Home Blog Page 492

สนุกแบบเท่ๆกับ Mazda MX-5 RF

0

ชื่อเสียงของ Mazda ที่โด่งดังทำยอดขายเติบโตในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่ทำยอดขายเติบโตเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน แต่เป็นเพราะความมุ่งมั่นของวิศวกรยานยนต์ของ มาสด้าที่ขยันพัฒนายานยนต์ของเขาให้มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่ชัดเจน
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ การพัฒนารถสปอร์ตโรดสเตอร์ของเขา ภายใต้รหัส MX-5 ที่เป็นตำนานไปแล้ว ในฐานะรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก (บันทึกครั้งแรกใน Guinness World Record ปี 2000 เมื่อผ่านการทำยอดขายที่ 531,890 คัน จากนั้น MX-5 ได้ทำสถิติให้บันทึกใหม่ต่อเนื่อง จนถึงยอดผลิตออกจำหน่ายที่ 900,000 คันในปี 2011และยังไม่มีรถสปอร์ตโรดสเตอร์รายอื่นทำยอดขายได้ใกล้เคียง MX-5 จนถึงปัจจุบัน) และตำนานนั้นก็ยังไม่ถูกปิด
จนวันนี้ MX -5 เดินหน้ามาถึง เจเนอเรชั่นที่ 4 พร้อมกับ เทคโนโลยี่ Skyactiv และ เส้นสายจากแนวทาง KODO Design ทำให้ MX-5 มีความสวยงามและความทันสมัยของเทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุดเท่าที่จะทำให้ โรดสเตอร์ คันนี้ถึงพร้อมทั้งความสวยงามและการขับขี่ที่สนุกในแบบ ซูม ซูม ของ Mazda
 Mazda MX5-03
ผมได้มานั่งหลังพวงมาลัย MX-5 อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยทำความรู้จักกันแล้วเมื่อครั้งที่เปิดตัวครั้งแรกและมีโอกาสได้สัมผัส MX-5 ในสนามทดสอบ Mine (อ่านว่า มิเน่) ของมาสด้าที่ ญี่ปุ่นเมื่อปลายปี2015 ครั้งนั้นเป็นการทดลองขับในสนามทดสอบที่เป็นสนามแข่งรถมาก่อน ช่วงเวลานั้นผมถ่ายทอดความรู้สึกประทับใจกับ MX-5 ไว้ว่า เป็นรถที่ขับสนุกมากเท่าที่เราต้องการความสนุกจากรถสปอร์ตคันหนึ่ง 
3 ปีเศษผ่านมา ครั้งนี้ได้ทำความรู้จักกันอีกครั้ง คราวนี้ MX-5 มาในรูปแบบที่มีรหัสต่อท้าย RF (Retractable Fastback) พร้อมๆกับวาระอายุของ MX-5 ที่เต็มเปี่ยม 30 ปีพอดี นับต่อเนื่องจาก MX-5 รหัส NA เปิดตัวในปี 1989 มาจนถึงรุ่นปัจจุบัน รหัส ND หรือรุ่นที่ 4 นี้และครั้งนี้เป็นการขับ On Road ครั้งแรก บนเส้นทางจากกรุงเทพไปกาญจนบุรี
Mazda MX5-02
โดยกายภาพของ MX-5 นั้นมีองค์ประกอบที่ทำให้เป็นรถสปอร์ตที่มีเสน่ห์สุดๆอยู่หลายประการ เริ่มตั้งแต่แนวคิดออกแบบตามแนวทาง KODO Design ที่สร้างสรรค์ให้เส้นสายของรถนั้นดูพลิ้วไหวแม้จะจอดอยู่นิ่งๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสายตาคนจะมอง สำหรับผมมองว่า มันมีความลงตัว โฉบเฉี่ยวตั้งแต่ไฟหน้าเป็นต้นไปจนเมื่อมาได้หลังคาแข็งแบบ Retractable Fastback ที่สามารถเปิดประทุนออกมาจัดเก็บไว้ด้านท้ายได้รวดเร็วที่สุดในโลกเพียง 13 วินาที ยิ่งดูเท่มากๆ
Mazda MX5-04
ลักษณะของหลังคาแข็งนี้เมื่อเปิดประทุนเก็บแล้วจะไม่เหมือนกับ รุ่นหลังคาผ้าใบที่เปิดตัวนำมาก่อนหน้านี้ คือเมื่อเปิดประทุนผ้าใบแล้วจะเก็บหลังคาผ้าใบทั้งหมดไว้ด้านหลัง แต่สำหรับ RF จะเก็บเฉพาะหลังคา ส่วนของเสา B ยังคงอยู่ ในรูปแบบนี้จะเคยเห็นมาแล้วในรถสปอร์ต Porsche ซึ่งเขาจะเรียกรถสปอร์ตของเขาว่า Targa นั่นเอง แต่ RF ของ MX-5 นั้นก็เป็นสเน่ห์ที่สวยสุดๆของ เขาโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกันกับใคร

มาถึงภายในห้องโดยสารแบบ 2 ที่นั่งนั้นก็รับอิทธิพลมาจาก KODO Design มีความเป็นร่วมสมัยกับ Mazda ในเจเนอเรนชั่นเดียวกันเต็มรูปแบบ แต่ตำแหน่งนั่งของผู้ขับนั้นเบาะนั่งมีความโอบกระชับ วางในตำแหน่งที่ต่ำ ขาจะเหยียดตรงกว่า รถนั่งรุ่นอื่น แป้นเบรกจะอยู่ตรงกึ่งกลางตรงกับพวงมาลัย เมื่อปรับตำแหน่งนั่งให้เข้ากับตัวเองแล้วจะอยู่ตรงกลางตัวผู้ขับพอดี คันที่ผมได้ขับนี้เป็นแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ไม่ได้ขับรถเกียร์ธรรมดามานาน แต่ก็บอกเลยว่ารถสปอร์ตเอาให้สนุกสุดๆมันก็ต้องเกียร์ธรรมดานี่ละครับ
Mazda MX5-07
ระบบอำนวยความสะดวกก็มากันแบบครบครันเช่นเดียวกัน 

  • ทั้งระบบ i-ACTIVSENSE ครบชุด
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
  • กล้องมองหลังแสดงภาพบนจอขนาด 7 นิ้วกลางคอนโซลหน้าเมื่อเข้าเกียร์ถอย
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ (SCBS)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (SCBS-R)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DAA)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (LDWS) และ
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (ALH) ปรับสูง-ต่ำ แยกอิสระ ซ้าย-ขวา โดยอัตโนมัติ

Mazda MX5-10
ผมขับ MX-5 RF ด้วยอารมณ์ที่หวนอดีตไปสมัยรุ่นๆขับ Mazda 323 คิดว่าจะเอาอารมณ์ขับเกียร์ธรรมดามาใช้ แต่มันก็ช่างต่างกันลิบลับ เพราะพัฒนาการที่เปลี่ยนไปตามระยะเวลากว่า 20 ปีนั้น แน่นอนว่ามีเพียงต้องเหยียบคลัทช์เข้าเกียร์เท่านั้นที่เหมือนกัน MX-5 มีร่องเกียร์ที่สั้นกระชับเข้าง่าย คลัทช์ไม่หนัก จังหวะ Shief Up-Down ทำได้คล่องตัวไม่หลงเกียร์ง่ายๆ
มีตำแหน่งเกียร์บอกที่หน้าปัด พร้อมบอกด้วยสัญลักษณ์ว่าควรจะเปลี่ยนเกียร์ต่อไปที่ตำแหน่งไหน เช่น ขณะใช้เกียร์ 3 ลากรอบขึ้นไปสูงกว่า 4000 รอบตอ่นาที หน้าจอจะแสดงเลข 3 และมีลูกศรชี้ไป 5 ได้ สนุกครับกับการเล่นเกียร์ในจังหวะต่างๆ
เครื่องยนต์ 2000 ซีซี บล็อกตัวเก่ง 184 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 205 นิวตันเมตร ทำหน้าที่ผลิต กำลัง และอัตราเร่งออกมาให้ใช้ได้ตามที่ต้องการทุกจังหวะ ถึงแม้จะไม่ใช้รถสปอร์ตที่จะแรงระดับซูเปอร์คาร์ แต่ก็เพียงพอที่จะทำความเร้าใจให้ได้ไม่น้อยทีเดียว
Mazda MX5-09
ที่ชอบมากคือ Handling ของรถสปอร์ตโรดสเตอร์ คันนี้ ทฤษฎีของ มาสด้าเรียกว่า จินบะ-อิตไต (Jinba-ittai) ที่บอกว่าทำรถให้เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับกับรถ เหมือนกับ คนขี่ม้า แต่ถ้าจินตนาการไม่ออก ผมจะให้นึกถึงการขี่จักรยานครับ คือจะเลี้ยวจะเร่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราและเราคุมได้ทุกสถานการณ์ ถ้าขี่จักรยานยานเป็นนะครับ
MX-5 ก็เป็นเช่นนั้นคือคุมทุกอย่างไว้ได้ด้วยตัวเอง อาการของรถนั้นจะไม่หนึบแน่น ทรงตัวนุ่มนวลชวนฝันมากเกินไป ความที่เป็นรถเครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง มันจะมีอาการโอเวอร์สเตียร์บ้างถ้าเข้าโค้งแรงๆ แต่ก็แก้ออกง่ายๆ อย่างที่บอกละครับ เหมือนขี่จักรยาน ขี่เป็นก็ไม่มีล้ม MX-5 ขี่เป็นแล้วจะสนุกและตรงนี้นี่เองที่เป็นจุดเด่นของรถสปอร์ตขับสนุกคันนี้
นั่นคือทั้งหมดที่ได้จาก MX-5 เกียร์ธรรมดา แต่ก็มีเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเช่นเดียวกันให้เลือกด้วย ในราคาที่เท่ากัน 2,890,000 บาท
Mazda MX5-08
ท้ายบทความขอบอกว่าปีนี้ MX-5 เขาฉลองครบรอบ 30 ปี มี Limited Edition แบบ RF ออกมาให้แฟนน้ำลายไหลกันด้วยมีความสวยด้วยสีพิเศษส้มเฉพาะตัว มีอักษรระบุฉลอง 30 ปี เบาะนั่ง Recaro ชุดเบรก Brembo ชอคอัพ Bilstein เป็นต้น ผลิตมาเพียง 3000 คัน
ได้ยินว่า บ้านเราได้โควตามาเพียง 12 คัน ในราคา 3,100,000 บาท ไม่แน่ใจว่าหมดแล้วหรือยัง หรืออาจจะถึงมือแฟนๆเพราะดีเลอร์จองไปเก็บไว้เองแล้ว เรื่องนี้ต้องติดต่อสอบถามกันดูเองครับ
 
ภูวนาถ เผ่าจินดา
 
 

กรังด์ปรีซ์ ประกาศความพร้อมงาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40

