Home Blog Page 113

ไทยฮอนด้า เปิดตัว New Honda ADV160 4 เฉดสีใหม่ พร้อมเปิดโหมดท้าทาย ไปได้ทุกทาง

0

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว ‘New Honda ADV160’ ที่มาพร้อม 4 เฉดสีใหม่ เสริมความโดดเด่นโชว์ความเป็น SUV Bike มากกว่าเดิม ได้แก่ ‘สีเขียว Phenomenon Green’ ‘สีแดง Millennium Red’ ‘สีเทา Pearl Smoky Gray’ และ ’สีดำ Horizon Black’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Explore The Wild Urban เปิดโหมดท้าทาย ไปได้ทุกทาง’ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้

สีเขียว Phenomenon Green

สีแดง Millennium Red

New Honda ADV160 ได้รับการออกแบบให้มีความเท่ ในสไตล์ SUV Bike โดดเด่นมากกว่าเดิมด้วยโทนสีใหม่ เอาใจผู้ที่รักการผจญภัยด้วย ‘สีเขียว Phenomenon Green’ สะท้อนความเป็นตัวตนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายให้ได้ออกไปลุยบนเส้นทางในเมืองและบนเส้นทางธรรมชาติ รวมถึง ‘สีแดง Millennium Red’ ที่ตัดกับสีดำดูโฉบเฉี่ยว และทันสมัยมากขึ้น พร้อมกับ ‘สีเทา Pearl Smoky Gray’ และ ’สีดำ Horizon Black’ ที่เสริมความเท่ และดุดัน ดีไซน์สะท้อนความแกร่งในสไตล์ SUV Bike

New Honda ADV160 เทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าและไฟท้าย Full LED พร้อมไฟ Day Time Running Light (DRL) ที่เพิ่มความชัดเจนในการขับขี่ในทุกสภาพแสง และ Tapered Handlebar ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมรถ นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยยังได้รับการพัฒนาอย่างครบครัน ด้วยระบบเบรก ABS และล้อที่ออกแบบมาให้เกาะถนนดีเยี่ยม สามารถลุยได้ในทุกสภาพถนน พร้อมซับแรงกระแทกด้วย Twin Subtank ทำให้การขับขี่นุ่มนวลมากยิ่งขึ้น

New Honda ADV160 พร้อมลุยทุกเส้นทางด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ eSP+ 157 ซีซี 4 วาล์ว เร่งทันใจ ออกแบบมาให้สะดวกสบายต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยเบาะนั่งที่มีความสูงเพียง 780 มม. ช่วยให้ขึ้น-ลงสะดวก และระบบชาร์จไฟ USB Type A ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วยการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีระบบ Honda SMART Key และ Emergency Stop Signal (ESS) ที่เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์

สีเทา Pearl Smoky Gray

สีดำ Horizon Black

ไทยฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda ADV160 4 สีใหม่ ได้แก่ สีเขียว (Phenomenon Green) ,สีแดง (Millennium Red), สีเทา (Pearl Smoky Gray) และ สีดำ (Horizon Black) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในราคาแนะนำ 99,900 บาท ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda ADV160 ได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมผ่านรถยนต์พลังงานใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการขนส่งแห่งอนาคต ในงานขนส่งสัมพันธ์ 3 เหล่าทัพ ครั้งที่ 54

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ในฐานะผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ นำทีมพาร์ทเนอร์ฟลีทถ่ายทอดความรู้พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแนะแนวทางการขนส่งด้วยวิวัฒนาการและการใช้รถยนต์พลังงานทางเลือก ผ่านเทคโนโลยีล้ำหน้าและนวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อพัฒนากิจการในราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเตรียมความพร้อมในการขนส่งและการขับขี่แห่งอนาคตด้วยรถยนต์พลังงานทางเลือก พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่และสังคมไทยไร้คาร์บอน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทหารขนส่งเหล่าทัพอีกด้วย โดยภายในงานมีการจัดแสดงรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมถึงกิจกรรมทดสอบขับขี่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทดลองใช้งานและสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีการขับขี่รถยนต์ทางเลือกใหม่ ในงานขนส่งสัมพันธ์ 3 เหล่าทัพ ครั้งที่ 54 จัดขึ้นที่ นอร์ธเทิร์น รังสิต กอล์ฟคลับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำโดย นายสฤษดิ์พงษ์ เพ่งเล็งผล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาเครือข่าย นางสาวณธษา ทิพย์สม ผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่และโครงการพิเศษ และนายสรทรรศน์ เอกจริยวงศ์ ผู้จัดการแผนกฝึกอบรม เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการสัมมนาประจำปีของกรมการขนส่งของทั้งสามเหล่าทัพ ในหัวข้อ “เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่” โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรในภาคส่วนการขนส่งของทั้งสามเหล่าทัพได้รับองค์ความรู้ใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) โดยในงานขนส่งสัมพันธ์ 3 เหล่าทัพ ครั้งที่ 54 ในปีนี้ จัดขึ้นโดยกองทัพอากาศ นำโดย พลอากาศตรี ธีรพล สนแจ้ง เจ้ากรมขนส่งทหารอากาศ พลตรีสนอง แน่งอนงค์ เจ้ากรมขนส่งทหารบก และ พลเรือตรี สมบัติ จูถนอม เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ

การร่วมมือกันระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ และทั้งสามเหล่าทัพในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาคการขนส่งของทั้งสามเหล่าทัพให้ขับเคลื่อนสู่อนาคตอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในอุตสาหกรรมการขนส่งในประเทศไทย ผ่านการจัดแสดงนวัตกรรมอัจฉริยะและทดสอบสมรรถนะ ของรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้ง 6 รุ่น ขวัญใจคนไทย ทั้ง ALL NEW GWM TANK 300 HEV, ALL NEW GWM TANK 500 HEV, GWM ORA 07, GWM ORA Good Cat, GWM HAVAL H6 PHEV และ GWM HAVAL JOLION อีกทั้งยังเพื่อเป็นการส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายของรัฐบาล ในการก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และการใช้ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2573 อีกด้วย

Lamborghini Temerario ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่พร้อมลงสนาม! ชูระบบส่งกำลังเครื่องไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ 920 CV

0

ลัมโบร์กินี (Lamborghini) แบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูระดับโลกสัญชาติอิตาลี เปิดตัว “Temerario ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านสมรรถนะ ประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์ และความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น โดย Temerario นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (HPEV) ของลัมโบร์กินี หลังจากเปิดตัว Revuelto ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว และเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดให้สมบูรณ์แบบหลังการเปิดตัว Urus SE เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

Temerario ปรากฏตัวขึ้นในฐานะดาวเด่นของมหกรรม Monterey Car Week 2024 โดยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เหนือกว่าด้วยสุดยอดสมรรถนะ ระบบส่งกำลังไฮบริดรูปแบบใหม่ซึ่งเกิดจากการผสานเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบที่พัฒนาใหม่ในทุกรายละเอียดเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มอบกำลังเครื่องยนต์รวมถึง 920 CV โดยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมดโดยโรงงาน Sant’Agata Bolognese และยังเป็นเครื่องยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นแรกและรุ่นเดียวในการผลิตที่สามารถทำความเร็วรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที มอบประสิทธิภาพที่สั่นสะเทือนวงการอย่างแท้จริงโดยมีความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง (เร็วกว่า 210 ไมล์/ชั่วโมง) สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (0-62 ไมล์/ชั่วโมง) ได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที

“Temerario ถือเป็นรถยนต์สายพันธุ์ ‘Fuoriclasse’ ตัวจริง ถือเป็นรถยนต์ที่เหนือชั้นที่สุดในเซกเมนต์และเต็มไปด้วยความพิเศษ ซึ่งผ่านการสร้างสรรค์ทั้งจากมุมมองเชิงเทคนิคและสไตล์อย่างลงตัว” มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลัมโบร์กินี กล่าว “การพัฒนาลัมโบร์กินีรุ่นใหม่ทุกครั้งจะต้องมีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นก่อน ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยั่งยืนมากขึ้นตามจุดยืนด้านการปล่อยมลพิษของเรา สำหรับ Temerario เราได้บรรลุภารกิจสำคัญในกลยุทธ์การใช้พลังงานไฟฟ้าตามแผน Direzione Cor Tauri โดยลัมโบร์กินีคือแบรนด์รถยนต์ระดับหรูแบรนด์แรกที่นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดทั้งหมดโดยสมบูรณ์”

รถยนต์ Temerario ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของลัมโบร์กินีในแง่ของการพัฒนาประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ ผสานกับรายละเอียดและเส้นสายอย่างมีสไตล์ ซึ่งแสดงถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบของแบรนด์ โครงสร้างใหม่ทั้งหมดผลิตจากโครงอะลูมิเนียมโดยการใช้โลหะผสมที่ล้ำสมัย ซึ่งให้ความแข็งแรงสูงและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ จึงสามารถเพิ่มความทนทานต่อแรงบิดสูง และยังช่วยเสริมพลศาสตร์การขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม

โครงแชสซีมอบความสะดวกสบายชั้นเลิศแก่ผู้โดยสารด้วยความกว้างที่เพิ่มขึ้น โดย Temerario เป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุดในสนามแข่ง ในขณะเดียวกันก็มอบพื้นที่กว้างทั้งสำหรับผู้โดยสารและช่องเก็บสัมภาระได้มากกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน

Temerario ยังมอบประสบการณ์ที่ล้ำสมัยที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของลัมโบร์กินี ด้วยการเปิดตัวระบบ Lamborghini Vision Unit ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงฟังก์ชันและแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังทำให้ผู้ใช้สามารถย้อนดูและแบ่งปันประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่านมา ทั้งในสนามแข่งขันและบนถนนของตนให้แก่คนอื่นได้

“ออโต้ไลค์ทีวี” ฉลองสู่ปีที่ 13 เดินหน้าโครงการ “ขับไป…ให้น้อง” ครั้งที่ 11

0

โครงการ “ขับไป…ให้น้อง” ครั้งที่ 11” (Drive to Give EP.11) จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 12 ปีและก้าวเข้าสู่ปีที่ 13 ของ “ออโต้ไลค์ทีวี” โดย นายศักดิ์ณรงค์ ฉันทศาสตร์ ประธานโครงการ/บรรณาธิการบริหาร รายการ “ออโต้ไลค์ทีวี” (AutoLikeTV) ทางททบ.5 และเว็บไซต์ www.autoliketv.com รวมถึง YOUTUBE/TIKTOK : AUTOLIKETV พร้อมด้วยพันธมิตรที่หลากหลาย เดินทางสู่ “ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสมุทรสงคราม” ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อร่วมกันเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆ เยาวชนผู้พิการซ้ำซ้อน รวมถึงบุคลากรในศูนย์ พร้อมด้วยการมอบสิ่งของที่จำเป็นต่างๆ ขณะเดียวกันก็ได้ทำการส่งมอบ “เตียงฝึกยืนไฟฟ้าแบบสองระบบ” และ “เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อไฟฟ้า” พร้อมด้วยเงินสดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในศูนย์แห่งนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาท) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาฟื้นฟูสมรรถภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนผู้พิการต่อไป

ซูซูกิ จัดแข่งขัน Best Dealer Award 2024 พร้อมประกาศรายชื่อ 7 ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี มุ่งยกระดับด้วยบริการ S-SOLUTION

0

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจาก ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย ประกาศวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทย “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต” นอกจากแผนการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 4 รุ่น เริ่มตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป เรายังปรับแผนการบริหารงานด้วยการสร้างความร่วมมือกับผู้จำหน่ายในการยกระดับงานบริการ ทั้งก่อนและหลังการขายให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาใช้ เพื่อการเข้าถึงและดูแลลูกค้าได้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

“ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เราเตรียมจะแนะนำในอนาคต จะมีทั้งรถในกลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด และรถพลังงานไฟฟ้า 100% แต่ละรุ่นจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้าและสามารถแข่งขันได้ในอนาคตอย่างแน่นอน ”

ด้านงานบริการ แคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” คือ แผนงานที่แตกยอดออกมาจากวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเราส่งต่อแผนงานนี้ไปยังผู้จำหน่ายทุกรายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดรถยนต์ที่มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นย้ำถึงการสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าซูซูกิว่า เราจะสามารถมอบบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง

หนึ่งในบริการจากแคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” คือ HELLO SUZUKI APPLICATION เป็นการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อยกระดับงานบริการ S-Solution ที่จะเชื่อมต่อข้อมูลการทำงานกับลูกค้า อำนวยความสะดวกสบายและความมั่นใจในงานบริการทุกขั้นตอน ทั้งการนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล รายงานการตรวจสอบและดูแลรถในทุกขั้นตอน รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษมากมาย ด้วยการสะสมคะแนนจากค่าใช้จ่ายในการเข้าซ่อมบำรุงตามระยะอย่างต่อเนื่อง หรือซ่อมแซมที่ศูนย์บริการของซูซูกิทั่วประเทศ

อีกส่วนหนึ่งที่เราให้ความสำคัญมากก็คือ การพัฒนาด้านงานบริการของผู้จำหน่าย ผ่านการจัดการแข่งขันผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี ซึ่งจัดมาต่อเนื่องเป็นเวลา 7 ปี ติดต่อกัน มุ่งหวังจะยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ  กระตุ้นให้เกิดการดูแลและการปรับปรุงพัฒนางานการบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในประเทศไทย

สำหรับการแข่งขัน ‘SUZUKI Best Dealer Award 2024’ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “แนวทางการสร้างมูลค่าแบรนด์ซูซูกิ จากประสบการณ์การซื้อรถและใช้ศูนย์บริการเปรียบเทียบกับแบรน์รถ EV ในตลาดปัจุบัน” ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก โดยให้ผู้จำหน่ายที่เข้าแข่งขัน นำเสนอแนวคิดสู่ความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านการขาย บริการหลังการขาย ไปจนถึงการพัฒนางานในด้านการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามายกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้น และสามารถผ่านตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดหรือไม่ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นแนวทางการพัฒนางานเพื่อแข่งขันกับภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันและเตรียมพร้อมสู่การแข่งขันในอนาคตอีกด้วย

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การจัดการแข่งขัน  ‘SUZUKI Best Dealer Award 2024’ ยังคงยึดโยงอยู่กับนโยบาย Suzuki Cause We Care “เหนือกว่าความใส่ใจ คือเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงพัฒนางานบริการเพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้าน แต่เรายังมุ่งหวังให้ผู้จำหน่ายก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน เพราะบุคลากรทุกคนเป็นทรัพยากรอันสำคัญที่จะช่วยนำพาซูซูกิไปสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์คุณภาพและเข้าไปอยู่ในใจของคนไทยได้อย่างดียิ่ง

สำหรับแนวทางในการแข่งขันทางซูซูกิได้ทำการคัดเลือกผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิจากทั่วประเทศ เพื่อเป็นผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 จำนวน 7 แห่ง โดยพิจารณาจากคุณสมบัติและผลการดำเนินงานของผู้จำหน่ายในรอบปีที่ผ่านมาตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดก่อนจะทำการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ผ่านการนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานของผู้จำหน่ายแต่ละแห่ง แบ่งออกเป็นรางวัล Best of the Best Dealer 2024 จำนวน 1 รางวัล และรางวัล Platinum Dealer 2024 จำนวน 6 รางวัล ซึ่งได้รายชื่อผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปีที่ผ่านการแข่งขันและตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

Screenshot

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2567 ระดับ Best of the Best

ชื่อผู้จำหน่ายชื่อบริษัทผู้จำหน่ายจังหวัด
คุณรณกฤต  ฐิติกฤตานนบริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้กรุงเทพมหานคร

 

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2567 ระดับ Platinum Dealer

ชื่อผู้จำหน่ายชื่อบริษัทผู้จำหน่ายจังหวัด
คุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภาบริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัดนครราชสีมา
คุณวรปรัชญ์ อุปัติศฤงค์บริษท เอส.ยู.ซูซูกิ ภูเก็ตภูเก็ต
คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์บริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัดขอนแก่น
คุณยุวดี ชคทิศบริษัท เอ.ซี.ออโตโมบิล(2002) จำกัดสงขลา
คุณพีรพัฒน์ สิทธิยานุรักษ์บริษัท ซูซูกิ หัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัดประจวบคีรีขันธ์
คุณศุภชัย พฤฒิธาดาบริษัท ยนต์ตระการ พรีเมียม คาร์ จำกัดนนทบุรี

 

คุณรณกฤต  ฐิติกฤตานน กรรมการบริหาร บริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ จำกัด ผู้ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2567 ระดับ Best of the Best  กล่าวว่า ในฐานะที่ ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ ดำเนินธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิมายาวนานเกือบ 40 ปี เราบริหารงานโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางนโยบาย Suzuki Cause We Care “เหนือกว่าความใส่ใจ คือเข้าใจทุกความต้องการ” ของซูซูกิ เพราะเมื่อเราเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าจะช่วยให้เราพัฒนางานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการได้ครบทุกรูปแบบ แต่เหนืออื่นใด ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ ยังให้ความสำคัญกับพนักงานเพื่อสร้างทัศนคติที่ตรงกันในด้านการดูแลลูกค้า เราจึงไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่สร้างยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าของเราอย่างยั่งยืนอีกด้วย

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า เป้าหมายอันสำคัญยิ่งของซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) คือ การเดินหน้าพัฒนาคุณภาพในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมส่งมอบสินค้าที่มีแต่ความคุ้มค่า คุ้มราคา เหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนางานบริการในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายของซูซูกิทุกรายที่ทุ่มเทและทำงานอย่างหนัก ทำให้ซูซูกิเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้การยอมรับว่ามีคุณภาพที่ดี ทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์และงานบริการ จากผู้บริโภคมาโดยตลอด

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

“กลุ่มตรีเพชร” ชวนเยาวชนรุ่นใหม่ โชว์ไอเดียแผนการตลาด “Bring D-Max to the Next Level” ในโครงการ “Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2024” ปีที่ 3

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จัดประกวดโครงการ Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2024” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ชวนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรีจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมแชร์ไอเดียผ่านแผนการตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ของรถปิกอัพอีซูซุ ในหัวข้อ Bring D-Max to the Next Level” ชิงเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มตรีเพชรได้จัดกิจกรรม Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปีนี้ มาภายใต้หัวข้อ Bring D-Max to the Next Level” เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์รถปิกอัพอีซูซุ ให้เป็น Top of Mind แบรนด์ของคนรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้น้อง ๆ นิสิต นักศึกษาได้แสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ในการวางแผนยุทธศาสตร์องค์กรที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ด้วยการนำความรู้ทางวิชาการต่าง ๆ ที่ได้ศึกษามาและข้อมูลทางธุรกิจของ กลุ่มตรีเพชร มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดมุมมองหรือไอเดียใหม่ ๆ ทางธุรกิจ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งรายบุคคลและทีม ไม่เกิน 5 คน ไม่จำกัดสถาบัน คณะ และชั้นปี สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจะมีสิทธิ์ เข้าร่วมกิจกรรม Workshop สุดพิเศษ กับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ พร้อมนำเสนอแผนการตลาดกับคณะกรรมการในรอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท”

สำหรับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมและศึกษาข้อมูลสนับสนุนแผน การตลาดผ่าน QR Code หรือ Link ด้านล่าง โดยสามารถส่งผลงานได้ถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และสามารถสอบถามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Tri Petch Isuzu Sales Career
Link: www.facebook.com/tiscareer

ZEEKR เปิดตัว “ZEEKR 009” รถเอ็มพีวีพลังงานไฟฟ้าเซกเมนต์ลักชูรี ชูแนวคิด “Every Journey Shines” ให้ทุกโมเมนต์ของการเดินทางมีความหมาย

0

บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (ZEEKR Intelligent Technology) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ต่อยอดความสำเร็จจากการเปิดตัว ZEEKR X ที่ผ่านมา ประกาศเปิดตัว “ZEEKR 009” รถเอ็มพีวีพลังงานไฟฟ้าเจาะเซกเมนต์ลักชูรี นำเสนอยนตรกรรมไฟฟ้าที่ผสานความเป็นที่สุด “ความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส นวัตกรรมอัจฉริยะ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความปลอดภัยขั้นสูงสุด” ภายใต้แนวคิด “Every Journey Shines” ให้ทุกโมเมนต์ของการเดินทางมีความหมายกับทุกคนในรถ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 3.099 ล้านบาท พร้อมส่งมอบรถประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ตลาดเอ็มพีวีปี 2567 โตต่อเนื่อง ตอบโจทย์ครอบครัวและการใช้งานอเนกประสงค์

ตลาดยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดการณ์การเติบโตของยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2567 เมื่อเทียบกับปี 2566 อาจสูงถึง 18.9%[1] นอกจากนี้ตลาดรถยนต์เอ็มวีพีที่กำลังไต่ระดับยอดจองและยอดขาย แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัวหรือผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์ในการใช้งาน ส่งผลให้แต่ละแบรนด์ในตลาดแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อนำเสนอรถเอ็มพีวีที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดยังเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามองในตลาดนี้ ทำให้สามารถคาดหวังได้ว่าจะได้เห็นรถเอ็มพีวีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

ความสำเร็จของ ZEEKR X ในไทย สู่การเปิดตัว ZEEKR 009 เอ็มพีวีเซกเมนต์ลักชูรี

เป่า จ้วงเฟย (อเล็กซ์) ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า “ความสำเร็จของ ZEEKR ในตลาดไทยเริ่มต้นด้วยการเปิดตัว ZEEKR X ซึ่งได้รับการตอบรับความสนใจ
อย่างมาก โดยมียอดส่งมอบรถมากกว่า 250 คันภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนหลังการเปิดตัวซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ไม่เพียงแค่แสดงถึงการยอมรับในผลิตภัณฑ์ แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ ZEEKR ครั้งนี้เราเปิดตัว ZEEKR 009 เอ็มพีวีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่จะเป็นการปฏิวัติแนวคิดของการเดินทางในยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างความสุขให้กับผู้ใช้งานทุกคน ภายใต้แนวคิด ‘Every Journey Shines’ ซึ่ง ZEEKR 009 จะสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดการใช้งาน ทำให้ทุกโมเมนต์ของทุกคนมีความหมายและเต็มไปด้วยความสุข ผ่านความเป็นสุดยอดของ ZEEKR 009 ได้แก่ ‘Ultimate Luxury ความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส, Ultimate Intelligence นวัตกรรมอัจฉริยะ,Ultimate Performance สมรรถนะที่เหนือชั้น และ Ultimate Safety ความปลอดภัยขั้นสูงสุด อีกทั้ง ZEEKR 009 ยังให้ความสำคัญกับคนขับและผู้โดยสารทุกที่นั่ง ให้ความสบายและความปลอดภัยสูงสุดทุกที่นั่งด้วยแนวคิด ‘Every Seat Matters’ ที่แตกต่างจากเอ็มพีวีทั่วไปในตลาด ZEEKR 009 จึงพร้อมที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในเมืองไทย”

สัมผัสนวัตกรรมใหม่ภายใต้แนวคิด “Every Journey Shines” กับ ZEEKR 009

ZEEKR 009 เป็นยนตรกรรมที่ครบครันทั้ง “ความหรูหรา นวัตกรรมอัจฉริยะ สมรรถนะที่เหนือชั้น และความปลอดภัยขั้นสูงสุด” โดดเด่นด้วยแนวคิด “Every Journey Shines” ที่เน้นความสะดวกสบายผสมผสานความหรูหรากับห้องโดยสารที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์คุณภาพระดับเฟิร์สคลาสของสายการบิน ด้วยเบาะที่นั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ Sofaro First Class Airline Seats พร้อมโหมดการการปรับแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับเอนนอนได้เพียงปุ่มเดียว และโต๊ะแบบพับเก็บได้ เบาะนั่งบุด้วยหนัง Nappa แบบนุ่ม เบาะนั่งคนขับ, ผู้โดยสารด้านหน้าและผู้โดยสารแถวสองมาพร้อมระบบนวดไฟฟ้า มีหน้าจอ OLED แบบทัชสกรีนขนาด 15.05 นิ้ว และหน้าจอเสมือนบนกระจก AR-HUD ขนาด 35.95 นิ้ว พร้อมหน้าจอเพดาน สำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบ Touch Screen OLED ขนาด 17 นิ้ว ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือชั้นด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295 จำนวนสองชุด เพื่อเสริมการประมวลผลที่รวดเร็วและทรงพลัง รองรับคำสั่งได้ถึง 60 ล้านคำสั่งต่อวินาที รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA  30 ตัวที่พร้อมให้ความบันเทิงได้ในทุกการเดินทาง

สมรรถนะของ ZEEKR 009 โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่ที่มีกำลังสูงสุด 450 kW หรือเทียบเท่า 603 แรงม้า และแรงบิด 693 N•m  ทำให้รถสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 km/h ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 116 kWh โดยสามารถวิ่งได้ไกลถึง 686 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ทำให้ ZEEKR 009 เป็นรถที่มีสมรรถนะสูงและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วย ระบบช่วงล่างถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบ CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ช่วยลดแรงสะเทือนที่จะเข้าสู่ในห้องโดยสาร และ ZEEKR 009 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่ได้รับการออกแบบเพื่อปกป้องผู้โดยสารอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งโครงสร้างด้านท้ายของรถที่ผลิตจากอลูมิเนียมชิ้นเดียวมีความแข็งแรงสูง พร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งพร้อมปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั่วทั้งคัน

ปูพรมกิจกรรมทางการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายพรีเมียม-ลักชูรี

ZEEKR ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย หรูหรา แต่ยังเตรียมแผนขยายการรับรู้
และสร้างฐานลูกค้าในประเทศไทย ทั้งการสปอนเซอร์ให้กับดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ประภากาศ อังศุสิงห์ แห่งแบรนด์ HOOK (HOOK’S by PRAPAKAS PRESENTED by ZEEKR) ในแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่ระดับประเทศ และคอร์สอบรบเพิ่มทักษะการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยสำหรับเจ้าของรถยนต์ ZEEKR ที่สนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์  ที่จัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังเน้นกลยุทธ์ด้านบริการหลังการขายระดับพรีเมียมด้วยโปรแกรมบริการพิเศษสำหรับเจ้าของรถ ZEEKR  ทุกรุ่น เช่น การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี และ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และ Mobile Service นานถึง 5 ปี เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในคุณภาพและการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้า

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ สู่การเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี

“ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์สุดหรูอันเป็นเอกลักษณ์ ZEEKR มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังและระยะทางขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้น ZEEKR มุ่งสร้างประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้รอยต่อ ด้วยการพัฒนาและเพิ่มสาขาของ ZEEKR House อย่างต่อเนื่องพร้อมดูแลลูกค้าอย่างเหนือชั้นด้วยความมุ่งมั่นของ ZEEKR ในการที่จะก้าวเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต” เป่า จ้วงเฟย กล่าวสรุป

ราคาเริ่มต้น 3.099 ล้านบาท พร้อมส่งมอบรถประมาณเดือนตุลาคม

ZEEKR 009 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังขับขี่ 603 แรงม้า สามารถวิ่งได้ไกลถึง 686 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ในการชาร์จเพียงครั้งเดียว กับล้อขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้ 6 คน ตกแต่งหรูหราพร้อมอุปกรณ์ครบครันทั้งไฟ Ambient Light, หน้าจอแสดงผล 5 จอ รวมถึงจอ AR HUD ขนาด 35.95 นิ้ว พร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA ทั้งหมด 30 ตำแหน่ง ZEEKR 009 มี 3 โทนสีรถภายนอกได้แก่

  • สีขาว Crystal White (ภายในโทนสีดำ)
  • สีน้ำเงิน Electric Blue (ภายในโทนสีดำ หรือ ภายในทูโทนสีน้ำเงิน/ขาว)
  • สีดำ Phantom Black (ภายในโทนสีดำ หรือ ภายในทูโทนสีเทา/ขาว)

ราคา 3,099,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ประกันภัยชั้น 1, การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน  24 ชั่วโมง และบริการ Mobile Service นาน 5 ปี และ พิเศษสุด สำหรับลูกค้า 1,000 ท่านแรก รับฟรี Wallbox จาก “VREMT” พร้อมแพคเกจติดตั้ง* มูลค่า 70,000 บาท

*หมายเหตุ: เมื่อจองและรับรถภายใน 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Center โทร 02-086-9999, ZEEKR Thailand Facebook และ LINE Official ZEEKR THAILAND (@zeekrtha) หรือคลิก https://lin.ee/3lJF6Jbo

[1] Krungsri Industry

มาสด้า มอบรางวัลดีลเลอร์ที่ผลการดำเนินธุรกิจยอดเยี่ยม มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้าชาวไทย

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จัดพิธีมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2566 หรือ Mazda Dealer of Excellence Award 2023 ภายใต้ธีม “Celebrating the Spirit’s Pathway” เพื่อยกย่องความสำเร็จจากผลการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในปีที่ผ่านมา ตามแนวทาง Customer Experience Management (CXM) หรือ การจัดการประสบการณ์ลูกค้า ที่ดีลเลอร์มุ่งมั่นทุ่มเทส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขที่ได้จากประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ซึ่งเป็นนโยบายหลักสำคัญในการบริหารงานของมาสด้าทั่วโลก มีผู้จำหน่าย 16 แห่ง จากทั่วประเทศ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในปีนี้ไปครอง นอกจากนี้ ภายในงานฯ มาสด้ายังได้มอบรางวัล Mazda Guild Award 2023 หรือ รางวัลยอดเยี่ยมฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายให้กับทีมงานของผู้จำหน่าย เพื่อแสดงถึงความสำเร็จในการทำงานของทีมงานตลอดปีที่ผ่านมา โดยงานนี้จัดขึ้น ณ โรงแรม ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าได้นำกลยุทธ์ Retention Business Model มาใช้เป็นแกนหลักในการปรับแผนการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องเป็นปีที่สองติดต่อกัน เป็นนโยบายที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถยนต์มาสด้า ตั้งแต่ก่อนการซื้อไปจนถึงการบริการหลังการขาย และนำไปสู่การกลับมาซื้อซ้ำกลายเป็นวงจรแห่งชัยชนะ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มาสด้ายึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติจนประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก มีฐานลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์มาสด้าเพิ่มขึ้น ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน กลยุทธ์ดังกล่าวได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่อง และกำลังมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งมาสด้าในประเทศไทยจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้ หากปราศจากผู้จำหน่ายที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันผลักดันนโยบายนี้ไปพร้อมกัน

“มาสด้าไม่ต้องการเป็นแบรนด์ที่จำหน่ายยานพาหนะเพื่อการเดินทางเท่านั้น แต่เราต้องการส่งมอบความสุขและประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้ารวมถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัว ขอขอบคุณผู้จำหน่ายที่มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับแบรนด์มาสด้า และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและจะยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกันนี้ ขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมา สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติแห่งปีไปครอง ซึ่งรางวัลแห่งเกียรติยศในครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงเครื่องหมายการันตีถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความสำเร็จของผู้จำหน่ายที่สามารถครองใจลูกค้าของเรา” มร. ทาดาชิ มิอุระ กล่าว

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งาน Mazda Dealer of Excellence Award 2023 จัดขึ้นภายใต้ธีม “Celebrating the Spirit’s Pathway” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จอีกก้าวของผู้จำหน่ายมาสด้าที่แข่งขันกันในการดูแลลูกค้า ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคนานัปการ อันเป็นสปิริตที่ชาวมาสด้ายึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติงานจนประสบความสำเร็จ และสามารถส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุก ๆ Touchpoint ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของมาสด้าทั่วโลกที่ยึดมั่นปฏิบัติงานเพื่อให้มาสด้ากลายเป็น Top Retention Brand เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าตลอดไป

รางวัล Mazda Dealer of Excellence Award 2023 แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Gold 5 รางวัล Silver 5 รางวัล และ Bronze 5 รางวัล และยังมีการมอบรางวัล Guild Award ประเภทฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยม ให้กับทีมงานของผู้จำหน่ายที่ปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและตอกย้ำถึงความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในปีที่ผ่านมา บรรยากาศในงานมอบรางวัลเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง สร้างความปลื้มปิติของทั้งผู้จำหน่าย ทีมงาน และมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ทุกคน

พร้อมกันนี้ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่ายมาสด้าในประเทศไทย ยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นต่อไป เพื่อตอบสนองต่อเจตนารมณ์ในการดำรงอยู่ของมาสด้า (Purpose) พร้อมสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คน แทนคำมั่นสัญญาในการส่งมอบรถยนต์และประสบการณ์ความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าทุกคน (Promise) และการส่งมอบคุณค่า รวมถึงประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าด้วยการดูแลเอาใจใส่ โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท (Value) เพื่อให้แบรนด์มาสด้ากลายเป็น Top Customer Retention Brand เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าตลอดเวลา แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นพาหนะคู่ใจตลอดการเดินทาง พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนอยู่เคียงข้างลูกค้าชาวไทยและสังคมตลอดไป

ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2566 ประกอบด้วย

รางวัลผู้จำหน่าย
ระดับ Goldบริษัท ชูเกียรติยนต์ จำกัด
กลุ่มบริษัท มาสด้า ชลบุรี จำกัด (มหาชน)
กลุ่มบริษัท พระราม 7 กรุ๊ป จำกัด
กลุ่มบริษัท 14 ออโต้กรุ๊ป จำกัด
กลุ่มบริษัท ออโต้ แกลเลอรี่ จำกัด
ระดับ Silverบริษัท มาสด้า ประจวบฯ จำกัด
บริษัท กฤษฎา ออโต้ จำกัด
บริษัท เจริญศรีนครพนม (2012) จำกัด
กลุ่มบริษัท ช.เอราวัณออโตเซลล์ จำกัด
กลุ่มบริษัท อนุภาษธุรกิจและการค้าภูเก็ต จำกัด
ระดับ Bronzeกลุ่มบริษัท วี แอนด์ พี มอเตอร์เซลส์ จำกัด
กลุ่มบริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด
กลุ่มบริษัท แอลบาทรอส ออโต้ จำกัด
กลุ่มบริษัท บิซ มอเตอร์ส จำกัด
กลุ่มบริษัท มาสด้า เชียงใหม่ จำกัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญสินมอเตอร์

Stellantis แต่งตั้ง พระนครยนตรการ เป็นตัวแทนจำหน่าย Leapmotor ในไทยอย่างเป็นทางการ

0

Stellantis ประกาศแต่งตั้งบริษัท พระนครยนตรการ จำกัด  (PNA) เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือกับ PNA นี้ นับเป็นก้าวแรกสำหรับการเปิดตัวแบรนด์ Leapmotor ให้ลูกค้าในประเทศไทยได้สัมผัส

PNA และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง จะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่าง ๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการช่องทางการนำเสนอและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Leapmotor ให้กับลูกค้าในไทย

 

Stellantis และ Leapmotor ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Leapmotor International B.V. เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ในสัดส่วน 51:49 เพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ โดย Leapmotor International ได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายและส่งออก รวมถึงการผลิต Leapmotor นอกประเทศจีนแต่เพียงผู้เดียว บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างนิยามใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานที่มีความสามารถภายในองค์กรเอง

นายแดเนียล กอนซาเลซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาเซียนและผู้จัดจำหน่ายทั่วไปของ Leapmotor International B.V.  กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับพระนครยนตรการ พันธมิตรของเราเพื่อขยาย     แบรนด์ Leapmotor มายังประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยของ Leapmotor เราเชื่อว่าลูกค้าของเราในประเทศไทยจะชื่นชอบรถยนต์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาด”

คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด กล่าวว่า “PNA มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ประกอบกับ Leapmotor มุ่งมั่นที่จะมอบรถยนต์อัจฉริยะ พร้อมพื้นที่กว้างขวางและสะดวกสบายให้กับลูกค้า เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ช่วยให้ลูกค้าของเราในประเทศไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ รวมทั้งยกระดับไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าของเรา”

รุ่นลิมิเต็ด! LAMBRETTA x CARNIVAL ผลิตเพียง 199 คันในโลก!

0

LAMBRETTA (แลมเบรตต้า) แบรนด์รถสกู๊ตเตอร์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 77 ปีจากอิตาลี จับมือแท็กทีมกับ CARNIVAL (คานิวัล) แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์ชั้นนำของเมืองไทย การคอลแลปส์ครั้งสำคัญของสองแบรนด์สุดคูล สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ ให้กับวงการยานยนต์และแฟชั่น ด้วยการเปิดตัว LAMBRETTA X300 CARNIVAL LIMITED EDITION รุ่นพิเศษที่ผลิตเพียง 199 คันในโลก!

Concept Design X300 CARNIVAL: Midnight Checker

การผสานระหว่าง DNA อิตาเลียนสไตล์ของรถสกู๊ตเตอร์ LAMBRETTA เข้ากับแฟชั่นสตรีทสุดเท่จาก CARNIVAL ออกมาเป็นความพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในรุ่นลิมิเต็ด X300 CANIVAL ด้วยคอนเซปต์ดีไซน์ Midnight Checker” แรงบันดาลใจจากธงลายตารางหมากรุกที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ การใช้ลายตารางหมากรุกแบบ Black on Black ด้วยความพิเศษของสีดำ แบบ สี Glossy & Matte Black เพิ่มความลึกลับและลุ่มลึก พร้อมดีไซน์ Custom ของชุดแต่ง ตะแกรงท้าย CARNIVAL  เบาะนั่ง และ Shield ด้านหน้าลาย Checkerboard สะท้อนความเป็นสตรีทแฟชั่นอย่างแท้จริงในแบบฉบับของ CARNIVAL สีดำสุดเข้มที่ใช้ ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งยังคงเอกลักษณ์ของ LAMBRETTA  ไว้อย่างลงตัว

Special Feature – TFT Display

ฟีเจอร์ใหม่ ที่แอดความพิเศษให้กับรุ่น X300 CARNIVAL ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ TFT ครั้งแรกในรถตระกูล X-Series ที่สามารถเลือก Interface ได้ถึง 5 themes สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟนได้  และสามารถ Setting ได้ถึง 3 ภาษา ได้แก่ Italiano , English และ ภาษาไทย

รุ่นลิมิเต็ด มีเพียง 199 คันในโลก!

สำหรับ LAMBRETTA X300 CARNIVAL LIMITED EDITION รุ่นพิเศษนี้ ผลิตเพียง 199 คันในโลก! ซึ่งทุกคันจะมีเพลทรัน Serial Number ตั้งแต่  001-199   นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับคอลเลกชันพิเศษ CARNIVAL x LAMBRETTA EXCLUSIVE BOX SET  ประกอบด้วย License Plate Frame, Tube Tax Holder, Mini Glove Box Bag , Scooter Cover , Club Banner  และ Carnival x Lambretta Scooter Helmet  ที่มีมาให้พิเศษเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของรถรุ่นนี้เท่านั้น ตอกย้ำความเป็นแรร์ไอเทม ที่เหล่านักสะสมและแฟนๆของทั้งสองแบรนด์ไม่ควรพลาด!

ฟีเจอร์อื่นๆในรถรุ่น X300 CARNIVAL

– เทคโนโลยีเครื่องยนต์ LSP  (Lambretta Super Performance) ขนาด 275 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด, ระบายความร้อนด้วยน้ำ

– ระบบ Smart Key ที่เพียงแค่พกพา Smart Key ใกล้ตัวรถ ก็สามารถบิดสตาร์ทได้ทันที

– โช๊คอัพหน้า-หลัง สามารถปรับ Pre-load ได้ถึง 7 ระดับ เพื่อความสมูทและนุ่มนวลให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น

– ระบบช่วงล่างเอกลักษณ์จากรุ่นตำนานกับชุดกันสะเทือนหน้าแบบ Double Arm-Link ทั้งสองข้าง ให้การควบคุมบาลานซ์ของตัวรถเป็นไปอย่างมั่นใจ

ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ในการขับขี่

– การออกแบบโครงสร้างตัวรถแบบ Low & Long  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ LAMBRETTA มาตั้งแต่อดีต สู่รุ่นปัจจุบัน

– ดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ทำงานพร้อมกับระบบเบรกแบบ Dual-channel ABS

– ไฟหน้า และไฟท้ายในระบบ FULL LED กับโคมไฟหน้ารูปทรงหกเหลี่ยม อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นยอดฮิตของแลมเบรตต้า ออกแบบมาให้แฝงโลโก้ไว้ภายใน  และส่วนของไฟท้ายที่บึกบึนดูแข็งแกร่งแตกต่างไม่ซ้ำใคร กับดีไซน์ในรูปทรงคริสตัล 7 แท่ง ที่เพิ่มเลเยอร์ในการซ้อนโคมด้านนอกอีกชั้น มาพร้อมกับระบบ IFS (Integrate-Function Signals)

ที่ออกแบบให้ทั้ง ไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน/ไฟเบรก build-in อยู่ภายใต้โคมไฟท้ายเดียวกัน

ราคาและการวางจำหน่าย X300 CARNIVAL

LAMBRETTA X300 CARNIVAL LIMITED EDITION  พร้อมให้เป็นเจ้าของความลิมิเต็ดได้แล้ววันนี้ กับราคาค่าตัวที่ 177,000 บาท  ซึ่งจะจัดจำหน่ายเฉพาะหน้าสาขา LAMBRETTA SHOP เท่านั้น!  สามารถดูข้อมูลติดต่อสาขา ได้ที่นี่  https://lambretta.co.th/dealer และดูรายละเอียดรถเพิ่มเติมได้ที่ https://lambretta.co.th/lambretta-x-carnival  นอกจากจะมีการเปิดตัวรถสกู๊ตเตอร์รุ่นลิมิเต็ดแล้ว ก็ยังเปิดตัวไอเทมสุดแรร์ กับคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘CARNIVAL x LAMBRETTA COLLECTION ‘ คอลเลคชันเครื่องแต่งกายสุดคูลที่นำ Identity ของทั้งสองแบรนด์ผสานเข้าด้วยกัน  ใครที่สนใจหามาไว้ครอบครองก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน CARNIVAL ทุกสาขา