Home Blog Page 149

“เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย” จัดพิธีลงนามสัญญา ประกาศแต่งตั้ง 12 พาร์ทเนอร์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ‘เอ็กซ์เผิง’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นด้วยบริการครบวงจร

0
XPENG 1

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ภายใต้บริษัท เอ็กซ์ โมบิลิตี้ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างกลุ่มอรุณ พลัส ในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA มุ่งสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบในประเทศไทย จัดพิธีลงนามสัญญา พร้อมประกาศแต่งตั้ง 12 พาร์ทเนอร์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ‘เอ็กซ์เผิง’ (XPENG) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ โครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์

XPENG 8

มร. เจสัน ดิง ผู้อำนวยการต่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กวางโจว เสี่ยวเผิง ออโตโมทีฟ เทคโนโลยี กล่าวว่า “ผมมีความยินดี ที่วันนี้ได้มีส่วนร่วมในพิธีลงนามสัญญา แต่งตั้งพาร์ทเนอร์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ เอ็กซ์เผิง ในการทำตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอ็กซ์เผิง เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าอัฉจริยะ และเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าทุกระดับ ที่หลงใหลในเทคโนโลยีล้ำสมัย ก่อตั้งช่วงปี 2557 โดย มร. เหอ เสี่ยวเผิง (Mr. He Xiaopeng) ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า ‘เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ต่อรูปแบบของการเดินทางในอนาคต’ เน้นการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำยุคไปถึงยานยนต์บินได้ ปัจจุบัน เอ็กซ์เผิง ได้รับความนิยมเพิ่มต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศแถบยุโรป รวมไปถึงตะวันออกกลาง วันนี้ เอ็กซ์เผิง ได้ขยายเครือข่ายสู่ประเทศไทย ที่นับเป็นตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยศักยภาพของกลุ่มอรุณ พลัส ในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ MGC-ASIA และเครือข่ายพาร์ทเนอร์ทุกราย จะส่งผลให้ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าในประเทศไทย รวมถึงอีกหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต”

XPENG 5

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย, กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง เป็นแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แห่งการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต อีกทั้งเป็นผู้ผลิตรายเดียวในประเทศจีน ที่มีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาด้วยตนเองแบบครบวงจร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ได้รับการตอบรับจากผู้สนใจมาสมัครเป็นพาร์ทเนอร์เป็นจำนวนมาก และในวันนี้ เรามีความยินดีที่จะประกาศการลงนามสัญญาแต่งตั้ง 12 พาร์ทเนอร์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ‘เอ็กซ์เผิง’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน”

XPENG 4

ลงนามสัญญาแต่งตั้งพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการกลุ่มแรก รวมทั้งสิ้น 12 ราย
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำตลาดในประเทศไทย ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ‘เอ็กซ์เผิง’ ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำอนาคต ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตยุคใหม่ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับมากยิ่งขึ้น จัดพิธีลงนามสัญญาแต่งตั้งพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการกลุ่มแรกในประเทศไทย ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดและเมืองหลัก คือ แจ้งวัฒนะ, ตากสิน, พระราม 2, ราชพฤกษ์, หัวหมาก, เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น, นครราชสีมา, อุดรธานี, ราชบุรี และพัทยา รวมทั้งสิ้น 12 ราย โดยเริ่มทยอยเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2567

และในขณะเดียวกัน เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย อยู่ในขั้นตอนคัดเลือกพาร์ทเนอร์ในพื้นที่สำคัญๆ อาทิ จังหวัดระยอง เพชรบุรี-หัวหิน สงขลา-หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อครอบคลุมบริการหลังการขาย ให้กับเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง
++ โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการต้นแบบอัจฉริยะ ‘เอ็กซ์เผิง’ สาขาหัวหมาก

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย มีแผนเปิดตัวโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการต้นแบบอัจฉริยะ ‘เอ็กซ์เผิง’ แห่งแรกในประเทศไทย สาขาหัวหมาก ช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2567 สร้างขึ้นภายใต้คอนเซปต์ล้ำยุค ผสานสัมผัสของรูป รส กลิ่น เสียง ที่สะท้อนความเป็นยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมได้อย่างชัดเจน เน้นนวัตกรรมและความไฮเทค สอดคล้องกับตัวรถที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ผสานกับความอัจฉริยะของ AI เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ขับ พิเศษกับ ‘Experience Room’ ที่ให้ลูกค้าได้เรียนรู้นวัตกรรมและการใช้งานต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้งานฟังก์ชั่นของยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ศูนย์บริการก็เพียบพร้อมด้วยเครื่องมือเฉพาะทางอันล้ำสมัย ผสานการบริหารจัดการอะไหล่อย่างเหมาะสม พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานสากล รองรับการบริการยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแบบครบวงจร

++ เสริมแกร่งให้พาร์ทเนอร์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า
ด้วยจุดแข็งทางธุรกิจของกลุ่ม อรุณ พลัส และ MGC-ASIA นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย พร้อมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของพาร์ทเนอร์ ด้วยจุดแข็งของกลุ่มอรุณ พลัส ด้านความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำ โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้า และศูนย์บริการรถยนต์ทั้งภายในและภายนอกสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ตลอดจนความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจค้าปลีกยานยนต์และบริการหลังการขายกว่า 24 ปี ของ MGC-ASIA ที่เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า และพร้อมที่จะส่งมอบบริการที่ดีที่สุด ผ่านพาร์ทเนอร์ ไปยังลูกค้าเอ็กซ์เผิง เพื่อสร้างความร่วมมือและความสำเร็จร่วมกัน ผลักดันให้ เอ็กซ์เผิง เป็นแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะชั้นนำ ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง

++ พร้อมเริ่มส่งมอบ XPENG G6 ให้ลูกค้าช่วงไตรมาส 3 ปีนี้
ปัจจุบันเริ่มทำตลาดในประเทศไทย ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง รุ่น จีซิกส์ (G6) Ultra Smart Coupe SUV ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากนักเขียนนิยายไซ-ไฟ (Sci-Fi) มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง แบ่ง 2 รุ่นย่อย คือ Standard Range ชาร์จไฟเต็มขับได้ไกลสุด 580 กิโลเมตร* อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 6.9 วินาที* และ Long Range ชาร์จไฟเต็ม ขับได้ไกลสุด 755 กิโลเมตร* อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 6.7 วินาที* ความเร็วสูงสุดเท่ากันที่ 202 กิโลเมตรต่อชั่วโมง* รองรับ Super-fast charge โดยชาร์จไฟจาก 10-80% ใช้เวลาต่ำกว่า 20 นาที* ผสานระบบช่วยขับ ADAS ติดตั้งแบตเตอรี่แบบ Cell Integrated Body เป็นส่วนเดียวกับโครงสร้างตัวถังซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน และการขึ้นรูปตัวถังแบบ Die-cast Structure เพิ่มความแข็งแกร่ง 83% พร้อมได้รับมาตรฐานความปลอดภัย C-NCAP ระดับ 5 ดาว*

 

“DEEPAL BRG SRINAKARIN” ชวนสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่งาน “DEEPAL DAY” 21 – 23 มิถุนายน 2567 นี้ ที่โชว์รูม DEEPAL BRG SRINAKARIN

0
\BRG 1

Deepal BRG Srinakarin เชิญชวนลูกค้าและผู้ที่สนใจมาร่วมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้นของรถยนต์ไฟฟ้า 100% Deepal S07 และ Deepal L07 กับกิจกรรมสุดพิเศษขับสนุก สุขทั้งครอบครัว ขับเที่ยวทั่วไทยไปกับ Deepal DAY ที่ Deepal BRG Srinakarin สำหรับลูกค้าที่สนใจ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ พร้อมทดสอบสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้น ของรถยนต์ไฟฟ้า Deepal บนถนนศรีนครินทร์ ในวันที่ 21 – 23 มิถุนายน 2567 นี้

สำหรับใครที่อยู่ใกล้ๆโซนศรีนครินทร์หรือกำลังตัดสินใจ เลือก Deepal อยู่สามารถเข้ามาร่วมกิจกรรมพร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายภายได้ที่งาน

สามารถลงทะเบียนทดลองขับ Test Drive ได้ที่ลิงก์ : bit.ly/4bbpaDo

กิจกรรมภายในงาน
-Exclusive Test Drive ลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อทดลองขับ DEEPAL S07 และ L07
-สัมผัสเทคโนโลยีที่ทันสมัยของ DEEPAL S07 และ L07
-กิจกรรมสุดพิเศษมากมายภายในงาน
-ของรางวัลสุดพิเศษ สำหรับผู้ที่จองรถในวันงาน
แคมเปญพิเศษ : เฉพาะลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ รุ่น Deepal S07 และ L07 ให้คุณเลือกรับ
• Voucher โรงแรมที่พักได้ 1 แห่ง หรือ
• เลือกรับ เครดิตชาร์จรถไฟฟ้า มูลค่า 10,000 บาท

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
**สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าที่จอง 1 – 30 มิถุนายน 2567 และรับรถภายใน 30 มิถุนายน 2567

DEEPAL BRG SRINAKARIN เปิดให้บริการเรียบร้อยยแล้ว พร้อมให้บริการทั้งโชว์รูม พร้อมให้บริการทั้งโชว์รูม และศูนย์บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่ โทร. 065-391-6409 / Website : www.deepalbrg.com / Line : @deepalbrg (มี@ข้างหน้า) / Instagram : Deepalbrg_Srinakarin

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” ปล่อยแพ็กเกจรายเดือนสำหรับลูกค้าที่ใช้ฟีเจอร์เสริมผ่าน Mercedes me มอบทางเลือกความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

0
Mercedes me 1

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ดิจิทัลออกสู่ตลาดมากมาย อาทิ แอปพลิเคชัน “Mercedes me” ที่เพียงแค่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็สามารถเปิดประตูสู่โลกดิจิทัลและพบกับฟังก์ชันระดับชั้นนำมากมาย ทั้งยังมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในทุกที่ ด้วยบริการดิจิทัลต่าง ๆ เช่น ฟีเจอร์การสั่งการระยะไกลจากสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์สำหรับเช็คสถานะการชาร์จแบตได้เรียลไทม์ ฟีเจอร์สำหรับปรับอากาศให้เดินทางได้อย่างรื่นรมย์ และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย ในตลอดช่วง 1 – 3 ปีแรก ลูกค้ามีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์บางฟีเจอร์* ที่ติดตั้งมาพร้อมกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมื่อบริการดิจิทัลหมดอายุ ลูกค้าสามารถเลือกขยายเวลารับบริการได้ โดยสามารถเลือกชำระเงินได้ทั้งแบบแพ็กเกจ 1 ปี และแพ็กเกจ 3 ปี

 Mercedes me 2

*สำหรับลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป และขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางเทคนิคของรถยนต์แต่ละรุ่น

ล่าสุดทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมนำเสนอบริการ “Digital Extras” ในรูปแบบ แพ็กเกจรายเดือน (Subscription) สำหรับการใช้งานบนแอปพลิเคชัน Mercedes me เพื่อเป็นทางเลือกของความสะดวกสบายให้กับลูกค้าไปอีกขั้น โดยมอบความอิสระในการยกเลิกการใช้งานได้ทุกเมื่อ และสามารถทดลองใช้บริการดิจิทัลได้ฟรี! เป็นระยะเวลา 1 เดือน นับจากวันที่สมัคร

บริการ Digital Extras แบบแพ็กเกจรายเดือน (Subscription) ครอบคลุมทั้งการต่ออายุบริการ Digital Extras ขั้นพื้นฐาน และการอัปเกรดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยสามารถเลือกแพ็กเกจได้ตามความต้องการ ทั้งเพื่อความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการช่วยเหลือเพิ่มเติมที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

Renewal Packages : การต่ออายุบริการ Digital Extras ขั้นพื้นฐาน สำหรับลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป ที่รองรับแอปพลิเคชัน Mercedes me และหมดอายุการใช้งาน Digital Extras ฟรี 3 ปีแรก* ในราคาแบบรายเดือน เริ่มต้นเพียง 80 บาท/เดือน* ดังนี้

•Remote Packages เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมตลอดเวลา ราคา 350 บาท ต่อเดือน

•Navigate Packages เดินทางสู่จุดหมายอย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ด้วยข้อมูลทางการจราจรแบบเรียลไทม์ ราคา 540 บาท ต่อเดือน

•Excellence Packages เอ็กซ์คลูซีฟแพ็กเกจที่มาพร้อม Remote Package และ Navigation Package (ระบบนำทาง) ราคา 760 บาท ต่อเดือน

