Home Blog Page 464

เอเอเอสฯ ติดตั้งสถานีชาร์จไฟกระแสตรงกำลังสูงระบบเอบีบีเป็นแห่งแรกของโลก ณ ศูนย์บริการปอร์เช่ ดอนเมือง

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เดินหน้าไปอีกขั้นสู่ความเป็นผู้นำตัวจริง ด้วยการเป็นศูนย์บริการปอร์เช่ แห่งแรกของโลกที่มีการติดตั้ง DC high-power electric vehicle Charger หรือ สถานีชาร์จไฟกระแสตรงกำลังสูงระบบเอบีบี ณ ศูนย์บริการปอร์เช่ดอนเมือง (Porsche Centre Bangkok) เพื่อรองรับการมาถึงของ ไทคานน์ (Taycan) รถยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์แบบที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในเร็วๆ นี้

และเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย อย่างสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเอเอเอส  โดยสถานีชาร์จไฟกระแสตรงกำลังสูงนี้ มีแท่นชาร์จไฟ 2 จุด ให้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 350 กิโลวัตต์ (350kW) เพื่อรองรับการชาร์จไฟแก่ปอร์เช่ ไทคานน์ที่มีกำลังการชาร์จไฟสูงสุดที่ 270 กิโลวัตต์ (270kW)

 

จากการทดสอบการชาร์จแบตเตอรี่ที่มีพลังงาน 5 เปอร์เซ็นต์ให้เพิ่มขึ้นเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการชาร์จไฟภายใน ระยะเวลาเพียง 22.5 นาทีเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันสถานีชาร์จไฟฟ้าดังกล่าวพร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

Xtra-Cole – Johnson รับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง เบอร์ 5 จากกระทรวงพลังงาน

0

บริษัท อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงเอ็กซ์ตร้าโคล (Xtra-Cole) และฟิล์มกรองแสงจอห์นสัน (Johnson) จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดย นายนันทภพ บุญจำภู  ผู้ช่วยผู้จัดการบริหารกลยุทธ์งานขาย รับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงเบอร์ 5 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน จากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

 

โดยในปีนี้ กระทรวงพลังงานได้ให้ความสำคัญกับนโยบาย Energy For All ซึ่งจะผลักดันให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงแหล่งพลังงาน และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการใช้พลังงานในทุกมิติ แนวทางขับเคลื่อนที่สำคัญในเรื่องนี้ คือ การส่งเสริมให้ผู้ผลิตสินค้ามีการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานในการประหยัดพลังงาน ควบคู่ไปกับการกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ทั้งนี้ ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง เบอร์ 5 ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ช่วยลดการใช้พลังงาน และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคได้อีกด้วย โดย อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค

ฟอร์ด คว้า 3 รางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี Car of the Year 2020

0

ฟอร์ด ประเทศไทย นำโดย นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2563 (Car of the Year 2020) โดยในปีนี้ ฟอร์ด คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีมาครองได้ทั้งหมด 3 รางวัล

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ รุ่นย่อยที่ 28 รุ่นล่าสุด ในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ คว้ารางวัล Best Pickup 4WD Under 2,000 C.C. ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ มาพร้อมอุปกรณ์อัจฉริยะมากมาย ยกระดับนิยามกระบะพันธุ์แกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยกันชนเสริมด้านหน้าแบบสปอร์ตสีดำ ติดสนอร์เกิลสุดเท่ พร้อมซุ้มล้อดีไซน์ใหม่ ประดับหมุดที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตให้มีโลโก้ฟอร์ดติดอยู่ด้านบนหมุดทุกตัว ล้ออัลลอยใหม่ และตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ไวลด์แทร็ค เอ็กซ์ บนประตูและท้ายกระบะ

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 คว้ารางวัล Best High-Lift Pickup Under 2,500 C.C. ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 รถกระบะเกิดมาแกร่ง ที่มาพร้อมรูปลักษณ์และการตกแต่งที่ดุดัน และฟีเจอร์อันทันสมัย เสริมลุคและดีไซน์ใหม่ด้วยกระจังหน้าใหม่ลวดลายตะแกรง ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว สปอร์ตบาร์สีดำ ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ FX4

ภายในเสริมความโฉบเฉี่ยวมีสไตล์ด้วยการเดินด้ายสีแดง และระบบความบันเทิง  ระบบ SYNC ใหม่ หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว  รองรับภาษาไทย Apple Car Play, Android Auto, รองรับไฟล์ VDO รวมถึงระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค 2.2 ลิตร ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง คว้ารางวัล Best PPV DIESEL 2WD UNDER 2,000 C.C.  ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต มาพร้อมดีไซน์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองมากขึ้น บวกกับฟีเจอร์ช่วยในการขับขี่และอุปกรณ์เสริมที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ตกแต่งใหม่ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งสีดำเงา ทั้งกระจังหน้า กระจกมองข้าง และราวหลังคา กันชนหลังสีดำ พร้อมล้ออัลลอยด์สีดำขนาด 20 นิ้ว ภายในสะดวกสบายกว้างขวาง เพิ่มลูกเล่นความโฉบเฉี่ยวด้วยการตกแต่งโทนสีดำน้ำเงิน ระบบเครื่องเสียง SYNC 3 สั่งงานด้วยเสียง พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่มาพร้อมกับระบบช่วยโทรฉุกเฉินและกล้องมองหลังขณะถอยจอด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย  ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำรถเอสยูวีที่มีสมรรถนะและความปลอดภัยสูงสุดในเซ็กเมนต์

 

รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเพื่อคัดสรรรถยนต์ที่ดีที่สุดในประเภทต่างๆ และยังเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี แสดงศักยภาพความก้าวหน้าของการออกแบบและการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย และนำเข้าจากต่างประเทศโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นรางวัลเกียรติยศอันทรงเกียรติและป็นครื่องยืนยันและการันตีคุณภาพมาตรฐานยายนต์ และเพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยรางวัลที่ฟอร์ดได้รับนั้น นับเป็นการตอกย้ำความโดดเด่นของรถยนต์ฟอร์ดทั้งสี่รุ่นเป็นอย่างดี

นิสสันคว้าสองรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2020

0

นิสสัน อัลเมร่า 1.0 ลิตร เทอร์โบ ใหม่ และนิสสัน จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2020 หรือ ‘Car of the Year 2020’ จากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41

นิสสัน อัลเมร่า 1.0 ลิตร เทอร์โบ ใหม่ ซีดานอัจฉริยะสำหรับการใช้งานในเมืองที่สมบูรณ์แบบ ได้รับรางวัล ‘Best Technology ECO Car’ ขณะที่นิสสัน จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ได้รับรางวัล ‘Best Riding Quality Sport Car’ ในงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ประจำปี

“นิสสัน ประเทศไทย ภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2020 ในวันนี้ รางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ได้คัดสรรนวัตกรรมยานยนต์ใหม่สู่รถยนต์นิสสันเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกเซกเมนต์ เพราะลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในทุกสิ่งที่นิสสันทำ” ปีเตอร์ แกลลี รองประธานสายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ มอบสมรรถนะและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างดีเยี่ยม พร้อมลดการปล่อยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของการขับขี่ในเมืองของคนที่ทันสมัย โดยให้พละกำลังสูงสุดถึง 100 พีเอส ให้แรงบิด 152 นิวตันเมตร มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร ให้อัตราเร่งและพละกำลังเพื่อการขับขี่ที่ดีขึ้น

“เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับยอดจองของลูกค้าชาวไทยและการตอบรับที่ดีจากสื่อมวลชนสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ ที่มอบสมรรถนะที่โดดเด่นทั้งในเมืองและการขับขี่ทางไกลพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกันจากนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ที่มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ทุกๆคน” แกลลี กล่าวเสริม

ขณะที่ภายในของ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด รองรับแผงหน้าปัดแบบใหม่ กับหน้าจออินโฟเทนเมนต์ พวงมาลัยและที่นั่งผู้โดยสารถูกออกแบบอย่างมีสไตล์ ใช้วัสดุคุณภาพสูงที่เน้นความประณีตในการประกอบ พร้อมด้วยพื้นที่ว่างเหนือศีรษะ และพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง คงไว้ซึ่งความเป็นผู้นำในด้านความกว้างขวางที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน

“นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ได้รับรางวัล Best Technology ECO Car ผลิตจากฐานการผลิตในประเทศไทย พิสูจน์ถึงคุณภาพระดับโลกด้านกระบวนการผลิต และทักษะฝีมือของพนักงานของเรา และยังสอดคล้องกับแนวคิดของผลิตภัณฑ์ที่พร้อม “เปลี่ยนทุกสิ่งที่เคยเชื่อ” หรือ ‘Challenge All Beliefs’ ในรถยนต์เพื่อการขับขี่ในเมืองคันนี้” แกลลี กล่าวเสริม

Nissan Australia celebrates 50 years of Nissan GT-R with range updates and special edition

นิสสัน จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ที่เป็นสัญลักษณ์ของนิสสัน ได้รับออกแบบและพัฒนาจากประสบการณ์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของนิสสัน จีที-อาร์ นำเสนอ เครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ให้พละกำลังสูงถึง 555 พีเอส แรงบิดสูงสุดถึง 632 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบ วี6 24 วาล์ว ขนาด 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ

จีที-อาร์  มาพร้อมระบบเกียร์แบบดูอัลคลัตช์ 6 สปีด พร้อมโหมด ‘R’ ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับการขับขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ช่วยให้การทดเปลี่ยนเกียร์มีความดุดันมากขึ้นสำหรับการเข้าโค้งได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม ลดอาการอันเดอร์สเตียร์ (understeer) และให้การควบคุมที่ง่ายยิ่งขึ้น ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบแปรผันถูกตั้งโปรแกรมให้ปรับเปลี่ยนแปรผันตามสไตล์การขับขี่ของเจ้าของรถ ทำให้สามารถขับขี่ได้บนถนนสาธารณะหรือขับขี่ด้วยความดุดันบนสนามแข่งเมื่อต้องการ

“รางวัลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนของนิสสัน ในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง มอบประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่” พร้อมกับการรับประกันรถยนต์ การบริการที่เกินความคาดหวังของลูกค้าที่มอบความอุ่นใจมากขึ้น” แกลลี กล่าวสรุป

โดยในปีที่ผ่านมา นิสสัน ได้รับรางวัลอื่น ๆ  มากมาย อาทิ นิสสัน เทอร์ร่า ได้รับรางวัล ‘Best PPV Diesel 2WD Under 2,500 cc’ ของจาก Car of the Year 2019 โดยกรังด์ปรีซ์กรุ๊ป และรางวัล ‘รถยนต์อเนกประสงค์เจ็ดที่นั่งแบบขับเคลื่อนสี่ล้อยอดเยี่ยม (Best seven-seater PPV 4WD)’ จากยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป ในงานบิ๊ก มอเตอร์ เซลล์ 2019 นอกจากนี้นิสสัน ประเทศไทย ยังได้รับรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทธรรมาภิบาล ในงานธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี 2562 หรือ TAQA Award 2019 ซึ่งรางวัลเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับลูกค้าที่สนใจในผลิตของนิสสัน สามารถเยี่ยมชมโชว์รูมและศูนย์บริการนิสสัน มากกว่า 170 โชว์รูม ของนิสสันใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทดลองขับรถยนต์นิสสันหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.nissan.co.th

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน อัลเมร่า ใหม่: https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/almera.html

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี: https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/gt-r/50th-anniversary.html

CUB House ชวนสัมผัสความสนุกระดับตำนานกับ The Monkey Custom – 1988 CHERRY EDITION

0

CUB House – The First Moto Lifestyle Café and Showroom by Honda ชวนย้อนสัมผัสความสนุกที่โดดเด่นในยุค 80’s หรือยุคที่ใครๆ ก็หันมาแต่งกายด้วยสีสันจัดจ้าน กล้าที่จะจับคู่สีต่างๆ มารวมกันให้เกิดความลงตัวในแบบของตัวเอง

เช่นเดียวกับเจ้ามังกี้ตัวน้อย Z50JJ ที่สะดุดตาและโดนใจเหล่านักบิดในปี 1988 ด้วยสีแดงสดราวกับผลเชอร์รี่ที่ดูเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มันถูกขนานนามว่า Honda Monkey Cherry Edition ราคาแนะนำ 104,900 บาท พร้อมเปิดวางจำหน่ายให้ทุกท่านสัมผัสความสนุกได้แล้วที่โชว์รูม CUB House ทั้ง 13 สาขาทั่วประเทศ
แฟนคลับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าระดับตำนานอย่าง Monkey สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก fb.com/cubhousebyhonda และเว็บไซต์ www.aphonda.co.th/cubhouse

สมาชิก Blue Card ได้เติมฟรี!!!!!!! อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล B10

0

แซงหน้าทุกความแรงกับน้ำมันคุณภาพด้วยดีเซล Gen ใหม่ จาก PTT Station เราถ้าให้ลอง ในวันที่ 10 มีนาคม 2563 นี้ สมาชิก Blue Card รับสิทธิ์เติมน้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล B10 ฟรี! 100 คันแรก ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 16.00 น. (เปิดรับบัตรคิวเวลา 09.45 น. สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ถือบัตร Blue Card เท่านั้น) ที่ PTT Station 10 สถานีที่ร่วมรายการ เพียงแค่เป็นสมาชิกบัตร Blue Card แล้วเลี้ยวรถเข้า PTT Station พร้อมกับเติมน้ำมัน อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล B10 ในปั๊มที่ร่วมรายการ เป็น 100 คนแรก ก็รับสิทธิ์เติมน้ำมันฟรีไปเลยมูลค่า 500 บาท ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น…ส่วนใครยังไม่มีบัตร Blue Card รีบกดสมัครฟรี พร้อมรับความแรงที่นี่!! คลิก https://www.pttbluecard.com/th/auth/register/user หรือสมัครรับบัตรเลย ที่ PTT Station , คาเฟ่ อเมซอน และ ร้านค้าในเครือ OR ที่ร่วมรายการ

เงื่อนไขกิจกรรม

  • ผู้ที่มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมฯ จะต้องเป็นสมาชิก Blue Card หรือเป็นผู้ถือบัตร Blue Credit Card เท่านั้น
  • ผู้ที่มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมฯ จะได้เติมน้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล B10 ฟรี 500 บาท โดยไม่สามารถเติมมากกว่า 500 บาท ในขณะร่วมกิจกรรมฯ
  • สมาชิก Blue Card หรือผู้ถือบัตร Blue Credit Card 1 ท่าน มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมฯ ได้เพียง 1 ครั้ง และสามารถเติมใส่รถยนต์ที่เติมน้ำมันอัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล B10 ได้เท่านั้น
  • จำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม 100 คัน ต่อ 1 สถานี
  • ผู้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมไม่สามารถขอรับใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี

 

สถานีบริการ PTT Station ที่ร่วมรายการ 10 สถานี ดังนี้

  1. PTT Station สาขาสารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่
  2. PTT Station สาขาพิษณุโลก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก
  3. PTT Station สาขาเมืองขอนแก่น 92/120 อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
  4. PTT Station สาขาสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
  5. PTT Station สาขาสนามบินภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
  6. PTT Station สาขาหาดใหญ่ใน (ขาออก) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  7. PTT Station สาขามาบข่า อ.นิคมพัฒนา จ. ระยอง
  8. PTT Station สาขาวังน้อย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
  9. PTT Station สาขาพุทธมณฑล สาย 4 187 อ.สามพราน จ.นครปฐม
  10. PTT Station สาขามีนบุรี เขตมีนบุรี จ.กรุงเทพมหานคร

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้า 16 รางวัลจากงาน Car & Bike of the Year 2020

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้า 16 รางวัล “Car & Bike of the Year 2020” สานต่อความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ด้วยทัพยนตรกรรมระดับพรีเมียม จากทั้งสามแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ซึ่งนับเป็นสถิติการคว้ารางวัลที่สูงที่สุดอีกสมัยหนึ่งสำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นับจากที่เคยได้รับรางวัลสูงสุด 16 รางวัลในปี 2561 โดยรุ่นรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับรางวัล ได้แก่

รางวัล Car of the Year 2020 สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู

  1. Best Sedan under 2,000 CC: บีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport
  2. Best Sedan Diesel under 2,000 CC: บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport
  3. Best Hybrid Luxury Car: บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport
  4. Best Hybrid Super Car: บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster
  5. Best Hybrid Luxury SUV: บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport
  6. Best Mid-Size Hatchback Diesel: บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport
  7. Best Convertible: บีเอ็มดับเบิลยู 430i Convertible M Sport
  8. Best EV Car: บีเอ็มดับเบิลยู i3s BEV
  9. Best Sport SUV Diesel: บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport
  10. Best Luxury SUV Diesel: บีเอ็มดับเบิลยู X7 M50d

 

รางวัล Car of the Year 2020 สำหรับรถยนต์มินิ

  1. Best Sport Hatchback 3 Door: มินิ COOPER S Hatch
  2. Best Sport Hatchback 5 Door: มินิ JCW Clubman ALL4

 

รางวัล Bike of the Year 2020 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

  1. Best Sport Heavy Weight: บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR
  2. Best Touring Heavy Weight: บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT
  3. Best Adventure Heavy Weight: บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure
  4. Best Scooter Light Weight: บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT

อีซูซุรับรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที “CAR OF THE YEAR 2020” รวม 8 รางวัล

0

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงรับมอบ 8 รางวัล “รถยอดเยี่ยมประจำปี  2020” (CAR OF THE YEAR 2020) จาก ดร.จุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่

  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อ ยอดเยี่ยม : ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!
  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ ยอดเยี่ยม : ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4
  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2 ล้อ ดีเซลยอดเยี่ยม : อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์
  • รางวัลรถปิกอัพยอดนิยม : ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ…พลิกโลก!
  • รางวัลรถปิกอัพที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด : ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ… พลิกโลก!
  • รางวัลรถปิกอัพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุด : ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ… พลิกโลก!
  • รางวัลรถปิกอัพประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ 2,500 ซีซี : ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ… พลิกโลก!

รางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี : โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต”

มาสด้าเปิดตัว ALL-NEW MAZDA CX-30 ครอสโอเวอร์เอสยูวีใหม่ล่าสุด ราคาเริ่มต้นไม่ถึงล้านบาท เปิดจองออนไลน์เลี่ยงโควิด19

0

มาสด้า เปิดเกมส์รุกตลาดเสริมความแข็งแกร่งเตรียมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดครอสโอเวอร์เอสยูวี เติมเต็มสมาชิกใหม่ตระกูล CX ซีรี่ ด้วยการเปิดตัวแนะนำ ALL-NEW MAZDA CX-30 กับแนวคิด “LIFE’S ALWAYS ON เติมชีวิตให้เต็มความหมาย” สง่างามด้วยดีไซน์จาก โคโดะ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC PLUS เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ตอบสนองดีที่สุดในคลาสด้วยกำลังสูงสุด 165 แรงม้า สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการควบคุมการขับขี่ที่แม่นยำและสมดุล ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นไม่ถึงหนึ่งล้านบาท พร้อมรับประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม.** อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ SKY BOOKING

ALL-NEW MAZDA CX-30 มาพร้อมแนวคิด LIFE’S ALWAYS ON เติมชีวิตให้เต็มความหมาย นี่คือยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวีที่จะเข้ามาเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของคุณพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เพื่อออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ทุกมิติชีวิตมีคุณค่าและมีความหมายมากยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พิถีพิถันทุกรายละเอียด ดุจงานศิลปะชิ้นเอก ภายใต้แนวคิดที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม คงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยวและทรงพลัง สัมผัสมุมมองใหม่ที่เหนือกว่ากับหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย ตอบสนองทุกการใช้งาน มั่นใจทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่พัฒนาไปอีกขั้น พร้อมสมรรถนะที่มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ  

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถอเนกประสงค์เป็นตลาดใหญ่รองจากตลาดปิกอัพและรถเก๋งเล็ก โดยในปีที่ผ่านมาเซ็กเมนต์นี้มียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้นกว่า 146,560 คัน (รวม PPV) หากแยกเฉพาะ SUV มียอดขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 86,000 คัน ส่วนมาสด้ามียอดขายรวม 5,736 คัน ซึ่งในปี 2563 นี้ มาสด้าคาดการณ์ว่าตลาดในเซ็กเมนต์นี้จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.5 แสนคัน (รวม PPV) และที่สำคัญมาสด้าตั้งเป้าไว้สูงถึง 18,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 200% และจะส่งผลให้มาสด้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในเซ็กเม้นต์นี้เช่นเดียวกับมาสด้า2 ที่ก้าวขึ้นครองแชมป์ตลาดรถยนต์นั่งซิตี้คาร์มาแล้ว ด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ดีไซน์อันงดงาม และความพิถีพิถัน เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า All-New Mazda CX-30 จะเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทย ให้หันมานิยมรถประเภท Crossover SUV มากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับตลาดในหลายประเทศ

ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2562 ที่ผ่านมา มียอดขายสะสมสูงถึง 1,007,000 คัน เมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2561 ตัวเลขยอดรวมอยู่ที่ 1,041,000 คัน ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเพียง 3% ในขณะที่มาสด้ามียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้น 58,129 คัน มาสด้าคาดการณ์ว่าตลาดรวมในปี 2563 จะลดลงประมาณ 5-10% มาอยู่ที่ประมาณ 920,000 – 940,000 คัน ในขณะที่มาสด้าตั้งเป้ายอดในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 60,000 คัน

แม้ว่าจะยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้นตลาด แต่มาสด้าเชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยยอดขายรวมสะสมปี 2563 ที่ผ่านมา 2 เดือน (มกราคมและกุมภาพันธ์) ตัวเลขรวมของอุตสาหกรรมอยู่ที่ (ประมาณการ) 140,000 คัน และเป็นยอดขายรถยนต์มาสด้าอยู่ที่ประมาณ 7,000 คัน และหากพิจารณายอดขายของแต่ละเซ็กเมนต์พบว่ากลุ่มรถอเนกประสงค์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยฟังก์ชันความอเนกประสงค์ของตัวรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

NEW MAZDA  CX-3 EXCLUSIVE MODS

ในปี 2562 ที่ผ่านมา มาสด้าเดินหน้าลุยตลาดครอสโอเวอร์เอสยูวี ด้วยการส่ง NEW MAZDA  CX-3 EXCLUSIVE MODS รุ่นตกแต่งพิเศษที่ยกระดับความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เพิ่มความโดดเด่นและเป็นตัวเองให้กับผู้ขับขี่ ต่อด้วยรุ่น NEW MAZDA CX-5 ใหม่ ได้รับการยกย่องให้เป็นรถเอสยูวีที่มีสมรรถนะสูงที่สุดในตลาดด้วยเครื่องยนต์ใหม่สกายแอคทีฟเบนซิน เทอร์โบ 2.5 ลิตร และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์สำหรับครอบครัวด้วยการเผยโฉม ALL-NEW MAZDA CX-8 ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบที่นั่ง 3 แถว ที่ดีที่สุดในตลาด โดดเด่นด้วยความนุ่มนวลบนพื้นฐานของรถยนต์นั่ง นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมากวาดยอดขายสะสมได้มากกว่า 1,000 คัน

นายชาญชัย กล่าวเสริมว่า “การเปิดตัวแนะนำ ALL-NEW MAZDA CX-30 ในวันนี้เป็นการเข้ามาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และเติมเต็มตลาดรถอเนกประสงค์ของมาสด้าที่มีวางจำหน่ายมากที่สุดถึง 4 รุ่น ประกอบด้วย CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 เราต้องการให้รถยนต์มาสด้าเข้ามาเพื่อเติมเต็มวิถีการดำรงชีวิตของลูกค้า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจในการเดินทาง ก่อเกิดเป็นความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว”

หนึ่งในกลยุทธ์ของมาสด้าในปี 2563 คือ การผลักดันแบรนด์สู่การเป็นผู้นำรถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่นี้จะเข้ามาเติมเต็มตระกูล CX Series ของมาสด้า ซึ่งอักษร CX แทนความเป็น SPORTS CROSSOVER ให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายของ Mazda CX30 ถูกวางไว้ให้สามารถตอบโจทย์ทั้งเพศหญิงและเพศชาย มีระดับการศึกษาที่ดี อายุระหว่าง 25 – 39 ปี รายได้ครอบครัวเฉลี่ยประมาณ 50,000 ถึง 80,000 บาทต่อเดือน แต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีบุตร (Couple) หรือแต่งงานมีครอบครัวมีบุตรแล้ว (Young family) เป็นคนรักครอบครัวและดูแลเอาใจใส่ทุกคนในครอบครัว ประกอบอาชีพมั่นคง เป็นผู้บริหารระดับต้น เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือมีอาชีพอิสระที่ทำตามความฝันของตนเอง มีทัศนคติที่ดีไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และใส่ใจในรายละเอียด เป็นคนมองโลกในแง่ดีและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่จะออกไปสร้างประสบการณ์ในมิติใหม่ๆ เชื่อในความสามารถของตัวเองว่าสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ เป็นคนชอบเข้าสังคม และหลงใหลในเทคโนโลยีที่ช่วยให้ใช้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น

ด้าน นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์, รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า มาสด้าวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในแต่ละรุ่นไว้อย่างชัดเจน สำหรับ ALL-NEW MAZDA CX-30 กับพร้อมคอนเซ็ปต์ LIFE’S ALWAYS ON “เติมชีวิตให้เต็มความหมาย” เป็นรถยนต์ที่จะเข้ามาเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของลูกค้า เพื่อออกไปแสวงหาและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากบทบาทหนึ่งไปสู่อีกบทบาทหนึ่ง อาทิ จากคนโสดสู่การมีคู่ชีวิต ต่อเนื่องไปสู่การเป็นครอบครัวขนาดเล็ก ที่ใช้เวลาร่วมกันบนรถยนต์ในการออกไปค้นหาเรื่องราวใหม่ๆ ให้กับชีวิต ด้วยขนาดของ ALL-NEW MAZDA CX-30 ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างรุ่น CX-3 และ CX-5 ส่งผลให้รถรุ่นนี้มีความคล่องตัวสูง มีทัศนวิสัยที่ดีตามแบบฉบับรถครอสโอเวอร์ ให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยมด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาให้สมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85 ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร*

ALL-NEW MAZDA CX-30 ถือเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่รุ่นแรกของมาสด้าที่งดงามและโดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบของ KODO: Soul of Motion ได้รับการยกระดับดีไซน์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่งดงาม โดยยังคงเน้นความเรียบหรูด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่โฉบเฉี่ยวและทรงพลัง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Less is More ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกสู่ห้องโดยสาร ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันรวมถึงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เพื่อยกระดับตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวีของประเทศไทยด้วยความหรูหรา ความเงียบของห้องโดยสาร ความสะดวกสบายทั้งในตำแหน่งขับขี่และผู้โดยสาร รวมไปถึงความปลอดภัยตลอดการขับขี่

มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ที่พัฒนาจากท่วงท่าของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมีสมดุล มอบความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงผู้ใช้ถนน อีกทั้งยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ ลดการแก้พวงมาลัยน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดความอ่อนล้าจากการขับขี่ ผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการโคลงตัวที่ลดลง

มาสด้ายังคงถ่ายทอดจุดเด่นด้านความหรูหราภายในห้องโดยสาร ด้วยการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ภายในห้องโดยสารถูกพัฒนาตามหลักปรัชญา HUMAN CENTRIC PHILOSOPHY ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่ออกแบบให้โอบกระชับรองรับกับสรีระ ช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัว S เหมือนขณะกำลังเดิน พวงมาลัยและคันเร่งได้รับการจัดวางอย่างลงตัว มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ รวมถึงฟังก์ชั่นและการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถให้อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วยเบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้าช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน

การเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน

สร้างอารมณ์สุนทรีย์ด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง สะดวกสบายตลอดเส้นทางภายในห้องโดยสารที่เงียบโปร่งสบาย พร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยเบาะหลังแบบพับได้ 60:40 แยกอิสระจากกัน และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

ALL-NEW MAZDA CX-30 มอบความปลอดภัยระดับสูงสุดด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยเน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุมากถึง 12 ระบบ

  • ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 ̊ View Monitor)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support)
  • ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
  • ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Rear Crossing)
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-keep Assist System)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)

อีกทั้งยังปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

ALL-NEW MAZDA CX-30 มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย

  • สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
  • สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
  • สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)  
  • สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
  • สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)
  • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
  • สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue)

ราคาจำหน่าย ALL-NEW MAZDA CX-30

  • ALL-NEW MAZDA CX-30 รุ่น 0 C ราคา    989,000  บาท
  • ALL-NEW MAZDA CX-30 รุ่น 0 S ราคา  1,099,000  บาท
  • ALL-NEW MAZDA CX-30 รุ่น 0 SP ราคา  1,199,000  บาท

สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวี ALL-NEW MAZDA CX-30 สามารถจองในระบบออนไลน์ผ่าน https://skybooking.mazda.co.th/ ได้แล้ววันนี้

หมายเหตุ:
*ผลการทดสอบตามมาตรฐาน UN101 Combine Mode
1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน
2 บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ.วิริยะประกันภัย (2) บมจ.ธนชาตประกันภัย (3) บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์
3 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตามเงื่อนไขโปรแกรม Mazda Added Protection

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล พร้อมมอบนวัตกรรมแห่งการให้บริการที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าในไทย ตลอดปี 2563

0

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย เตรียมสร้างอีกปีประวัติการณ์ด้วยนวัตกรรมการให้บริการรูปแบบใหม่ที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ รวมไปถึงรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ง่ายดายและสะดวกกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชัน live chat และบริการการให้ข้อมูลต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ที่ @BMWleasing รวมไปถึงการให้บริการถาม-ตอบกับลูกค้าผ่านหมายเลขฮอตไลน์ 1397 ซึ่งจะพร้อมให้บริการในเดือนเมษายน ปี 2563 นี้

 

ด้วยการให้บริการที่ครอบคลุมกว่าเดิมผ่านช่องทางที่ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง LINE หรือศูนย์บริการข้อมูล BMW Call Center ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ ซึ่งพิสูจน์ด้วยยอดสินเชื่อลูกค้าใหม่สูงสุดรวมกว่า 1.625 หมื่นล้านบาทและมูลค่าสินเชื่อรวมในพอร์ตที่เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท ทำลายสถิติสูงสุดเป็นครั้งแรกในปี 2562 นอกจากนี้บริการทางการเงิน Freedom Choice ที่มอบที่สุดแห่งความยืดหยุ่นให้กับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2561 ยังสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าสูงขึ้นถึง 300% ในปี 2562 ด้วยทิศทางตลาดที่เริ่มส่งสัญญาณจากโมเดลการครอบครองรถยนต์แบบดั้งเดิม สู่โมเดลรูปแบบใหม่ที่เน้นระยะการใช้งานมากขึ้น ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นวงกว้างว่าคืออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์

 

มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย กล่าวว่า “การยกระดับคุณภาพและการเข้าถึงการบริการคือหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จตลอด 20 ปีในประเทศไทยของเรา ปัจจุบันแอคเคานท์ LINE@ อย่างเป็นทางการของเรามีจำนวนเพื่อนมากกว่า 500,000 ราย นอกจากนี้ ยอดการให้บริการผ่านศูนย์ Call Center ของเราในปีที่ผ่านมายังมากถึง 150,000 ครั้ง เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาช่องทางการให้บริการทั้งสองช่องทาง ให้สามารถมอบข้อมูลได้อย่างครอบคลุมและสะดวกสบายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น”

 

ลูกค้ายังสามารถรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์และบริการที่รวดเร็วจากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ได้ที่ @BMWleasing ไม่ว่าจะเป็น

  • เช็คยอดเงินคงเหลือ
  • ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการชำระเงิน
  • อัปเดตข้อมูลส่วนตัว
  • ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ซึ่งรวมไปถึงบริการ Freedom Choice
  • คำนวนความสามารถในการชำระเงิน
  • พูดคุยกับศูนย์บริการข้อมูล Call Center

 

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวสติ๊กเกอร์ LINE ที่ออกแบบร่วมกับศิลปินอย่าง Sahred Toy ภายใต้ชื่อ “BMW’s World” ไปเมื่อปี 2562 เจ้าของบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รวมไปถึงลูกค้าที่สนใจ สามารถติดตามการให้บริการอื่นๆ ได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE รวมไปถึงข้อเสนอโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

 

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังพร้อมให้บริการศูนย์ Call Center ผ่านหมายเลข 1397 ภายในเดือนเมษายนปีนี้ ซึ่งจะทำให้การสอบถามข้อมูลบริการทางการเงินง่ายดายเพียงแค่กดปุ่มโทรศัพท์เพียงไม่กี่ครั้ง รวมไปถึงแคมเปญสุดพิเศษอีกมากมายที่จะผลักดันประเทศไทยสู่ยุคแห่ง
ยนตรกรรมไฟฟ้าต่อไป

 

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวและข้อเสนอล่าสุดจากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย สามารถพูดคุยผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE ที่ @BMWleasing หรือเบอร์โทรศัพท์ 1-800-269-269 หรือเบอร์โทรศัพท์ 1397 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป