Home Blog Page 444

โตโยต้า จับมือ ไอโออิ แนะนำประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับดี ลดให้” (PHYD)

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จับมือ บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) แนะนำผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ ภายใต้ประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับดี ลดให้” (Pay How You Drive หรือ PHYD) สำหรับรถยนต์ทุกรุ่นที่มีเทคโนโลยี T-Connect ใหม่ เชื่อมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รองรับทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อส่งเสริมการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย สร้างสังคมคนขับรถดี พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์

 

เมื่อปี 2561 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จับมือ บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้แนะนำประกันภัย ภายใต้ประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับน้อย จ่ายน้อย” (Pay As You Drive หรือ PAYD) ที่มาพร้อม T-Connect Telematics ถือเป็นรายเเรกในประเทศไทยที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการประกันภัยที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้าที่มีการขับขี่รถยนต์ในระยะทางสั้นหรือใช้งานน้อย

สำหรับปี 2563 โตโยต้าได้มีการพัฒนาไปอีกขั้นกับประกันภัยรูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับประกันภัยให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการขับขี่ ภายใต้ประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ ขับดี ลดให้” (Toyota Care PHYD – Pay How You Drive) โดยการวิเคราะห์ข้อมูล ระยะทางการใช้งาน และพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้า นำมาคำนวณคะแนนการขับขี่พร้อมข้อแนะนำเพื่อปรับปรุงในการขับขี่อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ผ่านเทคโนโลยี T-Connect ใหม่ เป็นเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนคุณไปทุกที่ ด้วยความเชื่อมั่น ปลอดภัย และไร้กังวล รองรับทุกไลฟ์สไตล์เพื่ออนาคต

 

โตโยต้า แคร์ “ขับดี ลดให้”Toyota Care PHYD (Pay How You Drive)

เป็นประกันภัยชั้น 1 ที่ให้บริการในรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่นที่มีเทคโนโลยี T-Connect โดยมีจุดเด่นที่การวิเคราะห์ระยะทางการขับขี่จริงของผู้ใช้ พร้อมพฤติกรรมการขับขี่ออกมาเป็นรายงานและคำแนะนำการขับรถยนต์ เพื่อให้ลูกค้าได้พัฒนาการขับขี่ได้ดีขึ้นและช่วยลดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังมีระบบประมวลผลเป็นคะแนน เพื่อได้รับส่วนลดพิเศษสำหรับการต่ออายุประกันภัยในปีถัดไป โดยรูปแบบประกันภัยนี้สามารถนำเสนอให้แก่ลูกค้าทั่วไป และลูกค้าธุรกิจ

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการประกันภัยชั้น 1 ของโตโยต้าแคร์ “ขับดี ลดให้” (PHYD) จะได้รับมีดังนี้

1. กลยุทธ์ด้านราคา :

  • มิติใหม่แห่งความประหยัด “ยิ่งขับดี ขับน้อย ยิ่งได้ส่วนลด”
ปีส่วนลดพิเศษ โตโยต้า แคร์ “ขับดี ลดให้” (PHYD)
ปีที่ 1› ประกันรถป้ายแดง รับส่วนลด 5% จากค่าเบี้ยปกติ

     (พิจารณาจากการมีระบบ Theft Track สามารถติดตามรถเมื่อถูกโจรกรรม ช่วยลดความเสี่ยงรถหาย)

ปีที่ 2 – 8› ส่วนลดค่าเบี้ยต่ออายุประกันภัย

·       ต่อที่ 1: ส่วนลดประวัติดี (No claim bonus)

(พิจารณาจากการไม่เคลมประกันภัย ตัวอย่างปีที่ 2                            รับส่วนลด 20%)

·       ต่อที่ 2: ส่วนลดจาก PHYD     ส่วนลดสูงสุด 25%

(คำนวณจากคะแนนการขับขี่ดี + ระยะทางการขับขี่น้อย)                   

รวมประหยัดสูงสุด 4,891 บาท/ปี

2. กลยุทธ์ด้านบริการ : “มั่นใจ คุณภาพดี สบายใจ”   

  • บริการตรวจสอบหาตำแหน่งรถยนต์ Theft Track กรณีถูกโจรกรรม โดยระบบจะติดตามจุดพิกัดของรถยนต์จากแอปพลิเคชัน T-Connect by Toyota
  • สิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามมาตรฐานประกันภัยโตโยต้าแคร์ อาทิ
    › รับประกันงานซ่อมที่ศูนย์บริการตัวถังและสีของโตโยต้า นาน 12 เดือน
    › สามารถใช้บริการ ณ ศูนย์บริการตัวถังและสีของโตโยต้า กรณีต่ออายุประกันภัย PHYD
    › บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินตลอด 24 ชม.
    › บริการงานซ่อมด้วยอะไหล่แท้จากโตโยต้า พร้อมช่างผู้ชำนาญงานได้มาตรฐาน
    › เข้ารับบริการตามมาตรฐานโตโยต้า ด้วยอะไหล่แท้ที่ศูนย์บริการตัวถังและสีของโตโยต้า ที่ครอบคลุมกว่า 256 แห่งทั่วประเทศ
  • ประกันภัย โตโยต้า แคร์ ขับดีลดให้ (PHYD) รองรับรถยนต์โตโยต้าที่มีเทคโนโลยี T-Connect ใหม่ ได้แก่ ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่ และฟอร์จูนเนอร์ ใหม่ ที่แนะนำปี 2563 เป็นต้นไป 


3. สะดวกสบาย ใช้งานง่าย ผ่าน แอปพลิเคชัน T-Connect by Toyota

  • สามารถตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ วันคุ้มครอง วันหมดอายุ เลขที่กรมธรรม์
  • ตรวจสอบคะแนนการขับขี่ ระยะทางการใช้งาน พร้อมคำแนะนำการขับขี่ปลอดภัย
  • บริการแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อถึงเวลาต่ออายุประกันภัยฯ

4. สังคมแห่งการขับขี่ปลอดภัย

  • เมื่อจบการเดินทางในแต่ละครั้ง ภายใน 30 นาที ระบบ T-Connect จะส่งข้อมูลการขับขี่ไปยังบริษัทประกันภัยเพื่อทำการวิเคราะห์และประมวลผลพฤติกรรมการขับขี่ออกมาเป็นคะแนน พร้อมคำแนะนำการขับขี่ปลอดภัย ในแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกิดสังคมคนขับรถดี และเกิดความปลอดภัยบนท้องถนน นำไปสู่การลดอุบัติเหตุในสังคมไทย

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ
  • ศูนย์ T-Connect Call Center ติดต่อได้ที่โทร. 02-386-2000 ต่อ 3
  • บมจ.ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า PHYD โทร. 02-620-8111 (จันทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 8.30-17.00)

ฮุนได มอเตอร์ เผยข้อมูลดีไซน์ ฮุนได ซานตาเฟ่ ใหม่ สุดยอดรถอเนกประสงค์ของครอบครัว

0

บริษัท ฮุนไดมอเตอร์ เปิดเผยถึงการออกแบบรถยนต์ ซานตาเฟ่ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีสไตล์สวยโดดเด่นพร้อมเพิ่มฟังค์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่ามากขึ้น ทำให้ฮุนไดซานตาเฟ่ คือ รถอเนกประสงค์ที่เหมาะกับทุกการใช้งานของครอบครัว 

ฮุนได ซานตาเฟ่ ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสพการณ์ระดับพรีเมี่ยม ขณะเดียวกันตอบสนองทุกความต้องการสำหรับกลุ่มลูกค้าครอบครัว การออกแบบซานตาเฟ่รุ่นที่ 4 นี้ เป็นการปรับเปลี่ยนที่มากกว่าการปรับโฉมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและการตกแต่งภายในใหม่ สามารถมองเห็นได้จากทุกด้านของตัวรถ

“เราได้เพิ่มความทันสมัยให้ซานตาเฟ่ ใหม่ ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยมและความสวยงามดึงดูดใจที่แน่นอนว่ามันได้เพิ่มคุณค่าให้กับรถรุ่นนี้มากยิ่งขึ้น” มร.ลี ซังยัพ, รองประธานอาวุโสและหัวหน้าศูนย์การออกแบบระดับโลก กล่าว “เส้นตัวถังด้านข้างที่ดูเด่นชัดรอบคันทั้งจากด้านหน้าจรดด้านท้าย ทำให้ซานตาเฟ่ดูแข็งแกร่งแต่สวยงามซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ต้องการ นอกจากนี้เรายังเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อมอบความเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่แท้จริง ที่มอบความเพลินเพลินในการขับขี่”

ด้านหน้าของซานตาเฟ่มาพร้อมกระจังหน้าที่กว้างขึ้นและถูกวางเต็มพื้นที่ด้านหน้าของตัวรถ เช่นเดียวกับช่องดักลมด่านล่างที่วางขนานช่วยเพิ่มไลน์แนวนอน เน้นให้เห็นความกว้างและความสมดุลของรถยิ่งขึ้น

กระจังหน้ามาพร้อมกับลวดลายทรงเรขาคณิต รวมถึงไฟหน้าที่ออกแบบให้มีเอกลักษณ์ ซึ่งจะเห็นได้ในรถยนต์ฮุนไดหลายๆ รุ่น โดดเด่นสะดุดตาด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ด้านบนของกระจังหน้า แล้วตัดผ่านเพื่อสร้างรูปทรงตัว “T” ที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละมุมเมื่อไฟส่องสว่าง

ด้านข้างของซานตาเฟ่ ใหม่ โดดเด่นด้วยเส้นด้านข้างแบบไร้รอยต่อที่เชื่อมระหว่างไฟส่องสว่างเวลากลางวันกับไฟท้ายทำให้รถดูโฉบเฉี่ยว ความกว้างของซุ้มล้อที่เพิ่มขึ้นและขนาดล้อ 20 นิ้วเน้นให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและทรงพลังตามลักษณะรถอเนกประสงค์

ไฟท้ายที่ออกแบบใหม่ของซานตาเฟ่ ติดตั้งขวางอยู่บริเวณของแฮทช์ประตูท้าย ลักษณะเป็นแท่งไฟเพรียวบาง ช่วยเสริมการออกแบบแนวเดียวกันทั้งด้านหน้าและด้านข้างของรถยนต์ รวมไปถึงแผ่นสะท้อนแสงด้านหลังที่กว้างและแผ่นกันกระแทกที่ออกแบบให้เป็น 3 ระดับขั้นอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ

การออกแบบภายในของซานตาเฟ่ใหม่ ได้เพิ่มพื้นที่และความสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ รวมทั้งได้เพิ่มความหรูหราโดยส่วนประกอบทุกชิ้นทำจากวัสดุสัมผัสนุ่มระดับพรีเมี่ยม ติดตั้งคอนโซลกลางอยู่ในระดับสูงทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้ารู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเก้าอี้นวม

ปุ่มควบคุมทั้งหมดวางอยู่ในตำแหน่งตรงกลาง ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ตรงกลางของคอนโซลกลางที่ออกแบบใหม่นั้น จะมีปุ่มเปลี่ยนเกียร์พร้อมกับฟังก์ชั่นอื่นๆที่ใช้งานบ่อยครั้ง และด้วยระบบเกียร์แบบ Shift-by-Wire ทำให้สามารถออกแบบเกียร์เป็นแบบกดปุ่มสวิตช์แทนการเปลี่ยนเกียร์แบบเดิม

นับเป็นครั้งแรกที่ซานตาเฟ่ใหม่ มาพร้อมกับตัวเลือกในโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกตามแต่ละสภาพถนน ปุ่มควบคุมได้รับการติดตั้งที่คอนโซลกลางเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้เหมาะสมในทุกสถานการณ์ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ HTRAC All-Wheel-Drive (AWD) ซึ่งสามารถเลือกโหมดการขับขี่เฉพาะสภาพถนน ซึ่งได้แก่โหมดบนทราย (Sand) , หิมะ (Snow) และโคลน  (Mud) เช่นเดียวกับโหมด Eco, Sport, Comfort และ Smart ซึ่งระบบจะจดจำโหมดสุดท้ายของผู้ขับขี่อัตโนมัติ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องเลือกโหมด

 

การวางตำแหน่งของคอนโซลกลางใหม่ ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับการจัดเก็บมากขึ้นในแผงควบคุมด้านล่างที่ออกแบบใหม่ นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งหน้าจอระบบสัมผัสทัชสกรีนรุ่นใหม่ขนาด10.25 นิ้ว รองรับระบบ AVN (Audio, Video, Navigation) ระบบนำทางพร้อมใช้งานกับแผนที่ที่โหลดข้อมูลไว้แล้วล่วงหน้า, ระบบนำทางด้วยเสียงผ่านดาวเทียม,ติดตั้งกล้องมองหลัง ครบครันด้วยอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงและการเชื่อมต่อในรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ

อาวดี้ เคลียร์สต๊อก Used Car จัด Audi Clearance Sale Online ย้ำ!! จองก่อนเลือกก่อน หมดแล้วหมดเลย

0

อาวดี้ ประเทศไทย เปิดปฏิบัติการเคลียร์สต๊อกครั้งใหญ่ จัด Audi Clearance Sale Online รถ Used Car นำรถผู้บริหาร รถทดลองขับ และรถมือ 2 สภาพดี มาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าทุนทุกคัน ดีลนี้ห้ามรอ หมดแล้วหมดเลย จองก่อนได้สิทธิ์ก่อน เปิดสตาร์ทจองคิวซื้อพร้อมกันผ่าน Facebook & Instagram (Audi Thailand)  และ Line official (@Audith) วันที่ 10 – 20 มิถุนายน เท่านั้น  

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า ผลจากปรากฏการณ์เปิดตัว   พรีเมียมลักซ์ชัวรีสปอร์ตคาร์ส ดุดัน ปราดเปรียว เรียบหรู “The New Audi A5” สร้างปรากฏการณ์ใหม่ พร้อมปรับราคาคุ้มสุดๆ เริ่มต้นเพียง 2.699 ล้านบาท ซื้อวันนี้ผ่อนนาน 7 ปี  เพียงเดือนละ 26,000 บาท ไม่มีบอลลูน ที่ได้จัดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งโดนใจและได้รับกระแสการตอบรับจากลูกค้าอย่างดีมาก ส่งผลทำให้ยอดจำหน่ายยนตรกรรมอาวดี้ประจำเดือนพฤษภาคม 2563 มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดของเดือนพฤษภาคมในปี 2562 ซึ่งเทียบเท่ากับการออกอีเว้นท์

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อาวดี้ ประเทศไทย ปรับแผนธุรกิจเชิงรุกทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นมุ่งไปที่การเคลียร์สต๊อก พร้อมรุกกิจกรรมการขายและการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ทันที สู่เป้าหมายการสร้างและขยายฐานความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าสูงสุด สำหรับปฏิบัติการเคลียร์สต๊อก Audi Clearance Sale Online อาวดี้ ประเทศไทย ได้นำรถผู้บริหาร รถทดลองขับ และรถมือ2 สภาพดี มานำเสนอให้ลูกค้า ซึ่งในครั้งนี้เรียกว่าเป็นการเคลียร์   สต๊อกที่ให้ความคุ้มค่ากับลูกค้ามากที่สุด เพราะอาวดี้ยอมขายต่ำกว่าทุน มีให้เลือกครบทุกรุ่น ตั้งแต่ A1 และ SUV ตระกูล Q ซีรีส์ รวมถึงพรีเมียมลักซั่วรีคาร์ส อย่าง A7, A8 และยนตรกรรมพรีเมียม สปอร์ต Audi TT ไอคอนตลอดกาลของอาวดี้  

รถมือ 2 สภาพดี

  • A4 40 TFSI S line  จากราคารถใหม่ 2.699 ล้านบาท เหลือเพียง 1.350 ล้านบาท
  • Q3 35 TFSI quattro  จากราคารถใหม่ 2.549 ล้านบาท เหลือเพียง 1.050 ล้านบาท

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ป้ายแดงไมล์น้อย

  • A1 Sportback 35 TFSI S line จากราคา 2.149 ล้านบาท เหลือเพียง 1.580 ล้านบาท (ไมล์ 5,xxx กิโลเมตร)
  • TT Coupe 45 TFSI quattro S line จากราคา 3.299 ล้านบาท เหลือเพียง 2.700 ล้านบาท (ไมล์ 9,xxx กิโลเมตร)

  • Q2 35 TFSI จากราคา 2.249 ล้านบาท เหลือเพียง 1.690 ล้านบาท (ไมล์ 7,xxx กิโลเมตร)
  • A8L 55 TFSI quattro Premium จากราคา 6.799 ล้านบาท เหลือเพียง 5.400 ล้านบาท ( ไมล์ 1xx กิโลเมตร)

ทั้งนี้ เพื่อเป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ผู้สนใจที่จะเข้ามาดูรถจริงที่ Audi Centre สามารถนัดหมายล่วงหน้า ผ่านช่องทางติดต่อ online ทั้ง 3 ช่องทาง Facebook & Instagram (Audi Thailand)  และ Line official (@Audith) ได้ตั้งแต่เวลาวันที่ 10 มิถุนายน เป็นต้น

“ขอแสดงความดีใจล่วงหน้ากับลูกค้า ที่จะได้ครอบครองยนตรกรรมอาวดี้ ในราคาเกินคุ้ม เนื่องจากรถบางคันมีไมล์น้อยมาก ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว และขอยืนยันว่า Audi Clearance Sale Online ลดราคาต่ำกว่าทุน นับเป็นอีกปรากฎการณ์ที่น่าจดจำสำหรับเราด้วย ที่จะได้มอบโอกาสพิเศษนี้ให้ลูกค้า ทั้งนี้ขอย้ำว่า มาก่อนได้ก่อน หมดแล้วหมดเลย และขอให้จองคิวเข้ามา”

ภายใต้มาตรฐาน Audi Approved Plus รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ที่ถูกจองในงาน “Audi Clearance Sale Online” ทุกคันยังคงมีการรับประกันคุณภาพบริการหลังการขายต่อเนื่องตามโปรแกรม Audi Protection และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง

TTC Motor ส่งแคมเปญ Mid Year Bonus 2020 คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้วกับความพิเศษที่มอบให้

0

TTC Motor มอบแคมเปญ Mid Year Bonus 2020 คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้วกับราคาสุดพิเศษ! สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเสิร์ฟ 4 ทางเลือก 4 สไตส์ สำหรับเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี  ดาวน์เริ่มต้นเพียง 199,000 บาท ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6ปี TTC ใจดีผ่อนให้ฟรี 1 ปี หรือเลือกผ่อนสบายกระเป๋ากับโปรแกรม mySTAR Worry-free มอบความอุ่นใจ ให้คุณมากกว่าใคร กับสิทธิประโยชน์มากมายที่มีแค่เราเท่านั้นที่ให้ ระหว่าง12-14 มิถุนายนนี้เท่านั้น

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด  ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ทีทีซี มอเตอร์พร้อมเปิดประสบการณ์ New Normal Event ครั้งแรกกับแคมเปญพิเศษในห้วงกลางปีกับ Mid Year Bonus 2020 ลดกระหน่ำทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี กับโปรโมชั่น Live Your Own Way,Live Your Own Style ออกรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 12-14 มิถุนายนนี้

คุณจะได้รถราคาพิเศษ อาทิ

  • C300 e Avantgarde พิเศษเพียง 2.14 ล้านบาท
  • GLC 220d 4MATIC Coupe AMG Dynamic พิเศษเพียง 3.66 ล้านบาท
  • E220 Coupe AMG Dynamic พิเศษเพียง 4.19 ล้านบาท

สำหรับเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี มาพร้อม 4 ทางเลือก 4 สไตส์ เพื่อคุณคนพิเศษ ด้วยดาวน์เริ่มต้นเพียง 199,000 บาท , ดอกเบี้ย 0%   นานสูงสุด 6 ปี ,TTC ใจดี ผ่อนให้ฟรี 1 ปี หรือเลือกผ่อนสบายกระเป๋ากับโปรแกรม mySTAR Worry-free มอบความอุ่นใจ ให้คุณมากกว่าใคร กับสิทธิประโยชน์มากมาย ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 42,900 บาท


ซึ่งมีรถมากมายไว้ให้คุณได้จับจองเป็นเจ้าของ อาทิ

  • Mercedes-AMG CLA 35 4MATIC
  • Mercedes-AMG C 43 4MATIC
  • Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe
  • Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe
  • Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+
  • Mercedes-AMG E 53 4MATIC+
  • พิเศษสุดกับเจ้าแห่งตำนาน King of Off Road Mercedes-AMG G 63 รับประกันนานสูงสุด 8 ปี
Mercedes-AMG C 43 4MATIC

พร้อมความอุ่นใจให้คุณมากกว่าใครกับสิทธิประโยชน์มากมายที่มีแค่เราเท่านั้นที่ให้
🔸 รับประกันภัยชั้นหนึ่ง MB Protection 1 ปี*
🔸 รับประกันตัวรถให้คุณนานสูงสุดถึง 5 ปี* (MBSP แพ็กเกจ Extra)
🔸 โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์นานถึง 5 ปี*
🔸 StarPLUS รับความคุ้มครองมูลค่าความเสียหาย ในกรณีรถยนต์สูญหายหรือเสียหาย นาน 5 ปี*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน 12-14 มิถุนายนที่ TTC Motor คลิก https://bit.ly/2yZS4dB  หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
📞โทร. 1274, 02-322-2222, 083-545-6456 (TTC Motor พัฒนาการ 45)
📞 โทร. 045-475-222 (TTC Motor อุบลราชธานี)
📱Official Line : https://bit.ly/2K58wez
📱IG : https://bit.ly/2yhUkfs
🌐https://www.benzttcmotor.com/
🚗Google map : https://bit.ly/2yghwuG

Big Motor Sale 2020 พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ! วิถีใหม่!

0

จากสถานการณ์ไวรัส COVID-2019 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น มาตรการจากรัฐบาล และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เพื่อการดูแลประชาชนในช่วงวิกฤตมีความผ่อนคลายมากขึ้น แต่คณะกรรมการจัดงาน Big Motor Sale 2020 ยังคงยืนยันจัดงานภายใต้การดูแลระมัดระวังด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย ของเจ้าหน้าที่ผละผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ให้ความสนใจเข้าชมงานด้วยความเข้มข้นเคร่งครัด พร้อมกับการปรับเปลี่ยนนิยามของงาน Big Motor Sale 2020 ให้เป็นงาน “มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายวิถีใหม่”

ทั้งนี้ ผู้จัดยังคงยืนยันกำหนดการจัดงาน Big Motor Sale 2020 ในระหว่างวันศุกร์ที่ 21 – วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ผลิต ผู้จำหน่ายรถยนต์ที่พร้อมเข้าร่วมงานบนพื้นที่ทั้ง 6 ฮอลล์ กว่า 40,000 ตารางเมตร ดังนี้ รถยนต์ 22 แบรนด์ รถจักรยานยนต์ 9 แบรนด์ ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองพรเมี่ยม และรถนำเข้าพรีเมี่ยม 12 ค่าย และผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อยานยนต์อีกกว่า 13 แบรนด์

“โอมาคาเสะ คาร์” ธุรกิจยูสคาร์คุณภาพของกลุ่มตรีเพชรเดินหน้าขยายสาขาอีก 2 แห่ง

0

ในสภาวะที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ธุรกิจน้องใหม่ของค่ายตรีเพชรอย่าง “โอมาคาเสะคาร์” ซึ่งชูนโยบายจำหน่ายรถมือสองคุณภาพสูงผ่านช่องทางออนไลน์ เน้นจุดขายที่ความน่าเชื่อถือ เรียกกระแสความมั่นใจจากลูกค้าได้อย่างท่วมท้น ประกาศเดินหน้าขยายสาขาต่อเพื่อเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “หลังจากเราได้ก้าวสู่ธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองภายใต้ชื่อ “โอมาคาเสะ คาร์” เมื่อปลายปี 2562 ผ่านมาเพียงครึ่งปีถือว่าเราประสบความสำเร็จเบื้องต้นในระดับที่เราพอใจ แม้ในยุค COVID-19 จำนวนลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ www.omakasecar.com ยังมีมาอย่างสม่ำเสมอประมาณ 5,000 รายต่อ เดือน รวมถึงลูกค้าที่โทรศัพท์เข้ามาสอบถามด้วย จึงยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าเราได้ดำเนินธุรกิจมาถูกทาง เพราะการเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้นใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็วและตรงกับพฤติกรรมของลูกค้ายุคนี้

