Home Blog Page 563

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (21 พฤษภาคม 2560)

0

AUTO WORLD TV

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม 2560
เวลา 14.30 – 15.00 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

“อีซูซุ” จัดคาราวาน “พลังดี…เปลี่ยนโลก” ลุยทางวิบาก ไปบริจาคเงิน สิ่งของ พร้อมมอบ “อีซูซุ วี-ครอส 4×4” ให้กับโรงเรียน ตชด. บ้านทิไล่ป้า สังขละบุรี

0

จากอุดมการณ์อันแรงกล้าของ “ตำรวจตระเวนชายแดน” (ตชด.) ที่เริ่มต้นจากคำว่า “เสียสละ” คำๆ นี้ คอยย้ำให้พวกเขาระลึกตลอดเวลาว่า ความผาสุกของประชาชน และความร่มเย็นของแผ่นดิน อยู่เหนือชีวิตและความเหนื่อยยากของตำรวจตระเวนชายแดนทุกคน เสียงสะท้อนของความดีที่แผ่ขยายมาจากผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรของเหล่า ตชด.กองร้อยที่ 13 บ้านทิไล่ป้า อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่สุดเขตชายแดนฝั่งตะวันตกของไทยที่แสนทุรกันดาร ทำให้อีซูซุเดินหน้าสานต่อกิจกรรมคาราวาน “พลังดี…เปลี่ยนโลก” ต่อไป

กลุ่มตรีเพชร นำโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยสมาชิกชมรมผู้จำหน่ายอีซูซุรุ่นใหม่ และพนักงานกลุ่มตรีเพชร จัดกิจกรรมคาราวานอีซูซุ วี-ครอส 4×4 “พลังดี…เปลี่ยนโลก” นำอีซูซุ วี-ครอส 4×4 จำนวน 10 คัน ฝ่าฟันเส้นทางสุดยากลำบากของพื้นที่บ้านทิไล่ป้าในเขตป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งได้ชื่อว่าโหดและทรหดที่สุดในยามหน้าฝน ระยะทางกว่า 60 กม.จากตัวอำเภอนั้นต้องใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมง ขับผ่านเส้นทางอันแสนวิบาก ทั้งทางฝุ่น ทางหิน ร่องลึก ทางแคบลาดเอียง และข้ามธารน้ำกว่า 20 แห่ง เพื่อไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเหล่า ตชด. ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังรักษาผืนป่าเขตชายแดน ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ และชาวบ้านในชุมชนในฐานะ “ครู” อย่างไม่ย่อท้อ

กิจกรรมในครั้งนี้ยังมีการมอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียน ตชด. กองร้อยที่ 13 บ้านทิไล่ป้า เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทั้งครูซึ่งเป็นตำรวจตระเวนชายแดน นักเรียนกว่า 200 คน และชุมชนใกล้เคียง โดยการปรับปรุงหลังคาอาคารเรียน สร้างกำแพงรอบอาคารโรงอาหาร จัดสร้างฝายทดน้ำ พร้อมมอบอุปกรณ์สนับสนุนการศึกษา และเลี้ยงอาหารกลางวัน โดยเงินช่วยเหลือโรงเรียนและชุมชนครั้งนี้ ได้รับเงินสนับสนุนจากท่านผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 874,980 บาท

อีกทั้งยังได้เซอร์ไพรส์มอบรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ “อีซูซุ วี-ครอส 4×4” พร้อมอุปกรณ์ออฟโรดให้กับทางโรงเรียนเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการขนส่งเด็กนักเรียนและชาวบ้าน ท่ามกลางความปิติตื้นตันใจของทั้งคณะครูตำรวจตระเวนชายแดนและบรรดาเด็กนักเรียน

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “การเดินทางในครั้งนี้ทำให้พวกเราได้สัมผัสกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตของพวกท่านได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีใครเดินทางมาถึง และแม้จะเข้ามาในเขตพื้นที่หมู่บ้านแล้ว ก็ยังคงประสบกับความยากลำบากในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเดินทางที่เต็มไปด้วยบ่อโคลน ลำธารกลางป่า ขาดแคลนทั้งสิ่งของอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่างๆ”

คุณวิชัย กล่าวเสริม “ในนามกลุ่มอีซูซุต้องขอขอบพระคุณและชื่นชมในความเสียสละของเหล่า ตชด. กองร้อยที่ 13 ทุกท่าน การเดินทางด้วยใจของพวกเรากลุ่มอีซูซุครั้งนี้อาจช่วยเหลือทุกความยากลำบากให้หมดไปจากพื้นที่นี้ไม่ได้ แต่พวกเราขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจที่สะท้อนพลังความดีและเสียสละของพวกท่าน กลับไปเป็นแรงใจให้พวกท่านได้ปฏิบัติภารกิจต่อไปไอย่างเต็มภาคภูมิ”

บ้านทิไล่ป้า อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่สุดเขตชายแดนมีประชากรทั้งชาวไทย และชนกลุ่มน้อยที่ไม่มีสัญชาติราว 500 คน โดยเป็นเด็กนักเรียนประมาณ 200 คน ทุกคนศึกษาเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิต และการเอาตัวรอดจากครู ตชด. ในพื้นที่ที่มีเพียง 6 คน และเจ้าหน้าที่ประจำสุขศาลาอีกเพียง 1 คน ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสถานีอนามัยกลางของชุมชนเท่านั้น ในฤดูฝนหรือหน้าน้ำหลาก ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตที่ยากลำบากมาก เส้นทางคมนาคมตัดขาดจากความสุขสบายทั้งมวล มีเพียงโรงเรียน ตชด. บ้านทิไล่ป้าแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของทุกอย่าง หน้าที่ของตำรวจตระเวนชายแดนจึงมิใช่เพียงแค่จับปืนเพื่อปกป้องผืนป่าตามเขตชายแดนเท่านั้น หากยังจับชอล์คเขียนกระดานดำเพื่อให้ความรู้ เป็นพ่อครัวให้แก่โรงเรียน และถือเข็มฉีดยาเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากให้แก่คนในพื้นที่ที่น้อยคนนักจะเข้าถึง รถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ “อีซูซุ วี-ครอส 4×4” จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนที่นี่ดีขึ้น

เพื่อส่งเสริมพลังความดี ไม่ให้จางหายไปจากสังคมไทย กลุ่มอีซูซุได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางจัดทำและเผยแพร่ภาพยนตร์สั้น ชุด “วีรบุรุษ…ชายแดน” เรื่องราวความเสียสละของตำรวจตระเวนชายแดนแห่งพื้นที่ชายแดนไทย ผ่านสื่อโซเซียลเน็ตเวิร์ค ภายใต้แนวคิด “พลังดี…เปลี่ยนโลก” โดยทุกท่านที่สนใจสามารถติดตามเรื่องราวความดีครั้งนี้ ได้ที่ www.isuzu-tis.com

“Honda Jazz 2017” ราคาเดิม เติมแต่งรูปลักษณ์ใหม่

0

แฮทช์แบ็กยอดนิยม ปรับรูปลักษณ์ใหม่ มากับความทันสมัยรอบคัน ห้องโดยสารปรับเปลี่ยนได้ 4 รูปแบบ เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ขุมพลัง I-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 117 แรงม้า มีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา และ อัตโนมัติซีวีที พร้อม แพดเดิลชิฟท์ ติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน ทุกรุ่นยังคงราคาจำหน่ายเดิม

ถือเป็นการต่อยอดจากเจนเนอเรชั่นที่ 3 หลังจากเปิดตัวไปเมื่อปี 2557 ด้วยการนำ Honda Jazz รถแฮทช์แบ็กรุ่นยอดนิยมมาปรับปรุงรูปลักษณ์เพิ่มเติมความโฉบเฉี่ยว และ ทันสมัย ด้วยการเปลี่ยนแปลง กระจังหน้าและกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ติดตั้งไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED

พิเศษกับการแนะนำรุ่น RS ที่มีเอกลักษณ์สไตล์สปอร์ตรอบคัน มากับล้ออัลลอยดีไซน์ดุขนาด 16 นิ้ว รวมถึงทำสีภายนอกใหม่ในชื่อเรียก “สีส้มฟีนิกซ์”

พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย เบาะนั่งเป็นแบบอัลตร้าซีทสีดำลายใหม่ พับและปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้ถึง 4 รูปแบบ พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ส่วนในรุ่น RS ได้รับการตกแต่งสไตล์สปอร์ด้วยด้ายสีส้ม

Honda Jazz 2017 ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น มาตรวัดเรืองแสง พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย พร้อมการเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่าน HDMI

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง มี 2 ทางเลือก ได้แก่ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และ เกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 จังหวะ ซึ่งยังคงการขับขี่ที่สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบช่วยขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ECO Assist ซึ่งยังเลือกประหยัดด้วยการรองรับพลังงานทางเลือก E85

มาตรฐานความปลอดภัยมีมาให้ครบครัน อาทิ โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และกล้องส่องภาพด้านหลัง 3 ระดับ

Honda Jazz 2017 มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี สีใหม่ คือ สีส้มฟีนิกซ์ (มุก) ส่วนสีที่เหลือได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวออร์คิด (มุก)

นอกจากนี้ยังแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 6 รุ่น พร้อมยังคงราคาจำหน่ายเดิมคือ รุ่น RS+ ราคา 754,000 บาท รุ่น RS ราคา 739,000 บาท รุ่น V+ ราคา 694,000 บาท รุ่น V ราคา 654,000 บาท รุ่น S CVT ราคา 594,000 บาท และรุ่น S MT ราคา 555,000 บาท

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดรายการส่งเสริมการขายด้วยแคมเปญออนไลน์ “DO IT WITH MY JAZZ” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ลูกค้าจะได้ร่วมถ่ายทอดการใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัดในสไตล์ของคุณเองกับ Honda Jazz ผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมติด hashtag #doitwithmyjazz และ #newhondajazz แล้วตั้งค่าเป็นสาธารณะ (Public) เพื่อร่วมสนุกและลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษจาก ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 2560

Tuff Stuff ท้านักรีวิว ลองโฟมทำความสะอาดมหัศจรรย์ ชิงรางวัลกว่า 3 หมื่นบาท

0

TUFF STUFF (ทัฟ สตรัฟ) สเปรย์โฟมทำความสะอาดอเนกประสงค์ 

เหมาะสำหรับ 
เบาะผ้า และหนังรถยนต์ ไวนิล พรม โครเมี่ยม ไม้ เหล็ก กระเบื้อง สีผนังห้อง โฟเมก้า ฯลฯ

คุณสมบัติ 
ขจัด คราบ  สะอาดทันใจ ไม่ทิ้งรอย ด่าง ใช้ได้กับวัสดุหลายประเภท อาทิ เบาะผ้ารถยนต์ ไวนิล พรม โครเมี่ยม ไม้ เหล็ก กระเบื้อง สีผนังห้อง โฟเมก้า ฯลฯ
วิธีใช้
ฉีดทัฟ สตรัฟลงบนคราบสกปรก ทิ้งไว้ 15-30 วินาที แล้วเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด ( หรือขัดด้วยแปรงนุ่มๆในกรณีเป็นวัสดุมันเงา เช่น หนัง โฟเมก้า ฯลฯ )

ข้อแนะนำ
เขย่าขวดก่อนใช้งาน, ไม่ควรฉีดและปล่อยโฟมไว้จนแห้ง, ไม่ควรใช้กับวัสดุหนังแท้
บรรจุ  650 มล .