•Remote Engine Start ระบบสตาร์ทรถยนต์ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อปรับอุณหภูมิภายในรถยนต์ให้สะดวกสบายขั้นสุดก่อนออกเดินทาง ราคา 220 บาท ต่อเดือน

•Remote & Navigation Services เสริมการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าและการชาร์จไฟให้สะดวกสบายและง่ายดายมากขึ้นในทุกเส้นทาง ราคา 80 บาท ต่อเดือน

(ราคาข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

*การใช้งานรองรับสำหรับลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปี 2019 เป็นต้นไป ที่สามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน Mercedes me
*จำนวนของบริการเสริม Digital Extras ที่รวมอยู่ อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่นรถยนต์ โปรดตรวจสอบความพร้อมในการใช้งาน โดยราคาและบริการจะปรากฏขึ้น เมื่อคุณเข้าสู่ระบบและเชื่อมต่อรถยนต์แล้ว

 Mercedes me 3

On Demand Packages (SA+) : บริการ Digital Extras เสริม ในการปรับแต่งรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการขับขี่ สำหรับลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป ที่รองรับแอปพลิเคชัน Mercedes me ในราคาแบบรายเดือน เริ่มต้นเพียง 75 บาท/เดือน* ดังนี้

•MBUX Entertainment เปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นคอนเสิร์ตของศิลปินคนโปรดแบบไม่มีสะดุด ผ่านการเชื่อมต่อวิทยุและสตรีมมิ่ง ราคา 75 บาท ต่อเดือน

•Individualization ปรับแต่งรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้เป็นเอกลักษณ์ยิ่งขึ้นตามความต้องการและความชื่นชอบ ราคา 370 บาท ต่อเดือน

•Active Distance Assist DISTRONIC ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระยะห่างที่ต้องการจากรถยนต์ข้างหน้า พร้อมปรับความเร็วให้เหมาะสมด้วย DISTRONIC ราคา 500 บาท ต่อเดือน

•Beginner Driver and Valet Service Mode ระบบควบคุมอัตราเร่งที่นุ่มนวลและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลโปรไฟล์ส่วนบุคคลจากผู้ขับขี่คนอื่น ๆ ราคา 100 บาท ต่อเดือน

•Rear Axle Steering มอบความคล่องแคล่วในการเข้าจอดและการหลบหลีก ลดวงเลี้ยวเพื่อการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น (ปรับมุมพวงมาลัยได้สูงสุด 10 องศา) ราคา 2,540 บาท ต่อเดือน

•Emergency key deactivation ระบบรักษาความปลอดภัยของกุญแจรถหากสูญหาย โดยล็อคและปลดล็อคผ่านระบบปิดการใช้งานกุญแจฉุกเฉิน ราคา 200 บาท ต่อเดือน

•Traffic Sign Assist ระบบตรวจสอบป้ายจราจร ทั้งการจำกัดความเร็ว การห้ามแซง และกฎจราจรอื่น ๆ ที่เลือกไว้ได้ตลอดเวลา ราคา 450 บาท ต่อเดือน

(ราคาข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

ทดลองใช้งาน Mercedes me Store ได้ที่ https://mb4.me/mercedesme_store สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Mercedes me บน Apple Store (iOS) ผ่าน https://mb4.me/MMC_Apple และ Android ผ่าน https://mb4.me/MMC_GooglePlay สอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 41 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250

ทั้งนี้ การใช้งานของแต่ละบริการขึ้นอยู่กับข้อมูลเฉพาะทางเทคนิค โปรดตรวจสอบรายละเอียดก่อนการตัดสินใจ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียดแพ็กเกจ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

“บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย” เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR สีใหม่

0
BMW F 900 XR 1

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับนักบิดชาวไทยสายผจญภัยอีกครั้ง เปิดตัวสีใหม่สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ด้วยสีตัวถังภายนอกสีน้ำเงิน Racing Blue Metallic และยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่แท้จริงของตระกูลไดนามิกโรดสเตอร์ ในกลุ่มแอดเวนเจอร์ สปอร์ต พร้อมสะกดทุกสายตาบนท้องถนน บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ยังคงนำเสนอความสปอร์ตซึ่งมาพร้อมกับความสามารถอันหลากหลายและฟีเจอร์ทันสมัยต่าง ๆ พร้อมมอบสมรรถนะในการขับขี่ระยะไกลที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปบนถนนอันคดเคี้ยวหรือท่องเที่ยวไปในเมือง

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR 2

มร. ชิวาภาดา เรย์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่าการเพิ่มตัวเลือกสีใหม่สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ช่วยยกระดับรูปลักษณ์แบบไดนามิก และเสริมมาดแบบใหม่ให้กับมอเตอร์ไซค์แนวสปอร์ตผจญภัยรุ่นนี้ พร้อมผสานความสปอร์ตและสมรรถนะแบบทัวริ่งไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งช่วยถ่ายทอดความรู้สึกอิสระและไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ให้กับนักบิดในการขับขี่ทุกเส้นทาง บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR นำเสนอคุณลักษณะเฉพาะในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง มาพร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นและเทคโนโลยีล่าสุดที่ได้รับการต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นนักบิดที่มีประสบการณ์หรือมือใหม่ เราขอเชิญชวนแฟน ๆ ทุกท่านให้มาสัมผัสประสบการณ์สุดยอดการผจญภัยในการขับขี่และสมรรถนะอันทรงพลังของมอเตอร์ไซค์ที่น่าตื่นเต้นรุ่นนี้ ซึ่งผสมผสานความคล่องตัว ความสะดวกสบาย และสไตล์เข้ากับตัวเลือกสีใหม่ที่โดดเด่น

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR สีน้ำเงิน Racing Blue Metallic                               

ราคาจำหน่าย: 599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR 3

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR นับเป็นที่สุดของมอเตอร์ไซค์ในตระกูลแอดเวนเจอร์ สปอร์ต อย่างแท้จริง
ด้วยสมรรถนะโฉบเฉี่ยว ตำแหน่งการขับขี่ี่แบบนั่งตรงสไตล์ GS ความสะดวกสบายในการขับขี่ระยะไกล ทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และรูปลักษณ์ที่สื่อถึงความทรงพลัง เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ยังอยู่ที่การสืบทอดดีไซน์และคอนเซปต์ของมอเตอร์ไซค์ในตระกูล XR ที่ผสานความสปอร์ตและสมรรถนะแบบทัวริ่งเข้าไว้ได้อย่างลงตัว ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีในการขับขี่ที่
ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) และระบบ Keyless Ride ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่ไม่เคยมีมาก่อนในมอเตอร์ไซค์ระดับกลาง

