Home Blog Page 150

“เอ็มจี” ส่ง “NEW MG MAXUS 7” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวสมัยใหม่ในราคา 1.769 ล้านบาท พร้อมทยอยส่งมอบปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

0
NEW MG MAXUS 7 Pic Open

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ย้ำภาพผู้นำตลาดอีวี เดินหน้านำเสนอประสบการณ์การขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้คนไทย เผยราคาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง รุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ที่คงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถในตระกูล MG MAXUS กับความโดดเด่นอย่างมีสไตล์ มุ่งตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ ที่มองหารถที่มาพร้อมฟังก์ชั่นรองรับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกครอบครัวทุกเจนเนอเรชั่น แตกต่างด้วยดีไซน์อันล้ำสมัยและมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานสากลรอบคัน โดยมี ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 1,769,000 บาท พิเศษ! กับเอ็กซ์คลูซีฟแคมเปญ มูลค่ากว่า 120,000 บาท พร้อมทยอยส่งมอบรถถึงมือลูกค้าปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

NEW MG MAXUS 7 รถ e-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าครอบครัวสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นแฝงความเรียบหรูอันมีเอกลักษณ์

กระจังหน้าใหม่ แบบ Grille less Design ประตูสไลด์ด้านข้างด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle) ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟแบบ One Touch

NEW MG MAXUS 7 5

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างลงตัว ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Double Layer พร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ปรับระดับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ สำหรับเบาะนั่งแถวที่สองเป็นแบบ Captain Seat ปรับแบบแมนนวล ออกแบบให้โอบรับกระชับทุกสรีระ มาพร้อมฟังก์ชันที่มอบความสะดวกสบายอย่างครบครัน ทั้งจอกลางแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android และช่องเชื่อมต่อ USB ให้เสียงรอบด้านด้วยลำโพงมากถึง 8 จุด เพิ่มความสะดวกสบายอีกระดับด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนด้านหน้าและหลัง และระบบกรองอากาศ PM 2.5

นอกจากนี้ NEW MG MAXUS 7 ยังคงความโดดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน จัดวางแบบ Cell-To-Pack ขนาดความจุ 90 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 570 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ช่วยในการป้องกันน้ำและฝุ่น พร้อมรองรับการชาร์จเร็วสูงสุดที่ 120 kWh โดยชาร์จไฟจาก 30% – 80% ใช้เวลาเพียง 30 นาที และการชาร์จแบบธรรมดา รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh โดยชาร์จไฟจาก 5% -100% ในเวลาประมาณ 8 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้ ยังสามารถเปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานได้ด้วยระบบ V2L โดยสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ถึงระดับ 6.6 kW โดยสามาถชาร์จรถอีวีคันอื่นได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADAS รวมมากถึง 25 ระบบ ได้รับมาตรฐาน 5 ดาว ทั้ง Euro NCAP และ ANCAP

NEW MG MAXUS 7 6

NEW MG MAXUS 7 นับเป็นรถ e-MPV ไซส์กลาง โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว (Pearl White) สีดำ (Black Knight) มาพร้อมสีภายในดูเรียบหรูด้วยโทนสีดำและสีน้ำตาล ทั้งยังมีสีพิเศษอย่าง สีเขียว (Emerald Green) มาพร้อมสีภายในโทนสีขาว จัดจำหน่ายในราคาที่เน้นให้คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้นเพียง 1,769,000 บาท สีพิเศษทูโทนเทาหลังคาดำ (Grey/Black) เพิ่ม 20,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษมูลค่ากว่า 120,000 บาท ดังนี้
-ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด มูลค่า 42,057 บาท
-ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER มูลค่า 18,692 บาท
-ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle to Load) จำนวน 1 ชุด มูลค่า 10,000 บาท
-ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
-พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-พิเศษ! ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
-ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการรถ Limousine Service กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอด 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจี ได้เล็งเห็นถึงโอกาสผนวกกับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นในยุคปัจจุบัน เราจึงได้เพิ่ม “ตัวเลือกที่ลงตัว” อย่าง NEW MG MAXUS 7 เข้าสู่ตลาดอีวีไทย โดยได้เผยโฉมสู่สาธารณชนครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีผู้ให้ความสนใจจองรถรุ่นนี้ล่วงหน้ากว่า 300 คัน โดยเป้าหมายของรถรุ่นนี้ เอ็มจี ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม มากที่สุดกับครอบครัวที่มีสมาชิกหลากหลายเจนเนอเรชั่นเพื่อให้สามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีคุณค่าด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดย เอ็มจี มีรถเตรียมส่งมอบ 1,500 คันภายในปีนี้ โดยเริ่มทยอยส่งมอบในปลายเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ไม่เพียงเท่านั้น เอ็มจี ยังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานรถอีวี ด้วยสถานี MG SUPER CHARGE STATION ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วกว่า 147 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงขยายศูนย์บริการ 150 แห่งทั่วประเทศให้สามารถรองรับบริการรถยนต์ไฟฟ้าของลูกค้า เอ็มจี เพื่อให้คนไทยอุ่นใจในการใช้รถอีวีได้ในทุกพื้นที่”

NEW MG MAXUS 7 11

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand
###

‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ ฉลองการจัดงานครั้งที่ 10 พบรถแต่งระดับโลก ซื้อรถ-อุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมก้าวสู่ฮับอาเซียนยั่งยืน 26-30 มิ.ย.นี้

0
Auto Salon 2024 Pic Open

บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ผู้จัดงาน ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน’ (Bangkok Auto Salon) เตรียมฉลองการจัดงานครั้งที่ 10 ในปี 2024 อย่างยิ่งใหญ่ โดยร่วมมือกับ บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งหลายแบรนด์ เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งเติบโตต่อเนื่อง งานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Annual Car Culture PHENOMENON ปรากฏการณ์ของวัฒนธรรมคนรักรถแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชมรถแต่ง ซื้อรถใหม่ โปรแรง พร้อมกระหน่ำแคมเปญยิ่งซื้อยิ่งลุ้นรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2567 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Auto Salon 2024 2

ตอกย้ำปรากฏการณ์ที่กลุ่มคนรักรถแต่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรอคอย คือ การนำเสนอนวัตกรรมการแต่งรถจากสำนักแต่งชื่อดังของโลกที่ได้รับรางวัลจากงานโตเกียว ออโต ซาลอน 2024 มาจัดแสดงในประเทศไทย ช่วยเสริมสร้างคุณค่าทางนวัตกรรมและวัฒนธรรมการแต่งรถที่สามารถต่อยอดธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีมหกรรมบันเทิงครบครัน และกิจกรรมสุดมันส์มากมายเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยช่วงกลางปีและส่งเสริมการขับรถท่องเที่ยวที่กำลังอินเทรนด์

Auto Salon 2024 4

ในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานจัดงานฯ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด และ มร. มาซาฮารุ ซาคาอิ กรรมการ บริษัท ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนผู้จัดงาน โตเกียว ออโต ซาลอน, นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา รองประธานจัดงานฯ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ร่วมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากบริษ้ทรถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์ตกแต่ง เข้าร่วมงาน ณ ห้องจูปีเตอร์ 4-5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานจัดงานและประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ได้กล่าวถึงการฉลองการจัดงาน ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน’ ครั้งที่ 10 ว่า “เรายังคงเน้นการส่งเสริมศักยภาพและขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างโอกาสในทุกโซนซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ผู้จัดแสดงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่และความคุ้มค่า รวมทั้งมอบประสบการณ์ประทับใจครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ทั้งผู้จัดงานและผู้ร่วมจัดแสดงมุ่งมั่นมอบประโยชน์สูงสุดให้กับผู้เข้าชมงาน เชื่อว่าทุกความร่วมมือจะดึงดูดคนรักรถแต่ง ผู้ที่ต้องการซื้อรถใหม่ อุปกรณ์ตกแต่ง ฯลฯ ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยช่วงกลางปีเติบโตขึ้น รวมทั้งเกิดการร่วมธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนผลักดันประเทศไทยสู่ฮับอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน”
นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา รองประธานจัดงานฯ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ได้กล่าวว่า “ในปีนี้เราฉลองการจัดงานเป็นครั้งที่ 10 ด้วย 10 ไฮไลท์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของงาน ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ ตลอด 5 วัน ซึ่งทุกกิจกรรมล้วนตอกย้ำความเป็นความเป็นผู้นำปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมหนึ่งเดียวของคนรักรถแต่งทั้งไทยและทั่วอาเซียน โดยทุกกิจกรรมล้วนสร้างประสบการณ์ยานยนต์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้ร่วมงานได้สัมผัสครบทุกมิติ”

Auto Salon 2024 8
ภายในงานพบกับโปรโมชั่นข้อเสนอพิเศษจาก บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำในไทยนำโดย โตโยต้า, มาสด้า, อีซูซุ, ฮอนด้า, พีพี ซุปเปอร์วีลส์, ฟอร์เอฟเวอร์, เวลไซด์, เอแซดซี ฯลฯ ร่วมด้วยบริษัทอุปกรณ์ตกแต่งจากต่างประเทศอาทิ ประเทศญี่ปุ่น, จีน, เกาหลี, ไต้หวัน, ฮ่องกง ฯลฯ

พีคสุดในปีนี้! การปรากฏตัวของรถแต่งที่มีเพียงคันเดียวในโลกในงานนี้เท่านั้น โดยมีรถแต่ง 6 คันจัดหนักดีกรีความแรงนวัตกรรมจากงานโตเกียว ออโต ซาลอน 2024 ได้แก่ Toyota Prius Kuhl Racing 60R-GTW Wide Body, Mazda Roadster RE Amemiya, Honda NSX Two7 Bagged, Suzuki Jimny Sierra Outclass Overland Style, Nissan Fairlady Z (RZ34) VeilSide FFZ400, Nissan GT-R R35 (2024) Top Secret R35Gold M24 SPL

สำหรับ 10 ไฮไลท์ร่วมฉลองในครั้งนี้ อาทิ ‘โซนคาร์คลับ’ การรวมพลคนรักรถแต่งประจำปี ที่เหล่าคาร์คลับ สำนักแต่งชั้นนำทั้งเมืองไทยและต่างประเทศ ได้เตรียมนำรถแต่งมาจัดแสดง สะท้อนถึงวัฒนธรรมการแต่งรถร่วมสมัยของไทยสู่สายตาผู้เข้าร่วมงานกับความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่จัดแบบยิ่งใหญ่ในปีนี้ ‘โซนอี-มอเตอร์สปอร์ต’ โดยร่วมก้บ ‘สมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย’ เตรียมเปิดการแข่งขันเกมส์ Assetto Corsa เกมส์แข่งรถ Street Racing ให้นักเกมเมอร์ได้ประลองฝีมือถึง 10 รุ่นการแข่งขัน ในงานยังรองรับความนิยมการท่องเที่ยวแนวใหม่ ให้สายแคมปิ้งได้เตรียมความพร้อมกับช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ใน ‘เอาท์ดอร์ ไลฟ์สไตล์โซน’ ที่จัดแสดงการปรับแต่งรถที่สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่ เป็นต้น

Auto Salon 2024 16

อัพสเกลเพิ่มความตื่นตาตื่นใจกับ มหกรรมความบันเทิง ครั้งที่ 10 ร่วมลุ้นไปกับการประกวด ‘เอคลาส เกิร์ล ไทยแลนด์ 2024’ โดยได้ทำการคัดเลือกจนได้ 8 คนสุดท้าย ซึ่งจะปรากฏตัวในงาน แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024 และค้นหาผู้ชนะคว้าตำแหน่งชิงรางวัลรวมกว่า 150,000 บาท รวมทั้งกิจกรรมเด่น ‘เซ็กซี่ คาร์ วอช’, Sexy Diva & DJ, ‘มินิคอนเสิร์ต’ ฯลฯ และโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้จองและซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในงาน รวมถึงผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมงาน ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ เรียกว่ายิ่งช้อป ยิ่งมีโอกาสลุ้นรางวัลต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท

มร. มาซาฮารุ ซาคาอิ กรรมการบริษัท ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น ตัวแทนจากโตเกียว ออโต ซาลอน เผยว่า ในปี 2024 อุตสาหกรรมยานยนต์ในเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การใช้รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดได้รับการส่งเสริมจากการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมไปถึงอุตสาหกรรมรถแต่งและอุปกรณ์ตกแต่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ของรถตัวเอง โดยรวมแล้ว ทวีปเอเชียยังรักษาตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมยานยนต์และการเติบโตของตลาด”