Tuff Stuff  ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชื่อดัง และได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ท้าให้ลอง โฟมมหัศจรรย์ พร้อมกับ รีวิวบน Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Instragram, Blog etc. ชิงเงินรางวัลสูงสุด 10,000 บาท และอีกมากมาย มูลค่ารวม 30,000 บาท เพียงท่านที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ง่ายๆเพียงทำตามขั้นตอนและกติกาด้านล่างดังนี้
กติกา
ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมตาม URL: http://bit.ly/2p09Ju3
ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องถ่ายทำการใช้งานของสินค้า Tuff Stuff ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ Tuff Stuff ทั้งก่อน และหลังการใช้งานอย่างชัดเจน โดยสื่อถึง “การใช้งานที่ง่าย ได้ประสิทธิภาพ และสารพัดประโยชน์” ในรูปแบบ บทความประกอบภาพนิ่ง, VDO , Gif Animation (ภาพเคลื่อนไหว) แบบใดแบบหนึ่ง
ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องทำการ รีวิว และเผยแพร่ บน Social Media ของท่าน อย่างน้อย 2 ช่องทาง
ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้อง มี Keyword สำคัญดังนี้คือ ผลิตภัณฑ์ Tuff Stuff , สินค้าจากสหรัฐอเมริกา, สเปรย์โฟมอเนกประสงค์, สเปรย์โฟมทำความสะอาดในการบรรยายใน รีวิว
ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องติดแฮชแท็ก 3 คำ ประกอบด้วย #TuffStuff , #สเปรย์โฟมอเนกประสงค์ ,#สเปรย์โฟมทำความสะอาด #สเปรย์โฟมTuffStuff ในตัวรีวิว
ส่งลิงค์ผลงานที่เผยแพร่กลับมาที่ E-mail : Ausorada.tal@aac.co.th และ Prechaya.ema@aac.co.th
รอการประกาศผลรางวัล
ผู้ร่วมกิจกรรมต้องกด Like เพื่อร่วมเป็น Fan ในหน้า STP Thailand
ผู้ร่วมกิจกรรมต้องใช้ Account ที่มีตัวตนจริงใน Facebook
สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2560 เวลา 17.00 น.
ประกาศผลวันที่ 11 สิงหาคม 2560
ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจะต้องสะดวกเข้ารับฟังการอบรมการใช้งานสินค้า และรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการรีวิวในวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 เวลา 13.30-15.30 น. ณ S&P Hall สุขุมวิท 26
ของรางวัล
รางวัลชนะเลิศ เงินสดจำนวน 10,000 บาท จำนวน  1 รางวัล และ Gift Set จากผลิตภัณฑ์ Tuff Stuff
รองชนะเลิศ อันดับที่ 1 เงินสดจำนวน 5,000 บาท จำนวน  2 รางวัล และ Gift Set จากผลิตภัณฑ์ Tuff Stuff
รองชนะเลิศ อันดับที่ 2 เงินสดจำนวน 2,000 บาท จำนวน  5 รางวัล และ Gift Set จากผลิตภัณฑ์ Tuff Stuff

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (14 พฤษภาคม 2560)

0

AUTO WORLD TV

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2560
เวลา 14.30 – 15.00 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

New Car: Mercedes Benz The E 350 e ซีดานรักษ์โลก เทคโนโลยีล้นคัน

0

ซีดานหรูขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ภายใต้แบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz” (อีคิว – อีเลคทริค อินเทลลิเจนซ์ บาย เมอร์เซเดส-เบนซ์)เคลมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 40 – 47.62 กิโลเมตร/ลิตร ปรับราคาเพิ่มจาก The E 220 d เพียง 100,000 บาท มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกเต็มคัน

The E 350 e มากับรูปลักษณ์สง่างามตามแบบฉบับของรถยนต์ตระกูลอี-คลาส เปิดตัวทั้งหมด 3 รุ่นได้แก่ The E 350 e Avantgarde มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED High Performance

ส่วนรุ่น The E 350 e Exclusive และ The E 350 e AMG Dynamic มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LEDประกอบด้วยหลอดไฟมากถึง 84 หลอด นอกจากนี้ยังมี ระบบส่องสว่างอัจฉริยะ (ILS – Intelligent Light System), ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (cornering light), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus)

The E 350 e AMG Dynamic พิเศษด้วยชุดแต่งรอบคันจาก AMG อาทิ โดยติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว กันชนหน้า หลัง และสเกิร์ตข้าง รวมถึงดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์ เบรกหน้า

ห้องโดยสารนั้นถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของค่ายรถตราดาวด้วยการคว้ารางวัลจากงาน “Automotive Interiors Expo Awards” ประจำปี 2016 ในด้าน “ห้องโดยสารยอดเยี่ยมสำหรับรถยนต์ที่ผลิตเพื่อการจัดจำหน่ายจริง (the best interior of a standard-production automobile)” และ “นวัตกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี” จากผลงานการออกแบบแผงควบคุมระบบสัมผัสบนคอพวงมาลัยในรถยนต์ The E-Class อีกด้วย ทำให้ห้องโดยสารดูกว้างขวางและเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย พร้อมดีไซน์เบาะที่นั่งตอนหลังซึ่งสามารถพับลงแบบ 1/3 และ 2/3 เพื่อความสะดวกในการบรรจุสัมภาระ

ภายในของ The E 350 e Avantgarde และ The E 350 e Exclusive ได้รับการตกแต่งสไตล์หรูหรา มากับเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง nappa

ขณะที่ The E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับเบาะนั่งหุ้มหนัง nappa, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง nappa

มาถึงเรื่องของจอแสดงข้อมูลในรุ่น The E 350 e Exclusive และ The E 350 e AMG Dynamic เป็นแบบ widescreen cockpit ส่วนรุ่น The E 350 e AMG Dynamic พิเศษด้วยการติดตั้งระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display)

ในส่วนของภาคบันเทิงThe E 350 e AMG Dynamic จะมาพร้อมกับระบบเสียง รอบทิศทาง Burmester® นอกจากนี้ ทั้ง 3 รุ่นยังมาพร้อมกับ ระบบ COMAND Online พร้อม Controller, ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad, ระบบสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เฉพาะภาษาอังกฤษ, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™) และ Android (Android Auto)

ทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบแผนที่นำทาง พร้อมเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี

The E 350 e ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1,991 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 440 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC PLUS) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

ด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยได้รับการติดตั้งระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด ด้วยระบบการช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless charging for mobile phone) โดย The E 350 e Avantgarde จะมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ

สำหรับ The E 350 e Exclusive และ The E 350 e AMG Dynamic ติดตั้งกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง รวมถึงระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ที่ติดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นนี้อีกด้วย

ราคาจำหน่ายของ The 350 e มีดังนี้

The E 350 e Avantgarde ราคา 3,490,000 บาท

The E 350 e Exclusive ราคา 3,790,000 บาท

The E 350 e AMG Dynamic ราคา 4,090,000 บาท

Testdrive: รถแฮทช์แบคกลุ่มอีโค่คาร์ 3 รุ่น 3 แบรนด์ดังแห่งปี 2017 (ภาพ+คลิปวีดีโอ)

0

การทดสอบในครั้งนี้ เรามีความต้องการนำเสนอถึงความคุ้มค่า คุ้มราคา ของรถยนต์แฮทช์แบคที่จัดอยู่ในกลุ่มอีโค่คาร์เฟสแรก ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลสุดท้าย ก่อนปิดมหาโปรเจคที่ลุล่วงมาเป็นเวลากว่า 5 ปีเต็ม สำหรับรถยนต์ที่เข้าข่ายมีทั้งหมด 3 รุ่น จาก 3 แบรนด์ดัง ได้แก่ Mazda 2, Nissan Note, และ Suzuki Swift RX II ผลการทดสอบนั้นจะมีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อรถยนต์ให้กับคุณ มากหรือน้อยเพียงใด www.autoworldthailand.com มีคำตอบครับ

มิติตัวถัง และ รูปลักษณ์

Mazda 2

Mazda 2 สำหรับรุ่นปรับปรุงล่าสุด ได้ปรากฏสู่สาธารณชนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและยังคงชูจุดเด่นในเรื่องการออกแบบ ภายใต้ Kodo Design SOUL of MOTION หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงาม มากับมิติตัวรถตามขนาดความยาว 4,060 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,470 มม.

ยังมีขนาดเท่าเดิมทั้งรุ่นแฮทช์แบค และ ซีดาน แต่รูปลักษณ์ได้รับการปรับแต่งในส่วนของไฟหน้า LED Projector และไฟ Day Time Running Light แบบ LED ดีไซน์ใหม่ รวมถึงไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมกรอบโครเมี่ยม และกระจกมองข้างที่มีการติดตั้งไฟเลี้ยวในตัว

รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือลวดลายของล้อกระทะล้อและอัลลอยที่มีทั้งขนาด 15 นิ้วหุ้มยาง 185/65 R15 และขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 185/60 R16

NISSAN NOTE

NISSAN NOTE ถือกำเนิดมาในรูปแบบของรถแฮทแบครุ่นสุดท้องในกลุ่มอีโค่คาร์เฟสแรก ซึ่งมีตัวถังใหญ่สุดในกลุ่ม ด้วยขนาดความยาว 4,105 มม. กว้าง 1,695 มม. และสูง 1,535 มม. ในขณะที่มีระยะฐานล้อยาวถึง 2,600 มม. พร้อมน้ำหนักตัวโดยรวม 1,061 กก.

NOTE มากับรูปลักษณ์ที่ให้ความโฉบเฉี่ยว ออกแบบเส้นสายได้โดดเด่นภายใต้เอกลักษณ์เฉพาะของนิสสัน กระจังหน้าเป็นแบบ V-Motion ในรุ่นท๊อพ (VL) สะดุดตาไปกับโคมไฟแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม LED Signature Light ซึ่งสามารถปรับระดับของลำแสงได้ตามความต้องการ

เส้นสายด้านข้างสะท้อนถึงความสปอร์ต พลิ้วไหว และมีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม โดยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (CD) ต่ำสุดเพียง 0.30 มือจับประตูเพิ่มความหรูหราด้วยสีโครเมียม กระจกข้างทำสีเดียวกับตัวรถซึ่งพับและปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมติดตั้งไฟเลี้ยวที่ฝาครอบ ส่วนมุมมองด้านท้ายรถสวยงาม ติดตั้งไฟท้าย LED แบบ Signature รูปทรงบูมเมอแรง พร้อมไฟเบรกแบบ LED สำหรับ เสริมลุคสปอร์ตด้วยการติดตั้งสปอยเลอร์บนหลังคา


Suzuki Swift RX-II

ถือเป็นการปรับโฉมครั้งที่ 5 หลังจากที่อีโค่คาร์โมเดลนี้ได้กำเนิดในประเทศไทยเมื่อปี 2012 และสามารถกวาดยอดจำหน่ายทั่วโลกไปแล้วกว่า 5 ล้านคัน แต่ในครั้งนี้ คอนเซปต์การตกแต่งคือ “ล้ำ…ที่สไตล์ สุด…กับทุกฟังค์ชั่น” ยังคงเป็นการปรับแต่งไม่มากสักเท่าไหร่ ทั้งนี้ทีมงานซูซูกิได้ให้ข้อมูลชัดเจนว่าเป็นผลจากการสำรวจตามความต้องการของผู้บริโภค

รูปลักษณ์ของ Suzuki Swift RX-II ยังถือว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสักเท่าไหร่นัก ความโดดเด่น สะดุดตา มาในรูปแบบของออฟชั่นที่ถูกติดตั้งเพิ่มเติม อาทิโคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ HID ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ได้ปรับใหม่มาพร้อมไฟ LED เปิด-ปิดตามการทำงานของไฟหรี่ ด้านบนหลังคามีเสาอากาศในรูปแบบของครีบฉลาม

Suzuki Swift RX-II มากับขนาดตัวถังที่มีความยาว 3,850 มม. กว้าง 1,695 มม. และสูง 1,510 มม. ติดตั้งล้อแมกลาย 5 ก้านคู่สี Gun Metallic ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 185/55 R16 ซึ่งถือเป็นตัวชูโรงที่ทำให้ Suzuki Swift RX-II ดูสปอร์ต ดุดัน ขึ้นมาทันที แต่หากใครที่ติดตามรถยนต์โมเดลนี้จะสังเกตุได้ว่ารถคันนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง Swift RX กับ Swift SEI และทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัวทีเดียว

ห้องโดยสาร และ ออฟชั่น

MAZDA 2

สำหรับการตกแต่ง Mazda 2 เติมเต็มให้แปลกตาด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบเดียวกับ Mazda 3 MY 2017 มาพร้อมกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยหนังแท้ จัดวางสวิทต์ควบคุมการใช้งานระบบต่างๆให้ใกล้มือและใช้งานง่ายตามหลัก HMIหรือ Human Machine Interface

เบาะนั่งเป็นแบบกึ่งหนังแท้สีดำเย็บด้ายสีแดง เบาะนั่งด้านหลังปรับพับได้แบบ 60/40

ติดตั้งจอแสดงความเร็ว Active Driving Displayแบบสี พร้อมตกแต่งภายในแบบ Two-tone Color Decoration

ฟังค์ชั่นล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับสูงและได้ชูเป็นจุดเด่น คือระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control (GVC) ทำหน้าที่ในการควบคุมแรงบิดเครื่องยนต์เพื่อความแม่นยำในการถ่ายทอดกำลังลงล้อ ส่งผลให้การขับขี่ทุกทางโค้งเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังมีส่วนช่วยลดอาการโคลงของตัวรถได้อีกด้วย

NISSAN NOTE

ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ทำให้ชีวิตดูง่ายและทันสมัย รวมถึงระยะฐานล้อยาวสุดในกลุ่ม อีกทั้งประตูผู้โดยสารด้านหลังเปิดได้กว้างถึง 85 องศา ส่งผลให้ NOTE เข้า-ออก ห้องโดยสารได้อย่างสะดวก ภายในกว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีดำ และแตกต่างด้วยวัสดุสีเงิน เช่น หัวเกียร์ ฐานเกียร์ ขณะที่คอนโซลกลางเป็นสีเปียโน แบล็ค

เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าสีดำแต่งขอบสีเบจ ในส่วนของเบาะด้านผู้ขับขี่สามารถปรับสูง-ต่ำ ให้เหมาะสมกับสรีระ พร้อมช่องเก็บของด้านหลัง สำหรับเบาะหลังปรับแยกแบบ 60 : 40 พวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต แบบ D-Shape ปรับสูงต่ำได้ ติดตั้งระบบมัลติฟังก์ชั่นควบคุมการทำงานของเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ชุดแดชบอร์ดติดตั้งมาตรวัดเรืองแสงอัจฉริยะมัลติฟังก์ชัน ดิสเพลย์ (MID) แสดงข้อมูลการขับขี่ แสดงระยะการเข้ารับบริการ อุณหภูมิภายนอก นาฬิกาดิจิทัล เสียงสัญญาณเตือนลืมปิดไฟหน้า ระบบเตือนเมื่อลืมกุญแจ มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

ในส่วนระบบความบันเทิง ติดตั้ง วิทยุ ซีดี เอ็มพี 3 แบบ 1 แผ่น หน้าจอ LED แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อ AUX, USB, Bluetooth และช่อง AV-in , HDMI ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ Bluetooth

SUZUKI SWIFT RX-II

ภายในยังคงความสปอร์ตไว้ครบถ้วน ทั้งลวดลายของเบาะนั่ง และ แผงข้าง ในขณะที่เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระ

พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังค์ชั่น ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและสวิทช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง พร้อมกับติดตั้งระบบแพดเดิล ชิฟท์ เพื่อการขับขี่ที่สนุกสนาน

มาตรวัดทรงกลมแต่งขอบด้วยวัสดุสีเวินตามแนวโค้งพร้อมฟังก์ชั่นปรับแสงอัตโนมัติ ช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้น ทั้งยังมีจอแสดงผลแบบ MID (Multi Information Display) แสดงผลนาฬิกา, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน, ค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันต่อระยะทาง, ระยะทางการขับขี่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน


คอนโซลกลางติดตั้งระบบเครื่องเสียงแบบดิจิตอล และมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแสดงผลในรูปแบบดิจิตอล

ขุมพลัง และ ระบบช่วงล่าง

MAZDA 2

ขุมพลังของ Mazda 2 เป็นเครื่องยนต์เบนซินใช้ชื่อเรียกว่า SKYACTIVE-G ขนาดความจุ 1,299 ซีซี แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 93 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 123 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาทีโดยเคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ที่ 23 กม./ลิตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ต่ำเพียง 100 กรัม/กม.

ระบบส่งกำลังเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-DRIVE พร้อมโหมด รวมถึงติดตั้งระบบแพดเดิล ชิฟท์ที่พวงมาลัย ในด้านของระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม

NISSAN NOTE

ขุมพลังเป็นบล๊อกเดียวกับ March และ Almera ในรูปแบบของเครื่องยนต์เบนซินรหัส HR12DE แบบ 3 สูบ แถวเรียง DOHC 12 วาล์ว CVTC (Continuously Variable-valve Timing Control) ขนาด 1,198 ซีซี มาพร้อมกับหัวฉีดอีเลคทรอนิคส์ มัลติพอยท์ (ECCS) 32 บิท ให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที พ่วงระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop) ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น


ระบบเกียร์เป็นแบบ XTRONIC CVT D-Step Logic ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้นุ่มนวล แต่ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและตอบสนองทันใจ รวมถึงติดตั้งระบบรองรับด้านหน้า อิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง ทอร์ชัน บีม พร้อมเหล็กกันโคลง

SUZUKI SWIFT RX-II

ติดตั้งเครื่องยนต์รหัส K 12 แบบเบนซิน 4 สูบ ขนาดความจุ ขนาด 1.25 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับเชื้อเพลิง อี 20


ระบบส่งกำลังติดตั้งชุดเกียร์ CVT แบบ 7 จังหวะ และระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม

ราคาจำหน่าย

MAZDA 2 ราคา 670,000 บาท

NISSAN NOTE ราคา 640,000 บาท

SUZUKI SWIFT RX-II ราคา 599,000 บาท

คุยหลังขับ

ข้อมูลโดยรวมของรถแฮทช์แบคในกลุ่มอีโค่คาร์ทั้ง 3 คันได้บรรยายไว้เสร็จสรรพ จะเหลือก็แต่สมรรถนะการขับขี่และเทคโนโลยีตัวช่วยต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเรามีทัศนะจาก 3 สื่อมวลชนผู้คว่ำหวอดในการทดสอบรถยนต์มาพูดคุยแบบเจาะลึก ติดตามได้จากคลิปวีดีโอนี้ครับ

“Superclub Supercompact” สนามแรก รถแข่งจากคาร์คลับร่วมประลองความเร็วทะลุ 300 คัน

0

“Superclub Supercompact” เป็นการรวบรวมเหล่าบรรดาคาร์คลับมาร่วมทำกิจกรรมการแข่งขัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน โดยภายในงานแบ่งรุ่นย่อยทั้งหมด 14 รุ่น และมีรถจากคาร์คลับเข้าร่วมในกิจกรรมมิตติ้งครั้งนี้มากกว่า 300 คัน ณ สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต

สำหรับกิจกรรมมิตติ้งในวันนั้นเริ่มทำการซ้อมและจับเวลาตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่าบรรดาคาร์คลับต่างๆ ได้ทยอยเข้ามาในสนามเพื่อเตรียมความพร้อมของรถแข่งและเตรียมความพร้อมของนักแข่งเอง โดยเริ่มวิ่งในรุ่น ES & EX YOURS FRIEND CLUB, WEEKEND RACE, OVERTAKE RACING CLUB, AE RAYONG ZONE& MY FRIEND RACE, SIAM RACING CLUB, AIMCO GT-PRO LIQUI MOLY RACING CLUB, KING OF SKYACTIV, KTN CLUB RACE, TORNTO CHALLENGE SERIES, HOMKAJORN SUAN KAFAE SUPER RETRO RACING, CIVIC FD CLUB RACE, KPM เตมัส FAMILY&มือใหม่หัดขับ T2, H.DRIVE TRACK DAY และ XEXDY RACING CLUB ซึ่งทั้ง 14 รุ่น

สำหรับรถจากคาร์คลับเข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้มากกว่า 300 คัน หลังจากที่ซ้อมและจับเวลาเสร็จแล้ว ช่วงเที่ยงยังมีกิจกรรม คาราวานคาร์คลับ โดยในคราวนี้ได้กลุ่มสวิฟ มาวิ่งเป็นคาราวานในสนามพีระอีกด้วย

จากนั้นช่วงบ่ายเป็นการเริ่มทำกิจกรรมอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนที่จะร่วมทำกิจกรรมในสนามนี้ ทางผู้บริหารของผลิตภัณฑ์ “Compact Brake” ถือว่าเป็นผู้สนับสนุนหลักของรายการ “Superclub Supercompact” อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้บริการของผลิตภัณฑ์ “Puma Bettery” และ “Puma Sport” ที่ร่วมเข้ามาถ่ายรูปเปิดเกมส์การแข่งขันในสนามนี้ด้วย

หลังจากที่ถ่ายภาพเสร็จการแข่งขันเริ่มขึ้น โดยเรียงลำดับรุ่นการแข่งขันตามลำดับรุ่นที่ทำการควอลิฟายและซ้อมนั้นเอง ระหว่างการแข่งขันในแต่ละรุ่น บรรดา “Superclub Angel” จำนวน 7 ชีวิตด้วยกัน นำทีมโดย “นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน” ได้เดินทักทายกับสมาชิกในคาร์คลับที่เข้ามาร่วมทำการแข่งขันในรายการนี้อย่างเป็นกันเอง ถือว่าเป็นมิตรภาพและความประทับใจอีกอย่างหนึ่งที่ทางรายการ “Superclub Supercompact” ได้จัดมาให้กับสมาชิกที่เข้ามาร่วมทำการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

เอ.พี. ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Rebel Republic” ปลดปล่อยตัวตน เปิดโลกแห่งการคัสตอม ใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเอง

0

ค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเอาใจสาวกผู้รักการขับขี่และหลงใหลการคัสตอมสองล้อคันโปรด จัดกิจกรรมสุดคูล “Rebel Republic” เชิญชวนเหล่านักบิดเข้ามาปลดปล่อยไอเดียสร้างสรรค์ บ่งบอกตัวตนความมีสไตล์ได้อย่างชัดเจน และเปิดสังคมแห่งการคัสตอม พร้อมร่วมชมงานศิลปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับบรรดาสตรีทอาร์ตตัวพ่อ และที่สำคัญยังได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ Honda Rebel รถคัสตอมบ็อบเบอร์ดีไซน์รุ่นล่าสุดของโลก

บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย พลิกโฉมรูปแบบการจัดงานของวงการสองล้อในบ้านเรา ผ่านการสรรค์สร้างกิจกรรมสุดคูลล่าสุด “Rebel Republic” ภายใต้สโลแกน คัสตอมแนวคิด…บ่งบอกตัวตนให้ชัดเจนที่สุด โดยยึดแลนด์มาร์กสำคัญหรืออีเว้นท์ใหญ่ ให้เป็นจุดนัดพบของเหล่าไบค์เกอร์ผู้หลงรักการขับขี่ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่มีความหลงใหลสองล้อซึ่งได้รับการตกแต่งดีไซน์ในสไตล์คัสตอมไบค์

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเอง ได้ปลดปล่อยตัวตน ความคิด เพื่อค้นหาไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างลงตัว จากการชมงานศิลปะแห่งการคัสตอมในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะในโซน “Customized Activity” ซึ่งจะมีเหล่าสตรีทอาร์ตหลากหลายแนวที่มีคาแร็คเตอร์โดดเด่นเป็นของตัวเอง พร้อมสาธิตวิธีการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ และจุดประกายไอเดียให้กับผู้ร่วมชมงานอย่างใกล้ชิด อาทิ Customized Paint โดย ตั้ง MQQNEYES BKK & เสือ Mr. Pinman, Customized D.I.Y. โดย TOP Kustompaint Mania และ Customized Sticker โดย ตั๊ก 10 OS รวมถึงร่วมประมูลหมวกกันน๊อคคัสตอมจากศิลปินได้ทุกวัน

ขณะเดียวกันหากชมแล้วมีข้อสงสัย ต้องการคำแนะนำแบบเจาะลึก สามารถเข้ามาที่โซน “Customized Life Talk” เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดการคัสตอมมอเตอร์ไซค์คันโปรด กับเหล่ากูรูแห่งการคัสตอมของเมืองไทย ได้แก่ พี่เอ๋อ 8080 Café, น๊อต Zeus Custom(จ.ขอนแก่น) และ ต้น Up Bike Custom (จ.เชียงใหม่)

นอกจากนี้ เอ.พี.ฮอนด้า ยังเปิดพื้นที่โซนพิเศษ สำหรับผู้ที่สนใจต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ Honda Rebel รถคัสตอมบ็อบเบอร์ดีไซน์รุ่นล่าสุดของโลก ภายในงานนี้ก็สามารถทดลองขับขี่กันได้อีกด้วย

กิจกรรมนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 13-14 พฤษภาคม 2560 ที่งาน Bangkok Hod Rod Custom Show 2017 ไบเทคบางนา วันที่ 19-21 พฤษภาคม 2560 ที่งาน Rubbers Rebel Ground 2017 ริมทะเลสาบเมืองทองธานี และวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2560 ที่กาดมาลิน จ.เชียงใหม่ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงาน “Rebel Republic” สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aphonda.co.th และ www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

“PORSCHE Panamera 4S Driving Experience 2017” กิจกรรมพิสูจน์สมรรถนะซาลูนสายพันธุ์สปอร์ต

0

ครั้งแรกกับการทดสอบสมรรถนะ PORSCHE PANAMERA 4S หลังจากที่เผยโฉมในงาน Bangkok International Motor Show 2017 กิจกรรมนี้ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด จัดเต็มกับรูปแบบของงาน โดยนำรถราคา 13.5 ล้านบาท มาให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะในสนามแข่งปทุมธานี สปีดเวย์ ไปดูกันครับว่ารถคันนี้จะเข้าไปครองใจแฟนพันธุ์แท้เจ้าชายกบได้มากน้อยเพียงใด

Porsche Panamera 4S ยังคงรูปโฉมเดิมไว้ ซึ่งส่งต่อการออกแบบจากรุ่น 911 โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในรูปแบบของรถซาลูนขนาดอลังการ มากับเส้นสายที่ให้อารมณ์ของรถสปอร์ต พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่ ลดความลาดเทของหลังคาให้ต่ำกว่าเดิมถึง 20 มิลลิเมตร ลดน้ำหนักตัวรถให้เบากว่าเดิมถึง 80 กิโลกรัม จากการใช้วัสุดอลูมิเนียมในการผลิตตัวถัง

ความโดดเด่นภายในห้องโดยสารมาจากความโอ่โถง หรูหรา แต่ยังคงความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว มีการติดตั้งระบบดิจิตอลซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกเพื่อให้ข้อมูลการใช้งานระบบต่างๆ เรียกว่า Porsche Advanced Cockpit ประกอบด้วยหน้าจอดิจิตอล 2 จอบริเวณชุดมาตรวัด ปรับรูปแบบการแสดงผลด้วยสวิตช์ควบคุมบริเวณพวงมาลัย

กลางคอนโซลมีมอนิเตอร์ขนาด 12 นิ้ว สั่งงานด้วยระบบสัมผัส หรือ Porsche Communication Management (PCM) สำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ ควบคุมการทำงานผ่าน Direct Touch Control ได้โดยง่าย ในตำแหน่งผู้โดยสารทางด้านหลังสามารถเพลิดเพลินกับจอทัชสกรีนขนาดใหญ่บริเวณด้านหลังหัวหมอนของเบาะนั่งคู่หน้า

Porsche Panamera 4S ติดตั้งเครื่องยนต์ เบนซิน V6 ขนาดความจุ 2.9ลิตร ให้กำลัง 440 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัทช์คู่ 8 จังหวะ หรือ PDK II อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในแวลาเพียง 4.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 289 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมอัตราบริโภคเชื้อเพลิงที่ 12.1-12.3 กม./ลิตร รวมถึงเป็นครั้งแรกที่ค่ายผู้ผลิตติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อหรือ permanent all-wheel drive system เพื่อเสถียรภาพการยึดเกาะถนนที่แม่นยำ

นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น ระบบช่วงล่างแบบถุงลม three-chamber air suspension, ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear axle steering, ระบบควบคุมการทำงานของตัวถัง electronic 4D Chassis Control รวมไปถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่เต็มพิกัด ทั้งยังเพิ่มเติมในส่วนของความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

สำหรับการทดสอบในรูปแบบของกิจกรรม PORSCHE Panamera 4S Driving Experience 2017 ได้แบ่งช่วงทดสอบออกเป็น 3 สถานี เพื่อจำลองการใช้งานจริงในด้านต่างๆ ได้แก่

สถานีBraking

ถือเป็นสถานีเริ่มต้น จากจุดสตาร์ทตรงไปยังช่องทางที่กำหนดไว้ เพื่อเบรกกะทันหันและหักหลบไปในจังหวะเดียวกัน ระบบช่วงล่างแบบถุงลม three-chamber air suspension ทำงานได้ดี แน่น หนึบ ด้านการยึดเกาะสอบผ่านสบายๆ ส่งผลใหการหยุดรถพร้อมกับควบคุมไปยังทิศทางที่ต้องการทำได้อย่างมั่นใจ

สถานี Handling

ต่อจากสถานีแรก เส้นทางต่อไปคือทางโค้งหลากรูปแบบ Panamera 4S ได้พัฒนาการตอบสนองของพวงมาลัยเพื่อการควบคุมรถที่แม่นยำ และ รวดเร็ว พร้อมกับติดตั้งระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) มีรูปแบบการขับขี่ที่สามารถเลือกใช้โหมด Comfort ไปจนถึง Sport โดยสัมผัสได้ถึงความแตกต่างพละกำลังที่มาจากเครื่องยนต์ และสมรรถนะช่วงล่างที่เกาะถนนหนึบ

สถานี Slalom

สำหรับรถที่มีมิติตัวถังขนาดใหญ่อย่าง Panamera 4S อาจจะดูอึดอัดไปสักนิดกับการขับขี่ในรูปแบบซิกแซก หรือ Slalom แต่เทคโนโลยีอัจฉริยะของระบบ Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง Rear axle steering หรือระบบควบคุมตัวถัง Porsche 4D Chassis Control ก็ทำงานช่วยเหลือกันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง น้ำหนักรถที่เบาลงถึง 80 กก. ส่งผลให้ด้านท้ายอาจเบาไปสักนิด แต่ด้วยระบบการควบคุมรถที่แม่นยำ ทำให้การทดสอบในรูปแบบนี้ทำได้อย่างสบายๆ

สำหรับ PORSCHE Panamera 4S Driving Experience 2017 ในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ได้รู้จักกับ ซาลูนพันธุ์สปอร์ต ในรูปแบบการขับขี่แบบเค้นสมรรถนะมากกว่าแบบใช้งานในชีวิตประจำวัน อารมณ์ โหด ดุ ของเครื่องยนต์ขนาด 2.9 ลิตร 440 แรงม้า ใช่ว่าจะควบคุมยาก เพราะระบบอัจฉริยะซึ่งเป็นตัวช่วยในการขับขี่ที่ Porsche ได้ทำการติดตั้งมาในรถคันนี้ทำให้การควบคุมทำได้อย่างง่ายด่าย แม่นยำ และปลอดภัย ราคาค่าตัว 13.5 ล้านบาทถ้าใจรักและเป็นแฟนพันธุ์แท้ คงยากที่จะปฏิเสธ