0

กรังด์ปรีซ์ ประกาศความพร้อมงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” ภายใต้แนวคิด “สนุทรียภาพทางอารมณ์” หรือ “ENJOYMENT OF AUTOMOBILES” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 (The 40th Bangkok International Motor Show 2019) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ได้การยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นการจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเห็นได้จากการที่ผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่างให้การยอมรับพร้อมแสดงเจตจำนงค์ในการเข้าร่วมงานเป็นประจำทุกปี 
โดยการตอบรับเข้าร่วมงานของในปีนี้มีแบรนด์รถยนต์ชั้นนำจำนวน 33 ราย และแบรนด์รถจักรยานยนต์อีกจำนวน 14 ราย นอกจากนั้นในปีนี้ยังได้รับความสนใจจาก McLaren แบรนด์รถสปอร์ต ระดับโลก นำยนตรกรรมเข้าร่วมจัดแสดงภายในงานเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สิ่งนี้ยืนยันได้ถึงความสำคัญของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ในการเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมภาพลักษณ์รวมถึงผลักดันให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระดับภูมิภาคได้เป็นอย่างดี
ในปีนี้ยังเป็นโอกาสพิเศษ “ฉลองครบรอบ 40 ปี งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” นอกจากผู้เข้าร่วมชมงานจะได้พบกับยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ค่ายรถยนต์นำมาจัดแสดงเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 40 ปี ภายในงานอย่างมากมายแล้ว ทางผู้จัดงานยังเตรียมพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการพาทุกท่านย้อนรำลึกไปยังอดีตเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศบอกเล่าความเป็นมาและการเติบโตของการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ตั้งแต่ครั้งแรก ณ สวนลุมพินี ในปี พ.ศ.2522 จนมาถึงปัจจุบัน
Motor Show 2019-02
นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 เปิดเผยว่า งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สนุทรียภาพทางอารมณ์” หรือ “ENJOYMENT OF AUTOMOBILES” โดยต้องการสื่อสารให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้สัมผัสถึงการออกแบบของยนตรกรรมยุคใหม่ผ่านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ที่ต้องการเชื่อมต่อระหว่างนวัตกรรมยานยนต์และผู้ขับขี่เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน
ในฐานะผู้จัดงาน ยังคงเดินหน้าพัฒนาการจัดงานให้มีมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดทำพื้นที่การทดสอบเฉพาะรถยนต์เอสยูวีเพิ่มขึ้นมาอีก 1 สนาม เพื่อตอบรับต่อการเติบโตและความนิยมของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจต่อรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีเพิ่มมากขึ้น
สำหรับราคาจำหน่ายบัตรเข้าชมงานยังคงราคาเดิม 100 บาท พร้อมแคมเปญ ‘ซื้อบัตรเข้าชมงาน ลุ้นรับรถ’ พร้อมของรางวัลใหญ่อย่างรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมมูลค่ากว่า 3,500,000 บาท โดยผู้ที่ซื้อบัตรและต้องการร่วมชิงโชคสามารถลงทะเบียนที่หน้างาน พร้อมตอบแบบสอบถามผ่านหน้าเว็ปไซด์ www.bangkok-motorshow.com
นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าชมงานมากยิ่งขึ้น โดยได้ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในการขายบัตรเข้าชมงานราคาพิเศษสำหรับลูกค้าธนาคารกสิกรไทยผ่านช่องทางออนไลน์แอพพลิเคชั่น K-PLUS สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรล่วงหน้ากับโปรโมชั่น 40 วัน 40 บาท โดยเริ่มจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ถึง 26 มีนาคม 2562
Motor Show 2019-03
สำหรับผู้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นพร้อมกรอก e-Ticket Code ที่อยู่ด้านหลังบัตรลงไป ท่านจะได้รับรหัส e-Ticket จากแอปพลิเคชั่น Car Buddy by GPI สำหรับแสดงแก่เจ้าหน้าที่เพื่อเข้าชมงานฟรี  ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ขอแนะนำให้ดาวน์โหลดและลงทะเบียนล่วงหน้า โดยบัตรอภินันทนาการนั้นจะสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม จนถึง 7 เมษายน 2562 สำหรับผู้เข้าชมงานจากแอปพลิเคชั่น Car Buddy by GPI ยังมีสิทธิ์ร่วมลุ้นชิงรางวัลใหญ่ภายในงานได้ด้วยเช่นกัน
พร้อมกันนี้ จากการรุกเข้าสู่ธุรกิจจัดการแข่งขัน ‘eRacing Sport’ อย่างเต็มตัว ภายในงานยังเตรียมเปิดตัวการแข่งขันเกมส์แข่งรถออนไลน์ ‘GT Sport’ ซึ่งจำลองสนามแข่งขันจริงมาอยู่ในเกมส์ ภายในงาน The 40th Bangkok International Motor Show พร้อมวางแผนจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเพื่อค้นหาแชมป์ประเทศไทยเป็นตัวแทนแข่งขันระดับทวีปและชิงแชมป์โลก
Motor Show 2019-04
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7เมษายน 2562 รวม 12 วัน ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี รายละเอียดเพิ่มเติม  www.bangkok-motorshow.com

'Ranger Raptor Rock You' สุดยอดประสบการณ์สุดเร้าใจกับเรนเจอร์ แร็พเตอร์

0

ฟอร์ดจัดกิจกรรม “Ranger Raptor Rock You” ให้ลูกค้าได้สัมผัสสุดยอดสมรรถนะและประสบการณ์สุดเร้าใจกับ เรนเจอร์ แร็พเตอร์
ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “Ranger Raptor Rock You” ให้กับกลุ่มลูกค้าเรนเจอร์ แร็พเตอร์ กว่า 100 คัน ได้สัมผัสกับสุดยอดสมรรถนะของกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในสนามและเส้นทางที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อนำเอาสมรรถนะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ณ ชายหาดทุ่งคา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 
กิจกรรม “Ranger Raptor Rock You” จัดขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสัมผัสสุดยอดสมรรถนะของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ อย่างเต็มที่บนสภาพถนนรูปแบบต่างๆ 
Raptor Rock You - 02
ลูกค้า ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ร่วมพิสูจน์สุดยอดสมรรถนะการทำงานของของขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร แบบเทอร์โบคู่ และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 500 นิวตันเมตร
พร้อมทดสอบโหมดการขับขี่ออฟโรดสุดท้าทายในรูปแบบต่างๆ ผ่านระบบ Terrain Management System (TMS) กันอย่างจุใจ โดยเฉพาะโหมดบาฮา (BAJA) ซึ่งเป็นการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง
Raptor Rock You - 03
เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงในตระกูล Ford Performance คันแรกของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ที่ได้สร้างปรากฏการณ์และปฏิวัติวงการรถกระบะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ สมรรถนะ และความสามารถมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
และระบบช่วงล่างที่มีโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ FOX ที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ออฟโรด ช่วยซับแรงกระแทกและมอบความนุ่มนวลในการขับขี่ พร้อมระบบช่วยการขับขี่ Terrain Management System 6 โหมด พร้อมโหมด บาฮา ซึ่งมีเฉพาะ เรนเจอร์ แร็พเตอร์เท่านั้น
 

อาวดี้ รุกเข้มต้นปี เปิดตัว 2 ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมสุดเร้าใจ

0

อาวดี้ ประเทศไทย รุกเข้มต้นปี เปิดตัว 2 ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมสุดเร้าใจ The New Audi TT Coupé และ Audi A7 Sportback ให้คุณเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้!
นายกฤษณะกร เศวตนันทน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย ตอกย้ำนโยบาย Customer Centric และ Product Variety ด้วยการเปิดตัว  2 รุ่น ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียม The New Audi TT Coupé 45 TFSI quattro S line โฉมใหม่ และAudi  A7 Sportback 45 TFSI quattro ใหม่ เอาใจลูกค้าที่มองหาทางเลือกใหม่ที่แตกต่างในตลาดรถหรู 
ด้วยความโดดเด่นของทั้ง 2 รุ่น  และราคาที่นับว่าพิเศษมาก เพื่อให้แฟนๆ อาวดี้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างความคึกคักให้กับโชว์รูมในวันนี้ ด้วยแคมเปญส่งเสริมการขาย และเซอร์ไพรส์ที่จัดหนักกว่าทุกครั้ง รอต้อนรับลูกค้าที่บูธอาวดี้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ อีกด้วย
 
