Home Blog Page 14

 “ฮอนด้า” จัดเต็มข้อเสนอพิเศษสำหรับ Honda HR-V e:HEV ใหม่ แคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษมูลค่า 85,000 บาท ฟรีประกันภัย 1 ปี   พร้อมรับ Honda Ultimate Care และบัตรน้ำมัน 10,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 1 ส.ค. – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายใน 31 ต.ค. 2569 

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบข้อเสนอสุดคุ้มภายใต้แคมเปญ “Honda THE GRAND QUAKE DEAL โปรสนั่น ดีลสะเทือน” สำหรับลูกค้าที่ออกรถยนต์ Honda HR-V e:HEV ใหม่ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 พร้อมเลือกรับสิทธิพิเศษมากมาย

  • ทางเลือกใหม่! รับสิทธิพิเศษมูลค่า 85,000 บาท* ฟรี ประกันภัย 1 ปี* พร้อมรับ Honda Ultimate Care** และบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
  • หรือเลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* ฟรี Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 154,000 บาท** พร้อมรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังส่งต่อความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่นผ่านแคมเปญ “GEN to GEN #Honda จากรุ่นสู่รุ่น” สำหรับครอบครัวฮอนด้าที่ต้องการเพิ่มรถยนต์คันใหม่ เมื่อออกรถ Honda HR-V e:HEV ใหม่ รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้

  • ผู้ถือครองรถยนต์ฮอนด้าเดิม 1 – 4 ปี รับสิทธิพิเศษ 10,000 บาท*
  • ผู้ถือครองรถยนต์ฮอนด้าเดิมตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป รับสิทธิพิเศษ 15,000 บาท*
  • หากถือครองรถยนต์ฮอนด้ามากกว่า 1 คัน รับเพิ่มอีก 5,000 บาท รวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท*
  • รถยนต์ฮอนด้าคันเดิมรับ Service e-Coupon เพิ่มอีก 3,000 บาท* สำหรับซื้อผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า
24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

“XPENG L03” เอสยูวีไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้ นวัตกรรม AI รุ่นล่าสุด

0
XPENG L03 1

XPENG L03 ยนตรกรรม AI ในรูปแบบเอสยูวีฟ้าที่โดดเด่นด้านการออกแบบ โดยมีปัญญาประดิษฐ์เป็นต้นทางแห่งกรพัฒนา เส้นสายที่ดูพลิ้วไหว พร้อมการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับเรื่องแอโรไดนามิค ทำให้มค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทางต่ำเพียง 0.228 ซึ่งเป็นที่มาของระยะทางที่เพิ่มขึ้นกว่า 50 กม. เตรียมเคาะราคาและจัดจำหน่ายด้วยกันถึง 3 รุ่นย่อย ได้แก่

XPENG L03 2

– XPENG L03 รุ่น Standard Range Plus

– XPENG L03 รุ่น Long Range Plus

– XPENG L03 รุ่น Long Range Ultra

จากเส้นสายงานดีไซน์ที่ทันสมัย นอกจากได้ค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทางต่ำ ยังมีภาคประกอบอีกหลายส่วนที่ล้วนเป้นไฮไลท์เด่น ได้แก่

XPENG L03 3

– โครงสร้างตัวถังมาตรฐานเดียวกับยุโรป

–  ไฟหน้า Starship

– ไฟท้าย Full-Width Star-Ring พาดยาวเต็มพื้นที่

– ล้อ 18 นิ้ว 225/60R18

– ล้อ 20 นิ้ว 245/45R20 (รุ่น Long Range Ultra)

XPENG L03 4

มิติตัวถัง XPENG L03

– ความยาว 4,650 มม.

– ความกว้าง 1,920 มม.

– ความสูง 1,600 มม.

– ระยะฐานล้อ 2,850 มม.

– ช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า 102 ลิตร

– พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง 539 ลิตร

– เมื่อพับเบาะทั้งหมด 1,640 ลิตร

ห้องโดยสรกว้างมาก ยิ่งในส่วนของแถว 2 เรียกว่านั่งสบายสุด วัสดุเป็น Soft Touch ไฟ Amblient Light 256 เฉดสี  และระบบอินโฟเทนเมนท์ที่เหนือชั้น อาทิ

XPENG L03 5

– โทนสีเทาเข้ม (Dark Gray)

– Flow Cabin เชื่อมโยงเส้นสายของแดชบอร์ด

– ไฟสร้างบรรยากาศแบบโอบล้อม ปรับได้ 256 เฉดสี

– หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว

– หน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 15.6 นิ้ว

– รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย

– Head-Up Display ขนาด 26.8 นิ้ว

– ใช้วัสดุ Soft-Touch กว่า 70% ของพื้นผิวห้องโดยสาร

– จุดติดตั้งอุปกรณ์เสริมแบบเกลียว

– จุดติดตั้งอุปกรณ์เสริมแบบแม่เหล็ก

– ล่าโพง XOPERA 20 ด่าแหน่ง (รุ่น Long Range Ultra)

– ฟังก์ขันนวดเบาะนั่งคู่หน้า (รุ่น Long Range Ultra)

– ระบบลดเสียงรบกวนจากพื้นถนน (RNC)

– กล้องส่องผู้โดยสาร (รุ่น Long Range Ultra)

– ลิ้นชักใต้เบาะหลังขนาด 10 ลิตร

– เบาะนั่งแถวสองพับแยกอิสระ 40:20:40

– ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

XPENG L03 6

สำหรับสานเทคโนโลยีตัวจริงจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ที่เหนือชั้น แถมทำงานได้ราบลื่น และสะดวกสบาย ประกอบไปด้วย ฟีเจอร์เด่นดังนี้

– TURING AI Chip 3 ตัว (เฉพาะรุ่น Long Range Ultra)

– รุ่นแรกที่ใช้ซอฟต์แวร์ XOS เวอร์ชัน 6

– Head-Up Display ขนาดเทียบเท่า 26.8 นิ้ว

– มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง RWD พละกำลัง 245 แรงม้า แรงบิด 264 นิวตัน-เมตร

– รุ่น Standard Range แบตเตอรี่ 58.3kWh วิ่งได้ 530 กม.

– รุ่น Long Range แบตเตอรี่ 71.2kWh วิ่งได้ 600 กม.

– รุ่น Long Range Ultra แบตเตอรี่ 71.2kWh วิ่งได้ 560 กม.

– ชาร์จ DC 10-80% ภายใน 20 นาที

– รองรับกำลังไฟ 193kW (รุ่น Standard Range Plus)

– รองรับกำลังไฟ 236kW

ด้านความปลอดภัยหายห่วง การพัฒนาซอฟแวร์ทำให้ใช้งานฟีเจอร์ทันสมัยที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ทำได้ง่าย และมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย

– ใช้ซอฟด์แวร์ XOS เวอร์ชัน 6 เป็นรุ่นแรก

– ระบบนำทางใช้ข้อมูลจาก Google Maps

– ระบบช่วยเหลือการขับขี่ XPILOT Driving

– ระบบควบคุมความเร็วอัดโนมัติแบบแปรผัน (ACC)

– ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (LCC)

– ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (ALC)

– ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแปรผัน (ATC)

– ระบบเดือนและจำกัดความเร็วอัจฉริยะ (SAS)

– ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ XPILOT Parking

ㆍ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (APA)

ㆍ ระบบช่วยจอดอัดโนมัติจากระยะไกล (RPA)

– ระบบเดินหน้า-ถอยหลังในแนวดรงจากระยะไกล (RVS)

– ระบบช่วยจอดแบบกำหนดดำแหน่งจอดเอง

– ระบบความปลอดภัย XPILOT Safety

– ระบบเดือนและช่วยเบรกฉุกเฉินอัดโนมัติ (FCW/AEB)

– ระบบเดือนมุมอับสายตา (BSD)

– ระบบแสดงภาพมุมอับสายดา (BSV)

– ระบบเดือนและควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LDW/LKA/ELK)

– ระบบความปลอดภัยด้านข้าง (DOW/RCW/RCTA)

XPENG L03 7

XPENG L03 ยนตรกรรมปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุด ขะใควาใมโดดเด่นอะไรบ้าง ไว้ลองขับแล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ ใครที่สนใจ 18 ส.ค. นี้ เปิดราคาพร้อมจำหน่ายกับ 4 สีที่นำเข้ามาทำตลาด ม่วง Phantom Purple,เทา Rock Grey, ขาว Arctic White และ ดำ Midnight Black

 

 

“ฟอร์ด” ป้องกันแชมป์สำเร็จ ในการแข่งออฟโรดสุดโหด AXCR รุ่น T2A รถกระบะแร็พเตอร์ยืนโพเดียมทั้ง 2 คัน ตอกย้ำความแกร่งตัวจริง

0
Ford 1

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (FTR) และฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ร่วมประกาศชัยชนะหลังป้องกันแชมป์ปีที่ 2 ได้สำเร็จจากการแข่งขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally) รุ่น T2A หรือโปรดักชัน เอเชีย หลังรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 103 ขับและนำทางโดย เบลีย์ โคล และเพื่อน-ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ คว้าถ้วยรางวัลอันดับที่ 1 ในคลาส ขณะที่ ไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี พารถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 121 เข้าเส้นชัยทำเวลาดีเยี่ยม คว้าถ้วยรางวัลอันดับที่ 2 ในคลาส ยืนโพเดียมคู่ ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ทีมแข่งได้รับรางวัลชนะเลิศประเภททีมไปอีก 1 รางวัล สะท้อนความสำเร็จจากสปิริตการทำงานร่วมกันระหว่างทีมวิศวกรโรงงานฟอร์ด ช่างเทคนิค นักแข่ง-ผู้นำทาง และทีมงาน ที่พร้อมฝ่าฟันทุกอุปสรรคความท้าทายบนเส้นทางสมบุกสมบันกว่า 2,000 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ตอกย้ำความ ‘แกร่งตัวจริงต้อง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์’

Ford 2

รถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 103 เปิดฉากการแข่งขันใน Leg 1 ได้อย่างเร้าใจ ด้วยการจบในอันดับที่ 2 รุ่น T2A ขณะที่รถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 121 ตามมาติด ๆ ในอันดับที่ 3 รุ่น T2A   และยังรักษาผลงานอยู่ในกลุ่มผู้นำได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสภาพเส้นทางสุดโหด ความซับซ้อนในการนำทาง และอุปสรรคมากมาย ใน Leg 3-4 รถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ฝ่าความท้าทายและการขับเคี่ยวกับคู่แข่งได้อย่างน่าตื่นเต้น ในช่วงท้ายของการแข่งขัน AXCR ทีมฟอร์ด-ฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ได้เดินกลยุทธ์การแข่งที่ดุดันมากขึ้นโดยมีจุดแข็งในเรื่องของการเตรียมความพร้อมของสภาพรถที่สมบูรณ์จากทีมช่างและวิศวกร ทำให้กลับมาโชว์ฟอร์มโดดเด่นใน Leg 5 ที่รถหมายเลข 103 ทำเวลาไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 1 รุ่น T2A และอันดับ 5 Overall ส่วนรถหมายเลข 121 อยู่ในอันดับ 3 รุ่น T2A ส่งผลให้ตลอดการแข่ง 5 วัน อันดับบนตารางของรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ขยับขึ้น สำหรับการแข่งขันวันสุดท้าย Leg 6 ที่จังหวัดพิษณุโลก รถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คันที่เข้าสู่สนามในสภาพที่พร้อมเต็มที่ ผสานกับทักษะการขับอย่างมีชั้นเชิงของนักแข่ง และความแม่นยำของผู้นำทาง ทำให้เกาะติดคู่แข่งอย่างเหนียวแน่น ก่อนที่รถหมายเลข 103 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าแชมป์รุ่น T2A ได้สำเร็จติดต่อกันเป็นปีที่ 2 และอยู่ในอันดับ 5 Overall ขณะที่รถหมายเลข 121 เข้าเส้นชัยรับรางวัลอันดับ 2 รุ่น T2A และอันดับ 7 Overall ยืนโพเดียมพร้อมกัน 2 คัน ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

Ford  3

“การแข่งขันในปีนี้มีความท้าทายทุกช่วงการแข่งขัน เราต้องรักษาสมาธิและบริหารทั้งความเร็ว สภาพรถ และควบคุมรถให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่แตกต่างกันในแต่ละจังหวัดตลอดการแข่งขัน ชัยชนะที่ได้รับในครั้งนี้ จะเป็นไปไม่ได้เลยหากขาดทีมวิศวกร และทีมช่างที่ทุ่มเททำงานอย่างไม่หยุดยั้งในการบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์หลังการแข่งทุกวัน รวมถึงทีมงานทุกคนที่คอยให้การสนับสนุนแม้ต้องเผชิญอุปสรรคระหว่างทางมากมาย นั่นจึงทำให้พวกเราภูมิใจเป็นอย่างมากกับความสำเร็จในครั้งนี้ครับ” เบลีย์ โคล กล่าว

Ford  4

หลังจากการฝ่าฟันการแข่งขันระยะทางรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร เริ่มต้นจากพัทยา สู่พื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ขึ้นไปทางทิศเหนือของประเทศไทยซึ่งขึ้นชื่อเรื่องลักษณะทางภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหินภูเขา ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร ก่อนสิ้นสุดการแข่งขันที่จังหวัดพิษณุโลก ทีมแข่งฟอร์ด-ฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ได้ตอกย้ำสมรรถนะและความทนทานของรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งพัฒนาจากรถโปรดักชันมาตรฐานโรงงาน ลุยบททดสอบฝ่าสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งทางลาดยาง ทางกรวด เส้นทางโคลน แอ่งน้ำ ทางหิน และพื้นผิวขรุขระ รวมถึงสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนในฤดูฝน โดยอาศัยความคร่ำหวอดบนเส้นทางออฟโรด การประสานงานแบบเรียลไทม์ระหว่างผู้ขับกับผู้นำทาง ตลอดจนประสิทธิภาพในการวางแผนและสนับสนุนการแข่งขันของทีมวิศวกรฟอร์ดเพื่อฝ่าฟันสถานการณ์เฉพาะหน้ามากมาย

“เส้นทางของเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ การตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์ที่รวดเร็ว และความไว้วางใจระหว่างนักแข่งกับผู้นำทาง ชัยชนะครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของคนทั้งทีม เราภูมิใจที่สามารถพาฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผ่านทุกความท้าทาย พิสูจน์ความแกร่งตัวจริงและคว้าชัยชนะตามเป้าหมาย” ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ กล่าวเสริม

Ford 6

ด้านฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ หมายเลข 121 ที่ขับโดยไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี เข้าแข่งขันรายการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เข้าเส้นชัยในอันดับ 2 รุ่น T2A อยู่ในอันดับที่ 7 Overall ส่งผลให้รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์คว้าตำแหน่งบนโพเดียมรุ่น T2A ได้ทั้งสองคัน นอกจากนี้ ทีมฟอร์ด-ฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ยังได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศประเภททีมเป็นครั้งแรกของการเข้าร่วมแข่งขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ ตั้งแต่ปี 2566 อีกด้วย

Ford 7

“ขอแสดงความยินดีกับทีม ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง และฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ตเป็นอย่างยิ่งที่ป้องกันแชมป์ฝ่าอุปสรรคในสนามได้อย่างสมบุกสมบันเป็นปีที่ 2 ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นข้อพิสูจน์ที่เด่นชัดถึงการทำงานเป็นทีมและการนำประสบการณ์จากสนามจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มาปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงทักษะในสนามของทั้งนักแข่งและผู้นำทางที่ต้องใช้ไหวพริบและการแก้ไขสถานการณ์ที่รวดเร็วตลอดช่วงการแข่งขัน ชัยชนะที่ต่อเนื่องจากสนามออฟโรดระดับนานาชาติ รุ่นโปรดักชัน เอเชียนี้ เน้นย้ำศักยภาพของรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่พัฒนาจากรถมาตรฐานโรงงานเดียวกับที่ส่งมอบให้ลูกค้า ทั้งในเรื่องของความทนทานที่ต้องแข่งขันเป็นเวลานาน รวมถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เอาชนะความท้าทายหลายรูปแบบในสนามแข่งได้ ต้องขอขอบคุณนักแข่ง วิศวกรโรงงานฟอร์ด และทีมงานทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จนี้” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

รถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในสนามแข่งเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ พัฒนาต่อยอดจากรถโปรดักชันมาตรฐานเดียวกันกับรถที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้า พิเศษ! ลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รับข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ส่วนลด 240,000 บาท จากราคา 1,814,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ฟอร์ดพร้อมมอบความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถด้วยโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” เปิดประสบการณ์พิเศษติดขอบสนาม! พาลูกค้าเชียร์ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ลุยภารกิจคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในพิธีเปิดการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ปลุกจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต! จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟพาลูกค้าคนสำคัญร่วมเป็นสักขีพยานความยิ่งใหญ่ ส่งแรงเชียร์ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในพิธีเปิดการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 (Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026)) อย่างเป็นทางการ ณ Walking Street ใจกลางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการนำดีเอ็นเอแห่งมอเตอร์สปอร์ตอันทรงพลังมาถ่ายทอดเป็นประสบการณ์ที่เข้าถึงได้จริง และเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับลูกค้าอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

มิตซูบิชิ 2

นางสาวริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มอเตอร์สปอร์ตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการไขว่คว้าชัยชนะในการแข่งขัน แต่คือการแบ่งปันความหลงใหลร่วมกับลูกค้าของเรา กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟในปีนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการเปิดประตูให้ลูกค้าได้เข้าใกล้กับโลกของมอเตอร์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น และสัมผัสความแข็งแกร่งของรถยนต์มิตซูบิชิ ที่เกิดจากการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และความไม่ย่อท้อต่อทุกขีดจำกัด พร้อมส่งแรงเชียร์ให้ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2

มิตซูบิชิ 3

นอกจากนี้ การแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ ยังเป็นเวทีให้เราได้ทดลองระบบและเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อนำประสบการณ์และความรู้จากสนามแข่งมาต่อยอดสู่การพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง โดยเฉพาะ ออล-นิวมิตซูบิชิ ปาเจโร ที่เตรียมเปิดตัวในไตรมาสที่ 3 นี้ เพราะสมรรถนะ ความทนทาน และความพร้อมในการก้าวข้ามทุกความท้าทาย คือคุณค่าที่เราตั้งใจส่งมอบผ่านทุกผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจและความเร้าใจ ให้ลูกค้าได้ ‘Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง’”

มิตซูบิชิ 4

สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 15 ครอบครัว 35 ท่าน จะได้รับประสบการณ์ติดขอบสนามอย่างเต็มอิ่ม ตั้งแต่การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของแฟนมอเตอร์สปอร์ต ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนการพบปะกระทบไหล่กับทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต และสัมผัสรถแข่งมิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ อย่างใกล้ชิด ภายใต้การดูแลต้อนรับแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยที่พักระดับพรีเมียม อาหารเลิศรสและของที่ระลึก เอเอ็กซ์ซีอาร์ ลิมิเต็ดอิดิชัน

นายพณปภัส เชิดชู และ นางสาวขนิษฐา จิตนิยม ลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ
เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี
กล่าวว่า “การได้มายืนติดขอบสนามเป็นครั้งที่สองกับมิตซูบิชิยังคงรู้สึกประทับใจมากเหมือนเดิม เพราะเป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตอยู่แล้ว การได้มาสัมผัสบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟแบบนี้ และได้รับการดูแลจากทางแบรนด์เป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกว่ามิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับลูกค้า และตั้งใจมอบประสบการณ์ดี ๆ กลับคืนให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง และอยากให้มีกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ต่อไป ปีหน้ามาอีกแน่นอน!”

 มิตซูบิชิ 3นายฐนานนท์ กฤษสุทธิกุล อีกหนึ่งลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร อีโวลูชัน
กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ กับทางแบรนด์ และรู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่สนุกมาก การได้เห็นความแข็งแกร่งของไทรทัน แรลลี่คาร์ รวมถึงการได้รู้ว่ามิตซูบิชินำความรู้จากสนามแข่งมาใช้ต่อยอดในการพัฒนารถยนต์ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจและไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของมิตซูบิชิมากขึ้นไปอีก ส่วนตัวแล้ว ผมเป็นแฟนคลับและใช้ ปาเจโรมานานประสบการณ์ในครั้งนี้จึงยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นกับปาเจโรรุ่นที่ 5 ที่กำลังมาถึง และตั้งตารอที่จะได้เป็นเจ้าของในเร็ว ๆ นี้ครับ”

มิตซูบิชิ 5

การแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ เป็นการแข่งขันแรลลี่ข้ามประเทศรายการใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-15 สิงหาคม 2569 โดยเริ่มต้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านจังหวัดปราจีนบุรี นครสวรรค์ กำแพงเพชร และสิ้นสุดลงที่จังหวัดพิษณุโลก รวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตรทั่วประเทศไทย ซึ่งการแข่งขันในปีนี้มีรถเข้าร่วมทั้งหมด 79 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 43 คัน และรถจักรยานยนต์ 36 คัน

มิตซูบิชิ 6

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขอเชิญชวนแฟน ๆ ร่วมส่งแรงเชียร์ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ในภารกิจรักษาแชมป์ครั้งนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ

Facebook: https://www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

YouTube: https://www.youtube.com/@MitsubishiMotorsTh

เว็บไซต์พิเศษของ AXCR 2026: https://www.mitsubishi-motors.co.th/th/axcr2026 

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ AXCR 2026: https://asiacrosscountryrally.com/index.html

 

เพราะชีวิตไม่ควรหยุดรอ พบกับ นิสสัน อี-พาวเวอร์ ทุกรุ่น ในงาน BIG Motor Sale 2026

0
Nissan 1

ในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยภารกิจ การเดินทางไม่ควรทำให้ต้องเสียเวลากับการรอ นิสสัน ประเทศไทย จึงนำเสนอเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ (e-POWER) ภายใต้แนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” ในงาน BIG Motor Sale 2026 เพื่อตอบโจทย์ผู้คนที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมความสะดวกที่ช่วยให้ทุกการเดินทางดำเนินต่อได้อย่างไม่สะดุดกับการรอ

อี-พาวเวอร์ คือเทคโนโลยีเอกลักษณ์ของนิสสันที่มอบการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ให้การตอบสนองที่ทันใจ และสมูททุกการเดินทาง แต่ยังคงความสะดวกในการเติมน้ำมัน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จหรือเสียเวลาระหว่างวันกับการรอชาร์จไฟ

ภายในงาน นิสสันนำทัพรถยนต์ อี-พาวเวอร์ ครบไลน์อัปมาจัดแสดง และเปิดให้ทดลองขับ นำโดย นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมด้วย นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่ พร้อมเทคโนโลยี อี-ฟอร์ซ และ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางระยะไกล และการใช้เวลากับครอบครัว นอกจากนี้ ยังมี นิสสัน อัลเมร่า นิสสัน เซเรน่า และ นิสสัน นาวารา ให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

ผู้เข้าชมงานยังสามารถรับข้อเสนอพิเศษจากนิสสัน อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ทุกรุ่น หรือออกรถเริ่มต้นเพียง 5,555 บาท และโปรโมชันพิเศษสำหรับเจ้าของรถนิสสัน รับส่วนลดเพิ่ม สูงสุด 100,000 บาท หรือแนะนำเพื่อนออกรถนิสสัน รับสิทธิพิเศษมูลค่า 5,000 บาท ทั้งเจ้าของรถ และลูกค้าที่ออกรถใหม่ พิเศษ รับฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ 3 ปี SAVE SAFE Gold Package สำหรับลูกค้าที่จอง และออกรถ อี-พาวเวอร์ ทุกรุ่น ในงาน BIG Motor Sale 2026 นี้ นอกจากนี้ ยังสามารถศึกษารายละเอียด และเงื่อนไขโปรโมชันปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์ https://www.nissan.co.th/offers

เพราะทุกนาทีมีคุณค่า นิสสันเชื่อว่าการเดินทางควรช่วยให้ผู้คนไปถึงสิ่งสำคัญได้เร็วขึ้น ไม่ใช่ต้องเสียเวลาไปกับการรอ นี่คือเหตุผลที่ e-POWER ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ และทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ภายใต้แนวคิด

“ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ”

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทนิสสันภายในงาน BIG Motor Sale 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

 

“Honda Super-ONE ใหม่” เปิดราคาทางการ 990,000 บาท EV ขับสนุกส่งตรงจากญี่ปุ่น ปักวันรอ! เปิดจองออนไลน์ 17 ส.ค. นี้ วันเดียวเท่านั้น พร้อมบูสต์ทุกการเดินทางให้สนุกได้สุดในแบบของคุณ จำนวนจำกัด 30 คันในปีนี้!

0
ฮอนด้า ซุเปอร์ วัน 2

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda Super-ONE ใหม่ 990,000 บาท รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กขับสนุกจากฮอนด้า ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น (CBU) จำนวนจำกัด 30 คันในปีนี้ พร้อมเปิดให้ลูกค้าชาวไทยลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในการจอง Honda Super-ONE ใหม่ อย่างเป็นทางการพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. วันเดียวเท่านั้น! ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.honda.co.th/e-quotation จัดจำหน่ายด้วยสีภายนอกใหม่! สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) พร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) และสีภายในห้องโดยสารสีทรีโทน (ขาว/เทา/ฟ้า) ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า

ฮอนด้า ซุเปอร์ วัน 7

พร้อมทางเลือกอุปกรณ์ตกแต่ง BULLDOG และ MUGEN ให้เลือกบูสต์ความโดดเด่น สะท้อนตัวตนอย่างมีสไตล์ ทั้งนี้ เนื่องจากการจัดสรรรถ มีจำนวนจำกัด บริษัทฯ จะพิจารณาและติดต่อกลับลูกค้าที่ลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิ์และเงื่อนไขการจองตามลำดับการลงทะเบียน* โดยบริษัทฯ พร้อมเริ่มส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

Honda Super-One 1

 

 

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว Honda Super-ONE ใหม่ ในประเทศไทย ไม่เพียงเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบ ‘ความสนุกในการขับขี่’ (The Fun of Driving) อันเป็น DNA สำคัญที่ฮอนด้ายึดมั่นมาโดยตลอด ซึ่ง Honda Super-ONE คือบทพิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถมอบความเร้าใจในการขับขี่ได้อย่างลงตัว ผ่านดีไซน์ทรง Boxy อันเป็นเอกลักษณ์ คาแรกเตอร์ที่โดดเด่น และ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะรุ่น ในราคาจำหน่าย 990,000 บาท โดยในปีนี้ Super-ONE จะจำหน่ายในประเทศไทย 30 คันเท่านั้น ฮอนด้า เชื่อว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยสร้างสีสันและมอบทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ที่มองหารถที่โดดเด่นและขับสนุกในแบบฉบับฮอนด้า พร้อมเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียนรู้ความต้องการของตลาด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต”

ฮอนด้า ซุเปอร์ วัน 3

Honda Super-ONE ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กขับสนุกจากฮอนด้า พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series สู่สัดส่วนตัวรถในสไตล์ Low & Wide โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงเหลี่ยมสไตล์ Boxy พร้อมโป่งล้ออันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนคาแรกเตอร์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รองรับการขับขี่ถึง 5 โหมด โดยมาพร้อมไฮไลต์ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยปลุกความสนุกเร้าใจในทุกการขับขี่ ผสานระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริง เพิ่มฟีลลิ่งสปอร์ตทุกครั้งที่กดคันเร่ง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินไซซ์ มาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตที่โอบกระชับ และเบาะหลังที่แยกพับแบบ 50:50 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบาย เทคโนโลยีการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน เติมเต็มทุกประสบการณ์การเดินทาง
ให้มั่นใจยิ่งขึ้น

ฮอนด้า ซุเปอร์ วัน 5

ตอบสนองทันใจ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่สนุกในทุกสปีด ให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ เมื่อใช้งาน BOOST Mode และมอบแรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม–ไอออนความจุ 29.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ภายใต้การทดสอบมาตรฐาน NEDC) มาพร้อมระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ ที่ควบคุมได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความแตกต่าง

ฮอนด้า ซุเปอร์ วัน 6

ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยบริการหลังการขายจากเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ รองรับการดูแลหลังการขายอย่างทั่วถึง เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์
คัลเจอร์สนุกเร้าใจสไตล์ญี่ปุ่นสู่มือชาวไทย บนความอุ่นใจและไว้วางใจได้ตลอดอายุการใช้งาน

การนำเข้า Honda Super-ONE สู่ตลาดประเทศไทยในครั้งนี้ สะท้อนอีกบทสำคัญของฮอนด้าในการขยาย
ไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (
xEV) ให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้น
พร้อมมอบทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์และความสนุกในการขับขี่เฉพาะตัว ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการเรียนรู้และทำความเข้าใจความต้องการของตลาด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

ฮอนด้า ซุเปอร์ วัน 4

Honda Super-ONE ใหม่… IT’S SO KULT! ทะยานไปได้ทุกที่ สนุกได้สุดในแบบของคุณ สัมผัสอีกนิยามของรถยนต์ไฟฟ้าขับสนุกจากฮอนด้า พร้อมศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/super-one

ข้อเสนอพิเศษ!* สำหรับ Honda Super-ONE ใหม่

เมื่อจองตั้งแต่ 17 ส.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2569

  • ดอกเบี้ย เริ่มต้น 69%*
  • ฟรีประกันภัย ชั้น 1* (1 ปี)
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร. 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

“ธนบุรีนอยสเติน” เปิดตัว GEELY STARRAY EM-R ครั้งแรกของโลก พร้อมปักหมุด GEELY Flagship Showroom แห่งแรกในประเทศไทย

0
Geely Starray 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัว GEELY STARRAY EM-R เอสยูวีพลังงานทางเลือกใหม่ ด้วยเทคโนโลยี EM-R เป็นครั้งแรกของโลก ที่มอบอิสระในการเลือกใช้พลังงานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการชาร์จพลังงานไฟฟ้าและการเติมน้ำมันตามความเหมาะสมของการเดินทาง เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมเปิด GEELY Flagship Showroom แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการนำเสนอรถยนต์ เทคโนโลยี และบริการของแบรนด์ GEELY อย่างครบวงจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับสากล และประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการเป็นเจ้าของรถยนต์ ด้วยความแข็งแกร่งและประสบการณ์ยาวนานกว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี

Geely Starray 2

นายกุลชาติ ชุติเชาวน์กุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า
“การเปิดตัว GEELY STARRAY EM-R ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ GEELY ต่อศักยภาพของตลาดไทย ในฐานะตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาค เราเข้าใจดีว่า ผู้บริโภคต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่า พร้อมความยืดหยุ่นในการเดินทางที่มากขึ้น GEELY STARRAY EM-R จึงได้รับการพัฒนาอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมรับมือกับทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คืออีกก้าวสำคัญของเราในการนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าใจผู้บริโภคไทย และสร้างทางเลือกแห่งการเดินทางที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น”

Geely Starray 3

GEELY STARRAY EM-R รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) พลังงานทางเลือกใหม่ ที่จะทำให้คุณสามารถกำหนดทุกเส้นทางในชีวิตได้ ตามแนวคิด “THE FLOW YOU OWN ทุกเส้นทาง..กำหนดได้” ด้วยเทคโนโลยี EM-R ใหม่ล่าสุดจาก GEELY ผสานการทำงาน 2 ระบบ ไฟฟ้า และน้ำมัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แบบ Range Extended Electric Vehicle (REEV) ที่ให้ผู้ขับขี่เลือกใช้พลังงานได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการชาร์จไฟฟ้าหรือเติมน้ำมันตามความเหมาะสม พร้อมมอบระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 104.8 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)

Geely Starray 4

ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเทคโนโลยีเฉพาะของ GEELY แบบ 11-in-1 ที่มีน้ำหนักเบา ประหยัดพลังงาน แต่ยังคงเปี่ยมด้วยสมรรถนะ มอบกำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 262 นิวตัน-เมตร พร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมดไฟฟ้าล้วน (Pure) โหมดไฮบริด (Hybrid) และโหมดพละกำลัง (Power) ให้การตอบสนองที่ทรงประสิทธิภาพในทุกรูปแบบการเดินทาง ทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล เสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยโครงสร้างอันแข็งแกร่งบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ GEA (Global Intelligent New Energy Architecture) พร้อมระบบช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ อัดแน่นด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะรอบคัน ADAS L2 และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มอบความอุ่นใจในทุกเส้นทาง

Geely Starray 5

โดดเด่นด้วยดีไซน์สะท้อนความแข็งแกร่ง ทรงพลังในแบบเอสยูวี ยกระดับความพรีเมียมที่เข้าถึงได้ ด้วยหลังคากระจกพาโนรามิกแบบเปิด-ปิดได้ พร้อมม่านหลังคาไฟฟ้า

Geely Starray 6

ห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน รองรับการใช้งานได้หลากหลาย กว้างขวาง และสะดวกสบาย ด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และเบาะคู่หน้าพร้อมระบบปรับไฟฟ้าและระบายอากาศ ล้ำสมัยด้วยจอแสดงผล 3 ตำแหน่ง และยังมาพร้อมระบบเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้ง Apple CarPlay, Android Auto และ GEELY แอปพลิเคชัน ตอกย้ำความอเนกประสงค์ ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ถึง 2,065 ลิตร

Geely Starray 7

GEELY STARRAY EM-R พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น PRO ในราคา 699,900 บาท (ราคาพิเศษสำหรับ 300 คันแรก จากราคาปกติ 729,900 บาท)
  • รุ่น MAX ในราคา 799,900 บาท

โดยมีตัวเลือกสีภายนอกทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงินกลาเซียร์บลู (Glacier Blue) สีขาวอัลไพน์ไวท์ (Alphine White) สีเงินคลาวด์วีล (Cloudveil Silver) และสีเทาโวลคานิค (Volcanic Grey) และสีภายในสีดำ ที่ช่วยสะท้อนบุคลิกของผู้ขับขี่ในแบบที่แตกต่าง ทั้งความเรียบหรู ความทันสมัย และความพรีเมียมในทุกมุมมอง

Geely Starray 8

พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2569 – 31 สิงหาคม 2569 ได้แก่

  • ดอกเบี้ย 98% ดาวน์ 25 % ผ่อน 48 เดือน
  • ฟิล์มรถยนต์ Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost (เฉพาะรุ่น MAX)
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 160,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
  • Portable Charger
  • ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี
  • ค่าจดทะเบียน และพรมปูพื้น

**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY อย่างครบวงจร ธนบุรีนอยสเติน ยังได้เปิดตัว GEELY Flagship Showroom แห่งแรกในประเทศไทย บนถนนศรีนครินทร์ โดยเป็นพื้นที่ที่รวบรวมการจัดแสดงรถยนต์ เทคโนโลยี และบริการของ GEELY ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การรับชมรถ ทดลองขับ ขอคำปรึกษา ส่งมอบรถ ไปจนถึงบริการหลังการขาย

Geely Starray 9

นอกจากเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองจาก GEELY แล้ว สถานที่แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะสำหรับที่ปรึกษาการขายและช่างซ่อมบำรุง พร้อมเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญ ยกระดับคุณภาพการบริการ และสนับสนุนความพร้อมของเครือข่ายผู้จำหน่าย GEELY ในประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาสำคัญของการเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY

Geely Starray 10

“การเปิด GEELY Flagship Showroom แห่งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของธนบุรีนอยสเตินในการสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY ที่สะดวกและครบวงจรมากยิ่งขึ้น เรานำจุดแข็งในศักยภาพด้านเทคโนโลยีและคุณภาพการผลิตของ GEELY มาผสานกับความเชี่ยวชาญและความเข้าใจผู้บริโภคไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี ภายใต้แนวคิด ‘แบรนด์จีน หัวใจไทย’ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกและบริการที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนไทย พร้อมสร้างความมั่นใจและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว” นายกุลชาติกล่าวเสริม

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการให้บริการที่เป็นระบบ โปร่งใส และเข้าถึงง่าย ตั้งแต่การนัดหมายเข้ารับบริการ การให้คำปรึกษา การตรวจสอบและบำรุงรักษาด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง การบริหารจัดการอะไหล่ ไปจนถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและความอุ่นใจในทุกการใช้งาน

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟซบุ๊ก Geely Thonburi Thailand

 

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ต่อยอดแคมเปญฉลอง 140 ปี ชวนลูกค้าที่เลขไมล์เกิน 140,000 กิโลเมตร รับส่วนลดสูงสุด 40% สำหรับอะไหล่แท้ Genuine Parts กว่า 14 กลุ่มรายการ

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดแคมเปญบริการหลังการขายในโอกาสเฉลิมฉลอง 140 ปี  แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) ชวนลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และมีเลขไมล์ตั้งแต่ 140,000 กิโลเมตร ขึ้นไป รับสิทธิพิเศษในแคมเปญ “Celebrate 140,000 km of Your Mercedes-Benz” โดยลูกค้าที่เลือกดูแลรถยนต์ภายใต้โปรแกรม Service Select ที่ให้บริการสำหรับรถยนต์ที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป จะได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 40% สำหรับอะไหล่ Genuine Parts กว่า 14 กลุ่มรายการ* และส่วนลดพิเศษในกลุ่มบริการอื่นๆ ที่ร่วมรายการ พร้อมรับของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างพวงกุญแจ Mercedes-Benz* เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 14,000 บาท ขึ้นไป ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 2

สำหรับแคมเปญ “Celebrate 140,000 km of Your Mercedes-Benz” จะมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. ลูกค้ากลุ่มทั่วไป (Non-Service Select)

สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีระยะทางใช้งานสะสมตั้งแต่ 140,000 กิโลเมตร ขึ้นไป
เมื่อเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการฯ ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

  • รับฟรี! พวงกุญแจ Mercedes-Benz* สำหรับลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายสุทธิหลังหักส่วนลดทุกประเภทตั้งแต่ 14,000 บาทขึ้นไป (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • ส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับอะไหล่ Genuine Parts จำนวน 14 กลุ่มรายการ*
  1. ลูกค้ากลุ่ม Service Select

สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีระยะทางใช้งานสะสมตั้งแต่ 140,000 กิโลเมตร ขึ้นไป
เมื่อเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการฯ ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

  • รับฟรี! พวงกุญแจ Mercedes-Benz* สำหรับลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายสุทธิหลังหักส่วนลดทุกประเภทตั้งแต่ 14,000 บาทขึ้นไป (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 3

สิทธิพิเศษเพิ่มเติม! สำหรับลูกค้ารถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ Service Select** โดยไม่จำกัดระยะทางใช้งานสะสม 140,000 กิโลเมตร เมื่อเข้ารับบริการ Service A หรือ Service B (ตามระยะการบำรุงรักษาที่กำหนด) และมีการใช้อะไหล่ StarParts อย่างน้อย 1 รายการ ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์** ดังนี้

  • ส่วนลดสูงสุด 40% สำหรับอะไหล่ Genuine Parts จำนวน 14 กลุ่มรายการ*
  • ส่วนลด 10% สำหรับอะไหล่ StarParts**
  • ส่วนลด 20% สำหรับค่าแรง**

**กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดการสมัคร Service Select กับศูนย์บริการฯ

รายการอะไหล่ Genuine Parts จำนวน 14 กลุ่มรายการ ที่เข้าร่วมแคมเปญ*

  • ผ้าเบรก
  • จานเบรก
  • แบตเตอรี่สตาร์ท 12V / แบตเตอรี่เสริม / คาปาซิเตอร์
  • แท่นเครื่อง / แท่นเกียร์
  • ใบปัดน้ำฝน
  • หัวเทียน
  • สายพานเครื่องยนต์
  • น้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์
  • น้ำยา AdBlue
  • ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ไส้กรองน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ / อ่างน้ำมันเกียร์
  • ระบบรองรับหน้า/ ปีกนก / แขนสปริง / แขนค้ำยัน
  • โช้คอัพ
  • ระบบรองรับ/ กันสะเทือนแบบถุงลม

*เงื่อนไข, ข้อกำหนด และรายละเอียดเพิ่มเติม:

  1. ลูกค้าเข้ารับบริการรายการอะไหล่ที่กำหนด และออกใบแจ้งหนี้ผ่าน Department W เท่านั้น
    (ไม่รวมงานซ่อมสีและตัวถังและงานซื้ออะไหล่หน้าร้าน)
  2. สิทธิพิเศษนี้เฉพาะงานที่ลูกค้าชำระเงินเองเท่านั้น (ไม่รวมลูกค้างานวารันตี, งาน MBSP, งาน Internal,งานบริการหรืองานซ่อม,รถยนต์ที่ใช้เพื่อการพาณิชย์, งานประกันภัย และงานซ่อมสีตัวถัง)
  3. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้
  4. ส่วนลดและสิทธิพิเศษดังกล่าว จะมอบให้เฉพาะลูกค้าที่ใช้บริการในช่วงแคมเปญเท่านั้น
    (เปิด WIP และออกใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษีในช่วงแคมเปญเท่านั้น)
  5. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    โปรดตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

 

“ฮุนได” แนะนำ Hyundai Bluelink ยกระดับประสบการณ์ Connected Car สู่รถรุ่นใหม่ เริ่มใช้ครั้งแรกใน The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย

0
ฮุนได 1

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Hyundai Bluelink Connected Car Services ครั้งแรกในประเทศไทย เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อรถยนต์กับสมาร์ตโฟน ให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะ สั่งงานฟังก์ชันสำคัญ และดูแลรถจากระยะไกลได้ง่ายขึ้นในทุกจังหวะของการใช้งาน โดยลูกค้าชาวไทยกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์นี้คือผู้ใช้รถไฟฟ้า The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ก่อนขยายสู่รถยนต์ฮุนไดรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในอนาคต  

ฮุนได 2

หัวใจของ Hyundai Bluelink คือการเปลี่ยนหลายจังหวะของการใช้รถในชีวิตประจำวันสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น ตั้งแต่การเช็กความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง ไปจนถึงการควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน โดยแบ่งการใช้งานหลักออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ เช็ก สั่ง และดูแล ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟีเจอร์ดิจิทัลให้กับรถ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถให้ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ที่เร่งรีบให้ดีกว่าเดิม

ฮุนได 3

เช็กรถได้ง่าย ก่อนออกเดินทาง

ฟังก์ชัน Remote Vehicle Status ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบสถานะสำคัญของรถผ่านสมาร์ตโฟน เช่น สถานะการล็อกประตู ระบบปรับอากาศ ประตู และฝากระโปรง ช่วยลดความกังวลในเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น เดินออกจากรถแล้วไม่แน่ใจว่าล็อกประตูหรือยัง

ฮุนได 4

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า Bluelink ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลพลังงาน ระยะทางที่ขับขี่ได้ หรือ DTE Range รวมถึงสถานะการชาร์จและการตั้งค่าระดับการชาร์จสูงสุด หรือ Charging Target SOC Setting ช่วยให้วางแผนการเดินทางและเตรียมความพร้อมของรถได้ล่วงหน้า

ฮุนได 5

สบายขึ้นตั้งแต่ยังไม่ขึ้นรถ
ในสภาพอากาศเมืองไทย ความสบายควรเริ่มตั้งแต่เปิดประตูรถ Hyundai Bluelink ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมฟังก์ชันสำคัญผ่านสมาร์ตโฟน เช่น Remote Climate Control สำหรับสั่งเปิดระบบปรับอากาศและตั้งค่าอุณหภูมิล่วงหน้า ให้ห้องโดยสารพร้อมใช้งานตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ รวมถึง Remote Door Lock/Unlock สำหรับล็อกหรือปลดล็อกประตูจากระยะไกล และ Remote Horn & Light Control สำหรับควบคุมแตรและไฟฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมี Find My Car Location ช่วยค้นหาตำแหน่งรถในพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือสนามบิน

ฮุนได 6

อุ่นใจกว่าเดิม แม้ไม่ได้อยู่ใกล้รถ

อีกบทบาทสำคัญของ Hyundai Bluelink คือการช่วยให้เจ้าของรถติดตามความเคลื่อนไหวของรถได้ใกล้ชิดขึ้น โดยเฉพาะในวันที่มีสมาชิกใช้รถร่วมกันหรือเมื่อต้องส่งรถให้ผู้อื่นดูแลชั่วคราว ระบบสามารถแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกพื้นที่ที่กำหนด หรือ Geo-fence Alert แจ้งเตือนเมื่อมีการใช้ความเร็วเกินค่าที่ตั้งไว้ หรือ Speed Alert แจ้งเตือนเมื่อมีการใช้งานรถนอกช่วงเวลาที่กำหนด หรือ Time Fencing Alert รวมถึง Valet Alert ที่ช่วยติดตามสถานะรถระหว่างใช้บริการรับจอด

ฮุนได 7

หากเกิดเหตุผิดปกติหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย Hyundai Bluelink ยังสามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนได้อย่างรวดเร็ว เช่น การแจ้งเตือนรถถูกโจรกรรม หรือ Stolen Vehicle Notification เพื่อให้เจ้าของรถรับรู้สถานการณ์และดำเนินการได้อย่างเหมาะสม

ต่อยอดประสบการณ์ EV ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์มากขึ้น

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า Hyundai Bluelink  ยังช่วยให้การจัดการพลังงานและการชาร์จสะดวกขึ้น ทั้งการตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การสั่งเริ่มหรือหยุดการชาร์จ การตั้งเวลาชาร์จล่วงหน้า และการดูข้อมูลการใช้พลังงานผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมรองรับการแจ้งเตือนสถานะการใช้งาน V2L สำหรับการนำพลังงานจากรถไปใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ฮุนได 8

เริ่มต้นประสบการณ์ Connected Car กับ IONIQ 5 N Line

Hyundai Bluelink Connected Car Services เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยพร้อม The new 2026 IONIQ 5 N Line รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบไทย ที่ผสานดีไซน์สปอร์ตสไตล์ N Line กับเทคโนโลยี EV แรงดันสูง 800V แบตเตอรี่ 84 kWh ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC รองรับ Ultra-Fast Charge จาก 10–80% ในประมาณ 18 นาที พร้อมระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense 17 ระบบ และ Hyundai Bluelink ที่ช่วยให้เช็ก สั่งงาน และดูแลรถผ่านสมาร์ตโฟน

ฮุนได 9

The new 2026 IONIQ 5 N Line เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 1.699 ล้านบาท พร้อมราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 1.399 ล้านบาท สำหรับ 400 คันแรก โดยลูกค้ายังได้รับสิทธิ์ใช้งาน Hyundai Bluelink และ OTA ฟรี 3 ปี นับจากวันออกรถ สะท้อนอีกขั้นของประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อไว้ในคันเดียว

 

 

 

“ลมหายใจไร้มลทิน” ปี 2569 ชวนน้องๆ ปฐมวัย-อุดมศึกษา เข้าประกวดชิงทุนกว่า 3 แสนบาท

0
ลมหายใจไร้มลทิน 1

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ชวนเด็ก และเยาวชน ส่งผลงานเขียน ร้องเพลง วาดภาพ และ วีดีโอคลิป เพื่อร่วมรณรงค์เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ชิงทุนการศึกษากว่า 300,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2569

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน โดยบริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” ได้รับการสนับสนุนจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยการเชิญชวนเด็ก และเยาวชนระดับปฐมวัย ถึงอุดมศึกษาทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าประกวด ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร และได้รับสิทธิ์ร่วมค่ายเยาวชน “ลมหายใจไร้มลทิน” โดยไม่ต้องผ่านการคัดเลือก ซึ่งการประกวดแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. ประกวดงานเขียนเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
  2. ประกวดร้องเพลงประกอบดนตรี เพลง “คิดดี ทำดี” เพลง “ด้วยลมหายใจที่ไร้มลทิน” และเพลง “คุณค่าความเป็นคน”
  3. ประกวดวาดภาพศิลปะสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ความซื่อสัตย์ คือพลังแห่งชีวิต”
  4. ประกวดวีดีโอคลิป สะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “Unseen me : ความดีที่ไม่มีเสียง”

เด็ก และเยาวชน ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดกิจกรรมพร้อมใบสมัคร ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยผู้ส่งผลงานทุกประเภทจะได้รับเกียรติบัตร (E-Certificate) รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ lomhaijai.org หรือ www.dcy.go.th โทรศัพท์ 0-2055-8444 ต่อ 316, 318