Auto Salon 2024 10

เตรียมตัวให้พร้อมกับงานเฟสติวัลสุดมันส์แห่งปี ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ ครั้งที่ 10 จัดโดย บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด โดยได้รับลิขสิทธิ์จากผู้จัดงานโตเกียว ออโต ซาลอน บริษัท ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น ญี่ปุ่น ด้วยรูปแบบงานที่โดดเด่นและพัฒนาให้ตอบโจทย์ทุกภาคส่วนจนได้รับการยอมรับว่าเป็นมหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์แต่งรถยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน นี่คือโอกาสพิเศษที่จะได้สัมผัสกับปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมยานยนต์และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ระดับโลก กำหนดจัดแสดง วันพุธที่ 26 – วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดแสดงงานเวลา 12.00-21.30 น.ในวันจันทร์-ศุกร์ และเวลา 11.00-21.30 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ บัตรเข้าชมงานจำหน่ายบัตรราคา 100 บาท สามารถซื้อบัตรได้ทางช่องทางออนไลน์ https://www.thaiticketmajor.com/ ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป และทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

ติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ‘แบงค็อก ออโต ซาลอน 2024’ ได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/Bangkokinternationalautosalon, Instagram : @bangkokautosalon_official, YouTube Channel : Bangkokautosalon, TikTok : Bangkokautosalon #Bangkokautosalon2024 #BAS2024

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศเกียรติคุณรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ปี 2566 เชิดชูความใส่ใจลูกค้า และผลการดำเนินงานที่โดดเด่น

0

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ปี 2566 (Mitsubishi Excellence Awards 2023) เพื่อแสดงความยินดีและยกย่องผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย ในปีงบประมาณ 2566 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยปรัชญาที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง ไปพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างไม่หยุดยั้ง โดย “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” แห่งปี 2566 ประกอบด้วย

  • บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เขตกรุงเทพฯ
  • บริษัท มิตซูพันล้าน จำกัด (จังหวัดเชียงราย) จากกลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่
  • บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด (จังหวัดศรีสะเกษ) จากกลุ่มจังหวัดขนาดกลาง
  • บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด (จังหวัดพัทลุง) จากกลุ่มจังหวัดขนาดเล็ก
  • บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด (สาขาแจ้งวัฒนะ) สำหรับกลุ่มผู้จำหน่ายใหม่ หรือ โชว์รูมใหม่ เขตกรุงเทพฯ

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “การพิจารณาเพื่อตัดสินรางวัลนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากผู้จำหน่ายของเราต่างมีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมสูสีกัน ทั้งนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลทุกท่าน และขอชื่นชมและขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านที่มุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราตลอดมา โดยหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัลในปีนี้พิจารณาจากความเป็นเลิศในการนำเสนอบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย การรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดในแต่ละเขตและภูมิภาค ซึ่งมุ่งเน้นถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพสูง พร้อมยกระดับคุณภาพบริการด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้า และต่อยอดความสำเร็จและสร้างความเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

นายจักรพงษ์ ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มิตซูรุ่งเจริญได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ในเขตกรุงเทพฯ จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปีนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของเราในการมุ่งเน้นการขายและมอบการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า รางวัลนี้ยังเป็นกำลังใจให้แก่พนักงานของเราและทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งกระบวนการดำเนินงานด้านการขายและบริการหลังการขาย ตลอดจนการเพิ่มทักษะของบุคลากร เพื่อให้ลูกค้าของเราพึงพอใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากมิตซูรุ่งเจริญในกรุงเทพฯ รวมถึงในจังหวัดอื่น ๆ ทั้งสมุทรปราการ ปทุมธานี และสมุทรสาคร”

นายชุติพงศ์  บุษรารังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด ซึ่งได้รับรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ถึง 7 ปีซ้อน กล่าวว่า “ขอขอบคุณมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปีนี้แก่มิตซู ศรีสะเกษทีทีออโต้ ซึ่งเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันที่เราได้รับรางวัลนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีถึงคุณภาพในการดำเนินงาน ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่เปิดให้บริการ เราจะตั้งใจพัฒนางานขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้ามิตซูบิชิของเรา”

นอกจากรางวัล ‘ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม’ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมอบรางวัล ‘ประสิทธิภาพการขายสูงสุด และส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม’ (Top Productivity and Top Market Share Awards) ให้แก่ผู้จำหน่ายอีกด้วย ประกอบด้วย

  • รางวัลประสิทธิภาพการขายสูงสุด สำหรับผู้จำหน่าย เขตกรุงเทพฯ

1.รางวัลประสิทธิภาพการขายสูงสุด (รวมทุกประเภทรถยนต์) : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) 

  1. รางวัลยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
  2. รางวัลยอดขายรถกระบะ : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
  • รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม สำหรับผู้จำหน่าย เขตต่างจังหวัด
  1. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม (รวมทุกประเภทรถยนต์)
    – กลุ่มตลาดขนาดใหญ่ : บริษัท มิตซูอยุธยา (ไทยธาดา) จำกัด จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

– กลุ่มตลาดขนาดกลาง : บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด และ บริษัท มิตซูไทยยนต์ จำกัด (ศรีสะเกษ)

จากจังหวัดศรีสะเกษ

– กลุ่มตลาดขนาดเล็ก : บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด จากจังหวัดพัทลุง

  1. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง (ร.ย. 1)
    – บริษัท มิตซูเจียงหนองคาย จำกัด (สาขาบึงกาฬ) จากจังหวัดบึงกาฬ

3. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม ประเภทรถบรรทุกส่วนบุคคล (ร.ย. 3)
บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด จากจังหวัดพัทลุง

ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024 มั่นใจตลาดรถมือสองยังตอบโจทย์คนไทย ใช้วิกฤตพลิกสู่โอกาสทั้งของผู้ประกอบการและผู้บริโภค

0

บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด ผู้จัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST AUTO SHOW THAILAND 2024) มั่นใจตลาดรถมือสองของไทยยังไม่อิ่มตัว พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถคุณภาพดีราคาย่อมเยา พลิกวิกฤตสู่โอกาสทั้งของผู้ซื้อและผู้ขาย จากความได้เปรียบเรื่องราคารถที่ปรับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ได้คุณภาพรถที่ดีขึ้น พร้อมเดินหน้าจับมือผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานการรับประกันใหม่ ร่วมกับ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เพื่อส่งมอบความคุ้มค่า คุ้มเงิน คุ้มราคา เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มลูกค้าด้วยการคัดสรรรถใช้แล้วคุณภาพดีมีรับประกัน

นายวิชัย สุวรรณศิลา นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว เผยถึงภาพรวมของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วว่า “เชื่อว่าตลาดรถยนต์ใช้แล้วจะมีแนวโน้มการฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในครึ่งหลังของปี 2567 เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป สถาบันการเงินเริ่มปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เร่งช่วยลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้คุณภาพสินเชื่อปรับดีขึ้น และลดโอกาสหนี้เสียน้อยลงเพราะถูกคัดกรองตั้งแต่แรก ประกอบกับราคารถมือสองเริ่มนิ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภค หลังจากมีการปรับราคาลดลงมาเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ทำให้เป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่มีความต้องการใช้รถยนต์เพราะจะได้รถมือสองที่ราคาน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับ
ในอดีต  และได้รถที่มีคุณภาพดีผ่านการใช้งานมาไม่เยอะ  โดยเฉพาะลูกค้าที่เตรียมเงินก้อนซื้อสดโดยไม่จัดไฟแนนซ์ หรือผู้ที่มีเครดิตค่อนข้างดี นอกจากนี้ผู้ประกอบการเองก็เริ่มปรับตัว ชี้แนะให้ซื้อรถที่เหมาะสมกับศักยภาพทาง
การเงิน ทำให้เกณฑ์ผ่านไฟแนนซ์มีทิศทางที่สดใส ดังนั้นครึ่งปีหลังนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการฟื้นตัว จากแรงหนุนตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เพราะความต้องการของผู้บริโภคที่มองเห็นความคุ้มค่า คุ้มเงิน คุ้มราคาของการซื้อรถยนต์ใช้แล้วยังมีอยู่ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด”

ส่วนทางด้าน นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เผยว่า จากการจัดงานปีนี้เป็นปีที่ 12 งานของเราช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงกลางปีได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะยอดขายภายในงานของกลุ่มรถใช้แล้วในปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะผู้บริโภคที่เลือกซื้อรถในงานเป็นลูกค้ากลุ่มมีกำลังซื้อ มีความพร้อม อีกทั้งการรับประกันซื้อคืนยังสร้างความมั่นใจ และส่งเสริมให้เลือกซื้อรถยนต์มือสองได้ง่ายขึ้น โดยที่มาของการรับประกันรถยนต์ใช้แล้วในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” เริ่มตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปี 2012 เกิดจากแนวคิดที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและสร้างมาตรฐานการรับประกันของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นที่แพร่หลาย ผมจึงได้มีการตกลงและทำสัญญากันในกลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่เข้ามาร่วมงานกันว่า เราจะ

ช่วยกันลบจุดอ่อนของธุรกิจรถมือสอง ที่เกิดจากความไม่มั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ จนทำให้ลูกค้าลังเลไม่กล้าตัดสินใจซื้อ งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” จึงเป็นงานแรก ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคด้วยการรับประกันซื้อคืน 100% หากรถมือสองที่ซื้อในงานผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย

“สำหรับปีนี้ นอกจากผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วจะคัดกรองรถสภาพนางฟ้า รุ่นใหม่ ๆ ไมล์น้อยมาจำหน่ายในงานเหมือนเช่นการจัดงานทุกครั้งที่ผ่านมา ทุกคันยังต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากทีมงานที่มากประสบการณ์ของผมอีกด้วย เพราะเราได้มีการยกระดับการรับประกันรูปแบบใหม่สำหรับรถยนต์ใช้แล้วที่จำหน่ายในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ด้วยการออกใบรับประกัน ระบุคุณภาพเกรดของรถยนต์ใช้แล้วทุกคันภายในงาน ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับตัวรถอย่างครบถ้วน เพื่อให้คนที่มาซื้อรถยนต์ใช้แล้วมั่นใจและตัดสินใจซื้อได้ทันที ซึ่งผมยังมั่นใจว่าตลาดรถยนต์มือสองในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโต เพราะความต้องการทางฝั่งผู้บริโภคยังคงมีมาเรื่อย ๆ” นายพัฒนเดช กล่าว

นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใช้แล้ว ร่วมเสนอความคิดเห็นว่า “ปกติในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี “ตลาดรถยนต์มือสอง” จะคึกคักเพราะผู้บริโภคมักเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่มีราคาถูกกว่ารถป้ายแดง ดังนั้นในช่วงที่ซัพพลายรถใช้แล้วอยู่ระหว่างการระบายออก จึงเป็นโอกาสทองที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อรถมือสองได้หลากหลายในราคาย่อมเยา เช่น รถยุโรปบางรุ่นราคาลดลงไปถึง 300,000-400,000 บาท จากราคาที่เคยตั้งไว้  ซึ่งปัจจุบันถือว่าสถานการณ์เริ่มทรงตัว ราคารถมือสองเริ่มนิ่ง และตลาดมีโอกาสเติบโตที่ประมาณ 4-5 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถใหม่ป้ายแดง หรือรถมือสองไม่ควรมองแค่เรื่องงบประมาณ แต่ต้องเลือกให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เราได้รวบรวมยนตรกรรมมากคุณภาพหลากหลายแบรนด์มาให้ได้พิจารณาเปรียบเทียบความคุ้มค่า ครบทุกเซ็กเมนต์ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน”  ครบจบในงานเดียวห้ามพลาด  3-7 กรกฎาคม 2567 ณ ไบเทค บางนา เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม”

“ตลาดรถยนต์ใช้แล้ว” หรือ “ตลาดรถมือสอง” นับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย  ด้วยมูลค่าหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก และรายใหญ่เข้ามาทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ตลาดรถใช้แล้วก็ยังเติบโตประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ เพราะผู้คนมีความต้องการใช้รถส่วนตัวมากขึ้นส่งผลให้ตลาดรถมือสองเติบโตสวนภาวะเศรษฐกิจอย่างมาก

โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ฉลองผลิตรถยนต์ครบ 4 ล้านคัน

0

โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ผู้ผลิตรถยนต์มาสด้าและรถปิกอัพฟอร์ด ร่วมฉลองการผลิตครบ 4 ล้านคัน หลังจากที่ลงทุนอย่างต่อเนื่องมาตลอด 29 ปี ปัจจุบันรวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 80,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิตสูงถึง 270,000 คันต่อปี โดยเฉพาะการผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน ซึ่งเป็นโปรดักส์แชมเปี้ยน ส่งผลทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และส่งออกแหล่งสำคัญของโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้และเงินลงทุนมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ

มร. เคนอิจิโร ซารุวาตาริ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โรงงานเอเอทีเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 จากการร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นศูนย์กลางการผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตัน สำหรับจำหน่ายภายในประเทศไทยและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก และในปี พ.ศ. 2550  เริ่มมีการผลิตรถยนต์นั่งสำหรับมาสด้า ทั้งนี้มาสด้าและฟอร์ดได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้ปัจจุบันมีมูลค่าการลงทุนร่วมกันของทั้ง 2 บริษัทฯ มีมูลค่าสูงถึง 2,162 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 79,000 ล้านบาท”

ปัจจุบันโรงงานเอเอทีมีกำลังการผลิตรถเพื่อการพาณิชย์และรถยนต์นั่งรวมกันทั้งสิ้น 270,000 คันต่อปี โดยผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปทั่วโลกกว่า 171 ประเทศ โดยมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 65% ส่วนรถที่ผลิตในปัจจุบัน ได้แก่ มาสด้า2 มาสด้า3 มาสด้า CX-3 มาสด้า CX-30  ฟอร์ด เรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ โดยตลาดหลักที่มียอดส่งออกมากที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย

มร. ฮิโรโนริ ทานากะ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “มาสด้าขอใช้โอกาสในการร่วมเฉลิมฉลองกับความสำเร็จของเอเอทีครั้งนี้ ให้มั่นใจว่าเราจะเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกันต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยครบวงจรมากที่สุด รวมถึงการส่งเสริมให้ธุรกิจของมาสด้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งภายในประเทศและการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น  ยังได้ก่อตั้ง บริษัท มาสด้า พาวเวอร์เทรน เมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MPMT เพื่อทำการผลิตชุดเกียร์อัตโนมัติแห่งแรกขึ้นในประเทศไทยและเป็นครั้งแรกที่สร้างโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัตินอกประเทศญี่ปุ่น โดยมีกำลังการผลิต 400,000 ยูนิตต่อปี และผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ จำนวน 100,000 เครื่องต่อปี เพื่อส่งออกไปทั่วโลกและป้อนให้กับโรงงานเอเอที ด้วยศักยภาพและความพร้อมของเอเอทีและเอ็มพีเอ็มทีในการควบคุมคุณภาพของการผลิต รวมถึงความพร้อมของผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ทั้งนี้ มาสด้ายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย โดยมาสด้าวางแผนเพิ่มเงินลงทุนในโรงงานทั้งสองแห่งเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญในภูมิภาคนี้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

“อีซูซุ” เปิดตัว THE NEW ISUZU MU-X “THE NEXT PEAK” จุดสูงสุดใหม่…กับชีวิตที่เหนือกว่า ส่งสุดยอดรถอเนกประสงค์ สู่ตลาดเมืองไทย

0
MU-X “THE NEXT PEAK” Pic Open

อีซูซุรุกตลาดรถเอนกประสงค์พีพีวี เดินหน้าเปิดตัวสุดยอดรถอเนกประสงค์ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” (มิว-เอ็กซ์ “เดอะ เน็คซ์พีค”) ภายใต้นิยาม “จุดสูงสุดใหม่…กับชีวิตที่เหนือกว่า” ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกจดภายใน พร้อมสีใหม่! สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet มาพร้อมกล้องรอบคัน 360 องศา (360° Surround View Camera) ภาพคมชัดระดับพรีเมี่ยม เพิ่มความมั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ ขับสบายด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า และเสริมความปลอดภัยเหนือขั้น ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS Generation ล่าสุด! พร้อมการอัพเกรดครั้งใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ความพีคที่เหนือกว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 – 1,771,000 บาท

