Home Blog Page 452

ไอคอนนิคแฟชั่นใหม่จาก LAMBORGHINI x SUPREME เปิดตัวคอลเลคชั่น Spring/Summer 2020

0

ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ผู้ผลิตรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับโลกอย่างลัมโบร์กินี จับมือกับซูพรีม แบรนด์สเก็ตบอร์ดจากนิวยอร์กที่ทรงอิทธิพลต่อวงการสตรีทแวร์ทั่วโลก เผยโฉมแคปซูลคอลเลคชั่นสุดฮ็อต ผ่านคาแรกเตอร์ของ ไทฌอน โจนส์ (Tyshawn Jones) นักสเก็ตบอร์ดชื่อดังชาวอเมริกัน ที่มาตอกย้ำเอกลักษณ์ของการ Co-branding ในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2020 โดยเฉพาะ

คาเทีย บัสซิ ประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสารองค์กร ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ลัมโบร์กินีและซูพรีมได้เล็งเห็นถึงอัตลักษณ์ตัวตนของอีกแบรนด์ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและพลังความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดยั้ง จึงนำมาสู่การผสมผสานเป็นคอลเลคชั่นพิเศษใหม่ล่าสุด ระหว่างดีไซน์และสมรรถนะสุดเร้าใจของลัมโบร์กินี เข้ากับความสมบูรณ์แบบของแฟชั่นสตรีทแวร์ระดับโลก”

คอลเลคชั่นของ LAMBORGHINI x SUPREME ในฤดูกาล Spring/Summer 2020 นี้ เต็มไปด้วยไอเท็มสีสันสุดร้อนแรง ทั้งเสื้อยืด เสื้อฮอกกี้ เสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต จั๊มสูท หมวก รวมถึงสเก็ตบอร์ด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีรถลัมโบร์กินี ทุกไอเท็มจึงโดดเด่นด้วยสีสันสะดุดตา ทั้งสีส้มนีออน สีเขียวนีออน หรือโทนเรียบหรูอย่างสีขาวและสีดำ

สำหรับแฟนพันธุ์แท้ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินี สามารถสัมผัสโฉมจริงของไอเท็มต่างๆ ในคอลเลคชั่นพิเศษนี้ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ‘ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ’ บนถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเปิดทำการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 9.00-18.00 น. ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 087-8158888

“เอเชีย แค็บ” ส่งแท็กซี่มาตรฐานลอนดอนพร้อมคนขับ ให้บริการบุคลากรทางการแพทย์ สนับสนุนการปฏิบัติงานสู้โควิด-19

0

“เอเชีย แค็บ” ร่วมต้านโควิด-19 ส่ง “แค็บบ์” รถแท็กซี่ที่มีต้นแบบมาจากลอนดอนแท็กซี่ พร้อมพนักงานขับรถ ไปให้บริการแก่บุคลากรทางการแพทย์ และสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลศิริราช จุฬาลงกรณ์ และธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สร้างความมั่นใจด้วยรถ การบริการ และพนักงานขับรถ ที่มีมาตรฐาน และมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 เป็นอย่างดี

ผศ.ดร.ศรายุทธ เรืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด ผู้ผลิตและดำเนินกิจการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะภายใต้ชื่อ “แค็บบ์ (CABB)” กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย บริษัทฯ จึงต้องการสนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งสนับสนุนการทำงานในด้านต่าง ๆ ของโรงพยาบาล โดยได้ส่งรถแท็กซี่แค็บบ์พร้อมพนักงานขับรถ ไปให้บริการที่โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แห่งละ 2 คัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ กลุ่ม ซี.เอ.เอส. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอเชีย แค็บ ยังได้มอบเงินให้กับโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง แห่งละ   5 แสนบาท รวมเป็นเงิน 1.5 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19

“เป็นความตั้งใจของเอเชีย แค็บ ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นหน้าด่านสำคัญในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 และเป็นผู้ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลผู้ติดเชื้อ เราหวังว่าแค็บบ์จะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องกังวลกับความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการใช้รถสาธารณะทั่วไป เพราะรถแค็บบ์ได้รับการออกแบบให้มีระบบแอร์แยกส่วน มีแผงกั้นระหว่างคนขับและห้องโดยสาร โดยใช้ระบบ intercom ในการสื่อสารกัน ในส่วนของพนักงานขับรถได้ผ่านการฝึกอบรมภายใต้มาตรฐานประเทศญี่ปุ่น ที่สำคัญ คือ พนักงานขับรถทุกคนจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพ 13 รายการ ผ่านการวัดไข้ทุกเช้าก่อนออกให้บริการ ทําการพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อภายในรถทั้งเบาะนั่ง และปุ่มกดต่าง ๆ พร้อมการอบโอโซนใหม่ทุกครั้งหลังส่งผู้โดยสารแล้ว และมีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการ นอกจากนี้ แค็บบ์ ยังมอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารด้วยที่ชาร์จ USB และสัญญาณ WIFI ตลอดการเดินทาง” ผศ.ดร.ศรายุทธ กล่าว

เอช เซม มอเตอร์ เปลี่ยนโลโก้ใหม่ หนักแน่น ชัดเจน และล้ำสมัย

0

ใช้วิกฤตเป็นโอกาส เอช เซม มอเตอร์ รี-แบรนด์ (rebrand) ภาพลักษณ์องค์กรและสินค้า เปิดตัวโลโก้ใหม่ เน้นอัตลักษณ์ที่ชัดเจน แข็งแกร่ง และจดจำง่าย

นายวันชัย ลี้นะวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถกอล์ฟไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และรถสามล้อเครื่องยนต์เอนกประสงค์ เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป บริษัทฯ และสินค้าในเครือทั้ง SEV และ STC จะเปลี่ยนมาใช้โลโก้ใหม่ทั้งหมด”

โดยผู้ออกแบบได้ผนวกรวม SEV และ STC ไว้ด้วยกัน เลือก “สีฟ้า” แทนพลังงานไฟฟ้าที่บริสุทธิ์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อยู่ภายใน “วงกลม” หมายถึงการขับเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง พร้อมขอบวงกลม “สีเงิน” เพื่อเน้นตัวอักษร “เอช” (H) ให้หนักแน่น แข็งแกร่ง และมีเอกภาพ

“ผมต้องการให้ลูกค้ารับรู้ว่า สินค้าภายใต้ตราสัญลักษณ์ “เอช เซม” คือ The Best of Driving ที่สุดแห่งการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า ผลิตในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เหมาะสมทุกการใช้งาน ที่มาพร้อมกับบริการหลังการขายที่ดูแลและใส่ใจอย่างดีที่สุด”

เอช เซม มอเตอร์  เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2559 เป็นกลุ่มบริษัทในเครือ “ฮั้วเฮงหลี” ที่มีประสบการณ์มากกว่า 42 ปี เกี่ยวกับธุรกิจทางด้านเครื่องจักรกลทางการเกษตร ธุรกิจทางด้านยานยนต์และกลุ่มรถพลังงานไฟฟ้า ผมได้ต่อยอดธุรกิจสร้างแบรนด์ของตัวเอง ด้วยการผลิตและจำหน่ายรถกอล์ฟไฟฟ้า รถชมวิวไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ SEV และรถสามล้อเครื่องยนต์เอนกประสงค์ ภายใต้แบรนด์ STC ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายมาโดยตลอด”

โควิด 19 ถล่มอุตฯยานยนต์หนัก คาดยืดเยื้อปีนี้อาจหาย 1 ล้านคัน

0

โควิด 19 ถล่มอุตฯ ยานยนต์หนัก คาดยืดเยื้อปีนี้อาจหาย 1 ล้านคัน ล่าสุด มีนาคม 2563 ผลิตรถยนต์ ลดลง  26.16% ขายลดลง 41.74% ส่งออกหาย 23.71%

นายสุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่ม​อุตสาหกรรม​ยานยนต์​สภา​อุตสาหกรรม​แห่ง​ประเทศไทย​คาด​ว่า​ถ้า​ไวรัส​โค​วิด​-19 ที่​ระบาด​ไป​ทั่วโลก​รวมทั้ง​ใน​ประเทศไทย​ถ้า​ยืดเยื้อ​ไปนาน​ ยอด​ผลิต​รถยนต์​ในประเทศ​ไทย​จะ​เหลือ​แค่​ 1,000,000​ คัน​ ถ้า​ยืดเยื้อ​ไป​ไม่นาน​ ยอด​ผลิต​รถยนต์​จะ​เหลือ​ 1,400,000​ คัน​ จาก​เป้า​เดิม​ที่ตั้งไว้​ 2,000,000​ คัน​ซึ่ง​ได้​ปรับ​เป้า​ลงมา​ที่​ 1,900,000​ คัน​จาก​การ​แถลงข่าว​เมื่อ​เดือน​มีนาคม​ 2563​ เพราะ​กำลัง​ซื้อ​ทั้ง​ใน​ประเทศ​และ​ต่างประเทศ​ลดลง​มาก​ ซึ่งจะส่​ง​ผลกระทบ​ต่อ​แรงงาน​ใน​ระบบ​ที่มีถึง​ 750,000 คน

ทั้งนี้นายสุรพงษ์ยังได้รายงานจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมีนาคม 2563 ดังต่อไปนี้

มาสด้าเยี่ยมชมโรงงานผลิต-03

การผลิต

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมีนาคม 2563 มีทั้งสิ้น 146,812 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 26.16 จากการผลิตเพื่อส่งออกลดลงร้อยละ 17.78 และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศลดลงร้อยละ 35.32 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ร้อยละ 2.51

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 453,682 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 19.2 รถยนต์นั่ง เดือนมีนาคม 2563 ผลิตได้ 55,594 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 28.42

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 มีจำนวน 173,930 คัน เท่ากับร้อยละ 38.34 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 22.87

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนมีนาคม 2563 ผลิตได้ 22 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 46.34  รวมเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตได้ 60 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 46.9

ยอดผลิตรถยนต์บรรทุก เดือนมีนาคม 2563 ผลิตได้ทั้งหมด 91,196 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 24.7 และตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตได้ทั้งสิ้น 279,692 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 16.72

ยอดผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมีนาคม 2563 ผลิตได้ทั้งหมด 88,916 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 24.83  และตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตได้ทั้งสิ้น 272,808 คัน เท่ากับร้อยละ 60.13 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 16.91 โดยแบ่งเป็น

  • รถกระบะบรรทุก 69,100 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 20.28
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 165,422 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 17.69
  • รถกระบะ PPV 38,286 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 5.87

ยอดผลิตรถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนมีนาคม 2563 ผลิตได้ 2,280 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 19.35  รวมเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตได้ 6,884 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 8.45

ผลิตเพื่อส่งออก

เดือนมีนาคม 2563 ผลิตได้ 85,376 คัน เท่ากับร้อยละ 58.15 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 17.78  ส่วนเดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 253,904 คัน เท่ากับร้อยละ 56 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2562 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 16.38

รถยนต์นั่ง เดือนมีนาคม 2563 ผลิตเพื่อการส่งออก 28,972 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 21.49  และตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 87,015 คัน เท่ากับร้อยละ 50 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 19.13

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมีนาคม 2563 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 56,404 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 15.74  และตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 166,889 คัน เท่ากับร้อยละ 61.2 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 14.86 โดยแบ่งเป็น

  • รถกระบะบรรทุก 17,300 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 22.42
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 120,258 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 19.61
  • รถกระบะ PPV 29,331 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 21.59

Motor Expo 2019 57

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ

เดือนมีนาคม 2563 ผลิตได้ 61,436 คัน เท่ากับร้อยละ 41.85 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 35.32 และเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ผลิตได้ 199,778 คัน เท่ากับร้อยละ 44 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 22.53

รถยนต์นั่ง เดือนมีนาคม 2563 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 26,622 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 34.7  ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตได้ 86,915 คัน เท่ากับร้อยละ 50 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 แล้ว ลดลงร้อยละ 26.29

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมีนาคม 2563 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 32,512 คัน  ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 36.68  และตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ผลิตได้ทั้งสิ้น 105,919 คัน เท่ากับร้อยละ 38.82 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 19.95 ซึ่งแบ่งเป็น

  • รถกระบะบรรทุก 51,800 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 19.54
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 45,164 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 12.11
  • รถกระบะ PPV 8,955 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 45.89

รถจักรยานยนต์

เดือนมีนาคม 2563 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 194,563 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 18.47 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 150,323 คัน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 18.05 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 44,240 คัน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 19.89

 ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 619,902 คัน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 8.11 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 475,130 คัน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 7.17  และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 144,772 คัน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 11.05

 

ยอดขาย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมีนาคม 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 60,105 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 41.74 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ร้อยละ 11.96 ยอดขายภายในประเทศลดลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 146,740 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 12.54 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ร้อยละ 5.57

ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 รถยนต์มียอดขาย 200,064 คัน ลดลงจากปี 2562 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 24.09 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 430,730 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 6.78

การส่งออก

รถยนต์สำเร็จรูป

เดือนมีนาคม 2563 ส่งออกได้ 89,795 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 23.71 โดยส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ตลาดโอเชียเนีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และยุโรป เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง รวมถึงผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก 49,112.93  ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 17.85

  • เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,972.70 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 10.44
  • ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 16,049.71 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 12.13
  • อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,087.74 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 4.22

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมีนาคม 2563 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 70,223.09 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 15.95

เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 250,281 คัน โดยส่งออกลดลงจากปี 2562 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 16.53 มีมูลค่าการส่งออก 128,848.51 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 13.90

  • เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 7,422.32 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 10.55
  • ชิ้นส่วนรถยนต์อื่น ๆ มีมูลค่าการส่งออก 42,428.45 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 15.53
  • อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 5,915.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 1.01

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 184,614.90 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 13.75

รถจักรยานยนต์

เดือนมีนาคม 2563 มีจำนวนส่งออก 81,815 คัน (รวม CBU + CKD) ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 9.68 โดยมีมูลค่า 6,698.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 2.5

  • ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 142.17 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 27.86
  • อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 102.66 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 11.43

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนมีนาคม 2563 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 6,943.45   ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2562 ร้อยละ 1.39

เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 249,525 คัน (รวม CBU + CKD) ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 5 โดยมีมูลค่า 20,912.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 11.42

  • ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 563.22 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 26.74
  • อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 360.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 3.33

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 21,836.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – มีนาคม 2562 ร้อยละ 9.8

เดือนมีนาคม 2563 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 77,166.53 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 14.64

เดือนมกราคม – มีนาคม 2563 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 206,451.55 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 11.75

Isuzu Suphan Sport จัดเต็ม จัดหนัก ทดสอบ All New Isuzu V-Cross ในสนาม Grand Prix Motor Park

0

สนาม Grand Prix Motor Park มีโอกาสต้อนรับทีมงาน Isuzu Suphan Sport จาก บริษัท อีซูซุอึ้งง่วนไต๋สุพรรณ จำกัด นำทีมมาโดย คุณประสิทธิ์ ดีศิลปกิจ กรรมการผู้จัดการฯ พร้อมนักแข่งออฟโรดและทางฝุ่นชื่อดัง สุวัฒน์ ลิ้มจิรภิญญา, ดิษพงศ์ มณีอินทร์, หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ และยูทูปเปอร์สาวสวย Anter จาก Antershop&ATS Racing รวมทั้งทีมงาน Road & Track Magazine ร่วมทดสอบสนามและรถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุด All New Isuzu V-Cross ใน Zone ต่างๆ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ทั้ง ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ, คุณสาธิต ยศสง่า ผู้จัดการอาวุโส แผนกกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค และทีมงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

การทดสอบครั้งนี้ ของ Isuzu Suphan Sport ประกอบด้วยโซนต่างๆ จำนวน 3 โซน ประกอบด้วย โซน Thailand 4×4 Academy จำนวน 10 สถานี สำหรับโซนนี้เป็นสนามเทรนนิ่งหรือทดสอบรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ได้มาตรฐานมากที่สุดแห่งหนึ่ง โซนถัดมาคือ  Twin Tracks Circuit สนามทดสอบและแข่งขันแบบใช้ความเร็วรูปแบบใหม่ของเมืองไทย และโซนที่ 3 คือ 4×4 Adventure เส้นทางธรรมชาติฝึกทักษะการขับขี่ในสไตล์ของ Cross Country & Off Road Course ที่มีความหลากหลายในเรื่องของอุปสรรค มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร และสามารถต่อยอดได้มากถึง 16 กิโลเมตร

เรียกได้ว่าสนาม Grand Prix Motor Park ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี แห่งนี้ สามารถตอบโจทย์ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ครบ จบในสถานที่เดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแข่งขัน การขับรถ และรักการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์และกิจกรรมเอ้าท์ดอร์ได้มากที่สุด และที่สำคัญครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งสนามกอล์ฟ คลับเฮ้าส์ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นต้น

อีซูซุ ประกาศพร้อมเดินสายผลิตรถอีกครั้งเร็วๆ นี้

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถอีซูซุในประเทศไทยเผยว่า บริษัทได้รับแจ้งจากบริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถอีซูซุในประเทศไทยว่า พร้อมจะเดินสายการผลิตรถอีซูซุที่โรงงานทั้ง 2 แห่งอีกครั้ง โดยจะเริ่มจากโรงงานสำโรงที่ อ.พระประแดง จ. สมุทรปราการ ในวันที่ 5 พฤษภาคม และโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ จ.ฉะเชิงเทรา ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้

บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้พยายามดีที่สุดมาโดยตลอดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลสำหรับการเริ่มต้นสายการผลิตรถยนต์ในครั้งนี้ บริษัทยังคงดำเนินการในการจัดระบบการทำงานที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีของพนักงานควบคู่กับสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นหลัก

มินิ ประเทศไทย ส่งมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ สานต่อดีเอ็นเอรถแข่งพันธุ์แท้สไตล์มินิ

0

มินิ ประเทศไทย เปิดตัว มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี เจเนอเรชั่นที่ 3 ส่งความแรงเต็มพิกัดสู่แฟน ๆ ชาวไทย สร้างปรากฎการณ์ใหม่ในเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียมคอมแพ็คด้วยมินิที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ มอบความสปอร์ตทรงพลังและความปราดเปรียวไม่ซ้ำใครในสไตล์จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ สานต่อตำนานรถแข่งที่ขับเคลื่อนด้วยแรงบันดาลใจจากจอห์น คูเปอร์ นักออกแบบรถแข่งฟอร์มูลา วันผู้ทรงอิทธิพล นับตั้งแต่การปรากฎโฉมของมินิรุ่นคลาสสิกครั้งแรกเมื่อ 60 ปีก่อน โดยมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ จะมาในจำนวนจำกัดเพียง 30 คันเท่านั้น และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “รถยนต์ในตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ นับเป็นที่สุดของการขับขี่สไตล์โกคาร์ทอันเป็นเอกลักษณ์ของมินิ ซึ่งมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี นับเป็นรุ่นที่สะท้อนจิตวิญญาณที่แท้จริงของคอนเซ็ปต์นี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด พร้อมเสริมความสปอร์ตด้วยรูปลักษณ์แข็งแกร่งทรงพลัง ที่นอกจากจะเพิ่มความสะดุดตาในด้านดีไซน์แล้ว ยังมีการพัฒนาประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ให้โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น เรามั่นใจว่ามินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่นี้ จะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มาสร้างตำนานในดวงใจของเหล่าสาวกมินิอย่างแน่นอน” 

 

ปรากฏการณ์ความทรงพลังกับเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo พร้อมเสริมสมรรถนะรอบด้าน

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบ มอบสมรรถนะเต็มพิกัดด้วยแรงบันดาลใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ต เสริมประสิทธิภาพให้แก่เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรด้วยเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เจเนอเรชั่นล่าสุด พร้อมยกระดับรายละเอียดเครื่องยนต์อีกมากมายที่เหนือกว่ามินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์รุ่นอื่น ๆ เทอร์โบชาร์จเจอร์ รวมทั้งเพลาข้อเหวี่ยง ลูกสูบ หัวฉีดน้ำมัน และอ่างน้ำมันเครื่อง ล้วนได้รับการพัฒนาใหม่เพื่อมอบการตอบสนองที่เฉียบคมทันใจทุกครั้งที่แตะคันเร่ง พร้อมเพิ่มการส่งพลังอย่างต่อเนื่องขณะโลดแล่นด้วยความเร็วสูง ส่งพละกำลังสูงสุด 225 กิโลวัตต์ / 306 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,750-4,500 รอบต่อนาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.2 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 265 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตอกย้ำความเร็วเต็มพิกัดด้วยเสียงเครื่องยนต์สุดเร้าใจจากระบบไอเสียที่ออกแบบมาให้มีโทนเสียงเฉพาะตัว เพื่อแสดงถึงสมรรถนะอันโดดเด่นของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี

สิ่งหนึ่งที่เครื่องยนต์สมรรถนะสูงขาดไม่ได้คือระบบการควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบระบายความร้อนของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ ได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของรถแข่งอย่างแท้จริง มาพร้อมหม้อน้ำ 2 ช่องสำหรับหล่อเย็นสำหรับเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง ถังพักน้ำหล่อเย็นขนาดใหญ่ขึ้น ระบบเก็บน้ำยาหล่อเย็นที่ออกแบบมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ และพัดลมไฟฟ้าเสริมประสิทธิภาพการทำงานยิ่งขึ้นเพื่อควบคุมอุณหภูมิเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา แม้ขณะบรรทุกน้ำหนักมากหรือขณะขับขี่แบบสปอร์ตสุดขั้ว นอกจากนี้ เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะที่มีระบบระบายความร้อนแยกต่างหาก เสริมศักยภาพการทำงานระหว่างระบบการขับขี่และอัตราทดเกียร์ให้ดียิ่งขึ้น ระบบเกียร์แบบใหม่ยังช่วยเสริมความสปอร์ตให้กับการเปลี่ยนเกียร์ด้วยปุ่มเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้า หรือหากต้องการเปลี่ยนไปขับขี่ด้วยเกียร์ธรรมดาก็สามารถทำได้โดยใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์บริเวณพวงมาลัย

ระบบช่วงล่างของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ มาพร้อมอีกมิติของการขับขี่สไตล์โกคาร์ทด้วยการพัฒนาด้านหลักจลนศาสตร์ของล้อและเพลา เสริมความคล่องตัวด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้นและตัวรถที่ต่ำลง 10 มิลลิเมตรเมื่อเทียบกับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์รุ่นอื่น ๆ พร้อมพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวถัง ระบบเบรกแบบสปอร์ตการันตีประสิทธิภาพการลดความเร็วได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสภาพการใช้งาน มาพร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบตายตัว 4 ลูกสูบบริเวณล้อหน้า และคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยวแบบลอยบริเวณล้อหลัง

ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) มาพร้อมโหมด GP ที่สามารถเริ่มใช้งานได้เพียงเปิดสวิตช์ โดยจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพระหว่างระบบเบรกและระบบการควบคุมเครื่องยนต์ ทำงานควบคู่กับระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ mechanical เพื่อรองรับการควบคุมที่ฉับไวยิ่งขึ้น ซึ่งสวิตช์ที่ใช้ควบคุมระบบเสถียรภาพการขับขี่ ยังสามารถใช้ปิดระบบ DSC ได้อีกด้วย

 

ดีไซน์โดดเด่น เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยชุดแอโรไดนามิกส์

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ มาในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์สะกดสายตาด้วยลุครถแข่งพันธุ์แท้ ที่ไม่เพียงโดดเด่นในด้านรูปโฉมเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่อย่างเสถียรภาพและความแม่นยำในการควบคุมรถยนต์ในสภาวะการขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัวสูง ตัวถังได้รับการออกแบบมาเพื่อชูความสมมาตรระหว่างหลักอากาศพลศาสตร์และการไหลเวียนของอากาศเพื่อระบายความร้อนในเครื่องยนต์และระบบเบรก โดดเด่นด้วยสปอยเลอร์บนหลังคาแบบปีกคู่ พ่วงกับดีไซน์กระโปรงหน้าแบบ Blackband และขอบสปอยเลอร์หน้า ที่ทำงานร่วมกันในการลดแรงยก ทำให้แรงยกบริเวณซุ้มล้อหน้าและซุ้มล้อหลังลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์รุ่นอื่น ๆ

 

ลักษณะดีไซน์อันโดดเด่นของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ที่มีความสำคัญในด้านอากาศพลศาสตร์ ยังรวมถึงซุ้มล้อที่กว้างออกเพื่อรองรับการเปลี่ยนยางสำหรับขับขี่บนสนามแข่งที่ใหญ่กว่าล้อปกติ และช่องดักลมด้านข้างตัวรถ โดยวัสดุที่ใช้บริเวณซุ้มล้อ ประกอบไปด้วยโครงสร้างเทอร์โมพลาสติกด้านใน ผสานคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านนอก(CFRP) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่นำวัสดุสองประเภทดังกล่าวมาใช้ร่วมกันโดยผ่านกระบวนการผลิตแบบพิเศษ นอกจากนี้ยังได้มีการพิมพ์หมายเลขลำดับการผลิตที่เปรียบเสมือนหมายเลขประจำตัวนักแข่งรถในสนาม พร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว (8.0 J × 18) ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัม และมาพร้อมยางสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ

 

สะดุดตาด้วยเอกลักษณ์ความสปอร์ตไม่ซ้ำใคร

รูปโฉมที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ในตำนานได้ของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ สื่อถึงสมรรถนะความทรงพลังผสานด้วยเส้นสายการดีไซน์ที่เฉียบคม มาในตัวถังสีเทา Racing Grey metallic ตัดกับหลังคาและฝาครอบกระจกสีเงิน Melting Silver metallic ชิ้นส่วนกันชนด้านหน้า รวมทั้งด้านหลังที่มาพร้อมไฟตัดหมอกในตัว ได้รับการออกแบบในรูปทรงแปลกใหม่ เสริมความสะดุดตาด้วยแผงกระจังหน้าลวดลายทรงหกเหลี่ยม โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยช่องรับอากาศด้านล่างและด้านในสปอยเลอร์บนหลังคาในสีแดงเงา Chili Red โลโก้ GP อันเป็นเอกลักษณ์ในสีแดง Rosso Red metallic matt ปรากฎอยู่บนตำแหน่งต่าง ๆ ทั่วทั้งรถ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้ารถ ท้ายรถ ด้านนอกของสปอยเลอร์หลังคา ขอบประตู และสเกิร์ตด้านข้าง

กรอบไฟหน้า กระจังหน้า ไฟท้าย ฝาถังน้ำมัน มือจับประตู ชุดแต่งบนกระโปรงหน้า และโลโก้มินิทั้งหน้ารถและท้ายรถ มาในสีดำสร้างคอนทราสต์ตัดกับส่วนอื่น ๆ ของตัวรถอย่างชัดเจน สอดรับกับโคมไฟหน้าสีดำและไฟท้ายดีไซน์ธงยูเนียนแจ็คสีดำเช่นกัน เน้นย้ำถึงความสปอร์ตสุดขั้วของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมเบาะสองที่นั่ง ลดการติดตั้งวัสดุกันเสียงเพื่อลดน้ำหนักของตัวรถ มอบความรู้สึกสปอร์ตดุดันเช่นเดียวกับรถแข่ง มาพร้อมเบาะหนังแท้ Dinamica แบบสปอร์ตในสไตล์จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ขอบเบาะสีเงินตัดกับตะเข็บสีแดง ตกแต่งด้วยตรา GP ด้านล่างพนักพิงศีรษะและสายเข็มขัดสีแดง แผงคอนโซลบริเวณที่นั่งผู้โดยสารปรากฏเลขแสดงลำดับการผลิตของรถแต่ละคันจากการพิมพ์แบบสามมิติ เสริมความพิเศษสุดให้แก่มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ทุกคัน    

พวงมาลัยของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่บ่งบอกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะรุ่นด้วยลวดลายจากการพิมพ์แบบสามมิติ หุ้มด้วยวัสดุหนังแท้ nappa ตัดกับตะเข็บสีแดง ตรงกลางมีชิ้นส่วนเหล็กบ่งบอกตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นด้วยกระบวนการขึ้นรูปทีละชิ้นส่วนแบบ Additive Manufacturing แป้นเปลี่ยนเกียร์ด้านหลังพวงมาลัยเป็นการนำเหล็กมาขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีพิมพ์แบบสามมิติเช่นกัน บนพื้นผิวของแป้นเปลี่ยนเกียร์แต่งแต้มด้วยโลโก้ GP และลวดลายรวงผึ้งอันเป็นเอกลักษณ์ ในบริเวณห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำเป็นหลัก เพิ่มสีสันด้วยโลโก้ GP สีแดงบนพื้นพรมและลายเส้นคู่บนหัวเกียร์ รวมทั้งโครงเหล็กอลูมิเนียมด้านหลังเบาะที่นั่งในสีแดง Chili Red ซึ่งได้รับการติดตั้งเพื่อป้องกันสัมภาระจากหลังรถไหลลื่นมาด้านหน้าในกรณีที่เบรกกระทันหัน

ระบบความบันเทิงมาพร้อมระบบ MINI Connected เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ผลการขับขี่เฉพาะรุ่นของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ปรากฎบนจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลความละเอียดสูงขนาด 5 นิ้ว แสดงความเร็วในการขับขี่ทั้งแบบตัวเลขและเข็มวัด รวมทั้งแสดงผลการขับขี่ในโหมด GP ทั้งแบบชั่วคราวและถาวร

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ จีพี ใหม่ได้มาถึงประเทศไทย 5 คันแรก จากทั้งหมด 30 คัน ที่ราคา 4,200,000 บาท ซึ่งรวมถึงแพ็คเกจพิเศษ MSI 10/100 ครอบคลุมระยะเวลาบำรุงรักษา 10 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และการรับประกัน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และสำหรับอีก 25 คัน จะพร้อมส่งมอบภายในปี 2563 โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ทาง www.facebook.com/MINI.Thailand/

บริดจสโตน ประเทศไทย รวมพลังผู้แทนจำหน่าย ส่งกำลังใจให้จิตอาสาดับไฟป่า

0

บริดจสโตน ประเทศไทย โดยคุณธนารักษ์ กาญจนขันธกุล ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคม บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด พร้อมด้วยร้านค้าส่งยางรถยนต์บริดจสโตน หจก. สหสายเหนือหล่อยาง จ.ลำพูน โดยคุณจิรัฏฐ์ และคุณนุชขนิษฐ์ ฐิติวัฒนาการ, และผู้แทนจำหน่ายศูนย์บริการยางรถบรรทุกและรถโดยสารบริดจสโตน สายเหนือการยาง ดอนจั่น จ.เชียงใหม่ และศูนย์บริการ ค็อกพิท นพรัตน์การยาง จ.เชียงใหม่ ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์วิกฤตไฟป่า ณ จ.เชียงใหม่ ในตอนนี้ รวมพลังส่งต่อความช่วยเหลือโดยส่งมอบสิ่งของที่จำเป็น ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไฟร์สโตน นิสชิน คัพนูดเดิล จำนวน 5,000 ถ้วย, น้ำดื่ม, เครื่องดื่มบำรุงกำลัง และผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ Bridgestone Dueler จำนวน 2 ชุด ให้แก่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จ.เชียงใหม่ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ เพื่อนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานแก่หน่วยงานในสังกัด ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ที่ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ทำงานอย่างหนักและเสียสละในการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ไฟป่าซึ่งมีความเสี่ยงสูง ด้วยความตั้งใจตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา 

ผลกระทบอันเกิดจากไฟป่า ได้ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม และชีวิตผู้คน มากยิ่งกว่าสาเหตุอื่น ๆ เพราะสามารถลุกลามทำลายพื้นที่บริเวณกว้างได้ในเวลาอันรวดเร็ว เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟป่า เพื่อลดความเสียหายให้น้อยที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เราจึงขอเป็นส่วนเล็กๆ ที่เข้าไปช่วยให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง ที่สามารถยังดำรงชีวิตได้อย่างปกติ และปฏิบัติงานได้อย่างเสี่ยงชีวิตน้อยที่สุด

บริดจสโตน ประเทศไทย และกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจและความช่วยเหลือให้สถานการณ์ไฟป่าที่ จ.เชียงใหม่ ในครั้งนี้ผ่านพ้นวิกฤตไปโดยเร็ว เราพร้อมเดินเคียงคู่พัฒนาความยั่งยืนของสังคมไทย ในขณะเดียวกันเรายังพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมไทยตลอดจนส่งเสริมความอย่างยั่งยืนให้สังคมไทย เพราะนี่คือหนึ่งในเจตนารมณ์การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของบริดจสโตน หรือ “Our Way To Serve” ที่ยึดถือปฏิบัติกันตลอดมา

“ยามาฮ่า” ซัพพอร์ต “โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ” มอบ “ฟีโน่” ร่วมปราบโควิด-19

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เล็งเห็นถึงภารกิจสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 เพื่อเยียวยาผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ รวมถึงการป้องกันและป้องปรามไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดไปในวงกว้างเพื่อให้ประเทศไทยกลับมาอยู่ในสถานการณ์ปกติโดยเร็วที่สุด

โดย นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และตราสินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้ร่วมทำการส่งมอบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า “ฟีโน่” จำนวน 4 คัน ให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นผู้รับมอบ เพิ่มความคล่องตัวให้กับทีมงานในการลงพื้นที่ติดตามผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

รวมถึงการกระจายกำลังในพื้นที่เป้าหมายเพื่อการกำจัดฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจุดที่ผู้ติดเชื้อได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ โดยบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมอยู่เคียงข้างและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการร่วมกันปกป้องพี่น้องชาวไทยให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส โควิด-19

สำหรับการส่งมอบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า “ฟีโน่” ในครั้งนี้มีขึ้น ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต เมื่อเร็วๆ นี้

ETON Choice ยกทัพรถมือสอง เกรดพรีเมี่ยม จัดหนัก…โปรแรง ขับฟรี 2 เดือน แถมดอกเบี้ย 0% 10 เดือน

0

ETON CHOICE (อีตั้น ช้อยส์) ธุรกิจรถยนต์นำเข้าในรถมือสองภายใต้การบริหารของ ETON GROUP (อีตั้น กรุ๊ป)  ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมนำเข้าสำหรับครอบครัวและผู้บริหาร พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร บริหารงานโดยนายพีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ และ นางอัจฉรีย์  ตันติยันกุล  ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ดำเนินงานมากว่า 26 ปี

อีตั้น ช้อยส์ จัดโปรโมชั่นสุดแรงสำหรับรถยนต์นำเข้ามือสอง คุณภาพเกรดพรี่เมี่ยม สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถนำเข้ามือสอง ราคาไม่แพง และเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า รถทุกคันผ่านการตรวจสภาพจากช่างผู้ชำนาญการ ก่อนทำการส่งมอบ และนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

อีตั้น ช้อยส์ พร้อมขนขบวนยกทัพที่มีให้เลือกหลากรุ่น จัดหนักจัดเต็มให้แก่ลูกค้าได้รถคุณภาพดี ไปขับในราคาเบาๆ เริ่มต้นเพียง 495,000 บาท และพิเศษสุดด้วยข้อเสนอที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

  • ขับฟรี 2 เดือน
  • ผ่อนชำระในอัตราดอกเบี้ย 0% นานถึง 10 เดือน
  • บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรค ก่อนส่งถึงมือลูกค้า

รถยนต์มือสองที่อีตั้น ช้อยส์ ที่ขอนำเสนอและคัดสรรมาแล้วเพื่อลูกค้าของเรา ยกตัวอย่างเช่น

  • AUDI Q5 2.0 (AT) จากราคาปกติ 899,000 บาท ราคาพิเศษเพียง 849,000 บาท
  • BMW X1 S-Drive จากราคาปกติ 890,000 บาท ราคาพิเศษเพียง 785,000 บาท
  • BENZ GLA 250 AWG0 จากราคาปกติ 1,450,000 บาท ราคาพิเศษเพียง 1,280,000 บาท
  • TOYOTA ALPHARD 2.4 (AT) สีน้ำเงิน ปี 2015 จากราคาปกติ 2,190,000 บาท ราคาพิเศษเพียง 2,080,000 บาท
  • TOYOTA ALPHARD 2.4 (AT) สีเงิน ปี 2016 จากราคาปกติ 2,350,000 บาท ราคาพิเศษเพียง 2,250,000 บาท
  • TOYOTA ALPHARD 2.4 (AT) สีขาว ปี 2011 จากราคาปกติ 1,090,000 บาท ราคาพิเศษเพียง 1,020,000 บาท
  • ISUZU MU7 3.0 จากราคาปกติ 370,000 บาท ราคาพิเศษเพียง 330,000 บาท
  • TOYOTA ALPHARD HYBRID 2.4 (AT) สีเทา ปี 2008 จากราคาปกติ 635,000 บาท ราคาพิเศษเพียง 585,000 บาท
  • และรถยนต์หลากรุ่นอีกหลายรายการ

ทั้งนี้ ท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมของอีตั้น กรุ๊ป ทั้ง 2 สาขา  ได้แก่
– สำนักงานใหญ่ศรีนครินทร์  โทร. 0-2721-1222, 09-2557-2992
–  สาขารัชดาภิเษก โทร. 0-2938-3800, 08-9996-1924
เปิดบริการทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น. หรือผ่านทางเว็บไซด์ www.eton-import.com และทุกช่องทางออนไลน์ของ ETON GROUP