Home Blog Page 146

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ Mitsubishi e:MOTION พร้อมด้วยยานยนต์แห่งเทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ที่งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และพัฒนายานยนต์ที่สะท้อนความเป็นที่สุดแห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) ด้วยการขนทัพสุดยอดยนตรกรรมแห่งเทคโนโลยีล้ำสมัย จัดแสดงที่งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024 นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี รถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด สัมผัสพลังใหม่ ความรู้สึกใหม่ ภายใต้นิยาม Mitsubishi e:MOTION ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปี 2024 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ คลีนดีเซล ไฮเปอร์ พาวเวอร์ ขีดสุดแห่งเทคโนโลยีระบบความปลอดภัย พร้อมให้ความสะดวกสบาย หรูหราด้วยห้องโดยสารสไตล์สปอร์ตพรีเมียม และ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท รถกระบะสำหรับผู้ชื่นชอบการผจญภัยพร้อมไลฟ์สไตล์แบบพรีเมียม ด้วยขุมพลังที่มอบสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้น พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย พิเศษสำหรับครอบครัวมิตซูบิชิ ที่เป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท* เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน M-Drive และลงทะเบียน รับฟรี e-Voucher สำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อรถยนต์มิตซูบิชิคันใหม่ภายในงาน

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “ปรัชญาความเป็นที่สุดแห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) คือพลังขับเคลื่อนให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมปลุกพลังแห่งการผจญภัย ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่เพียบพร้อมทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความล้ำสมัย ความปลอดภัย รวมถึงความไว้วางใจได้ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความอุ่นใจในการใช้งาน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกหลอมรวมไว้ในรถยนต์มิตซูบิชิทุกคันที่ทุกท่านได้สัมผัสในวันนี้”

“นอกเหนือจากสุดยอดยนตกรรมที่นำมาจัดแสดงแล้ว ในงานนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี  มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024 รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษที่น่าดึงดูดใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา สำหรับ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน อีกด้วย” มร. อินาบะ กล่าวเพิ่มเติม

ไฮไลท์การจัดแสดงสุดยอดยนตรกรรมแห่งดีเอ็นเอมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) ในงานนี้ นำโดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี  รถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นแรกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ เต็มเปี่ยมด้วยพลังและมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วย Mitsubishi e:MOTION ที่ผสานการทำงาน 3 สุดยอดเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System) เพื่อการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้การตอบสนองที่ดี เร่งแรงทันใจด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิดสูงจากระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการ ให้ความปลอดภัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง ลุยได้ในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำขณะเข้าโค้ง ให้คุณมั่นใจและปลอดภัยเหนือระดับ

ลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี  ภายในงานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024 จะได้รับข้อเสนอจากแคมเปญพิเศษ อัตราดอกเบี้ย 0%* และแพ็กเกจ MITSUBISHI XTRA CARE บริการหลังการขายที่พร้อมมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าแบบจัดเต็ม

อีกหนึ่งไฮไลท์ภายในงานนี้ ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024 มาพร้อมขุมกำลังใหม่ “ไฮเปอร์พาวเวอร์ (Hyper Power)” เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร พร้อมหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์แบบคอมมอนเรลเจนเนอเรชันใหม่ ทรงพลังและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 5 (Euro 5) มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและขับเคลื่อน 4 ล้อ ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยพละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,250 – 2,500 รอบต่อนาที ด้วยน้ำหนักตัวรถที่ลดลงจึงใช้เชื้อเพลิงได้อย่างคุ้มค่า ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Elite Edition ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด มาพร้อมระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งสามารถปรับเข้าสู่โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (4H Full-time) ได้ทันทีแม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) ช่วยให้รถยึดเกาะถนนดีขึ้น ร่วมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันอัจฉริยะ ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) ของมิตซูบิชิ และโหมดการขับขี่แบบออฟโรด 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดขับขี่บนทางฝุ่น (Gravel) โหมดขับขี่บนผิวทางที่ปกคลุมด้วยโคลนหรือหิมะ (Mud/Snow) โหมดขับขี่บนพื้นผิวทราย (Sand) และโหมดขับขี่บนผิวทางที่ขรุขระหรือพื้นผิวหิน (Rock)

ภายในงาน ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024 ได้ในราคาเริ่มต้น 1,389,000 บาท และรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.09% พร้อมรับแพ็กเกจบำรุงรักษา ฟรี 5 ปี และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย

ปิดท้ายด้วย ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท มาพร้อมกับเครื่องยนต์ ไฮเปอร์พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,750 รอบต่อนาที ภายใต้การออกแบบอันดุดันสะกดทุกสายตา ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ชื่นชอบการผจญภัย พร้อมความสะดวกสบายของห้องโดยสารแบบทูโทน เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันอัจฉริยะ ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) ของมิตซูบิชิ พร้อมด้วยระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) เพิ่มความสะดวกสบาย และมั่นใจในการขับขี่

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท โดดเด่นยิ่งกว่าด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) เจ้าแรกในตลาดรถกระบะเมืองไทย อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่สามารถเปลี่ยนจากโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) ได้ทันที แม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่  (Shift-on-the-Fly) แตกต่างอย่างเหนือกว่าด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ช่วยให้ขับขี่คล่องตัว ควบคุมได้ดังใจ เสริมความปลอดภัยให้พร้อมตะลุยในทุกสภาพอากาศและทุกรูปแบบของพื้นผิว ด้วย 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ (Normal) โหมดประหยัดเชื้อเพลิงและรักษ์โลก (Eco) โหมดขับขี่บนทางลูกรังหรือทางฝุ่น (Gravel) โหมดขับขี่บนพื้นหิมะหรือขณะฝนตกผิวถนนเปียกลื่น (Snow) โหมดขับขี่ลุยโคลนหรือผิวทางที่เหนียวลื่น (Mud) โหมดขับขี่ตะลุยทรายหรือผิวทางที่ดินร่วน (Sand) โหมดไต่หินหรือขับขี่บนผิวทางที่เป็นหินขรุขระ (Rock) โดยลูกค้าที่ซื้อ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ภายในงาน จะได้รับข้อเสนอพิเศษด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.89%*

พบกับรถยนต์ทุกรุ่นของมิตซูบิชิ ภายในบูธ B03 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 กรกฎาคม 2567 ที่ฮอลล์ EH 102 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และติดต่อเพื่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลข่าวสารของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH


สุดยอดยนตรกรรมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่จัดแสดง ณ งานฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024

รุ่นรถยนต์ ฟีเจอร์เด่น ข้อเสนอพิเศษ หมายเหตุ
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี Mitsubishi e:MOTION ได้แก่

·        ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด
(HEV System)

·        โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
(7 Drive Mode)

·        ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)

·        อัตราดอกเบี้ย 0%*

·        แพ็กเกจ MITSUBISHI XTRA CARE

 
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต

รุ่นปี 2024

·        เครื่องยนต์ ไฮเปอร์พาวเวอร์ (184 แรงม้า)

·        ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู

·        โหมดการขับขี่แบบออฟโรด
4 รูปแบบ

·        เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันอัจฉริยะ ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense)

 

·        อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.09%*

·        แพ็กเกจบำรุง รักษา ฟรี 5 ปี

*ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู และ โหมดการขับขี่แบบออฟโรด 4 รูปแบบ เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Elite Edition

**เทคโนโลยี ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) เฉพาะรุ่น

ขับเคลื่อน 4 ล้อ Elite Edition, รุ่น ขับเคลื่อน 2 ล้อ Elite Edition และ รุ่น Ultra 

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ·        ไฮเปอร์พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู
(204 แรงม้า)

·        ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู

·        โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
(7 Drive Mode)

·        เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันอัจฉริยะ ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense)

·        ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)

·        ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (EPS)

·    อัตราดอกเบี้ย 0.89%*

 

*ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู เฉพาะรุ่น ขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

*เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

มาสด้ามอบความ JOY มัดใจลูกค้าตลอดเดือน JULY กับโปรโมชั่นร้อนแรงที่สุด หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว

0

โอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้ามาถึงแล้ว กับที่สุดแห่งโปรโมชั่นที่ทุกท่านรอคอย มาสด้าเชิญลูกค้ามาจอยตลอดหน้าฝนที่จะทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำไปตลอดฤดูกาล กับพายุโปรโมชั่นสารพัดรุ่นที่ร้อนแรงสุดในเดือนกรกฎาคม ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่จะทำให้ลูกค้ามีความสุขตลอดทั้งเดือนกับแคมเปญ Mazda Joy of July คัดสรรมาครบทุกรุ่น ทั้งรถสปอร์ต รถยนต์นั่ง รถปิกอัพ และครอสโอเวอร์เอสยูวี โดยเฉพาะมาสด้า CX-5 รับส่วนลดรวมมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี บัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* ลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับและรับข้อเสนอพิเศษนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 1-31 ก.ค. 67 ทุกโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าเป็นวิสัยทัศน์ที่มาสด้ามุ่งมั่นมาตลอด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่มีเอกลักษณ์และเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอันทรงพลัง และมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในทุกๆ ด้าน เพื่อมอบความสนุกสนานเร้าใจให้กับการขับขี่ในทุกเส้นทาง จึงก่อกำเนิดเป็นเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ นำมาซึ่งเทคโนโลยีในอุดมคติที่ทุกคนใฝ่ฝัน ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟครบทั้ง 5 องค์ประกอบ คือ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สกายแอคทีฟไดร์ฟ ระบบโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟบอดี้ ระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟแซสซี ระบบความปลอดภัยระดับโลก i-ACTIVSENSE ระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร Mazda Connect รองรับ Apple CarPlay® และ Android Auto™* และระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ GVC Plus ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้แม่นยำมีสมดุล ทุกองค์ประกอบถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้ทุกส่วนทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์มาสด้า ผู้ผลิตรถยนต์หนึ่งเดียวที่ส่งมอบความสุขและสุนทรียศาสตร์ในการขับขี่ให้กับลูกค้าทุกคน”

Mazda CX-5

ทุกองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบนี้ถูกถ่ายทอดลงสู่รถยนต์มาสด้าทุกรุ่น รวมถึงมาสด้า CX-5 ที่ได้สร้างเกียรติประวัติไว้มากมายกว่า 90 รางวัลจากทั่วโลก รวมถึงรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น จนได้รับความนิยมและถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน มาสด้า CX-5 รุ่น 2.0 SP เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลัง 165 แรงม้า ให้การประหยัดน้ำมันและมีความคุ้มค่ามากที่สุด นอกจากคุณภาพที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟแล้ว มาสด้า CX-5 ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่งดงาม ตามแนวคิด “Kodo Design” Soul of Motion หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันสง่างาม เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก สมรรถนะการขับขี่ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน เทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ช่วยให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร จึงทำให้มาสด้า CX-5 ครบครัน คุ้มค่า คุ้มราคา เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าที่กำลังมองหาครอสโอเวอร์เอสยูวีและเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกับ มาสด้า CX-5 รุ่น 2.0 SP ราคาจำหน่าย 1,499,000 บาท โดยมาสด้าได้มอบข้อเสนอสุดร้อนแรงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเฉพาะเดือนกรกฎาคมกับแคมเปญ Mazda Joy of July รับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0%* ผ่อนนาน 60 เดือน* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)* หรือ ดอกเบี้ย 0%* ผ่อนนาน 72 เดือน* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* และยังมอบความพิเศษอีกหนึ่งต่อให้กับเจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นอกจากนี้ มาสด้ายังมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการออกรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ อีกมากมายภายใต้แคมเปญ  Mazda Joy of July ประกอบด้วย

  • New Mazda2 “Express Your Identity เลือกต่างในแบบเรา” รับส่วนลดสูงสุด 88,000 บาท* หรือ ดอกเบี้ย 0%* ฟรี Mazda Care แพ็กเกจค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี* พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง รวมมูลค่าสูงสุด 66,438 บาท* พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
  • New Mazda3 ปลุกสัญชาตญาณความสปอร์ตในแบบคุณให้มีชีวิต รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท* หรือดอกเบี้ย 0%* ผ่อนนาน 48 เดือน* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท*
  • Mazda CX-30 “LIFE’S ALWAYS ON” ที่สุดแห่งยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวี พร้อมเติมเต็มความหมายให้กับทุกด้านของชีวิตอย่างมีสไตล์ รับส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท* หรือดอกเบี้ย 0%* ผ่อนนาน 48 เดือน* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท*
  • Mazda CX-3 “Never Settle for Less ความท้าทายใหม่ไม่รู้จบ ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นเริ่มต้น รับส่วนลดสูงสุด 116,000 บาท* หรือดอกเบี้ย 0%* ผ่อนนาน 84 เดือน* พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง* พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  • Mazda CX-8 “The Precious Moments Together” ยนตรกรรมครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความภูมิฐานและความสมบูรณ์แบบ ให้ทุกช่วงเวลามีคุณค่าร่วมกัน รับส่วนลดสูงสุด 80,000 บาท* หรือดอกเบี้ย 99%* ฟรี Mazda Ultimate Service (MUS)* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง รวมมูลค่าสูงสุด 100,861 บาท* พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท*
  • รถปิกอัพมาสด้า บีที-50 พร้อม…ให้คุณออกนำทุกเส้นทาง รับดอกเบี้ย 99%* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* พิเศษสุดเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัวรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท*
  • New Mazda MX-5 ดอกเบี้ย 2.49%* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service* ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี
  • Mazda6 20th Anniversary Edition รถสปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ ที่เปิดให้ลูกค้าจองแล้ววันนี้ในจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ในประเทศไทย รับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 99%* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 7 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)* ขยายการรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 7 ปี* ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 7 ปี ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 7 ปี โดยเฉพาะครอบครัวมาสด้ารับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท*
  • พร้อมข้อเสนออื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS)* ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว)* ซึ่งลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น สามารถรับข้อเสนอต่างๆ นี้ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-31 ก.ค. 67 เท่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติม

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mazda.co.th

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024” สตาร์ทกระหึ่ม เริ่มแล้ว 3-7 กรกฎาคมนี้ 5 วันจัดเต็ม ไบเทค บางนา มาครบ “รถใหม่ป้ายแดง รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน”

0
Fast 1

เริ่มแล้ว “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST Auto Show Thailand 2024) งานแสดงและซื้อ-ขายรถยนต์ครบวงจร มั่นใจนำกองทัพรถจาก 15 แบรนด์รถใหม่ป้ายแดง และ 8 ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ร่วมสตาร์ทเครื่องกระตุ้นยอดขายช่วงกลางปี แนะผู้ที่ต้องการใช้รถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส  “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ได้รถคุณภาพเยี่ยมในราคาโปรจุใจ ครบจบในงานเดียว ทั้ง “รถใหม่ป้ายแดง รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 10 โมงเช้า – 3 ทุ่ม วันที่ 3-7 กรกฎาคม 2567 นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา จองรถใหม่หรือรถใช้แล้วในงานลุ้นรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV และลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม มูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท โดยมี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เปิดเผยว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวจึงเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยแรงหนุนจากทุกภาคส่วน โดย “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ถือเป็นงานซื้อ-ขายรถครบวงจรที่จัดขึ้นในช่วงกลางปีที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนไปข้างหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์เบอร์ 1 ของอาเซียน อีกทั้งรัฐบาลยังมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ควบคู่กับการผลักดันนวัตกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น งานในปีนี้จึงพร้อมตอบรับความครบเครื่องด้วยคอนเซ็ปต์  “รถใหม่ป้ายแดง รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” เพื่อให้ผู้ที่ต้องการใช้รถได้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ทั้งจากรถใหม่ป้ายแดงที่มีแบรนด์รถไฟฟ้าน้องใหม่เข้ามาทำตลาด จนทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา และรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพเยี่ยมที่ราคาปรับลดลงมาแล้ว แถมมีการรับประกันซื้อคืนหากผิดเงื่อนไขตามที่ผู้จัดงานได้กำหนดไว้ ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบคุณภาพ และเลือกหาความคุ้มค่า คุ้มราคา จากข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษได้จบครบในงานเดียว

“งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ที่มีเวลาเพียง 5 วัน นับเป็นงานที่ยากเพราะเมื่อเริ่มแล้วจะไม่มีโอกาสแก้ไข ทุกอย่างจึงต้องเตรียมการให้พร้อมสรรพ ผมขอขอบคุณค่ายรถและผู้ประกอบการในธุรกิจยานยนต์ทุกค่ายที่เชื่อมั่นในการทำงานของเรา ทำให้ปีนี้มีรถใหม่ป้ายแดงเข้าร่วมมากถึง 15 แบรนด์ ครอบคลุมทุกทางเลือกด้านพลังงาน ได้แก่ อีซูซุ (ISUZU) โตโยต้า (TOYOTA) ฮอนด้า (HONDA) มิตซูบิชิ (MITSUBISHI) เอ็มจี (MG) ซูซูกิ (SUZUKI) วอลโว่ (VOLVO) และฮุนได (HYUNDAI) รวมทั้งแบรนด์ที่เข้าร่วมงานนี้ครั้งแรก คือ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM : GREAT WALL MOTOR) ดีพอล (DEEPAL) เนต้า (NETA) เน็กซ์เท็ม (NEXTEM) วู่หลิง (WULING) เบนซ์ ธนบุรีพานิช (BENZ THONBURI PHANICH) และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอเจ อีวี (AJ EV) โดยทุกแบรนด์พร้อมจัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดเร้าใจ เพื่อช่วยกระตุ้นตลาดยานยนต์ พร้อมมีการทดลองขับ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่กำลังจะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ และในส่วนผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่ผ่านการคัดกรองมา 8 ราย พร้อมนำรถสภาพนางฟ้า รุ่นใหม่ เลขไมล์น้อย ครบทุกเซ็กเมนท์มานำเสนอ ประกอบด้วย DDS คาร์ เซ็นเตอร์, โย รัชดา, ดา ศรีนครินทร์, รถเศรษฐี Sethi Premium Used Car, CarDeeSureOK, Benz Keng Hong Thong หรือหากสนใจรถไฟฟ้ามือสอง GWM Certified Pre-Owned และ Volvo Selekt Approved Used Cars มีมาให้เลือกเช่นกัน ซึ่งระบบการจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วในงาน นอกจากจะมีการรับประกันซื้อคืนหากผิดเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว ยังเป็นแบบใครมาก่อนได้ก่อน ซื้อแล้วขับกลับไปได้เลย” นายพัฒนเดชกล่าว

สำหรับไฮไลต์ต่าง ๆ ภายในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ประกอบด้วย

  • พิเศษ! เปิดโซนทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าภายในฮอลล์ ซึ่งรถที่นำมาให้ทดสอบจะเป็นรุ่นใหม่ ในตลาด อาทิ ครั้งแรกในไทยกับการเปิดให้ผู้เข้าชมงานได้ทดสอบ Honda e:N1 รถไฟฟ้าที่ไม่มีจำหน่ายแต่มีให้เช่าใช้เท่านั้น ตามด้วย Volvo EX30, ORA07, Deepal S07, Hyundai IONIQ5, NETA VII, MG4, Wuling Air EV, NEXTEM ORCA และ NEXTEM Golf Cart โดยมีระบบการจองคิวเพื่อเปิดประสบการณ์การทดลองก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น. ทุกวัน
  • ชมและเลือกซื้อหารถคุณภาพจากหลากหลายแบรนด์ที่มาพร้อมกับดีลโปรโมชั่นสุดเร้าใจ อาทิ NEW! MU-X THE NEXT PEAK สุดยอดรถอเนกประสงค์ที่เพิ่งเปิดตัว พร้อมรับจองด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ การเปิดตัวครั้งแรกในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ของ NEXTEM ORCA รถไฟฟ้ามินิทรัค ทางเลือกของผู้บริโภคที่ต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการค้า NETA X รถเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดรับจองสิทธิ์ก่อนเปิดราคาอย่างเป็นทางการ NEW MG Maxus 7 รถตู้เอนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่ประกาศราคาแล้วแต่ยังไม่มีโชว์ในโชว์รูม ได้นำมาให้ลูกค้าได้สัมผัสเป็นงานแรก

  • ยกระดับการรับประกันรูปแบบใหม่สำหรับรถยนต์ใช้แล้วที่จำหน่ายในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ด้วยการออก “หนังสือรับประกันคุณภาพรถยนต์ใช้แล้ว” (Used Car Warranty) ซึ่งจะระบุคุณภาพเกรดของรถยนต์ใช้แล้วทุกคันภายในงาน รวมทั้งมีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับตัวรถอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้ที่มาซื้อรถยนต์ใช้แล้วมั่นใจและตัดสินใจซื้อได้ทันที ด้วยการรับประกันซื้อคืน 100% หากรถยนต์ใช้แล้วที่จำหน่ายในงานผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • เพลิดเพลินกับกิจกรรมชิคแอนด์คูลกับโซนรถตกแต่งพิเศษตามเทรนด์ปี 2024 ที่ไม่ได้มีดีแค่สวย เท่ แต่ยังใช้ประโยชน์ได้ครบ คุ้มค่า เพื่อเป็นแนวทางในการแต่งรถยนต์ให้กับผู้ที่ชื่นชอบ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบแต่งรถที่สะท้อนความเป็นตัวเองและรองรับกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ รวมถึงการร่วมสนุกกับการแข่งขันประลองฝีมือในโซนอีสปอร์ต พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกกลับบ้าน หรือเร้าหัวใจกับกิจกรรม Sexy Car Wash สุดร้อนแรง
  • ลุ้นเป็นผู้โชคดีตลอดทั้ง 5 วัน โดยผู้จองรถหรือซื้อรถทุกกลุ่มภายในงานจะได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลประจำวัน ได้แก่ คูปองบริดจสโตน มูลค่า 12,000 บาท วันละ 1 รางวัล รวม 5 รางวัล ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s มูลค่า 3,845 บาท วันละ 5 รางวัล รวม 25 รางวัล และหลังจบงานยังได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV จํานวน 2 รางวัล ได้แก่ รุ่น Saber Tiger มูลค่า 95,900 บาท จํานวน 1 คัน และรุ่น Mine Plus มูลค่า 73,900 บาท จํานวน 1 คัน  พร้อมชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s และสำหรับผู้เข้าชมงานทุกท่าน ยังได้รับสิทธิ์ส่งคูปองลุ้นรับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 1,000 บาท วันละ 5 รางวัล รวม 25 รางวัล อีกด้วย รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 400,000 บาท โดยจะมีการจับรางวัลในเวลา 20.00 น.ของทุกวัน

แวะมา “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ได้ที่งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์  2024”   ระหว่าง วันที่ 3 – 7  กรกฎาคม 2567 นี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 102-104 ตั้งแต่ 10.00 – 21.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/FASTAUTOSHOW  หรือwww.fastautoshow.com

“นิสสัน”จัดทริปเชิญผู้จำหน่ายทั้งหมดจากทั่วประเทศศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น

0
นิสสัน ภาพเปิด

นิสสัน ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดทริปธุรกิจ เชิญผู้จำหน่ายทั้งหมดจากทั่วประเทศเข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยกิจกรรมประกอบด้วย การเยี่ยมชมรถยนต์แห่งอนาคต การทดลองขับขี่ รวมถึงการศึกษาแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศจากโชว์รูมนิสสันในประเทศญี่ปุ่น การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของนิสสันที่มีต่อพันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้าในประเทศไท

นิสสัน 2

ทริปนี้เปิดโอกาสให้ผู้จำหน่ายนิสสันได้สัมผัสกับเทคโนโลยีขั้นสูง และรถยนต์หลากหลายรุ่นจากนิสสัน รวมถึงรถยนต์แห่งอนาคต และรุ่นที่เตรียมนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย กิจกรรมยังรวมถึงการทดสอบการขับขี่ที่สนามแกรนไดรฟ์ (Grandrive) และการเยี่ยมชมโชว์รูมนิสสันในประเทศญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนข้อคิดรวมถึงเทคนิคการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้ากับผู้จำหน่ายในประเทศไทย

นิสสัน 3

“นิสสันให้ความสำคัญต่อภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทย และผู้จำหน่ายมาตลอด 71 ปีที่เราดำเนินธุรกิจ กิจกรรมศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้จำหน่ายของเราและสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย” โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และ นิสสัน ภูมิภาคอาเซียน กล่าว

ไฮไลท์ ของกิจกรรมเยี่ยมชมของผู้จำหน่ายของประเทศไทย
•เยี่ยมชมนิสสัน โกลบอล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (Nissan Global Design Center) : ศูนย์กลางการออกแบบระดับโลกของนิสสัน ที่ซึ่งผู้จำหน่ายจะได้สัมผัสประสบการณ์ด้านการพัฒนารถยนต์แห่งอนาคต ตลอดจนนวัตกรรมและความเป็นเลิศทางวิศวกรรม

นิสสัน 4
•ทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ ณ สนามแกรนไดรฟ์ (Grandrive): โอกาสพิเศษในการทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่โดดเด่น ทั้งรถยนต์รุ่นล่าสุด และรุ่นที่เตรียมนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย พร้อมสัมผัสเทคโนโลยี และสมรรถนะอันเร้าใจ

นิสสัน 5
•เยี่ยมชมโชว์รูมนิสสันในประเทศญี่ปุ่น: ศึกษาแนวทางปฏิบัติผ่านการเยี่ยมชมโชว์รูมผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัล พร้อมเรียนรู้กลยุทธ์ รวมถึงแลกเปลี่ยนเทคนิค ด้านการขาย การให้บริการ และการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

“ซูซูกิ” ขยายแคมเปญพิเศษ “SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายสไตล์คุณ” ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท พร้อมขอบคุณลูกค้าคนไทยที่ยังไว้วางใจในแบรนด์ซูซูกิ

0
SUZUKI EAZY DRIVE 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานกว่า 15 ปี มียอดขายสะสมในประเทศไปมากกว่า 310,885 คัน ซูซูกิต้องขอขอบคุณลูกค้าคนไทยที่เปิดโอกาสให้เราได้ดูแลและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยสิ่งที่เรายึดมั่นมาโดยตลอดไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์หรือสภาวะปัญหาใด คือการมอบบริการที่ดีที่สุดทั้งก่อนและหลังการขายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน และด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งนับว่ามีความโดดเด่นทั้งเรื่องของดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า คุ้มราคา จึงมีส่วนกระตุ้นความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้เลือกเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของซูซูกิ จนทำให้เราได้รับความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง

SUZUKI EAZY DRIVE 2
“แม้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจบางประการ แต่ขอให้คนไทยเชื่อมั่นในแบรนด์ซูซูกิได้ว่า เราจะยังรักษาคุณภาพในงานบริการ พร้อมนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดต่อไป ซึ่งในอนาคตเรามีนโยบายสำคัญที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแก่ทุกท่าน พร้อมมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทยอย่างมีขั้นตอน เพื่ออยู่คู่คนไทยได้อย่างยั่งยืน”

โดยในโอกาสพิเศษนี้เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ซูซูกิได้ทำการขยายเวลาการมอบแคมเปญสุดพิเศษ โดยมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด ให้แก่ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จากซูซูกิ ให้สามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น กับแคมเปญ “SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายในสไตล์คุณ” ให้ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้ม ผ่อนง่าย จ่ายสบาย มากกว่าที่เคย โดยสามารถเลือกรับดอกเบี้ย 0% ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เริ่มต้นเพียงเดือนละ 2,999 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยแคมเปญ “SUZUKI EAZY DRIVE ผ่อนสบายในสไตล์คุณ” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-31 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

SUZUKI SWIFT
•เลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท หรือ รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ เลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพียงเดือนละ 5,780 บาท
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง (ปีแรก)
•บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี
SUZUKI XL7 HYBRID
•ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 799,000 บาท
•เลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 7,888 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพียงเดือนละ 8,146 บาท
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง(ปีแรก)
•บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI EAZY DRIVE 3

SUZUKI ERTIGA HYBRID
•ราคาเริ่มต้น 699,000 บาท
•รับข้อเสนอ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนละ 7,126 บาท
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง(ปีแรก)
•บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI EAZY DRIVE 4
SUZUKI CELERIO
•ราคาพิเศษเริ่มต้น 319,900 บาท
•เลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพียงเดือนละ 3,302 บาท
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง(ปีแรก)
•บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI EAZY DRIVE 5
SUZUKI CARRY
•รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
•หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% ระยะเวลานาน 60 เดือน
•หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
•ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง(ปีแรก)

SUZUKI EAZY DRIVE 6
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของรถทุกรุ่นภายใต้แบรนด์ของซูซูกิ เรายังคงเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการเพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกด้านการอนุมัติสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

GAC AION เข้าร่วมงาน “Digital Korat: The Future Starts Now” ผนึกกำลัง ราชมงคลอีสาน เปิดศูนย์ Training Center แห่งแรกในประเทศไทย

0

GAC AION ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดศูนย์ Training Center แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งงานเปิดตัวได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าชมบูธ AION โดยมี Mr. Huinan Gu ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จีเอซี ไอออน นิว เอ็นเนอร์ยี ออโต้โมบิล จำกัด และ Mr. Sun Wei ประธานกรรมการ บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด ให้การต้อนรับ

Mr. Huinan Gu ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จีเอซี ไอออน นิว เอ็นเนอร์ยี ออโต้โมบิล จำกัด กล่าวว่า เรามุ่งหวังให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์ของเรา ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมุ่งหวังที่จะมีส่วนสำคัญ ในการช่วยสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท จีไอ นิว เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด และ บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด ผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อพัฒนาบุคลากร ให้สอดคล้องตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยฯ หลังจากสำเร็จการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในอนาคตต่อไป

นอกจากนี้ Mr. Huinan Gu ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จีเอซี ไอออน นิว เอ็นเนอร์ยี ออโต้โมบิล จำกัด และ Mr. Sun Wei ประธานกรรมการ บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนากำลังแรงงานสมรรถนะสูงด้าน EV และ DE Platform” ตอบรับนโยบายชาติ โดยมุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยผลักดันให้ประเทศ ไทยเป็น EV Hub และผลักดันให้ประเทศไทยติด 10 อันดับแรกของโลก ในการผลิตยานยนต์ที่ไม่ปล่อยมลพิษ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย ภายในปี 2573

ภายในงาน Digital Korat: The Future Starts Now โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการขับเคลื่อนและพัฒนาดิจิทัล รวมถึงแรงงานดิจิทัลในจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) รวมถึง รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นสักขีพยาน

ทั้งนี้ AION ได้เข้าร่วมงาน Digital Korat: The Future Starts Now โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และออกบูธจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น อาทิ เอสยูวีไฟฟ้า AION Y Plus Premium รวมถึงเอสยูวีระดับพรีเมียม Hyper HT และรถไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าสุดล้ำ Hyper SSR พร้อมโชว์นวัตกรรมแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดของ GAC AION อย่าง AEP Platform 3.0 โดยได้รับเกียรติจาก ท่านนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) รวมถึง อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เข้ามาเยี่ยมชมรถยนต์ไฟฟ้าและนวัตกรรมของ GAC AION ที่จัดแสดงภายในบูธอีกด้วย

ในอนาคต GAC AION จะมีการร่วมมือกับ บริษัท จีไอ นิว เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด และ บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด เพื่อเปิดศูนย์ Training Center ในมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย เพิ่มอีกหลายแห่ง เพื่อสร้างบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ก่อให้เกิดอาชีพ การจ้างงาน และนวัตกรรมใหม่ ๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นแนวคิดของ GAC AION ที่มีความตั้งใจที่จะร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นของประเทศ

สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า AION รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่มาพร้อมกับฟีเจอร์และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก สามารถเข้าไปทดลองขับได้ที่ศูนย์บริการ AION ทั่วประเทศ และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.aionauto.com/

Facebook : https://www.facebook.com/AIONthailand

Instagram : https://www.instagram.com/aion_thailand/

X (Twitter) : https://x.com/AION_TH

Tiktok : https://www.tiktok.com/@aion_thailand

เลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เลือกแพลตฟอร์ม EV AION

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่ง ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA จัดเต็มทั้งด้านเทคโนโลยีและระยะทางการขับขี่ ในราคา 1.399 ล้านบาท

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เดินหน้าปลุกกระแสความร้อนแรงให้กับวงการยานยนต์ไฟฟ้าในไทยอีกครั้ง เปิดตัว ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA เข้ามาเสริมทัพรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง รุ่นเรือธงล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ ORA ที่โดดเด่นด้านดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน ผ่านแนวคิดการออกแบบมาอย่างลงตัว ในราคา 1.399 ล้านบาท พร้อมส่งมอบได้ทันทีภายในเดือนกรกฎาคม 2567 นี้ แฟน ๆ ชาวไทยที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ GWM application และเว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือที่ GWM Partner Store ทำให้ในปัจจุบัน ORA 07 มีรุ่นย่อยทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ORA 07 รุ่น LONG RANGE ในราคา 1.299 ล้านบาท ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA ราคา 1.399 ล้านบาท และ ORA 07 รุ่น PERFORMANCE ราคา 1.499 ล้านบาท ตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายของแฟน ๆ ชาวไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “GWM ORA 07 รุ่น LONG RANGE และ รุ่น PERFORMANCE ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา เรายังคงมุ่งมั่นที่จะทำตามเจตจำนงในการเพิ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ xEV ในประเทศไทยให้ครบทั้งสิ้น 15 รุ่น ภายในปี 2568 เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อต่อยอดความนิยมของ GWM ORA 07 เรามีความภาคภูมิใจในการเปิดตัวรถยนต์ ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ที่แข็งแกร่งเหนือชั้น เหนือกว่าในทุกการขับขี่ มาพร้อมรูปร่างซูเปอร์สตรีมไลน์ที่ครองใจชาวไทยมาแล้วทั่วประเทศ ดั่งผลงานศิลปะชิ้นเอก ที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนน พร้อมส่งมอบให้กับคนไทยได้สัมผัสความสมบูรณ์แบบ เราขอขอบคุณทุกการสนับสนุนและความไว้วางใจที่ทุกท่านมีให้กับทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ด้วยดีเสมอมา เราจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและยกระดับการบริการและประสบการณ์ของลูกค้า ไปพร้อมกับการสนับสนุนการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยสู่อาเซียนอย่างยั่งยืน”

สำหรับ ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 340 นิวตัน-เมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ Ternary Lithium ความจุ 83.499 kWh วิ่งได้สูงสุดถึง 640 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ไกลสุดเท่าที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เคยมีมา ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยระบบจ่ายกระแสไฟแก่อุปกรณ์ไฟฟ้า V2L (Vehicle-To-Load) สามารถปล่อยกำลังไฟได้สูงสุด 3,300 วัตต์ พร้อมยกระดับความปลอดภัย ด้วยโครงสร้างลักษณะ Cage-Type Body ซึ่งใช้วัสดุหลักเป็นเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง รองรับแรงกระแทกจากภายนอกได้อย่างดี และช่วยลดความรุนแรงได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยางขนาด 235/50 R18 ล้อสปอร์ต ลาย double spoke และยังคงกลิ่นอายรถสปอร์ตด้วย สปอยเลอร์ไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติที่สามารถตั้งให้เปิดเมื่อปลดล็อกรถ หรือเมื่อความเร็วถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA มีสีภายนอกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว (Jade White) และสีเทา (Amethyst Grey) ซึ่งทั้งสองสีนี้จับคู่กับภายในสีดำ

ด้านการออกแบบภายใน ได้รับการตกแต่งภายในเป็นแบบเรโทรที่แฝงความลักซ์ชัวรี และรูปทรงปราดเปรียวสง่างามแต่ยังมีความน่ารัก การผสมผสานระหว่างเส้นโค้งและเหลี่ยมมุมได้อย่างสมบูรณ์ผสานการตกแต่งห้องโดยสารด้วย Ambient Light แบบ Super I Space ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เพลิดเพลินในทุกการขับขี่และการผจญภัย ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA ยังมาพร้อมหน้าจอกลางอัจฉริยะแบบสัมผัส ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับความบันเทิงแบบ Wireless ได้อย่างครบครัน พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล ขนาด 10.25 นิ้ว

ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ถูกอัปเกรดขึ้นจาก ORA 07 รุ่น LONG RANGE เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการขับขี่ที่มีความหลากหลายของคนไทยได้อย่างครบครัน ทั้งในด้านความสะดวกสบายและความผ่อนคลาย เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทางและระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Memory Seat และระบบ Welcome Seat เพื่อความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงจากรถ เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้านความบันเทิง ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA ปรับเปลี่ยนลำโพงทั้ง 11 ตำแหน่งให้เป็นลำโพง Infinity พร้อมระบบแอมพลิฟายเออร์อิสระ ให้คุณภาพเสียงระดับสูง มอบความเพลิดเพลินให้กับผู้ขับขี่ในทุกการเดินทาง พร้อมกับหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้า ประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี และสปอยเลอร์หลังไฟฟ้า อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IIP) ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) รวมถึงการเพิ่มเซนเซอร์กะระยะหน้าเป็น 6 ตำแหน่ง และเซนเซอร์กะระยะหลังเป็น 6 ตำแหน่ง รวม 12 ตำแหน่ง เพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังมีระบบ Intelligent One Pedal เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะผู้ขับขี่สามารถเร่งหรือชะลอความเร็วได้เพียงคันเร่งเดียว และจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภคที่จะช่วยเหลือผู้ขับขี่และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพิ่มระบบที่ช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 โดยเมื่อเกิดเหตุรถจะรักษาเสถียรภาพของตัวรถไว้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ซึ่ง ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA นับว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นที่จะเข้ามาครองใจชาวไทยทั่วประเทศได้อย่างง่ายดาย

นอกจากที่ ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA จะมาพร้อมรูปลักษณ์และสมรรถนะอันเหนือระดับในราคาเพียง 1.399 ล้านบาทแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายที่จะมอบให้กับแฟน ๆ ชาวไทย รวมมูลค่ากว่า 180,000 บาท ได้แก่

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% เมื่อดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 62,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปีเต็ม มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท (ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
  • ฟรี GWM โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมติดตั้งในระยะสายไฟยาวไม่เกิน 15 เมตร 1 ครั้ง จากตู้ควบคุมไฟฟ้าในบ้าน (ตู้เมน) (ไม่รวมแท่นชาร์จ) มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท
  • ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง (GWM Pro Service Inclusive – GPSI) สูงสุดไม่เกิน 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 75,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) มูลค่า 13,000 บาท**
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท**
  • ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี มูลค่า 10,500 บาท
  • ฟรี ม่านบังแดดหลังคา GWM มูลค่า 1,200 บาท
  • ฟรี กรอบป้ายทะเบียนและพรม GWM มูลค่ารวม 2,000 บาท
  • ด้านการรับประกันคุณภาพ ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ EV เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

* เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยลอยตัวในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉพาะเมื่อจองและส่งเอกสารทำสัญญาตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเป็นไปตามที่บริษัทฯ และสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด

** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

โปรโมชันนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 และกำหนดรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ ORA 07 รุ่น LONG RANGE ULTRA สามารถจับจองได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ผ่าน GWM application และเว็บไซต์ www.gwm.co.th รวมถึงที่ GWM Partner Store ทุกสาขาทั่วประเทศ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในปี 2567 รวมถึงปีถัด ๆ ไป เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากลควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย

รถโบราณร่วมขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่ Love Pride Parade 2024

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ส่งรถโบราณร่วมสร้างสีสัน ในขบวนพาเหรดครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย Love Pride Parade 2024

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดขบวนพาเหรดรถโบราณ และรถคลาสสิค ร่วมสร้างสีสันในงาน Love Pride Parade 2024 ในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 เฉลิมฉลองวาระของการสื่อความหมายความภูมิใจ ความรัก ความเท่าเทียมทางสังคม (LGBTQIAN+) นำโดย MG TB รุ่นปี 1939, Mercedes-Benz 220S Cabriolet รุ่นปี 1958, Mercedes-Benz 190SL รุ่นปี 1956, Mercedes-Benz 300SL W107 รุ่นปี 1987 และ Morgan Plus รุ่นปี 1958 ด้วยระยะทาง 6 กม. นับเป็นขบวนพาเหรดการเฉลิมฉลองเทศกาล Pride ที่มีความยาวมากที่สุดในเอเชีย

เส้นทางจากสนามกีฬาแห่งชาติ ไปตามถนนพระราม 1 มุ่งหน้าผ่านแยกปทุมวัน สยาม สี่แยกราชประสงค์ เข้าสู่ถนนสุขุมวิท ตรงไปยังเพลินจิต อโศก และไปสิ้นสุดที่อุทยานเบญจสิริ ระหว่างทางมีผู้คนคอยให้การต้อนรับอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น โดยขบวนรถโบราณ ได้สร้างรอยยิ้ม และดึงดูดความสนใจแก่ผู้พบเห็นตลอดเส้นทาง

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการเฉลิมฉลองส่งท้ายเดือนแห่งความเท่าเทียม กฎหมายสมรสเท่าเทียม การอยู่ร่วมกันของผู้คนในสังคมอย่างเสมอภาค เคารพในบทบาทซึ่งกันและกัน กับขบวนพาเหรด Love Pride Parade 2024…The First Ever Longest Parade In Asia ที่จะบันทึกไว้เป็นงานพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์การจัดงานพาเหรดของไทย

รวมพลคนรักมาสด้าแฟนพันธุ์แท้ MX-5 ร่วมชมงานบางกอกออโตซาลอน

0

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ต้อนรับคณะลูกค้าจาก Miata Club Thailand หรือกลุ่มแฟนพันธุ์แท้มาสด้าผู้ที่ชื่นชอบในรถ Mazda MX-5 ที่รวมตัวกันขับเป็นขบวนคาราวานกว่า 30 คัน เพื่อเดินทางเข้ามาสัมผัสรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนยอดนิยม New Mazda MX-5 รุ่นใหม่ล่าสุด ต้นตำรับความสนุกทุกการขับขี่ ทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติในตัวถังสีน้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ และระบบเกียร์แมนนวล ในตัวถังสีเทา แอโร เกรย์ ซึ่งเป็นสองสีใหม่ล่าสุดที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมี่ยมหรูหราสง่างาม นำมาจัดแสดงเพื่อเอาใจคนรักความสปอร์ต ณ บูธมาสด้า ในงาน แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีแฟนคลับเข้าชมกันอย่างอบอุ่น

งาน แบงค็อก ออโต ซาลอน ครั้งนี้ มาสด้านำ New Mazda MX-5 ทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์แมนนวล มาจัดแสดงเป็นไฮไลท์ให้ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์สปอร์ตได้สัมผัสพร้อมจับจองเป็นเจ้าของ โดยรถที่นำมาจัดแสดงนี้เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ได้รับการพัฒนาปรับปรุงใหม่ด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ผสานกับเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัด และสมรรถนะในการขับขี่ เพื่อถ่ายทอดความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับตรถ ตามหลักปรัชญา จินบะ-อิตไต ให้โดดเด่นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นเกียร์แมนนวลมีความพิเศษมากขึ้น มาพร้อมระบบ DSC-TRACK หรือระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถเป็นครั้งแรก ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้เหมือนกับการขับรถแข่งในสนามแข่ง ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือในกรณีที่ผู้ขับขี่ที่ไม่สามารถควบคุมรถได้ หรือก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์รถหมุน ทำให้สามารถควบคุมรถในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้ง่ายขึ้น มอบความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น และขับขี่ได้อย่างสนุกสนานเร้าใจ

นายวัชระ เจียรบุญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวต้อนรับลูกค้ามาสด้าว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มาสด้าได้มีโอกาสต้อนรับกลุ่มแฟนๆ รถสปอร์ตโรดสเตอร์จาก Miata Club Thailand ที่รวมตัวกันเดินทางมาที่บูธ มาสด้าสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและมิตรภาพจากผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตรุ่นนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ลูกค้ากับมาสด้าจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความสนุกที่ได้จากการขับขี่ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์แบรนด์ไอคอนยอดนิยมที่ส่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่ตามปรัชญา จินบะ-อิตไต ที่ครองใจลูกค้าและแฟนๆ นักสะสมทั่วโลก จนกระทั่งได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ขายดีที่สุดในโลก กลายเป็นโมเดลที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับมาสด้าและผู้ครอบครองได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน Mazda MX-5 วางจำหน่ายแล้วทั้งหมด 4 เจเนอเรชั่น ในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ขายดีที่สุดในโลก New Mazda MX-5 สามารถเข้าชมได้ที่โชว์รูมมาสด้า พร้อมรับข้อเสนอพิสุดเศษ ดอกเบี้ย 2.49%* ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)*  หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024” ชี้แนะแนวทางการเลือกซื้อรถ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่”

0
Fast

ใกล้จะถึงงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST Auto Show Thailand 2024) งานซื้อ-ขายรถครบวงจรช่วงกลางปี  ซึ่งมีรถครบทุกเซ็กเมนต์ ทั้ง “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” แต่จะเลือกรถซื้อแบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง  มีหลักเกณฑ์ใดบ้างให้พิจารณา พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงานฯ และกูรูสายรถยนต์ ได้ชี้แนะแนวทาง ดังนี้

  1. เลือกรถตามวัตถุประสงค์การใช้งาน อย่าเลือกตามงบประมาณที่มี ถามตัวเองก่อนว่า รถยนต์ที่ซื้อจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร เช่น เอามาขับไปทำงานอย่างเดียว หรือ เอามาต่อยอดทำธุรกิจด้วย เพื่อกำหนดประเภทของรถทางกายภาพที่เหมาะสมทั้งขนาด รูปแบบ และจำนวนที่นั่ง ระยะทางในการขับขี่ประจำวัน รวมถึงจำนวนปีที่ต้องการใช้งานรถคันที่จะซื้อใหม่ เพื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อรถที่ตอบการใช้งานที่แท้จริง
  2. กำหนดงบประมาณ ไม่จ่ายเกินตัว กรณีซื้อรถเงินผ่อนต้องประเมินกำลังในการผ่อนชำระหลังหักค่าใช้จ่ายรายเดือนของตัวเอง หรือเลือกผ่อน 10% แต่ไม่ควรเกิน 15% ของรายได้ หากซื้อเงินสด ค่ารถควรอยู่ประมาณ 70% ของเงินที่มี และเก็บ 30% ไว้สำหรับการตกแต่งหรือดูแลรถเพิ่มเติม  และนอกจากราคารถที่จะซื้อแล้ว ยังต้องคำนวนงบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายแฝง เช่น การซ่อมบำรุงประจำปี  ค่าประกัน ภาษี ค่าเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ตามระยะ ฯลฯ เพื่อเตรียมเงินสำรองทั้งแบบรายเดือนและรายปีไว้ด้วย
  3. ศึกษาข้อมูลและทดลองขับจริงอย่าแค่ดูรีวิว พิจารณาข้อมูลทั้งในด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ ความปลอดภัย ออปชั่น และราคา จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตรถ หรือสอบถามจากผู้ที่ใช้งาน รวบรวมเพื่อนำมาประมวลผล และอย่าลืมทดลองขับรถก่อนตัดสินใจซื้อจะทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงที่ตรงกับความต้องการ   
  1. เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอทั้งจากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ สถาบันการเงิน และบริษัทประกันภัย เพื่อเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุด

เตรียมตัวให้พร้อมกับการมา “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024”  ที่มีกองทัพรถจาก 15 แบรนด์รถใหม่ป้ายแดงจากประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลี และไทย  และ 8 ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่นำรถมือสองสภาพนางฟ้าแถมมีใบรับประกันซื้อคืนหากผิดเงื่อนไข รวมถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ โดยไม่ต้องตระเวนตามโชว์รูมหลาย ๆ แห่งเพื่อการเปรียบเทียบ  เลือกได้ครบจบในงานเดียว เข้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอด  3 – 7 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่ 10.00-21.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา แถมลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม  สามารถติดตามรายละเอียดของงานได้ที่ www.fastautoshow.com และ Facebook : FAST AUTO SHOW