Home Blog Page 15

เชอรี ประเทศไทย เปิดเซอร์ไพรส์ใหญ่ใน Big Motor Sale 2026 เผยโฉมรถรุ่นใหม่จาก iCAUR ครั้งแรก พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าชาวไทย

0
Chery V27 1

เชอรี ประเทศไทย (CHERY Thailand) เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ ให้ลูกค้าและวงการรถยนต์เมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมเปิดเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้ชาวไทยในงาน Big Motor Sale 2026 พบกับสุดยอดไฮไลต์ที่ทุกคนห้ามพลาดกับการเปิดตัว Chery Q สีใหม่ล่าสุดครั้งแรก พร้อมเผยโฉมรถรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ iCAUR แบรนด์ที่ผสมผสานความคลาสสิก นวัตกรรมล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี REEV เจาะกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถ SUV สไตล์ทรงกล่อง (Boxy) เซกเมนต์ที่กระแสแรงอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย

Chery V27 2

ภายในบูท CHERY ผู้เข้าชมจะได้จุใจกับไลน์อัปรถยนต์ Chery V23 พร้อมด้วยขวัญใจมหาชน Chery Q รถยนต์ City EV รุ่นใหม่ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างยอดเยี่ยม พร้อมด้วยเซอร์ไพรส์พิเศษกับการเปิดตัว Chery Q สีใหม่ครั้งแรกในตลาดไทย ที่พร้อมมาเติมสีสันและบ่งบอกสไตล์ที่ไม่เหมือนใครสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

Chery V27 3

พร้อมทั้งอีกหนึ่งไฮไลต์คือก้าวแรกของแบรนด์ iCAUR ภายใต้ Chery Automobile ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก เผยก้าวแรกพร้อมนับถอยหลังสู่การเปิดตัวแบรนด์และรถรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ จากกระแสความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา แบรนด์ iCAUR นิยามใหม่ของความคลาสสิก ภายใต้สโลแกน “Classic Never Fades” จากตัวตนและรสนิยม สู่การเดินทางสุดคลาสสิกที่ถูกออกแบบให้ร่วมสมัยกว่าเดิม เตรียมนำรถรุ่นใหม่ที่ผสมผสานความคลาสสิก นวัตกรรมล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี REEV เจาะกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถ SUV สไตล์ทรงกล่อง (Boxy) เซกเมนต์ที่กระแสแรงอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย เผยโฉมในงาน Big Motor Sale 2026

Chery V27 4

นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และไฮไลต์สุดพิเศษแล้ว CHERYยังเตรียมข้อเสนอสุดคุ้มและแคมเปญพิเศษเฉพาะภายในงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่กำลังสนใจ Chery Q โอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของในราคาปัจจุบัน ก่อนจะมีการปรับราคา พร้อมรับสิทธิประโยชน์และข้อเสนอพิเศษที่จัดขึ้นเฉพาะภายในงานเท่านั้น

พบกันที่บูท CHERY หมายเลข A17/1 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 21–30 สิงหาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก: Chery Thailand และ iCAUR Thailand

กรังด์ปรีซ์ฯ จัดงาน “Valued Partner & Media Appreciation Night 2026” แทนคำขอบคุณจากใจ แด่พันธมิตรและสื่อมวลชน ผู้ร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จตลอด 47 ปี งานมอเตอร์โชว์ฯ

0
กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 1

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จัดงาน “Valued Partner & Media Appreciation Night 2026” งานเลี้ยงขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้สนับสนุน  และสื่อมวลชน ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “TOGETHER, BEYOND THE JOURNEY” ก้าวไปด้วยกัน…ไกลกว่าทุกการเดินทาง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยมิตรภาพของผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความสำเร็จของงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ณ ห้อง Royal Jubilee Ballroom อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา 

กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2

ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ พร้อมด้วย คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์, คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา, คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา และคุณปิยนุช แจ่มศิริพรหม รองประธานจัดงานฯ ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ พร้อมกล่าวขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้สนับสนุน ผู้ร่วมจัดแสดง ตลอดจนสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ให้การสนับสนุนและเป็นส่วนสำคัญในการผลักดัน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ให้เติบโตและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตลอด 47 ปีที่ผ่านมา

กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 3

พร้อมกันนี้ ยังได้ประกาศก้าวสำคัญสู่การจัดงาน The 48th Bangkok International Motor Show 2027 ที่จะจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2570 ด้วยการเผยแนวคิดการจัดงานครั้งใหม่ภายใต้ธีม

กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 5

“THE NEW MOMENTUM”  นวัตกรรมแห่งการเคลื่อนไหว เพื่อโลกที่เชื่อมต่อ  แนวคิดที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของโลกแห่งการเดินทาง เมื่อ Mobility ไม่ได้หมายถึงเพียงการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นระบบนิเวศแห่งการเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี พลังงาน และข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2

The 48th  Bangkok International Motor Show 2027 จึงพร้อมเปิดประตูสู่อนาคตแห่ง Mobility ยุคใหม่ ที่ชาญฉลาด เชื่อมต่อ และยั่งยืน พร้อมนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดแห่งอนาคต ที่จะร่วมสร้าง “แรงขับเคลื่อนครั้งใหม่ : THE NEW MOMENTUM” ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และโลกแห่งการเดินทาง เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด

กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 7

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจคือการรับชมภาพยนตร์สั้น Bangkok International Motor Show Highlights ที่ถ่ายทอดพัฒนาการ ความสำเร็จ และความทรงจำสำคัญของงาน ครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา ก่อนเข้าสู่พิธีแสดงความขอบคุณแก่พันธมิตรผู้ทรงคุณค่า พร้อมบันทึกภาพแห่งความทรงจำร่วมกัน เพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ร่วมสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน

กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 8

ภายหลังพิธีการ แขกผู้มีเกียรติได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ท่ามกลางบทเพลงและการแสดงดนตรีสด พร้อมการแสดงพิเศษที่สร้างสีสันและความประทับใจ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยกิจกรรม Networking ที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้บริหาร และสื่อมวลชน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จไปด้วยกันในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล 7

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในการให้ความสำคัญกับพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้สนับสนุน ผู้ร่วมจัดแสดง และสื่อมวลชน ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญที่ร่วมสร้างความสำเร็จให้กับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปีที่ผ่านมา พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมืออันแข็งแกร่งและมิตรภาพที่มีต่อกันจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่และยกระดับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ให้ก้าวสู่ความเป็นงานแสดงยานยนต์ระดับแนวหน้าของภูมิภาคต่อไป

สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 48 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2570 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

 

 

สองผู้บริหารรุ่นใหม่ “จุฑามาศ – นพเก้า ขันมณี” นำทัพ “BIG MOTOR SALE 2026” เปิดภูมิทัศน์ใหม่วงการยานยนต์

0
BIG MOTOR SALE 1

คุณแพรว – จุฑามาศ ขันมณี (ซ้าย) และ คุณพลอย – นพเก้า ขันมณี (ขวา) สองประธานร่วมอำนวยการจัดงาน BIG MOTOR SALE 2026 จะขึ้นเวทีกล่าวรายงานการจัดงานแก่คุณปู่ จรวย ขันมณี   “ประธานในพิธี” เและ แขก VIP ซึ่งเป็นผู้บริหารแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำ ที่ให้เกียรติเป็น “ประธานร่วม”ในพิธีเปิดงาน BIG MOTOR SALE 2026 งานซื้อขายรถยนต์กลางปี เปิดทางเลือกใหม่พร้อมภูมิทัศน์ใหม่ๆอย่างเป็นทางการ 21 สิงหาคมนี้ @ BITEC บางนา

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ลุยกิจกรรม City Run ร่วมกับ Garmin Run Club Thailand พร้อมส่ง The all-new electric CLA นำขบวนนักวิ่งในงาน “GRC Own Town Road”

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ต่อยอดกลยุทธ์ Customer Centricity พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของ “Mercedes-Benz Community” โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับการ์มิน ประเทศไทย (Garmin Thailand) ผู้นำตลาดจีพีเอส สมาร์ทวอทช์ระดับโลกและผู้บุกเบิกคอมมูนิตี้แนว City Run อย่าง Garmin Run Club Thailand (G/R/C) ในการจัดกิจกรรม “Run & The City Thailand Series – OWN TOWN ROAD” ภายใต้คอนเซปต์ “จะ Run กรุง ที่เจริญกรุง” เปลี่ยนพื้นที่ทางเท้าของถนนสายแรกของประเทศไทยอย่างถนนเจริญกรุง ให้กลายเป็นเส้นทาง City Run ของเหล่ารันเนอร์กว่า 80 คน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4

โดยไฮไลต์ในงานคือการนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุด The all-new electric CLA มาร่วมนำขบวนและดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมงานตลอดเส้นทางกว่า 6 กิโลเมตร รวมถึงการจัดแสดงรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่น GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษสำหรับกิจกรรมของ Garmin Run Club Thailand (G/R/C) โดยเฉพาะ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 5

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 6
กิจกรรม “Run & The City Thailand Series – OWN TOWN ROAD” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม เดอะ สลิล ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (The Salil Hotel Riverside) โรงแรมระดับ 5 ดาว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในซอยเจริญกรุง 72/1 โดยเปิดโอกาสให้นักวิ่งทุกคนได้สัมผัสกับบรรยากาศยามเช้าของถนนเจริญกรุง จากจุดสตาร์ทที่โรงแรม สู่จุดหมายปลายทางที่ไปรษณีย์กลางบางรัก โดยมีผู้ร่วมงานจากคอมมูนิตี้ Garmin Run Club Thailand และลูกค้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย รวมถึงได้รับเกียรติจากคุณพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 8

ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

 

“ต้า เฟ็ดเฟ่” ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ตัดสินใจเป็นเจ้าของ SUZUKI FRONX” ปลื้มดีไซน์โดนใจ มีความคุ้มค่า พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ และโปรแกรมบำรุงรักษา 7 ปี

0
ซูซูกิ 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าส่งมอบความสุขในทุกเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดต้อนรับอินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์ยุคบุกเบิกของเมืองไทย “ต้า เฟ็ดเฟ่” (คุณลิขิต สิทธิพันธุ์) เข้าสู่ครอบครัวซูซูกิอย่างเป็นทางการ หลังตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ SUZUKI FRONX สะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ตเอสยูวีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ซูซูกิ 2

“ต้า เฟ็ดเฟ่” หรือ คุณลิขิต สิทธิพันธุ์ เปิดเผยถึงเหตุผลในการเลือกซื้อรถยนต์คู่ใจในครั้งนี้ว่า “การเลือกซื้อรถยนต์สักคัน สิ่งสำคัญที่สุดคือความคุ้มค่าและความสบายใจในการใช้งานในระยะยาว ซึ่ง SUZUKI FRONX ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ครบถ้วน ทั้งเรื่องของดีไซน์ที่โดดเด่น และความประหยัดน้ำมันที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายที่สุดคือ โปรแกรมบำรุงรักษาสูงสุดถึง 7 ปี ซึ่งทำให้หมดกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา ยิ่งไปกว่านั้น ซูซูกิยังมีแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษเมื่อเลือกผ่อนชำระ 4 ปี ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่คุ้มค่าและตัดสินใจได้ทันที”

SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีกับแนวคิด “THE ICONIC DRIVE นิยามใหม่ของการขับขี่…ในแบบที่เป็นคุณ” ชูจุดเด่นด้านสมรรถนะ ความคล่องตัว และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงใจ และเพื่อส่งมอบความประทับใจและกระตุ้นการตัดสินใจเป็นเจ้าของ SUZUKI FRONX ได้ง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น   ซูซูกิขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิที่มีชื่อเป็นผู้ครอบครองและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Hello Suzuki หรือให้สิทธิ์กับสมาชิกครอบครัวด้วยราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท ใน SUZUKI FRONX รุ่น GL โดยมีจำนวนจำกัด 200 คัน เท่านั้น พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 3 ปี อีกทั้ง ยังมอบแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจ SUZUKI FRONX รุ่น GLX และ GLX PLUS ซูซูกิมอบส่วนลดพิเศษเพิ่ม 20,000 บาท พร้อมข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 0% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถยนต์ SUZUKI FRONX ยิ่งขึ้น สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569

ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นส่งมอบความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการครอบครองรถ ด้วยโปรแกรม SUZUKI FRONX Worry Free Maintenance Package ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถตามระยะทางนานถึง 7 ปี โดยแพ็กเกจมีราคาเริ่มต้นเพียง 27,999 บาท ประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้สูงสุด 6,781 บาท เมื่อเทียบกับราคาปกติ ยิ่งซื้อพร้อมออกรถยิ่งประหยัด สามารถนำไปรวมกับการผ่อนชำระค่างวดรถ การันตีราคาชิ้นส่วนอะไหล่ภายใต้แพ็กเกจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับขึ้นราคาในอนาคต เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนการบริหารค่าใช้จ่ายและมั่นใจในการครอบครองรถในระยะยาว

ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้มค่า และรับข้อเสนอพิเศษเช่นเดียวกับ“ต้า เฟ็ดเฟ่” ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

 

 

“ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต” พร้อมลุยป้องกันแชมป์เต็มพิกัด ในศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

0
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ลุยเต็มพิกัด! ส่ง ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) เข้าสู้ศึก การแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-15 สิงหาคมนี้ ในประเทศไทย ด้วยรถกระบะไทรทัน1 จำนวน 3 คัน มุ่งเป้าคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 โดยในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่การแข่งขันจะเปิดฉากขึ้น ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้เสร็จสิ้นการดำเนินการทดสอบภาพรวมของรถ (Shakedown) บนสนามออฟโรดในจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อยืนยันความพร้อมของทั้งตัวรถ นักแข่ง และทีมงาน ก่อนเดินหน้าสู่ภารกิจป้องกันแชมป์อย่างเต็มรูปแบบ

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต 2

ความคิดเห็นจากทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม

“ในที่สุด การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว นับตั้งแต่การทดสอบสมรรถนะและความทนทานของรถเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมงานได้พัฒนาและปรับจูนรถแข่งอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการทดสอบภาพรวมของรถก่อนการแข่งขันยังได้ยืนยันให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสุดในทุกด้าน ตั้งแต่สมรรถนะของตัวรถ ความพร้อมของนักแข่ง ไปจนถึงการปฏิบัติงานของทีมเซอร์วิส พวกเราจะร่วมมือกันคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล และรักษาตำแหน่งผู้ชนะนี้ไว้ให้ได้ นอกจากนี้ การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ยังเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันศักยภาพของทั้งตัวรถและผู้คนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดภายใต้สภาวะสุดทรหด โดยองค์ความรู้ที่ได้รับตลอดการแข่งขันในครั้งนี้ในถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต เช่นเดียวกับ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่มีกำหนดเปิดตัวภายในปีงบประมาณนี้2”

ชยพล โยธา นักแข่ง

“สำหรับปีนี้ ความมั่นใจจากการเตรียมความพร้อมของเรามีมากกว่าความกดดันจากชัยชนะเมื่อปีที่แล้ว รถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ มีศักยภาพในการแข่งขันดียิ่งกว่าเดิม ทำให้เรามั่นใจในการขับขี่ขึ้น ซึ่งเราสัมผัสได้ถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของตัวรถระหว่างการทดสอบภาพรวมของรถ แม้การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ จะเป็นแรลลี่ที่ท้าทายและไม่มีใครรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย แต่เป้าหมายของผมคือการคว้าชัยชนะในทุกสเตจ เพื่อนำแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลมาสู่ทีม”

คัตสึฮิโกะ ทากูชิ นักแข่ง

“การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ในปีนี้ถือเป็นการลงสนามครั้งที่ 4 ของผม และผมเข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล ในฐานะทีม เราตั้งเป้าที่จะรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ โดยมีชยพลเป็นแนวหน้า แต่ตัวผมเองก็พร้อมที่จะท้าชิงตำแหน่งบนโพเดียม และมุ่งสู่ชัยชนะเช่นกัน การทดสอบภาพรวมของรถได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมระดับสูงของรถแข่ง ซึ่งทำให้ผมมั่นใจว่าเราสามารถรับมือกับทุกสภาพเส้นทางได้ แม้การแข่งขันจะยาวนานและหนักหน่วง แต่ผมจะมุ่งมั่นทำผลงานให้ดีที่สุดในทุกสเตจ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล และป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ”

คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่ง

“ในปีนี้ นอกจากการทำผลงานของตัวเองให้ดีที่สุด และแข่งขันให้ครบทุกสเปเชียลสเตจแล้ว ผมยังพร้อมทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนรถแข่งอีก 2 คันของทีม เพื่อร่วมผลักดันให้ทีมคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลและรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ ผมยังตั้งใจที่จะนำองค์ความรู้จากการแข่งขัน รวมถึงประสบการณ์และการเติบโตทั้งในระดับทีมและระดับบุคคลที่ได้รับจากความท้าทายครั้งนี้ กลับไปใช้ในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยเช่นกัน”

รายงานผลการแข่งขันประจำวัน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จะรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ผ่านเว็บไซต์พิเศษ AXCR 2026 ตั้งแต่วันเปิดการแข่งขันในวันที่ 10 สิงหาคม ไปจนถึงการแข่งขันรอบสุดท้ายในวันที่ 15 สิงหาคม

https://www.mitsubishi-motors.com/en/brand/ralliart/axcr/axcr2026/

เกี่ยวกับการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026

การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นหนึ่งในการแข่งขันแรลลี่ครอสคันทรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยใช้เส้นทางการแข่งขันบนสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย ตั้งแต่เส้นทางในป่า ทางโคลน ทางข้ามลำน้ำ ไปจนถึงเส้นทางภูเขา ภายใต้สภาพอากาศร้อนชื้นอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแข่งขันรายการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงบทพิสูจน์ของสมรรถนะของรถยนต์ แต่ยังรวมไปถึงทักษะการตัดสินใจของนักแข่งและผู้นำทาง ศักยภาพการทำงานของทีม ตลอดจนความน่าเชื่อถือของรถในระดับสูง ซึ่งมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้นำความรู้ที่ได้จากการแข่งขันภายใต้สภาวะสุดทรหดเหล่านี้ มาพัฒนาและเสริมสร้างความโดดเด่นให้กับรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง พร้อมบ่มเพาะความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง

การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-15 สิงหาคม 2569 ในประเทศไทย ครอบคลุมระยะทาง
รวมประมาณ 2,000 กิโลเมตร เริ่มต้นจากเมืองพัทยา ผ่านจังหวัดปราจีนบุรี นครสวรรค์ และกำแพงเพชร ก่อนเข้า
เส้นชัยที่จังหวัดพิษณุโลก โดยในปีนี้มีรถเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 79 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 43 คัน
และรถจักรยานยนต์ 36 คัน

รถสนับสนุนทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ในปีนี้ มิตซูบิชิ เดลิกา ดี:5 (Delica D:5) จำนวน 4 คัน ยังคงทำหน้าที่เป็นรถสนับสนุนทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต
โดยนอกจากจะสนับสนุนการบำรุงรักษารถแข่งและการปฏิบัติงานโดยรวมของทีมแล้ว ยังช่วยให้ทีมสามารถเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับงานเซอร์วิสและการเก็บรวบรวมข้อมูลตลอดการแข่งขัน ด้วยความสามารถ
ในการขับขี่แบบออฟโรดอันดีเยี่ยมบนเส้นทางลูกรังและพื้นผิวเปียกลื่น

หนึ่งในรถสนับสนุนทั้ง 4 คัน คือ มิตซูบิชิ เดลิกา ดี:5 รุ่นปัจจุบัน ซึ่งถูกใช้เป็นพาหนะของ ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม และทีมวิศวกร สำหรับการเดินทางและสำรวจเส้นทางการแข่งขัน โดยรถสนับสนุนคันนี้ได้รับ
การติดตั้งระบบควบคุมการขับเคลื่อนและเสถียรภาพการทรงตัว Super All Wheel Control (S-AWC) พร้อมตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกแบบใหม่ของปีนี้

รถสนับสนุนทุกคันได้รับการตกแต่งภายใต้แนวคิดการออกแบบเดียวกับรถแข่งด้วยโทนสีแดงอันร้อนแรง สะท้อนถึงความหลงใหลในมอเตอร์สปอร์ตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เป็นอย่างดี

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ดำเนินงานโดย ทันท์ สปอร์ต ประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ ฮิโรชิ มาซูโอกะ
ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการทีม ในนามของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขณะเดียวกัน วิศวกรจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังร่วมรับผิดชอบด้านการพัฒนารถแข่งและการสนับสนุนด้านเทคนิคตลอดการแข่งขัน

รายชื่อนักแข่งประกอบด้วย ชยพล โยธา และ พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ แชมป์ประเภทโอเวอร์ออลของการแข่งขัน
เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2022 และ 2025 คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ ซึ่งทำผลงานจบอันดับที่ 5 ประเภท
โอเวอร์ออล และเป็นทีมนักแข่งสัญชาติญี่ปุ่นที่ทำอันดับสูงสุดในการแข่งขันปี 2025 รวมถึง คาสุโตะ โคอิเดะ
และ เออิจิ ชิบะ

 

GWM TANK 300 Diesel พร้อมลุยศึกใหญ่ระดับตำนาน! เตรียมพิสูจน์ความแกร่งและความทนทานในรายการ “Asia Cross Country Rally 2026” (AXCR 2026) หนึ่งในศึกแรลลีครอสคันทรีที่ท้าทายที่สุดในภูมิภาค

0
GWM TANK 300 Diesel 1  

การแข่งขันครั้งนี้จะลุยบนเส้นทางโหดในประเทศไทยรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร ตั้งแต่ พัทยา, ปราจีนบุรี, นครสวรรค์, กำแพงเพชร ไปจนถึงเข้าเส้นชัยที่พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 10-15 สิงหาคม 2569 นี้

GWM TANK 300 Diesel 1
  GWM TANK 300 Diesel 2

GWM TANK 300 Diesel 3

GWM TANK 300 Diesel 6

GWM TANK 300 Diesel 4

GWM TANK 300 Diesel 5

ร่วมส่งกำลังใจให้ทีม GWM EK Group Racing Team และติดตามผลการแข่งขันอย่างใกล้ชิดได้ที่ Official Facebook Page: GWM Thailand

 

 

 

 

 

 

“ฟอร์ด” ประกาศความพร้อมลุยศึกออฟโรด AXCR ปีที่ 4 ส่งแร็พเตอร์ 2 คัน ป้องกันแชมป์ พร้อมโชว์สมรรถนะระดับสูง

0
Ford 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการลงแข่งสนามออฟโรดระดับนานาชาติ รายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally) ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ลงสนาม 2 คัน เพื่อป้องกันแชมป์พร้อมพิสูจน์สมรรถนะในการเอาชนะอุปสรรคสุดโหดบนเส้นทางท้าทายหลายรูปแบบในพื้นที่ 5 จังหวัดบนระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 10 – 15 สิงหาคม 2569 ตอกย้ำความ ‘แกร่งตัวจริงต้อง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์’

Ford  2

หลังจากคว้าแชมป์อันดับ 1 รุ่นโปรดักชัน เอเชีย หรือ T2A ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับรถที่ผลิตจากโรงงานในเอเชีย รายการ AXCR เมื่อปีที่ผ่านมา ในฤดูกาลนี้ ทีม FTR เดินหน้าให้การสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ในการพัฒนาและส่งรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2 คัน นำโดยไมเคิล ฟรีแมน ผู้อำนวยการทีมที่มากด้วยประสบการณ์จากสนามแข่งทางเรียบและออฟโรด และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางมือฉมังที่จะกลับมาลงสนามร่วมกันอีกครั้งเป็นปีที่ 4 ในรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร หมายเลข 121

Ford 3

นอกจากนี้ ยังได้นักขับดีกรีแชมป์ปีที่แล้วอย่าง เบลีย์ โคล นักแข่งอเมริกันทักษะสูงที่เชี่ยวชาญสนามออฟโรด และ เพื่อน-ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ ผู้นำทางชาวไทยที่มีไหวพริบเฉียบคม ที่จะมาร่วมป้องกันแชมป์สมัยที่ 2 ในรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร หมายเลข 103 ซึ่งเป็นขุมพลังเดียวกับที่พารถคว้าแชมป์ในปีที่ผ่านมา

Ford  4

ในปีนี้ รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ได้รับการยกระดับสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์การแข่งขันทั้งบนทางเรียบและทางวิบากฝ่าสภาพพื้นผิวสุดท้าทายไปอีกขั้น ทั้งทางโคลน หลุมบ่อน้ำ ทางหิน และหินกรวด ด้วยการรับรองและสนับสนุนการร่วมแข่งขันจาก ฟอร์ด เรซซิ่ง (Ford Racing) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ที่ร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนารถ และจัดหาอะไหล่สำคัญ อย่าง โช้คอัพ FOX แบบไลฟ์วาล์ว (Live Valve) ที่ผ่านการอัปเกรดค่าความหนืดให้เข้ากับสมรรถนะการขับของนักแข่งในสนามได้ดีกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น วิศวกรจากโรงงานของฟอร์ดในประเทศไทย ยังได้นำทักษะความชำนาญในการวิเคราะห์ข้อมูลที่สั่งสมจากการลงแข่งในสนามจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มาวางแผนการแข่งร่วมกับทีมวิศวกรของทีมแข่ง รวมถึง นักขับและผู้นำทาง สำหรับด้านความพร้อมของอะไหล่และการบำรุงรักษา ทีม FTR ได้จัดเตรียมทีมช่างเทคนิคมืออาชีพ หน่วยบริการเคลื่อนที่ฟอร์ด หรือ MSV (Mobile Service Vehicle) และรถฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ 2 คัน ที่เหมาะกับการบรรทุกหนักและลากจูง มาใช้ขนส่งแกลลอนน้ำขนาดใหญ่ และจัดเก็บอุปกรณ์ช่วยเหลือและซ่อมบำรุงที่ครบครัน เพื่อสนับสนุนรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ให้ฝ่าฟันทุกบททดสอบในสนามแข่งได้อย่างเร้าใจ

Ford  8

ฟอร์ดยังได้สนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต เข้าร่วมการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ หรือ TRRC ซึ่งเป็นการแข่งออฟโรดรายการสำคัญในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปี 2569 นี้ การแข่งขัน TRRC ผ่านไปแล้ว 3 สนาม และทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม คว้ารางวัลไปแล้ว 8 ถ้วย ในจำนวนนี้ ไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี พารถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รับรางวัลชนะเลิศในรุ่น T2 หรือโปรดักชัน รวมแล้ว 2 รางวัล

Ford  10

ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตแบบออฟโรดฝ่าเส้นทางป่าและทางเรียบที่แตกต่างในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย สามารถร่วมติดตามความสนุก เร้าใจ ของสมรรถนะรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการแข่งขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ 2026 รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวระหว่างการแข่งขันระหว่างวันที่ 10 – 15 สิงหาคม 2569 ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

“เอ็มจี” ประกาศความสำเร็จครึ่งปีแรก โตแรง 67% เหนือกระแสตลาด พร้อมปรับเป้าใหม่ 36,000 คัน เดินเกมด้วย “DUAL-MARKET” รุกหนักทั้งแมส และพรีเมียม

0
เอ็มจี ไทยแลนด์ 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จครึ่งปีแรกด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 67% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รั้งตำแหน่ง TOP 5 ของตลาดรถยนต์ไทย พร้อมประกาศปรับเป้าหมายยอดขายประจำปีสู่ 36,000 คัน เดินหน้าครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ “DUAL-MARKET” รุกหนักทั้งตลาดแมส และพรีเมียม ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL ที่ยึดมั่นเจตนารมณ์ “IN THAILAND FOR THAILAND” เข้าใจคนไทย ส่งมอบคุณค่าที่ใช่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด

เอ็มจี ไทยแลนด์ 2

ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มียอดจดทะเบียนสะสมรวมอยู่ที่ 374,424 คัน เติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ เอ็มจี เติบโตเหนือตลาดด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 67% โดยมี 3 รุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน จำนวน 6,341 คัน ตามมาด้วย MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็กอีวีโกลบอลโมเดลยอดฮิต จำนวน 6,018 คัน และ MG IM6 รถ e-SUV อัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ จำนวน 1,013 คัน ส่งผลให้ เอ็มจี รั้งตำแหน่งในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ไทยอย่างแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 4.5% ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL มุ่งเน้นการถ่ายทอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกสู่ผู้ใช้งานคนไทยอย่างตรงจุดผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ (GLOBAL INNOVATION) ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มระบบในการดำเนินงานเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติของงานบริการ (THAI PASSION) ในขณะที่ลูกค้าต่างสัมผัสได้ถึงคุณค่าที่ไม่ใช่เพียงราคาค่าตัวของรถยนต์ แต่ยังรวมถึงคุณค่าด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่  ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การขับขี่บนถนนเมืองไทย เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ในยุคปัจจุบันทำได้ง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้น (VALUE CHOICE)

เอ็มจี ไทยแลนด์ 3

ด้าน นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ เอ็มจี เติบโตในทุกมิติอย่างมั่นคง ด้วยจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์กลุ่มอีวีที่มีความครอบคลุมทุกเซกเมนต์หลักของตลาด และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่สามารถรองรับการเติบโตได้เป็นอย่างดี เอ็มจี จึงได้ตัดสินใจปรับเป้าหมายยอดขายใหม่ของปี 2569 จากเดิม 30,000 คัน สู่ 36,000 คัน พร้อมวางกลยุทธ์ช่วงครึ่งปีหลัง “ด้านผลิตภัณฑ์” เอ็มจี ชูความได้เปรียบด้านความหลากหลาย หากพิจารณายอดขายอีวีครึ่งปีแรกพบว่า 3 เซกเมนต์ที่เติบโตสูงสุดได้แก่ B-SUV, ECO CAR & B CAR และ C-SUV ตามลำดับ ในขณะที่ D CAR มีแนวโน้มเติบโต ครึ่งปีหลังจึงยังคงเดินหน้าผลักดัน อีวีกลุ่มตลาดแมส (MASS MARKET) ที่สอดรับกับเทรนด์ตลาดไม่ว่าจะเป็น NEW MG S5 EV PLUS ในฐานะ e-SUV ขวัญใจมหาชน NEW MG URBAN ซิตี้ คาร์ ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่เกินราคาค่าตัว เสริมทัพด้วยโมเดลยอดนิยมอย่าง MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหอกหลักของการทำตลาดรถไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการขยายตลาดอีวีกลุ่มพรีเมียม (PREMIUM MARKET) อย่าง MG IM6 และ MG IM5 โดยเตรียมแผนส่งรุ่น LIMITED EDITION สร้างสีสันในตลาดเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังมี 2 e-MPV อย่าง MG MAXUS 7 และ MG MAXUS 9 ทางเลือกสำหรับกลุ่มครอบครัว พร้อมสื่อสาร EV LIFETIME WARRANTY ในทุกรุ่น ขณะที่กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปจะใช้ MG3 HYBRID+ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการขยายส่วนแบ่งการตลาด

เอ็มจี ไทยแลนด์ 4

สำหรับ “ด้านการตลาด และการสื่อสารแบรนด์” เนื่องด้วยรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นในปัจจุบันมักมาพร้อม SMART TECHNOLOGY แนวทางการสื่อสารครึ่งปีหลัง 2569 จึงมุ่งเน้นการถ่ายทอดคุณสมบัติของรถยนต์แต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ และตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้ตรงกับลักษณะการใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไปพร้อม ๆ กับการมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และ COMMUNITY ที่แข็งแกร่ง และเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าผู้ใช้งานจริงได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยแนวคิด “เพราะเสียงของลูกค้าผู้ใช้จริงสำคัญที่สุด” และความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ที่เข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง

เอ็มจี ไทยแลนด์ 10

การยกระดับ ด้านการบริการ ภายใต้สัญลักษณ์ “รอยยิ้ม” หรือ “MG SMILE” ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักด้วยการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในทุกช่วงเวลา ทุกช่วง TOUCH POINT ยังกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรของ เอ็มจี โดยการปรับระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในทุกส่วนงานให้สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการนำระบบ E-WORKSHOP เข้ามาใช้ในงานบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานซ่อมบำรุงให้ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น ในขณะเดียวกัน เอ็มจี เดินแผนปรับภาพลักษณ์ และยกระดับโชว์รูมสู่ยุค NEW ERA OF MG DEALER ทั้งผู้จำหน่ายปัจจุบัน 126 แห่ง พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดพรีเมียม

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็น 1 ใน 3 แบรนด์รถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยภายในทศวรรษที่สองนี้ เอ็มจี จึงไม่ได้มองเพียงแค่ความสำเร็จจากตัวเลขยอดจำหน่าย แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการเติบโตเชิงคุณภาพและการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืน การก้าวต่อไปในครึ่งปีหลัง 2569 จึงเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของแบรนด์ที่พร้อมจะเคียงคู่ไปกับคนไทยภายใต้หลักการ “IN THAILAND FOR THAILAND” เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่เป็น “VALUE CHOICE” อย่างแท้จริง พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยให้ก้าวไกลไปพร้อมกันในระดับสากล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ส่ง “มิตซูรุ” รีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์รับ 65 ปี พร้อมเชื่อมแนวคิด “Enjoy the Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” สู่ลูกค้าชาวไทยทุกเจเนอเรชัน และจอยได้ทุกแชต! ดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” ฟรี วันนี้ – 26 สิงหาคมนี้

0
มิตซูบิชิ 1

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ด้วย “มิตซูรุ” (MITSURU) แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่! ในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจ ในประเทศไทยโดย “มิตซูรุ” ถือเป็นตัวแทนของแนวคิด “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” สะท้อนวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในฐานะ “แบรนด์ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต” ผ่านการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้คนในรูปแบบที่ทันสมัยและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อเรื่องราวของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงถ่ายทอดพลังแห่งความสนุกสนานและแรงบันดาลใจให้ทุกเจเนอเรชัน พร้อมต่อยอดคาแรกเตอร์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผ่านชุดสติกเกอร์ไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” ที่จะพาความจอยไปอยู่ในทุกบทสนทนา

มิตซูบิชิ 2

“มิตซูรุ” (MITSURU) เป็นเด็กหนุ่มพลังงานสูง (The Energetic Boy) ผู้เปี่ยมด้วยพลังบวก รักการเดินทาง ชื่นชอบการผจญภัย และเปิดรับประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ โดยความหมายของชื่อมิตซูรุ เกิดจากการผสมคำว่า “มิตซู” (MITSU) จากชื่อ “มิตซูบิชิ” แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งเมื่อได้ยินแล้วสะท้อนถึงความใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้ทันที และ “รุ” (RU) เสียงลงท้ายในแบบภาษาญี่ปุ่น สื่อถึงรากฐานความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ โดยเมื่อรวมกันแล้ว “มิตซูรุ” (MITSURU) จึงเป็นชื่อที่ออกเสียงและจดจำได้ง่าย หลอมรวมความเป็นมิตซูบิชิ แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น ประกอบกับความคุ้นเคยของผู้บริโภคชาวไทยไว้ด้วยกัน แม้จะมีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น แต่มิตซูรุได้รับการหล่อหลอมให้เติบโตและใช้ชีวิตในประเทศไทย จึงเข้าใจผู้คน วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทยและได้รับความไว้วางใจ
มายาวนานกว่า 65 ปี

เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตั้งแต่การใช้ชีวิต การขับขี่ เทคโนโลยี ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย มิตซูรุได้รับการออกแบบให้มี 4 คาแรกเตอร์ เริ่มจาก Master คาแรกเตอร์ออริจินัล ของมิตซูรุ ที่ให้ความมั่นใจ พร้อมพาทุกคนออกไป “จอยได้ทุกเส้นทาง” ต่อด้วย Motorsport คาแรกเตอร์ที่ ตอกย้ำดีเอ็นเอแห่งการผจญภัย ความมุ่งมั่น และความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ผ่านลุคนักแข่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เจ้าของแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลและประเภททีม จากการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025

สำหรับ HEV มาด้วยคาแรกเตอร์โทนสีฟ้าตามแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 เทคโนโลยีการขับขี่ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ซึ่งเป็นจุดเด่นของไลน์อัปรถยนต์ไฮบริดอย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ปิดท้ายด้วย AFS (After-Sales Service) คาแรกเตอร์ช่างเทคนิคมืออาชีพ ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi (おもてなし) ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดการใช้งาน

มิตซูบิชิ 3

“มิตซูรุ” จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสื่อสารเรื่องราวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทั้งบนแพลตฟอร์มดิจิทัล กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ในแบบฉบับ “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” ไปด้วยกัน

เติมความจอยกับ มิตซูรุ ผ่านชุดสติกเกอร์ไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” เพียงเพิ่มเพื่อน LINE Official Account: @MitsubishiMotorsTh หรือที่ https://mmth.site/4w29tZS และดาวน์โหลดสติกเกอร์ฟรีทันทีได้ที่ https://line.me/S/sticker/37641 ตั้งแต่วันนี้ – 26 สิงหาคม 2569