Home Blog Page 115

MOTOR EXPO 2024 รวมรถใหม่ ละลานตา

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เวทีใหญ่ส่งท้ายปี ค่ายรถลุยเผยโฉมรถใหม่ เต็มพื้นที่ชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2567

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จัดงานภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” โดยเปิดงานเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 มีไฮไลท์รถยนต์เผยโฉมในประเทศไทยครั้งแรกในงานดังนี้

BMW M4 CS ขุมพลังเบนซิน 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร M TwinPower Turbo 551 แรงม้า

BMW M5 กลับมาสืบสานตำนานแห่งสมรรถนะ 40 ปีเต็ม ด้วยรุ่นล่าสุดในเจเนอเรชั่นที่ 7

BMW X3 น้องใหม่ตระกูล M Performance มีทั้ง M50 XDrive และ XDrive 20D M Sport Pro

BYD Shark 6 รถกระบะพลัก-อิน ไฮบริด วิ่งไฟฟ้าไกลถึง 100 กม. สเปคพวงมาลัยขวา

Chery Fengyun E05 รถต้นแบบซีดานระดับไฮเอนด์ มาพร้อมระบบขับขี่อัจฉริยะระดับสูง

Ford Ranger MS-RT รถกระบะขุมพลัง V6 กำลังสูงสุด 250 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ

Foton eTunland รถกระบะไฟฟ้าขับเคลื่อน 2 ล้อ วิ่งระยะทางสูงสุด 550 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง

Geely EX5 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100 % พวงมาลัยขวา วิ่งระยะทางสูงสุด 495 กม. มาตรฐาน NEDC

GWM Tank 700 Hi4-T รถเอสยูวีเรือธง ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าไกล 100 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง มาตรฐาน NEDC

GWM Wey 80 PHEV รถเอมพีวีระดับไฮเอนด์สำหรับครอบครัว หรูหรา สะดวกสบายเหมือนบ้านหลังที่สอง

iCar X25 รถต้นแบบเอสยูวีดีไซจ์นล้ำอนาคต ล้อขนาดใหญ่ ยกสูง เพื่อใช้งานสมบุกสมบัน

Jaecoo J7 PHEV รถเอสยูวี 5 ที่นั่ง ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้า

Kia EV5/EV9 GT-Line AWD รถยนต์ไฟฟ้าผสานเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมห้องโดยสารกว้างขวาง

Leapmotor C10 รถรถเอสยูวีไฟฟ้า 100 % 5 ที่นั่ง วิ่งระยะทางสูงสุด 477 กม. มาตรฐาน NEDC

Lexus LBX Bespoke รถที่ลูกค้าสามารถออกแบบได้เอง ทั้งสีภายนอก ภายใน วัสดุตกแต่ง ฯลฯ

Lotus Eletre Type 79 (Black Gold Edition) สะท้อนความสง่างาม ทรงพลัง ด้วยเอกลักษณ์สีดำทอง

Lotus Emeya Blossom Collection (Limited Edition) รถหรูอันทรงพลัง ผลิตเพียง 88 คันทั่วโลก

Maserati GranTurismo Folgore 110th Edition เครื่องยนต์ไฟฟ้า 100% ผลิตเพียง 110 คันทั่วโลก

Mazda BT-50 ภายนอกใหม่รอบคัน สง่างามตามแนวทาง Kodo design–Soul of Motion

MG IM6 รุ่นพวงมาลัยขวาเป็นครั้งแรกของโลก ชูจุดเด่น The First Ever Intelligent e-SUV

MINI Countryman S ALL4 รถเอสยูวี ขนาดกะทัดรัด สมรรถนะสูง ขับเคลื่อน 4 ล้อ ดีไซจ์นสไตล์ MINI

Neta S Shooting Brake รถยนต์สเตชันแวกอน โฉบเฉี่ยว เรียบหรูทันสมัยสไตล์ EREV

Nissan Serena ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว

Omoda C9 รถยนต์พลัก-อิน ไฮบริดสมรรถนะสูง มีกำลังขับเคลื่อนรวมสูงสุด 618 แรงม้า

Suzuki Jimny Off-Road Edition รถเอสยูวีรุ่นพิเศษ ภายใต้แนวคิด “Born to be Legend”

Toyota GR Corolla รถนำเข้า CBU ญี่ปุ่น เครื่องยนต์ 1.6 Turbo 300 แรงม้า 8AT AWD

Volvo EX90 รถพรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่ง ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่บุกเบิกยุคใหม่ของความปลอดภัย

Zeekr 001 FR ขับเคลื่อนด้วยพละกำลังสูงถึง 1,300 แรงม้า จาก Silicon Carbide E-Motor 4 ชุด

Zeekr 7X รถเอสยูวีไฟฟ้าสุดพรีเมียม อัดแน่นไปด้วยฟังค์ชันระบบความปลอดภัยขั้นสุด

นอกจากนั้น ยังมีรถยนต์ที่น่าสนใจ ที่เปิดตัวก่อนหน้า และเข้าร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ดังนี้

Aion V รถเอสยูวีไฟฟ้า 100 % สัมผัส และจองสิทธิ์ก่อนใครในราคาสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2024

Audi Q6 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้า100 % ขุมพลัง 322 แรงม้า แบทเตอรี 100 kWh วิ่งไกล 714 กม. มาตรฐาน NEDC

Audi Q7 TFSI e ขุมพลังพลัก-อิน ไฮบริด V6 เทอร์โบชาร์จ ขับขี่ไฟฟ้าล้วนไกลสูงสุด 71.1 กม.

BYD Sealion 7 รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % พิเศษสุดกับ Early Bird 2024 Motor Expo Campaign

Deepal E07 ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซจ์นล้ำยุค และสมรรถนะที่โดดเด่น

GWM Poer Sahar HEV รถกระบะขุมพลังไฮบริดรุ่นแรกในไทย ดีไซจ์นที่โดดเด่นล้ำสมัยลงตัว

Honda HR-V e:HEV รุ่นไมเนอร์เชนจ์ สปอร์ทพรีเมียมทั้งภายนอก และภายใน มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย

Hyundai Palisade รถพรีเมียมเอสยูวี ดีไซจ์นโดดเด่น ตอบโจทย์ในแบบรถครอบครัว

Isuzu 2.2 Ddi MAXFORCE เครื่องยนต์ Maxforce ใหม่ 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวทันเมตร

JY Air รถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่จากจีน เปิดตัวครั้งแรกในงาน Motor Expo 2024

King Long Dracon กระบะไฟฟ้า มอเตอร์ 120 kW 163 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวทันเมตร

Mazda CX-5 มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน รุ่น 2.0 S, รุ่น 2.0 SP และ ดีเซล เทอร์โบ รุ่น XDL

Mercedes-Benz G450 d เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ระบบ 48V ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น

Mercedes-Benz G580 with EQ Technology รถเอสยูวีไฟฟ้า 100 % มีมอเตอร์ 4 ตัว 587 แรงม้า

Mercedes-Benz V300 รถแวนลักชัวรี 6 ที่นั่ง เหมาะกับการเดินทางที่หรูหราระดับเฟิร์สต์คลาสส์

Mercedes-Maybach EQS 680 SUV รถยนต์ไฟฟ้า 100 % สุดหรู ให้กำลังสูงสุด 658 แรงม้า

Mercedes-Maybach S 580 e รถซีดานระดับลักชัวรี สะท้อนเอกลักษณ์ความสง่างามในแบบ S-Class

MINI Aceman ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% คงเอกลักษณ์ Go-Kart Feeling

Porsche 911 Carrera ดีไซจ์นเฉียบคม เครื่องยนต์บอกเซอร์ ทวินเทอร์โบ ขนาด 3.0 ลิตร ทรงพลัง

Porsche Taycan Turbo GT สปอร์ทซีดานพลังงานไฟฟ้า วิ่งไฟฟ้าไกลสูงสุด 555 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง

Toyota Camry รถซีดานขนาดกลาง หรูหรา สมรรถนะเยี่ยม เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 Hybrid 227 แรงม้า

Xpeng X9 รถตู้ไฟฟ้า 100 % แบทเตอรี 101.5 kWh วิ่งได้ไกล 680 กม. มาตรฐาน NEDC

เชิญชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันนี้-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และ motorexpo.co.th

ENEOS เดินหน้ารุกตลาดส่งท้ายปี ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่เสริมตลาด กระตุ้นยอดขาย สร้างการรับรู้ของแบรนด์ด้วยการส่งแคมเปญรุกตลาดในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41”

0

โทชิยะ มัตสึโอกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเนออส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สภาพตลาดโดยรวมของตลาดน้ำมันเครื่องในปีนี้ค่อนข้างทรงตัว ไม่ได้เติบโตมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว อาจเป็นผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

โทชิยะ มัตสึโอกะ กรรมการผู้จัดการ

อย่างไรก็ดี สำหรับ ENEOS นับว่าประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สำหรับปีนี้ก็ยังเติบโตเช่นกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องกลุ่มสังเคราะห์ทั้งเบนซินและดีเซล ที่เติบโตสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนของคู่ค้า และลูกค้าที่มีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของ ENEOS

“เป็นที่ทราบกันดีว่า ในประเทศไทย มีการขับขี่รถยนต์ และรถมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่ง ENEOS เชื่อว่าน้ำมัน ENEOS ซึ่งเป็นของบริษัทผู้ผลิตญี่ปุ่นเหมือนกัน และมีส่วนแบ่งเป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เป็นน้ำมันที่มีความเหมาะสมกับรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์เหล่านี้มากที่สุด ทำให้ ENEOS ประสบความสำเร็จมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ปัจจุบัน ENEOS ได้ผลิตสินค้าใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีคุณภาพสูง เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย ออกมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเรามั่นใจว่าลูกค้าของ ENEOS จะสามารถเลือกใช้สินค้าให้เหมาะกับเครื่องยนต์ และสภาพการใช้งาน ตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม เพราะ ENEOS ตั้งเป้าหมายว่าเราจะเป็นแบรนด์ในใจของลูกค้าคนไทย

ปัจจุบันกระแสสิ่งแวดล้อม มีผลต่อการพัฒนาในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งผู้ผลิตเครื่องยนต์ก็พยายามพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ประหยัดเชื้อเพลิง และมีมลพิษที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในประเทศไทยเอง ก็มีการประกาศบังคับใช้มาตรฐาน Euro 5 ในปีนี้ และเป็น Euro 6 ในอีก 2 ปีข้างหน้า
ทำให้รถยนต์ที่ผลิตในไทย เริ่มมีอุปกรณ์บำบัดไอเสียเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเลือกใช้น้ำมันเครื่อง ทั้งรถยนต์เบนซิน และดีเซล

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ENEOS ได้อัพเกรดสินค้าใหม่ และมีเพิ่มไลน์อัพสินค้า เพื่อให้ครอบคลุมมาตรฐานใหม่ๆ ของทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล โดยน้ำมันเครื่องยนต์เบนซิน ได้อัพเกรดสินค้าให้มีมาตรฐาน API SP ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดสำหรับน้ำมันเครื่องยนต์เบนซิน และน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซล มีสินค้ารองรับมาตรฐานที่หลากหลาย และครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น API หรือ มาตรฐาน ACEA

ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย ENEOS มีหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นร้านขายส่ง ร้านขายอะไหล่รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ อู่ซ่อมรถ ทั่วประเทศไทย อีกทั้งเรายังเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับ ออโต้แบคส์ ซึ่งเป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร อันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ปัจจุบัน ENEOS มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีความสะดวกในการหาซื้อ และเลือกใช้สินค้า ENEOS ได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ENEOS ยังมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อช่องทางต่างๆ ตลอดปีที่ผ่านมา ทั้ง โทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร บิลบอร์ด อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมการตลาดกับคู่ค้าของ ENEOS ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ทำให้สินค้า ENEOS ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้รถในประเทศไทย จึงทำให้ยอดขายของ ENEOS เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย ENEOS ตั้งใจที่จะทำการตลาดในสื่อช่องทางต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้รถในไทยได้รู้จักสินค้า ENEOS และเปลี่ยนมาใช้สินค้าของ ENEOS ให้มากขึ้น

สำหรับยอดขาย ENEOS ในปีที่แล้ว มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในปีที่แล้ว และปีนี้ และปีหน้า ENEOS ตั้งเป้าที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเลข 2 หลักอย่างแน่นอน ทำให้ ENEOS รู้ว่าตลาดประเทศไทยตอบรับแบรนด์ และคุณภาพสินค้า ENEOS เป็นอย่างดี ENEOS หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเชื่อถือ และไว้วางใจจากคู่ค้าของ ENEOS และผู้ใช้รถยนต์ในประเทศไทย มากขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ต่อไปในอนาคต

โยชิโตโมะ นาคามูระ รองกรรมการผู้จัดการ

โยชิโตโมะ นาคามูระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเนออส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด และขยายกลุ่มลูกค้า ในงาน Motor Expo ปีนี้ ENEOS แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเสริมทัพ และขยายตลาด ล่าสุด ประกอบด้วย Injector Cleaner (Benzine, Diesel) เป็นสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ใช้สำหรับเติมในถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ มีทั้งแบบใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล เหมาะสำหรับคนที่ใช้เชื้อเพลิง gasohol หรือ Bio-diesel เพราะจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรก เขม่า ยางเหนียว (vanish) ในระบบหัวฉีด และระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบ และประหยัดเชื้อเพลิง
ENEOS Super Fully Syn Commonrail 5W-40 น้ำมันเครื่องยนต์ดีเซลสังเคราะห์แท้ 100 % ใช้ additive formulation ใหม่ล่าสุดของ ENEOS ที่ผ่านมาตรฐาน ACEA A3/B4 – 2021 เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องเครื่องยนต์ และการขับขี่ ENEOS Gear Oil GL-4, GL-5 75W-90 & ENEOS LSD Gear Oil 80W-90, 85W-140 บริษัทฯ ได้เปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์แบบใหม่ (Nose Cone) ซึ่งจะช่วยให้สามารถเติมเข้าไปในเฟืองท้ายได้ง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น ไม่หกเลอะเทอะ

เกียรติคุณ คุณากรอังกูร Senior Sales and marketing manager

เกียรติคุณ คุณากรอังกูร Senior Sales and marketing manager กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ENEOS ได้นำผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท หลากหลายเกรด มีทั้งน้ำมันสำหรับรถยนต์เบนซิน ดีเซล และมอเตอร์ไซค์ โดยมีคุณภาพตั้งแต่ น้ำมันสังเคราะห์เกรดพรีเมี่ยม สังเคราะห์ กึ่งสังเคราะห์ และ mineral พร้อมโปรโมชั่นให้แก่ผู้ใช้รถดังนี้
ซื้อครบ 1,500 บาท แถมกระเป๋าสะพาย 1 ใบ
ซื้อครบ 2,500 บาท แถมเก้าอี้สนาม 1 ตัว
ซื้อครบ 3,500 บาท แถมกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ
ทั้งนี้ น้ำมันเครื่องที่ซื้อในงานนี้ จะได้รับคูปอง สามารถนำน้ำมันเครื่องไปเปลี่ยนถ่ายฟรี ได้ที่ศูนย์ออโต้แบคส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

มาสด้าเปิดตัวรถใหม่สองรุ่นรวดในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป เรียกเสียงฮือฮาสร้างกระแสตอบรับสุดร้อนแรง ทั้ง BT-50 และ CX-5

0

มาสด้า เปิดตัวรถใหม่สองรุ่นรวดในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป เกิดกระแสมาสด้าฟีเวอร์สร้างความคึกคักตลอดทั้งงาน โดยเฉพาะปิกอัพดีไซน์แกร่งดุดันสไตล์ญี่ปุ่น Bold New Mazda BT-50 ด้วยคอนเซ็ปต์ “Dignity into Power พลังแกร่ง สะท้อนตัวตน” ฉีกกฎภาพลักษณ์ปิกอัพสไตล์เดิม ๆ เพิ่มเติมคือ ความแกร่ง ดุดัน หรูหรา สง่างาม พรีเมี่ยมทุกจุดสัมผัส เครื่องยนต์ขุมพลังใหม่ล่าสุด ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร 163 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ให้พละกำลังแรงขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเครื่องยนต์ทรงพลังขนาด 3.0 ลิตร  190 แรงม้า อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ใส่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้ครบครัน ราคาเริ่มต้นเพียง 762,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* หรือ ส่วนลดสูงสุด 55,000 บาท* ฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท* พิเศษสุด ๆ ลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มฟรีบัตรน้ำมัน 30,000 บาท* รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท กลายเป็นรถปิกอัพที่คุ้มค่าที่สุดและตอบโจทย์ทุกการใช้งาน สร้างกระแสฮือฮามีลูกค้าต่างหลั่งไหลเข้าชมและสัมผัสคันจริงจนล้นบูธตลอดทั้งวัน

อีกหนึ่งรุ่นกับ New Mazda CX-5 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Togetherness Redefined นิยามใหม่ของความสุขในแบบคุณ” ครอสโอเวอร์เอสยูวีสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ครบครันสมบูรณ์แบบในทุกด้าน โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่รอบคัน กระจังหน้าใหม่ ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ชุดตกแต่งคิ้วข้างประตูใหม่ ล้ออัลลอยและท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ ในขณะที่ภายในหรูหราพรีเมี่ยม ใส่เทคโนโลยีความสะดวกสบายมาให้อย่างครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น อาทิ Sports Paddle Shift และ Wireless Apple CarPlay and Android Auto ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบแฮนด์ฟรี ลิฟต์เกท ขับนุ่มสบายขึ้นกับช่วงล่างใหม่ เกาะถนนหนึบ เปิดตัวแล้ววันนี้ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,219,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี* ฟรีโปรแกรมบำรุงรักษารถ 5 ปี* หรือส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท* ลูกค้า Mazda Family รับเพิ่มฟรีบัตรเติมน้ำมัน 30,000 บาท รวมมูลค่ามากกว่า 100,000 บาท กลายเป็นเอสยูวีที่คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด เปิดให้จองพร้อมรับข้อเสนอดี ๆ นี้ได้ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป หรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

ลูกค้าที่สนใจสามารถแวะชมและสัมผัสรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ทั้ง New Mazda2, Mazda3 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition, New Mazda 6 20TH Anniversary Edition รุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี , New Mazda CX-3, Mazda CX-30 และรุ่นพิเศษ Carbon Edition, Mazda CX-8 รวมถึงรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุน New Mazda MX-5, พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษกับโปรแกรม Mazda Year-End Party ข้อเสนอใหญ่ ได้รถใหม่ดั่งใจ ได้ที่งาน มอเตอร์ เอกซ์โป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคมศกนี้ หรือแวะไปสัมผัสและทดลองขับได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th หรือที่ปรึกษาทางการขายมาสด้า

ยามาฮ่าเปิดตัว Y/AI ต้นแบบแห่งอนาคต พร้อมขนทัพเข้าร่วมมอเตอร์เอ็กซ์โป จัดโปรโมชันส่งท้ายปีแบบจัดเต็ม

0

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร มร.ฮิเดฮิโกะ ทาคากิ รองประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า นายกัมพล พรสูงส่ง รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขาย บริการ และอะไหล่ นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับนายวุฒิชัย ไทยวุฒิพงศ์ กรรมการ บริษัท สื่อสากล นางสาววราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ และนางสาวอัญมณี เศรษฐนันท์ กรรมการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล จำกัด ถ่ายภาพร่วมกันในพิธีเปิดบูธ YAMAHA Revs With Passion – เร่งชีวิตให้มีความหมายไปกับยามาฮ่า

ในปีนี้ ไฮไลต์ของบูธยามาฮ่าได้แก่ การเปิดตัวรถ Y/AI มอเตอร์ไซค์สุดล้ำเป็นที่แรกของโลก โดยยามาฮ่าได้ร่วมมือกับ Netflix ในการออกแบบ และดีไซน์มอเตอร์ไซค์แห่งโลกอนาคตในอีก 100 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งทัพโปรโมชันของรถจักรยานยนต์สุดอลังการกับส่วนลดสูงสุดมากถึง 2,000 – 76,000 บาท เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายลดสูงสุด 20% และผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องยามาลู้ปลดสูงสุด 10% พิเศษซื้อสินค้าภายในงานครบ 3,000 บาท รับฟรี! ตุ๊กตาหมี Racing Bear มูลค่า 890 บาท ทันที 1 ตัว

พบกับทัพรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษได้ที่บูธ YAMAHA Revs With Passion ภายในงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 หรือ Motor EXPO 2024 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

 

ไทยฮอนด้าจัดเต็มส่งท้ายปี! เปิดโมเดลใหม่ 5 รุ่นรับมอเตอร์เอกซ์โป ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดย New Honda CBR600RR และ New Honda DAX KUBO Limited Edition

0

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย ขนทัพโมเดลใหม่ล่าสุดเปิดตัวในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” Thailand International Motor Expo 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายในงาน ไทยฮอนด้าได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 5 รุ่น โดดเด่นด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีสุดล้ำ พร้อมตอบโจทย์ความแตกต่างทุกไลฟ์สไตล์ นำทัพโดยฮอนด้าบิ๊กไบค์ ที่เปิดตัว ‘New Honda CBR600RR’ รถบิ๊กไบค์สายสปอร์ตพร้อมปลุกความแรงทุกเส้นทาง รวมถึงแอดเวนเจอร์ไบค์อย่าง ‘New Honda CRF300L’ และ ‘New Honda CRF300 Rally’ สุดยอดตัวลุยที่กลับมาพร้อมการใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม อีกทั้งรุ่นลิมิเต็ด ‘New Honda CRF300L H2C Special Enduro Edition’ มาพร้อมชุดแต่งพิเศษ ในจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น ตามด้วย CUB House by Honda นำเสนอ ‘New Honda DAX KUBO Limited Edition’ รถที่สร้างสรรค์จากการคอลแลบระหว่างฮอนด้ากับแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Pop Mart Thailand เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และ ‘Honda Monkey Retro Apes Custom Edition’ รถคัสตอมที่สะท้อนความเรโทรจากยุค 80 ที่มาเผยโฉมในงานนี้อีกด้วย

โดยไทยฮอนด้า พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง เริ่มจาก New Honda CBR600RR รถบิ๊กไบค์สายสปอร์ตที่พัฒนาสำหรับชีวิตที่พร้อมปลุกจิตวิญญาณนักแข่ง มาพร้อมดีไซน์กราฟิกโฉมใหม่ และไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความโฉบเฉี่ยว เร้าใจ ภายใต้คอนเซปต์ ‘AWAKEN THE RACE’ นอกจากนี้ยังอัปเกรดสมรรถนะเพื่อการขับขี่ที่มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบ Quick Shifter ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัตช์และแกน IMU ที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 6 แกน เพื่อการขับขี่ที่โฉบเฉี่ยวและมั่นใจในทุกโค้ง โดย New Honda CBR600RR วางจำหน่าย ‘สีแดง-น้ำเงิน-ขาว (Tri-Color)’ ราคาแนะนำที่ 549,000 บาท พิเศษ สำหรับผู้ที่จองในงาน Motor Expo 2024 รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์นักแข่ง ‘Honda Track Xperience’ จำนวน 4 ครั้ง ฟรี!

ตามด้วย New Honda CRF300Series ที่ตอบโจทย์สายแอดเวนเจอร์เต็มรูปแบบ ทั้ง New Honda CRF300L และ New Honda CRF300 Rally มาพร้อมระบบ On-Road ABS เปิด-ปิดได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งทางเรียบและออฟโรด รวมถึงตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย รองรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดย New Honda CRF300L มาพร้อมกับ 2 สีใหม่ สีแดง และสีเทา เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 155,900 บาท และ New Honda CRF300 Rally มาพร้อมกับสีใหม่ ‘สีแดง-น้ำเงิน-ขาว (Tri-Color)’ ราคาแนะนำที่ 179,900 บาท นอกจากนี้ยังมีรุ่นลิมิเต็ด New Honda CRF300L H2C Special Enduro Edition ที่มาพร้อมชุดแต่งพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 164,400 บาท พิเศษ! รับโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษ 4.75% เฉพาะที่งาน Motor Expo 2024  เท่านั้น พร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ‘Honda Dirt Xperience’ เพื่อสัมผัสประสบการณ์บนเส้นทางสุดท้าทาย ฟรี!

นอกจากนี้ เพื่อส่งมอบความสุขและเป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจให้กับผู้คนในแต่ละซับคัลเจอร์ CUB House by Honda ได้คอลแลบกับแบรนด์ที่ครองใจผู้คนเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษอย่าง New Honda DAX KUBO Limited Edition ผลงานคอลแลบระหว่างไทยฮอนด้าและ Pop Mart Thailand ครั้งแรกในประเทศไทย มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Join Me If You Dax ถ้า DAX พอก็มาดิ! ’ ตัวรถผสานความคราฟต์และความเป็นอาร์ตทอยของ KUBO โดดเด่นด้วยกราฟิกเรืองแสงในที่มืดเผยตัวตนความเป็น DAX และ KUBO ได้อย่างลงตัว พร้อมซีเรียลนัมเบอร์บนตัวรถไม่ซ้ำใคร เป็นที่สุดของความแรร์ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน เท่านั้น ทั้งนี้ มาพร้อม Premium Set เอาใจผู้ชื่นชอบอาร์ตทอยซึ่งประกอบด้วยฟิกเกอร์ KUBO ดีไซน์พิเศษพร้อมซีเรียลนัมเบอร์เลขเดียวกับตัวรถ มาในไซส์สุดเอกซ์คลูซีฟ 35 CM. รวมถึงเสื้อฮู้ดดี้ DAX KUBO LIMITED HOODIE และหมวกกันน็อก DAX KUBO LIMITED HELMET โดย New Honda DAX KUBO Limited Edition เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 119,000 บาท และ Honda Monkey Retro Apes  Custom Edition ที่สะท้อนความเรโทรจากยุค 80 ด้วยดีไซน์ใหม่โดนใจ สีแดงตัดน้ำเงิน ให้กลิ่นอายไอคอนิคและความซนอันเป็นเอกลักษณ์ เปิดตัววางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 109,900 บาท

พบกับรถจักรยานยนต์ใหม่ล่าสุดของไทยฮอนด้า พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G01 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” Thailand International Motor Expo 2024 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

 

ติดตามความเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ที่

เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th

เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษ “ซื้อรถชิงรถ” ในงาน Motor Expo 2024 พร้อมยลโฉมรถยนต์คอนเซ็ปต์แห่งอนาคตจาก “Chery Automobile”

0

โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย แบรนด์รถยนต์ภายใต้ Chery Automobile บริษัทเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ OMODA & JAECOO เข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 ที่มาพร้อมกับแนวคิดบูธจัดแสดงภายใต้แนวคิด “NEW ENERGY, NEW ECO, NEW ERA” สะท้อนความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการร่วมสร้างระบบนิเวศพลังงานใหม่ที่เปลี่ยนแปลงโลกของเราอย่างยั่งยืน ด้วยโมเดลรถสุดล้ำที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ภายในงานโอโมดา แอนด์ เจคู ได้ส่งมอบข้อเสนอพิเศษสุดเร้าใจต้อนรับลูกค้าเข้ามาเป็นสมาชิก OJ Club กับโปรโมชัน “แคมเปญ Motor Expo Deal” ร่วมเป็นเจ้าของรถ OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV ได้ง่าย ๆ ผ่อน OMODA C5 EV เริ่มต้นเพียง 5,000 กว่าบาทต่อเดือน(2) พร้อมรับส่วนลดสูงสุดมูลค่ากว่า 150,000 บาท** (เฉพาะรุ่น) และลุ้นรับสิทธิพิเศษอีกมากมายภายในงาน

นายฉี เจี๋ย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Chery Automobile ในฐานะบริษัทแม่ของโอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) มีประสบการณ์ด้านยานยนต์ระดับโลกมากว่า 27 ปี ที่ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไปยังกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (passenger car) รายใหญ่ที่สุดของจีน ด้วยยอดส่งออกกว่า 1 ล้านคัน เติบโต 24% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สำหรับโอโมดา แอนด์ เจคู ในปี 2567 ประสบความสำเร็จในการทำตลาดกว่า 32 พื้นที่ทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 360,000 คัน และได้กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก นอกจากนี้ ภายในปี 2568 จะเริ่มดำเนินการผลิตและประกอบรถยนต์ในประเทศไทย พร้อมทั้งดำเนินสายงานการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถไฟฟ้าทั้งหมดของ  Chery Automobile และ OMODA & JAECOO อีกด้วย

นายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ชั้นนำระดับโลก วันนี้ ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เราได้นำรถยนต์รุ่นเรือธง JAECOO 7 PHEV เวอร์ชันพวงมาลัยขวามาอวดโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยรถยนต์ JAECOO 7 PHEV ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ด้วยประสิทธิภาพประหยัดพลังงานสูงสุด มาพร้อมกับความปลอดภัยที่เหนือชั้น ที่มีระยะทางขับขี่ไฮบริดกว่า 1,000 กิโลเมตร และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญก็คือ การเผยโฉม OMODA C9 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย OMODA C9 เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูง มีกำลังขับเคลื่อนรวมสูงสุด 618 แรงม้า ที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้านดีไซน์ความสวยงามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นสายของกระแสน้ำ มีขุมพลังการขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนแบบ Continuous Damping Control รองรับขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนน พร้อมระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ถึง 17 ฟังก์ชัน นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์แห่งอนาคตคอนเซ็ปต์ (Concept Car) สุดล้ำมาโชว์ในเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ รถ iCar X25 รถครอสโอเวอร์ในรูปแบบ One Box off-road MPV ออฟโรดสุดแข็งแกร่ง และรถยนต์คอนเซ็ปต์ Chery Fengyun E05 กับดีไซน์คูเป้สุดโฉบเฉี่ยวที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่สุดหรูหราผสมผสานกับความสะดวกสบายตลอดเส้นทาง”

สำหรับผู้ที่จอง JAECOO 6 EV รับข้อเสนอ “แคมเปญ Motor Expo Deal: JAECOO 6 EV พร้อมทุกสภาพถนนก่อนใคร” สำหรับผู้ที่จอง JAECOOO 6 EV รับข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo มูลค่ากว่า 100,000 บาท** กับข้อเสนอพิเศษ ประกอบด้วย

  1. ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 68 %(2)
  2. ฟรี! ค่าบำรุงรักษารถ ตลอดระยะเวลา 5 ปี(5) มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
  3. ฟรี! โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้ง(4) มูลค่า 25,000 บาท*
  4. ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 (ซ่อมห้าง) เป็นระยะเวลา 1 ปี(3) มูลค่า 21,000 บาท*
  5. ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มูลค่า 10,000 บาท*
  6. ฟรี! Garmin รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ JAECOO x Garmin FORERUNNER 165 มูลค่า 9,990 บาท*
  7. ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*
  8. ฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ OMODA | Earthology Studio มูลค่า 1,400 บาท*
  9. ฟรี! พรม JAECOO มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*

ข้อเสนออื่น ๆ เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จองและรับรถ JAECOO 6 EV ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 1,000 คันแรก(1)

  1. การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
  • การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
  • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
  1. ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L)*
  2. ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*

และสำหรับผู้ที่จองรถ OMODA C5 EV โอโมดา แอนด์ เจคู มีแคมเปญ Motor Expo Deal รับข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo มูลค่ากว่า 150,000 บาท** กับข้อเสนอพิเศษ ประกอบด้วย

  1. เลือกรับ ดอกเบี้ย 0% หรือ ขับฟรี 3 เดือน และช่วยผ่อน 5,000 บาท เป็นเวลา 8 เดือน หรือ ดอกเบี้ย 0% และช่วยผ่อน 5,000 บาท เป็นเวลา 9 เดือน หรือ ดาวน์ต่ำ 10% และช่วยผ่อน 5,000 บาท เป็นเวลา 9 เดือน*
  2. ฟรี! โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้ง(4) มูลค่า 25,000 บาท*
  3. ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 (ซ่อมห้าง) เป็นระยะเวลา 1 ปี(3) มูลค่า 19,000 บาท*
  4. ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง มูลค่า 10,000 บาท*
  5. ฟรี! Application T-Box service 5 ปี มูลค่า 5,000 บาท*
  6. ฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ OMODA | Earthology Studio มูลค่า 1,400 บาท*
  7. ฟรี! พรม OMODA มูลค่า 1,500 บาท ยี่ห้อและชนิดของพรมเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*

ข้อเสนออื่น ๆ เพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จองและรับรถ OMODA C5 EV ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 1,000 คันแรก(1)

  1. ฟรี! การรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (Warranty)
  • การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving motor system)
  • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)
  1. ฟรี! สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า (V-to-L) เฉพาะรุ่น OMODA C5 EV Long Range Ultimate*
  2. ฟรี! สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger*

ฉลองโอกาสพิเศษส่งท้ายปี! ลูกค้า OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV ที่จดทะเบียนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1,539,000 บาท โดยจะจับรางวัลในวันที่ 23 มกราคม 2568 และประกาศผู้โชคดี 28 มกราคม 2568 ผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัท ประกอบด้วยของรางวัลดังนี้

  • รถยนต์ OMODA C5 EV Long Rang Plus จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 899,000 บาท
  • สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 30 รางวัล มูลค่า 390,000 บาท
  • บัตรชาร์ตรถไฟฟ้า มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 100 รางวัล มูลค่า 250,000 บาท

และพิเศษสำหรับลูกค้า JAECOO 6 EV มีสิทธิ์ ซื้อชุดแต่งในราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ของมีจำนวนจำกัด

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเข้ามาชมและสัมผัสรถคันจริงได้ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป บูธโอโมดา แอนด์ เจคู (A01) ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี หรือทดลองขับขี่และจองรถ OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV ที่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศของ OMODA & JAECOO ทั้ง 22 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั่วประเทศไทย

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

(1) ข้อเสนอพิเศษนี้เฉพาะลูกค้าที่รับมอบรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567

(2) สถาบันการเงินที่ร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด และ โดยการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด

(3) เฉพาะบริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการกับทางบริษัทฯ เท่านั้น ได้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)

(4) ติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร (1 ครั้ง) จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ หากต้องการติดตั้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

(5) ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุด 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) โดยลูกค้าต้องนำรถเข้ารับการบำรุงรักษาทุก 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ตลอดระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น เพื่อรักษาสิทธิการบำรุงรักษาตามระยะทาง และเป็นไปตามเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพรถใหม่

*ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้างต้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

**ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

หมายเหตุ:

โปรแกรมส่งเสริมการขายนี้สำหรับรถไฟฟ้า OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV เท่านั้น ทั้งนี้ไม่รวมรถฟลีทบางประเภท (กรุณาสอบถามรายละเอียดรุ่นรถฟลีทที่ร่วมรายการกับบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด)

RIDDARA เริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า100% ให้ลูกค้าคนไทย พร้อมจัดทำข้อเสนอสุดพิเศษ ในงาน Motor Expo 2024

0

RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศเริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 อย่างเป็นทางการให้ลูกค้าคนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแบบกระบะ : Drive like an SUV, Function like Pickup    พร้อมเชิญทุกท่านมาสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ RIDDARA  ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือ “Motor Expo 2024” พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 5,000 บาท* และข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อจอง RIDDARA RD6  ทุกรุ่นในงาน หรือที่ผู้จำหน่าย RIDDARA ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 นี้

ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน ประธานกรรมการบริหาร GEELY AUTO RIDDARA เปิดเผยว่า  RIDDARA ประเทศไทย ได้เริ่มส่งมอบกระบะไฟฟ้า 100% สู่คนไทยพร้อมกับประกาศก่อตั้งกลุ่ม RIDDARA Owners Club อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างเจ้าของ RIDDARA ที่จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการจากแบรนด์ RIDDARA ในอนาคต

RIDDARA ต้องขอขอบคุณลูกค้าคนไทย หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ RIDDARA ในประเทศไทยเป็นอย่างดีและทำให้การเปิดตัว RIDDARA  RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเป็นทางการสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและได้รับความสนใจรวมทั้งการชื่นชอบอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคชาวไทย  โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราพยายามอย่างเต็มที่ในการเร่งการผลิตและส่งมอบรถ รวมไปถึงการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถสัมผัสประสิทธิภาพและการบริการอันยอดเยี่ยมของ RIDDARA RD6 ได้โดยเร็วที่สุด  

“ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้เราได้เริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 อย่างเป็นทางการให้กับลูกค้าทั่วประเทศแล้ว เราพร้อมส่งมอบรถกระบะพลังงานไฟฟ้าออกสู่ผู้บริโภคเพื่อส่งต่อประสบการณ์ยานยนต์พลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ และลุยไปกับทุกกิจกรรมของครอบครัว ” ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าวปิดท้าย   

RIDDARA RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% จาก RIDDARA ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41

Drive like an SUV, Function like Pickup สะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบกระบะ”  

RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% ที่พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน Drive like an SUV, Function like Pickup สะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบกระบะ”  ด้วยนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์มรถยนต์ที่พัฒนาขึ้นด้วยการเอาจุดเด่นของรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาผสมผสานกัน ทำให้ RIDDARA RD6 โดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะ ประสบการณ์ในการขับขี่ และความอัจฉริยะในแบบฉบับของ SUV ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครัน พร้อมความสามารถในการขับขี่บนสภาพถนนที่แตกต่างกันได้อย่างยอดเยี่ยม รวมไปถึงความสามารถในการลากจูงและการบรรทุกอันทรงพลังตามแบบฉบับของรถกระบะได้อย่างแท้จริง จึงรองรับทั้งการเดินทาง และการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป

  • EASY DRIVE TO WORK เปลี่ยนนิยามของกระบะให้เป็นได้มากกว่า

RIDDARA RD6 มีตัวถังที่รับน้ำหนักได้ดี ประกอบกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีระบบกันสะเทือนอิสระ และช่วงล่าง multi-link ให้สมรรถนะที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร กำลังสูงสุด 315 kW และความเร็วสูงสุดที่ 190 กม./ชม.  มาพร้อมช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW ที่กระบะท้ายพร้อมระบบป้องกันการจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ทั้งในขณะจอดรถ ล็อกรถ ชาร์จไฟ หรือแม้กระทั่งขณะขับรถ นอกจากนี้ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน

  • LUXURIOUS COMFORT & INTELLIGENT COCKPIT FOR FAMILY มอบความสะดวกสบายและห้องโดยสารที่มาพร้อมนวัตกรรมทันสมัย

RIDDARA RD6 มอบความความสะดวกสบายระดับ SUV ด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาสำหรับทุกคนในครอบครัว ให้ห้องโดยสารที่เงียบสงบด้วยเทคโนโลยี Pure Electric NVH Silent  พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Carbit link พร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายขนาด 50W มีระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศ CN95 filter PM 2.5 เบาะหนังคุณภาพสูง ดีไซน์เอกลักษณ์ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะโดยสาร เบาะหน้าเอนได้แบบ 180 องศา ปรับแต่งเพิ่มพื้นที่การใช้งานที่หลากหลายเพื่อทุกคนในครอบครัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกครบครันพร้อมมอบความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

  • ENJOY OUTDOOOR LIFESTYLE พร้อมตอบทุกโจทย์กิจกรรมของครอบครัว

RIDDARA RD6 ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 แบบอัตโนมัติ โดยมีโหมดการขับขี่ 7 โหมด สำหรับสภาพถนนที่แตกต่างกัน (Sand / Mud / Off-road / Wading / Economy / Comfort / Sport) อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตร และความสามารถในการไต่ทางชันสูงสุด 95% มีพื้นที่บรรทุกกระบะท้ายขนาด 1,200 ลิตร ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 70 ลิตร และพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังอีก 48 ลิตร มีความสามารถในการบรรทุก 1,030 กิโกรัม อีกทั้งยังมีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 3,000 กิโลกรัม พร้อมบันไดท้ายซ่อนภายในประตูท้ายกระบะ ให้การขึ้นลงท้ายกระบะเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย

  • SAFETY IS THE FOUNDATION OF EVERY ADVENTURE มั่นใจในทุกเส้นทาง ปกป้องทุกคนในครอบครัว

RIDDARA RD6 มาพร้อมระบบความปลอดภัยรอบคัน ในแง่ของแบตเตอรี มีระบบป้องกันน้ำมาตรฐาน IP68 พร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยหลัก 6 ระบบ 5 ฟังก์ชั่น และระบบมอนิเตอร์ 24 ชั่วโมง ซึ่งรวมถึงระบบช่วยในการขับขี่ ADAS (Advanced Driving Assistance Systems) สูงสุด 14 ระบบ และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมไปถึงถุงลมนิรภัย 6 จุดช่วยปกป้องทั่วทั้งห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูง โครงรถทั้งคันมีความแข็งแรงที่ 30,300 N·m/deg ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของโครงสร้างรถ

RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมี 4 รุ่นย่อย ด้วยราคาจำหน่ายดังนี้

  • RIDDARA RD6 2WD 63kWh ราคา 899,000 บาท
  • RIDDARA RD6 2WD 73.9 kWh ราคา 999,000 บาท
  • RIDDARA RD6 4WD 73.9 kWh ราคา 1,149,000 บาท
  • RIDDARA RD6 4WD 86kWh ราคา 1,299,000 บาท

จอง RIDDARA RD6 วันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ

RIDDARA ได้จัดทำข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA RD6 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ถึง วันที่ 10 ธันวาคม 2567 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือที่ผู้จำหน่าย RIDDARA อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด)
  • บัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 5,000 บาท*
  • รับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี
  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ครอบคลุมระยะเวลา 6 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร
  • การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ขับเคลื่อน เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
  • ฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษาตามระยะทางสูงสุด 6 ครั้ง ภายใน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถขนาด 2GB ระยะเวลา 1 ปี
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 6 ปี
  • ฟรี ค่าจดทะเบียน
  • ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

*เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ

สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ของ RIDDARA RD6 ได้ที่งาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือ “Thailand International Motor Expo 2024 ที่ บูธ A13 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00 – 22.00 น. หรือที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า RIDDARA Call Center  ที่หมายเลข 02-039-5777

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

Millennium Auto Group จัดแคมเปญดีที่สุดส่งท้ายปี ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 มาครบทุกแบรนด์ ทั้ง BMW, MINI และ มอเตอร์ไซค์ BMW MOTORRAD

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA จัดแคมเปญดีที่สุดส่งท้ายปี ที่งาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 จัดหนักแบบเกินคุ้มทุกแบรนด์ในเครือ ทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ กล่าวว่า “ปีนี้ มิลเลนเนียม ออโต้กรุ๊ป จัดเต็มความคุ้มค่าให้ลูกค้าส่งท้ายปี กับหลากหลายแคมเปญที่รับรองว่าคุ้มค่าที่สุด อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู 2 Series, 4 Series, All-new MINI Countryman, MINI Cooper SE ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน รวมถึงมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด หลากหลายรุ่น”

++ BMW Millennium Auto ‘YEAR END CELEBRATION’ 220i เริ่ม 1.79 ล้านบาท และ 420i เริ่มเพียง 2.949 ล้านบาท

พบกับสุนทรียภาพแห่งการขับขี่เหนือระดับจาก บีเอ็มดับเบิลยู 4 รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย นำโดย THE NEW X3 สปอร์ตเอสเอวี (SAV-Sport Activity Vehicle) ปลดล็อคความแรงไปกับ THE NEW M4 CS และ THE NEW M5 และพลาดไม่ได้กับสปอร์ตซีดานแห่งยุค THE NEW 320d M Sport นอกจากนี้ก็มีแคมเปญคุ้มค่าที่สุดส่งท้ายปี ‘YEAR END CELEBRATION’ จัดทำราคาไฮไลท์สุดพิเศษ 2 รุ่น จำนวนจำกัด พร้อมโปรโมชั่น on top อีกเพียบ

  • BMW 220i Gran Coupe M Sport เริ่มต้นราคา 1,790,000 บาท รวม BSI 3 ปี หรือเพิ่มความเร้าใจและใส่ความโดดเด่นให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์อีกระดับ กับรุ่นที่มาพร้อมชุดแต่ง M PERFORMANCE มูลค่า 99,999 บาท* ในราคาพิเศษ 1,990,000 บาท
  • BMW 420i Coupe M Sport เริ่มต้นราคา 2,949,000 บาท รวม BSI 3 ปี, warranty 3 ปี และคูปองเช่าขับรถฟรีจำนวน 3 ใบ จาก SIXT รถเช่า ประเทศไทย

พร้อมเงื่อนไขพิเศษ ดังนี้

  • ดอกเบี้ย 0%*
  • ผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,999 บาทต่อเดือน*
  • ฟรี อัปเกรด BSI Ultimate สูงสุด 6 ปี*
  • รับเทรด-อินมูลค่าสูงสุด 500,000 บาท* เมื่อนำรถคันเก่ามาเปลี่ยนเป็น BMW คันใหม่*
  • ฟรี Wall box สำหรับรถไฟฟ้า*
  • ประกันชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 2 ปี*

++ MINI Millennium Auto จัดแคมเปญ ‘BIG LOVE OUT ROUND’ พกความเซอร์ไพรส์แบบจัดเต็ม

มินิ มิลเลนเนีย ออโต้ ชวนลูกค้ามาสัมผัส All-new MINI Countryman S ALL4 ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมความตื่นตาตื่นใจกับประสบการณ์โลกดิจิทัล ผ่าน All-Electric MINI Cooper SE และ All-Electric MINI Aceman ที่มากับเฉดสีใหม่ ICY SUNSHINE BLUE (MINI J01) และ Ocean Wave Green (MINI J05) รวมถึงบรรดา MINI Iconic Car หลากรุ่น พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

  • MINI Countryman Highlands Edition รหัสตัวถัง F60 ราคา 1,899,000 บาท พร้อม MSI 10 ปี*
  • รับเทรด-อิน สูงกว่าราคาตลาด 100,000 บาท*
  • สมาชิก MOBILIFE รับ MGC POINTS สูงสุดถึง 30,000 คะแนน*

++ BMW Motorrad Millennium Auto จัดเต็มทุกข้อเสนอ เพื่อแฟนๆ สองล้อโดยเฉพาะ

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ เอาใจชาวสองล้อกับโปรโมชั่นที่ทุ่มทุนให้ลูกค้าได้คุ้มค่าสุดๆ อาทิ

  • ส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • ฟรี กล่องอะลูมิเนียม 3 ใบ*
  • BMSI 5 ปี*
  • เทิร์นรถเก่าให้ราคาพิเศษ*

สมาชิก MOBILIFE ทุกการใช้จ่าย รับเพิ่ม MGC POINTS คะแนนสะสมรวมกว่า 1,000,000 คะแนน เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย กับบริษัทในเครือ และแบรนด์พันธมิตรมากมาย

สิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้า AIS SERENADE เมื่อออกรถรับคะแนนเอไอเอสพอยท์
รวมกว่า 200,000 คะแนน ตบท้ายความคุ้มค่าเมื่อใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% จากการเมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต SCB CARD X และรับเพิ่มกระเป๋า Adidas Sport bag
มูลค่า 1,600 บาท เมื่อจองรถและชำระผ่านบัตรเครดิต KTC VISA ตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect

BMW Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)

https://www.millenniumauto.co.th

MINI Line Official: https://lin.ee/Cg7ysco

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ZEEKR เผยโฉมครั้งแรกในไทยด้วยสุดยอดนวัตกรรม ZEEKR 001 FR และ ZEEKR 7X ที่งาน Motor Expo 2024

0

ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี นำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าล้ำสมัยครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2024 พบกับไฮไลท์สุดพิเศษของปีได้แก่ ZEEKR X รถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ZEEKR 009 รถเอ็มพีวีไฟฟ้าสุดหรูที่รองรับทุกการเดินทางอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเผยโฉม ZEEKR 001 FR ที่มาพร้อมพลังขับเคลื่อนเกินจินตนาการ และ ZEEKR 7X รถเอสยูวีรุ่นใหม่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวโดยเฉพาะที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันอัจฉริยะ พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ และโปรโมชันสำหรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมตอกย้ำความสำเร็จในตลาดโลกด้วยยอดส่งมอบรวมกว่า 360,000 คัน และการเข้าสู่ตลาดกว่า 40 ประเทศทั่วโลก พบกับนวัตกรรมที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความปลอดภัยขั้นสูงระดับพรีเมียมที่จะมาสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคไทย แล้วร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนนี้ได้ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2567

ZEEKR ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เผยโฉมสุดยอดนวัตกรรมล่าสุดในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 โดยในปี 2567 นี้ เปิดตัวมาแล้ว 2 รุ่น ตั้งแต่ ZEEKR X โกลบอล พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี สำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ และ ZEEKR 009 รถเอ็มพีวี 6 ที่นั่ง เซกเมนต์ลักชูรีที่ผสานความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส และนวัตกรรมสุดล้ำอย่างลงตัว ชาร์จไฟวิ่งได้ไกล 686 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ล่าสุดทาง ZEEKR ได้เผยโฉมอีกสองรุ่นใหม่ครั้งแรกในไทยอย่าง ZEEKR 001 FR รถยนต์ Shooting Brake พร้อมขุมพลังความเร็ว แรง เป็นอีกหนึ่งขั้นของสมรรถนะ ที่จะมาเปลี่ยนทุกเส้นทางให้เต็มไปด้วยความเร้าใจ เพื่อผู้ที่ต้องการทั้งความเร็วและเทคโนโลยีขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยพละกำลังสูงถึง 1,300 แรงม้า จาก Silicon Carbide E-Motor 4 ชุด และ ZEEKR 7X รถเอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดพรีเมียมสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันระบบความปลอดภัยขั้นสุดพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา และพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง โดยทั้ง 2 รุ่นใหม่นี้ถือเป็นการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยล่าสุดจาก ZEEKR

นาย แฟรงค์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ซีเคอาร์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าว “ขณะเดียวกัน ZEEKR กำลังขยายตลาดสู่ระดับโลก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เรามีความมั่นใจว่าเทคโนโลยี และการออกแบบ
ของเราจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ZEEKR ภูมิใจที่ได้ขยายไปกว่า 40 ตลาดทั่วโลก และมียอดส่งมอบมากกว่า 360,000 คัน รวมทั้งการเปิดโชว์รูมแห่งที่ 500 ที่ประเทศสิงคโปร์ในวันนี้ อีกทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานที่ Chengdu Motor Show 2024 อย่าง ZEEKR 7X ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในประเทศจีน โดย ZEEKR 7X ส่งมอบไปแล้วกว่า 25,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 60 วันหลังการเปิดตัว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของ ZEEKR”

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานในครั้งนี้คือ Z-Talk ซึ่งนำโดย นาย อเล็กซ์ เป่า ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี พร้อมตัวแทนจากผู้ใช้งานจริงของรถ ZEEKR อย่าง แจ๊คกี้ – จักริน กังวานเกียรติชัย และ ดิว – วีรวัฒน์ วลัยเสถียร ที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่แท้จริงจากมุมมองของผู้ใช้งานรถยนต์ ZEEKR ในหัวข้อการพูดคุยที่ครอบคลุมถึงความรู้สึกเมื่อได้สัมผัสกับแบรนด์ ปัจจัยที่ทำให้มั่นใจในคุณภาพของ ZEEKR รวมไปถึงประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจตลอดการใช้งาน

นาย อเล็กซ์ เป่า ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า “ZEEKR ยังได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค โดยยืนหยัดที่จะคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับพรีเมียม ประสบการณ์ที่เหนือชั้น และความสบายใจในการใช้งาน ZEEKR ให้ความสำคัญกับการ
รับฟังเสียงลูกค้าเพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตรงใจ ซึ่งถือว่าเป็นความพิเศษที่ ZEEKR เตรียมไว้ให้แก่ลูกค้า”

ภายในบูธของ ZEEKR ที่งาน Motor Expo 2024 ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย และสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยมีการจัดแสดงรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่พร้อมให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม   อย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • ZEEKR X รถยนต์ไฟฟ้าคอมแพคเอสยูวีสุดหรู ที่เหมาะสำหรับคนเมือง ในรุ่น Standard ที่มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยวระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังการขับขี่ 272 แรงม้า ระยะทางในการขับขี่ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
    ไกลถึง 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และรุ่น Flagship โดดเด่นด้าน Performance กับมอเตอร์คู่
    ขับเคลื่อน 4 ล้อให้กำลังสูงถึง 428 แรงม้า โดยรุ่น Flagship จะมาพร้อมกับ Forged Wheel ขนาด 20 นิ้ว
    AR HUD, ไฟ Ambient Light และระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA ทั้งหมด 13 ตำแหน่ง
  • ZEEKR 009 รถเอ็มพีวีไฟฟ้าเซกเมนต์ลักชูรีที่ผสานความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส และนวัตกรรมสุดล้ำ
    อย่างลงตัว สามารถวิ่งได้ไกลถึง 686 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ในการชาร์จเพียงครั้งเดียว ภายใน
    ห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้ 6 คน พิเศษด้วยเบาะที่นั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ Sofaro First Class Airline Seats พร้อมโหมดการการปรับแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับเอนนอน
    ได้เพียงปุ่มเดียว และโต๊ะแบบพับเก็บได้ เบาะนั่งบุด้วยหนัง Nappa แบบนุ่ม เบาะนั่งคนขับ ผู้โดยสารด้านหน้าและผู้โดยสารแถวสองมาพร้อมระบบนวดไฟฟ้า มีหน้าจอ OLED แบบทัชสกรีนขนาด 15.05 นิ้ว และหน้าจอเสมือนบนกระจก AR HUD ขนาด 35.95 นิ้ว พร้อมหน้าจอเพดาน สำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบ Touch Screen OLED ขนาด 17 นิ้ว ตกแต่งหรูหราพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ทั้งไฟ Ambient Light พร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA ทั้งหมด 30 ตำแหน่ง ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบ CCD Electromagnetic Damping รองรับการเดินทางสำหรับครอบครัวหรือผู้บริหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • ZEEKR 001 FR, Hyper-Performing Electric Shooting Brake รถยนต์ซีดานทรงสปอร์ตที่จะมาทลาย
    ทุกข้อจำกัดของรถ Performance ด้วยพละกำลังสูงถึง 1,300 แรงม้า จาก Silicon Carbide E-Motor 4 ชุด     ทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 2.02 วินาที พร้อมระบบช่วงล่าง
    แบบ High Performance และแบตเตอรี่ Qilin ขนาด 100 kWh เทคโนโลยี 800V รุ่นล่าสุดจาก CATL
  • ZEEKR 7X รถเอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวโดยเฉพาะ สะดวกสบายด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ กว้าง นั่งสบาย พร้อมเบาะปรับไฟฟ้าทั้งผู้โดยสารหน้า และหลังพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยระบบขับเคลื่อน Silicon Carbide E-Motor 2 ชุด ช่วยให้ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.8 วินาที ระยะทางขับขี่สูงสุด 780 กิโลเมตร มาตรฐาน CLTC โดยรุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะและความสะดวกสบาย มอบประสบการณ์เหนือระดับทั้งการเดินทางใกล้และไกลไปกับครอบครัวอย่างไร้กังวล

 

นอกจากการจัดแสดงผลิตภัณฑ์แล้ว บูธของ ZEEKR ยังแบ่งพื้นที่พิเศษออกเป็นโซนต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้น
เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้เข้าชม ไม่ว่าจะเป็น 009 Lounge ที่สะท้อนความหรูหราของรถเอ็มพีวีไฟฟ้า ZEEKR 009, ZEEKR Spirit Runway โซนจัดแสดงไดนามิกที่สะท้อนจิตวิญญาณ และเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อมุ่งเน้นแนวคิดแห่งจิตวิญญาณการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ZEEKR ยังได้มอบโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถยนต์ภายในงาน ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 ธันวาคม 2567 สำหรับท่านที่สนใจเป็นเจ้าของ ZEEKR 009 รับข้อเสนอเดียวกับ MOTOR EXPO หรือที่โชว์รูม ZEEKR House ทั่วประเทศ รวมมูลค่ากว่า 131,500 บาท*

  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
  • การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*
  • ค่าอะไหล่ และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่ได้รับส่งมอบรถ 1,000 ท่านแรก* รับฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้งมูลค่า 70,000 บาท*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

และสำหรับทุกท่านที่สนใจเป็นเจ้าของ ZEEKR X ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2024 รับข้อเสนอพิเศษดังนี้

  • ฟรี Wallbox ขนาด 7 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี
  • การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • การรับประกันมอเตอร์ และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์แห่งอนาคต และค้นพบแรงบันดาลใจในการเดินทางที่แตกต่าง พร้อมพบกับ
ZEEKR 001 FR และ ZEEKR 7X ได้ที่งาน Thailand International Motor Expo 2024 บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2567

ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่

Website: https://www.zeekrglobal.com/th/

Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศราคา “GWM POER SAHAR HEV” เริ่มต้น 1.189 – 1.389 ล้านบาท ส่งมอบได้ทันที มอบโปรฯ สุดเร้าใจกับรถยนต์ทุกรุ่นส่งท้ายปลายปี ในงาน Motor Expo 2024

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เดินหน้าตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะระดับโลกอย่างต่อเนื่องในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 ไฮไลต์สำคัญกับการประกาศราคาขายพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GWM POER SAHAR HEV” รถกระบะขุมพลังงานไฮบริดคันแรกของเมืองไทย รวมไปถึงเซอร์ไพรส์พิเศษที่ส่งตรงจากประเทศจีนถึง 2 รุ่น จาก 2 เซกเมนต์ที่กำลังได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคชาวไทย อย่าง “GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition” รถยนต์เอ็มพีวีอเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์ พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพรีเมียมและการใช้สอยทางธุรกิจได้อย่างไร้ที่ติเพื่อเคียงข้างทุกความสำเร็จ และ “GWM TANK 700 Hi4-T” สุดยอดรถยนต์เอสยูวีออฟโรดขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริดที่มาพร้อมสมรรถนะขั้นสุด ผสมผสานสุนทรียภาพและความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว สู่การเดินทางอันไร้ซึ่งขีดจำกัด ร่วมด้วยทัพรถยนต์พลังงานใหม่รวมทั้งสิ้นกว่า 12 รุ่น และโปรโมชันสุดเร้าใจส่งท้ายปี ที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A05 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 และที่ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ

GWM POER SAHAR HEV รถกระบะขุมพลังไฮบริดคันแรกในประเทศไทย ประกาศราคาขายพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น 2.0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO ราคา 1,189,000 บาท และรุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD ราคา 1,389,000 บาท พร้อมส่งมอบทันที โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.0 ลิตร มอบพละกำลัง 244 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตันเมตร ผสานขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 106 แรงม้า แรงบิด 268 นิวตันเมตร และโหมดการขับขี่ที่ให้ถึง 5 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด โหมด 4L และโหมด 4H (3 โหมดแรกสำหรับรุ่น 2.0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO และ 5 โหมดสำหรับรุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD) ด้านมิติตัวรถมีความยาวถึง 5,445 มิลลิเมตร กว้าง 1,991 มิลลิเมตร สูง 1,924 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร นับว่ายาวที่สุดในตลาดรถกระบะในปัจจุบัน มอบห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบายดั่งรถยนต์เอสยูวี พร้อมกับความสูงใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร ช่วยให้สามารถลุยน้ำได้ลึกถึง 800 มิลลิเมตร

GWM POER SAHAR HEV สร้างปรากฏการณ์ใหม่ กับ “ครั้งแรก” ของตลาดรถกระบะในเมืองไทย ได้แก่

  • “ครั้งแรก” ของเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด มอบพละกำลังและสมรรถนะการขับขี่แม้ในขณะเร่งแซง พร้อมความเงียบ นุ่มนวล ลดเสียงและการสั่นของเครื่องยนต์ในห้องโดยสาร
  • “ครั้งแรก” ที่เบาะด้านหลังสามารถปรับเอนได้ถึง 33 องศา เพิ่มความสบายในการนั่งโดยสาร แม้จะเป็นการขับขี่ระยะทางไกล
  • “ครั้งแรก” ของฝาท้ายกระบะที่สามารถเปิด-ปิดได้ถึง 2 รูปแบบ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
  • “ครั้งแรก” ของรถกระบะที่มีระยะฐานล้อที่ยาวที่สุดในเซกเมนต์ มอบห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย เสมือนหนึ่งรถยนต์เอสยูวี

GWM POER SAHAR HEV กับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำที่ให้มาแบบไม่มีกั๊ก สู่ความสะดวกสบาย ความบันเทิง และความปลอดภัยเต็มรูปแบบ

  • ไฟหน้าและไฟท้าย LED อัจฉริยะที่ปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ ทั้งระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ ฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทาง หลังดับเครื่องยนต์
  • ส่วนการออกแบบภายใน โดดเด่นด้วยเบาะหนังสังเคราะห์ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางเฉพาะเบาะคนขับ (สำหรับรุ่น 0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO) และเบาะหนังแท้ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางเฉพาะเบาะคนขับ (รุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD) มาพร้อมระบบนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศในที่นั่งแถวหน้า และช่องปรับอากาศเฉพาะสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
  • หน้าจอมัลติมีเดียระบบสัมผัสขนาด 3” รองรับทุกการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, Android Auto, Bluetooth, MP5, online music, online radio, ระบบนำทาง ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันหยุดอัตโนมัติขณะรถหยุด เกียร์แบบ Electronic Shifter กุญแจ Smart Key และระบบ Push Start System กระจกมองหลังลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง (สำหรับรุ่น 2.0T HEV PRO DOUBLE CAB AUTO) และลำโพง Infinity 10 ตำแหน่ง (สำหรับรุ่น 2.0T HEV ULTRA DOUBLE CAB AUTO 4WD)
  • ระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 29 รายการ อาทิ ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 รวมถึงกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบตรวจสอบสถานะและควบคุมรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน
  • GWM POER SAHAR HEV มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ Sun Black, สีเทา Ayers Gray และ สีขาว Hamilton White

พิเศษสุด สำหรับผู้ที่จอง GWM POER SAHAR HEV ที่จองรถในช่วง Pre-sale และภายในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 นี้ รับส่วนลดมูลค่า 50,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ผ่อน 48 เดือน ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี  พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service  

เจมส์ หยาง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “GWM POER ถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เรือธงที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความเชี่ยวชาญมากที่สุดผลิตภัณฑ์หนึ่งและมีประวัติอันยาวนาน เราเป็นแบรนด์ที่มียอดขายรถกระบะสูงที่สุดในประเทศจีนตั้งแต่เริ่มเปิดตัวในปี 1997 ต่อเนื่องยาวนานถึง 26 ปีจวบจนถึงปัจจุบัน และมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศจีนมากกว่า 50% มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 2.54 ล้านคันใน 50 ประเทศ บน 4 ทวีป ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เราต้องการที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าชาวไทย เนื่องจากรถกระบะไม่ได้มีไว้แค่เพื่อการใช้งานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังเหมาะสำหรับการนำไปใช้ในด้านการพักผ่อนและการเดินทางอีกด้วย โดย GWM POER SAHAR HEV สามารถนำพาทุกคนในครอบครัวไปถึงจุดหมายด้วยความสะดวกสบายและปลอดภัยตลอดเส้นทาง ซึ่งความสะดวกสบายและความปลอดภัยนี้นับว่าเป็นจุดเด่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่แตกต่างจากรถกระบะอื่น ๆ ในตลาด มอบความสะดวกสบาย หรูหรา ประณีต เพื่อการใช้ชีวิตแบบ VIP เต็มขั้น ด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่มีการผสมผสานความแข็งแกร่งและความหรูหราได้อย่างไร้ที่ติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดล้ำ”

“และจากการขยายตัวของตลาดรถยนต์เอ็มพีวีและรถยนต์เอสยูวีในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จึงได้นำรถยนต์พลังงานใหม่ถึง 2 รุ่น 2 สไตล์ ส่งตรงจากประเทศจีนมาให้ชาวไทยได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกกับ ‘GWM WEY 80 PHEV’ Executive Extended Edition รถยนต์เอ็มพีวีอเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์ และ ‘GWM TANK 700 Hi4-T’ รถยนต์เอสยูวีออฟโรดขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริดรุ่นเรือธง เพื่อเตรียมมอบประสบการณ์การเดินทางเพื่ออนาคตที่แตกต่าง อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำพันธกิจของเราในการเป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ที่พร้อมผลักดันสังคมไทยและทั่วโลกให้ก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” เจมส์ หยาง กล่าวเสริม

GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition สัมผัสประสบการณ์การเดินทางระดับเฟิร์สคลาส เคียงข้างทุกความสำเร็จ

GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition จุดสูงสุดของยนตรกรรมที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาภายใต้แนวคิด “First-Class Travel” ผสมผสานทั้งด้านการเดินทางและการเจรจาทางธุรกิจได้อย่างลงตัว ทะยานขึ้นสู่การเป็นยานยนต์พลังงานใหม่อเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์ครั้งแรกของโลก ยกระดับประสบการณ์สุดวีไอพีด้วยมิติตัวรถที่กว้างขวางที่สุด ด้วยมิติตัวรถ 5,405 x 1,960 x 1,890 มิลลิเมตร มอบความรู้สึกวีไอพีระดับเฟิร์สคลาสด้วยเบาะนั่งคู่เต็มตัวสไตล์กัปตัน (Double Full-Size Captain’s Seats) ทั้ง 3 แถว รองรับสรีระผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยระบบไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบระบายอากาศ ระบบเบาะนวดไฟฟ้า และระบบลอยตัวในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง รองรับสรีระทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี สู่ความสบายและความผ่อนคลายตลอดทั้งเส้นทาง นอกจากความสะดวกสบายแล้ว GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition ยังมาพร้อม “เพดานดวงดาว” ซึ่งตกแต่งด้วยจุดแสงดวงดาวมากถึง 830 จุด ที่มีทั้งรูปแบบคงที่และรูปแบบดาวตก ระบบกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่นำเสนอกลิ่นมาให้ถึง 3 รูปแบบ สู่การเติมเต็มความสุนทรีย์ในทุกการเดินทาง อีกทั้งยังมาพร้อมกับตู้เย็นขนาดใหญ่แบบสองประตูที่ถูกออกแบบมาได้อย่างมีเอกลักษณ์กับฝาเปิดแบบที่พักแขนสำหรับเบาะนั่งแถวหน้าและแบบลิ้นชักสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง อำนวยความสะดวกสำหรับการเข้าถึงได้ทุกที่นั่ง และยังเสริมความสมบูรณ์แบบด้วยระบบเสียงสุดพรีเมียมจาก
Harman Kardon กับลำโพงจำนวน 20 ตำแหน่ง เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นประสบการณ์เสียงระดับมาสเตอร์พีซ ยิ่งไปกว่านั้น GWM WEY 80 PHEV Executive Extended Edition ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เทคโนโลยีไฮบริดใหม่ล่าสุด 1.5T กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ “Hi4 Performance Edition” ทำงานร่วมกับมอเตอร์คู่ด้านหน้าและด้านหลังที่ให้พละกำลังสูงสุด 337 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 644 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาที นอกจากนี้ยังมีอัตราการใช้น้ำมันรวมตามมาตรฐาน WLTC อยู่ที่ 0.9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร รวมถึงยังประหยัดน้ำมันภายใต้สภาวะที่แบตเตอรี่หมด โดยมีอัตราการใช้น้ำมันอยู่ที่ 7.2 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTC อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบนำทางอัจฉริยะ Coffee Pilot ที่มาพร้อมกับระบบช่วยขับขี่หลายรูปแบบ ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวก รวดเร็ว ราบรื่น ปลอดภัยขั้นสุด สู่การเป็นยนตรกรรมล้ำหน้าที่เคียงข้างทุกความสำเร็จในทุกเส้นทางอย่างแท้จริง

GWM TANK 700 Hi4-T ที่สุดของรถยนต์เอสยูวีขุมพลังปลั๊กอิน-ไฮบริดระดับเรือธง แข็งแกร่งแต่งดงาม สู่ความแตกต่างที่ลงตัว กับการผจญภัยไร้ซึ่งอุปสรรค

GWM TANK 700 Hi4-T รถยนต์ที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยและความสะดวกสบายสูงสุดในตระกูล GWM TANK ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของนักผจญภัยสายลุยที่มองหาการใช้ชีวิตที่ลงตัวทั้งในเมืองและนอกเมือง กับมิติตัวรถที่มีความกว้างขวางด้วยความยาว 5,110 มิลลิเมตร กว้าง 2,122 มิลลิเมตร และสูง 1,986 มิลลิเมตร สามารถลุยน้ำลึกได้สูงสุดถึง 970 มิลลิเมตร ลึกที่สุดในออฟโรดหรูระดับเดียวกัน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด 3.0T V6 ซึ่งนับว่าเป็นโครงสร้างเครื่องยนต์ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมของจีน มีพละกำลังรวม 385 กิโลวัตต์ แรงบิด 800 นิวตันเมตร แรงบิดที่ล้อสูงสุด 13,000 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5 วินาที และฟังก์ชันการขับขี่ที่ให้มาถึง 12 โหมด อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบถอดเหล็กกันโคลงด้วยระบบไฟฟ้า (Disconnectable Stabilizer Bar) ควบคุมการเชื่อมต่อหรือถอดเหล็กกันโคลงได้เพียงการกดปุ่มเพียงครั้งเดียวภายในห้องโดยสาร นับเป็นครั้งแรกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มีการติดตั้งระบบดังกล่าวในรถยนต์พลังงานใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคง ความสะดวกสบาย และความยืดหยุ่นในการเดินทางทุกอุปสรรค นอกจากนี้ยังมีระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตหรูและแบบแอคทีฟผ่านสปริงลมและโช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้า (Air Springs and Electromagnetic Shock Absorbers) โดยแบบสปริงลมจะมีช่วงยุบตัวและยกตัวอยู่ที่ 50 และ 70 มิลลิเมตร ตามลำดับ และโช้คอัพแบบแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปรับการกันสะเทือนแบบเรียลไทม์ได้สูงสุดถึง 100 ครั้งต่อวินาที สามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในทุกเส้นทางและทุกสถานการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อรองรับความต้องการด้านการลากจูงและไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวแบบคาราวาน GWM TANK 700 Hi4-T มาพร้อมกับอุปกรณ์ลากจูงแบบไฟฟ้า สามารถลากน้ำหนักได้สูงสุดถึง 2.5 ตัน ด้านห้องโดยสาร ยังอัดแน่นไปด้วยความหรูหราและสะดวกสบายจากเบาะนั่งทำจากหนังกลับพร้อมไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง โดยเบาะด้านหน้าสามารถปรับเอนได้ถึง 156 องศา ในขณะที่เบาะด้านหลังปรับได้ถึง 141 องศา ร่วมกับห้องโดยสารเงียบสงบจากวัสดุดูดซับเสียงคุณภาพสูงที่ให้ความเงียบระดับเดียวกับอวกาศ ผนวกกับระบบเสียง Harman Kardon มาพร้อมลำโพงถึง 16 ตำแหน่ง เพิ่มความหรูหราอย่างมีระดับด้วย “เพดานดวงดาว” มากกว่า 1,200 จุด ที่ได้แรงบันดาลใจจากทะเลสาบเทคาโป ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มีท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวที่สวยงามที่สุดในโลก ยกระดับประสบการณ์การเดินทางรูปแบบออฟโรดได้อย่างเหนือระดับทั้งด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยได้อย่างเป็นเอกลักษณ์

 

จัดหนักโปรโมชันสุดเร้าใจสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่น

รถยนต์ GWM HAVAL และ GWM TANK ทุกรุ่น พบข้อเสนอ 3 ทางเลือกสุดคุ้มค่า ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน 1. การนำรถยนต์คันเก่ามาแลกรับส่วนลดเพิ่มเติม หรือ 2. เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน หรือ 3. เลือกรับ ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปีเต็ม (เฉพาะรุ่น GWM HAVAL H6 และ GWM HAVAL JOLION รุ่น ULTRA) พร้อมแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) ยกเว้น GWM HAVAL JOLION รุ่น Sport เลือกรับส่วนลดเงินสด 40,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน หรือ การช่วยผ่อน 12 เดือน ๆ ละ 2,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุดถึง 24,000 บาท พร้อม ฟรี ฟิล์มกรองแสง ลามิน่า รุ่น CM ONE และ ฟรี ชุดอุปกรณ์ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง สำหรับ GWM ORA Good Cat และ GWM ORA 07 เลือกรับส่วนลดเพิ่มเติมเมื่อนำรถยนต์คันเก่ามาแลก (ไม่รวมอุปกรณ์ชาร์จไฟและแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI)) หรือเลือกรับส่วนลดพร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (ไม่รวมอุปกรณ์ชาร์จไฟและแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI)) หรือ รับส่วนลด พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟ และแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ เว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือติดต่อ GWM Contact Center 02-668-8888

สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคต ได้ที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A05 ภายในงาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 41 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – 10 ธันวาคม 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)