Home Blog Page 446

เบนซ์สตาร์แฟลก รุกตลาดส่งท้ายไตรมาส 2 ส่งโปรเด็ดทั้งขายและซ่อม พร้อมเปิด AMG Service Center ปลายเดือนมิถุนายนนี้

0

บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์  และเมอร์เซเดสเอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ รุกตลาดส่งท้ายไตรมาส 2 เดิน 3 กลยุทธ์ส่งโปรโมชั่นสุดร้อนแรง  ผ่อน 0% นาน 6 ปี และยืนยันความพร้อมกับบริการหลังการขายที่ไม่เหมือนใคร “เบนซ์สตาร์แฟลกใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทนให้” แถมยังเตรียมเปิด AMG Service Center ปลายเดือนมิถุนายนนี้อีกด้วย

นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม เบนซ์สตาร์แฟลก ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ  พร้อมศูนย์บริการครบวงจร กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เบนซ์สตาร์แฟลก มีความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้บริการลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงลูกค้ายังให้การตอบรับทุกๆแคมเปญ และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า ช่วงไตรมาส 2 เผยกลยุทธ์เด็ด ส่งโปรโมชั่นสุดพิเศษ ด้วยข้อเสนอสุดร้อนแรง แก่ลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจใน เบนซ์สตาร์แฟลก ด้วยแคมเปญพิเศษ ลูกค้าที่ซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สตาร์แฟลก รับดอกเบี้ย 0% นาน 6 ปี หรือ ผ่อนดาวน์ 0 % นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับรถทุกรุ่นในโชว์รูม และสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย”

พร้อมกันนี้ เบนซ์สตาร์แฟลก ยังเพิ่มความสุขให้แก่ลูกค้าเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอเอ็มจี ที่นำรถเข้ามาใช้บริการในส่วนบริการหลังการขาย “เบนซ์สตาร์แฟลก ใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทน” เมื่อนำรถเข้ามาใช้บริการ ระหว่างซ่อม มีรถให้ใช้ฟรีทุกกรณี ไม่ว่าลูกค้าจะนำรถเข้าซ่อมสีและตัวถัง, เช็คระยะ, เปลี่ยนถ่ายนำมันเครื่อง, ซ่อมรถ, ยางแตก หรือแม้แต่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากที่ไหนก็สามารถ นำรถมาใช้บริการ ที่เบนซ์สตาร์แฟลก รับความพิเศษ “เบนซ์สตาร์แฟลก ใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทน” มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อมฟรี สบายใจ ไม่ต้องกังวล ตั้งแต่วันนี้ 1-30 มิถุนายน

นายชยุส กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เบนซ์สตาร์แฟลก ยังไม่หยุดที่จะนำเสนอสิ่งดีๆ ให้แก่ลูกค้า โดยปลายเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมเปิดตัว  AMG Service Center บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร พร้อมช่างเฉพาะทางของ AMG Certified เพราะด้วยปรัชญาสำคัญในการทำธุรกิจ การดูแลรักษารถยนต์ให้คงประสิทธิภาพอย่างดีที่สุด เป็นหัวใจสำคัญ เพราะรถสมรรถนะสูงอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ AMG ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวของรถยนต์และตัวเครื่องยนต์  ต้องอาศัยความเข้าใจและการดูแลอย่างพิถีพิถันจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ผ่านการรับรองมาโดยเฉพาะ

สำหรับในส่วนของโชว์รูมที่มีมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท และศูนย์บริการหลังการขาย ไปจนถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง เรามีการพัฒนาให้การบริการมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของศูนย์บริการมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 12,000 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบโดยทีมวิศวกรจากประเทศเยอรมัน ที่ดูแลเรื่องสถาปัตยกรรมต่างๆของแบรน์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก พร้อมอุปกรณ์เครื่องจักรที่ทันสมัยสามารถรองรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ทุกรุ่น อาทิเช่น ลิฟท์ยกรถสำหรับรถ Mercerdes-AMG ซึ่งมีลักษณะพิเศษอยู่ที่ความสูงจากพื้นถึงแป้นยกที่มีเพียง 100 มิลลิเมตร ประกอบกับแขนลิฟท์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถลอดผ่านรถที่โหลดเตี้ยได้เพื่อยกรถขึ้นสำหรับปฏิบัติงานซ่อมบำรุง และในส่วนงานซ่อมสีและตัวถัง ก็จะมีเครื่องดึงและตัดต่อตัวถังสำหรับงานซ่อมหนักเป็นตัวแรกของศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย ที่สามารถวัดค่าความเสียหายจากอุบัติเหตุหนักด้วยระบบดิจิตอล เพื่อการซ่อมที่ละเอียดและแม่นยำซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตา รวมถึงห้องอบสีระบบไฟฟ้าอินฟราเรดที่ให้กำลังความร้อนต่อพื้นที่สูงช่วยให้สีสามารถผ่านเข้าไปในเนื้อวัสดุได้ลึก ทำให้สีแห้งเร็วขึ้น จนถึงปัจจุบัน เบนซ์สตาร์แฟลก มีขีดความสามารถในการให้บริการรถยนต์ได้มากกว่า 100 คันต่อวัน เพื่อตอบสนองความเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการ ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย

นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้ที่หลากหลายคนรู้จักกันดีในวงการแข่งขันรถยนต์ นักธุรกิจชื่อดังในแวดวงยานยนต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่รักความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งคร่ำหวอด หลงใหลรวมถึงสนใจในเรื่องยานยนต์เป็นอย่างมาก ทั้งนี้จึงก่อกำเนิดเป็นบริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ขึ้นเมื่อปี 2556 พร้อมการตั้งเป้าหมายที่จะเป็นโชว์รูม และศูนย์บริการครบวงจรบนพื้นที่ขนาดใหญ่ ในระดับต้นๆ  ของภาคพื้นเอเชีย ในการให้บริการด้วยมาตรฐานระดับเวิลด์คลาส จากวันนั้นถึงวันนี้ เบนซ์สตาร์แฟลกประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามียอดขายเติบโตอย่างเห็นได้ชัดเจนในทุกปี และรักษาความเป็นอันดับ 1 ในด้านยอดขายถึง 5 ปีซ้อน ยังคงยืนยันที่จะสร้างสรรค์ การบริการ และความปลอดภัย ที่ห่วงใยลูกค้าในทุกด้าน โดยในภาวะปัจจุบันของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรน่า เบนซ์สตาร์แฟลกได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในส่วนของโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้ามั่นใจได้ถึงความมั่นใจในการตั้งใจดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

เบนซ์สตาร์แฟลก ขอเชิญลูกค้าและผู้ที่สนใจทุกท่านทดลองขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งรถใหม่และรถผู้บริหาร ได้ที่โชว์รูม “เบนซ์สตาร์แฟลก” ถนนวิภาวดีรังสิต โดยเปิดบริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30-17.00 น. หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร. 02-248-6699 ตามวันและเวลาทำการเดียวกัน หรือ Line: @benzstarflag, Facebook : Benz Star Flag, Instagram @BenzStarFlag

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

เบนซ์ไพรม์มัส มอบชุด PPE & หน้ากาก N95 ให้กับ รพ.รามคำแหง

0

ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน (คนที่ 4 จากขวา), จิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ (คนที่ 3 จากขวา) พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ในเครือ บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ชุด PPE และหน้ากากอนามัย N95 เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID-19 ให้แก่โรงพยาบาลรามคำแหง โดยมี นพ.วิชัย ศรีมนัส ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ (คนที่ 4 จากซ้าย) พร้อมทีมแพทย์และพยาบาล เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ห้องประชุม อาคาร 3 ชั้น 10 โรงพยาบาลรามคำแหง

ทั้งนี้ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ มีนโยบายในการช่วยเหลือสนับสนุนหน่วยงานด้านสาธารณสุข ทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยการมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแล ป้องกัน และรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19

“ผมและทีมงานเบนซ์ไพรม์มัสทุกคน  ขอเป็นกำลังใจให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขทุกท่าน ที่ทุ่มเทกำลังกาย และกำลังใจในการทำงานอย่างหนัก เพื่อต่อสู้และฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน” ณัฏฐวุฒิ กล่าว

เชฟโรเลต ประเทศไทย ชูคำมั่น ด้านบริการหลังการขายแก่ลูกค้าในช่วงโควิด-19

0

เชฟโรเลต ประเทศไทย พร้อมมอบบริการพิเศษให้ลูกค้าทุกท่านได้รับการดูแลสูงสุดในช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการบริการที่สะดวกสบายใน 2 รูปแบบ ได้แก่ “Chevrolet Mobile Service” บริการซ่อมบำรุงนอกสถานที่โดยช่างผู้ชำนาญจากศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากเชฟโรเลต และ “Chevrolet DIY KIT” ชุดเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองในราคาพิเศษ เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563 เท่านั้น

เชฟโรเลต ประเทศไทย ยังได้เน้นย้ำมาตรการด้านความสะอาดและสุขอนามัยอย่างเข้มข้น และได้มอบแนวทางปฏิบัติให้กับตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการของเชฟโรเลตทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าของเชฟโรเลตได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุดเมื่อเข้ารับบริการ

นายวันชนะ อูนากูล ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายบริการหลังการขายและตลาดส่งออก เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “เพราะสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า และชุมชนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเชฟโรเลตประเทศไทย เพื่อเป็นการดูแลลูกค้าของเราในช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เชฟโรเลตขอมอบบริการพิเศษให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการบริการจากเราด้วยความรวดเร็วและสะดวกสบาย โดยที่เรายังคงมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เชฟโรเลตยังได้มอบแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยอย่างเข้มข้นให้แก่ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าของเราและพนักงานทุกคนปลอดภัยและมีสุขภาพดี”

 

สำหรับ “Chevrolet Mobile Service” เป็นบริการซ่อมบำรุงนอกสถานที่สำหรับรถยนต์เชฟโรเลตทุกรุ่น** โดยช่างผู้ชำนาญงาน เพื่อให้ลูกค้าสามารถดูแลรักษารถยนต์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

บริการซ่อมบำรุงนอกสถานที่จากเชฟโรเลตให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมรถยนต์ ดังนี้:

  • บริการตรวจสภาพเบื้องต้น 
  • บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
  • บริการเปลี่ยนไส้กรองอากาศในห้องโดยสาร
  • บริการเปลี่ยนหัวเทียน
  • บริการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน

 

เชฟโรเลตยังมอบบริการพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอดรถไว้ที่บ้าน (#KeepItParked) และมีความสามารถในการบำรุงรักษารถยนต์ได้ด้วยตัวเอง ด้วยบริการ “Chevrolet DIY KIT” ชุดDIYเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ส่งฟรีถึงบ้านจากศูนย์บริการใกล้บ้านท่าน มีให้เลือก 2 แพ็กเกจ ดังนี้:

แพ็กเกจที่ 1 ราคา 1,980 บาท (ไม่รวมภาษีมุลค่าเพิ่ม) ประกอบด้วย:

  • น้ำมันเครื่องเกรดพรี่เมี่ยมสังเคราะห์แท้ 5W-30 มาตรฐาน dexos2   จำนวน 2 แกลลอน (6 ลิตร + 1 ลิตร)
  • ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ACDelco 1 ชิ้น
  • แหวนรองถ่ายน้ำมันเครื่อง 1 ชิ้น

แพ็กเกจที่ 2 ราคา 1,131 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ประกอบด้วย:

  • น้ำมันเครื่องเครื่องเกรดกึ่งสังเคราะห์ 15W-40 มาตรฐาน API CK-4    จำนวน 2 แกลลอน (6 ลิตร + 1 ลิตร)
  • ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ACDelco 1 ชิ้น
  • แหวนรองถ่ายน้ำมันเครื่อง 1 ชิ้น

 

เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านที่เข้ารับการบริการจากเชฟโรเลตมั่นใจในความปลอดภัยในช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เชฟโรเลต ประเทศไทย ได้มอบแนวทางปฏิบัติด้านความสะอาดและสุขอนามัยในศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ ดังนี้:

  • คัดกรองพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาในศูนย์บริการด้วยการวัดอุณหภูมิ และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
  • จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงเตรียมจุดล้างมือและสบู่ฆ่าเชื้อให้พนักงานและลูกค้าทุกท่าน
  • ทำความสะอาดโชว์รูมและศูนย์บริการ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีผู้สัมผัสเป็นจำนวนมาก เช่น โต๊ะ มือจับประตู และห้องน้ำ อย่างเข้มข้นและสม่ำเสมอ
  • ทำความสะอาดรถยนต์ทุกคันที่เข้ารับบริการอย่างเป็นพิเศษทั้งภายในและภายนอก

 

ลูกค้าเชฟโรเลตสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1734   หรือที่ www.chevrolet.co.th/

*บริการซ่อมบำรุงนอกสถานที่จะมีค่าเรียกบริการ 800 บาท และค่าอะไหล่เพิ่มเติม 10%
*บริการซ่อมบำรุงนอกสถานที่โดยช่างผู้ชำนาญจากเชฟโรเลตเป็นบริการที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ โดยการบริการพิเศษนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ (ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้)

MG ร่วมกับผู้จำหน่าย จัดคาราวานส่งมอบหน้ากากอนามัย ให้กับ 76 จังหวัดทั่วประเทศ

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี ส่งขบวนคาราวาน NEW MG EXTENDER ภายใต้โครงการ TOGETHER FOR BETTER THAILAND ขนส่งหน้ากากอนามัย จำนวน 300,000 ชิ้น เพื่อส่งมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ก่อนกระจายสู่กลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่ชุมชนตามแผนดำเนินการของกระทรวงมหาดไทย

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เอ็มจีได้มอบหน้ากากอนามัยให้กับกระทรวงมหาดไทยจำนวน 300,000 ชิ้น พร้อมแผนงานสนับสนุนการทำงานของภาครัฐให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยรับทำหน้าที่ขนส่งหน้ากากอนามัยจากส่วนกลางไปมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ก่อนกระจายสู่กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ชุมชนตามแผนดำเนินการของภาครัฐในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการขนส่งหน้ากากอนามัยในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีทั่วประเทศ และนอกจากหน้ากากอนามัยแล้ว ผู้จำหน่ายในแต่ละจังหวัดยังได้เตรียมของบริจาคอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

การขนส่งหน้ากากอนามัยในครั้งนี้ เริ่มด้วยการปล่อยคาราวาน NEW MG EXTENDER จาก MG Driving Experience Centre ถนนศรีนครินทร์ ด้วยความพร้อมที่เอ็มจีมีเครือข่ายผู้จำหน่ายอยู่ทั่วประเทศ อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากผู้จำหน่าย ทำให้การขนส่งสามารถกระจายไปได้อย่างทั่วถึงในทุกจังหวัด เรามีความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ ส่งต่อความห่วงใยและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ ผ่านโครงการ TOGETHER FOR BETTER THAILAND”

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์  MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand

“อีซูซุ เคียงคู่สู้วิกฤติ” มอบบริการหลังการขายสุดพิเศษให้กับลูกค้าอีซูซุ

0

กลุ่มตรีเพชร โดย นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือจากประชาชนและบริษัทต่าง ๆ ให้หยุดกิจกรรมและการเดินทางที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรค ซึ่งอาจส่งผลให้รถของลูกค้าอีซูซุหมดระยะรับประกันในช่วงเวลาดังกล่าว และไม่สามารถนำรถเข้าศูนย์บริการได้ เพื่อความพอใจสูงสุดของลูกค้า บริษัทฯ จึงได้ขยายระยะเวลาการรับประกันเพิ่มอีก 3 เดือน (ไม่รวมการขยายระยะทาง) สำหรับรถอีซูซุทุกประเภทที่หมดระยะเวลาการรับประกันในช่วงระหว่างวันที่ 15 มีนาคม 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2563  ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีของรถที่มีเลขระยะทางเกินกว่าเงื่อนไขการรับประกันเดิม อีกทั้งอีซูซุยังคงใช้มาตรการการป้องกัน ตามแนวทางชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ  เช่น การเว้นระยะห่างของพื้นที่พักคอยลูกค้า การเช็ดทำความสะอาดในจุดที่มีการสัมผัสปริมาณมากทั้งในโชว์รูมและศูนย์บริการด้วยน้ำยาทำความสะอาด พนักงานที่ใกล้ชิดลูกค้าสวมใส่หน้ากากอนามัย และบริการฆ่าเชื้อในห้องโดยสาร เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าในขณะใช้บริการ เป็นต้น”

นอกจากนี้ อีซูซุยังได้มอบแคมเพจ์นพิเศษ “อีซูซุ เคียงคู่สู้วิกฤติ” เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าอีซูซุทุกราย ด้วยบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมบริการตรวจเช็กราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 880 บาท พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำอะไหล่แท้ตรีเพชร อะไหล่แท้คุณภาพราคาไม่แพง สำหรับรถอีซูซุโดยเฉพาะ แต่มั่นใจได้กับการรับประกันคุณภาพยาวนานถึง 6 เดือน หรือ 10,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน) พิเศษช่วงแนะนำ ขอมอบส่วนลด 15% สำหรับอะไหล่กลุ่มช่วงล่าง ผ้าเบรก และชุดคลัตช์  สำหรับรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ทุกรุ่น และส่วนลด 15% สำหรับซีลล้อ ลูกปืนล้อ และแอร์ดรายเออร์ สำหรับรถบรรทุกอีซูซุขนาด 2 ตันขึ้นไป เมื่อเข้ามาใช้บริการที่ศูนย์บริการฯ โดยสามารถผ่อนชำระค่าใช้จ่ายได้ 0% นานสูงสุด 9 เดือน ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ถึง 31 สิงหาคม 2563 อีซูซุพร้อมเคียงคู่สู้วิกฤตินี้ไปด้วยกันกับลูกค้า

สามารถนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ 0-2118-0777 ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

ปอร์เช่ 911 ทาร์กา ใหม่ (The new Porsche 911 Targa) เจเนอเรชันที่ 8 ของรถสปอร์ตระดับตำนาน

0

ปอร์เช่พร้อมนำเสนอยนตรกรรมสปอร์ตสายพันธุ์แท้รูปแบบตัวถังลำดับที่ 3 ภายในช่วงฤดูร้อนนี้: หลังจาก ความร้อนแรงของรุ่นตัวถัง 2 ประตูคูเป้  (Coupé)  และตัวถังเปิดประทุนคาบริโอเล็ต (Cabriolet) ทายาทรุ่นล่าสุดของ อนุกรม 911 ใหม่ (The new Porsche 911) เปิดตัวตามติดมาอย่างทันท่วงทีด้วยรถสปอร์ตขับเคลื่อน 4 ล้อ ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 (Porsche 911 Targa 4) และ 911 ทาร์กา  4 เอส (911 Targa 4S) ยังคงรักษาเอกลักษณ์อัน แตกต่างด้วยนวัตกรรมสุดล้ำของตัวถังทาร์กา (Targa) ติดตั้งระบบหลังคาอัตโนมัติควบคุมการทำงานของหลังคาประทุน ที่มีสไตล์โดดเด่นเหนือระดับเฉกเช่นเดียวกับปอร์เช่ ทาร์กา (Porsche Targa) รุ่นปี 1965 แนวหลังคาทรงโค้งที่สามารถ เปิดรับสัมผัสแห่งธรรมชาติได้บริเวณเบาะนั่งคู่หน้าทอดตัวโอบล้อมครอบคลุมจรดบานกระจกบังลมหลังสั่งการเปิดและ ปิดได้อย่างสะดวกสบายภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพียง 19 วินาทีเท่านั้น

ประจำการด้วยขุมพลังเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบนอน ขนาดความจุ 3.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่: ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 (Porsche 911 Targa 4) มีพละกำลังสูงสุด 385 แรงม้า (283 กิโลวัตต์) เมื่อติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono package  ให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลา 4.2 วินาที ซึ่งเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 10% สำหรับปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 เอส (Porsche 911 Targa 4S) ยกระดับความแรงขึ้นอีกด้วยกำลังสูงสุดถึง 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.6 วินาที หรือเร็วขึ้นถึง 40% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา ในส่วนความเร็วสูงสุด ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 (Porsche 911 Targa 4) ทำได้ที่ 289 กิโลเมตรตร่อชั่วโมง (เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ขณะที่รุ่น 4 เอส (4S) สามารถทะยานทะลุพิกัดความเร็วสูงสุดได้ถึง 304 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดหลังคาสไตล์เฉียบทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ (PDK) 8 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา all-wheel drive Porsche Traction Management (PTM) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มั่นใจในสุดยอดสมรรถนะที่จะเปิดประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ เทคโนโลยีล้ำสมัยมากมายอัดแน่นอยู่ในปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ทั้ง 2 รุ่น รองรับอรรถประโยชน์สูงสุดในการใช้งานประจำวันด้วยฟังก์ชัน Smartlift ตั้งค่าระดับความสูงใต้ท้องรถเพื่อตอบสนองต่อการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบพบกับอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษมากมายจาก Porsche Tequipment และสร้างสรรค์ยนตรกรรม ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณด้วยชุดแต่งจาก Porsche Exclusive Manufakturปอร์เช่มุ่งมั่นนำเสนอผลงานที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างชิ้นงานสไตล์คลาสสิคการออกแบบที่ท้าทาย ทุกข้อจำกัดของกาลเวลาและขีดสุดแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นเลิศหลอมรวมกันเป็น 911 ทาร์กา (911 Targa) เปิดตัวอย่างเป็น ทางการครั้งแรกในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

ขุมพลังบ็อกเซอร์เทอร์โบคู่ ประสิทธิภาพสูง

เช่นเดียวกันกับปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera) 911 ทาร์กา (911 Targa) ทั้ง 2 รุ่นได้รับการ ยกระดับสมรรถนะเพิ่มขึ้น นั่นคือ การติดตั้งเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบนอน เทอร์โบชาร์จ ความจุ 3.0 ลิตร รองรับทุกการขับขี่ทั้งในด้านของประสิทธิภาพ และการใช้งานประจำวัน ทั้งนี้ เครื่องยนต์ของ 911 ทาร์กา 4 (911 Targa 4) ให้พละกำลังสูงสุด 385 แรงม้า (283 กิโลวัตต์) ที่ 6,500 รอบต่อนาทีหรือเพิ่มขึ้น 15 แรงม้า (11 กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร พร้อมให้เรียกใช้งานที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,950 จนถึง 5,000 รอบต่อนาที ในขณะที่ 911 ทาร์กา โฟร์ 4 (911 Targa 4S) ให้พละกำลังมหาศาลกว่า 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) หรือมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 30 แรงม้า (22 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดกว่า 530 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้น 30 นิวตันเมตร) ที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 2,300 จนถึง 5,000 รอบต่อนาที

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ allwheel drive เพื่อการขับเคลื่อนสมบูรณ์แบบ

มั่นใจในการถ่ายทอดสมรรถนะลงสู่พื้นถนน ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งในส่วนของเพลาขับหน้าชุดคลัทช์และเฟืองท้ายซึ่งมีการระบายความร้อนด้วยน้ำและเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผ่นจาน คลัทช์ภายใน เพื่อความนุ่มนวลในการส่งกำลัง รวมทั้งความทนทานในการรับภาระที่เพิ่มขึ้น ชุดคลัทช์ของเพลาขับหน้า ได้รับการปรับแต่งให้รองรับแรงบิด พร้อมส่งต่อได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ นอกจากนี้ ระบบ Porsche Traction Management (PTM) ยังเข้ามารับหน้าที่ควบคุมการกระจายแรงบิดของเพลาขับหน้า ให้มีความเหมาะสมในทุกสภาพเส้นทาง

ระบบช่วงล่างที่ให้ทั้งความนุ่มนวลและความปลอดภัย 

ระบบควบคุมการทำงานของโช้คอัพด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Active Suspension Management (PASM) คือหนึ่งในอุปกรณ์มาตรฐานประจำตัวของปอร์เช่ 911 ทาร์กา ใหม่ ระบบดังกล่าวจะทำการปรับตั้งอัตราการตอบสนองของโช้คอัพโดยคำนึงถึงการขับขี่ที่นุ่มนวลและสมรรถนะการบังคับควบคุม ไปพร้อมกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นสามารถเลือกรูปแบบได้ถึง 2 ลักษณะ คือ Normal และ Sport ในส่วนของระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ซึ่งรวมอยู่ในชุดเฟืองท้าย electronic rear differential lock สามารถกระจายแรงบิดที่ส่งไปยังล้อขับเคลื่อนได้อย่างอิสระแน่นอนว่านี่เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการติดตั้งลง ในรุ่น ทาร์กา 4 เอส (Targa 4S) และเป็นอุปกรณ์พิเศษที่สามารถสั่งติดตั้งเพิ่มเติมได้ในรุ่น ทาร์กา 4 (Targa 4) นอกจากนี้ ทาร์กา (Targa) ทุกรุ่น ล้วนได้รับการติดตั้งระบบ Porsche Wet mode เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เช่นเดียวกับ 911 เจอเนอเรชันที่ 8 ทุกคัน เซนเซอร์ของระบบดังกล่าวภายในซุ้มล้อหน้า ทำหน้าที่ตรวจจับปริมาณน้ำที่ขังอยู่บนพื้นถนน ในกรณีที่ปริมาณน้ำมีมากจนส่งผลต่อการบังคับควบคุม ผู้ขับขี่จะได้รับสัญญาณเตือนและคำแนะนำให้เปลี่ยนรูปแบบ การขับขี่ไปยัง Wet mode การตอบสนองของตัวรถจะปรับสภาวะต่างๆ เข้าสู่ระดับที่เน้นเสถียรภาพ และการยึดเกาะสูงสุด

ประสิทธิภาพการขับขี่สไตล์สปอร์ตของปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 (Porsche 911 Targa 4) ส่วนหนึ่ง จากยางรถยนต์สมรรถนะสูงขนาด 235/40 ZR บนล้ออัลลอยด์คู่หน้าขนาด 19-นิ้ว และยางขนาด 295/35 ZR บนล้อคู่หลังขนาด 20-นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ รุ่น โฟร์ เอส (4S) ติดตั้งยางขนาด 245/35 ZR บนล้อคู่หน้า 20-นิ้ว และยาง 305/30 ZR บนล้อคู่หลัง 21 นิ้ว ในส่วนของระบบเบรก รุ่น ทาร์กา 4 (Targa 4) สยบความเร็ว ด้วยจานเบรกคู่หน้าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 330-มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อก 4 ลูกสูบ สีดำ และปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 เอส (Porsche 911 Targa 4S) ประจำการด้วยคาลิเปอร์เบรกสีแดง ขนาด 6 ลูกสูบ ในล้อคู่หน้า และ 4 ลูกสูบในล้อคู่หลัง ประกบกับจากเบรกขนาดมหึมา เส้นผ่านศูนย์กลาง 350 มิลลิเมตร และยังสามารถเลือกสั่งติดตั้งระบบ Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมได้ตามต้องการ

หลังคาทาร์กา (Targa) สุดยอดงานออกเเบบเรียบหรู ท้าทายกาลเวลา

รูปทรงภายนอกของปอร์เช่ 911 ทาร์กา (Porsche 911 Targa) ยังคงสะท้อนบุคลิกภาพงานออกแบบเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของรหัสตัวถังเจเนอเรชันที่ 8 รหัสตัวถัง 992 เอาไว้อย่างครบถ้วนเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าเห็นได้ชัดถึง แนวโค้งของซุ้มล้อรวมทั้งไฟหน้าแบบ LED ที่โดดเด่นยิ่งขึ้นเส้นสายของฝากระโปรงที่ดำเนินรอยตามงานออกเเบบดั้งเดิม จากปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รุ่นแรกตัวถังด้านท้ายขยายกว้างขึ้นสร้างสัมผัสทางสายตาที่หลากหลายด้วยสปอยเลอร์ หลังที่ซ่อนตัวแนบสนิทกลมกลืนกับแผง light bar หรูหรามีระดับส่วนประกอบของตัวถังทุกจุดผลิตขึ้นด้วยวัสดุอะลูมิเนียม เว้นไว้แค่เพียงชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้าและด้านท้ายเท่านั้น

การตกแต่งภายในห้องโดยสาร แสดงออกถึงความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตสายพันธุ์แท้ของปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera) โดยไม่มีขาดตกบกพร่อง ด้วยเส้นสายที่ชัดเจน สะอาดตา ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซลหน้าหรือการจัดวาง ตำแหน่ง อุปกรณ์ต่างๆ และนี่คืออีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ได้รับสืบทอดมาจากปอร์เช่ 911 (Porsche 911) ตั้งแต่ยุค 1970s แผงหน้าปัทม์ที่มีมาตรวัดรอบการทำงานของเครื่องยนต์อยู่บริเวณกึ่งกลางเอกลักษณ์ประจำตัวของปอร์เช่ทุกรุ่นประกบ  ด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ทั้ง 2 ฝั่งชุดสวิทช์ควบคุมจำนวน 5 ปุ่มอำนวยความสะดวกในการสั่งงานฟังก์ชันที่สำคัญ ของตัวรถติดตั้งบริเวณด้านล่างของหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 10.9 นิ้ว ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบความ บันเทิงและติดต่อสื่อสาร Porsche Communication Management (PCM)

เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการยนตรกรรมสปอร์ต ตั้งแต่ปี 1965

ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 2.0 (Porsche 911 Targa 2.0)  รุ่นปี 1965 นับเป็นรถสปอร์ตผู้บุกเบิกแนวทางใหม่ให้แก่วงการยานยนต์ ด้วยทิศทางการทำตลาดที่พิจารณาในแง่ของ “รถเปิดประทุนที่มีความปลอดภัยสูง ด้วยการปกป้องจาก anti-roll bar” นั่นคือต้นกำเนิดของ ทาร์กา (Targa) รถสปอร์ตเปิดหลังคารูปลักษณ์ใหม่ และหลังจากการปรากฎตัวของรถยนต์คัน นี้ไม่นาน แนวคิดในการพัฒนาดังกล่าว ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ และสไตล์การออกแบบที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ตราบจน ปัจจุบันปอร์เช่ยังคงมุ่งมั่นที่จะผสมผสานความยอดเยี่ยม 2 ประการเอาไว้ใน 911 ทาร์กา (911 Targa): นั่นคือความ อิสระเสรีเมื่อโลดแล่นไปบนรถสปอร์ตเปิดประทุนพร้อมกับอรรถประโยชน์ในการใช้งานประจำวันและความปลอดภัย       เช่นเดียวกับรถคูเป้หลังคาแข็ง

ปรากฎโฉมครั้งแรกของโลก ผ่านช่องทางออนไลน์ 9:11 Magazine web TV channel

นับเป็นครั้งแรกของบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมันสำหรับการเปิดตัวปอร์เช่ 911 ทาร์กา (Porsche 911 Targa) สู่สายตา สาธารณชนทั่วโลกอย่างเป็นทางการ ผ่านช่องทาง  web TV ของตนเอง โอกาสนี้ Dr. Frank-Steffen Walliser รองประธานกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงานรถสปอร์ต 911 และ 718 รับหน้าที่อธิบายรายละเอียดต่างๆ ของอุปกรณ์ ที่ได้รับการติดตั้งขึ้นใหม่ในตัวรถ เคียงข้างกับ Porsche Brand Ambassadors นักเทนนิสหญิงผู้มีชื่อเสียง Maria Sharapova  และนักแข่งรถมืออาชีพ Jörg Bergmeister รับชมได้ที่ https://911-magazine.porsche.com

ราคาจำหน่าย

ปอร์เช่ 911 ทาร์กา ใหม่ (The new Porsche 911 Targa)  พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

 

โปรแรงเพื่อแฟนฟิล์มเซรามิคแท้ Xtra-Cole ‘CERAMIC X’ ลดพิเศษกว่า 50%* เริ่มต้นเพียง 5,000 บาท

0

ฟิล์มติดรถยนต์เอ็กซ์ตร้า-โคล ฟิล์มเซรามิคแท้ระดับซูเปอร์พรีเมี่ยมจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดดเด่นด้วยคุณสมบัติ เข้มภายนอก สว่างเคลียร์ชัดภายในเป็น 2 เท่าทั้งกลางวันและกลางคืน ผ่านทุกสัญญาณดิจิทัล จัดโปรโมชั่นเอาใจแฟนพันธุ์แท้ฟิล์มเซรามิค หั่นราคาสู้อากาศร้อนลดพิเศษกว่า 50%** โดยราคาติดตั้งรอบคันรวมบานหน้าเต็มบานสำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ราคาพิเศษเพียง 5,000 บาท (จากราคาปกติ 11,000 บาท), รถยนต์ขนาดกลางราคาพิเศษ 6,500 บาท (จากราคาปกติ 14,000 บาท), รถยนต์ขนาดใหญ่ราคาพิเศษ 7,500 บาท (จากราคาปกติ 16,000 บาท), รถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุด ราคาพิเศษ 8,500 บาท (จากราคาปกติ 18,000 บาท)

ผู้ที่สนใจฟิล์มเซรามิคแท้ต้องไม่พลาดรีบจองสิทธิ์และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.xtracolefilms.com ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2563

BMW ส่ง X4 xDrive20d เสริมลุคโฉบเฉี่ยวพร้อมจัดเต็มเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาเดิม

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เสริมทัพสมาชิกตระกูล Sports Activity Coupe ที่โดดเด่นทั้งในด้านเอกลักษณ์การดีไซน์สไตล์คูเป้ไม่ซ้ำใคร ประสิทธิภาพการขับขี่ และเทคโนโลยีล้ำสมัย เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport X ที่พกพานวัตกรรมการขับขี่ล่าสุดจากบีเอ็มดับเบิลยูมามอบความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่อย่างเต็มเปี่ยมกว่าเคย พร้อมเสริมประสิทธิภาพและลุคสปอร์ตให้โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง M Sport X ในราคาเดิม 3,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard)

มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู X4 ได้มีส่วนร่วมในการสานต่อความสำเร็จของรถยนต์ในกลุ่ม Sports Activity Coupe มาอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ เราก็พร้อมที่จะยกระดับ SAC รุ่นนี้ให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น ด้วยบีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport X ที่พกพาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่างระบบประมวลผล BMW Operating System 7.0 ระบบแสดงผล BMW Live Cockpit Professional และระบบเพื่อการเชื่อมต่อ BMW ConnectedDrive ซึ่งเป็นโปรไฟล์ล่าสุดที่เติมความสปอร์ตและความสะดวกสบาย ครบครันทุกเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อมาให้แบบเต็มพิกัด และยังนับเป็นอีกครั้งที่เราได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอประสบการณ์ยนตรกรรมทีดีที่สุดให้แก่ลูกค้าแม้ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในช่วงเวลานี้ ซึ่งเราจะยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกมิติ” 

BMW X4 xDrive20d M Sport X ยังคงตอกย้ำรูปโฉมที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยหลังคาลาดต่ำสไตล์คูเป้ตามแบบฉบับ Sports Activity Coupe โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง M Sport X ที่หลอมรวมกลิ่นอายความสปอร์ตและสมรรถนะออฟโรดเข้าไว้ได้อย่างลงตัว สร้างความสะดุดตาด้วยสเกิร์ตและซุ้มล้อสี Frozen Grey การขับขี่เฉียบคมยิ่งขึ้นด้วยคาลิเปอร์เบรก M Sport มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ทั้งกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera) ระบบจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ (BMW Head-up Display) และระบบประมวลผลล่าสุด BMW Operating System 7.0

บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport X มาพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว ลาย Double-spoke และไฟหน้า Adaptive LED พร้อมระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ (High-beam Assistant) หลังคาลาดต่ำสไตล์คูเป้โดดเด่นด้วยกระจกพาโนรามาที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ดีไซน์ภายนอกพิเศษยิ่งขึ้นด้วยองค์ประกอบสี Frozen Grey ตัดกันอย่างลงตัวกับวัสดุสีดำเงา BMW Individual high-gloss Shadow Line

ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบพร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport X มอบพละกำลังสูงสุดที่ 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที จึงเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 8 วินาที ก่อนทะยานสู่ความเร็วสูงสุดที่ 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้สมรรถนะที่คล่องตัวในทุกสภาพท้องถนนด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ และด้วยเทคโนโลยี BMW EfficientLightweight บีเอ็มดับเบิลยู X4 จึงมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.30 ซึ่งนับว่ายอดเยี่ยมที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ภายในเซกเมนต์เดียวกัน

นวัตกรรมการขับขี่ล้ำสมัยได้รับการติดตั้งมาในบีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport X อย่างเต็มเปี่ยมเพื่อเสริมสมรรถนะทั้งออนโรดและออฟโรด ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วคงที่่พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว (Cruise Control with braking function) ระบบช่วยการขับขี่ (Driving Assistant) ระบบควบคุมการขับขี่่ขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) ระบบช่วยนำรถเข้าที่่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus (Parking Assistant Plus) รวมทั้งระบบความปลอดภัยอีกมากมาย เช่น เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่่อเกิดการชน (Crash Sensor) ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่่อยล้าขณะขับขี่่ (Attentiveness Assistant) และเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง

 

ภายในห้องโดยสาร ยังคงผสานภาพลักษณ์ของความแข็งแกร่งเข้ากับความหรูหราสง่างามไว้ได้อย่างลงตัว มาพร้อมเบาะที่นั่งแบบสปอร์ตหนังแท้ Vernasca พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น M Sport พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ แผงคอนโซลหุ้มหนัง Sensatec ตกแต่งภายในด้วย Aluminium Rhombicle Dark พร้อมแถบโครเมียม มอบความหรูหราด้วยชุุดไฟ Ambient Light สะดวกสบายด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน และพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีความจุถึง 525 – 1,430 ลิตร

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport X ยังมาพร้อมระบบความบันเทิงและการสื่อสารต่าง ๆ อีกมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ โดยทั้งหมดควบคุมด้วยบระบบปฏิบัติการล่าสุด BMW Operating System 7.0 และครบครันด้วยคุณสมบัติมากมาย ทั้งระบบ BMW Live Cockpit Professional เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด BMW ConnectedDrive ระบบ iDrive ระบบการสั่งการด้วยเสียงและ BMW Gesture Control จอแสดงผลการขับขี่ขนาด 12 นิ้ว หน้าจอ Control Display ระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว และระบบจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ (BMW Head-up Display)

เป็นเจ้าของบีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport X ได้แล้ววันนี้ที่ราคา 3,999,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard ซึ่งประกอบด้วยการบริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร และการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

“คนขี่เตรียมทริป ซูซูกิ เตรียมรถ” ซูซูกิ บิ๊กไบค์ เตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย สู้โควิด-19

0

หลังจากจอดพักกันมานาน ก็ได้เวลาเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกทริปกันอีกครั้ง ครั้งนี้ ซูซูกิ ได้โปรโมชั่นสำหรับชาวบิ๊กไบค์ที่กำลังอยากจะเช็กความพร้อมให้กับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของตัวเอง ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด ด้วยมาตรฐานศูนย์บริการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถไปได้ตลอดเส้นทาง
• ฟรี!!! ตรวจเช็ก BIG BIKE 20 รายการ
• อะไหล่สิ้นเปลือง ลดราคาพิเศษ 15%
• ลดค่าแรง 50%
เช็กก่อนปลอดภัยก่อน วันนี้ – 25 มิถุนายน 2563 นี้ เท่านั้น ณ ศูนย์ผู้แทนจำหน่ายและบริการ SUZUKI BIG BIKE ทั่วประเทศ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 0-2533-1170, customercare@thaisuzuki.co.th, www.facebook.com/suzukisociety หรือ www.thaisuzuki.co.th
หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด, บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า, เฉพาะรถจักรยานยนต์ SUZUKI BIG BIKE เท่านั้น

“ยามาฮ่า” ผุด YAMAHA PREMIUM PARKING ใจกลางกรุง ยกระดับมาตรฐานที่จอดรถจักรยานยนต์เพื่อลูกค้ายามาฮ่า

0

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ มอบประสบการณ์พรีเมียมให้กับลูกค้าผ่าน YAMAHA PREMIUM PARKING ที่จอดรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียม เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยกับจุดบริการ 11 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร

มร.ชิเงโอะ ฮายาคาวะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสะดวก และความประทับใจของลูกค้ามาเป็นอันดับ 1 โดยนอกจากคุณภาพและสมรรถนะของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถจักรยานยนต์แล้ว คุณภาพของงานบริการหลังการขายเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ให้ความสำคัญและเดินหน้ายกระดับมาตรฐานควบคู่ไปกับการเสริมไลน์อัพรถจักรยานยนต์ภายใต้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุดได้เติมเต็มความพรีเมียมให้กับลูกค้าด้วย YAMAHA PREMIUM PARKING จุดบริการที่จอดรถแบบรายเดือน เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับลูกค้ายามาฮ่าในการหาจุดจอดรถจักรยานยนต์ใจกลางกรุงเทพมหานคร ด้วยช่องจอดรถที่กว้างขวางและเป็นส่วนตัว พร้อมระบบรักษาความปลอดภัย ในครั้งนี้ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท นิปปอน พาร์คกิ้ง ดีเวลลอปเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา และบริการที่จอดรถมากว่า 10 ปี ในการสร้างช่องจอดที่กว้างพิเศษ ในพื้นที่บริการสำนักงานใจกลางเมือง ครอบคลุมห้างสรรพสินค้า, โรงแรม และพื้นที่ใกล้กับสถานีขนส่งมวลชน อาทิเช่น รถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน
โดยลูกค้ายามาฮ่าที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านทาง http://yamaha.thailand-parking.com เพื่อจับจองที่จอดรถสุดพรีเมียม ทั้ง 11 แห่ง ได้แก่
1.อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ (สาทร)
2.อาคารรามาแลนด์ (พระราม 4)
3.เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์)
4.โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เอ็กซ์เพรส (สาทร)
5.อาคาร จี พี เอฟ (วิทยุ)
6.อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 (อโศก)
7.โรงแรม ชามา เลควิว (อโศก)
8.ดองกี้ มอลล์ (ทองหล่อ)
9.ดี ดี มอลล์ (จตุจักร)
10.สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี
11.สถานีรถไฟฟ้าสำโรง
พิเศษเปิดบริการพร้อมโปรโมชั่นจอดฟรีในเดือนพฤษภาคม 2563 ที่ อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ (สาทร) ชั้น P1 และอาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 (อโศก) เพียงลงทะเบียนผ่านทาง http://yamaha.thailand-parking.com หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-237-2353 และพร้อมเปิดจุดบริการที่เหลืออีก 9 แห่งภายในเดือนกรกฎาคม 2563 นี้