อย่างไรก็ดี เรายังคำนึงถึงพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก เนื่องจากรถยนต์เป็นสินค้าที่มีมูลค่า หลังจากที่ลูกค้าตัดสินใจในเบื้องต้นจากออนไลน์แล้ว ลูกค้าย่อมอยากเห็นรถจริง และทดลองขับก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้าย เราจึงลงทุนขยายสาขานอกเหนือจากสาขาแห่งแรกในย่านรัตนาธิเบศร์เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง คือ  สาขาในกรุงเทพฯที่ริมถนนเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา และอีก 1 สาขาที่ อ.กลางดง จ.สระบุรี โดยจะพร้อมเปิดให้บริการประมาณปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้

กลุ่มตรีเพชรเชื่อมั่นว่า “โอมาคาเสะ คาร์” มีการบริการแบบคุ้มค่าครบวงจร ซึ่งความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร คือ เรานำเสนอรถยนต์มือสองเกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น วิ่งน้อย เลขไมล์น้อย เลขไมล์แท้ มีประวัติการซ่อมบำรุงย้อนหลังที่สามารถตรวจสอบประวัติได้ ผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยเครื่องมือทันสมัยโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ รับรองว่าลูกค้าจะได้รถที่ตรงใจและตรงสเปคกับการใช้งานที่ต้องการ ราคาคุ้มค่า รวมทั้งยังมีข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำต่าง ๆ และการรับประกันหลังการขาย 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไขการรับประกัน) โดยตั้งแต่กลางเดือนมกราคมปีนี้เป็นต้นมา “โอมาคาเสะ คาร์” ได้ทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าแล้วมากกว่าร้อยราย นอกจากนี้เรากำลังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการซื้อขายรถยนต์มือสองออนไลน์เพิ่มมากขึ้นให้ครบวงจรเพื่อรองรับผู้ซื้อและผู้ขายสำหรับการประมูลซื้อขายรถยนต์มือสองอีกด้วย”

มินิ ประเทศไทย ส่งมอบ มินิ คูเปอร์ เอสอี ให้แก่ลูกค้าท่านแรกในประเทศไทย

0

มินิ ประเทศไทย เริ่มการส่งมอบมินิ คูเปอร์ เอสอี รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกจากมินิ ให้แก่ลูกค้าท่านแรกในประเทศไทย ให้ลูกค้าได้สัมผัสไลฟ์สไตล์แบบใหม่แห่งการขับขี่ในตัวเมืองด้วยพลังงานสะอาดในเอกลักษณ์การขับขี่ที่สนุกสนานในสไตล์มินิ พร้อมเสริมวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่สะอาดและปลอดมลพิษของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow อย่างต่อเนื่อง

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “มินิ คูเปอร์ เอสอี ซึ่งเปิดตัวในไทยเป็นประเทศแรกของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ไปเมื่อไม่นานมานี้ ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากแฟนๆ มินิทั่วประเทศ โดยมินิ ประเทศไทย ยังได้ทำสถิติครั้งประวัติการณ์กับยอดจอง ทั้ง 25 คัน หมดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีผ่านช่องทางออนไลน์ แสดงให้เห็นถึงความสนใจในการครอบครองยานยนต์ไฟฟ้าที่มากขึ้นของลูกค้าชาวไทย เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมอบรถยนต์มินิไฟฟ้าครั้งแรก และนับเป็นอีกก้าวย่างสำคัญในการสานต่อนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของไทยอีกด้วย”

คุณนดา จรรยาประเสริฐ เจ้าของมินิ คูเปอร์ เอสอี คันแรกของประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความชื่นชอบในรถยนต์มินิอยู่แล้ว ทั้งแบรนด์และสมรรถนะ และมีความสนใจในรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เมื่อทราบว่ามีการเปิดจองมินิ คูเปอร์ เอสอี ผ่านทางออนไลน์ จึงได้เข้ามารอเพื่อร่วมจองก่อนเวลาเปิดจองและดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในก้าวแรกร่วมกับมินิ ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากการใช้รถยนต์มินิที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% และมั่นใจว่ากระแสของการที่คนรุ่นใหม่จะหันมาใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจะมีมากขึ้นแน่นอน”

มินิ คูเปอร์ เอสอี เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จากมินิรุ่นแรก มาในดีไซน์แปลกใหม่สะกดทุกสายตาบนท้องถนน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้พัฒนาขึ้น สามารถส่งพละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า และด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจึงสามารถส่งแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตรได้ทันทีที่เท้าแตะคันเร่งแม้จากรถหยุดนิ่ง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.9 วินาที มอบความแรงเร้าใจใน 60 เมตรแรกได้เทียบชั้นรถสปอร์ต และสามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในการวิ่งได้ระยะทางสูงสุดราว 217 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ระบบส่งกำลังและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปยังระบบต่าง ๆ จะติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของรถในโครงสร้างรูปทรงท่อ ส่วนแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ประกอบไปด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 12 โมดูล ติดตั้งในรูปทรงตัว T บริเวณใต้รถ จุพลังงานไฟฟ้ารวม 32.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง

พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการขับเคลื่อน มินิ คูเปอร์ เอสอี สามารถชาร์จจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้หลายรูปแบบ ทั้งจากปลั๊กไฟในบ้านโดยตรง (อุปกรณ์มาตรฐานของตัวรถ) จากเครื่องชาร์จ MINI ELECTRIC Wallbox และจากสถานีชาร์จสาธารณะ โดยสามารถรองรับหัวชาร์จทั้ง AC และ DC แบบ Type 2 และหัวชาร์จ CCS Combo 2 แบตเตอรี่แรงดันสูงสามารถรองรับสายชาร์จทั้งแบบมาตรฐานและสายชาร์จจาก MINI ELECTRIC Wallbox ที่รองรับกำลังไฟได้สูงสุด 11 กิโลวัตต์ ชาร์จถึง 80 เปอร์เซ็นต์ภายใน 2.5 ชั่วโมง และชาร์จเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ภายใน 3.5 ชั่วโมง ซึ่งลูกค้ายังสามารถเลือกใช้บริการติดตั้งเครื่องชาร์จ MINI ELECTRIC Wallbox ที่สามารถติดตั้งได้ทั้งในโรงรถ และบริเวณที่จอดรถที่มีหลังคา หรือเลือกใช้บริการจากสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow ซึ่งนับเป็นเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และบริษัท จีแอลที กรีน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2560 เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมระบบสาธารณูปโภคของประเทศไทยสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยได้เดินหน้าขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดที่เพิ่มมากขึ้น

