขี่สตันท์แมน ผู้เป็นตำนานแห่งวงการจักรยานยนต์อย่าง Bud Ekins ซึ่งรถจักรยานยนต์สุดพิเศษและสวยงาม ทั้ง 2 รุ่นนี้มาพร้อมการออกแบบตัวถังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์แคลิฟอร์เนีย มาพร้อมกับตราโลโก้ “Flying globe” ในสไตล์แคลิฟอร์เนียสุดโดดเด่น และเฉดสีขาวแดงอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงรายละเอียดพิเศษ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ตลอดจนนำเสนอเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่อย่างครบครัน เพื่อการควบคุมรถ ความปลอดภัย และความมั่นใจของผู้ขับขี่

โดย “บอนเนวิลล์ ที120 บัด อีคินส์” (Bonneville T120 BUD EKINS) มาพร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ขนาด 1200  ซีซี ให้กำลังสูงสุดที่ 80 แรงม้า ที่ 6,550 รอบต่อนาที และ ให้แรงบิดสูง 105 นิวตันเมตร ที่ 3,100 รอบต่อนาที ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 566,000 บาท ในขณะที่ “บอนเนวิลล์ ที100 บัด อีคินส์” (Bonneville T100 BUD EKINS) มาพร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ขนาด 900 ซีซี ให้กำลังสูงสุดที่ 55 แรงม้า ที่ 5,900 รอบต่อนาที และแรงบิดสูง 80 นิวตันเมตร ที่ 3,230 รอบต่อนาที ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 449,000 บาท

นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ ยังปรับลดราคารถมอเตอร์ไซค์ตระกูลโมเดิร์นคลาสสิกทั้งหมด 16 รุ่น พร้อมด้วยดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะในงาน และรับ Gift voucher สูงสุด 52,500 บาท เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และตอบรับกระแสความนิยมรถมอเตอร์ไซค์ตระกูลโมเดิร์นคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ อีกทั้งเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น ในขณะที่โซนเสื้อผ้า (Triumph Clothing World) มาพร้อมคอลเลคชัน Spring/Summer 2020 ใหม่ล่าสุด รวมถึงคอลเลคชันอื่น ๆ ให้เหล่าสาวกไทรอัมพ์ได้เลือกชมและซื้อกันอย่างจุใจ พร้อมรับส่วนลดพิเศษเฉพาะภายในงานสูงสุดถึง 60%

สำหรับผู้ที่จองรถไทรอัมพ์ภายในงาน จะได้รับ Triumph Survival Kit Limited Edition ประกอบด้วย “Triumph Mask” หน้ากากผ้าสีดำ สกรีนโลโก้ไทรอัมพ์ เพิ่มความคูลให้กับผู้สวมใส่ และ “Triumph Pocket Sanitizer” สเปรย์แอลกอฮอล์แบบพกพา สุดพิเศษที่สาวกไทรอัมพ์ต้องมี อย่างไรก็ตาม ไทรอัมพ์ยังตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้เข้าชมบูธไทรอัมพ์ โดยได้เตรียมมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในบูธอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับประสบการณ์ในการเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์บนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

ฮอนด้า โชว์ไฮไลต์ “ซีอาร์-วี ใหม่” และปรับบูทสไตล์ใหม่รับ New Normal ในงานมอเตอร์โชว์ 2020

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดแสดงรถยนต์ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 นำโดยรุ่นไฮไลต์ ฮอนด้า ซีอาร์วี ใหม่ ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่ และ ฮอนด้า ซีวิค สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ และรถยนต์ฮอนด้ารุ่นอื่นๆ รวม 8 รุ่น อีกทั้งปรับบูทรูปแบบใหม่ตอบรับกระแส New Normal ผ่านแนวคิด Modern Minimal ด้วยการปรับลดโครงสร้างให้น้อยลง จัดสรรพื้นที่ให้เปิดกว้างขึ้น โดยการกำหนดระยะห่างอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าเยี่ยมชมรถได้อย่างสะดวกสบายและมั่นใจ  ครั้งแรกกับการเปิดช่องทางเยี่ยมชมบูทแบบ 360 องศา เพื่อให้ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมบูทจากที่ใดก็ได้ อีกทั้งสามารถพูดคุยกับที่ปรึกษาการขายผ่านออนไลน์ โดยมาพร้อมข้อเสนอพิเศษในแคมเปญ Honda Easy Deal Easy Life” ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น ด้วยดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือฮอนด้าช่วยผ่อน พบกับยนตรกรรมฮอนด้าได้ที่บูทฮอนด้า (A9) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 (รอบบุคคลทั่วไป) และรับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 ในปีนี้ ฮอนด้าตั้งใจออกแบบบูทให้แตกต่างจากการเข้าร่วมงานในปีที่ผ่านๆ มา เพื่อให้สอดรับกับมาตรการ Social Distancing โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของลูกค้าในการเข้าชมรถยนต์ภายในบูท และการจัดสรรพื้นที่เพื่อให้รองรับลูกค้าได้มากที่สุด จึงปรับลดโครงสร้างให้น้อยลง เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับลูกค้าเพิ่มขึ้นและสามารถเข้าชมรถได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย (Less is More) นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มทางเลือกในการเข้าชมบูทให้แก่ลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นครั้งแรก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอีกทางหนึ่ง โดยรถยนต์รุ่นไฮไลต์ในครั้งนี้ ได้แก่ ฮอนด้า ซีอาร์วี ใหม่ ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย อีกทั้งได้เผยโฉมครั้งแรกภายในงานฯ ร่วมด้วยยนตรกรรมยอดนิยม ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่ และ ฮอนด้า ซีวิค สีใหม่ สีแดงอิกไนต์ ในรุ่น TURBO RS และยนตรกรรมฮอนด้าหลากหลายรุ่นที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษในการเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ทั้งภายในงานและที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ”

  • เผยโฉม ฮอนด้า ซีอาร์วีใหม่ ตอกย้ำเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งและพรีเมียมแห่งยนตรกรรมเอสยูวี

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวีที่มาพร้อมความสปอร์ตหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ ดีไซน์ภายนอกยกระดับความสปอร์ตรอบคัน ตอกย้ำความพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) พร้อมระบบเปิด-ปิดแบบ One-Touch เพิ่มเสน่ห์ด้วยไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential เสริมความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายล้ำสมัยระดับพรีเมียม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานทั้งแบบ 7 ที่นั่งและ 5 ที่นั่ง มาพร้อม 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่

เครื่องยนต์ดีเซล รุ่น DT-EL 4WD 7 ที่นั่ง  ราคา 1,759,000 บาท
เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,579,000 บาท
เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 E  7 ที่นั่ง ราคา 1,419,000 บาท
เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 ES 4WD 5 ที่นั่ง ราคา 1,529,000 บาท
เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 S  5 ที่นั่ง ราคา 1,369,000 บาท

มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือข้อเสนอ Double Smile” ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

  • Modern Minimal’ รับ ‘New Normal’ ด้วยบูทสไตล์ใหม่ เพิ่มพื้นที่เพื่อให้เข้าชมงานอย่างสะดวกสบาย และครั้งแรกกับการเปิดช่องทางเยี่ยมชมบูทแบบ 360 องศา

การออกแบบบูทฮอนด้าในปีนี้ มาในแนวคิด Modern Minimal’ ที่ได้ปรับลดโครงสร้างให้น้อยลง เพื่อจัดสรรพื้นที่ให้เปิดกว้างขึ้น โปร่งโล่ง ลดความแออัดด้วยการกำหนดระยะห่างอย่างเหมาะสม พร้อมด้วยมาตรการดูแลสุขอนามัยและความสะอาดที่เข้มข้นตามหลัก Social Distancing เพื่อให้ลูกค้าเยี่ยมชมบูทได้อย่างสะดวกสบายและมั่นใจ

ครั้งแรกกับการเชื่อมต่อประสบการณ์ให้ลูกค้าสามารถเข้าชมบูทภายในงานแบบ 360 องศาจากที่ใดก็ได้ เพียงแค่คลิกเข้าเว็บไซต์ www.honda.co.th/autoshow และสามารถติดต่อพูดคุยกับที่ปรึกษาการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ

โดยยนตรกรรมแต่ละรุ่นมาพร้อมข้อเสนอพิเศษในแคมเปญ Honda Easy Deal Easy Life” ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น ด้วยดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือฮอนด้าช่วยผ่อน และข้อเสนออื่นๆ อีกมากมาย สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้าภายในงานฯ ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 (รอบบุคคลทั่วไป) และ มอบข้อเสนอเดียวกันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่จองและรับรถที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-31 กรกฎาคม 2563

ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RS สีแดงอิกไนต์

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า (A9) ได้ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 (Bangkok International Motor Show 2020) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 พร้อมพบกับหลากหลายข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันทั้งภายในงานฯ และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายทั้งภายในงาน หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.honda.co.th/autoshow หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 02-341-7777 หรือ www.honda.co.th

ฟอร์ด จัดทัพรถยนต์ครบทุกรุ่นมาจัดแสดง พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายในงาน มอเตอร์โชว์ 2020

0

ฟอร์ดยกทัพรถยนต์ครบทุกรุ่นมาจัดแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี พร้อมข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมายภายในงาน และผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 – 26 กรกฎาคมนี้

ฟอร์ดถ่ายทอดจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ที่มาพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่นและเทคโนโลยีเหนือชั้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “วอริเออร์ สเตเดี้ยม (Warrior Stadium)” โดยได้นำรถพร้อมอุปกรณ์แต่งมาอวดโฉมในงาน สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์สุดแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

“งานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้นับเป็นงานที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ สำหรับฟอร์ด เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีอันทันสมัยโดนใจผู้บริโภค ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับรถทุกรุ่น ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่คุ้มค่าที่สุดในการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

“ยิ่งไปกว่านั้น เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่่จะมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม ในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด โดยมุ่งเน้นให้ลูกค้าใช้รถยนต์ฟอร์ดด้วยความมั่นใจ ด้วยแคมเปญสุดพิเศษแห่งปี โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน10 ปี หรือ 150,000 กม. สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ด เอเวอเรสต์, ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ เฉพาะเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร”

 

ทัพรถยนต์สุดยอดสมรรถนะครบทุกรุ่น 

ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นผู้นำในเซ็กเมนต์รถกระบะ ด้วยสมรรถนะและขีดความสามารถเหนือระดับ โดยมีตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานอันหลากหลายในชีวิตประจำวันของลูกค้า ทั้ง รุ่นท็อปที่ครบเครื่องด้วยการดีไซน์โฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยีสุดล้ำ อย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค, ฟอร์ด เรนเจอร์ ลิมิเต็ด ที่ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย, รุ่นโดดเด่นสไตล์สปอร์ตอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 หรือรุ่นยอดนิยมอย่าง XLT ไปจนถึงรุ่นสำหรับการใช้งาน อย่าง XL และ XLS

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สุดยอดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นไปด้วยดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่มาพร้อมขุมพลังเทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ปฏิวัติวงการรถกระบะด้วยฟีเจอร์ และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกระดับอย่าง ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง เพิ่มช่องต่อ USB และไฟหน้าแอลอีดี พร้อมสีล่าสุด Performance Blue

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สุดยอดรถยนต์อเนกประสงค์ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดในเซ็กเมนต์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ การขับขี่ที่คล่องตัวนุ่มนวลรวมถึงห้องโดยสารที่หรูหราและสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้น ทั้งบนทางเรียบและออฟโรด พบกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ครบทั้ง 5 รุ่น รวมถึงฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ต้นแบบความสปอร์ตที่ออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตสีดำ

ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตระดับตำนาน เต็มไปด้วยที่สุดแห่งสมรรถนะ และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์อันทรงพลัง 2 รุ่น ได้แก่ 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack และ 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack

 

โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน10 ปี

ฟอร์ดยังเพิ่มความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดกับแคมเปญสุดพิเศษแห่งปี ด้วยการขยายเวลารับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนานถึง 10 ปี หรือ 150,000 กม. สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ด เอเวอเรสต์, ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ เฉพาะเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 กันยายน 2563  ครั้งแรกของฟอร์ดในการขยายระยะรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี ซึ่งครอบคลุมชิ้นส่วนต่างๆ ภายใต้ กลุ่มเครื่องยนต์ กลุ่มส่งกำลัง และ กลุ่มเพลาขับ รวม 157 กลุ่มอะไหล่ ตามรายละเอียดที่กำหนดในเงื่อนไข ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th/owner/DrivelineCareProgram/

เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ปัจจุบัน กับแคมเปญส่งเสริมการขาย เพื่อนแนะนำเพื่อน (Referral Campaign) โดยลูกค้าที่แนะนำเพื่อนมาจองและออกรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 กันยายน 2563 สามารถเลือกรับโปรแกรมขยายเวลารับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังจากที่มีอยู่เดิมเป็น 10 ปี หรือ 150,000 กม. หรือ บัตรกำนัลเพื่อเข้ารับบริการจากฟอร์ด (Service Voucher) มูลค่า 15,000 บาท ส่วนเพื่อนที่ลูกค้าเจ้าของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ได้รับการแนะนำ จะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เพิ่มเติมจากแคมเปญปกติ

 

ข้อเสนอสุดพิเศษมากมายจากฟอร์ด  

เตรียมพบกับข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมายจากฟอร์ด ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น : อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ : ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ไวลด์แทรค : อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ลิมิเต็ด : อัตราดอกเบี้ย 99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT : ราคาพิเศษเพียง 759,000 บาท ผ่อนชำระเพียงเดือนละ 8,369 บาท
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ : ราคาพิเศษเพียง 569,000 ผ่อนชำระเพียงเดือนละ 6,309 บาท

สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th/buying/latest-offers

เอ.พี. ฮอนด้าเปิดตัว All New Forza350 ครั้งแรกของโลก พร้อมด้วย CT125 Special Edition

0

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เดินเกมรุกสร้างความคึกคักอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถใหม่ล่าสุดถึงสองรุ่น ในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ เริ่มด้วย All New Forza350 รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับท็อปคลาสเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย และ New CT125 Special Edition เปิดรับจองทันที พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษมากมายเฉพาะภายในงาน ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 กรกฏาคมนี้

 

มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า “ปี 2563 นี้เป็นปีแห่งความท้าทายของวงการรถจักรยานยนต์ไทย สถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบที่ชัดเจนต่ออุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไทย โดยตัวเลขยอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกของปีนี้อยู่ที่ 733,722 คัน คิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนฮอนด้ามียอดจดทะเบียนครึ่งปีอยู่ที่ 572,989 คัน ปรับตัวลดลงในระดับเดียวกันของตลาดรวม”

“สำหรับแนวโน้มของตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนั้นยังเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยาก หากสถานการณ์โดยรวมของประเทศดีขึ้นเป็นลำดับ และไม่มีปัจจัยลบเข้ามาเพิ่มเติม ตัวเลขจดทะเบียนของปีนี้อาจจะแตะระดับ 85% เทียบกับปีก่อนหน้า”

“ในฐานะผู้นำตลาด ฮอนด้าพร้อมแล้วที่จะกลับมากระตุ้นวงการรถจักรยานยนต์ไทยให้คึกคักอีกครั้ง เริ่มด้วยการเปิดตัว All New Forza350 เป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ eSP+ ที่ให้ความแรงเหนือระดับ ตอบโจทย์การใช้งานของคนที่ชอบรถสมรรถนะสูง ในขณะที่ตัวรถได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น ให้ทั้งความสปอร์ตและความหรูหราเหนือใคร นี่คือรถที่จะเปลี่ยนทิศทางของตลาดในกลุ่มบิ๊กสกู๊ตเตอร์ของไทยสู่ยุคใหม่”

All New Forza350 ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Only For The Greatest เพราะที่สุด มีเพียงหนึ่งเดียว” ติดตั้งเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 330 ซีซี 4 วาล์ว ให้การเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แรงเสียดทานต่ำลง ให้สมรรถนะสูงและแรงส่งที่ต่อเนื่อง พร้อมกระเดื่องวาล์วแบบโรลเลอร์ยูนิแคม ให้อัตราเร่งติดมือ เพิ่มเพลาบาลานเซอร์เพื่อสร้างสมดุลให้เพลาข้อเหวี่ยง หม้อกรองอากาศมีขนาดใหญ่ถึง 5.5 ลิตร เพิ่มประสิทธิภาพในการอัดอากาศเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ พร้อมหม้อน้ำที่ย้ายตำแหน่งมาอยู่ที่ด้านหน้ารถ ส่งผลให้การระบายความร้อนเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังช่วยในการกระจายน้ำหนักมาทางด้านหน้าทำให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ตัวรถยังติดตั้งท่อไอเสียใหม่ที่คายไอเสียออกได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ช่วยรักษากำลังตั้งแต่ช่วงออกตัวจนถึงช่วงเร่งแซง

All New Forza350 มาพร้อมฟังก์ชันใหม่ที่เหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็นกระจกบังลมหรือวินด์สกรีนหน้าที่ปรับระดับได้สูงถึง 150 มม. ช่วยลดแรงลมปะทะขณะขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ระบบไฟฉุกเฉิน ESS เพิ่มความปลอดภัย สะดวกสบายด้วย In-Console USB Charger & Bottle Holder ช่องชาร์จไฟผ่าน USB Port ขนาดใหญ่ที่สามารถวางขวดน้ำได้ในตัว พร้อมด้วยฟังก์ชั่นล้ำสมัยมากมาย อาทิ แผงหน้าปัดแบบดิจิทัลสไตล์ Cockpit Area แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน รีโมทอัจฉริยะฮอนด้าสมาร์ทคีย์ระบุตำแหน่งพร้อมกันขโมย ระบบเบรก ABS หน้า-หลัง สะดวกสบายด้วยกล่องเก็บของขนาดใหญ่ใส่หมวกกันน็อกได้ถึง 2 ใบ

เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย All New Forza350 แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศด้วยราคาแนะนำ 173,500 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมดสี่สีได้แก่ สีดำ สีขาว-น้ำเงิน สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ

“พร้อมกันนี้ เอ.พี. ฮอนด้า ยังได้เปิดตัว CT125 Special Edition ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ด้วย โดย CT125 ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของฮอนด้า ล่าสุด รถรุ่นนี้ได้กลายเป็น Lifestyle Gadget ที่สร้างวัฒนธรรมการขับขี่แบบใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว นี่คือรถที่ได้รับผลตอบรับที่ดีมากและจำหน่ายหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากเปิดตัว ครั้งนี้ เรานำเสนอ CT125 รุ่นแต่งพิเศษที่ติดตั้งชุดแต่งจากแบรนด์ชั้นนำของญี่ปุ่นเพิ่มอีก 2 รุ่น ได้แก่ CT125 Military Campster และ CT125 Farm Campster ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 125 คัน เท่านั้น” ประธานกรรมการบริหาร เอ.พี. ฮอนด้า กล่าวเพิ่มเติม

CT125 Military Campster โดดเด่นด้วยชุดแต่ง Kitaco ที่มาในสไตล์ “Military” กับลาย “พราง” ให้สัมผัสได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มาพร้อมกระเป๋า Givi และ Guard ที่ดีไซน์มาให้ผู้ขับขี่สามารถออกไปลุยได้ไกลกว่าที่เคย รวมชุดแต่งทั้งสิ้นกว่า 12 ไอเท็ม ราคาแนะนำ 104,900 บาท

CT125 Farm Campster เสริมไลฟ์สไตล์ทุกรายละเอียดอย่างปราณีตเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ออกนอกเส้นทางไปดื่มด่ำกับธรรมชาติ ด้วยชุดแต่ง G-craft มาพร้อม Wood Box ที่ออกแบบพิเศษติดตั้งเข้ากับด้านท้ายของตัวรถได้อย่างลงตัว และ Adjustable Right Stand ขาตั้งด้านขวาที่ปรับระดับได้ อัดแน่นชุดแต่งทั้งสิ้นกว่า 17 ไอเท็ม ราคาแนะนำ 105,900 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจ ฮอนด้าได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษแห่งปีสำหรับรถหลากหลายรุ่นให้กับผู้ร่วมชมงานโดยเฉพาะ ได้แก่ All New Forza350 ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 5% ต่อปี ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,600 กว่าบาท พร้อมรับฟรีเสื้อโปโล Forza350 ไปใส่หล่อก่อนใคร, ADV150, CB150R, CBR150R และ PCX Hybrid ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.9% ต่อเดือน รับฟรีเสื้อดีไซน์เฉพาะรุ่น, PCX150 ราคาพิเศษเฉพาะในงานเพียง 84,900 บาท และสำหรับสายสปอร์ต CBR250RR รับของแถมมูลค่าสูงถึง 35,000 บาท

นอกเหนือจากรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ภายในบูธแล้ว ฮอนด้ายังได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์ตามวิถี New Normal ด้วยการวางจำหน่ายสินค้าประเภทอุปกรณ์ตกแต่ง เครื่องแต่งกายและหมวกกันน็อกผ่านร้านออนไลน์ Honda Motorcycle Store บนเว็บไซต์ Shopee และ Lazada อีกด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า

พบกับบูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หมายเลข M4 ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2020 ตั้งแต่วันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 ที่อิมแพค ชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี

Grand Filano Hybrid 6 สีใหม่ ออโตเมติกไฮบริดที่ครองใจทุกคน #ยอดขายสูงสุดอันดับ1 คอนเฟิร์ม! ออโตเมติก ต้อง ยามาฮ่า

0

ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด สีสันใหม่ #ความสุขกับสิ่งที่ใช่ New Norm of HIGH ออโตเมติกพรีเมี่ยมสไตล์ยูโรเปี้ยนคลาสสิก 125cc ตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่ ์ชีวิตที่มีคลาส สามร์ทแบบไฮบริด

🌳 เครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 125cc เทคโนโลยีแห่งความประหยัด เผาไหม้หมดจด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

💡 ไฟหน้า-ไฟท้าย แบบ LED ดีไซน์ไฮคลาสรับก้บตัวรถ สว่างชัดเจน ประหยัดพลังงาน

👍 เรือนไมล์ดิจิทัลจอสีแบบ TFT เทคโนโลยีแบบเดียวกับรถยนต์ ครบครันทุกฟังก์ชั่น ทั้งระยะทาง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน

✅ ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 27 ลิตร พร้อมไฟส่องสว่าง ใส่ของได้จุใจ ถูกใจไลฟ์สไตล์แบบ New Normal

🔋 ช่องชาร์จแบตมือถือ ช่วยป้องกันแบตมือถือหมดขณะขับขี่ พร้อมช่องใส่ของ สะดวกสบายไปอีกขั้น

YAMAHA Grand Filano Hybrid
💵 ราคาแนะนำทั้ง 2 รุ่น 6 สี 💵
STD Version: 58,200 บาท
ABS Version: 62,700 บาท

พบ Grand Filano Hybrid สีใหม่ ได้ที่ Yamaha Square ทั่วประเทศ

#ออโตเมติกต้องยามาฮ่า
#Yamaha #GrandFilanoHybrid #BlueCore #Hybrid #livehighwithhybrid #newnormofhigh #automaticisnow

ยามาฮ่าเปิดตัว ALL NEW Yamaha WR155R สายพันธุ์ Enduro ระดับโลก ครั้งแรกในเมืองไทย

0

มร.เท็ตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และจาตุรนต์ โกมลมิศร์ นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ร่วมเปิดตัวรถโมเดลใหม่ล่าสุด ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ไทย ALL NEW Yamaha WR155R “Journey of The Brave”

เปิดเส้นทางใหม่ไปกับใจที่กล้า รถจักรยานยนต์สไตล์ออฟโรดที่ถอดสมรรถนะมาจากสายพันธุ์แชมป์ตัวจริงในแบบ WR Series สายพันธุ์ Enduro ระดับโลก ที่ได้รับการพัฒนาด้วยแนวคิด “Feel the Serious World of Off-Road Riding” (สัมผัสกับโลกแห่งการขับขี่ออฟโรด) และความสำคัญในเรื่องสมรรถนะ และอัตราการเร่งความเร็วในระดับสูงสุดที่ยอดเยี่ยมของรถในสไตล์ออฟโรด ที่จะต้องตอบสนองผู้ขับขี่ได้ในทุกสภาพการขับขี่ โดยพร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 105,000 บาท เปิดจองพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand และ www.yamaha-motor.co.th พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ! สำหรับผู้ที่จอง 100 ท่านแรก รับหมวกกันน็อค Dirt FOX V1 และเสื้อ Jersey WR155R Limited Edition รวมมูลค่า 6,780 บาท

โดยการเปิดตัว ALL NEW Yamaha WR155R “Journey of The Brave” เปิดเส้นทางใหม่ไปกับใจที่กล้า มีขึ้นที่บูธยามาฮ่า ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ คร้งที่ 41 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอล์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 15 กค.-26 กค.2536 นี้..

มาสด้า ยกทัพยนตรกรรมจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ ไฮไลท์เด็ด NEW MAZDA CX-3 อัดแคมเปญแรงสุดในรอบปี

0

มาสด้า เดินหน้าเต็มกำลังมั่นใจลูกค้าหลั่งไหลเข้าชมงาน มอเตอร์โชว์ 2020 เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ พร้อมแนะนำรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ NEW MAZDA CX-3 ภายใต้แนวคิด “Leap Forward ให้ชีวิตไปอีกขั้น” ครอสโอเวอร์ที่ให้ความคุ้มค่าด้วยคุณภาพเหนือราคา ด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ 2.0 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายเต็มคัน พร้อมยกทัพยนตรกรรมสกายแอคทีฟทุกรุ่นมาจัดแสดง เอาใจคนอยากเป็นเจ้าของรถสปอร์ตด้วยดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4 รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท5 และข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผมขอแสดงความเห็นใจกับทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโคโรน่าไวรัส และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน วันนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าการดำเนินชีวิตประจำวันอาจเปลี่ยนไป กลายเป็นวิถีใหม่ ผมเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจและธุรกิจต่างๆ จะค่อยๆ ฟื้นตัว รวมถึงตลาดรถยนต์ในประเทศไทยก็เช่นกัน  ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มาสด้าพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเริ่มปรับกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ทั้งที่โชว์รูมและผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป

ภายในงานมอเตอร์โชว์มาสด้าแนะนำครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุด New Mazda CX-3 ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดในตลาดซับคอมแพ็คครอสโอเวอร์ ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ และความคุ้มค่าเหนือราคาด้วยฟังก์ชั่นและระบบความปลอดภัยครบครัน ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิตไม่หยุดอยู่กับที่และก้าวไปข้างหน้าเพื่อค้นพบสิ่งที่ดีกว่า การแนะนำ New Mazda CX-3 ในครั้งนี้ นับเป็นการเดินหน้าสานต่อพันธกิจของมาสด้า ในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์ในประเทศไทย ที่ตั้งใจจะส่งมอบรถยนต์หลากหลายรุ่นเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้า และตอบสนองความต้องการสูงสุด

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า New Mazda CX-3 มาพร้อมแนวคิด “Leap Forward ให้ชีวิตไปอีกขั้น” เป็นรถที่มีพื้นฐานมาจากความต้องการที่จะส่งมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้ามากที่สุด ผ่านเครื่องยนต์ที่สมรรถนะแรง มีเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบาย รวมถึงมีดีไซน์ภายนอกและภายในเรียบหรู งดงาม ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ซึ่งเป็นความสง่างามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น ที่เปรียบรถประดุจงานศิลปะชิ้นเอก ห้องโดยสารได้รับการออกแบบด้วยความประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด

เชิญสัมผัสความนุ่มสบายและความพรีเมียมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของเบาะนั่ง 4 แบบ ประกอบด้วย เบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red เบาะหนังสีดำ เบาะหนังผสมผ้าสีดำ และเบาะผ้าสีดำ รวมทั้งแผงคอนโซลหน้าแผงประตูข้าง และกรอบช่องแอร์สีขาว Pure White และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยพนักวางแขนด้านหน้า พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นที่วางแก้วได้ เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในแบบที่ลูกค้าต้องการ โดยมาสด้าได้วางกลยุทธ์ในการสื่อสารไว้อย่างชัดเจน เพื่อบ่งบอกคุณสมบัติของการใช้งานและความคุ้มค่าเหนือราคาที่ลูกค้าจะได้รับจากรถแต่ละรุ่น อันประกอบไปด้วย 4 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น BASE: มาพร้อมอุปกรณ์ฟังก์ชั่นครบครัน ให้ความคุ้มค่าคุ้มราคา เริ่มต้นเพียง 768,000 บาท
  • รุ่น COMFORT: ออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบายครบทุกฟังก์ชั่น ราคาจำหน่าย 848,000 บาท
  • รุ่น PROACTIVE: ให้การขับขี่ที่มั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-ACTIVSENSE ราคาจำหน่าย 948,000 บาท
  • รุ่น STYLE: เหมาะสำหรับไลฟ์ไตล์ที่แตกต่างในความพรีเมียม ราคาจำหน่าย 1,048,000 บาท

มาสด้าขอเชิญลูกค้าทุกท่านพบกับ New Mazda CX-3 และยนตรกรรมภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟทุกรุ่น ที่ได้รับการออกแบบตามแนวคิด ”โคโดะ ดีไซน์” ที่นำมาจัดแสดงภายในงานมอเตอร์โชว์ 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ ประกอบด้วย

All-NEW MAZDA CX-30 “LIFE’S ALWAYS ON เติมชีวิตให้เต็มความหมาย” ยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวี ที่มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ให้สมรรถนะสูงสุด 165 แรงม้า และมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ดุจงานศิลปะชิ้นเอก ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม แต่คงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยวและทรงพลัง สัมผัสมุมมองใหม่ที่เหนือกว่ากับหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า มั่นใจทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่พัฒนาไปอีกขั้น พร้อมสมรรถนะที่มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ ด้วยแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ สกายแอคทีฟวีฮิเคิล อาคิเทคเจอร์ ผสานระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง ให้การขับขี่ที่สมดุล และสะดวกสบายกับห้องโดยสารที่กว้างขวาง เบาะหลังแยกพับ 60:40 อิสระจากกัน ประตูท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิตอล TFT LCD แสดงข้อมูลหลากหลายรูปแบบ เพิ่มอรรถรสให้การเดินทางด้วยระบบเครื่องเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

NEW MAZDA CX-5 “LIVE THE REMARKABLE LIFE ให้ชีวิตทุกบทน่าจดจำ เติมเต็มความหมายใหม่ให้ชีวิตสมบูรณ์แบบและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น หนึ่งเดียวของยนตรกรรมอเนกประสงค์เอสยูวีที่มีให้เลือกมากที่สุดถึง 3 เครื่องยนต์ ประกอบด้วย เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ 2.5 ลิตร เทอร์โบ ให้สมรรถนะความแรงสูงสุด 231 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร เครื่องยนต์สกายแอคทีฟดีเซล 2.2 ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับดีไซน์พรีเมียม ด้วยเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ระบบระบายอากาศเบาะนั่งคู่หน้า Seat Ventilation มอบความสุนทรีย์ตลอดการเดินทางด้วยเครื่องเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง และหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว เพิ่มภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียม

ALL-NEW MAZDA CX-8 “THE PRECIOUS MOMENT FOR ALL ทุกช่วงเวลา…มีค่าไม่สิ้นสุด” ยนตรกรรมที่มาพร้อมห้องโดยสารแบบ 3 แถว เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่อันล้ำค่ากับช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณและคนที่คุณรัก มีให้เลือกแบบ 7 ที่นั่ง และแบบ 6 ที่นั่ง เหนือระดับด้วยที่นั่งแบบกัปตันซีท 2 ที่นั่งแยกอิสระซ้าย-ขวา ตกแต่งหรูหราด้วยห้องโดยสารโทนสีเข้ม วัสดุแบบ Real Wood และสีเงินซาตินโครมที่ผสานกันอย่างลงตัวกับเบาะหนัง Nappa Deep Red พร้อมสร้างความอุ่นใจ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-ACTIVSENSE ที่รวมไว้รอบคัน มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร ให้สมรรถนะแรงสุดถึง 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร พร้อมให้การตอบสนองที่ฉับไว และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟดีเซล 2.2 ลิตร ให้สมรรถนะแรงสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ชั้น พร้อมเพิ่มความสุนทรีย์ตลอดการเดินทางด้วยระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง

ALL-NEW MAZDA3 A NEW ERA BEGINS” ต้นแบบแห่งความสง่างาม เรียบหรูทุกมุมมองเสมือนงานศิลปะ บ่งบอกสไตล์พรีเมียม การันตีความเป็นที่สุดด้านดีไซน์ ด้วยรางวัล World Car Design of the Year 2020 และ Top 3 World Car of the Year 2020 มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ที่ให้การตอบสนองดีเยี่ยม ควบคุมขับขี่ได้อย่างแม่นยำและสมดุล ด้วยแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ สกายแอคทีฟ วิฮีเคิล อาคิเทคเจอร์ ภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยความสปอร์ต หรูหรา มอบความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลข้อมูลบนหน้าปัดและมาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT LCD ได้หลากหลายรูปแบบ เพิ่มอรรถรสให้กับการเดินทางด้วยระบบเสียง Bose รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ในห้องโดยสารที่เงียบยิ่งขึ้น บ่งบอกความเป็นตัวคุณ ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และ ฟาสท์แบ็ค 5 ประตู

NEW MAZDA2 “ไม่หยุดแค่ความธรรมดา” รถยนต์ที่พร้อมพาคุณก้าวไปสู่อีกขั้นของความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายในให้ความหรูหรา สง่างาม เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เช่นเดียวกับ All-New Mazda3 ทุกเส้นสายเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความโฉบเฉี่ยว ทรงพลัง โดดเด่นปราดเปรียวในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม สัมผัสกับดีไซน์ใหม่ที่ยกระดับความสปอร์ต ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮชแบ็ค 5 ประตู ห้องโดยสารหรูหราด้วยวัสดุที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ประณีตในทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยแผงคอนโซลหน้า เบาะดีไซน์ใหม่ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี ระบบควบคุมการการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ สัมผัสการขับขี่ที่สนุกสนานด้วยตัวเลือกเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.3 กม./ลิตรและเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.6 กิโลเมตร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคุมการขับขี่ได้ดั่งใจด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง มอบความนุ่มนวล สะดวกสบายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

MAZDA MX-5 สปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุน แบรนด์ไอคอนเจ้าของตำนานความสนุกสนานเร้าใจในการขับขี่ ให้คุณและรถเป็นหนึ่งเดียว สะกดทุกสายตาด้วยความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ก้าวล้ำด้วยหลังคาเปิดประทุนด้วยระบบไฟฟ้าแบบ Retractable Fastback (RF) เพียง 13 วินาที ที่สุดแห่งขุมพลังเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ที่ให้ความแรงสูงสุด 184 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เหนือระดับด้วยดีไซน์ภายใน เติมเต็มความสปอร์ตพรีเมี่ยมให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น กับเบาะหนัง Perforated ที่เดินตะเข็บอย่างประณีตด้วยด้ายสีเทา คิ้วบันไดกันรอยสเตนเลสออกแบบมาเพื่อโรดสเตอร์โดยเฉพาะ สร้างอารมณ์สุนทรีย์ ด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 9 ตำแหน่ง สะกดสายตาด้วยสีเทาใหม่ โพลีเมทัล เกรย์ อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า

MAZDA BT-50 PRO THUNDER Limited Edition ปิกอัพพรีเมียมสไตล์เก๋ง โดดเด่นด้วยช่วงล่างอัจฉริยะ ซูเปอร์ ดีอี-เอส เทคโนโลยีการจูนช่วงล่างของมาสด้าที่เลื่องชื่อ ให้ขุมพลังเต็มสูบในทุกจังหวะการขับขี่กับเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร ทำงานร่วมกับเทอร์โบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ พร้อมระบบคอมมอนเรลไดเร็กอินเจ็กชั่น มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้ความแรงสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร สัมผัสความพรีเมียมด้วยห้องโดยสารกว้างขวางสไตล์ค็อกพิท และความนุ่มสบายของเบาะหุ้มหนัง พร้อมเพิ่มสุนทรียะด้วยเครื่องเล่นดีวีดี และเนวิเกชั่น ซิสเท็ม แสดงผลบนหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เพิ่มความปลอดภัยเหนือระดับด้วยกล้องมองหลังและจอแสดงผลบนกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ พร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบเบรก เอบีเอส 4 ล้อ ระบบกระจายแรงเบรก อีบีดี ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ข้ามผ่านได้ทุกอุปสรรคด้วยระบบเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป

พบกับยนตรกรรมสกายแอคทีฟทุกรุ่นได้ที่บูธรถยนต์มาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 26 กรกฎาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี พร้อมรับแคมเปญสุดพิเศษมากมาย อาทิ

  • New Mazda2 รุ่นปี 2019 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • All-New Mazda3 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • Mazda CX-3 รุ่นปี 2018 ส่วนลด 100,000 บาท5 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • Mazda CX-3 รุ่นปี 2020 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • All-New Mazda CX-30 ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 2 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • Mazda CX-5 รุ่นปี 2019 ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • All-New Mazda CX-8 ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3 ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร4
  • Mazda BT-50 PRO และ Mazda BT-50 PRO Thunder ช่วยผ่อนเดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลา 24 เดือน รวมมูลค่า 48,000 บาท6 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • Mazda MX-5 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร3

นอกจากนี้ มาสด้ายังมอบข้อเสนอพิเศษอีก 2 ต่อ สำหรับลูกค้าที่จองรถมาสด้าภายในงานฯ และออกรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 นี้เท่านั้น

  • ลูกค้า 1,000 ท่านแรกที่จอง รับฟรีหมอนสไมล์ มูลค่า 390 บาท
  • ลูกค้า 500 ท่านแรกที่จองมาสด้า CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 จำนวน 5,000 บาท รับฟรี Mazda Travel Bag สีฟ้า มูลค่า 1,900 บาท และลูกค้า 500 ท่านแรกที่จอง Mazda2, Mazda3, BT-50 PRO และ MX-5 จำนวน 5,000 บาท รับฟรี Mazda Travel Bag สีดำ มูลค่า 1,900 บาท*

*รับของที่ระลึกหลังจากรับรถ 1 เดือน ณ โชว์รูมที่รับรถ

มาสด้าไม่เพียงแต่สร้างสรรค์ยนตรกรรมหลากหลายรุ่นเข้าสู่ตลาดเท่านั้น สิ่งสำคัญที่เรามุ่งมั่นเสมอมาเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับมาสด้าในประเทศไทย คือ การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างรถยนต์เท่านั้น แต่คือ การสร้างความสุขให้เกิดขึ้น และเติมเต็มความสุขให้กับชีวิตของลูกค้า จนถึงการยกระดับการบริการหลังการขาย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องเป็นเลิศอยู่เสมอ ไม่ใช่เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ต้องเป็นที่รักของลูกค้าไปตลอดการครอบครองรถยนต์มาสด้าด้วย

 

หมายเหตุ

1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน (สำหรับรุ่นที่ระบุ ยกเว้น Mazda2 รุ่น 1.3 E/1.3 E Sports ราคา 546,000 บาท, XD/XD Sports ราคา 782,000 บาท และ XDL/XDL Sports ราคา 799,000 บาท และ ยกเว้น Mazda CX-5 รุ่น 2.0 C ราคา 1,300,000 บาท, 2.0 S ราคา 1,410,000 บาท และ 2.0 SP 1,560,000 บาท)

2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. วิริยะประกันภัย (2) บมจ. ธนชาตประกันภัย (3) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์

3 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection

4 ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม.

5 เป็นโปรโมชั่นสำหรับรถ Mazda CX-3 รุ่นปี 2018 เท่านั้น ตามโปรแกรม SKY PLUS ดอกเบี้ย 3.65%, ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน  

6 ดอกเบี้ย 2.55% สำหรับรุ่น Double cap และดอกเบี้ย 2.70% สำหรับรุ่น Standard cap และ Freestyle cap คำนวณจากดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน

 

เงื่อนไขเพิ่มเติม:

  • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ บมจ. ธนาคารธนชาต เท่านั้น
  • ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ.ธนาคารทิสโก้ และ บมจ.ธนาคารธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2563 เท่านั้น