Home Blog Page 118

เกรท วอลล์ มอเตอร์ อวดนวัตกรรมอัจฉริยะระดับโลก เปิดรถยนต์พลังงานใหม่กว่า 6 รุ่น ณ เฉิงตู ออโต้ โชว์ 2024

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำการเป็นบริษัทชั้นนำที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) อย่างต่อเนื่อง เดินหน้าโชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่เพื่อการเดินทางแห่งอนาคตสู่สายตาผู้คนทั่วโลกที่มุ่งหน้ามาจากนานาประเทศ ทั้งตะวันออกกลาง อาเซียน ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขนทัพรถยนต์พลังงานใหม่ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำหน้าทั้งสิ้น 6 แบรนด์ ได้แก่ GWM HAVAL, GWM WEY, GWM TANK, GWM ORA, GWM POER และ GWM SOUO พร้อมรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นเรือธงอีกกว่า 20 คัน ซึ่งจัดแสดงภายใต้ แนวคิด “Intelligent GWM, Off-Road GWM, Global GWM” ในงาน เฉิงตู ออโต้ โชว์ 2567 (Chengdu Auto Show 2024) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มีการนำรถยนต์พลังงานใหม่ถึง 6 แบรนด์ มาจัดแสดงรวมกันภายในงาน นับว่าเป็นก้าวย่างสำคัญที่ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมถึงการขยายธุรกิจไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ ‘GO WITH MORE’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการหยั่งรากลึกเข้าไปในตลาดระดับท้องถิ่น ผ่านการศึกษา พัฒนา และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานในประเทศต่าง ๆ จนทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ กลายเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่สัญชาติจีนที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกผ่านความหลากหลายของยนตรกรรมพลังงานใหม่และการบริการหลังการขายที่ตอบทุกความต้องการของลูกค้าทั่วโลก โดยในอนาคต เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ไปยังประเทศต่าง ๆ สู่การเดินหน้าปรับเปลี่ยนโลกให้เข้าสู่สังคมพลังงานใหม่อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีการวางแผนกลยุทธ์แบบครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อให้มั่นใจว่าจะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่สุดให้กับลูกค้าทั่วโลกอีกด้วย

ในงานเฉิงตู ออโต้ โชว์ 2567 เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดแสดงทัพรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ สะท้อนการเป็นแบรนด์ผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลกอย่างแท้จริง ประเดิมด้วยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์อย่าง GWM WEY รุ่น Blue Mountain หรือ GWM WEY 07 ถูกเปิดตัวในฐานะรถยนต์เอสยูวี 6 ที่นั่งรุ่นเรือธงแบรนด์แรกของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มาพร้อมกับระบบนำทางอัจฉริยะขณะขับขี่ (NOA) รับมือกับสภาพถนนที่ซับซ้อนได้ในทุกสถานการณ์ มอบประสบการณ์การเดินทางให้เป็นไปได้อย่างไม่มีสะดุด การันตีประสิทธิภาพการใช้งานที่ให้มาอย่างครบครันด้วยยอดการสั่งซื้อสูงถึง 8,571 คัน จากกว่า 170 เมืองทั่วประเทศจีน ภายในเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมง โดยผู้เลือกซื้อกว่า 80% มาจากเมืองชั้นหนึ่งและชั้นสองของประเทศ สะท้อนภาพลักษณ์ความพรีเมียมได้เป็นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ GWM WEY รุ่น Blue Mountain นับว่าเป็นรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นที่สามของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มาพร้อมกับระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงอย่าง Coffee Pilot Ultra ที่ถูกคิดค้นเพื่อนำมาทำงานร่วมกับรถยนต์พลังงานใหม่ โดยระบบดังกล่าวมีความสามารถในการตรวจจับที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพในการควบคุมที่แม่นยำ ผสานการทำงานร่วมกับระบบ Coffee OS 3 ซึ่งนับว่าเป็นระบบตรวจจับที่มีความอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี มอบประสบการณ์การขับขี่อันสะดวกสบายและชาญฉลาดตลอดทั้งเส้นทาง โดยการพัฒนาระบบต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับรถยนต์รุ่นดังกล่าว เกิดจากการศึกษาและพัฒนาของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่เข้าใจความต้องการของผู้ขับขี่อย่างลึกซึ้ง จนนำไปสู่การตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างตรงจุด

ต่อกันที่แบรนด์ GWM TANK อย่าง GWM TANK 400 รุ่นน้ำมัน และ GWM TANK 500 Hi4-T Black Warrior โดย GWM TANK 400 มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0T รุ่นใหม่ มอบพละกำลังที่มีทั้งความแรงและความต่อเนื่องให้กับรถยนต์ ผสมผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศจีน ตอบสนองความต้องการของนักผจญภัยทั้งด้านการขับขี่สู่การปีนป่ายได้อย่างมั่นคง โดยสามารถขับขี่ได้ในพื้นที่ลาดชันสูงถึง 57.24 องศา สามารถทำความเร็วต่ำสุดที่ 2.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในอนาคต GWM TANK 400 จะเปิดตัวพร้อมกันทั้งตลาดในประเทศจีน ยุโรป และเอเชีย สำหรับ GWM TANK 500 Hi4-T Black Warrior ถูกปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อแสดงเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งออกมาได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งแต่ที่การเปิดตัว GWM TANK 300 ในงานเฉิงตู ออโต้ โชว์ 2563 แบรนด์ GWM TANK ก็สามารถครอบครองตลาดได้อย่างรวดเร็วผ่านการเปิดตัว GWM TANK 500, GWM TANK 500 Hi4-T, GWM TANK 400 Hi4-T และ GWM TANK 700 Hi4-T สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยยอดขายทะลุ 1 แสนคัน ภายใน 14 เดือน ยอดขายทะลุ 2 แสนคัน ภายใน 24 เดือน ยอดขายทะลุ 3 แสนคัน ภายใน 33 เดือน และยอดขายสูงถึง 5 แสนคัน ภายใน 44 เดือนเท่านั้น โดยตั้งแต่ที่ GWM TANK 300 เปิดตัวมานั้นส่งผลให้สัดส่วนการครองตลาดรถยนต์ออฟโรดในประเทศจีนเพิ่มขึ้นจาก 47.4% เป็น 83.1% ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งใหญ่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่สามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์ออฟโรดของประเทศจีนได้สำเร็จ

นอกจากนี้แบรนด์ GWM HAVAL ยังมาพร้อมกับรุ่นเรือธงอย่าง GWM HAVAL H9 นับว่าเป็นรถยนต์ออฟโรดรุ่นที่สองที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ออฟโรดสำหรับครอบครัว โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าวยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นรถยนต์ออฟโรดได้เป็นอย่างดีเพื่อให้พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการด้านการขับขี่ได้ในทุกสถานการณ์และทุกสภาพถนนสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายเป็นหลัก โดย GWM HAVAL H9 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันรถยนต์รุ่นดังกล่าวได้เปิดให้จองล่วงหน้าแล้ว กับ GWM HAVAL H9 รุ่น Explorer ในราคา 205,900 หยวน รุ่น Pathfinder ในราคา 221,900 หยวน และรุ่น Ultimate ในราคา 235,900 หยวน

ตามมาด้วย GWM POER รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงระดับโลกอย่าง GWM POER 2.4T Off-Road โดยมาพร้อมกับรุ่น Progression และรุ่น Advanced มาพร้อมกับราคา 178,000 หยวน และ 188,800 หยวน ตามลำดับ โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าวนับว่าเป็นรถกระบะที่มีพละกำลังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะออฟโรดในระดับเดียวกัน มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเพลิดเพลินที่เต็มไปด้วยความมันส์ในเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มพิกัด นอกจากนี้ GWM POER Shanghai Crossing Edition ยังได้มีการเปิดให้จองภายในงานนี้เช่นกัน โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 249,800 หยวน ซึ่งรถกระบะรุ่นดังกล่าวถูกพัฒนามาจากแพลตฟอร์ม TANK มอบสมรรถนะขั้นสูงที่มีระยะทางการวิ่งยาวนาน พร้อมเคียงข้างผู้ขับขี่และผู้โดยสารในการท่องโลกกว้างได้อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว GWM POER Shanghai Motorhome ภายในงานอีกด้วย โดยรถกระบะรุ่นดังกล่าวมาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Shanghai POER N2 ที่มีคุณสมบัติรองรับน้ำหนักเบาและพละกำลังสูง ตอบสนองความต้องการในการดัดแปลงเพื่อนำรถกระบะไปใช้งานเฉพาะกิจหลากหลายประเภทในอนาคต เช่น รถบ้าน รถดับเพลิง รถพยาบาล และรถประเภทอื่น ๆ สะท้อนความเป็นเลิศของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในด้านการขับขี่ด้านออฟโรดและการใช้งานได้อย่างครบวงจร

และล่าสุด กับผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ Great Wall SOUO จักรยานยนต์พรีเมียม ที่มาพร้อมกับสีแดง มอบความโดดเด่นถึงใจ ร่วมกับดีไซน์ที่ดึงดูดทุกคู่สายตาในยามที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน ที่ไม่ว่าใครเห็นก็จะต้องตกหลุมรัก พร้อมกับสมรรถนะอันโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ V8 ควบคู่กับระบบส่งกำลัง 8DCT พร้อมชิป 8155 ที่ออกแบบตามมาตรฐานของรถยนต์ มอบประสบการณ์การขับขี่จักรยานยนต์ที่เหนือกว่าใคร พร้อมเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ในประเทศจีนและทั่วโลกไปอีกขั้น

ในงานนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม เรียกเสียงฮือฮาได้จากทุกรุ่นที่นำมาจัดแสดง โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับการขับขี่เพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะที่ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก อีกทั้งจะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายให้ครบทุกเซกเมนต์ และจะยังคงขยายการดำเนินธุรกิจเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าทั่วโลก โดยปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินธุรกิจในหลากหลายประเทศทั่วโลกกว่า 170 ประเทศ นำไปสู่การสนับสนุนจากผู้ใช้งานทั่วโลกแล้วกว่า 14 ล้านคน ช่องทางการขายในต่างประเทศกว่า 1,300 แห่ง และมียอดขายสะสมในต่างประเทศกว่า 1.6 ล้านคัน โดยการจัดแสดงรถยนต์พลังงานใหม่ในงานเฉิงตู ออโต้ โชว์ 2567 ไม่เพียงเป็นการสรุปความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ณ ปัจจุบันเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการมองไปยังการพัฒนาสู่อนาคต ร่วมกับการสร้างมาตรฐานใหม่สู่การเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่สัญชาติจีนที่ก้าวเข้าสู่เวทีโลกและกลายเป็นความภาคภูมิใจของคนทั่วโลกได้อย่างแท้จริง

‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ สัมผัสยนตรกรรมในเครือฯ จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ มาพร้อมหลากข้อเสนอคุ้มที่สุดแห่งปี 11-15 กันยายนนี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

0

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลตี้ครบวงจร จัดงานใหญ่ประจำปี ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ ยกทัพยนตรกรรมในเครือ ครบทุกแบรนด์ จัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อม ‘The Ultimate Deals of the Year’ ข้อเสนอพิเศษแห่งปีที่ยากจะปฏิเสธ ระหว่างวันที่ 11-15 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นับเป็นโอกาสดี ที่เราได้จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปีขึ้นอีกครั้งกับ ‘MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2024’ ที่ได้ยกขบวนยนตรกรรมในเครือ มาให้สัมผัสอย่างครบครันทุกเซกเมนต์ พร้อมแคมเปญพิเศษที่ต้องบอกว่าดีที่สุดแห่งปี โดยปีนี้มีไฮไลท์ คือ งานประมูลยนตรกรรมระดับพรีเมียมในเครือฯ ที่เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกบริเวณ Parc Paragon ในวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2567 โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และขอขอบคุณพื้นที่ดีๆ จากพันธมิตรทางธุรกิจของเราอย่าง สยามพารากอน ที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์คสำคัญของนักช็อปจากทั่วทุกมุมโลก รับรองว่ามางานนี้งานเดียว ได้เก็บเกี่ยวความคุ้มค่าแบบเต็มๆ แน่นอนครับ”

คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ความพิเศษของการจัดงาน MGC-ASIA Mobility Expo เหนือสิ่งอื่นใด คือ ความมั่นใจของลูกค้าที่จะต้องได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ ทั้งในด้านสินค้าและการบริการ ทำให้ MGC-ASIA Mobility Expo เป็นงานที่คนรักรถตั้งตารอ โดยในปีนี้ นอกจากพื้นที่การจัดงานที่ยิ่งใหญ่กว่า 2,500 ตารางเมตร รวม 6 พื้นที่ ครอบคลุมทั้งชั้น M ชั้น 1 และชั้น 3 สยามพารากอน ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถในงาน และส่งมอบในเวลา
ที่กำหนด จะได้ที่รับสิทธิ์ที่จอดรถฟรีสูงสุดนาน 1 ปี และรับสยามกิฟท์การ์ด รวมมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถในงาน ราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิสมาชิกบัตร ONESIAM BLACK  ซึ่งเป็นบัตรสำหรับสมาชิกระดับสูงสุด เพื่อรับสิทธิประโยชน์สำหรับลักชัวรีไลฟ์สไตล์ พร้อมสัมผัสความลักชัวรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟมากกว่าที่เคย”

++ Rolls-Royce อัครยนตรกรรมที่หรูหราที่สุดในโลก

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก จัดทัพยนตรกรรมที่ได้การยอมรับว่าหรูหราและดีที่สุดในโลก จัดแสดงให้ได้ชมกันแบบตื่นตาตื่นใจ นำโดย Black Badge Cullinan อัครยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ สมทบด้วยรุ่นยอดนิยมอย่าง Ghost และ Spectre ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน และรับมอบรถยนต์ภายในเดือนตุลาคม 2567 รับบัตรโดยสารการบินไทย ชั้นธุรกิจ ไป-กลับที่ใดก็ได้ในยุโรป จำนวน 2 ที่นั่ง* หรือ รับประสบการณ์สุดพิเศษ ‘A Day in Goodwood, England’* เยี่ยมชม The Home of Rolls-Royce แบบใกล้ชิด หรือ รับ Siam Gift card มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท*

++ Aston Martin การผสมผสานรูปลักษณ์และความเร็วอย่างลงตัว

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก จัดเต็มภายในงานนี้ โดยนำหลากหลายยนตรกรรมพันธุ์แรงรุ่นไฮไลท์ มาจัดแสดงให้ชมกันแบบตระกานตา อาทิ Vantage F1 Edition, DBX707, DB12 และ DB12 Volante ภายใต้คอนเซปต์ ‘Style Meets Speed’ พร้อมความร่วมมือกับลักชัวรี่แบรนด์ชื่อดัง ‘HUGO BOSS’ และ ‘VALENTINO’ ในการรังสรรค์สินค้าไลฟ์สไตล์ในรูปแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น รวมถึงเวอร์คช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘The Art of Cocktail Mix’

พิเศษ! จองรถภายในงานและรับรถภายในเดือนกันยายน 2567 รับบัตรโดยสารสายการบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน 2 ที่นั่ง* หรือ รับประสบการณ์พิเศษ ‘A Factory Tour, Visit The Home of Aston Martin’ ที่ประเทศอังกฤษ มูลค่า 40,000 บาท จำนวน 2 ท่าน* หรือ รับ Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท*

++ Maserati มนต์เสน่ห์แห่งความเป็น Italian Luxury ฉลองครบปีที่ 110

มาเซราติ จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ภายใต้คอนเซปต์ ‘Itallian Luxury’ นำโดยซูเปอร์คาร์รุ่น MC20 ที่ล่าสุดได้รับการนำไปเพิ่มดีกรีความดุดันแบบรถแข่ง ภายใต้ชื่อ ‘GT2 Stradale’ สมทบด้วยรุ่น Grecale Trofeo เอสยูวีพลังแรง และ Grecale Folgore เอสยูวีพลังไฟฟ้ารุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล

ลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับ ‘Maserati Corse Program GT Am, Warm Up On Track’ บนสนามแข่ง Autodromo di Modena ประเทศอิตาลี* Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท* และรับเชิญเป็นสมาชิก Maserati Owners Club Thailand

++ XPENG ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค

บริษัท เอ็กซ์ โมบิลิตี้ พลัส จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เอ็กซ์เผิง ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์รุ่น G6 อัลตราสมาร์ทเอสยูวีคูเป้ นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมเทคโนโลยี A.I. และ 800V Silicon Carbide (SiC) Architecture ชาร์จไฟได้เร็วกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป 2 เท่า ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ล้ำสมัยที่สุด รุ่น G6 Standard Range ราคา 1,439,000 บาท* และ G6 Long Range ราคา 1,599,000 บาท* มาพร้อมการรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่า 30,000 บาท* ติดตั้ง Wall Box ขนาด 7.4kW มูลค่า 35,000 บาท* ฟรี! Premium Roadside Assistance 5 ปี* และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา มูลค่า 6,000 บาท* XPENG x OR Collaboration รับส่วนลดราคาชาร์จ 15%* สำหรับการชาร์จไฟที่สถานีชาร์จ EV Station Pluz* และสถานี DC Charger ที่โชว์รูม XPENG ทั่วประเทศ*ลงทะเบียนทดลองขับภายในงาน รับหมวก XPENG LIFESTYLE

++ ZEEKR ยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชัวรี่

บริษัท ซี โมบิลิตี้ พลัส จำกัด เชิญสัมผัสและเปิดประสบการณ์ใหม่ กับ ZEEKR X  และ ZEEKR 009 โดยเฉพาะ ZEEKR 009 เอ็มพีวี ดีไซน์ที่สุดแห่งแรงบันดาลใจในการสรรสร้างสุนทรียภาพของการเดินทางรูปแบบใหม่ สะท้อนทุกความหรูหราเหนือระดับ เช่นเดียวกับ ZEEKR X เอสยูวีหรูหราขนาดกะทัดรัด ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคปัจจุบัน พร้อมราคาเร้าใจ Standard RWD เริ่ม 1,199,000 บาท* และ Flagship AWD เริ่ม 1,349,000 บาท* รับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร* รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร* ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี และฟรี! VReMT Wallbox มูลค่ากว่า 50,000 บาท

 

++ Millennium Auto Group นำกองทัพรถหรู ทุกรุ่น ทุกสายพันธุ์ ให้คุณได้สัมผัส

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดเต็มเพื่อสาวกยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อยากดูรุ่นไหนรวมไว้ที่เดียว ทั้ง BMW, MINI และ BMW MOTORRAD มีครบทั้งรถน้ำมัน, รถไฟฟ้า 100%, รถปลั๊ก-อินไฮบริด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ข้อเสนอพิเศษ

  • ทุกการจอง รับฟรี คูปองเช่ารถ SIXT สูงสุด มูลค่า 1,000 บาท* และส่วนลดการจองตั๋วเครื่องบิน
    สูงสุด มูลค่า 4,000 บาท*
  • จองและออกรถ รับฟรี

1) iPhone 16 Pro 256 GB มูลค่า 48,900 บาท*

2) บัตรจอดรถฟรี Siam Paragon นาน 6 เดือน (จำนวนจำกัด)*

3) รับ Siam Gift card มูลค่า 20,000 บาท เมื่อจองและรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น*

4) สิทธิพิเศษ ส่วนลด 50% ซื้อตั๋วเครื่องบินจากการบินไทย*

5) สมาชิก MOBILIFE ลุ้นรับคะแนนและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท (ทุก 100,000 บาท

รับ 1 คูปองลุ้นโชค)*

6) ผ่อนเงินจองและเงินดาวน์ 0% นาน 6 เดือน หรือแลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30%
จากบัตรเครดิตชั้นนำ*

BMW

  • ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 4 ปี*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 3 ปี*
  • อัปเกรด BSI สูงสุด 6 ปี*
  • ฟรี BMW Wall Box*

MINI

  • The All-New MINI Cooper SE ราคาเพียง 1.699 ล้านบาท วิ่งได้ไกลถึง 402 กิโลเมตร*
  • The First-Ever All-Electric MINI Aceman ราคาเพียง 1.99 ล้านบาท*
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
  • เลือกรับดอกเบี้ย 0%* ทุกรุ่น หรือ ผ่อนนานสูงสุด 65 เดือน (สำหรับรุ่นปัจจุบัน)*

BMW MOTORRAD

  • ออกรถ 0 บาท*
  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%*
  • รับส่วนลดเงินสด สูงสุด 600,000 บาท*

 

++ PEUGEOT ‘Lucky Number 777’ ค้นหาความโชคดีจากเลข 7 กับโปรดีที่สุดที่เคยมี

บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ สัญชาติฝรั่งเศส มาในธีม Lucky Number 777 มาร่วมค้นหาความโชคดีจากเลข 7 กับโปรดีที่สุดที่เคยมี โดยไฮไลท์สำหรับงานนี้คือ New Peugeot 408 รถยนต์สปอร์ต ฟาสแบ็ค ครอสโอเวอร์ (Fastback Crossover) มาพร้อมเครื่องยนต์สันดาป ราคาเริ่มต้นเพียง 1.549 ล้านบาท และอีกหลายรุ่น ที่มาพร้อมโปรโมชั่นเฉพาะงานนี้เท่านั้น โปรแกรมบำรุงรักษา Peugeot Value Care นานสูงสุด 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร* การรับประกันคุณภาพสูงสุด 7 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร*การบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง*พร้อมรับคะแนนสะสมจาก MGC-MOBILIFE เพิ่ม 70,000 คะแนน หรือ Siam Gift Card 10,000 บาท* พิเศษ! เพียงจองและรับรถยนต์ The New Peugeot 408 Allure และ The New Peugeot 408 Allure Plus ภายในงาน เลือกรับสิทธิพิเศษจาก เปอโยต์ ไลอ้อน
ออโตโมบิล คือ ที่พัก Intercontinental หัวหิน 2 คืน* หรือ คอร์ส Michelin Star ร้านโพทง* หรือ Chaopraya Dining Cruise Package

All-new 2022 Jeep® Grand Cherokee Summit Reserve

++ Jeep ‘Famous for freedom–การผจญภัย ไร้ขอบเขต’

บริษัท จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด มากับคอนเซปต์ ‘Famous for freedom-การผจญภัยไร้ขอบเขต’ กับแคมเปญ Lucky Number 777 +70,000 กับสองยนตรกรรมไฮไลท์ คือ New 2024 Jeep Wrangler Rubicon และ All-new Grand Cherokee Summit Reserve 4xe Plug-in Hybrid โดยทั้ง 2 รุ่น ราคาเริ่มต้น 5.49 ล้านบาท มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ขยายเวลาการบำรุงรักษา Jeep Service Care นานสูงสุด 7 ปี หรือ 135,000 กิโลเมตร* การรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 7 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร* บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง* การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่สูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร สำหรับ Jeep Grand Cherokee* พร้อมรับคะแนนสะสมจาก MGC-MOBILIFE เพิ่ม 70,000 คะแนน* และ Siam Gift card 20,000 บาท*

พิเศษ! Golden Hour สำหรับลูกค้า จี๊ป รับส่วนลดการซื้ออุปกรณ์ Mopar 30%* (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) และลดเพิ่มอีก 10%* สำหรับลูกค้าที่จองรถ Jeep ในงานเท่านั้น

 

++ Summit Honda ‘เลือกความมั่นใจ พาคุณไปได้ไกลกว่า’

บริษัท ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ฮอนด้า อย่างเป็นทางการ จัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ New Honda Civic e:Hev RS และ New Honda Civic 1.5 ลิตร VTEC TURBO มาพร้อมอีกหลายรุ่นยอดนิยม และพิเศษกับ THE EXCLUSIVE DEAL

ต่อที่ 1 จองปุ๊บ เที่ยวปั๊บ – รับทันทีคูปองส่วนลด 50% สำหรับรถเช่า SIXT จำนวน 5 ใบ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ภายในงาน*

ต่อที่ 2 พิเศษ! สายช็อป – รับบัตร Siam Gift Card มูลค่า 2,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ HONDA CR-V TURBO และ HONDA WR-V RS ภายในงาน*

ต่อที่ 3 เอกสิทธิ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ

สิทธิพิเศษสมาชิก MOBILIFE รับคะแนน x3 สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ HONDA CR-V TURBO
และ HONDA WR-V RS ภายในงาน และรับรถยนต์ภายในเดือนตุลาคม 2567*

 

++ รถเช่า SIXT, MGC Marine และ MGC Aviation ครบถ้วนบริการ ทั้งบก-น้ำ-อากาศ

ซิกท์ ประเทศไทย หนึ่งในผู้ให้บริการรถเช่าระยะสั้น มาตรฐานระดับโลกจากประเทศเยอรมนี ร่วมหยิบยื่นข้อเสนอสุดคุ้มค่า ให้กับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับคูปองเช่ารถกับ SIXT มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ขณะที่ เอ็มจีซี มารีน แอนด์ ชาร์เตอร์ (เอเชีย) ผู้นำเข้าและจำหน่ายเรือยอทช์ อะซิมุท จากประเทศอิตาลี และเรือแม่น้ำ คริส-คราฟท์ จากสหรัฐอเมริกา มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก MGC-MOBILIFE แลก 10,000 คะแนน รับส่วนลดบริการเช่าเหมาลำเรือ มูลค่า 10,000 บาท* บริการสุดพิเศษจาก เอ็มจีซี เอวิเอชั่น ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ รวมถึงบริการอื่นๆ เพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับส่วนลดจองบัตรโดยสารสายการบิน มูลค่าสูงสุด 4,000 บาท* สำหรับการเดินทางต่างประเทศ


สิทธิพิเศษสมาชิก MGC-MOBILIFE สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน

  1. Lucky Surprise! รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ แจกฟินกว่า 100 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท* อาทิ ทริปล่องเรือสุดเอ็กซ์คลูซีฟ, ที่พักโรงแรมเครือดุสิต 3 วัน 2 คืน, LA MER Giftset,
    คะแนน MGC Points และอีกมาก
  2. รับฟรี MOBILIFE PACKAGE มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท* อาทิ ส่วนลดจาก SIXT, MMS, TWG TEA และอื่นๆ
  3. สมัครสมาชิกใหม่ รับทันที 1,000 MGC Points และรับ Signature Luxury Facial Voucher จาก LA MER มูลค่า 5,000 บาท*
  4. รับฟรีเครื่องดื่มจาก Cha Bar เมื่อแลกคะแนน*

สิทธิพิเศษ ลูกค้า Serenade

  • รับ เอไอเอส พอยท์ สูงสุด 10,000 คะแนน* รวมมูลค่า 200,000 บาท* เมื่อจองรถภายในงาน

สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำอาทิ SCB Card X, KTC, ttb และ กรุงศรี

  • ผ่อนเงินจอง 0% นานสูงสุด 6 เดือน*
  • ใช้คะแนนแลกเครดิตเงินคืน สูงสุด 30%*
  • แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 48,000 บาท*
  • ฟรี Starbucks Card มูลค่า 3,600 บาท* และแลกคะแนนเครดิตเงินคืน 12%*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

“บีวายดี” และ “เรเว่” บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย พร้อมส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันที่ 8 ล้านของบีวายดี ให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

0
บีวายดี 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จํากัด นำโดย นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย บีวายดี ออโต้ เอเชียแปซิฟิก (ที่ 8 จากซ้าย) และบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นำโดย นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ (ที่ 6 จากซ้าย) ร่วมแสดงความห่วงใยและส่งต่อกำลังใจให้พี่น้องชาวไทย มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงรายจำนวน 200,000 บาท ผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยได้รับเกียรติจาก นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ที่ 7 จากซ้าย) เป็นผู้แทนรับมอบและบริหารจัดการเพื่อการจัดหาสิ่งของที่จำเป็นสำหรับชุมชน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทที่จะดูแลและเติบโตเคียงข้างสังคมอย่างยั่งยืน

บีวายดี 3

 

ในโอกาสเดียวกันนี้ บีวายดี และ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้ส่งมอบ BYD DOLPHIN ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่แปดล้านภายใต้แบรนด์บีวายดี และผลิตที่โรงงานบีวายดีประเทศไทย ให้แก่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ สานต่อวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของโลกสู่ยุคพลังงานใหม่ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำด้วยนวัตกรรมยานยนต์ที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

บีวายดี 4

 

ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้า BYD DOLPHIN มาพร้อมการรับประกันและบริการซ่อมบำรุงรอบด้าน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและสานต่อวิสัยทัศน์ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในระยะยาว ตอบโจทย์เป้าหมายที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ครอบคลุมมิติด้านการพัฒนาชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เพื่อสร้างความสุข ความยั่งยืน และความมั่นคง พร้อมสร้างผลกระทบสุทธิเป็นบวกแก่ธรรมชาติ (Net Positive) ผ่านหลากหลายโครงการเพื่อความยั่งยืน อาทิ การขยายพื้นที่โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในป่าชุมชนซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ที่เข้าร่วมกว่า 143,180 ไร่ และโครงการจัดการขยะไม่ให้ไปสู่บ่อฝังกลบในกว่า 24 หมู่บ้านในตำบลแม่ฟ้าหลวง เป็นต้น

“ซูบารุ” ส่ง e-BOXER HYBRID สู้ตลาดปีหน้า เปิดเกมด้วยรถธง 2 รุ่น

0
ซูบารุ 1

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการจำหน่ายรถซูบารุนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น วางแผนลงตลาดภายในไตรมาสแรกปีหน้า ส่ง 2 รุ่นธงในตระกูล e-BOXER HYBRID สู้ศึก นำร่องด้วย SUBARU CROSSTREK e-BOXER HYBRID ตามด้วย ALL-NEW SUBARU FORESTER e-BOXER HYBRID

ซูบารุ 2

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีหน้า ซูบารุประเทศไทย เตรียมนำเข้ารถ SUV 2 รุ่นยอดนิยมของซูบารุจากตระกูล e-BOXER HYBRID มาจำหน่ายในตลาดเมืองไทย เปิดตลาดด้วยครอสโอเวอร์ยอดนิยมในตลาด U.S. รุ่น Crosstrek ทั้งคุณสมบัติการใช้งาน สมรรถนะที่ใช้ได้กับทุกสภาพอากาศ สภาพถนน ในดีไซน์เฉพาะตัวที่สปอร์ตหนักแน่น ครอสโอเวอร์คันเดียวที่สะท้อนอารมณ์สปอร์ตจากสนามแข่งสู่ท้องถนนได้อย่างชัดเจน เป็นไฮบริดครอสโอเวอร์ของซูบารุรุ่นแรกที่แฟนชาวไทยจะได้สัมผัสสมดุลย์ระหว่างสมรรถนะกับการประหยัดน้ำมันจาก e-BOXER เทคโนโลยีหลักที่เป็นหัวใจของรถยังคงเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่กระจายกำลังอย่างอิสระ เครื่องยนต์ e-BOXER พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า โครงสร้างตัวถังโกลบอลแพลตฟอร์ม และระบบช่วยขับขี่ EyeSight Subaru Crosstrek จะเป็นรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ Work ‘n Play ของคนรุ่นใหม่ผู้รักอิสระและใช้ชีวิตหลากหลายมากขึ้น

ซูบารุ 3

จากนั้นจะแนะนำ All-New Subaru Forester e-BOXER HYBRID เจนใหม่ ดีไซน์ใหม่หมด พร้อมขุมพลังใหม่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ขนาดรถใหญ่ขึ้นและอัตราประหยัดน้ำมันดีขึ้น ใช้งานได้ทุกวัตถุประสงค์ ทุกจุดหมาย ทุกรูปแบบเส้นทาง ซูบารุวางกลยุทธ์การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เมื่อเปลี่ยนถ่าย business model จากที่จำหน่ายรถ CKD เป็นหลักไปสู่การจำหน่ายรถ CBU หรือรถนำเข้า เป็นโอกาสที่ได้ส่งต่อคุณภาพต้นฉบับจากประเทศแม่ (Home of Origin) สู่ผู้ใช้รถคนไทย และกลยุทธ์เรื่องราคาที่มั่นใจว่าระดับราคาดีที่สุดในตลาดรถนำเข้าจากญี่ปุ่น สนนราคาจำหน่ายของ Crosstrek เริ่มต้นที่ 1.8 ล้านบาท

ซูบารุ 4

เริ่มจากปี 2568 ซูบารุจะนำเข้ารถมาจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น รวม BRZ, WRX และ Outback ขณะที่รถผลิตในประเทศ (CKD) จากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กำลังจะหมดลงภายในสิ้นปีนี้ แม้ตลาดรถยนต์ประเทศไทยปัจจุบันนี้จะเป็นยุคที่ตลาดมีการแข่งขันสูงมากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา แต่เนื่องด้วยรถผลิตในประเทศเหลือไม่มากนัก แคมเปญโปรโมชั่นยังคงมีให้ในระดับที่ผู้จำหน่ายแข่งขันได้ในตลาด และยังคงให้แพคเก็จดูแลรถ 6-STAR CARE+ เป็นแพคเก็จมาตรฐานพร้อมกับตัวรถนาน 5 ปี ลูกค้าได้ความสบายใจในระยะยาว ครอบคลุมดูแลค่าบำรุงรักษาฟรีทั้งค่าแรง-ค่าอะไหล่ 5 ปีหรือ 100,000 กม., รับประกันตัวรถนาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี ในโอกาสฉลองครบรอบ 55 ปีของซูบารุในประเทศไทย โปรโมชั่นวันนี้ – 30 กันยายน 2567 มีข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าผู้สนใจเป็นเจ้าของรถซูบารุ

ซูบารุ 5

ฮุนได มอเตอร์ กวาด 17 รางวัล คว้ารางวัลจาก 3 สาขา “Best of the Best” จากเวที Red Dot Award: Brand & Communications Design 2024

0
Hyundai 1

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการคว้า 17 รางวัลจากงาน Red Dot Award: Brand & Communications Design 2024 ประกอบด้วย รางวัล “Best of the Best” 3 รางวัล และรางวัล “Winner” 14 รางวัล จากทั้งหมด 8 สาขา โดยรางวัลระดับสูงสุด “Best of the Best” มาจากแคมเปญโฆษณา “The Ad That Should Have Been”, ภาพยนตร์โฆษณา “Autonomous Driving Technology by Hyundai IONIQ 5 Robotaxi” และ นิทรรศการ “Unveiling E-GMP” ซึ่งจัดขึ้นที่ IONIQ Lab ในประเทศไทย

Hyundai 2

แคมเปญ “The Ad That Should Have Been” มีขึ้นเพื่อฉลองการกลับมาของ “Pony Coupe Concept” รถต้นแบบคันแรกของฮุนได มอเตอร์ และเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญ ด้านการออกแบบของ
แบรนด์ โดยนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับยุคทองแห่งการโฆษณารถยนต์ ผ่านการจัดวางองค์ประกอบแนวย้อนยุค ทั้งเลย์เอาต์ โลโก้ และเทคนิคการตัดต่อภาพแบบคลาสสิกที่สวยงาม

ภาพยนตร์โฆษณา “Autonomous Driving Technology by Hyundai IONIQ 5 Robotaxi” แสดงถึงความปลอดภัยเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติของฮุนได โดยให้ความสำคัญกับวิสัยทัศน์การสร้างสรรค์สังคมที่ทุกคน รวมถึงผู้พิการทางสายตาจะสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ ทำให้ภาพยนตร์นี้ได้รับทั้งรางวัลระดับ Silver และระดับ Bronze ในสาขา Film Craft และ Film ตามลำดับจากงาน New York Festival Advertising Award 2024 รวมถึงรางวัลระดับ Gold และระดับ Crystal จากงาน MAD STARS 2024

ส่วนนิทรรศการ “Unveiling E-GMP” ซึ่งจัดขึ้นที่ IONIQ Lab ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นการแสดงถึงเทคโนโลยีและความสวยงามของแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าของ ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ผ่านการสาธิตการประกอบชิ้นส่วนด้วยหุ่นยนต์

 

“การคว้ารางวัลในงาน Red Dot Award แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์รูปแบบการสื่อสาร และการนำเสนอแบรนด์ต่อผู้บริโภคได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอเนื้อหาให้เข้าถึงผู้ชมหลากหลายกลุ่ม ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ นอกเหนือจากแวดวงยานยนต์” นายซองวอน จี รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดสากล ฮุนได มอเตอร์ กล่าว “ด้วยแผนการสื่อสารเหล่านี้ ฮุนไดสามารถถ่ายทอดความมุ่งมั่นของการพัฒนานวัตกรรม และวิสัยทัศน์ของบริษัท ‘ความก้าวหน้าเพื่อมวลมนุษยชาติ (Progress for Humanity)’ ได้อย่างชัดเจน”

นอกจากรางวัล “Best of the Best” ฮุนได มอเตอร์ ยังคว้าอีก 14 รางวัล “Winner” ในสาขาต่างๆ จากเวที Red Dot Award: Brand & Communications Design 2024

ในรางวัลสาขาโฆษณา แคมเปญโฆษณาของ ฮุนได มอเตอร์ “Dogbility” และแคมเปญโฆษณา FIFA Women’s World Cup “How Far We’ve Come” ได้คว้ารางวัลจากทาง Red Dot นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับรางวัลในสาขา Film & Animation จากแคมเปญ “Autonomous Driving Technology by Hyundai IONIQ 5 Robotaxi” และแคมเปญ FIFA Women’s World Cup “How Far We’ve Come” ด้วยเช่นกัน

ฮุนไดยังได้รับรางวัลในสาขา Corporate Design & Identity จากโครงการ “Advanced Air Mobility: Supernal” และหนังสือ “Supernal” พิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของฮุนได มอเตอร์ ในการขับเคลื่อนและเชื่อมต่อสังสังคม ผ่านการเดินทางรูปแบบใหม่แห่งอนาคต

Hyundai 3

ในสาขา Brand Design & Identity ฮุนไดได้รับการยกย่องจากนิทรรศการส่งเสริมแบรนด์ “PONY” ที่สะท้อนให้เห็นถึงมรดกการออกแบบ รวมถึงหนังสือประวัติแบรนด์ Retrace Magazine ฉบับ  “PONY” และชุดหนังสือประวัติแบรนด์ “PONY” นอกจากนี้ หนังสือรวมผลงาน Hyundai Re:Style 2023 Achieving Book ต่างได้รับรางวัลในสาขานี้เช่นกัน

ศูนย์นวัตกรรม “IONIQ Lab” ของ ฮุนได มอเตอร์ ในกรุงเทพฯ ยังได้รับการยกย่องทั้งในสาขา Spatial Communications และ Retail Design ขณะที่ศูนย์ทดสอบการขับขี่รถยนต์ “HMG Driving Experience Center” ในประเทศเกาหลีใต้ คว้ารางวัลสาขา Retail Design

ส่งท้ายกับ บูธของ ฮุนได มอเตอร์ ในงาน CES ที่คว้ารางวัล “Winner” ในสาขา Fair Stands จากการนำเสนอวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ เกี่ยวกับพลังงานไฮโดรเจนและการปฏิวัติวงการ ผ่านการขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งซอฟต์แวร์

รางวัลจากสาขาต่าง ๆ ในงาน Red Dot Award: Brand & Communications Design 2024 แสดงถึงความเป็นเลิศของ ฮุนได มอเตอร์ ในการออกแบบแบรนด์และการสื่อสารอันยอดเยี่ยม โดยหลายโครงการของบริษัทฯ ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติเวทีที่มีชื่อเสียงอื่นทั้ง iF Design Award 2023, IDEA Design Award 2024 และ New York Festival Advertising Award 2024 ล้วนสร้างชื่อเสียงของบริษัทฯ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลกมากยิ่งขึ้น

 

 

(มีคลิปวีดีโอ) ลองให้ครบ “Mitsubishi Triton Athlete” กระบะฟิลลิ่งเก๋ง ทางเรียบขับสบาย มากับตัวช่วยทางลุยเหลือๆ

0
Mitsubishi Triton Athlete 1

“Mitsubishi Triton Athlete” ท๊อปสุดของไลน์อัพกระบะ ที่ มิตซูบิชิ พึ่งจะปล่อยเข้าตลาดหลังจากนำร่องด้วยรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง และกระบะขับสี่แบบเมกา แคป ซึ่งหากมาเทียบสเป็ค และสมรรถนะในด้านต่างๆ รถรุ่นนี้ไม่ได้ตกเป็นรองคู่แข่งในตลาด ในด้านราคาโดดเด่นไม่แพ้กันเพราะค่าตัว 1.289 บาท ในตลาดมะลุ 1.3 ล้านไปแล้วแทบทั้งสิ้น การใช้งานต่างๆผ่านการพิสูจน์มาหลากรูปแบบ และนี่เป็นอีกครั้งที่ Auto Motor Thailand ได้นำไปลองหลากสไตล์ คุณสมบัติต่างๆทั้งของขุมพลัง 204 แรงม้าที่พัฒนาใหม่ ระบบช่วยลุย Super Select 4WD II รวมถึง Active Yaw Control ที่ติดตั้งพร้อมกับระบบเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัย จะมีความน่าสนใจเพียงใด ติดตามกันเลย

“Mitsubishi Triton Athlete” ออกแบบภายใต้แนวคิด “บีสต์ โหมด” (BEAST MODE) เพื่อตอบโจทย์ารผจญภัยพร้อมไลฟ์สไตล์แบบพรีเมียม ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นสะดุด การันตีด้วยรางวัลออกแบบยอดเยี่ยม หรือ Good Design Award 2023 จัดโดยสถาบันส่งเสริมการออกแบบแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Institute of Design Promotion)

ตัวถังสีพิเศษ ส้ม Yamabuki Orange Metallic ที่เป็นสีเฉพาะรุ่น แต่งชุดพาร์ทสีดำเงา ทั้งกระจังหน้า กันชนหน้า, ซุ้มล้อ, มือเปิดประตู, ฝาครอบกระจกมองข้าง, ราวหลังคา, สปอร์ตบาร์, มือเปิดฝาท้าย และกันชน ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว

Mitsubishi Triton Athlete 2

ห้องโดยสารแต่งสปอร์ต เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีส้ม สลับหนังกลับสีดำ เดินตะเข็บด้ายสีส้ม สำหรับเบาะนั่งผู้ขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง ติดตั้งระบบดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support พวงมาลัยเย็บด้ายสีส้ม เช่นเดียวกับคอนโซลหน้า และแผงประตู

Mitsubishi Triton Athlete 4

แดชบอร์ดเป็นจอแอลซีดี แสดงข้อมูลการขับขี่ MID ขนาด 7 นิ้ว จอกลางแบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ง รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย Wireless รวมทั้งยังมาพร้อมกับระบบ Mirror Link, ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และระบบนำทาง Navigation System

Mitsubishi Triton Athlete 6

 

ระบบปรับอากาศ แบบแยกอิสระ ซ้าย-ขวา Dual Zone, พร้อมระบบหมุนเวียนอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรัยอัตราทดใหม่ ทำให้ได้วงเลี้ยวที่แคบลง ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger, ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง, ช่องชาร์จไฟ 12V 2 ตำแหน่ง, ช่องชาร์จไฟ USB มีทั้ง Type A และ Type C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

Mitsubishi Triton Athlete 6

Mitsubishi Triton Athlete ติดตั้งเทคโนโลยีมิตซูบิชิ คอนเนค เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน “My MITSUBISHI CONNECT” สั่งการควบคุมตัวรถแบบไร้สายได้จากระยะไกล ทั้งเปิดระบบปรับอากาศ ล็อกและปลดล็อกประตูรถ, เปิดไฟหน้า กดแตรรถ และการค้นหาตำแหน่งตัวรถ

ทั้งยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานะตัวรถ เช่น ระดับน้ำมันคงเหลือและระยะทางที่วิ่งต่อได้ ความดันลมยาง มีฟังก์ชันความปลอดภัยอื่น ๆ อาทิ บริการช่วยเหลือบนถนน, การแจ้งอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การช่วยเหลือเมื่อรถถูกโจรกรรม , และระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS ผ่านตัวรถ (e-call)

นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE (Reinforced Impact Safety Evolution) ที่แข็งแกร่ง รองรับแรงกระแทก และลดการบิดตัวของห้องโดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุด ซึ่งผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP

ขุมพลังเป็นแบบเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร Hyper Power X2 พร้อมระบบอัดอากาศแบบ (Two-stage Turbocharger) กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

Mitsubishi Triton Athlete  7

โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง (Shift-on-the-Fly)

ยังมีระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เสริมความปลอดภัยให้ขับขี่คล่องตัวพร้อมตะลุยทุกสภาพอากาศและพื้นผิวถนนทุกรูปแบบด้วย 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ (Normal), โหมดประหยัดเชื้อเพลิงและรักษ์โลก (Eco), โหมดขับขี่บนทางลูกรังหรือทางฝุ่น (Gravel), โหมดขับขี่บนพื้นหิมะหรือขณะฝนตกผิวถนนเปียกลื่น (Snow), โหมดขับขี่ลุยโคลนหรือผิวทางที่เหนียวลื่น (Mud), โหมดขับขี่ตะลุยทรายหรือผิวทางที่ดินร่วน (Sand) และโหมดไต่หินหรือขับขี่บนผิวทางที่เป็นหินขรุขระ (Rock)

Mitsubishi Triton Athlete 8

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ไดมอนด์ เซนส์ อาทิ ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว, ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน, ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด, ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ, กล้องมองภาพรอบคัน

เทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งหมดนี้ สามารถตรวจจับการเคลื่อนที่ของตัวรถและสภาพแวดล้อมด้วยเซ็นเซอร์และเรดาร์ที่ควบคุมด้วยระบบ AI ได้รอบคัน เพื่อความปลอดภัยแบบ 360 องศา ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายดายควบคุมรถได้ดังใจ อาทิ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้ายแบบควบคุมด้วยเบรก (Active LSD) เสริมด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

การเดินทางทดสอบในครั้งนี้สภาพทางอาจจะง่ายเกินไปสำหรับตัวช่วยที่ Mitsubishi Triton Athlete มี ซึ่งแทบจะไม่ได้ใช้งาน จะใช้ก็แต่ Active Yaw Control ที่ช่วยทำให้การควบคุมรถทำได้ง่ายและปลอดภัย ซึ่งจะทำงานชัดเจนขณะรถเข้าโค้ง เพื่อการยึดเกาะถนนหรือผิวทางอย่างสมบูรณ์แบบ

Mitsubishi Triton Athlete 9
ถนนหลวงตั้งแต่กทม.ไปจนถึงปลายทางที่อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก จ.สระบุรี ฟิลลิ่งของรถคันนี้กระเดียดไปทางรถเก๋ง ไม่คล้ายกับกระบะที่เคยสัมผัสมาในอดีต การซับแรงสั่นสะเทือนหรือรอยต่อของพื้นถนน เก็บได้ทุกรายละเอียด ควบคุมรถได้แม่นยำ ระบบช่วงล่างเฟริ์มและไม่กระด้างเลยสักนิด

ในช่วงทางลุยอ๊อฟโร๊ดเบาๆรอบอ่างเก็บน้ำกับการใช้งานตัวช่วยทั้ง 7 โหมดการขับขี่ก็ทำได้สบายๆ ยิ่งโหมดกล้องมองภาพในขณะที่ใข้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำให้การมองเส้นทางทำได้เสมือนกับมีผุ้ช่วยบอกการวางไลน์ล้อ แถมแรงบิดที่มีถึง 470 นิวตันเมตร ก็พาให้ผ่านหลุมลึกและไต่ขึ้นทางชันได้อย่างสบาย

Mitsubishi Triton Athlete 10

ค่าตัวที่ไม่ถึง 1.3 ล้านบาทกับสมรรถนะและอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาในรถคันนี้ หากเทียบกับคู่แข่งในตลาด ก็ทะลุเพดานราคานี้ไปแทบเกลี้ยง อีกหนึ่งตัวเลือกของสายลุยที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย Mitsubishi Triton Athlete ตอบโจทย์ได้ทุกการใช้งานแน่นอน

 

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” SPIRIT 4×4 ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดน่าน

0
Spirit 4×4 1

โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดตั้งโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” ร่วมขบวนคาราวานจิตอาสา กับเพื่อนๆ สื่อมวลชนสายยานยนต์ เดินทางไปมอบน้ำดื่ม 1,200 ขวด และเพื่อช่วยฟื้นฟู ทำความสะอาดโรงเรียน เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่ โรงเรียนชุมชนบ้านดอนตัน อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

Spirit of The 4×4 Driving School 2

Spirit of The 4×4 Driving School 3

Spirit of The 4×4 Driving School 6Spirit of The 4×4 Driving School 6

“ฟอร์ด” ตอกย้ำความแกร่งดุดันของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในกิจกรรม ‘King of Tough’ ปิดท้ายสนามในประเทศ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยยอดผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 170 คน

0
Ford 1

King of Tough 2

ฟอร์ด” จัดกิจกรรม ‘King of Tough’ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ร่วมทดสอบสมรรถนะของรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงบนสนามออฟโรดที่เต็มไปด้วยความท้าทายหลากหลายรูปแบบเพื่อโชว์ศักยภาพของรถอย่างเต็มพิกัด กิจกรรม ‘King of Tough’ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นการจัดกิจกรรมในสนามทดสอบสนามที่ 3 หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจากทั้ง 2 ครั้งก่อนหน้า ณ จังหวัดชลบุรี และเชียงใหม่

King of Tough 3

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “กิจกรรม ‘King of Tough’ นับเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจได้สัมผัสถึงความแกร่ง ดุดัน และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดขั้นสูงซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์”

King of Tough 5

ฟอร์ดจัดเตรียมสนามทดสอบไว้ 2 สนาม สนามแรกมีระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสเอกลักษณ์และโหมดการขับขี่ออฟโรดอันดุดันและชาญฉลาดของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เริ่มออกสตาร์ทการขับขี่ผ่านเส้นทางที่เป็นร่องสลับด้วยโหมดบาฮาอันเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถจะปรับเข้าสู่การขับขี่โดยใช้เกียร์สูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) คันเร่งจะปรับให้มีการตอบสนองสูงสุดเพื่ออัตราเร่งที่ดีที่สุด ระบบท่อไอเสียและช่วงล่างจะถูกปรับให้เป็นบาฮาโหมดเช่นกัน เพื่อตอบสนองการขับขี่ออฟโรดแบบความเร็วสูง ต่อด้วยการขับขี่ในเส้นทางโคลนลื่นด้วยโหมดโคลน/ร่อง โดยใช้เกียร์ต่ำขับเคลื่อน 4 ล้อ (4L) ระบบจะปรับการตอบสนองของคันเร่งให้เหมาะสม ลดความไวของคันเร่งลง ระบบดิฟล็อกหลังจะเปิดทำงานอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการลื่นไถลออกนอกเส้นทาง ในขณะที่ล้อจะหมุนอย่างรวดเร็วเพื่อกำจัดดินโคลนที่ดอกยาง ทำให้รถขับผ่านอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย จากนั้นผู้ขับขี่จะได้ขับขี่ผจญภัยในเส้นทางวิบากรายล้อมด้วยแนวต้นไม้ ขับขี่ผ่านเนินชันและหลุมสลับโดยในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมีดิฟล็อกหน้าที่ผู้ขับขี่สามารถเปิดใช้งานเพิ่มเติมเพื่อให้การขับผ่านอุปสรรคทำได้ง่ายขึ้น ต่อด้วยการทดสอบใช้ฟีเจอร์ Trail Control ซึ่งเปรียบเสมือนระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติสำหรับเส้นทางออฟโรดใช้ในการไต่ขึ้นและลงทางลาดชัน พร้อมด้วยการใช้กล้องมองรอบคัน 360 องศาช่วยให้มองเห็นด้านนอกตัวรถเพื่อขึ้นและลงเนินที่มีความชันกว่า 25 องศา ทำให้ผู้ขับขี่ผ่านอุปสรรคที่ยากลำบากไปได้อย่างง่ายดาย

King of Tough 6

นอกจากการขับในสนามทดสอบแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมสนุกกับการแข่งขันรายการ ‘King of Tough Challenge’ ในสนามที่ได้รับการออกแบบพิเศษให้มีระยะทางรวม 2 กิโลเมตร ด้วยเส้นทางการขับที่ให้ความสนุกและท้าทายไปอีกระดับ ให้ผู้ขับขี่ได้แสดงฝีมือในการควบคุมรถขณะเข้าโค้งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง การขับผ่านเนิน และทางโค้งรูปตัวเอส เฟ้นหาลูกค้าและเพื่อนคู่หูที่ทำเวลาได้ใกล้เคียงกับเวลาที่กำหนดมากที่สุด เพื่อเป็นตัวแทนไปตะลุยเส้นทางพิเศษและสัมผัสประสบการณ์สุดแกร่งอีกขั้นกับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในลาวใต้และทะเลทรายมุยเน่ ประเทศเวียดนามช่วงปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

King of Tough 7

พิเศษสุดสำหรับสนามปิดท้ายของกิจกรรม King of Tough ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสสัมผัสความตื่นเต้นกับกิจกรรมการขับขี่แบบ Drag Race Challenge ด้วยการขับฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.0 ลิตร ดีเซล วี 6 ในการแข่งขันสุดพิเศษที่ชัยชนะจะตัดสินด้วยความแม่นยำในการทำเวลาเข้าเส้นชัยให้ใกล้เคียงกับเวลาที่กำหนดมากที่สุด (Bracket 17 sec.) โดยผู้ชนะอันดับที่ 1และ 2 ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท และ 2,000 บาท ตามลำดับ

“ฟอร์ด ประเทศไทยได้จัดเตรียมทริปสุดพิเศษเพื่อปิดท้ายกิจกรรม ‘King of Tough’ สำหรับลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์และสื่อมวลชนด้วยการขับรถแบบคาราวานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘The Overland Journey’ ตะลุยเส้นทางออฟโรดในลาวใต้และพิชิตทะเลทรายมุยเน่ ประเทศเวียดนาม ช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจในการใช้งานรถฟอร์ด เพื่อครองใจลูกค้าได้อย่างยั่งยืน” นายรัฐการ กล่าวเสริม

ติดตามชมภาพความประทับใจจากกิจกรรมต่างๆ ของฟอร์ดได้ทางเฟสบุ๊กฟอร์ด

เอเอเอสฯ เปิดบ้าน เอเอเอส-เฮาส์ ต้อนรับครอบครัวเอเอเอสฯ และเหล่าคนรักปอร์เช่อย่างเอ็กซ์คลูซีฟ จับมือ “ซีทีไอ ฟู๊ดซัพพลาย” เสิร์ฟประสบการณ์สุดพิเศษ “The Exclusive Spanish Culinary Journey with José Sol” ณ ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์

0
เอเอเอส 1

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ บริษัท ซีทีไอ ฟู๊ดซัพพลาย จำกัด (CTI Food Supply) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอาหาร เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิ ให้กับร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือบริษัท ซีทีไอ กรุ๊ป จำกัด จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “The Exclusive Spanish Culinary Journey with José Sol” ณ เอเอเอส-เฮาส์ (AAS-House) ชั้น 2 ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยกิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้นอย่างเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับ สมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ สมาชิกชมรม Porsche Club Thailand และ สมาชิกชมรม RennDrive ซึ่งทำให้ เอเอเอส-เฮาส์ ยิ่งกลายเป็นบ้านที่อบอุ่นของผู้ที่หลงใหลในปอร์เช่และยนตรกรรมสุดหรู ดั่งความตั้งใจในการรังสรรค์สถานแห่งนี้ขึ้นมา

เอเอเอส 2

คุณธิดาพร ชาแสน ผู้จัดการทั่วไปของ Porsche Centre Pattanakarn กล่าวว่า “กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตอบแทนและขอบคุณสมาชิกครอบครัวเอเอเอสฯ ที่ได้ให้ความไว้วางใจและเชื่อถือกับทางบริษัทฯ เสมอมาแต่เพียงเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำในความตั้งใจของเอเอเอสฯ ที่จะคอยคิดค้นการสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้าทุกท่านอย่างสม่ำเสมอ เฉกเช่นการสร้าง เอเอเอส-เฮาส์ จุดหมายปลายทางใหม่สำหรับผู้ที่หลงใหลในนวัตกรรมยานยนต์ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดีๆ โดยในครั้งนี้ยังได้เป็นเกียรติต้อนรับสมาชิกกลุ่มคนรักปอร์เช่ทุกท่าน ที่จะได้มาร่วมสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นร่วมกันในวันนี้อีกด้วย

เอเอเอส 5

ภายในงาน ซีทีไอ ฟู๊ดซัพพลาย ได้นำเข้านำวัตถุดิบสุดพรีเมียมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอย่าง ขาหมูดำ ฮามอน อิเบริโก (Jamón Ibérico) แบรนด์ AX โดย Covap (Cooperativa Ganadera del Valle de los Pedroches) สหกรณ์เกษตรที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศสเปน โดยเน้นการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ นม และอาหารสัตว์ ซึ่งขาหมูดำดังกล่าวเป็นสายพันธุ์แท้ 100% ผ่านกรรมวิธีการบ่มอย่างพิถีพิถันมานานกว่า 4 ปี เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของ ฮามอน อิเบริโก ขาหมูที่มีการเลี้ยงดูแบบ Free Range ด้วยการให้อาหารที่เป็นลูกโอ๊ค ทำให้เนื้อหมูมีความหวานและมันที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แท้ๆ ในเมืองคอโดบ้า (Cordoba) ประเทศสเปน

เอเอเอส 4

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก โฮเซ โซล (José Sol) ผู้เชี่ยวชาญด้านฮามอน (Master of Jamón) มือ 1 ของโลก ซึ่งเคยให้บริการแก่ราชวงศ์อังกฤษ ดาราฮอลลีวูด และนักกีฬาชั้นนำ มามอบประสบการณ์เหนือระดับด้วยการตัดแต่งและแร่ขาหมูดำ ฮามอน อิเบริโก ให้กับแขกที่มาร่วมงานทุกท่านอย่างประณีต เพื่อให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำไปกับรสชาติที่เยี่ยมยอดของ ฮามอน อิเบริโก ควบคู่ไปกับการดื่มไวน์ขาว ไวน์แดง และ สปาร์กลิงไวน์ ที่จะช่วยส่งเสริมรสชาติให้พิเศษมากยิ่งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท โกบอลฟู้ดส์ ซัพพลาย จำกัด (Global Food Supply) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย เครื่องดื่มไวน์ เบียร์ และอาหารแช่แข็งเกรดพรีเมียม จากต่างประเทศ พร้อมการสนับสนุนแก้วไวน์ที่มีมาตรฐานคุณภาพระดับสากล ลูคาริส (Lucaris) จาก บริษัท โอเชียนกลาส จำกัด (มหาชน) (Ocean Glass) อีกทั้งอาหารและเครื่องเคียงจาก Your Kitchen Catering by YUU ที่ทางเอเอเอสฯ ได้จัดเตรียมไว้สำหรับทุกท่าน พร้อมการเสิร์ฟเครื่องดื่มสูตรเฉพาะจาก SHADE COMMUNE ร้านกาแฟภายใต้เอเอเอส-กรุ๊ป อีกด้วย

เอเอเอส 5

นอกจากนั้น ผู้ที่มาร่วมงานจะได้สัมผัสบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองของ เอเอเอส-เฮาส์ แกลเลอรียนตรกรรมสุดหรู โดย เอเอเอส-กรุ๊ป โดยเอเอสฯ มุ่งหวังที่จะให้สถานที่แห่งนี้สร้างคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงผู้ที่รักในยานยนต์ระดับหรูให้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นจุดศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของเอเอเอส-กรุ๊ป ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์และการเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในทุกๆ ด้าน ทุกท่านยังได้สัมผัสกับยนตรกรรมสปอร์ต SUV พลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของปอร์เช่ ผ่านโชว์เคสสุดพิเศษจาก ปอร์เช่ ประเทศไทย The New All-Electric Macan ประกอบไปด้วยรุ่น Macan 4 Electric และ Macan Turbo Electric อีกด้วย โดยเอเอเอสฯ เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ยลโฉมและสัมผัสอย่างต่อเนื่อง ณ ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ ชั้น 2 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 นี้

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ส่งแคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” คุ้มค่าที่สุดที่เคยมีมา! ทั้ง ORA Good Cat และ HAVAL กับส่วนลดสูงสุดถึง 450,000 บาท ตลอดเดือนกันยายน

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมอัจฉริยะ เดินหน้าสู่ครึ่งปีหลังของ 2567 กับความคุ้มค่าคุ้มราคาของผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มอบข้อเสนอในราคาพิเศษที่คุ้มค่าที่สุด ภายใต้แคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” ของทั้งเจ้าเหมียวไฮเทค GWM New ORA Good Cat ขวัญใจคนไทยทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT รวมถึงรถเอสยูวีอัจฉริยะ GWM HAVAL รุ่นยอดนิยมอีก 3 รุ่น ตั้งแต่ New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA, All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 450,000 บาท ให้ชาวไทยทั่วประเทศได้เข้าถึงรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีคุณภาพและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ในราคาสุดคุ้ม ตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2567

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

 

ประเดิมแคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” ด้วย GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ทั้ง 3 รุ่น ที่มาพร้อมกับราคาสุดพิเศษดังนี้
•GWM New ORA Good Cat รุ่น PRO จากราคา 799,000 บาท เหลือเพียง 629,000 บาท (ส่วนลด 170,000 บาท)
•GWM New ORA Good Cat รุ่น ULTRA จากราคา 899,000 บาท เหลือเพียง 729,000 บาท (ส่วนลด 170,000 บาท)
•GWM New ORA Good Cat รุ่น GT จากราคา 1,099,000 บาท เหลือเพียง 859,000 บาท (ส่วนลด 240,000 บาท)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

นอกจากราคาและส่วนลดที่พิเศษสุดแล้วนั้น GWM ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น ยังคำนึงถึงความอุ่นใจ ไร้กังวลของลูกค้า มาพร้อมข้อเสนอ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ฟรี! ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 11,000 บาท ฟรี! GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 และ ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

สำหรับ GWM HAVAL ทั้ง 3 รุ่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ มอบส่วนลดแบบจัดหนัก สูงสุดถึง 450,000 บาท ไม่ว่าจะเป็น
•All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จากราคา 1,699,000 บาท เหลือเพียง 1,249,000 บาท (ส่วนลด 450,000 บาท)
•New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 1,349,000 บาท เหลือเพียง 1,099,000 บาท (ส่วนลด 250,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)
•New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA จากราคา 999,000 บาท เหลือเพียง 899,000 บาท (ส่วนลด 100,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน (เมื่อดาวน์ 25%)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ GWM HAVAL ทั้ง 3 รุ่น ยังจะได้รับ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปีเต็ม มูลค่า 30,000 บาท สำหรับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และมูลค่า 25,000 บาทสำหรับ New GWM HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA และ New GWM HAVAL JOLION Hybrid SUV รุ่น ULTRA ฟรี! ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ HUPER OPTIK CSD มูลค่าสูงสุด 7,600 บาท พร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง GWM แบบล้อลาก 4 ล้อ ทรง Pilot วัสดุอะลูมิเนียม ขนาด 16 นิ้ว มูลค่า 9,990 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระในการซื้อรถยนต์ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในปัจจุบัน และทำให้ลูกค้าของเราสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ง่ายขึ้น เราจึงจัดแคมเปญและมอบส่วนลดในราคาที่น่าดึงดูดใจ พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ ที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดให้กับแฟน ๆ ชาวไทย สำหรับแคมเปญ “The GREAT DEAL ลดแรง แซงทุกดีล” ถือเป็นแคมเปญที่มีราคาและข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดที่เคยมีมา ซึ่งครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม GWM ORA Good Cat และ GWM HAVAL ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่สำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งในกลุ่มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เอสยูวี ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ชาวไทย เราเชื่อมั่นว่าด้วยข้อเสนอพิเศษที่เรามอบให้กับลูกค้าชาวไทยนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วประเทศ และทำให้ลูกค้าที่กำลังรอคอยรถยนต์พลังงานใหม่จาก 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นและพึงพอใจกับความคุ้มค่าคุ้มราคาที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำมามอบให้ตลอดเดือนกันยายนนี้”

นอกจากนี้ รถยนต์พลังงานใหม่รุ่นอื่น ๆ ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมาพร้อมข้อเสนอสุดคุ้ม รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% (ยกเว้น GWM ORA 07 รุ่น PERFORMANCE และรุ่น LONG RANGE ULTRA 0.99%) เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนานสูงสุดถึง 48 เดือน พร้อมช่วยผ่อนสูงสุดนาน 12 เดือน มูลค่าสูงสุด 50,000 บาท หรือเลือกรับส่วนลดเมื่อจ่ายเงินสด อีกทั้งยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่สร้างความอุ่นใจไร้กังวลให้กับลูกค้า กับการบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและคุ้มค่า ทั้ง ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นระยะเวลานาน 1 ปีเต็ม ฟรี! ค่าแรงและค่าอะไหล่งานบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร หรือระยะทาง 75,000 กิโลเมตร สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานานถึง 5 ปี ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น และระยะเวลา 5 ปี สำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV และ New HAVAL H6 Hybrid SUV รุ่น ULTRA ฟรี! GWM โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า GWM ORA ทุกรุ่นและสำหรับ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV ในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7

รถยนต์ทุกคันของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร* (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* สำหรับรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่น รวมถึง การรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร* (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับ All New GWM HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, GWM New ORA Good Cat, GWM New ORA Good Cat รุ่น GT และ GWM ORA 07

* เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

ลูกค้าผู้สนใจสามารถทดลองขับได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อเสนอของรถยนต์พลังงานใหม่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ แต่ละรุ่นได้ที่ GWM Application GWM เว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือติดต่อ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888