Home Blog Page 14

“อีซูซุ” สนับสนุนทีมเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย เดินหน้าสู้ศึกใหญ่ ชิงชัยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่เกาหลีใต้

0
อีซูซุ 1

กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ มร. ฮิเดฮิโกะ ชิโมมูระ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท อีซูซุมอเตอร์  (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสนับสนุนนักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี อย่างต่อเนื่อง โดยมอบเงิน 500,000 บาท พร้อมชุดเครื่องแบบประจำทีม ในโอกาสเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันเบสบอลระดับนานาชาติ รายการ “2026 Little League Baseball Asia-Pacific & Middle East Regional Tournament” ณ ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2569 โดยมี คุณชัยวัฒน์ ชัยวรรณจินดา เลขาธิการสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนรับมอบ ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี

อีซูซุ 2

มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวถึงการสนับสนุนในครั้งนี้ว่า “เบสบอลเป็นกีฬาประเภททีมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และเป็นกีฬาที่ช่วยพัฒนาเยาวชนได้อย่างรอบด้าน ไม่เพียงทักษะด้านร่างกาย แต่ยังรวมถึงทักษะด้านความคิด ได้แก่ ความมีวินัย ความสามัคคี การทำงานเป็นทีม ตลอดจนการคิดวิเคราะห์และวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปีนี้เป็นการสนับสนุนครั้งที่ 19 ของกลุ่มอีซูซุ พร้อมมอบเงิน 500,000 บาท และชุดเครื่องแบบประจำทีมเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี  ในการเข้าร่วมการแข่งขันรายการ “2026 Little League Baseball Asia-Pacific & Middle East Regional Tournament” ณ ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2569 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่เยาวชนไทยจะได้แสดงศักยภาพในฐานะตัวแทนประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ เราเชื่อมั่นว่าความตั้งใจและความทุ่มเทของเด็ก ๆ ทุกคน จะสามารถทำผลงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่า และสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ”

อีซูซุ

สำหรับนักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ภายใต้การดูแลของ มร.อิซาโอะ อาโอยามะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวว่า “ความท้าทายในการแข่งขันนี้คือบรรยากาศการแข่งขันระดับโลกครับ เด็กๆ ของเราอาจจะยังไม่ค่อยมีประสบการณ์แต่เราก็จะพยายามสู้อย่างเต็มที่ และเราหวังว่าจะนำรางวัลกลับมาฝากประเทศไทยด้วยครับ ปีที่แล้วเราได้ที่ 3 ปีนี้ก็หวังว่าจะทำให้ดีกว่าเดิม เราอยากพัฒนาให้น้อง ๆ ไปสู่ระดับที่สูงขึ้น และที่สำคัญคืออยากให้น้องๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทุกคนต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานเป็นทีมร่วมกันเพื่อที่จะเติบโตไปเป็นผู้นำในอนาคตครับ” 

อีซูซุ 4

เบสบอลเป็นกีฬายอดนิยมในหลายประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ขณะที่ในประเทศไทยยังมีผู้เล่นไม่มากนัก จึงเป็นโอกาสสำหรับเยาวชนผู้ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ ซึ่งสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทยยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักกีฬา พร้อมส่งเสริมให้กีฬาเบสบอลเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

อีซูซุ 5

“ผมชอบกีฬาเบสบอลเพราะเป็นกีฬาที่สนุกครับ และพวกเราดีใจและภูมิใจมากที่ได้เป็นยุวชนทีมชาติไทยในปีนี้ เพราะกว่าที่พวกเราทั้งทีมจะมายืนถึงจุดนี้ได้ มันต้องใช้ความลำบากและความอดทนสูงมากครับ โดยเฉพาะการขว้าง การรับลูก และการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเกมครับ เพราะมันต้องใช้สมาธิและความเร็วในการคิดมาก ๆ ครับ พวกเราจึงต้องซ้อมอย่างหนักโดยแบ่งเวลาในช่วงเช้าและช่วงเย็น เน้นฝึกซ้อมควบคู่ไปกับการเรียน เพราะพวกเราอยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ แล้วก็อยากพาทีมไปเล่นที่อเมริกา อยากทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านเบสบอลครับ”

น้องอัครวิชญ์ ปายะฤทธิ โรงเรียนสาธิตนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และน้องวุฒิศักดิ สีมะเริง จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เผยที่มาของการเข้าร่วมทีม

อีซูซุ 6

ร่วมติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai  หรือ #IsuzuLittleLeagueBaseball2026 #Isuzu #อีซูซุ

 

 

 

 

“เอ็มจี” ยืนยันความพร้อมการผลิต NEW MG URBAN รองรับการส่งมอบลูกค้าชาวไทยทันทีหลังเปิดตัว

0
MG 4 Urban

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าเตรียมความพร้อมรอบด้านก่อนเปิดตัว NEW MG URBAN อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ทั้งด้านการผลิต การบริหารจัดการชิ้นส่วน และอะไหล่ ตลอดจนกระบวนการควบคุมคุณภาพอย่างครบวงจร เพื่อรองรับการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพทันทีหลังการเปิดตัว สะท้อนความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว

MG 4 Urban 2NEW MG URBAN ได้ผ่านกระบวนการเตรียมความพร้อมด้านการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานที่ เอ็มจี กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่ารถทุกคันมีความพร้อมรองรับการส่งมอบแก่ลูกค้าทั่วประเทศทันทีภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

MG 4 Urban 3นอกจากนี้ เอ็มจี ยังได้วางแผนการบริหารจัดการด้านชิ้นส่วน อะไหล่ และโลจิสติกส์อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับ ระบบสนับสนุนหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมยกระดับการดูแลลูกค้าให้มีความรวดเร็วและต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน

MG 4 Urban 5

การมาของ NEW MG URBAN ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี ในประเทศไทย พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้ชีวิต  “ง่ายยิ่งขึ้น” ด้วยขนาดที่ใหญ่โต พร้อมความอเนกประสงค์ และเทคโนโลยีของตัวรถที่ล้ำสมัย พร้อมเดินทางไปได้ทุกที่

MG 4 Urban 6

ทั้งนี้ เอ็มจี มีกำหนดเปิดตัวและประกาศราคา NEW MG URBAN หรือ “น้องม่วง” อย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว
หรือติดตามรับชมสดผ่านช่องทาง https://www.facebook.com/MGcarsThailand

MG 4 Urban 7

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

 

จาก “IONIQ 5 N” สู่ “IONIQ 5 N Line” จากสนามแข่ง สู่สไตล์ที่เป็นคุณ “Hyundai” ขยายความหมายของตัวอักษร N ให้กว้างกว่าสมรรถนะ

0
็ัีHyundai IONIQ 5 N Line 1

ก่อนการเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย สะท้อนการมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย ที่ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่าน จากรถนำเข้าสู่รถประกอบในประเทศเท่านั้น เผยถึงการตีความ จิตวิญญาณจากสนามมอเตอร์สปอร์ตสู่ถนนจริง ในความหมายของแบรนด์ N จากฮุนได ที่เติบโตจากการเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์สมรรถนะสูง ดีกรีความสปอร์ตเต็มขั้น สู่การสะท้อนสไตล์ที่โดดเด่น ถ่ายทอดตัวตนของผู้ใช้งานในวงกว้างของประเทศไทยมากขึ้น

็ัีHyundai IONIQ 5 N Line  2
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ N ถูกจดจำผ่านรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N และ ELANTRA N ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Never Just Drive โดยมีจุดเริ่มต้นจาก Namyang R&D Center ศูนย์วิจัยและพัฒนาของฮุนได ประเทศเกาหลีใต้ และผ่านการทดสอบบนสนาม Nürburgring ประเทศเยอรมนี จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สมรรถนะสูงที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดรถพลังงานไฟฟ้า 100% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้มองหาสมรรถนะเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบ บุคลิก และเอกลักษณ์ของรถยนต์ที่สามารถสะท้อนตัวตนของเจ้าของ บ่งบอกรสนิยมของเจ้าของได้ในทุกครั้งที่ปรากฏตัวบนท้องถนนได้เช่นกัน นั่นคือจุดกำเนิดของ N Line ซึ่ง Hyundai พัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่แตกต่างจาก N อย่างชัดเจน

็ัีHyundai IONIQ 5 N Line 3

หาก IONIQ 5 N ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลักขีดจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง Hyundai IONIQ 5 N Line 2026 รุ่นประกอบไทย คือการนำแรงบันดาลใจและ DNA จากโลกของ N มาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบ และรายละเอียดที่จับต้องได้ใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยยังคงรักษาความสะดวกสบายและการใช้งานจริงเอาไว้อย่างครบถ้วน

็ัีHyundai IONIQ 5 N Line 4

ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนผ่านแนวทางการพัฒนารถทั้งสองรุ่นอย่างชัดเจน โดยรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 N มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ผ่านระบบขับเคลื่อนสมรรถนะสูงและเทคโนโลยีเฉพาะทางสำหรับการขับขี่เชิง Performance ขณะที่ IONIQ 5 N Line เลือกถ่ายทอดจิตวิญญาณเดียวกันผ่านภาษาการออกแบบที่สปอร์ตและเฉียบคมมากขึ้น

็ัีHyundai IONIQ 5 N Line 5

สำหรับ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบประเทศไทย Hyundai ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดังกล่าวไว้อย่างครบถ้วน ผ่านกันชนหน้าและหลังดีไซน์เฉพาะรุ่น รายละเอียดภายนอกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถตระกูล N รวมถึงล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ตัวรถมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น

็ัีHyundai IONIQ 5 N Line 6
ขณะเดียวกัน The new 2026 IONIQ 5 N Line ยังคงรักษาจุดแข็งด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าของฮุนไดเอาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งแพลตฟอร์ม E-GMP แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ที่รองรับการชาร์จไฟความเร็วสูง และระบบ Hyundai SmartSense ที่รวมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ไว้อย่างครบครัน

็ัีHyundai IONIQ 5 N Line 8การมาถึงของ The new 2026 IONIQ 5 N Line จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

็ัีHyundai IONIQ 5 N Line 9

เพราะในวันที่รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ EV หลายรุ่นมีสมรรถนะที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น สิ่งที่ทำให้ผู้คนเลือกครอบครองรถคันหนึ่ง อาจไม่ใช่เพียงตัวเลขบนสเปก แต่คือบุคลิกและตัวตนที่รถคันนั้นสามารถสะท้อนออกมาได้ในทุกการเดินทาง สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจล่วงหน้า เพื่อรับสิทธิพิเศษส่วนลด 20,000 บาท* ก่อนใคร ก่อนเปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line อย่างเป็นทางการ ได้ที่ https://bit.ly/4sy6973
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hyundai.com/th/th

 

 

พร้อมเต็มร้อย! ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เตรียมส่งรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ตั้งเป้าคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

0
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศความพร้อมของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น)หลังเสร็จสิ้นภารกิจทดสอบสมรรถนะและความทนทานของรถแข่งมิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ ต่อเนื่องนานถึง 7 วัน เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บนเส้นทางออฟโรดใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยการทดสอบดังกล่าวดำเนินการขึ้นภายใต้การจำลองสภาวะที่ใกล้เคียงกับสนามจริงของการแข่งขันรายการเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ (AXCR) ซึ่งผลการทดสอบ ได้ยืนยันว่า การพัฒนาสมรรถนะและความแข็งแกร่งของ ไทรทัน แรลลี่คาร์ นั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ สำหรับศึกการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เตรียมส่งรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ลงสนามจำนวน 3 คัน พร้อมตั้งเป้าคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 2

การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 จะใช้เส้นทางรวมประมาณ 2,000 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลา 6 วัน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนชื้น และภูมิประเทศอันสมบุกสมบันตามแบบฉบับของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเส้นทางการแข่งขันจะทวีความท้าทายขึ้นด้วยอุปสรรคหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภูเขาสูงชัน เส้นทางในป่าทึบที่ทั้งแคบและขรุขระ รวมถึงทางวิบากที่ต้องอาศัยความเร็วต่ำถึงปานกลาง ในการฝ่าหล่มโคลนและจุดข้ามลำน้ำที่เกิดจากฝนตกฉับพลัน ไปจนถึงทางดินแนวราบที่สามารถใช้ความเร็วสูงได้ อาทิ ทุ่งหญ้ากว้าง และเส้นทางในพื้นที่เกษตรกรรม

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 3

เพื่อสานต่อความสำเร็จและคว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้ดึงศักยภาพของรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ออกมาอย่างเต็มพิกัด พร้อมเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้สามารถรับมือและควบคุมรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ตลอดสภาพเส้นทางอันหลากหลายและยากลำบากของการแข่งขันเอเอ็กซ์ซีอาร์ โดยมีการปรับการจัดวางองค์ประกอบของตัวรถ รวมถึงตำแหน่งของระบบส่งกำลัง ให้กระจายน้ำหนักระหว่างด้านหน้าและด้านหลังได้อย่างสมดุลมากขึ้น อีกทั้งยังได้ปรับจูนช่วงล่างและระบบกันสะเทือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนนของล้อทั้งสี่ ช่วยให้เสถียรภาพในการควบคุมพวงมาลัยและการเข้าโค้งดีกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังได้มีการ
อัปเกรดการตอบสนองของเครื่องยนต์ในย่านความเร็วต่ำถึงปานกลาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมและ
ขีดความสามารถในการลุยเส้นทางออฟโรดให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 4

“ในการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ รถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ต้องขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงบนเส้นทางที่หลากหลายและท้าทายอย่างหนัก ส่งผลให้ตัวรถต้องรองรับแรงกระแทกจากสภาพถนน ซึ่งในบางกรณีอาจสูงกว่าการใช้งานโดยปกติของลูกค้าทั่วไปกว่า 30 เท่า” มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต กล่าว “ข้อมูลทางเทคนิคที่ได้รับจากการเข้าร่วมการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการชิงชัยให้กับรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ของเราเท่านั้น แต่ยังมอบข้อมูลเชิงลึกอันทรงคุณค่าในการเสริมสร้างความโดดเด่นให้กับรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงอีกด้วย องค์ความรู้ที่ได้รับเหล่านี้ ไม่เพียงถูกนำไปประยุกต์ใช้กับรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทันเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดไปยัง ออล-นิว ปาเจโร ที่มีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกของโลกช่วงไตรมาสที่ 3 นี้เช่นกัน และด้วยแนวทางการพัฒนารถยนต์ที่ผ่านการเคี่ยวกรำอย่างเข้มข้นจากสมรภูมิแรลลี่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จะยังคงเดินหน้านำเสนอยนตรกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสะท้อนถึงตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์ต่อไป”

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 5

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ผู้อำนวยการทีม: ฮิโรชิ มาซูโอกะ (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส)

เจ้าของทีม: ชยุส ยังพิชิต (ทันท์ สปอร์ต)

ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค: ก่อพงษ์ อมาตยกุล (ทันท์ สปอร์ต)

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 6

นักแข่งและผู้นำทาง

ชยพล โยธา
ตัวแทนจาก: จังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย
เกิด: 16 สิงหาคม 2530 (อายุ 38 ปี)
ประวัติการแข่งขัน: ชยพล คร่ำหวอดในการแข่งขันแรลลี่
และมอเตอร์สปอร์ตหลายรายการในประเทศไทย และเป็นผู้นำทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล 2 ครั้ง จากการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2022 และ 2025 ด้วยสไตล์การขับที่แม่นยำ ระมัดระวัง และสามารถทำความเร็วสูงได้โดย
ไม่สร้างความเสียหายให้กับตัวรถ

ผู้นำทาง: พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ (ประเทศไทย)

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 7

คัตสึฮิโกะ ทากูชิ
ตัวแทนจาก: จังหวัดโอคายาม่า ประเทศญี่ปุ่น
เกิด: 7 กุมภาพันธ์ 2515 (อายุ 54 ปี)
ประวัติการแข่งขัน: คัตสึฮิโกะ ทากูชิ เป็นนักแข่งแรลลี่ระดับนานาชาติ เจ้าของแชมป์รายการ FIA Asia-Pacific Rally Championship 2 สมัย และเป็นคู่นักแข่งชาวญี่ปุ่นที่ทำอันดับสูงสุดในการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2025 ด้วยการคว้าอันดับที่ 5 ประเภทโอเวอร์ออล (Overall)

ผู้นำทาง: ทาคาฮิโระ ยาสุอิ (ประเทศญี่ปุ่น)

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 8

คาสุโตะ โคอิเดะ (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส)
ตัวแทนจาก: จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น
เกิด: 19 มิถุนายน 2522 (อายุ 46 ปี)
ประวัติการแข่งขัน: คาสุโตะ โคอิเดะ เป็นผู้ทดสอบรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการขับรถยนต์มากมาย อาทิ มิตซูบิชิ ปาเจโร และ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชั่น ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนทักษะการขับขี่ให้แก่
ผู้ทดสอบรถยนต์ รวมถึงยังเป็นผู้สาธิตการขับขี่ในงานกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น

ผู้นำทาง: เออิจิ ชิบะ (ประเทศญี่ปุ่น)

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 9

“ฟอร์ด” ชู ‘Rapid Hub’ เครือข่ายวิศวกรภาคสนาม 10 แห่งทั่วไทย ยกระดับบริการหลังการขาย ส่งมอบรถคืนลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  

0
ฟอร์ด 1

ความเชื่อมั่นในแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในวันที่ลูกค้าซื้อรถ แต่วัดกันที่บริการหลังการขาย ฟอร์ด ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบริการลูกค้ามาโดยตลอด โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือ Rapid Hub เครือข่ายสนับสนุนเชิงรุกที่ช่วยให้ผู้จำหน่ายและทีมวิศวกรสามารถแก้ไขเคสที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาที่รถจอดซ่อมหรือ VOR (Vehicle Off Road) เหลือเพียง 4 วัน[1] และส่งมอบรถกลับคืนสู่มือลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

ฟอร์ด 2

จาก ตั้งรับสู่การทำงาน เชิงรุกอย่างไร้รอยต่อ

Rapid Hub เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 ด้วยเป้าหมายสำคัญในการปรับวิธีทำงานของฟอร์ดจากการรอรับปัญหาไปสู่การเข้าดูแลลูกค้าเชิงรุกทันทีเมื่อมีการเปิดงานซ่อมในระบบ แม้แนวคิดนี้จะดูเรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติ ต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหลายทีมอย่างแนบแน่น เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ปัญหาความล่าช้าในการดูแลรถหลายครั้งไม่ได้เกิดจากความซับซ้อนของอาการรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงอย่างทันท่วงที Rapid Hub จึงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมทุกทีมให้เห็นสถานะของเคสพร้อมกันตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเคสเร่งด่วนที่ต้องการการสนับสนุนอย่างทันท่วงที

ฟอร์ด 4

โครงการนี้ เชื่อมการทำงานของ 3 ทีมหลัก ได้แก่ ทีมลูกค้าสัมพันธ์ ทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนาม และผู้จัดการงานขายของแต่ละเขต เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทำให้การติดตามเคสมีความต่อเนื่อง ตั้งแต่ศูนย์บริการวิเคราะห์อาการรถ ช่างเทคนิคจะประสานข้อมูลกลับมายังทีมลูกค้าสัมพันธ์ในทันที ก่อนที่ทีมลูกค้าสัมพันธ์จะประเมินระยะเวลาและแจ้งลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการ เพิ่มความมั่นใจและลดความกังวลระหว่างรอรับรถ สำหรับเคสที่ไม่สามารถส่งมอบได้ภายในหนึ่งวัน ระบบจะยกระดับเป็นเคส ‘VOR 1 วัน’ ทันที และส่งทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนามเข้าช่วยสนับสนุนเชิงรุกโดยทันที เช่น เคสที่มีไฟเตือนบนหน้าจอไม่แนะนำให้ขับต่อ การเข้าดูแลอย่างรวดเร็วไม่เพียงช่วยป้องกันปัญหาลุกลาม แต่ยังช่วยดูแลความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ

ฟอร์ด 6

Rapid Hub ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายวิศวกรภาคสนามที่ผ่านการรับรองความเชี่ยวชาญระดับสูง (Master Certified) จำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยทีมวิศวกรภาคสนามต้องเดินทางถึงผู้จำหน่ายภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยเร่งการดูแลเคสที่ซับซ้อน จนสามารถมีดัชนี ‘การซ่อมเสร็จตั้งแต่ครั้งแรก’ สูงถึง 96%1 ขณะเดียวกัน ทีมงานยังลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานช่างและความพร้อมของเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์บริการทุกแห่งพร้อมดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟอร์ด 5

เทคโนโลยีและทีมงานเบื้องหลังความรวดเร็ว

เพราะบางเคสต้องการการวิเคราะห์ขั้นสูง ฟอร์ดจึงนำเทคโนโลยีแว่นตาช่วยเหลืองานซ่อมระยะไกลมาใช้เพื่อให้ช่างเทคนิคที่ศูนย์บริการสามารถสื่อสารกับวิศวกรส่วนกลางแบบเห็นภาพหน้างานได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และลดเวลาการเดินทางในการสนับสนุน ขณะเดียวกัน หากรถยังไม่สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายในหนึ่งวัน ฟอร์ดยังมีบริการรถสำรองเพื่อช่วยให้ลูกค้ายังคงเดินทางได้อย่างไม่สะดุด[2]

ฟอร์ด 6

เบื้องหลัง Rapid Hub คือมาตรฐานการดูแลที่แข็งแกร่งของศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ด้วยช่องซ่อมรวมกว่า 1,248 ช่อง และปริมาณใบสั่งซ่อมราว 400,000 ใบต่อปี ฟอร์ดจึงให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรช่าง เทคโนโลยี และกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการส่งมอบบริการที่รวดเร็วและมีมาตรฐานในทุกพื้นที่

ฟอร์ด 7

ความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าทุกคนเสมือนคนในครอบครัว

Rapid Hub จึงไม่ใช่เพียงโครงการที่ทำให้งานซ่อมเร็วขึ้น แต่คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะสำหรับฟอร์ดแล้ว การให้บริการหลังการขายไม่ใช่แค่การแก้ปัญหา แต่คือการส่งมอบความมั่นใจ และทำให้ลูกค้าได้รับการดูแลเสมือนคนในครอบครัวเสมอ

ฟอร์ด 9

ค่ายรถแห่จองพื้นที่ MOTOR EXPO 2026 เต็มแล้ว

0
IMC สื่อสากล 1

IMC สื่อสากล” เปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ ไม่ยอมพลาด วันเดียวจองเต็มพื้นที่

IMC สื่อสากล 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จของงานปีก่อน ที่มียอดรถยนต์ 75,246 คัน จักรยานยนต์ 5,263 คัน ผู้เข้าชมงานกว่า 1.5 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท ประกอบกับตลาดรถยนต์ปีนี้ยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้การเปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2026 ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 รวม 60,000 ตารางเมตร มีผู้ผลิตรถยนต์ จักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจอย่างคึกคัก ถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว”

IMC สื่อสากล 3

ยิ่งกว่านั้น ในงานยังจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ สำหรับเด็ก เยาวชน และคนรักยานยนต์ ได้แก่ Join Boat Platform จัดแสดงเรือ และกิจกรรมทางน้ำ / Skill Driving Experience Junior จัดกิจกรรมสนุกปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” / Skill Driving Experience ให้ความรู้การขับรถที่ถูกต้อง / Spirit of the 4×4 Driving School ให้ความรู้การขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ / สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถโบราณทรงคุณค่า ฯลฯ

IMC สื่อสากล 4

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์-Here, There and Every Car” โดยมีผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ฟินนิกซ์ ฟิล์ม จำกัด

IMC สื่อสากล 5

พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

IMC สื่อสากล 6

ฮุนได อัดแคมเปญ “Hyundai Clearance Sales” ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด  เฉพาะ STARIA – PALISADE สู้ราคาน้ำมันดีด รองรับ B20 จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569 เท่านั้น

0
ฮุนได 1

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ปรับเกมรุกประกาศแคมเปญ “Hyundai Clearance Sales” จัดข้อเสนอเพื่อสอดรับมาตรการส่งเสริมการใช้งานน้ำมันไบโอดีเซล B20 ดัน Hyundai STARIA และ Hyundai PALISADE ราคาพิเศษ จำนวนจำกัด ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 500,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569

ฮุนได 2

สำหรับครอบครัว ผู้บริหาร และผู้ประกอบการที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมในจังหวะราคาคุ้มสุดแห่งปี Hyundai STARIA (EURO 5) คือหนึ่งในข้อเสนอที่ดีที่สุด ด้วยดีไซน์ล้ำสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายเสมือนเลานจ์ส่วนตัว พร้อมเบาะนั่งที่ออกแบบมาเพื่อทุกการเดินทาง เทคโนโลยีความปลอดภัย Hyundai SmartSense และเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่ให้ทั้งพละกำลัง ความประหยัด และรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย

ฮุนได 3

  • STARIA Essence ราคาพิเศษ 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,499,000 บาท สำหรับ 30 คันสุดท้าย
  • STARIA Elite ราคาพิเศษ 1,409,000 บาท จากราคาปกติ 1,659,000 บาท สำหรับ 20 คันสุดท้าย

พร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์

ฮุนได 4

อีกรุ่นที่ไม่ควรพลาด Hyundai PALISADE เอสยูวีแฟลกชิป 7 ที่นั่ง สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความหรูหรา พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และความมั่นใจในทุกการเดินทาง โดดเด่นด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ วัสดุตกแต่งระดับพรีเมียม พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่และสายเดินทางไกล โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่

  • Exclusive (2WD)ราคาพิเศษ 1,799,000 บาท จากราคาปกติ 2,299,000 บาท
  • Prestige (AWD)ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท จากราคาปกติ 2,499,000 บาท

ฮุนได 5

พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี สำหรับ PALISADE ทุกรุ่นย่อย รวมถึงการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์

ฮุนได 6

แคมเปญ Hyundai Clearance Sales คือ หมากสำคัญที่สะท้อนทิศทางเชิงรุกของฮุนไดในตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย ด้วยการนำเสนอรถแฟลกชิปรุ่นสำคัญในเงื่อนไขที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี ก่อนเดินหน้าสู่การปรับไลน์อัปผลิตภัณฑ์ครั้งใหม่ โดยยังคงยึดมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี คุณภาพระดับสากล และประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์อย่างครบวงจร ผู้สนใจสามารถสัมผัส ทดลองขับ และรับข้อเสนอพิเศษได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2569

 

“Honda e:N2 Exclusive Test Drive” เปิดประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจ บนสเตชันทดสอบสุดพิเศษ พิสูจน์สมรรถนะเต็มขั้นของ EV ที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม “Honda e:N2 Exclusive Test Drive” ชวนลูกค้าเปิดประสบการณ์การขับขี่ พร้อมทดสอบสมรรถนะอย่างเต็มประสิทธิภาพของ Honda e:N2 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% บนสถานีทดสอบที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อจำลองสถานการณ์การใช้งานจริงได้อย่างครบถ้วน สะท้อนศักยภาพการขับขี่และการควบคุมได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมสัมผัสกับฟังก์ชันและเทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ มอบทั้งความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ขับขี่ที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ฮอนด้า 2

Honda e:N2 Exclusive Test Drive นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสุดพิเศษที่ฮอนด้า ตั้งใจเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของ Honda e:N2 อย่างเต็มรูปแบบในสภาพการใช้งานจริง ผ่านการรังสรรค์พื้นที่ศูนย์ฝึกขับขี่ฯ ให้กลายเป็นแทร็กทดสอบที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ประกอบด้วยสถานีทดสอบที่ครอบคลุมทุกมิติของการขับขี่ อาทิ การทดสอบอัตราเร่ง การควบคุมรถแบบ Slalom การทรงตัว การเข้าโค้งในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการขับขี่บนทางชันและการเบรก โดยมีครูฝึกผู้ชำนาญการของฮอนด้าคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในทุกสถานีทดสอบ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสและทดลองสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ และสัมผัสถึงอีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดมิติใหม่ให้แก่ชีวิต (Future: Activated)

ฮอนด้า 4

ครั้งแรกกับการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ EV แบบจัดเต็ม ของ คุณพรธิดา ดวงสุฤทธิ์ ที่เผยว่า “ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยทดลองรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง แต่ด้วยความมั่นใจในแบรนด์ฮอนด้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน จึงตัดสินใจมาทดลองขับ Honda e:N2 ซึ่งหลังจากได้ลองแล้วต้องบอกว่าประทับใจมาก ทั้งสมรรถนะการขับขี่ การควบคุม และการตอบสนองของคันเร่งที่รวดเร็วทันใจ รวมถึงดีไซน์ที่ทันสมัยและฟังก์ชันภายในที่ครบครัน โดยเฉพาะระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จัดเต็ม หากจะเลือกรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก จะต้องเป็นฮอนด้าอย่างแน่นอน”

ฮอนด้า 4

ด้านคุณชนัฐชนม์ เดชจิตกร แฟนฮอนด้าที่ใช้รถมาหลากหลายรุ่น เผยความประทับใจหลังการทดสอบว่า “เวลาจะเลือกซื้อรถ สิ่งแรกที่พิจารณาคือชื่อเสียงแบรนด์ ซึ่งส่วนตัวชอบและเชื่อมั่นในฮอนด้ามาโดยตลอด อีกเรื่องคือสมรรถนะที่ต้องตอบโจทย์สไตล์การขับขี่ของตัวเอง ซึ่งหลังจากได้ทดลองขับ Honda e:N2 ต้องบอกว่าอัตราเร่งดีมาก เบรกมั่นใจ ช่วงล่างนุ่มนวล เกาะโค้งดี ควบคุมง่าย และวงเลี้ยวแคบคล่องตัว”

ฮอนด้า 5

Honda e:N2 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ราคา 1,429,000 บาท โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback พร้อมเส้นสายเฉียบคม ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย พร้อมหลากหลายฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! อาทิ กระจกด้านหลังแบบ Privacy กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ ถุงลมกลางด้านหน้า จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน และอื่น ๆ อาทิ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด

ฮอนด้า 6

มอบสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก มั่นใจทุกสปีด แต่นุ่มนวลในทุกจังหวะ โดย Honda e:N2 พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม ให้การขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และควบคุมง่าย ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ฮอนด้า 8

เป็นเจ้าของ Honda e:N2 ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ! เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 30 มิ.ย. 69 และรับรถภายใน 31 ก.ค. 69

  • ดอกเบี้ย 54%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 (1 ปี)
  • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ขยายการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฮอนด้า 9

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ Honda e:N2 เพื่อ Activated ประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ ได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง https://www.honda.co.th/testdrive ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.honda.co.th/en2 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

ฮอนด้า 11

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

 

“เรเว่” ชาร์จฝันพลังบอลไทยกับ Football Clinic BYD Drive the Dream พร้อมส่งต่อพลังแห่งอนาคตฟุตบอล ให้เยาวชนไทย

0
BYD 1

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของฟุตบอลทีมชาติไทย และ การแข่งขันไทยลีก ร่วมชาร์จฝันพลังบอลไทยให้กับเยาวชนไทยที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอล ผ่านการจัดกิจกรรม Football Clinic BYD Drive the Dream ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีเยาวชนเข้าร่วมงานทั้งหมด 264 คน ซึ่งนอกจากจะได้ใกล้ชิดกับนักกีฬาทีมชาติแล้ว ยังมีคอร์สฝึกอบรมทักษะการเล่นฟุตบอล โดยโค้ชฟุตบอลทีมชาติ และมอบอุปกรณ์กีฬาให้อีกด้วย เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยในอนาคตต่อไป ภายใต้แนวคิด ‘BYD ชาร์จพลังบอลไทย’  ในพิธีมี นายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด เป็นตัวแทนบริษัทฯ ในการมอบอุปกรณ์กีฬา ให้ศูนย์นันทนาการและศูนย์เยาวชน

BYD 2

ชาร์จพลังทักษะฟุตบอล ให้เยาวชนไทย

BYD 3

กิจกรรม Football Clinic BYD Drive the Dream มีเยาวชนจำนวน 264 คนเข้าร่วม ทั้งหมดมีอายุระหว่าง 7 -14 ปี โดยมาจากศูนย์นันทนาการบางกะปิ, ศูนย์นันทนาการลาดกระบัง, โรงเรียนปราสาทวิทยา จังหวัดสิงห์บุรี, ศูนย์นันทนาการสะพานสูง, โค้ชอาสาสนามใต้ทางด่วนวังทองหลาง, ศูนย์นันทนาการหลักสี่, ศูนย์นันทนาการวัดธาตุทอง และ ศูนย์เยาวชนคลองเตย ในฐานฝึกอบรม มีทีมงานผู้ฝึกสอนนำโดย ‘โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล’ อดีตนักเตะทีมชาติไทย และหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พร้อมให้ความรู้และคำแนะนำการฝึกทักษะฟุตบอลแบบมืออาชีพแก่เยาวชน 9 สถานี ครอบคลุมทั้งการครองบอล การส่งบอล การเคลื่อนที่ และ การเล่นกันเป็นทีม พร้อมเสริมทักษะการเล่นฟุตบอล และเพิ่มความมั่นใจให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมการอบรม

BYD 4 ชาร์จแรงบันดาลใจและเติมเต็มโอกาส ให้เยาวชนไทย

BYD 6

กิจกรรม Football Clinic BYD Drive the Dream ยังมอบช่วงเวลาสุดพิเศษให้เยาวชน ได้ใกล้ชิดกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยทั้ง ‘เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์’, ‘นิว พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี’ และ ‘ไอซ์ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล’ พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ และสร้างความประทับใจให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนั้น ยังมีการมอบอุปกรณ์กีฬาให้ศูนย์นันทนาการและศูนย์เยาวชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเติมเต็มโอกาส ให้เยาวชนไทยในหลายพื้นที่ได้ฝึกทักษะฟุตบอล อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

BYD 7

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ บีวายดี ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ที่ Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand พร้อมสัมผัสรถยนต์พลังงานใหม่จาก บีวายดี ทุกรุ่น ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั้ง 176 สาขาทั่วประเทศ

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ชูมาตรฐานบริการหลังการขาย “โอโมเตะนาชิ” ดูแลลูกค้ารับหน้าฝน ชวนเช็กรถฟรี 35 รายการ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมาย วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569

0
Mitsubishi 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มอบความอุ่นใจให้กับลูกค้า ด้วยมาตรฐานบริการหลังการขายตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ โอโมเตะนาชิ (おもてなし) ซึ่งถ่ายทอดความใส่ใจ ความจริงใจ และการให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด พร้อมดูแลลูกค้าตลอดช่วงหน้าฝนนี้ ผ่านบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 35 รายการ และข้อเสนอพิเศษสำหรับยางรถยนต์และแบตเตอรี่ ณ ศูนย์บริการ มิตซูบิชิกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569

ภายใต้แนวคิด “เราดูแล คุณแค่ขับ” มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความมั่นใจให้กับลูกค้า
ในทุกการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สภาพอากาศอาจส่งผลต่อทัศนวิสัยและสภาพถนน โดยเจ้าของรถยนต์
มิตซูบิชิ
ทุกรุ่นสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 35 รายการ ประกอบด้วย การตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้น 30 รายการ การตรวจเช็กแบตเตอรี่ด้วยเครื่องวิเคราะห์สภาพแบตเตอรี่ การตรวจสภาพยางรถยนต์ ความหนาผ้าเบรกและการตรวจเช็กระบบเครื่องยนต์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ MUT-III เพื่อช่วยให้รถยนต์พร้อมใช้งานทุกช่วงเวลา

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถรับข้อเสนอพิเศษสำหรับการเปลี่ยนยางรถยนต์ เมื่อซื้อยางรถยนต์จำนวน 3 เส้น
แถมฟรี 1 เส้น (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) หรือรับส่วนลดสูงสุดมูลค่า 1,000 บาท เมื่อซื้อยางรถยนต์ครบ 4 เส้น
(เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ)
ขณะเดียวกัน ลูกค้าที่เปลี่ยนแบตเตอรี่สามารถรับสิทธิ์ซื้อแบตเตอรี่แท้มิตซูบิชิ ราคาเริ่มต้นเพียง 2,000 บาท พร้อมรับการขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่เป็น 24 เดือน หรือ 40,000 กิโลเมตร
(แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
จากปกติ 12 เดือน หรือ 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ทั้งนี้ การรับประกันครอบคลุมเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานโดยปกติเท่านั้น ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ หรือการใช้งานที่ไม่ถูกต้องตามคู่มือแนะนำการดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์ พิเศษสุดในช่วงฤดูฝน เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ ให้ลูกค้าขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ด้วยแคมเปญพิเศษเปลี่ยนชุด ก้านปัดน้ำฝน พร้อมน้ำยาทำความสะอาดกระจกแท้มิตซูบิชิ ในราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 490 บาท

ยิ่งไปกว่านั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมอบความสะดวกเพิ่มเติมผ่านการผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด
10 เดือน สำหรับการเปลี่ยนยางรถยนต์ที่มียอดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป
และผ่อน 0% นาน 6 เดือน
สำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ภายในศูนย์บริการที่มียอดตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป
เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน M-Drive ได้ทั้งระบบ iOS และ Android เพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว
พร้อมติดตามข้อมูลและสถานะการเข้ารับบริการได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิ
คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

*เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด