Home Blog Page 458

โตโยต้า ร่วมใจสู้ภัย COVID-19 สนับสนุนรถ และสิ่งของจำเป็น ภายใต้โครงการ “Toyota Stay With You”

0

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทฯ กลุ่มผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนโตโยต้า ในฐานะครอบครัวเครือข่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ร่วมพิธีส่งมอบการสนับสนุนสู้ภัย COVID-19 ภายใต้โครงการ “โตโยต้าเคียงคู่ไทย สู้ภัย COVID-19” หรือ “Toyota Stay With You” สนับสนุนรถโตโยต้า สิ่งของจำเป็น และข้าวสารจากโรงสีข้าวรัชมงคล แก่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย  เพื่อนำไปช่วยเหลือบุคลากรทางด้านสาธารณสุข และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 รวมมูลค่ากว่า 66 ล้านบาท  

มร. มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “จากกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย  บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการทุ่มเทเสียสละของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อส่วนรวม และมองเห็นถึงความต้องการการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในอีกหลายภาคส่วน รวมถึงพิจารณาความจำเป็นในอีกหลายด้านที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จึงได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วน โตโยต้าในฐานะเครือข่ายครอบครัวโตโยต้าทั่วประเทศ สนับสนุนรถยนต์โตโยต้า สิ่งของที่จำเป็น และข้าวสารจากโรงสีข้าวรัชมงคล มอบให้แก่บุคลากรทางด้านสาธารณสุข หน่วยงานภายใต้กระทรวงมหาดไทย และผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ให้ใช้ในการปฎิบัติงาน เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19”

รายการสนับสนุนจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับกลุ่มผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนโตโยต้า แก่กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ในช่วงการระบาดของโรคไวรัส COVID-19 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. กระทรวงสาธารณสุข

  • สนับสนุนรถตู้ จำนวนทั้งสิ้น 40 คัน เพื่อใช้เป็นรถปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการรับส่ง บุคลากรและเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วย COVID-19 ซึ่งรายละเอียดประกอบด้วย
  1. มูลนิธิ โตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation) ซึ่งเป็นมูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไร สนับสนุนรถตู้  โตโยต้าคอมมิวเตอร์ รุ่นดัดแปลงพิเศษเพื่อการสาธารณสุข จำนวน 10 คัน
  2. บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สนับสนุนรถตู้โตโยต้ามาเจสตี้ รุ่นมาตรฐาน จำนวน 10 คัน รถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ จำนวน 20 คัน
  • มอบข้าวสาร จากโรงสีข้าวรัชมงคล จำนวน 50 ตัน เพื่อสนับสนุนในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วย COVID-19
  • มอบกล่องป้องกันเชื้อฟุ้งกระจาย (Aerosol Box) จำนวน 3,000 ชิ้น ที่ผลิตภายใต้ความร่วมมือของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ กลุ่มบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนโตโยต้า เพื่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้ในระหว่างปฏิบัติการใส่ท่อช่วยหายใจแก่คนไข้ และลดความเสี่ยงการฟุ้งกระจายของเชื้อไวรัสจากคนไข้สู่แพทย์ในขณะปฏิบัติการ
  • มอบอุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและดวงตาจากสารคัดหลั่ง (Face Shield) จำนวน 20,000 ชิ้น ซึ่งผลิตโดยอาสาสมัครพนักงานโตโยต้า เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ใช้ในการปกป้องใบหน้าเพื่อลดความเสี่ยงในระหว่างปฏิบัติการดูแลผู้ป่วย COVID-19

2. กระทรวงมหาดไทย

  • สนับสนุนรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า จำนวน 100 คัน และ รถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ จำนวน 150 คัน ให้แก่กระทรวงมหาดไทยเพื่อใช้ประโยชน์ในภารกิจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ เช่น การติดต่อประสานงาน การค้นหาติดตามผู้ติดเชื้อ การเฝ้าระวังสถานการณ์ ตลอดจนการจัดตั้งจุดคัดกรองและจุดสกัดต่างๆ
  • บริจาคข้าวสาร จากโรงสีข้าวรัชมงคล จำนวน 77 ตัน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานภายใต้กระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสถานการณ์ COVID-19 ในพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดส่งผ่านผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า จังหวัดละ 1 ตัน เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “หลังจากที่บริษัทฯ ได้ออกมาตรการ ในการดูแลสุขอนามัยของโชว์รูมและศูนย์บริการฯ ในทุกจุดสัมผัส รวมไปถึงการให้บริการดูแลทำความสะอาดฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสภายในรถยนต์ให้กับลูกค้าที่สนใจทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้มีผู้เข้ารับบริการแล้ว เป็นรถยนต์โตโยต้า 28,500 คัน รถยนต์ยี่ห้ออื่น 1,500 คัน รวมทั้งสิ้น 30,000 คัน ในส่วนของบริษัทโตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในครอบครัวของโตโยต้า ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้าในทุกๆ กลุ่มอาชีพ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตในครั้งนี้ ให้สามารถขอพักชําระหนี้ได้ไม่เกิน 90 วัน โดยสามารถยื่นเรื่องร่วมโครงการผ่านช่องทางออนไลน์ของโตโยต้า ลีสซิ่ง คิดเป็นมูลค่าในการสนับสนุนงานบริการฯและการพักชำระหนี้ 120 ล้านบาท และในส่วนของการสนับสนุนรถยนต์ ข้าวรัชมงคลและอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยนั้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 66 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นในการสนับสนุนครั้งนี้กว่า 186 ล้านบาท”

นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวเสริมว่า “การสนับสนุนรถยนต์โตโยต้า สิ่งของจำเป็น และข้าวสารจากโรงสีข้าวรัชมงคล เกิดจากความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่าง บริษัทฯ กลุ่มผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนโตโยต้า และบริษัทในเครือข่ายครอบครัวโตโยต้าทั้งหมด ภายใต้วัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุน และแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในปัจจุบัน รวมถึงเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในครั้งนี้”

มร. มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวปิดท้าย “การสนับสนุนของโตโยต้าในครั้งนี้ ไม่สามารถเทียบได้กับความทุ่มเท และเสียสละของแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางสาธารณสุข รวมไปถึงหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย ซึ่งบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รวมถึงเครือข่ายครอบครัวโตโยต้าขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน และสำคัญที่สุดคือคนไทยทุกคน ในการที่จะร่วมกันฝ่าฟันและผ่านพ้นสถานการณ์ไวรัส COVID-19 อันยากลำบากนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรด้านทรัพยากรบุคคลและงานขายภายในประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563

 “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรโดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า การปรับโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการดำเนินงานให้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านจากสถานการณ์ที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลจะช่วยเพิ่มศักยภาพบุคลากรของเรา และส่งเสริมการดำเนินงานในฐานะศูนย์กลางด้านการผลิตและส่งออกระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มิตซูบิชิ พร้อมทั้งยังช่วยเพิ่มการเติบโตด้านยอดจำหน่ายในประเทศ” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

 

เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายดังกล่าว นายเอกอธิ รัตนอารี ได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไป เพื่อกำกับดูแลงานด้านการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมทรัพยากรบุคคล

พร้อมกันนี้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ ในการพัฒนาด้านกลยุทธ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านงานขายภายในประเทศ ทางบริษัทฯ ยังได้แต่งตั้ง มร. เคน อิโตะ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์การขาย เพื่อดูแลรับผิดชอบงานด้านกลยุทธ์การขายและดิจิทัล การวางแผนผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารทางการตลาด

 โดยก่อนหน้านี้ มร. อิโตะ ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักกลยุทธ์การขาย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อปี 2562 ทั้งนี้ มร. อิโตะ ได้ร่วมงานกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2558 ในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ สำนักกลยุทธ์องค์กร และได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้ชำนาญการอาวุโสสำนักกลยุทธ์การขายในปี 2560

ในขณะที่ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ  ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายภายในประเทศและสายงานพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อการขับเคลื่อนด้านงานขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย พร้อมยกระดับบทบาทของ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย  เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะและความพร้อมของบุคลากร

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ต้านภัยโควิด-19 ผลิตเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ

0

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ต้านภัยโควิด-19 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย ประกาศการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เพื่อสู้วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประสานความร่วมมือโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ตั้งทีมเฉพาะกิจเปิดสายการผลิตในโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ผลิตเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) จำนวน 100 เตียง ที่ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง พร้อมผนึกกำลังจิตอาสาพนักงาน และภาคส่วนต่างๆ อาทิ กรมราชทัณฑ์ เพื่อร่วมผลิตและส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลนอื่นๆ ให้โรงพยาบาล 48 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งมอบบริการรถพยาบาลกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย จำนวน 10 คัน เพื่อใช้สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า “จากเจตนารมณ์ของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ที่ดำรงอยู่และพร้อมให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสังคมไทยมาโดยตลอด โดยในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่ต้องอาศัยการจัดการและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทางกองทุนฯ ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย มีความยินดีที่จะมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์การขาดแคลนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ”
“จากการที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้พัฒนานวัตกรรมเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ
ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทางกองทุนฯ ได้ประสานความร่วมมือและจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้น
เพื่อผลิตเตียงฯ 100 เตียง ณ โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพนักงานจากสายการผลิตที่หยุดเดินสายการประกอบรถยนต์ชั่วคราวเป็นจิตอาสาดำเนินการผลิต ภายใต้การควบคุมคุณภาพการผลิตของคณะแพทยศาสต์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช” นายพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน ซึ่งทางกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยเตรียมส่งมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ประกอบด้วย
มอบบริการรถพยาบาลกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย 10 คัน สำหรับใช้ในช่วงวิกฤติโควิด-19
เพื่อช่วยสนับสนุนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19
เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อแบบแรงดันลบ (Negative Pressure Mobile Bed) 100 เตียง
ซึ่งคุณสมบัติของเตียงนี้จะสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ด้วยการควบคุมแรงดันอากาศให้เป็นลบ (Negative Pressure) ทำการดูดอากาศบริเวณที่นอนของผู้ป่วยผ่านการกรองเชื้อโรคระดับ HEPA Filter (High-efficiency Particulate Air Filter) แล้วปล่อยอากาศออกสู่ภายนอก โดยมีพนักงานสายการผลิตรถยนต์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นทีมผลิต
หน้ากากกันกระเด็น (Face Shield) 1,000 ชิ้น ที่เกิดจากการรวมพลังของพนักงานจิตอาสาบริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด
ชุดป้องกันเชื้อ หรือ Personal Protective Equipment Suit (PPE Suit) 10,000 ชุด ให้บุคลากรทางการแพทย์ใส่เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19
หน้ากากอนามัย (Face Mask) 100,000 ชิ้น ที่จัดซื้อจากกรมราชทัณฑ์
ทั้งนี้ งบประมาณของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยที่สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้ รวมมูลค่ากว่า
40 ล้านบาท มาจากเงินสมทบจากการจำหน่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ ซึ่งลูกค้าผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม และยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทุนฯ ที่พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมไทยผ่านพ้นวิกฤติ
โควิด-19 ไปได้ด้วยดี และจะเดินหน้าสร้างประโยชน์สุขให้กับคนไทย ดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป
เกี่ยวกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย
กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับประชาชนไทยในยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว ดินถล่ม ภัยหนาว ภัยแล้ง น้ำท่วม ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ
ที่ดำเนินงานภายใต้กองทุนดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์ 1 คัน 100 บาท
ต่อการขายรถจักรยานยนต์ 1 คัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 1 เครื่อง ปัจจุบันกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย มียอดเงินสะสม ณ เดือนสิงหาคม 2562 เป็นจำนวนเงินกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้กองทุนฯ ได้กำหนดภารกิจในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเงินทุน
2) ด้านวัสดุอุปกรณ์ 3) ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และ 4) ด้านการส่งเสริมความรู้ในการรับมือภัยพิบัติ
โดยตลอดระยะเวลา 8 ปีของการดำเนินการ “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” ได้มีส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย
ทั่วประเทศ รวมจำนวนเงินกว่า 335 ล้านบาท

ฮอนด้าเพิ่มสีใหม่ New ADV150 ขาวแอดวานซ์ไวท์ เท่ รับเทรนด์โลก

0

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทย เพิ่มสีใหม่ให้ New ADV150 ด้วยสีขาวแอดแวนซ์ไวท์ รับเทรนด์แฟชั่นสีขาวที่กำลังมาแรงทั่วโลก เท่ ล้ำ ทุกมิติ ตอกย้ำความเป็นผู้นำสตรีทแอดเวนเจอร์ของเมืองไทย รองรับไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้อย่างลงตัว

New ADV150 สีขาวใหม่ ได้รับการพัฒนาภายใต้คอนเซปต์ “Discover New Excitement ชีวิตมีสองด้าน ใช้มันส์ซะ” ดีไซน์โฉบเฉี่ยว แข็งแกร่ง ถ่ายทอด DNA จาก X-ADV สกู๊ตเตอร์รุ่นใหญ่สายลุยออกมาอย่างชัดเจน มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่และฟังก์ชั่นการใช้งานแบบอเนกประสงค์ครบครันNew ADV150 สีขาวใหม่ มาพร้อมระบบไฟรอบคันแบบ Full LED พร้อมระบบไฟ DRL Daytime Running Light และระบบ ESS Emergency Stop Signal ไฟสัญญาณกะพริบอัตโนมัติ เรือนไมล์ Full LCD แยกส่วนการแจ้งเตือนต่างๆ ของตัวรถเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน กระจกบังลมหน้าปรับได้สองระดับ กุญแจรีโมทแบบสมาร์ทคีย์ แฮนด์แบบแทปเปอร์บาร์ให้ความมั่นคงแข็งแรงตามสไตล์แอดเวนเจอร์ เสริมความสะดวกสบายด้วยที่ชาร์จไฟสำรองในกล่องคอนโซลขนาดใหญ่ด้านหน้า ขณะที่ใต้เบาะมีพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ให้ความจุถึง 28 ลิตร

New ADV150 สีขาวใหม่ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ eSP ขนาด 150 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบกันสะเทือนโดดเด่นเหนือใครด้วยโช็กหลังแบบทวินซับแท็งก์คู่จากแบรนด์ Showa ล้อหน้ามีขนาดใหญ่กว่าล้อหลังตามแบบฉบับรถสายลุย มาพร้อมหน้ายางใหญ่พิเศษพร้อมดอกยางที่ออกแบบให้สามารถยึดเกาะได้ดีทั้งทางเรียบและทางขรุขระ ปิดท้ายความปลอดภัยด้วยระบบเบรก ABS พร้อมด้วยจานดิสก์เบรกหน้า-หลังแบบคลื่น ขนาด 240 มม. และ 220 มม.

เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New ADV150 สีขาวใหม่ แอดวานซ์ไวท์ พร้อมกับ 3 เฉดสีเดิม ได้แก่ สีแดงแอดวานซ์เร้ด สีดำทัฟแม็ตแบล็ค และสีน้ำตาลทัฟแม็ต ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายนนี้ เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำ 98,500 บาท ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

สรยท. อนุมัติมอบทุนการศึกษาประจำปี 5,000 บาท และมอบเงินช่วยเหลือกรณีโควิด-19 อีก 3,000 บาท

0

สรยท. เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสมาชิกไม่หยุด…!! ล่าสุดคณะกรรมการสมาคมฯ มีมติเอกฉันท์อนุมัติงบประมาณ 2 โครงการรวด เริ่มจากมอบทุนการศึกษาสําหรับบุตร – ธิดาสมาชิกสมาคมฯ ประจําปี 2563 ทุนการศึกษาละ 5,000 บาท และช่วยเหลือสมาชิกกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 (COVID-19) จำนวน 3,000 บาท พร้อมงดเว้นค่าบำรุงสมาคมประจำปี 2563 อีกจำนวน 100 บาท

นายภูวนาถ เผ่าจินดา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thailand Automotive Journalists Association : TAJA เปิดเผยว่า ในปีนี้คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาสําหรับบุตร – ธิดาสมาชิกสมาคมฯ ประจําปี 2563 ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อสนับสนุนการศึกษาบุตร – ธิดาของสมาชิกสมาคมฯ ปีการศึกษา 2563 ทุนการศึกษาละ 5,000 บาท โดยได้ดำเนินการเป็นประเพณีประจำทุกปี

สำหรับในปีนี้ได้เกิดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับสมาชิกของสมาคมฯ ในการประกอบวิชาชีพทั้งทางตรงและทางอ้อม สมาคมฯ ได้เล็งเห็นความเดือนร้อนของสมาชิก ได้มีเสนอวาระการประชุมพิเศษเร่งด่วนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เพื่อพิจารณาช่วยเหลือสมาชิกกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ผลการประชุมของคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระสมาชิก 2 รายการ คือ

  1. งดเว้นค่าบำรุงสมาคมประจำปี 2563 จำนวน 100 บาท
  2. มอบเงินช่วยเหลือสมาชิกกรณีสถานการณ์ โควิด-19 จำนวน 3,000 บาท/ราย

“สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย มีนโยบายมอบทุนเพื่อสนับสนุนการศึกษาบุตร – ธิดาของสมาชิกสมาคมฯ ปีการศึกษา 2563 ทุนการศึกษาละ 5,000 บาท โดยสมาชิกผู้ขอรับทุนต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไขเข้ามีส่วนร่วมกิจกรรมที่สมาคมฯ จัดขึ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยแบ่งเป็น กิจกรรมเสวนา/สัมมนา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระสมาชิก 2 รายการ คือ งดเว้นค่าบำรุงสมาคมประจำปี 2563 จำนวน 100 บาท และมอบเงินช่วยเหลือสมาชิกกรณีสถานการณ์ โควิด-19 จำนวน 3,000 บาท/ราย อีกด้วย”

นายภูวนาถ กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศไทย รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ และส่งผลกระทบโดยตรงกับการประกอบวิชาชีพของสมาชิก สมาคมฯ ตระหนักถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนให้กับสมาชิก จึงมีมติให้ความช่วยเหลือสมาชิกงดเว้นค่าบำรุงสมาคมประจำปี 2563 จำนวน 100 บาท และมอบเงินช่วยเหลือสมาชิกกรณีสถานการณ์ โควิด-19 จำนวน 3,000 บาท โดยสมาคมฯ จะงดเว้นค่าบำรุงสมาคมรายปี และมอบเงินช่วยเหลือสมาชิกกรณีสถานการณ์โควิด-19 โดยพิจารณาจากเอกสารต่ออายุสมาชิก-แจ้งขอรับเงินช่วยเหลือ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 เท่านั้น

ฮอนด้าเปิดตัว New GOLDWING ไมเนอร์เชนจ์ ก้าวใหม่สู่ระดับที่เหนือไปอีกขั้น

0

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ในประเทศไทย เปิดตัว New Honda GOLDWING ภายใต้คอนเซปต์ What Lies Beyond ก้าวใหม่สู่ระดับที่เหนือไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยสีขาวมุกเพิร์ลแกรไวท์ ที่ให้ความหรูหรามีมิติ

ติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าเพิ่มทัศนวิสัยขณะขับขี่เวลากลางคืน มือจับขนาดใหญ่สำหรับผู้ซ้อนท้ายเพื่อความปลอดภัย มาพร้อมกับการอัพเกรดระบบนำทางหรือ Navigation Map เวอร์ชันล่าสุด ที่ทำงานบนหน้าจอ TFT LED 7 นิ้ว รองรับระบบ Apple Carplay ทั้งยังสามารถบันทึกจุดแวะได้มากถึง 99 จุด


New Honda GOLDWING เหนือใครด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ขนาด 1,833 ซีซี 6 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบวาวล์สมรรถนะสูงแบบ Unicam ขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์อัจฉริยะ DCT 7 สปีด เอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า พร้อมระบบจ่ายน้ำมันจากหัวฉีดที่ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานผสานกับระบบเกียร์แบบ DCT อย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายตั้งแต่ออกสตาร์ท จนถึงช่วงรอบความเร็วต่ำ มั่นใจด้วยระบบกันสะเทือนที่ได้รับการเซ็ตค่าใหม่ทั้งหน้าและหลังช่วยลดแรงเหวี่ยงขณะเคลื่อนตัว พร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบ Double Wishbone ที่ดูดซับแรงกระแทกได้ดี ให้ความสบายตลอดการเดินทาง

เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda GOLDWING ไมเนอร์เชนจ์แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda BigWing ทั้ง 22 สาขาทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำที่ 1,340,000 บาท

ร้อนนี้มั่นใจ เดินทางปลอดภัยกับเชฟโรเลต ลูกค้าเชฟโรเลตรับการตรวจเช็ครถฟรี 30 รายการ

0

เชฟโรเลต ประเทศไทย จัดแคมเปญ “Chevrolet Summer Drive 2020” ร้อนนี้มั่นใจ เดินทางปลอดภัยกับเชฟโรเลต เพื่อเป็นการสนองนโยบาย “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” โดยกรมการขนส่งทางบก  เชฟโรเลตให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนและหลังเดินทาง 30 รายการ โดยลูกค้าทุกท่านสามารถนำรถยนต์เชฟโรเลตทุกรุ่นเข้าตรวจเช็ค 30 รายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ศูนย์บริการเชฟโรเลต ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 30 เมษายนนี้

ลูกค้าเชฟโรเลตจะได้รับการดูแลจากช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมมอบการบริการที่ได้มาตรฐานด้วยอะไหล่แท้ 100% พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อม นอกจากนี้ ลูกค้าทุกท่านจะได้รับส่วนลด 15% สำหรับการเปลี่ยนไส้กรองรถยนต์ นอกจากนั้นหากนำแบตเตอรีลูกเก่ามาแลกลูกใหม่ จะได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 400 บาท

“เชฟโรเลตให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของลูกค้า แคมเปญนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเชฟโรเลตในการดูแลลูกค้าในทุกสภาพภูมิอากาศ  ซึ่งเดือนเมษายนนี้ เป็นช่วงฤดูร้อน ที่เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่มักเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนา  เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ลูกค้าเดินทางอย่างปลอดภัยและไร้ความกังวลตลอดเส้นทางด้วยการตรวจเช็คสภาพรถทั้งก่อนและหลังการเดินทาง” นายวันชนะ อูนากูล ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายบริการหลังการขายและตลาดส่งออก จีเอ็ม ประเทศไทย กล่าว

การตรวจเช็คฟรี 30 รายการ ประกอบด้วย : 

• ชุดรอกดันสายพาน• ซีลหน้า / หลังเครื่องยนต์• กรองเชื้อเพลิง
• ปะเก็นอ่างน้ำมันเครื่อง / ฝาครอบวาล์ว• ท่อยางหม้อน้ำบน• ท่อยางหม้อน้ำล่าง
• สายพานหน้าเครื่องยนต์• ผ้าเบรคหน้า-หลัง• สภาพจานเบรค
• น้ำมันเบรค• น้ำมันเพาเวอร์• ยางแท่นเครื่องตัวหน้า ซ้าย ขวา
• ยางแท่นเครื่องตัวหลัง• ลูกหมากปีกนก ซ้าย ขวา• ลูกหมากกันโคลงหน้า
• ยางหุ้มเพลาขับ (ตัวนอก ตัวใน) สำหรับรุ่นที่มี• โช้คอัพหน้า-หลัง• ลูกปืนล้อ
• ลูกปืนเพลากลาง (สำหรับรุ่นที่มี) • ซีลเพลาขับ / ซีลเกียร์• สภาพยางหน้าซ้าย
• สภาพยางหน้าขวา• สภาพยางหลังซ้าย• สภาพยางหลังขวา
• สภาพโดยรวมของยาง• ตรวจวัดถ่วงจำเพาะ
(สำหรับแบตเตอรีแบบเติมน้ำกลั่น)
• ตรวจวัดแรงเคลื่อน
• สภาพโดยรวมแบตเตอรี 

นอกจากการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ เชฟโรเลตยังแนะนำให้ผู้ขับขี่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการเดินทางด้วยทั้งการวางแผนเส้นทางที่จะใช้เดินทางไว้ล่วงหน้า พักผ่อนให้เพียงพอ และเตรียมหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานต่างๆให้พร้อม         

นายวันชนะ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริการหลังการขายว่า “นอกเหนือจากการบริการตรวจสภาพทั่วไปแล้ว ทางศูนย์บริการยังให้บริการการเช็คระยะ บริการซ่อมบำรุง และบริการจัดหาอะไหล่แท้สำหรับรถเชฟโรเลตทุกรุ่นอีกด้วย โดยทาง จีเอ็ม ประเทศไทย มีคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่เก็บสต๊อกอะไหล่แท้มาตรฐานสำหรับรถยนต์เชฟโรเลตทุกรุ่นทั้งเก่าและใหม่ไว้ครบถ้วน เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า พร้อมทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะยังคงดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างต่อเนื่อง”

เชฟโรเลตยังคงมีบริการหลังการขายและศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อคอยดูแลและให้บริการเช่นเดิม ได้แก่

  • การรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร หรืออย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ครอบคลุมค่าแรง     ช่างซ่อม อะไหล่แท้มาตรฐานเชฟโรเลต และการรับประกันคุณภาพรถยนต์
  • บริการตรวจและซ่อมบำรุงโดยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองจากเชฟโรเลต
  • บริการจัดหาอะไหล่แท้มาตรฐานและสินค้าที่ได้รับการรับประกันคุณภาพ เช่น น้ำมันหล่อลื่นประสิทธิภาพสูงของจีเอ็มและผลิตภัณฑ์คุณภาพของเอซีเดลโก้
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการตรวจเช็คและให้คำปรึกษาทุกปัญหาเรื่องรถ
  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์เชฟโรเลต โทร 1734 ให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 07:00 – 20:00 น.

ลูกค้าเชฟโรเลตสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1734   หรือที่ www.chevrolet.co.th/

รอยัล เอนฟิลด์ หยุดการผลิตทั่วโลกชั่วคราว

0

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอยัล เอนฟิลด์ขอประกาศยุติการผลิตทั่วโลกเป็นการชั่วคราว และให้พนักงานของรอยัล เอนฟิลด์ประเทศไทยทำงานจากที่บ้าน

การยุติการผลิตมีผลบังคับใช้กับทุกโรงงานในเมืองเชนไน ได้แก่ ฐิรูโวตติยูร์, โอรากาดัม, และนิคมอุตสาหกรรมวัลลัม วาดากัล ร่วมไปถึงศูนย์เทคโนโลยีในเชนไน และบรันติงธอร์ป, ในเลสเตอร์เชียร์ สหราชอาณาจักร อีกทั้งให้สำนักงานและตัวแทนจำหน่ายทั้งหมดให้ประเทศอินเดียปิดชั่วคราว ทั้งหมดนี้เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน, พนักงานรายวัน, และพนักงานชั่วคราวของรอยัล เอนฟิลด์

นายวิมัล ซุมบ์ลี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “พนักงานของรอยัล เอนฟิลด์ในประเทศไทยได้เริ่มทำงานจากบ้านมาเป็นเวลา 2 อาทิตย์แล้ว และจะยังทำต่อไป เราจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดดังที่ทางรัฐบาลได้แนะนำ เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและเพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบทางสังคมที่รอยัล เอนฟิลด์มีต่อสังคมไทย”

สำหรับรอยัล เอนฟิลด์ สโตร์, การบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน และศูนย์บริการของรอยัล เอนฟิลด์ยังเปิดบริการตามปกติ โดยปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานทุกคน หากมีมาตรการอื่นๆ ประกาศออกมาในอนาคต รอยัล เอนฟิลด์ ประเทศไทยจะแจ้งให้ทราบต่อไป

อาวดี้ รุกปรับแผนการขายและการตลาด เผยบริการ Audi at Home เตรียมขยายศูนย์บริการใหม่ที่ฝั่งธนฯ

0

แม้สถานการณ์การตลาดจะเปลี่ยนไป แต่แผนการทางการตลาดของอาวดี้ ยังเดินหน้าต่อเนื่องตามแผนจากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าให้เหมาะสม และกระแสของอินเตอร์เน็ตได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมลูกค้าที่หันมาใช้บริการออนไลน์กันมากขึ้น อาวดี้ เร่งปรับแผนการขายและการตลาด โดยเปิดช่องทาง On line ในการสื่อสารกับลูกค้า ในการสอบถามและติดตามโปรโมชั่น รวมถึงบริการใหม่ล่าสุด  Audi At Home เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการขอรับบริการทดลองขับนอกสถานที่ รวมถึงติดต่อบริการหลังการขาย ได้รวดเร็วทันใจอีกทั้งเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น

อาวดี้ ประเทศไทย ขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความมั่นใจในแบรนด์ อาวดี้ ได้รับการตอบรับกับแคมเปญ #ลดโหดเหมือนโกรธใครมา รวมถึงงานเคลียร์สต๊อกเป็นอย่างดี พร้อมเผยถึงผลตอบรับหลังจากเปิดตัว Audi Q7 และ Audi A6 ว่า ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่อยากเปลี่ยนรถใหม่เป็นอย่างดี โดย A6 มาแรงสุด ลูกค้าสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่าของราคาและออฟชั่นที่ได้รับ รวมไปถึงเอกลักษณ์ความโดดเด่นที่แตกต่างเหนือกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า มีแผนนำเข้ายนตรกรรมรุ่นใหม่มาเปิดตัวอีก 2 รุ่น ในเดือนเมษายน พร้อมเปิดตัวศูนย์บริการที่สาขาถนนราชพฤกษ์ ในปีนี้

การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ในเดือนเมษายน ยังคงคอนเซปต์ “Attractive & Affordable” หรูหรามีเสน่ห์ กับราคาที่จับต้องได้ การนำเข้ารถยนต์ของ อาวดี้ ประเทศไทย ที่คำนึงถึงคุณภาพของสินค้า ลงลึกไปถึงใส่ใจในกรรมวิธีการผลิตแต่ละขั้นตอน การประกอบแต่ละชิ้นส่วน ทั้งภายในและภายนอกเข้าด้วยกันให้มีความแน่นหนา เพื่อลดเสียงรบกวนรำคาญใจในห้องโดยสารให้มากที่สุด เช่น กันชนกับตัวถังระยะห่างไม่เกิน 0.5 มิลลิเมตร การยึดมือเปิดประตูภายในรถ แผงประตู การเก็บสายไฟ ท่อต่างๆ ทั้งในห้องเครื่อง และห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย มีคลิ๊ปล็อคแน่นหนา รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในการพ่นสีให้มีความสม่ำเสมอไม่ผิดเพี้ยน แม้วัสดุที่ใช้จะแตกต่างกัน ถึงจะเป็นรถยนต์ประกอบนอกนำเข้าทั้งคัน แต่ราคาเทียบเท่ารถประกอบภายในประเทศ

อาวดี้ พร้อมเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการในกรุงเทพและปริมณฑลภายใน Quarter 3 พร้อมขยายฐานเจาะลูกค้าย่านถนนราชพฤกษ์ สร้างความมั่นใจว่า “ เรามีความตั้งใจจริง เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ” เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการเลือกใช้บริการ พร้อมเปิดประสบการณ์ลูกค้าใหม่ให้รู้จักแบรนด์ อาวดี้ มากยิ่งขึ้น

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 รวมถึงการรณรงค์ผ่านทางโซเชียลพากันติดแฮชแท็ก #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ อาวดี้ เร่งปรับแผนการบริการและการตลาด “Audi at Home เราสนับสนุนให้คุณอยู่บ้าน” มีทั้งหมด 3 บริการ ดังต่อไปนี้

  1. บริการรถทดลองขับถึงบ้าน
  2. บริการรับส่งรถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพตามระยะ
  3. ส่งมอบรถใหม่ถึงบ้าน

ลูกค้าที่ต้องการ Test Drive ไม่มีปัญหา เราพร้อมให้บริการรถทดลองขับพร้อมรับคำแนะนำจากที่ปรึกษาการขายถึงบ้านคุณกับ 3 ขั้นตอน

  1. โทรศัพท์เพื่อนัดหมาย หรือส่งข้อความชื่อ / เบอร์โทรศัพท์ ของคุณให้ทีมงานติดต่อกลับ
  2. แสดงรูปภาพใบอนุญาตขับขี่หรือสำเนา พร้อมแจ้งระบุวัน เวลา สถานที่กับเจ้าหน้าที่
  3. ทดลองขับ พร้อมรับคำแนะนำโดยที่ปรึกษาการขาย

Audi Service Chiang Mai อาวดี้ ภูเก็ต

การบริการหลังการขาย  การซ่อมบำรุงรวมถึงการตรวจเช็คสภาพตามระยะ  หากมีค่าใช้จ่ายเกิน 10,000 บาทขึ้นไป Audi Centre Thailand และ Audi New Petchburi ยินดีบริการรับ-ส่ง รถฟรีถึงบ้าน ในเขตกรุงเทพมหานคร ผ่าน 4 ช่องทาง ดังต่อไปนี้

  1. Call Centre ของ Audi Centre Thailand และ Audi New Petchburi
  2. Line official พิมพ์ Audi Thailand
  3. facebook.com/AudiThailand/
  4. IG พิมพ์ Audi Thailand

หากต้องการจองรถสามารถดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. ที่ปรึกษาการขายนำส่งแจ้งใบเสนอราคา
  2. ทำการจอง พร้อมแสดงรูปภาพบัตรประชาชนหรือสำเนา และดำเนินการชำระเงิน
  3. ตรวจสอบการชำระเงิน ยืนยันการจอง
  4. นัดหมายเพื่อทำการส่งมอบ

ยิ่งไปกว่านั้น อาวดี้ ใช้ช่องทางดังกล่าว ให้บริการข้อมูล online  รวมถึงการสอบถามและติดตามโปรโมชั่นได้อย่างรวดเร็วทันใจ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้โชว์รูมและศูนย์บริการของอาวดี้ ทั้งที่ Audi Centre และสาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ภูเก็ต พัทยา ยังคงเปิดดำเนินงาน โดยทุกแห่งมีมาตรการการดูแลความปลอดภัย สุขอนามัย เพื่อป้องกันความเสี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระดับสูงสุด

ลูกค้าอาวดี้ที่จองรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection ด้วยการรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ชมยนตรกรรมนำเข้าใหม่ของอาวดี้ ได้ที่

  • Audi Centre Thailand 02-765-8888
  • Audi New Petchburi 02-023-4888
  • Audi Pattaya 038-197-888
  • Audi Phuket 076-646-666
  • AudiService Chiang Mai 052-081188

* เงื่อนไขพิเศษเฉพาะรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด

PEUGEOT จับมือ LINE เพิ่มช่องทางจองรถ ไมล์น้อย พร้อมบริการส่งรถทดลองขับฟรีถึงบ้าน

0

เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเป็นสำคัญ จับมือกับ LINE ประเทศไทย ในการเพิ่มช่องทางจัดส่งรถทดลองขับถึงบ้าน และจองรถผู้บริหารราคาพิเศษผ่านระบบ LINE เริ่มต้นวันที่ 1 เมษายน 2563

Test Drive at Home หรือการนำรถให้ทดลองขับถึงบ้าน เป็นบริการที่ เปอโยต์ ประเทศไทย ตั้งใจทำขึ้น เพื่อความอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ทำได้ง่ายเพียงพิมพ์ค้นหา @peugeotthailand และเพิ่มเพื่อนในแอพพลิเคชัน LINE แล้วแตะที่สัญลักษณ์ ‘ทดลองขับ’ ที่เมนูสนทนา จากนั้นเลือกรุ่นรถที่สนใจ แชร์โลเคชั่นที่สะดวกในการนัดหมาย กรอกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ในระบบ เจ้าหน้าที่ปรึกษาการขายจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้พักอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (นครปฐม/นนทบุรี/ปทุมธานี/สมุทรปราการ/สมุทรสาคร)

นอกจากนั้นก็มีรถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย ราคาพิเศษ พร้อมข้อมูลครบครัน ทั้งราคา ภาพรถ และรายละเอียดต่างๆ สามารถจองผ่าน LINE ในราคาสุดคุ้ม เปอโยต์ 3008 เอสยูวี เริ่มต้นที่ 1.549 ล้านบาท และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง เริ่มต้นที่ 1.749 ล้านบาท สามารถสั่งจองได้ทันที โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแตะที่คำสั่ง ‘BUY NOW’ รถก็จะขึ้นสถานะจองแล้วเป็นเวลา 2 วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ปรึกษาการขายจะติดต่อกลับ เพื่อนัดดูรถยนต์คันจริง หรือหากลูกค้ามีข้อสงสัย ก็สามารถพิมพ์ข้อความใน Live Chat Box เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ได้อีกด้วย

ลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ เปอโยต์ ผ่านแอพพลิเคชัน LINE จะได้รับสิทธิ์พิเศษ เป็นการรับประกันคุณภาพนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมแพ็กเกจบำรุงรักษาฟรี 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ เปอโยต์ ไทยแลนด์ คอลล์เซ็นเตอร์ 02-931-8400 หรือเว็บไซต์ www.peugeot.co.th