นายแพทย์ ปิยะวิทย์ หมดมลทิน (ที่ 3 จากขวา) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะจันทร์ พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ สุวรรณโท (ที่ 2 จากขวา) พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ เป็นตัวแทนโรงพยาบาลและเหล่าบุคลากรรับมอบเงินบริจาคสมทบทุนมูลค่า 850,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี สำหรับจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์จาก งานวิ่งการกุศล “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนกันวิ่ง ชวนกันให้ ครั้งที่ 5” โดย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย นำโดย มร. เรียวอิจิ อินาบะ (กลาง) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย มร. โนโบรุ สึจิ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานคณะกรรมการบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มร. เออิจิ โอกาวะ (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มร. ชิน คุโบะ (ซ้ายสุด) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ขวาสุด) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
ชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION ลุ้นรับฟรี รถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท
“MOTOR EXPO” APP อัดแน่นข้อมูลของงาน “MOTOR EXPO 2024” ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทุกแบรนด์ภายในงานจาก Influencer ชื่อดัง และรายละเอียดอื่นๆ ของงาน อาทิ โปรโมชั่น บริการรถรับส่งชมงานฟรี รายงานสภาพจราจร พร้อมแผนผังที่จอดรถ กิจกรรรมมากมาย ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมี BUYER’S GUIDE ช่วยเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ด้วยข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน พร้อมคำนวณสินเชื่อ มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ผ่านระบบออนไลน์ มีราคาบัตรแบ่งเป็น 100 บาท / คน / วัน และราคา 240 บาท รับบัตรชมงาน 3 ใบ โดยบัตร 1 ใบ สามารถใช้ได้ 1 ครั้ง จำกัดสิทธิ์ใช้ได้ 1 ใบต่อวัน เมื่อการสั่งซื้อสำเร็จจะได้รับ QR Code เพื่อนำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ ณ ประตูทางเข้างาน (หากต้องการเข้าชมงานซ้ำภายในวันเดียวกัน กรุณาประทับตราที่ประตูทางออก เด็กความสูงต่ำกว่า 120 ซม. และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรี)
ยิ่งกว่านั้น ดาวน์โหลด MOTOR EXPO APP ทั้งระบบ iOS และ Android รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” รถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม 2567
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง motorexpo.co.th
ย้อนตำนานต้นกำเนิดปิกอัพมาสด้าในประเทศไทยกว่า 74 ปี ยังคงสรรสร้างยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร
การไหลผ่านของเวลาที่ล่วงเลยมาอย่างยาวนานของมาสด้า คือบทพิสูจน์บนเส้นทางแห่งความสำเร็จในการมุ่งมั่นพัฒนายานยนต์ไปพร้อมกับการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า และความภาคภูมิใจแห่งยนตรกรรม ตลอดระยะเวลาอันยาวนานยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ด้วยก้าวย่างที่มั่นคง แข็งแรง สร้างพื้นฐานไว้อย่างแน่นหนา จวบจนปัจจุบัน เป็นบทสรุปแห่งความสำเร็จกว่า 74 ปี ในประเทศไทย “มาสด้า” ก่อตั้งโดย “คุณจูจิโร่ มัทซึดะ” เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมจุกไม้คอร์กในปี พ.ศ. 2463 ต่อมาเริ่มผลิตเครื่องมือกลไกในปี พ.ศ. 2472 เนื่องจากเป็นผู้ที่หลงใหลในเทคโนโลยีของรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ มร. มัทสึดะ ก้าวเข้าสู่โลกของการผลิตมอเตอร์ไซค์ กระทั่งในปี พ.ศ. 2474 จึงได้เริ่มผลิตรถบรรทุกสามล้อ เรียกว่า “มาสด้า โก” เป็นรถคันแรกที่ผลิตออกสู่ตลาดในนาม “มาสด้า” ก่อนที่จะได้เริ่มผลิตเครื่องยนต์ 2 จังหวะ เป็นรายแรกของโลก ปัจจุบัน “มาสด้าเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่ผลิตเครื่องยนต์โรตารี่”
ตำนานที่คงอยู่ตลอดกาล หลังจากเริ่มนำรถมาสด้าเข้ามาให้คนได้รู้จัก ในปี พ.ศ. 2507 โดย บริษัท กมลสุโกศล ได้นำเข้าปักอัพมาสด้าตัวแรก รุ่น 800 ซีซี 4 สูบ เข้ามาจำหน่ายในชื่อรุ่น “Familia 800” ความจุ 782 ซีซี 48 แรงม้า แบบ 4 ประตู ซึ่งได้รับความนิยมและถูกกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน

ลงทุนสร้างโรงงานในไทยปักหลักตลาดสำคัญฐานผลิตและส่งออกทั่วโลก
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2538 มาสด้าได้ตกลงร่วมทุนกับพันธมิตรก่อตั้ง บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์แห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง และเริ่มทำการผลิตเต็มอัตราในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2540 บนเนื้อที่ 529 ไร่ ด้วยเงินลงทุนถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ มีกำลังการผลิต 135,000 คันต่อปี และผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน รุ่น B2500 สำหรับส่งออก และจำหน่ายภายในประเทศ รวมถึงรถยนต์นั่งรุ่น 323 โปรทีเจ
มาถึงปี พ.ศ. 2542 ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จึงได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น จัดตั้งคณะผู้บริหารใหม่ เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ เป็น “บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด” มุ่งเน้นแนวทางการบริหารไปที่ด้านการตลาด การขาย การบริการลูกค้า และการสนับสนุนผู้จำหน่าย เพื่อนำเสนอรถยนต์มาสด้ารุ่นต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ทำให้มาสด้าเริ่มต้นการผลิตรถปิกอัพที่ ชื่อว่า มาสด้า ไฟเตอร์ โฉมใหม่ ถือเป็นผู้บุกเบิกรถปิกอัพที่มีประตูแค็บเปิดได้เป็นครั้งแรกของโลก และทำให้มาสด้าประสบความความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดขายสะสมสูงกว่า 55,000 คัน

จุดเริ่มต้นตำนาน MAZDA BT-50
เมื่อเดือนมีนาคม 2549 มาสด้าเปิดตัวแนะนำรถสปอร์ตปิกอัพ MAZDA BT-50 เครื่องยนต์คอมมอลเรล ให้พลังแรงเต็มพิกัด ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายใน พิถีพิถันใส่ใจทุกรายละเอียด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซูม-ซูม” โชว์เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมยานยนต์สุดล้ำแห่งอนาคต พร้อมระบบความปลอดภัยเต็มคัน สร้างชื่อเสียงของแบรนด์มาสด้าให้กระหึ่มทั่วโลกอีกครั้ง
รถปิกอัพมาสด้า BT-50 ได้รับการออกแบบภายใต้ DNA ของมาสด้า ประกอบด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว พิถีพิถันทุกรายละเอียด และขีดสุดแห่งพลังที่สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว เป็นรถปิกอัพโฉมเฉี่ยวสไตล์ ซูม-ซูม รวมถึงเครื่องยนต์อันทรงพลัง คอมมอนเรล ชื่อ มาสด้า BT-50 เป็นชื่อที่ใช้สำหรับตลาดทั่วโลก คำว่า มาสด้า BT-50 มาจาก B-Series Truck ซึ่งเป็นรหัสที่ใช้เรียกรถปิกอัพมาสด้ามาอย่างยาวนานและถือเป็นตำนานรถปิกอัพมาสด้า ส่วนตัวเลข 50 หมายถึงความสมดุลที่อยู่กึ่งกลางของน้ำหนักการบรรทุกของปิกอัพครึ่งตัน และมีน้ำหนักบรรทุกมากกว่า 1 ตัน ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อรถรุ่นนี้ได้เปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลก โดยผลิตจากโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ มีมาตรฐานเดียวกับโรงงานมาสด้า ประเทศญี่ปุ่น ควบคุมดูแลโดยทีมวิศวกรมาสด้า ผลิตและจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังกว่า 130 ประเทศ ทั่วโลก
มาสด้า BT-50 เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด ดีเซล ไดเรคท์อินเจ็คชัน เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด คอมมอนเรล มีให้เลือกทั้งแบบ MZR-CD 3,000 ซีซี 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร และ MZR-CD 2,500 ซีซี 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ถือได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในรถกระบะเมืองไทย เพราะให้แรงบิดสูงสุดมหาศาลอย่างต่อเนื่อง

สร้างมาตรฐานปิกอัพใหม่แนะนำฟรีสไตล์แค็ปเจ้าแรกจนเป็นที่นิยมในตลาด
ต่อมาในเดือนมกราคม 2555 มาสด้าเริ่มสตาร์ทอีกครั้ง ด้วยการแนะนำ มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ มาพร้อมคอนเซ็ปต์แบบฮีโร่ “ขับเคลื่อนทุกสิ่ง…ให้เป็นจริงได้” ซึ่งเป็นรถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุดจากสายการผลิตในประเทศไทยที่พร้อมอวดโฉมอันสง่างามดุจรถยนต์นั่งระดับหรู ที่ลบภาพความเป็นปิกอัพแบบเดิมๆ จนหมดสิ้น เหนือชั้นด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวสไตล์ ซูม-ซูม มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลังแรงสุดในตลาด ดีไอ-ธันเดอร์ โปร (Di-THUNDER PRO) อัดแน่นด้วยออพชั่นที่ใส่มาแบบเต็มๆ รูปลักษณ์การออกแบบที่งดงามทั้งภายนอกและภายในดุจรถอเนกประสงค์สุดหรูและมีมิติขนาดที่ใหญ่สุดในตลาด ซึ่งมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ มีให้ลูกค้าได้เลือกหลายรุ่นทั้ง ฟรีสไตล์แค็ป หรือบานแค็ปเปิดได้ และดับเบิ้ลแค็ป 4 ประตู มาใน 2 เครื่องยนต์ คือ ดีไอ-ธันเดอร์ โปร 3.2 ลิตร 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร และ ดีไอ-ธันเดอร์ โปร 2.2 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร ที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน มีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ โดยเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง หรือ Hi-Racer จะเป็นจุดขายที่สำคัญของมาสด้าซึ่งจะทำให้มาสด้าบรรลุเป้าหมายการขายรถปิกอัพที่ตั้งไว้ในปีนี้ 22,000 คันอย่างแน่นอน
ปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ได้ฉีกทุกกฎของการออกแบบปิกอัพแบบเดิมๆ ด้วยการผสมผสานแนวคิดการออกแบบที่เน้นความสวยงามมีสไตล์ ควบคู่กับการใช้งานของปิกอัพที่มากกว่ารถเก๋ง ออกแบบภายใต้แนวคิด “นากาเร่” เป็นความงดงามที่อยู่ในธรรมชาติ ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวและดุดันมาประยุกต์ให้เข้ากับแนวคิดการออกแบบ “โคโดะ” หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว ด้วยแรงบันดาลใจจากภาพของเสือชีต้าห์อันสง่างาม น่าเกรงขาม แต่คงไว้ซึ่งความปราดเปรียวและพลังที่ดุดัน พร้อมกระโจนไปข้างหน้าอย่างว่องไว ทำให้มาสด้า บีที -50 โปร ใหม่ เป็นปิกอัพคันแรกของโลกที่มีเส้นสายที่สวยงามพลิ้วไหวอยู่รอบคันตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย ให้อารมณ์ความสปอร์ตและมีบุคลิกที่โดดเด่น ฉีกออกจากรถปิกอัพแบบเดิม ๆ นอกจากนี้สิ่งอำนวยความสะดวกที่มาพร้อมรูปลักษณ์อันสง่างามทันสมัยนี้ คือความลงตัวใหม่สำหรับทุกรูปแบบการใช้งาน และยังมีขนาดของมิติตัวถังที่ใหญ่สุดในตลาดรถปิกอัพของประเทศไทย สร้างความสำเร็จอย่างมากด้วยยอดขายสะสมสูงถึง 110,000 คัน

มาสด้า นักสู้ผู้ไม่เคยย่อท้อ
ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2564 ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับวิกฤตโคโรน่าไวรัส แต่มาสด้าไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ มาสด้าเปิดตัวปิกอัพที่ลูกค้าทั่วโลกใฝ่ฝันและเฝ้ารอมานาน กับ All-New Mazda BT-50 เจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยการผนวกคุณสมบัติของรถปิกอัพที่ดีที่สุดในโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว คือ รถปิกอัพที่ถูกออกแบบอย่างสง่างามที่สุดโลก คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ประหยัดน้ำมันมากที่สุด มีความทนทานสูงสุด รวมทั้งค่าดูแลรักษาต่ำสุด กลับมายึดฐานลูกค้าเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถปิกอัพอีกครั้ง
All-New Mazda BT-50 เจนเนอเรชั่นใหม่ “พร้อม…กับทุกด้านของชีวิต” เติมเต็มทุกมิติของชีวิตดุจ Life-Partner สัมผัสแห่งดีไซน์อันสง่างามจาก “โคโดะ ดีไซน์” เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีตระกูล CX Series เจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า ที่ผสานกับรูปลักษณ์อันทรงพลังสไตล์ปิกอัพ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย มอบความสะดวกสบายเสมือนรถเอสยูวี และคุ้มค่าด้วยอัตราประหยัดน้ำมันมากที่สุดในคลาส การผนวกรวมจุดเด่นทั้งหมดเหล่านี้ และความต้องการของลูกค้าที่อยากจะเห็นจากรถปิกอัพในปัจจุบัน ทำให้ All-New Mazda BT-50 เป็นปิกอัพที่มีความอเนกประสงค์และตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน เป็นการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ให้กับตลาดปิกอัพ ตั้งแต่การใช้งานได้ในทุกโอกาส ขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้กว้างขึ้นและเพิ่มโอกาสทางการขายให้มากขึ้น
ปัจจุบันผู้ซื้อรถปิกอัพ ไม่ได้มองเพียงแค่ความแข็งแกร่ง ความทนทานในการใช้งาน หรืออัตราการประหยัดน้ำมันเท่านั้น วันนี้ลูกค้าใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และดีไซน์มากขึ้น การผสมผสานความแข็งแกร่ง อึด ทน ในรถสไตล์รถปิกอัพเข้ากับ โคโดะ ดีไซน์ ที่เน้นความเรียบง่าย แต่งดงาม จึงเกิดเป็นความโดดเด่น แตกต่างไม่เหมือนใคร บ่งบอกได้ว่า นี่คือ ปิกอัพสายพันธุ์ใหม่ของมาสด้า เกิดเป็นความแข็งแกร่งควบคู่กับความสง่างามของรถปิกอัพยุคใหม่ ตอบโจทย์รูปแบบการเชื่อมต่อการสื่อสารในยุคปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น ด้วยระบบ Infotainment รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay® แบบไร้สาย และ Android Auto™* ซึ่งสามารถใช้งาน Miracast แบบไร้สายผ่าน Wifi และรองรับการเชื่อมต่อแบบ MirrorLink อีกทั้งยังมีระบบนำทางที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

ก้าวที่มั่นคงสู่อนาคตที่ยั่งยืนของมาสด้าในประเทศไทย
ปัจจุบันมาสด้าลงทุนรวมกว่า 56,300 ล้านบาท มีกำลังการผลิตสูงถึง 240,000 คัน ส่งออกไปทั่วโลกกว่า 130 ประเทศ ในอาเซียน เอเชียแปซิฟิก ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกากลาง แอฟริกา รวมถึงส่งกลับไปจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันผลิตรถยนต์มาสด้า2, มาสด้า3, CX-3 และ CX-30 และลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ขึ้นเมื่อปี 2556 ภายใต้ชื่อ บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน เมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MPMT จังหวัดชลบุรี บนเนื้อที่กว่า 800 ไร่ ผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลและสกายแอคทีฟเบนซิน จำนวน 100,000 ลูก/ปี เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟไดร์ฟ 400,000 ลูก/ปี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัตินอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ด้วยเงินลงทุนกว่า 26,000 ล้านเยน หรือประมาณ 11,000 ล้านบาท และเพิ่มเงินลงทุนอีกประมาณ 22,100 ล้านเยน หรือประมาณ 7,500 ล้านบาท
น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับเรื่องราวความเป็นมาของรถปิกอัพมาสด้า นับจากอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ก้าวผ่านเรื่องราวผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาแล้วมากมาย แต่ด้วยสปิริต ความเป็นมาสด้า เพราะเรากล้าที่จะแตกต่าง ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคเฉกเช่นเดียวกับชาวฮิโรชิมา กว่า 104 ปี ของมาสด้าญี่ปุ่น กว่า 74 ปี ในประเทศไทย มาสด้ายังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว พร้อมสร้างความรัก ความผูกพัน ให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่ดี และเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ทุกรุ่น ทุกช่วงเวลาของชีวิต กลายเป็น “มาสด้า แฟมิลี่” นั่นคือแก่นแท้ของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของมาสด้าในประเทศไทย
“NETA” ส่งแคมเปญพิเศษรับเทศกาลแห่งความสุข “Golden Miles” แจกหนัก ให้นักสะสมเลขไมล์ เลขไมล์เยอะ ยิ่งเพิ่มโอกาสเป็นเจ้าของ NETA X รุ่น 401 Comfort หรือทองคำ รวมกว่า 2 ล้านบาท
บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เดินหน้าเปิดตัวแคมเปญส่งท้ายปี รับเทศกาลแห่งความสุข “โกลเด้น ไมล์ (Golden Miles) NETA แจกหนัก ให้นักสะสมเลขไมล์” ชวนบอกลาค่าน้ำมัน ยิ่งเลขไมล์เยอะยิ่งเพิ่มโอกาส รับรางวัลใหญ่ ถึง 10 รางวัล สำหรับเจ้าของรถที่เลขไมล์สะสมสูงสุด 10 อันดับแรก ลำดับที่ 1 ถึง 9 ได้รับสร้อยคอทองคำ 2 สลึง ลำดับที่ 10 ได้ NETA X รุ่น 401 Comfort และยังมีรางวัลพิเศษอื่น ๆ อีกมายมายเมื่อทดลองขับ หรือจองรถ รวมมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท สามารถร่วมแคมเปญ “โกลเด้น ไมล์” ได้ที่ https://campaign.neta.co.th/goldenmile/register ตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน 2567 ถึง 16 ธันวาคม 2567 ประกาศผู้โชคดี 25 ธันวาคม 2567
มร. ชู กังจื้อ (Mr. Shu GangZhi) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี และช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 NETA Auto ขอขอบคุณในความเชื่อมั่น และไว้วางใจของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อ แบรนด์ NETA เราอยากชวนลูกค้าที่ปัจจุบันใช้รถน้ำมัน เปลี่ยนจากใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน มาร่วมทดลองรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของ NETA ด้วยแคมเปญ ‘โกลเด้น ไมล์ (Golden Miles) NETA แจกหนัก ให้นักสะสมเลขไมล์’ เพียงทดลองขับ หรือ จองรถ NETA V-II หรือ NETA X ทุกรุ่น รับบัตรของขวัญโลตัส และร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นรถที่เลขไมล์สะสมสูงสุด 10 อันดับแรก เพิ่มโอกาสคว้ารางวัลรถ NETA X รุ่น 401 Comfort หรือ สร้อยคอทองคำ รวมมูลค่ากว่า 2,000,000 บาท”
รายละเอียดแคมเปญ:
1. ลงทะเบียน และทดลองขับ NETA X หรือ NETA V-II ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 – 16 ธันวาคม 2567
– รับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 100 บาท (จำนวน 6,000 รางวัล) จำนวนจำกัด หรือจนกว่าของจะหมด
2. จองรถ NETA X หรือ NETA V-II ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 – 16 ธันวาคม 2567 และออกรถ NETA V-II หรือ NETA X
รุ่น 401 Comfort ภายใน 31 ธันวาคม 2567 หรือ รับรถยนต์ NETA X รุ่น 480 Smart ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568
– รับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 500 บาท (จำนวน 1,200 รางวัล) จำนวนจำกัด หรือจนกว่าของจะหมด
3. ลงทะเบียนร่วมแคมเปญ เพิ่มโอกาสเป็น 1 ใน 10 เจ้าของรถที่เลขไมล์สูงที่สุด คว้ารางวัลใหญ่ 10 รางวัล*
– รับสร้อยคอทองคำ รางวัลละ 2 สลึง มูลค่ารางวัลละ 23,740 บาท (ราคา ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2567) จำนวน 9 รางวัล
สำหรับเจ้าของรถที่มีเลขไมล์สูงที่สุด ลำดับที่ 1 – 9
– รับรถ NETA X รุ่น 401 Comfort มูลค่า 739,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
สำหรับเจ้าของรถที่มีเลขไมล์สูงที่สุด ลำดับที่ 10
*ต้องเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยกเว้นระบบ BEV ขนาดไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รย.1) ในนามบุคคลธรรมดาที่มีเลขไมล์สะสมตั้งแต่ 50,000 กม.ขึ้นไป
ประกาศผลของรางวัลสำหรับผู้โชคดี ทาง Facebook Official ของ NETA Auto Thailand วันที่ 25 ธันวาคม 2567
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถตรวจสอบเงื่อนไขได้ที่ https://campaign.neta.co.th/goldenmile
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023-9968 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ NETA ได้ที่:
● Facebook : Neta Auto Thailand
● NETA Line Official : @netaautothailand
● Website : www.neta.co.th
“นิสสัน” เตรียมเปิดตัว “เซเรน่า” เติมสีสันในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024
นิสสัน ประกาศสร้างสีสันในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 (Motor Expo 2024) กับการเปิดตัวรถยนต์ “นิสสัน เซเรน่า ใหม่” รถยนต์อเนกประสงค์ มากประโยชน์ใช้สอย ตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดี พร้อมนำรถยนต์ครบทุกรุ่นโชว์ตัวในงาน อาทิ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รถยนต์เอสยูวีที่ให้ฟีลการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% นิสสัน อัลเมร่า รถคอมแพคซีดานสไตล์สปอร์ต ที่แรงจริง กว้างขวางนั่งสบาย นิสสัน นาวารา กระบะ ทน พร้อมลุย และนิสสัน เทอร์ร่า รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว พร้อมทั้งจัดแถลงข่าวการประกวดผลงานการผลิตคอนเทนท์และแผนการตลาดสร้างสรรค์ “Nissan e-POWER Challenge 2024” ที่บูธนิสสันภายในงาน ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นิสสัน เซเรน่า เป็นหนึ่งในรถมินิแวนยอดนิยมที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2534 และถูกส่งออกไปทั่วตลาดเอเชีย และยุโรปในภายหลัง รวมทั้งมีการผลิตในหลายภูมิภาค
นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในคอนเซ็ปต์ “Big. Easy. Fun.” สะท้อนจุดเด่นในด้านความกว้างขวางภายในรถ ความสะดวกสบาย ขึ้นลงง่าย การปรับเบาะที่นั่งได้หลายรูปแบบ สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ จึงเหมาะกับการเดินทางพร้อมกันหลายคน แบบครอบครัว สำหรับการพักผ่อน และการทำงาน
โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันในประเทศไทย ยังคงยึดมั่นจุดยืนในการทำสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คน และสร้างสรรค์โลกที่ทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจจากการเดินทาง ตลอดระยะเวลา 71 ปี ที่เราดำเนินธุรกิจในประเทศไทย นิสสันเข้าใจดีว่าคนไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่ดีกับคนใกล้ชิด และนิยมใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูง เราจึงได้นำรถที่ทั้งกว้างขวาง สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ เหมาะจะเป็นเพื่อนร่วมทางที่สร้างประสบการณ์ประทับใจในทุกเส้นทาง นิสสัน เซเรน่า ใหม่ ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เดินทางได้อย่างสนุกสนาน สร้างความทรงจำที่ดีให้กับทุกคน”
นอกจากการเปิดตัวนิสสัน เซเรน่า ใหม่ แล้ว ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งนี้ นิสสันยังคงนำรถยนต์รุ่นหลักมาโชว์ในงาน ได้แก่ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ “คันนี้ ใช่เลย” นิสสัน นาวารา “ทน พร้อม ลุย” นิสสัน อัลเมร่า “แรงจริง จัดให้” และ นิสสัน เทอร์ร่า “คันเดียวจบ ครบเกินคุ้ม”
นิสสัน ยังได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษที่จะทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพเยี่ยมได้ง่ายขึ้นกับแคมเปญ SAY YES! ที่มีความหลากหลายให้ลูกค้าเลือกได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง ตั้งแต่ดอกเบี้ยต่ำ 0% ไปจนถึงผ่อนนาน 96 เดือน
รถยนต์หลัก 4 รุ่น ที่บูธนิสสัน
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ให้ประสบการณ์ที่ขับสนุก ฟีลรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ ด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ที่มีความโดดเด่นจนได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ขับง่าย ราบรื่น และปลอดภัยกับ อี-เพดัล สเต็ป และกล้องมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror – IRVM) ซึ่งเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ยอดนิยมในชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน 360˚ Safety Shield นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ยังมาพร้อมรุ่นตกแต่งพิเศษอีก 2 รุ่น คือ ออเทค ที่เพิ่มความสปอร์ต พรีเมียม และ สตาร์ อีดิชัน ในสีดำสุดเท่

นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2024 มาพร้อมดีไซน์ภายในใหม่ที่สปอร์ตพรีเมียมกว่าเดิม แต่ยังคงรักษาจุดเด่นความเป็นรถกระบะที่ “ทน พร้อม ลุย” วางใจได้ในทุกงาน นิสสัน นาวารา มาพร้อมการตกแต่งแผงคอนโซลหน้าใหม่ที่ติดตั้งจอทัช สกรีนขนาดใหญ่ 9 นิ้ว และวัสดุบุนุ่มในจุดที่มีการสัมผัสบ่อยๆ ให้ทั้งสัมผัสที่สบายและสวยงาม เบาะนั่ง Quole Modure ที่ไม่สะสมความร้อนนั่งสบายแม้จะเดินทางไกล

นิสสัน อัลเมร่า คอมแพคซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” กับเครื่องยนต์ทรงพลังที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกทุกเส้นทาง มาพร้อมแอปพลิเคชัน NissanConnect Services ที่ให้ผู้ขับขี่สื่อสารกับรถได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Walk-Away Lock ที่เพิ่มความสะดวก และปลอดภัย โดยกุญแจอัจฉริยะจะล็อครถให้อัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่จอดรถ และเดินห่างออกไป และเปิดล็อคอัตโนมัติ เมื่อผู้ขับขี่เข้าใกล้รถ และยังมีระบบ SOS ที่ให้ความอุ่นใจ ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านระบบเสียงในรถยนต์ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ
นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว “คันเดียวจบ ครบเกินคุ้ม” ให้ทุกการเดินทางน่าจดจำ กับการขับขี่ที่มั่นใจ ขับสนุก ปลอดภัย พร้อมเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bose Premium Audio ระบบเสียงรอบทิศทางกับลำโพงคุณภาพสูง 8 ตัวพร้อมแอมปลิฟายเออร์ นอกจากนี้ยังติดตั้งจอขนาด 11 นิ้วเพิ่มความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง HDMI และ Smart TV
“Nissan e-POWER Challenge 2024 ขับมันส์ ประชันไอเดีย”
ในวันที่ 5 ธันวาคม 2567 นิสสันจะจัดกิจกรรมพิเศษ แถลงข่าวโครงการ “Nissan e-POWER Challenge 2024 ขับมันส์ ประชันไอเดีย” การประกวดการผลิตคอนเทนท์วีดีโอ และแผนการตลาดสร้างสรรค์ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นในธีม “e-POWER ใช่ ทุกไลฟ์สไตล์” ย้ำจุดเด่นของเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ พร้อมเปิดตัวทีมที่เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 6 ทีม การประกวดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนที่นิสสันให้ความสำคัญ และจัดอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเน้นทักษะด้านการตลาดและการสื่อสาร
ก่อนหน้านี้ นิสสันได้เชิญชวนนิสิต นักศึกษา และนักเรียนระดับวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่มีความสนใจ เข้าร่วมผลิตคอนเทนท์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้ความรู้และสร้างประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ และเผยแพร่บนช่องทางสื่อออนไลน์ของตนเอง ทีมที่มีผลงานดีที่สุดของแต่ละภาครวม 5 ภาค และทีมที่ได้รับยอดวิวสูงสุดจากทั้งหมดจะได้เข้าร่วมการแข่งขันในรอบสุดท้าย
ในการแถลงข่าว ทั้ง 6 ทีมที่เข้ารอบสุดท้าย ยังจะได้รับมอบรางวัลสำหรับผลงานที่ยอดเยี่ยมในรอบแรก ได้แก่ ทุนการศึกษาทีมละ 20,000 บาท รวมทั้งได้รับโจทย์ใหม่สำหรับการแข่งขันรอบสุดท้าย ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมทริปไปญี่ปุ่น นอกจากนี้ นิสสัน ยังได้เชิญกูรูด้านการตลาด และการผลิตคอนเทนท์ออนไลน์มาร่วมบรรยายให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทีมที่เข้ารอบ และผู้ที่สนใจที่แวะมาที่บูธนิสสันอีกด้วย โดยการตัดสินรอบสุดท้ายจะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2568
ผู้ที่สนใจ สามารถแวะมาเยี่ยมชมบูธนิสสันในงานมหกรรมยานยนต์ ได้ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
“MG”, “Mercedes-Benz” และ “BMW Motorrad” คว้ารางวัลรถยนต์และจักรยานยนต์ยอดเยี่ยม 2024
สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. ประกาศรายชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวน 20 รุ่นที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อให้สมาชิกที่ทรงคุณวุฒิได้ลงคะแนนคัดเลือกอีกครั้ง เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะที่จะครองรางวัลในแต่ละสาขา นั่นคือ รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2567 หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี 2567 หรือ THAILAND EV OF THE YEAR 2024 และรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2567 หรือ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2024

นอกจากนั้น ในงานนี้ยังมีการประกาศรายชื่อบริษัทรถยนต์ จักรยานยนต์ และผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม
ยานยนต์เข้ารับรางวัล THAILAND CAR & MOTORCYCLE MARKETING AWARDS ซึ่งเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจในการทำงานตลอดช่วงปี 2023-2024 ที่ผ่านมา
ในปี 2567 สรยท. ดำเนินการคัดเลือกรถยนต์แบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV:Electric Vehicle) โฉมใหม่แบบโมเดลเชนจ์ เปิดตัวในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 จนถึง 30 กันยายน 2567 โดยมีกติกาการตัดสิน เป็นมาตรฐานเดียวกับการคัดเลือก Car of The Year ของยุโรป และรถยนต์ยอดเยี่ยมของประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาและตัดสินเพื่อคัดเลือกรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมในการรับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2024

อีกทั้งยังถือเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้วที่สมาคมฯ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่เริ่มเดินหน้าสู่ตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้า และในตลาดก็มีรถยนต์เหล่านี้วางจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงมีการมอบรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR เพิ่มเติมขึ้นมา โดยใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเดียวกับ THAILAND CAR OF THE YEAR แต่เพิ่มเติมในเรื่องของการลงนามเซ็นสัญญา MOU กับทาง BOI ในการลงทุนก่อสร้างโรงงานในประเทศไทย และรถยนต์รุ่นนั้นๆ จะต้องมีระยะทางในการแล่นต่อการชาร์จ 1 ครั้งไม่ต่ำกว่า 300 กิโลเมตรตามข้อกำหนดของ NEDC

นอกจากนั้น ถือเป็นครั้งแรกนับจากปี 2020 ที่ทางสมาคมฯ ได้นำรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR กลับมามอบให้อีกครั้งภายใต้กฎและกติกาเดียวกับ THAILAND CAR OF THE YEAR

สำหรับสถานที่ทดสอบภาคสนามในปีนี้ สรยท.ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันยานยนต์ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้พื้นที่ของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC ตั้งอยู่ที่ อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ที่เข้ารอบสุดท้ายในทั้ง 3 รางวัล เนื่องจากศูนย์ทดสอบแห่งนี้ในอนาคตจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยและภูมิภาคใช้ในการทดสอบยานยนต์รวมถึงอุปกรณ์ และกำหนดมาตรฐานสำหรับยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องต่างๆ ของตัวรถยนต์ที่เขามาทำตลาดในประเทศไทยรวมถึงในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
“หลังจากที่มีการดำเนินการและประกาศรายชื่อรถยนต์ รถยนต์พลังไฟฟ้า และจักรยานยนต์ที่เข้าเกณฑ์ในการพิจารณาของทางสมาคมฯ โดยคณะอนุกรรมการทำงาน ในที่สุดเราก็ได้รถยนต์ที่เข้าเกณฑ์ในกลุ่มต่างๆ เพื่อให้สมาชิกสามัญของสมาคมได้ลงคะแนนเลือกในรอบแรก ก่อนที่จะนำรถยนต์ที่เข้ารอบสุดท้ายในแต่ละกลุ่มมาทดสอบและลงคะแนนอีกครั้ง โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ผ่านการคัดเลือกของทางอนุกรรมการทำงานเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่สนามทดสอบของศูนย์ยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ จังหวัดฉะเชิงเทราภายใต้การสนับสนุนของสถาบันยานยนต์” นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย กล่าว
ที่สุดรถยนต์ MG 3 Hybrid+ และ Mercedes-EQS 450 4Matic SUV เป็นรถยนต์ที่ได้คะแนนสูงสุดในรอบสุดท้าย จึงได้รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2024 และ THAILAND EV OF THE YEAR 2024 ตามลำดับ ขณะที่ BMW R1300GS ได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะในรางวัล THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2024
โดยกรรมการผู้ลงคะแนนแต่ละท่าน ใช้หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนตามหัวข้อต่างๆ ที่สมาคมฯ กำหนดไว้ ซึ่งเป็นไปตามกฎกติกาสากล เช่น การออกแบบภายนอกภายใน, ประโยชน์ใช้สอย, ระบบความปลอดภัย, สมรรถนะเครื่องยนต์, นวัตกรรม/เทคโนโลยี และระบบช่วงล่าง นอกจากนั้นต้องพิจารณาถึงพัฒนาการของรถยนต์รุ่นนั้น ความมั่นคงในเรื่องแบรนด์ และบริการหลังการขายประกอบการพิจารณา
นอกจากนี้ สรยท.ยังได้มอบรางวัล THAILAND CAR & MOTORCYCLE MARKETING AWARDS 2024 ให้กับบริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงธุรกิจและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในด้านยอดขาย การผลิต และกลยุทธ์การตลาด ในปี 2023-2024 จำนวน 23 บริษัท ดังนี้
รางวัลสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์
1. รางวัล ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุด ประจำปี 2566
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
2. รางวัล แบรนด์ที่มีบริการหลังการขายยอดยี่ยม
มอบให้ : กิจกรรมการแข่งขันทักษะฝีมือช่างของฮอนด้า ออโตโมบิล
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
3. รางวัล รถกระบะ 1 ตันที่มียอดขายสูงสุดประจำปี 2566
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
4. รางวัล แบรนด์ผู้ส่งเสริมธุรกิจ SME และ Food Truck ของไทย
มอบให้ แคมเปญสนับสนุนการเข้าถึงรถ Suzuki Carry ให้กับกลุ่ม SME
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
5. รางวัล ผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์สูงสุดประจำปี 2566
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
6. รางวัล แบรนด์รถยนต์ผู้ส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือสังคมไทย
มอบให้ กิจกรรมสนับสนุนการช่วยเหลือสิ่งแวดล้อม และผู้ประสบภัยน้ำท่วมของ Nissan มาโดยตลอด
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
7. รางวัล รถกระบะที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถะนะ
มอบให้ FORD RANGER
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด
8. รางวัล แบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยมที่มียอดขายสูงสุด ประจำปี 2566
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
9. รางวัล โมเดลการจัดจำหน่ายยอดเยี่ยม
มอบให้แคมเปญ Retail of the Future ของ Mercedes-Benz
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จํากัด
10. รางวัล ผู้ผลิตรถยนต์นั่งหัวใจสีเขียว
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
11. รางวัล แบรนด์ผู้สร้างมาตรฐานใหม่ด้านการรับประกันให้กับตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้า
มอบให้ แคมเปญการรับประกันแบตเตอรี่แบบ Lifetime Warranty ในรถยนต์ไฟฟ้าของ MG
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
12. รางวัล รถยนต์ไฟฟ้าที่เปี่ยมด้วยความคุ้มค่า
มอบให้ Neta X
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด
13. รางวัล รถยนต์อเนกประสงค์ MPV ไฟฟ้าระดับพรีเมียมสำหรับครอบครัว
มอบให้ Zeekr 009
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด
14. รางวัล แคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม
มอบให้ RIDDARA RD6 กับการช่วยเหลือน้ำท่วมที่เชียงราย
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท RIDDARA AUTOMOBILE THAILAND
15. รางวัล แบรนด์พรีเมียมที่ให้ความมั่นใจในการใช้รถไฟฟ้าแบบครบวงจร
มอบให้แก่ แนวคิดใหม่ “Audi Progressive Retail” พร้อมให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร มีช่องซ่อม รถไฟฟ้า 3 ช่อง บวกกับการใช้แนวคิด “EV Center” ศูนย์ซ่อมรถ BEV และแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง
บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด
16. รางวัล ผู้ส่งมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นในด้านนวัตกรรมพลังไฟฟ้า
มอบให้ กับการจัด IONIQ LAB ซึ่งเป็นพื้นที่ในการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำเกี่ยวกับรถยนต์พลังไฟฟ้าของ Hyundai
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด
17. รางวัล ผู้รักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวได้อย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2021-2024
มอบให้ รถยนต์ของ Great Wall Motor ได้รับมาตรฐานการทดสอบการชน NCAP ในระดับ 5 ดาวแทบทุกรุ่นจาก ANCAP
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย)
รางวัลสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ยานยนต์ที่เกี่ยวเนื่อง
1. รางวัล บริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่มียอดกรมธรรม์สูงสุด ประจำปี 2567
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
2. รางวัล ผู้จำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ประจำปี 2567
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด
รางวัลสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์
1. รางวัล บริการหลังการขายยอดเยี่ยม
มอบให้แก่ แคมเปญบริการ Premium Service ของ Yamaha
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด
2. รางวัล แบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
มอบให้แก่ รถจักรยานยนต์ HARLEY-DAVIDSON
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ประเทศไทย
3. รางวัล มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสุดล้ำสมัย
มอบให้แก่ BMW CE04
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย
4. รางวัล รางวัลบิ๊คไบค์ผู้สนับสนุนการสร้างงานในไทย
มอบให้แก่ รถจักรยานยนต์ Ducati
ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด
กระแสแรง! ฮอนด้า เปิดจำหน่าย ‘ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่’ ด้วยราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เพียง 899,000 บาท อัดแคมเปญ ผ่อนถูก ดอกเบี้ยต่ำ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาและเปิดจำหน่าย ‘ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่’ รุ่นไมเนอร์เชนจ์ อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเป็นเอสยูวียอดนิยม ที่พร้อมตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น โดยราคาทั้ง 3 รุ่นย่อย ได้แก่

•รุ่น e:HEV E ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว 899,000 บาท* จำนวนจำกัด เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 ให้ลูกค้า
ได้สัมผัสกับไฮบริดเอสยูวีที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย (ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 949,000บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป)
•รุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท ราคาเดิม! เพิ่มเติมฟังก์ชันที่เติมเต็มทุกการใช้งาน
•รุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท ราคาเดิม! ที่อัปลุคดีไซน์แบบสปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ
พร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครัน
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมหลากหลายข้อเสนอพิเศษ* ที่มอบความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ อาทิ
รุ่น e:HEV E เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 รับข้อเสนอ
•ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69%* (ส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ 0.30%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) และดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมงเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
•ทางเลือกที่ 2: ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
-ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,611 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
-ฟรีประกันภัย 1 ปี
-ฟรีรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

รุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 รับข้อเสนอ
•ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69%* (ส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ 0.30%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) และดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมรับ ‘Honda Exclusive Care’ ประกอบด้วย
-ฟรีประกันภัย 1 ปี
-ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ทางเลือกที่ 2: ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
-รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 2,700 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 32,400 บาท
-ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,495 บาท หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
-ฟรีประกันภัย 1 ปี
-ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ ‘Honda Happy Trade-in’ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ
รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568
ทุกรุ่น รับเพิ่มฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ตั้งแต่ 10 กันยายน 2567 – 7 พฤศจิกายน 2567 พร้อมจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 หรือสำหรับลูกค้าใหม่ที่จองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 27 พฤศจิกายน 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567

สัมผัส ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ และพบกันที่บูทฮอนด้า (A08) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 (The 41st Thailand International Motor Expo 2024) ณ อาคาร IMPACT Challenger เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/hrvehev
\
“MOTOR EXPO 2024” รวมนวัตกรรมยานยนต์ล้ำอนาคต รถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 22 แบรนด์
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” พร้อมจัดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ล่าสุดค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ร่วมแสดงนวัตกรรม พร้อมอัดโปรโมชั่นเพียบ ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เผยว่า “ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 42 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ พร้อมจัดแสดงรถต้นแบบ รวมถึงเปิดตัวรถรุ่นใหม่ภายในงานมากมาย”

รถยนต์ 42 แบรนด์ ได้แก่ AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, BYD COMMERCIAL, DEEPAL, DENZA, FORD, FOTON, GEELY, GREAT WALL MOTOR, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, JUNEYAO, KIA, KING LONG, LEAPMOTOR, LEXUS, LOTUS, MASERATI, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NETA, NISSAN, OMODA & JAECOO, PEUGEOT, POCCO, PORSCHE, RIDDARA, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR อีกทั้งยังมี ชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED

รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ ได้แก่ AJ EV, ALPHA VOLANTIS, BMW MOTORRAD, DECO, EM MOTOR, FELO, HANWAY, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, KAWASAKI, LAMBRETTA, NIU, RAPID, ROYAL ALLOY, ROYAL ENFIELD, SOLAR, STROM, SUZUKI, TRIUMPH, YAMAHA, ZEEHO และ ZONTES

นอกจากนี้ ยังมีรถมือสอง 5 แบรนด์ ได้แก่ ASTON MARTIN TIMELESS, BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, ROLLS-ROYCE PROVENANCE และ VOLVO SELEKT
สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล มีรายละเอียดดังนี้
1.“ซื้อรถ…ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ THE KIA EV5 รุ่น LIGHT มูลค่า 1,299,000 บาท
2.“ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MAZDA รุ่น NEW CX-3 BASE PLUS มูลค่า 830,000 บาท
3.“ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์ TRIUMPH รุ่น SCRAMBLER 1200 X มูลค่า 599,000 บาท
4.“ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ผู้ชิงโชคต้องลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION พร้อมตอบแบบสอบถามให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท

พิเศษสำหรับผู้ชมงาน มีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” แพคเกจชมงานแบบวีไอพี เพียง 1,000 บาท รับสิทธิประโยชน์ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 3 ใบ บริการช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ ซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10% และสิทธิ์เข้าร่วมชิงโชครายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ”

ยิ่งกว่านั้น MOTOR EXPO 2024 ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Skill Driving Experience Junior อบรมปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / Skill Driving Experience ให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่รถที่ถูกต้องแก่บุคคลทั่วไป / Spirit of the 4×4 Driving School ให้ความรู้ และทดลองขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ / นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย อวดโฉมรถโบราณทรงคุณค่า พร้อมเปิดโหวตรถประทับใจ ชิง PEOPLE CHOICE AWARD / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชน / Join Boat Platform จัดแสดงเรือ และกิจกรรมทางน้ำ ฯลฯ
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง motorexpo.co.th
เยาวชนหญิงไทยคว้าแชมป์กอล์ฟมาสด้า ได้โควต้าไปอเมริกา MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024
มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมกับ พันธมิตร จัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรอบชิงชนะเลิศ โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024 โดยผู้ชนะเลิศการแข่งขันระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ตกเป็นของเยาวชนจากประเทศไทยและประเทศจีน ในขณะที่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นของเยาวชนจากประเทศเวียดนามและเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมรางวัลสนับสนุนต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ไปครอง อาทิ ตั๋วเดินทางไปร่วมการแข่งขันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พักสุดพิเศษ แพ็คเกจการฝึกซ้อม และความช่วยเหลือสำหรับการเดินทางกับครอบครัว ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย. 67 ณ สนามกอล์ฟ Black Mountain Golf Club โดยมีนักกีฬาเยาวชนจากนานาชาติเดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคับคั่ง และได้รับเกียรติจาก มร. คาซูทากะ โมริ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้มอบรางวัลความสำเร็จให้กับเยาวชน

การแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรอบชิงชนะเลิศ โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP JUNIOR GOLF CHAMPIONSHIP 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย. 67 ที่ผ่านมา มาสด้าร่วมกับพันธมิตร เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้เดินทางตามความฝันในการเป็นนักกีฬากอล์ฟอาชีพ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางของมาสด้าในการยกระดับประสบการณ์ความสุขอย่างครอบคลุมทุกด้านให้กับลูกค้า Mazda Family และผู้คนในสังคม โดยครั้งนี้มีเยาวชนกอล์ฟ จำนวน 144 คน จาก 15 ประเทศ เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขัน โดยเป็นเยาวชนไทยประมาณ 30% ซึ่งเยาวชนที่ทำคะแนนได้ดีที่สุด 50 อันดับแรก ได้สิทธิ์พิเศษในการเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ยิ่งไปกว่านั้น เยาวชนที่ทำคะแนนสูงสุด 12 อันดับแรกในครั้งนี้ ยังได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีพจากมาสด้า ซึ่งคือตั๋วเครื่องบินเดินทางไปกลับ กรุงเทพฯ-อเมริกา เพื่อไปร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ที่จะจัดขึ้น รวมถึงทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับโลก Junior World Cup Invitational ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3-5 มกราคม 2025 ที่ฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยเช่นกัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วันนี้เยาวชนทุกท่านได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การที่เราเชื่อมั่นในความฝันและมุมานะพยายามเพื่อก้าวเดินตามเส้นทางของตนเองเพื่อคว้าความสำเร็จคือสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน เพราะทุกคนมีศักยภาพที่เต็มเปี่ยมอยู่ในตนเอง วันนี้มาสด้าขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขันครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้เยาวชนทุกท่านที่จะเข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับสากล ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้สามารถคว้าชัยชนะและนำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ สำหรับเยาวชนที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านไม่ละความพยายาม มาสด้าเชื่อว่าด้วยความอุตสาหะและไม่ย่อท้อแล้ว จะเป็นพลังที่สำคัญที่ทำให้ก้าวไปสู่เป้าหมายได้อย่างแน่นอน

“โปรดติดตามกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ ที่มาสด้าจัดขึ้นเพื่อลูกค้า Mazda Family ได้ทาง www.mazda.co.th ซึ่งมาสด้าขอขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจของท่านและครอบครัว และมาสด้าหวังว่าท่านจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า และเรารอคอยที่จะส่งมอบกิจกรรมและสิทธิพิเศษดีๆ เช่นนี้ให้กับลูกค้า Mazda Family เช่นทุกท่านในโอกาสถัดไป” นายธีร์ กล่าว
ผลการแข่งขันรอบสุดท้าย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ประเภทเยาวชนชาย
•รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง เยาวชนจากประเทศจีน Kaichen Xia
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เยาวชนจากประเทศเกาหลีใต้ Seungyong Shin
•รองชนะเลิศอันดับสอง เยาวชนจากประเทศจีน Zhuoxi Lu
•รองชนะเลิศอันดับสาม เยาวชนจากประเทศเกาหลีใต้ Doyun Kim
•รองชนะเลิศอันดับสี่ เยาวชนจากประเทศเกาหลีใต้ Jae Min Park

ประเภทเยาวชนหญิง
•รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง เยาวชนจากประเทศไทย Kanyarak Pongpithanon
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เยาวชนจากประเทศเวียดนาม Le Chuc An, Vietnam
•รองชนะเลิศอันดับสอง เยาวชนจากประเทศไทย Namo Luangnitikul
•รองชนะเลิศอันดับสาม เยาวชนจากประเทศไทย Waraporn Wimonwan
•รองชนะเลิศอันดับสี่ เยาวชนจากประเทศฟิลิปปินส์ Alethea Gaccion
•รองชนะเลิศอันดับสี่ เยาวชนจากประเทศจีน Ningyao Xu
ผลการแข่งขันรอบสุดท้าย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ประเภทเยาวชนชาย
•รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง เยาวชนจากประเทศเกาหลีใต้ Taeoh Ryu, Korea
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เยาวชนจากประเทศมาเลเซีย Afham Othman
•รองชนะเลิศอันดับสอง เยาวชนจากประเทศฟิลิปปินส์ Ralph Rian Woo Batican
•รองชนะเลิศอันดับสาม เยาวชนจากประเทศไทย Paphat Tansirichaiya
•รองชนะเลิศอันดับสี่ เยาวชนจากประเทศเกาหลีใต้ Bae Jinhyuk

ประเภทเยาวชนหญิง
•รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง เยาวชนจากประเทศเวียดนาม Viet Gia Han Nguyen
•รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เยาวชนจากประเทศไทย Natcharey Khunapasut
•รองชนะเลิศอันดับสอง เยาวชนจากประเทศสิงคโปร์ Amelie Blossom Ng
•รองชนะเลิศอันดับสาม เยาวชนจากประเทศเกาหลีใต้ Hannah Kang
•รองชนะเลิศอันดับสี่ เยาวชนจากประเทศเกาหลีใต้ Kyoungwon Park

“ฅ-คนรักรถ จัดกิจกรรมคาราวาน-แรลลี่ “Luxury Rally 2024” ฉลองครบรอบ 24 ปี สัมผัสรถหรูมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท
บริษัท อมรวิชั่น (บางกอก) จำกัด ผู้ผลิตรายการ “ฅ-คนรักรถ” รายการยานยนต์รายการแรกของประเทศไทยที่ครองใจผู้ชมมายาวนานกว่า 24 ปี ได้จัดกิจกรรมคาราวาน-แรลลี่ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 24 ปีในชื่อ “Luxury Rally 2024” จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 เมื่อวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ทดลองขับรถยนต์สุดหรูจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง Sport Car, Luxury Car และ รถครอบครัว ทั้งเครื่องยนต์สันดาบและไฟฟ้า มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท

ในกิจกรรมฯ นี้ ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ – ราชบุรี รวมระยะทางกว่า 450 กม. ซึ่งผู้เข้าร่วมเดินทางไม่ต้องนำรถยนต์ส่วนตัวมา แต่จะได้รับรถที่ใช้เดินทางโดยการจับฉลากและมีการเปลี่ยนรถตลอดเส้นทางเพื่อให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายในการขับขี่รถในแต่ละประเภท โดยรถที่นำมาให้ทดลองขับในครั้งนี้ประกอบด้วย Subaru BRZ, Jaecoo 6, AUDI TT, Mini Cooper SE, BMW i7 M60, Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupe, BMW iX xDrive50 รวมแล้วกว่า 18 คัน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท

กิจกรรมฯ ในครั้งนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า ที่ Davin Cafe เลียบด่วนรามอินทรา เพื่อรับฟังบรีฟเส้นทางและออกเดินทางสู่จุดหมายที่ “La Toscana” จ. ราชบุรี โดยมีการจับฉลากเล่นเกมส์เพื่อเปลี่ยนรถตลอดทางพร้อมด้วยกิจกรรมพิเศษมากมาย รวมถึงไฮไลท์พิเศษที่จัดเตรียมไว้ในช่วงเย็นนั่นก็คือมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก “บี พีระพัฒน์” นักร้องชั้นนำที่สร้างบรรยากาศสนุกสนานในงานเลี้ยงยามค่ำคืน ณ ลานกิจกรม “La Toscana” จ.ราชบุรี อีกด้วย

ในกิจกรรมฯ ครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก “กรุงศรี ออโต้” รวมถึงผู้สนับสนุนอีกมากมาย BMW Thailand, BMW Amorn Prestige, Benz BKK Group, Prime Automotive, Krungsri Auto, Mini Cooper, MG Thailand, Kia Thailand, Omoda & Jaecoo Thailand, Zeekr Thailand, Nissan Motor Thailand, Honda Automobile Thailand, FORD Sales & Service Thailand, TC Subaru Thailand Archives , AMG Insure Broker, Romrawin Clinic, TSL Auto, Ravenol Thailand By AC. , Vejthani Hospital, Aestheta Clinic, Lamina, Garret Popcorn และ Revers Sharger ที่ร่วมสร้างความประทับใจในกิจกรรมครั้งนี้

ทุกท่านสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมจาก “ฅ-คนรักรถ” ได้ที่ Facebook & Youtube : korkonrakrod และ เว็บไซต์ www.avbangkok.com













