Home Blog Page 437

อีซูซุจัดแสดงรถตามวิถี New Normal นำรถรุ่นล่าสุดโชว์ ในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The TOUCH”

0

ครั้งแรก…กับการจัดแสดงรถตามวิถี New Normal อีซูซุจัดเต็ม “ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์” พลานุภาพ…พลิกโลก! “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ปิกอัพที่ร้อนแรงที่สุดที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้ใช้รถในเมืองไทยแม้ในช่วงวิกฤต COVID-19 พร้อมด้วย รถอเนกประสงค์สุดหรู “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ รุ่นใหม่!  เดอะ นิว ออนิคซ์” (ISUZU MU-X THE NEW ONYX)  ที่มาพร้อมชุดแต่งอเนกประสงค์เติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้ใช้รถรุ่นใหม่ ในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41”  รวมทั้งสิ้น 11 คัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ The TOUCH” ผสานกับแนวคิด “Infinite Potential” สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุรูปโฉมใหม่ในโทนสีเทา-แดง พร้อมยกระดับการบริการด้านต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น และยังมีการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัยเต็มรูปแบบระหว่างการชมและใช้บริการภายในบูธอีกด้วย

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “รถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุดของอีซูซุ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ… พลิกโลก!” ยังคงได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่การเปิดตัวรถเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และยังได้รับความนิยมและชื่นชมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะรถอีซูซุเป็นที่รับรู้ว่าคุ้มค่าเงินสูงสุด มีการพัฒนาใหม่หมดทุกมิติ รูปลักษณ์สวยงามหรูหรายิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่  เครื่องยนต์ใหม่ ความปลอดภัยใหม่ นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ความสมบูรณ์แบบในทุกฟังก์ชั่น  และยังคงความประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ  ภายในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” อีซูซุได้ออกแบบบูธในโทนสีเทา-แดงสอดรับกับแนวคิด “The TOUCH” สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ ผสานแนวคิด “Infinite Potential” พร้อมดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด มีการจัดเตรียมแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ กระดาษเช็ดมือ ทั่วทุกพื้นที่ในบริเวณบูธ การเว้นระยะห่าง และการสแกน “ไทยชนะ” เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการจัดแสดงรถแบบ “New Normal” อีซูซุนำรถรุ่นล่าสุดรวมทั้งสิ้น 11 คัน มาให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสอย่างทั่วถึง ได้แก่ รถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ…พลิกโลก!  “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ครบทุกรุ่น รถอเนกประสงค์สุดหรู “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นใหม่!  เดอะ นิว ออนิคซ์” (ISUZU MU-X THE NEW ONYX) ซึ่งมาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล พร้อมจัดโชว์รถตกแต่งพิเศษ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4”  พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรดสีส้ม Valencia Topaz สะท้อนตัวตนในเชิงเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ และ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์” โหลดเตี้ยให้กลิ่นอายสไตล์รถแข่งสำหรับขาเรซซิ่ง

ภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 นี้ อีซูซุนำยนตรกรรมหลากหลายรุ่นเข้าร่วมงานประกอบด้วย

  • ยนตรกรรมคุณภาพจากอีซูซุที่นำมาจัดแสดงใน “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ…พลิกโลก! (The “All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential”) ผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดแห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยมจาก DNA ของอีซูซุ  ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่เพื่อดุลยภาพของการขับขี่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่นก้าวล้ำไปอีกขั้น สร้างมาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพให้เป็นรถที่สะท้อนรสนิยมของผู้ที่ได้ครอบครอง โดยนอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว ยังมีรถตกแต่งพิเศษที่เป็นไฮไลท์เพื่อโชว์ ดังนี้

– ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4 พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรดสีส้ม Valencia Topaz ตกแต่งพิเศษในสไตล์เท่ ดุดันกับชุดแต่งภายนอกรอบคัน ด้วยชุดเสริมกันชนหน้า ชุดเสริมกระจังหน้าพร้อมไฟสปอตไลท์แบบ LED จาก ARB ลุยได้เต็มที่กับชุดโช้กอัพและสปริงจาก Old Man Emu รุ่น BP-51 ล้อ Fuel รุ่น Sledge ขนาด 9×20 นิ้ว ยาง BF Goodrich KO2 รุ่น A/T ขนาด 285/55R20 เสริมการใช้งานด้วยชุดอุปกรณ์กล่องเอนกประสงค์หลังรถที่เพิ่มไลฟ์สไตล์การใช้รถให้หลากหลายจาก Decked USA พร้อมรถ ATV All-Terrain-Vehicle

– ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ เอส รถแต่งซิ่งสุดจี๊ดสีขาวโดยความร่วมมือจากสำนักแต่งชั้นนำ ด้วยชุดแต่งรอบคันสะท้อนบุคลิกที่โฉบเฉี่ยว เต็มอารมณ์สปอร์ต ฝากระโปรงหน้า ฝาปิดกระบะท้ายและสปอยเลอร์ท้ายสีเทาดำสุดเข้มแบบ Carbon Composite จาก Monza ให้น้ำหนักเบา ชุดไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อม Daytime Running Light ชุดโหลดช่วงล่างปรับระดับได้ Aztex Force ล้ออัลลอย Rays Volk Racing TE37SB 8×18 นิ้ว พร้อมยาง Toyo Tires Proxes T1-S Sport ขนาด 245/45 R18 เบรกได้มั่นใจสุดด้วยชุดดิสก์เบรกหน้า-หลังแบบ  6 Pot และ 4 Pot จาก Endless ปรับจูนความแรงเครื่องยนต์โดยกล่อง Alpha Tech รุ่น Super Storm ให้กำลังสูงสุด 350แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร คลัทช์ BRC Full Plate ชุดอินเตอร์คูลเลอร์และท่อไอเสียโดย BRD Racing Shop และสติ๊กเกอร์ตกแต่งพิเศษ พร้อมตกแต่งห้องเครื่องยนต์ให้สวยงามสไตล์สปอร์ตโดย MRX เบาะคู่หน้าแบบบัคเก็ตซีท H-Drive พร้อมชุดเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด Simpson รวมมูลค่าชุดแต่ง กว่า 600,000 บาท

