Home Blog Page 112

TOAVH กางแผนธุรกิจสร้างรายได้ 1.1 หมื่นล้าน พร้อมทุ่มงบ 650 ล้านบาท ขยายการเติบโตสู่ธุรกิจสีเขียว

0

TOAVH กางแผนธุรกิจสร้างรายได้ 1.1 หมื่นล้าน ตั้งเป้าโต 5% เตรียมทุ่มงบ 650 ล้านบาท สยายปีกสู่ธุรกิจสีเขียว ปักหมุดตั้งโรงงานสีฝุ่นแห่งใหม่ ขึ้นแท่นผู้นำกำลังการผลิตสูงสุดในไทย พร้อมต่อยอดธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ รุกตลาดรถไฟฟ้า จับมือ 5 พันธมิตรแบรนด์จีน ร่วมสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOAVH Group) เปิดเผยว่า ในปี 2567 ทาง TOAVH มีนโยบายที่จะขยายธุรกิจสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและมั่นคง โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด “ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ด้วยการพัฒนานวัตกรรมด้านการผลิต และการเลือกสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่ให้ความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคและดีต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการตอบสนองต่อความต้องการสูงสุดของผู้บริโภคคนไทยอย่างแท้จริง

ดังนั้น เพื่อรองรับแนวคิดและนโยบายดังกล่าว ทาง TOAVH ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจสีเขียวของกลุ่มบริษัทในเครือ ด้วยงบประมาณด้านการลงทุน รวมทั้งสิ้น  650 ล้านบาท โดยแบ่งการลงทุนด้านต่างๆ ดังนี้

  1. กลุ่มธุรกิจสีอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ ได้ขยายการลงทุนในส่วนของ ทีโอเอ เพอฟอร์มมานซ์ โค๊กติ้ง คอร์ปอเรชั่น (TOAPC) โดยตั้งโรงงานผลิตสีฝุ่น (Powder Coating) แห่งใหม่ ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) บนพื้นที่ 10 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 300 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้อย่างเป็นทางการ ภายในปี 2569 ซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้ จะมีกำลังการผลิตเบื้องต้นอยู่ที่ 3,000 ตันต่อปี

พร้อมกันนี้ ได้ขยายการลงทุนอีก 130 ล้านบาท ในโรงงาน TOAPC ปัจจุบัน ที่สมุทรปราการ ด้วยการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสีฝุ่นสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน  หลังติดตั้งครื่องจักรแล้วเสร็จ โรงงานแห่งนี้ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ตันต่อปี

และจากการลงทุนในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้ TOAPC มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 9,000 ตันต่อปี นับเป็นผู้ผลิตสีฝุ่นที่มีกำลังผลิตสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย

ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซี่งผลิตภัณฑ์สีฝุ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดสารระเหย (VOCs) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) มากถึง 40% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์สีน้ำมัน ทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้บริโภค อีกด้วย ทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์สีฝุ่นโดยรวม มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ละ 10% คิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท หรือประมาณ 30,000 ตันต่อปี

ด้วยเหตุนี้ ทาง TOAVH ได้เล็งเห็นความสำคัญของตลาดสีฝุ่นที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงได้ทุ่มงบการลงทุนด้านการผลิตในธุรกิจดังกล่าว เพื่อขยายฐานการผลิตสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่การสร้างความแข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตสู่ความเป็นผู้นำตลาดสีฝุ่นต่อไปในอนาคต

  1. 2. กลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ภายใต้ชื่อ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของ TOAVH ได้มุ่งเน้นขยายธุรกิจสู่ตลาดรถยนต์กลุ่ม EV โดยให้ความสำคัญกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในปีนี้ TOAVH ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของจีน จำนวน 5 แบรนด์ ได้แก่ ZEEKR, DEEPAL, MG, OMODA&JAECOO, AION ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับชั้นแนวหน้า ที่มีศักยภาพด้านการแข่งขัน โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์, โรงงานผลิตยานยนต์ และผลิตภัณฑ์สำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย ซึ่งการขยายธุรกิจในครั้งนี้ จะสร้างความแข็งแกร่งและมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจในกลุ่มผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวด้วยเม็ดเงิน 220 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างโชว์รูม-ศูนย์บริการแห่งใหม่ของ ZEEKR จำนวน 1 แห่ง บนถนนราชพฤกษ์ และการปรับโฉมโชว์รูม-ศูนย์บริการ จำนวน 6 แห่ง รวมทั้งโชว์รูม MG Evolution เพื่อรองรับการขยายธุรกิจสู่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 5 แบรนด์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนไทยอย่างครบถ้วนและครบวงจร ส่งผลทำให้คาดการณ์ว่า ปีนี้ ธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ จะมียอดขายสะสมโดยรวมเพิ่มขึ้น 10% หรือคิดเป็นรายได้ เติบโตเพิ่มเป็น 7%

“ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคคนไทยเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง  8 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV มียอดจดทะเบียนสะสมรวม 69,047 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566  ขณะที่ยอดจดทะเบียนสะสมโดยรวม ถึง วันทีสิงหาคม 2567 มีตัวเลขสูงถึง 200,109   คัน

จากตัวเลขดังกล่าว สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้า ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ตระหนักและมีความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น”

นายณัฏฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขยายการลงทุนธุรกิจสีเขียวในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้ธุรกิจในเครือของ TOAVH มีผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับรองรับความต้องการของตลาดโดยรวมมากขึ้น ทั้งสร้างการเติบโตและความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยปีนี้ ทาง TOAVH ตั้งเป้ารายได้ 11,000 ล้านบาท หรือ เติบโตเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2566 แบ่งสัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจสีอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ อยู่ที่ 40% คิดเป็นมูลค่า 4,400 ล้านบาท, กลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ สัดส่วน 50% คิดเป็นมูลค่า 5,500 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ อีก 10% คิดเป็นมูลค่า 1,100 ล้านบาท

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” เร่งเครื่องต่อเนื่อง อัดโปรฯ ใหญ่เอาใจสายลุยและสายชิค มอบข้อเสนอสุดพิเศษของ TANK และ ORA 07 กับส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท ตลอดเดือนตุลาคมนี้!

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ของไทย เดินหน้ามอบข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำพร้อมตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายของชาวไทย ส่งส่วนลดและสิทธิประโยชน์สุดคุ้มค่าให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้ นำทัพด้วย GWM TANK และ GWM ORA 07 ที่มาพร้อมดีลส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท ตามมาด้วย GWM ORA Good Cat และ GWM HAVAL ที่สร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมา กับสิทธิประโยชน์มูลค่าสูงสุดรวมกว่า 500,000 บาท เพื่อเร่งเครื่องในไตรมาสสุดท้ายของปี ห้ามพลาด! ตั้งแต่ 1 – 31 ตุลาคม 2567 นี้ ที่ GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th และ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศไทย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

GWM TANK รับข้อเสนอคุ้มเกินคุ้ม กับส่วนลดสูงสุดถึง 300,000 บาท
เริ่มต้นที่ GWM TANK รถยนต์เอสยูวีออฟโรดที่ถูกขนานนามว่าดุดันและแข็งแกร่งเหนือใครทั้งด้านดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ พร้อมมอบประสบการณ์สุดเร้าใจให้กับนักผจญภัยได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลังร่วมกับระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยสุดล้ำ ให้ทุกการเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นไปได้อย่างไม่มีสะดุด ตอบโจทย์การขับขี่ในทุกสถานการณ์และสภาพพื้นผิว มาพร้อมกับข้อเสนอสุดห้ามใจดังนี้

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

ALL NEW GWM TANK 300 HEV รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท* สำหรับรุ่น PRO และรุ่น ULTRA
•ALL NEW GWM TANK 300 HEV รุ่น PRO จากราคา 1,649,000 บาท เหลือเพียง 1,349,000 บาท
•ALL NEW GWM TANK 300 HEV รุ่น ULTRA จากราคา 1,799,000 บาท เหลือเพียง 1,499,000 บาท

ALL NEW GWM TANK 500 HEV รับส่วนลดมูลค่า 200,000 บาท* สำหรับรุ่น PRO และรุ่น ULTRA
•ALL NEW GWM TANK 500 HEV รุ่น PRO จากราคา 2,049,000 บาท เหลือเพียง 1,849,000 บาท
•ALL NEW GWM TANK 500 HEV รุ่น ULTRA จากราคา 2,269,000 บาท เหลือเพียง 2,069,000 บาท

นอกจากราคาและส่วนลดที่สุดพิเศษแล้ว GWM TANK ทุกรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอที่ให้มาแบบไม่มีกั๊ก ทั้ง ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 29,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 45,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 และ ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท และ ฟรี! กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 2,100 บาท

GWM ORA 07 รับส่วนลดจัดหนักถึง 180,000 บาท!
GWM ORA 07 เจ้าเหมียวไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สุดหรู และดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ สะกดทุกคู่สายตาในทุกเส้นทาง สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน มาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของชาวไทยได้เป็นอย่างดี โดยในช่วงเดือนตุลาคม ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ GWM ORA 07 ทุกรุ่น รับส่วนลดสูงถึง 180,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 1.95% เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน**
•GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE จากราคา 1,299,000 บาท เหลือเพียง 1,119,000 บาท
•GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA จากราคา 1,399,000 บาท เหลือเพียง 1,219,000 บาท
•GWM ORA 07 รุ่น PERFORMANCE จากราคา 1,499,000 บาท เหลือเพียง 1,319,000 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

GWM ORA 07 ยังมาพร้อม ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 13,000 บาท ฟรี! GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท ฟรี! ม่านบังแดดหลังคา GWM มูลค่า 1,200 บาท และกรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM มูลค่า 2,000 บาท

GWM ORA Good Cat รับส่วนลดสูงสุดถึง 240,000 บาท
เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจแฟน ๆ ชาวไทย กวาดยอดขายกันอย่างต่อเนื่องจากเดือนกันยายนที่ผ่านมา รับส่วนลด มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยและฟังก์ชันการใช้งานสุดครบครัน รวมถึงประสิทธิภาพการขับขี่ที่โดดเด่นร่วมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต มาพร้อมกับโปรโมชันสุดพิเศษให้แฟน ๆ ชาวไทยจับจองเป็นเจ้าของในราคาที่เอื้อมถึงและคุ้มค่า รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 240,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 1.95%** เมื่อดาวน์ 25% และ ผ่อน 48 เดือน พร้อม ฟรี ! GWM โฮมชาร์จเจอร์ รวมถึงสิทธิประโยชน์แห่งความคุ้มค่าอีกมากมาย***
•GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO จากราคา 799,000 บาท เหลือเพียง 629,000 บาท (ส่วนลด 170,000 บาท)
•GWM New ORA Good Cat รุ่น ULTRA จากราคา 899,000 บาท เหลือเพียง 729,000 บาท (ส่วนลด 170,000 บาท)
•GWM New ORA Good Cat รุ่น GT จากราคา 1,099,000 บาท เหลือเพียง 859,000 บาท (ส่วนลด 240,000 บาท)

GWM HAVAL กับส่วนลดสูงสุดถึง 450,000 บาท
รถยนต์เอสยูวีรุ่นยอดฮิตที่ครองใจชาวไทยทั่วประเทศจากดีไซน์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีสุดล้ำที่ให้มาอย่างครบครัน ตอบโจทย์การขับขี่ของครอบครัวชาวไทยอย่างครอบคลุม สำหรับ GWM HAVAL H6 ทั้ง 3 รุ่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบส่วนลดให้แบบจุใจ พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย***
•All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จากราคา 1,699,000 บาท เหลือเพียง 1,249,000 บาท (ส่วนลด 450,000 บาท)
•New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 1,349,000 บาท เหลือเพียง 1,099,000 บาท (ส่วนลด 250,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)
•New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 999,000 บาท เหลือเพียง 899,000 บาท (ส่วนลด 100,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

รถยนต์ทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง** สำหรับรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่น รวมถึง การรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, GWM New ORA Good Cat, GWM New ORA Good Cat รุ่น GT และ GWM ORA 07

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้การสนับสนุนและความไว้วางใจแก่ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับลูกค้าดังกล่าว ตามรายละเอียดต่อไปนี้

ขยายระยะทางรับประกันแบตเตอรี่ EV ในระยะเวลา 8 ปี จากระยะทาง 180,000 กิโลเมตร เป็น 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) GWM Point 100,000 points
ORA Good Cat รุ่น PRO, ULTRA และ GT ตั้งแต่เริ่มจำหน่าย ถึง 31 สิงหาคม 2567
ORA 07 ตั้งแต่เริ่มจำหน่าย ถึง 30 กันยายน 2567
HAVAL H6 HEV ตั้งแต่ 1 พ.ค.-31 สิงหาคม 2567
HAVAL JOLION รุ่น ULTRA ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567
HAVAL H6 PHEV ตั้งแต่เริ่มจำหน่าย 31 สิงหาคม 2567
TANK 300 ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2567 – 30 กันยายน 2567
TANK 500 ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นและเทคโนโลยีล้ำสมัยทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษให้ชาวไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่คุณภาพสูงในราคาสุดคุ้ม อย่าพลาดโอกาสสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ เพียงลงทะเบียนและวางเงินมัดจำเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ตั้งแต่ 1 – 31 ตุลาคม 2567 ผ่าน GWM Application หรือที่เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th และ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยต้องรับรถยนต์ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เท่านั้น เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service
*** สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Application หรือเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th

“SUZUKI DEAL OF THE YEAR” แคมเปญพิเศษส่งท้ายปี ผ่อนเริ่มต้น 2,999 บาท หรือผ่อนสูงสุด 99 เดือน ชูความคุ้มค่าด้านการบำรุงรักษาระยะยาวมอบความมั่นใจตลอดการใช้งาน

0
ซูซูกิ 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ยังคงมีการแข่งขันอันเข้มข้น แม้จะเริ่มมีการทยอยแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ไปจนถึงการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ๆ ในประเทศไทยมากขึ้น แต่ด้วยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสภาวะเศรษฐกิจ ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ไปจนถึงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดและส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก จึงอาจจะทำให้ตลาดรถยนต์ยังคงอยู่ในสภาวะทรงตัว แต่อย่างไรก็ตาม ซูซูกิคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี สถานการณ์ต่างๆ จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับซูซูกิ ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งนับว่ามีความโดดเด่นทั้งเรื่องของดีไซน์ สมรรถนะ ความคุ้มค่า และคุ้มราคา ซึ่งเป็นส่วนช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้เลือกเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของซูซูกิ ทำให้ได้รับความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วง 9 เดือน ที่ผ่านมา (เดือนมกราคม-กันยายน 2567) มียอดจำหน่ายรถยนต์รวมอยู่ที่ 4,787 คัน ซึ่งต้องขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ยอมรับและให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของซูซูกิเป็นอย่างดี ซึ่งมียอดจำหน่ายในแต่ละรุ่น แบ่งออกได้ดังนี้

  • SUZUKI SWIFT มียอดจำหน่าย 1,669 คัน
  • SUZUKI CARRY มียอดจำหน่าย 627 คัน
  • SUZUKI XL7 HYBRID มียอดจำหน่าย 360 คัน
  • SUZUKI ERTIGA HYBRID มียอดจำหน่าย 92 คัน
  • SUZUKI CELERIO มียอดจำหน่าย 1,243 คัน

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมรองรับการแข่งขันในตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี พร้อมกับตอบรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จากซูซูกิ ให้สามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จึงนำเสนอแคมเปญพิเศษ SUZUKI DEAL OF THE YEAR ดีลสุดพิเศษส่งท้ายปี” ให้ลูกค้าเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ผ่อนง่าย จ่ายสบาย โดยสามารถเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน หรือผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งทุกรุ่น

โดยแคมเปญ “SUZUKI DEAL OF THE YEAR ดีลสุดพิเศษส่งท้ายปี” เริ่มตั้งแต่วันนี้ 1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2567 มีรายละเอียดดังนี้

SUZUKI SWIFT

  • รับสิทธิพิเศษฟรี SUZUKI WORRY FREE PROGRAM

✔ฟรี Suzuki Maintenance Service 7 ปี

✔ฟรี Suzuki Warranty 7 ปี

✔ ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 ปี

พร้อม ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 5,780 บาท

  • สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
  • พนักงานเงินเดือนประจำ และลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

SUZUKI ERTIGA HYBRID

  • ราคาเริ่มต้น 699,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนละ 7,126 บาท
  • สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
  • พนักงานเงินเดือนประจำ และลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI XL7 HYBRID

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน ๆ ละ 8,146 บาท
  • สมาชิกหอการค้าและเครือข่าย หรือสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท
  • พนักงานเงินเดือนประจำ และลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,999 บาท
  • พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,302 บาท
  • พนักงานเงินเดือนประจำ และลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ รับดอกเบี้ยพิเศษ
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY

  • รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
  • หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
  • ลูกค้าองค์กรธุรกิจ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท
  • พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งแรก

ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิยังคงยึดมั่นในปรัชญาของซูซูกิคือผลิตสินค้าที่มีคุณค่าเหมือนว่าเราคือผู้ใช้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคุ้มค่าในราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพงานบริการของโชว์รูมผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิครอบคลุมทั่วประเทศ   เพื่อที่จะสามารถรองรับการดูแลลูกค้าด้วยคุณภาพและมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง โดยมีการขยายงานบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพในทุกงานให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม กล่าวคือ

อะไหล่แท้ซูซูกิ : เชื่อมั่นในคุณภาพของอะไหล่แท้ที่ได้รับรองมาตรฐานของซูซูกิ

บริการอย่างมืออาชีพ : มั่นใจในบริการและการให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพเป็นมิตรและใส่ใจทุกรายละเอียดการซ่อมโดยช่างผู้มีความชำนาญที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการอบรมในการซ่อมรถยนต์ซูซูกิ

เครื่องมือมาตรฐานซูซูกิ : ใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจากซูซูกิ ช่วยให้การซ่อมมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมั่นใจในคุณภาพงานซ่อม

สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับรองมาตรฐานซูซูกิ : ใช้สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานของซูซูกิ ทำให้สีรถสวยงามและทนทาน เหมือนใหม่จากโรงงาน

การรับประกันงานซ่อม : รับประกันงานซ่อมว่ามีคุณภาพและมาตรฐานสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยจะรับประกันงานซ่อม 1 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และอะไหล่รับประกัน 1 ปี 20,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของซูซูกิในการจัดทำโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” นอกเหนือจากความต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่านแล้ว ซูซูกิยังมีความตั้งใจจริงที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

 

 

“ฟอร์ด”จัดกิจกรรม Give to Grow ช่วย 3 โรงเรียน ระยอง-ชลบุรี

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิสติ จัดโครงการ ‘Give to Grow’ ส่งมอบระบบเทคโนโลยีและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็น พัฒนาพื้นที่ในโรงเรียน และจัดเวิร์กช็อปเพิ่มพูนทักษะชีวิตแก่โรงเรียน 3 แห่งในจังหวัดชลบุรี และระยอง เพื่อเสริมศักยภาพการเรียนรู้ เพิ่มสุขอนามัยที่ดี และส่งเสริมการเติบโตด้านทักษะชีวิตแก่เด็กนักเรียนในชุมชน โดยมีคณะผู้บริหาร อาสาสมัครฟอร์ด รวมถึงตัวแทนจากพันธมิตรบริษัทเอกชนรวมกว่า 150 คน ร่วมพลังจิตอาสาส่งมอบอุปกรณ์พร้อมติดตั้ง และทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่สอดคล้องกับความจำเป็นของแต่ละโรงเรียน

ฟอร์ด 2

“การสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนเป็นเรื่องที่ฟอร์ดให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยยึดแนวทางของฟอร์ด ฟิแลนโธรพี ในการส่งมอบความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้ที่ขาดแคลน และส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะสำหรับอนาคต” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ฟอร์ดเล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาสาธารณูปโภคในสถานศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการเพิ่มทักษะชีวิตของเด็กนักเรียนที่ยังขาดโอกาส จึงได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญ และจัดการอบรมที่มีประสิทธิภาพ ผ่านโครงการ Give to Grow ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ford Global Caring Month ที่ได้นำอาสามัครฟอร์ดเข้ามามีส่วนร่วม”

ฟอร์ด 4

โครงการ Give to Grow เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างฟอร์ด ประเทศไทย มูลนิธิสติ และพันธมิตรในการสนับสนุนระบบโซลาร์เซลล์ โซลาร์รูฟ ออกแบบระบบ รวมถึงติดตั้งระบบและอุปกรณ์ ประกอบด้วย บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไพรม์ พาวเวอร์ จำกัด และบริษัท อาร์ ๑-๒ ไทย เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งร่วมดำเนินโครงการนำร่องในสามโรงเรียนในชุมชนพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานฟอร์ด ได้แก่ โรงเรียนชุมชนบริษัทน้ำตาลตะวันออก อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โรงเรียนบ้านเขาคันทรง และโรงเรียนบ้านระเวิง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุน ได้นำความรู้และความเชี่ยวชาญของตนเองมาร่วมดำเนินการตั้งแต่เริ่มโครงการ อาทิ การลงพื้นที่สำรวจความต้องการของโรงเรียน การวางแผนปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ของโรงเรียน และการสำรวจทักษะที่ขาดแคลนของนักเรียน โดยมีคณะผู้บริหารและอาสาสมัครฟอร์ดจากสำนักงานฟอร์ด กรุงเทพฯ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) ผู้จำหน่ายฟอร์ดเอกกรุ๊ป และพันธมิตรกว่า 150 คน ร่วมส่งมอบอุปกรณ์ ติดตั้งระบบเทคโนโลยี และทำกิจกรรมในโรงเรียนทั้งสามแห่ง ประกอบด้วย

ฟอร์ด 5

ส่งมอบและติดตั้งระบบโซลาร์รูฟขนาด 5 กิโลวัตต์ โดยมีจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 370 วัตต์ จำนวน 39 แผง พร้อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าหลักของทั้งสามโรงเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟฟ้าประมาณ 2,000-2,500 บาทต่อเดือน

ฟอร์ด 7
ส่งมอบและติดตั้งเครื่องกรองน้ำแก่โรงเรียนบ้านระเวิง และโรงเรียนบ้านเขาคันทรง

ฟอร์ด 8
ทาสีตกแต่งห้องเรียน ที่โรงเรียนบ้านระเวิง
ปรับปรุงเครื่องเล่นและถมดินในสนามเด็กเล่น ที่โรงเรียนบ้านเขาคันทรง
ติดตั้งและทาสีสุขาเคลื่อนที่ สำหรับโรงเรียนชุมชนบริษัทน้ำตาลตะวันออก
ติดตั้งรั้วโรงอาหาร ที่โรงเรียนบ้านเขาคันทรง

ฟอร์ด 9

นอกจากการฟื้นฟูพื้นที่ทั้งสามโรงเรียนแล้ว โครงการ Give to Grow ยังได้จัดเวิร์กช็อปพัฒนาทักษะชีวิตแก่เด็กนักเรียนในสามหัวข้อสำคัญ ได้แก่ การเรียนรู้และพัฒนาทักษะสังคม การเรียนรู้เรื่องเพศอย่างเท่าทัน และการขยายความรู้เส้นทางอาชีพให้เด็กๆ เห็นโอกาสด้านอื่นๆ ในชีวิต โดยฟอร์ดร่วมกับมูลนิธิสติทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งสามโรงเรียนเพื่อสำรวจและจัดทำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายที่นักเรียนในแต่ละพื้นที่ต้องเผชิญ และนำข้อมูลมาออกแบบเวิร์กช็อปให้เกิดประสิทธิผลที่สุด ขณะที่อาสาสมัครฟอร์ดก็ได้มีส่วนร่วมในพูดคุยให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่เด็กนักเรียน เพื่อให้แน่ใจว่าทักษะที่เด็กๆ ได้รับจะสามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์ในระยะยาว

ฟอร์ด 10

โครงการ Give to Grow ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากฟอร์ด ฟิแลนโธรพี (Ford Philanthropy) ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อสังคมของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จัดสรรมาใช้จัดกิจกรรม Ford Global Caring Month ในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อให้อาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลกร่วมทำกิจกรรมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคม ซึ่งฟอร์ดได้จัดกิจกรรม Global Caring Month มาต่อเนื่องกว่า 10 ปีแล้ว ในปีนี้ ฟอร์ดได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิสติ ซึ่งเป็นหน่วยงานเพื่อสังคมมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาของเด็กในกลุ่มเสี่ยง มีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้เห็นว่าชีวิตยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกทั้ง มูลนิธิสติยังมีเครือข่ายอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพ ที่พร้อมส่งต่อทักษะอาชีพ และทักษะการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับรูปแบบปัญหาและความท้าทายของแต่ละพื้นที่

“มาสด้า” จัดหนักบิ๊กเซอร์ไพรส์ขยายเวลารับข้อเสนอใหญ่ตลอดเดือนตุลาคม

0
Mazda 3

นายวัชระ เจียรบุญ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทุ่มจัดงานอีเว้นท์ใหญ่เอาใจคนอยากเป็นเจ้าของรถมาสด้าตลอดเดือนตุลาคม ยกทัพยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟรุ่นยอดนิยมหลากหลายรุ่น อาทิ มาสด้า2, มาสด้า CX-3, มาสด้า CX-30, มาสด้า CX-5, มาสด้า CX-8 และ มาสด้า6 ออกงาน มาสด้า เอ็กซ์โป ณ ศูนย์การค้าชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงจัดงานมอบข้อเสนอใหญ่ที่โชว์รูมมาสด้าในต่างจังหวัด ภายใต้แคมเปญ Mazda Big Surprise ต่อเวลา ข้อเสนอใหญ่ เซอร์ไพรส์ไม่หยุด ทั้งส่วนลดพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้น 1 และของแถมมากมาย รวมถึงมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่ที่จองรถมาสด้าภายในงานฯ เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ง่ายขึ้นและแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้การตอบรับรถยนต์มาสด้าเป็นอย่างดี โดยรายละเอียดการจัดกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษ มีดังต่อไปนี้

Mazda 6

 

•Mazda Expo ณ ศูนย์การค้า แฟชั่น ไอส์แลนด์ (บริเวณ เซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น1) ระหว่างวันที่ 27 ก.ย. 67 – 6 ต.ค. 67 และ ระหว่างวันที่ 16-21 ต.ค. 67 ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เวสต์เกต มอบส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* หรือ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 72 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และเมื่อจองรถมาสด้าในงาน รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL Under Armour Streak มูลค่า 2,990*บาท* และลูกค้าที่จองมาสด้า6 รับฟรีลำโพงบลูทูธ BOSE SOUNDLINK COLOR II มูลค่า 5,900 บาท* นอกจากนี้ เจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว ยังได้รับสิทธิพิเศษ เมื่อออกรถใหม่ รับฟรี บัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* หรือ เมื่อออกรถมาสด้า6 รับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม*

Mazda 4
•Mazda Fan Fest รวมความสุข ทุกข้อเสนอ ให้แฟนมาสด้า ณ โชว์รูมมาสด้า พัทลุง ระหว่างวันที่ 4-5 ต.ค. 67 และ โชว์รูมอนุภาษมาสด้า ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 25-26 ต.ค. 67 มอบข้อเสนอ ส่วนลดสูงสุด 200,00 บาท* หรือ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 84 เดือน* พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* เมื่อจองรถทุกรุ่นในงานรับลำโพง SONY PORTABLE WIRELESS SPEAKER มูลค่า 1,990 บาท* และพิเศษสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว ออกรถใหม่ รับฟรี บัตรน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*

Mazda  7
•กิจกรรมทดลองขับในเดือนตุลาคม เมื่อทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับบัตร Starbucks มูลค่า 200 บาท โดยผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า สามารถติดต่อทดลองขับพร้อมรับบัตรฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 67 เป็นต้นไป ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

ลูกค้ามาสด้าแฟมิลี่หรือผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า ห้ามพลาดกับข้อเสนอดีๆ เหล่านี้ หรือสนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mazda.co.th

 

“ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย” เคาะราคาขาย “IONIQ 5N”พร้อมทุ่มงบพันล้านเสริมแกร่งอุตสาหกรรม EV ไทย

0
IONIQ 5N 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความยิ่งใหญ่และความมุ่งมั่นครั้งสำคัญ ด้วยการเดินหน้าลงทุนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เร่งเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการเติบโตของอีโคซิสเต็มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทย หลังได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เต็มรูปแบบ การลงทุนครั้งนี้มาพร้อมกับการจัดตั้งบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจะมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ พร้อมกันนี้ ฮุนไดโมบิลิตี้ ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว “IONIQ 5N” รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด ที่จะสร้างระดับมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการยานยนต์ทั้งในด้านพละกำลัง ความเร็ว และเทคโนโลยีการขับขี่ที่เหนือคู่แข่ง

IONIQ 5N 2

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย มุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตแห่งการเดินทางที่ยั่งยืน ผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรมมากมาย โดยเรามุ่งเน้นที่การพัฒนาอีโคซิสเต็มยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก การลงทุนด้านการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศครั้งนี้ ทำให้เราสามารถวางตำแหน่งประเทศไทยให้กลายเป็นผู้เล่นหลัก ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมขับเคลื่อนความก้าวหน้า ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านไปยังอนาคต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนมากขึ้น”

บทบาทของโครงการ EV3.5 ต่อความยั่งยืน

ฮุนไดเป็นผู้นำในด้านโซลูชันเพื่อการเดินทางอัจฉริยะและยั่งยืนมาอย่างยาวนาน ผ่านการเปิดตัวรถยนต์แบรนด์ IONIQ ที่เป็นรุ่นพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการออกแบบด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลและดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ฮุนไดยังตอกย้ำความมุ่งมั่นด้วยการจัดตั้งโครงการ EV3.5 ผ่าน บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเตอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยเงินลงทุนสูงกว่า 1 พันล้านบาท ด้วยความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรในประเทศไทย โครงการนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม บนเนื้อที่กว่า 28,500 ตารางเมตร โดยมีพื้นที่ใช้สอยอาคาร 17,500 ตารางเมตร ซึ่งมีทั้งส่วนโรงงานประกอบรถยนต์และแบตเตอรี่ กำหนดเริ่มการผลิตในปี 2569 โดยตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 5,000 คันต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าภายในประเทศ

IONIQ 5N 6

โรงงานแห่งใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของฮุนได ซึ่งรวมถึงแบรนด์ IONIQ โดยจะมุ่งเน้นการใช้ส่วนประกอบหลักจากในประเทศ การเสริมสร้างความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ไทย การส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่น และการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าของไทย การลงทุนครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮุนไดต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น สำหรับอีโคซิสเต็มของยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้มแข็งและมั่นคง

แบรนด์ IONIQ จุดบรรจบแห่งนวัตกรรมและความยั่งยืน

IONIQ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของอนาคตแห่งการเดินทางที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูง ความยั่งยืน และประสิทธิภาพระดับพรีเมี่ยมในหนึ่งเดียว โดยมียานยนต์ไฮไลต์คือ IONIQ 5 ซึ่งเป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าที่คว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วมากมาย จากการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมของฮุนได เข้ากับนวัตกรรมใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม มอบระยะการขับขี่ไกลสูงสุดถึง 481 กิโลเมตร และความสามารถชาร์จไฟเร็วเป็นพิเศษ (10-80% ในเวลาเพียง 18 นาที) พื้นที่ใช้สอยภายในออกแบบให้มีความอเนกประสงค์และความยืดหยุ่นสูง พร้อมฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย เช่น ระบบจอดรถอัตโนมัติและ Hyundai SmartSense โดย IONIQ 5 มีราคาจำหน่ายในเมืองไทยเริ่มต้นที่ 1,699,000 – 1,829,000 บาท ซึ่งนับว่าคุ้มค่าอย่างมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มาเติมเต็มความต้องการคือ IONIQ 6 รถซีดานที่ทันสมัยและเปี่ยมด้วยสไตล์อันโดดเด่น ภายใต้รูปทรงที่โฉบเฉี่ยวและการตกแต่งห้องโดยสารที่กว้างขวาง มอบระยะทางการขับขี่สูงสุด 545 กิโลเมตร และอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7.4 วินาที และสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ ระบบชาร์จ Multi-Charging System 400V และ 800V ซึ่งอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ทั้งยังมีระบบขับเคลื่อนล้อหลังซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พร้อมมอบอีกระดับแห่งสมรรถนะและเสถียรภาพของการขับขี่

IONIQ 5N 8

IONIQ 6 มีราคาเริ่มต้น 1,899,000 บาท พร้อมให้คุณสัมผัสการผสมผสานที่โดดเด่นระหว่างประสิทธิภาพ นวัตกรรม และความยั่งยืน

เผยโฉม IONIQ 5N นิยามใหม่แห่งยนตกรรมสมรรถนะสูง

IONIQ 5N รถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงสุดของฮุนได ก้าวข้ามขีดจำกัดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป ด้วยกำลังขับเคลื่อนถึง 601 แรงม้า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจอย่างไร้คู่แข่ง เสริมการทำงานด้วยโหมด N Grin Boost ซึ่งจะเพิ่มกำลังสูงสุดเป็น 641 แรงม้า มอบอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4 วินาที โดย IONIQ 5N มีราคาจำหน่าย 3,790,000 บาท ด้วยสมรรถนะการขับขี่อันน่าทึ่ง ผสานกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำหน้าของฮุนได IONIQ 5N จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความตื่นเต้น พละกำลัง และนวัตกรรมล้ำยุค เพื่อมุ่งสู่อนาคตแห่งการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง

IONIQ 5N 10

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม IONIQ 5N ได้ที่ IONIQ Lab (TDPK), H-Space วิภาวดี และ H-Studio ที่ The Emsphere

นวัตกรรม E-Pit พร้อมให้บริการแล้ว

ในโอกาสเดียวกันนี้ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ยังขอแนะนำ E-Pit สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Ultra-fast charging ซึ่งพร้อมให้บริการแล้ววันนี้ที่ IONIQ Lab โดยมาพร้อมกับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 800 โวลต์ / 350 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จไฟเพียง 5 นาที ให้ขับขี่ IONIQ 5 ไปได้ไกลอีก 100 กิโลเมตร นวัตกรรมที่ชาร์จ E-Pit แห่งนี้สงวนสิทธิ์การให้บริการสำหรับลูกค้า IONIQ 5, IONIQ 6 และ IONIQ 5N เท่านั้น โดยยังให้บริการฟรีไม่คิดค่าใช้จ่ายจนถึงสิ้นปีนี้อีกด้วย ลูกค้า IONIQ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของ E-Pit ได้ที่ IONIQ Lab นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีแผนขยายจุดให้บริการสถานีชาร์จ E-Pit โดยจะตั้งขึ้นที่ H-Space ในอนาคตอันใกล้

IONIQ 5N 12

 นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“แบรนด์ IONIQ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฮุนไดในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุม IONIQ 5N จึงเป็นอีกหนึ่งหลักชัยสำคัญบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนของเรา ผ่านการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างสุดยอดประสิทธิภาพ เทคโนโลยีขั้นสูง และความยั่งยืน เป้าหมายของเราคือการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของเมืองไทย พร้อมด้วยโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่กระตุ้นเร้าแรงบันดาลใจ เสริมสร้างความเชื่อมั่น และร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น”

IONIQ 5N 11

“เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรา ฮุนไดขอมอบแพ็กเกจระดับพรีเมียม ด้วยการรับประกันแบตเตอรีไฟฟ้าแรงสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. และการรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปีหรือ 150,000 กม. เพื่อมอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ เรายังเพิ่มความอุ่นใจที่เหนือระดับสำหรับลูกค้า IONIQ ด้วยแพ็คเกจบริการหลังการขายสุดพิเศษ ด้วยบริการฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 10 ปีหรือ 150,000 กม. ฟรีเครื่องชาร์จ Home Charger พร้อมฟรีค่าติดตั้ง พร้อมเครื่องชาร์จพกพากระแสไฟฟ้า AC ความยาวสายไฟ 6 เมตร ซึ่งรับประกันนาน 3 ปี ทั้งยังมีบริการชาร์จไฟ V2L ฟรี 3 ปี เหนือสิ่งอื่นใด ฮุนไดยังบริการส่งมอบยานยนต์ถึงบ้านปีละสองครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ฮุนไดยังมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดหรือสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุด นานสูงสุดเป็นเวลา 5 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งเป็นบริการพิเศษสุดสำหรับลูกค้าฮุนไดเท่านั้น” นายวัลลภ กล่าวสรุป

นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ฮุนไดยังประกาศความมุ่งมั่น ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย เพื่อให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น วิสัยทัศน์ของฮุนไดคือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยมีเครือข่ายสถานีชาร์จที่ครอบคลุม พร้อมสนับสนุนหลังการขายชั้นเลิศ และไม่เป็นเพียงแค่การพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ฮุนไดยังลงทุนในโครงการด้านความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและชุมชน เพื่อส่งเสริมโครงการสีเขียวและสนับสนุนอนาคตที่ยั่งยืน ด้วยโครงการเหล่านี้ ประเทศไทยจะพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ IONIQ ของฮุนไดจะเป็นแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ พร้อมร่วมเดินทางสู่อนาคตแห่งพลังงานสะอาด เทคโนโลยีอัจฉริยะ และสร้างความยั่งยืนที่มากยิ่งขึ้นร่วมกับทุกคน

ค้นพบประสบการณ์ยานยนต์ IONIQ รุ่นใหม่ล่าสุดจากฮุนได ทั้ง IONIQ 5 และ IONIQ 6 ได้ที่ศูนย์ IONIQ Lab, H Studio ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ หรือ IONIQ Agency ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี (ฮุนได ติวานนท์), จังหวัดสมุทรปราการ (ฮุนได บางปู), จังหวัดปทุมธานี (ฮุนได คลองหลวง), จังหวัดระยอง (ฮุนได ระยอง) ทั้งยังมีแผนขยายเครือข่าย IONIQ Agency ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี (กำหนดเปิดในเดือนตุลาคม 2567) วงศ์สว่าง และจังหวัดอุบลราชธานี (กำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2567) เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสยานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยของฮุนไดได้อย่างสะดวกสบายด้วยตัวเอง ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก “Hyundai Thailand” หรือศึกษาข้อมูลรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่น ได้ที่เว็บไซต์ https://hyundai.com/th  

 

 

(มีคลิปวีดีโอ) พิสูจน์แล้วโดยผู้ใช้จริง Honda e:HEV 30 คัน ยืนยัน! น้ำมัน 1 ถัง พาไปได้ไกลเกินกว่า 900 กม. บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความประหยัดของระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผ่านทริปสุดพิเศษ ‘Honda e:HEV Challenge ประหยัด… ไปถึงไหนนน!’ แท็กทีมลูกค้ารถยนต์ Honda e:HEV ทั้ง 6 รุ่น จำนวน 30 คัน รวมผู้ขับขี่พร้อมผู้โดยสารทั้ง 60 คน และคณะสื่อมวลชนสายยานยนต์ ร่วมพิสูจน์ความประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะการขับขี่ของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV กับน้ำมัน 1 ถัง บนเส้นทางการขับขี่จริงจากกรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่ รวมระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร โดยผลลัพธ์จากกิจกรรมพบว่ารถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น สามารถขับขี่ได้ไกลเกินกว่า 900 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียงถังเดียว* โดยไม่มีการแวะเติมน้ำมัน คอนเฟิร์มความประหยัดจากลูกค้าผู้ใช้งานจริง กับสถิติตัวเลขอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมเกินกว่าป้ายข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล หรือ ECO Sticker* อีกทั้งลูกค้ายังได้ร่วมแลกเปลี่ยนเคล็ดลับการขับขี่ที่ตอกย้ำความประหยัดอีกขั้น พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสและพิสูจน์ความประหยัดของ Honda e:HEV ทุกรุ่นด้วยตัวคุณเอง และให้ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยข้อเสนอพิเศษ ณ โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

 

โดยลูกค้าผู้ใช้จริงรถยนต์ Honda e:HEV ที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 30 คัน จากทั้ง 6 รุ่น ได้แก่

  • ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี 4 คัน
  • ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี 6 คัน
  • ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี 6 คัน
  • ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี 2 คัน
  • ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 6 คัน
  • ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี 6 คัน

ตลอดเส้นทางการขับขี่สุดท้าทายเพื่อพิสูจน์ความประหยัดของน้ำมัน 1 ถัง ลูกค้าต่างขับขี่กันอย่างมุ่งมั่น ผสานการใช้เทคนิคสไตล์ตนเองในการขับขี่รถยนต์ Honda e:HEV คู่ใจ สู่ประสบการณ์ที่สนุกสนานตลอดทริป โดยได้พิสูจน์บนเส้นทางการใช้งานจริงหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเมือง และทางขึ้น-ลงเขา รวมถึงทางโค้ง และได้พิสูจน์ถึงการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด โดยระบบจะเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับระดับของแบตเตอรี่ สภาพถนน และพฤติกรรมในการขับขี่ ประกอบด้วยการทำงานของโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่

  • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ระบบจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขณะ
    ออกตัว เหมาะกับการขับขี่ในเมือง
  • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) มอบอัตราเร่งทรงพลังและนุ่มนวล โดยระบบจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ในขณะที่เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ปั่นไฟส่งเข้าสู่มอเตอร์ เพื่อขับเคลื่อนล้อ หรือเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) โดยจุดเด่นอยู่ที่ชุดล็อกอัพคลัตช์ที่อยู่ในเกียร์
    E-CVT จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์และส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง เหมาะกับการขับขี่โดยใช้ความเร็วสูงคงที่

รถยนต์ e:HEV ทุกรุ่นของฮอนด้า ยังมาพร้อมกับระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) เป็นระบบที่ช่วยชะลอความเร็วรถ และสามารถชาร์จไฟกลับไปที่แบตเตอรี่ไฮบริด ช่วยให้รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ชะลอความเร็วเมื่อเข้าโค้ง หรือขับรถลงทางลาดชันได้โดยไม่ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัย ลดการเหยียบเบรกโดยไม่จำเป็นและยังได้พลังงานไฟฟ้าชาร์จกลับไปที่แบตเตอรี่ ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน ให้ทั้งความสนุกสนานในการขับขี่ควบคู่ไปกับความประหยัดน้ำมันและความปลอดภัย และทุกรุ่นยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง** (Honda SENSING)
มอบความมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกการเดินทาง

สำหรับกิจกรรม ‘Honda e:HEV Challenge ประหยัด… ไปถึงไหนนน!’ ได้พิสูจน์ผลลัพธ์แล้วว่า รถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น ทั้ง 30 คัน สามารถขับขี่ได้ไกลเกินกว่า 900 กิโลเมตร ด้วยน้ำมัน 1 ถัง โดยที่น้ำมันยังเหลือ จากการทดสอบบนเส้นทางจากกรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่ ซึ่งผู้ชนะทั้ง 6 รุ่น สามารถขับขี่ด้วยน้ำมัน 1 ถัง โดยมีรายละเอียดระยะทางรวม ดังนี้

  1. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 7 กิโลเมตร
  2. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 5 กิโลเมตร
  3. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 9 กิโลเมตร
  4. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 4 กิโลเมตร
  5. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 4 กิโลเมตร
  6. ลูกค้าผู้ชนะ รุ่น ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี น้ำมัน 1 ถัง ขับได้ระยะทางรวมกว่า 8 กิโลเมตร

นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ Honda e:HEV ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ ยังร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการขับประหยัดน้ำมันมาฝาก เพื่อให้สามารถขับขี่ได้อย่างประหยัดยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน และเชิญชวนลูกค้าที่สนใจให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Honda e:HEV ไปด้วยกัน

 

คุณชัยชนะ พูลพิพัฒน์ ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี กล่าวว่า “เคล็ดลับของผม คือ
เน้นการขับขี่ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยใช้ความเร็วที่ประมาณ 60 ถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ได้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดี ในทางเรียบอาจจะไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก แต่ในช่วงเวลาที่ขึ้นหรือลงเนินเขา จะต้องจับจังหวะการหน่วงให้ดี  โดยช่วงขึ้นเขาอาจจะใช้โหมด ECON รวมถึงให้รถขยับช้า ๆ เพื่อให้เป็นไฟฟ้า และในจังหวะที่ลงเขาก็จะให้รถชาร์จไฟกลับ น่าจะเป็นระยะทางประมาณ 10 กว่ากิโลฯ ที่ผมแทบจะไม่ได้ใช้น้ำมันเลย ทำให้ได้ตัวเลขอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีมาก

ด้านลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี คุณครรชิต จุดประสงค์ กล่าวว่า “ในระหว่างการแข่งขัน
ผมได้ใช้ความสามารถทั้งของรถ และความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อจะทําให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น จากตอนแรกอยู่ที่ 26 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปที่ 26.4 และจบที่ 27 กิโลเมตรต่อลิตร สูงสุดเท่าที่เคยทําได้เลยครับ ประทับใจมาก ๆ ตอนซื้อรถมา คิดไว้แล้วว่าถ้าซื้อรถใหญ่ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันก็จะต้องมากขึ้นแน่นอน แต่พอมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ก็พิสูจน์ได้จริง ๆ ว่าแม้รถจะใหญ่ แต่ก็ยังประหยัดน้ำมันมาก ๆ ปกติแล้วผมจะขับในกรุงเทพฯ หลังจากนี้ก็จะนำวิธีการที่ใช้ในการแข่ง ไปใช้ตอนขับในชีวิตประจําวันด้วยครับ”

คุณเอกพจน์ บุญหนู แชร์ถึงเทคนิคและความประทับใจต่อ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี ของตนเองว่า “เทคนิคของผม คือ ในช่วงการขับขี่ขึ้นเขา ผมจะเร่งความเร็วส่งขึ้นไป พอถึงช่วงประมาณ 3/4 ของเนิน ผมจะยกคันเร่งออก ให้ความเร็วค่อย ๆ ลด แล้วค่อย ๆ เติมคันเร่งไปทีละนิดเพื่อให้ไปถึงยอดเขา พอถึงยอดเขาก็จะปล่อยให้รถไหลลง และค่อยเติมคันเร่งให้มีแรงส่งออกไปครับ โดยรวมความประทับใจต่อรถคันนี้ คือ ให้ทั้งความประหยัด สะดวกสบาย และการขับขี่ที่มั่นคง ผมตัดสินใจไม่ผิดเลยที่มาเป็นครอบครัว Honda e:HEV ขอขอบคุณฮอนด้ามากครับที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ ให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกกันครับ”

กิจกรรม ‘Honda e:HEV Challenge ประหยัด… ไปถึงไหนนน!’ ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่า รถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และด้านอัตราประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ พร้อมทั้งสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร้กังวล โดยน้ำมันเพียงถังเดียวก็สามารถพาคุณไปได้ไกลกว่าที่คิดในทุก ๆ เส้นทาง เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและเดินทางไกล ลดความกังวลเมื่อต้องเดินทางไกลแบบไม่ต้องเผื่อเวลาชาร์จ

ลูกค้าท่านใดที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ Honda e:HEV หรือรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของฮอนด้า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
โดยสามารถลงทะเบียนทดลองขับล่วงหน้าก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
ผ่านทาง www.honda.co.th/testdrive

หมายเหตุ:
*อัตราการประหยัดน้ำมันที่ได้จากการทดสอบโดยลูกค้าผู้ใช้จริง ผ่านเส้นทางกรุงเทพฯ – พิษณุโลก – เชียงใหม่ เป็นระยะทางรวมไม่ต่ำกว่า 900 กิโลเมตร อ้างอิงจากการขับขี่และวัดผลในกิจกรรมระหว่างวันที่ 6 – 8 กันยายน 2567 (ขึ้นอยู่กับสภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล)

**ฟังก์ชันการทำงานของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) แต่ละระบบ แตกต่างกันในแต่ละรุ่น

ข้อมูลอัตราประหยัดน้ำมันและระยะทางการวิ่ง

รุ่นรถยนต์ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดระยะทางการวิ่ง
(ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101

ในห้องปฏิบัติการ)

(ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ะบุคคล)
ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี4027.8 กม./ ลิตรวิ่งได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร
ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก

อี:เอชอีวี

40
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี4025.6 กม./ ลิตรวิ่งได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร
ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี4025.0 กม./ ลิตรวิ่งได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร
ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี48.525.0 กม./ ลิตรวิ่งได้ไกลกว่า 900 กิโลเมตร
ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี5720.8 กม./ ลิตร (รุ่น e:HEV ES)

19.2 กม./ ลิตร (รุ่น e:HEV RS 4WD)

วิ่งได้ไกลกว่า 900 กิโลเมตร

หมายเหตุ:
ตัวเลขระยะทางที่แสดงข้างต้น อ้างอิงและไม่เกินจากการคำนวณตาม Eco Sticker (ขึ้นอยู่กับสภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ปรับกลยุทธ์ภายใต้ภาวะการแข่งขันสูง ยืนยันความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว พร้อมดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต-ส่งออกรถยนต์ทั่วโลก

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ ย้ำชัด ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์และสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกาศจุดยืน “ประเทศไทย” เป็นประเทศยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียนและตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภายใต้ “Great Wall Motors International” บริษัทฯ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อกำกับ ดูแล รวมถึงบริหารธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในตลาดต่างประเทศทั่วโลก สำหรับตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวารวมถึงประเทศไทย นำทัพโดย เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและนำการบริหารงาน ณ สำนักงานที่กรุงเทพฯ​ เพื่อปรับเปลี่ยนและพัฒนาการดำเนินธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันได้ในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย รวมถึงกำกับดูแลการดำเนินงานของโรงงาน “GWM Smart Factory” ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโรงงานการผลิตเต็มรูปแบบ ที่ถูกวางให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไปสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนตอกย้ำทิศทางและวิสัยทัศน์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว

ชูกลยุทธ์ 3 ด้าน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว: ผลิตภัณฑ์อัจฉริยะที่ตอบโจทย์คนไทย งานบริการหลังการขายและการบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน เข้ามาปรับปรุงและพัฒนาความสามารถในการแข่งขันภายใต้ภาวะการณ์ที่ท้าทายในปัจจุบัน เพื่อให้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง สร้างรากฐานเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ประกอบด้วย

ด้านผลิตภัณฑ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะมีการปรับกลยุทธ์การวางแผนผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าชาวไทย รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Powertrain) อันหลากหลายเข้าสู่ตลาด นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องและใช้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีคุณภาพในประเทศให้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตและส่งออกที่สำคัญของรถยนต์พวงมาลัยขวาและซ้ายของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย

ด้านบริการหลังการขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีการยกระดับมาตรฐานศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีผ่านโครงการ “Certified Body and Paint” โดยมี พาร์ทเนอร์ สโตร์ จำนวน 6 แห่ง ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลที่ผ่านการรับรองจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อมอบความมั่นใจในคุณภาพงานซ่อมให้กับลูกค้า โดยในอนาคต บริษัทฯ วางแผนที่จะขยายโครงการดังกล่าวไปยังจังหวัดต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศอีกด้วย สำหรับด้านการบริหารจัดการอะไหล่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีแผนในการสร้างโรงเก็บอะไหล่ขนาดใหญ่ในประเทศจีน เพื่อรองรับความต้องการอะไหล่จากตลาดต่างประเทศรวมถึงประเทศไทย ทำให้การจัดส่งอะไหล่ที่ต้องนำเข้าจากประเทศจีนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้มีการพัฒนาการบริการส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการทั่วประเทศได้ภายใน 1 วัน รวมถึงมีแผนในการขยายคลังเก็บอะไหล่ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์และรถรุ่นใหม่ ๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคต รวมถึงการจัดหาผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการอะไหล่ของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ด้านการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ถึงแม้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายหลายราย ซึ่งเป็นผลจากภาวะการแข่งขันสูงและการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม เรายังคงเดินหน้าในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายในการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีเครือข่ายผู้จำหน่ายทั้งสิ้น 71 แห่ง โดยในปี 2567 นี้ เรามีการเปิด พาร์ทเนอร์ สโตร์ เพิ่มเติมไปแล้วถึง 11 แห่ง ทั้งในเขตกรุงเทพและปริมณฑลและต่างจังหวัด ได้แก่ GWM ไลฟ์ นนทบุรี, GWM จีที ออโต้ พัฒนาการ, GWM มหานคร พหลโยธิน กม.25, GWM เอก อารีย์, GWM บางกอก ถนนจันทน์, GWM คาร์แมน วงศ์สว่าง, GWM ฑีฆ อุดรธานี, GWM อนุภาษ ภูเก็ต กะทู้, GWM วายเอเอส ยะลา, GWM ระยอง ปลวกแดง และ GWM ชูเกียรติ สงขลา นอกจากนี้ เรายังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ

เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาครบ 3 ปีเต็ม และกำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 พร้อมความมุ่งมั่นตั้งใจในการนำผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภคชาวไทย เราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างมากที่มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุนเรามาโดยตลอด ภายใต้ความท้าทายของอุตสาหกรรมรถยนต์และสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้ตอบโจทย์คนไทยให้มากที่สุด เราเชื่อว่ากลยุทธ์ทั้ง 3 ด้านของเราจะทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว เราขอยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจะยังคงดำเนินต่อไปด้วยความมั่นคงและแข็งแกร่ง ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดประเทศไทยและผู้บริโภคชาวไทย และประเทศไทย ถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ให้ความสำคัญเสมอมา เรายังคงมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในระดับโลก เราจะเติบโตไปพร้อมกับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน”

ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ เร่งเครื่องสุดกำลังในการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากลควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ส่งท้ายเดือน 9 ด้วยข้อเสนอสุดอัศจรรย์ ที่งาน ‘9 Miracles Executive Car Day’ จอง BMW ใช้แล้วสภาพดี แถมฟรี iPhone 16 Pro

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA หยิบยื่นข้อเสนอสุดอัศจรรย์ส่งท้ายเดือน 9 กับงาน ‘9 Miracles Executive Car Day’ พบรถผู้บริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ป้ายแดงราคาพิเศษ และป้ายขาวไมล์น้อย ราคาดี การันตีคุณภาพ พร้อมกิจกรรมดูดวงศาสตร์ทั้ง 9 จากนักพยากรณ์ชื่อดัง รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ระหว่างวันที่ 27-29 กันยายน 2567 ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พระราม 4 หรือรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา ทั่วประเทศ

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ขอเรียนเชิญผู้ที่ชื่นชอบความคุ้มค่า มาชมงาน ‘9 Miracles Executive Car Day’ ที่เราคัดสรรยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู หลากรุ่น หลายสายพันธุ์ ทั้งรถผู้บริหารป้ายแดง และป้ายขาว สภาพดี และมีให้เลือกแบบจุใจ เพียง 3 วันเท่านั้นครับ”

++ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ จัดให้ จองคันไหนก็คุ้มค่าสุดๆ

บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ส่งท้ายเดือน 9 สุดอัศจรรย์ จัดหนักแคมเปญรถผู้บริหาร
ป้ายแดง และป้ายขาว สภาพดี การันตีคุณภาพ หยิบยื่นความคุ้มค่ามาให้ลูกค้าแบบจุใจ อาทิ

  • BMW 220i M Sport เริ่มต้น 1,690,000 บาท*
  • BMW 320d M Sport เริ่มต้น 1,890,000 บาท*
  • BMW X1 sDrive20i xLine เริ่มต้น 1,990,000 บาท*
  • BMW X3 20d xDrive M Sport เริ่มต้น 1,780,000 บาท*
  • BMW 530e M Sport Lci เริ่มต้น 2,390,000 บาท*
  • BMW iX3 M Sport Inspiring เริ่มต้น 2,550,000 บาท*
  • BMW i5 M60 xDrive เริ่มต้น 3,890,000 บาท*
  • BMW iX xDrive40 Sport เริ่มต้น 3,990,000 บาท*

คุ้มค่าเหนือระดับ ให้ลูกค้าได้รับข้อเสนอพิเศษสุด

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • ฟรี BSI Ultimate สูงสุด 6 ปี*
  • ฟรี iPhone 16 Pro 256 GB มูลค่า 48,900 บาท*
  • ฟรี Dining Voucher มูลค่า 8,000 บาท*

สัมผัสกิจกรรม Luck of Luxury 9 ศาสตร์แห่งการพยากรณ์ เสริมบวกให้กับชีวิต นำโดย 2 อาจารย์โหราศาสตร์ชื่อดัง หมอไก่ พ.พาทินี กับ อ.ชัญญา พร้อม 7 อาจารย์จากสมาคมโหราศาตร์ รวมทั้งสิ้น 9 ศาสตร์ คือ รูน, ไพ่ยิปซี, โหงวเฮ้ง, ลายมือ, ลายเซ็น, เบอร์โทร/ตัวเลข และ เลข 7 ตัว

  • วันเสาร์ที่ 28 กันยายน – กิจกรรมสัมมนากับ หมอไก่ พ.พาทินี เป็นการสัมมนาในหัวข้อ
    เช็กดวงข่าวดี ครบ 12 ราศีแบบจัดเต็ม เจาะลึกดวงช่วง 4 เดือนที่เหลือของปี 2567
  • วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน – ตรวจดวงชะตา กับ อ.ชัญญา ราชินีไพ่จิตสัมผัส

สมาชิก MGC-MOBILIFE รับสิทธิ์ประโยชน์เพิ่ม เมื่อออกรถกับ มิลเลนเนียม ออโต้ รับคะแนนสะสม 1 คะแนน ต่อยอดใช้จ่าย 100 บาท เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ บัตรโดยสารสายการบิน, ห้องพักโรงแรมหรู, สปาสุดพรีเมียม, ร้านอาหารชั้นนำ และอีกมาก

 

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect
Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)
https://www.millenniumauto.co.th
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

จองสิทธิเป็นเจ้าของรถกระบะพลังงานไฟฟ้า RIDDARA วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ !

0

RIDDARA แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY จัดแคมเปญ RIDDARA PRE-BOOKING เปิดให้จองสิทธิเป็นเจ้าของ RIDDARA ก่อนใคร จองวันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษทั้งดอกเบี้ย 0.99%* และรับฟรี Home Charger พร้อมค่าบริการติดตั้ง*  สำหรับลูกค้า 1,000 ท่านแรกเท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถจองสิทธิได้ผ่านเว็บไซต์ https://th.riddara.com ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2567 นี้

RIDDARA PRE-BOOKING จองสิทธิวันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ

RIDDARA แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY Holding Group จัดทำกิจกรรมสุดพิเศษ RIDDARA PRE-BOOKING เปิดให้จองสิทธิเป็นเจ้าของรถกระบะพลังงานไฟฟ้า RIDDARA ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมรับข้อเสนอพิเศษดังนี้

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25%*
  • ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง**

  *  เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

    ** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ทั้งนี้สิทธิพิเศษ RIDDARA PRE-BOOKING ดังกล่าว จำกัดเฉพาะผู้ที่จอง RIDDARA ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2567 และชําระเงินมัดจําตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป รวมทั้งรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยจำกัดเพียง 1,000 สิทธิเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมจองสิทธิได้ที่เว็บไซต์ https://th.riddara.com