Home Blog Page 147

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบข้อเสนอสุดพิเศษ ณ งาน BIG MOTOR SALE 2024 จัดโปรดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.69% สำหรับ The Kia Carnival

0

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองการเข้าร่วมงาน บิ๊กมอเตอร์เซล 2024 (BIG MOTOR SALE 2024) ด้วยการจัดแคมเปญดอกเบี้ยอัตราพิเศษ พร้อมมอบข้อเสนอสุดเร้าใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟรีประกันภัยพร้อม พ.ร.บ. อุปกรณ์ Kia Home Charger สำหรับรถยนต์รุ่น EV และ PHEV รวมถึงแพ็กเกจ “5-5-5” สุดคุ้มสําหรับลูกค้าที่สนใจ The Kia Carnival ทุกรุ่น นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจ 7-7-7-8” ที่มอบความคุ้มค่าสูงสุด สําหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ SUV รุ่นอื่น ๆ ของเกีย ร่วมสัมผัสยานยนต์ที่น่าสนใจหลากหลายรุ่น และโปรโมชันสุดเร้าใจจากเกีย ได้ที่บูธหมายเลข A06 ฮอลล์ EH-103 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ 

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.69% เมื่อซื้อ The Kia Carnival รุ่น 11 ที่นั่ง หรือรุ่น 7 ที่นั่ง พร้อมด้วยแพ็กเกจ ‘5-5-5’  ที่มอบการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทางยาวนานถึง 5 ปี นอกจากนี้ เกียยังนำเสนอโปรโมชันสุดเร้าใจสําหรับรถยนต์ SUV ทุกรุ่น ได้แก่ The Kia Sorento, The Kia EV9 และ The Kia EV5 ด้วยดอกเบี้ยอัตราพิเศษเพียง1.99% เงินดาวน์ต่ำ ฟรีประกันภัย พร้อมพ.ร.บ. และ Kia Home Charger ชุดชาร์จไฟฟ้าสําหรับรถยนต์กลุ่ม EV และ PHEV ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมรุ่น The Kia Sorento, The Kia EV9 และ The Kia EV5 เราได้เตรียมมอบแพ็กเกจสุดคุ้มในการเป็นเจ้าของรถยนต์เกีย ด้วยแพ็กเกจ ‘7-7-7-8ที่มอบการรับประกันคุณภาพตัวรถให้นานถึง 7 ปี ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี 24 ชั่วโมง และรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์เป็นระยะเวลา 8 ปี เชิญเยี่ยมชมและพบกับไลน์อัปยานยนต์คุณภาพเยี่ยม พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษที่คุ้มแบบจัดเต็มของเรา ได้ในงาน BIG MOTOR SALE 2024 บูธเกีย หมายเลข A06 ฮอลล์ EH-103 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ”

โปรโมชันสำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์เกียรุ่นต่าง ๆ 

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Carnival (LX, EX, SXL, SXL Luxury):

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 69% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี[2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) ตลอด 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร [3]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 0.69% สำหรับรุ่น LX, EX, SXL, SXL Luxury พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) ตลอด 5 ปีหรือ 50,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento (PHEV):

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปี หรือ 70,000 กิโลเมตร[4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia Sorento (HEV):

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปี หรือ 70,000 กิโลเมตร[4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 49,000 บาท สำหรับรุ่น PHEV

[4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 70,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

 โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV9:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี[2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร [4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท

[4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

 

โปรโมชันสำหรับลูกค้า The Kia EV5:

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
  • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 105,000 กิโลเมตร [4]
  • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
  • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท สำหรับรุ่นย่อย Earth Exclusive, Earth มูลค่า 49,000 สำหรับรุ่นย่อย Air, Light

[4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 7 ปีหรือ 105,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัท
  • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2567
  • เฉพาะผู้จำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมรายการเท่านั้น
  • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
  • ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่ายเกียใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com

ฮุนได เปิดตัว 3 ยานยนต์รุ่นใหม่ ในงาน Big Motor Sale 2024 พร้อมประกาศราคาประมาณการณ์ใหม่ของ IONIQ ตามโครงการ EV 3.5

0

ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่อนาคตพลังงานสะอาด! บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏการณ์สู่โลกยานยนต์อีกครั้ง ในมหกรรม Bangkok International Grand Big Motor Sale 2024 ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม – 1 กันยายน 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมเปิดตัวรถยนต์รุ่นล่าสุดถึง 3 รุ่น ทั้ง Staria Trend S (Euro 5), New Stargazer Smart 6 และโทนสีใหม่สุดพิเศษสำหรับ Creta Alpha นอกจากนั้น ยังมีการประกาศราคาประมาณการณ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า IONIQ ใหม่ หลังบริษัทฯ ได้เข้าร่วมนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 ของภาครัฐ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันยานยนต์ IONIQ ให้เติบโตในประเทศไทยอย่างมั่นคง

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตามที่ ฮุนได ได้รับการบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับโครงการประกอบรถยนต์ไฟฟ้า และโรงงานประกอบแบตเตอรี่ไปก่อนหน้านี้นั้น ในขณะนี้ เราอยู่ในระหว่างการรอลงนามบันทึกความเข้าใจของโครงการ EV 3.5 กับกรมสรรพสามิตอยู่ โดยในการเข้าร่วมโครงการ EV 3.5 ของฮุนได ไม่เพียงแสดงถึงความมุ่งมั่นในการกำหนดให้ประเทศไทย เป็นตลาดหลักในภูมิภาคนี้เท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ระดับโลกของเรานั่นคือ ‘ความก้าวหน้าเพื่อมนุษยชาติ’ (Progress for Humanity) โดยโครงการของรัฐบาลไทยครั้งนี้ มีความสอดคล้องกับเป้าหมายของเราในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้แรงงานในไทย และรักษาชื่อเสียงด้านมาตรฐานขั้นสูงของฮุนไดไปพร้อมกัน”

ปัจจุบัน ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย นำเสนอรถยนต์ตระกูล IONIQ ในไทย 2 รุ่น ซึ่งนำเข้าจากประเทศเกาหลีทั้งคัน ได้แก่ รถเอสยูวี IONIQ 5 ซึ่งมีราคาประมาณการณ์ 1,699,000 บาท ในรุ่น Premium ส่วนรุ่น Exclusive ได้มีปรับราคาประมาณการณ์ใหม่เป็น 1,829,000 บาท จาก ราคาเดิม 1,899,000 บาท โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ได้ผนวกแรงบันดาลใจ จากรุ่นคลาสสิกอย่าง PONY เข้ากับเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้า 800V ที่ล้ำสมัย ห้องโดยสารที่มีขนาดกว้างขวางเสมือน เอสยูวี ขนาดใหญ่ โดยสามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางสูงสุด 481 กม.

ส่วนอีกรุ่นคือ IONIQ 6 รถซีดานขนาดใหญ่สุดโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต ซึ่งมีราคาประมาณการณ์เริ่มต้น 1,899,000 บาท และมีรูปลักษณ์ภายนอกสวยโดดเด่น พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบชาร์จมาตรฐาน DC Ultra-Fast 350kW ใช้เวลาในการชาร์จไฟจาก 10 – 80% ภายในเวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น การันตีคุณภาพด้วยการคว้ารางวัลระดับโลกมากมายในเวที World Car of The Year Awards ทั้งปี 2022 – 2023 โดย ฮุนได ประเทศไทย มีแผนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ IONIQ อย่างต่อเนื่องในอนาคต

โดยทั้ง IONIQ 5 Premium, IONIQ 5 Exclusive และ IONIQ 6 จะมีกำหนดส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 เป็นต้นไป ภายหลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจกับกรมสรรพสามิตเสร็จสิ้น โดยลูกค้าที่ได้สั่งจองมาแล้วนั้น จะได้สิทธิ์ในราคาประมาณการณ์ที่ปรับลดลงใหม่นี้ด้วยเช่นกัน

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเข้าร่วมงาน Big Motor Sale 2024 ถือเป็นโอกาสดีสำหรับฮุนได ในการแสดงความแน่วแน่ของเราในการพัฒนายานยนต์ทั้งด้านนวัตกรรมและคุณภาพ นำไปสู่การเปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่นใหม่ล่าสุด พิสูจน์ให้เห็นว่าฮุนไดไม่เคยหยุดยั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา ความมุ่งมั่นนี้ไม่เพียงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘ความก้าวหน้าเพื่อมนุษยชาติ’ เท่านั้น แต่ยังการันตีว่าเราจะมุ่งมั่นส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้แก่ลูกค้าผู้มีความหมายกับเราต่อไป”

นอกจากการประกาศราคาประมาณการณ์ใหม่ของรถไฟฟ้า IONIQ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ยังเปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ Staria Trend S (Euro 5), New Stargazer Smart 6 และ New Creta Alpha ที่มาพร้อมกับสีตัวถังพิเศษผลิตจำนวนจำกัด   โดยการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดนี้ จะทำให้ยานยนต์ฮุนไดแต่ละรุ่นเป็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าเคย นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับ แคมเปญส่งเสริมการขายสุดพิเศษทั้งอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.49%1 พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 11

Hyundai Staria Trend S: ปรับปรุงขุมพลังตามมาตรฐาน Euro 5 ให้สอดคล้องกับมาตรฐานเพื่ออากาศสะอาด ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.2 ลิตร ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เสริมด้วยการปรับโลโก้แบบใหม่รอบคันเป็นแบบสองมิติ, ล้ออัลลอยด์ ขนาด 18 นิ้ว, เพิ่มพอร์ต USB Type-C และกุญแจรถแบบใหม่ในรูปทรงโลโก้ตัว H โดยเปิดราคาเริ่มต้น 1,819,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0.49%¹ และ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี1

New Hyundai Stargazer Smart 6: สัมผัส Mini-MPV ที่โดดเด่นด้วยเบาะแถวที่ 2 แบบ Captain Seat พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Hyundai SmartSense โดยในรุ่นล่าสุดมาพร้อมอุปกรณ์เพิ่มเติม ทั้งเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold และ ดิสก์เบรกหลัง โดยเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้น 899,000 บาท พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.49%¹ ทั้งยังรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี1 และฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 2 ปี หรือ 40,000 กม.2

Hyundai Creta Alpha: โดดเด่นด้วยตัวถังสีเงินด้าน Silver Matte ใหม่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 70 คัน เสริมทัพจากที่ได้แนะนำสีดำด้าน Midnight Matte Black ไปก่อนหน้านี้ โดยสีพิเศษนี้สงวนสิทธิ์ให้กับ Creta Alpha เท่านั้น และสามารถสั่งซื้อได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม Creta Alpha ยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานทั้งล้อสีดำขนาด 17 นิ้ว, ห้องโดยสารตกแต่งด้วยแนวตะเข็บและขอบสีแดง, เครื่องเสียง BOSE Premium Sound System, หลังคา Panoramic Sunroof และ Hyundai SmartSense ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 929,000 บาท มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%¹ ทั้งยังรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี1 และฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 3 ปี หรือ 60,000 กม.2

พิเศษสุด สำหรับลูกค้าฮุนไดที่ร่วมกิจกรรมทดลองขับในงาน รับฟรีคูปองส่วนลด Shopee มูลค่า 300 บาท1 จำนวนจำกัด เชิญสัมผัสรถยนต์ฮุนไดรุ่นล่าสุด และข้อเสนอสุดพิเศษ ได้ที่บูธฮุนไดในงาน Big Motor Sale 2024 ตั้งแต่ 23 สิงหาคม – 1 กันยายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา

 

1 เงื่อนไขและข้อกำหนดเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

2 แล้วแต่เงื่อนไขใดเกิดขึ้นก่อน

BIG MOTOR SALE 2024 คนแน่นปัง…รถขายดี คึกคักสุดๆ

0

คึกคัก ถล่มทลายสำหรับผู้เข้าชมงาน BIG MOTOR SALE 2024 ตรงตามคอนเซ็พท์ “เราจะยกโชว์รูม มาขายที่นี่” ที่ไบเทค บางนา สร้างปรากฎการณ์คนแน่นปังทุกโซนกิจกรรม ทั้งฮอลล์จัดแสดงยานยนต์ โซนทดสอบรถ และเวทีกิจกรรม

บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด เผย “ผ่านไปแล้ว 3 วันแรกของการจัดงาน BIG MOTOR SALE 2024 เป็นไปตามคาดหวัง สวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะมีผู้ที่ยังต้องการซื้อรถจำนวนมากตบเท้าเข้าชมงานอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ ที่ผ่านมา มีผู้รอเข้าชมงานตั้งแต่ยังไม่เริ่มเวลาเปิดแสดง ทั้งนี้เพราะจุดเด่นที่เป็นงานแสดงสินค้าที่รวมแบรนด์ยอดนิยมทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ทั้งยานยนต์น้ำมันและไฟฟ้า ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมาย ร่วมจัดโปรโมชั่นคืนกำไรผู้บริโภคแบบคุ้ม   สุดคุ้ม และสะดวกสบาย…”

BIG MOTOR SALE 2024 งานแสดงและจำหน่ายยานยนต์สำหรับทุกคนในครอบครัว ยกโชว์รูมมาขายแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 กันยายน 2567 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont

พริตตี้ “BIG MOTOR SALE 2024W สวยฉ่ำไม่แพ้รถ

0
BIG MOTOR SALE 2024 1

เทศกาลแสดงและจำหน่ายยานยนต์ BIG MOTOR SALE 2024 จัดใหญ่ภายใต้คอนเซ็พท์ “เราจะยกโชว์รูม มาขายที่นี่” อำนวยการจัดงานโดย บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด รวมพลังหลาย แบรนด์ดังปลุกกระแสการซื้อขายรถยนต์กลางปีให้คึกคัก ยกมาเพียบ… ทั้งโชว์รูม ขาดไม่ได้กับพริตตี้ สาว มากความสามารถ จะสวยหวาน เซ็กซี่ เท่ สไตล์ไหนก็มีครบ

BIG MOTOR SALE 2024  2

 

 

 

ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของงาน ที่คนอยากซื้อรถ ไม่ควรพลาด วันนี้ ถึง 1 กันยายน 2567 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

BIG MOTOR SALE 2024  4

BIG MOTOR SALE 2024  5

BIG MOTOR SALE 2024  6

BIG MOTOR SALE 2024  8

BIG MOTOR SALE 2024 9

BIG MOTOR SALE 2024  10

“เอ็มจี” ลุย Big Motor Sale ชูไฮบริดเจนใหม่ ALL NEW MG3 HYBRID+ เป็นไฮไลท์

0
MG3 Hybrid+ 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย นำทัพยนตรกรรมหลากหลายขุมพลังขับเคลื่อนมาให้สัมผัส และทดลองขับในงาน BIG MOTOR SALE 2024 โดยชู ALL NEW MG3 HYBRID+ ไฮบริดเจนใหม่ล่าสุดเป็นแม็กเน็ต หลังได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม พร้อมส่งมอบความคุ้มค่าด้วยข้อเสนอพิเศษครบทุกรุ่น ณ บูธ เอ็มจี ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม 2567 – 1 กันยายน 2567

MG3 Hybrid+ 2

หลังการเปิดตัว ALL NEW MG3 HYBRID+ อย่างยิ่งใหญ่ทั่วทุกภูมิภาค เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์กลุ่มพลังงานทางเลือกเป็นอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยีไฮบริดยุคใหม่ที่ผู้ขับขี่จะได้รับทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ขับสนุก เร้าใจ ด้วยกำลังขับเคลื่อน 194 แรงม้า ให้พละกำลังสูงสุดเมื่อเทียบกับรถในคลาสเดียวกัน ทั้งยังมาพร้อมความประหยัด จากบทพิสูจน์บนเส้นทางจริงโดยการขับขี่ของสื่อยานยนต์เมืองไทย น้ำมัน 1 ถัง สามารถทำระยะทางได้มากกว่า 800 กิโลเมตร ALL NEW MG3 HYBRID+ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลแห่งความภาคภูมิใจของ เอ็มจี ที่จะส่งมอบทั้งเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค ด้วยราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้นเพียง 559,900 บาท สำหรับลูกค้า 1,000 คนแรก และเตรียมส่งมอบให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป

MG3 Hybrid+ 4

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกจากโมเดลไฮไลท์อย่าง ALL NEW MG3 HYBRID+ เอ็มจี ยังมียนตรกรรมอีกหลายรุ่น หลายขุมพลังขับเคลื่อนที่นำมาจัดแสดงทั้งกลุ่มรถ “อีวี พรีเมี่ยม” กับ e-MPV แบบ 7 ที่นั่งรุ่น NEW MG MAXUS 9 ตามด้วยอีวีขวัญใจคนไทยอย่าง NEW MG4 ELECTRIC โดยอีวีทั้ง 3 รุ่น มาพร้อมการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน หรือ Lifetime Warranty ให้ขับขี่ได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ยังมีสปอร์ตตี้ ไฮบริดเอสยูวี อย่าง NEW MG VS HEV ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัยทั้งภายนอก ภายใน และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุก ให้การตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนรถยนต์กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปเอ็มจีนำรุ่น NEW MG5 PRO ที่ได้รับการยกระดับดีไซน์สปอร์ตใหม่รอบคัน เท่ โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น โดยทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถภายในงานฯ และออกรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2567

MG3 Hybrid+ 5

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถในงาน BIG MOTOR SALE 2024
ALL NEW MG3 HYBRID+
•ดอกเบี้ย 2.39%
•หรือ ดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน
•หรือ ผ่อนเริ่มต้น 6,291 บาท
•รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
•ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

MG3 Hybrid+ 6
NEW MG MAXUS 9 รับข้อเสนอพิเศษ PLATINUM 5 PACKAGE
•ฟรี 1 ปี ดอกเบี้ย 0%
•ฟรี 2 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.
•ฟรี 3 ปี ค่าชาร์จจาก MG SUPER CHARGE ที่โชว์รูม MG ทั่วประเทศ
•ฟรี 4 ปี ค่าบำรุงรักษา หรือ 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ฟรี 5 ปี รับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
•ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
•พิเศษ! รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

MG3 Hybrid+ 6

NEW MG HS PHEV
•ดอกเบี้ย 0% ผ่อนชำระนาน 84 เดือน หรือ ซื้อในราคาสุด Exclusive เริ่มต้น 999,000 บาท
•ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
•พิเศษ ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นานเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

MG3 Hybrid+ 7

NEW MG4 ELECTRIC
•ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนชำระนาน 48 เดือน
•ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
•ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
•ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
•ฟรี! อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L 1 ชุด
•พิเศษ! รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

MG3 Hybrid+ 8

NEW MG VS HEV
•ดาวน์เริ่มต้นเพียง 10%
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น
NEW MG5 PRO
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
•ฟรี ชุดพรมปูพื้น

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

พบกับยนตรกรรม เอ็มจี ทั้ง 6 รุ่น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BIG MOTOR SALE 2024 ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A02 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม 2567 – 1 กันยายน 2567 และยนตรกรรม เอ็มจี รุ่นอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม และศูนย์บริการคุณภาพของเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ

“เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส” เชิญคุณเปิดโลกใหม่ไปกับยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ ในงาน BIG Motor Sale 2024

0
Porsche 1

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เข้าร่วมงาน “Bangkok International Grand Motor Sale 2024” หรือ “BIG Motor Sale 2024” เพื่อให้ผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ปอร์เช่ ได้ยลโฉมทัพรถสปอร์ตหลากรุ่นที่โดดเด่นและเป็นที่นิยม พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่และสัมผัสกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าที่เคย อีกทั้งให้คุณได้เป็นเจ้าของในทันที พร้อมรับข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม – 1 กันยายน 2024 ที่บูธรถยนต์ปอร์เช่ (บูธ A18) อาคาร EH 101 ไบเทคบางนา

Porsche 2

เอเอเอสฯ ได้ยกทัพสปอร์ตคาร์หลากรุ่นยอดนิยมและพร้อมส่งมอบมาร่วมจัดแสดง นำทัพด้วยยนตรกรรมไอคอนิคอย่าง ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า ที (911 Carrera T) รถสปอร์ตที่ผสมผสานความดุดัน ประสิทธิภาพ และความหรูหราไว้ได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบนอนเทอร์โบคู่ พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย จุดเด่นของ 911 คาร์เรร่า ที คือการลดน้ำหนักตัวถังลงถึง 35 กิโลกรัม ช่วยให้การขับขี่คล่องตัวและสนุกสนานยิ่งขึ้น มาพร้อมช่วงล่างแบบ PASM Sport Suspension ที่ปรับระดับความสูงลง 10 มิลลิเมตร เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน มีพละกำลังสูงสุด 385 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร พุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.5 วินาที มอบความเร้าใจทุกครั้งที่กดคันเร่ง

Porsche 4

พร้อมกันนี้ยังได้สัมผัสกับยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ากับ ปอร์เช่ ไทคานน์ 4 เอส (Taycan 4S) สุดยอดแห่งรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% ตามด้วยรถยนต์ปอร์เช่ 4 ประตูขับเคลื่อนระบบไฮบริด ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี ไฮบริด แพลทตินัม อิดิชัน (Panamera 4 E-Hybrid Platinum Edition) และ ปอร์เช่ มาคันน์ เอส (Macan S) สปอร์ตเอสยูวีขนาดคอมแพค ที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด (PDK) ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก ซึ่งพร้อมให้คุณได้เป็นเจ้าของในทันทีโดยไม่ต้องรอนานเช่นกัน อีกทั้งรับข้อเสนอที่จะช่วยให้คุณได้ครอบครองยตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Porsche 6

นอกจากนั้น ท่านยังได้สัมผัสกับปอร์เช่รุ่นใหม่ล่าสุด คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) นิยามใหม่แห่งประสิทธิภาพเหนือระดับที่ผลิตขึ้นสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ ปอร์เช่เอสยูวีที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า ด้วยเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3,000 ซีซี กำลัง 519 แรงม้า และชุดแต่งสุดพรีเมียมจากโรงงาน ซึ่งคุณสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 6.29 ล้านบาท พร้อมเปิดประสบการณ์ไปกับ ปอร์เช่ ไทคานน์ ใหม่ (The New All-Electric Taycan) ที่ยกระดับประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบอย่างครบครันในทุกมิติ ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.8 วินาที และแบตเตอรี่ที่อัปเกรดเป็น 89 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่สูงสุดเป็น 678 กิโลเมตร (ตามมาตรฐานการวัด WLTP) ท่านสามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นที่ 6.69 ล้านบาท

Porsche 6

เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ และเป็นเจ้าของยตรกรรมสปอร์ตปอร์ช่ได้ทันทีไม่ต้องรอนาน ทางเอเอเอสฯ จึงได้จัดแคมเปญและข้อเสนอที่ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้เป็นเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ได้ง่ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภายในงาน BIG Motor Sale 2024 และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสินค้าต่างๆ จากแบรนด์ปอร์เช่ ซึ่งทางเราได้จัดเตรียมสินค้ามากมายให้ท่านเลือกสรรในราคาพิเศษได้ที่บูธ Porsche Lifestyle โดยสิทธิพิเศษมากมายเหล่านี้มีเพียง เอเอเอสฯ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้นที่มอบให้ท่านได้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขนทัพสุดยอดยานยนต์ล้ำสมัย พร้อมจัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษ ที่งาน BIG MOTOR SALE 2024

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขนทัพสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ณ งาน BIG MOTOR SALE 2024 ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี และครั้งแรกของการจัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด ร่วมด้วยรถแข่ง มิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ ที่เพิ่งกลับมาจากสนามแข่งสุดหฤโหด เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2024 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2024

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “รถยนต์ของเราทุกรุ่นได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พร้อมหลอมรวมความเป็นมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งเน้นมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว สมรรถนะอันยอดเยี่ยม ความแข็งแกร่งทนทาน ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย รวมถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยภายในงานนี้ นอกเหนือจากการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แล้ว เรายังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับรถยนต์ทุกรุ่นอีกด้วย”

สุดยอดยนตรกรรมที่จัดแสดงภายในงานนี้ นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี รถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก พร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด รุ่นแรกในไทย ที่มอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ เต็มเปี่ยมด้วยพลังและมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วย Mitsubishi e:MOTION ที่ผสานระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด เพื่อการขับขี่ที่ตอบสนองยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมัน โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ให้ความปลอดภัย ลุยได้ในทุกสภาพถนน และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เพื่อการขับขี่ที่มั่นใจสูงสุดขณะเข้าโค้ง

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี มีการออกแบบภายนอกสไตล์รถอเนกประสงค์เอสยูวีที่ทันสมัย พร้อมด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบาย ติดตั้งเบาะหนังสังเคราะห์ พร้อมคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control) หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว และระบบเกียร์ไฟฟ้า รถยนต์สองรุ่นนี้ผลิตในประเทศไทยด้วยมาตรฐานคุณภาพสูงสุดที่สร้างความเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่ ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์สองรุ่นนี้ภายในงาน จะได้รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 0%* และฟรีแพ็กเกจ MITSUBISHI XTRA CARE ซึ่งครอบคลุมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อความอุ่นใจตลอดการใช้งาน

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด สะดุดตาด้วยการตกแต่งภายนอกสีดำสุดเท่ ประกอบด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ไดนามิก ชีลด์และกรอบไฟตัดหมอกสีดำเงา กระจกมองข้างสีดำเงา มือเปิดประตูด้านนอกสีดำเงา มือเปิดกระบะท้ายสีดำเงา บันไดข้างตกแต่งสีไทเทเนียมรมดำ และกันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสีไทเทเนียมรมดำ ระบบขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ไฮเปอร์ พาวเวอร์ (Hyper Power) คลีนดีเซลเทอร์โบที่มีกำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ทำให้มีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมันที่ 14.5 กม./ลิตร มีระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบ Diamond Sense

ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,027,000 บาท ซึ่งเป็นราคาเดียวกันกับรถไทรทัน ดับเบิ้ลแค็บ ยกสูง เกียร์อัตโนมัติ รุ่น อัลตร้า มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน เพียบพร้อมและครบครันในด้านความสะดวกสบายและความหรูหราระดับสูงสุด มอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถเอสยูวี มีการควบคุมที่ยอดเยี่ยมและไว้วางใจได้ในทุกเส้นทาง ผสานช่วงล่างใหม่และแชสซีส์เมกาเฟรมใหม่ที่ใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น พร้อมหน้าจอขนาด 9 นิ้วที่รองรับได้ทั้ง Apple CarPlay ที่พร้อมเชื่อมต่อแบบไร้สาย และ Android Auto เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยในวันหยุดสุดสัปดาห์

อีกหนึ่งที่สุดแห่งยนตรกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,750 รอบต่อนาที ห้องโดยสารมอบความสะดวกสบายสูงสุดและการตกแต่งทูโทนสีส้ม-ดำ รูปลักษณ์โดดเด่นพร้อมสะกดทุกสายตาและตอบสนองไลฟ์สไตล์การผจญภัยที่สมบูรณ์แบบ เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Diamond Sense ของมิตซูบิชิ  พร้อมระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) ช่วยให้ขับขี่คล่องตัว ควบคุมได้ดังใจ 

มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ยังโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แตกต่างอย่างเหนือกว่าด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เสริมความปลอดภัยให้ขับขี่คล่องตัวพร้อมตะลุยทุกสภาพอากาศและพื้นผิวถนนทุกรูปแบบ และยังได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีมิตซูบิชิ คอนเนค (MITSUBISHI CONNECT) ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน “My MITSUBISHI CONNECT” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการสั่งการตัวรถแบบไร้สายได้จากระยะไกล ใช้งานง่าย ลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท และมิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน จะได้รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.89%* พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษในรอบปี สำหรับลูกค้าภายในงานนี้เท่านั้น!

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองคือ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Elite Edition มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และคุณสมบัติระดับพรีเมียม เครื่องยนต์ไฮเปอร์ พาวเวอร์ ใหม่ ที่มีกำลัง 184 แรงม้า ทรงพลังและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 5 (Euro 5) ประหยัดน้ำมันที่ 14.3 กม./ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งสามารถเปลี่ยนโหมดระหว่างการขับเคลื่อน 2 ล้อและการขับเคลื่อน 4 ล้อได้ทันที (Shift-on-the-Fly) แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว

รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าและแผงกันชนดีไซน์ใหม่ ภายในห้องโดยสารยกระดับความสะดวกสบายและความสปอร์ตด้วยการตกแต่งใหม่แบบสีทูโทน ดำ-แดงเบอร์กันดี จอแสดงผลการขับขี่ใหม่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense อันล้ำสมัย มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Elite Edition มาพร้อมข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.09%*

 

ปิดท้ายด้วย มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ท รถอีโคคาร์ยอดนิยมที่ได้รับการยอมรับในด้านความคุ้มค่าและไว้วางใจ โดดเด่นด้วยความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมและการขับขี่ที่สะดวกสบายคล่องตัว ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน ได้แก่ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ (Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range: FCM -LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) Radar Sensing Misacceleration Mitigation System-FORWARD: RMS-FORWARD และระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control) ที่ทำให้การขับขี่มีความมั่นใจและปลอดภัย โดยลูกค้าที่ซื้อรถรุ่นนี้ภายในงานนี้จะได้รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0%*

เพื่อมอบความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ทุกรุ่นจะได้รับประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี 1 ปี พร้อมด้วยการรับประกันคุณภาพรถใหม่ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็กระยะ  และสามารถเลือกรับแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ ค่าอะไหล่ และเคมีภัณฑ์ รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร หรือเลือกรับเป็นส่วนลดเงินสด*

พบกับรถยนต์ทุกรุ่นของมิตซูบิชิ ณ บูธ A04 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่งาน BIG MOTOR SALE 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 สิงหาคมถึง 1 กันยายน 2567 ที่ฮอลล์ EH101 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และติดต่อเพื่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

สุดยอดยนตรกรรมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่จัดแสดง ณ งาน BIG MOTOR SALE 2024

รุ่นรถยนต์ ฟีเจอร์เด่น ข้อเสนอพิเศษ
 มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี
และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส

 เอชอีวี

 Mitsubishi e:MOTION ได้แก่

·  ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System)

·  โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode)

·  ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)

· อัตราดอกเบี้ย 0%*

· แพ็กเกจ MITSUBISHI XTRA CARE ครอบคลุม
การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี

 

 มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน ·  เครื่องยนต์ Hyper Power กำลัง (184 แรงม้า)

·  ระบบความปลอดภัย Diamond Sense

· อัตราดอกเบี้ย 0.89%*

· ข้อเสนอพิเศษสำหรับงาน Big Motor Sale 2024

 มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ·  ไฮเปอร์พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู  (204 แรงม้า)

·  ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II)

·  โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode)

·  เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันอัจฉริยะ ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense)

·  ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง
(Active Yaw Control: AYC)

·  ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (EPS)

· อัตราดอกเบี้ย 0.89%*

·  ข้อเสนอพิเศษสำหรับงาน Big Motor Sale 2024

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Elite Edition

 

·  เครื่องยนต์ ไฮเปอร์พาวเวอร์ (184 แรงม้า)

·  ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II)

·  โหมดการขับขี่แบบออฟโรด 4 รูปแบบ

·  เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Diamond Sense

·  ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.09%*
มิตซูบิชิ แอททราจ สมาร์ท ·  ระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ (Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range: FCM -LS)

·  ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) Radar Sensing Misacceleration Mitigation System-FORWARD: RMS-FORWARD

·  ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control)

· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0%*
รถยนต์ทุกรุ่น   · ประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี 1 ปี

· การรับประกันคุณภาพรถใหม่ พร้อมค่าแรงเช็กระยะฟรี นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

· เลือกรับแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ ค่าอะไหล่ และเคมีภัณฑ์ รวมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร หรือเลือกรับเป็นส่วนลดเงินสด*

*เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

มาสด้า สร้างเซอร์ไพรส์ไม่หยุดให้ส่วนลดสูงสุด 200,000 ดอกเบี้ย 0%

0

มาสด้า เปิดเกมรุกตลาดหนักช่วงกลางปี จัดโปรแรงแห่งปีเอาใจคนอยากเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า จัดงาน “Mazda Big Surprise รับข้อเสนอใหญ่ เซอร์ไพรส์ไม่หยุด” ยกทัพยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟให้ลูกค้าเลือกชอปได้ตามใจชอบ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษและของที่ระลึกอีกเพียบ ในกิจกรรม มาสด้า เอ็กซ์โป จัดระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน 2567 ที่เมกา บางนา

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การจัดงาน มาสด้า เอ็กซ์โป เป็นกิจกรรมที่มาสด้าเนรมิตขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าที่พักอาศัยอยู่ตามเขตพื้นที่ต่างๆ สามารถแวะมาชมและสัมผัสรถยนต์มาสด้าหลากหลายรุ่นที่นำมาจัดแสดง พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษและเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมาเดินชอปปิงหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งการจัดอีเว้นท์ในครั้งนี้เพิ่มความพิเศษมากยิ่งขึ้น เมื่อมาสด้าได้นำรถยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดอยู่ในขณะนี้มาจัดแสดงถึง 4 รุ่น รวมถึงรถยนต์ Mazda6 20th Anniversary Edition ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี มาให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมแคมเปญ Mazda Big Surprise ให้กับผู้ที่กำลังจะออกรถมาสด้าทุกรุ่นภายในงานฯ ซึ่งเป็นข้อเสนอสุดคุ้มที่ไม่เคยจัดขึ้นที่ไหนมาก่อน เพื่อให้ลูกค้าสามารถครอบครองรถยนต์มาสด้าที่ดีที่สุดได้ในราคาคุ้มค่ามากที่สุด

ทั้งนี้ บรรยากาศกิจกรรมที่บูธมาสด้าเต็มไปด้วยความคึกคัก ตลอดทั้งวันมีลูกค้าแวะเวียนเข้าชมยนตรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Mazda CX-5 มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษกับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 0%1 ผ่อนนาน 60 เดือน1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี1 หรือ ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีกันภัยชั้นหนึ่ง1 ผ่อนนาน 72 เดือน1 สำหรับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท1 ในขณะที่รถยนต์นั่ง Mazda2 รับส่วนลดสูงสุด 108,000 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 0%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ Mazda Care 5 ปี1 และรับเพิ่มฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท1 สำหรับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว และ Mazda CX-30 Carbon Edition มาพร้อมส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 0.49%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี1 หรือ ดอกเบี้ย 0%1 ผ่อนนาน 48 เดือน1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 และบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท สำหรับลูกค้ามาสด้าและครอบครัว

สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถยนต์มาสด้าภายในงาน รับทันที หูฟังไร้สาย JBL UNDER ARMOUR STREAK มูลค่า 2,990 บาท2 หรือ เมื่อจอง Mazda6 20th Anniversary Edition รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก และรับฟรีลำโพงบลูทูธ BOSE SOUNDLINK COLOR II มูลค่า 5,900 บาท3 พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่ รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท4 โดยงานนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้า เมกา บางนา ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 67 ถึงวันที่ 1 ก.ย. 67 กิจกรรมในวันแรกมีลูกค้าให้ความสนใจอย่างคับคั่ง ทั้งนี้ มาสด้าเชิญชวนลูกค้าและผู้ที่สนใจห้ามพลาดงานนี้ด้วยประการทั้งปวง

เซอร์ไพรส์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อมาสด้าเตรียมจัดกิจกรรมสุดพิเศษนี้สำหรับลูกค้าในย่านฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ก็สามารถแวะมาชมรถและออกรถใหม่พร้อมรับโปรโมชั่นดีๆ แบบนี้ ได้เช่นกัน เนื่องจากมาสด้าเตรียมจัดงาน มาสด้า เอ็กซ์โป ขึ้นอีกครั้งที่ศูนย์การค้า แฟชั่นไอส์แลนด์ ในระหว่างวันที่ 27 ก.ย. 67 – 6 ต.ค. 67 หรือสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mazda.co.th

โปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้ามาสด้า

  • New Mazda2 (เฉพาะรุ่น S และ SP) รับส่วนลดสูงสุด 108,000 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 0%1 ฟรี Mazda Care แพ็กเกจฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี1 พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง รวมมูลค่าสูงสุด 66,438 บาท1 พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท1
  • New Mazda3 (ทุกรุ่นย่อย) รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 0%1 ผ่อนนาน 48 เดือน1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท1
  • Mazda CX-30 ที่สุดแห่งยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวี รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 0%1 ผ่อนนาน 48 เดือน1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท1
  • Mazda CX-3 (ทุกรุ่นย่อย) ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นเริ่มต้น รับส่วนลดสูงสุด 90,000 บาท1 ส่วนรุ่น Base Plus และรุ่น Comfort รับส่วนลดสูงสุด 116,000 บาท1 หรือ ดอกเบี้ย 0%1 ผ่อนนาน 84 เดือน1 พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  • Mazda CX-8 ยนตรกรรมครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท1 หรือดอกเบี้ย 19%1 ฟรี Mazda Ultimate Service (MUS)1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 100,861 บาท1 พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท1
  • รถปิกอัพ Mazda BT-50 ดอกเบี้ย 0%1 ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท1
  • New Mazda MX-5 ดอกเบี้ย 2.49%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service1 ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี
  • Mazda6 20th Anniversary Edition รถสปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ ที่เปิดให้ลูกค้าจองแล้ววันนี้ในจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ในประเทศไทย รับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท1 พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 99%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 7 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)1 ขยายการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 7 ปี1 ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 7 ปี ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี รวมมูลค่าสูงสุด 131,312 บาท โดยเฉพาะครอบครัวมาสด้ารับส่วนลดเพิ่มเมื่อลงทะเบียน

หมายเหตุ:

1 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเงื่อนไขสุดพิเศษนี้ได้จากที่ปรึกษาการขาย

2 เมื่อจองรถ Mazda2, Mazda3, Mazda CX-3, Mazda CX-30, Mazda CX-5, Mazda CX-8 และ Mazda BT-50 ภายในงาน 3,000 บาท และออกรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 67 รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL UNDER ARMOUR STREAK มูลค่า 2,990 บาท (จำกัด 1,000 ชิ้น)

3 เมื่อจองรถ Mazda6 20th Anniversary Edition ภายในงาน 10,000 บาท รับฟรี ลำโพงบลูทูธ BOSE SOUNDLINK COLOR ll (คละสี) มูลค่า 5,900 บาท (จำกัดจำนวน 20 ชิ้น)

4 เฉพาะรุ่น Mazda2, Mazda3, CX-3, CX-30, CX-5, CX-8 และ BT-50

นิสสัน นาวารา นำทัพรถยนต์นิสสันครบรุ่น ร่วมงานบิ๊ก มอเตอร์ เซล 2024

0

นิสสันร่วมสร้างความตื่นเต้นในงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2024 กับทัพรถยนต์ครบรุ่นตอบสนองความต้องการลูกค้าทุกกลุ่ม นำโดย นิสสัน นาวารา ภายในดีไซน์ใหม่ กระบะ “ทน พร้อม ลุย” ที่เพิ่งเปิดตัว  นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สตาร์ อิดิชัน เอสยูวีที่ให้การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันเดียวที่ทั้งแรงทั้งประหยัด  นิสสัน อัลเมร่า ซีดานสไตล์สปอร์ต และนิสสัน เทอร์ร่า พีพีวี คันเดียวจบครบเกินคุ้ม สำหรับทุกคนในครอบครัว พร้อมส่งโปรโมชั่น “โปรใหญ่ SAY YES!” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพจากนิสสันได้ง่ายขึ้น พบรถยนต์ และข้อเสนอจากนิสสันได้ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม –  1 กันยายน นี้ ที่ไบเทค บางนา

โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า “นิสสันมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการใช้ชีวิตให้ผู้คน เราจึงได้สร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ดี ข้อเสนอที่หลากหลายครบทุกความต้องการของลูกค้า การเข้าร่วมในงานมหกรรมรถยนต์ที่สำคัญของประเทศไทยเช่นงาน เทศกาลแสดงขายรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ หรือ บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2024 ในวันนี้ ลูกค้าจะมีโอกาสได้สัมผัสกับรถยนต์ของเราแบบใกล้ชิด และได้เป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพจากนิสสันได้ง่ายๆ กับโปรโมชั่นพิเศษมากมาย เพื่อประสบการณ์ที่น่าประทับใจนทุกการเดินทาง และความสำเร็จในธุรกิจโดยมีรถยนต์จากนิสสันเป็นผู้ช่วย”

ไฮไลต์ที่บูทนิสสัน นำทัพโดยนิสสัน นาวารา ภายในดีไซน์ใหม่ รุ่นล่าสุด

นิสสันได้นำ นาวารา รุ่นภายในดีไซน์ใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ มาเป็นไฮไลต์ในงาน ด้วยการตกแต่งภายในดีไซน์ใหม่กับแผงคอนโซลหน้า และคอนโซลกลางที่เสริมความพรีเมียม และมีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น หน้าจอทัชสกรีนคมชัดขนาด 9 นิ้ว ฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ครบครัน เสริมวัสดุบุนุ่มคุณภาพสูงในจุดที่สัมผัสบ่อย ยกระดับประสบการณ์ของการใช้งาน รวมทั้งเบาะนั่งบุวัสดุ Quole Modure ที่ไม่สะสมความร้อน นั่งสบายตลอดการเดินทาง และเพิ่มความสุนทรีย์กับระบบอินโฟเทนเมนต์อัจฉริยะ ที่พร้อมสร้างความบันเทิง ด้วยการรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ Wireless Apple CarPlay และเชื่อมต่อผ่านสายสำหรับ Android Auto* ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถใช้แอปพลิเคชั่น ระบบนำทางผ่านระบบเสียงอัจฉริยะของนาวาราได้สะดวก และยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงอีกด้วย

นิสสัน นาวารา มาพร้อมขุมพลัง YS23DDTT ความจุ 2.3 ลิตร 4 สูบแบบทวินเทอร์โบ พลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด (7AT)  เสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานยูโร 5 (EURO V) ที่มีการปล่อยไอเสียต่ำ แต่ยังคงให้การตอบสนองทันใจ ประหยัดน้ำมัน ขณะที่รุ่นตัวถังดับเบิ้ลแค็บ คิงแค็บ และ ซิงเกิ้ลแค็บ ในระบบเกียร์แมนนวล 6 สปีด ติดตั้งเครื่องยนต์ รหัส YS23DDT 2.3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผัน ให้พลังสูงสุด 160 แรงม้า และแรงบิด 403 นิวตันเมตร ทรงพลังพร้อมสมรรถนะสำหรับทุกการบรรทุกหนัก

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สตาร์ อิดิชัน เอสยูวีที่ให้ประสบการณ์ในการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า 100%  โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถและการหาสถานีชาร์จ โดยในรุ่นพิเศษนี้เสริมความสปอร์ตพรีเมียมรอบคันด้วยชุดตกแต่งวัสดุโทนสีดำ 10 รายการทั้งภายนอกภายในตั้งแต่ กระจังหน้าสีดำ คิ้วกันชนหน้าสีดำ กระจกมองข้างสีเงิน สติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ STAR EDITION ที่ตัวถังรถด้านข้าง  สัญลักษณ์ STAR EDITION ด้านหลัง พนักพิงศีรษะคู่หน้าและคิ้วบันไดสเตนเลส ชุดตกแต่งรอบที่ปุ่มควบคุมชุดปรับอากาศสีดำ และชุดพรมพร้อมผ้ายางปูพื้น

โดยคิกส์ อี-พาวเวอร์ โดดเด่นกับระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ให้อัตราเร่งที่ทันใจจากแรงบิดสูงสุดถึง 280 นิวตันเมตร (Nm) ให้ประสิทธิภาพ และสมรรถนะของการขับขี่ที่ดีเยี่ยม เสริมด้วยเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ “อี-เพดัล สเต็ป” (e-Pedal Step) สามารถเร่งและชะลอความเร็วได้ในคันเร่งเดียว ให้อัตราประหยัดน้ำมันเมื่อขับขี่ในเมือง สูงสุด 26.3 กิโลเมตร/ลิตร** และให้ความอุ่นใจกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน 360° Safety Shield มั่นใจทุกการขับขี่ นอกจากนี้ยังตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่กับ  Wireless Charger*  เพื่อการสื่อสารที่ไม่หยุดชะงัก เพิ่มความสะดวกสบายด้วย NissanConnect ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android Auto* และ Apple CarPlay

นิสสัน อัลเมร่า คอมแพคซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” ด้วยเครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็วให้ทุกการเดินทางสนุกเต็มพิกัด  มาพร้อมเทคโนโลยี NissanConnect Services เพื่อการเชื่อมต่อไร้สายระหว่างผู้ขับขี่และรถผ่านสมาร์ทโฟน แอปพลิเคชัน รวมถึงการติดตั้งฟังก์ชั่น SOS เพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีผ่านระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุต่างๆ โดยล่าสุด เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายจากรถพรีเมียมสู่คอมแพคซีดาน อาทิ เพิ่มเบาะโควเล่ โมดูเร่ (Quole Modure) ในรุ่น V และ VL รวมถึงกุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมระบบล็อก และปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ

นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์พรีเมียมสำหรับทุกคนในครอบครัวในลุคสปอร์ต ทันสมัย โดยเฉพาะรุ่นล่าสุด นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต ที่เพิ่มความเท่มีสไตล์ด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน ครบครันทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัย และความบันเทิง รวมทั้งห้องโดยสารที่กว้างขวาง ทำให้นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต เป็นเอสยูวีที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว เครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน ทั้งยังสามารถรองรับน้ำมันดีเซลได้ทุกชนิดทั้ง B7, B10 และ B20 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ไปได้ทุกเส้นทาง อุ่นใจกับ ‘360 Degree Safety Shield’ เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ระบบความบันเทิงระดับไฮเอนด์ด้วยเครื่องเสียงจาก Bose Premium Audio พร้อมลำโพงคุณภาพสูง 8 ตัว จอสัมผัสขนาด 11 นิ้ว และการเชื่อมต่อสมาร์ททีวี หรือ HDMi เพิ่มความบันเทิงให้แก่ผู้โดยสารด้านหลัง

“ โปรใหญ่ SAY YES!” ข้อเสนอพิเศษ*** สำหรับงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2024 ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น กับข้อเสนอพิเศษหลากหลายที่จัดขึ้นให้ตรงตามความต้องการลูกค้าของรถแต่ละรุ่น   โดยมีข้อเสนอตั้งแต่ดาวน์ต่ำ ผ่อนสบาย และผ่อนนาน เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ ดาวน์เริ่มต้น 5,555 บาท หรือ ผ่อนนานสูงสุด 96 เดือน พร้อมด้วยฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection (NPP) เป็นต้น

นอกจากนี้ลูกค้ายังอุ่นใจได้กับข้อเสนอพิเศษอื่นๆ*** เช่น โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์            นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี  ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร  Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร)  ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผู้จำหน่ายนิสสันในงาน และทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ https://nissan.co.th

* เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ

** สำหรับการขับขี่ในเมือง / ตามมาตรฐาน NEDC หรือ ป้ายข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO sticker) ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีข้อมูลแตกต่างกันไป

*** ข้อเสนอเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

อีซูซุร่วมโครงการ “การร่วมสร้างสรรค์อนาคตของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา” ของ METI เพื่อส่งเสริมการทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย

0

อีซูซุซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์และการใช้ชีวิตในประเทศไทย ได้รับเลือกให้เข้าร่วมการทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery-swapping Solution) ที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านโลจิสติกส์และพลังงานเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในประเทศไทยให้สำเร็จได้

มร. ชินสุเกะ มินามิ (Mr. Shinsuke Minami) ประธาน บริษัท อีซูซุมอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น (สำนักงานใหญ่ที่เมืองโยโกฮามา จังหวัดคานางาวะ) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “อีซูซุ” มร. คัตสึยะ นาคานิชิ (Mr. Katsuya Nakanishi) ประธาน บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (สำนักงานใหญ่ที่เขต   ชิโยดะ กรุงโตเกียว)  ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “MC” ได้ร่วมกันยื่นสมัครโครงการ “การร่วมสร้างสรรค์อนาคตของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา” (The Global South Future-Oriented Co-Creation Project) อันเป็นโครงการทดลองขนาดใหญ่ในอาเซียน [i] ของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม เพื่อขอรับเงินอุดหนุนประจำปี 2566 ซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2568 อีซูซุ และ MC จะดำเนินโครงการทดลองในประเทศไทยเพื่อแนะนำโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery-swapping solution) และการเชื่อมต่อภาคส่วนต่าง ๆ เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า [ii]

[i] JETRO  โครงการ “การร่วมสร้างสรรค์อนาคตของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา”(การทดลองขนาดใหญ่ของประเทศสมาชิกอาเซียน) (เงินอุดหนุน)” (6 มิถุนายน 2567) https://www.jetro.go.jp/services/grobal_south/info.html

[ii] เพื่อมุ่งหวังที่จะส่งเสริมการลดคาร์บอนในสังคมโดยรวม และสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่ยั่งยืนในการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยการเชื่อมต่อและบูรณาการภาคส่วนการผลิตไฟฟ้ากับภาคส่วนการใช้งานอื่นๆ เช่น การขนส่ง โลจิสติกส์ และพลังงานความร้อน

โครงการ “การร่วมสร้างสรรค์อนาคตของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา” มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และสนับสนุนกลุ่มประเทศเหล่านี้ให้เป็นพื้นที่ในการดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาของกลุ่มประเทศดังกล่าว และใช้ประโยชน์จากศักยภาพการเติบโตของตลาดในภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่จะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมในญี่ปุ่นและเสริมสร้างอุตสาหกรรมในประเทศ

อีซูซุ และ MC ได้ร่วมกันพัฒนาธุรกิจรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ในกลุ่มประเทศอาเซียนมาตั้งแต่ปี 2500 อีซูซุได้จัดตั้งโรงงานหลักในการผลิตรถปิกอัพในประเทศไทย 2 แห่งและสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งด้วยการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูงกว่า 90% เพื่อประกอบและผลิตรถ นอกจากนี้ผู้จำหน่ายรถอีซูซุได้ดูแลและสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าผ่านกิจกรรมการขายและการตลาด ทั้งรถปิกอัพและรถบรรทุกโดยได้รับความไว้วางใจจากคนไทยในวงกว้างและมีส่วนแบ่งตลาดในสัดส่วนสูง และได้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาและการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยมาตลอด

ตามนโยบายส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่าน “โซลูชั่นส์อันหลากหลาย” ที่ระบุไว้ในแผนบริหารจัดการระยะกลางของอีซูซุ (“การเปลี่ยนผ่านของอีซูซุ – การเติบโตสู่ปี 2030 หรือ IX”) ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดของทั้งสองบริษัท และเป็นผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์อาเซียนโดยรวม ได้รับเลือกให้ดำเนินการในโครงการทดลองนี้

โครงการทดลองนี้จะนำเครื่องมือการใช้งานจริงของโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่เรียกว่า “EVision Cycle Concept [iii]” ซึ่งอีซูซุได้เปิดตัวที่งาน JAPAN MOBILITY SHOW 2023 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สามารถสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หลีกเลี่ยงเวลาเสียเปล่าที่เกิดจากการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นอกจากนี้การแยกตัวรถและแบตเตอรี่ออกจากกันยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการพลังงานรูปแบบอื่นได้ เป็นต้นว่า การสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการทดลองนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2568 เป็นความร่วมมือจาก 5 บริษัท รวมถึง อีซูซุ, MC, บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ จะดำเนินการทดลองจริงโดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท Commercial Japan Partnership Technologies Asia จำกัด ในการสนับสนุนกิจกรรมความเป็นกลางทางคาร์บอนที่เป็นลักษณะเฉพาะของประเทศไทยด้วย

ด้วยเป้าหมายในการสร้างสังคมที่เป็นกลางทางคาร์บอนทั่วโลก โครงการทดลองนี้จะส่งเสริมการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในส่วนของรถเพื่อการพาณิชย์ให้มีความแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า และเพื่อดำเนินการสร้างระบบพลังงานใหม่ รวมถึงพลังงานหมุนเวียนที่สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่  อีซูซุ และ MC จึงมุ่งมั่นจะร่วมกันพัฒนาและลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทยต่อไป