ในปัจจุบัน สถานี ChargeNow มีให้บริการทั้งหมด 125 หัวจ่ายใน 59 สถานีทั่วประเทศไทย แบ่งออกเป็นที่สถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow 75 หัวจ่าย และที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู 50 หัวจ่าย และได้วางแผนในการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow ให้ครบ 100 หัวจ่ายภายในสิ้นปี 2563 นี้ ซึ่งเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้บริการ ChargeNow ได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ยี่ห้อใด เพียงลงทะเบียนผ่านทาง LINE Official Account @chargenowthailand เพื่อรับสิทธิ์ การชาร์จรถยนต์ที่สถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow ในศูนย์การค้าและโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองใหญ่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย

ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี (Porsche Panamera 10 Years Edition)

0

ปอร์เช่ เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีให้แก่ยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ต 4 ประตู พานาเมร่า (Panamera) ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Porsche Panamera 10 Years Edition มอบความแตกต่างอย่างเหนือระดับให้แก่ผู้ครอบครอง โดยการเพิ่มรายการอุปกรณ์มาตรฐานในส่วนของความสะดวกสบาย และระบบช่วงล่าง รวมไปถึงงานออกแบบที่โดดเด่น บ่งบอกถึงความพิเศษที่ไม่ซ้ำใคร อาทิ ล้ออัลลอยใหม่ ขนาด 21 นิ้ว ลาย Panamera Sport Design สี satin-gloss White Gold Metallic และ ตราสัญลักษณ์ “Panamera10” สี White Gold Metallic ติดตั้งบนประตูหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ที่มีเฉพาะรุ่นนี้ เท่านั้น นอกจากนี้ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวยังได้รับการติดตั้งภายในห้องโดยสารบริเวณแผงคอนโซล ฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า และบนแผ่นปิดธรณีประตู งานตกแต่งภายในเน้นความเรียบหรู ประดับด้วยหนังแท้สีดำคุณภาพสูง เดินตะเข็บสี White Gold สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น พบกับยนตรกรรมสปอร์ตซีดานสุดพิเศษได้ในรุ่น พานาเมร่า 4 (Panamera 4) และ พานาเมร่า 4 อี ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid)

เพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานเต็มพิกัด

ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี (Porsche Panamera 10 Years Edition) มาพร้อมอุปกรณ์อำนวย ความสะดวก และเสริมความปลอดภัยเพิ่มเติมหลากหลายรายการ: ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED matrix ซึ่งรวมเอาระบบ PDLS Plus ไว้ด้วยกัน ระบบ Lane Change Assist และ Lane Keeping Assist พร้อมระบบแจ้งเตือนสัญญาณจราจร traffic sign recognition ระบบช่วยเหลือการจอด Park Assist พร้อมกล้องมองหลัง นอกจากนี้ ยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นพิเศษ ยังได้รับการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม อาทิ ระบบหลังคากระจกพาโนรามิค กระจกตัดแสง privacy glass เบาะนั่งปรับระดับด้วยไฟฟ้า 14 ทิศทางพร้อมระบบปรับอุณหภูมิเบาะ ประทับตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ บริเวณหมอนรองศีรษะ ระบบประตูดูดsoft-close วิทยุdigital และระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง BOSE® Surround Sound

ติดตั้งระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ adaptive three-chamber air suspension ซึ่งรวมเอาระบบควบคุม เสถียรภาพ Porsche Active Suspension Management (PASM) และระบบพวงมาลัย Power Steering Plus เอาไว้ด้วยกัน ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นพิเศษ (Panamera10) ยังคงรักษาสมรรถนะการขับขี่และการบังคับควบคุมอันโดดเด่น สไตล์สปอร์ตสายพันธุ์แท้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี (Panamera 10 Years Edition) รุ่นไฮบริด (Hybrid) มาพร้อมระบบ on-board charger ที่มี charging capacity สูงถึง 7.2 กิโลวัตต์ มากกว่ามาตรฐานทั่วไปที่มีเพียง 3.6 กิโลวัตต์

ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 รุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี (Porsche Panamera 4 10 Years Edition) ประจำการ ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน ไบเทอร์โบ ขนาดความจุ 2.9  ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 330 แรงม้า  (243 กิโลวัตต์) และสำหรับปอร์เช่ พานาเมร่า 4 E-Hybrid รุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี (Porsche Panamera 4 E-Hybrid 10 Years Edition) ผสานพลังเครื่องยนต์เบนซิน ไบเทอร์โบ ขนาดความจุ 2.9 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า สมรรถนะสูงที่ให้กำลังถึง 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) เมื่อทำงานควบคู่กันสามารถให้พละกำลังสูงสุดกว่า 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์) เปิดรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่่ โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

ครบรอบ 10 ปี ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera): ยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนหรูหรา ผู้บุกเบิกขุมพลัง ไฮบริด

เป็นระยะเวลา 10 ปี ที่ปอร์เช่ได้เผยโฉมรถยนต์เพื่อรองรับตลาดกลุ่มใหม่ นั่นคือ พานาเมร่า (Panamera) บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำจากประเทศเยอรมนี นำเสนอยานยนต์แกรนทัวริ่งสายพันธุ์แรกในเดือนเมษายน 2009 นี่คือยานพาหนะหรูที่ไม่มีคู่แข่งรายใดเทียบเคียงได้ รถยนต์ที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะชั้นเลิศที่ผู้ขับขี่สามารถ คาดหวังจะได้รับจากรถสปอร์ต หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความหรูหราและเปี่ยมอรรถประโยชน์ของรถซาลูน ปัจจุบันเจเนอเรชั่นที่2 ได้รับการผลิตขึ้นที่โรงงานปอร์เช่ Leipzig พร้อมรูปแบบตัวถังที่มีให้เลือกตามความต้องการถึง  3 รูปแบบ ความยอดเยี่ยมที่เหนือล้ำของพานาเมร่า (Panamera) ส่งผลต่อยอดจำหน่ายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 250,000 คัน นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก

ประวัติความเป็นมาของรถสปอร์ต 4 ที่นั่งจากปอร์เช่ สามารถย้อนกลับไปในภูมิหลังของบริษัทเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 70 ปี วิศวกรของปอร์เช่ได้เคยนำเสนอแนวคิดดังกล่าวในช่วงยุค 1950 โดยพวกเขาทำการพัฒนารถยนต์ 4 4 ที่นั่งอันแสนสะดวกสบาย ซึ่งมีพื้นฐานมาจากปอร์เช่ 356 นั่นคือรถยนต์ที่มีชื่อว่า Type 530 มันได้รับการขยายความยาวฐานล้อ เพิ่มขนาดของประตู รวมทั้งยกระดับความสูงของหลังคาห้องโดยสารตอนหลัง ก่อให้เกิดวิวัฒนาการอื่นๆที่ตามมาอีกมากมาย อาทิ รถต้นแบบ 4 ประตูอันมีพื้นฐานมาจากปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ต่อมาในช่วงยุค 1980 ปอร์เช่ 928 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น  ถึงแม้ว่ารถต้นแบบหลายรุ่นจะไม่ได้รับการอนุมัติให้ผลิตขึ้นเพื่อ จำหน่ายจริงด้วยเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์

เริ่มต้นยุคมิลเลเนี่ยม ปอร์เช่ศึกษาทิศทางของตลาดรถยนต์ และวิเคราะห์คู่แข่งอย่างจริงจัง ผลคือการตัดสินใจ พัฒนารถสปอร์ต4ประตูซาลูนทรง hatchback อีกครั้ง ด้วยการวางกลยุทธ์ การพัฒนาเอาไว้โดยมุ่งเน้นที่ความโดดเด่น ด้านสมรรถนะการขับขี่ชั้นเลิศ พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่ตอบโจทย์การใช้งาน และเอกลักษณ์งานออกแบบอันเป็น บุคลิกเฉพาะตัวของปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) คันแรก หรือที่รู้จักด้วยรหัสเรียกขานภายในองค์กรว่า G1 ได้เผยโฉมสู่สายตาสาธารณชนเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2009 บนชั้น 94 ของ World Financial Center ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งถูกพัฒนาให้เหนือล้ำกว่าคู่แข่ง โดยมีแนวคิดหลักที่ผสมผสานระหว่าง ความสปอร์ต และความสะดวกสบาย ทั้งหมดทั้งมวลข้างต้นต้องพรั่งพร้อมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับเหนือชั้น: นับเป็นครั้งแรกสำหรับการติดตั้งระบบ start-stop ในรถยนต์ระดับหรูจากสายการผลิตปกติ นอกจากนี้ในรุ่นเรือธง พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo) ยังได้รับการติดตั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลม หรือ air suspension ซึ่งสามารถปรับระดับปริมาตรอากาศภายในได้ ตามความต้องการเป็นครั้งแรกของโลก เช่นเดียวกับ สปอยเลอร์หลัง multi-dimensionally ปรับระดับได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยนตรกรรมแกรนทัวริ่งสุดหรูจากปอร์เช่ยังเป็นผู้กำหนดบรรทัดฐานใหม่ให้แก่รถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา ด้วยหน้าจอแสดงผลรูปแบบใหม่ และแนวคิดในการควบคุมฟังก์ชันการทำงานผ่านหน้าจอสัมผัส

ปอร์เช่กำหนดบรรทัดฐานและเป้าหมายหลักในการพัฒนายานพาหนะพลังงานไฟฟ้าโดยอาศัยพานาเมร่าเป็นจุดเริ่มต้นในปี 2011 ด้วยการติดตั้งระบบ parallel full hybrid เป็นครั้งแรกของโลกในรถยนต์ซาลูนระดับหรู พานาเมร่า เอส ไฮบริด (Panamera S Hybrid) คือหนึ่งในรถยนต์ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงดีเยี่ยมที่สุดของปอร์เช่ แม้ว่าจะมีพละกำลังสูงสุดถึง 380 แรงม้าก็ตาม 2 ปีหลังจากนั้น พานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) จึงได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะสปอร์ตซีดานขุมพลัง plug-in hybrid คันแรกของโลก ส่งผลให้มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ พานาเมร่า (Panamera) กลายเป็นผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยความ สำคัญต่อความแข็งแกร่งของปอร์เช่อย่างยิ่ง: ตามมาติดๆ ในปี 2013 ด้วยรุ่นตัวถัง แกรน ทัวริสโม่ (Gran Turismo) ด้วยพละกำลังมหาศาลติดตัวกว่า 570 แรงม้า พร้อมความสะดวกสบายด้วยการขยายระยะฐานล้อให้ยาวขึ้น นำพาปอร์เช่ย่างก้าวเข้าสู่ตลาดกลุ่มใหม่ได้อย่างสวยงาม

รุ่นใหม่ล่าสุด: เจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวในปี 2016

กระบวนการพัฒนาปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) เจเนอเรชันที่สอง (G2) เกิดขึ้นจากวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ยิ่งขึ้นกว่าเดิม: สิ่งที่ถูกเพิ่มเติมลงในมาตรฐานใหม่ของยนตรกรรมสปอร์ต ซาลูนแกรนทัวริ่ง จากรุ่นปกติ และรุ่นฐานล้อยาว เปิดตัวครั้งแรกของโลกในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2016 คือสไตล์ตัวถังที่ 3 ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่บนพื้นฐาน เดียวกัน: พานาเมร่า สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera Sport Turismo) เปิดตัวในปี 2017 ด้วยงานออกแบบภายนอกที่เฉียบคม และแนวคิดในการออกแบบตัวถังที่เน้นรองรับความอเนกประสงค์ บนรถยนต์ระดับหรู พานาเมร่า(Panamera) G2 มีภาพลักษณ์ที่สปอร์ตและงามสง่ายิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ใช้งานเปี่ยม อรรถประโยชน์เช่นเดิม: ภายใต้รูปทรงอันแข็งแกร่งได้ถูกบรรจุนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยเอาไว้เต็มพิกัด แน่นอนว่ารวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ล่าสุด อาทิ หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง พร้อมฟังก์ชันควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ในตัวรถด้วยระบบสัมผัส ระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ three-chamber air suspension ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ PDCC Sport electromechanical roll stabilisation ยิ่งไปกว่านั้น พานาเมร่า (Panamera) ยังถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติด้านสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมไม่ว่าจะบนเส้นทางสาธารณะ หรือแม้แต่ในสนามแข่ง ความเร็วสูง เครื่องยนต์เบนซินบล็อกใหม่ถูกนำมาเสริมทัพอย่างลงตัว ตอบสนองต่อความต้องการในทุกระดับความแรง เริ่มต้นตั้งแต่ 330 แรงม้า จนถึง 550 แรงม้า เต็มพิกัดความแรงด้วยรุ่นขุมพลังไฟฟ้าสมรรถนะสูง plug-in hybrid เจเนอเรชั่นที่ 2 ระบบ boost strategy ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากยนตรกรรมซูเปอร์สปอร์ต 918 สไปเดอร์ (918 Spyder) เสริมประสิทธิภาพการทำงานให้รถแกรนทัวริ่งสามารถกระทบไหล่กับสปอร์ตพันธุ์แท้ได้อย่างไม่เป็นรอง โดยมีรุ่นเรือธงคือ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 680 แรงม้า

ปอร์เช่ พานาเมร่า 4  (Porsche Panamera 4) รุ่นพิเศษ  ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี (10 Years Edition): อัตราการบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 11.9 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 8.4 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 194-192 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Porsche Panamera 4 E-Hybrid) รุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 10 ปี (10 Years Edition): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 37-38 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.7-2.6 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 16.1 – 16.0 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 62-60 กรัมต่อกิโลเมตร

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยและอัตราการปล่อยก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ เฉลี่ยได้รับการตรวจสอบตาม มาตรฐานสากลที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราการ บริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วง เวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษ ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น ‘ขับฟรี 90 วัน’

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มอบข้อเสนอสุดพิเศษ ‘ขับฟรี 90 วัน’ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 นี้ เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ

พิเศษสำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่ โดยยังคงจำหน่ายในราคาพิเศษช่วงแนะนำ 899,000 บาท จนถึง 30 มิถุนายน 2563 เมื่อรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 นี้  พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี ฟรีรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

สำหรับลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่, มิตซูบิชิ ไทรทัน, มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์, มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ สามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษ ‘ดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อนนาน 10 เดือน’ พร้อมรับ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี ฟรีรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และ ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

พิเศษสำหรับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษ ‘ดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อนนาน 10 เดือน’ หรือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 2 ปี พร้อมกันนี้ลูกค้ายังได้รับฟรีแพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบด้วยฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี และลูกค้าที่ซื้อ รุ่น 2WD 2.4L GT-Premium และ 4WD 2.4 L GT-Premium รับฟรีอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอล andfit fromf fenders,ได้ง่ายขึ้นด้วยrooms nationwide, HDMI WiFi Dongle

พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ ไทรทัน สามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษ ‘ดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อนนาน 10 เดือนหรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ เลือกรับสิทธิ์ผ่อนชำระเริ่มต้นที่ 4,678 บาท(1) พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับรุ่น Double Cab 4WD AT ให้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยราคาจำหน่ายพิเศษเพียง 999,000 บาท(2)  และพิเศษสำหรับลูกค้า มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ยังได้รับเพิ่มฟรีอุปกรณ์ตกแต่งซุ้มล้อ

พิเศษสำหรับลูกค้า มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สามารถเลือกรับข้อเสนอ ‘ดาวน์ 0% และ มิตซูบิชิช่วยผ่อนนาน 10 เดือน’  หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมกันนี้ลูกค้ายังได้รับ ฟรีแพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ประกอบด้วยฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และ ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี

ลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นสามารถวางใจได้ในบริการหลังการขายคุณภาพในราคาที่ไม่แพง ภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ มุ่งมั่นมอบคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี อะไหล่แท้ที่ตอบโจทย์ การบริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนอบรม การดูแลและเข้าใจในสินค้าและการบริการเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนการเข้าถึงบริการและเครือข่ายได้อย่างสะดวกสบาย

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถรับข้อเสนอสุดพิเศษดังกล่าวได้ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ ทั่วประเทศ และสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดให้บริการทุกวัน 24  ชั่วโมง

ฺBMW มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับแพทย์ ดาวน์เริ่มต้น 0% พร้อมผ่อนดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ส่งข้อเสนอสุดพิเศษแทนคำขอบคุณแพทย์ทั่วไทยที่ได้เสียสละแรงกายแรงใจในการต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มอบการดูแลทั้งสำหรับการเช่าซื้อแบบผ่อนชำระ ด้วยข้อเสนอเงินดาวน์เริ่มต้น 0% และผ่อนดอกเบี้ย 0% นานสูงสุดถึง 60 เดือน พร้อมบริการดูแลบำรุงรักษา BSI Ultimate ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และเพิ่มความอุ่นใจสำหรับผู้ที่เลือกเป็นเจ้าของบีเอ็มดับเบิลยูผ่านโปรแกรม Freedom Choice ด้วยเงินดาวน์ 0% พร้อมอิสระทางเลือกเมื่อสิ้นสุดสัญญาและการรับประกันมูลค่ารถยนต์ในอนาคตสูงสุดถึง 50% สำหรับผู้ประกอบอาชีพแพทย์ที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563

ข้อเสนอสำหรับผู้ประกอบอาชีพแพทย์นี้จะครอบคลุมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทั้งหมด 10 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18d xLine บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20d M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 530e Elite บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d xLine และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport

มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดช่วงที่ผ่านมาในปี 2563 นี้ หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับทุกอุตสาหกรรม หนึ่งในกำลังสำคัญที่ร่วมเสียสละแรงกายแรงใจให้เราก้าวข้ามผ่านอุปสรรคครั้งใหญ่นี้ได้ก็คือบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานอย่างทุ่มเทในฐานะด่านหน้าในการต่อสู้กับโรคระบาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จึงอยากแสดงความขอบคุณแก่แพทย์ผู้เสียสละด้วยแคมเปญพิเศษนี้ โดยนอกจากแพทย์แล้ว เรายังอยากส่งต่อคำขอบคุณและกำลังใจให้แก่อาชีพอื่น ๆ ที่ได้ร่วมรับมือกับวิกฤติการแพร่ระบาดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรายังคงต้องอาศัยแรงกายแรงใจจากทุกภาคส่วนเพื่อฝ่าฝันวิกฤตินี้ไปด้วยกัน”

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่ https://bit.ly/3edGSZJ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