Home Blog Page 121

“มาสด้า”เปิดตัวรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอน NEW MAZADA MX-5 รุ่นลิมิเต็ด ฉลองครบรอบ 35 ปี

0
มาสด้า 1

มาสด้าแนะนำรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนเจ้าของตำนานความสนุกสนานในการขับขี่ New Mazda MX-5 35th Anniversary Edition ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี ของ MX-5 ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต มอบความสปอร์ตสไตล์คลาสสิก แฝงด้วยความสปอร์ตทุกรายละเอียด มาพร้อมความพิเศษกับสีภายนอก Artisan Red Premium เอกสิทธิ์เฉพาะมาสด้า ภายในตกแต่งด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan สะท้อนความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial number บ่งบอกความพิเศษที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด วางราคาจำหน่าย 3,069,000 บาท และแคมเปญพิเศษช่วงเปิดตัว ฟรีประกันชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance และฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี หรือ Mazda Ultimate Service พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนพันธุ์แท้ชาวไทยจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้

 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้า MX-5 คือรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนหลังคาไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา เจ้าของตำนานความสนุกสนานในการขับขี่ แบรนด์ไอคอนของมาสด้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วโลก โดยมาสด้า MX-5 เจนเนอเรชั่นแรก เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2532 ในงาน Chicago Auto Show ด้วยการเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์น้ำหนักเบา ถือเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 เจนเนอเรชั่นที่สองก็ได้ถูกเปิดตัว สร้างชื่อเสียงกระหึ่มไปทั่วโลกจนได้รับการบันทึกลงในหนังสือ Guinness World Records ให้เป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบบสองที่นั่งที่ขายดีที่สุดในโลก ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 MX-5 เจนเนอเรชั่นที่สามก็ได้เปิดตัวขึ้น และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรดสเตอร์ที่มาพร้อมหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกเพียง 13 วินาที จนกระทั่งในปี 2558 จนถึงปัจจุบัน MX-5 เจนเนอเรชั่นที่สี่ ได้มีการพลิกโฉมอีกครั้ง โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่เฉียบคมและพริ้วไหว ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ทำให้ได้ภาพลักษณ์ที่มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างชัดเจน และยังคงสร้างกระแสความนิยมในกลุ่มแฟน ๆ อย่างไม่เสื่อมคลาย ทำให้การผลิตในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 1.2 ล้าน คันทั่วโลก

มาสด้า 3

“การแนะนำ New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษครบรอบ 35 ปี ครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อม ๆ กับแฟนมาสด้าทั่วโลก นับตั้งแต่รถรุ่นนี้ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนครั้งแรก และยังคงเป็นรถในเจนเนอเรชั่นที่สี่ ที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ยอดนิยมของมาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบที่พรีเมี่ยมสง่างาม ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีไดนามิกในการขับขี่ที่ดี พร้อมการควบคุมที่แม่นยำ มาพร้อมกับเครื่องยนต์วางหน้า และขับเคลื่อนล้อหลัง กระจายน้ำหนักหน้า-หลังแบบ 50:50 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ตามปรัชญา จินบะ-อิไต โดยผลิตจำนวนจำกัดเพื่อให้แฟน ๆ ทั่วโลก และนักสะสมชาวไทยได้ครอบครอง เชื่อว่ารถรุ่นนี้จะเป็นรถอีกโมเดลที่จะมาสร้างความสนุกสนานในการขับขี่ ทำให้แฟน ๆ สปอร์ตโรดสเตอร์ได้ภูมิใจที่ได้ครอบครองอย่างแน่นอน“ นายธีร์ กล่าว

Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี ได้รับการตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์เพื่อถ่ายทอดความพิเศษในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น สีภายนอกพิเศษ Artisan Red Premium ที่ได้รับผสมผสานตามแนวทาง ทาคุมิ-นูริ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพ่นสีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า โดยเน้นแสงเงาและความมีมิติ ช่วยเพิ่มความสวยงามของตัวถังภายนอกให้โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมความพิเศษด้วยสัญญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial Number ที่บริเวณด้านข้างตัวถัง บ่งบอกถึงความพิเศษที่มีจำนวนจำกัด รวมถึงหลังคาหลังคาแข็งที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สี Bright ที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมี่ยมและความพิเศษได้อย่างมีเอกลักษณ์

มาสด้า 3

ภายในห้องโดยสารของ New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี มาพร้อมความสปอร์ตพรีเมี่ยมที่พิเศษแตกต่างจากรุ่นปกติ ด้วยเบาะหุ้มหนังสีพิเศษ Sports Tan พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition ที่บริเวณพนักพิงศีรษะ เบาะนั่ง และพรมปูพื้นห้องโดยสาร มาพร้อมพวงมาลัย หัวเกียร์ และเบรกมือหุ้มหนังสีดำ พร้อมด้ายสีพิเศษ Sports Tan กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีพิเศษ Artisan Red Premium แผงคอนโซลและแผงประตูหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan มอบความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ด้วย Apple CarPlay® และ Mazda Connect ที่สามารถแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display ขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมมอบสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพงถึง 9 ตำแหน่ง

มาสด้า 5

New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี ยังคงเอกลักษณ์ของมาสด้าด้านความสนุกสนานในการขับขี่ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตามหลักปรัชญา จินบะ-อิไต (Jinba-Ittai) ที่ถ่ายทอดความรู้สึกความเป็นหนึ่งอันเดียวกันระหว่างคนกับรถ มาพร้อมเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้สมรรถนะความแรงสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยมอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง ระบบสัญญาณเตือนกันขโมย และระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด นอกจากนั้น รถรุ่นนี้ยังมาพร้อม ระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากมายหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น

มาสด้า 6

•ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
•ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
•ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)
•ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ แบบ Advance (Advanced Smart Brake Support)
•ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
•ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
•ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
•ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support- Rear Crossing)

New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี มาพร้อมสีภายนอก Artisan Red Premium โดยวางราคาจำหน่ายที่ 3,069,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ MX-5 ที่สนใจร่วมเป็นหนึ่งกับความภาคภูมิใจไปพร้อมกับแฟนมาสด้าทั่วโลกที่จะได้ครอบครองรถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นพิเศษนี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

มาสด้า 8

รายการตกแต่งพิเศษใน New Mazda MX-5 รุ่นพิเศษ ครบรอบ 35 ปี
1.พวงมาลัย หัวเกียร์ และเบรค มือหุ้มหนัง พร้อมด้ายสีพิเศษ Sports Tan
2.เบาะหนังหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary
3.กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ (สีแดง อาร์ทิซาน เรด)
4.กรอบช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีพิเศษ (สีแดง อาร์ทิซาน เรด)
5.แผงคอนโซล และแผงประตูหุ้มด้วยหนังสีพิเศษ Sports Tan
6.ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว สี Bright ใหม่
7.สัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition พร้อม Serial Number
8.พรมปูพื้นห้องโดยสาร พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ 35th Anniversary Edition
9.สีภายนอก สีพิเศษ Artisan Red Premium
10.หลังคา Hardtop

ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย
เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE

“มาสด้า” ต่อเติมเสริมฝันเยาวชนเปิดรับสมัครร่วมแข่งขันกอล์ฟ ปีที่ 2เพื่อคว้าทุนการศึกษาและร่วมแข่งขันกอล์ฟในประเทศสหรัฐอเมริกา

0
Mazda 1

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการจัดแข่งขันกอล์ฟเยาวชนเมื่อปีที่ผ่านมา มาสด้าเดินหน้าต่อเติมความฝันเยาวชนเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ประกาศความร่วมมือกับ The Agency Recruit ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬาให้กับเยาวชน จัดกิจกรรม MAZDA U.S. COLLEGE PREP THAILAND JUNIOR CHAMPIONSHIP 2025 เปิดรับสมัครเยาวชนกอล์ฟชายและหญิง อายุระหว่าง 12-19 ปี ที่เป็นลูกค้าครอบครัวมาสด้า เพื่อสมัครเข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับโลกในประเทศไทย โดยเตรียมจัดการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 เม.ย. 68 ณ สนามกอล์ฟ Phoenix Gold Golf & Country Club จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ มาสด้าเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสรับสิทธิ์เพื่อคว้าทุนการศึกษาจากโรงเรียน และมหาวิทยาลัยชื่อดัง และก้าวสู่การแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมคว้าตั๋วเครื่องบินไปกลับระหว่างเอเชียถึงสหรัฐอเมริกา มูลค่าสูงสุด 1,200 USD รวมถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย อาทิ ได้เข้าร่วมการแข่งขันโดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก และส่วนลดค่าสมัคร 125 USD จากค่าสมัคร 350 USD และฟรี เสื้อกอล์ฟ Adidas มูลค่า 1,690 บาท โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. 68 เวลา 08:00 น. จนถึงวันที่ 1 เม.ย. 68 เวลา 17:30 น. และประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ ในวันศุกร์ที่ 4 เม.ย. 68 เวลา 15:00 น. ผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอีเวนต์

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการ MAZDA U.S. COLLEGE PREP THAILAND JUNIOR CHAMPIONSHIP 2025 เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่างมาสด้า กับ The Agency Recruit ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหาทุนการศึกษาด้านกีฬาสำหรับเยาวชน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยทั้งชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 12-19 ปี และมีใจรักในกีฬากอล์ฟ ได้มีโอกาสเดินตามความฝันในการเป็นนักกอล์ฟอาชีพ ด้วยการมอบโอกาสเพื่อคว้าทุนการศึกษาจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชื่อดัง และสิทธิ์ในการเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งโครงการฯ เป็นส่วนหนึ่งของเอกสิทธิ์พิเศษที่ทางมาสด้ามอบให้กับลูกค้า Mazda Family โดยเฉพาะ เพื่อแทนคำขอบคุณที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นยานพาหนะคู่ใจให้กับครอบครัว และเพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการชีวิตให้กับลูกค้า (Joy Drives Lives) นอกเหนือจากประสบการณ์ที่ดีจากการขับขี่รถยนต์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะมีความสุข และได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากแบรนด์มาสด้า

Mazda 2

สำหรับโครงการฯ ในปี 2568 นี้ มาสด้าจัดขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังจากโครงการในปีแรกประสบความสำเร็จอย่างสูงและได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่ได้สัมผัสกับแบรนด์มาสด้า ก่อให้เกิดความรักความผูกพันอย่างแน่นแฟ้น สำหรับการแข่งขันในปีนี้ มาสด้าจะทำการคัดเลือกเยาวชนทั้งหมด 24 คน จากผู้สมัครทั้งหมด เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฯ โดยมีเกณฑ์การรับสมัครดังรายละเอียดต่อไปนี้

เกณฑ์การรับสมัครเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟ
•เยาวชนชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 12-19 ปี
•ผู้ปกครองของเยาวชนผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันต้องเป็นลูกค้าและครอบครัวมาสด้า
•ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันหรือผู้ปกครอง ต้องสามารถแสดงเอกสารความเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า
•สามารถร่วมกิจกรรมพร้อมลงทะเบียนในวันพฤหัสบดีที่ 24 เม.ย. 68
•สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 25 เม.ย. 68 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 27 เม.ย. 68
รางวัลและสิทธิพิเศษสำหรับเยาวชนที่ชนะการแข่งขัน
•เยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งหมด 24 คน จะได้รับของที่ระลึกพิเศษจากมาสด้า
•ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ติดอันดับท็อป 50% แรกของแต่ละประเภทการแข่งขัน จะได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย รวมถึงสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในระดับสูงต่อไป
•ผู้ที่ทำอันดับดีที่สุดจากการแข่งขันในแต่ละประเภท เยาวชนชาย 6 คน เยาวชนหญิง 6 คน รวม 12 คน จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ จากเอเชียไปสหรัฐอเมริกา และได้รับสิทธิ์เข้า
ร่วมการแข่งขัน Junior World Cup Invitational Kingsmill ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15-17 ก.ค. 68 ที่รัฐเวอร์จิเนียร์

ทั้งนี้ เยาวชนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสมัครผ่านช่องทาง www.mazda.co.th ในหัวข้อกิจกรรมและอีเวนต์ และจะประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ ในวันศุกร์ที่ 4 เม.ย. 68 เวลา 15:00 น. ซึ่งการแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 เม.ย. 68 ณ สนามกอล์ฟ Phoenix Gold Golf & Country Club จังหวัดชลบุรี พร้อมประกาศผลและมอบรางวัลผู้ชนะเลิศในวันที่ 27 เม.ย. 68 ด้วยเช่นกัน

“มาสด้าเชื่อในสปิริตของความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (Challenger Spirit) เพราะนี่คือสิ่งที่ผลักดันให้แบรนด์มาสด้าอันมีต้นกำเนิดมาจากเมืองฮิโรชิม่าประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น นอกเหนือจากการส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแล้ว เราจึงได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะด้านกีฬา เพื่อเยาวชน และสังคมไทย เพื่อผลักดันผู้คนให้ออกเดินทางตามความฝัน และสามารถนำเอาสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดในการประกอบอาชีพได้ สำหรับครั้งนี้ มาสด้าขอเชิญชวนเยาวชนชายและหญิงที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด สมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพราะนอกจากจะเป็นก้าวแรกของเยาวชนในการได้ทำในสิ่งที่รักแล้ว ยังเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการเดินหน้าสู่การเป็นนักกีฬากอล์ฟอาชีพในระดับสากลอีกด้วย” นายภพนิพิฐ กล่าวเพิ่มเติม

หมายเหตุ: ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mazda.co.th ในหัวข้อและกิจกรรมอีเวนต์ หรือกดลิงก์เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมกอล์ฟเยาวชน m.mazda.co.th/43wKSl0

“นิสสัน” สนับสนุน “นาวารา PRO-4X” ร่วมภารกิจดับไฟป่าต่อเนื่องปีที่ 4

0
Nissan 1

นิสสัน ประเทศไทย ร่วมภารกิจดับไฟป่าของทีม “เหยี่ยวไฟ” จังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในช่วงฤดูกาลที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 สนับสนุน “นิสสัน นาวารา PRO-4X” กระบะสมรรถนะสูง เพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจในที่สถานการณ์ฝุ่นละอองมีความรุนแรง พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการทำงานที่จำเป็น และเสริมศักยภาพของทีมปฏิบัติการในการดับไฟป่าให้แก่อาสาสมัครในพื้นที่

Nissan 2

อัจจิมา วรรณพินทุ รองประธานสายงานการตลาด นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัญหาไฟป่า และผลกระทบจากไฟป่า โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 เป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่ได้ส่งผลต่อพื้นที่หรือชุมชนรอบๆ เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั้งในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบรรเทาความรุนแรง นิสสันได้มีส่วนร่วมในภารกิจพิชิตไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนยานยนต์สมรรถนะสูงอย่างนิสสัน นาวารา พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น สามารถช่วยให้ผู้ที่อยู่ด่านหน้าเข้าถึงปัญหา และช่วยภารกิจพิชิตไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ธวัชชัย ธนะโรจน์รุ่งเรือง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ และหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟเชียงใหม่กล่าวว่า “ขอบคุณนิสสัน ประเทศไทย ที่มองเห็นความสำคัญของทีมงาน และสนับสนุนกลุ่มชุดปฎิบัติการเหยี่ยวไฟ ผู้ปฏิบัติภารกิจนี้มาโดยตลอด 4 ปี เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครเป็นคนกลุ่มแรกที่ต้องเผชิญกับไฟป่า เสี่ยงชีวิต ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมต่างๆ การได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน และสังคม คือ กำลังใจที่ดี”

สำหรับ นิสสัน นาวารา PRO-4X เป็นรถกระบะที่มีสมรรถนะสูง มีความแข็งแกร่ง ทนทาน ที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นของกระบะนิสสัน สามารถบุกตะลุยไปตามเส้นทางทุรกันดารที่ปกติจะเข้าถึงได้ยากลำบาก ซึ่งในปฏิบัติการที่ผ่านมาช่วยให้ทีมเหยี่ยวไฟ และอาสาสมัครของหมู่บ้านในพื้นที่การดูแลของทีมเหยี่ยวไฟเข้าถึงจุดที่เกิดไฟไหม้ ดับไฟได้อย่างสะดวก ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกในการขนย้ายเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อภารกิจต่างเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมศักยภาพในการปฏิบัติการให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี

นิสสัน นาวารา PRO-4X ล่าสุดมาพร้อมภายในดีไซน์ใหม่ที่สปอร์ตหรู เต็มสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm) ภายใต้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงสุด Euro5 พร้อมเกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบธรรมดา (M mode) ได้เพื่อการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ และความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน เต็มที่กับการบรรทุกหนัก และการใช้งานที่ต้องการความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างแชสซีทำจากเหล็กกล้า มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระไปอย่างปลอดภัย และสะดวกสบาย

Nissan 3

นอกจากมอบรถกระบะนิสสัน นาวาร่า สำหรับปฏิบัติงานในช่วงที่ปัญหาไฟป่า และฝุ่นมีความรุนแรงเป็นเวลากว่า 90 วัน นิสสัน ประเทศไทย ยังได้มอบการสนับสนุนอื่นๆ ทั้ง เครื่องมือ อุปกรณ์สำหรับปฏิบัติภารกิจ รวมถึง ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารแห้ง ให้กับเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครที่เป็นกำลังหลักในการป้องกันไฟป่า

 

 

“นิสสัน” เปิดตัวเทคโนโลยีไร้คนขับขั้นสูง มุ่งสู่การบริการการสัญจร และเคลื่อนที่ด้วยการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Drive – AD) มาใช้ในเชิงพาณิชย์

0
นิสสัน 1

นิสสัน มอเตอร์ จัดแสดงเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Drive – AD) ล่าสุด บริเวณย่านมินาโตะมิไร เมืองโยโกฮามา ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ที่รถทดสอบไม่มีผู้ขับสามารถเดินทางไปตามถนนสาธารณะในสภาพแวดล้อมเมืองที่ซับซ้อน*¹ นิสสันได้พัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะนี้สำหรับให้บริการการเดินทาง โดยวางแผนจะเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น

นิสสัน 2

การเปิดเผยผลการทดสอบนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพการเดินทางสัญจรเพื่อแก้ไขปัญหาด้านบริการขนส่งที่ท้องถิ่นต้องเผชิญ อาทิ ปัญหาการขาดแคลนผู้ขับขี่อันเป็นผลจากประชากรสูงอายุ ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ นิสสันจะสามารถให้บริการใหม่ๆ ที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้สามารถเดินทางสัญจรได้อย่างอิสระ

นิสสัน 3

นิสสันกำลังใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้าง และตรวจสอบความปลอดภัยของเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่เหมาะกับสภาพการจราจรที่แตกต่างกันทั่วโลก เพื่อดำเนินการดังกล่าว นิสสันได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีที่ได้รับจากการวิจัยในญี่ปุ่น การวิจัยในซิลิคอนวัลเลย์ที่ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงของนิสสัน และการมีส่วนร่วมในโครงการ evolvAD ของสหราชอาณาจักร

นิสสัน 4

รถทดสอบรุ่นล่าสุดนั้นใช้ นิสสัน เซเรน่า (Serena) รถมินิแวนยอดนิยมที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่นเป็นพื้นฐาน โดยการประกอบกล้อง 14 ตัว เรดาร์ 9 ตัว และเซ็นเซอร์แบบ LiDAR 6 ตัว เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งบนหลังคาช่วยให้ตรวจจับได้กว้างขึ้นอย่างมากโดยใช้ประโยชน์จากความสูงของตัวถังของเซเรน่า และช่วยให้ตรวจจับสภาพแวดล้อมได้แม่นยำยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรถทดสอบรุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ การใช้ AI ยังช่วยปรับปรุงการจดจำ การคาดการณ์พฤติกรรม และการตัดสินใจ ตลอดจนการควบคุมต่างได้อย่างดี ให้การทำงานราบรื่นในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อน และหลากหลาย

นิสสัน 6

และเพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยสูงสุดสำหรับการสาธิตรถทดสอบ วิศวกรนิสสันได้ตรวจสอบสถานการณ์ที่เป็นไปได้มากมายตลอดเส้นทางการขับขี่ ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันหยุดทันทีสำหรับกรณีฉุกเฉิน

นิสสัน 8

โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2017 นิสสันได้สาธิต และทดสอบเทคโนโลยีระบบขับเขี่อัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันนิสสันกำลังวางแผนทดสอบบริการ สาธิตโดยใช้รถยนต์ประมาณ 20 คัน ในโยโกฮาม่า ระหว่างปีงบประมาณ 2025 ถึง 2026 และกำลังสร้างกรอบการทำงาน และระบบนิเวศของการบริการร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยอาศัยผลการทดสอบ ในปีงบประมาณ 2027 นิสสันตั้งเป้าที่จะให้บริการการขับเคลื่อนอัตโนมัติร่วมกับเทศบาล และผู้ประกอบการขนส่งพร้อมการตรวจสอบระยะไกล

นิสสัน 9

ความคิดริเริ่มนี้ได้รับการส่งเสริมจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว กระทรวงอื่นๆ ของรัฐบาล และเมืองโยโกฮาม่า นอกจากนี้ กระทรวงต่างๆ จะส่งเสริมความคิดริเริ่มในการสร้างบริการการขับขี่อัตโนมัติใหม่ๆ ผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการขับเคลื่อนระดับ 4

นิสสัน 10

นิสสันจะพัฒนาเทคโนโลยีต่อไปในขณะที่เริ่มบริการในโยโกฮาม่า โดยอ้างถึงผลการพัฒนา และการตรวจสอบทั้งในญี่ปุ่น และต่างประเทศ

*1 จากการวิจัยของนิสสัน การทดสอบนี้ดำเนินการโดยใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Drive – AD) ระยะไกลเทียบเท่ากับระบบอัตโนมัติ SAE ระดับ 2 สอดคล้องกับแนวทางของญี่ปุ่นในการอนุมัติการยกเลิกกฎระเบียบสำหรับยานยนต์ที่ติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติระยะไกล และเกณฑ์ในการอนุญาตให้ใช้ถนนในการทดสอบสาธิตการขับขี่อัตโนมัติบนถนนสาธารณะ รถยนต์จะได้รับการตรวจสอบจากระยะไกล และผู้ขับขี่จากระยะไกลสามารถควบคุม และขับรถได้ตามความจำเป็น

เตรียมพบกับประสบการณ์สุดพิเศษ! ปอร์เช่ 911 GTS เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46

0

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ผู้นำเข้ารถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ ขอเชิญทุกท่านสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับยนตรกรรมสปอร์ตหลากหลายรุ่นที่บูธปอร์เช่ (A15) ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี 

ไฮไลท์เด่นคือการปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ของปอร์เช่ 911 จีทีเอส (911 GTS) ที่มาพร้อมระบบไฮบริดสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต (T–Hybrid) ช่วยเพิ่มพละกำลัง โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ 911 อย่างครบถ้วน

 นอกจากนี้ บูธปอร์เช่ยังนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษที่สะท้อนความหลากหลายของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4 Cross Turismo) ที่มาพร้อม Performance Roof Box ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์, คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) ที่มาพร้อมเต็นท์ Porsche Roof Tent รวมถึง 718 เคย์แมน สไตล์ อิดิชั่น (718 Cayman Style Edition), พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) และ มาคันน์ (Macan) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าใหม่ล่าสุดที่ผสานดีไซน์เหนือกาลเวลาเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมกับการจับมือร่วมกับ Curvistan Bangkok พื้นที่ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ในย่านทองหล่อ ที่จะมาเติมเต็มบรรยากาศปอร์เช่ คอมมูนิตี้ ภายในบูธ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเสน่ห์ของปอร์เช่ เหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นสุดหรูและสะดวกสบายของคนรักรถสปอร์ต

ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสบรรยากาศของปอร์เช่ คอมมูนิตี้ สมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ที่  บูธรถยนต์ปอร์เช่ ณ งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ บูธ A15 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

ฟอร์ดจัดแคมเปญสุดคุ้มช่วงฤดูร้อน เสริมความอุ่นใจในเทศกาลพิเศษ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ออกแคมเปญด้านบริการสุดคุ้มเพื่อมอบความอุ่นใจให้ลูกค้ารถฟอร์ดในช่วงเทศกาลพิเศษและฤดูร้อนนี้ ยกขบวนทั้งส่วนลดพิเศษชุดน้ำมันเครื่องลดสูงสุด 400 บาท ส่วนลดโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะสูงสุด 700 บาท หรือโปรโมชันซื้อยางรถยนต์ 3 เส้น แถมฟรี 1 เส้น ส่วนลดเมื่อเข้ารับบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือผ้าเบรก และบริการตรวจเช็คสภาพรถ 30 รายการฟรี พร้อมรับฟรี เก้าอี้สนามรุ่นฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เมื่อมีค่าใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายน 2568 ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ

ข้อเสนอสุดคุ้มสำหรับลูกค้ารถฟอร์ดทุกรุ่น

  • โปรแกรมส่วนลดน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม รับส่วนลดสูงสุด 400 บาท สำหรับโปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (OSP) หรือส่วนลด 200 บาท สำหรับโปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม เกรดกึ่งสังเคราะห์ (Eco OSP)1 หรือ โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ (SSP) รับส่วนลดสูงสุด 700 บาท สำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการเช็กระยะ ที่แสดงเอกสารจากโปรแกรมการคำนวณราคา2 (Service Price Calculator) และมีค่าอะไหล่งานซ่อมทั่วไป รวมถึงบริการตรวจเช็กหลังส่งมอบรถใหม่ ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป
  • โปรโมชันซื้อยางรถยนต์ 3 แถม 1 สำหรับยางรุ่นที่ร่วมรายการ พร้อมส่วนลดแบตเตอรี่ และผ้าเบรกสองต่อ ดังนี้

ต่อที่ 1

  • ส่วนลดมูลค่า 200 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ผ้าเบรก ที่ศูนย์บริการ
  • ส่วนลดมูลค่า 600 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่เฉพาะรุ่น AGM สำหรับรถยนต์ฟอร์ดเจเนอเรชันใหม่ ทั้ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ศูนย์บริการ

ต่อที่ 2

  • เมื่อเปลี่ยนยางรถยนต์ 4 เส้น จะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดเพิ่ม 400 บาท สำหรับแบตเตอรี่หรือผ้าเบรกทุกรุ่น และพิเศษ เมื่อนำแบตเตอรี่ลูกเก่ามาแลกรับส่วนลดเพิ่มอีก 200 บาท
  • พิเศษ ฟรี! เก้าอี้สนามรุ่น ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ (จำนวนจำกัด) เมื่อมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป ครอบคลุมค่าอะไหล่ งานซ่อมทั่วไป ค่าอะไหล่งานเช็กระยะ ค่าอุปกรณ์ตกแต่งแท้ฟอร์ด ค่าซื้อสัญญาโปรแกรมน้ำมันเครื่องสุดคุ้ม (OSP) โปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ (SSP) และ Ford Care โดยต้องมี รายการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในใบสั่งซ่อม
  • ฟรี! บริการตรวจเช็กสภาพรถ 30 รายการ
  • ฟรี! บริการพ่นฆ่าเชื้อภายในรถยนต์

ลูกค้าฟอร์ดที่ซื้อสินค้าหรือเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฟอร์ด สามารถเข้าร่วมแคมเปญผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ ผ่านบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงศรีฯ ตามประเภทหน้าบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ฟอร์ดให้ความสำคัญและเน้นย้ำการดูแลลูกค้า เสมือนคนในครอบครัว เพื่อเสริมความมั่นใจและเพิ่มความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ดผ่านข้อเสนอที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้รถฟอร์ดทุกคน ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383 หรือดูข้อมูลแคมเปญและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

หมายเหตุ

  1. เฉพาะรถยนต์ฟอร์ดรุ่นที่กำหนดและสิ้นสุดการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่แล้ว
  2. โปรแกรมการคำนวณราคา (Service Price Calculator) สามารถประเมินราคาการบริการได้ที่ https://www.ford.co.th/owner/service-price-calculator/ และแสดงเอกสารจากโปรแกรมนี้ขณะเข้ารับบริการ และมีค่าอะไหล่งานซ่อมทั่วไป ตั้งแต่ 5,000 บาท

GWM เตรียมเขย่าวงการ เปิดตัวและประกาศราคารถ 3 รุ่นใหม่ล่าสุด รวมถึง NEW GWM ORA Good Cat สีฟ้าใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 พร้อมอัดโปรฯ ที่ต้องห้ามพลาด

0

GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอีกครั้ง ผ่านแนวคิด GWM Go With More ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าและเหนือกว่าในทุก ๆ ด้านอย่างครอบคลุม โดยในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 นี้ GWM พร้อมอวดโฉมยนตรกรรมใหม่ล่าสุด 3 รุ่น จาก 3 เซกเมนต์ที่ได้รับกระแสแตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวไทย ได้แก่ รุ่นไฮไลต์สำคัญอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL รถยนต์เอสยูวีออฟโรดเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่พร้อมปลุกจิตวิญญาณให้สายชิคและสายลุยเตรียมขับหล่อและหลั่งอะดรีนาลีนไปกับการเดินทางครั้งใหม่ พร้อมปลุกกระแสรถเอสยูวีสไตล์ BOXY ที่หลายคนต่างตั้งตารอคอย แข็งแกร่งและทนทานยิ่งขึ้น ทรงพลังยิ่งกว่า มาพร้อมประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดียิ่งขึ้น ตามมาด้วยอีกหนึ่งรุ่นไฮไลต์ขวัญใจผู้ใช้งานชาวไทยกับรถยนต์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด ALL NEW GWM HAVAL H6 ใน 2 รุ่น ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด และปลั๊กอิน-ไฮบริด กับการปรับโฉมและอัปเกรดความล้ำสมัยเพื่อมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่าและดีกว่าเคย  โดยมาพร้อมดีไซน์ที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น โดดเด่นเหนือใคร เพิ่มการอัปเกรดซอฟต์แวร์และระบบอินโฟเทนเมนต์ที่มากขึ้น และไฮไลต์สุดท้ายกับ NEW GWM ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าที่มาในสีฟ้าใหม่ พร้อมเพิ่มความสปอร์ตกับเครื่องแต่งดำ Black Package ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ครอบคลุมมากขึ้น ผ่านการออกแบบและการตั้งชื่อสีใหม่จากการรับฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างแท้จริง (User Centric)

พบกับ 5 ไฮไลต์สำคัญภายในบูธ GWM ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 กับ 3 รุ่นไฮไลต์ และทัพนวัตกรรมทุกขุมพลังงานพร้อมโปรโมชันแบบแรงเกินต้าน ดังนี้

  • ไฮไลต์ #1: การเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของรถยนต์จาก GWM ทั้ง 3 รุ่นย่อยของ “NEW GWM TANK 300 DIESEL” รถยนต์เอสยูวีออฟโรด ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของ GWM ที่ได้มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 30 ปี ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในประเทศจีนและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลก ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน ความนิ่งเงียบและนุ่มนวล และความทนทาน พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลสูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร (หรือ 8 ปี) ซึ่ง NEW GWM TANK 300 DIESEL จะมาใน 3 รุ่นย่อย ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ที่มีสไตล์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แข็งแกร่ง และทรงพลัง พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่ครอบคลุมทั้งในเมือง-นอกเมือง พร้อมฉีกกฏการขับขี่เครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม ๆ

  • ไฮไลต์ #2: การมาถึงของ “ALL NEW GWM HAVAL H6” รถยนต์เอสยูวีที่โดดเด่นและมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นไฮบริด และรุ่นปลั๊กอิน-ไฮบริด กับดีไซน์ใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ดูทันสมัย โดดเด่นเหนือใคร ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงการอัปเกรดเทคโนโลยีขั้นสูงครั้งใหญ่ ทั้งระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะ อินโฟเทนเมนต์ และสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ และยังตอบรับเสียงของผู้บริโภคชาวไทยกับการพัฒนาช่วงล่างใหม่ให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบและการขับขี่ของคนไทยมากยิ่งขึ้น พร้อมไฮไลต์ที่ยังคงเป็นรถยนต์เอสยูวีระบบปลั๊กอิน-ไฮบริดที่มีระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ไกลที่สุดในเซกเมนต์ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าในทุกมิติ ตอบโจทย์เหล่าครอบครัวยุคใหม่ที่มองหานวัตกรรมล้ำหน้าเพื่อทุกการเดินทางที่แตกต่างอย่างเหนือชั้น ปลอดภัย และคุ้มค่าคุ้มราคา

  • ไฮไลต์ #3: เพิ่มความเร้าใจกับ “NEW GWM ORA Good Cat” เจ้าเหมียวไฟฟ้ายอดนิยม กับ “ลุคใหม่” ใน 2 คู่สีฟ้า-ดำสุดพิเศษที่โดดเด่นกว่าเคย เตรียมพร้อมให้เหล่าสาวกสัมผัสความสปอร์ตและจับจองเป็นเจ้าของได้ภายในงาน ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังจัดกิจกรรมสุดพิเศษให้เหล่าแฟน ๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้าได้ร่วมสนุกและเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัว GWM ด้วยการร่วมโหวตชื่อคู่สีใหม่นี้ได้ที่ช่องทาง Facebook ของ GWM Thailand ตั้งแต่วันที่ 12 – 22 มีนาคม 2568 เพื่อร่วมลุ้นรับบัตรเข้าชมงานมอเตอร์ โชว์อีกด้วย โดย GWM จะมีการประกาศชื่อคู่สีใหม่ที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจากแฟน ๆ อย่างเป็นทางการในช่วงการแถลงข่าวของบูธ GWM ในวันที่ 24 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 40 – 11.00 น.
  • ไฮไลต์ #4: พบข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้งส่วนลด ดอกเบี้ยพิเศษ ประกันภัยชั้นหนึ่ง แพ็กเกจบำรุงรักษา และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้กับลูกค้าที่จองรถยนต์ทุกรุ่นทุกพลังงานจาก GWM ภายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 46 นี้ และที่ พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อรับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า และความคุ้มค่าคุ้มราคาที่มากกว่าจาก GWM

 

นอกเหนือจาก 4 ไฮไลต์แล้ว GWM ยังขนไลน์อัพรถยนต์ครบทุกพลังงานและทุกเซกเมนต์ ครอบคลุมทุกตระกูลของ GWM ไม่ว่าจะเป็น NEW GWM ORA Good Cat, GWM ORA 07 ยนตรกรรมระดับมาสเตอร์พีซที่ผสานดีไซน์สปอร์ตและความสง่างามได้อย่างลงตัว ตามด้วย NEW GWM HAVAL JOLION Sport เอสยูวีที่ครบครันทุกฟังก์ชันการขับขี่ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย รวมถึง GWM TANK 300 HEV พร้อมเครื่องตกแต่งพิเศษ เพิ่มความหล่อ เท่ ในทุการขับขี่ และ GWM TANK 500 HEV เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียมที่พร้อมพิชิตทุกเส้นทาง โดยยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและความดุดันเกินคาด ปิดท้ายด้วย NEW GWM POER SAHAR รถกระบะพลังงานไฮบริดดีไซน์ล้ำสมัย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือระดับ

GWM พร้อมต้อนรับทุกท่านที่บูธ A10 ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-4 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สำหรับผู้ที่สนใจรับชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าวของ GWM จำนวน 2 รอบ รอบแรก วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป (การเปิดตัวและประกาศราคา ALL NEW GWM H6 และ NEW GWM ORA Good Cat สีใหม่) และรอบที่สอง ในวันอังคารที่ 25 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.45 น. เป็นต้นไป (การเปิดตัวและประกาศราคา NEW GWM TANK 300 DIESEL) สามารถรับชมผ่านทุกช่องทางของ GWM Thailand ทั้ง Facebook, YouTube และ TikTok

วิริยะประกันภัย รณรงค์เดินทางปลอดภัย ให้บริการตรวจรถฟรี รับเทศกาลสงกรานต์ 2568

0

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” มุ่งลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางไกล ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ พร้อมรับ “ม่านบังแดด” เป็นของที่ระลึกฟรี ! เมื่อนำรถมาใช้บริการ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 31 แห่ง ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2568

นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่ประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และร่วมกิจกรรมงานสงกรานต์ในสถานที่สำคัญต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสูญเสียดังกล่าว จึงบูรณาการความร่วมมือกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลบำรุงรักษารถยนต์ ให้พร้อมใช้งานก่อนการเดินทาง ตลอดจนสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ลูกค้าของวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็คสภาพฟรีเบื้องต้น จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ ตรวจเช็คสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบคันเร่ง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมัน ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสอบไส้กรองอากาศ ตรวจสอบคลัตซ์ ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น พร้อมรับ “ม่านบังแดด” ฟรีทันที ! เมื่อลงทะเบียนตอบแบบสอบถามผ่าน QR CODE (ของมีจำนวนจำกัด) โดยสามารถเข้ารับบริการตรวจรถฟรีได้ ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ช่วงเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2568

สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่  1) บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด 2) บริษัท วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) จำกัด 3) บริษัท เจริญภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส จำกัด 4) บริษัท นที อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด สาขา 1 5) บริษัท อู่แม่กลอง จำกัด 6) อู่ร่วมมิตรการาจ 7) บริษัท เอส ซี ซี 65 การาจ จำกัด 8) บริษัท อ.พิพัฒน์ยนต์ (1989) จำกัด 9) บริษัท คุงการาจ จำกัด 10) บริษัท เซอร์กิตบริการ จำกัด 11) บริษัท เพอร์เฟคท์ สปีด ไลน์ จำกัด 12) บริษัท อู่บอส 888 การาจ จำกัด 13) บริษัท ธนพัฒน์ ออโต้ เซ็นเตอร์ จำกัด 14) บริษัท อู่กังวานชัยการช่าง จำกัด 15) บริษัท อู่วิชัยยนต์ จำกัด 16) บริษัท เทวินทร์ คาร์เซ็นเตอร์ จำกัด 17) บริษัท อู่ เอส.เอส. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด 18) บริษัท เจ.เอส.อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด 19) บริษัท รุ่งเจริญ บอดี้ คลีนิก จำกัด 20) บริษัท สุขุมวิท เอ.ที. เซอร์วิส จำกัด 21) บริษัท นิวเพื่อนยนต์ จำกัด 22) บริษัท เซอร์กิต ติวานนท์ จำกัด 23) หจก. งามวงศ์วาน คาร์แคร์ 24) บริษัท อู่นำชัย รัตนาธิเบศร์ จำกัด 25) บริษัท ไทยรัตน์ยานยนต์ จำกัด 26) บริษัท เจริญกิจ ราชพฤกษ์ จำกัด 27) บริษัท อู่นำชัย เตาปูน จำกัด 28) บริษัท เจริญกิจ ออโต้ เซอร์วิส จำกัด 29) หจก. เจดีย์ออโต้เซอร์วิส 30) หจก. เป้งการาจ 31) หจก. สุทินคาร์เซอร์วิส

“กลุ่มชูเกียรติยนต์” ทุ่มลงทุน 100 ล้าน เปิดโชว์รูมมาสด้าและศูนย์บริการแห่งใหม่ในนครศรีธรรมราช มุ่งมั่นดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดในทุกประสบการณ์

0
มาสด้า 1

มาสด้าชูเกียรติยนต์ผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าเก่าแก่ในแถบภาคใต้ที่ดำเนินธุรกิจร่วมกันมากกว่า 40 ปี เชื่อมั่นในแผนการดำเนินธุรกิจและวิสัยทัศน์แบรนด์มาสด้า ทุ่มงบประมาณอีกกว่า 100 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่บนทำเลศักยภาพขนาดใหญ่ เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ สาขาจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมส่งมอบงานขายและงานบริการที่ครอบคลุมให้กับลูกค้าในพื้นที่ ชูจุดเด่นด้านการบริการที่ยอดเยี่ยมและเป็นไปตามมาตรฐานในทุกขั้นตอน การันตีด้วยรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม, รางวัลฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยมหลายปีติดต่อกัน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของมาสด้าและผู้จำหน่ายทั่วประเทศต่อแผนการปรับโครงสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายในประเทศไทย ที่พร้อมให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกองค์ประกอบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีเยี่ยมจากการใช้รถยนต์มาสด้าให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ คือ พันธกิจสำคัญของมาสด้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าทุกคน ภายใต้กลยุทธ์ที่สำคัญของมาสด้าตามแนวทาง Brand Value Management และ Retention Business Model เพื่อส่งมอบคุณค่าของแบรนด์ให้กับลูกค้ารู้สึกภาคภูมิใจ โดยเฉพาะการสร้างความรักและความผูกพันกับลูกค้า และการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ครั้งนี้ มาสด้าได้ร่วมมือกับผู้จำหน่าย กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์หาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างและมีประวัติการทำงานร่วมกับแบรนด์มาสด้ามาอย่างยาวนาน เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่เพิ่มเติมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในแถบภาคใต้ และมีปริมาณลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ได้ทุ่มเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้างโชว์รูมและศูนย์บริการบนพื้นที่กว่า 4 ไร่ เพื่อรองรับงานบริการด้านการขายและการบริการหลังการขาย ซึ่งมาสด้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะสามารถส่งมอบประสบการณ์บริการที่ดีที่สุด และรองรับการเข้ารับการบริการจากลูกค้ามาสด้าในแถบภาคใต้และพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี

มาสด้า 3

“ปัจจุบัน มาสด้าอยู่ในช่วงของการปรับโครงสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนแผนธุรกิจในอนาคต ทั้งในเรื่องของการสร้างคุณค่าของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบาย และมีความต่อเนื่องไม่ว่าจะไปที่โชว์รูมในพื้นที่ไหนก็ตาม โดยมาสด้าได้มอบนโยบายให้กับผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพสูง สามารถขยายพื้นที่ความรับผิดชอบในการให้บริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการกำหนดพื้นที่ PMA ใหม่ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถขยายพื้นที่การบริการออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างโมเดลธุรกิจของผู้จำหน่ายให้มีผลกำไรที่ยั่งยืนและครอบคลุมครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งการขายและการบริการทั่วทุกภูมิภาค” นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

คุณสิทธิพร ปิติเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ได้เริ่มดำเนินธุรกิจกับมาสด้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 โดยเปิดสาขาแรกที่จังหวัดปัตตานี และได้ขยายการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ สงขลา นราธิวาส และล่าสุด นครศรีธรรมราช ด้วยปณิธานในการทำธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ คือ มุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และพัฒนากลายเป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างความพึงพอใจสูงสุดในทุกขั้นตอนของการบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อลูกค้าเข้ามารับบริการไม่ว่าจะเป็นสาขาไหนก็ตาม ลูกค้าทุกคนจะได้รับการต้อนรับและประสบการณ์บนมาตรฐานเดียวกัน จากแนวคิดที่มุ่งเน้นว่าลูกค้า คือ หัวใจสำคัญของงานบริการ จึงส่งผลให้ กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์หาดใหญ่ เป็นผู้จำหน่ายมาสด้าที่สามารถคว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2558, 2559, และ 2563 รวมถึงรางวัลฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายยอดเยี่ยมประจำปี 2558-2564 ถึง 7 ปี ติดต่อกัน

มาสด้า 10

 

“แม้ว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปัจจุบันจะมีความท้าทายอย่างมาก แต่สิ่งที่มาสด้ายังคงให้ความมั่นใจกับผู้ลงทุนคือความมุ่งมั่นที่จะลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย พัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง และมีแผนในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายรุ่นในอนาคตอันใกล้ พร้อมกันนี้ กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ ยังเชื่อมั่นในปรัชญาการดำเนินธุรกิจของมาสด้า ที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและออกแบบรถยนต์ ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความรู้สึกของผู้ขับขี่ รวมถึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์เทคโนโลยียานยนต์ที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมาสด้าที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การผลิตรถยนต์ แต่ยังรวมถึงการสร้างความรักความผูกพันที่ดีกับลูกค้า การให้บริการที่เป็นเลิศ และการสร้างคุณค่าให้กับสังคมโดยรวม เพราะ “ความสุขที่มากกว่าการขับขี่” จะนำไปสู่ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าในระยะยาว เราจึงได้ขยายพื้นที่การให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 4 จังหวัดในปัจจุบัน” นายสิทธิพร กล่าว

มาสด้า 4

พร้อมกันนี้ นายสิทธิพร ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโชว์รูมและศูนย์บริการมาสด้าชูเกียรติยนต์ สาขา นครศรีธรรมราช ว่า “สาขาแห่งใหม่นี้ ถือเป็นสาขาที่ห้าของกลุ่มบริษัทในเครือชูเกียรติยนต์ โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 4 ไร่ บริเวณสี่แยกเบญจม ใกล้แหล่งชุมชนและไฮเปอร์ซุปเปอร์มาเก็ต โดยประกอบไปด้วยโชว์รูมที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถจัดแสดงรถมาสด้าได้อย่างครบถ้วนทุกรุ่น ทำให้ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมรถคันจริงได้ นอกจากนั้น ยังพร้อมสำหรับให้การบริการหลังการขาย ด้วยจำนวนช่องซ่อมมากถึง 17 ช่องซ่อม สามารถรองรับรถยนต์ที่มาใช้บริการได้สูงสุด 50 คันต่อวัน หรือ มากกกว่า 1,200 คันต่อเดือน รวมถึงมีทีมงานและช่างซ่อมบำรุงที่มีทักษะความเชี่ยวชาญสูง ผ่านการฝึกอบรมและรับรองมาตรฐานจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายความครบครันทุกองค์ประกอบ จึงมั่นใจว่า สาขานครศรีธรรมราช จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีในการบริการให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี” นายสิทธิพร กล่าว

มาสด้า 6

หลังจากนี้ มาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลังเพื่อพัฒนาประสบการณ์ในทุกมิติที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ อันรวมถึงงานขายและงานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อแทนคำมั่นสัญญาและให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้าไปตลอดอายุการใช้งาน โดยสร้างประสบการณ์ความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้แบรนด์มาสด้าเติบโตอย่างยั่งยืนคู่กับลูกค้าคนไทยและสังคมไทยตลอดไป

กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ ปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการ ทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาหาดใหญ่ สาขาสงขลา (บางดาน) สาขาปัตตานี สาขานราธิวาส และสาขาล่าสุด คือ สาขานครศรีธรรมราช (สี่แยกเบญจม) นอกจากนี้ยังมีศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน ที่สาขาหาดใหญ่และสาขาปัตตานี

มาสด้า 7

สำหรับลูกค้ามาสด้าในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่สนใจเพื่อนำรถเข้ารับการบริการ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ หมายเลข 075-347774 หรือ 093-5800505 หรือพิกัดแผนที่โชว์รูมนครศรีธรรมราช https://maps.app.goo.gl/x6XLXcgCVHUijMy59

“ปอร์เช่ ประเทศไทย” และ” Das Treffen “จัดงาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป เฉลิมฉลองเสน่ห์ของรถสปอร์ตปอร์เช่เปิดประทุน

0
ปอร์เช่ ประเทศไทย 1

ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมกับ Das Treffen จัดงาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอเสน่ห์เหนือกาลเวลาของรถสปอร์ตเปิดประทุนจากปอร์เช่ (Porsche) ในบรรยากาศสุดพิเศษ ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ 911 สปีดสเตอร์ (911 Speedster) ปี 2018 และ 911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (911 Turbo S Cabriolet) รุ่นล่าสุด ที่สะกดทุกสายตา มอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถเปิดประทุนในประเทศไทย

ปอร์เช่ ประเทศไทย 2

คาบริโอเลต (Cabriolet), (ทาร์กา) Targa, สไปเดอร์ (Spyder) และ สปีดสเตอร์ (Speedster) คือชื่อที่สะท้อนความคลาสสิกของรถสปอร์ตเปิดประทุนจากปอร์เช่ (Porsche) แต่ละรุ่นได้รับการออกแบบให้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก เพื่อเฉลิมฉลองเสน่ห์เฉพาะตัวของรถ ปอร์เช่ (Porsche) เปิดประทุน ปอร์เช่ ประเทศไทย จึงร่วมกับ Das Treffen ซึ่งเป็นผู้จัดงานการรวมตัวของแฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงาน ” Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป ณ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นำเสนอที่สุดแห่งเสน่ห์ของยนตรกรรมเปิดประทุน พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษให้กับผู้หลงใหลในความงามของปอร์เช่

ปอร์เช่ ประเทศไทย 3

งาน “Das Treffen: Roofless” ป๊อปอัป จัดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม 2025 ซึ่งได้รวบรวมรถปอร์เช่ (Porsche) เปิดประทุนจำนวน 26 คัน จากกลุ่มคนผู้รักปอร์เช่ (Porsche) ในประเทศไทย มารวมตัวกัน ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้สาธารณชนได้สัมผัสความงดงามเหนือกาลเวลาของรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับไอคอน พร้อมสร้างพื้นที่ให้แฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันความหลงใหลในการขับขี่แบบเปิดประทุน

ปอร์เช่ ประเทศไทย 6

 

เพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานป๊อปอัปสุดพิเศษนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย (Porsche Thailand) ยังได้นำรถปอร์เช่ เปิดประทุนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 4 คัน มาร่วมจัดแสดง ได้แก่:

911 Turbo S Cabriolet สี Ice Grey Metallic รุ่นสุดยอดยนตรกรรมในตระกูล 911 Cabriolet

911 Targa 4S สี Ruby Star Neo โทนสีโดดเด่นที่เข้ากันอย่างลงตัวกับตัวถัง Targa อันเป็นเอกลักษณ์

911 Speedster สี Lizard Green สะท้อนจิตวิญญาณการขับขี่แบบเปิดประทุนอย่างแท้จริง

718 Boxster GTS 4.0 สี Gentian Blue Metallic ที่มอบทั้งความคล่องตัวและสมรรถนะสุดเร้าใจ

นอกจากการจัดแสดงรถเปิดประทุน ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังนำไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม่ (Taycan 4S Cross Turismo) และมาคันน์ เทอร์โบ (Macan Turbo) มาจัดแสดง เพื่อนำเสนอสุดยอดแห่งความหรูหรา อเนกประสงค์ และสมรรถนะไฟฟ้าตามแบบฉบับของปอร์เช่ (Porsche)

ปอร์เช่ ประเทศไทย 5

นอกจากนี้ แฟนๆ ยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษที่บูธของปอร์เช่ ประเทศไทย พร้อมเลือกซื้อสินค้าคอลเลกชันจาก Porsche Lifestyle โดยทุกการซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมพิเศษ เพื่อลุ้นรับ แพตช์ลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย โดยมีทั้งหมด 5 ดีไซน์ ให้สะสม

ปอร์เช่ ประเทศไทย 7

งานนี้ยังเพิ่มความสนุกด้วย เสียงเพลงมันส์ๆ จากดีเจ อาหารและเครื่องดื่มสุดสดชื่น พร้อมมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ที่รังสรรค์มาให้กับแฟนๆ ปอร์เช่ (Porsche) ทุกวัย

คุณไมเคิล เวตเตอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “งาน ‘Das Treffen: Roofless’ ไม่ใช่เพียงแค่งานจัดแสดงรถสปอร์ตเท่านั้น แต่เป็นการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุนที่สืบทอดผ่านกาลเวลา เราต้องการนำเสนอความงามและเอกลักษณ์ของยนตรกรรมระดับไอคอนของปอร์เช่ ซึ่งเป็นที่รักของแฟนๆ ทั่วโลก ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้หลงใหลในเสน่ห์ของรถเปิดประทุน และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับชุมชนปอร์เช่ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ณ เซ็นทรัลเวิลด์แห่งนี้ พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแฟนๆ ของเราในประเทศไทย”

ปอร์เช่ ประเทศไทย 6