Home Blog Page 121

“ฮอนด้า” เคาะราคา ‘ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่’พิเศษช่วงเปิดตัว เพียง 899,000 บาท

0
ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาและเปิดจำหน่าย ‘ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่’ รุ่นไมเนอร์เชนจ์ อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเป็นเอสยูวียอดนิยม ที่พร้อมตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น โดยราคาทั้ง 3 รุ่นย่อย ได้แก่

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 2

•รุ่น e:HEV E ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว 899,000 บาท* จำนวนจำกัด เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 ให้ลูกค้า
ได้สัมผัสกับไฮบริดเอสยูวีที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย (ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 949,000บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป)

•รุ่น e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท ราคาเดิม! เพิ่มเติมฟังก์ชันที่เติมเต็มทุกการใช้งาน

•รุ่น e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท ราคาเดิม! ที่อัปลุคดีไซน์แบบสปอร์ตเอกซ์คลูซีฟ
พร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครัน

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมหลากหลายข้อเสนอพิเศษ* ที่มอบความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ อาทิ
รุ่น e:HEV E เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 มกราคม 2568 รับข้อเสนอ

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 3
•ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69%* (ส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ 0.30%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) และดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมงเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

•ทางเลือกที่ 2: ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
-ค่างวดเริ่มต้นเพียง 9,328 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
-ฟรีประกันภัย 1 ปี
-ฟรีรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

รุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL เมื่อจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 รับข้อเสนอ

•ทางเลือกที่ 1: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69%* (ส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษ 0.30%) สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) และดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมรับ ‘Honda Exclusive Care’ ประกอบด้วย
-ฟรีประกันภัย 1 ปี
-ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
-ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

•ทางเลือกที่ 2: ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ
-รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 2,700 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 32,400 บาท
-ค่างวดเริ่มต้นเพียง 8,495 บาท หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
-พร้อมรับ ‘Honda Exclusive Care’ รวมมูลค่า 157,000 บาท ประกอบด้วย
ฟรีประกันภัย 1 ปี
ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
ข้อเสนอพิเศษรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ ‘Honda Happy Trade-in’ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ
รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568
ทุกรุ่น รับเพิ่มฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ตั้งแต่ 10 กันยายน 2567 – 7 พฤศจิกายน 2567 พร้อมจองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 หรือสำหรับลูกค้าใหม่ที่จองตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2567 – 27 พฤศจิกายน 2567 และรับรถตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 5

ไฮไลต์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่
ดีไซน์ภายนอก
•ทุกรุ่น ได้รับการออกแบบด้านหน้าดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับกระจังหน้าใหม่ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะรุ่น โดยรุ่น e:HEV RS มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ตในดีไซน์ใหม่ และรุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV E มาพร้อมกระจังหน้าใหม่ สีเดียวกับตัวรถ

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 6
•ใหม่! รุ่น e:HEV RS มาพร้อมไฟท้ายแบบ Full LED Light Strip ดีไซน์ใหม่ สี Smoke

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 8
•ใหม่! รุ่น e:HEV RS มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว กับสีใหม่ สีดำ Berlina Black แบบ Diamond Cut

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 7
•สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่! สีกากีแซนด์ (มุก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน (เฉพาะรุ่น e:HEV EL และ e:HEV RS) สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมหลังคาสีดำสไตล์ทูโทน (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) พร้อมด้วยสีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก)

ดีไซน์ภายใน
•ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย โดยทุกรุ่นได้รับการออกแบบคอนโซลกลางใหม่ ด้วยการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนทั้งส่วนบนและส่วนล่าง โดยมาพร้อมช่องเก็บของพร้อมถาดอเนกประสงค์ มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการใช้งาน

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 9
•ใหม่! ทุกรุ่นมาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 10
•ใหม่! ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมการอัปเกรดช่องเชื่อมต่อ USB เป็นทั้งหมด 4 ช่อง ได้แก่ ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C จำนวน 3 ช่อง (ด้านหน้า 1 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง) และช่องเชื่อมต่อ USB Type-A ด้านหน้า จำนวน 1 ช่อง
•มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อม ใหม่! จอแสดงไฟเบรก
เทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัยเพื่อความสะดวกสบาย ที่เพิ่มเติมในหลากรุ่น** ตอบโจทย์สมาร์ตไลฟ์สไตล์ มอบความคุ้มค่าในการใช้งาน

ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี 12
•ใหม่! รุ่น e:HEV EL เพิ่มเบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
•ใหม่! รุ่น e:HEV EL เพิ่มอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
•ใหม่! รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV E อัปเกรดช่องเชื่อมต่อ USB เป็นทั้งหมด 4 ช่อง ได้แก่
ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C จำนวน 3 ช่อง (ด้านหน้า 1 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง) และช่องเชื่อมต่อ USB Type-A ด้านหน้า จำนวน 1 ช่อง
•ใหม่! รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV E แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าแบบมีฝาปิด มาพร้อมไฟส่องสว่าง
•ใหม่! รุ่น e:HEV E เพิ่มช่องปรับอากาศตอนหลัง
•ใหม่! รุ่น e:HEV E เพิ่มจำนวนลำโพงเป็น 6 ตำแหน่ง
เทคโนโลยีความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่ล้ำสมัย** มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง
•ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่เพิ่มเติมฟังก์ชันใหม่!
ในรุ่น e:HEV RS มาพร้อมระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB)
•ใหม่! รุ่น e:HEV RS มาพร้อมไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
•ใหม่! รุ่น e:HEV RS มาพร้อมเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด
•ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control: HDC)
•ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
•ระบบ Auto Brake Hold
•ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) (รุ่น e:HEV EL และรุ่น e:HEV RS)
ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ทรงพลัง อัตราเร่งทันใจ แต่ให้อัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม
•ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่มอบสมรรถนะทรงพลังจากการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจ มั่นใจในทุกการออกตัวด้วยแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบต่อนาที
•ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 94 กรัม/กิโลเมตร ให้คุณก้าวสู่ทุกจุดหมายได้อย่างอิสระ พาคุณไปได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง***
สมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่น ขับสนุกสไตล์เอสยูวี
•มาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบ
ทอร์ชันบีม โดยพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ ให้การทรงตัวที่ดีเยี่ยมและความคล่องตัวในการขับขี่
•รุ่น e:HEV RS มาพร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าพร้อมอัตราทดเกียร์แบบแปรผัน (VGR) ที่สามารถปรับอัตราทดพวงมาลัยได้แปรผันตามความเร็วและมุมเลี้ยวของพวงมาลัย มอบเสถียรภาพและความมั่นใจในการขับขี่ในทุกย่านความเร็ว อีกทั้งการบังคับเลี้ยวเข้าโค้งที่ควบคุมได้ดั่งใจ

อัปลุคสปอร์ตพรีเมียมอีกขั้นด้วยอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo
มาพร้อมแนวคิด “More Premium and Sporty SUV” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ สเกิร์ตหน้า ราคา 11,000 บาท สเกิร์ตหลัง (แบบ 2 ชิ้น) ราคา 6,000 บาท ชุดตกแต่งประตูข้าง ราคา 11,000 บาท ที่มาพร้อมสี Shark Gray เสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้น อีกทั้งกระจังหน้า ราคา 21,500 บาท ฟิล์มตกแต่งเสาประตูหลัง ราคา 2,500 บาท ชุดโลโก้สีดำ ราคา 1,300 บาท ชุดไฟส่องสว่างบริเวณฝาท้ายรถ ราคา 2,500 บาท หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ได้แก่
•Modulo Urban Package (สี Shark Gray) ราคา 21,000 บาท ประกอบด้วยสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง
(แบบ 2 ชิ้น) และชุดตกแต่งประตูข้าง
•Utility Package ราคา 4,800 บาท ประกอบด้วยม่านบังแดดผู้โดยสารตอนหลัง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้ายรถ
ดูรายละเอียดชุดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/products/hrv

พิเศษ! ครั้งแรกกับชุดแต่ง MUGEN เอาใจสาวกฮอนด้า
อุปกรณ์ตกแต่งจาก MUGEN สำนักแต่งรถชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น
ยกระดับความแกร่งสไตล์สปอร์ตในแนวคิด ‘Sporty Energize with Aggressive Styling’ กับอุปกรณ์ตกแต่งมูเกน (MUGEN) ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน และหลากหลายไอเท็มให้เลือกตกแต่งจัดเต็มความสปอร์ต อาทิ สปอยเลอร์หน้า สปอยเลอร์หลัง และสเกิร์ตข้าง โดยจะประกาศรายละเอียดการจำหน่ายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567

สัมผัส ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ และพบกันที่บูทฮอนด้า (A08) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 (The 41st Thailand International Motor Expo 2024) ณ อาคาร IMPACT Challenger เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/hrvehev

“ไพรม์มัส พัทยา” เพิ่มศักยภาพบริการซ่อมสีและตัวถังรถ EV ผงาดสู่มาตรฐานระดับสูงสุด Mercedes-Benz

0

“ไพรม์มัส พัทยา” เพิ่มศักยภาพด้านบริการหลังการขาย เดินหน้ายกระดับงานซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้า สู่ความสมบูรณ์แบบสูงสุดของมาตรฐาน MercedesBenz พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ฟรี! ค่า Excess เมื่อ “เคลมสีรอบคัน” หรือ ฟรี! แบตเตอรี่สำรอง เมื่อมียอดใช้จ่าย 20,000 บาทขึ้นไป หมดเขต 15 ธ.ค.67 เฉพาะที่ ไพรม์มัส พัทยา เท่านั้น

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่มุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างเต็มประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการคัดสรรเครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีอันสมัย เพื่อยกระดับการบริการและรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

ล่าสุด “ไพรม์มัส พัทยา” ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการซ่อมสีและตัวถังของ Mercedes-Benz ด้วยการเพิ่มศักยภาพ ให้แก่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ โดยเข้ารับการอบรมทักษะงานซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการฝึกทักษะความชำนาญการถอด ตัด เชื่อม ต่อ โครงสร้างตัวถังหลัก ทั้งแบบเหล็ก อลูมิเนียม และโลหะอื่น ทำให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจวัสดุ โครงสร้างตัวถัง ระบบการทำงาน และเทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน

พร้อมกันนี้ ทาง “ไพรม์มัส พัทยา” ได้เลือกสรรอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษมาตรฐานสูงสำหรับงานซ่อมสี-ตัวถัง โดยเฉพาะ อาทิ ชุดเครื่องมือ Car-O-Liner, ชุดตรวจวัดตัวถังระบบคอมพิวเตอร์, ชุดแท่นดึงตัวถัง CELETTE X-ONE, ห้องอบ-พ่นสี NOVA VERTA และระบบอบสีแขนกลอินฟราเรด TECOPOINT  พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ทุกชิ้นงานจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ด้วยเครื่องมือ

ตรวจวัดค่าสี ภายใต้อุโมงค์ไฟส่องสว่างสูงถึง 1,500 Lux ทำให้ทุกงานซ่อมมีคุณภาพและสมบูรณ์แบบมากสุด ทั้งรองรับงานซ่อมหนัก-เบาของรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมได้ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์อีกด้วย

ปัจจุบัน ศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz ของ ไพรม์มัส พัทยา” ด้านงานซ่อมสีและตัวถัง ตั้งอยู่ที่พัทยา-นาจอมเทียน มีช่องซ่อมทั้งหมด 17 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากกว่า 200 คันต่อเดือน ด้วยบริการที่หลากหลายและครบวงจรสำหรับรองรับรถยนต์ทั้งแบบเครื่องยนต์ และแบบไฟฟ้า ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์ และรับงานซ่อมจากบริษัทประกันภัยชั้นนำทุกแห่ง โดยมีทีมฉพาะสำหรับประสานงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าบริษัทประกันภัย เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถัง ที่ ไพรม์มัส พัทยา” ทั้งมีบริการนัดหมายล่วงหน้า และติดตามสถานะการซ่อมในทุกขั้นตอนอีกด้วย

ทาง “ไพรม์มัส พัทยา” ขอเชิญชวนลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ความเป็นผู้นำด้านบริการหลังการขาย ด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรี! ค่า Excess เมื่อนำรถยนต์ Mercedes-Benz เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถังรอบคัน หรือเลือกรับแคมเปญ Power your Star เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการซ่อมบำรุงทั่วไป หรือซื้อสินค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์คอลเลคชัน (เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด) มียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป รับฟรี! แบตเตอรี่สำรอง มูลค่าสูงสุด 12,360 บาท หรือส่วนลด 50% สำหรับค่าแบตเตอรี่ มูลค่าสูงสุด 12,000 บาท  (ไม่รวมค่าแรง)

พิเศษ! เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต ยูโอบี เมอร์เซเดส รับเครดิตเงินคืน 15% เมื่อมียอดค่าใช้จ่าย 9,000 บาทขึ้นไป /คำสั่งซื้อ และรับคะแนนสะสมพิเศษ 20 เท่า (ทุกการใช้จ่าย 25 บาท)  ที่ “ไพรม์มัส พัทยา” เฟส 1 นาจอมเทียน และเฟส 2 พัทยาใต้ หมดเขต 15 ธันวาคม 2567  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ไพรม์มัส พัทยา” โทร.038 051 555 หรือ Line : @primuspattaya

บีวายดี และ เรเว่ มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ บีวายดี ร่วมงาน เปิดตัวภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ “Red One” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

0
BYD 1

บีวายดี บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบีวายดีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้จับมือพันธมิตรอย่าง วอร์เนอร์บราเธอส์พิคเจอส์ เปิดตัวภาพยนตร์แอคชั่นผจญภัยฟอร์มยักษ์ Red One (เรด วัน) ซึ่งจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป การจับมือกันครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพื่อมอบความบันเทิงที่ตื่นเต้นเร้าใจ แต่ยังเป็นการนำเสนอนวัตกรรมและความยั่งยืนที่บีวายดีให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

BYD 2

นอกจากนี้ บีวายดีและเรเว่ ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ได้เข้าร่วมงานรอบปฐมทัศน์ของหนังฟอร์มยักษ์ จัดที่นั่งพิเศษกว่า 350 ที่นั่งสำหรับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ BYD รับชมภาพยนตร์ก่อนใคร พร้อมรับของที่ระลึกในธีมภาพยนตร์ อีกทั้งภายในงานยังมีการจัดบูธป๊อปอัพในธีม Red One ที่จัดเตรียมไว้ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น เช่น การนำเสนอเบื้องหลังการถ่ายทำ และร่วมสนุกกับกิจกรรมในธีมภาพยนตร์อีกด้วย

นายเคอ ยู่ปิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การร่วมมือกับวอร์เนอร์บราเธอส์พิคเจอส์ ในการเปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Red One ถือเป็นโอกาสที่ดีที่บีวายดีจะได้สร้างประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าและแฟนภาพยนตร์ ด้วยความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนและนวัตกรรม บีวายดีเชื่อว่า Red One จะเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงการสร้างสรรค์และความกล้าในการท้าทายเพื่อสิ่งใหม่ ๆ ที่มีคุณค่า”

บีวายดี เรเว่ และวอร์เนอร์บราเธอส์พิคเจอส์ ตั้งใจมอบความบันเทิงระดับบล็อกบัสเตอร์สู่ผู้ชมทั่วประเทศไทย โดยความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำถึงความทุ่มเทของบีวายดีในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าและแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขอบคุณความไว้วางใจและการสนับสนุนจากลูกค้าซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโต นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงแนวคิดสร้างสรรค์และความกล้าท้าทายที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบีวายดีในการสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน

โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 9 ปี อัดแคมเปญดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ย 0% ทุกรุ่น* พร้อมดัน “The Kia Sorento PHEV” เป็นรถธง ตีตลาดรถไฮบริด SUV

0

โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป ดีลเลอร์ยอดขายและบริการ รถยนต์เกียสูงสุดที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจมาโดยตลอด ฉลองครบรอบ 9 ปี ทั้ง 2 สาขา คือ สาขารังสิต และ สาขาพระราม 2 อัดแคมเปญแรงรับงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ดอกเบี้ย 0% ทุกรุ่น* (ยกเว้น EV5 AWD และ EV9) พิเศษสำหรับลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการ จะได้รับส่วนลดเป็นเงินสดจากการสะสมแต้ม ยิ่งไปกว่านั้น จะเสริมความแข็งแกร่งด้านยอดขายของThe Kia Carnival และ EV5 ด้วยการเป็นศูนย์กลางในการจำหน่าย SUV ขนาดใหญ่ The Kia Sorento PHEV” รถ SUV ยอดนิยมครองอันดับสูงสุดยอดขายเกียทั่วโลก

นายอภิเชต สีตกะลิน ประธานบริหาร โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป กล่าวว่า “โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป เกิดขึ้นจากการรวมตัวของผู้บริหารค่ายรถยนต์ ฝ่ายขาย และฝ่ายบริการที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี จึงเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของสินค้า และการบริการหลังการขาย แก้ไขปัญหาได้จบแน่นอน (Fixed It Right At First Time) จนเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์เกีย โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เราคือหนึ่งในผู้นำด้านยอดขายและบริการมาโดยตลอด และเป็นดีลเลอร์เกียเพียงรายเดียวที่มีถึง 2 สาขา ด้วยยอดขายรวมกว่า 1,900 คัน มีลูกค้าให้ความไว้วางใจเข้ารับการบริการหลังการขายโดยเฉลี่ยเดือนละกว่า 500 คัน คาดการณ์รายได้รวมจนถึงสิ้นปี 2567 ทะลุ 3,900 ล้านบาท

ที่ผ่านมา รถธงที่สร้างยอดขายให้เกียคือ The Kia Carnival รถอเนกประสงค์ 11 ที่นั่ง ที่ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ ยิ่งทางเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) รุกตลาดมากขึ้น มีรถยนต์ไฟฟ้า EV5 และ EV9 เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ถือเป็นโอกาสของดีลเลอร์ที่จะขยายฐานลูกค้าให้กว้างออกไปจากกลุ่มเดิมๆ

