Home Blog Page 473

จัดเต็มรถแต่ง Monkey และ C125 สนั่นเวที BKK Bike Fest

0

CUB House-The First Moto Lifestyle Café and Showroom by Honda ชวนสาวกรถจักรยานยนต์ระดับตำนานอย่าง Monkey และ C125 ร่วมกิจกรรม CUB House Custom Competition 2020

การประชันโฉมสุดยอดคัสตอมไบค์ในงาน Bangkok Motorbike Festival 2020 จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

งานนี้บรรดาแฟนคลับ Monkey และ C125 ต่างยกทัพรถแต่งคู่ใจมาร่วมกิจกรรม โชว์ไอเดียการสร้างสรรค์ ตกแต่งรถจักรยานยนต์ในสไตล์ต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละคันบอกเลยไม่ธรรมดา เรียกว่าสั่งพิเศษใส่ไข่ 2 ฟอง ยังน้อยไป จริงอย่างที่บอกไหม ลองไปชมกัน…

คาวาซากิ ยกทัพใหญ่อวดโฉมกลางกรุง พร้อมจัดโปรฯแรง ภายในงาน BMF2020

0

บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์(ประเทศไทย) จำกัด ยกทัพ! จัดโปรฯแรง! ต้อนรับปีหนูนำรถจักรยานยนต์หลากหลายสายพันธุ์มาจัดแสดงเพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบได้สัมผัสกับเทคโนโลยีของคาวาซากิอย่างใกล้ชิด พร้อมก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือระดับไปด้วยกัน ภายในงาน Bangkok Motorbike Festival 2020 ครั้งที่ 12 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 15 – 19 มกราคม 2563

สำหรับในปีนี้ คาวาซากินำรถจักรยานยนต์รุ่นไฮท์ไลท์ที่ภาคภูมิใจนำเสนอ อาทิ

Z H2 The Ultimate Hypernaked Machine ปฐมบทแห่งรถตระกูล Z ในเจนเนอเรชั่นถัดไป มาพร้อมขุมพลังซูเปอร์ชาร์จเจอร์กับรูปลักษณ์อันดุดันภายใต้การออกแบบตามหลัก SUGOMI เครื่องยนต์ที่ส่งกำลังและอัตราเร่งสุดเร้าใจได้ตรงตามต้องการในทุกเวลา ผสานกับอัตราประหยัดน้ำมันอันยอดเยี่ยม เทคโนโลยีมากมายที่ถูกกลั่นกรองจนออกมาเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะนำซีรีย์ Z ไปสู่อนาคต

Z900 ใหม่ รถซูเปอร์เน็คเก็ตสุดประณีต สะกดทุกสายตา ขับขี่ง่าย และเร้าใจกว่าที่เคย ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ล้ำสมัย เพิ่มความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบ Traction control และรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เสริมความแข็งแรงในส่วนของแกนสวิงอาร์ม เพื่อความมั่นคงและแม่นยำ ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้รับกับเฟรมใหม่ 

Z650 ใหม่ สุดปราดเปรียวในคลาสมิดเดิ้ลเวทด้วยขุมพลังสองสูบเรียง Parallel Twin ให้แรงบิดอันทรงพลังในรอบต่ำถึงกลาง ซึ่งถูกวางมาในแซสซีน้ำหนักเบา ยางติดรถใหม่ เบา เลี้ยวง่าย เสริมการควบคุม ชิปบลูทูธที่บิวท์อินมากับตัวเรือนไมล์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับรถจักรยานยนต์ได้แบบไร้สาย เมื่อใช้ร่วมกับแอพพลิเคชั่น “RIDEOLOGY THE APP”

Ninja650 ใหม่ เร้าใจในการขับขี่ด้วยขุมพลังสองสูบ Parallel Twin ที่ให้แรงบิดอันทรงพลังในรอบต่ำถึงกลาง ขนาดกระทัดรัดตามสไตล์รถในคลาสมิดเดิ้ลเวท การส่งกำลังที่ควบคุมง่าย ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทั้งมือใหม่และผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์

W800 ใหม่ วิวัฒนาการของรถบิ๊กไบค์ต้นตำรับรุ่นแรกจากญี่ปุ่นถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์สวยงามเหนือกาลเวลาสมรรถนะการควบคุมแบบขับขี่ใช้งานง่ายและเก็บรายละเอียดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประณีตพิธีพิถัน

และพิเศษสุดกับรถแข่งจำลองของแชมป์โลก 5 สมัย จากรายการ FIM  World Superbike Championship พร้อมชุดแข่งและหมวกกันน็อคของ Jonathan Rea ส่งตรงจากประเทศสเปน  นำมาจัดแสดงให้ทุกท่านได้ชมภายในงานนี้ด้วยเช่นกัน

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ได้ที่บูธคาวาซากิ ภายในงาน “Bangkok Motorbike Festival 2020 ครั้งที่ 12 ณ  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  โซนอีเด็น (Eden) ระหว่างวันที่ 15 – 19 มกราคม 2563

สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมของคาวาซากิ ได้ที่ www.kawasaki.co.th หรือ Facebook: Kawasaki Motors Thailand

รถใหม่ปี 2020 เซกเมนต์เอนกประสงค์ ยังคงแน่นตลาด

0

หากพูดถึงรถใหม่ที่เข้ามาทำตลาดในไทยเมื่อปีที่ผ่านมา รถยนต์กว่า 20 รุ่นที่ได้ทำการเปิดตัวในรูปแบบของ New Model ซึ่งยังไม่รวมในกลุ่มของประเภท Minor Change อีกเพียบ ซึ่งจะมีความหลากหลายรูปแบบหรือมีเข้ามาแทบทุกเซกเมนต์ก็ว่าได้ แต่ทิศทางของรถใหม่ปี 2020 ทั้งจากการคาดคะเนและข่าวหลุดจากค่ายรถพอจะสังเขปได้ว่ากลุ่มของรถอเนกประสงค์น่าจะเป็นเซกเมนต์ที่จะได้รับความนิยม แต่รถยนต์ค่ายไหน จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้จากรายงาน

 

Audi Q7

ค่ายสี่ห่วงภายใต้การบริหารของ Audi Thailand จะดัน Q7 2020 เอสยูวีหรูไซส์ใหญ่มาแชร์ยอดขายตลาดรถหรู คู่แข่งตัวจริงของ Mercedes Benz GLE และ BMW X7

สำหรับ Q7 2020 ที่จะนำเข้ามานั้นจะเป็นการปรับปรุงในรูปแบบ Minor Change ทั้งภายนอกและภายใน สำหรับออฟชั่นและเครื่องยนต์ รอลุ้นอีกทีว่า Audi Thailand จะออเดอร์แบบไหนเข้ามาจำหน่าย

 

Chevrolet Corollado

ปรับแล้ว เปลี่ยนอีก รวมถึงออกรุ่นพิเศษจำนวนจำกัดตามสไตล์ Limited Edition กับรถกระบะจากค่ายโบว์ไท แต่ในปีนี้น่าจะมีข่าวดีสำหรับการเปิดตัวแบบ New Model กับ Chevlolet Corolado 2020

นอกจากหน้าตาที่ดูหล่อ และดุมากยิ่งขึ้น การมาในครั้งนี้อาจสร้างเซอร์ไพรส์จากขุมพลังที่ให้แรงม้าสูงระดับ 200 แรงม้า และระบบส่งกำลังที่อาจมีให้ใช้งานมากกว่า 7 จังหวะ

 

BMW X6

ปีที่ผ่านมา BMW ได้แจ้งเกิด 3 Series เจนเนอเรชั่นที่ 7 ในรหัส G 20 อย่างเป็นทางการในไทย ที่มาพร้อมกับขุมพลังที่ให้ความประหยัดในรุ่น 320D และสมรรถนะความแรงในรุ่น 330 I M Sport

ปีนี้มีลุ้นว่าสาวกตัวแรงของค่ายใบพัดฟ้า-ขาว จะได้สัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของกับความแรงในเอสยูวีมาดสปอร์ตรุ่น X6 M50i ที่มากับขุมพลังวี 8 สูบ ขนาด 4.4 ลิตร พร้อมความแรงระดับทะลุ 500 แรงม้าก็เป็นได้

 

Honda Jazz

กำลังกวาดยอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องกับรถเล็กกลุ่ม B Segment อย่าง Honda City ที่ชูนวัตกรรมของเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.0 ลิตร ที่ประหยัดน้ำมันมากถึง 23.8 กม./ลิตร

ในขณะเดียวกัน Honda Jazz โฉมไหม้ก็ได้ฤกษ์โชว์ตัวในงาน Tokyo Motor Show ที่ผ่านมา ซึ่งในเมืองไทย Jazz จะใช้เวลาเดินทางมาถึงหลัง City ประมาณ 6-8 เดือน ทีนี้ก็ต้องรอดูว่าจะมาถึงไทยในช่วงไหนของปี

 

ISUZU MU-X

เปิดตัวอย่างฮือฮากับ ISUZU D-MAX ใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์และขุมพลังใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “พลานุภาพพลิกโลก” แต่อีก 1 โมเดลอย่าง MU-X ที่รอเพียงเวลาเปิดตัว จะออกมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โดนใจประชาคมอีซูซุมากแค่ไหน ต้องรอดู

 

Mazda CX30

กระแสฮือฮาของรถจากค่ายมาสด้าในปีที่ผ่านมาคือเทคโนโลยีในชื่อ Skyactive-X ซึ่งเป้นเครื่องยนต์ใหม่ในมาสดา 3 แต่แล้วก็ยังถึงเวลาที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในไทย

แต่ที่แน่ๆ Cross Over ไซส์มินิในรุ่น CX30 ซึ่งใช้แพลทฟอร์มเดียวกับ Mazda 3 เตรียมประจำการเป็นขุนพลอีกหนึ่งรุ่น โดยจะเข้ามาแทนที่ในเซกเมนต์ของ Mazda CX3 ที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน แต่จะมีเทคโนโลยีที่ติดมากับรถจะมีอะไรบ้างนั้น Mazda ไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว

 

Mazda BT 50

อีกหนึ่งรุ่นที่เป็นกระแสอย่างหนาหูนั่นคือการกลับมาของรถกระบะรุ่น BT-50 โดยการกลับมาในครั้งนี้ Mazda ได้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีกับ ISUZU และการจับมือกันในครั้งนี้ รอดูว่าจะมีอะไรน่าสนใจ

 

Mercedes Benz GLB

Mercedes Benz เป็นอีกหนึ่งค่ายรถหรูที่พาเหรดรถยนต์เข้าจำหน่ายในประเทศปีนึงไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น และเมื่อช่วงปลายปีที่บอสของเราได้มีโอกาสบินไปสัมผัสยังแดนกระทิงดุประเทศสเปน ก็เหมือนเป็นนัยยะว่ารถรุ่นนี้เตรียมตัวเข้าไทยแน่นอน

รถรุ่นที่ว่านั่นคือ Mercedes Benz GLB ซึ่งถือเป็นเซกเมนต์ใหม่ของรถจากค่ายตราดาว โดยการนำเอาแพลทฟอร์มของ GLA มาใส่ที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ในส่วนของเครื่องยนต์มีให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล หรือตัวแรงอย่าง  GLB 35 AMG 4 Matic ที่มากับความแรงระดับทะลุ 300 แรงม้า

 

Mitsubishi Outlander

ค่ายมิตซูบิชิในปีที่ผ่านมาก็รุกหนักไม่เบา เพราะทั้งเปิดตัว Triton และ Pajero Sport ใหม่ พอช่วงปลายปีก็ส่งอีโค่คาร์ปรับโฉมอย่าง Attrage และ Mirage ใหม่ลงสู่ตลาด แต่กลับกลายเป็นว่าตกหล่นในส่วนของ Outlander ที่เคยมีข่าวหลุดว่าจะเข้ามาจำหน่ายในปีที่ผ่านมา

รถใหม่ปี 2020 จากค่ายนี้ก็คงต้องนำ Outlander เข้าสู่ทำเนียบ และยังคงสไตล์ของ Dynamic Shield บริเวณหน้ากระจัง ด้านของขุมพลังมีทั้งขนาด 2.4 ลิตร และ 2.0 ลิตร ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน

 

Nissan Juke

Crossover รูปทรงน่ารักอย่าง Nisan Juke แม้จะหายจากตลาดเมืองไทยไปหลายปี แต่ก็ยังมีผุ้คนที่ให้ความสนใจรอการกลับมาของเจนเนอเรชั่นใหม่ และในปีนี้เองใครที่รออยู่เก็บเงินเตรียมซื้อไว้ครอบครองได้เลย

ในหลายๆประเทศอาจใช้ชื่อเรียกว่า Kick ซึ่งรถรุ่นนี้เป็นตัวแทนของ Juke ในตลาดโลก แต่พอที่เข้ามาขายในไทยอาจจะใช้ชื่อเดิม และมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตรที่เคยติดตั้งใน Sylphy หรืออาจมีลุ้นกับเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรแต่สมรรถนะไม่ธรรมดาก็เป็นได้

รถยนต์ทั้ง 10 รุ่น ที่ได้จัดทำเป็นรายงานพิเศษ รถใหม่ปี 2020 นั้นตกเป็นของรถในกลุ่มเอนกประสงค์สูงถึง 7 รุ่น ซึ่งพอจะคาดเดาได้ว่ารถในกลุ่มนี้ยังคงได้รับความนิยมจากผุ้ใช้รถยนต์ชาวไทยจนทำให้ค่ายรถยนต์เตรียมตัวนำสินค้ามาสนองต่อความต้องวการ และที่น่าสนใจคือรถยนต์ในกลุ่มของซีดานซึ่งมีรถใหม่มาเปิดตัวน้อยมาก แต่ทั้งหมดที่เราได้จัดทำให้ทุกท่านได้รับชมนั้นยังคงมีอีกหลายรุ่นที่ยังไม่มีข่าวรั่วไหล เพราะฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่า รถใหม่ปี 2020 อาจมีสูงเกิน 20 รุ่น ท่านใดที่เล็งรุ่นไหนไว้ เก็บเงินรอได้เลยครับ

อาปิโก ไฮเทค จับมือโซจิทสึ บุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์ พร้อมทำตลาดแบรนด์ บาจาจ เคทีเอ็ม และฮัสกวานา

0

บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทโซจิทสึ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจเตรียมรุกตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยในปีพ.ศ. 2563 ด้วย งบลงทุน 400 ล้านบาทพร้อมร่วมจัดตั้งบริษัท วรูม จำกัด (Vroom Co., Ltd.) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ บาจาจ (Bajaj) เคทีเอ็ม (KTM) และฮัสกวานา (Husqvarna) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

บาจาจ (Bajaj) ในฐานะแบรนด์รถจักรยานยนต์อันดับ 3 ของโลก มีโรงงานผลิตทั้งในประเทศอินเดียและทั่วโลกที่ได้มาตรฐานสากล โดยมีสำนักงานในกว่า 70 ประเทศ มียอดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ในปีที่ผ่านมา ทั้งหมดกว่า 4.2 ล้านคัน โดยจำนวน 1.7 ล้านคันส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ สร้างรายได้รวมถึง 4.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ  ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะตลาดหลักของบริษัทฯ และได้วางแผนที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชีย และเปิดศูนย์การออกแบบในกรุงเทพฯ ในปีพ.ศ. 2563

เคทีเอ็ม อินดัสตรีส์ เอจี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ เคทีเอ็ม (KTM) และ ฮัสกวานา (Husqvarna)จากประเทศออสเตรีย และยังเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับบาจาจร่วมกันออกแบบและผลิตรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ โดยเคทีเอ็มไม่เพียงเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ออฟโรดและสปอร์ตของโลก โดยในปีพ.ศ. 2561 บริษัทฯ มียอดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์รวมทั้ง 2 แบรนด์ทั่วโลกอยู่ที่ 261,454 คัน (เคทีเอ็ม 212,899 คัน และฮัสกวานา 48,555 คัน) สะท้อนการเติบโตขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีรายได้สูงถึง 1,560 ล้านยูโร (หรือประมาณ 52,260 ล้านบาท) ทำสถิติรายได้สูง 8 ปีติดต่อกัน

ทั้งนี้ รถมอเตอร์ไซค์เคทีเอ็มมีชื่อเสียงในฐานะรถออฟโรดทรงสปอร์ตที่ทรงพลัง และคล่องตัว ในขณะที่ฮัสกวานา แบรนด์จากประเทศสวีเดนได้รับการยอมรับในเรื่องของความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของรถมอเตอร์ไซค์ประเภทกระบอกสูบเดียว และประเภทออฟโรดจากทั่วโลก

“เราเชื่อว่าตลาดประเทศไทยนั้นมีศักยภาพโดยเฉพาะในกลุ่มรถจักรยานยนต์สปอร์ต และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทที่มีประสบการณ์ และประสบความสำเร็จอย่างสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ซึ่งการแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ พร้อมกับการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่างบาจาจ จะช่วยสร้างแบรนด์ของเราในตลาด ซึ่งเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ” มร. ลูก้า มาร์ติน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคทีเอ็ม เอเชีย กล่าวเสริม

“แม้ว่าตลาดโดยรวมของรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยจะชะลอตัวลงนับจากปีพ.ศ. 2555 ที่มียอดขายสูงถึง 2.13 ล้านคัน แต่เรามั่นใจว่าด้วยรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตที่เราจะแนะนำเข้าสู่ตลาดจากทั้ง 3 แบรนด์นี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในกลุ่มคนรักบิ๊กไบค์” มร.โยชิอากิ อิชิมูระ ประธาน บริษัท โซจิทสึ ออทรานส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มบริษัทโซจิทสึ กล่าว

“อาปิโก รู้สึกตื่นเต้นกับความท้าทายใหม่ของการร่วมทุนครั้งนี้ เรามองไปข้างหน้าในการปรับเปลี่ยนธุรกิจของบริษัทฯ จากอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ในปี 2563 เราเชื่อมั่นว่าด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจอันยาวนานกับ โซจิทสึ คอร์ปอเรชั่น ผนวกกับประสบการณ์ของเราและทีมงานคุณภาพของวรูม จะทำให้อาปิโกประสบความสำเร็จและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่บริษัทฯ อย่างแน่นอน  และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก บาจาจ และเคทีเอ็ม อินดัสตรีส์ให้มีส่วนช่วยเสริมสร้างแบรนด์ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” มร. เย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) กล่าว

บริษัท วรูม จำกัด ได้แต่งตั้ง มร.ฮิเดกิ ยานากิซาวะ อดีตประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยนายวรท กมลโชติรส ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการบริหาร “วรูม มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่รู้จักและเข้าใจลูกค้า ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของเราคือการสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์รถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า และการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ โดยเน้นเรื่องการส่งมอบชิ้นส่วนอะไหล่อย่างรวดเร็วและการซ่อมบำรุงที่ตรงเวลา  ปัจจุบัน เรากำลังมองหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการตอกย้ำพันธสัญญาของเรา” มร. ฮิเดกิ ยานากิซาวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วรูม จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ บริษัทฯ กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างแฟลกชิพโชว์รูมปากซอยลาดพร้าว 122 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2563 ก่อนการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ของแบรนด์บาจาจ เคทีเอ็ม และฮัสกวานาในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในเดือนมีนาคม 2563

นายกฯ เยี่ยมชมบูธ SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR “โตไป…ขับเป็น”

0

พล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธ SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR โตไป…ขับเป็น”  ที่จัดอบรมวินัยจราจรแก่เด็ก และเยาวชน  รวมทั้งให้ฝึกขับขี่ในถนนจำลองที่ปลอดภัย พร้อมรับใบขับขี่รุ่นเยาว์ ในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ณ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร บริษัท สื่อสากล จำกัด ให้การต้อนรับ 

SUBARU ประกาศแต่งตั้ง ตวัน คำฤทธิ์ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป (Country Manager) 

0

SUBARU ประกาศแต่งตั้ง ตวัน คำฤทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป (Country Manager)  มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป

ในฐานะผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย  ตวัน คำฤทธิ์  จะดูแลรับผิดชอบการขาย  การพัฒนากลยุทธ์ตลาด การบริการหลังการขาย  รวมถึงการพัฒนาผู้จำหน่ายทั้งหมดของซูบารุในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยจะรายงานตรงต่อ มร.ฟิลลิป ลู ผู้อำนวยการใหญ่ สายงานขายและการจัดการตลาดส่วนภูมิภาค กลุ่มมอเตอร์ อิมเมจ

ตวัน คำฤทธิ์ ร่วมงานกับ บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2555 ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด  จนถึงปี พ.ศ. 2560  และหวนกลับมาในฐานะ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดเมื่อปลายปี พ.ศ. 2561  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตวันได้พิสูจน์แล้วถึงความมุ่งมั่น  และความเป็นมืออาชีพจนได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายบริหาร โดย ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย)  มั่นใจว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาของตวันในการพัฒนาธุรกิจ  และในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ จะขับเคลื่อนให้ซูบารุในประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี

ฮอนด้าจัดเต็มรถแต่งระดับตำนาน Monkey และ C125 ในงาน Bangkok Motorbike Festival 2020

0

เอ.พี. ฮอนด้า ประเดิมความสนุกต้อนรับปีหนูทอง จำลอง CUB House ภายใต้คอนเซปต์ The First Moto Lifestyle Café and Showroom by Honda มาให้แฟน ๆ ได้สัมผัสภายในงาน Bangkok Motorbike Festival 2020 พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจแฟนคลับรถจักรยานยนต์ระดับตำนานอย่าง Monkey และ C125

พบกับบูธ CUB House ที่จัดเต็มด้วยการจำลองบรรยากาศร้าน CUB House หลอมรวมวัฒนธรรม แฟชั่น อาหาร และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าระดับตำนานอย่าง Monkey และ C125 ให้มารวมอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว มาพร้อมกับมุมกาแฟจาก Greyhound ที่ผนึกกำลังมาเปิดให้บริการนอกสถานที่เป็นครั้งแรก

พร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถ Monkey และ C125 ภายในงาน รับฟรีทันที Gift Voucher สำหรับแต่งรถมูลค่า 3,000 บาท พร้อมรับหมวกกันน็อก Limited Edition ที่ออกแบบเฉพาะแฟนคลับ Monkey และ C125 เท่านั้น รวมมูลค่าของแถมทั้งสิ้นกว่า 6,800 บาท

สาวกตัวจริงพลาดไม่ได้กับกิจกรรมประกวดรถแต่ง CUB House Custom Competition 2020 เพื่อหาที่สุดของคัสตอมไบค์รุ่น C125 และ Monkey ที่ลานอเนกประสงค์ด้านหน้าศูนย์การค้าฯ และพบกับความสนุกจากกิจกรรม CUB House DIY Workshop เปิดโอกาสให้สาวกรถแต่งได้ใกล้ชิดกับเหล่ากูรู Moto Stylist จากร้านสำนักแต่งชื่อดัง ที่จะมาร่วมให้คำแนะนำและสาธิตการเพิ่มเสน่ห์ให้กับรถคันโปรดอย่างเป็นกันเอง ภายใต้แนวคิด Start By Us, Finish By You “เริ่มที่เรา จบที่คุณ”

พบกับบูธ CUB House หมายเลข A15 ในงาน Bangkok Motorbike Festival 2020 วันนี้ถึง 19 มกราคมนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ผู้สนใจร่วมกิจกรรม ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก fb.com/cubhousebyhonda และเว็บไซต์ www.aphonda.co.th/cubhouse

Mazda 2 2019 เติมเต็ม GVC Plus จัดหนักกับการทดสอบในสนามแข่ง (มีคลิปวีดีโอ)

0

Mazda 2 2019 กับมาสู่ตลาดอีโค่คาร์อีกครั้งด้วยการเติมเต็มภาพลักษณ์ในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ และความปลอดภัยไปกับระบบ GVC Plus ซึ่งการทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้เกิดขึ้นที่สนามแข่งระดับโลก ณ สนมช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ในปี 2558 Mazda 2 รถยนต์นั่งขนาดเล็กในกลุ่ม B Segment ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ของรถในกลุ่มอีโค่คาร์ ได้ถือกำเนิดออกสู่ตลาด โดยมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดขายสะสมสูงถึง 160,000 คัน ซึ่งในรุ่นปรับโฉมนี้หลังจากเปิดตัวพร้อมรับจองในงานมอเตอร์เอกซ์โป เพียงงานเดียวสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 2,200 คัน และยังครองแชมป์ยอดจำหน่ายในกลุ่มรถเล็กได้ถึง 2 ปีติด

การปรับปรุงปรุงในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ครั้งนี้มีความคล้ายคลึงกับ Mazda 3 ในรูปแบบของ Family Face โดยหน้ากระจังปรับใหม่หมด กันชนเพิ่มชิ้นส่วนโครเมียมเพื่อความหรู ไฟหน้าใช้เดยไทม์แบบวงกลม พร้อมไฟท้ายดีไซน์ใหม่เช่นกัน ส่วนล้อ 16 นิ้วลวดลายใหม่จะอยู่ในรุ่น Skyactiv D

Mazda 2 2019 (01)

ภายในห้องโดยสารได้มีการปรับใหม่ การวางตำแหน่งล้อหน้าที่เลื่อนไปด้านหน้าเพื่อวางตำแหน่งการนั่งที่เหมาะสม เสา A ขยับไปด้านหน้าเพื่อมองกระจกหลังได้ดีกว่าเดิม รวมถึงการมองจออินเอเฟซได้สะดวกและชัดเจน ทั้งยังติดตั้งวัสดุซับเสียงแบบใหม่ที่หลังคา ฝาท้าย และซุ้มล้อ

Mazda 2 2019 (02)

เบาะคู่หน้ารองรับสรีระได้ดีทั้งกระดูกสันหลังและกระดูกเชิงกรานแบบเดีนสกับที่ใช้ใน CX 8 และ 3 โดยสีของเบาะปรับจากดำให้เป็นฟ้าเทาพร้อมตกแต่งด้วยหนัง Acantara เพื่อการนั่งที่กระชับ ในส่วนของจอ headup Display แสดงการทำงานของหลายๆระบบรวมถึง Blind Sport และยังมีการติดตั้งกล้องมองภาพรอบคันแบบเดียวกับที่ใส่ในรถรุ่นใหญ่ของมาสด้าทุกรุ่น

Mazda 2 2019 (3)

จุดเด่นของ Mazda 2 2019 คือเทคโนโลยีใหม่ในรูปแบบของ GVC Plus ที่ต่อยอดจาก GVC: G-Vectoring Control รวมถึงตัวช่วยการขับขี่ทั้ง Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตาของผู้ขับขี่ , Sports Paddle Shift ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และ Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ส่วนด้านการติดต่อสื่อสารยังมีระบบ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay แสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วย Center Commander

Mazda 2 2019 (08)

เครื่องยนต์มี 2 แบบ Skyactive-G เป็นแบบเบนซินขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 93 แรงม้า พร้อมแรงบิด 123 นิวตันเมตร ประหยัด 23.3 กม.ต่อลิตร

Mazda 2 2019 (05)
และในรุ่น Skyactive-D ในรูปแบบของเครื่องยนต์คลีนดีเซลขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตันเมตร ให้ความประหยัดสูงถึง 26.3 กม./ลิตร

Mazda 2 2019 (06)

ทั้ง 2 เครื่องยนต์ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์แบบ Sky Actic Drive อัตโนมัติ 6 จังหวะพร้อมแมนนวลโหมดและแพดเดิลชิฟท์ และในส่วนของคันเร่งเป็นแบบไฟฟ้า

Mazda 2 2019 (04)

ด้านระบบความปลอดภัย i-Activsense มีมาให้ครบทั้งระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA เสริมด้วยกล้องมองรอบคัน 360 องศา นอกจากนี้ยังมี ระบบป้องกันล้อล็อก 4W-ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS, ระบบควบคุมสเถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC, ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS, ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน HLA

Mazda 2 2019 มากับสีภายนอกใหม่ 3 สี รวมสีเดิมเป็น 8 สี ราคาจำหน่ายในรุ่น Skyactive-G เริ่มที่ 546,000 บาทในรุ่น 4 ประตู จนถึง 690,000 บาท ในรุ่นแฮทแบค ส่วน Skyactive-D รุ่น 4 ประตูราคาเริ่มต้น 782,000 บาท และรุ่นแฮทแบคอยู่ที่ 799,000 บาท

Mazda 2 2019 (08)

การทดสอบสมรรถนะของ Mazda 2 2019 ในครั้งนี้จัดขึ้นที่ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทางผู้จัดได้เตรียมการทดสอบไว้ 3 รุปแบบ เพื่อทดลอง GVC Plus รวมถึงสัมผัสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร

Mazda 2 2019 (10)

เริ่มที่ Mazda 2 2019 รุ่น (Skyactive-D) ในรุปแบบของเครื่องยนต์คลีนดีเซลขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูง 250 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด การทำงานของเครื่องยนตืรุ่นนี้จะตอบโจทย์ด้านความแรงได้เป็นอย่างดี

Mazda 2 2019 (11)

รูปแบบของสถานีแรกกับการหักหลบฉุกเฉินในรุปแบบ Lane Change ความเร็วประมาณ 70-80 กม./ชม. และเลี้ยวรถกระทันหัน สัมผัสคันละ 2 รอบมีทั้งยกคันเร่งและไม่ยกคันเร่ง เพื่อเป็นการลองสัมผัสกับการทำงานของระบบ GVC Plus ซึ่งเดิมที GVC นั้นจะทำหน้าที่ลดความเร็วของล้อฝั่งในโค้ง

Mazda 2 2019 (11

แต่ GVC Plus จะมีการใช้เบรกเข้าไปช่วยและควบคุมองศาของมุมล้อให้สัมพันธ์กับความเร็วในขณะเข้าโค้ง ซึ่งผู้ขับขี่จะไม่รู้สึกว่าระบบทำงานเนื่องจากสมองกลเป็นตัวสั่งการ แต่หากเมื่อไหร่ที่ถอนคันเร่ง ระบบ GVC Plus จะทำงานไม่เต็มระบบ

Mazda 2 2019 (13)

นอกจากนี้ เบาะนั่งที่มีส่วนผสมของหนัง Acantara ก็ได้มีส่วนช่วยให้กระชับกับสรีระร่างกายแม้รถจะมีอาการเหวี่ยงก็ตาม เสา A ที่ยืดระยะไปข้างหน้าจะช่วยทำให้มีทัศนวิสัยที่ดีขึ้นอีกด้วย

Mazda 2 2019 (14)

ต่อด้วยการขับผ่านพื้นผิวถนนขรุขระซึ่งมีเชือกพาดขวางถนนเพื่อสัมผัสแรงสั่นสะเทือนจากพื้น อานิสงส์ที่ได้มาจากการติดตั้งวัสดุซับเสียงแบบใหม่ ส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนที่เข้ามายังห้องโดยสารการเก็บเสียงรบกวนต่างๆนั้นเงียบขึ้น

Mazda 2 2019 (15)

สถานีที่ 2 ลองกันเกือบเต็มรอบสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยใช้ Mazda 2 2019 เครื่องยนต์ Skyactive-Gในรูปแบบของเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 93 แรงม้า พร้อมแรงบิด 123 นิวตันเมตร ใช้วีธีการขับขี่ผ่านทางโค้งทั้งหมด 6 โค้ง ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์จะมีพละกำลังน้อยกว่า Skyactive-D แต่พอเมื่อคุ้นเคยกับระบบ GVC-Plus ทางโค้งในรูปแบบต่างๆจึงไม่เป้นผลต่อการทำให้รถเสียการควบคุมและการประมวลผลของระบบนี้ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและทันใจ

Mazda 2 2019 (16)

สุดท้ายเป็นการขับขี่แบบ Hot Lap แบบเต็มรอบสนาม ซึ่งรถที่ใช้นั้นเป็นเครื่องยนต์ Skyactive-D เรียกได้ว่า GVC Plus นั้นถูกออกแบบมาให้ขับขี่ด้วยความเร็วได้อย่างปลอดภัยขึ้นเยอะ แต่แม้ว่าหากลืมถอนคันเร่งหรือเหยียบเบรก traction Control และ VSC ก็จะเข้ามามีบทบาทในการควบคุมรถให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นนั่นเอง

Mazda 2 2019 (17)

บทสรุปของการทดสอบสมรรถนะ Mazda 2 2019 รูปลักษณ์อาจไม่แปลกตาไปจากเดิมสักเท่าไหร่นัก จะมีก็แต่ชุดกันชนที่ดูสปอร์ตขึ้น โคมไฟ ทั้งหน้าหลังเพิ่มเติมในส่วนของหลอดแอลอีดีเพื่อให้ความส่องสว่าง เบาะนั่งที่มีส่วนผสมของหนัง Acantara นอกจากให้ความหรุหรา ยังโอบกะชับไปกับสรีระแม้จะขับขี่เข้าโค้งด้วยความเร็ว Haedup Display แสดงการทำงานของตัวช่วยการขับขี่ได้มากขึ้น แต่ที่ถือว่าเป็นที่สุดนั่นคือ GVC-Plus ที่ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายและยากต่อการเสียการควบคุม หากแม้ว่าผู้ขับขี่ถอนคันเร่งหรือเบรก ระบบอื่นๆอย่าง Traction Control และ VSC ก็จะเข้ามาทำหน้าที่ในการป้องกันการเสียการควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดมิติใหม่แห่งความหรูหรา ด้วยการเปิดตัวรุ่นล่าสุดของยนตรกรรมระดับเรือธง บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่ ในสองรุ่นย่อย ได้แก่ BMW 745Le xDrive M Sport และ BMW 730Ld sDrive M Sport โดยทั้งสองรุ่นล้วนโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์และเส้นสายที่สง่างามอย่างมีชั้นเชิง พร้อมสะกดทุกสายตาบนท้องถนน เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมที่เสริมความสะดวกสบายและคล่องตัวอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่สุดทันสมัยหรือเทคโนโลยีการเชื่อมต่อครบวงจร ที่ล้วนตอบโจทย์ทุกการขับขี่อย่างเหนือชั้น

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่ นับเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถซีดานหรูขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการออกแบบที่เด่นสะดุดตา เปี่ยมด้วยบุคลิกและความสง่างามที่สะท้อนถึงความหรูหราแบบร่วมสมัย ทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ร่วมด้วยขีดสุดของนวัตกรรมล้ำสมัยที่รองรับทุกการเชื่อมต่อในยุคดิจิทัล ซึ่งล้วนออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเราในทุกด้าน นอกจากจะเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมหรูแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่ ยังเป็นเครื่องตอกย้ำถึงความมั่นใจของเราในศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะรถยนต์ที่เป็นผลผลิตจากโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยของเราในจังหวัดระยอง”

การมาถึงของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่จะยกระดับความเพลิดเพลินในการขับขี่สู่มาตรฐานใหม่ที่เหนือกว่าสำหรับรถซีดานระดับหรู ด้วยการผสมผสานนวัตกรรมล้ำสมัยมากมายไว้ในระบบส่งกำลังของแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบใน BMW 730Ld sDrive M Sport หรือระบบปลั๊กอินไฮบริดที่มอบทั้งระยะทางการขับขี่ สมรรถนะ และความประหยัดพลังงานที่เหนือกว่าใน BMW 745Le xDrive M Sport โดยทั้งสองรุ่นต่างพัฒนาต่อยอดเอกลักษณ์อันเป็นเลิศของยนตรกรรมระดับเรือธง ด้วยความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายขณะเดินทางและความคล่องตัวบนท้องถนน พร้อมด้วยความมั่นใจเต็มพิกัดจากระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันทั้งในด้านความแม่นยำและความปลอดภัยในการขับขี่

ภายนอกของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่ มาในดีไซน์ล่าสุดที่แสดงถึงความสง่างามบนท้องถนน และความเฉียบคมในทุกมุมมองตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 อย่างแท้จริง รูปโฉมใหม่ตอกย้ำถึงความปราดเปรียวและความสะดวกสบายจากยนตรกรรมหรูระดับพรีเมียม ดีไซน์ด้านหน้ารถสื่อถึงความทรงพลังยิ่งขึ้น โดยโดดเด่นกว่าด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นว่ารุ่นก่อนหน้า 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมขอบโครเมียมที่เชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียวทั้งหมด พร้อมระบบ Active Air Flap Control เปิดปิดแผ่นในกระจังหน้าอัตโนมัติเพื่อระบายความร้อนในเครื่องยนต์ ไฟหน้าทรงเรียวยาวตัดกับกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่สร้างความเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยไฟหน้าของ BMW 730Ld sDrive M Sport มาในระบบ Adaptive LED ขณะที่ BMW 745Le xDrive M Sport มาในระบบ BMW Laserlight

ด้านหน้าของรถในดีไซน์ใหม่ สะกดสายตายิ่งขึ้นด้วยความสูงในส่วนหน้าสุดของตัวรถที่เพิ่มขึ้น 50 มิลลิเมตร พร้อมปรับโฉมกระโปรงหน้าให้มาพร้อมเส้นสายที่เฉียบคมและทรงพลังยิ่งขึ้น ตราสัญลักษณ์บีเอ็มดับเบิลยูบนกระโปรงหน้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น 13 มิลลิเมตร ช่องดักอากาศด้านล่างกระจังหน้ามาพร้อมแผ่นปรับทิศทางลมเพื่อสร้างการไหลเวียนของอากาศเข้าไปยังช่องระบายอากาศของระบบเบรกและช่องดักลม Air Curtains โดยมาในรูปทรงตัว L ที่สะดุดตายิ่งขึ้นด้วยขอบโครเมียม นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้าของรถยังได้รับการออกแบบมาให้สอดรับกับการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ของเส้นสายบนกระโปรงรถ

รูปลักษณ์ด้านข้างของ บีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 7 ใหม่ โดดเด่นด้วยช่องดักอากาศทรงแนวตั้ง 90 องศา ที่นอกจากจะช่วยเสริมความเด่นชัดของดีไซน์โดยรวมแล้ว ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาการไหลเวียนของอากาศผ่านซุ้มล้อ ช่วยลดแรงต้านลม โดยมาในสีดำ Dark Chrome จากชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ในทั้งสองรุ่นย่อย

ในขณะที่ส่วนท้ายรถ ตอกย้ำถึงความทันสมัยและความสง่างามยิ่งขึ้น มาในรูปลักษณ์แปลกใหม่ด้วยเส้นสายและรูปลักษณ์ที่สะท้อนถึงงานออกแบบสไตล์ใหม่ด้านหน้ารถ พร้อมด้วยท่อไอเสียแต่งขอบโครเมียมขนาดใหญ่ขึ้น ไฟท้ายทรงเรียวยาวสามมิติแบบใหม่ในสีดำ/แดงที่มีรูปทรงเรียวกว่ารุ่นก่อนหน้าประมาณ 35 มิลลิเมตร และเส้นไฟด้านล่างแถบโครเมียมลากยาวระหว่างไฟท้ายสองข้าง เสริมความหรูหราสะดุดตายิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอย M ลาย Star-spoke ขนาด 20 นิ้วในบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport และล้ออัลลอย M ลาย Double-spoke แบบสลับสี ขนาด 19 นิ้วในบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld sDrive M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดใหม่ล่าสุด ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics และมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมสูงสุด 290 กิโลวัตต์ / 394 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 600 นิวตันเมตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 จังหวะ ส่งกำลังจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.1 วินาทีที่ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ความเร็วสูงสุดในการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าล้วน ยังเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยขับเคลื่อนแบบปลอดมลภาวะได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ระบบแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ติดตั้งไว้ใต้เบาะที่นั่งหลัง ยังเพิ่มความจุเป็นขนาด 12 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขยายระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 50-58 กิโลเมตร ตามการทดสอบ NEDC ในต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาในด้านพละกำลังให้เพิ่มขึ้นจากซีรี่ส์ 7 รุ่นก่อนหน้า เพื่อความคล่องตัว ความแม่นยำ และความมั่นคงในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ส่งกำลังแบบเต็มพิกัดลงสู่ล้อทั้งสี่และเพิ่มความเกาะถนนในทุกสภาพการขับขี่

บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld sDrive M Sport ใหม่ ผสานสมรรถนะที่เหนือชั้นเข้ากับที่สุดของเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ที่ทำงานอย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง ส่งพละกำลังสูงสุด 195 กิโลวัตต์ / 265 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 2,500 รอบต่อนาที ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ ร่วมกับระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับระดับอัตโนมัติ และเทคโนโลยีแชสซีใหม่ Executive Drive Pro ที่ทำงานประสานกับระบบช่วงล่าง มอบการควบคุมที่เฉียบคม คล่องตัวและปราดเปรียวยิ่งขึ้น โดยที่ยังรักษาความนุ่มสบายสำหรับผู้โดยสารและความปลอดภัยไว้เต็มเปี่ยม

ส่วนห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 7 ใหม่ ออกแบบมาให้หรูหราอย่างมีรสนิยม เพื่อมอบความสะดวกสบายในบรรยากาศที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสาร แม้ในขณะเดินทางในระยะไกล ด้วยเบาะหนังแท้ Nappa ลายใหม่ปรับไฟฟ้า และระบบระบายอากาศทั้งตอนหน้าและตอนหลัง รวมทั้งระบบนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหลัง ในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุลวดลายไม้ที่สร้างบรรยากาศให้หรูหรายิ่งขึ้น เสริมความโอ่อ่าด้วยหลังคากระจก Panorama Sky Lounge ในบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ที่สามารถสร้างบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟได้จากทั้งแสงธรรมชาติและชุดไฟ ambient light

บีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 7 ใหม่ ยังมาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นบุหนังแท้ ครบครันด้วยระบบความบันเทิงในห้องโดยสารอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยจอระบบสัมผัสความละเอียดสูงบริเวณเบาะหลัง ระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อมระบบนำทาง จอแสดงผลดิจิทัลที่แผงคอนโซล ขนาด 12.3 นิ้ว และจอ Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบกราฟฟิกรูปแบบใหม่ ทำงานด้วยระบบประมวลผล BMW Operating System 7.0 ควบคู่กับ BMW ConnectedDrive ระบบผู้ช่วยส่วนตัวฉลาดล้ำ BMW Intelligent Personal Assistant พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง

 

ผู้โดยสารเบาะหลังสามารถเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงเต็มรูปแบบจากหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD ถึงสองจอ พร้อมด้วยเครื่องเล่นบลูเรย์ที่ติดตั้งมาด้วย โดยที่ผู้โดยสารสามารถใช้หน้าจอนี้ควบคุมระบบนำทางและฟังก์ชันออนไลน์ต่าง ๆ ของตัวรถได้โดยตรงจากเบาะหลัง นอกจากนี้ เสียงรบกวนจากภายนอกยังถูกกลั่นกรองออกไปด้วยด้วยกระจกกันเสียงที่หนากว่าเดิมถึง 5.1 มิลลิเมตร พร้อมด้วยฉนวนกันเสียงเพิ่มเติมรอบซุ้มล้อหลัง จึงมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจที่สุดให้แก่ผู้โดยสาร

บีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive M Sport ใหม่ มีราคาจำหน่ายที่ 6,439,000 บาท และ บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld sDrive M Sport ใหม่ มีราคาจำหน่ายที่ 6,139,000 บาท พร้อมแพคเกจ BSI Standard ประกอบด้วยการบริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง โดยตัวถังมีให้เลือก 3 สี คือ สีดำ Black Sapphire สีขาว Mineral White และสีเทา Bernina Grey

Honda BigWing บุกขอนแก่น เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่

0

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ในประเทศไทย ผนึกกำลัง ณัฐ กรุ๊ป เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการ “ฮอนด้า บิ๊กวิง” (Honda BigWing) แห่งใหม่ในจังหวัดขอนแก่น ชูคุณภาพงานบริการ 6S ครบถ้วนด้วยมาตรฐานระดับโลก มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้คอนเซปต์ Honda BigBike Excites the World ตั้งเป้าพร้อมรองรับความต้องการของผู้ขับขี่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการเติบโตของตลาดบิ๊กไบค์ในเขตภาคอีสานตอนบน

มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “การดำเนินธุรกิจในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์ ในชื่อ ฮอนด้า บิ๊กวิง กำลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ขับขี่ชาวไทย เนื่องจากเรามีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน ทั้งการขับขี่สำหรับเดินทางในเมืองหรือนอกเมือง การขับขี่ท่องเที่ยวเดินทางไกล หรือกระทั่งการขับขี่ใช้งานที่ท้าทายแบบผจญภัยในสไตล์แอดเวนเจอร์และแบบสปอร์ตเรซซิ่งในสนามแข่งขัน รวมถึงมีกลยุทธ์ด้านงานบริการที่ยอดเยี่ยม โดยยึดหลักการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ภายใต้คอนเซปต์ Honda BigBike Excites the World เพียบพร้อมด้วยมาตรฐาน 6S ของฮอนด้าในระดับโลก ประกอบด้วย Sales, Service, Spare Parts, Safety, Second Hand และ Society”

“จากการตอบรับที่ดีของผู้บริโภค ในครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับ ณัฐ กรุ๊ป ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารายใหญ่ในเขตภาคอีสานตอนบน เปิดตัวศูนย์ฮอนด้าบิ๊กวิงแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ ฮอนด้าบิ๊กวิงขอนแก่น อย่างเป็นทางการ หลังทดลองเปิดทำการมาระยะหนึ่งและสามารถทำยอดขายรถบิ๊กไบค์ได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในจังหวัดขอนแก่น ผมเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดทำให้ที่นี่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในพื้นที่เป็นอย่างดี การขยายธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดบิ๊กไบค์ พร้อมสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องขยายไปถึงจังหวัดใกล้เคียงในเขตภาคอีสานตอนบนได้อีกด้วย”

ฮอนด้าบิ๊กวิงขอนแก่น โดยการบริหารงานของ ณัฐ กรุ๊ป ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางทางธุรกิจ บนถนนประชาสโมสร อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นับเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน ฮอนด้าบิ๊กวิง แห่งที่ 18 ในประเทศไทย อัดแน่นด้วยอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ผู้สนใจรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ในจังหวัดขอนแก่น สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของทางร้านได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ fb.com/NatBigwingKhonkaen