The New Audi TT Coupé 45 TFSI quattro S line โฉมใหม่ รถยนต์สปอร์ตคูเป้ที่โดดเด่นด้วยชุดตกแต่งภายนอกแบบ S line ดีไซน์ใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 4 สูบแถวเรียง พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection) และเทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.0 ลิตร
ให้กำลังสูงสุด 230 แรงม้า ที่ 4,500 – 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 4,300 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ S tronic 6 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ quattro เอกลักษณ์ที่โดดเด่นและเลื่องชื่อของอาวดี้ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก  ทั้งในเรื่องการเกาะถนน และการกระจายกำลังการขับขี่แบบแปรผันอิสระ
AUDI Thailand02

The New Audi TT Coupé 45 TFSI quattro S line รถยนต์นำเข้า ราคาแนะนำ  3,299,000 บาท

 
Audi  A7 Sportback 45 TFSI quattro ใหม่ รถยนต์นำเข้าทั้งคันจากเยอรมนีที่มีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์ประกอบภายในประเทศ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid (MHEV) แบบ 4  สูบ  ขนาด 2.0 ลิตร ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แบบฉีดตรง (direct injection) เทอร์โบชาร์จ 
ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 4,300 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 จังหวะ  พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันทรงพลัง และได้รับการกล่าวขานถึงประสิทธิภาพการเกาะถนนที่เหนือความคาดหมาย

AUDI Thailand03 A7 Sportback 45 TFSI Quattro  รถยนต์นำเข้า ราคาแนะนำ  4,399,000 บาท

พบกับโฉมใหม่ของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นของอาวดี้ ได้ที่ Audi Centre Thailand  02 765 8888, Audi New Petchaburi  02 023 4888, Audi Pattaya 038 197 888, Audi Phuket 076 646 666 และในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่จะจัดขึ้นในปลายเดือนมีนาคมนี้ ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

ทดสอบสมรรถนะครอสโอเวอร์ซับคอมแพค 4 ค่ายดัง

0

ทดสอบสมรรถนะรถยนต์ในกลุ่ม Crossover Sub-Compact จาก 4 ค่ายดัง ได้แก่ Honda HR-V,Mazda CX-3,Subaru XV และ Toyota C-HR พร้อมจัดเต็มความคุ้มค่าของรถแต่ละรุ่นโดย 2 กูรูในแวดวงผู้สื่อข่าวสายรถยนต์

Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey พาไดโนเสาร์ติดล้อ ไปปล่อยพลังบนเกาะลี้ลับ (ภาพ + คลิปวีดีโอ)

0

Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey เป็นการเดินทางที่หลายคนอาจยากจะสัมผัส และทริพนี้แน่นอนว่าผุ้ทีเข้าร่วมทุกท่านจะตราตรึงใจไปอีกนานแสนนาน เพราะนอกจากพละกำลังของ ”ไดโนเสาร์” หรือ Ford Ranger Raptor ที่ใช้เป็นพาหนะ เกาะลี้ลับหรือ “เกาะคอเขา” ซึ่งใช้เป็นเส้นทางหลักเพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบโหดๆของรถคันนี้ก็ถือเป็นอีกไฮไลท์ที่สุดประทับใจไม่แพ้กัน
เรื่องราวต่างๆที่ทุกท่านได้รับชม “ฟอร์ด” ได้รับอนุญาตจากเอกชนผู้ถือกรรมสิทธิ์พื้นที่หาดแห่งนี้ในการจัดกิจกรรม พื้นที่ดังกล่าวจะกลับสู่สภาพเดิมในไม่ช้า โดยได้เตรียมความพร้อมและระมัดระวังในทุกขั้นตอนเพื่อให้แน่ใจว่าการจัดกิจกรรมนี้ไม่เป็นการรบกวนสิ่งมีชีวิตใดๆ ระหว่างการขับขี่
“การทดสอบขับนี้อยู่ภายในสนามปิดและอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่การขับขี่โดยปกติ”

Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey เป็นการเดินทางผจญภัยโดยใช้ Ford Ranger Raptor พาหนะ ก่อนหน้านี้หลายท่านอาจได้ทราบเรื่องราวและประจักษ์กับสมรรถนะที่น่าทึ่งจากรถกระบ้าพลังคันนี้ไปบ้างแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ “ไดโนเสาร์ติดล้อ” จะได้ปลดปล่อยขุมพลัง 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ 213 แรงม้า และด้วยสภาพเส้นทางผจญภัย แรงบิดมหาศาลถึง 500 นิวตันเมตร ก็จะได้สำแดงถึงการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ด้วยเช่นกัน
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 1
แน่นอนว่าตัวช่วยการลุยอย่างระบบ Terrain Management System ซึ่งแบ่งหมวดหมู่การใช้งานไว้หลากรูปแบบ รวมถึงระบบช่วงล่างสมรรถนะสูงจาก Fox Suspention จะได้รับการพิสูจน์อย่างหนักหน่วง นอกจากโหมด BAHA ที่สะท้อนภาพออกมาให้เห็นว่า Ford Ranger Raptor คันนี้จะบินได้เพียงอย่างเดียว
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 2
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey ประเดิมเส้นทางแรกเพื่อใช้เริ่มต้นยืดเส้นยืดสายให้กับ ไดโนเสาร์ติดล้อ ณ “เขาหน้ายักษ์” อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง-เขาลำปี อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา สถานที่นี้มีทัศนียภาพงดงามซึ่งเต็มไปด้วยหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใสสไตล์อันดามัน ชายหาดยาวกว่า 13 กิโลเมตร ทั้งยังมีโขดหินขนาดใหญ่ที่ถูกทับถมสะสมมาเป็นเวลานับล้านปี และยังปรากฏร่องรอยลวดลายสวยงามแปลกตา ด้วยรูปร่างของภูเขามีหน้าผาคล้ายใบหน้ายักษ์
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 3
ก่อนที่จะมาถึงจุดชมวิวแห่งนี้ การเดินทางด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพเส้นทางเป็นทรายละเอียด นุ่ม โหมดการใช้งานจากระบบ 4×4 Terrain Management System (TMS) ได้ถูกเลือกใช้ในโหมดโคลน/ทราย ซึ่งสามารถทำงานไปพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้ทั้งแบบ 4×4 High และ 4×4 Low โดยจะทำหน้าที่ควบคุมการถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อต่างๆได้อย่างรวดเร็ว อุปสรรคเบาๆ ที่ถือเป็นการวอร์มอัพกับทั้งตัวช่วยการขับขี่และสมรรถนะของช่วงล่าง ผ่านพ้นไปได้สบายๆ
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 9
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 4
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 5
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 6
หลังจากตระการตากับทัศนียภาพ สถานที่ต่อไปคือไฮไลท์ของการเดินทางในครั้งนี้ซึ่งต้องนำ “ไดโนเสาร์ติดล้อ” มาใส่เรือเฟอรรี่บริเวณบ้านน้ำเค็ม จ.พังงา เพื่อไปยัง “เกาะคอเขา” โดยใช้เวลาข้ามจากฝั่งประมาณ 30 นาที
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 7
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 8
“เกาะคอเขา” ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน ใกล้กับอ.บ้านน้ำเค็ม จ.พังงา ด้วยการที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ในขนาดพื้นที่ยาว 15 กม. กว้าง 5 กม. มีป่าชายเลนผืนใหญ่ที่ทอดตัวทางทิศตะวันออกและหาดทรายขาวทางทิศตะวันตก ด้านความเจริญของวัฒนธรรมในอดีตจากการสันนิษฐานของนักโบราณคดี เดิมที่นี่เป็นเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทรของชาวอินเดีย จีน อาหรับ และมลายู เนื่องจากเป็นเมืองท่าค้าขายและที่จอดเรือหลบมรสุม บ่งบอกประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ที่มีมานานนับพันปี
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 10
เส้นทางบนเกาะแห่งนี้ค่อนข้างแคบ หลังจากยืดเส้นยืดสายมาจากเขาหน้ายักษ์ ก็เริ่มเข้าสู่สภาพเส้นทางจริงที่ใช้สำหรับพิสูจน์สมรรถนะของ “ไดโนเสาร์ติดล้อ” และชมความงดงามของพระอาทิตย์ตกดินบริเวณริมหาด ด้วยสภาพเส้นทางทรายที่พึ่งแห้งจากช่วงน้ำทะเลขึ้นไปหมาดๆ เพราะฉะนั้นไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าผิวสัมผัสจากพื้นทรายกับหน้ายางออเทอเรนของ BF Goodrich ขนาด 285/70 R17 จะพาให้รถคันนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งมากน้อยขนาดไหน
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 11
การใช้งานระบบ 4×4 Terrain Management System (TMS) ได้กลับมามีบทบาทโดยเป็นการใช้งานโหมดเดิมนั่นคือ โหมดโคลน/ทราย แต่เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากแบบ 4×4 High ให้มาเป็น 4×4 Low เนื่องจากมาการส่งผ่านแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 เพื่อช่วยในการตะกุยสภาพเส้นทางและฟันฝ่าอุปสรรคไปได้อย่างสบายๆ โดยผุ้ขับขี่ทำหน้าที่ควบคุมพวงมาลัยและใช้คันเร่งเท่านั้น
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 12
ที่ผ่านมานั้นเรียกว่ายังเป็นแค่ออร์เดริฟ์สำหรับภารกิจลุย จากนี้เป็นต้นไปถือว่าเป็นของจริง เส้นทางที่ใช้ยังคงอยู่บนเกาะคอเขา และไฮไลท์ของทริพนี้อยู่ที่ “สนามบินเก่า” ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นที่รกร้าง มีต้นสนและพรรณไม้นานาชนิดปกคลุมเกือบเต็มพื้นที่ก็ว่าได้ ที่แห่งนี้ทางทีมงานได้เนรมิตให้เป็นเส้นทางทดสอบความแกร่ง โดยสภาพเส้นทางนั้นมีทั้งหลุม บ่อ บนสภาพทางร่วนซุยของดินผสมทราย และที่ขาดไม่ได้คือ เนินกระโดด ที่จะทำให้ “ไดโนเสาร์ติดล้อ” ได้บินอีกครั้ง
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 13
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 14
และสำหรับการเดินทางทริพนี้ ไฮไลท์ไม่ได้อยู่แค่การบินเพียงอย่างเดียว เพราะระบบ Terrain Management System ยังมีตัวช่วยการขับขี่อีกหลายโหมด โดยการใช้งานจะมุ่งไปที่โหมดหญ้า/กรวดหิน (Grass/Gravel) ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับการขับขี่บนทางออฟโรดที่เป็นกรวดและพื้นผิวลื่น รวมถึงโหมดบาฮา (BAJA) การขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง ที่มาพร้อมโช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Suspention เพื่อซับแรงกระแทก
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 15
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 15
ดูจากสภาพเส้นทางก็ไม่น่าจะเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่ระบบขับเคลื่อนสองล้อนั้นไม่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปได้แน่นอน หนำซ้ำยังมีการจับเวลาต่อรอบเพื่อกระตุ้นอะดรีนาลีนของผู้ขับขี่ได้อีกไม่น้อย
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 16
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 17
การควบคุมรถ ทำได้ง่ายดาย หากมีการลื่นไถล ระบบจะช่วยทำให้การควบคุมรถกลับมายังทิศทางที่เหมาะสมได้อย่างง่ายดาย และระบบช่วงล่างที่ได้อัพเกรดโคอัพของ Fox Suspention ยังเข้ามาทำหน้าที่ลดอาการดีดสะดิ้งของระบบช่วงล่าง ในช่วงลงจากเนินกระโดดด้วยความเร็วกว่า 100 กม./ชม.นั้นก็ไม่มีการดีดหรือยันของโช๊คอัพเลยแม้แต่น้อย
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 20
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 18
เสร็จจากทดสอบแบบหนักหน่วงยังมีเส้นทางลุยหนักที่ทดสอบการใช้โหมดหิน (Rock) พร้อมกับ 4×4 Low สำหรับการปีนป่ายหินในทางลาดชัน โดยเป็นร่องวีและหาดทรายเดิมที่ลุยไปเมื่อวาน แต่คราวนี้เปลี่ยนเป็นเส้นทางที่มีความร่วนซุยมากกว่าเดิม และอาจต้องใช้งานระบบ Deferencial Lock ซึ่งทำหน้าที่ในการล๊อคเฟืองท้าย ซึ่งสภาพโดยรวมของเส้นทางนั้น พูดง่ายๆว่าเดินยังลำบาก
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 27
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 22
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 21
การใช้งานครั้งนี้เป็นการใช้งานระบบส่งกำลังแบบ 4LOW เป็นครั้งแรก หลังจากอยู่บนเกาะแห่งนี้มาก 1 วันเต็มๆ เส้นทางนั้นโหดจริง เรียกได้ว่า ถ้าไม่มีระบบช่วยเหลือและทักษะการใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อไม่มากพอ มีหวังต้องสียเวลากุ้รถขึ้นมาจากหล่มทราย
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 23
ช่วงนี้เองผมคาดหวังเล็กๆว่าคงต้องได้ใช้ Differrencial Lock แต่มีอันต้องอดเพราะสถานการณ์ยังไม่หนักพอที่จะทำให้เกินความสามารถของโหมดหิน (Rock) รวมถึงพละกำลังของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรไบเทอร์โบที่สร้างแรงบิดได้ถึง 500 นิวตันเมตร ก็ทำให้สภาพเส้นทางแบบนี้ดูคลายความโหดไปเยอะ
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 24
สุดท้ายซึ่งถือเป็นสถานที่ปิดทริพหลังจากพา “ไดโนเสาร์ติดล้อ” ข้ามเกาะกลับมายังฝัง ยังเหลือสถานที่อันซีนอีกหนึ่งแห่งนั่นคือ “กะปง แกรนด์ แคนยอน” จะใช้คำว่าธรรมชาติสร้างสรรให้เป็นประติมากรรมที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงต่ำไม่เท่ากันนั้นก็อาจจะพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์นี้เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งทำเหมืองแร่ในอดีต โดยมีการขุดหาแร่ดีบุกด้วยระบบเหมืองฉีด จึงทำให้มีกองทรายอยู่จำนวนมหาศาล ต่อมาถูกน้ำกัดเซาะจนพังทลายเป็นพื้นที่รูปร่างแปลกตากว่า 50 ไร่ จนดูคล้ายสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องลือในสหรัฐอเมริกา
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 24
การเดินทางเข้าชม “กะปง แกรนด์ แคนยอน” นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสภาพเส้นทางนั้นเสมือนกับการขับรถอยู่บนพื้นของแม่น้ำ ซึ่งหากเป็นช่วงฤดูฝน เส้นทางนี้จะถูกน้ำเข้ามาแทนที่ แม้ขณะเดินทางยังมีร่องรอยของระดับน้ำให้เห็นอยู่ทั้ง 2 ข้างทาง และบางช่วงยังมีน้ำขังและยังมีทรายร่วนๆแบบเดียวกับตอนที่ขับบนชายหาด โหมดการขับขี่โคลน/ทรายถูกเรียกใช้งานอีกครั้งหนึ่ง และทำงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 25
บทสรุปของ “Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey” นอกจากเป็นการทดสอบสมรรถนะแบบสุดโต่งของ Ford Ranger Raptorหรือ “ไดโนเสาร์ติดล้อ” ที่ผมให้เป็นคำขนานนามของพาหนะประจำทริพซึ่งทำให้รู้ว่าระบบ Terrain management System นั้นไม่ได้ประสบความสำเร็จในการขับขี่แบบบ้าระห่ำบนทางลุยเพียงอย่างเดียว ระบบรองรับแบบปีกนกอลูมิเนียมที่มาพร้อมกับการอัพเกรดสมรรถนะจาก Fox Suspention ก็โดดเด่นไปไม่น้อยการโหมดตัวช่วยขับขี่ต่างๆ ที่ช่วยให้คนขับไม่ต้องกลัวต่อหนทางในรูปแบบใด
ในส่วนของเส้นทางทั้งตื่นตา และตื่นใจ ซึ่งหากเห็นแต่ภาพอาจจะไม่เชื่อว่าความงดงามทั้งหมดที่ได้เห็นนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่แถบฝั่งอันดามันของประเทศไทย และการผจญภัยในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ผมต้องจดจำ
Ford Ranger Raptor The Mysterious Journey 26

เอ.พี.ฮอนด้า ชวนคนดังสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรม CBR Series Circuit Experience

0

เอ.พี. ฮอนด้า ชวนเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังของเมืองไทย และสื่อมวลชนกว่า 40 ชีวิต สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรม CBR Series Circuit Experience
บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด จัดกิจกรรม CBR Series Circuit Experience เชิญเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังของเมืองไทย และสื่อมวลชนมากกว่า 40 ชีวิต ลงสนามร่วมทดสอบขับขี่ CBR Series ในรูปแบบ Track Day ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 
ไม่เพียงแค่ยกขบวนที่สุดของมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีจากสนามแข่งซึ่งควบคุมได้ดั่งใจทั้งบนถนนและในสนามมาให้ลองกันแบบครบทั้งซีรีย์ เริ่มที่ Honda CBR1000RR Special, Honda CBR1000RR, New Honda CBR650R ไปจนถึง All New Honda CBR500R รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
แต่งานนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค มาอบรมแนะนำเทคโนโลยีรถตระกูล CBR ทั้ง 3 รุ่น เพื่อชี้ให้เห็นความต่างและจุดเด่นผลิตภัณฑ์ของรถตระกูล CBR ทั้งรุ่นที่มีรหัสลงท้ายด้วย R และลงท้ายด้วย RR กันแบบละเอียดยิบ
CBR Series Circuit Experience1
แถมท้ายด้วย Race Idol นักแข่งโมโต 2 ขวัญใจคนไทย ฟิล์ม-รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ รับหน้าที่เป็น Instructor พิเศษคอยให้คำแนะนำการขับขี่อีกด้วย
 

ทดสอบสมรรถนะ Honda Civic Turbo RS 2019 ที่มาพร้อมตัวช่วยความปลอดภัย Honda Sensing (ภาพ+คลิปวีดีโอ)

0

Honda Civic Turbo RS 2019 ซีดาน C-Segment ปรับโฉมล่าสุด มาพร้อมลุคสปอร์ตเต็มขั้น พร้อมติดตั้งระบบ Honda Sensing เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่นำมาจากซีดานรุ่นใหญ่ แต่ปรับราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้นพียง 20,000 บาท

ถือกำเนิดในตลาดรถยนต์โลกมาครบ 10 เจนเนอเรชั่น และรุ่นล่าสุดที่จำหน่ายในเมืองไทยก็กวาดยอดไปแล้วกว่า 70,000 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์ในกลุ่ม C-Segment เกินครึ่ง ซึ่งใช้เวลาล่าแต้มไปเพียง 2 ปีเศษ ในครั้งนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ ประเทศไทย จำกัด กระตุ้นยอดจำหน่ายอีกครั้งด้วยการปรับโฉมเพิ่มเติม และติดตั้งระบบ Honda Sensing เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ถูกหยิบยกมาจากซีดานรุ่นใหญ่ เปิดตัวไปในงานมหกรรมยานยนต์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
Honda Civic Turbo RS 2019 01
ในด้านรูปลักษณ์ของ Honda Civic Turbo RS 2019 ถือว่าเป็นการปรับแต่งเพิ่มเติมเต็ม ทั้งในส่วนของกันชนหน้าแบบใหม่ เพิ่มโลโก้ RS ที่หน้ากระจัง รับกับไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED ได้อย่างลงตัว เสริมมาดสปอรต์ด้วยล้อขนาด 17 นิ้วสีรมดำ ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)
Honda Civic Turbo RS 2019 02
Honda Civic Turbo RS 2019 03
Honda Civic Turbo RS 2019 ปรับลุคสปอร์ตให้กับห้องโดยสารด้วยการเย็บตะเข็บด้วยด้ายสีแดงที่เบาะนั่ง แผงข้างและพวงมาลัย รวมถึงเพิ่มปุ่มควบคุมที่ชุดเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว โดยในส่วนอื่นๆยังคงเหมือนรุ่นเดิม
Honda Civic Turbo RS 2019 04
Honda Civic Turbo RS 2019 05
Honda Civic Turbo RS 2019 06
ด้านขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ VTEC TURBO ขนาดความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับเชื้อเพลิงทางเลือกสูงสุด E20 รองรับความแรงด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลงเช่นกัน
Honda Civic Turbo RS 2019 07
ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยังคงอัดแน่น ได้แก่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลม, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSA, ระบบเบรก ABS มาพร้อมระบบเสริมแรง EBD ทั้งยังมีระบบล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อรีโมทอยู่ห่างตัวรถ กล้องมองภาพด้านหลังแสดงการทำงานผ่านจอทัชสกรีนปรับภาพได้ 3 มุมมอง และระบบแสดงมุมอับสายตา Honda LaneWatch
Honda Civic Turbo RS 2019 08
ระบบที่ถูกเสริมให้เป็นพระเอกใน Honda Civic Turbo RS 2019 มีชื่อเรียกว่า Honda Sensing ซึ่งเป็นการติดตั้งแบบยกมาทั้งชุดจาก Honda Accord Hybrid ประกอบไปด้วย
ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
Honda Civic Turbo RS 2019 09
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
Honda Civic Turbo RS 2019 10
ระบบเตือนและควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทาง (RDM with LDW)
Honda Civic Turbo RS 2019 11
ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันตามคันหน้า และปรับความเร็วตามคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF)
Honda Civic Turbo RS 2019 12
การทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้ใข้เส้นทาง กทม.-นครราชสีมา ระยะทางรวมกว่า 300 กม. การขับขี่ยังคงมั่นใจได้กับสมรรถนะของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ VTEC TURBO ที่เมื่อต้องการเรียกความแรง พละกำลัง 173 แรงม้าพร้อมแรงบิด 220 นิวตัน-เมตร ก็ตอบสนองได้ตามความต้องการ และเกาะถนนไปกับระบบช่วงล่างที่ให้การยึดเกาะแบบแน่นและหนึบ ซึ่ง Honda Civic Turbo RS 2019 นั้นไม่ได้รับการปรับแต่งสมรรถนะของขุมพลังและระบบช่วงล่างแต่อย่างใด
Honda Civic Turbo RS 2019 13
สิ่งที่โฟกัสไปกับการทดสอบในครั้งนี้อยู่ที่เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda Sensing ซึ่งได้สัมผัสตลอดระยะทาง
โดย 5 องค์ประกอบหลักๆนั้นไม่ได้ทดสอบเพียงอย่างเดียวนั่นคือ ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (ABH) เพราะเป็นการทดสอบในช่วงเวลากลางวันซึ่งระบบนี้จะทำหน้าที่เปลี่ยนการทำงานระหว่างไฟสูงและไฟต่ำให้อัตโนมัติ ซึ่งระบบนี้จะควบคุมไฟสูงต่อเมื่อไม่มีรถยนต์คันอื่นอยู่ด้านหน้า และไม่มีไฟส่องถนนเท่านั้น
ส่วนอีก 4 ตัวช่วยหลักเริ่มจาก ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS) จะช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมกับส่งเสียงเตือนดังขึ้น และจะสั่นพวงมาลัยเตือนเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่จะช่วยเบรคและเสริมแรงเบรคให้อัตโนมัติในกรณีเมื่อมีรถยนต์คันหน้า หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะที่ไม่ปลอดภัย
Honda Civic Turbo RS 2019 15
ต่อมาเป็น ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันตามคันหน้า และปรับความเร็วตามคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow) ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนระบบล๊อคความเร็วอัตโนมัติทั่วไปแต่จะพิเศษกว่าตรงที่หากรถคันหน้ามีความเร็วที่ช้า ระบบจะปรับลดความเร็วให้เท่ากับรถคันหน้าอัตโนมัติและจะทำการต่อเนื่องไปจนรถหยุดสนิท โดยประมวลผลผ่านกล้องและเรดาห์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ารถ
Honda Civic Turbo RS 2019 14
มาถึง ระบบช่วยให้รถอยู่ในช่องทาง (Lane Keeping Assist System – LKAS) กล้องด้านหน้าจะทำการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ เมื่อไหร่ที่รถเริ่มเบนออกนอกช่องทางจนกระทั่งล้อไปสัมผัสกับเส้นแบ่งช่องทาง ระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อควบคุมรถอยู่ภายในช่องทางปกติได้อย่างปลอดภัย
Honda Civic Turbo RS 2019 15
สุดท้ายเป็นระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning – RDM with LDW) ระบบนี้จะทำงานคล้ายกับระบบ LKAS โดยใช้กล้องด้านหน้ารถในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเหมือนเดิม แต่ถ้ารถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทาง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมสั่นเตือนที่พวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยเพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทาง และหากยังควบคุมไม่ได้ ระบบเบรกจะช่วยชะลอความเร็ว เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง
Honda Civic Turbo RS 2019 16
สำหรับการทดสอบสมรรถนะของ Honda Civic Turbo RS 2019 ด้านสมรรถนะเครื่องยนต์และระบบช่วงล่างนั้นยังเป็นฟิลลิ่งเดียวกับรุ่นปี 2018 แต่การติดตั้งเทคโนโลยี Honda Sensing นั้นทำให้ได้ความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งอุบัติเหตุในกรณีที่ประมาทหรือเลิ่นเล่อก็จะผ่อนจากหนักให้เป็นเบาหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็เป็นไปได้
ด้านราคาจำหน่ายที่ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมมาเพียง 20,000 บาท นั้นเป็นอะไรที่สุดคุ้มหากเทียบกับอุปกรณ์ที่ได้รับการติดตั้งมาใหม่ ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปลักษณ์ของ Honda Civic Turbo RS 2019 ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ยังมีตัวช่วยการขับขี่ที่ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย
Honda Civic Turbo RS 2019 17
ข้อมูลเทคนิค Honda Civic Turbo RS 2019
เครื่องยนต์: เบนซินแบบ 4 สูบนอน ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า
ความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.): 1,498
กำลังสูงสุด (แรงม้า ที่ รอบ/นาที): 173/5,500
แรงบิดสูงสุด(นิวตัน-เมตร ที่รอบ/นาที): 220 /1,700-5,500
ระบบส่งกำลัง: อัตโนมัติซีวีที พร้อมแพดเดิลชิฟท์
ระบบขับเคลื่อน: 2 ล้อหน้า
เบรก (หน้า/หลัง): ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบกันสะเทือน (หน้า/หลัง): อิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท/ มัลติลิงค์
ยาว/กว้าง/สูง (มม.): 4648/1799 /1416
ราคา (บาท) : 1,219,000
ตัวแทนจำหน่าย : บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ ประเทศไทย จำกัด

'BMF 2019' จัดหนัก! โปรฯ แรง เพื่อคนรักมอ'ไซค์

0

เปิดฉาก “BMF 2019” สู่ทศวรรษที่ 2 ยิ่งใหญ่ จัดหนัก! โปรฯ แรง เพื่อคนรักมอเตอร์ไซค์
ช้อปสบายใจ มอบส่วนลดพิเศษตั้งแต่หลักพันยันเฉียดแสนบาท 13-17 นี้ ที่เซ็นทรัล เวิลด์
เปิดฉากเทศกาลเพื่อคนรักมอเตอร์ไซค์ไบค์อย่างยิ่งใหญ่ “แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 11” บิ๊กไบค์ 16 ค่ายส่งโปรฯ แรง ร่วมกระหึ่ม! ดาวน์น้อยผ่อนนาน ดอกเบี้ยต่ำสุดๆ มอบของแถมมากมาย และส่วนลดมูลค่าตั้งแต่หลักพันบาทยันเฉียดหลักแสนบาท ชมฟรี! ช้อปสบายใจ จัดระหว่าง 13-17 นี้ ที่เซ็นทรัล เวิลด์ ราชประสงค์
BMF2019-02
แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 11 (Bangkok Motorbike Festival 2019 หรือ BMF 2019) สุดยอดเทศกาลมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ride Identities : สะท้อนตัวตนแห่งการขับขี่” ขนค่ายมอเตอร์ไซค์ชั้นนำ 16 แบรน์ และร้านค้าอุปกรณ์ตกแต่ง คอลเลคชั่นแต่งกายกว่า 90 บู๊ธ คาดการณ์ว่า จะมียอดจองรถภายในงานกว่า 500 คัน 

โปรโมชั่นพิเศษภายในงาน อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 3.2% ส่วนลดมูลค่าตั้งแต่พันบาทยันหลักเฉียดแสนบาท รวมถึงของแถมมากมาย อาทิ ฟรีพรบ. ฟรีจดทะเบียน ฟรีประกันภัย แถมหมวกกันน็อค แถมเสื้อผ้าชุดแต่งกาย ร้านค้าอุปกรณ์ตกแต่งและคอลเลคชั่นแต่งกาย มอบส่วนลดตั้งแต่ 30% – 80% 

พลาดไม่ได้! ผู้เข้าชมงานสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ พร้อมถ่ายภาพคู่กับโลโก้งาน หรือ Mascot ยักษ์เขียวของงาน แล้วใส่ #BMF2019 โพสท์ลงในสื่อ social media แล้วนำมาแสดงเพื่อแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษที่จุดประชาสัมพันธ์ของ Bangkok Motorbike Festival

“แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 11” (Bangkok Motorbike Festival 2019)
จัดระหว่าง 13-17 กุมภาพันธ์ 2562  ณ บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ (ราชประสงค์)
ชมฟรี! ช้อปสบายใจ ทั้งรถมอเตอรไซค์และตลอดงาน

BMF2019-07
ค่ายมอเตอร์ไซค์ที่เข้าร่วมงาน
ทั้งหมด 16 แบรนด์ ประกอบด้วย Kawasaki, HARLEY-DAVIDSON, BMW, Suzuki, Honda Cub house, BENELLI, YAMAHA, TRIUMPH RAMA9, MV AGUSTA, ROYAL ENFIELD, BCM, Indian Motorcycle, Zero Engineering
ร้านค้าอุปกรณ์ของตกแต่ง คอลเลคชั่นชุดแต่งกายกว่า 40 แบรนด์ชั้นนำจากกลุ่มผู้ประกอบการชาวไทยและจากต่างประเทศ ที่มาร่วมออกบู๊ธจำหน่ายสินค้ากว่า 90 บู๊ธ
BMF2019-06
กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน
– กิจกรรมเวิร์คช็อปเทคนิคการขับขี่มอเตอร์ไซค์กับนักแข่งชื่อดังเมืองไทย อย่าง “ติ๊งโน๊ต-ฐิติพงศ์ วโรกร”
– การประกวดแต่งรถ Bangkok Custom Bike Competition ที่เปิดเวทีให้นักออกแบบตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์ชาวไทยได้แสดงฝีมือ
– กิจกรรมทอล์กโชว์จากนัก Custom Bike จากต่างประเทศ

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชวน Honda Club ดูหนัง “Friend Zone”

0

รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเล่นใหญ่ ชวน Honda Club ดูหนัง “Friend Zone”
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า หนี่งในผุ้สนับสนุนหลักของภาพยนตร์เรื่อง “Friend Zone ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน” จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปิดโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิล์ด ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิล์ด ชวนสมาชิกชาว Honda Club กว่า 300 คน ดูภาพยนตร์ “Friend Zone ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน” รอบพิเศษก่อนใคร  เรียกว่าเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวก่อนวันฉายจริงถึง 2 วัน
Friend Zone-02
ติดตามกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่าง ๆ มากมาย ที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้จัดเตรียมไว้กับชาวฮอนด้าคลับได้ทาง Line Application :  @hondamotorcycleTH และ Facebook Fan Page : รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) https://www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/