Home Blog Page 149

เผยโฉม BYD SEAL U DM-i พร้อมให้ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0
BYD SEAL U DM-i ภาพเปิด

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ร่วมสร้างปรากฏการณ์และสีสันอีกครั้งกับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เผยโฉม  BYD SEAL U DM-i รถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ 5 ที่นั่ง 5 ประตู พร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะรอบคัน ยกระดับสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ RÊVER Care รับสิทธิประโยชน์ส่วนลดมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท เมื่อออกรถ

BYD SEAL U DM-i 1

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “การเผยโฉม BYD SEAL U DM-i สู่ตลาดยานยนต์ประเทศไทยในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเรเว่ในการขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์
ยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์สุดพรีเมียมอันเป็นเอกลักษณ์ของ BYD เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวไทย เราเชื่อมั่นว่า  BYD SEAL U DM-i จะเป็นหนึ่งในรถยนต์ SUV ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน ทั้งด้านสมรรถนะการขับขี่ที่มอบความคล่องตัว ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ความจุแบตเตอรี่ 18.3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคันที่ช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารอุ่นใจได้ตลอดทุกเส้นทาง”

BYD SEAL U DM-i 3

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวเสริมว่า “เรเว่มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้นำ BYD SEAL U DM-i มาเสริมทัพยานยนต์ที่จัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ให้ชาวไทยได้ร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก โดยผู้ที่สนใจสามารถจองสิทธิ์ RÊVER Care เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท ได้ก่อนใคร ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในมาตรฐานและการบริการคุณภาพ พร้อมทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเรเว่ที่จะยังคงเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับอย่างรอบด้านแทนคำขอบคุณผู้บริโภคสำหรับการสนับสนุนด้วยดีตลอดมา”

BYD SEAL U DM-i 3

มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 3 สี Quantum Black, Graphite Grey และ Horizon Whiteโดดเด่นด้วยรูปทรงกระจังหน้าแบบไร้ขอบ โค้งมนคล้ายหยดน้ำ ดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะภายใต้คอนเซ็ปต์ OCEAN X โฉบเฉี่ยวด้วยโคมไฟแบบตัว C และดีไซน์ด้านข้างที่เลือกใช้เส้นสายลากยาวต่อเนื่องถึงด้านหลัง เสริมแถบอลูมิเนียมเพิ่มความพรีเมียมเมื่อวิ่งบนท้องถนน พร้อมระบบกันสะเทือนแบบ MacPherson strut เสริมความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนน และระบบกันสะเทือนแบบ Multi-Link ยกระดับความนุ่มนวลและความสบายระหว่างการเดินทาง เก็บเสียงรบกวนจากภายนอกให้ห้องโดยสารเงียบสงบตลอดเส้นทาง

BYD SEAL U DM-i 5

ห้องโดยสารภายในออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์การผสมผสานความทันสมัยและความเรียบง่ายอย่างลงตัว มาพร้อมที่วางแก้วขนาดใหญ่ 2 จุด พอร์ตชาร์จ USB Type C 2 จุด และ Type A 2 จุด และที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 2 ตำแหน่ง มอบความสะดวกในการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์แสนสบายให้ทุกเส้นทาง

BYD SEAL U DM-i 6

BYD SEAL U DM-i มาพร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารอุ่นใจตลอดการเดินทาง อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและถุงลมนิรภัยด้านข้าง – ฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลัง กล้องมองรอบคัน 360 องศา เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้าและด้านหลังรวม 6 จุด ระบบช่วยควบคุมการไหลของรถอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง ระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา ระบบช่วยเตือนรถเคลื่อนผ่านด้านหน้า ระบบช่วยเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหน้า ระบบแจ้งเตือนจำกัดความเร็วอัจฉริยะ ระบบช่วยจำกัดความเร็วอัจฉริยะ เป็นต้น

BYD SEAL U DM-i  6

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid 1.5 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Permanent magnet synchronous motor พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 18.3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

เรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ขอเชิญชวนผู้บริโภคร่วมชมและสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 โดยผู้ที่จองรถยนต์ที่บูธ BYD ทุกรุ่นภายในงานจะได้รับ EURO Set ของสมนาคุณลิขสิทธิ์แท้ UEFA EURO 2024 ประกอบด้วย กระเป๋าสะพายหลังมัลติฟังก์ชัน กระเป๋าเก็บอุณหภูมิ พวงกุญแจ ผ้าเย็นอเนกประสงค์ และ กระบอกน้ำแสดงอุณหภูมิ รวมมูลค่ากว่า 8,990 บาท อีกด้วย และพลาดไม่ได้กับข้อเสนอสุดพิเศษรวมทั้งสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับลูกค้าและผู้สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD ทั่วประเทศ พบกันที่บูธ A18 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567 – 7 เมษายน พ.ศ. 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” เดินหน้าสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ บนถนนศรีนครินทร์

0
มิตซูบิชิ ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้การดำเนินการของ สุธร มอเตอร์ พร้อมด้วยการให้บริการด้านการขายและหลังการขาย รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพในการนำเสนอรถยนต์และมอบการบริการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแผนงานเพื่อการเติบโตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และความมุ่งมั่นที่จะมอบที่สุดแห่งประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถมิตซูบิชิ รวมถึงการได้รับบริการด้วยมาตรฐานสูงสุดที่เหนือระดับสำหรับลูกค้าชาวไทย

มิตซูบิชิ 2

โชว์รูมและศูนย์บริการมิตซูบิชิ แห่งใหม่นี้ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จภายใต้ความมุ่งมั่นของแผนดำเนินการที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งให้ความสำคัญในการนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ในรูปแบบของอาคาร 4 ชั้น ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่นบนถนนศรีนครินทร์ ด้วยพื้นที่ใช้สอย 4,450 ตารางเมตร บนพื้นที่ทั้งหมด 8 ไร่ เพื่อนำเสนอรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นต่าง ๆ และการบริการอย่างมีคุณภาพให้แก่ลูกค้า โดยภายในโชว์รูมและศูนย์บริการ ประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิ มากสูงสุดถึง 6 คัน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และห้องส่งมอบรถใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ ศูนย์บริการยังมีเครื่องมือและอุปกรณ์พร้อมรองรับลูกค้าอย่างเต็มที่ ด้วยจำนวน 19 ช่องซ่อมบำรุง ห้องพ่นสีรถยนต์ 2 ห้อง และเครื่องมือซ่อมตัวถังที่ทันสมัย

มิตซูบิชิ 2

บริษัท สุธร มอเตอร์ จำกัด ตั้งอยู่ที่เลขที่ 88 หมู่ 6 ถนนศรีนครินทร์ ตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-175-8888 หรือเข้าชมเว็บไซต์ https://suthornmotor.com/

มิตซูบิชิ 5

“มาสด้า 2” พิชิตรางวัลนวัตกรรมสินค้าและบริการยอดเยี่ยมแห่งปี 2 ปีติดต่อกัน ด้วยดีไซน์สง่างาม เทคโนโลยีสกายแอคทีฟล้นคัน

0
มาสด้า 2 ภาพเปิด

รถยนต์นั่งซิตี้คาร์ มาสด้า2 ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟและความสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอกจากการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ คัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม จนสามารถคว้ารางวัล Product Innovation Awards 2024 หรือ รางวัลสุดยอดสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2567 เป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จในด้านนวัตกรรมสินค้าและบริการ ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ – Innovation the products with Intelligence Technology” จากนิตยสาร Business+ เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดย นายอุทัย เรืองศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปส่วนงานประชาสัมพันธ์ แผนกการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

มาสด้า 2 1

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้า2 พร้อมแนวคิด “Express Your Identity เลือกต่างในแบบเรา” ยังคงรักษาเอกลักษณ์การเป็นซับคอมแพ็คคาร์ที่ดีที่สุดในตลาด ที่ส่งมอบคุณค่ามากกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเจเนอเรชั่น Z ซึ่งถือเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตและเป็นผู้นำเทรนด์ใหม่ๆ โดยลูกค้ากลุ่มนี้กำลังมองหาความหลากหลายในการดำเนินชีวิต เลือกในสิ่งที่เหมาะกับตนเองและกล้าที่จะแตกต่าง มาสด้าจึงยกระดับให้ก้าวล้ำขึ้นไปอีกในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะดีไซน์ภายนอกและภายในใหม่ มีให้เลือกถึง 83 ดีไซน์ ทั้งรูปลักษณ์ การเลือกใช้สีภายนอกและภายใน รวมถึงอุปกรณ์ที่นำมาตกแต่งในแต่ละรุ่น เพื่อให้ตอบโจทย์ความแตกต่างของลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย รวมถึงเหมาะกับบุคลิกและสะท้อนความชื่นชอบของลูกค้าได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์และองค์ประกอบที่ครบถ้วนสมบูรณ์เหล่านี้จะทำให้มาสด้า2 เป็นรถยนต์นั่งซิตี้คาร์ที่มอบคุณค่าและบ่งบอกรสนิยมอันมีเอกลักษณ์ของลูกค้าได้อย่างชัดเจน

มาสด้า 2 2

รถยนต์นั่งมาสด้า2 ยังคงเอกลักษณ์ความโดดเด่นด้านสมรรถถนะการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ ที่มีให้เลือกถึง 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร (SKYACTIV-G) ที่ให้ทั้งสมรรถนะความแรง และการขับขี่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร (SKYACTIV-D) ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟไดรฟ์ 6 สปีด พร้อมแมนนวลโหมด Activematic ที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างสนุกสนานและราบรื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังโดดเด่นด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (GVC Plus) ที่ช่วยควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยําและสมดุลเพื่อให้ผู้ขับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เพื่อมอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารทุกตำแหน่ง รวมถึงราคาที่คุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 599,000 บาท จึงทำให้รถมาสด้า2 ได้รับความนิยมและครองใจผู้บริโภคในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

Mazda 2

นอกจากนี้มาสด้า2 ยังคงถ่ายทอดเอกลักษณ์ของการเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มอบคุณค่าเกินความคาดหวังให้กับลูกค้าด้วยความสะดวกสบายจากการขับขี่ ด้วยท่านั่งที่เป็นธรรมชาติและมีวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม พร้อมยังช่วยให้เพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และไม่พลาดทุกการติดต่อด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด Mazda Connect ที่รองรับ Wireless Apple CarPlay® และ Android AutoTM ผ่านหน้าจอ Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ควบคุมด้วย Center Commander พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบควบคุมความเร็วคงที่ หรือ Cruise Control และยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง

มาสด้า 2 5

มาสด้าให้คำมั่นว่าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันเป็นที่น่าปรารถนาให้กับลูกค้า ควบคู่กับการช่วยรักษ์โลกของเราให้คงอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ระยะกลาง Sustainable Zoom-Zoom 2030 เพื่อโลกของเราที่ยังคงความสวยงามตลอดไป เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คนให้มีความสุขยิ่งขึ้น และเพื่อสังคมที่น่าอยู่ตลอดไป

 

“อีซูซุ” คว้า 2 รางวัลเกียรติยศ “สุดยอดองค์กรแห่งปี” (Thailand Top Company Awards 2024) และรางวัล“แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี” (Thailand’s Most Admired Brand)

0
อีซูซุ ภาพเปิด

กลุ่มตรีเพชรโดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดองค์กรแห่งปี 2024” (Thailand Top Company Awards 2024) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดย อีซูซุ ได้รับเลือกให้รับรางวัลในฐานะที่เป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของประเทศ ในกลุ่ม “อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์” ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล ราชประสงค์

อีซูซุ 1

นอกจากนี้อีซูซุยังได้รับรางวัล “แบรนด์รถปิกอัพที่น่าเชื่อถือสูงสุดประจำปี 2567” (2024 Thailand’s Most Admired Brand) ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจและวิจัยความน่าเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยนิตยสาร BrandAge ซึ่ง “แบรนด์อีซูซุ” ได้รับคะแนนความน่าเชื่อถือเป็นอันดับ 1 ในหมวดยานยนต์ กลุ่มรถกระบะบรรทุก 1 ตัน โดยมีคุณสมคิด แสงอารยะกุล กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ

อีซูซุ 2

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

 

“เอ็มจี” นำร่องเทคโนโลยี AI เข้ามาเริ่มใช้จริง ในงานมอเตอร์โชว์ 2024

0
เอ็มจี ภาพเปิด

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย เริ่มนำเทคโนโลยี AI หรือ Artificial intelligent เข้ามามีบทบาทในการนำเสนอผลิตภัณฑ์รถยนต์ที่งาน มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 และถือเป็นก้าวที่สองต่อจากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่ใช้ระบบเสียงภาษาไทยเป็นครั้งแรกใน MG ZS และทำให้ เอ็มจี เป็นที่กล่าวถึงในตลาดรถยนต์ไทยกับ คำติดปากอย่าง “Hello MG” ซึ่งในอนาคต ทางบริษัทฯ มีแผนจะพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่องในส่วนงานต่างๆ

เอ็มจี 1

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “งานในครั้งนี้ เอ็มจี ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการทำงาน เพื่อยกระดับแบรนด์ให้มีความล้ำสมัย และสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ตามแนวทางการพัฒนาธุรกิจสู่ทศวรรษที่สองในประเทศไทยที่สอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนของ เอ็มจี ในระดับโลกที่มุ่งเดินหน้านำเสนอความเป็น โกลบอลแบรนด์ ที่สามารถปรับตัวได้ไวเข้ากับเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ ภายใต้โจทย์สำคัญในการตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มีอยู่ให้ได้ครอบคลุมมากที่สุด โดย เอ็มจี มีการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป พร้อมที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่ที่มีความโดดเด่น ทั้งด้านดีไซน์ นวัตกรรม และราคาที่คุ้มค่า ภายใต้แกนหลัก Technology, Fashion และ Value ในอนาคตอันใกล้ เอ็มจี มีแผนที่จะต่อยอดในการนำ AI ไปใช้ในช่องทางดิจิทัลต่างๆ ทั้งงานด้านการตลาดและส่งเสริมการขาย ไม่ว่าจะเป็น การ LIVE ในช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มลูกค้า รวมถึงการนำมาใช้ในการให้ข้อมูลทั้งในส่วนของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในรูปแบบใหม่ๆ เป็นต้น”

เอ็มจี 2

 

 

 

“IONIQ 5 N” คว้ารางวัลรถยนต์สมรรถนะสูงยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 World Performance Car Award

0
IONIQ 5 N 3

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด คว้ารางวัลอีกครั้งจากเวที รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก World Car Awards กับ IONIQ 5 N รถยนต์ไฟฟ้าที่คว้ารางวัลรถยนต์สมรรถนะสูงยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 World Performance Car Award การรับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ที่คว้ารางวัลใหญ่จากเวที World Car Awards ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และชัยชนะในวันนี้ เป็นการตอกย้ำว่า IONIQ 5 N คือผู้นำของตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่ง

IONIQ 5 N 1

“เรารู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับรางวัลรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง 2024 World Performance Car” Jaehoon Chang ตำแหน่ง President and CEO ของ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด กล่าว “ชัยชนะครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นคำมั่นของฮุนไดว่า จะก้าวข้ามข้อจำกัดด้านสมรรถนะทั้งในแง่ของขุมพลังไฟฟ้าและนวัตกรรม ทำให้เราภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่สามารถกวาดรางวัลมา 7 รางวัลจากเวที World Car Awards ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ชัยชนะอย่างต่อเนื่องนี้ได้เสริมความแกร่งให้กับภาพลักษณ์ฮุนได ด้านการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย”

World Car Awards ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลในพิธี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมแสดงยานยนต์ 2024 New York International Auto Show (NYIAS) การที่ฮุนไดคว้ารางวัลจากเวทีนี้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ความสำเร็จบนเวทีโลกของฮุนได ที่ต่อยอดมาจากการคว้าชัยชนะในเวที World Car Awards ในปีก่อน โดย IONIQ 5 และ IONIQ 6 คว้า 3 รางวัลซ้อนจากการประกวดในปี 2022 และ 2023 ในสาขารถยนต์ยอดเยี่ยมระดับโลก World Car, รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยม World Electric Vehicle และ รถยนต์ดีไซน์ยอดเยี่ยม World Car Design

IONIQ 5 N 4

“ในฐานะตัวแทนของทีม N ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้รับคะแนนจากคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติของรางวัล World Car Awards” José Muñoz ตำแหน่ง President and Global COO ของ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด กล่าว “เราขอมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ให้กับลูกค้าที่หลงไหลในรถยนต์สมรรถนะสูง และเราพร้อมส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ รวมถึงสรรสร้างความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจต่อไป เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำของการขับเคลื่อนเข้าสู่ยุคใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง และเราขอให้คำมั่นว่าเราจะเอาชนะทุกความท้าทายของข้อจำกัดทางวิศวกรรม เพื่อความเป็นไปได้ใหม่ของโมบิลิตี้อันชาญฉลาด”

IONIQ 5 N เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกภายใต้แบรนด์ N ของฮุนได และได้สร้างนิยามใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่ ผ่านเทคโนโลยีล่าสุดและมีขีดความสามารถในการขับขี่บนสนามแข่งอีกระดับ ทั้งยังเป็นก้าวแรกในการก้าวเข้าสู่ขุมพลังไฟฟ้าของ N ด้วยการนำโครงสร้างมาตรฐานแบบ Electric Global Modular Platform (E-GMP) มาผสานกับเทคโนโลยีจากสนามแข่ง และความรู้ที่ได้จากรถยนต์ต้นแบบ ‘Rolling Labs’ เพื่อรีดสมรรถนะออกมาให้ได้มากที่สุดจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการขนานนามจากสื่อว่าเป็นนวัตกรรมใหม่, รถยนต์ที่มาพลิกวงการ และผู้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ไม่เพียงแค่นั้นยังได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2023 Car of the Year Award จาก Top Gear และยังเป็นรถยนต์ SUV ขุมพลังไฟฟ้าที่ Sport Auto ทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดบนสนามแข่ง Nürburgring Nordschleife เยอรมนี

IONIQ 5 N 6

“IONIQ 5 N สร้างนิยามให้กลยุทธ์ของการเข้าสู่ยุคขุมพลังไฟฟ้าจาก Hyundai N ด้วยการผสานโครงสร้างแบบ E-GMP เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตของ N จนเกิดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่มาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสากรรม” Till Wartenberg ตำแหน่ง Vice President และ Head of N Brand & Motorsport ของ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด กล่าว “ชื่อเสียงและรางวัลที่เราได้รับล้วนยืนยันถึงคำมั่นของเราว่า จะส่งมอบนวัตกรรมและรถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่ต่อไป IONIQ 5 N ไม่ได้มาสร้างนิยามใหม่ของรถยนต์สมรรถนะสูงเท่านั้น แต่ยังสร้างความสนุกของการขับขี่แห่งอนาคต”

รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก World Car Awards เป็นรางวัลที่มอบให้กับรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์ในแต่ละปี โดยมีคณะกรรมการกว่า 100 ท่านจาก 29 ประเทศทั่วโลก ที่ได้ทดลองขับก่อนลงมติ สัมผัส IONIQ 5 N คันจริงพร้อมยนตกรรมฮุนไดทุกรุ่น ได้ที่บูธหมายเลข A03 งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 เมษายน 2567

“บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย” เปิดตัวทัพสุดยอดยนตรกรรมพรีเมียม ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 1

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยโฉมยนตรกรรมใหม่ถึง 8 รุ่น จากทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เพื่อส่งมอบที่สุดของตัวเลือกด้านนวัตกรรมยานยนต์อันครบครันตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานของผู้ใช้ยวดยานพาหนะ ตามแนวคิดเรื่องการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลักของบีเอ็มดับเบิลยู สอดคล้องแนวคิด “The Mobility of Joyful Experiences: ประสบการณ์แห่งความสนุกของทุกการเดินทาง” ของการจัดงานในปีนี้ และความมุ่งมั่นในการส่งมอบสุนทรียะแห่งการขับขี่สูงสุดในทุกรูปแบบภายในงานมอเตอร์โชว์ 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2566 นี้ ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 2

นำทัพโดยบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport (Inspiring) ที่ยังคงครบครันทั้งเทคโนโลยีสุดล้ำและดีไซน์ที่ดึงดูดทุกสายตาทั้งภายนอกภายใน ตามด้วยรถยนต์หลากหลายรุ่นในทุกระบบขับเคลื่อน ได้แก่ รถยนต์อเนกประสงค์แบบคูเป้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนรุ่นแรก บีเอ็มดับเบิลยู iX2 xDrive30 M Sport บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ขุมพลังดีเซล บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport Pro และบีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport Pro ในระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 4

ด้านมินิ เผยโฉมรถรุ่นใหม่คงความเป็นเอกลักษณ์ ควบคู่ดีไซน์สุดคลาสสิก ด้วยรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล คลาสสิก กับความพิเศษด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตู คลาสสิก ที่สะกดทุกสายตาระหว่างการผจญภัยสุดเร้าใจบนท้องถนน ในภาพยนตร์เรื่อง ‘The Italian Job’ มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน รุ่น Multitone ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หลังคา Multitone Roof มาพร้อมตัวเลือกสีน้ำเงิน Soul Blue สะท้อนตัวตนที่แตกต่างและเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา และมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน Highlands Edition รุ่นพิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามตามธรรมชาติของเขตเทือกเขาในประเทศสกอตแลนด์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 3

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชั้นแนวหน้า การส่งมอบบริการระดับคุณภาพ และแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางของเราตลอดทั้งปี พ.ศ. 2566 เรารู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ยังคงตำแหน่งผู้นำในเซกเมนต์ยานยนต์พรีเมียมของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่สี่ นอกจากนี้ การได้รับการประเมินคะแนนความพึงพอใจของผู้บริโภค (Net Promoter Score – NPS) ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งในด้านยอดขายและการให้บริการหลังการขายในปี พ.ศ. 2566 ถือเป็นผลลัพธ์โดยตรงที่แสดงว่าลูกค้ามอบความไว้วางใจให้กับเรา และในปีนี้ เราจะยังคงให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าเช่นเดิม โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้นำยนตรกรรมใหม่ถึง 8 รุ่น สู่งานมอเตอร์โชว์ 2024 ที่บูธ A1 จากทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ รวมถึงโปรโมชันพิเศษเฉพาะในงาน บริการและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะยังคงมุ่งสู่ความเป็นเลิศไปพร้อม ๆ กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการและพาร์ทเนอร์ของเราทุกคน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยของเรา”

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 6
ข้อเสนอพิเศษในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45*
•เยี่ยมชมโซนชุดแต่ง M Performance เพื่อยลโฉมยานยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport M Performance Edition พร้อมชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน รวมถึงเบรคแบบ M performance และ บีเอ็มดับเบิลยู X1 ที่ติดตั้งกล่องสัมภาระและแร็คจักรยานบนหลังคารถยนต์ ซึ่งได้รับการดีไซน์มาเพื่อลูกค้าผู้ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ผจญภัยและการทำกิจกรรมนอกบ้านเป็นหลัก ที่สำคัญคือ ส่วนลดพิเศษสำหรับอุปกรณ์ตกแต่ง M Performance ทุกชิ้นอีกด้วย

•แพ็คเกจบำรุงรักษารถยนต์ (Service Inclusive) สำหรับเจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่พ้นระยะ BMW Service Inclusive หรือ MINI Service Inclusive (ไม่เกิน 15 เดือน) ครอบคลุมการดูแลบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ในราคาเริ่มต้นที่ 34,000 บาท ประกอบด้วยบริการ 7 รายการ ได้แก่ เปลี่ยนถ่ายและเติมน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบสภาพรถยนต์ เปลี่ยนไส้กรองอากาศ เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เปลี่ยนไมโครฟิลเตอร์ เปลี่ยนหัวเทียน และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก โดยช่างผู้ชำนาญการที่ได้รับการรับรองจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 7

โดยในปี 2567 นี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้เพิ่มบีเอ็มดับเบิลยู X7 และบีเอ็มดับเบิลยู Z4 เข้ามา เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าไทยได้อย่างครอบคลุมที่สุด

•บริการ BMW Proactive Care พร้อมต่อยอดประสบการณ์การขับขี่อันยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ผ่านบริการต่าง ๆ อาทิ การวิเคราะห์ทางไกล สายตรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ สายตรงฉุกเฉิน บริการวิดีโอวิเคราะห์งานซ่อมสำหรับลูกค้า บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance เป็นต้น
•ข้อเสนอพิเศษจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สำหรับผู้ที่ทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ผ่อนเริ่มต้นเพียง 16,999 บาทต่อเดือน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2, อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1.4% สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู iX, อัปเกรด BSI นานถึง 10 ปี สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 และฟรี BMW Wallbox สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น รวมถึงชุดอุปกรณ์ตกแต่ง M performance สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport ในราคา 55,555 บาทเท่านั้น จำกัดเพียง 20 ชุด
•สำหรับมินิ ลูกค้าที่สั่งจองในงานจะได้รับของที่ระลึกพิเศษ พร้อมข้อเสนอแพ็คเกจบำรุงรักษา MSI นานถึง 10 ปี สำหรับมินิ คันทรีแมน และข้อเสนอ MINI Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สำหรับอีกหลายรุ่น เป็นต้น ผู้ที่สั่งจองมินิ คันทรีแมน ยังจะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ มินิ x PDM อีกด้วย

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เยี่ยมชมรถยนต์รุ่นต่าง ๆ พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ จากบีเอ็มดับเบิลยู และ มินิ ได้ที่บูธ A1 และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้ที่บูธ M7 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567 นี้ ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี

 

 

“ซูซูกิ” เปิดตัว “NEW SUZUKI XL7 HYBRID” ราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้น 799,000 บาท พร้อมอวดโฉม “SUZUKI eWX Concept Model” รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าในงานมอเตอร์โชว์ ขับเคลื่อนองค์กรที่สนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน

0
ซูซูกิ ภาพเปิด

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิ เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ด้วยแนวคิด “Journey towards the future” บทถัดไปของการเดินทางสู่อนาคต เราคิดค้นและออกแบบรถยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย เริ่มจากรถยนต์สำหรับใช้งานในเมืองขนาดกะทัดรัด ไปจนถึงพาหนะในสไตล์ออฟโรดที่แข็งแกร่งทนทาน เพราะเชื่อว่าทุกคนควรเข้าถึงนวัตกรรมได้อย่างไร้ขอบเขต และนำพาผู้คนไปสำรวจทุกความเป็นไปได้ของชีวิต เราจึงไม่ใช่แค่แบรนด์รถยนต์ แต่เราพร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางในทุกๆ เส้นทางของคุณ

Suzuki 1

ด้วยวิสัยทัศน์ในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของสังคมอย่างยืน เรายังคงให้ความสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงคำนึงถึงเทคโนโลยีที่สนับสนุนเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอนเป็นหัวใจสำคัญ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ เราจึงนำรถยนต์ไฮไลท์ 2 รุ่น เข้ามาเปิดตัวให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก นั่นก็คือ SUZUKI eWX Concept Model รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า และ NEW SUZUKI XL7 HYBRID ซึ่งทั้งคู่เป็นสัญญานบ่งบอกถึงทิศทางในอนาคตที่กำลังจะมาของซูซูกิ

Suzuki 2

โดยเฉพาะกับ SUZUKI eWX Concept Model รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าที่แสดงถึงแนวทางการพัฒนารถซิตี้คาร์แห่งอนาคต ซึ่งถูกออกแบบเพื่อให้เป็นเหมือน “คู่หูร่วมทาง” ให้บรรยากาศที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน มาจัดแสดงภายในงาน เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่ต้องการขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

Suzuki 3

ส่วน NEW SUZUKI XL7 HYBRID Multi-Dynamic Crossover ที่เรานำมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย คือ อีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่จะเติมเต็มความสุขและความคุ้มค่าในทุกการเดินทางของคุณ

“ในครั้งนี้เราได้นำ Concept Model รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้ามาจัดแสดง โดย SUZUKI eWX มีขนาดความยาว 3,395 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,475 มิลลิเมตร ความสูง 1,620 มิลลิเมตร และการชาร์จ 1 ครั้งสามารถขับระยะทางไกลถึง 230 กิโลเมตร ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่ยานพาหนะอันล้ำสมัย แต่เป็นนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ที่ตอกย้ำลงไปอย่างชัดเจนแก่ผู้บริโภคว่า ซูซูกิจะไม่หยุดพัฒนาสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อการเดินทางที่มาพร้อมกับความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในทุก ๆ ด้าน อย่างแท้จริง” นายทาดาโอะมิ กล่าว

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เราขอแนะนำรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นล่าสุด NEW SUZUKI XL7 HYBRID “Empower Your Journey” รถยนต์ Multi-Dynamic Crossover ที่ผสานกับเทคโนโลยี Smart Hybrid จากซูซูกิ ซึ่งเป็นการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับ ISG พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไออน ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และช่วยในเรื่องของการออกตัวได้อย่างนุ่มนวล อีกทั้งยังบำรุงรักษาง่ายไม่ต่างจากเครื่องยนต์เบนซิน พร้อมตอกย้ำความมั่นใจของทุกท่านด้วยการรับประกันแบตเตอรี่นาน 5 ปีเต็ม

ซูซูกิ 5

NEW SUZUKI XL7 HYBRID เสริมความโดดเด่นของดีไซน์ ด้วยกระจังหน้าโครเมียมลายใหม่ มาพร้อมกับไฟหน้า LED รีเฟล็กเตอร์ และ Daytime Running Light และเสาอากาศแบบใหม่ ออกแบบด้านท้ายให้มีเส้นสายสะดุดตา ลงตัวกับไฟท้าย LED แบบ Light Guides ติดตั้งสัญลักษณ์ Hybrid บริเวณประตูท้าย และยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ คือ ราวหลังคาสไตล์สปอร์ต บ่งบอกถึงความเป็นรถครอสโอเวอร์ ที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง กับเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ถูกตกแต่งคอนโซลลายไม้ ผสมผสานกับดีไซน์คอนโซลแบบสปอร์ต มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงข้อมูลการขับขี่ Driving G-Force และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ครบครันด้วยหน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 10 นิ้ว มาพร้อมฟังก์ชันเอ็นเตอร์เทนเมนต์ รองรับทุกการเชื่อมต่อความบันเทิงภายในตัวรถ สะดวกไปกับแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พวงมาลัยเป็นทรง D-Shape แนวสปอร์ต มาพร้อมกับปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มสั่งการโทรศัพท์ เพิ่มความคล่องตัวให้กับการขับขี่ด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติหรือ Cruise Control

โดดเด่นและปลอดภัยด้วยแพลตฟอร์ม HEARTECT ที่ช่วยสมรรถนะในการขับขี่ มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กล้องมองภาพด้านหลัง ระบบเซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญานเตือนขณะถอยจอด ระบบ Hill Hold Control ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ระบบ Idling Stop ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองขณะรถหยุดวิ่ง

NEW SUZUKI XL7 HYBRID พร้อมวางจำหน่าย โดยมีสีและราคาจำหน่ายดังนี้
NEW SUZUKI XL7 HYBRID ราคา ราคาพิเศษช่วงแนะนำ
สีเทา (Metallic Magma Gray)
ดำ (Cool Black Metallic) 825,000.- 799,000.-
สีขาว (Pearl Snow White) 830,000.- 804,000.-
สีใหม่ สีเทาตัดหลังคาสีดำ (Savana Ivory Metallic/Cool Black Metallic)
สีส้มตัดหลังคาสีดำ (Rising Orange Pearl Metallic/Cool Black Metallic) 835,000.-809,000.-
สีขาวตัดหลังคาสีดำ (Pearl Snow White Cool Black Metallic) 840,000.- 814,000.-

พร้อมแคมเปญพิเศษ ขับฟรี 90 วัน หรือ เลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เพียงเดือนละ 8,146 บาท โดยราคาพิเศษช่วงแนะนำสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม-30 เมษายน 2567

“SUZUKI XL7 คือหนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ด้วยความครบครัน ทั้งด้านความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน รวมถึงสมรรถนะการขับขี่อันโดดเด่นที่พร้อมพาคุณไปพบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในทุกเส้นทาง โดยนับตั้งแต่เดือนเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2563 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2567 มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 8,699 คัน ซึ่งการแนะนำรุ่นใหม่ในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาเพิ่มตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้นมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน” นายวัลลภ กล่าว

ทั้งนี้ ซูซูกิ เตรียมกลับมาสร้างปรากฎการณ์ จิมนี่ ฟีเวอร์! อีกครั้ง ด้วยการนำรถยนต์สไตล์ออฟโรดขนาดเล็ SUZUKI JIMNY กลับมาเปิดจำหน่ายแก่ลูกค้า ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 99 คัน ในราคาเริ่มต้น 1,760,000 บาท โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนจองเพื่อลุ้นรับสิทธิ์ซื้อรถยนต์ SUZUKI JIMNY ตั้งแต่วันนี้ เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ถึงวันที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 22.00 น.

โดยผู้ลงทะเบียนยังไม่ต้องชำระเงินจองให้กับซูซูกิ ในกรณีที่มีผู้สนใจลงทะเบียนจองเกิน 99 คัน บริษัทฯ จะทำการรวบรวมรายชื่อที่ลงทะเบียนตรงตามเงื่อนไขตามวันและเวลาที่กำหนด นำไปจับฉลากเพื่อคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์ในการซื้อรถยนต์ SUZUKI JIMNY จำนวน 99 ท่าน พร้อมประกาศผลในวันที่ 9 เมษายน 2567 ผ่านเว็บไซต์ www.suzuki.co.th

นอกจากนั้น ยังขนกองทัพรถยนต์ที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่ามาร่วมจัดแสดงภายในงาน นำโดย SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID -The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด ซึ่งคว้ารางวัล Car of the Year 2024 หรือ รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 ประเภทรางวัล BEST HYBRID MINI MPV ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความโดดเด่นในคุณภาพของสินค้า ที่เต็มไปด้วยความคุ้มค่า คุ้มราคา ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค มาพร้อมเครื่องยนต์ HYBRID ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ SHVS จากซูซูกิ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator หรือ ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร เสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน ใช้งานได้อย่างไร้กังวล เพราะรับประกันอายุแบตเตอรี่นานถึง 5 ปี ราคาพิเศษหลังหักส่วนลดเริ่มต้นที่ 699,000 บาท

ซูซูกิ 6

SUZUKI SWIFT GL NEXT เร้าใจเกินพิกัด” พิเศษด้วยชุดแต่งรอบคันที่ถูกออกแบบมาเพื่อลูกค้าซูซูกิโดยเฉพาะ ตกแต่งด้วยชุดแต่ง GL NEXT ชุดสเกิร์ตรอบคัน บ่งบอกถึงความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดสติกเกอร์ GL NEXT Edition ที่จะถ่ายทอดทุกความเร้าใจให้คุณสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง ดีไซน์ภายในการตกแต่งด้วยลายเคฟลาร์ ตรงบริเวณคอนโซลและแผงประตูด้านข้าง จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เครื่องเล่นวิทยุที่สามารถรองรับการเล่นไฟล์ MP3, WMA เติมเต็มความบันเทิงในการขับขี่ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อตลอดการเดินทาง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 582,000 บาท

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว มอบความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร โดดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างสูงสุด ส่งผลให้ฐานลูกค้าในปัจจุบันไม่ใช่แค่เพียงแค่วัยรุ่นและวัยทำงาน แต่ยังเป็นหนึ่งในรถทางเลือกของครอบครัวขนาดเล็กอีกด้วย โดยมีทั้งในรุ่นเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ CVT ราคาเริ่มต้นที่ 338,000 บาท

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต SUZUKI CARRY ไม่ได้ถูกจดจำในฐานะ “Food Truck” ธุรกิจติดล้อเพียงอย่างเดียว แต่จะกลายเป็น Goods Truck และ Service Truck ที่สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจอื่นๆ การช่วยเหลือสังคม รวมถึงการปรับใช้ส่วนตัวเพื่อให้กลายเป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝัน เป็นเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ใช้ด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ในราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท และในครั้งนี้เราได้จับมือกับร้าน The Nail Bakery ที่จะมาเนรมิตรถยนต์ Suzuki Carry ให้เป็นร้านทำเล็บเคลื่อนที่ที่สามารถต่อยอดธุรกิจหรือเป็นไอเดียธุรกิจให้กับคนที่อยากมีอาชีพ และอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองอีกด้วย

ซูซูกิ 7

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ ซูซูกิได้จัดแคมเปญสุดคุ้ม “SUZUKI SUPER PLATINUM DEAL ดีลคุ้ม..ขั้นสุด” ให้ลูกค้าสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดคุ้มในทุกเงื่อนไขได้มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น ข้อเสนอขับฟรี 90 วัน พร้อมรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 150,000 บาท หรือจะเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 0.79% นาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งทุกรุ่น โดยแคมเปญ “SUZUKI SUPER PLATINUM DEAL ดีลคุ้ม..ขั้นสุด” จะเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 7 เมษายน 2567 โดยขอเชิญชวนลูกค้าติดต่อสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษของรถแต่ละรุ่นได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ หรือที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

ซูซูกิ 9
โปรโมชั่น งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (วันที่ 25 มีนาคม 2567-7 เมษายน 2567)

โปรโมชั่น NEW SUZUKI XL7 HYBRID
•ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือนเดือนละ 8,146 บาท
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี
โปรโมชั่น SUZUKI SWIFT
•เลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 5,780 บาท พร้อมรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท
•หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 0.79% นาน 60 เดือน
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี
โปรโมชั่น SUZUKI CIAZ
•ราคาเริ่มต้น 378,000 บาท พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี
โปรโมชั่น NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID
•ราคาเริ่มต้น 699,000 บาท พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี
โปรโมชั่น SUZUKI XL7
•ราคาเริ่มต้น 734,000 บาท พร้อมเลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี
โปรโมชั่น SUZUKI CELERIO
•เลือกรับข้อเสนอ ขับฟรี 90 วัน หรือผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน เดือนละ 3,488 บาท พร้อมรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 15,000 บาท
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 3 ปี
โปรโมชั่น SUZUKI CARRY
•รับข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
•หรือ เลือกรับ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นาน 60 เดือน
•หรือ รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท
•พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

Lamina Films เปิดตัว Lamina Digital Ceramic Onyx ตอบโจทย์ลูกค้ารถยนต์แห่งโลกอนาคต พร้อม Lamina AI ผู้ช่วยที่พร้อมให้คำปรึกษาด้านฟิล์มกรองแสงทุกเรื่อง ครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษคุณภาพสูง “ลูมาร์” ผลิตโดย อีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา และอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ “ธูเล่” จากประเทศสวีเดน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

เปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ในช่วงที่ผ่านมา ว่าผู้ใช้รถมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเมื่อรถยนต์มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป มีการใช้ระบบอัจฉริยะต่างๆ รวมถึงการใช้ระบบ AI มากขึ้นในรถยนต์ยุคใหม่ ลูกค้าก็ต้องการฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่รองรับการใช้งานระบบเหล่านี้ได้มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

“อย่างไรก็ตาม ความต้องการพื้นฐานของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ทั้งเรื่องของคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนจากแสงแดด การป้องกันรังสียูวี ความทนทานในการใช้งาน หรือแม้แต่เรื่องของความสวยงามเมื่อนำมาติดตั้งให้กับรถ ก็ยังเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคำนึงถึงมาโดยตลอด และลามิน่าฟิล์ม ก็ได้เดินหน้าแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรมาอย่างต่อเนื่อง”

Ms. Li Yin Lee Commercial Leader of Asia Pacific, Eastman Performance Films, USA เปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนของอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีความยินดีที่ได้มีโอกาสเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของบริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด พร้อมร่วมทำการเปิดตัวฟิล์มกรองแสงดิจิทัลเซรามิครุ่นใหม่   ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนานวัตกรรมฟิล์มกรองแสงรุ่นล่าสุดให้กับลูกค้าในประเทศไทยและทั่วโลก

ที่ผ่านมา ฟิล์มกรองแสงลามิน่าและลูมาร์ ล้วนเป็นแบรนด์ฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในคุณภาพ ทั้งจากค่ายรถชั้นนำและผู้ใช้รถทั่วโลกมาอย่างยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ เราได้ร่วมกันคิดค้น วิจัย และพัฒนาฟิล์มสมรรถนะสูงเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการมาอย่างต่อเนื่อง และเรามีความพร้อมแล้วที่จะเปิดตัวฟิล์มกรองแสงดิจิทัลเซรามิครุ่นใหม่ในครั้งนี้

“ฟิล์มกรองแสงดิจิทัลเซรามิครุ่นใหม่ จะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยและยังเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเรามั่นใจว่า นวัตกรรมล่าสุดที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมานี้ จะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ ในด้านการป้องกันความร้อนที่ยอดเยี่ยม การรับสัญญาณดิจิทัลที่เป็นเลิศ และความเคลียร์ชัดที่ดีที่สุด ถูกใจลูกค้าทั้งในประเทศไทยและตลาดโลกอย่างแน่นอน”

ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45  ลามิน่าได้เปิดตัวฟิล์มกรองแสงรุ่นใหม่อย่าง “ลามิน่า ดิจิทัล เซรามิค โอนิกซ์” (Lamina Digital Ceramic Onyx) เป็นครั้งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย กับฟิล์มกรองแสงที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘อัญมณีโมรา’  ให้ความสวยงามด้วยความเข้มงามสง่าภายนอก และให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมเคลียร์ชัดพิสุทธิ์ภายใน และมาพร้อมเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์ยุคใหม่ที่เหมาะสมกับการใช้งาน

โดยฟิล์มกรองแสงรุ่นใหม่ มาพร้อมคุณสมบัติการกันความร้อนและรังสียูวีที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งรองรับการใช้งานระบบดิจิทัลต่างๆ อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น 5G / Wifi-7 / Bluetooth-5.4 / OTA / ADAS / Infotainment/ GPS และ Easy Pass ซึ่งเป็นผลมาจากการเลือกใช้นวัตกรรมระดับโลกอย่าง AntiSolar Plus และดิจิทัลบูสต์ ซี่งเป็นลิขสิทธิ์ของลามิน่าฟิล์มและอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม ร่วมกันคิดค้นขึ้นมา

“ลามิน่า ดิจิทัล เซรามิค โอนิกซ์ เป็นฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์แบบเซรามิค ที่ให้ทั้งความหรูหราและสวยงามเมื่อติดตั้ง กันความร้อนและรังสียูวีได้อย่างยอดเยี่ยม และยังช่วยให้รถยนต์ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์แบบดิจิทัล ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่  และอำนวยความสะดวกในการใช้งานระบบต่าง ๆ ภายในตัวรถ ซึ่งที่ผ่านมาลามิน่า ฟิล์มได้ติดตั้งฟิล์มกลุ่มดิจิทัลบูสต์ไปให้ลูกค้าแล้วมากกว่า 1 ล้านคัน”

นอกเหนือจากคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมแล้ว ฟิล์มกรองแสงลามิน่า ดิจิทัล เซรามิค โอนิกซ์ยังมาพร้อมทางเลือกที่ลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งได้ตามความต้องการใน 3 รุ่นย่อย มีคุณสมบัติลดความร้อนจากแสงแดดตั้งแต่ 47-55% สะท้อนแสง 5-7% แสงส่องผ่าน 6-30% แต่ทุกรุ่นจะมาพร้อมคุณสมบัติการป้องกันรังสียูวี 99% โดยสามารถเลือกติดตั้งได้ตามความต้องการตามโชว์รูมรถยนต์ชั้นนำ

นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่แล้ว  ในปีนี้ ลามิน่าฟิล์ม ยังได้ตอบรับกระแสการเติบโตของ AI ตอกย้ำความเป็นฟิล์มแห่งยุคดิจิทัล ด้วยการเปิดตัวผู้ช่วยน้องใหม่อย่าง ‘น้องลามิน’ ที่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงทุกเรื่องแบบอัตโนมัติ เสมือนมีเพื่อนรู้ใจมาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ผ่านช่องทาง www.laminafilms.com และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ของลามิน่าฟิล์ม

นางสาวจันทร์นภากล่าวว่า ตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์จะเดินหน้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายต่างก็ต้องเตรียมพร้อมทั้งเรื่องของสินค้าและการให้บริการที่ดีเยี่ยม  เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบครัน    ทั้งเรื่องของฟิล์มกรองแสง การให้ข้อมูล และการให้บริการอย่างครบวงจร

ลามิน่าจะตอกย้ำในการเป็นผู้นำในตลาดฟิล์มกรองแสงดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ยังมีการพัฒนาและอบรมช่างติดตั้งฟิล์มกรองแสงทั่วประเทศ รวมถึงการปรับในส่วนของผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการติดตั้งให้เหมาะสม ซึ่งบริษัท่ได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้า พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นมากมายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ครั้งที่ 45 นี้

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ว่าแนวโน้มของตลาดยังไม่มีความชัดเจนนัก จากยอดจำหน่ายในช่วงต้นปีที่ยังไม่เติบโต และปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจที่ยังไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์อาจจะเติบโตน้อยมาก โดยในส่วนของบริษัทฯ​ คาดหวังว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2567 น่าจะมียอดจำหน่ายที่ใกล้เคียงกับปี 2566 ที่ผ่านมาเป็นอย่างน้อย

“ตลาดรถยนต์ไทยในปีที่ผ่านมาหดตัวไป 9% หรือมียอดขายที่ประมาณ​ 7.75 แสนคัน และแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าตลาดอาจจะเติบโตไปที่ 8 แสนคันในปีนี้ แต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายกลับหดตัวมากกว่า 16% ทำให้เชื่อว่าตลาดอาจจะเติบโตได้ยาก  เพราะฉะนั้นหากทำได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาก็ถือว่าดีมากแล้ว   และลามิน่าฟิล์มคาดว่าจะมีรายได้ 770 ล้านบาทในปีนี้ เติบโต 4% จากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 740 ล้านบาท”

ผู้ที่สนใจจะติดตั้งฟิล์มกรองแสงลามิน่า ห้ามพลาดการเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ครั้งที่ 45 ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน พ.ศ.2567 นี้   ซึ่งบริษัทได้เข้าร่วมแสดงสินค้าที่บูธหมายเลข B 2 อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งภายในงานจะมีการแสดงสินค้า โปรโมชั่นที่น่าสนใจต่าง ๆ อย่างครบครัน ห้ามพลาดกันอย่างแน่นอน

มาสด้า เผยเทคโนโลยีแห่งอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าพลังโรตารี่ Mazda MX-30 e-SKYACTIV R-EV

0

บูธมาสด้าคึกคักลูกค้าต่างหลั่งไหลชมเทคโนโลยีใหม่ พร้อมปลุกตำนานโรตารี่ด้วยการจัดแสดงเทคโนโลยีแห่งอนาคต Mazda MX-30 e-SKYACTIV R-EV ซึ่งเป็นสุดยอดของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบไฟฟ้ากับเครื่องยนต์โรตารี่ กลายเป็น Plug-in Hybrid ขับเคลื่อนด้วยพลังานไฟฟ้าได้ไกลถึง 85 กิโลเมตร และเมื่อเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้ากลับเข้ามาในแบตเตอรี่จะทำให้ขับขี่ได้ไกลกว่า 600 กิโลเมตร ให้ทุกการเดินทางสะดวกสบายไร้ความกังวลและไปได้ไกลกว่า มาให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด พร้อมรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟและการออกแบบอันสง่างามจาก โคโดะ ดีไซน์ มาให้คนไทยได้เป็นเจ้าของด้วยแคมเปญสุดพิเศษ

พร้อมออกแบบบูธใหม่ทั้งหมด ภายใต้ธีม Love of Cars ได้แรงบันดาลใจจากการมีลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งในทุกประสบการณ์ของการเดินทาง เป็นศูนย์รวมความสุขของผู้ที่รักในรถยนต์ ส่วนไฮไลท์สำคัญ คือ การจัดแสดงเทคโนโลยี Multi-Solution มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ส่งมอบเทคโนโลยีที่มีความหลากหลายและมีความเหมาะสมในแต่ละภูมิภาค เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า นี่คือหนึ่งใน Multi-Solution เทคโนโลยีแห่งอนาคตจากมาสด้า การนำเทคโนโลยี e-SKYACTIV R-EV มาใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Mazda MX-30 R-EV เป็นการปลุกตำนานเครื่องยนต์โรตารี่ ต้นกำเนิดรถสปอร์ตมาสด้าหลากหลายรุ่นในอดีต ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบันกลายเป็นดีเอ็นเอสายพันธุ์สปอร์ตที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

รถยนต์ที่มาสด้าจัดแสดง ประกอบด้วย รถสปอร์ตโรดสเตอร์เจนเนอเรชั่นล่าสุด New Mazda MX-5 แบรนด์ไอคอน New Mazda BT-50 พร้อม…ให้คุณออกนำทุกเส้นทาง และ Mazda6 20th Anniversary Edition สปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ ตอกย้ำความหรูหรา สง่างาม ผสานความสปอร์ต ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด พร้อมทั้งรถยนต์นั่ง Mazda2 เลือกความแตกต่างได้อย่างเต็มที่กับหลากหลายดีไซน์ ตอบรับไลฟ์สไตล์ความสนุกเท่าที่ใจต้องการ ทั้งรุ่นซีดานและแฮตช์แบ็ค Mazda3 สปอร์ตพรีเมี่ยมที่เติมเต็มเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ดีไซน์สะกดสายตาในทุกมุมมองทั้งซีดานและฟาสแบ็ค รวมถึงรถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวีตระกูล CX-Series ประกอบด้วย Mazda CX-3 ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นเริ่มต้น ที่พร้อมพาคุณออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ไม่สิ้นสุด Mazda CX-30 ยนตรกรรม Crossover SUV พร้อมเติมเต็มความหมายให้กับทุกด้านของชีวิตอย่างมีสไตล์ ต้นแบบของความสง่างาม Mazda CX-5พลังความสุข ที่เร้าใจทุกเส้นทาง แฟมิลี่เอสยูวีที่เติมเต็มการใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกวันกับครอบครัว Mazda CX-8 ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียม ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความภูมิฐาน และความสมบูรณ์แบบ ให้ทุกช่วงเวลามีคุณค่าร่วมกัน

นอกจากนี้ มาสด้ายังนำรถยนต์ทุกรุ่นมาจัดแสดงพร้อมให้คนไทยได้จับจองเป็นเจ้าของด้วยแคมเปญสุดพิเศษ Mazda Super Offer ข้อเสนอในฝันที่ใครๆ ก็อยากจับจอง ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* ส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) 5 ปี* ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance รวมมูลค่าสูงสุด 100,861 บาท* เมื่อจองรถมาสด้าทุกรุ่นรับฟรีเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ มูลค่า 2,890 บาท** นอกจากนี้ Mazda Family หรือ เจ้าของรถยนต์มาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่ รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท* ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึง 7 เม.ย. 67 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศและที่บูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.mazda.co.th