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งพละกำลัง 73 กิโลวัตต์ (99 แรงม้า) ที่ 8,500 รอบต่อนาที ให้แรงบิด 88 นิวตันเมตร ที่ 6,750 รอบต่อนาที ให้ความเร็วสูงสุดมากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดดเด่นด้วยขนาดของเครื่องยนต์ 895 ซีซี พร้อมองศาการจุดระเบิดที่ 270/450 องศา และระบบเก็บเสียงแบบใหม่ มอบเสียงทรงพลังและเร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งยังมาพร้อมระบบคลัทช์แบบ anti-hopping และระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) จากการชะลอตัวหรือลดเกียร์ เพื่อมอบความปลอดภัยยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ขับขี่ มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 4.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วค่าออกเทน 91 ขึ้นไป

BMW F 900 XR 5

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR สร้างความสนุกเร้าใจในการขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ ‘Rain’ และ ‘Road’ รวมทั้ง Riding Modes Pro ประกอบด้วย ‘Dynamic’ และ ‘Dynamic Pro’ เพื่อยกระดับความสปอร์ตให้เร้าใจยิ่งขึ้น ระบบ ABS Pro ช่วยให้ควบคุมมอเตอร์ไซค์ได้อย่างแม่นยำในทุกสถานการณ์การขับขี่ พร้อมระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระบบ Dynamic Brake Control (DBC) ระบบ Dynamic ESA และ ระบบตรวจสอบความดันลมยาง (RDC) ในขณะที่ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติยังช่วยให้ผู้ขับขี่รักษาความเร็วรถให้คงที่ได้ นอกจากนั้น ระบบช่วยเปลี่ยนเกียร์ Gear Shift Assistant Pro ยังช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงได้เกือบทุกช่วงน้ำหนักบรรทุกและช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์โดยไม่ต้องควบคุมคลัตช์ ระบบทำความร้อนที่แฮนด์ยังช่วยป้องกันมือชาและความเมื่อยล้าเมื่อขับขี่ไปในในสภาพอากาศที่หนาวเย็น

 

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 15.5 ลิตร โดยถังน้ำมันของรุ่นนี้มีน้ำหนักเบาและผ่านกระบวนการเชื่อมที่นำมาใช้ในการผลิตมอเตอร์ไซค์เป็นครั้งแรก ขณะที่โครงสร้างการยึดเหล็กกล้าส่วนท้ายรถก็ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานเป็นครั้งแรกในมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้เช่นกัน จึงทำให้ส่วนท้ายรถมีรูปลักษณ์ที่เพรียวและสั้นยิ่งขึ้น นอกจากนั้น บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ซึ่งมีระยะสปริงที่ค่อนข้างยาวขึ้น ช่วยมอบความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหลากหลายกว่าในสไตล์แบบทัวริ่ง

ระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) พร้อมระบบ Headlight Pro นอกจากจะสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ยิ่งขึ้นแล้ว ยังนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่โดดเด่นในมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์ ทำให้การขับขี่เวลากลางคืนมีความอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าส่องสว่างตามการเลี้ยวโค้ง และหลอดไฟทั้งหมดเป็นแบบ LED ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ในตระกูล F-Series ทุกรุ่น บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR มาพร้อมตำแหน่งที่นั่งซึ่งมอบทั้งความสปอร์ตและความสบายสำหรับการขับขี่แบบทัวริ่งเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่ระยะไกล ชุดแฟริ่งด้านหน้าที่มาพร้อมกระจกกันลมปรับระดับได้มอบทั้งลุคสปอร์ตและการป้องกันให้แก่ผู้ขับขี่

BMW F 900 XR 7

นอกจากนี้ในรุ่นนี้ ยังมาพร้อมโซ่ M Endurance ด้วยคุณสมบัติการหล่อลื่นและความทนทานต่อการสึกหรอที่ยอดเยี่ยม โซ่ M Endurance ช่วยมอบความสะดวกสบายด้านการบำรุงรักษามากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการทำความสะอาดที่ยุ่งยากและหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากต้องเผชิญปัญหาน้ำมันหล่อลื่นกระเด็นหากใช้โซ่ธรรมดา โซ่ M Endurance จึงมอบทั้งความสะดวกสบายและความทนทานในการใช้งานสูงสุด

บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ยังมีหน้าจอ TFT สีขนาด 6.5 นิ้วและระบบเชื่อมต่อ BMW ConnectedRide เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ฟีเจอร์ดังกล่าวช่วยให้นักบิดสามารถคุยโทรศัพท์ ฟังเพลง หรือใช้งานระบบนำทางได้อย่างสะดวกในขณะขับขี่ ทั้งนี้ มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มีวางจำหน่ายแล้วในสีน้ำเงิน Racing Blue Metallic 

“นิสสัน” สาธิตความก้าวหน้าของการให้บริการด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติ บนถนนสาธารณะ

0
Nissan Mobility Services 01

นิสสัน” สาธิตความก้าวหน้าของระบบขับขี่อัตโนมัติผ่านรถยนต์ต้นแบบที่ติดตั้งเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร โดยมีเป้าหมายในการเปิดตัวบริการผ่านระการขับขี่อัตโนมัตินี้ภายในปีงบประมาณ 2027 รถยนต์ต้นแบบ นิสสัน ลีฟ ประกอบด้วยกล้อง 14 ตัว Radar 10 ตัว และเทคโนโลยี LIDAR 6 ตัว นำเสนอถึงความก้าวหน้าของนิสสันในด้านการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพแวดล้อมของเมืองที่มีความซับซ้อน และเมื่อเปรียบเทียบกับรถต้นแบบรุ่นก่อนๆ ที่บริษัทได้สาธิตไปก่อนหน้านี้ รถยนต์ทดสอบรุ่นล่าสุดมีเซ็นเซอร์ที่ถูกติดตั้งบนหลังคาหลายชุด ซึ่งขยายพื้นที่ในการช่วยตรวจจับได้อย่างมากขึ้น และทำให้สามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

Nissan Mobility Services 2

ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ คือประสิทธิภาพของการจดจำ การคาดการณ์พฤติกรรม และฟังก์ชันการตัดสินใจ ตลอดจนฟังก์ชันการควบคุมที่ได้รับการปรับปรุง ทำให้การทำงานมีความราบรื่นขึ้นในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนต่างๆ รอบๆ พื้นที่ถนนที่พลุกพล่านในเมืองโยโกฮามา ซึ่งใกล้กับสำนักงานใหญ่ของ นิสสันในประเทศญี่ปุ่น นิสสัน ลีฟ ต้นแบบคันดังกล่าวสามารถแสดงให้เห็นความสามารถในการคาดการณ์พฤติกรรมของคนเดินถนนได้อย่างราบรื่น มีการเปลี่ยนเลนได้อย่างแม่นยำ และตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยเมื่อเข้าสู่ถนนที่มีทางแยก

Nissan Mobility Services 3

นิสสันได้ศึกษาโมเดลธุรกิจสำหรับบริการการขับเคลื่อนแห่งอนาคตมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2017 ในขณะที่การสาธิตในปัจจุบันกำลังดำเนินการมาตรฐาน SAE ระดับ 2 ในฐานะผู้ขับเคลื่อนความปลอดภัยในปัจจุบัน บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะขยายฟังก์ชันการทำงานเพิ่มขึ้น และเริ่มนำเสนอบริการการขับขี่แบบอัตโนมัติภายในประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มในปีงบประมาณ 2027* ซึ่งทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอก เช่น หน่วยงานท้องถิ่น และผู้ประกอบการขนส่งต่างๆ

Nissan Mobility Services 4

ในไตรมาสที่สี่ของปีงบประมาณนี้ นิสสันตั้งเป้าที่จะเริ่มการทดลองในพื้นที่มินาโตะมิไร และวางแผนที่จะดำเนินการทดสอบสาธิตการให้บริการภายในปีงบประมาณ 2025 โดยในระหว่างการทดลองใช้งาน ระดับฟังก์ชันของการขับขี่อัตโนมัติจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น พร้อมประเมินการยอมรับของลูกค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้การบริการแบบไร้คนขับอย่างมีประสิทธิภาพ

Nissan Mobility Services 7

โครงการริเริ่มนี้ ดำเนินการโดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า อุตสาหกรรมของญี่ปุ่น กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การท่องเที่ยว และกระทรวงกลางอื่นๆ นอกจากนี้ กระทรวงต่างๆ ยังพร้อมส่งเสริมความคิดริเริ่มในการตระหนักถึงการบริการการเคลื่อนที่แบบอัตโนมัติใหม่ๆ ในระดับที่ 4 ของมาตรฐานของคณะกรรมการส่งเสริมการเดินทาง หรือ Mobility Acceleration Committee

Nissan Mobility Services 8

วิสัยทัศน์ระยะยาวของนิสสัน คือการเสริมศักยภาพการขับเคลื่อนด้วยการแก้ปัญหาการบริการขนส่งที่ชุมชนท้องถิ่นเผชิญอยู่ ชุมชนท้องถิ่นโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการเดินทางหลายประการ เช่น การขาดแคลนคนขับ ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนประชากรผู้สูงวัย เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาความท้าทายนี้ นิสสันต้องการมอบบริการใหม่ๆ มากมายที่ช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างอิสระ

 

“มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน” ร่วมมือ ดย.จัดอบรม “ค่ายรวมพลคนทำดี และลมหายใจไร้มลทิน”

0
ลมหายใจไร้มลทิน 1

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ให้ความร่วมมือกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ค่ายรวมพลคนทำดี และลมหายใจไร้มลทิน” โดยมี อภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมฯ ณ โรงแรม เดอะ รอยัล ซิตี้ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2567 และทำกิจกรรมจิตอาสา ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี วันที่ 15 มิถุนายน 2567

ลมหายใจ 2

การอบรมเชิงปฏิบัติการ “ค่ายรวมพลคนทำดี และลมหายใจไร้มลทิน” จัดขึ้นเพื่อรณรงค์เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริตแก่เด็ก และเยาวชน สร้างเครือข่ายเพื่อเป็นแกนนำในการรณรงค์เสริมสร้างค่านิยมในการทำความดี ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีชมรมเด็ก และเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน สมาชิกชมรมลมหายใจไร้มลทิน เข้ารวมการอบรมทั้งสิ้นกว่า 80 คน

ลมหายใจ 3

ในงาน ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองผู้อำนวยการ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ได้มอบรางวัลภายใต้โครงการ Kid D Project ประจำปี 2566 รางวัลดาวทอง ได้แก่ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง, รางวัลดาวเงิน ได้แก่ โรงเรียนเทพศิรินทร์, รางวัลดาวเด่น ได้แก่ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร, รางวัลชมเชย ได้แก่ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม และโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ลมหายใจ 6

ผลงานโครงการ Kid D Project ปี 2566 รางวัลดาวทอง ของโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ชื่อโครงการ S.R. BIN เป็นการให้ความรู้ในการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ อย่างถูกต้อง ให้แก่นักเรียน เพื่อสร้างจิตสํานึกความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบในการรักษาสภาพแวดล้อมให้เกิดขึ้นในกับนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆัง สามารถติดตามผลงานได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=oW3tcokoqSA

 

ค่ายลมหายใจไร้มลทินที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้นำโครงการ Kid D Project มาต่อยอดกิจกรรมเพื่อสร้างเครือข่ายเด็กและเยาวชน รวมถึงมีวิทยากรภาครัฐ และเอกชนร่วมให้คำปรึกษาด้วย

ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation

 

“Porsche Finder” แพลตฟอร์มแห่งการซื้อรถสปอร์ตปอร์เช่ในฝัน สะดวก ครบ จบในคลิกเดียว

0
Porsche Finder 1

ปอร์เช่ ประเทศไทย เดินหน้าสานฝันผู้หลงใหลในยนตรกรรมสปอร์ตระดับโลก เปิดตัว Porsche Finder อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มค้นหารถยนต์ Porsche ทั้งรุ่นใหม่และรถยนต์ Porsche Pre-owned ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การค้นหาและเป็นเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ในฝันที่ง่าย สะดวก และตรงใจผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น เพียงปลายนิ้วสัมผัส

Porsche Finder 5

มร.ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “Porsche Finder คือแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล ให้ท่านสามารถเลือกซื้อรถปอร์เช่ได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาโชว์รูม Porsche Finder ครบครันทุกข้อมูล พร้อมบริการทางการเงินที่ช่วยให้ท่านเป็นเจ้าของปอร์เช่ได้ง่ายขึ้น” เพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ สู่ปอร์เช่ในฝัน เริ่มจากเลือกรถสปอร์ตรุ่นที่ท่านสนใจ พร้อมระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น ปีที่ผลิต ระบบส่งกำลัง สี และอื่นๆ เพื่อให้ได้รถที่ตรงใจมากที่สุด จากนั้นสร้างปอร์เช่ในฝันของท่านด้วยการเลือกสีภายนอก ภายใน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ตามสไตล์ที่เป็นท่าน เมื่อเจอคันที่ใช่แล้ว จองเลยง่ายๆ ผ่าน Porsche Finder ด้วยเงินมัดจำเพียง 200,000 บาท

Porsche Finder 6

Porsche Finder ครบครันทุกข้อมูล พร้อมบริการทางการเงินที่ช่วยให้ท่านเป็นเจ้าของรถปอร์เช่ได้ง่ายขึ้น เพราะเราเข้าใจว่าการออกแบบรถยนต์ปอร์เช่ในฝัน (Build Your Porsche) คือสิ่งที่ท่านตั้งใจ ดังนั้นเมื่อได้รถที่ต้องการท่านสามารถวางมัดจำจองรถยนต์ออนไลน์ได้ทันที เพื่อมั่นใจได้ว่ารถคันนี้จะเป็นของท่านอย่างแน่นอน พร้อมบริการทางการเงินจาก TTB DRIVE ที่จะช่วยให้ท่านเป็นเจ้าของปอร์เช่ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ TTB มอบให้เฉพาะลูกค้าที่จองรถสปอร์ตผ่าน Porsche Finder โดยบริการทางการเงิน ครอบคลุมรอบด้านไม่ว่าจะเป็น วงเงินอนุมัติสินเชื่อรวดเร็ว อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

Porsche Finder 6
ปลดล็อกประสบการณ์ใหม่ สู่ปอร์เช่ในฝันของท่าน ง่าย ครบ จบในคลิก Porsche Finder ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มค้นหารถยนต์ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าในการเป็นเจ้าของปอร์เช่คันโปรดของท่านในยุคดิจิทัลนี้ เพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ Porsche Finder ท่านก็สามารถค้นหา เลือก และจองรถปอร์เช่รุ่นที่ใช่ได้ทันที มั่นใจได้ว่ารถที่ท่านจองจะมาถึงมือท่านอย่างแน่นอน Porsche Finder คืออีกหนึ่งความมุ่งมั่นของปอร์เช่ ประเทศไทย ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยมุ่งเน้นการนำเสนอบริการที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกท่าน

Porsche Finder 7

สัมผัสประสบการณ์การเป็นเจ้าของปอร์เช่ ที่เหนือกว่าได้แล้ววันนี้ที่ Finder.porsche.com
*เงื่อนไขการคืนเงินเป็นไปตามข้อกำหนดของตัวแทนจำหน่าย

 

 

“เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” ฉลองความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของเหล่าคุณแม่ ส่งแคมเปญ “The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่” มอบประสบการณ์ทดลองขับแนวใหม่ พร้อมดึงอินฟลูสายครอบครัวร่วมกิจกรรม และแจกของรางวัลพิเศษมากมาย

0
The Kia Carnival Wonder MOM 7
KIA DIS P_02

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ส่งแคมเปญทดลองขับรถแนวใหม่สุดสร้างสรรค์ “The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่” มอบประสบการณ์การผจญภัยครั้งใหม่ให้เหล่าครอบครัว จากอินไซต์ “เพื่อแม่…ที่เป็นได้มากกว่า” เชิญเหล่าคุณแม่สร้างโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ให้กับลูกๆ ผ่านแคมเปญทดลองขับ The Kia Carnival ที่จะถูกตกแต่งด้วยธีมสุดพิเศษ 3 สไตล์ ทั้งธีมเจ้าหญิงหิมะ ธีมนางเงือก และธีมซูเปอร์ฮีโร่ เปลี่ยนการทดลองขับทั่วไปให้กลายเป็นประสบการณ์ความประทับใจให้เจ้าตัวเล็กได้ยิ้มกว้าง พร้อมร่วมแชร์ภาพโมเมนต์ความสุขและรับของขวัญพิเศษ ตลอดจนกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย นอกจากนี้ยังดึงอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวตัวจริง อาทิ พลอย-ชิดจันทร์, เพจ Mama.Martin และเพจแม่จ๋าๆ พามาตาไปเที่ยวหน่อย และอีกกว่า 50 คนร่วมกิจกรรมแคมเปญทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายเกียทั่วประเทศ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้จองรถ The Kia Carnival ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 และออกรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 ลุ้นเป็นผู้โชคดีชิงรางวัลแพ็กเกจเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และของรางวัลอื่นๆ อีกเพียบ

The Kia Carnival Wonder MOM  3

 

นายฌ็อง–ดาวิด คริสติญอง อาเรล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “The Kia Carnival ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานในด้านระบบความปลอดภัยขั้นสูง สมรรถนะการขับขี่ และ ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ รวมถึงการเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบสนองทุกกิจกรรมของครอบครัว โดยจากอินไซต์ของลูกค้าเกีย พบว่ามีจำนวนกลุ่มคุณแม่ที่ขับ The Kia Carnival เพิ่มมากขึ้น โดยคุณแม่กลุ่มนี้เป็นคุณแม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูก ร่วมใช้เวลาและสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกๆ และสำหรับลูกๆ แล้ว แม่คือซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริงในชีวิตประจำวันที่สามารถจัดการทั้งงาน ครอบครัว และกิจกรรมของลูกๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เกียเปิดตัวแคมเปญ ‘The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่’ ภายใต้แนวคิด ‘เพื่อแม่…ที่เป็นได้มากกว่า’ เพราะบริษัทเชื่อว่าเหล่าคุณแม่คือส่วนสำคัญที่สามารถช่วยเชิญชวนและชักจูงลูกค้าในอนาคตให้เลือกใช้รถ The Kia Carnival ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ขนาดใหญ่ที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว นอกจากนี้ยังได้ยังเชิญคุณแม่คนดัง อย่าง พลอย-ชิดจันทร์ และลูกๆ รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัว อย่าง คุณแม่ยูกับน้องมาร์ติน จากเพจ Mama.Martin, คุณแม่การ์ตูนกับน้องมาตา จากเพจแม่จ๋าๆ พามาตาไปเที่ยวหน่อย และอินฟลูเอนเซอร์อีกกว่า 50 คน มาร่วมสร้างและแบ่งปันเรื่องราวอันน่าประทับใจกับแคมเปญทดลองขับ The Kia Carnival ในครั้งนี้”

The Kia Carnival Wonder MOM  2

โดยแคมเปญนี้เปิดโอกาสให้คุณแม่ได้สร้างโมเมนต์สุดประทับใจ เซอร์ไพรส์ลูกๆ กับธีมรถสุดคิวท์ที่ถูกตกแต่งขึ้นมาเป็นพิเศษ ด้วยการนำ The Kia Carnival ที่ถูกตกแต่งด้วย 3 ธีมสุดโปรดของเด็กๆ ได้แก่ “ธีมเจ้าหญิงหิมะ” “ธีมนางเงือก” และ “ธีมซูเปอร์ฮีโร่” ไปเป็นรถยนต์คู่ใจสร้างเซอร์ไพรส์สุดว้าวรับลูกจากโรงเรียนหรือจากสถานที่ใดก็ได้ พร้อมรับตุ๊กตาลิขสิทธิ์ดิสนีย์หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองขับ สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับ The Kia Carnival สามารถลงทะเบียนได้ที่ http://www.kia-wondermom.com ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 พร้อมเลือกโชว์รูมที่สะดวกรับรถ ธีมรถ และวันและเวลาที่ต้องการ โดยทางบริษัทจะนำส่งรถทดลองขับให้ถึงที่บ้านหรือตามสถานที่ที่ระบุเพื่อความสะดวกของลูกค้า

พิเศษไปกว่านั้น สำหรับผู้ที่จอง The Kia Carnival (รุ่น LX, EX, SXL, and SXL Luxury) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 และออกรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 มีสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีรับรางวัลสุดพิเศษ ได้แก่ รางวัลที่ 1 แพ็กเกจเที่ยวสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สำหรับ 4 คน จำนวน 1 รางวัล, รางวัลที่ 2 บัตรกำนัลห้องพักกับห้อง Space Connex รวมอาหารเช้า ณ โรงแรม The Grande Centre Point Space Pattaya 3 วัน 2 คืน สำหรับเข้าพัก 4 คน จำนวน 3 รางวัล และรางวัลที่ 3 คอร์สเรียนขี่ม้า พร้อมอาหารมื้อพิเศษกับครอบครัวที่ร้าน The Hay – Equestrian Center & Eatery ครอบครัวละ 4 ใบ จำนวน 10 รางวัล โดยจับรางวัลผู้โชคดีในวันที่ 8 สิงหาคม 2567 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 9 สิงหาคม 2567 ผ่านช่องทางเพจเฟสบุ๊กทางการของ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) นอกจากนั้นยังมีรางวัลพิเศษสำหรับคุณแม่ 150 ท่านแรกที่โพสต์ภาพกิจกรรมทดลองขับ The Kia Carnival และติดแฮชแท็ก #KiaWonderMOM ใต้โพสต์กิจกรรมบนเพจเฟสบุ๊กทางการของเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) และบนเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยเปิดโพสต์สาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 รับทันทีบัตรของขวัญสตาร์บัคส์ มูลค่า 300 บาท

The Kia Carnival รถยนต์เอ็มพีวีระดับลักซ์ชัวรี ซึ่งเป็น Grand Utility Vehicle ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับทุกครอบครัว มอบประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม โดดเด่นในด้านความอเนกประสงค์ที่ผสานนวัตกรรมพื้นที่ใช้สอย

The Kia Carnival Wonder MOM  5

ความสะดวกสบาย คุณภาพ และสไตล์อันโดดเด่นไว้ด้วยกันได้อย่างเหนือชั้น มีให้เลือกทั้งแบบ 11 ที่นั่ง ใน 3 รุ่นย่อย คือ The Kia Carnival LX, The Kia Carnival EX และ The Kia Carnival SXL และรุ่นใหม่ 7 ที่นั่ง ในรุ่น The Kia Carnival SXL Luxury เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกในครอบครัว 5-7 คน โดย The Kia Carnival มอบพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและให้ความยืดหยุ่นกับการออกแบบการจัดวางที่นั่ง โดยไม่สูญเสียเนื้อที่หรือลดทอนความสบายของผู้โดยสารคนใด สำหรับในรุ่น SXL Luxury เบาะโดยสารแถวที่สองมาพร้อมที่นั่งแบบ Premium Relaxation ที่สามารถปรับนอนได้ พร้อมระบบทำความร้อนและระบายอากาศ พนักพิงและที่พักเท้าแบบปรับด้วยไฟฟ้า สะดวกสบายให้ความรู้สึกแบบที่นั่งเฟิร์สคลาสช่องทางเดินระหว่างแถวที่นั่งในห้องโดยสารถูกออกแบบมาให้ผู้โดยสารสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและสะดวกสบาย รวมถึงที่นั่งแถวหลังสุดที่สามารถพับราบเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น มาพร้อมประตูสไลด์แบบไฟฟ้าระบบ Smart power Sliding door และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (เปิด-ปิดอัตโนมัติ) ด้วยระบบ Smart power tailgate ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินเข้าที่นั่งแถวหลังได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถเปิดท้ายรถได้อย่างง่ายดายในขณะที่ถือสัมภาระ The Kia Carnival มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล Smartstream ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร สามารถขับขี่เป็นระยะทางไกลได้โดยไร้ข้อกังวล นอกจากนี้ยังมีระบบการควบคุมการขับขี่ที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายเหมือนขับรถยนต์นั่งโดยสารทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทัศนวิสัย ตำแหน่งที่นั่ง รวมถึงระบบกันสะเทือนและระบบควบคุมพวงมาลัยที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มสบาย

นอกจากนี้ ยังมีระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีอัจฉริยะช่วยเหลือผู้ขับขี่ รวมทั้งฟีเจอร์ด้านการช่วยเหลือการขับขี่และด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์ อาทิ ระบบป้องกันการชนด้านหน้า ระบบช่วยเตือนการชนจากมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง และกล้องมองรอบทิศทางที่ช่วยในการเข้าจอดรถ โดยเทคโนโลยี ดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยขณะโดยสารให้กับทุกคนในครอบครัว

The Kia Carnival Wonder MOM  6

The Kia Carnival ยังมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ให้ความอเนกประสงค์สำหรับหลากหลายกิจกรรมและการเดินทางหลากหลายรูปแบบของ ทุกครอบครัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ ตลอดจนดีไซน์หรูหราทั้งภายนอกและภายใน พิเศษ! สำหรับผู้ที่จอง The Kia Carnival รุ่น EX, SXL, SXL Luxury ภายในวันที่ 1-30 มิถุนายน 2567 รับข้อเสนอพิเศษ 5-5-5 รับประกันคุณภาพ 5 ปี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี

สำหรับผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์ The Kia Carnival และร่วมสนุกกับกิจกรรมในแคมเปญ “The Kia Carnival Wonder MOM รถคันนี้ ที่ได้ใจแม่” สามารถลงทะเบียนทดลองขับได้ที่ http://www.kia-wondermom.com

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดงาน “StarFest The Last Order” เตรียมส่วนลดสูงสุด 900,000 บาท ยกทัพรถตระกูลเอเอ็มจีและคูเป้ พร้อมให้เป็นเจ้าของที่ MBCC บางนา 21-24 มิถุนายนนี้

0
StarFest The Last Order

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ส่งท้ายเทศกาล Mercedes-Benz StarFest 2024 จัดหนักด้วย ดีลสุดท้าย “StarFest The Last Order” ลดราคารถยนต์สูงสุด 900,000 บาท ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์สมรรถนะสูงตระกูลเอเอ็มจีด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.68 ล้านบาท นำโดยรุ่น Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC และ Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe พร้อมรถยนต์ตระกูลคูเป้อีก 4 รุ่น ได้แก่ C 200 Coupe AMG Dynamic, E 200 Coupe AMG Dynamic, GLC 220 d 4MATIC Coupe AMG และ GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่นๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ Mercedes-Benz Certified สำหรับลูกค้าที่เข้ามาที่งาน “StarFest The Last Order” ณ ศูนย์ MBCC (Mercedes-Benz Competence Centre) ถนนบางนาตราด กม.19 ในระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.

6 รุ่นไฮไลท์กับดีลสุดท้ายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ “StarFest The Last Order”
•Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ราคาพิเศษ 2,680,000 บาท

StarFest The Last Order 1
•Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe ราคาพิเศษ 4,400,000 บาท

StarFest The Last Order 3
•C 200 Coupe AMG Dynamic ราคาพิเศษ 2,950,000 บาท
•E 200 Coupe AMG Dynamic ราคาพิเศษ 3,950,000 บาท
•GLC 220 d 4MATIC Coupe AMG ราคาพิเศษ 3,600,000 บาท
•GLC 300 e 4MATIC Coupe AMG ราคาพิเศษ 3,500,000 บาท

*ราคาดังกล่าวไม่รวมอุปกรณ์เสริมของรถยนต์แต่ละรุ่น

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตาม
ข่าวสารอัพเดทผ่านทาง

Facebook: Mercedes-Benz Thailand

IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย” ร่วมกับ “โรงแรมพาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ” ยกระดับประสบการณ์การเดินทางสไตล์ลักชูรี ด้วยบีเอ็มดับเบิลยู i7

0
BMW i7

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมมือกับโรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ยกระดับประสบการณ์บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อการเดินทางเหนือระดับด้วยบริการลีมูซีนสุดพรีเมียมกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นเรือธง เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายจากนวัตกรรมล้ำสมัย รองรับการพักผ่อนแสนเอ็กซ์คลูซีฟของแขกทุกท่านที่ต้องการสัมผัสช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอันแสนสงบในโอเอซิสใจกลางกรุงเทพฯ

 i7 xDrive60 M Sport 2

ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ในการส่งมอบยนตรกรรมที่ให้ความสะดวกสบายในการเดินทางและความคล่องตัวในการขับขี่ขั้นสูงสุด จากนวัตกรรมด้านการขับเคลื่อนแห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู i7 รถยนต์ซีดานพรีเมียมที่มาพร้อมแนวคิดพลังงานสะอาดและความยั่งยืนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เพื่อมอบที่สุดแห่งประสบการณ์อันน่าจดจำ ควรค่ากับการบริการอันหรูหราสำหรับแขกผู้เข้าพักทุกท่าน

โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ผสานความหรูหราของการตกแต่งภายในอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยงานศิลป์ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยการให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การพักผ่อนสไตล์ไทยอันเป็นเอกลักษณ์ และบริการเหนือระดับที่ได้รางวัลระดับโลก ภายในห้องพักที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูจำนวนกว่า 222 ห้อง รวมทั้งห้องสวีทสุดพรีเมียม พร้อมหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน และผังการออกแบบห้องที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันถึง 57 แบบ ตัวอาคารยังเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตและศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้แขกทุกท่านได้ดื่มด่ำไปกับความสงบผ่อนคลาย ปลีกจากความวุ่นวายของย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็สามารถเดินทางสู่ย่านช้อปปิ้งใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกรวดเร็วเช่นกัน

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านยานยนต์แห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด FORWARDISM ที่โดดเด่นทั้งด้านความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ ความสะดวกสบาย และสุดยอดประสบการณ์การขับขี่ พร้อมด้วยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ผ่านนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5 เพื่อมอบสุดยอดประสบการณ์การเดินทางและการขับขี่บนท้องถนนที่มีระดับ หรูหราสง่างาม พร้อมเผชิญทุกความท้าทายแต่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมด้วยระบบความบันเทิงภายในห้องโดยสารที่ครบครันอย่าง BMW Theatre Screen หน้าจอแบบพาโนรามาขนาด 31.3 นิ้ว ในรูปแบบ 32:9 และความละเอียดระดับ 8K พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ครบครัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนและยนตรกรรมแห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู

BMW i7  4

ความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และโรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นการร่วมส่งมอบประสบการณ์แห่งการเดินทางด้วยลีมูซีนพรีเมียมและสร้างความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่แขกผู้เข้าพัก ผ่านการผสานการบริการเหนือระดับเข้ากับยนตรกรรมล้ำสมัยเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน