Home Blog Page 15

“ฮอนด้า”ชวนตรวจสภาพรถรับปีใหม่ กับแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” พร้อมโปรแรงผ่อนค่าใช้จ่าย 0% นานสูงสุด 8 เดือน  

0
ฮอนด้า 1

การนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการตามตารางเช็คระยะเปรียบเสมือนการ “ตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี” ของรถยนต์ ซึ่งเป็นการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด ช่วยให้ใช้งานอย่างปลอดภัยอยู่เสมอ และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว ทำให้คุณมั่นใจได้ว่ารถยนต์ของคุณจะพร้อมใช้งานทุกการเดินทาง

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญครอบครัวฮอนด้าเข้ามาเช็กลิสต์ความอุ่นใจพร้อมรับปีใหม่ด้วยบริการตรวจสภาพรถฟรีกับแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” ด้วยการดูแลครบวงจรโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ มาตรฐานฮอนด้า ด้วยอะไหล่แท้คุณภาพสูง พร้อมการรับประกันอะไหล่และงานซ่อม ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเพิ่มมูลค่ารถยนต์เมื่อขายต่อ อีกทั้งรับสิทธิพิเศษผ่อนค่าใช้จ่าย 0% นานสูงสุด 8 เดือน* สำหรับงานบริการทุกประเภท และโปรแกรมผ่อนยาง 0% นานสูงสุด 10 เดือน* พร้อมส่วนลดผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลายรายการสูงสุด 20%* ได้สิทธิ์ทั้งรถใหม่ รถเก่า และรถมือสอง เพียงนัดหมายและเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 # รถฮอนด้า ต้องศูนย์ฮอนด้าเท่านั้น!!!

คุ้มค่ากว่าที่เคย ! งานบริการทุกประเภท ผ่อนชำระค่าใช้จ่าย 0% ได้นานสูงสุด 8 เดือน ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท

  • งานเช็กระยะ งานซ่อมทั่วไป งานซ่อมสีและตัวถัง ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 8 เดือน* กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ โดยมียอดใช้จ่ายเพียง 3,000 บาทขึ้นไป

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถใหม่ อายุไม่เกิน 1 ปี* (*นับจากวันส่งมอบรถใหม่)

  • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติมสูงสุดถึง 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่แพ็กเกจเพย์เซฟ 6 และ 10 ให้ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถอายุ 5 ปีขึ้นไป* (รถโมเดลปี 19XX – 2020)

  • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติม 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 4” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่แพ็กเกจเพย์เซฟ 4 ให้ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 20%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

รับส่วนลดเพิ่มเติม 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟอุ่นใจ”

  • เมื่อซื้อ “เพย์เซฟอุ่นใจ”* (แพ็กเกจเช็ก 4 ระยะ ขยายอายุการใช้งานนานถึง 30 เดือน พร้อมรับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 10% พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงฟรี 2 ปี และได้รับส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่ให้ 10% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 15%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าทุกคน

  • บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี (ตามรายการที่กำหนด*)
  • ส่วนลด 200 บาท สำหรับแบตเตอรี่ทางเลือกยี่ห้อ GS* และ PUMA*
  • ส่วนลด 10% สำหรับผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ที่กำหนด*
    1. ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
    2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)
  • ส่วนลด 10% ผ้าเบรก
  • ซื้อยางรถยนต์ยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้าง
  • แคมเปญยางรถยนต์หลากหลายรุ่น* และยี่ห้อ* อาทิ ซื้อ 3 แถม 1* และส่วนลดสูงสุด 3,200 บาท*
  • ซื้อผลิตภัณฑ์หรือเคมีภัณฑ์ตามรายการต่อไปนี้ ครบ 2 รายการ รับฟรี กระเป๋าเก็บความเย็น 1 ใบ คละสี
    1. แบตเตอรี่ยี่ห้อ PUMA* หรือ GS*
    2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)
    3. ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
    4. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าที่รถอายุ 10 ปีขึ้นไป (ปี 19XX – 2015)

  • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง*
  • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ*
  • รับส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก*

โปรโมชันพิเศษ สำหรับยางรถยนต์ผ่อนชำระ

  • ยางรถยนต์ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน* กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ ยอดใช้จ่าย
    ขั้นต่ำ 2,000 บาท
  • แคมเปญยาง Yokohama ซื้อ 3 แถม 1 หรือ ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 1,280-3,200 บาท
  • แคมเปญยาง Goodyear ซื้อ 3 แถม 1, ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 500-3,600 บาท หรือ พิเศษ ซื้อ 3 แถม 1

พร้อมรับฟรี กระเป๋าเดินทางกู๊ดเยียร์

  • แคมเปญยาง Dunlop ซื้อ 3 แถม 1 หรือ ครบ 4 เส้น รับส่วนลด 600-2,800 บาท
  • แคมเปญยาง Bridgestone รับส่วนลดเส้นละ 250-500 บาท
  • แคมเปญยาง Hankook รับส่วนลดเส้นละ 300 บาท
  • แคมเปญซื้อยางรถยนต์ ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้าง หรือ กระเป๋าเก็บความเย็น (คละสี)

แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถฮอนด้ามือสอง เพียงนำรถมาอัปเดตข้อมูลเจ้าของคนใหม่ที่ศูนย์บริการครั้งแรก รับสิทธิพิเศษ Welcome to Honda Family จัดเต็มส่วนลดต่อดังนี้ทันที

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าสังเคราะห์แท้ รวมค่าแรง เริ่มต้นเพียง 899 บาท***
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ
  • ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

ขอเชิญชวนลูกค้าครอบครัวฮอนด้าพารถยนต์คู่ใจเข้ารับบริการสุดคุ้ม กับแคมเปญ “Happy Holiday Happy Plus! เที่ยวทั่วไทย คุ้มสบายใจ” ได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

 

“โรงงานฟอร์ด” ตอกย้ำความมุ่งมั่นดูแลพนักงานทุกมิติ คว้ารางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบ Total Worker Health ประจำปี 2568

0
ฟอร์ด 1

บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โรงงานเอฟทีเอ็ม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลบุคลากรอย่างครอบคลุมในทุกมิติ โดยได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 13 โรงงานต้นแบบระดับประเทศที่ได้รับรางวัล ‘สถานประกอบกิจการต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพคนงานแบบองค์รวม’ (Total Worker Health) ประจำปี 2568 โดยนายนพวัตติ์ นิธิดำรงค์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เป็นตัวแทนรับมอบโล่รางวัลจาก เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ฟอร์ด 2

ความสำเร็จในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ‘โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร’ โดยกองความปลอดภัยแรงงาน ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเอฟทีเอ็มได้รับเชิญให้เข้าร่วมในฐานะสถานประกอบกิจการที่มีผลงานด้านสุขภาวะโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงงานได้ผ่านการอบรมและพัฒนาระบบการดูแลพนักงานอย่างเข้มข้น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้ครอบคลุมทุกมิติชีวิตของพนักงาน

ฟอร์ด 3

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้เอฟทีเอ็มได้รับรางวัล คือ การนำเสนอโครงการ Employee Assistance Program’ (EAP) หรือ โปรแกรมให้คำปรึกษาแก่พนักงานที่เน้นการดูแลด้านสุขภาพจิตใจอย่างจริงจัง โดยมีนักจิตวิทยามืออาชีพคอยให้คำแนะนำและกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินที่เข้มงวดทั้ง 6 ด้าน และได้รับเลือกให้เป็นโรงงานต้นแบบในที่สุด

ฟอร์ด 4

“รางวัล Total Worker Health คือ ความภาคภูมิใจที่สะท้อนว่า ฟอร์ดให้ความสำคัญกับ ‘พนักงาน’ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร” นายนพวัตติ์ นิธิดำรงค์รัตน์ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย และอาชีวอนามัย โรงงานเอฟทีเอ็ม กล่าว “เหนือสิ่งอื่นใดการได้รับเลือกเป็น 1 ใน 13 โรงงานต้นแบบครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพใจที่เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากฝ่ายบริหาร”

 

หัวใจหลักในการบริหารจัดการด้านสุขภาวะของฟอร์ดประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญ ดังนี้:

  1. นโยบายที่เข้มแข็งและชัดเจน: ขับเคลื่อนและสื่อสารนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขภาวะองค์กรสู่พนักงานและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ โดยถ่ายทอดเป็นพันธกิจที่เหมาะสม พร้อมกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด (KPIs) ที่ชัดเจน และมีการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
  2. พลังสนับสนุนจากผู้นำ: ฝ่ายบริหารไม่เพียงสนับสนุนด้านงบประมาณ แต่ยังลงมือปฏิบัติเป็นต้นแบบ โดยเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง อาทิ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล การวิ่ง และโยคะ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงาน
  3. การมีส่วนร่วมในทุกมิติ: ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมและสุขภาพ ทั้งการบริจาคโลหิต การมอบทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงาน การจัดอบรมโดยวิทยากรด้านการออกกำลังกาย รวมถึงการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กิจกรรมวันสุขภาพจิตโลก และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  4. กลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ: ดำเนินงานผ่านความร่วมมือของคณะกรรมการลูกจ้างและคณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.) เพื่อร่วมกันวางระบบการดำเนินงานที่คล่องตัว เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อสวัสดิภาพของพนักงานอย่างแท้จริง
  5. การบูรณาการแบบองค์รวม: ผสานมิติด้านความปลอดภัยและสุขภาวะให้เป็นเนื้อเดียวกันตามแนวทาง Total Worker Health เพื่อการดูแลพนักงานที่ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ
  6. การตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน: มุ่งเน้นโครงการที่เข้าถึงปัญหาและช่วยเหลือพนักงานได้จริง เช่น โครงการ ‘Employee Assistance Program’ (EAP) ที่ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยามืออาชีพ เพื่อประคับประคองสุขภาพจิตของพนักงานในทุกสถานการณ์

“อีซูซุ” สานต่อความร่วมมือ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นปีที่ 18

0
อีซูซุ 1

มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ ร่วมกับสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ มอบชุดอุปกรณ์สื่อการสอนด้านวิศวกรรมยานยนต์ มูลค่ารวม 350,000 บาท ให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร    ด้านวิศวกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นผู้รับมอบ

อีซูซุ 2

โครงการความร่วมมือระหว่างกลุ่มอีซูซุและคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี้ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2551 โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนด้านยานยนต์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาการและทักษะเชิงปฏิบัติของนักศึกษา  ให้สามารถนำความรู้ไปต่อยอดและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

“ฮอนด้า” เตรียมปรับใช้โลโก้ “H mark” ใหม่ สำหรับธุรกิจรถยนต์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคต

0
ฮอนด้า 1

บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศเตรียมนำใช้โลโก้ H mark ที่ปรับดีไซน์ใหม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคต

ตั้งแต่เริ่มนำโลโก้ H mark มาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1963 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนรถยนต์ฮอนด้า โดยโลโก้ H mark นี้ได้ถูกนำใช้สำหรับผลิตภัณฑ์รถยนต์และกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์หลายครั้งในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

โลโก้ H mark ได้รับการปรับโฉมใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งรวมถึงไลน์อัป Honda 0 Series ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้ความมุ่งมั่นในการ “สร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของฮอนด้า โดยเริ่มต้นจากศูนย์ ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของฮอนด้า” นอกจากนี้ การปรับดีไซน์โลโก้ดังกล่าวไม่เพียงแค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ขององค์กรที่พร้อมมุ่งหน้าสู่ความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

โลโก้ H mark ใหม่ มีแผนที่จะเริ่มปรับใช้กับทั้งกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่และกลุ่มรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โดยจะเริ่มต้นกับรุ่นรถยนต์ที่มีแผนเปิดตัวเข้าสู่ตลาดในปี ค.ศ. 2027 เป็นต้นไป

โลโก้H mark” ใหม่ สัญลักษณ์ที่สะท้อนภาพลักษณ์ธุรกิจรถยนต์ฮอนด้า

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมขยายขอบเขตการใช้โลโก้ H mark ใหม่ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าในทุกมิติ ผ่านทั้งผลิตภัณฑ์และทุกจุดที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการ การสื่อสาร และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตสำหรับรถยนต์ เป็นต้น

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะ โลโก้ H mark ใหม่นี้ คือตัวแทนของ “การเกิดใหม่ครั้งที่สองของแบรนด์ฮอนด้า” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้วยการส่งมอบคุณค่าใหม่ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ผสานแนวคิดอันสร้างสรรค์ และวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ

 

 

“GWM” ออกแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในระยะยาว เร่งเครื่องสู่เป้าหมายแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในไทย

0
GWM 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำแบรนด์รถยนต์จีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์หลังการขาย” ไม่แพ้คุณภาพของรถที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเดินทางที่ล้ำหน้า ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ากับข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จีน ทั้งความกังวลเรื่องอะไหล่ล่าช้าและการซ่อมนาน ซึ่งเป็นภาพจำที่อยู่ในใจคนไทยในขณะนี้และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่มาจากประเทศจีน โดย GWM ได้มุ่งเน้นและเอาจริงเอาจังด้านการยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องมากว่า 5 ปี นับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย ด้วย GWM SMART Service ที่จะมอบบริการที่สะดวก (Simple) ทันสมัย (Modern) ใส่ใจ (Attention) มั่นใจ (Reliable) และฉับไว (Timeliness) รวมถึงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมดูแลและรับผิดชอบต่อลูกค้า เพื่อยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม สู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายอย่างแท้จริง

แก้ Pain Point หลักของคนไทย: ปัญหาการรออะไหล่นาน

แม้รถยนต์จากประเทศจีนจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย แต่ผู้บริโภคจำนวนมากยังลังเลที่จะเป็นเจ้าของเพราะประสบการณ์ที่ได้ยิน ได้เห็นทั้งจากคนใกล้ตัวและเสียงจากชาวเน็ต หรือกระทั่งเคยพบเจอด้วยตนเองเกี่ยวกับการรออะไหล่นาน ระยะเวลาซ่อมที่ไม่แน่นอน และระบบการบริการหลังการขายที่ยังไม่น่าไว้วางใจ GWM จึงตอบโจทย์แบบ “จบให้ตรงจุด” ด้วยแคมเปญ GWM รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” หลังการยืนยันคำสั่งซ่อมของลูกค้า* เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจด้านการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพของ GWM และการบริการที่ฉับไว หมดปัญหาและความกังวลใจในการรออะไหล่เป็นระยะเวลายาวนาน โดยหากลูกค้าได้รับอะไหล่ช้ากว่า 7 วันที่กำหนด ลูกค้าจะได้รับ GWM Points จำนวน 4,500 คะแนน เป็นการชดเชย โดยสามารถใช้แลกสินค้าและบริการผ่าน GWM Application แคมเปญนี้ครอบคลุมรถ GWM ทุกรุ่น และมีผลตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569

หัวใจสำคัญ: User-Centric สู่ความไว้วางใจและเชื่อมั่นใน GWM   

เบื้องหลังความสำเร็จของ GWM ในไทย คือกลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วยการรับฟังเสียงผู้บริโภค หรือ User-Centric ที่นำข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลลูกค้าในตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ โดย GWM ได้พัฒนาทักษะและมาตรฐานช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงระบบจัดการอะไหล่ให้รวดเร็วและแม่นยำ การขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน การพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ใช้แล้ว รวมถึงการพัฒนาระบบการรับฟังและแก้ไขปัญหาตัวรถที่มีประสิทธิภาพ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศในการรักษามาตรฐานการให้บริการระดับคุณภาพให้กับลูกค้าทั่วทุกภาคของประเทศไทย สร้างประสบการณ์บริการหลังการขายที่ไร้รอยต่อ ทั้งหมดนี้คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ทั้งก่อนและหลังการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ย้ำชัดถึงการสร้างและรักษามาตรฐานใหม่ด้านการบริการหลังการขายและเป้าหมายของแบรนด์ ว่าการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ GWM ในด้านบริการหลังการขาย ตั้งแต่การรับประกันเครื่องยนต์ระยะยาว จนถึงแคมเปญการรับประกันด้านอะไหล่ สะท้อนวิสัยทัศน์และพันธกิจในระยะยาวของ GWM ในประเทศไทยอย่างชัดเจน เรามุ่งมั่นยกระดับคุณภาพงานบริการหลังการขายไปอีกขั้น ดูแลเอาใจใส่ลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจในการมาเป็นครอบครัว GWM รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคชาวไทยที่ยังมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์จากประเทศจีน ด้วยการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน มอบความอุ่นใจในการใช้รถ หมดห่วงด้านการรออะไหล่นาน GWM มุ่งมั่นรักษามาตรฐานการบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้น รักษาความไว้วางใจของลูกค้าในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายในไทยและที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด พร้อมเติบโตอยู่เคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน”

*หลักเกณฑ์การนับระยะเวลา 7 วัน จะนับจากวันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อม จนถึงวันที่สถานะของอะไหล่พร้อมที่ศูนย์บริการ GWM (นับเฉพาะวันทำการและไม่รวมระยะเวลาการซ่อม) โดยมีรายละเอียดตามประเภทงานซ่อมดังนี้:

  • งานซ่อมทั่วไป: วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่มีการสรุปรายการซ่อมและรายการอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนครบถ้วน
  • งานซ่อมสีและตัวถัง: วันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันการซ่อมหลังจากการประเมินรายการซ่อมและค่าใช้จ่ายแล้ว
  • กรณีบริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย: วันที่ลูกค้ายืนยันคำสั่งซ่อมหมายถึง วันที่ลูกค้าลงนามยืนยันการซ่อมหลังจากที่บริษัทประกันภัยอนุมัติการซ่อมตามการประเมิน กรณีมีรายการซ่อมเพิ่มเติม การนับระยะเวลาจะเริ่มใหม่จากวันที่บริษัทประกันภัยอนุมัติรายการซ่อมเพิ่มเติมนั้น

ทั้งนี้ “อะไหล่” หมายถึง รายการอะไหล่ทั้งหมดที่ใช้ในการซ่อมแซม ยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่ง (Accessories) และอะไหล่ที่จัดหาจากร้านค้าภายนอกซึ่งไม่ได้มาจาก GWM

 “ระยะเวลา” หมายถึง ระยะเวลาการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ ไม่รวมระยะเวลาดำเนินการซ่อม

 

 

 

 

 

“เอ็มจี” อัพเดทราคารถยนต์ไฟฟ้า ต้อนรับปี 2569 พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย อัพเดทราคาและข้อเสนอพิเศษรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น พร้อมเน้นย้ำจุดยืนในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบ EV LIFETIME WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

รายละเอียดข้อเสนอพิเศษพร้อมราคา ปี 2569

NEW MG IM6 รถ e-Intelligent SUV   

  • ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1,399,900 บาท ในรุ่น Premium 1,599,900 บาท ในรุ่น Premium Long Range และ 1,799,900 บาท ในรุ่น Performance
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ MG PREMIUM CALL CENTRE
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

เอ็มจี 3

NEW MG MAXUS 9 PLUS

  • ราคาเริ่มต้นเพียง 1,849,000 บาท ในรุ่น Plus
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี 2

NEW MG MAXUS 7

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,399,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี 5

NEW MG4 ELECTRIC โกลบอลโมเดลรุ่นยอดนิยมกับข้อเสนอพิเศษ

ราคาพิเศษเริ่มต้น 549,900 บาท ในรุ่น D และราคาพิเศษ 649,900 บาท ในรุ่น D LONG RANGE

  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เอ็มจี  7

NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน 

  • ราคาพิเศษเริ่มต้น 679,900 บาท ในรุ่น D+ 779,900 บาท ในรุ่น X+ และ 899,900 บาท ในรุ่น V+
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ  การใช้งาน

เอ็มจี 9

NEW MG CYBERSTER

  • ราคาพิเศษ 2,499,000 บาท
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

“SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR” ร่วมงานวันเด็กประจำปี 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

0
Skill Driving Experience Junior 1

Skill Driving Experience Junior ร่วมงานวันเด็กที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อมุ่งพัฒนาเด็ก และเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิต ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

Skill Driving Experience Junior 2

มีเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงประชาชน เข้าร่วมอย่างคึกคัก ณ บริเวณโดยรอบภายในกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

Skill Driving Experience Junior 3

 

“นิสสัน ประเทศไทย” เสริมความแข็งแกร่งด้านการตลาดและการขาย        ด้วยการประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่

0
Nissan 1

นิสสัน ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ในสายงานการตลาดและการขาย เพื่อเสริมความคล่องตัวขององค์กรและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดยานยนต์ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ยูมะ เอนโด ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้บริหารสายงานการตลาด และณัฐวุฒิ ชัยกรณ์กิจ เป็น ผู้บริหารสายงานขาย ทั้งสองรายงานตรงต่อ ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย

“การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่าย และมอบแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย

ยูมะ เอนโดะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายวางแผนธุรกิจอาเซียน ดูแลการวางแผนระยะกลางขององค์กร การเข้ารับบทบาทใหม่ในฐานะผู้บริหารสายงานการตลาด เขาจะเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ในทุกด้านของการตลาด รวมถึงการตลาดผลิตภัณฑ์ การตลาดเพื่อการสร้างแบรนด์ และแคมเปญส่งเสริมการขาย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์นิสสันในประเทศไทย

เอนโดะ ร่วมงานกับนิสสันตั้งแต่ปี 2552 และมีความเชี่ยวชาญด้านบริการหลังการขาย การตลาด และการวางแผนการขาย เอนโดะเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดหลัก ผู้ช่วยของผู้บริหารระดับสูง และงานสนับสนุนธุรกิจในระดับภูมิภาคด้านการตลาดและการวางแผนการขาย เขามีประสบการณ์ทำงานทั้งในญี่ปุ่น แคนาดา และประเทศไทย ทำให้มีมุมมองเชิงกลยุทธ์ในระดับสากล

ณัฐวุฒิ ชัยกรณ์กิจ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการงานขาย ฝ่ายงานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้วนิสสัน จะรับตำแหน่งผู้บริหารสายงานขาย โดยจะเป็นผู้นำด้านกลยุทธ์การขาย ดูแลการปฏิบัติงานด้านงานขาย การดูแลงานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้ว การวางแผนการขายและจัดสรรรถยนต์ใหม่ รวมถึงการบริหารกิจกรรมการขายทั้งในเครือข่ายดีลเลอร์และลูกค้าองค์กร

Nissan 2

ณัฐวุฒิ มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 16 ปี เขาเข้าร่วมงานกับนิสสันในปี 2556 และมีความเชี่ยวชาญด้านงานขาย งานขายลูกค้ารายใหญ่และรถยนต์ใช้แล้ว โดยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายทั่วประเทศ และมีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการงานขายรถยนต์สำหรับลูกค้ารายใหญ่ โดยมีชำนาญและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จำหน่าย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นให้กับนิสสันในการเติบโตในประเทศไทยอย่างมั่นคง

การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการเสริมสร้างทีมผู้นำด้านการตลาดและการขาย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทย

 

MG ตอกย้ำความสำเร็จในตลาดยุโรป-อินเดีย-ไทย ดันยอดขายรวม SAIC MOTOR CORPORATION ปี 2025 พุ่ง 12.3% ทะลุ 4.507 ล้านคัน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกสู่ศักราชใหม่ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเผยถึงความสำเร็จในฐานะแบรนด์ที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันยอดขายรวมทั่วโลกของ SAIC MOTOR CORPORATION ในปี 2025 ทะยานสู่ 4.507 ล้านคัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 12.3% ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย เอ็มจี สามารถเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความนิยมในตลาดหลักทั่วโลก ทั้งยุโรปที่ยอดขายพุ่งสูงขึ้น 30% อินเดียขยายตัว 17.8% และประเทศไทยที่ปิดยอดปีล่าสุดด้วยอัตราเติบโต 44% พร้อมเดินหน้าสู่ศักราชใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจในเครือทั่วโลกด้วยกลยุทธ์ “GLOCAL” ผสานนวัตกรรมระดับโลกเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคเพื่อวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนในทุกภูมิภาค

MG 2

SAIC MOTOR CORPORATION บริษัทแม่ของแบรนด์ เอ็มจี เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2025 โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกกว่า 4.507 ล้านคัน หรือมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน หากพิจารณายอดขายเฉพาะในตลาดต่างประเทศ พบว่า มียอดขายรวม 1.071 ล้านคัน ซึ่งเติบโตขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการขยายตัวและการได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในเวทีโลก โดย เอ็มจี ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ทั้งยุโรป อินเดีย และภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ ตลาดยุโรปที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ด้วยยอดขายรวมกว่า 300,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการยอมรับยานยนต์จากจีนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะที่ในตลาดอินเดีย มียอดขายรวม 70,000 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 17.8% ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสะสมของรถยนต์ เอ็มจี ทั่วโลกมีมากกว่า 6 ล้านคัน

MG 3

ความสำเร็จดังกล่าวสอดรับกับยุทธศาสตร์ “GLOCAL” ที่ SAIC MOTOR CORPORATION ได้ประกาศใช้   เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกด้วยการผสานแนวคิด Global + Local เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่การสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ครบวงจรและยั่งยืน โดย เอ็มจี  เป็นแบรนด์หลักที่นำวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาใช้กำหนดทิศทางการดำเนินงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว อีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าจับตามองของ SAIC MOTOR CORPORATION  ในปีที่ผ่านมา คือ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งมียอดขายรวมสูงถึงกว่า 1.643 ล้านคัน หรือโตเพิ่มขึ้น 33.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ของกลุ่มฯ โดย เอ็มจี มีส่วนสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยี NEV สู่ตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นหัวหอกในการสร้างตลาดทั่วโลก และสามารถทำยอดขายได้ดีในหลาย ๆ ประเทศ

ในส่วนของประเทศไทย เอ็มจี มียอดขายภายในประเทศและส่งออกรวม 35,872 คัน ในปี 2025 ที่ผ่านมา หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ เอ็มจี ในตลาดรถยนต์เมืองไทย และเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของแบรนด์ในภูมิภาคอาเซียนด้านการผลิต เอ็มจี ได้ดำเนินการผลิตชดเชยตามเงื่อนไขของนโยบายการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ครบถ้วน 100% แล้วตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านการผลิตและการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ พร้อมตอกย้ำสถานะของ เอ็มจี ในฐานะหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย

MG 5

มร. ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในปี 2025 เป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของ SAIC MOTOR CORPORRATION ในเวทีโลก โดยเฉพาะบทบาทของแบรนด์ เอ็มจี ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดต่างประเทศและภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ยุทธศาสตร์ GLOCAL ที่ผสานจุดแข็งระดับโลกเข้ากับความเข้าใจในแต่ละตลาดอย่างลึกซึ้ง ปัจจุบัน รถยนต์ของ เอ็มจี วางจำหน่ายในตลาดทั่วโลกแล้วกว่า 170 ประเทศทั่วทุกภูมิภาค สะท้อนการยอมรับของผู้บริโภคระดับสากลและความมั่นคงของแบรนด์ในฐานะผู้เล่นระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ สำหรับประเทศไทย เอ็มจี ไม่ได้เป็นเพียงตลาดจำหน่าย แต่เป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกลุ่ม ทั้งในการพัฒนาแบรนด์ การลงทุนด้านการผลิต และการส่งเสริมตลาดยานยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จด้านยอดขายในปีที่ผ่านมา รวมถึงการดำเนินการผลิตชดเชยตามนโยบาย EV 3.0 ของภาครัฐอย่างครบถ้วน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการเติบโตเคียงคู่กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ขณะเดียวกัน ในปี 2026 SAIC MOTOR CORPORRATION และ เอ็มจี เตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า และระบบอัจฉริยะ (Intelligent Mobility) เพื่อตอบรับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และเสริมศักยภาพให้กับ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มฯ ทั้งในตลาดประเทศไทยและตลาดโลกอย่างยั่งยืน”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

“มาสด้า” ห่วงใยมอบเงินช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุทกภัย

0
มาสด้า 1

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ และ มร. ทาเคชิ ซาโตะ รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นายสิทธิพร ปิติเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทชูเกียรติยนต์ จำกัด แสดงความห่วงใยมอบเงินช่วยเหลือลูกค้ามาสด้าที่ออกรถในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ พร้อมออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อให้การช่วยเหลือดูแลรถยนต์ของลูกค้า เพื่อบรรเทาทุกข์และสามารถนำรถยนต์กลับไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยรวดเร็วที่สุด ตอกย้ำคำมั่นสัญญาในการมุ่งมั่นเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนครอบครัวเดียวกัน แทนคำขอบคุณที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้าเป็นพาหนะคู่ใจในทุกการเดินทางของทุกคนในครอบครัว

มาสด้า 2

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้าขอแสดงความห่วงใยอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ มาสด้าสำนักงานใหญ่และผู้จำหน่ายในพื้นที่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประสานความร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน รวมถึงการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนและช่วยให้ลูกค้ากลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นในรถยนต์มาสด้า โดยมาสด้ายินดีมอบความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์ เราจะก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

มาสด้า 3
มาสด้าขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่ลูกค้าไว้วางใจ ให้มาสด้าได้มีโอกาสดูแลลูกค้าและทุกคนในครอบครัวของลูกค้า และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นตัวแทนในการส่งมอบความสุขให้กับการใช้ชีวิตในประจำวันของลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน

มาสด้า 4