อย่างไรก็ตามในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างรถน้ำมัน กับรถยนต์ไฟฟ้า The Kia Sorento PHEV” SUV ไฮบริดถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยจุดเด่น “ความสุนทรีย์ในการขับขี่ทุกเส้นทาง” The Kia Sorento PHEV ปลั๊กอินไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน AWD มั่นใจในการขับขี่ทุกสภาพถนน ปลอดภัยเหนือระดับด้วยระบบช่วยการขับขี่ ADAS 6 ระบบรอบคัน ภายในกว้างขวาง เบาะ 3 แถว ขนาดใหญ่ ประหยัดเชื้อเพลิง และสามารถวิ่งด้วยระบบ EV ไฟฟ้าล้วนได้ถึง 66 กิโลเมตร ราคา 2.099ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกซื้อได้หลากหลาย

 

โคเรียมอเตอร์กรุ๊ป พร้อมก้าวไปสู่ปีที่ 10 อย่างมั่นคง และดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด รักษามาตรฐานความเป็นมืออาชีพตัวจริง ตั้งแต่งานขายรถ ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ลูกค้าสะดวกที่สาขารังสิต หรือ สาขาพระราม 2 ก็สามารถแวะเข้าไปเยี่ยมชม และทดสอบรถได้ทุกวัน มีบริการนำรถไปให้ทดสอบถึงหน้าบ้าน ที่สำคัญที่สุด “ถ้าจะซื้อรถเกีย ใช้รถเกีย ต้องนึกถึงโคเรียมอเตอร์กรุ๊ป เกีย รังสิต และ เกีย พระราม 2 เท่านั้น” นายอภิเชต กล่าวสรุป

เปิดยิ่งใหญ่…บางจาก บลูมมิ่ง เทลส์ สถานีบริการน้ำมันครบวงจรที่ “สวยสดชื่น” ที่สุด

0
บางจาก บลูมมิ่ง เทลส์ 1

เปิดสถานีบริการน้ำมันครบวงจรแห่งใหม่ล่าสุด “บางจาก บลูมมิ่งเทลส์ @พุทธมณฑลสาย 3” อย่างเป็นทางการ ที่สุดแห่งทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ท่ามกลางมนต์เสน่ห์แห่งความสุขสนุกเบิกบาน พร้อมเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นโดยรอบ

บางจาก  3

สถานีบริการน้ำมัน บางจาก บลูมมิ่งเทลส์ @พุทธมณฑลสาย 3 ได้รับเกียรติอย่างสูงจากผู้ใหญ่หลากหลายวงการมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดในครั้งนี้ ได้แก่ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นายทนง ลี้อิสสระนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด นายวัฒนา พรพัฒน์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นางจันดา สายสมร กรรมการบริหาร บริษัท บลูมมิ่งเทลส์ จำกัด และ นางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการบริหาร บริษัท บลูมมิ่งเทลส์ จำกัด

บางจาก 4

นางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการบริหาร บริษัท บลูมมิ่งเทลส์ จำกัด กล่าวว่า การเปิดสถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ ถือเป็นการเข้าสู่ไลน์ธุรกิจใหม่ นอกเหนือจากการจำหน่ายน้ำมันแล้ว ทางบลูมมิ่งเทลส์ยังตั้งใจให้บริการชุมชนใกล้เคียงเป็นการเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นโดยรอบ ด้วยการนำความแปลกใหม่และแตกต่างที่น่าสนใจมานำเสนอ นำแนวคิดจากแรงบันดาลใจแห่งความสดชื่น ถ่ายทอดสู่เสน่ห์แห่งการออกแบบให้ทุกตารางนิ้วอบอวลไปด้วยความสุขและความเบิกบาน

บางจาก 5

ภูมิสถาปัตย์ทุกตารางนิ้วแฝงเร้นมนต์เสน่ห์แห่งพันธุ์ไม้ รวมถึงนำสัญลักษณ์ดอกแค ของเขตบางแค และต้นไม้ประจำท้องถิ่นนานาพันธุ์มาใช้ในการออกแบบตกแต่งสถานที่ให้เป็นพื้นที่สีเขียว มีทั้งกล้วยไม้ ชวนชม ลีลาวดี และอินทนิล โดยมีร้านอินทนิลคาเฟ่เป็นแลนด์มาร์ค เติมความสดชื่นให้ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือนได้เต็มเปี่ยมพลังกายและใจก่อนออกเดินทาง

สถานีบริการน้ำมัน บางจาก บลูมมิ่งเทลส์ บนเนื้อที่กว่า 6 ไร่ติดถนน 6 เลนบนถนนพุทธมณฑลสาย 3 เชื่อมต่อเพชรเกษม-บรมราชชนนี และถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ใจกลางแหล่งที่อยู่อาศัยไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่ง อาทิ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี โรงเรียนกสินธร อะคาเดมี่ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศธนบุรี สนามแบตมินตันบ้านทองหยอด โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ตลาดสนามหลวง 2 ถนนอักษะที่สวยที่สุดในประเทศไทย

บางจาก 7

ภายในสถานีบริการน้ำมัน พร้อมพรั่งด้วยร้านค้า ร้านอาหารอร่อย และบริการอื่นๆ มากมายครบครัน ทั้งอินทนิลคาเฟ่/ มิสเตอร์โดนัท/ บลูมมิ่งดีไลท์/ ก๋วยจั๊บญวน by ป.อุบล และข้าวแกงครัวสยาม/ นับแคล/ ซินไฉฮั้ว/ ตำยำนัว บายเจ๊พีซ/ ครัวเพียงฝัน/ เต๋วชิ้นปลา/ Beauty Salon by Seanava/ วราภรณ์ และ Ai-Cha (ไอชา) เป็นต้น

พร้อมจุด EV Charging Station ล้ำสมัย พื้นที่รองรับการจอดรถมากกว่า 100 คัน นอกจากนี้ทางสถานียังให้ความสำคัญกับห้องน้ำสะอาด Blooming Toilet ที่ออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์ และได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนสำนักงานเขตบางแค ประเภทกลุ่มสถานีบริการเชื้อเพลิง เข้าร่วมกิจกรรมการประกวดห้องน้ำขวัญใจมหาชนแห่งปีของกรุงเทพมหานคร รวมถึงได้รับป้ายมาตรฐาน HAPPY TOILET ให้เป็นห้องน้ำถูกสุขลักษณะระดับดีเยี่ยมจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขอีกด้วย

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” ผุด 3 ทางเลือก ในการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่าง กับโปรฯ สุดปัง ข้อเสนอเดียวกับ Motor Expo 2024

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เร่งเครื่องส่งท้ายปีอัดโปรโมชันสุดคุ้ม สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองเจ้าเหมียวไฟฟ้ายอดนิยม GWM ORA Good Cat รุ่น PRO, ULTRA และ GT ที่มาพร้อมดีไซน์สุดทันสมัยและฟังก์ชันการใช้งานสุดครบครัน รวมถึงประสิทธิภาพการขับขี่ที่โดดเด่น และเทคโนโลยีแห่งอนาคต กับข้อเสนอ 3 ทางเลือกสุดคุ้มค่า ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของคนรุ่นใหม่ ทั้งการนำรถยนต์คันเก่ามาแลกรับส่วนลดเพิ่มเติม หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน หรือ เลือกรับ Home Charger พร้อมแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) โดยข้อเสนอดังกล่าวมีมูลค่าโดยรวมเทียบเท่ากับโปรโมชันของ GWM ORA Good Cat ในเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากแฟน ๆ แต่เพิ่มทางเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้ายอดนิยมได้ง่ายขึ้น ซึ่งทั้ง 3 ทางเลือกนี้ เป็นข้อเสนอเดียวกับในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 Thailand International Motor Expo 2024 ที่กำลังจะจัดขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่ารอช้า เลือกแบบที่ใช่สำหรับตัวเอง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 นี้เท่านั้น

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เลือกข้อเสนอที่ใช่ ในการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ได้ง่าย ๆ กับ 3 ทางเลือกสุดพิเศษ!*

•ทางเลือกที่ 1 : คันเก่าอย่าทิ้ง แลกรับส่วนลดเพิ่มสุดคุ้ม
รับทันทีส่วนลด 170,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 240,000 บาท (รุ่น GT) พร้อมรับเพิ่มอีก 30,000 บาท กรณีนำรถยนต์เก่ารุ่นใดแบรนด์ใดก็ได้มาแลกรถยนต์ใหม่ (Trade-in) โดยข้อเสนอดังกล่าวจะไม่รวม Home Charger มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท และแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) มูลค่า 11,000 บาท ซึ่งลูกค้าจะต้องชำระเงินซื้อเพิ่มเติมต่างหาก ทางเลือกนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำรถยนต์ตัวเก่ามาแลกซื้อแบบคุ้มค่าที่สุด

•ทางเลือกที่ 2 : ผ่อนจ่ายคล่องตัวกับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน
รับทันทีส่วนลด 150,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 210,000 บาท (รุ่น GT) พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน สำหรับเงินดาวน์ 25% มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 48,000 บาท สำหรับรุ่น PRO และ 55,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ 66,000 บาท สำหรับรุ่น GT ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการซื้อรถแบบผ่อนชำระแบบปลอดดอกเบี้ย คุ้มค่าคุ้มราคาเช่นกัน ซึ่งทางเลือกนี้ไม่รวม Home Charger มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท และแพ็กเกจการบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) มูลค่า 11,000 บาท ซึ่งลูกค้าจะต้องชำระเงินซื้อเพิ่มเติม

•ทางเลือกที่ 3 : ครบเครื่องเรื่องความสะดวกสบาย หายห่วงเรื่องการบำรุงรักษา อุ่นใจไร้กังวลแบบยาว ๆ
รับทันทีส่วนลด 170,000 บาท (รุ่น PRO และ ULTRA) และ 240,000 บาท (รุ่น GT) พร้อม Home Charger มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท และแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) มูลค่า 11,000 บาท ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกับเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อมอบความสะดวกสบายแบบครบวงจร ทั้งด้านการชาร์จและการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการความอุ่นใจไร้กังวล มีทุกสิ่งครบครัน พร้อมใช้งานรถยนต์ทันที หลังจากการชำระเงินและรับมอบรถยนต์

GWM ORA Good Cat ทุกรุ่นมาพร้อมกับการรับประกันภัยชั้น 1 นานถึง 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท บริการระบบตรวจสอบและสั่งการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถนาน 3 ปีเต็ม มูลค่า 10,500 บาท รวมถึงการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

* เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ NEW GWM ORA GOOD CAT ได้ที่ https://www.gwm.co.th/Deal.html?type=ora, NEW GWM ORA GOOD CAT GT ได้ที่ https://www.gwm.co.th/Deal.html?type=oragt
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

ห้ามพลาด สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เปี่ยมด้วยดีไซน์อันโดดเด่นและเทคโนโลยีอัจฉริยะในราคาสุดคุ้มกับ GWM ORA Good Cat ย้ำ! โปรโมชันและดีลพิเศษทั้ง 3 ทางเลือกนี้ เป็นข้อเสนอเดียวกับงาน Thailand International Motor Expo 2024 สัมผัสและสามารถจับจองได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 นี้เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 หรือ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ และเว็บไซต์ https://www.gwm.co.th

“อีเทอนิตี้ แอทวัน” ทุ่มงบเปิด “AVATR BANGNA” โชว์รูมมาตรฐานและศูนย์บริการครบวงจร แห่งแรกในเซาท์อีสเอเชีย

0
อีเทอนิตี้ แอทวัน 1

Eternity at One (อีเทอร์นิตี้แอทวัน) ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ “AVATR” (อวาทาร์) เดินหน้ารุกตลาดรถไฟฟ้าพรีเมียม ทุ่มงบกว่า 20 ล้าน เปิด AVATR BANGNA โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งแรกในเซาท์อีสต์เอเชีย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมสร้างประสบการณ์ ความประทับใจการขับเคลื่อนยนตรกรรมระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อีเทอนิตี้ แอทวัน 2

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า AVATR เปิดเผยว่า CHANGAN (ฉางอาน) เป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการวางกลยุทธ์ให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ซึ่งหลังจากที่มีการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-จีน ในการนำเข้ารถ EV จากจีนทำให้รถ EV จากจีนได้แต้มต่อในการแข่งขันในวงการยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ EV จากจีนเป็นได้รับความเชื่อถือจากคนไทยและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น เพราะสามารถตอบสนองความต้องการและตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามการดำเนินธุรกิจในไทย CHANGAN ให้ความสำคัญมุ่งเน้นด้านบริการหลังการขายและยึดมั่นส่งมอบสินค้าที่ดีที่สุดและคุ้มค่ามากที่สุดสู่ผู้บริโภค ล่าสุดจึงได้นำ AVATR 11 เข้ามาเจาะตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งบริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด ได้รับความไว้วางใจจาก CHANGAN ให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า AVATR ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

อีเทอนิตี้ แอทวัน 4

“ AVATR 11 ถูกวางไว้ในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม และเป็นโปรดักส์เรือธง (Flagship) ที่ช่วยเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กับภาพลักษณ์แบรนด์ในเครือ CHANGAN ทั้งนี้หลังจากเปิดตัวแบรนด์และเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น AVATR 11 พวงมาลัยขวาในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้มียอดจองเข้ามาอย่างล้นหลามโดยเฉพาะช่วงเดือนแรกหลังเปิดตัว และยังคงมีการจองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2567 ตั้งเป้าจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า AVATR 11 ไว้ 500 คัน ซึ่งปัจจุบันยอดจองและยอดจำหน่ายใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตามในช่วงโค้งสุดท้ายของปีจะมีการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง Mass Media เพื่อสร้างการรับรู้ในความหรูหราของแบรนด์ AVATR มากขึ้น

อีเทอนิตี้ แอทวัน 5

ดังนั้น เพื่อรองรับการขยายตัวของแบรนด์ AVATR ในอนาคต และสะท้อนความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทางบริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด จึงได้ทุ่มงบประมาณในการลงทุนมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เนรมิต AVATR BANGNA โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ AVATR แห่งแรกในเซาท์อีสต์เอเชีย พร้อมนำเสนอบริการด้านการขายและบริการหลังการขายครบวงจร บนทำเลที่มีศักยภาพและโดดเด่นบนถนนบางนา-ตราด ประตูสู่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญในประเทศไทย”

AVATR BANGNA ถูกเนรมิตให้มีความทันสมัยสะท้อนอัตลักษณ์ความเรียบหรู ที่เน้นการให้ความสำคัญสูงสุดกับการให้บริการลูกค้า มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ประกอบด้วยพื้นที่โชว์รถยนต์ไฟฟ้า AVATR พื้นที่พักผ่อน ห้องรับรองบริการหลังการขาย และโซนส่งมอบรถยนต์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,191 ตร.ม. ขณะที่โชว์รูมและศูนย์บริการสาขาพระราม 6 จะก่อสร้างเสร็จภายในสิ้นปี 2567 และเตรียมแผนรองรับความต้องการของลูกค้าในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และรวมทั้งมีแผนจะขยายศูนย์บริการต่างจังหวัด

พบกับศูนย์บริการ AVATR แบบครบวงจรได้ที่ AVATR Bangna ภายในโครงการ แอท ยู พาร์ค บางนา กม.12 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : AVATR Eternity At One หรือ Call Center 02-036-5888 และ Website : https://avatr-eternityatone.com/
#AvatrEternityAtOne #AVATRBANGNA

 

 

“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป” กระตุ้นความเร้าใจเต็มสูบ กับ WBMW 220i Gran Coupe M SportW ฟรีชุดแต่ง M Performance มูลค่าเกือบ 100,000 บาท จัดให้ในราคาพิเศษ 1.99 ล้านบาท เฉพาะที่โชว์รูม BMW Millennium Auto

0
“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป 1

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIAจัดแคมเปญส่งท้ายปี ดีกรีร้อนแรงแบบไม่ต้องรอ มอเตอร์ เอ็กซ์โป เอาใจคนรุ่นใหม่ ด้วยยนตรกรรมพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe M Sport ในราคาสุดคุ้มค่า แบบไม่ต้องรองานมอเตอร์ เอ็กซ์โป วันนี้ ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียมออโต้ ทุกสาขา

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป 1

ศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ หยิบยื่นความคุ้มค่าแบบไม่มีใครเหมือน กับยนตรกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่สไตล์เจนวาย และเจ้าของรถที่ต้องการยกระดับสู่ความพรีเมียมของ บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe M Sport ที่มาพร้อมชุดแต่ง M Performance ฟรี! มูลค่าเกือบ 100,000 บาท รับรองว่าความคุ้มค่าขนาดนี้ มีให้เฉพาะที่ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ เท่านั้น”


“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป” 3

++ BMW 220i Gran Coupe M Sport ก้าวแรกสู่โลกแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียม
บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe M Sport เป็นยนตรกรรมสปอร์ตคอมแพ็กต์สำหรับคนรุ่นใหม่ ตัวถังขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ผสานเส้นสายและรายละเอียดต่างๆ ที่สะท้อนความเป็น
ยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู ไว้อย่างครบถ้วน โดยครั้งนี้เพิ่มความสปอร์ตดุดันเหนือระดับ ด้วยการติดตั้งชุดแต่ง M Performance ของแท้ อาทิ กระจังหน้าสีดำ สเกิร์ตข้าง ครอบกระจกข้างคาร์บอนไฟเบอร์ สปอยเลอร์ฝากระโปรงท้ายคาร์บอนไฟเบอร์ และปลายท่อไอเสียแบบสปอร์ต มูลค่ารวมเกือบ 100,000 บาท รวมถึงข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อาทิ

“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป 4

•ผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,999 บาทต่อเดือน*
•ดาวน์ 0%*
•ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%*
•เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อินสูงสุดถึง 100,000 บาท*
•จองและออกรถภายในเดือนพฤศจิกายน เลือกรับฟรี! กล้อง GoPro Hero 10 หรือ นาฬิกา Garmin Venu 2S*

พิเศษ! ลูกค้าที่ออกรถกับ มิลเลนเนียม ออโต้ สมัครสมาชิก MGC-MOBILIFE รับคะแนนสะสม (ทุก 100 บาท = 1 คะแนน) หรือรับบริการหลังการขาย (ทุก 25 บาท = 1 คะแนน) เพื่อแลกรับหลากหลายสิทธิพิเศษ อาทิ ตั๋วเครื่องบิน, บริการเช่าเหมาลำเรือ, ที่พักโรงแรมหรู, ร้านอาหารชั้นนำ และอีกมาก

ALL NEW MG3 HYBRID+ กวาดยอดทั่วโลกสองไตรมาส มากกว่า 30,000 คัน ด้วยความเหนือชั้นของระบบไฮบริด และสมรรถนะการขับขี่

0
เอ็มจี 3 ไฮบริด 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ย้ำภาพความสำเร็จของโกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยม ALL NEW MG3 HYBRID+ สร้างยอดขายทั่วโลกสองไตรมาสรวมกว่า 32,000 คัน พร้อมการันตีความเชื่อมั่นด้วยรางวัลชั้นนำ อาทิ Affordable Car of the year 2024 จาก Auto Express UK และ รางวัล Best Value Car จาก The Business Car Awards ในสหราชอาณาจักร หลังปรากฏตัวครั้งแรกในงาน GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2024 และในประเทศไทย เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

เอ็มจี 3 ไฮบริด 2

ALL NEW MG3 HYBRID+ หนึ่งในโกลบอลโมเดลที่เป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนแบรนด์ เอ็มจี ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยนวัตกรรม และแนวทางการพัฒนายนตรกรรมพื้นฐานที่เริ่มต้นจากรถยนต์ไฮบริด และเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ที่มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีก้าวหน้าภายใต้การพัฒนาของ SAIC MOTOR และนับเป็นโมเดลแรกที่ผสานระบบ HYBRID+ ที่สะท้อนความตั้งใจในการมอบความสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านสมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือกว่า และยังเป็นเครื่องยืนยันให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นว่า ไฮบริดที่ดีกว่าต้อง HYBRID+ ของเอ็มจีเท่านั้น

ALL NEW MG3 HYBRID+ โดดเด่นด้านการผสานพลังงานระหว่างเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าอย่างลงตัว ทำให้สมรรถนะใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังคงความรู้สึกขับสนุกด้วยโกลบอลจูนนิ่งจากวิศวกรระดับโลก มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของการขับขี่ได้ถึง 8 รูปแบบ โดยมีอัตราสิ้นเปลืองที่ทำได้สูงสุดถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร* ทำระยะทางได้ไกลสูงสุดมากกว่า 800 กิโลเมตร มาพร้อมกับความแรง ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 8 วินาที และอัตราเร่ง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 5 วินาที มาพร้อมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย รุ่นเริ่มต้นหรือรุ่น D อยู่ที่ 579,900 บาท และรุ่น X ในราคา 619,900 บาท

เอ็มจี 3 ไฮบริด 3
จุดเด่นหลักๆ ของรถยนต์ ALL NEW MG3 HYBRID+

•ALL NEW MG3 HYBRID+ เป็นโมเดลที่ผู้บริโภคต่างให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี และได้ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยถือเป็นรถแฮทช์แบคไฮบริดรุ่นล่าสุดของ เอ็มจี และเป็นโกลบอลโมเดลรุ่นที่สองที่ผลิตจากโรงงาน เอสเอไอซี มอเตอร์- ซีพี ณ จังหวัด ชลบุรี

•ALL NEW MG3 HYBRID+ ได้ทำการพัฒนาและปรับจูนทุกระบบโดยทีมวิศวกรระดับโลก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานจริงบนถนนทั่วโลก โดยผ่านการทดสอบในทุกสภาพเส้นทาง สภาพอากาศ รวมถึงวิ่งทดสอบในสถานการณ์ที่หลากหลาย พร้อมการออกแบบห้องโดยสารภายในให้มีความเงียบกว่ารถทุกรุ่นในระดับเดียวกัน

•ALL NEW MG3 HYBRID+ ให้มากกว่าในกลุ่มรถขนาดเล็ก B-Segment ด้วยการยกระดับระบบการทำงานของเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีการทำงานที่อิสระ ครอบคลุมโหมดการขับเคลื่อนที่หลากหลาย นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ครบครัน ทั้ง ประหยัดกว่า – ด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่ทำได้สูงสุดถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร*กับน้ำมันหนึ่งถัง 36 ลิตร สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดมากกว่า 800 กิโลเมตร* แรงกว่า – แรงสุดในกลุ่มสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 8 วินาที และอัตราเร่ง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 5 วินาที มอบความคล่องตัว ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถไฟฟ้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ กว้างกว่า – กว้างที่สุดในคลาสเดียวกัน โดยเฉพาะห้องสัมภาระท้ายจุได้มากถึง 293 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,037 ลิตร ปลอดภัยกว่า – ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ซึ่งรวมระบบADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) หรือระบบอำนวยความสะดวกช่วยควบคุมการขับขี่ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจำนวน 8 ระบบ พร้อมระบบเบรกอัจฉริยะ (Intelligent Brake System) เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์ในกลุ่ม City Car ที่มาพร้อมฟังก์ชันระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และเทคโนโลยีที่โดดเด่นด้วยความประหยัด

•ALL NEW MG3 HYBRID+ การันตีความเชื่อมั่นด้วยรางวัลชั้นนำ อาทิ รถยนต์ที่มอบความคุ้มค่าที่สุด “Affordable Car of the year 2024” จาก Auto Express UK และ “รางวัล Best Value Car” จาก The Business Car Awards ในสหราชอาณาจักร พร้อมยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนกันยายน รวมกว่า 32,000 คัน ทั้งยังเป็นรถยนต์ที่ผ่านคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการเข้ารับคัดเลือกรอบแรก และได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 5 รุ่น ให้เข้าสู่รอบสุดท้ายของการตัดสิน รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2567 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2024) โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย – สรยท. (THAI AUTOMOTIVE JOURNALISTS ASSOCIATION – TAJA)

เอ็มจี 3 ไฮบริด 4

•ALL NEW MG3 HYBRID+ อีกหนึ่งรุ่นที่ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ เอ็มจี ครบหนึ่งศตวรรษ ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ และเป็นโมเดลที่สะท้อนภาพแนวทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในการนำเสนอยนตรกรรมไฮบริดประสิทธิภาพสูงที่จะเข้ามาแทนที่รถยนต์สันดาปภายใน โดยถือเป็นยนตรกรรมไฮบริดที่รวมทุกข้อดีของไฮบริดที่มี สู่ความลงตัวที่สุดในรุ่นนี้

 

“ซูซูกิ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อเนื่อง เปิดศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานเพิ่ม 7 สาขา ยกระดับงานบริการ รองรับลูกค้าทั่วไทย ตั้งเป้าขยายครบ 50 แห่ง หวังรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รุ่น ในปีหน้า

0
Suzuki 123

ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market” ในการมุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามรถของผู้จำหน่ายรถยนต์ให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้อย่างแข็งแรงในอนาคต ผ่านการยกระดับงานบริการรูปแบบใหม่ในทุกด้าน เน้นย้ำถึงการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจ ซึ่งมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถรองรับการดูแลลูกค้าด้วยคุณภาพและมาตรฐานของซูซูกิได้อย่างแท้จริง

Suzuki 2

 

โดยหนึ่งในแผนงานสำคัญจากแคมเปญ “SUZUKI WORRY FREE” คือการร่วมมือกับทางผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ขยายงานบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน เพื่อรองรับงานบริการได้อย่างครบครัน ซึ่งได้มีการแนะนำศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานงานบริการจาก บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ไปแล้วจำนวน 32 แห่ง เราเชื่อมั่นว่าลูกค้าซูซูกิ คือ คนสำคัญ จึงทำการเดินหน้าแผนงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ด้วยการเปิดศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิเพิ่มเติมอีก 5 แห่ง ให้สามารถรองรับการดูแลลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานของซูซูกิอย่างแท้จริง

นอกจากการขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีฯ ซูซูกิยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยงานบริการแบบ S-Solution ซึ่งเป็นการช่วยเสริมให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่เตรียมจะนำมาจำหน่ายในอนาคต โดยประกอบไปด้วยรถประเภทไฮบริดและรถพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งเรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าแต่ละรุ่นจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้าและสามารถแข่งขันได้ในอนาคตอย่างแน่นอน

Suzuki 5

“การสร้างความเชื่อมั่นว่าเราจะอยู่ดูแลลูกค้าต่อไปเป็นสิ่งสำคัญ การสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ผู้จำหน่ายไม่เพียงจะเป็นการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ แต่ยังต้องการพัฒนาและยกระดับให้ซูซูกิสามารถดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทยอีกด้วย”

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับเป็นความภูมิใจและน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เราสามารถร่วมมือร่วมใจกับผู้จำหน่ายในการพัฒนาและเดินหน้าการยกระดับงานบริการให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ซูซูกิได้ร่วมกับผู้จำหน่ายในพิธีแต่งตั้งศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิอย่างเป็นทางการ จำนวน 5 ราย แบ่งออกเป็น 7 สาขา ครอบคลุมพื้นที่บริการในหลายจังหวัดมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

1.บริษัท เอ็น ซี เอ็ม ออโต้ เซอร์วิส จำกัด คุณวีรวัฒน์ พิพิธสุขสันต์ นนทบุรี กรุงเทพฯและปริมณฑล
2.บริษัท มาพรพาณิชย์ จำกัด (สาขาระยอง) คุณทวีศักดิ์ โอภาสรังสรรค์ ระยอง กลางและตะวันออก
3.บริษัท ซูซูกิลพบุรี จำกัด คุณอภิวัฒน์ เผ่าไทยเจริญสุข ลพบุรี กลางและตะวันออก
4.0ริษัท อินเตอร์เทรด ซูซูกิ จำกัด คุณภูวินท์ สิงห์สัมพันธ์ สิงห์บุรี กลางและตะวันออก
5.0ริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัด (สำนักงานใหญ่) คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์ ขอนแก่น ตะวันออกเฉียงเหนือ
6.0ริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัด (สาขาเมืองขอนแก่น) คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์ ขอนแก่น ตะวันออกเฉียงเหนือ
7.บริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัด (สาขาชุมแพ) คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์ ขอนแก่น ตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยผู้จำหน่ายทั้ง 5 ราย ผ่านการรับรองมาตรฐานงานบริการจาก บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบันเราจึงมีศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่ให้บริการทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 39 สาขา ซึ่ง 5 จุดแข็งอันสำคัญที่ทุกศูนย์บริการที่ผ่านมาตรฐานต้องมี ประกอบด้วย
อะไหล่แท้ซูซูกิ : เชื่อมั่นในคุณภาพของอะไหล่แท้ที่ได้รับรองมาตรฐานของซูซูกิ
บริการอย่างมืออาชีพ : มั่นใจในบริการและการให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพเป็นมิตรและใส่ใจทุกรายละเอียดการซ่อมโดยช่างผู้มีความชำนาญที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการอบรมในการซ่อมรถยนต์ซูซูกิ
เครื่องมือมาตรฐานซูซูกิ : ใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ได้รับการรับรองจากซูซูกิ ช่วยให้การซ่อมมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมั่นใจในคุณภาพงานซ่อม
สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับรองมาตรฐานซูซูกิ : ใช้สีซ่อมรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานของซูซูกิ ทำให้สีรถสวยงามและทนทาน เหมือนใหม่จากโรงงาน
การรับประกันงานซ่อม : รับประกันงานซ่อมว่ามีคุณภาพและมาตรฐานสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยจะรับประกันงานซ่อม 1 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และอะไหล่รับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า ซูซูกิยังมีแผนงานที่จะขยายงานบริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิ เพิ่มเติมให้เป็น 50 แห่ง ภายในเดือนมีนาคม 2568 เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจของซูซูกิและรองรับลูกค้าพร้อมส่งมอบบริการและประสบการณ์การใช้บริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้อย่างครบครันอีกด้วย

นอกจากการขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานซูซูกิ งานบริการด้านอื่นๆ ยังถูกยกระดับเพิ่มเติมขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลลูกค้า (Dealer Management System หรือ DMS) ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ในแบบ Real Time ซึ่งช่วยให้ทราบถึงประวัติการเข้ารับบริการของลูกค้า และสามารถประเมินความต้องการ ไปจนถึงเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม ปรัชญา “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” นอกจากเป็นแนวทางในการยึดมั่นให้เราพัฒนางานบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อลูกค้าแล้ว ยังเป็นโครงการที่ต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและคนไทยทุกท่าน ว่านอกเหนือจากที่ซูซูกิเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์แล้ว เรายังหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย