Home Blog Page 453

ซื้อก่อน รับสิทธิ์ก่อน ออกรถ Subaru วันนี้ ขับฟรีตลอดปี 2020

0

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูบารุในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ มอบข้อเสนอที่พิเศษที่สุดให้ผู้บริโภคชาวไทย กับแคมแปญ “ออกรถวันนี้ ขับฟรีตลอดปี 2020”* สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ ซูบารุ เอ็กซ์วี และ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์

  • ซูบารุ เอ็กซ์วี ออกรถวันนี้ ขับฟรีตลอดปี 2020* พร้อมดอกเบี้ย 0% 60 เดือน, ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีประกันคุณภาพ 5 ปี

  • ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ออกรถวันนี้ ขับฟรีตลอดปี 2020* พร้อมดอกเบี้ย 99% 48 เดือน, ฟรีประกันภัยชั้น 1  ฟรีประกันคุณภาพ 5 ปี

 ช่วงนี้นับเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับลูกค้าซุบารุทุกท่านเพราะนอกจากแคมเปญ ออกรถวันนี้ ขับฟรีตลอดปี 2020* แล้ว ลูกค้ายังสามารถเข้าถึงบริการจากซูบารุได้อย่างครบครันโดยไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเป็น บริการรถทดลองขับที่บ้าน, บริการส่งมอบรถใหม่ให้ถึงบ้าน และบริการรับ-ส่งรถเข้าศูนย์บริการ โดยเพิ่มมาตรการทำความสะอาดเป็นพิเศษ, ฆ่าเชื้อและอบโอโซน เพื่อสุขอนามัยที่ดี ก่อนส่งรถถึงมือลูกค้าฟรีอีกด้วย

ติดต่อขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน หรือ www.subaru.asia/th

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายใน 31 พฤษภาคม 2563 เท่านั้น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้การสนับสนุน รพ. ราชวิถี เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

0

มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ( ที่ 2 จากซ้าย) ส่งมอบเครื่องช่วยหายใจและชุดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ พร้อมด้วยหน้ากาก N95 ให้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โดยมี นพ. สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี (ที่ 3 จากซ้าย) เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมด้วย นายเอกอธิ รัตนอารี กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไป (ที่ 1 จากขวา)  และ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายภายในประเทศและสายงานพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย (ที่ 1 จากซ้าย) ร่วมเป็นเกียรติในพิธีดังกล่าว

การสนับสนุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ช่วยหมอ ต่อชีวิต สู้ภัยโควิด-19” เพื่อมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลทั้ง 6 แห่ง ใน 5 จังหวัด และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ เพื่อเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โครงการดังกล่าวได้ระดมทุนเพื่อบริจาคเครื่องช่วยหายใจจำนวน 7 เครื่อง ชุดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อจำนวน 1,400 ชุด และหน้ากาก N95 จำนวน 4,500 ชิ้น โดยยอดบริจาคส่วนหนึ่งนำมาจากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงานฯ และจากการจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2563 ซึ่งยอดจำหน่ายทุกคันมีส่วนร่วมสมทบทุนบริจาค จำนวน 1,000 บาทต่อคัน

ฟอร์ด แนะเทคนิคดูแลรถอย่างชาญฉลาด ปราศจากเชื้อโรค

0

ในช่วงเวลาเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (โควิด-19) ทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับสุขอนามัยส่วนบุคคลมากเป็นพิเศษ แม้ว่าเราควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อ แต่ในกรณีจำเป็น หลายคนยังต้องใช้รถเพื่อเดินทางไปทำงาน หรือทำกิจธุระต่างๆ ฟอร์ด จึงเสนอแนะข้อควรรู้และขั้นตอนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในรถยนต์ง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อดูแลรถของคุณให้สะอาดปราศจากเชื้อโรค

วิธีง่ายๆในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในรถยนต์

การฆ่าเชื้อคือการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์ทำลายหรือต้านเชื้อโรคต่างๆ เช่นแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เช็ดลงบนพื้นผิวต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและทำลายเชื้อโรคให้ดียิ่งขึ้น เจ้าของรถควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ เพราะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อทั่วไป อาจมีส่วนผสมของสารฟอกขาวคลอรีน (โซเดียมไฮโปคลอไรท์) อะซีโตน คลอรีน แอมโมเนีย เทอร์พีน ไฮโดรคาร์บอน และ ดี-ลิโมนีน ซึ่งอาจทำลายวัสดุและสีภายในรถได้

นอกจากนี้ไม่ควรฉีดสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นผิวโดยตรง ควรฉีดลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ก่อน แล้วจึงใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดบนพื้นผิวต่างๆอย่างนุ่มนวล เช่น แผงหน้าปัดรถยนต์ พวงมาลัย สำหรับวัสดุที่เป็นหนัง ให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อพื้นผิวในปริมาณเพียงเล็กน้อยก่อน แล้วสังเกตปฏิกิริยา หากไม่มีคราบหรือเกิดการเปลี่ยนสี จึงสามารถใช้ต่อได้

 เช็กลิสต์จุดสัมผัสบ่อย

นอกจากนี้เจ้าของรถควรหมั่นทำความสะอาดมือจับและปุ่มกดหรือปุ่มบิดต่างๆ ซึ่งเป็นบริเวณที่สัมผัสบ่อย ด้วยแผ่นเช็ดทำความสะอาดที่ไม่มีส่วนผสมของสารฟอกขาวคลอรีน หรือฉีดสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อหรือสารทางเลือกอย่างไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ 70% (IPA Isopropyl Alcohol) หรือแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาด (rubbing alcohol) บนผ้าไมโครไฟเบอร์ก่อนแล้วจึงค่อยเช็ด สำหรับหน้าจอสัมผัสควรทำความสะอาดด้วยแผ่นเช็ดทำความสะอาดสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ควรทำความสะอาดทุกจุดที่มีการสัมผัสบ่อยๆ และควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากทำความสะอาดส่วนต่างๆ ในรถ เช็กลิสต์จุดสัมผัสบ่อยมีดังต่อไปนี้

  1. มือเปิดประตูด้านนอก
  2. มือเปิดประตูด้านใน
  3. ปุ่มล็อค และปุ่มปลดล็อค
  4. เข็มขัดนิรภัย หัวเข็มขัด และปุ่มปลดเข็มขัดนิรภัย
  5. ปุ่มสตาร์ท และพวงกุญแจ
  6. กระจกมองหลัง
  7. ปุ่มควบคุมกระจกมองข้าง และกระจกไฟฟ้า
  8. แผงควบคุมระบบปรับอากาศ
  9. แผงควบคุมเครื่องเสียง
  10. หน้าจอสัมผัส
  11. คันเกียร์
  12. เบรกมือ
  13. พวงมาลัย และปุ่มควบคุมต่างๆ บนพวงมาลัย
  14. ปุ่มควบคุมเบาะนั่ง
  15. คอนโซลกลาง
  16. ที่พักแขน และที่วางแก้ว
  17. ปุ่มกด หรือปุ่มบิดระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือระบบ TMS
  18. ปุ่มกดเปิดปิดฝากระโปรงท้ายรถ
  19. ก้านไฟเลี้ยว และที่ปัดน้ำฝน
  20. มือเปิดช่องเก็บของ

บริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน และหน่วยบริการเคลื่อนที่ พร้อมบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อจากฟอร์ด

ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (โควิด-19) ฟอร์ดมอบการดูแลด้านสุขอนามัยที่ได้จัดเตรียมเป็นพิเศษให้กับลูกค้าด้วยความใส่ใจ โดยมีบริการรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน โดยพนักงานของผู้จำหน่ายจะเดินทางไปรับรถยนต์ของลูกค้ามาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ และส่งมอบรถยนต์คืนถึงบ้าน สำหรับการบริการที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เช่นการตรวจสภาพเบื้องต้น การเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือใบปัดน้ำฝน ลูกค้าสามารถติดต่อหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) จากผู้จำหน่าย โดยพนักงานจะไปให้บริการลูกค้าถึงบ้านตามเวลานัดหมาย โดยรถที่เข้ารับบริการทุกคันจะได้รับบริการทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะนำโดยฟอร์ดว่าปลอดภัยและไม่มีผลกระทบต่ออายุการใช้งานของวัสดุต่างๆ ในรถยนต์ฟอร์ดก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

แข่งต่อไม่รอแล้วนะ เอ.พี. ฮอนด้า ส่งมอบความเร้าใจต่อเนื่อง เดินหน้าจัดศึก A.P. Honda Virtual Race สนามสอง อาทิตย์ที่ 26 เม.ย.นี้

0

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ประกาศเดินหน้าจัดศึกดวลความเร็ว A.P. Honda Virtual Race หรือการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบแบบออนไลน์ เป็นครั้งที่สอง หวังส่งมอบความสนุกตื่นเต้นให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เตรียมระเบิดความเร้าใจ วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ เวลา 18.30 น.

หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการจัดกิจกรรม A.P. Honda Virtual Race เป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา โดยนำนักบิดดาวรุ่งจากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี. ฮอนด้า มาประชันฝีมือโชว์ทักษะการแข่งขันผ่านเกมคอนโซลชื่อดังอย่าง เพลย์สเตชั่น 4 เพื่อมอบความสนุกสนานให้กับแฟนกีฬาความเร็วชาวไทย ในช่วงระหว่างเก็บตัวอยู่ที่บ้านเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งชัยชนะในสนามแรกตกเป็นของ “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ที่เฉือน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในโค้งสุดท้าย

ล่าสุด A.P. Honda Virtual Race จะมีขึ้นเป็นสนามที่สองโดยเป็นการแข่งขันที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ เวลา 18.30 น.

สำหรับนักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก เรซ ทู เดอะ ดรีม ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ยังคงนำโดย 2 นักแข่งจากสังเวียนชิงแชมป์โลก และอีก 4 นักแข่งจากศึกชิงแชมป์เอเชีย รวม 6 คน ประกอบไปด้วย

• “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 หนึ่งเดียวของไทยในศึก Moto2
• “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี หมายเลข 33 ดาวรุ่งจากรายการ CEV Moto3 Junior World Championship และ Red Bull MotoGP Rookies Cup ซึ่งเป็นผู้ชนะสนามแรก
• “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช หมายเลข 44 นักบิดสาวมือหนึ่งของเอเชียจากรายการ ARRC รุ่น SS600
• “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ หมายเลข 123 จากรายการ ARRC รุ่น SS600
• “พีไนซ์” กันตพัฒน์ แยบการไถ หมายเลข 149 จากรายการ ARRC รุ่น AP250
• “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ หมายเลข 188 จากรายการ ARRC รุ่น AP250

รับชมศึก A.P. Honda Virtual Race #StayAtHomeAPHGP สนามที่สอง วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ เวลา 18.30 น. ผ่านการถ่ายทอดสด Facebook LIVE จาก 2 แฟนเพจของฮอนด้า

เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth

เฟซบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า fb.com/hondamotorcyclethailand

นิสสัน ชูแนวคิด “ลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่ง” ในการแข่งขันทักษะประจำปีครั้งที่ 10

0

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จของพนักงานจากผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ พร้อมมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการแข่งขันทักษะประจำปี Nissan Skills Contest 2019 โดยมีพนักงานของผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศจำนวนกว่า 1,300 คน เข้าร่วมตลอดกิจกรรม ซึ่งผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันในเวทีระดับโลกของนิสสัน ในปีหน้า

การแข่งขันทักษะประจำปี Nissan Skills Contest 2019 ของนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นความสามารถของเหล่าที่ปรึกษาฝ่ายขาย ที่ปรึกษาฝ่ายบริการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์  และช่างเทคนิคให้ได้พัฒนาศักยภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการแก่ลูกค้านิสสันทั่วประเทศ   

การแข่งขันในปีนี้ ยังครบรอบ 10 ปี ของกิจกรรม Nissan Skills Contest ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและพิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ จัดขึ้นที่ศูนย์ศึกษาและฝึกอบรมของนิสสัน บนถนนบางนา – ตราด กม. 22 จังหวัดสมุทรปราการ จากบททดสอบความสามารถและทักษะการบริการด้านต่าง ๆ ผู้จำหน่ายนิสสันที่ชนะรางวัล Master Champs ประจำปีงบประมาณ 2562  จำนวน 3 ราย ได้แก่  เอ็มวัน นครสวรรค์ (ชนะเลิศในหมวด “ทักษะด้านการจัดการการบริการ” และ “ทักษะด้านลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายขาย”), สยามนิสสัน แม่สอด (ชนะเลิศในหมวด “ทักษะด้านที่ปรึกษาด้านช่างเทคนิค และทักษะด้านที่ปรึกษาด้านอะไหล่”) และสยามนิสสัน บูรพาปราจีน (ชนะเลิศในหมวด “ทักษะด้านที่ปรึกษาการขาย” และ “ทักษะด้านลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายบริการ”)

ราเมช นาราสิมัน ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การยกย่องพนักงานของดีลเลอร์ ที่ทำหน้าที่ส่งมอบบริการแก่ลูกค้าของเราให้เกินความคาดหวัง โดยเหล่าที่ปรึกษาฝ่ายบริการและช่างเทคนิคของเราทุกคน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ การแข่งขันทักษะประจำปีของนิสสันจัดขึ้นเพื่อเผยความสามารถและศักยภาพของพนักงานของผู้จำหน่ายทุกท่าน อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า  ซึ่งความมุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อในการบริการอย่างเป็นเลิศนี้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นิสสัน ประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลอันดับหนึ่งด้านความพึงพอใจในการบริการหลังการขาย จาก J.D. Power 2019 Thailand Customer Service Index Study มาครองได้สำเร็จ”

ผู้ชนะการแข่งขัน Nissan Skills Contest จำนวน 4 ราย จากการแข่งขันครั้งนี้และครั้งที่ผ่านมา (ทักษะด้านที่ปรึกษาด้านช่างเทคนิค 2 ราย และทักษะด้านที่ปรึกษาการบริการ 2 ราย) จะได้เข้าร่วมงานประกาศผลรางวัลทักษะการให้บริการอันเป็นเลิศของนิสสัน  Nissan Service Technical Excellence Competency Award (NISTEC) และ Nissan Service Advisor Excellence Competency Award (NISAC) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ  2 ปี ที่สำนักงานใหญ่ของนิสสันในเมืองโยโกฮาม่า เพื่อยกย่องสุดยอดช่างเทคนิคและที่ปรึกษาด้านการระดับแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก

จากจุดเริ่มต้นตั้งแต่ทศวรรษที่ผ่านมา ที่มีการแข่งขันเพียงไม่กี่ประเภท ปัจจุบัน การแข่งขันทักษะประจำปี Nissan Skills Contest ได้ขยายขอบเขตการแข่งขันให้ครอบคลุมมากขึ้นเป็น 12 ประเภททักษะ รวมถึงการแข่งขันประเภท ผู้จัดการฝ่ายขาย ซึ่งรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน เพื่อให้การบริการครอบคลุมทุกด้าน โดยการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของนิสสัน ประเทศไทย เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการบริการลูกค้าอย่างเต็มศักยภาพ  

ผู้ชนะการแข่งขัน Nissan Skills Contest 2019 ได้แก่:

1. ทักษะด้านการจัดการการขาย – ณัฐ ออร์โต้คาร์ (สำนักงานใหญ่)
2. ทักษะด้านที่ปรึกษาการขาย – สยามนิสสัน บูรพาปราจีน (สำนักงานใหญ่)
3. ทักษะด้านการจัดการการบริการ – เอ็มวัน นครสวรรค์ (สำนักงานใหญ่)
4. ทักษะด้านที่ปรึกษาการบริการ – สยามนิสสัน เชียงใหม่ (สันป่าตอง)
5. ทักษะด้านที่ปรึกษาด้านอะไหล่ – สยามนิสสัน ชลบุรี (สำนักงานใหญ่)
6. ทักษะด้านลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายบริการ – หาดใหญ่ มอเตอร์ (สำนักงานใหญ่)
7. ทักษะด้านลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายบริขาย – เอ็มวัน นครสวรรค์ (สำนักงานใหญ่)
8. ทักษะด้านที่ปรึกษาด้านช่างเทคนิค – สยามนิสสัน แม่สอด (สำนักงานใหญ่)
9. ทักษะด้านที่ปรึกษาด้านการบำรุงรักษาตามระยะเวลา – สยามนิสสัน ปัตตานี 2000 (หาดใหญ่)
10. ทักษะด้านที่ปรึกษาด้านการประเมินงานซ่อมแซมสีตัวถัง – สยามนิสสันเซลส์ (บางจาก)
11. ทักษะด้านการซ่อมแซมตัวถัง – สุราษฏร์ ปิยะ (สำนักงานใหญ่)
12. ทักษะด้านการซ่อมแซมสี – เอกสหออโต้ (สำนักงานใหญ่)

BMW ชวนดาวน์โหลดสติกเกอร์ “BMW Fight COVID-19” รายได้มอบให้ “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย อยากให้คนไทยอยู่บ้าน #StayHome และ #StaySafe แบบไม่เหงา จับมือ 9 ศิลปินทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จากโครงการ “BMW Unbound World Of Art Series” มาออกแบบสติกเกอร์สำหรับใช้ส่งกำลังใจให้กันในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางกายภาพเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมมอบรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายการเผยแพร่ให้กับ “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19

สติกเกอร์ชุด “BMW Fight COVID-19” มีทั้งหมด 24 แบบ เปิดให้ดาวน์โหลดได้ใช้งานในแอพพลิเคชั่นไลน์ Facebook และ Instagram สำหรับไลน์สติกเกอร์จำหน่ายในราคาชุดละ 60 บาท (100 Coins) สามารถใช้งานได้โดยไม่มีวันหมดอายุ ส่วนผู้ใช้งาน Facebook และ Instagram สามารถดาวน์โหลดสติกเกอร์ชุดนี้เพื่อใช้ตกแต่งภาพสนุกๆ ในสตอรี่ได้ฟรี

แรงบันดาลใจของสติกเกอร์ชุดนี้มาจากผลงานการสร้างสรรค์งานศิลปะบนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูของศิลปิน 9 คน ได้แก่ คุณด้วง – ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ คุณหมู – นนทวัฒน์ เจริญชาศรี กราฟิกดีไซเนอร์ ผู้ก่อตั้ง DUCTSTORE คุณมิลิน ยุวจรัสกุล แฟชั่นดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์ Milin คุณจี๊ป-ภาสินี คงเดชะกุล นักวาดภาพประกอบ คุณเติ้ล – ธีระยุทธ พืชเพ็ญ หรือ ทีอาร์เค (TRK) ศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดัง คุณผึ้ง- มธุนาฏ ซอโสตถิกุล

นักวาดภาพอิสระ อันเดร โรบู (Andrei Robu) ศิลปินชื่อดังจากประเทศสเปน พี-เอี๊ยบ ทาร์ และ ลิซ่า มาม (PEAP TARR & LISA MAM) ศิลปินคู่หูดูโอ้แนวสตรีทอาร์ทจากกัมพูชา และ Ploy Kasom x Tube Gallery แบรนด์เสื้อชั้นนำของเมืองไทย

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวถึงสติกเกอร์ชุดนี้ว่า “ในช่วงเวลาที่คนไทยทุกคนต้องร่วมฝ่าฟันวิกฤติไวรัสโคโรนา 19 หรือ COVID-19 ไปด้วยกัน การส่งกำลังใจให้กันเป็นเรื่องสำคัญ โดยบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย อยากให้คนไทยยังสื่อสารกันได้อย่างใกล้ชิด และยังมีความสุขในการใช้ชีวิตแม้จะเป็นช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางกายภาพ หรือใช้ชีวิตอยู่บ้านเพื่อลดการระบาดของโรค จึงเป็นที่มาของสติกเกอร์ชุดนี้

“สำหรับลวดลายสติกเกอร์ เราได้มาจากภาพรถบีเอ็มดับเบิลยูในโครงการ “BMW Unbound World Of Art Series” และมีการออกแบบมาสคอต “บีเอ็มดับเบิลยูแมน” เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างสีสัน ซึ่งศิลปินผู้เกี่ยวข้องทุกท่านต่างก็สนับสนุนการดำเนินงานของเราโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รายได้ทั้งหมดที่ได้รับจากการจำหน่ายไลน์สติกเกอร์หลังหักค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่เราจะมอบให้ “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19”

“ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงให้ความสำคัญเกี่ยวกับโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้นำรายได้จากการแข่งขันกอล์ฟในรายการ BMW Golf Cup International รอบคัดเลือกระดับประเทศ เพื่อสมทบมูลนิธิชัยพัฒนามาทุก ๆ ปี แต่เนื่องด้วยความจำเป็นของสถานการณ์ COVID-19 ในปี 2563 นี้ ทำให้การแข่งขันในปีนี้จำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่ถึงกระนั้น ความมุ่งมั่นเพื่อสานต่อพันธกิจนี้ไม่ได้หายไป ซึ่งการจำหน่ายสติกเกอร์ในครั้งนี้ ผู้ที่ดาวน์โหลดจะได้ร่วมสมทบทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และสิ่งของที่มีความจำเป็นในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งนี้ พนักงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และผู้จำหน่ายทุกท่านมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันสนับสนุนมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนให้ทุกคนในสังคมที่เราประกอบธุรกิจอยู่นี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในวันนี้และวันต่อ ๆ ไป”

ด้านคุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ ศิลปินเจ้าของผลงานโดย Ploy Kasom x Tube Gallery ระบุว่า “รู้สึกดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการนี้ และอยากให้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 19 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกคลี่คลายได้ในเร็ววัน”

ดาวน์โหลดสติกเกอร์น่ารักๆ จากบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ไปส่งกำลังใจหรือตกแต่งภาพสนุก ๆ ได้ใน ไลน์ที่ลิ้งค์ https://line.me/S/sticker/11507632 หรือสแกน QR code ด้านล่าง และในสตอรี่บน Facebook และ Instagram เพียงค้นหาสติกเกอร์ด้วยชื่อ “BMW Fight COVID-19” นอกจากนี้ ท่านสามารถร่วมสมทบทุนให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาได้โดยตรง ที่บัญชี “กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่างๆ)” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสวนจิตรลดา บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 067-300487-3

QR code สำหรับดาวน์โหลดสติกเกอร์ “BMW Fight COVID-19” ในไลน์

“ETON HOT DEAL” ลดโหดเพราะโกรธโควิด อีตั้น กรุ๊ป จัดโปรสุดแรง…เอาใจคนอยากช้อป

0

ETON Group  ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมนำเข้าสำหรับครอบครัวและผู้บริหาร พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร บริหารงานโดยนายพีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ และ นางอัจฉรีย์  ตันติยันกุล  ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ดำเนินงานมากว่า 26 ปี

อีตั้น กรุ๊ป ขอเอาใจคนอยากช้อปรถยนต์นำเข้าหรูหรา มีระดับ ในช่วงสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ ดังนั้น เราจึงมอบความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า เพียงแค่ท่านอยู่บ้านก็สามารถเลือกซื้อรถได้ แถมบริการส่งมอบฟรี ด้วยโปรโมชั่นสุดแรง “ETON HOT DEAL” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากจะได้รถยนต์ ด้วยวิธีการที่ง่าย ทั้งสะดวกและปลอดภัย สำหรับรถยนต์ 4 รุ่น 4 สไตล์ ที่คัดสรรมาเพื่อคุณ ได้แก่

  • Alphard Vellfire 2019รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นที่ทุกคนตามหาในราคาพิเศษ มีจำนวนจำกัด
  • New Alphard Vellfire 2020ความสมบูรณ์แบบที่ลงตัว พร้อมรับรถได้ทันที

  • Senera Hybrid สุดยอดเทคโนโลยี E-Power เพื่อการขับขี่อันทรงพลัง ราคาเริ่มต้น 19 ล้าน

  • Esquire และ Voxy – 2 รุ่นสำหรับรถยนต์ Mini MPV ขนาดกะทัดรัด ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ในราคาพิเศษ พร้อมรับรถได้ทันที

นอกจากความพิเศษดังกล่าวนี้  อีตั้น กรุ๊ป ยังมีข้อเสนอพิเศษอื่นอีกมากมายที่ลูกค้าไม่ควรพลาด

  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษา (Maintenance) 2 ปี / 40,000 กิโล
  • รับรถทันที! พร้อมบริการส่งมอบรถฟรีถึงบ้าน
  • บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อโรค ก่อนส่งถึงมือลูกค้า
  • ฟรี! ประกันภัยโควิดทั้งครอบครัว
  • พร้อมรับข้อเสนอต่างๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ ท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมของอีตั้น กรุ๊ป ทั้ง 4 สาขาทั่วประเทศ  ได้แก่ สำนักงานใหญ่ศรีนครินทร์ สาขารัชดาภิเษก สาขาเชียงใหม่ และสาขาขอนแก่น เปิดบริการทุกวันจันทร์ถึง
วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น.  www.eton-import.com

Lamborghini ร่วมกับ Siare ผลิตเครื่องจำลองการหายใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในสถานการณ์ Covid-19

0

ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ได้คิดค้นและพัฒนาเครื่องจำลองการหายใจ (breathing simulator) ร่วมกับ Siare Engineering International Group บริษัทผู้ผลิตเครื่องช่วยหายใจชั้นนำในอิตาลี เพื่อเป็นอุปกรณ์สำคัญในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องช่วยหายใจ โดยส่งมอบให้แก่โรงพยาบาล Sant’Orsola-Malpighi ในเมืองโบโลญญ่า นำไปใช้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือผู้ป่วยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19

ช่วงเวลาเพียงสองสัปดาห์ ทางลัมโบร์กินีสามารถใช้เครื่องพิมพ์ HP Jet Fusion 3D 4200 printer ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์สามมิติที่ใช้เทคโนโลยี Multi Jet Fusion (MJF) พิมพ์ด้วยระดับความแม่นยำ 0.08 mm ผลิตเครื่องจำลองการหายใจจำนวน 18 เครื่องต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการผลิตเฟซชิลด์เพื่อมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ต่อสู้กับ Covid-19 ถือเป็นความสำเร็จของการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของสองบริษัทผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องมือแพทย์ ในการร่วมมือฟันฝ่าวิกฤตเพื่อต่อสู้กับโรคระบาดครั้งใหญ่ในประเทศอิตาลี

วอลโว่ เพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าในโชว์รูมและศูนย์บริการ สร้างมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เพื่อรองรับการให้บริการอย่างมีระดับ

0

วอลโว่ แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมสัญชาติสวีดิช ตอกย้ำปรัชญาการทำงานที่ยึดมั่นในการให้ความสำคัญและความปลอดภัยของผู้คนเป็นอันดับแรก เริ่มดำเนินมาตรการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูงภายในโชว์รูม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ช่วยให้ลูกค้าทุกท่านรู้สึกอุ่นใจเมื่อเข้ามาใช้บริการที่โชว์รูมวอลโว่ และมั่นใจได้ว่ารถยนต์ทุกคันที่ออกจากโชว์รูม ทั้งการเข้ามาใช้บริการซ่อมบำรุงและการส่งมอบรถยนต์คันใหม่ จะมีความสะอาดปลอดภัยทั้งภายในและภายนอก โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด  

ด้วยอุดมการณ์ของวอลโว่ที่ว่า เมื่อรถยนต์ต้องขับเคลื่อนโดยมนุษย์แนวทางการทำงานของวอลโว่จึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้คนเป็นอันดับแรก เราจึงไม่เพียงให้ความสำคัญในแง่นวัตกรรมและสมรรถนะเพื่อการขับขี่เท่านั้น หากยังรวมถึงเทคโนโลยีและการดำเนินงานเพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้คน ดังนั้น เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เริ่มทวีความรุนแรงและทุกภาคส่วนจำเป็นต้องผสานความร่วมมือกันเพื่อยับยั้งวิกฤตการณ์ครั้งนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จึงผนึกกำลังกับผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เริ่มทยอยใช้มาตรการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูง เพื่อให้ลูกค้าและผู้ที่เข้ามาใช้บริการทุกท่านมั่นใจได้ถึงความสะอาดปลอดภัยบนพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโชว์รูมวอลโว่ รวมถึงรถยนต์ทุกคันที่เราให้บริการและส่งมอบแก่ลูกค้าของเรา

นอกจากการกำหนดให้พนักงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างสม่ำเสมอในขณะปฏิบัติงาน มาตรการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูงของโชว์รูมวอลโว่ ยังรวมถึงการฉีดพ่นสเปรย์และทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบริเวณพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ ที่ลูกค้าใช้งานเมื่อเข้าแวะชมโชว์รูม ทั้งในโซนจัดแสดงรถยนต์ ห้องพักผ่อน พื้นที่ฝ่ายขายและบริการหลังการขาย ฯลฯ รวมถึงการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งภายในห้องโดยสารและภายนอกตัวรถของรถยนต์ทุกคัน ทั้งเมื่อเข้ามาใช้บริการและก่อนส่งมอบคืนให้แก่ลูกค้า  ตลอดจนการพ่นฆ่าเชื้อรถยนต์คันใหม่ที่จะส่งมอบให้ลูกค้าด้วยเช่นกัน โดยโชว์รูมเลือกใช้น้ำยาและอุปกรณ์ในการฆ่าเชื้อที่มีความเข้มข้นสูงตามมาตรฐานที่แพทย์รับรอง ซึ่งลูกค้าจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

สำหรับมาตรการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูงของโชว์รูมรถยนต์วอลโว่อย่างเป็นทางการ โดย วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะขยายการดำเนินงานเพิ่มมาตรการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยขั้นสูงนี้ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ โชว์รูมวอลโว่ทุกแห่งยังเปิดให้บริการตามปกติทั้งในส่วนฝ่ายขาย ฝ่ายบริการหลังการขาย และฝ่ายซ่อมบำรุง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Volvo Retail Experience” มอบบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นในแบบสวีดิช เพื่อสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในเทคโนโลยี ความปลอดภัย และธรรมชาติ พร้อมชูจุดเด่นบริการระดับเวิลด์คลาส Volvo Personal Service (VPS) เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ลูกค้าวอลโว่ทุกท่าน

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์วอลโว่ ทางบริษัทฯมีข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับทุกโชว์รูมวอลโว่ทั่วประเทศ พิเศษเฉพาะภายในเดือนเมษายน 2563 นี้เท่านั้น ภายใต้แคมเปญ ALL-INCLUSIVE มอบความสบายใจ และ ความอุ่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยการแบ่งชำระค่างวดรายเดือนนานสูงสุด 5 ปี พร้อมรับบริการ Volvo Premium Service Package (VPSP) รวมถึงประกันชั้น 1 ฟรี เป็นระยะเวลาสูงสุด 5 ปี ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯกำหนด

 รายละเอียดของ Volvo Premium Service Program

  • แพ็คเกจ Volvo Service & Maintenance นาน 5 ปี หรือ 100,000 กม.
  • การรับประกัน Volvo Warranty นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

เมื่อซื้อรถยนต์วอลโว่ทุกรุ่น ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอ รุ่น S90, XC60, XC90, XC40, New V60 และ New S60 ราคาขายรวมบริการหลังการขาย ซึ่งประกอบด้วย

  • การรับประกัน Volvo Warranty นาน 3 ปี หรือ 100,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี
  • สามารถซื้อ Volvo Premium Service Package (VPSP) สำหรับรุ่น S90, XC60, XC90, New V60 และ New S60 ในราคาเพียง 150,000 บาท และรุ่น XC40 ในราคา 130,000 บาท

 ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด **

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-305-4499 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.volvocars.com/th

เตรียมรถให้พร้อมอย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน

0

สถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในหลายๆ ด้าน หลายคนต้องทำงานที่บ้าน งดการเดินทางไปยังที่สาธารณะต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ส่งผลให้การใช้รถยนต์น้อยลงด้วย อย่างไรก็ดี การเตรียมรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอก็เป็นสิ่งจำเป็น เจ้าของรถควรหมั่นตรวจเช็กสภาพรถยนต์ และเตรียมอุปกรณ์จำเป็นติดไว้ในรถเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องใช้รถออกไปจับจ่ายซื้อของเพื่อใช้อุปโภคบริโภคในยามคับขัน

ตรวจเช็ก เพื่อความชัวร์

เจ้าของรถสามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์และระดับของเหลวต่างๆ ในระบบเครื่องยนต์เบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง โดยสิ่งสำคัญที่ควรหมั่นตรวจเช็กให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีดังนี้

  • ยาง หนึ่งในชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ เพราะนอกจากจะสัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลาแล้ว ยางยังต้องรับน้ำหนักรถและน้ำหนักจากการบรรทุกอีกด้วย เจ้าของรถยนต์จึงควรหมั่นตรวจเช็กสภาพยางและความดันลมยางให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ควรเปลี่ยนยางทันที หากพบว่ายางหรือดอกยางเริ่มเสื่อมสภาพ เช่นมีรอยแตกร้าวหรือบวมบริเวณหน้ายางหรือแก้มยาง หรือความลึกของดอกยางเหลือประมาณ0 – 1.6 มิลลิเมตร
  • ไฟหน้า และที่ปัดน้ำฝน อาจจะเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่หากคุณจำเป็นต้องใช้รถในยามกลางคืนหรือฝนตกควรหมั่นตรวจสอบว่าทั้งไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนรวมถึงยางใบปัดน้ำฝนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • แบตเตอรี่รถยนต์ หมั่นตรวจเช็กสภาพของแบตเตอรี่ว่าไม่มีความผิดปกติ หรือมีรอยแตกร้าว รวมถึงทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ
  • ของเหลวภายในรถ เป็นอีกสิ่งที่ควรหมั่นตรวจเช็กเป็นประจำ ทั้งในยามปกติหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำยาหล่อเย็น น้ำกลั่นแบตเตอรี่ น้ำในหม้อน้ำ ไปจนถึงน้ำฉีดกระจก เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ เจ้าของรถควรเช็กระดับของเหลวเหล่านี้อยู่เป็นประจำ
  • น้ำมันเชื้อเพลิง หากเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วน้ำมันหมด ย่อมไม่ดีแน่ เจ้าของรถจึงควรตรวจสอบให้มั่นใจว่ามีน้ำมันเพียงพออยู่เสมอ

สำหรับลูกค้าครอบครัวฟอร์ดที่ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ฟอร์ดมีหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) เพื่อให้บริการตรวจสภาพเบื้องต้นโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษเช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ ใบปัดน้ำฝนและหลอดไฟ โดยลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ด เพื่อนัดหมายหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Service) เข้าไปให้บริการลูกค้าถึงบ้าน

เข้าศูนย์ตามกำหนด และเมื่อจำเป็น

เจ้าของรถควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสภาพตามที่คู่มือการใช้รถกำหนดไว้ เพราะอะไหล่บางชิ้นหากเสื่อมคุณภาพ เสีย หรือสึกหรอ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์บริการดูแลหรือใช้อุปกรณ์พิเศษในการเปลี่ยนเท่านั้น ในช่วงเวลานี้ ลูกค้าฟอร์ดที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว สามารถติดต่อศูนย์บริการฟอร์ดเพื่อรับรถเข้าศูนย์บริการและส่งคืนถึงบ้าน โดยพนักงานของผู้จำหน่ายฟอร์ดจะเดินทางไปรับรถมาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ และส่งมอบรถยนต์คืนถึงบ้าน โดยรถที่เข้ารับบริการทุกคันจะได้รับบริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการแนะนำโดยฟอร์ดว่าไม่มีผลกระทบต่ออายุการใช้งานของวัสดุในรถยนต์ฟอร์ด ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

เตรียมอุปกรณ์ครบ พร้อมทุกสถานการณ์

ในกรณีที่คุณต้องออกไปทำธุระฉุกเฉินข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสบียง ของใช้จำเป็นต่างๆ หรือไปดูแลญาติพี่น้องที่อาจต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน คุณอาจจะต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือใช้รถทั้งวัน สถานที่ปลอดภัยนอกจากในบ้านก็จะเหลือเพียงรถของคุณเอง จึงจำเป็นที่จะต้องมีของต่างๆ ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินให้ครบถ้วน

  • เสบียงอาหารและน้ำ อาหารแห้งที่เก็บได้นานอย่าง ถั่ว ธัญพืชหรือผลไม้อบแห้ง ขนมขบเคี้ยวและน้ำดื่ม ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรมีติดรถไว้ ไม่ว่าจะเป็นยามปกติหรือยามคับขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่ร้านค้าต่างๆ ปิดบริการ
  • พาวเวอร์แบงก์ อแดปเตอร์และสายชาร์จ ตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้สำหรับโทรศัพท์มือถือหรืออวัยวะชิ้นที่ 33 ของคุณใช้การได้ตลอดเวลา ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณเช็กข่าวสารได้อย่างเรียลไทม์
  • อุปกรณ์ซ่อมรถเบื้องต้น นอกจากคู่มือประกันภัย เอกสารสำคัญและชุดปฐมพยาบาล อย่าลืมกล่องเครื่องมือประจำรถ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง สายพ่วงแบตเตอรี่ แม่แรง ประแจขันล้อ ยางอะไหล่และชุดวัดแรงดันลมยาง ไฟฉาย เทปกาว เชือก น้ำสะอาด เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินระหว่างทาง
  • อุปกรณ์ทำความสะอาดส่วนบุคคล ในสถานการณ์แบบนี้ เราควรมีเจลล้างมือแบบพกพาหรือแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดทำความสะอาดและหน้ากากอนามัยสำรองไว้ในรถตลอดเวลา เพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสในกรณีที่ต้องไปสถานที่สาธารณะ

การดูแลตนเองและครอบครัวในช่วงเวลายากลำบาก นอกจากจะต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยเป็นอันดับแรกแล้ว ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีฉุกเฉินเมื่อจำเป็น ลูกค้าฟอร์ดที่ต้องการขอรับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ต้องการนัดหมายศูนย์บริการฟอร์ด หรือขอคำแนะนำด้านการใช้บริการและการดูแลรักษารถ สามารถติดต่อฟอร์ด คอลเซ็นเตอร์ โทร.1383 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง