Home Blog Page 115

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ขนทัพรถยนต์พลังงานใหม่บุกเซ็นทรัลเวิร์ลด์  ให้ชาว Urbanista สัมผัสยนตรกรรมสุดอัจฉริยะ ภายใต้แคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล”

0
GWM 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ เร่งเครื่องส่งมอบประสบการณ์พิเศษแห่งการขับขี่เพื่ออนาคตที่ตอบทุกความต้องการของผู้บริโภค จัด “GWM Pop-Up Boutique” ตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้สัมผัสความพิเศษและใกล้ชิดกับผลิตภัณฑ์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มากยิ่งขึ้น ประเดิมจัดงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ลด์เป็นที่แรก ร่วมกับแคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” เพื่อมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 450,000 บาท ภายใต้ระยะเวลาจำกัด ให้คนเมืองได้สัมผัสกับรถยนต์พลังงานใหม่ที่เป็นขวัญใจมหาชนทั้ง 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA รถยนต์เอสยูวีอัจฉริยะอย่าง GWM HAVAL และรถยนต์เอสยูวีออฟโรดพรีเมียมอย่าง GWM TANK ร่วมสัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำใจกลางเมืองกันได้แล้ว ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ลด์ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 12 – 29 กันยายน 2567 นี้

GWM 2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยกขบวนรถยนต์พลังงานใหม่มาจัดแสดงมากถึง 7 รุ่นจาก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนเมือง ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ GWM ORA ทั้ง GWM New ORA Good Cat, GWM New ORA Good Cat รุ่น GT และ GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสร้างความต่างในทุกการเดินทาง สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์แบบ Retro Futuristic ตามด้วย GWM HAVAL รถยนต์เอสยูวีอัจฉริยะที่ตอบทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ ที่มองหารถยนต์พลังงานใหม่เพื่อครอบครัวด้วยฟีเจอร์ล้ำ ๆ ความปลอดภัยที่จัดเต็มในราคาที่คุ้มค่า โดยขนกันมาทั้ง All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV ทั้งรุ่น ULTRA และรุ่น SPORT และสุดท้ายที่สายออฟโรดผู้ชอบผจญภัยในเส้นทางใหม่ ๆ แต่ยังคงรักความสะดวกสบายแบบพรีเมียมขั้นสุดกับ ALL NEW GWM TANK 300 HEV

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

ลูกค้าผู้สนใจ GWM ORA Good Cat จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” ดังนี้

  • GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO จากราคา 799,000 บาท เหลือเพียง 629,000 บาท
  • GWM New ORA Good Cat รุ่น ULTRA จากราคา 899,000 บาท เหลือเพียง 729,000 บาท
  • GWM New ORA Good Cat รุ่น GT จากราคา 1,099,000 บาท เหลือเพียง 859,000 บาท
  • GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA ราคา 1,399,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

นอกจากราคาที่พิเศษสุดแล้วนั้น GWM ORA ทั้ง 4 รุ่น ยังมาพร้อมข้อเสนอ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 11,000 บาท (GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA มูลค่า 13,000 บาท) ฟรี! GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 และ ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

สำหรับ GWM HAVAL เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 450,000 บาท ได้แก่

  • All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จากราคา 1,699,000 บาท เหลือเพียง 1,249,000 บาท
  • New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 1,349,000 บาท เหลือเพียง 1,099,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)
  • New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 999,000 บาท เหลือเพียง 899,000 บาท พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 9

ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ GWM HAVAL ทั้ง 3 รุ่น ยังจะได้รับ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปีเต็ม มูลค่า 30,000 บาท สำหรับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และมูลค่า 25,000 บาทสำหรับ New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA และ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA ฟรี! ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ HUPER OPTIK CSD มูลค่าสูงสุด 7,600 บาท พร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง GWM แบบล้อลาก 4 ล้อ ทรง Pilot วัสดุอะลูมิเนียม ขนาด 16 นิ้ว มูลค่า 9,990 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 10

สำหรับ ALL NEW GWM TANK 300 HEV รถเอสยูวีออฟโรดพรีเมียม มาพร้อมข้อเสนอที่เกินห้ามใจ เริ่มที่ดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนานสูงสุดถึง 48 เดือน พร้อมรับอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 50,000 บาท หรือเลือกรับการช่วยผ่อนสูงสุด 10 เดือน มูลค่าสูงสุด 50,000 บาท นอกจากนี้ เมื่อชำระเป็นเงินสดรับส่วนลดถึง 100,000 บาทเมื่อชำระเงินสด พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อาทิ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นระยะเวลานาน 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 27,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร เมื่ออย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 45,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานานถึง 5 ปี และ ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท

* เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยก้าวสู่ระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่อย่างสมบูรณ์แบบสู่ประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคตที่ไร้คาร์บอน เกรท วอลล์ มอเตอร์ รุกตลาดช่วงครึ่งปีหลังนี้ ด้วยกลยุทธ์ Pop-Up Retail โดยเน้นการสร้างความสัมพันธ์เชิกรุกให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม เจาะพื้นที่ตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนเมืองที่เป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างเทรนด์เพื่อขับเคลื่อนสังคมอย่างมีนัยยะ แม้ว่าภายในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมี พาร์ทเนอร์ สโตร์ จำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ กระจายอยู่ทั่วประเทศแล้วก็ตาม แต่การจัดแสดงด้วยการเข้าถึงคนกรุงเทพฯ ในใจกลางเมืองอย่างเซ็นทรัลเวิร์ลด์นี้ เราต้องการเน้นสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มคนเมืองอย่างใกล้ชิด ผ่านคุณค่าของแบรนด์ 3 ประการ คือ New Energy, New Intelligence และ New Experience ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำหน้าที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของเรา ขนมาพร้อมดีลสุดคุ้มที่ห้ามพลาดภายใต้ช่วงเวลาแห่งความพิเศษนี้ และเร็ว ๆ นี้ ตามพื้นที่หัวเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมมอบความความพิเศษแบบเดียวกันให้พี่น้องชาวไทยอย่างทั่วถึงแน่นอน”

สัมผัส GWM Pop-Up Boutique ได้แล้ววันนี้ กับรถยนต์พลังงานใหม่ล้ำสมัยที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำและนวัตกรรมแห่งอนาคตได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น พร้อมดีลพิเศษ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” กับส่วนลดสูงสุดเป็นปรากฏการณ์ถึง 450,000 บาท และของสมมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมาย เจอกันได้ที่ลานเซ็นทรัลคอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ลด์ ชั้น 1 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 12 – 29 กันยายน 2567

 

 

“RIDDARA” แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY เตรียมเปิดตัวในไทย ตุลาคมนี้

0
RIDDARA 1

RIDDARA แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY Holding Group เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตุลาคมนี้ ชูจุดเด่นของการเป็นรถกระบะที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อระหว่างผู้คน ยานพาหนะ และการใช้ชีวิต ที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานรถกระบะรูปแบบใหม่และสร้างไลฟ์ที่แตกต่าง เจาะกลุ่มผู้ที่รักการเดินทางและชื่นชอบการทำกิจกรรม Outdoor รวมทั้งมองหาความล้ำสมัยของนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

RIDDARA 2
RIDDARA หรือในประเทศจีนคือแบรนด์ RADAR เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2022 โดยเป็นแบรนด์ในเครือ GEELY Holding Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจและยอมรับในระดับสากลโดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลก Fortune Global 500 ติดต่อกันมานานกว่า 12 ปี โดยปัจจุบัน GEELY Holding Group บริหารแบรนด์รถยนต์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์ครอบคลุมหลายเซกเมนท์ อาทิ ZEEKR , LYNK&CO, VOLVO, POLESTAR, รวมไปถึง LOTUS

ในปี 2023 ที่ผ่านมา RIDDARA ครองตำแหน่ง China’s NO.1 EV-pickup รถกระบะไฟฟ้ายอดขายอันดับหนึ่งในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มรถกระบะไฟฟ้าในจีนมากกว่า 61.5% โดยปัจจุบันมีรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่ทำตลาดรวม 2 รุ่นได้แก่ RIDDARA RD6 และ RIDDARA HOROIZON และมีแผนเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมแผนการขยายธุรกิจในดับสากลที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก

RIDDARA 3ในประเทศไทยจะดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท ริดดารา ออโต้โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด (RIDDARA AUTOMOBILE (THAILAND) COMPANY LIMITED) ทั้งนี้ RIDDARA ตระหนักดีว่าประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพสูง โดย RIDDARA พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าคนไทยเป็นหลัก รวมไปถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในทุกภาคส่วนเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า และสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางตลาดรถกระบะพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

RIDDARA 5

RIDDARA มีแผนเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของบริษัทฯ ในประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Multiplex Attached Platform (M.A.P) ซึ่งเป็นเพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับกระบะพลังงานไฟฟ้าโดยอาศัยพื้นฐานของแพลตฟอร์ม Sustainable Experience Architecture (SEA) อันล้ำสมัยของ GEELY จึงทำให้มีความโดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะและความอัจฉริยะในแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีปลอดภัยสูง ยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ ADAS ที่ครบครัน พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับทั้งการเดินทาง การบรรทุกและการทำกิจกรรมแบบ Outdoor ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถยนต์กระบะสันดาปทั่วไป

RIDDARA 6

การแนะนำรถกระบะพลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดประเทศไทย จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่กำลังมองหายานยนต์พลังงานไฟฟ้าและชื่นชอบความอเนกประสงค์ของรถกระบะที่สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลายและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว โดยนอกเหนือจากการแนะนำรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโลยีที่ทันสมัยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายโดยกำลังเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของนวัตกรรมจาก RIDDARA และเข้าถึงการบริการของบริษัทฯ ได้อย่างสะดวกสบายที่สุด

“เอ็มจี” เริ่มส่งมอบ “ALL NEW MG3 HYBRID+” พร้อมเดินหน้าแผนกิจกรรมการตลาดทั่วประเทศ

0
ALL NEW MG3 HYBRID+ 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ทยอยส่งมอบ ALL NEW MG3 HYBRID+ จากสายการผลิตในประเทศไทย ถึงมือลูกค้าทั่วประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับ ALL NEW MG3 HYBRID+ พร้อมพบกับแคมเปญพิเศษได้ที่โชว์รูม เอ็มจี และกิจกรรมสัญจรทั่วประเทศตั้งแต่กลางเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

ALL NEW MG3 HYBRID+ 2

 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงปี 2024 เอ็มจี ตั้งใจที่จะนำนวัตกรรมไฮบริดรุ่นนี้เข้ามาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับตลาด ด้วยระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดย ALL NEW MG3 HYBRID+ มีความโดดเด่นด้านการตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์ กับระบบไฟฟ้า ทำให้สมรรถนะใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าแต่ยังได้ความรู้สึกการขับรถน้ำมัน และจุดเด่นที่สำคัญ คือการบริโภคเชื้อเพลิงที่ประหยัด โดยอัตราสิ้นเปลืองที่ทำได้สูงสุดถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร* ซึ่งสื่อมวลชนได้ทำระยะทางได้ไกลสูงสุดมากกว่า 800 กิโลเมตร แต่ยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ ALL NEW MG3 HYBRID+ รุ่นเริ่มต้นหรือรุ่น D อยู่ที่ 579,900 บาท และรุ่น X ในราคา 619,900 บาท พิเศษ! ราคาในช่วงแนะนำจะลดลงจากราคาตั้ง รุ่นละ 20,000 บาท ซึ่งจะสิ้นสุดเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ เอ็มจี ได้ทยอยส่งมอบรถยนต์ ALL NEW MG3 HYBRID+ ให้กับลูกค้าที่จองเข้ามาแล้ว”

ALL NEW MG3 HYBRID+ 4

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ไฮบริดครั้งใหม่กับ ALL NEW MG3 HYBRID+ โดย เอ็มจี ได้เตรียมจัดกิจกรรมสัญจรทั่วประเทศ ตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม วันที่ 12-18 กันยายน 2567
• อยุธยาซิตี้พาร์ค อยุธยา วันที่ 28 กันยายน 2567 – 6 ตุลาคม 2567
• ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ รามอินทรา (Fashion Island) วันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2567
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก วันที่ 1-7 ตุลาคม 2567
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต (Central Westgate) วันที่ 25- 31 ตุลาคม 2567
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น วันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2567
• ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต วันที่ 21-27 พฤศจิกายน 2567

ALL NEW MG3 HYBRID+ 4

สามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ได้ในช่องทาง FACEBOOK: MGTHAILAND

ลูกค้าที่สนใจสามารถชมข้อมูลตัวรถ ALL NEW MG3 HYBRID+ เพิ่มเติมได้ https://new-mg3.mgcars.com/en/cars/all-new-mg3-hybrid-plus หรือสามารถชมและทดลองขับได้ที่โชว์รูม เอ็มจี กว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ โดยสามารถจองขับได้ที่ลิงค์ https://hellohybridplus.mgcars.com/

ALL NEW MG3 HYBRID+ 6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

มาสด้าเดินหน้าส่งเสริมและสานฝันเยาวชนไทยเปิดตัวโครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024

0

มาสด้าเปิดตัวโครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024” ซึ่งเป็นโครงการชั้นแนวหน้าในระดับสากลที่จัดขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีพให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าและครอบครัว เพื่อเฟ้นหาและผลักดันเยาวชนไทยที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ ให้มีโอกาสไปโลดแล่นบนเวทีการแข่งขันระดับโลก ลุ้นรับทุนการศึกษา เพื่อก้าวสู่เส้นทางโปรกอล์ฟมืออาชีพ พร้อมเปิดตัว MAZDA EXCLUSIVE TOURNAMENT 2024” อีกหนึ่งโครงการที่จัดขึ้นเพื่อมอบเอกสิทธิ์สำหรับมาสด้าแฟมิลี่ในการเข้าร่วมสนุกออกรอบเล่นกอล์ฟ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์มากมายให้กับลูกค้า โดยทั้งสองโครงการจะจัดการแข่งขันขึ้น ในวันที่ 4 ตุลาคม 2567 นี้ ณ สนาม Alpine Golf Club ซึ่งงานแถลงข่าวครั้งนี้ มีเยาวชนทั้งชายและหญิง พันธมิตรผู้สนับสนุนการแข่งขัน ตัวแทนสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย โปรกอล์ฟ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ สนาม Alpine Golf Club จังหวัดปทุมธานี

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024 เป็นโครงการที่ถือกำเนิดขึ้นจากแรงบันดาลใจของมาสด้า ที่ต้องการต่อเติมเสริมความฝันให้กับเยาวชนไทยทั้งชายและหญิงที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ มีโอกาสแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่บนสนามแข่งขันชั้นนำระดับโลก พร้อมผลักดันขีดความสามารถให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งริเริ่มโครงการ MAZDA EXCLUSIVE TOURNAMENT 2024 เพื่อมอบสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าครอบครัวมาสด้าได้เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเม้นต์พิเศษ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มาสด้ามุ่งมั่นตั้งใจจัดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้า ที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นยานพาหนะคู่ใจไปตลอดการเดินทาง

การส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของผู้คน โดยเฉพาะเยาวชนให้มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก โดยเฉพาะด้านกีฬาคือสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญตลอดมา มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้เยาวชนที่ต้องการเดินตามความฝัน ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับโลก และนำเอาความรู้ทักษะที่ได้รับจากการแข่งขันไปฝึกฝนพัฒนาต่อยอดเป็นนักกีฬาอาชีพต่อไปในอนาคต เช่นเดียวกับการริเริ่มโครงการในครั้งนี้ เพื่อผลักดันเยาวชนคนไทยทั้งชายและหญิงที่มีความสามารถ ให้ก้าวไปสู่เส้นทางการเป็นนักกอล์ฟอาชีพที่ทัดเทียมกับนานาชาติ มาสด้าเล็งเห็นว่าเยาวชนไทยก็มีความสามารถไม่แพ้นักกีฬาจากประเทศอื่น ๆ ดังนั้น ถ้าหากเรามอบโอกาสและพื้นที่ในการแสดงศักยภาพให้กับเยาวชนกลุ่มนี้ ก็จะมีส่วนช่วยผลักดันให้พวกเขาประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่เขาเลือกได้ในอนาคต

โครงการ “MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024” เป็นโครงการที่มาสด้าจัดขึ้นร่วมกับพันธมิตร เพื่อมอบสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับมาสด้าแฟมิลี่ที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ ได้มีโอกาสเดินตามความฝันและมุ่งสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ โดย เปิดรับสมัครเยาวชนจำนวน 39 คน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา (แบ่งเป็นชาย 25 คน และหญิง 14 คน) เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน “รอบคัดเลือก” เตรียมจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2567 ณ สนาม Alpine Golf Club จังหวัดปทุมธานี โดยผู้ชนะเลิศและทำผลงานดีที่สุด 16 อันดับแรกของแต่ละประเภท จะได้รับสิทธิ์เข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายในโครงการ “MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024” ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่สำคัญ ในวันแข่งขันจะมีโค้ชจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาเดินทางมาร่วมสังเกตุทักษะฝีมือการเล่นของแต่ละบุคคล ซึ่งเยาวชนที่มีความสามารถโดดเด่นจะมีโอกาสได้รับการเสนอทุนการศึกษา เพื่อปูทางสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพ นอกจากนั้น นักกอล์ฟจำนวนครึ่งหนึ่งที่เข้าแข่งขันในรอบ CHAMPIONSHIP ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจะได้รับคัดเลือกเพื่อเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันที่ประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป

นอกจากจะมอบโอกาสให้เยาวชน ได้มีโอกาสก้าวสู่การเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพในระดับโลกแล้ว มาสด้ายังได้เปิดตัวอีกหนึ่งโครงการพิเศษ เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับมาสด้าแฟมิลี่โดยเฉพาะ ด้วยการเชิญชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าและครอบครัว เข้าร่วมสนุกออกรอบเล่นกอล์ฟเป็น  ก๊วน พร้อมร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้โครงการ MAZDA EXCLUSIVE TOURNAMENT 2024” ซึ่งมาสด้าได้เปิดรับสมัครนักกอล์ฟลูกค้าเจ้าของรถยนต์มาสด้าจำนวน 46 คัน จำนวนนักกอล์ฟ 89 คน เข้าร่วมการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2567 ณ สนามกอล์ฟ Alpine Golf Club จังหวัดปทุมธานี โดยตั้งแต่เปิดรับสมัครไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มากกว่า 100 คัน และได้มีการประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ทั้งสองโครงการนี้ เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของมาสด้าที่ต้องการยกระดับประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เพื่อขอบคุณที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นพาหนะคู่ใจของทุกคนในครอบครัวไปตลอดการเดินทาง ซึ่งนอกจากลูกค้าจะได้รับโอกาสเพื่อออกเดินทางตามความฝันในการเป็นนักกอล์ฟอาชีพในระดับสากลแล้ว ยังได้รับความรู้และสัมผัสประสบการณ์ความสนุกจากการเล่นกอล์ฟออกรอบเป็นก๊วนอีกด้วย ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อดูแลลูกค้าและส่งเสริมให้ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก โดยมาสด้าให้ความสำคัญกับการเอาใจใส่ดูแลลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ภายใต้ Customer Experience Management (CXM) หรือการจัดการประสบการณ์ลูกค้า เน้นสร้างความพึงพอใจสูงสุดเพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคง รวมถึงมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Brand Value Management (BVM) หรือ การสร้างมูลค่าของแบรนด์ เพื่อสร้างการเติบโตให้มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่มาสด้าตั้งใจมอบให้กับลูกค้าทุกคน” นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

ภายในงานฯ มาสด้ายังได้ร่วมมือกับพันธมิตร ประกอบด้วย Adidas, Taylormade, สิงห์ คอร์ปอเรชั่น และ บริษัท AR รวมทั้ง โปรแพรว ภัทราพร ศรีภัทรประสิทธิ์ นักกอล์ฟสาวไทยดีกรีไม่ธรรมดา เพราะเป็นถึงเจ้าของตำแหน่ง มิสทัวริซึ่ม ไทยแลนด์ 2020 ร่วมกันจัดกิจกรรม Mazda Golf Clinic ให้กับเยาวชนที่มาร่วมงานแถลงข่าวโดยมีโปรกอล์ฟอาชีพเป็นผู้มอบความรู้และสอนทักษะทั้งการไดร์ฟกอล์ฟ และการพัตต์กอล์ฟ พร้อมทั้งมีการจัดกิจกรรมให้คำแนะนำโดย US College ให้กับนักกีฬา เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ สิทธิประโยชน์สำหรับผู้เข้าแข่งขันและผู้ชนะเลิศในการเข้าสู่การแข่งขัน JWCI (Junior World Cup Invitational 2025) พร้อมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน “MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024” เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกที่จะถึงในวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2567 นี้

มาสด้าเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยที่มี Challenger Spirit เฉกเช่นเดียวกับแบรนด์มาสด้า ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งมาสด้าจะยังคงเดินหน้าส่งมอบคุณค่าที่มากกว่าคุณค่าที่ได้จากรถยนต์ให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกช่วงเวลา เพื่อให้มาสด้ากลายเป็นส่วนหนึ่งในทุกประสบการณ์ความสุข และเพื่อแทนคำมั่นสัญญาว่า มาสด้าจะเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้ากับ Joy Drives Lives แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นรถคู่ใจไปตลอดการเดินทาง

ทั้งนี้ มาสด้ายังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืน Retention Business Model ซึ่งเป็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ แต่เพิ่มเติมเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้น มุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้าน Customer Retention และเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือก คือ Top Retention Brand ให้บริการที่ลูกค้าพึงพอใจ Top Service Retention นำเสนอคุณค่าของแบรนด์ผ่านประสบการณ์และความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่มาสด้ามุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าแบรนด์ (Brand Value Management) ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

มาสด้ายังคงยึดมั่นแนวทางในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในด้าน Customer Retention และ Service Retention เพื่อแทนคำมั่นสัญญาว่ามาสด้าจะเป็นแบรนด์หนึ่งเดียว ที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้าทุกคน แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นพาหนะคู่ใจไปตลอดการเดินทาง นับจากวันนี้และตลอดไป

วิริยะประกันภัย ลุยน้ำมอบถุงยังชีพ เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ อย่างต่อเนื่อง

0

นายศักดิ์สิทธิ์ คีรีศรี ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนพิษณุโลก และนายจเร พิลึก ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนนครสวรรค์ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ข้าวสาร และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสุโขทัย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ผนังแนวคันดินป้องกันน้ำท่วมถล่ม ส่งผลให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัย และพื้นที่ประกอบอาชีพได้รับความเสียหาย โดยดำเนินการส่งมอบถุงยังชีพและของใช้จำเป็น แก่กองอำนวยการประจำหมู่บ้าน เพื่อกระจายแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และลงเรือส่งมอบของแก่ประชาชนที่ติดอยู่ในที่พักอาศัย ณ บ้านวังใหญ่และบ้านวังทอง ตำบลวังทอง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการใช้ “ปฏิบัติการ FIRST AID” ช่วยเหลือประชาชนนำรถยนต์ออกจากพื้นที่จุดเสี่ยง และสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมตามเส้นทางที่ได้รับการแจ้งเหตุ พร้อมนำทีมงานวิริยะจิตอาสา ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นแก่ ผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือในอีกหลายชุมชน อาทิ บ้านสันช้างหิน อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา และ บ้านท่าดอนไชย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลดให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ววัน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยสภาวะตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ วิเคราะห์เทรนด์ โอกาส ความท้าทาย และพฤติกรรมผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียน

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์สะท้อนการเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่​ในงาน International NEV Summit 2024 ครั้งที่ 2 โดย นายชาญศักดิ์ หลายเจริญโชคชัย ​ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้บรรยายในหัวข้อ “Insights into the NEVs Market in Southeast Asia” เผยความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ มองอดีตและอนาคต พร้อมข้อมูลวิเคราะห์เจาะลึกอย่างละเอียดทั้งแนวโน้มของอุตสาหกรรม โอกาส ความท้าทาย และพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย และทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน พร้อมชี้โอกาสการเติบโตทางธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยเน้นกลยุทธ์สร้างเอกลักษณ์และมอบความแตกต่างให้ผู้บริโภคสู่การนำพาแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคอาเซียน โดยงาน International NEV Summit 2024 ครั้งที่ 2 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องคอนราด บอลลูน โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ

งาน International NEV Summit 2024 ครั้งที่ 2 เป็นการประชุมระดับนานาชาติที่มุ่งเน้นการพัฒนาตลาดรถยนต์พลังงานใหม่เพื่ออนาคต รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยภายในงานรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้บริหารระดับสูง และนักวิจัย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวโน้มการพัฒนาตลาดพร้อมวางแผนกลยุทธ์อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ และโอกาสในการดำเนินธุรกิจในกลุ่มของรถยนต์พลังงานใหม่

นายชาญศักดิ์ หลายเจริญโชคชัย ​ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) วิเคราะห์ข้อมูลตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ทั้งในไทยและในภูมิภาคอาเซียนว่า “ภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนในปี พ.ศ. 2566 มียอดขายทั้งสิ้น 3.4 ล้านคัน โดยในจำนวนนี้เป็นรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) กว่า 3 แสนคัน หรือ 8% ของตลาดรถยนต์โดยรวมทั้งหมด โดยใน 8% นี้ แบ่งเป็น รถยนต์ไฮบริด (HEV) 4%, รถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) 1%, และรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) 3% โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มียอดขายรถ NEV สูงที่สุดในตลาดอาเซียน หรือประมาณ 64% ตามมาด้วยอินโดนีเซีย 19%, มาเลเซีย 8%, เวียดนาม 6% และฟิลิปปินส์ ที่ 3% โดยรถ NEV ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในอาเซียนจะเป็นรถเอสยูวีและรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ คาดการณ์ว่า ภายในปี 2568 ตลาดอาเซียนจะมียอดขายรถ NEV เพิ่มขึ้นจาก 3 แสนคันเป็น 6 แสนคัน หรือมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 18% ของตลาดรถยนต์โดยรวม ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญให้แบรนด์ต่าง ๆ ได้เร่งทำกลยุทธ์เพื่อคว้าโอกาสใหญ่นี้ท่ามกลางจำนวนประชากรในภูมิภาคที่มีมากถึง 640 ล้านคน โดยอีก 6 ปีข้างหน้า จำนวนประชากรจะทะลุถึง 721 ล้านคน และยังเป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยศักยภาพในการเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ เป็นที่ตั้งของแรงงานของคนรุ่นใหม่ไปจนถึงกลุ่มคนระดับกลางที่กำลังเติบโต”

เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่สร้างการเติบโตของรถยนต์ NEV ในแต่ละประเทศในตลาดอาเซียนจะพบว่า นโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการผลิตและการใช้รถยนต์ NEV โดยในประเทศไทย มีนโยบาย 30@30 การส่งเสริมการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ประเทศมาเลเซียตั้งเป้าหมายสัดส่วนรถยนต์ NEV 31%, 40%, 70% ภายในปี 2569, 2578, และ 2593 ตามลำดับ สำหรับประเทศอินโดนีเซีย ตั้งกลยุทธ์ INDONESIA AUTOMOTIVE 4.0 เป้าหมายมีรถยนต์ NEV 20% ภายในปี 2569 รวมถึงให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนผลิตแบตเตอรี่ในการใช้แร่นิกเกิลที่มีอยู่ในประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ ในประเทศเวียดนาม ตั้งเป้าให้รถยนต์ทุกคันบนถนนเป็นรถยนต์พลังงานสีเขียวภายในปี 2593 และในประเทศฟิลิปปินส์ ออกนโยบายการลดภาษีนำเข้ารถ NEV เหลือ 0% จนถึงปี 2571 เพื่อกระตุ้นการใช้รถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ตลาด NEV ในอาเซียนก็ยังมีความท้าทายในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความต่อเนื่องของนโยบายของภาครัฐ การกีดกันทางการค้าทั้งในรูปแบบภาษีและไม่ใช่ภาษี ความพร้อมของผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบอะไหล่ต่าง ๆ ภายในประเทศ รวมถึงข้อกังวลในมุมมองผู้บริโภค ทั้งในด้านของราคาชิ้นส่วนอะไหล่โดยเฉพาะแบตเตอรี่ ค่าประกันภัยรถยนต์ NEV ความพร้อมของสถานีชาร์จ ความไม่มั่นใจในคุณภาพสินค้า ราคาขายต่อ ความกังวลด้านบริการหลังการขายและความรู้ความชำนาญของช่างเทคนิค รวมถึงความกังวลผลพวงจากสงครามราคา ล้วนเป็นปัจจัยที่ชะลอการเติบโตของตลาดรถยนต์ NEV ในภูมิภาคอาเซียนทั้งสิ้น

สำหรับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนโดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางและเป็นประเทศยุทธศาสตร์ โดยในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมและเร่งขับเคลื่อนปรับกลยุทธ์ด้วยการสร้างความแตกต่างผ่านการนำเสนอรถยนต์พลังงานใหม่กว่า 10 รุ่น โดยครอบคลุมทุกประเภทเครื่องยนต์ที่หลากหลายและครอบคลุม ทั้งไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มรถยนต์ตระกูล HAVAL และ ORA ที่ได้รับความนิยมและความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเทรนด์ความต้องการใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่ในกลุ่มนรถยนต์อเนกประสงค์และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รวมถึงเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยขั้นสูงสุด การออกแบบที่มีเอกลักษณ์และเพื่ออนาคต งานบริการหลังการขายที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเร่งเดินหน้าผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศรถยนต์พลังงานใหม่ที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การตั้งโรงงานอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียนเมื่อปี พ.ศ. 2564 ที่จังหวัดระยอง รวมถึงการนำพันธมิตรทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น โรงงานผลิตแบตเตอรี่ SVOLT, HYCET, NOBO, MIND, และ Exquisite สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตของการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้อีกด้วย

นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ภายใต้นโยบาย One Price Policy ที่สร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในการกำหนดราคา ให้ผู้บริโภคคลายความกังวลด้วยราคาเดียวกันทั่วประเทศ โมเดลการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ สโตร์ (Partner Models) ที่เน้นการสร้างความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน การให้บริการแบบผสานช่องทางการค้าแบบออนไลน์สู่ออฟไลน์ (Online to Offline Commerce) ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และ Smart Service ที่มุ่งเน้นการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล รวมถึงการรับฟังเสียงของผู้บริโภคด้วยกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานใหม่เพื่ออนาคต เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน อยู่เคียงข้างคนไทยและผลักดันศักยภาพของประเทศไทยเพื่อก้าวเป็นผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้วิสัยทัศน์ In Thailand, For Thailand

“ปอร์เช่ ไลฟ์สไตล์ กรุ๊ป (Porsche Lifestyle Group)” ร่วมกับ “พูม่า (Puma)” เปิดตัวรองเท้าผ้าใบลิมิเต็ด เอดิชันรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ

0
ปอร์เช่ 1

ปอร์เช่ฉลองครบรอบ 50 ปีของ 911 เทอร์โบด้วยไฮไลท์พิเศษสำหรับแฟนๆ ปอร์เช่นั่นคือ ซีรีส์รองเท้าผ้าใบที่มีการออกแบบพิเศษเพียง 12 ดีไซน์ ซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเพียง 911 คู่ต่อดีไซน์ คอลเล็คชั่นนี้เป็นการทำงานร่วมกับผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่อย่างพูม่า (Puma) ซึ่งการออกแบบล้วนมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับรุ่นรถปอร์เช่ที่เป็นไอคอนิคและได้รับแรงบันดาลใจจากองค์ประกอบการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จากรุ่นรถ 2 รุ่น คือ “Turbo No. 1” มีพื้นฐานมาจากรถปอร์เช่ที่เป็นตำนานซึ่งมอบให้กับคุณหลุยส์ เพียช (Louise Piëch) ในวันเกิดปีที่ 70 ของเธอ และ “Turbo 930” รถเทอร์โบของ ดร. เฟอร์รี่ ปอร์เช่ (Dr. Ferry Porsche) จากปี 1976

Porsche 2
รองเท้าผ้าใบ ลิมิเต็ด เอดิชัน เวอร์ชั่น “Turbo No. 1” นี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ปอร์เช่ (Porsche) ของคุณหลุยส์ เพียช (Louise Piëch) โดยผลิตจากวัสดุสีเงินเมทัลลิก และภายในรองเท้ามีลายตารางสีแดงและสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ 911 Turbo No.1

สำหรับรองเท้าผ้าใบ ลิมิเต็ด เอดิชัน เวอร์ชั่น “Turbo 930” มีสีเขียวโอ๊คเมทัลลิก ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) ของ ดร. เฟอร์รี่ ปอร์เช่ (Dr. Ferry Porsche) จากปี 1976 ภายในรองเท้ามีลายตารางสีเขียวแบบเดียวกับรถยนต์คันนั้น รองเท้าทั้ง 2 รุ่นผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง โดย “Turbo No. 1” ใช้หนังฟูลเกรนชั้นดี และ “Turbo 930” ใช้หนังนูบัค เพื่อความสวมใส่ที่สบาย

ปอร์เช่ 3

รองเท้าลิมิเต็ดเอดิชัน Porsche 911 Turbo 50 Years มีดีไซน์ที่โดดเด่นและสะท้อนเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่น 911 Turbo โดยมีคำว่า “Turbo” ที่ด้านข้างของรองเท้า และโลโก้ปอร์เช่ขนาดเล็ก ส่วนส้นรองเท้าได้รับแรงบันดาลใจจากสปอยเลอร์หลังแบบ “Whale fin” ของรถยนต์ 911 Turbo และไฟท้ายสีแดงของรถยนต์ โดยมีโลโก้ปอร์เช่ 3 มิติที่ส้นรองเท้า และที่ด้านหน้าของเชือกผูกรองเท้ามีแผ่นโลหะที่สามารถถอดได้ ซึ่งมีข้อความฉลองครบรอบ 50 ปี รองเท้ารุ่นนี้ใช้ทรง “Road Rider” ซึ่งเป็นทรงรองเท้าใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้ามอเตอร์สปอร์ต

นอกจากรองเท้ารุ่นหลักทั้ง 2 รุ่น ยังมีรองเท้าลิมิเต็ด เอดิชันอีก 10 รุ่นที่ออกแบบมาสำหรับตลาดเฉพาะในแต่ละประเทศ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) รุ่นต่างๆ จากตลาดนั้นๆ รองเท้าแต่ละรุ่นผลิตจำนวนจำกัดเพียง 911 คู่ และมีสีตัวถังที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเลือกจากสีตัวถังของรถยนต์ Porsche 911 Turbo รุ่นแรกที่ผลิตในปี 1975-1977

รองเท้าผ้าใบลิมิเต็ดฉบับครบรอบ 50 ปี Porsche 911 Turbo “Turbo No. 1” และ “Turbo 930” เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2024 เวลา 9:11 น. เวลาประเทศเยอรมนี (CEST) ที่ shop.porsche.com และที่ร้านค้าในพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ Porsche Museum Shop* ในเมืองสตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี ลูกค้าจะได้รับรองเท้าดผ้าใบรุ่นลิมิเต็ดนี้พร้อมกับเชือกผูกรองเท้าสีดำเพิ่มเติม เพื่อปรับเปลี่ยนสไตล์ นอกจากนี้รองเท้าคู่นี้ยังบรรจุมาในกระเป๋ากีฬาสีดำของ Porsche Puma ที่เพิ่มความหรูหราให้กับคอลเลกชั่น
*เวลาทำการของร้านค้าในพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ (Porsche Museum Shop): เปิดทำการ วันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. ถึง 18:00 น.

พิเศษสุดสำหรับประเทศไทย รองเท้าผ้าใบสุดลิมิเต็ดของเราจะมาในสี Polar Blue ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา สีฟ้าสุดคูลนี้สื่อถึงความมั่นคง ความก้าวหน้า และความจงรักภักดี ซึ่งสอดคล้องกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของปอร์เช่และการเติบโตอย่างรวดเร็วของภูมิภาคนี้

ปอร์เช่ 4

ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้ารถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศ ได้จัดงานเฉลิมฉลองสุดพิเศษสำหรับการเปิดตัวรองเท้า Porsche 911 Turbo 50 Years สุดลิมิเต็ดนี้ที่ Curvistan Bangkok (เคอร์วิสตาน แบงคอก) สถานที่แฮงเอาท์แห่งใหม่สำหรับแฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) โดยมีเหล่า เซเลบริตี้ ศิลปินสายแฟชั่นมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง

งานฉลองนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันสนุกสนาน ด้วยการปรากฏตัวของบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ แยม มทิ-รา, เบลล์ เขมิศรา, มายด์ กัญญฉัตร, ตูน พิมพ์ปวีณ์, โจวปลื้ม ณัฐรดา, แบงค์ ปรีดากร, ผักไผ่ ปารีณา, ติว ดิษยา, พีที รวิสรา, พิม พิชชาภัทร และยอร์ช มงคล ที่มาร่วมสร้างสีสันและเฉลิมฉลองความสำเร็จของตำนานรถสปอร์ตปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) นี้

ปอร์เช่ 6

นอกจากการเปิดตัวรองเท้าผ้าใบแล้ว งานนี้ยังจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ (Porsche) รุ่นไอคอนิก รวมถึง 911 Turbo S (992) และ Porsche 930 Turbo Slantnose ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงาน

รองเท้าผ้าใบ Porsche 911 Turbo 50 Years รุ่นลิมิเต็ด เอดิชัน มาพร้อมสี Polar Blue ที่โดดเด่นสะดุดตา มีจำนวนจำกัดเพียง 911 คู่เท่านั้น และมีเพียง 240 คู่ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย การเปิดตัวสุดพิเศษนี้เป็นการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) สามารถเป็นเจ้าของชิ้นส่วนของมรดกอันล้ำค่าของปอร์เช่ (Por-sche)

ปอร์เช่ 9

สามารถซื้อรองเท้าผ้าใบรุ่นลิมิเต็ด เอดิชันนี้ได้ที่ Curvistan Bangkok และศูนย์บริการปอร์เช่ทุกสาขา

 

 

 

“ซูซูกิ” จัดขบวน Suzuki Carry Barber Truck ส่งความสุข ชูแคมเปญสู้เศรษฐกิจ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท

0
Suzuki Carry 1

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ลดลง ผลมาจากหลายปัจจัยทั้งเรื่องความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ในส่วนของซูซูกิเองแม้จะได้รับผลกระทบ แต่พยายามรักษาตัวเลขยอดขายไว้ในระดับที่น่าพอใจ โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ยังได้รับความสนใจและเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันยอดขายได้เป็นอย่างดี คือ SUZUKI CARRY รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในใจของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมหรือ SME ด้วยรูปโฉมทันสมัย คงไว้ซึ่งจุดเด่นในเรื่องความอเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ส่งให้ปัจจุบันมียอดขายสะสมในประเทศไปมากกว่า 61,621 คัน

Suzuki Carry 3

 

ล่าสุดยังได้นำเสนอแคมเปญพิเศษ “SUZUKI WORRY FREE โปรแกรมดีโดนใจ มอบความมั่นใจให้คุณ” เพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังเติบโต แก่ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ SUZUKI CARRY สามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง มูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

Suzuki Carry 4

“สิ่งที่เราพยายามตอกย้ำอยู่เสมอ คือ รถกระบะเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กคันนี้ ควรถูกนิยามใหม่ว่า Good Truck เพราะเป็นรถที่เข้าไปเติมเต็มความฝันของผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเคลื่อนที่เป็นของตนเอง ดั่งที่ผ่านมา SUZUKI CARRY ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เป็นแค่เพียง Food Truck แต่ต่อยอดไปสู่การดัดแปลงที่มากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นการนำไปตกแต่งเป็นรถบ้าน หรือ Motor Home และล่าสุด Barber Truck ซึ่งความอเนกประสงค์ของรถรุ่นนี้ สามารถขยายไปสู่การรองรับธุรกิจได้อย่างหลากหลาย”

Suzuki Carry 6

SUZUKI CARRY นับเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กที่อยู่คู่กับผู้ประกอบการไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยแนวคิดของซูซูกิ นอกจากคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีความคุ้มค่าในทุกด้านแล้ว “ซูซูกิ” ยังยกให้ SUZUKI CAARY เป็นตัวแทนแห่งความมุ่งมั่นในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมไทยผ่านแคมเปญ “SUZUKI Cause We Care-เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” จึงเป็นความมุ่งหวังที่จะพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับช่วยเหลือเกื้อกูลชุมชนและสังคมให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

Suzuki Carry 8

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หนึ่งโครงการเพื่อสังคมที่เราให้ SUZUKI CAARY เป็นตัวนำ พร้อมให้ความสำคัญที่จะเดินหน้าส่งมอบความสุขแก่ผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 คือ กิจกรรม “CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE” ซึ่งได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการที่เป็นพันธมิตรและผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ทำการดัดแปลงรถกระบะเพื่อการพาณิชย์อเนกประสงค์ SUZUKI CARRY ให้กลายเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ Suzuki Carry Barber Truck เพื่อนำไปให้บริการ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เพื่อมอบความสุขให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในแต่ละมูลนิธิฯ มาอย่างต่อเนื่อง

Suzuki Carry 10

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับทางผู้ประกอบการร้านตัดผมจากร้าน “ออร์โต้บาร์เบอร์” นำ SUZUKI CARRY Barber Truck มาให้บริการตัดผมแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาส จำนวนกว่า 50 คน ณ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ จังหวัดชลบุรี ซึ่งกิจกรรม “CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE” ในครั้งนี้ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่เด็กและเยาวชนในมูลนิธิฯ พร้อมยังได้มอบเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นให้กับทางมูลนิธิคุณพ่อเรย์ โดยมีบาทหลวงวิบูลย์ ลิมปนวุฒิ รองประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ คุณมานพ เอี่ยมสอาด รองเลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ และคุณวรรณวนัช กันพรม ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการ เด็กพิเศษพระมหาไถ่ และผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เป็นผู้แทนในการรับมอบ

มูลนิธิคุณพ่อเรย์ จังหวัดชลบุรี ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2546 ตามชื่อของบาทหลวง เรย์มอน อัลลีน เบรนนัน ซึ่งเป็นมูลนิธิฯ จะแบ่งออกเป็นหลายโครงการที่ที่มีความมุ่งมั่นในการมอบความช่วยเหลือแก่ทั้งเด็กกำพร้าผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษา ไปจนถึงการดูแลส่งเสริมผู้พิการ ทั้งการดูแลจัดการด้านศึกษา จัดหางาน ส่งเสริมอาชีพ ช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพคนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากทุกกิจกรรมที่ซูซูกิจัดขึ้น โดยมี SUZUKI CARRY เป็นสื่อกลางในการส่งมอบทุกความสุขให้คนไทย ตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของรถยนต์รุ่นนี้ สามารถตอบรับต่อความต้องการที่หลากหลายเป็นได้มากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ เปรียบเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่พร้อมจะสนับสนุน และร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ เดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

Suzuki Carry 11

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY เพราะไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY ก็พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้พัฒนารูปแบบให้สามารถรองรับการดัดแปลงได้อย่างหลากหลาย จึงตอกย้ำได้อย่างชัดเจนว่า SUZUKI CARRY เป็นได้มากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ แต่เปรียบเสมือนพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ เดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน อีกทั้งเรายังมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศเข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

“ฟอร์ด” เปิดจอง “ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม” ล็อตใหม่ไม่จำกัดจำนวนพร้อมกันทั่วประเทศ 17 กันยายนนี้

0
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 1

ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า ประกาศเปิดรับจอง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ล็อตใหม่ ไม่จำกัดจำนวน ราคาเดิม 2,279,000 บาท เปิดจองพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 17 กันยายน 2567 เวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ www.ford.co.th พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัมที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงความ ‘กล้าทุกความท้าทาย’ ในกิจกรรม ‘The Unexpected Driving Experience’ วันที่ 5-6 ตุลาคมนี้ ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและลงทะเบียนร่วมกิจกรรมได้แล้ววันนี้ทางเว็บไซต์ www.EverestTestDrive.com

“ฟอร์ดขอขอบคุณกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทยที่มีต่อรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้เรามีลูกค้าจองรถเต็มโควต้าอย่างรวดเร็วถึง 2 รอบหรือ 650 คัน นับเป็นการ ตอกย้ำสถานะผู้นำในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ของฟอร์ด และเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เราจึงทำงานร่วมกับทีมฝ่ายผลิตอย่างใกล้ชิดในการจัดสรรรถยนต์เพิ่มเติม ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการนำเสนอรถยนต์ที่มีคุณภาพระดับโลกให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างเต็มที่” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 3.0 ลิตร วี 6 เป็นรุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหาความเป็นเลิศในการใช้ชีวิตขณะที่ยังคงแสวงหาการผจญภัย ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้น ดีไซน์ที่เน้นความเท่ ดุดัน เรียบหรูตามแบบฉบับแพลทินัม รวมถึงอีกขั้นของความหรูหราและสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร มาพร้อมขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E- Shifter มอบพละกําลังสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังและแรงบิดมากขึ้น ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีเหนือชั้น พร้อมดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรูตามแบบฉบับแพลทินัม มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก สีเทา เมทิเออร์ เกรย์ สีดำ แอบโซลูท แบล็ค สีน้ำตาล อีควิน็อคซ์ บรอนซ์ และสีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัมล็อตใหม่มาพร้อมแคมเปญส่งเสริมการขายเดิม ดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยจะทยอยส่งมอบถึงมือลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป ตามลำดับคิวที่ลูกค้าจองผ่านช่องทางออนไลน์ ติดตามข่าวสารรถยนต์ฟอร์ดได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

 

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ส่งทัพยนตรกรรมสู่งาน BMW Xpo 2024 นำโดยบีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport และข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยกทัพยนตรกรรมสุดหรูหลากหลายรุ่นมาให้ลูกค้าและแฟน ๆ ชาวไทยที่สนใจได้เลือกสรร ในงาน “BMW Xpo 2024” ตั้งแต่ยานยนต์ที่หรูหราสง่างามในกลุ่มคอมแพ็คพรีเมียม ไปจนถึงยนตรกรรม
ล้ำสมัยแห่งอนาคต พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ภายใต้แนวคิด ‘Future of Joy’ ยกระดับสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ สู่วิสัยทัศน์แห่งอนาคตอันเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ งาน BMW Xpo 2024 มีกำหนดจัดขึ้น 2 แห่งเพื่อให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจได้สัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่ชื่นชอบอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ลานโปรโมชั่น โซน B, C, D และ Extra ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน พ.ศ. 2567 และศูนย์การค้า เมกาบางนา ลานแฟชั่น แกลเลอเรีย 1-2 ชั้น 1 ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน พ.ศ. 2567

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “งาน BMW Xpo 2024 จัดขึ้นเพื่อนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ล้ำสมัยที่มาพร้อมกับความหรูหราเหนือระดับ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูในการส่งมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับลูกค้า โดยในปีนี้ยังคงตอกย้ำแนวคิด ‘สุนทรียภาพแห่งการขับขี่’ และ ‘การคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ’ สะท้อนให้เห็นจากการขยายพื้นที่จัดงานสู่สองทำเลสำคัญ พร้อมการจัดแสดงรถยนต์ในรูปแบบใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์บีเอ็มดับเบิลยูที่เข้าถึงง่ายและน่าประทับใจยิ่งขึ้น”

“เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้กับบีเอ็มดับเบิลยูเสมอมา ปีนี้ เราจึงนำเสนอที่สุดแห่งยนตรกรรมหรูรุ่นใหม่ล่าสุดหลากหลายรุ่น ภายใต้แนวคิด 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ ‘Future of Joy: LIFE’ ซึ่งสะท้อนถึงยนตรกรรมแห่งอนาคตที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยอย่างลงตัว นำทัพโดย บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport สมาชิกใหม่จากตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ยอดนิยม มาพร้อมราคาที่เอื้อมถึงง่ายยิ่งขึ้น พร้อมด้วย บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2, ซีรีส์ 3 และซีรีส์ 5 เสริมทัพความแข็งแกร่งด้วยยนตรกรรมตระกูล X ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยู X1, X3, X4, X5 และ X6 กลุ่มที่สองคือ ‘Future of Joy: THRILL’ ให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ อัดแน่นด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง กับยนตรกรรมบีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล M นำโดย บีเอ็มดับเบิลยู XM 50e และ บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ที่จะมาปลุกทุกความเร้าใจให้โลดแล่น” มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด กล่าว

“กลุ่มที่สาม ‘Future of Joy: ELECTRiFY’ พร้อมมอบประสบการณ์แห่งสุนทรียภาพการขับขี่ที่เหนือระดับและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในแบบฉบับยนตรกรรมไฟฟ้าสุดหรูของตระกูล i นำทัพโดยยนตรกรรมซีดานพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยู i5 และ i7 เสริมความเร้าใจด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ Sports Activity Vehicle (SAV) บีเอ็มดับเบิลยู iX3 และ iX ปิดท้ายด้วย ‘Future of Joy: EXCLUSIVITY’ ที่สุดแห่งความหรูหราเหนือระดับ กับทัพยนตรกรรมในกลุ่ม Luxury Class ที่ผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้นไว้ในที่เดียว นำโดยบีเอ็มดับเบิลยู X7 ยานยนต์อเนกประสงค์สุดหรู และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ยนตรกรรมซีดานระดับผู้นำ ที่จะมามอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ” มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด กล่าวเสริม

ภายในงาน BMW Xpo 2024 ยกระดับความหรูหรา สู่มิติใหม่แห่งดีไซน์ ด้วยวัสดุอะคริลิคแบบกระจกที่ตกแต่งบูธได้อย่างสุดล้ำ ผสานความสง่างาม สะท้อนแสงเงาอย่างมีระดับ สู่พื้นที่จัดแสดงที่ดึงดูดทุกสายตา สร้างความรู้สึกโอ่โถง กว้างขวาง และน่าประทับใจ สะท้อนภาพลักษณ์แห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียมได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนั้น ผู้ที่มาร่วมงานยังจะได้พบกับหลากหลายกิจกรรมเวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะเปิดโอกาสให้ได้ค้นหาความ JOY ในแบบของตัวเอง และดื่มด่ำกับสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตในแบบที่แต่ละคนชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น

  • EXPERIENCE LIFE FULL OF JOY: THE ART OF LIVING:ร่วมเวิร์กชอปเทคนิคการลงสีสุดพิเศษกับ ครูโต ม.ล.จิราธร จิรประวัติ ศิลปินต้นแบบของนักวาดภาพประกอบไทย ถ่ายทอดความงามของงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กชอปจาก Painterbell นักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ เจ้าของผลงานสติกเกอร์ John and Lulu ตัวการ์ตูนสุดน่ารักที่ครีเอทขึ้นมาจากความชอบในวัยเด็ก สู่แรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบการวาดรูปการ์ตูน และเวิร์กชอปสร้างผลงานศิลปะชิ้นพิเศษไปกับคุณจี๊ป ศิลปินที่มีชื่อเสียงเรื่องภาพประกอบที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร ผลงานแต่ละชิ้น มีความละเอียดอ่อน ประณีต ขณะเดียวกันก็ให้มุมมองที่ลึกซึ้งที่แตกต่างกันไป
  • EXPERIENCE SUSTAINABLE JOY: BEST FROM WASTE สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษขยะจากทะเลด้วยการใช้ “ศิลปะ” โดยคุณวิยะดา โค้วศานติ ศิลปินผู้เนรมิตขยะทะเล ไม่ว่าจะเป็นอวน ลูกทุ่น เชือก รองเท้าแตะ เหยื่อตกปลาพลาสติก และอื่น ๆ ให้กลายเป็นกระเป๋า DIY สุดเก๋
  • EXPERIENCE LUXURIOUS JOY: LUCK OF LUXURY เวิร์กชอปกับศาสตร์แห่งการพยากรณ์เพื่อเสริมความรู้สึกด้านบวกให้กับชีวิตและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเสริมดวงชะตาและรับพลังแห่งความโชคดีไปกับ RAVIPAโดยอาจารย์มดดำ ยิปซีคาราวาน
  • EXPERIENCE POWERFUL OF JOY: M THE MOST POWERFUL LETTER IN THE WORLD พบกับประสบการณ์สุดเร้าใจที่จะปลุกสัญชาตญาณแห่งการขับขี่ในตัวคุณ กับ M Driving Simulator สุดล้ำที่จะมอบประสบการณ์เสมือนจริง เสริมสร้างทักษะการขับขี่ผ่านการเรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟ ให้ได้ปรับตัวและฝึกซ้อมในสถานการณ์ที่หลากหลาย เสริมความมั่นใจและเตรียมพร้อมสู่การขับขี่อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทาง 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งในการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/special-offers/bmw-September-2024-offer.html

 

ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน BMW Xpo 2024 จากบีเอ็มดับเบิลยู 

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ที่งาน BMW Xpo ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน 2567 และ เมกาบางนา ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2567 รับของสมนาคุณถึง 2 ต่อ รวมมูลค่าสูงสุด 14,000 บาท*

  • ของสมนาคุณ ต่อที่ 1 เลือกรับเลยทันที BMW MINIATURE MODELS รุ่น M3 (มูลค่า 7,39 บาท) หรือ X7 (มูลค่า 6,594.41 บาท) 1 ชิ้น*
  • ของสมนาคุณ ต่อที่ 2 เลือกรับของสมนาคุณที่ตอบโจทย์ความ JOY ไม่ว่าจะเป็น ของสมนาคุณจาก RAVIPA มูลค่ารวมสูงสุด 6,880 บาท หรือ เซ็ทผลิตภัณฑ์จาก Officine Universelle Buly มูลค่า 3,870 บาท หรือ Central Gift Card มูลค่า 4,000 บาท* 

*ดูข้อมูลเพิ่มเติม ข้อกำหนด และเงื่อนไข ได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/special-offers/bmw-September-2024-offer.html

สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์รุ่นต่อไปนี้ ตั้งแต่วันนี้ – เดือนธันวาคม 2567 ผ่านทางออนไลน์ shop.bmw.co.th รับข้อเสนอพิเศษ ได้แก่*

  • บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport รับฟรี ฝาครอบกระจกคาร์บอน M Performance
  • บีเอ็มดับเบิลยู 220i M Sport รับฟรี ชุดไฟ Door Projector Light Kit

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้ ภายในเดือนกันยายน 2567 โดยมีกำหนด
ส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 และเลือกทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังจะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้**:

รุ่นข้อเสนอ
บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i xLine

 

·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 16,099 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ย 0%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 16,899 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ย 0%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 30,899 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 18,699 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ย 1.99%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 18,899 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ย 0%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู 430i Coupe M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 24,099 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 23,699 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ย 0%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

 

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 23,399 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ย 0%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport (Inspiring)·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 27,499 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ย 1.99%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 3 ปี

·        ฟรี BMW Wallbox

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport (Pro)·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 34,099 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ย 1.99%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 3 ปี

·        ฟรี BMW Wallbox

บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 25,699 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive30d M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 36,999 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive50e M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 38,299 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X6 xDrive40i M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 41,099 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู X7 xDrive40d M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 44,399 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 33,299 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

·        ฟรี BMW Wallbox

บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport (Inspiring)·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 34,099 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

·        ฟรี BMW Wallbox

บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 57,399 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

·        ฟรี BMW Wallbox

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 38,199 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

·        ฟรี BMW Wallbox

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport·        ผ่อนรายเดือนเริ่มต้นเพียง 40,499 บาท/เดือน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

·        ฟรี BMW Wallbox

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BMW Xpo 2024 รายละเอียดข้อเสนอ และการจองทดสอบรถ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของบีเอ็มดับเบิลยู

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

ไฮไลท์รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ในงาน BMW Xpo 2024

 

บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport 

ราคาจำหน่าย: 2,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard) 

บีเอ็มดับเบิลยู ปฏิวัติวงการยนตรกรรมซีดานพรีเมียมขนาดกลางอีกครั้งด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport น้องใหม่จาก บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ยอดนิยม ที่มาพร้อมกับการยกระดับขุมพลังการขับขี่และนวัตกรรมเทคโนโลยีทั้งภายในและภายนอกห้องโดยสาร ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างครอบคลุม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ซีดานที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ดึงขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบและเทคโนโลยี TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุดที่ 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที โดยบีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร (อ้างอิงผลจากECO Sticker)

ในด้านรูปโฉมภายนอกและนวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพด้านการขับขี่ บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย V-Spoke Bicolour ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมสมรรถนะและความปลอดภัยอีกมากมายจากบีเอ็มดับเบิลยู ครอบคลุมตั้งแต่ระบบกันสะเทือนที่มีการกระจายน้ำหนักของยานพาหนะได้อย่างสมดุล ในอัตราส่วน 50/50 ระหว่างด้านหน้าและด้านหลังของรถซีดาน และยังมาพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนที่ทำงานประสานกัน ระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชันช่วยลดความเร็ว ระบบช่วยการขับขี่ ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรค (ABS) ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ รวมทั้งระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน ระบบตรวจวัดลมยาง และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่บนท้องถนนให้ดียิ่งกว่าเดิม

ภายในห้องโดยสาร ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้พบกับเทคโนโลยี ระบบความบันเทิงและการสื่อสารซึ่งอัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมอันทันสมัย รวมถึงการตกแต่งภายในด้วยอะลูมิเนียมลาย Mesheffect เบาะนั่งตอนหน้าดีไซน์สปอร์ต และชุดไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสาร (Ambient Light) ระบบแสดงผลข้อมูลสำคัญด้านการขับขี่ BMW Head-up Display ที่ปรากฏให้เห็นด้านหลังพวงมาลัยหนังดีไซน์สปอร์ต บริการด้านดิจิทัลผ่านหน้าจอ BMW Live Cockpit Professional ซึ่งให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการแสดงผลต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ รวมทั้งเลือกช่องทางในการเชื่อมต่อสื่อสารและควบคุมได้ตามความถนัด ทั้งผ่านจอ Control Display ระบบสัมผัส ระบบการสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8 รุ่นใหม่ล่าสุด และระบบเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดผ่านบริการ BMW ConnectedDrive และยังรองรับการเชื่อมต่อกับ Smartphone ผ่านระบบ Apple Carplay และ Android Auto

ในส่วนของไฟหน้าและกระจังหน้าทรงไตคู่แบบใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ยังเสริมให้ตัวรถสะดุดตายิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูด้วยระบบไฟหน้าแบบ LED ที่รองรับการปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ ภายนอกของรถยนต์รุ่นนี้ยังตกแต่งภายนอกด้วยวัสดุสีเงาดำ ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ใหม่ พร้อมให้เป็นเจ้าของได้ในสีขาว Mineral White Metallic และสีดำ Black Sapphire Metallic (ทั้ง 2 สีมาพร้อมเบาะหนัง Vernasca ในสีน้ำตาลสไตล์ Mocha Décor Stitching) ที่สำคัญ ในราคาที่จับต้องได้ที่ 2,399,000 บาท เพื่อเอาใจแฟน ๆ บีเอ็มดับเบิลยูในไทยทุกกลุ่ม และพร้อมเปิดรับจองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป