Home Blog Page 462

สายลุยห้ามพลาด! ฮอนด้าเตรียมส่งมอบความระทึกใจครั้งใหม่ 24 มี.ค.นี้

0

 

เจอกันแน่นอน อีกแค่ไม่กี่อึดใจ! สำหรับโมเดลแห่งประวัติศาสตร์โลก ตำนานแชมป์ Dakar Rally 4 ปีติดต่อกัน เจ้าของฉายา “ราชันย์แห่งทะเลทราย” จะกลับมาเขย่าวงการแอดเวนเจอร์ไบค์ให้สะเทือน ด้วยดีไซน์ใหม่หมดจดรอบคัน ดุดันถึงขั้นสุด จัดเต็มทุกระบบ หน้าจอ New Full-Colour Touchscreen 6.5 นิ้ว พร้อม Apple Carplay เพื่ออรรถรสในการเดินทางที่ดียิ่งขึ้น นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

ห้ามพลาด! วันที่ 24 มีนาคมนี้ มาร่วมลุ้นและสัมผัสความตื่นเต้นครั้งใหม่ ซึ่งเป็นที่สุดแห่งโมเดลแอดเวนเจอร์ระดับตำนานได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Honda BigBike : fb.com/HondaBigBikeTH

‘เช็กระยะที่ศูนย์ฟอร์ดคุ้มกว่า’ ด้วยค่าแรงเช็กระยะเพียง 399 บาท พร้อมรับสิทธิผ่อน 0% นาน 10 เดือนเมื่อใช้จ่ายครบ 5,000 บาท ขึ้นไป

0

ฟอร์ด ประเทศไทย เอาใจลูกค้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถยนต์ด้วยแคมเปญ ‘เช็กระยะที่ศูนย์ฟอร์ดคุ้มกว่า’ มอบส่วนลดและข้อเสนอพิเศษด้านบริการสุดคุ้มสำหรับรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น สิทธิประโยชน์ต่อที่หนึ่ง จ่ายค่าแรงเช็กระยะเพียง 399 บาท สำหรับลูกค้าฟอร์ด เฟียสต้า, ฟอร์ด โฟกัส, ฟอร์ด เอคโค่ สปอร์ตทุกรุ่นที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 54 เดือนหรือ 90,000 กิโลเมตรขึ้นไป แล้วระยะใดถึงก่อน รวมถึงฟอร์ด เรนเจอร์ที่ซื้อระหว่างปี 2542-2553 โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์นี้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ สิทธิประโยชน์ต่อที่สอง ลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่นที่นำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ดที่ร่วมรายการ รับสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน เมื่อใช้จ่ายขั้นต่ำ 5,000 บาท ขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ ผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยาตามประเภทบัตรเครดิตที่กำหนด โดยลูกค้าครอบครัวฟอร์ดสามารถมารับสิทธิประโยชน์จากแคมเปญ ‘เช็กระยะที่ศูนย์ฟอร์ดคุ้มกว่า’ ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2563

ฟอร์ดมุ่งมั่นพัฒนาการบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าครอบครัวฟอร์ดด้วยความใส่ใจ เรามุ่งเน้นให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจด้วยการดูแลและช่วยเหลือเคียงข้างทุกการเดินทาง สร้างความไว้วางใจในระยะยาวให้กับลูกค้าทุกคน

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับบริการเช็กระยะจ่ายค่าแรงเพียง 399 บาท

  1. ค่าแรง 399 ไม่รวมรายการซ่อมสีและตัวถังและไม่รวมรายการซ่อมเพิ่มเติมจากการเช็กระยะ
  2. ค่าแรง 399 เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน

  1. ลูกค้าต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทยหรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา 5,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ
  2. บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทยทุกประเภทร่วมรายการยกเว้นบัตรเครดิตนิติบุคคล, บัตร fleet card,บัตรเครดิตแฮปปี้ออนไลน์, บัตรเครดิตไทยเบฟและบัตรไชน่ายูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย
  3. บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่ร่วมรายการ ได้แก่ บัตรเครดิตกรุงศรี วีซ่า/มาสเตอร์การ์ด, บัตรเครดิตเซ็นทรัลเดอะวันเครดิตคาร์ด, บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์และบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัสวีซ่า
  4. เงื่อนไขในการใช้บัตรเครดิตในการผ่อนชำระเป็นไปตามที่ทางธนาคารกำหนด
  5. สามารถสอบถามรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายนี้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดก่อนเข้ารับบริการ

อนึ่ง ลูกค้าฟอร์ดทุกท่านสามารถรับทราบรายละเอียดของ แคมเปญ ‘เช็กระยะที่ศูนย์ฟอร์ดคุ้มกว่า’และศึกษาเงื่อนไขการบริการเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ford.co.th/owner/savemoreatford/  

หมายเหตุ:

  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของแคมเปญ ‘เช็กระยะที่ศูนย์ฟอร์ดคุ้มกว่า’โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • โปรดนัดหมายล่วงหน้าก่อนรับบริการ

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด โทร. 1383 สำหรับกรุงเทพฯ และโทรฟรี 1-800-225-449 เฉพาะต่างจังหวัด หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ford.co.th

ทดลองขับ New Suzuki Ciaz ปรับรูปลักษณ์ทันสมัย เติมเต็มความสบายด้วยฟังค์ชั่นใหม่

0

New Suzuki Ciaz กลับสู่สมรภูมิอีโค่คาร์อีกครั้งด้วยการปรับรูปลักษณ์ เพิ่มเติมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งรอบคัน และเพิ่มเติมความสะดวกสบายด้วยจอกลางขนาด 7 นิ้วรองรับการแสดงภาพของกล้องมองหลัง เนวิเกเตอร์และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Apple CarPlay การทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จ.เชียงใหม่ ด้วยสภาพเส้นทางโค้งและขึ้น/ลงเขาตามสภาพภูมิประเทศ ตามไปดูกันว่าอีโค่คาร์คันนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจ

New Suzuki Ciaz 1

เกือบ 5 ปีที่อยู่ในตลาด มาวันนี้ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย (จำกัด) ได้ปรับปรุงใหม่ให้ดูรูปลักษณ์ทันสมัย สบายขึ้นกว่าเดิม ตามสัดส่วนมิติตัวถังเดิม ยาว 4.49 ม. กว้าง 1.73 ม. สูง 1.475ม.

New Suzuki Ciaz 2

การไมเนอร์เชนจ์ในครั้งนี้ทีมออกแบบได้ปรับปรุงรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ต มาพร้อมชุดแต่งกรอบโครเมียมรอบคัน กระจังหน้ามากับดีไซน์ใหม่ติดตั้งไฟโปรเจคเตอร์เลนส์แอลอีดี และเดยไทม์แบบแอลอีดีด้วยเช่นกัน ทั้งยังเติมเต็มความดุดันด้วยไฟตัดหมอกทรงกลมที่มุมกันชน

New Suzuki Ciaz 3

New Suzuki Ciaz 4

New Suzuki Ciaz 5

New Suzuki Ciaz 7

มุมองด้านท้ายไม่ต่างจากเดิม โดดเด่นด้วยไฟแอลอีดีและสัญลักษณ์รุ่น RS สีน้ำเงิน และในส่วนล้อแมกได้ทำสีใหม่ในขนาดเดิมคือ 16 นิ้วหุ้มยาง 195-55

New Suzuki Ciaz 7

New Suzuki Ciaz 9

ห้องโดยสารมากับคอนโซลดีไซน์สปอร์ต พวงมาลัยหุ้มหนังแท้มีระบบมัลติฟังค์ชั่นใหม่สั่งการโทรศัพท์ได้ เช่นเดียวกับการใช้หนังหุ้มเบาะทุกที่นั่ง

New Suzuki Ciaz 8

New Suzuki Ciaz 10

New Suzuki Ciaz 20

New Suzuki Ciaz 22

จอกลางขนาด 7 นิ้วรองรับการแสดงภาพของกล้องมองหลัง เนวิเกเตอร์และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Apple CarPlay

New Suzuki Ciaz 11

ด้านท้ายมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพื่อกระจายความเย็น

New Suzuki Ciaz 12

ขุมพลังมาจากเครื่องยนต์รหัส K12B ขนาด 1.25 ลิตร แบบ 4 สูบ 6 วาล์ว ซึ่งให้พละกำลังสูงสุด 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ CVT ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันตรัท พร้อมคอยล์สปริง และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง ซึ่งมีระบบดิสก์เบรกด้านหน้า และดรัมเบรกด้านหลัง

New Suzuki Ciaz 13

ด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยติดตั้งมาให้ครบครัน เช่น โครงสร้างตัวถังที่มาพร้อมคานกันกระแทกด้านข้าง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ทำงานร่วมกับพวงมาลัยแบบยุบตัว และเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ ELR 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติ และปรับระดับสูงต่ำได้ โดยมีด้านหลังเป็นแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง และ 2 จุด 1 ตำแหน่ง เสริมด้วยระบบล็อคนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD, ระบบช่วยเบรก BA ตลอดจนระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer, ระบบเตือนภัย Security Alarm และชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

New Suzuki Ciaz 14

เข้าสู่การทดสอบกันเลยครับ เส้นทางที่ใช้จากบริเวณสนามบินเชียงใหม่-หางดง ระยะทางไปกลับรวมๆ 200 กม. New Suzuki Ciaz ยังคงจุดเด่นด้านความเงียบจากโครงสร้างตัวถังแบบ Tect ที่แกร่ง เบา และลดเสียงรบกวน

New Suzuki Ciaz 15

ด้วยสภาพเส้นทางที่มีทางโค้ง ขึ้นและลงภูเขาค่อนข้างเยอะ ขุมพลังขนาด 1.2 ลิตร 91 แรงม้าอาจจะน้อยไปสักนิด และระบบช่วงล่างที่ค่อนข้างนุ่ม การเดินทางแบบนี้อาจจะเหนื่อยไปสักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด

New Suzuki Ciaz 16

การใช้งานในเมืองตอบโจทย์ให้กับอีโค่คาร์คันนี้ได้ค่อนข้างตรงประเด็น ทั้งรุปลักษณ์ที่เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งรอบคัน รวมถึงชิ้นส่วนที่พัฒนาเพิ่มอย่างโคมไฟและหน้ากระจัง การใช้งานที่เชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับรถก็ทำให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยการแสดงแอพลิเคชั่นผ่านจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้วรูปแบบใหม่

New Suzuki Ciaz 18

New Suzuki Ciaz 19

ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วอย่างประเด็นห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบายก็ยังคงทำให้ New Suzuki Ciaz ได้เข้าไปอยู่ในใจใครหลายๆคน ยิ่งในช่วงแคมเปญเปิดตัวยังมีรายการส่งเสริมการขายด้วยชุดแต่งมูลค่า 40,000 บาท และคูปองน้ำมันอีก 10,000 บาท

New Suzuki Ciaz 24

ข้อมูลเทคนิค New Suzuki Ciaz RS
เครื่องยนต์: เบนซินแบบ 4 สูบ
ความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.): 1,242
กำลังสูงสุด (แรงม้า ที่ รอบ/นาที): 91/6,000
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร ที่รอบ/นาที): 118 /4,800
ระบบส่งกำลัง: อัตโนมัติซีวีที
ระบบขับเคลื่อน: 2 ล้อหน้า
เบรก (หน้า/หลัง): ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน,ดรัมเบรก
ระบบกันสะเทือน (หน้า/หลัง): อิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท/ ทอร์ชั่นบีม
ยาว/กว้าง/สูง (มม.): 4,490/1,730/1,475
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร): 42
ราคา (บาท): 657,000
ตัวแทนจำหน่าย: บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส คว้ารางวัล Thailand Top Company Awards 2020 ตอกย้ำความเป็นสุดยอดองค์กรต้นแบบในวงการธุรกิจไทย

0

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นสุดยอดองค์กรต้นแบบในวงการธุรกิจไทย ในอุตสาหกรรม ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ คว้ารางวัล Thailand Top Company Awards 2020 ประเภทความเป็นเลิศ “Most Admired Award” ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับองค์กรที่น่าชื่นชม ด้านสินค้าและบริการ ด้านการดำเนินธุรกิจ ด้านธรรมภิบาล สร้างความจดจำที่ดีให้แก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมี คุณวินธร บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บ. เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล 

พิธีมอบรางวัล Thailand Top Company Awards 2020 จัดโดยนิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นับเป็นรางวัลอันเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจแด่องค์กรธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของประเทศ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ภายใต้แนวคิด “ธุรกิจอัจฉริยะ เพื่อสังคมแห่งอนาคต” (Smart Businesses for Future Societies) ซึ่งในปีนี้มีองค์กรได้รับรางวัลทั้งสิ้นรวม 26 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลประเภทอุตสาหกรรม 12  และรางวัลความเป็นเลิศ 14 รางวัล ทุกองค์กรที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลถือเป็นองค์กรต้นแบบในวงการธุรกิจไทย

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เดินหน้าลงทุนเปิดคลังสินค้าขนาดใหญ่แห่งใหม่ในไทย ผงาดเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์

0

มร.คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศร่วมธุรกิจสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ มูลค่าการลงทุนเป็นเงินมากกว่า 1,000 ล้านบาท บริหารจัดสรรในพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 23,331 ตารางเมตร ย่านถนนบางนา –  ตราด กม. 23 ร่วมกับ บริษัทดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนการดำเนินการในอนาคต โดยเป็นลักษณะคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit

ซึ่งทางบริษัทฯ มีแผนการบริหารคลังสินค้าโดยจัดตั้งศูนย์กลางของ 4 หน่วยงานหลักธุรกิจรถยนต์วอลโว่ ได้แก่

  • Distribution Center ศูนย์กลางขนาดใหญ่ ในการบริหารนำส่งรถยนต์วอลโว่ไปยังผู้จัดจำหน่ายรถยนต์วอลโว่ทั่วภูมิภาค
  • ครั้งแรกกับการเปิดตัวศูนย์ Pre-Delivery Service (PDS) บริการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์วอลโว่อย่างเป็นทางการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์ก่อนนำส่ง
  • รวมถึงการจัดตั้ง Central Warehouse (Parts) ศูนย์กลางการบริหารชิ้นส่วนและอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์วอลโว่ โดยนำเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการบริหารจัดการคลังสินค้ามาเสริมทัพรูปแบบบริการครบวงจรให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน
  • ท้ายสุดกับการเปิดตัว Training Center ศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมบำรุงรถยนต์วอลโว่แห่งใหม่ โดยทีมงานฝึกอบรมมืออาชีพมากประสบการณ์ของฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทวอล-โว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตกแต่งในเป็นรูปแบบเวิร์คช็อปใหม่ คอนเซ็ปท์ Volvo Personal Service (VPS) สัมผัสบรรยากาศการดีไซน์ สไตล์สแกนดิเนเวี่ยน ที่มีอยู่ในศูนย์บริการรถยนต์วอลโว่ทั่วประเทศ

 

วอลโว่ คาร์ เล็งเห็นถึง “ประสบการณ์ของลูกค้าคือสิ่งสำคัญ” ทุกการดำเนินการทางธุรกิจของวอลโว่ จึงสอดคล้องไปกับแนวความคิดและประสบการณ์ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จากความรู้สึกที่แท้จริง

เอเอเอสฯ พาคนรักรถสปอร์ตสัมผัสสุดยอดประสบการณ์ความเร็วกับกองทัพ ปอร์เช่ 911

0

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่าง เป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดโลกยนตรกรรมสปอร์ตระดับตำนาน เนรมิตสนามปทุมธานี สปีดเวย์ จัดกิจกรรม Porsche 911 Roadshow 2020 เพื่อพาเหล่าผู้หลงใหลยนตรกรรมสปอร์ตร่วมสัมผัสสุด ยอดประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ 911 เจเนอเรชันที่ 8 รหัสตัวถัง 992 ที่เอเอเอส ได้จัดเตรียมไว้อย่างครบครันได้แก่ 911 คาร์เรร่า เอส (911 Carrera S), 911 คาร์เรร่า เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera S Cabriolet), 911 คาร์เรร่า 4 เอส (911 Carrera 4S) และ 911 คาร์เรร่า 4 เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera 4S Cabriolet) มาให้ทดสอบอย่างเต็มพิกัด พร้อมคว้าทีมผู้เชี่ยวชาญการขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ (Porsche Instructor) และนักแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตมืออาชีพแถวหน้าของเมืองไทยมาให้คำแนะนำและดูแลการขับขี่อย่างใกล้ชิด

กิจกรรม Porsche 911 Roadshow 2020 คือสุดยอดประสบการณ์สุดเร้าใจหลังพวงมาลัยของยนตรกรรมสปอร์ต ชั้นระดับตำนานของปอร์เช่ อย่างปอร์เช่ 911 พร้อมด้วยโปรแกรมขับขี่ในสถานีที่ออกแบบขึ้นเพื่อเสริมสร้าง ทักษะในการควบคุมรถยนต์ ให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัยภายใต้สถานการณ์ต่างๆ โดยเน้นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนามาจากรถแข่งในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ซึ่งถูกถ่ายทอดมาไว้ ในรถยนต์ปอร์เช่ทุกคัน และเพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างเต็มสมรรถนะและปลอดภัย ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เข้าคลาส Product Workshop ถ่ายทอดข้อมูลและความรู้เบื้องต้นโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์ปอร์เช่ที่ได้รับการอบรม จากโรงงานปอร์เช่ เยอรมนี โดยตรง ก่อนการลงขับขี่ทดสอบในสนาม

โดยโปรแกรมการขับขี่ที่เหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ทดสอบบนสนาม คือสถานีการขับขี่ทั้ง 4 สถานี ที่ผู้เชี่ยวชาญการขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ได้ออกแบบไว้ ได้แก่ สถานี “Handling” ผู้ขับขี่จะได้สัมผัส ถึงอาการของรถ เมื่อมีการเปลี่ยนทิศทาง หรือการเลี้ยวอย่างรวดเร็ว ในสถานีนี้จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการยึด เกาะถนนและระบบช่วงล่างของรถยนต์ปอร์เช่ได้เป็นอย่างดี  สถานี “Braking & Slalom” ในสถานีนี้ผู้ขับขี่จะได้ พบกับระบบเบรกที่มีความปลอดภัยสูงสุดของรถยนต์ปอร์เช่ทั้งระบบรักษาเสถียรภาพและระบบป้องกันการลื่นไถลบนท้องถนน โดยผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำวิธีการใช้เบรกในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการเบรกกะทันหัน อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมกันนี้จะได้เรียนรู้วิธีการควบคุมรถยนต์โดยใช้พวงมาลัยหักหลบสิ่งกีดขวางบนถนน พร้อมกับการควบคุมทิศทางที่แม่นยำและความคล่องตัวของรถขณะเข้าโค้งทางแคบด้วยความเร็ว รวมถึงศักยภาพการทรงตัวของรถยนต์ปอร์เช่ที่เป็นเลิศ และพร้อมด้วยสถานีไฮไลท์ที่สร้างความตื่นเต้นด้วย สถานี Moose Test ผู้ขับขี่จะได้ทดสอบประสิทธิภาพของระบบ Porsche Stability Management (PSM) จากสถานการณ์จำลองผู้ขับขี่จะได้สัมผัสถึงความแตกต่างของเสถียรภาพการทรงตัวของรถเมื่อเปิดและปิดระบบ PSM ได้อย่างชัดเจน

ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส คูเป้  (Porsche 911 Carrera S Coupe) และ 911 คาร์เรร่า เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera S Cabriolet)

เครื่องยนต์ 6 สูบนอน พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จของ ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส (Porsche 911 Carrera S) และ 911 คาร์เรร่า เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera S Cabriolet)   ให้กำลังสูงสุดที่ 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) เพิ่มขึ้นถึง 30 แรงม้า (22 กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ในเชิงของสมรรถนะการขับขี่ 911 ใหม่ทั้ง 2 รุ่น สามารถเร่งออก ตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็วที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.7 วินาที ในส่วนของ ความเร็วสูงสุด ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส คูเป้ (Porsche 911 Carrera S Coupe) ทำได้ที่ 308 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ 911 คาร์เรร่า เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera S Cabriolet)  ทำได้ที่ 306 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

911 คาร์เรร่า 4 เอส คูเป้ (911 Carrera 4S Coupe) และ 911 คาร์เรร่า 4 เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera 4S Cabriolet)

เครื่องยนต์ 6 สูบนอน พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จของ  911 คาร์เรร่า 4 เอส คูเป้ (911 Carrera 4S Coupe) และ 911 คาร์เรร่า 4 เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera 4S Cabriolet) ให้กำลังสูงสุดที่ 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) เพิ่มขึ้นถึง 30 แรงม้า (22 กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ในเชิงของสมรรถนะการขับขี่ 911 ใหม่ทั้ง 2 รุ่น สามารถเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังระดับความเร็วที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาต่ำกว่า 4 วินาที: กล่าวคือในรุ่นตัวถังสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 911 คาร์เรร่า 4 เอส คูเป้ (911 Carrera 4S Coupe) และ 911 คาร์เรร่า 4 เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera 4S Cabriolet)  ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ใช้เวลาที่รวดเร็วเพียง 3.6 วินาทีเท่านั้น ในส่วนของความเร็วสูงสุด และ 911 คาร์เรร่า 4 เอส คูเป้ (911 Carrera 4S Coupe) ทำได้ที่ 306 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 911 คาร์เรร่า 4 เอส คาบริโอเล็ต (911 Carrera 4S Cabriolet) ทำได้ที่ 304 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

ปลอดภัยและสะดวกสบายเหนือระดับด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำ

นับเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ Wet mode ในยนตรกรรมปอร์เช่เป็นอุปกรณ์ มาตรฐาน ระบบดังกล่าวจะรับหน้าที่ตรวจจับปริมาณน้ำที่ขังอยู่บนพื้นผิวเส้นทาง ปรับแต่งระบบควบคุมอื่นๆ และส่ง สัญญาณเตือน ไปยังผู้ขับขี่ เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าให้แก่รถยนต์ทั้งคัน ตอบสนองต่อความปลอดภัยสูงสุดใน สถานการณ์สุ่มเสี่ยง เพียงกดปุ่มสั่งการทำงานหรือปรับตั้งผ่านชุดสวิทช์เลือกโปรแกรมการขับขี่บนพวงมาลัย (เมื่อติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package)

ทีทีซี มอเตอร์ มอบที่สุดของแคมเปญรับร้อน ภายในงาน TTC Motor Show!!!

0

TTC Motor Show! นำมหกรรมสุดยิ่งใหญ่สำหรับคนรักรถ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG กับข้อเสนอแสนพิเศษ มาพร้อมส่วนลดสูงสุดกว่าที่เคยมีมาณ. โชว์รูมและศูนย์บริการ ทีทีซี มอเตอร์ สาขาพัฒนาการและอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 16-22 มีนาคมนี้

นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จัดมหกรรมสุดยิ่งใหญ่สำหรับคนรักรถ นำทัพรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จัดแสดง ณ โชว์รูมและศูนย์บริการพัฒนาการ 45 และ อุบลราชธานี ภายในงาน “TTC Motor Show!” ทีทีซี มอเตอร์โชว์ นำรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มากมายมาจัดแสดง พร้อมโปรโมชั่นผ่อนสบายกระเป๋ากับ mySTAR

  • A 200 AMG Dynamic เพียง 666 บาท/วัน
  • C 300 e Avantgarde เพียง 20,399 บาท/เดือน
  • C 220 d Avantgarde เพียง 25,200 บาท/เดือน
  • GLC 220 d AMG Dynamic เพียง 39,900 บาท/เดือน
  • E 200 Coupé AMG Dynamic เพียง 44,700 บาท/เดือน

นอกจากนี้ยังมีราคาพิเศษสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถเอสยูวี  GLC 300 e / GLC 300 e Coupé เริ่มต้น 3,749,000 บาท

ไม่เพียงเท่านั้นภายในงาน ทีทีซี มอเตอร์โชว์ ยังมี เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อีกมากมายเช่นกัน อาทิ

  • Mercedes-AMG C 43 4MATIC ราคาเพียง 69 ล้านบาท
  • Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé ราคาเพียง 89 ล้านบาท
  • Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ ราคาเพียง 49 ล้านบาท
  • Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ราคาเพียง 99 ล้านบาท

นายอัครินทร์กล่าวต่อว่า ความพิเศษของงานทีทีซี มอเตอร์โชว์ ยังมีอีก  เพียงลูกค้าลงทะเบียนที่ http://bit.ly/2TWAxtv รับสิทธิ์ Cash Back10% สำหรับผู้วางเงินจองตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท และลูกค้าที่นัดหมายเพื่อทำการทดลองขับเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี รับทันที กระเป๋าแคนวาส TTC Motor และของที่ระลึกอีกมากมาย วันที่ 16 – 22 มีนาคมนี้

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ทีทีซี มอเตอร์ สาขาพัฒนาการ 45 สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ โทร. 1274, 02-322-2222,083-545-6456 และสาขาอุบลราชธานี 045-222 สำหรับเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี  AMG Brand Center Bangkok โทร.02-321-3333 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

อีซูซุ กวาด 4 รางวัลเกียรติยศ จากองค์กรชั้นนำของเมืองไทย

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด คว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติ ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรชั้นนำของเมืองไทย ฉลองความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทยปีที่ 63

มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ในฐานะผู้สร้างแบรนด์ “อีซูซุ” มายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่าถึง 4 รางวัล ซึ่งได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มข้น จากองค์กรชั้นนำต่างๆ”

4 รางวัลคุณภาพมีดังต่อไปนี้

  • รางวัล “แบรนด์รถปิกอัพที่น่าเชื่อถือสูงสุดประจำปี 2563 (Thailand’s Most Admired Brand 2020) ประเภทรถปิกอัพ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ซึ่งเป็นผลจากการทำวิจัย “2020 Thailand’s Most Admired Brand & Why We Buy?” โดยนิตยสาร BrandAge  ที่จัดทำมาเป็นปีที่ 20 ซึ่งเป็นการสำรวจวิจัยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทุกภาคทั่วประเทศ  โดย “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือเป็นอันดับ 1 ในประเภทรถปิกอัพ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Innovation Brand Award” ซึ่งเป็นการคัดเลือกแบรนด์ที่มีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษในด้านนวัตกรรม จากการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด
  • รางวัล สุดยอดองค์กรแห่งปี (Thailand Top Company Awards) จากนิตยสาร Business+ โดยอีซูซุได้รับเลือกให้รับรางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปีที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม ประเภทอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านนวัตกรรม การให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้า และกิจกรรมเพื่อสังคม ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา
  • รางวัล “Howe Smart Business Award” โดยนิตยสาร Howe ซึ่ง “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับเลือกให้เป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง สามารถต่อยอดและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ได้รับการยอมรับทั้งจากนักธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน และผู้บริโภคชาวไทย

ฮุนได มอบข้อเสนอพิเศษงานมอเตอร์โชว์ คุ้มที่สุดในรอบปี

0

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ขอมอบโปรโมชั่นพิเศษของงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ให้กับลูกค้าที่จองและซื้อรถยนต์ฮุนไดรุ่น เอช-วัน เดอลุกซ์ และ อิลิท ดังนี้

  • ข้อเสนอที่หนึ่ง ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน หรือข้อเสนอที่สอง ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 60 เดือน พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท (เลือกรับอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  • ลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดทั้ง 2 รุ่นนี้ยังได้รับ ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี, รับประกันคุณภาพนาน 60 เดือน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 60 เดือน
  • เฉพาะลูกค้าที่เลือกรับดอกเบี้ย 0 % นาน 48 เดือนของรุ่น เอช-วัน อิลิท รับเพิ่ม ชุดอุปกรณ์ความบันเทิง พร้อมกล้องมองหลัง และกล้องบันทึกหน้ารถ มูลค่า 20,000 บาท

สำหรับรุ่น เอช-วัน ทัวริ่ง และแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี, ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 24 เดือน, รับประกันคุณภาพนาน 60 เดือน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 60 เดือน

นอกจากนี้ พิเศษสำหรับลูกค้าเก่าที่ใช้รถยนต์ฮุนได รับส่วนลดเพิ่มจำนวน 10,000 บาททันทีเมื่อซื้อและจองรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ในช่วงแคมเปญพิเศษนี้

ลูกค้าสามารถรับข้อเสนอพิเศษนี้ ได้ตั้งแต่ วันนี้ ถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2563  ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฮุนได คอลเซ็นเตอร์ โทร 02- 305 8494 หรือ www.hyundai.co.th

Mazda3 และ CX-30 เข้าชิงรอบสุดท้าย รถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก 2020 WORLD CAR OF THE YEAR AWARDS

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ยนตกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดจากมาสด้าที่เปิดตัวแนะนำนในประเทศไทยไปเมื่อเร็วๆ นี้ คือรถยนต์นั่ง ALL-NEW MAZDA3 และครอสโอเวอร์เอสยูวี ALL-NEW MAZDA CX-30 ได้ติด 2 ใน 3 คันสุดท้ายที่เข้าชิงรางวัล 2020 World Car of the Year Award หรือ รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลกประจำปีนี้ และสำคัญไปกว่านั้นคือรถยนต์นั่ง ALL-NEW MAZDA3 ที่เคยสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ยังได้เข้ารอบ 3 คันสุดท้าย เพื่อพิชิตรางวัลรถยนต์ที่ออกแบบยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ 2020 World Car Design of the Year อีกหนึ่งรางวัลด้วย

มาสด้าถือเป็นค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเพียงค่ายเดียว ที่ติด 3 อันดับสุดท้าย (Top Three in the World) ในการเข้าชิงรางวัลรอบสุดท้ายครั้งนี้ การที่รถยนต์ทั้ง 2 รุ่นของมาสด้า ซึ่งเป็นรถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ที่ได้มีการออกแบบตามสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ ภายใต้ KODO Design, Soul of Motion มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Less is More” ที่เน้นถึงความเรียบง่ายแต่งดงาม ได้รับการเข้าชิงรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงพันธะกิจของมาสด้าในการมุ่งมั่นพัฒนายนตกรรมที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เพราะปรัชญามาสด้าคือรถยนต์เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอก “Car As Art” ที่บรรจงสรรสร้างขึ้นด้วยความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ และยังคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านเทคโนโลยี SKYACTIV และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ที่ให้ทั้งความแรงและความปลอดภัยไปพร้อม กัน

World Car of The Year Awards จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2547 เพื่อสะท้อนถึงความเป็นจริงของตลาดโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเสริมสร้างความเป็นเลิศ ความเป็นผู้นำ และผลักดันการพัฒนานวัตกรรมของอุตสาหกรรมรถยนต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยผ่านการคัดเลือกจากผู้สื่อข่าวทรงคุณวุฒิสายยานยนต์จำนวน 86 ท่าน ซึ่งได้ทดลองขับและทำการลงคะแนน เพื่อมอบรางวัลให้แก่รถยนต์ที่มีความเป็นที่สุดและมีคุณลักษณะเหมาะสมมากที่สุด ทั้งนี้ การประกาศผลรางวัลผู้ชนะเลิศในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 8 เมษายน 2563 ณ งาน New York International Auto Show ประเทศสหรัฐอเมริกา