Home Blog Page 150

กลุ่มอรุณ พลัส – MGC ASIA จัดตั้ง ซี โมบิลิตี้ พลัส เป็นผู้แทนจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ ซีคเกอร์ อย่างเป็นทางการเจ้าแรกในประเทศไทย

0

นายเอกชัย ยิ้มสกุล (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด และ ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA รับมอบสิทธิ์การเป็นผู้แทนจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ ซีคเกอร์ อย่างเป็นทางการ จาก นายอเล็กซ์ เป่า (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้บริหาร ซีคเกอร์ ประจำภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี นาย มาร์ส เฉิน (ที่ 2 จากซ้าย) รองประธาน บริษัท ซีคเกอร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี จำกัด เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวเจิดนภางค์ ธรรมชวนวิริยะ (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชีกลุ่ม MGC-ASIA นายเอก ปิยะมัยคงเดช (ขวาสุด) ผู้จัดการ อรุณ พลัส และ นายแฟรงค์ ลี (ซ้ายสุด) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ซีคเกอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยพิธีนี้เป็นพิธีแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า ซีคเกอร์ เจ้าแรกในประเทศไทย ระหว่าง ซีคเกอร์ และ บริษัท ซี โมบิลิตี้ พลัส จำกัด ภายใต้บริษัท นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มอรุณ พลัส และกลุ่ม MGC-ASIA มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร พร้อมทำหน้าที่นำเสนอบริการที่ดีที่สุด ทั้งก่อนและหลังการขาย ให้กับลูกค้าทั่วประเทศ แบบครบวงจร พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในอนาคต

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แต่งตั้ง มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้ง มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ซึ่งย้ายไปรับตำแหน่งประธานและซีอีโอ ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โปแลนด์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด จะเข้ามาบริหารบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมกว่าสองทศวรรษกับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยได้รับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในประเทศเยอรมนี อินเดียและออสเตรเลีย นอกจากตำแหน่งปัจจุบันในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายขายที่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ออสเตรเลีย มร. แกร์ฮาร์ด ยังเคยรับตำแหน่ง Dealer Principal ของบีเอ็มดับเบิลยู ซิดนีย์ และ มินิ การาจ และได้ทำงานร่วมกับทีมในการยกระดับบีเอ็มดับเบิลยูสู่การเป็นผู้จำหน่ายอันดับหนึ่งในตลาดยานยนต์พรีเมียมของออสเตรเลียได้อย่างประสบความสำเร็จ ด้วยประสบการณ์ทางธุรกิจทั้งด้านขายปลีกและขายส่งยานยนต์ มร. แกร์ฮาร์ด ได้พิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและโดดเด่น

มร. ฌอง ฟิลิปป์ ปาแร็ง รองประธานอาวุโสฝ่ายการขาย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กล่าวว่า “วิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ มร. แกร์ฮาร์ด ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและความร่วมมือสอดคล้องกับค่านิยมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ซึ่งจะส่งเสริมให้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ขับเคลื่อนไปอีกระดับในตลาดยานยนต์พรีเมียมได้แน่นอน”

“นอกจากนี้ ผมขอแสดงความชื่นชม มร. บารากา กับการเป็นผู้นำอันโดดเด่นและความมุ่งมั่นที่มีต่อองค์กร ภายใต้การบริหารงานของ มร. บารากา นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้สร้างหมุดหมายแห่งความสำเร็จที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมถึง 4 ปีติดต่อกัน การได้รับการประเมินด้านความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุดทั้งในด้านการขายและการให้บริการลูกค้า ความทุ่มเทที่มีค่าของ มร. บารากา เป็นสิ่งที่สำคัญต่อความสำเร็จของเรา และเรามั่นใจว่า มร. บารากา จะสร้างความสำเร็จในเชิงบวกที่ดียิ่งต่อองค์กร และนำทีมใหม่ไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกอย่างแน่นอน” มร. ฌอง-ฟิลลิปป์ ปาแร็ง กล่าวสรุป

การประกาศแต่งตั้ง มร. แกร์ฮาร์ด และตำแหน่งใหม่ของ มร. บารากา ยังเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการขับเคลื่อนสู่การเติบโตและความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างมีประสิทธิภาพ

เอ็มจี จัดข้อเสนอสุดพิเศษครบทุกรุ่น ในงาน มอเตอร์โชว์ 2024

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดข้อเสนอพิเศษครบทุกรุ่นทุกรูปแบบการขับเคลื่อน พร้อมเปิดตัว 4 รุ่นไฮไลท์ ให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของยนตรกรรมที่มาพร้อมเทคโนโลยี ความทันสมัย และคุณภาพ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (Motor Show 2024)ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A8 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 7 เมษายน 2567   

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มอเตอร์โชว์ในปีนี้ เอ็มจี เฉลิมฉลองในโอกาสที่แบรนด์ครบรอบ 100 ปี มาพร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่มากมายไม่ว่าจะเป็น NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง รุ่นพวงมาลัยขวา NEW MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็คอีวีที่ขับสนุกและเร้าใจ ซึ่งเปิดตัวพร้อมกันมากถึง 3 รุ่น ทั้ง รุ่น STANDARD RANGE และ รุ่น LONG RANGE ที่ผลิตจากสายการผลิตในไทย และรุ่นที่มีสมรรถนะสูงอย่าง รุ่น XPOWER และสร้างสีสันให้ตลาดในกลุ่ม B-sedan ด้วย NEW MG5 PRO รถสปอร์ตคูเป้ซีดานที่ได้รับการปรับโฉมให้ดูโดดเด่นแตกต่างกว่าใคร เป็นโมเดลที่สะท้อนแนวทางการตลาดใหม่ที่ฉีกกรอบของ เอ็มจี

พร้อมบิ๊กเซอร์ไพรส์กับการนำ NEW MG MAXUS 7 ซึ่งเป็น E-MPV 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ ไซส์กลาง มาจัดแสดงและเปิด Pre-booking ให้คนไทยได้เป็นเจ้าของด้วยข้อเสนอพิเศษก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ รวมทั้งการเปิดแคมเปญและข้อเสนอเด็ดๆ ที่จัดเต็มในทุกรุ่นครอบคลุมยนตรกรรมครบทุกรูปแบบการขับเคลื่อน โดยเรามีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งมอบความคุ้มค่าให้ผู้สนใจสามารถเลือกเป็นเจ้าของยนตรกรรมรุ่นต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น”

แคมเปญและข้อเสนอพิเศษสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า

(1) NEW MG ZS EV รถ SUV ไฟฟ้า ที่แจ้งเกิดตลาดอีวีในไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด กับ MG Smart Sales Package

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 88%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี สาย V2L จำนวน 1 ชุด
  • รับประกันคุณภาพ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เฉพาะรุ่นฉลองครบ 100 ปี ของการเป็น โกลบอลแบรนด์ ของ เอ็มจี กับ รุ่นพิเศษ MG ZS EV 100th Anniversary Special Edition ราคาเพียง 899,900 บาท

(2) NEW MG EP Plus รถสเตชันวากอนไฟฟ้าที่ครบทุกฟังก์ชันอีวี สมรรถนะดี ประหยัด คุ้ม

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมค่าติดตั้ง
  • รับประกันคุณภาพ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

(3) NEW MG ES รถสเตชันวากอนไฟฟ้าที่พร้อมเสิร์ฟความสะดวกสบายกับสไตล์ที่เรียบหรูทันสมัยและอเนกประสงค์

  • รับดอกเบี้ยพิเศษ 99%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี สาย V2L จำนวน 1 ชุด
  • รับประกันคุณภาพ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

แคมเปญและข้อเสนอพิเศษสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานทางเลือก

(1) MG HS PHEV ปลั๊กอินไฮบริดเอสยูวี ที่เรียบหรู ดูพรีเมียม มาพร้อมกับ Exclusive Deal

  • ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 999,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 84 เดิอน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • รับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • พิเศษ! รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

(2) MG VS HEV สปอร์ตไฮบริดเอสยูวีกับประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและเร้าใจ ที่มีให้เลือก 2 ข้อเสนอพิเศษ

  • ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 754,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 72 เดิอน หรือ เอ็มจี ช่วยผ่อน นาน 10 เดือน มูลค่า 45,000 บาท (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เฉพาะรุ่นฉลองครบ 100 ปี ของการเป็น โกลบอลแบรนด์ ของ เอ็มจี กับ รุ่นพิเศษ MG VS HEV 100th Anniversary Special Edition

  • ราคาเพียง 789,900 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

 

แคมเปญและข้อเสนอพิเศษสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน

(1) NEW MG5 สปอร์ตคูเป้ซีดานที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดในเซกเมนต์ มาพร้อมหลากข้อเสนอพิเศษ

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 72 เดือน หรือ ผ่อนเพียงวันละ 200 บาท หรือ เอ็มจี ช่วยผ่อน นาน 10 เดือน มูลค่า 20,000 บาท (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

รุ่นพิเศษ MG5 10th Anniversary Special Edition

  • เลือกรับดอกเบี้ย 88%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

(2) MG ZS เอสยูวีรุ่นยอดนิยมของ เอ็มจี ที่ยอดขายทั่วโลกกว่า 1.06 ล้านคัน

  • ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 639,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 72 เดิอน หรือ เอ็มจี ช่วยผ่อน นาน 10 เดือน มูลค่า 30,000 บาท (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

เฉพาะรุ่นฉลองครบ 100 ปี ของการเป็น โกลบอลแบรนด์ ของ เอ็มจี กับ รุ่นพิเศษ MG VS HEV 100th Anniversary Special Edition

  • ราคาเพียง 659,900 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

(3) MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ที่ให้มากกว่าความแกร่ง มาพร้อมกับดีลพิเศษ Smart Choice

  • ดาวน์เริ่มต้น 3,100 บาท หรือ เอ็มจี ช่วยผ่อน นาน 12 เดือน เริ่มต้นวันละ 140 บาท หรือ เดือนละ 4,212 บาท (เลือกอย่างได้อย่างหนึ่ง)
  • ทุกรุ่นรับส่วนลดเพิ่มอีก 20%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  • ฟรี ชุดพรมปูพื้น

*หมายเหตุ: ทุกข้อเสนอพิเศษ เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

 

นอกจาก แคมเปญที่มอบความคุ้มค่าแล้ว ยนตรกรรมของ เอ็มจี ยังสามารถตอกย้ำความมั่นใจทุกการขับขี่ โดยล่าสุดได้รับรางวัลการันตีคุณภาพและความนิยมจากเวที รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 หรือ CAR OF THE YEAR 2024 จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย รางวัล Best Sedan Under 1,500 CC กับ รุ่น NEW MG5 10TH ANNIVERSARY SPECIAL EDITION รางวัล Best EV Station Wagon กับรุ่น NEW MG ES รางวัล Best EV MPV กับรุ่น NEW MG MAXUS 9 และรางวัล Best CKD EV กับรุ่น NEW MG VS HEV

เชิญพบกับยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ความทันสมัย และความคุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกความต้องการและพร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์จาก เอ็มจี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่ให้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A8 ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (มอเตอร์โชว์ 2024) อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของ เอ็มจี กว่า 150 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง วันที่ 7 เมษายน 2567 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.mgcars.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

ฟอร์ด ปลื้ม! เอเวอเรสต์ แพลทินัม จองครบ 350 คัน ภายในวันแรก

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จของรถยนต์รุ่นล่าสุด ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ที่กวาดยอดจองเต็ม 350 คัน ภายในวันแรก หลังจากเปิดรับจองพร้อมกันทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ www.ford.co.th เมื่อวันที่ 26 มีนาคม เวลา 12:00 น. สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อสมรรถนะอันเหนือชั้นและเทคโนโลยีล้ำสมัยของรถฟอร์ด ลูกค้าที่จองหลังจากนี้จะอยู่ในรายชื่อสำรอง และฟอร์ดจะแจ้งให้ทราบต่อไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงลำดับการจองก่อนหน้า

“ฟอร์ดขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้ความสนใจฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม อย่างคับคั่ง เราภูมิใจที่รถรุ่นใหม่ของเราได้สร้างสีสันให้กับตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้งกับปรากฎการณ์กระแสตอบรับล้นหลามจากลูกค้ากับยอดจองเต็มโควต้าในเวลาอันรวดเร็ว นับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความไว้วางไว้ใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ฟอร์ดและสมรรถนะที่ล้ำไปอีกขั้น โดยฟอร์ดจะเริ่มทยอยส่งมอบฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ให้ลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมหเป็นต้นไปตามลำดับการจอง” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดแบบ E-Shifter ภายนอกออกแบบอย่างเรียบหรูสไตล์แพลทินัม ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ดีไซน์ใหม่ พร้อมตัวอักษร PLATINUM อันเป็นเอกลักษณ์ สีโครเมียม 3 ตำแหน่งบนฝากระโปรงหน้า บานประตูคู่หน้า และฝาท้าย หลังคาสีดำ พร้อมตราสัญลักษณ์ วี 6 โดดเด่นบนช่องระบายอากาศด้านข้างตัวถัง ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว และระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting) ห้องโดยสารภายในมาพร้อมความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถ PPV อย่างเบาะนั่งคนขับและเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศและระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่ง และฟังก์ชันการปรับตำแหน่งเบาะที่นั่งให้เข้าออกสะดวกสำหรับเบาะนั่งคนขับ (Easy Entry and Exit) รวมถึงระบบเสียง Bang & Olufsen® ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์ ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาความเป็นเลิศในการใช้ชีวิตขณะที่ยังคงแสวงหาการผจญภัย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม จำหน่ายในราคา 2,279,000 บาท

ลูกค้าสามารถชมตัวจริงของรถรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด และทัพรถยนต์ยอดนิยมของฟอร์ด พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจได้ที่บูธ A2 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์  1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน พ.ศ. 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. ในวันธรรมดา และ 11.00 – 22.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับรถฟอร์ด รุ่นย่อยใหม่ ได้ทางเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook ฟอร์ด, YouTube Ford Thailand, TikTok Ford Thailand และ Line @FordThailand ผ่านแฮชแท็ก #FordLevelsUp #RangerV6 #EverestV6 #YouCantFakeTough

หมายเหตุ: การส่งมอบรถจะพิจารณาจากหลายปัจจัย รวมถึง ลำดับการจองจาก www.ford.co.th การได้รับอนุมัติสินเชื่อ ตลอดจนรถและสีที่พร้อมส่งมอบ ทั้งนี้ ระยะเวลาส่งมอบอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามระยะทางของจังหวัดที่มีการส่งมอบ

“ไทยยามาฮ่ามอเตอร์” ครบรอบ 60 ปี สุดยิ่งใหญ่ โชว์นวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำ ชูคอนเซ็ปต์ “YAMAHA REV PREMIUM MOBILITY WORLD” พร้อมเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่น ตอบโจทย์ทุกเซ็กเม้นท์ในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ฉลองครบรอบ 60 ปี ยกทัพนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำเข้าร่วมในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ภายใต้แนวคิด “YAMAHA REV PREMIUM MOBILITY WORLD โลกแห่งยนตกรรมสุดพรีเมี่ยม สู่อิสรภาพแห่งความเร้าใจในการเดินทางแบบไร้ขีดจำกัด” สื่อสารผ่านการออกแบบ และดีไซน์ ภายใต้แนวคิด The Limitless Movement สะท้อนความอิสระ ไม่หยุดนิ่ง ผสมผสานเทคโนโลยี และนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาในการยกระดับสินค้า และบริการสู่ความพรีเมียม เพื่อตอบสนองความพึงพอใจสูงสุด

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงแนวความคิด และการออกแบบบูธยามาฮ่าในปีนี้ว่า“ในโอกาสที่ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ดำเนินธุรกิจรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าครบรอบ 60 ปี ในประเทศไทย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ เราจึงได้ทำการออกแบบ และการนำเสนอบูธยามาฮ่าอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีชื่อว่า “YAMAHA REV PREMIUM MOBILITY WORLD โลกแห่งยนตกรรมสุดพรีเมี่ยม สู่อิสรภาพแห่งความเร้าใจในการเดินทางแบบไร้ขีดจำกัด” ซึ่งยามาฮ่าได้พยายามคิดค้น และพัฒนาเทคโนโลยีของโลกยานยนต์ เพื่อที่จะมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ให้มีความสะดวกสบาย และมีความสุขทุกครั้งที่ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า

โดยในปีนี้ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ได้นำเทคโนโลยีอันทันสมัยของยามาฮ่าจากงาน Japan Mobility Show 2023 ที่ประเทศญี่ปุ่น มาจัดแสดงให้กับชาวไทยได้สัมผัสถึงเทคโนโลยีของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าครั้งแรกในประเทศไทย ทั้ง MOTOROiD2 (โมโตรอยด์ทู) ยานยนต์แห่งอนาคตเหนือจินตนาการ ที่สามารถผสานความรู้สึกของมนุษย์ และเครื่องจักรไปพร้อมกัน มาพร้อมระบบการทรงตัวที่สามารถเคลื่อนที่ไปตามผู้ขับขี่ เสมือนได้ขับเคลื่อนไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทาง ด้วยการติดตั้งระบบควบคุม Active Mass Center (AMCES) เพื่อตรวจจับ และปรับสมดุลของตัวรถ ผสาน AI จดจำและตอบสนองต่อใบหน้าและท่าทางของผู้ขับขี่ พร้อมโครงสร้าง LEAF ที่มีคุณสมบัติตอบสนองการขึ้น /ลง ที่ไม่เคยมีในรถจักรยานยนต์มาก่อน และ YAMAHA ELOVE ยนตรกรรมที่ปฎิวัติวงการ ด้วยแนวคิดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งระบบ AMSAS (Advanced Motorcycle Stabilization Assistant System) ช่วยให้รถจักรยานยนต์ทรงตัวได้เองในความเร็วต่ำ เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ เมื่อผู้ขับขี่เกิดความเหนื่อยล้าในขณะขับขี่ แต่ยังคงสามารถเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย

และในครั้งนี้ เราได้นำ e-plegona เครื่องเล่นที่ออกแบบด้วยการผสานระหว่างศิลปะและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยมีวัตถุประสงค์ในการสำรวจ และศึกษาวิธีการสร้างประสบการณ์ “Kando*” ที่ใช้สื่อความหมายถึงอารมณ์ความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ และพึงพอใจอย่างมาก ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันเมื่อได้เจอกับประสบการณ์ที่น่าประทับใจเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นปรัชญาองค์กรร่วมกันของ ยามาฮ่า มอเตอร์ และ ยามาฮ่า คอร์ปอร์เรชั่น
(*คำในภาษาญี่ปุ่นที่ใช้สื่อความหมายถึงอารมณ์ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจเละพึงพอใจอย่างมาก ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันเมื่อได้เจอกับประสบการณ์ที่น่าประทับใจเป็นพิเศษ)

พร้อมกันนี้ยังมียานยนต์ไฟฟ้า YAMAHA E01 และ YAMAHA NEO’s ยนตรกรรมแห่งยุคยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้ ที่พร้อมเชื่อมทุกการเดินทาง รวมทั้งรถจักรยานเสือภูเขาแบบใช้แบตเตอรี่ YAMAHA YPJ-MT PRO นำมาจัดแสดงภายในบูธอีกด้วย

สุดท้ายนี้ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้ามาร่วมสัมผัสกับความพรีเมี่ยมจากนวัตกรรมยานยนต์และประสบการณ์ใหม่สุดเร้าใจภายในบูธ “YAMAHA REV PREMIUM MOBILITY WORLD” ไปพร้อมๆ กันครับ”

นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ในบูธยามาฮ่าในปีนี้ว่า “ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 4 รุ่นภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกๆ เซ็กเม้นท์

เริ่มด้วย NEW YAMAHA MT-09SP สุดยอดเครื่องยนต์แบบ CP3 Hyper Naked ขนาด 890 ซีซี ที่ปลุกเร้าความตื่นเต้นอย่างแท้จริง ด้วยสเปคระดับพรีเมียมที่ให้การควบคุม และความแม่นยำระดับ SuperSport มาพร้อมสีใหม่ Icon Performance พร้อมให้เป็นเจ้าของในราคาแนะนำที่ 489,000 บาท และนอกจากนี้ ยังมี NEW YAMAHA MT-09 เพิ่มสมรรถนะของ Hyper Naked พร้อมการควบคุมที่เฉียบคม เครื่องยนต์สามสูบ 890 ซีซี อันเร้าใจ เทคโนโลยีชั้นนำของคลาส และรูปลักษณ์ใหม่สุดขั้ว พร้อมเปิดให้จองในงานราคาแนะนำที่ 447,000 บาท

NEW YAMAHA EXCITER155 แรงเข้าเส้น…Xciting Blood เครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA ดีไซน์แฟริ่งใหม่ และเบาะนั่ง Double Super Sports โฉบเฉี่ยวเร้าใจ สะท้อน R-DNA สายพันธุ์สปอร์ต มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ให้ทุกจังหวะหัวใจ เต้นรัวไปกับความแรง ด้วยระบบเบรกหน้า ABS ช่วยป้องกันการล้อล็อค สะดวกสบายมากขึ้นกับระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ และ DC Charging Socket ที่ให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ เต็มที่กับทุกเส้นทาง มาพร้อม 3 สีใหม่ สีเทา-น้ำเงิน, สีดำ และสีน้ำเงิน เป็นเจ้าของ NEW YAMAHA EXCITER155 ได้ในราคาแนะนำที่ 79,500 บาท

ALL NEW YAMAHA PG-1…Playful Custom Limited Edition ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน กับ 2 คอนเซ็ปต์ ให้ทุกคนได้สนุกในสไตล์ที่แตกต่าง คอนเซ็ปต์ Dusty Tracker สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสายลุย และคอนเซ็ปต์ Escape Camper สำหรับสายแคมป์ปิ้ง โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 400 คัน เท่านั้นพร้อมกับราคาแนะนำที่ 73,500 บาท

และเทรนดี้สกู๊ตเตอร์ของคน Gen Fazz อย่าง YAMAHA FAZZIO ที่ได้ Collab กับแบรนด์แฟชั่นยอดนิยมระดับโลกอย่าง FILA มาร่วมออกแบบ และดีไซน์อัพลุคพิเศษ ให้ YAMAHA FAZZIO x FILA โดดเด่นด้วยสีสัน และกราฟิกสไตล์ FILA แบรนด์แฟชั่นของคน Gen Fazz สนุก พร้อมรับหมวกกันน็อก เสื้อแจ็กเก็ด และชุดแต่งคอลเล็กชั่นพิเศษสุดเท่ Fazzio x FILA Collection สุด Limited เพียง 2,500 คัน เท่านั้น เป็นเจ้าของ YAMAHA FAZZIO ได้ในราคาแนะนำ 62,900 บาท

เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เรายังได้นำรถจักรยานยนต์ YAMAHA YG-1 ซึ่งถือเป็นรถจักรยานยนต์รุ่นแรก ที่จำหน่ายในประเทศไทย มาจัดแสดงในโซน 60th Anniversary พร้อมกับ FINO FINAL EDITION Emblem Number 001 คันเดียวในโลกที่ให้ทุกท่านมาร่วมประมูลเริ่มต้นที่ราคา 50,900 บาท เพื่อนำรายได้จากการประมูลสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนาฯ

นอกจากนี้ ยังมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกเซ็กเม้นท์อย่างครบครัน อีกทั้งยังมียานยนต์ทางน้ำอย่าง YAMAHA WAVE RUNNER และ YAMAHA SUPER JET รวมทั้งเครื่องแต่งกาย YAMAHA APPAREL & ACCESSORIES ให้ทุกท่านได้เลือกช้อปตามสไตล์ของตัวเอง ขอให้ทุกท่านได้ร่วมชมนวัตกรรมจากยามาฮ่า และร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆภายในบูธของเรานะครับ”

สำหรับ YAMAHA REV IDOL ของบูธยามาฮ่าในปีนี้ได้รับเกียรติ 2 สาวสวยดีกรีจากมิสแกรนด์สมุทรปราการ ปี 2023 “น้องรถเบนซ์ สุภาพร ยมรักษ์” และมิสแกรนด์สงขลา ปี 2020 “น้องมะนาว นารีรัตน์ จันทร์ปลอด” มาเพิ่มความพรีเมี่ยมให้กับบูธ และยังมี Yamaha Advisor หนุ่มหล่อ สาวสวย Gen ใหม่ จากไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ที่พร้อมให้ข้อมูลและให้ความช่วยเหลือแก่ทุกท่านภายในบูธ “YAMAHA REV PREMIUM MOBILITY WORLD”

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ยังคงจัดเต็มด้วยโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับรถจักรยานยนต์ขนาด 115 – 155 ซีซี และรถจักรยานยนต์ขนาด 400 – 1,000 ซีซี รับ Gift Voucher มูลค่าสูงสุดถึง 75,000 บาท พร้อมเติมเต็มการใช้งานด้วยประกันภัยชั้น 1 พร้อมของแถมสุดพิเศษ สำหรับยานยนต์ทางน้ำ YAMAHA WAVERUNNER รับ Gift Voucher สูงสุด 120,000 บาท และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายรับส่วนลดสูงสุด 50 %

โปรโมชันพิเศษสำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี

• XMAX Connected & TechMAX ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

• NMAX155 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท บัตรน้ำมันมูลค่า
3,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก MAX Series 1 ใบ
(หมวกกันน็อกจำกัด 50 คันแรกเท่านั้น)

• FAZZIO HYBRID ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท พร้อม FAZZIO
BUDDY PACK มูลค่า 2,000 บาท (FAZZIO BUDDY PACK จำนวนจำกัด 200 คัน แรกเท่านั้น)

• GRAND FILANO HYBRID ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท พร้อมหมวกกัน
น็อก GRAND FILANO มูลค่า 990 บาท (หมวกกันน็อกจำนวนจำกัด)

• AEROX 155 ปี 2023 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท บัตรน้ำมันมูลค่า
2,000 บาท พร้อมเสื้อแจ็คเก็ต และหมวกกันน็อก (เสื้อแจ็คเก็ต และหมวกกันน็อกจำกัด 50 คันแรกเท่านั้น)

• New YAMAHA EXCITER155 ฟรี! กระเป๋าสะพายข้าง Exciter Limited Edition มูลค่า
690 บาท (จำนวนจำกัด 100 คัน แรกเท่านั้น)

• All New YAMAHA PG-1 ฟรี! ชุดโต๊ะ และเก้าอี้จาก Coleman มูลค่า 1,800 บาท
Playful Custom Limited Edition (จำนวนจำกัด 100 คัน แรกเท่านั้น)

• FINN ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท พร้อมบัตรกำนัลจาก
โลตัส มูลค่า 500 บาท

• XSR155 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท พร้อมหมวกกัน
น็อก XSR155 มูลค่า 1,900 บาท (หมวกกันน็อกจำกัด 20 คัน แรกเท่านั้น)

• R15 Connected ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก
R15M Connected-ABS R15 มูลค่า 1,790 บาท (หมวกกันน็อกจำกัด 20 คัน แรกเท่านั้น)

• MT-15 ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก
MT-15 มูลค่า 2,400 บาท (หมวกกันน็อกจำกัด 20 คัน แรกเท่านั้น)

• WR155R ฟรี! Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท

พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จอง All New YAMAHA PG-1, R15, R15M และ MT-15 รับสิทธิพิเศษมอบคูปองส่วนลด 30% ในการซื้อ Apparel คอลเลคชันรถรุ่นนั้นๆ เฉพาะในงานมอเตอร์โชว์เท่านั้น จำนวนจำกัด รุ่นละ 50 ใบ

โปรโมชันพิเศษสำหรับรถยามาฮ่าขนาด 400-1,000 ซีซี

• YZF-R7 ปี 2024 ฟรี! Gift Voucher 26,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1
• New MT-09SP ฟรี! Gift Voucher 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1
• New MT-09 ฟรี! Gift Voucher 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1
• MT-07 ฟรี! Gift Voucher 48,500 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1
• Tracer9 GT+ ฟรี! Gift Voucher 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1
• Tenere700 ฟรี! Gift Voucher 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1
• XSR900 ฟรี! Gift Voucher 75,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1
• SR400 ฟรี! Gift Voucher 10,000 บาท
• TMAX TechMAX ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

โปรโมชันพิเศษสำหรับ YAMAHA WAVERUNNER

• FX Limited SVHO รับส่วนลดมูลค่า 120,000 บาท
• SUPERJET รับส่วนลดมูลค่า 70,000 บาท

โปรโมชันพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ YAMALUBE เครื่องแต่งกาย และอะไหล่ตกแต่ง

• YAMAHA APPAREL รับส่วนลดสูงสุด 50%
• YAMAHA ACCESSORIES รับส่วนลดสูงสุด 10%
• ผลิตภัณฑ์ YAMALUBE รับส่วนลดสูงสุด 10%

พิเศษสุด…เมื่อซื้ออุปกรณ์ตกแต่ง และยามาลู้ปครบ 1,000 บาท รับฟรี! ทันทีกระบอกน้ำยามาลู้ป จำกัด 1 ใบ / 1 ออเดอร์ / 1 ใบเสร็จ โปรโมชันนี้เฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2567 เท่านั้น

พบกับบูธสุดล้ำ “YAMAHA REV PREMIUM MOBILITY WORLD โลกแห่งยนตกรรมสุดพรีเมี่ยมสู่อิสรภาพแห่งความเร้าใจในการเดินทางแบบไร้ขีดจำกัด” พร้อมชมยนตกรรมเหนือชั้นจากยามาฮ่า ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2567 ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่าผ่านช่องทางต่างๆ ของ ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th
Facebook : Yamaha Society Thailand
InstaGram : @YamahaSocietyThailand
YouTube : Yamaha Society Thailand

เรเว่ เปิดตัว New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 พร้อมส่งโปรแรงเร้าใจกับ BYD ATTO 3 รุ่นปี 2023 ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย เปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 รถอเนกประสงค์คู่ใจในชีวิตประจำวัน ผสานเทคโนโลยี ระบบความปลอดภัยที่ช่วยให้อุ่นใจแม้ยามฉุกเฉิน พร้อมจัดเต็มข้อเสนอคุ้มค่าและราคาสุดเร้าใจสำหรับ BYD ATTO 3 รุ่นปี 2023 จำนวนจำกัด หมดแล้ว หมดเลย! ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เท่านั้น พร้อมทั้งจัดแสดงทัพยานยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะเหนือชั้นหลากหลายรุ่นให้ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดรวม 29 คัน  ได้แก่ BYD DOLPHIN MINI, BYD SONG MAX, BYD SEALION, BAO 5, DENZA D9 DM-i​ และYANGWANG U9​ พิเศษ! จัดเต็มของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิขสิทธิ์แท้ UEFA EURO 2024 หลังจากแบรนด์ BYD คว้าสิทธิ์การเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 สำหรับลูกค้าที่จองรถ BYD ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน พ.ศ. 2567 ภายในงาน เท่านั้น!

นายหลิว เสวียเลี่ยง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 นี้ BYD มาพร้อมทัพยนตรกรรมที่อัดแน่นด้วยดีไซน์และนวัตกรรมล้ำสมัยทั้งจาก BYD นำโดย New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 ร่วมด้วยแบรนด์ BAO 5, DENZA และ YANGWANG ซึ่งพร้อมให้ชาวไทยได้สัมผัสคันจริงแล้ววันนี้ ในบูธ BYD กับพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร นับเป็นบูธภายใต้แบรนด์เดียวขนาดใหญ่ที่สุดในงาน รองรับการจัดแสดงรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากถึง 29 คัน และอีกหนึ่งความพิเศษในปีนี้ คือการพลิกโฉมบูธด้วยการตกแต่งในธีมฟุตบอล UEFA EURO 2024 ในฐานะที่ BYD เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 โดย BYD ยังเตรียมของสมนาคุณสุดพิเศษมามอบให้ลูกค้าอีกด้วย”

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ‘NEW ENERGY FOR ALL’ ที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ NEV Nation เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608  โดยในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา แบรนด์ BYD ได้จารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ด้วยยอดจองรถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 กว่า 2,500 คันภายใน 24 ชั่วโมงแรกที่เปิดรับจองแบบ walk-in ผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการ[1] และประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นด้วยยอดจดทะเบียนถึง 19,214 คัน ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งรายรุ่นในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัว New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 ในวันนี้จะตอบโจทย์ความต้องการ ของผู้บริโภคชาวไทยได้ดียิ่งขึ้น มอบความสะดวกสบายและความอุ่นใจในการเดินทางกับระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน NEDC สูงสุด 480 กิโลเมตร ทั้งยังยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าขึ้นไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน โดยผู้บริโภคสามารถสั่งจองได้แล้ววันนี้ในราคา 1,049,900 บาท และจะพร้อมส่งมอบรถให้ลูกค้าหลังเดือนพฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “สำหรับลูกค้าที่จอง BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 ที่เปิดตัวพร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์นี้ จะได้รับสิทธิพิเศษ RÊVER Care ประกอบด้วยประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี, Smart Home Charger ยี่ห้อ AUTEL พร้อมบริการติดตั้ง, บริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปี หรือ 160,000 กม., รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม. และสิทธิประโยชน์อื่นๆ กว่า 10 รายการ รวมถึงของสมนาคุณสุดพิเศษจากลิขสิทธิ์แท้ UEFA EURO 2024 ส่วนผู้บริโภคที่สนใจ BYD ATTO 3 Standard และ Extended รุ่นปี 2023 เรายังมาพร้อมโปรโมชันพิเศษสุดในงานเท่านั้นให้ได้เป็นเจ้าของกันก่อนสินค้าหมด กับข้อเสนอที่คุ้มค่ายิ่งกว่าที่เคย นอกจากนี้ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจเรเว่จึงมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า BYD และผู้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า เดินหน้าเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายจะขยายจาก 100 แห่งเป็น 200 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2567 นี้ เพื่อมอบบริการเหนือระดับที่ทั้งสะดวกและรวดเร็วให้กับทุกคน”

ดุดันดึงดูดทุกสายตาพร้อมความสะดวกสบายเหนือชั้น

รูปลักษณ์ภายนอกของ New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 มาพร้อมสีภายนอกใหม่ ให้ความรู้สึกดุดันอย่างสีดำ Quantum Black พร้อมเสาดี (D Pillar) สีดำ ที่ผสานกับดีไซน์ภายนอกอย่างหรูหราลงตัว โดดเด่นด้วย Wing Feather Dragon Crystal LED Combination Headlights หลังคา Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ที่ออกแบบพิเศษโดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ปรับขนาดของยางเป็น 235/50 R18 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนโดยยังคงความนุ่มนวล และยังเลือกใช้ยาง Continental ที่ออกแบบพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะช่วยยึดเกาะถนนและเก็บเสียงรบกวน ให้ห้องโดยสารเงียบสงบ ดีไซน์ด้านหลังสโลปลงพร้อมสปอยเลอร์ สะดวกสบายด้วยระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายไฟฟ้าแบบ One-Touch กระจกมองข้างพับและปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบทำความร้อนไล่ฝ้า

ห้องโดยสารตกแต่งภายในสไตล์ Rhythmic Interior มาพร้อมโทนสีน้ำเงิน-ดำ และน้ำเงิน-เทา ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัยหน้าจอกลางสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ที่ปรับหมุนเป็นแนวตั้งและแนวนอนได้ หน้าจอแสดงผลด้านคนขับแบบดิจิทัลขนาด 5 นิ้ว จัดเต็มฟีเจอร์อัจฉริยะและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มประสบการณ์การขับขี่บนท้องถนนอย่างเหนือชั้น อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและสวิตซ์ควบคุมหน้าจอ แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX มั่นใจได้ทั้งครอบครัว ชุดเครื่องเสียง Dirac HD Sound พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง และเชื่อมต่อ Apple CarPlay® และ Android Auto™ ให้เพลิดเพลินไปกับแอปพลิเคชันคาราโอเกะ ทั้งยังมีระบบกรองอากาศ PM 2.5 แบบแสดงค่า ช่วยให้คุณอุ่นใจตลอดการเดินทาง

อุ่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยซอฟต์แวร์เสริมความปลอดภัยล้ำสมัย

New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 มาพร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารอุ่นใจตลอดการเดินทาง โดยมีการอัพเกรดระบบสตาร์ทอัจฉริยะ การปิดระบบแจ้งเตือนคนข้ามถนน ปิดไฟ Daytime Running Light ได้เมื่อใส่เกียร์ และยังคงมีถุงลมนิรภัย7 ตำแหน่ง กล้องมองรอบคัน 360 องศา เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า – ด้านหลัง 6 จุด2 ระบบช่วยควบคุมการไหลของรถอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงระบบช่วยเตือนจุดอับสายตา เป็นต้น

ตอบโจทย์ทุกการใช้งานยิ่งขึ้น ด้วยสมรรถนะเหนือชั้น 

New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 มาพร้อมกับขุมพลังแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง Blade Battery สิทธิบัตรเฉพาะของแบรนด์ BYD ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ความจุ 60.48 กิโลวัตต์ ให้ระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน NEDC สูงสุด 480 กิโลเมตร ออกตัวเร็วไม่แพ้ใครด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ภายใน 7.3 วินาที พร้อมขับเคลื่อนกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร และมีระบบ VtoL (Vehicle To Load) เทคโนโลยีที่ใช้แบตเตอรี่จ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์อื่นๆ เสมือนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ ระบบเบรกพร้อมระบบชาร์จพลังงานกลับอัตโนมัติ (Regenerative Braking) ช่วงล่างด้านหน้ามีระบบกันสะเทือนแม็คเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังระบบมัลติ-ลิงค์ ยึดเกาะถนนดีเยี่ยมพร้อมมอบความนุ่มนวลทุกเส้นทางใช้ระบบดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนบริเวณด้านหน้ารถ รองรับหัวชาร์จ แบบ AC Type 2 และแบบ DC – CCS 2 สูงสุด 88 กิโลวัตต์

ลูกค้าที่ซื้อ New BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2024 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ได้แก่

  • ดอกเบี้ย 1.98% นาน 48 เดือน
  • ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นานสูงสุด 1 ปี
  • รับ Smart Home Charger ยี่ห้อ AUTEL พร้อมบริการติดตั้ง
  • บริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • รับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง 8 ปี
  • สายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือ V to L
  • สายชาร์จเคลื่อนที่ AC Portable Charger
  • พรมเข้ารูป กรอบป้ายทะเบียน ฟิล์มหน้าจอ
  • ค่าจดทะเบียนรถ

เป็นเจ้าของรถพร้อมรับข้อเสนอสุดเร้าใจจากเรเว่  FINAL RUNOUT CAMPAIGN[2]

เรเว่ ออโตโมทีฟ มอบข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 รุ่นปี 2023 (จำนวนจำกัด 1,175 คัน) และ BYD DOLPHIN (จำนวนจำกัด 1,549 คัน) รับส่วนลดเงินสดสูงสุด 250,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567 – 30 เมษายน พ.ศ. 2567 โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ลูกค้าที่ซื้อ BYD ATTO 3 Standard รุ่นปี 2023 รับส่วนลดเงินสด 200,000 บาท เหลือเพียง 899,900 บาท (จากราคาปกติ 1,099,900 บาท) พร้อมสิทธิพิเศษ RÊVER มูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท
  • ลูกค้าที่ซื้อ BYD ATTO 3 Extended รุ่นปี 2023 รับส่วนลดเงินสด 250,000 บาท เหลือเพียง 949,900 บาท (จากราคาปกติ 1,199,900 บาท) พร้อมสิทธิพิเศษ RÊVER มูลค่ารวมกว่า 450,000 บาท
  • ลูกค้าที่ซื้อ BYD DOLPHIN รุ่น Standard รับส่วนลดเงินสด 40,099 บาท[3] เหลือเพียง 659,900 บาท (จากราคาปกติ 699,999 บาท) พร้อมสิทธิพิเศษ RÊVER มูลค่ารวมกว่า 205,000 บาท

 

โปรแรงเกินต้านสำหรับ BYD SEAL ทุกรุ่นภายใต้ MOTOR SHOW CAMPAIGN

เรเว่ ออโตโมทีฟ จัดเต็มโปรโมชันต้อนรับงานมอเตอร์โชว์ สำหรับลูกค้าที่ซื้อ BYD SEAL ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567 – 30 เมษายน พ.ศ. 2567 (แคมเปญมีผลย้อนหลังเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ลูกค้าที่ซื้อ BYD SEAL รุ่น Dynamic รับส่วนลดเงินสด 126,000 บาท เหลือเพียง 1,199,000 บาท (จากราคาปกติ 1,325,999 บาท) พร้อมสิทธิพิเศษ RÊVER มูลค่ารวมกว่า 361,000 บาท
  • ลูกค้าที่ซื้อ BYD SEAL รุ่น Premium รับส่วนลดเงินสด 50,000 บาท เหลือเพียง 1,399,000 บาท (จากราคาปกติ 1,449,000 บาท) พร้อมสิทธิพิเศษ RÊVER มูลค่ารวมกว่า 285,000 บาท
  • ลูกค้าที่ซื้อ BYD SEAL รุ่น Performance รับส่วนลดเงินสด 100,000 บาท เหลือเพียง 1,499,000 บาท (จากราคาปกติ 1,599,000 บาท) พร้อมสิทธิพิเศษ RÊVER มูลค่ารวมกว่า 335,000 บาท

เรเว่ ออโตโมทีฟ ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ขอเชิญชวนผู้บริโภคร่วมชมและสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 โดยผู้ที่จองรถยนต์ที่บูธ BYD ทุกรุ่นภายในงานจะได้รับ EURO Set ของสมนาคุณลิขสิทธิ์แท้ UEFA EURO 2024 ประกอบด้วย กระเป๋าสะพายหลังมัลติฟังก์ชัน กระเป๋าเก็บอุณหภูมิ พวงกุญแจ ผ้าเย็นอเนกประสงค์ และ กระบอกน้ำแสดงอุณหภูมิ รวมมูลค่ากว่า 8,990 บาท อีกด้วย และพลาดไม่ได้กับข้อเสนอสุดพิเศษรวมทั้งสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับลูกค้าและผู้สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD ทั่วประเทศ พบกันที่บูธ A18 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567 – 7 เมษายน พ.ศ. 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

[1] https://autolifethailand.tv/byd-atto3-ev-standard-range-thailand-11nov/

[2] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.reverautomotive.com

[3] สำหรับลูกค้าที่ซื้อ BYD DOLPHIN รุ่น Extended รับส่วนลดเงินสด 60,099 บาท

ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย ชูจุดเด่นด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย พร้อมเทคโนโลยี xEV และนวัตกรรมการขับเคลื่อนใหม่ ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างลงตัว

0

ฮอนด้า โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผนึกกำลังจัดแสดงไลน์อัปทุกผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ฮอนด้าในประเทศไทย ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ พร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนใหม่ ในงาน Motor Show 2024 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย โดยภายในบูทมีการแบ่งโซนจัดแสดงตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าเพื่อความสะดวกในการเข้าชม เริ่มต้นที่โซนแรก Product Zone ในส่วนของรถยนต์ นำโดย ฮอนด้า อี:เอ็น1 (Honda e:N1) ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของฮอนด้าที่ผลิตในประเทศไทย พร้อมเปิดให้ลูกค้าเช่าใช้ผ่านบริษัทรถเช่าชั้นนำ* และยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ในหลากหลายเซกเมนต์ ในส่วนของรถจักรยานยนต์ นำโดย ‘New Honda Giorno+ Donald Duck Special Edition’ รถเอ.ที.สไตล์ไฮแฟชั่น และ ‘Honda Dax 1978 Special Custom Edition’ จาก CUB House รวมถึงรถบิ๊กไบค์คลาส 650 ซีซี ที่มาพร้อม Honda E-Clutch Technology และโมเดลที่น่าสนใจอีกมากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่แตกต่าง รวมถึงเครื่องยนต์เรือรุ่นใหม่ของฮอนด้า โซนต่อมา Lifestyle Zone เป็นโชว์เคสผลิตภัณฑ์ฮอนด้าที่สะท้อนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างครบวงจร ทั้ง รถยนต์อเนกประสงค์ SUV รถจักรยานยนต์สไตล์เทรล และเรือสันทนาการ และโซนสุดท้าย Mobility Zone ซึ่งจัดแสดง UNI-ONE อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบแฮนด์ฟรี ที่ผู้ใช้งานสามารถบังคับทิศทางได้ง่าย ๆ โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักตัวขณะนั่งโดยไม่ต้องใช้มือ และ Motocompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่สามารถพับเก็บและพกพาได้ ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสประสบการณ์ได้ที่บูทฮอนด้า (A23) ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567 โดยมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับภายในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจและสนับสนุนรถยนต์กลุ่ม e:HEV ทำให้ฮอนด้าสามารถครองอันดับ 1 ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในปัจจุบัน ด้วยการผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ขึ้นชื่อเรื่องการประหยัดน้ำมันและด้วยการเติมน้ำมันหนึ่งถังก็สามารถขับไปได้ในระยะทางที่ไกลกว่า มีให้เลือกในหลากหลายเซกเมนต์ จากความสำเร็จของยนตรกรรมในกลุ่ม e:HEV ที่ผ่านมา ในวันนี้ฮอนด้าพร้อมที่จะได้นำเสนออีกหนึ่งก้าวสำคัญในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV)  ด้วยการแนะนำ Honda e:N1 ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของฮอนด้าที่ผลิตในประเทศไทยที่พร้อมให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสได้อย่างไร้กังวลด้วยการเช่าใช้ผ่านบริษัทรถเช่าชั้นนำ”

  • ภายในบูทฮอนด้า มีการแบ่งโซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ดังนี้

Product Zone มีการจัดแสดงยนตรกรรมในหลากหลายเซกเมนต์ ที่ครอบคลุมทุกไลน์อัปของระบบส่งกำลัง นำโดย

<ไลน์อัปยนตรกรรมไฟฟ้า 100%>

  • ฮอนด้า อี:เอ็น 1 (Honda e:N1) ยนตรกรรมเอสยูวีไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทย มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้าตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันใจจากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 3-in-1 (Motor, Power Drive Unit และ Gearbox) ให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) มอบสมรรถนะที่แรงเร้าใจด้วยแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร ที่ผสานการทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ส่งผลให้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมไฟฟ้าด้วยโลโก้ H Mark ใหม่ สไตล์พรีเมียมมินิมอล ผสมผสานกับการตกแต่งภายในระดับพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างสะดวกสบายพร้อมไฟสร้างบรรยากาศภายในสีฟ้า ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายในแบบยนตรกรรมเอสยูวี โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอันล้ำสมัยที่ครบครัน พร้อมเปิดให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การขับเคลื่อนขุมพลังไฟฟ้า 100% ด้วยการเช่าใช้ ผ่านบริษัทรถเช่า ชั้นนำ อาทิ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) บริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ออโต้ ลิสซิ่ง แอนด์ เซอร์วิส (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ไทย วี.พี.คอร์ปอเรชั่น จำกัด  บริษัท ไทยโอริกซ์ลีสซิ่ง จำกัด  บริษัท พารากอน คาร์ เรนทัล จำกัด  บริษัท ไพร์ม คาร์เร้นท์ จำกัด  บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)  บริษัท มาสเตอร์ คาร์เร้นเทิล จำกัด  บริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด  บริษัท เวิลด์เบสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด  บริษัท เอแอลดี เอ็มเอชซี โมบิลิตี้ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ช.พัฒนาคาร์เรนท์ จำกัด โดยรายละเอียดและเงื่อนไขการเช่าเป็นไปตามที่บริษัทรถเช่ากำหนด

<ไลน์อัปยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV>

พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ ผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า ประหยัดเวลาและประหยัดน้ำมันในทุกการเดินทาง มั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ติดตั้งในยนตรกรรม e:HEV ทุกรุ่น

  • กลุ่ม SUV นำโดย ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี ยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวี โดยล่าสุดได้รับรางวัล รถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดเอสยูวีขนาดกลาง ในงาน Car of the Year 2024 มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน Full Hybrid ที่ แรง ทรงพลัง และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 8 กม./ลิตร (รุ่น e:HEV ES) ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับพรีเมียมพร้อมเติมเต็มทุกความอเนกประสงค์และตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งไลฟ์สไตล์ในเมืองและนอกเมืองอย่างลงตัว ในราคาเริ่มต้นที่ 1,589,000 บาท (รุ่น e:HEV ES) 
  • กลุ่ม City Car นำโดย ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ซิตี้คาร์ยอดนิยม ซึ่งล่าสุดได้รับรางวัล รถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี ในงาน Car of the Year 2024 ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ขับสนุก แรง เร้าใจ และประหยัดน้ำมันสูงสุด 8 กิโลเมตร/ลิตร มอบความคุ้มค่าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันครบครัน ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 769,000 บาท (รุ่น e:HEV SV) พร้อมด้วย ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี ใหม่ อีกหนึ่งทางเลือกของรถซิตี้คาร์แบบ 5 ประตู มอบความคุ้มค่าด้วยเอกลักษณ์ด้านความอเนกประสงค์ที่ลูกค้าชื่นชอบ ให้ลูกค้าสัมผัสกับเทคโนโลยี e:HEV จากฮอนด้าได้ง่ายขึ้น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 729,000 บาท (รุ่น e:HEV SV)

<ไลน์อัปยนตรกรรมเทอร์โบ>

  • ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (Civic Type R) ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ตระดับตำนาน สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย แรง เร้าใจ ด้วยเครื่องยนต์ Direct Injection DOHC VTEC TURBO ขนาด 0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ที่ได้รับการพัฒนามาสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ โดยเฉพาะ มอบกำลังสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด สัมผัสความรู้สึกของอัตราเร่งได้ทันที และให้อัตราเร่งต่อเนื่องไปจนถึงช่วงความเร็วรอบสูงเติมความสนุกในทุกสถานการณ์การขับขี่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัยอื่นๆ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโซนิค (มุก)  สีแดงแรลลี่  สีขาวแชมเปียนชิป และสีน้ำเงินเรซซิง (มุก) พร้อมจำหน่ายในราคา 3,990,000 บาท

Mobility Zone โซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อการขับเคลื่อนแห่งอนาคตที่สร้างสรรค์ (Create) ขึ้นมาเพื่อพาผู้คน “ก้าวข้าม (Transcend) ขีดจำกัดต่าง ๆ เช่น เวลาและสถานที่” และ “เพิ่มพูน (Augment) ศักยภาพและโอกาสของพวกเขา” โดยผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดง ประกอบด้วย

<ผลิตภัณฑ์ที่พาผู้คนก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่>

  • Motocompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ที่ได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด ด้วยน้ำหนักเพียง 18.73 กิโลกรัม ทำให้สามารถพับเก็บและพกพาได้ อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานด้วยฟังก์ชันการเชื่อมต่อของ Motocompacto ที่ช่วยคาดการณ์การใช้พลังงานของแบตเตอรี่จากจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมายปลายทางได้ ลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดขณะเดินทาง ช่วยให้ผู้คนก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ แม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักเบาและกะทัดรัด แต่ Motocompacto ก็สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 12 ไมล์ (ระยะทางประมาณ 19 กม.) เมื่อชาร์จเต็ม และสามารถทำความเร็วสูงสุด 15 ไมล์ต่อชั่วโมง (24 กม./ชม.)

<ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มพูนศักยภาพและโอกาสของผู้คน>

  • UNI-ONE อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบแฮนด์ฟรี ที่ผู้ใช้งานสามารถบังคับทิศทางได้ง่าย ๆ โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักตัวขณะนั่งโดยไม่ต้องใช้มือ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีควบคุมการทรงตัวที่พัฒนาขึ้นจากการวิจัยหุ่นยนต์ของฮอนด้า และระบบล้อขับเคลื่อน Omni Traction Drive ของฮอนด้า ซึ่งเป็นกลไกของฮอนด้าที่ช่วยให้สามารถเคลื่อนที่ได้รอบทิศทางอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผู้ใช้งานสามารถบังคับทิศทางได้อย่างสะดวกง่ายดาย เพียงโน้มตัวในขณะนั่ง และเคลื่อนตัวราวกับว่ากำลังเดิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวสามารถขยับและเคลื่อนที่ได้

โดยแต่ละรุ่นมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ*** กับ ‘ฮอนด้าโปรตามใจ’ ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% พร้อม ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ (Honda Exclusive Care) หรือทางเลือก ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส** ดาวน์เริ่มต้นน้อย ผ่อนต่อเดือนต่ำ เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นสำหรับรุ่น e:HEV ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 – 8 เมษายน 2567 และรับรถตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 – 30 เมษายน 2567

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้า (A23) ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับภายในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 โดยสามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรมทดลองขับที่โชว์รูมฮอนด้าผ่าน www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 30 เมษายน 2567 จะได้รับฟรี Happy Puffy Bag มูลค่า 250 บาท***

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิด “The new E-Class: Launch Edition” ในงาน Motor Show 2024 ชูรถไฮไลท์ 5 รุ่น พร้อมโปรโมชั่นจองรถในงานลุ้นรับ C-Class หรือชิงทองคำ มูลค่ารวม 4 ล้านบาท

0

เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) สะท้อนการเป็น “ICON OF INSPIRATION.” ยกทัพยนตรกรรมกว่า 20 รุ่น จัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (Motor Show 2024) เปิดตัวยนตรกรรมล่าสุด 5 รุ่น นำโดย “The new E-Class: Launch Edition” Business Saloon ที่มาเซอร์ไพรส์กลางงานพร้อมเปิดจองเป็นครั้งแรก มาด้วยกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ E 220 d AMG Line ราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท และ E 350 e AMG Dynamic ราคาจำหน่าย 4,250,000 บาท ต่อด้วยรถตระกูลเอสยูวีเกือบทุกเซกเมนต์ตั้งแต่ GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ราคาจำหน่าย 4,340,000 บาท, GLE 300 d 4MATIC AMG Line ราคาจำหน่าย 4,980,000 บาท และ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic ราคาจำหน่าย 6,980,000 บาท รวมถึง “EQS 450+ AMG Dynamic” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นนำเข้าแบบ CBU ในราคาที่ดีที่สุด 5,950,000 บาท นอกจากนี้ยังเผยโฉมรถยนต์ระดับ Iconic ของแบรนด์อย่าง “G 63 Grand Edition” 1 ใน 1,000 คันทั่วโลก ที่นำมาจำหน่ายเพียง 10 คันในไทย ในราคา 23,400,000 บาท และจัดแสดงรถยนต์ต้นแบบ “Vision One-Eleven” อนาคตแห่งยานยนต์ที่มีดีเอ็นเอมาจาก C 111 ตำนานแห่งยุค 60-70s โดยรถยนต์ทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดที่ลูกค้าจะได้รับไม่ว่าจะซื้อรถในงานหรือที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ

 

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน Motor Show ในปีนี้ เราต้องการยกเรื่องแรงบันดาลใจมาเป็นคอนเซปต์หลักของการนำเสนอแบรนด์และบูธจัดแสดงรถยนต์ ภายใต้การเป็น “ICON OF INSPIRATION.” ของคนไทย และแบรนด์รถยนต์ที่อยู่คู่กับลูกค้าชาวไทยมาเป็นเวลานาน เราต้องการสะท้อนเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจผ่านการร่วมมือกับศิลปิน 2 คน หนึ่งในนั้นคือ “เบนซ์ – ธนชาติ” ผู้กำกับชื่อดังจาก Salmon House ที่มาร่วมหาคำตอบเบื้องหลังชื่อเล่นยอดฮิตของคนไทยผ่านสารคดีสั้น “The Meaning of Benz” และอีกหนึ่งศิลปินในนาม Bloody Hell Big Head “เบนซ์ – ธนวัต” ที่มาร่วมเติมสีสันแห่งแรงบันดาลใจให้กับบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์”

ภายในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกคนจะได้พบกับมิติใหม่และสีสันแห่งแรงบันดาลใจ ผ่านการออกแบบบูธในคอนเซปต์ “ICON OF INSPIRATION.” ซึ่งศิลปิน Bloody Hell Big Head ได้นำแรงบันดาลใจจากเรื่องราวและองค์ประกอบต่างๆ ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มาผสานเข้ากับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยหนึ่งในยนตรกรรมรุ่นล่าสุดอย่าง GLC 350 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic ก็ถูกนำมาจัดแสดงพร้อมการตกแต่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากศิลปิน Bloody Hell Big Head ด้วยเช่นกัน และที่พิเศษไปกว่านั้น สำหรับลูกค้าที่จอง GLC Coupé ภายในงาน จะได้รับ Exclusive Box Set Design by Bloody Hell Big Head จำนวนจำกัดเพียง 50 กล่อง

ภายใต้โมเดลธุรกิจ Retail of the Future รถยนต์ทุกรุ่นจะมาพร้อมราคาและข้อเสนอที่ดีที่สุดจากทุกตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ โดยนอกจากรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวภายในงาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เปิดเผยแคมเปญสำหรับรถยนต์รุ่นปัจจุบันที่มาพร้อมส่วนลดและประกันชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี

  • E 300 e AMG Dynamic ราคาเริ่มต้น 3,190,000 บาท (ส่วนลด 830,000 บาท)
  • E 220 d AMG Sport ราคาเริ่มต้น 3,190,000 บาท (ส่วนลด 460,000 บาท
  • E 300 e Avantgarde ราคาเริ่มต้น 2,790,000 บาท (ส่วนลด 610,000 บาท)
  • C 220 d Avantgarde ราคาเริ่มต้น 2,580,000 บาท (ส่วนลด 150,000 บาท)

และข้อเสนอสุดยิ่งใหญ่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ลุ้นรับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ C 220 d AMG Line มูลค่า 2,880,000 บาท พร้อมชิงทองคำหนักรวม 30 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้น 4 ล้านบาท เมื่อจองรถยนต์ใหม่เมอร์เซเดส-เบนซ์ และทำสัญญาทางการเงินกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม – 30 เมษายน 2567 พร้อมเริ่มต้นสัญญาทางการเงินภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2567

พบกับทัพยนตรกรรมกว่า 20 รุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมายได้ที่งาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ
ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand
IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป นำเสนอยนตรกรรมสปอร์ตลักชัวรี่ครบครัน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป เตรียมสร้างปรากฏการณ์บนเวทีมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ด้วยการขนทัพยนตรกรรมสปอร์ตถึง 12 รุ่น พร้อมเปิดตัว 911 GT3 RS รถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ถ่ายทอด DNA ของรถแข่งปอร์เช่ไว้อย่างแท้จริง ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ 27 มีนาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

หลังจากฉลองครบรอบ 30 ปี ของปอร์เช่ ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ปอร์เช่ได้นำทัพยนตรกรรมสปอร์ตมาสร้างความตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง บนเวทีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 จัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 27 มีนาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อให้แฟนๆ ปอร์เช่และลูกค้าได้สัมผัสรถสปอร์ตในฝันอย่างใกล้ชิด

911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดสมรรถนะสูงสุด

ในส่วนพื้นที่จัดแสดงยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ทั้ง 12 คัน หนึ่งในไฮไลท์อันโดดเด่นคือ 911 จีที3 อาร์เอส (Porsche 911 GT3 RS) รถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ถ่ายทอด DNA ของรถแข่งปอร์เช่อย่างแท้จริง ที่สุดแห่งยนตรกรรมคันนี้ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้รูปลักษณ์อันดุดัน และตอกย้ำถึงการออกแบบที่มุ่งเน้นไปที่สมรรถนะอันสูงสุด มาพร้อมพละกำลังอันทรงพลัง 386 กิโลวัตต์ (525 แรงม้า) ถ่ายทอดเทคโนโลยีและแนวคิดจากมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเครื่องยนต์ที่หมุนรอบสูงตามธรรมชาติ ผสานกับโครงสร้างน้ำหนักเบาอัจฉริยะ พร้อมความเหนือชั้นด้วยระบบระบายความร้อนและแอโรไดนามิกของ 911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) ที่มี DNA จากมอเตอร์สปอร์ตอย่าง 911 จีที3 อาร์ (911 GT3 R)

ระบบระบายความร้อนของ 911 GT3 RS นั้นมีความพิเศษกว่ารถสปอร์ตทั่วไป โดยใช้คอนเซปต์การวางหม้อน้ำไว้กลางตัวรถ เพื่อช่วยกระจายความร้อนได้ทั่วถึงทั้งเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เย็นลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้อากาศไหลเวียนผ่านเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น และ ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ ทำให้รถควบคุมได้ดีขึ้นซึ่งเปนนวัตกรรมมาจากรถแข่งรุ่นพี่อย่าง 911 อาร์เอสอาร์ (911 RSR) ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเลอมังส์ (Le Mans) และต่อมาใน 911 จีที3 อาร์ (911 GT3 R) แนวคิดนี้ละทิ้งวิธีการแบบดั้งเดิมคือใช้หม้อน้ำแบบ 3 ใบ และหันมาใช้หม้อน้ำขนาดใหญ่เพียงใบเดียว วางทำมุมตรงจมูกรถ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ช่องเก็บสัมภาระของ 911 สำหรับรุ่นอื่นๆ การออกแบบวิธีนี้ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างด้านข้าง ช่วยให้สามารถติดตั้งองค์ประกอบแอโรไดนามิกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จากเทคโนโลยีระบบแอโรไดนามิกที่ล้ำสมัย องค์ประกอบของช่องรับลมด้านหน้าและด้านหลังสามารถปรับได้  ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันองค์ประกอบเหล่านี้สามารถสร้างแรงกดมหาศาลที่ 409 กิโลกรัม ณ ความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ 911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) ใหม่ สามารถสร้างแรงกด (Downforce) ได้มากเป็น 2 เท่าของรุ่นก่อนหน้าอย่าง 991.2 และมากเป็น 3 เท่าจากรุ่น 911 จีที3 (911 GT3) ที่ความเร็ว 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแรงกดรวมถึง 860 กิโลกรัม

เป็นครั้งแรกที่ปอร์เช่ ได้ติดตั้งระบบลดแรงต้าน Drag Reduction System (DRS) เพื่อตอบโจทย์ในการขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงในเส้นทางตรงของสนามแข่ง ระบบ Drag Reduction System (DRS)  นั้นจะทำให้ช่องลม เป็นแนวระนาบทันทีที่กดปุ่ม ในช่วงการทำงานที่กำหนดไว้ เมื่อมีการเบรกในขณะที่ใช้ความเร็วสูง จะมีฟังก์ชั่นพิเศษเข้ามาช่วย โดยการเปิดช่องลมด้านหน้าและด้านหลังให้กว้างที่สุด เพื่อที่จะลดแอโรไดนามิก ส่งผลให้การทำงานของเบรกมีประสิทธิภาพมากขึ้น

911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) มาพร้อมกับการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Normal, Sport และ Track และสำหรับโหมด Track สามารถปรับ Setting ระบบต่างๆ แยกกันได้ หนึ่งในนั้นคือ ระบบช่วงล่าง ด้านหน้า และด้านหลัง สามารถปรับแต่งให้ต่างกันได้ ในส่วนของระบบเฟืองท้าย สามารถปรับได้โดยการควบคุมผ่านสวิตซ์ควบคุมแบบหมุนที่พวงมาลัย การทำงานถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการออกแบบที่พัฒนามาจาก มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งบนพวงมาลัยจะถูกติดตั้งด้วยปุ่มควบคุมแบบหมุน 4 ตัว และปุ่มกด Drag Reduction System (DRS)  หรือเรียกว่าปุ่มระบบลดแรงต้าน

เครื่องยนต์ชนิดรอบจัด ขนาด4.0ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ ที่ออกแบบมาอย่างลงตัวกับ 911 GT3 สามารถสร้างแรงม้าได้สูงถึง 386 kW (525 PS) โดยมีการออกแบบ รูปแบบของเพลาลูกเบี้ยวใหม่, ท่อร่วมไอดีแบบแยกเดี่ยว และวาล์วไอดี ที่ถ่ายถอดการออกแบบมาจากสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ต ระบบเกียร์ PDK 7 สปีด มีอัตราทดเกียร์โดยรวมสั้นกว่า 911 GT3 และช่องอากาศเข้าที่ใต้ท้องรถช่วยให้แน่ใจว่าระบบส่งกำลังสามารถรับน้ำหนักได้มาก แม้ในระหว่างการใช้งานบนสนามแข่งอย่างหนักหน่วง 911 GT3 RS สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 296 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โครงสร้างน้ำหนักเบาอัจฉริยะถือเป็นหลักการพื้นฐานของรุ่น RS ทุกรุ่นนับตั้งแต่ 911 Carrera RS 2.7 ในตำนาน ด้วยกลยุทธ์การลดน้ำหนักที่หลากหลาย เช่น การใช้วัสดุ CFRP แทนชิ้นส่วนต่างๆ ในรถหลากหลายชิ้น ทำให้ลดน้ำหนัก 911 GT3 RS ลงเหลือเพียง 1,450 ถึงแม้จะมีส่วนประกอบที่ใหญ่อยู่มากก็ตาม เช่น ประตู ปีกหน้า หลังคา และฝากระโปรงหน้า ก็ได้ผลิตจากวัสดุ CFRP เช่นกัน และนอกจากนี้วัสดุ CFRP ยังถูกนำมาใช้ภายในห้องโดยสารด้วย เช่น เบาะนั่งมาตรฐานแบบ full bucket

 

ปอร์เช่ ร่วมเติมเต็มทุกความต้องการด้วยการนำรถยนต์หลากหลายรุ่นมาปรากฏโฉมในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ปอร์เช่ได้นำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นเท่าที่เคยมีมา ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ตั้งแต่รถสปอร์ต 2 ประตูอันแสนปราดเปรียว อย่าง รุ่น 911 และ 718 และรถสปอร์ต 4 ประตูที่มีสไตล์อย่าง พานาเมร่า (Panamera) และไทคานน์ (Taycan) รวมทั้ง คาเยนน์ (Cayenne) และมาคันน์ (Macan) รถเอสยูวี (SUV) สายลุย เพื่อให้แฟนๆ และลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าสามารถสัมผัสรถสปอร์ตในฝันได้ที่บูธของปอร์เช่ ประเทศไทย

 

ปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) รถสปอร์ตกลุ่ม SUV ขนาดกะทัดรัด

ด้วยสมรรถนะที่ปราดเปรียว การออกแบบที่เฉียบคม ทำให้ปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) ทุกรุ่นได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในฐานะรถสปอร์ตกลุ่มรถ SUV ขนาดกะทัดรัด และในฐานะรถสปอร์ตรุ่นแฟลคชิฟ ของคอมแพค เอสยูวี (Compact SUV) ที่ประสบความสำเร็จอย่าง มาคันน์ จีทีเอส (Macan GTS) ก็ได้อยู่ในอันดับต้นๆ ของรถกลุ่มนี้ ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ V6 ขนาด 2.9 ลิตร ให้กำลัง 440 แรงม้า พร้อมการตอบสนองและการส่งกำลังตามแบบฉบับของรถยนต์ปอร์เช่ จีทีเอส (Porsche GTS) อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.3 วินาที เมื่อติดตั้งแพ็คเกจ Sport Chrono และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 272 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มาคันน์ เอส (Macan S) มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ V6 ขนาด 2.9 ลิตร ที่ให้พละกำลังถึง 380 แรงม้า สามารถขับเคลื่อนนับจากการหยุดนิ่งไปที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 4.6 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 259 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรุ่นเริ่มต้นของมาคันน์ เริ่มจากเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบ ชาร์จกำลัง 195 กิโลวัตต์ (265 แรงม้า) ทำอัตราเร่งมาตรฐาน 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 6.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 232 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ทั้งหมดทำงานควบคู่กับระบบส่งกำลังคลัตช์คู่ (PDK) ของ Porsche 7 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Porsche Traction Management (PTM)

Soul, Electrified. ปอร์เช่ ไทคานน์ (The Porsche Taycan)

ปอร์เช่ ไทคานน์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และยังคงสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัยและสมรรถนะอันเฉียบคม รถสปอร์ตซาลูน 4 ประตู คันนี้ ผสมผสานความเป็นปอร์เช่ที่แท้จริงเข้ากับดีไซน์เหนือกาลเวลา พร้อมใช้งานได้อย่างลงตัวในชีวิตประจำวัน ปอร์เช่ไทคานน์ ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากสายการผลิตของปอร์เช่ ที่ใช้ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ แทนที่จะเป็น 400 โวลต์ทั่วไป ช่วยให้สามารถชาร์จพลังงานจาก 5 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ SoC (State of Charge) ได้ภายในเวลาเพียง 22.5 นาที ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม โดยใช้เครื่องชาร์จพลังงานไฟฟ้าสูง หรือเพียงชาร์จ 10 นาที ก็สามารถวิ่งได้ไกลถึง 100 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ปอร์เช่ ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา พร้อมนำเสนอ ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม (Taycan Cross Turismo) สมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูลไทคานน์ ที่มอบความอเนกประสงค์เหนือชั้น อย่างตัวถังไฮเทคใหม่ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และระบบกันสะเทือนแบบถุงลมแบบปรับได้ เหมาะสำหรับการขับขี่บนทุกสภาพถนนรวมถึงเส้นทางออฟโรด การเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะสำหรับผู้โดยสารเบาะหลังสูงสุด 47 มิลลิเมตร และความจุในการบรรทุกที่มากกว่า 1,200 ลิตร ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ในส่วนของประตูท้ายขนาดใหญ่ กลายเป็นรถที่ตอบโจทย์รอบด้านอย่างแท้จริง รุ่นเทอร์โบ (Turbo) สามารถสร้างพละกำลังได้สูงสุดถึง 680 แรงม้า โอเวอร์บูสต์ผสมผสานกับ Launch Control เร่งจาก 0 ไป 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.3 วินาที

 

ปอร์เช่ พานาเมร่า สุดยอดแห่งสไตล์ สมรรถนะอันทรงพลัง และความสะดวกสบาย

การผสมผสานที่ลงตัวของปอร์เช่ พานาเมร่า (Panamera) มอบประสบการณ์อันเหนือชั้น ผสมผสานความลงตัวระหว่างสมรรถนะของรถสปอร์ตชั้นนำ กับความสะดวกสบายเหนือระดับของรถซาลูนสุดหรู ในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีไฮบริด ปอร์เช่ยังคงดำเนินกลยุทธ์ E-Performance ด้วยรถรุ่นพานาเมร่า อี-ไฮบริด (Panamera E-Hybrid) ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ V6 ขนาด 2.9 ลิตร กำลัง 243 กิโลวัตต์ (330 แรงม้า) ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อนมีพลังรวม 340 กิโลวัตต์ (462 แรงม้า) พานาเมร่า มอบทั้งความสะดวกสบายและความสปอร์ต ได้ประโยชน์มาจากส่วนประกอบแชสซีตัวถังและระบบควบคุมที่ได้รับการปรับปรุง ผสมผสานกับระบบควบคุมพวงมาลัยและยางรุ่นใหม่

นอกจากนี้ ปอร์เช่ยังนำเสนอ พานาเมร่า (Panamera) รุ่น แพลตินัม เอดิชั่น (Platinum Edition) ที่นำเสนอความพิเศษเฉพาะตัว ด้วยการตกแต่งภายในแบบซาติน กลอส แพลตตินัม ผสมผสานกับอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ยกระดับความหรูหราเหนือระดับ

 

ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ด้วยชุดแต่งเสริมสมรรถนะ มานทาย (Manthey Performance Kit)

ปอร์เช่ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น และเป็นรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เปิดตัวชุดแต่งเสริมสมรรถนะ Manthey Performance Kit สำหรับ 911 จีที3 (GT3) ซึ่งพิสูจน์ความเหนือชั้นด้วยการลดเวลาต่อรอบบนสนาม Nürburgring Nordschleife ลงได้ถึง 4.19 วินาที เมื่อเปรียบเทียบกับ 911 จีที3 รุ่นมาตรฐาน ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังได้ขยายขีดจำกัดด้านสมรรถนะไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวชุดแต่ง Manthey สำหรับ 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS) การอัพเกรดที่เหมาะสำหรับทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ปลดล็อกศักยภาพอันน่าทึ่ง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของปอร์เช่ ประเทศไทย ในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น โดยปอร์เช่ได้พัฒนาโดยความร่วมมือกับ Manthey-Racing ส่งผลให้ใช้เวลาบนสนาม Nürburgring Nordschleife เร็วขึ้น 6.179 วินาที เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน 718 Cayman GT4 RS

 

ร่วมสัมผัสความเร้าใจของยนตรกรรมสปอร์ต กับปอร์เช่ ประเทศไทย ในงานมอเตอร์โชว์ 2024

ปอร์เช่ ประเทศไทย ขนทัพยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ทุกรุ่นมาอย่างครบครัน เพื่อจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ความเป็นเลิศให้กับลูกค้าผู้ทรงเกียรติ ด้วยการนำความฝันแห่งรถสปอร์ตมาสู่ความเป็นจริง สำหรับรายชื่อยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ทั้งหมดที่จะจัดแสดงภายในงาน มีดังต่อไปนี้

  1. ปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) ราคาเริ่มต้น 25.9 ล้านบาท
  2. ปอร์เช่ 911ทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (911 Turbo S Cabriolet) ราคาเริ่มต้น 25.8 ล้านบาท
  3. ปอร์เช่ 911 จีที 3 มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท (911 GT3 Manthey Performance Kits) ราคาเริ่มต้นที่ 20.4 ล้านบาท และชุดแต่งเสริมสมรรถนะ Manthey Performance Kit ราคาเริ่มต้นที่ 1,999,999 บาท
  4. ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า ที (911 Carrera T) ราคาเริ่มต้นที่ 12.1 ล้านบาท
  5. ปอร์เช่ 718 เคย์แมน สไตล์ อิดิชั่น (718 Cayman Style Edition) ราคาเริ่มต้นที่ 6.55 ล้านบาท
  6. ปอร์เช่ ไทคานน์ เทอร์โบ ครอส ทัวริสโม (Taycan Turbo Cross Turismo) พร้อมชุดแต่ง Tequipment ราคาเริ่มต้น 10.4 ล้านบาท
  7. ปอร์เช่ ไทคานน์ (Taycan) ราคาเริ่มต้น 6.45 ล้านบาท ปอร์เช่ไทคานน์คันนี้ได้รับการตกแต่งด้วย

สติกเกอร์สุดพิเศษ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 45 ปี ของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์

  1. ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด แพลทตินั่ม อิดิชั่น (Panamera 4 E-Hybrid Platinum Edition) ราคาเริ่มต้นที่ 7.79 ล้านบาท
  2. ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด เอ็กเซ็กคูทีฟ (Panamera 4 E-Hybrid Executive) ราคาเริ่มต้นที่ 7.85 ล้านบาท
  3. ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne E-Hybrid Coupe) ที่มาพร้อมออพชั่น Lightweight Sport Package และสีพิเศษ Paint-to-Sample (PTS) ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท
  4. ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท
  5. ปอร์เช่ มาคันน์ เอส (Macan S) ราคาเริ่มต้นที่ 89 ล้านบาท

งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 จัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 27 มีนาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 ณ ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันจันทร์ – ศุกร์ สามารถเข้าชมงานได้ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. และวัน เสาร์ – อาทิตย์ เข้าชมงานได้ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. บัตรราคาใบละ 100 บาท ใช้ได้ 1 วัน ท่านสามารถเยี่ยมชมบูธของปอร์เช่ได้ที่ชาเลนเจอร์ 2 บูธ A15

ฟอร์ดชวนสัมผัสตัวจริงเรนเจอร์ ไวลด์แทรค-เอเวอเรสต์ แพลทินัม ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ในงานมอเตอร์โชว์ พร้อมเปิดจองออนไลน์ทั่วประเทศ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย นำฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม รถ 2 รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสอีกขั้นของสมรรถนะการขับขี่และเทคโนโลยีอันเหนือชั้นที่ตอบโจทย์การทำงานและการใช้ชีวิตของลูกค้าไปอีกระดับ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2567 พร้อมเปิดจองรถทั้งสองรุ่นทั่วประเทศในวันที่ 26 มีนาคม 2567 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปผ่านช่องทางออนไลน์ www.ford.co.th โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม จะมีจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 350 คันเท่านั้น1 

“ฟอร์ดต่อยอดความสำเร็จของเป็นแบรนด์ยอดขายสูงสุดอันดับ 4 ในไทยเป็นครั้งแรกในปีที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ซึ่งเป็นรถที่ลูกค้าชาวไทยรอคอย เพื่อสร้างความคึกคัก พร้อมทั้งตอกย้ำความเป็นผู้นำของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้จับจองเป็นเจ้าของรถที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันทรงพลัง ยกระดับสมรรถนะไปอีกขั้น และฟอร์ดยังมีประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟมากมายกับรถฟอร์ด อาทิ อุโมงค์สไลเดอร์ Speed Simulator ที่ให้ความรู้สึกเสมือนความเร็ว แรงของเครื่องยนต์ วี 6 และประสบการณ์ AR ในคอนเซ็ปต์ #YouCantFakeTough เจาะลึกเรื่องราวความแกร่งของฟอร์ด เรนเจอร์ ให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานมอเตอร์โชว์ พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจอีกมากมายสำหรับรถฟอร์ดทุกรุ่น” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 

รถยนต์ฟอร์ดที่นำมาจัดแสดงในงาน

ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านการทำงาน การพักผ่อน และชีวิตครอบครัว ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้น และเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอกย้ำความ ‘แกร่งจริง ดุดันทุกสถานการณ์’ นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด สำหรับลูกค้าที่มองหาทางเลือกในการใช้รถที่มีสมรรถนะในการขับขี่ขั้นสูง ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่พัฒนาไปอีกขั้นอย่าง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A 4WD ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ และระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting)

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง DNA ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘ดุดัน ไม่เกรงใจใคร’ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เต็มพิกัดให้กับคอออฟโรดตัวจริง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถนั่งอเนกประสงค์ที่มอบทั้งความสมบุกสมบันในการเดินทาง ความสะดวกสบาย และความปบลอดภัย รวมถึงเทคโนโลยีอันล้ำสมัย นำทัพโดย ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ดีเซล วี 6 ที่พัฒนามาเพื่อลูกค้าที่แสวงหาความเป็นเลิศในการใช้ชีวิต ขณะที่ยังรักการผจญภัย โดดเด่นและแตกต่างด้วยความหรูหราเหนือระดับ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ชั้นนำ อาทิ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ 4A 4WD และฟีเจอร์ที่เพิ่มมาเป็นครั้งแรกในห้องโดยสารของรถ PPV อย่างเบาะนั่งคนขับและเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอากาศ รวมถึงระบบบันทึกตำแหน่งเบาะที่นั่งสำหรับคนขับ ชาญฉลาดด้วยฟังก์ชันการปรับตำแหน่งเบาะที่นั่งให้เข้าออกสะดวกสำหรับเบาะนั่งคนขับ (Easy Entry and Exit) มาพร้อมระบบเสียง Bang & Olufsen® ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมซับวูฟเฟอร์

 

ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตระดับตำนานที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 ตอกย้ำความเป็นมาอันยาวนานในวงการรถยนต์ของแบรนด์ฟอร์ด

สำหรับลูกค้าที่ต้องการแสดงความเป็นตัวตนผ่านการแต่งรถคู่ใจให้มีเอกลักษณ์ ฟอร์ดนำเสนอชุดอุปกรณ์ตกแต่งดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าพร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่พิเศษยิ่งขึ้น ได้แก่

  • อุปกรณ์ตกแต่งแท้จากฟอร์ดที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ฝาปิดท้ายกระบะระบบไฟฟ้า เบดสไลด์ระบบไฟฟ้า บันไดข้างแบบพับได้ และกล้องบันทึกวีดีโอหน้าและหลัง นำเสนอในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสตอร์มแทรคที่จัดแสดงในงาน
  • อุปกรณ์ตกแต่งแท้ Ford x ARB อาทิ กันชนซาฮาร่ามีกล้องหน้าและอุปกรณ์เสริม, ไฟ LED 20 นิ้วและชุดสายไฟ และแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถโพลีเมอร์ที่นำเสนอในรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรคที่จัดแสดงในงาน
  • ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ Ford x Hamer ที่ฟอร์ดร่วมกับ Hamer แบรนด์อุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำของไทยพัฒนาขึ้น ดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ ประกอบด้วย แร็คหลังคา Ford x Hamer ขนสัมภาระได้มากขึ้น ด้วยแร็คหลังคาที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ไร้กังวลเรื่องรอยขีดข่วน, สปอร์ตบาร์ Ford x Hamer เพิ่มความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต, กระจังหน้า FORD พร้อมตัวอักษร RANGER สีดำ ตอกย้ำดีไซน์อันโดดเด่น และเอกลักษณ์เฉพาะของฟอร์ด และซุ้มล้อฟอร์ด เพิ่มความดุดัน มาในราคาพิเศษ 20,000 บาท จากราคาปกติ 47,562 บาท สําหรบการติดตั้งบนรถฟอร์ด เรนเจอร์ กระบะสี่ประตูยกสูงรุ่น XLS เท่านั้น โดยระมีให้สีภายนอกให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว อาร์คติค ไวท์ เป็นกระจังหน้าสีดำ และสีดำ แอบโซลูท แบล็ค เป็นกระจังหน้าสีเทา2

 

ข้อเสนอสุดเร้าใจมากมายภายในงานมอเตอร์โชว์ 

ฟอร์ดมอบข้อเสนอแห่งปี สำหรับรถยนต์ฟอร์ดทั้งรุ่นใหม่ล่าสุด และรุ่นยอดนิยมภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ข้อเสนอสำหรับรถรุ่นย่อยใหม่ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6 และฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน
  • ข้อเสนอสุดคุ้มสำหรับรถรุ่นปัจจุบัน อาทิ
    • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 4×4 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 72 เดือน เฉพาะผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการ
    • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เทรนด์, สปอร์ต และไทเทเนียม พลัส 4×2 ดอกเบี้ยพิเศษ 99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พิเศษ! รับเพิ่มทองคำแท่งหนัก 1 บาท เมื่อจอง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 7 เมษายน 2567 และออกรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2567
  • ลูกค้าที่นำรถรถแบรนด์ใดก็ได้มาแลกซื้อฟอร์ด เรนเจอร์* และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รับส่วนลดอีก 30,000 บาท เพิ่มเติมจากโปรแกรมส่งเสริมการขายปกติ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2567 พิเศษ! ลูกค้าปัจจุบันฟอร์ด รับเพิ่มโปรแกรม Ford Care+ อุ่นใจในการขับขี่ตลอด 5 ปี

*ยกเว้น ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค วี 6  

  • รถฟอร์ดทุกรุ่น มาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง และโปรแกรม Ford Care ซึ่งเป็นการรับประกันจากโรงงานนานถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • ลูกค้าที่จองรถฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นใดก็ได้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 15 เมษายน 2567เมื่อซื้อฝาปิดกระบะท้ายระบบไฟฟ้ารุ่นพรีเมี่ยมหรือรุ่นแสตนดาร์ด รับทันที กล่องบันทึกวิดีโอหน้า มูลค่า 3,400 บาท และชุดผ้ายางปูพื้น 4 ชิ้น มูลค่า 1,190  บาท
  • ลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์ตกแต่ง Ford x ARB ได้รับส่วนลดทันที 10,000 บาท เมื่อซื้ออุปกรณ์ตกแต่ง ARB มูลค่ารวม 100,000 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 15 เมษายน 2567

 

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมีกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟที่บูธฟอร์ดให้ผู้สนใจได้เปิดผระสบการณ์พิเศษไปกับรถฟอร์ด ได้แก่

  • มุมให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ดีเซล 0 ลิตร วี 6 ให้ลูกค้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ใหม่ได้อย่างเข้าใจง่าย
  • อุโมงค์สไลเดอร์ Speed Simulator ให้ได้สัมผัสความเร็ว แรง และประสบการณ์ความสนุกของเครื่องยนต์ วี 6
  • ประสบการณ์ AR สุดอิมเมอร์ซีฟ พบกับการร่วมมือกันครั้งแรกของฟอร์ด และ Google นำรถฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรคที่ผ่านบททดสอบบนเส้นทางออฟโรด มาจัดแสดงในคอนเซ็ปต์ #YouCantFakeTough เจาะลึกเรื่องราวความแกร่งของฟอร์ด เรนเจอร์ โดยนำสมาร์ทโฟนมาสแกนส่วนต่างๆ ของรถเพื่อดูข้อมูลเชิงลึก และรับชมวิดีโอเกี่ยวกับฟีเจอร์ต่างๆ ได้ทั้งหมด 7 จุด

ผู้สนใจดูข้อมูลและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายจากฟอร์ดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.ford.co.th  และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center โทร 1383 และติดตามรายละเอียดรถใหม่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เพิ่มเติมได้ที่ #FordLevelsUp #RangerV6 #EverestV6 #YouCantFakeTough