  • “อีซูซุดีแมคซ์ 9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เซฟตี้คาร์” สีส้ม Valencia Topaz ออกแบบบอดี้พาร์ทภายนอกทั้งคันให้มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว พร้อมติดตั้งฝากระโปรงหน้า ฝาปิดกระบะท้าย กระจกมองข้างทรงสปอร์ต สปอยเลอร์หลังคาด้วย Akana Carbon Composite เท่อย่างลงตัวด้วยล้ออัลลอย PP Super Wheels ล้อหน้า 9.5 นิ้ว ล้อหลัง 10.5 นิ้ว พร้อมยาง Toyo Tire T-1S ยางหน้า 245/45R18 ยางหลัง 275/40R18 ดิสก์เบรก 4 ล้อจาก Run Stop แบบ 6 พ็อต ขนาด 355 มม. ชุดโหลดช่วงล่างจาก Hot bits เสริมความแรงด้วยกล่อง ECU Shop รุ่น Ultra Boost ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสมรรถนะและความแรง ถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ได้เต็มประสิทธิภาพด้วยชุดคลัชท์ BRC และท่อไอเสีย Nitto ตลอดจนอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบครัน เช่น Roll Cage เบาะรถแข่ง Sparco เข็มขัดนิรภัย HC Group พวงมาลัย Sparco เป็นต้น

  • “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นใหม่! เดอะ นิว ออนิคซ์” (ISUZU MU-X THE NEW ONYX)  ที่มาในคอนเซ็ปต์ “สัมผัสที่ใช่…ของการใช้ชีวิต” (THE ABSOLUTE SENSATION) เพื่อให้เป็นรถที่เติมเต็มในทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมชุดแต่งใหม่รอบคัน THE ABSOLUTE ONYX EDITION เสริมความสปอร์ตหรูให้เข้มทุกเต็มขั้นยิ่งขึ้นในทุกส่วน  อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบายอีกระดับด้วยใหม่!  เบาะนั่ง Cool Max เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยลดการสะสมความร้อนได้มากกว่าเบาะทั่วไป และชุดตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่! เสริมความหรูหราและโดดเด่น  โดยคงไว้ซึ่งสมรรถนะในการขับขี่ ความประหยัดน้ำมัน และระบบความปลอดภัยสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับอีซูซุ ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ที่ใช่กับขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เอกสิทธิ์แห่งเทคโนโลยีดีเซลจากอีซูซุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสุด

ร่วมสัมผัสกับทัพยนตรกรรมคุณภาพระดับโลกพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ได้ที่บูธอีซูซุ ในงาน “มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคมนี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

เปิดแล้ว! ‘บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41’ รับยุค New Normal วางมาตรการคัดกรองผู้เข้าชมงานเข้ม

0

เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคมนี้ เตรียมปฏิวัติงานจัดแสดงรถยนต์ตามรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal วางมาตรการคัดกรองผู้เข้าชมงานอย่างเคร่งครัดตามข้อกำหนดของรัฐบาล ค่ายรถยนต์-จักรยานยนต์ชั้นนำเข้าร่วมงานคับคั่งบนพื้นที่กว่า 170,000 ตารางเมตร เตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ Virtual Motor Show จำลองบรรยากาศงานสู่โลกออนไลน์เพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อรถยนต์  

“แม้ว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาประเทศไทย และทั่วโลกเผชิญวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทรถยนต์ชั้นนำ และบริษัทจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 อย่างคึกคักเหมือนเดิมบนพื้นที่จัดแสดง 170,960 ตารางเมตร ยืนยันได้ถึงการเป็นงานแสดงรถยนต์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ดร.ปราจิน กล่าว

รายชื่อบริษัทรถยนต์ และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ประกอบด้วย Ford, BMW, MINI, Suzuki, Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Mazda, Nissan, Toyota, Lexus, Honda, Audi, MG, Isuzu, Mitsubishi Motors, Porsche , Volvo, Land Rover, Jaguar, Kia, FOMM, Lamborghini, Subaru, Hyundai Truck& Bus, Takano, Royal Enfield, BMW Motorrad, Vespiario, A.P.Honda, Thai Suzuki, Kawasaki, Yamaha, BAJAJ, KTM, Husquavana  Triumph และ Peugeot

สำหรับมาตรฐานการคัดกรองผู้เข้าชมเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่าจำเป็นต้องขอความร่วมมือผู้เข้าชมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในฮอลล์จัดแสดง และใช้สเปรย์แอลกอฮอล์พ่นมือทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเข้าไปทดลองนั่งรถยนต์

คุณจาตุรนต์ เปิดเผยถึงขั้นตอนเพื่อคัดกรองผู้จัดแสดงงาน และประชาชนผู้เข้าชมงานตามข้อกำหนดของภาครัฐ “ในตอนนี้ทางอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่จัดแสดง มีมาตรการตรวจสอบดูแลด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของภาครัฐอย่างเคร่งครัด การตั้งจุดสแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ, การวัดอุณหภูมิร่างกาย และซื้ออุปกรณ์เครื่องฉายแสงยูวีฆ่าเชื้อแบบเคลื่อนที่ Germ Saber UVC Sterilizer เพื่อใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในพื้นที่จัดแสดงเข้ามาเพิ่มเติม โดยทางบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ในฐานะผู้จัดงานจะเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าชมด้วยการเตรียมจุดคัดกรองก่อนเข้าสู่ฮอลล์จัดแสดงอีก 1 ครั้ง รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายทางดวงตา (Eye Temperature) ที่มีความแม่นยำเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้งานในสนามบินหลายแห่งทั่วโลก”

ในขณะที่มาตรการเสริมเพื่อลดความแออัดของพื้นที่การจัดงาน คุณจาตุรนต์ กล่าวว่ามีการปรับเพิ่มพื้นที่ทางเดินทางกลางจาก 6 เมตรเป็น 10 เมตร และทางเดินระหว่างบูธจาก 3 เมตรเป็น 6 เมตร จัดพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจเพื่อรองรับลูกค้าเพิ่มเติมกว่า 3,000–5,000 ที่นั่งให้กับแต่ละแบรนด์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพื่อจะสามารถกระจายลูกค้าที่ทำธุรกรรมต่าง สู่บริเวณพื้นที่โหลดดิ้งด้านหลังของอาคารชาเลนเจอร์ 2

นอกจากนี้บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ เพิ่มความเชื่อมั่นให้บริษัทรถยนต์ที่ร่วมจัดแสดง และผู้เข้าชมงาน หลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบตราสัญลักษณ์ Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA)  รับรองว่าการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 มีการจัดเตรียมมาตรการทั้งด้านบริการ และด้านสุขอนามัยเป็นไปตามที่ภาครัฐกำหนด

ในขณะเดียวกันเพื่อสอดคล้องกับรูปแบบวิถีชีวิตใหม่-New Normal บริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ร่วมมือกับผู้พัฒนาแพล็ตฟอร์มออนไลน์ เตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ Virtual Motor Show จำลองบรรยากาศของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 สู่แพล็ตฟอร์มออนไลน์ พร้อมออกแบบ e-Catalog และมีระบบแชตเพื่อพูดคุยโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อรถ และรับโปรโมชั่นเหมือนในงานปีนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของงานแสดงรถยนต์ในประเทศไทยที่มีการจัดงานแบบ Virtual พร้อมกันไปด้วย

คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ และรองประธานการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 อธิบายรายละเอียดของแพล็ตฟอร์ม Virtual Motorshow “ในปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่เรานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในยุค New Normal สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงาน แต่อยากทราบข้อมูล และมีความประสงค์จะขอรับข้อมูลต่างๆ ของงาน โดยเราได้เปิดบริการ Virtual Motorshow ขึ้นมาผ่านทางเว็บแพล็ตฟอร์ม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานของแต่ละผู้จัดแสดงที่มาเข้าร่วมงานในปีนี้ทั้งข้อมูลรถยนต์ โปรโมชั่น และการดาวน์โหลดโบรชัวร์ โดยที่พิเศษจากนี้คือระบบ Live Chat ที่สามารถคุยรายละเอียด และเปิดการจองรถยนต์กับท่านฝ่ายขายของบริษัทนั้นๆ ผ่านช่องทางนี้ ถือเป็นการพัฒนาในด้านบริการของบริษัทกรังด์ปรีซ์ฯ ในฐานะผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในยุค New Normal ที่แม้ว่าจะต้องห่างกันหรือเว้นระยะจากกัน แต่เราก็ยังเชื่อมต่อกันได้ สามารถเข้าถึงบรรยากาศ และบริการในด้านต่างๆ ของงานผ่านทางโลกออนไลน์ที่เราจัดเตรียมเอาไว้ให้ได้”

สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 จัดขึ้นที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2563 โดยวันจันทร์-ศุกร์ เปิดให้เข้าชมงานเวลา 12.00-22.00น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้เข้าชมงานเวลา 11.00-22.00น. ราคาบัตรเข้าชมงาน 100 บาท

 

Honda CRV 2020 มาพร้อมรูปลักษณ์และระบบความปลอดภัยทันสมัย ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ

0

Honda CRV 2020 ปรับโฉมในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ พร้อมมุมมองใหม่จากหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา เติมเต็มความปลอดภัยด้วยระบบ Honda Sensing และ Honda Connect มากับขุมพลัง 2 ทางเลือกกับรูปแบบเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC จำหน่ายในราคา 1,369,000 – 1,759,000 บาทพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

Honda CRV 2020 เอสยูวีรุ่นล่าสุดที่ได้เผยโฉมในไทยเป็นประเทศแรกของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ตอกย้ำความสปอร์ตหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ เสริมอารมณ์ความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่

Honda CRV 2020 1

ไฟหน้าแบบ FULL LED มาพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED (Daytime Running Light – DRL) พร้อมไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential และไฟท้ายแบบ FULL LED ที่ได้รับการรมดำ โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคมพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตใหม่ขนาด 18 นิ้ว เติมเต็มความพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามาพร้อมระบบเปิดปิดแบบ One Touch

Honda CRV 2020 3

Honda CRV 2020 30

ฝากระโปรงท้ายเพิ่มความหรูหราตกแต่งด้วยโครเมียม สามารถเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) (ทุกรุ่น) สะดวกสบายด้วยการควบคุมการเปิด-ปิดด้วยรีโมท และปรับระดับความสูงของการเปิดฝากระโปรงท้ายได้ตามต้องการ

Honda CRV 2020 5

ภายในครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียมมาพร้อมแผงคอนโซลขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยลายไม้และวัสดุสีดำ Piano Black มีทั้งแบบเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง และแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Driver Memory Seat) เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง

Honda CRV 2020 8

Honda CRV 2020 9

Honda CRV 2020 28

เติมเต็มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียม อาทิ อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) กระจกมองข้างแบบพับเก็บอัตโนมัติ (ควบคุมด้วยรีโมท) (Auto Foldable Side Door Mirror) กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ (Auto Dimming Rear View Mirror) (ทุกรุ่น) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา i-Dual Zone และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และแถว 3 (รุ่น 7 ที่นั่ง)

Honda CRV 2020 10

ทั้งนี้ยังมากับเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออันล้ำสมัย อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ (เฉพาะรุ่น 4WD) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ควบคุมทุกการสั่งงานได้อย่างง่ายดายผ่านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์

Honda CRV 2020 12

การไมเนอร์เชนจ์ในครั้งนี้ยังได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ได้แก่

-ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

Honda CRV 2020 14

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

Honda CRV 2020 15

-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

Honda CRV 2020 16

-ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

Honda CRV 2020 17

-ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

และยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) (ทุกรุ่น) ตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการควบคุมพวงมาลัยและแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ TFT พร้อมการสั่นเตือนที่พวงมาลัย ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist)

Honda CRV 2020 20

ขุมพลังมี 2  ทางเลือกได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO 4 สูบ ให้กำลังสูงสุดถึง 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) ให้ทั้งอัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 17.9 กิโลเมตร/ลิตร โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

Honda CRV 2020 21

เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC 4 สูบ ให้กำลังสูงถึง 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 224 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85 และ E20 มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนสองล้อ 2WD และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

Honda CRV 2020 24

Honda CRV 2020 มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงินคอสมิก สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล
(เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

Honda CRV 2020 25

มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น ดังนี้
-เครื่องยนต์ดีเซล รุ่น DT-EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,759,000 บาท
-เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 EL 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,579,000 บาท
-เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 E 7 ที่นั่ง ราคา 1,419,000 บาท
-เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 ES 4WD 5 ที่นั่ง ราคา 1,529,000 บาท
-เครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.4 S 5 ที่นั่ง ราคา 1,369,000 บาท

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ จำกัด พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำเพียง 1.99% หรือเลือกรับข้อเสนอ “Double Smile” ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 18,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี เปิดให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 และที่โชว์รูมฮอนด้า* ตั้งแต่ 13 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป

“มาร์เกซบราเธอร์” เตรียมลงขี่ด้วยหมวกเวอร์ชันพิเศษระดมเงินต้านภัยโควิด

0

สองพี่น้องนักบิดดีกรีแชมป์โลกแห่งวงการโมโตจีพี มาร์ค และ อเล็กซ์ มาร์เกซ จากทีมแข่ง เรปโซล ฮอนด้า เตรียมใช้หมวกกันน็อกลายพิเศษ ในศึกดวลความเร็วรุ่นพรีเมียร์คลาสสนามแรกของฤดูกาล 2020 ที่เฆเรซ วันที่ 19 ก.ค.นี้ ก่อนนำไปประมูลพร้อมถุงมือและรองเท้า เพื่อนำเงินที่ได้บริจาคเข้าสภากาชาดสำหรับใช้สู้ภัยโควิด-19

ยังคงร่วมแสดงพลังส่งต่อความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง สำหรับทีมเมทยอดนักบิดเลือดกระทิงดุ หลังก่อนหน้านี้ได้ร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลท้องถิ่นที่ประเทศบ้านเกิด เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะที่กำลังระบาดไปทั่วโลก

ล่าสุด “มาร์เกซบราเธอร์” ได้เปิดตัวหมวกกันน็อกเวอร์ชันเฉพาะกิจที่มาพร้อมข้อความ ‘Pushing Ahead Together’ และลวดลายสะท้อนการร่วมแรงร่วมใจของผู้คนที่มีส่วนช่วยกันต่อสู้กับวิกฤติไวรัสมรณะในครั้งนี้

โดยหลังเสร็จสิ้นเกมดวลความเร็วเรซแรกแล้ว หมวกกันน็อก ถุงมือ และรองเท้า ที่ออกแบบลายกราฟิกพิเศษของทั้งคู่ จะถูกนำไปประมูลบนเว็บไซต์ www.catawiki.es/Marquezforcovid19 ก่อนนำเงินที่ได้บริจาคเข้าสภากาชาดของสเปน เพื่อใช้ในการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าโควิด-19 ต่อไป

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต จ่อคว้าชัยใน Arena of Valor Premier League (APL) 2020

0

ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต แชมป์ RoV Pro League ซีซั่นล่าสุด พรีเซ็นเตอร์ของยามาฮ่า แอร็อกซ์ 155 ส่ง Pro Player เข้าร่วมชิงชัยกับทีมอีสปอร์ตชั้นนำจากโปรลีกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนไต้หวัน ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และจีนไต้หวัน ทั้งสิ้น 14 ทีม ในการแข่งขัน Arena of Valor Premier League (APL) 2020 ทัวร์นาเมนต์ RoV เพื่อช่วงชิงตำแหน่งสุดยอดแชมป์เพียงหนึ่งเดียวพร้อมรับเงินรางวัลกว่า 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยการแข่งขันล่าสุด ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ยังคงรักษาฟอร์มดีครองตำแหน่งผู้นำของ กลุ่มบี และเป็นตัวเต็งแชมป์ในรายการนี้ โดยยามาฮ่า แอร็อกซ์ 155 ขอเชิญชวนสาวกอีสปอร์ตทั่วประเทศร่วม ส่งแรงเชียร์แรงใจ เชียร์ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ในการแข่งขันครั้งนี้

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมส่งแรงใจเชียร์ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ในการคว้าแชมป์การแข่งขัน Arena of Valor Premier League (APL) 2020 ทัวร์นาเมนต์ RoV ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนไต้หวันสุดยิ่งใหญ่ โดยยามาฮ่า แอร็อกซ์ 155 เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต มาอย่างต่อเนื่อง
สาวกอีสปอร์ตสามารถร่วมชม และเชียร์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ทางแอปพลิเคชัน RoV และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.yamaha-motor.co.th หรือที่ Facebook : YamahaSocietyThailand

ฮอนด้าเปิดตัว New CB500F และ CB500X เวอร์ชัน 2020 ปรับโฉมโดนใจไบค์เกอร์ด้วยสีใหม่สุดอินเทรนด์

0

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ในประเทศไทย เปิดตัวโมเดลใหม่ในตระกูล 500 ซีรีย์ นำโดย New Honda CB500F และ New Honda CB500X ปรับโฉมเพิ่มสีสัน นำเทรนด์ปี 2020 เติมเต็มความเท่ขั้นสุดให้กับสตรีทเน็กเก็ตและสปอร์ตแอดเวอร์เจอร์พันธุ์แกร่ง ผสานเทคโนโลยีทันสมัยตอบรับไลฟ์สไตล์การขับขี่ได้อย่างโดดเด่นและลงตัวNew Honda CB500F โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Street Excitement เท่สุดขีด สตรีทเต็มขั้น” เสริมความโฉบเฉี่ยวอินเทรนด์ด้วยสีน้ำเงินใหม่ Candy Caribbean Blue Sea ซึ่งเป็นสีที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกในขณะนี้ พร้อมเติมเต็มความดุดันด้วยลายสีเทาเข้มที่ด้านข้างตัวรถ สะท้อนไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่มีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง

New Honda CB500X โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด “The Adventure Begins เริ่มต้นความท้าทายใหม่…สู่การผจญภัยไม่สิ้นสุด” ถ่ายทอดดีเอ็นเอความแกร่งจากรุ่นใหญ่อย่าง Honda Africa Twin ด้วยการโชว์มัดกล้ามเฟรมหลังสีแดง ลวดลายกราฟิกบนถังน้ำมันแบบใหม่ รวมถึงเพิ่มตัวเลือกสีใหม่ Mat Gunpowder Black Metallic และ Pearl Metalloid White ยกระดับความโดดเด่นให้กับแอดเวนเจอร์ไบค์ของนักบิดสายลุยตัวจริง

New Honda CB500F และ New Honda CB500X ทั้ง 2 รุ่น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังขนาด 500 ซีซี แบบ Parallel-Twin 2 สูบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อมระบบ Assist/Slipper Clutch เพิ่มความนุ่มนวลขณะเปลี่ยนเกียร์ ให้ความสมูททุกการขับขี่ นอกจากนี้ยังติดตั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่รอบคัน ได้แก่ ระบบไฟหน้า-หลังแบบ Full LED มาตรวัดดิจิตอล พร้อมไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ บอกค่าสถานะการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน มั่นใจด้วยกุญแจ Wave key และระบบ H.I.S.S ป้องกันการโจรกรรม ด้วยระบบกุญแจฝังชิพ เทคโนโลยีเฉพาะของฮอนด้า และระบบ Emergency Stop Tail Light แสดงไฟฉุกเฉินเมื่อรถเบรกกะทันหัน เหมือนที่ใช้ในกลุ่มรถซูเปอร์สปอร์ต

ทั้งนี้ รถฮอนด้าบิ๊กไบค์ในตระกูล 500 ซีรีย์ ถือได้ว่าเป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในคลาส 500 ซีซี ของเมืองไทย โดยเฉพาะ Honda CB500X ที่ครองตำแหน่งรถแอดเวนเจอร์บิ๊กไบค์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2013 ล่าสุดเฉพาะในปี 2020 Honda CB500X มียอดจำหน่ายสะสมครึ่งปีแรกสูงถึง 1,275 คัน ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์ในคลาสนี้ได้อย่างเหนียวแน่นเอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda CB500F และ New Honda CB500X โฉมใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda BigWing ทั้ง 22 สาขาทั่วประเทศ โดย New Honda CB500F มีให้เลือก 3 เฉดสีสุดเท่ ได้แก่ Grand Prix Red, Mat Gunpowder Black Metallic และสีใหม่ Candy Caribbean Blue Sea ราคาแนะนำที่ 214,700 บาท ขณะที่ New Honda CB500X มีให้เลือก 3 เฉดสี เช่นกัน ได้แก่ Grand Prix Red และ 2 สีใหม่ Mat Gunpowder Black Metallic และ Pearl Metalloid White ราคาแนะนำที่ 224,900 บาท

พา Toyota Hilux Revo Rocco 2020 รุ่นท๊อป 2.8 4WD ไปลุยหนัก (มีคลิปวีดีโอ)

0

ถือเป็นครั้งแรกในการสัมผัสกับ Toyota Hilux Revo Rocco 2020 รุ่นท๊อป 2.8 4WD ทั้งทางเรียบและทางลุยเกิน 100 กม. กับสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.8 ลิตร ที่มีแรงม้าให้ถึง 204 แรงม้าพร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร รวมถึงการปรับปรุงสมรรถนะช่วงล่าง จากเดิมในรูปแบบแหนบ 5 แผ่นเปลี่ยนให้เหลือเพียง 3 แผ่น ตามไปดูกันครับ ว่าผลทดสอบในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

 

การทดสอบในครั้งนี้นอกจากการทดลองทางเรียบ ยังได้นำไปลุยหนักเพื่อลองสมรรถนะในรูปแบบออฟโรด โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เขาไผ่ จ.ชลบุรี และที่นี่เองก็ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่และยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มาลองดูสถานที่เที่ยวชมธรรมชาติ ในมุมมองพาโนราม่ากันดูครับ แต่ถ้าใครอยากลองตามรอยไปเที่ยวดูก็ได้ แต่เส้นทางค่อนข้างสาหัส เรียกว่าได้งัดวิชาการขับขี่ และตัวช่วยลุยต่างๆอย่างครบถ้วน

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 1

เริ่มต้นการเดินทางที่ Toyota Driving Experience Park ย่านบางนา ระยะทางกว่า 100 กม. ที่ได้สัมผัสกับรถคันนี้ ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะได้รับการปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในฝากระโปรงนั่นคือขุมพลังที่ได้รับการพัฒนาใหม่โดยใช้ขนาดความจุเดิมคือ 2.8 ลิตร

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 2

ขุมพลังนี้ได้พัฒนาระบบฉีดเชื้อเพลิงรวมถึงระบบอัดกาอาศใหม่จนได้แรงม้าถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตมัติ 6 จังหวะ ทำให้การเรียกใช้ความเร็วแต่ละครั้งนั้นตอบสนองได้ทันใจ ขับสนุกขึ้นมากเพราะมีการปรับแต่งการทำงานของเกียร์ให้ตัดรอบได้กว้างขึ้น นั่นคือการลากเกียร์ได้ยาวขึ้นนั่นเอง

นอกจากขุมพลังยังมีการปรับช่วงล่างด้านหลังใหม่ จากเดิมที่เป็นแหนบแผ่น 5 ชั้น ลดลงให้เหลือเพียง 3 ชั้น โดยทางวิศวกรของโตโยต้าเล้งเห็นถึงการใช้งานรถกระบะที่เป็นพาหนะหลักในการชีวิตประจำวันมากกว่าการนำไปบรรทุกสัมภาระ จึงเป็นเหตุให้แหนบถูกลดจำนวนลง

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 3

แหนบ 3 แผ่นที่ปรับปรุงในครั้งนี้มาจากเหล็กกล้าที่แข็งแรงและทนทาน ฟิลลิ่งการขับขี่นั้นเปลี่ยนไปจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลอย่างชัดเจน ในย่านความเร็วต่ำควบคุมได้ง่าย และสนุกได้กับการขับขี่ ส่วนความเร็วสูงอาจจะกระเด้งไปสักนิด ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล แต่ฟันธงว่าต่างไปจากรถกระบะทั่วไปแน่นอน ด้านการบรรทุกสัมภาระนั้น คงต้องลองลุ้นกันทีครับ เพราะการทดสอบในครั้งนี้ เราเน้นลุยหนักจริงๆ

พวงมาลัยถือเป็นอีกหนึ่งการปรับปรุงที่ค่อนข้างเด็ด ปรับระดับความสูงต่ำและขึ้น/ลงได้ ความเร็วต่ำนั้นถือว่าค่อนข้าเบา ผู้หญิงใช้งานได้สบาย ส่วนพอย่านความเร็วสูง พวงมาลัยจะมีการปรับหน่วง จนนน.ต่างไปจากเดิม แต่ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งการควบคุมที่แม่นยำ

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 4

อีกหนึ่งระบบหากเมื่อยล้าในการขับขี่ สามารถใช้งานระบบ Cruise Control ที่ทำงานร่วมกับ Dymanic Radar Cruise Control ซึ่งทำหน้าที่ล๊อคความเร็วอัตมัติ รวมถึงชะลอรถเพื่อความปลอดภัยในกรณีที่รถด้านหน้าช้ากว่า และสามารถตั้งระยะห่างจากรถคันหน้า ซึ่งสามารถควบคุมระยะห่างโดยใช้ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่น ซึ่งแสดงภาพจำลองระยะห่างในจอ TFT ขนาด 7 นิ้วบริเวณมาตรวัด

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 5

และตัวสนับสนุนด้านความปลอดภัยซึ่งอาจเกิดปัญหาต่อเนื่องมาจากความเหนื่อยล้านั่นคือ Lane Departure และ Lane Tracking Assist ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งานจากเส้นถนนทั้งฝั่งซ้ายและขวา หากตรวจจับได้ว่ารถเริ่มมีอาการเซออกนอกช่องทาง จะส่งเสียงเตือนมายังห้องโดยสารรวมถึงหักพวงมาลัยกลับมากลางช่องทางได้อย่างปลอดภัย

การเชื่อมต่อกับสมทาร์ทโฟนนั้นก็ง่ายดาย รวมถึงหากอยากให้แอพลิเคชั่นทั้งในระบบ Apple Carplay และ Android Auto นั้นสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องใช้สายชาร์จที่เป็นของแท้ของแบรนด์สมาร์ทโฟนนั้นๆมาเชื่อมต่อ

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 6

1 แอพพลิเคชั่นที่ถือเป็นผลพลอยได้จากการเชื่อมต่อนั่นคือแผนที่การเดินทางหรือ Google Map ซึ่งฟีเจอร์เด่นที่ Toyota Hilux Revo Rocco 2020 นั้นขาดหาย นั่นคือเนวิเกเตอร์ แต่ก็ได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนมาทดแทน

ทางเรียบสามารถสรุปการทดสอบคร่าวๆได้ประมาณนี้ แต่ทางลุยนี่ถือมามีความน่าสนใจไม่ใช่น้อย

การเดินทางแบบออฟโรดในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยผมไม่แนะนำให้ไปเพียงคันเดียวเป็นอันขาด เพราะหากประสบเหตุรถติดกับอุปสรรคหลายๆรูปแบบ อาจจะต้องกินข้าวลิงอยู่ในป่าจนกว่าจะมีใครมาพบหรือติดต่อกับคนภายนอกได้

ทริพลุยแบบนี้จึงต้องหาพันธมิตรมาเข้าร่วมการเดินทาง โดยครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากพี่จิม ภูวเดช บุญสอาด และ น้าโอปอ คฑาวุธ สีที กลุ่มออฟโรดซูซูกิ ศรีราชา พี่สร ประภัคศร สุวรรณรัตน์ อดีตนักแข่งออฟโร๊ดจอมเก๋า รวมถึงพี่สุไอนี เจริญสุข กลุ่มอนุรักษ์เขาไผ่ในฐานะเจ้าของพื้นที่

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 7

สภาพพื้นที่ของเส้นทางบนเขาไผ่นั้นจะเรียกว่าเป็นถนนก็ไม่สนิทปากเพราะเดิมทีคือแนวกันไฟป่า ความกว้างของเส้นทางนั้นเรียกว่าพอดีคัน ทั้งยังเป็นร่องแยกของหน้าดินที่ค่อนข้างลึก การขึ้นไปยังจุดชมวิวมีให้เลือกทั้งหมด 3 เส้นทาง ขึ้นอยู่กับระดับความยากง่าย ซึ่งครั้งนี้ ทางกลุ่มพันธมิตรที่จะเป็นผู้นำทางแนะนำให้ไปลองเส้นทางที่ 2 ที่มีสภาพเส้นทางที่หลากหลาย

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 8

ระบบขับเคลื่อนเดิมที่อยู่ในตำแหน่ง 2H จากนี้เป็นต้นไปจะอยู่ที่ 4h และ 4L แล้วแต่สถานการณ์ที่จะพบเจอ ตัวช่วยในทางลุยที่ต้องให้ความสำคัญอันดับตันๆได้แก่ Hill Start Assist หรือระบบช่วยออกตัวบนทางชัน Downhill Assist Control ระบบช่วยลงทางชัน และ Auto Limited Slip deferential คอยทำหน้าที่ควบคุมและถ่ายกำลังของเครื่องยนต์ไปยังล้อต่างๆได้อย่างเหมาะสม

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 9

ขุมพลัง 204 แรงม้าจากเครื่องยนต์จะถูกลดความสำคัญลงไปทันที เพราะไม่มีเส้นทางให้ใช้ความเร็ว แรงบิด 500 นิวตันเมตร จึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยฟันฟ่าอุปสรรคต่างๆโดยเฉพาะ

อีกตัวช่วยคือชิ้นส่วนที่สัมผัสกับพื้นผิวเป็นอันดับแรก ได้แก่ ยาง ที่ติดรถมานั้นเป็นของ Dunlop Grandtrek AT ขนาด 285/60 18 ถ้าจะให้เหมาะกับพื้นที่ลุยควรจะเป็นดอกยางแบบ Mudterrain ซึ่งยางนั้นมีบั้งลึก คอยช่วยตะกุยสภาพเส้นทางลุยได้ดีกว่า

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 9

สภาพเส้นทางบางช่วงทั้งขึ้นเนินชันและเป็นร่องลึกมาก ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้งานระบบขับเคลื่อนแบบ 4l แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้ Auto Differential Lock และต้องถือว่าโชคเข้าข้าง เนื่องจากหากเกิดฝนตก เส้นทางจะสาหัสขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะน้ำที่ขังอยู่บางช่วงนั้น หากดินอุ้มน้ำมากกว่านี้รับรองสนุกแน่นอน

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 12

 

ระยะทางจากทางขึ้นประมาณ 3 กม. สภาพเส้นทางจะเป็นหินทั้งหมด ซึ่งช่วงล่างที่นุ่มนวลนั้นช่วยรับแรงสั่นสะเทือนในสภาพเส้นทางแบบนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 11

หลังจากนวดช่วงล่างกับทางหินพักใหญ่ ก๊วนของเราก็มาถึงยังจุดชมวิวบริเวณยอดเขา จุดชมวิวบนเขาไผ่เป็นลานโล่งๆและมีการดูแลพื้นที่จากกลุ่มอนุรักษ์เขาไผ่ ที่มีจิตใจเป็นสาธารณ และรวมตัวกันโดยไม่ได้หวังผลประโยชน์เพียงแค่ต้องการให้ป่าไม้นั้นยั่งยืน

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 13

ลานโล่งๆแห่งนี้สามารถมองทิวทัศน์แบบพาโนราม่า เห็นทั้ง แสมสาร พัทยา บางละมุง เกาะล้าน ซึ่งเป็นภาพที่หลายคนไม่เคยมองเห็น แต่การเดินทางมายังจุดชมวิวแห่งนี้อาจจะดุโหดไปสักหน่อย แต่ถ้าเลือกทางขึ้นที่ 1 อาจจะไม่ต้องใช้ทักษะการขับขี่และพละกำลังของเครื่องยนต์รวมถึงตัวช่วยการขับขี่สักเท่าไหร่

“จุดชุมวิวยังมีอีกแห่ง ซึ่งถ้าไปทางนั้น ต้องลงทางที่ 3” คำเชื้อเชิญจากพี่สุไอนี กลุ่มอนุรักษ์เขาไผ่ ทำให้ผมต้องตัดสินใจ ด้วยเหตุผลที่ว่า จะให้รถคันนี้ออกจากป่าด้วยความบอบช้ำน้อยที่สุด แต่ก็มาทั้งที ขอลองสักหน่อยว่าจะไหวสักแค่ไหน

เส้นทางที่พบเจอจากนี้ไป ถือว่าสาหัสสุดในเขาไผ่ ซึ่ง 2 ระบบ Auto Limited Slip deferential และ Downhill Assist Control จะเข้ามาเป็นพระเอก เพราะสภาพทางลงที่ลาดชัน ยิ่งถ้าฝาตกหรือเป็นดินรูปแบบหนังหมู อาจทำให้รถเกิดหลุดการควบคุม และลื่นไถลไปตามความลาดเท ซึ่งจะทำให้ความเสียหายเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 14

ห่างจากทางลงจุดชมวิวเพียงเล็กน้อย ทางที่เป็นร่องลึกทำให้ล้อหลังซ้ายและล้อหน้าขวา เกิดอาการแขวน ซึ่งทำให้รถเคลื่อนตัวไม่ได้ Auto Limited Slip deferential ถูกเรียกใช้งานทันที โดยมีคุณสมบัติในการล๊อคเพลาขับที่ถ่ายกำลังไปยังล้อที่ไม่สัมผัสกับพื้นผิว ให้ถ่ายมายังล้อที่ติดพื้นในอัตราส่วน 50/50 กำลังที่หายไปจากเครื่องยนต์จึงถูกนำมาใช้ให้ถูกที่ถูกทาง และสถานการณ์นี้จึงผ่านไปได้แบบไม่หืดจับสักเท่าไหร่

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 16

ทางลงเขาไผ่บนเส้นทางที่ 3 นั้นค่อนข้างชันและโหดสำหรับรถแสตนดาร์ดที่ไม่มีการตกแต่งอัพเกรดไว้ใช้งานในทางลุย เนื่องจากเป็นร่องหิน หากลงผิดไลน์ รถต้องมีความบอบช้ำที่จะเกิดขึ้นกับระบบช่วงล่าง บันได หรือแม้กระทั้งสีรถ เพราะเป็นช่องทางที่ค่อนข้างแคบและชัน ระบบ Downhill Assist Control จึงถูกเรียกมาใช้งาน โดยเปิดสวิทช์ควบคุมบริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งจะเข้ามาช่วยคุมความเร็วไม่เกิน 7 กม./ชม. โดยใช้กำลังของเครื่องยนต์และเบรก

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 17

การลงทางลาดชันแบบนี้จึงควบคุมรถได้ง่ายและไม่จำเป็นต้องใช้เบรกเพื่อชะลอความเร็ว แต่ที่ขาดไม่ได้คือผู้นำทางประสบการณ์สูงอย่าง พี่สร อดีตนักแข่งรถออฟโร๊ด มีรางวัลการันตีมาแล้วหลายสนาม แต่วันนี้มารับอาสาเป็นผู้บอกไลน์กิตติมศักดิ์ จึงทำให้เราสามารถเดินทางได้ตลอดรอดฝั่ง

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 18

การเดินทางทุลักทุเลกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อสำรวจเส้นทางบนเขาไผ่รวมถึงการทดสอบสมรรถนะของ Toyota Hilux Revo Rocco 2020 จบลงอย่างไม่มีอะไรบอบช้ำ สภาพเส้นทางถือว่าค่อนข้างหนักสำหรับรถแสตนดาร์ท แต่ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ติดตั้งมาในรถคันนี้ ช่วยให้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี แต่หากไม่มีพันธมิตรที่เข้ามาช่วยดูแลและบอกทาง การนำรถออกจากพื้นที่จะเกิดความเสียหายเท่าไหร่นั้น คงยากเกินคาดเดา

Toyota Hilux Revo Rocco 2020 20

การที่ได้สัมผัส Toyota Hilux Revo Rocco 2020 ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นรถกระบะที่มีขุมพลังไม่ธรรมดา และระบบช่วงล่างแบบใหม่ที่ต่างไปจากเดิม ทำให้ขับสนุกแถมยังเติมเต็มตัวช่วยขับขี่และความสะดวกสบายอย่างครบถ้วน ส่วนใครที่จะตามรอยการเดินทาง ไม่แนะนำให้ไปคนเดียวเป็นอันขาด และรถคุณต้องพร้อมพอที่จะลุยทางดุๆแบบนี้ ไม่งั้นมีหวังได้กินข้าวลิงในป่าแน่นอนครับ

ยามาฮ่า จัดทริปทดสอบ โชว์สมรรถนะ King of 150 Class พร้อมกัน 2 รุ่น

0

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จัดทัพสื่อมวลชนทดสอบสมรรถนะ ยามาฮ่า แอร๊อกซ์ 155 และ ยามาฮ่า เอ็กซ์ไซเตอร์ 150 ตอกย้ำความนิยมของตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติก และรถครอบครัวสไตล์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยสโลแกน King of 150 class

นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และตราสินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พาสื่อมวลชนชั้นนำของประเทศไทยร่วมทดสอบ รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า แอร็อกซ์ 155 และ ยามาฮ่า เอ็กซ์ไซเตอร์ 150

โดยในครั้งนี้ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ได้ชวนสื่อมวลชนร่วมสัมผัสสมรรถนะของรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า แอร็อกซ์ 155 และ ยามาฮ่า เอ็กซ์ไซเตอร์ 150 ที่สุดของรถจักรยานยนต์คลาส 150 ซีซี สไตล์สปอร์ต ในแบบสปอร์ตออโตเมติก และแฟมิลี่สปอร์ต ณ อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ซึ่งได้รับการตอบรับจากสื่อมวลชนที่ร่วมทำการทดสอบอย่างคับคั่ง

สำหรับ ยามาฮ่า เอ็กซ์ไซเตอร์ 150 ตอบโจทย์การใช้งานด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 150 ซีซี สูบเดี่ยว 4 จังหวะ ระบบ SOHC 4 วาล์ว ภายใต้ดีไซน์ที่ลงตัวตามหลักแอโรไดนามิค เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต ใช้งานได้อย่างคล่องตัวด้วยโครงสร้างเฟรมใหม่น้ำหนักเบา ทั้งยังเร้าใจด้วยระบบเกียร์แบบสปอร์ต 5 สปีด พร้อมคลัตช์มือ

โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ LED สว่างชัดทุกการขับขี่พร้อมไฟ HAZARD ที่ลงตัวกับบังลมใหม่ให้ความรู้สึกปราดเปรียวสไตล์สปอร์ต รวมถึงเรือนไมล์สุดไฮเทคที่ให้ความคมชัดทุกมุมมอง ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งยังล้ำสมัยด้วย Sport Moped ช่วยค้นหารถได้ในระยะ 20 เมตร

ด้าน ยามาฮ่า แอร็อกซ์ 155 โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่มาพร้อมกับความสปอร์ต ด้วยเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ NEGATIVE ขนาดใหญ่ 5.8 นิ้ว รวมถึงไฟหน้าคู่แบบ LED ดีไซน์สปอร์ตและช่องต่อชาร์จแบตมือถือหรือไฟสำรอง พร้อมช่องเก็บของด้านหน้า ให้ความสะดวกสบาย

แรงสุดในคลาส ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี 4 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ตอบสนองทุกอัตราเร่ง ทั้งยังประหยัดทุกความเร็ว มาพร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ และระบบดับเครื่องยนต์อัจฉริยะเพิ่มความประหยัด ทั้งยังปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบเบรก ABS ควบคุมการเบรกป้องกันล้อล๊อคในรุ่น ABS Version

ยอดขายครอสโอเวอร์มาสด้ามาแรงขึ้นแท่นอันดับหนึ่งเดือนมิถุนายน พร้อมครองแชมป์ประจำไตรมาสแรก FY2020

0

มาสด้า สร้างเซอร์ไพรส์ผงาดขึ้นครองอับดับหนึ่งด้านยอดขายในตลาดรถ ครอสโอเวอร์เอสยูวีเดือนมิถุนายนได้สำเร็จอีกครั้ง ด้วยยอดจำหน่ายสูงเกือบ 1,200 คัน หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มาสด้าสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เซ็กเมนต์นี้เป็นครั้งที่สอง และยังสร้างประวัติศาสตร์ยอดขายในไตรมาสแรกประจำปีงบประมาณ 2020 ได้อย่างภาคภูมิ ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 2,201 คัน ตอกย้ำคำมั่นสัญญาและความมุ่งมั่นของมาสด้าในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมภายใต้เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ และความสง่างามของการออกแบบจาก โคโดะ ดีไซน์ รวมทั้งตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย มาพร้อมฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มรูปแบบ จึงทำให้มาสด้าสามารถครองแชมป์ตลาดรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ได้สำเร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เราเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นความท้าทาย เราเคยสร้างสิ่งที่ไม่คาดว่าจะเป็นไปได้ด้วยการก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งของรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาแล้ว วันนี้มาสด้ารู้สึกเป็นเกียรติและปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง ที่ครอสโอเวอร์เอสยูวีของมาสด้าได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทยจนสามารถคว้าแชมป์มาครองได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งล้วนเกิดจากความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทยต่อรถยนต์มาสด้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัว ALL-NEW MAZDA CX-30 ยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวีน้องใหม่ล่าสุด รวมทั้งการปรับโฉมของ CX-3 ที่เข้ามาเติมเต็มตลาดครอสโอเวอร์ในประเทศไทยจนเกิดเป็นกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้า และผลักดันให้มาสด้าสามารถก้าวขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์สัญชาติญี่ปุ่นทั้งในเดือนมิถุนายนและไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2020 ได้สำเร็จ มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาสด้าเป็นอย่างสูง

“ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสที่ส่งผลต่อตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทุกธุรกิจต้องดำเนินต่อไปเพื่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะ 3 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนตลาดรถยนต์ของไทยมียอดรวมประมาณ 124,000 คัน (ตัวเลขประมาณการ) ในขณะที่มาสด้ามียอดขายสะสมอยู่ที่ประมาณ 5,256 คัน โดยตลาดรถครอสโอเวอร์เอสยูวีเฉพาะเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้นมียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 4,847 คัน (ไม่รวม PPV) ซึ่งมาสด้ามียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นจำนวนถึง 1,184 คัน

โดยแบ่งออกเป็น MAZDA CX-30 จำนวนสูงถึง 700 คัน MAZDA CX-5 จำนวน 230 คัน MAZDA CX-3 จำนวน 173 คัน และ MAZDA CX-8 จำนวน 81 คัน ตามลำดับ ทำให้มาสด้าสามารถขึ้นแท่นครองแชมป์แบรนด์ผู้จำหน่ายรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวีสัญชาติญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน และประสบความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้นด้วยยอดจำหน่ายอันดับหนึ่งของไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2020 (เมษายน-มิถุนายน) ด้วยยอดจำหน่ายรวมถึง 2,201 คัน จากตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 10,982 คัน (ตัวเลขประมาณการ)” นายชาญชัย กล่าวเสริม

ฟอร์ด จัดทัพรถยนต์สุดยอดสมรรถนะ ลุยงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

0

ฟอร์ด เตรียมจัดแสดงทัพรถยนต์ทุกรุ่น เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันโดดเด่นและสุดยอดแห่งความแข็งแกร่ง ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 15 – 26 กรกฎาคม 2563 พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมาย ทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน

จัดเต็มทัพสุดยอดสมรรถนะครบทุกรุ่น 

ฟอร์ด เตรียมจัดแสดง ฟอร์ด เรนเจอร์ ผู้นำเซ็กเมนต์รถกระบะ ครบทุกรุ่นในงานมอเตอร์โชว์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นท็อปที่ครบเครื่องด้วยการดีไซน์โฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง รุ่นไวลด์แทรค รุ่นยอดนิยมอย่าง XLT และรุ่น XL และ XLS ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ 

Ford Ranger Raptor Hamer Open

ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ด ยังพร้อมจัดแสดง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สุดยอดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ด้วยความแรงจากนวัตกรรมเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อส่งมอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร เสริมเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ อาทิ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ที่มายกระดับความแกร่งอัจฉริยะที่ปฏิวัติและสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการรถกระบะ 

ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ สุดยอดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ปลอดภัยและชาญฉลาดที่สุดในเซ็กเมนต์ โดดเด่นและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะแลสมรรถนะที่มาพร้อมกับดีไซน์อันโดดเด่น และห้องโดยสารที่หรูหราและสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับทั้งบนทางเรียบและออฟโรด  

ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตระดับตำนานที่มาพร้อมกับพละกำลังและการขับขี่สุดเร้าใจด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลังสองรุ่น ได้แก่ เครื่องยนต์ 5.0L V8 และ เครื่องยนต์ 2.3L EcoBoost และด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียว ประสบการณ์การขับขี่อันโฉบเฉี่ยว และเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้เอง ทำให้มัสแตงได้รับขนานนามให้เป็นหนึ่งในรถสปอร์ตที่โดดเด่นที่สุดในประวัติกาล

 

ข้อเสนอสุดพิเศษมากมายจากฟอร์ด  

เตรียมพบกับโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์มากมายจากฟอร์ด ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น : อัตราดอกเบี้ย 0 % ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ : ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ไวลด์แทรค : อัตราดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 30% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ลิมิเต็ด : อัตราดอกเบี้ย 0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ โปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 10 ปี หรือ 150,000 กม.