MU-X “THE NEXT PEAK” 2

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคเลือกซื้อรถโดยพิจารณาจากอรรถประโยชน์ของรถที่สามารถตอบสนอง ไลฟ์สไตล์และการใช้งานได้อย่างหลากหลาย จึงทำให้รถอเนกประสงค์เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ครบทุกด้าน ตลอดจนความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่มากกว่า อีซูซุจึงขอแนะนำ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” โดยมีเป้าหมายให้ MU-X “THE NEXT PEAK” เป็นรถอเนกประสงค์ที่ดีที่สุดในคลาส ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS ที่ออกแบบพลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น มาพร้อมชุดแต่ง RS Design รอบคัน ผ่านเส้นสายที่มีความ Dynamic สปอร์ต หรูหรา กับสีใหม่! สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet และครั้งแรกใน MU-X กับพวงมาลัยไฟฟ้า และ 360° Surround View Camera กล้อง 360 องศา มั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ พร้อมอัพเกรดระบบความปลอดภัยที่เหนือไปอีกขั้นกับ ADAS Generation ล่าสุด! ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 – 1,771,000 บาท ไตรมาส 1 ที่ผ่านมาในปีนี้ อีซูซุสามารถสร้างยอดขายที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่นใหม่นี้ จะตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน และสามารถครองใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”

MU-X “THE NEXT PEAK” 3

งานแนะนำรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยการใช้เทคนิคคาไลโดสโคป (Kaleidoscope) และโชว์สุดพิเศษที่มีความโมเดิร์นมาแสดง เพื่อสะท้อนทุกมุมมองผ่านแรงบันดาลใจสู่จุดสูงสุดใหม่ของการออกแบบที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่นและเหนือกว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน พร้อมกับการเปิดตัวรถเอนกประสงค์ใหม่! หลากหลายรุ่น ถึง 8 คัน นำทีมโดย MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS จุดสูงสุดใหม่…ของดีไซน์สปอร์ตที่เหนือกว่า สร้างความแตกต่างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีเป้าหมายให้ MU-X “THE NEXT PEAK” เป็นรถอเนกประสงค์ที่ดีที่สุดในคลาส

MU-X “THE NEXT PEAK” 3

ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” จุดสูงสุดใหม่…กับชีวิตที่เหนือกว่า มาพร้อมความพีคที่เหนือกว่า ดังนี้

The PEAK of DESIGN จุดสูงสุดใหม่…ของความโดดเด่น ที่เหนือกว่า

MU-X “THE NEXT PEAK”
•ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS จุดสูงสุดใหม่…ของดีไซน์สปอร์ตที่เหนือกว่า กับการออกแบบครั้งใหม่! ของ THE PEAK OF RS DESIGN ที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น และสปอร์ต ผ่านเส้นสายที่มีความ Dynamic รอบคันมาพร้อมสีสันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทําให้ทุกจังหวะพีค…ชัดเจนสูงสุด
ดีไซน์ภายนอก (Exterior)
-ทรงพลังด้วยกระจังหน้าใหม่! Black Diamond Grille พร้อมสะท้อนความพีคด้วยสัญลักษณ์ RS ด้วยวัสดุ Black Chrome
-โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่! Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line

MU-X “THE NEXT PEAK” 6
-สปอร์ตด้วยล้ออัลลอยใหม่! RS Design ขนาด 20 นิ้ว เพิ่มความสปอร์ตด้วย Fender Garnish สีดำ และ Side Garnish สัญลักษณ์ RS
-เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet ดุดันพร้อม Air Curtain เพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์
-ดีไซน์ใหม่! เร้าใจอารมณ์สปอร์ต กับสีใหม่ล่าสุด! Eiger Gray Opaque และหลังคาดำ Black Roof พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นเท่สะดุดตาด้วยสี Lime Green

MU-X “THE NEXT PEAK” 7
ดีไซน์ภายใน (Interior)
การออกแบบครั้งใหม่! ที่ช่วยยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้พีคกว่าเดิมด้วยโทนสีดำใหม่! พร้อมตกแต่งด้วย Matte Silver Garnish

MU-X “THE NEXT PEAK” 8
-เพอร์เฟกต์ทุกองศา ด้วยเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตใหม่! นั่งสบายโอบรับสรีระ พร้อมโดดเด่น ด้วยการเดินด้ายสี Lime Green และสัญลักษณ์ RS บนหัวเบาะ
-เร้าใจด้วยบรรยากาศภายใน Red Ambient Light
-คอนโซลสีดำดีไซน์ใหม่เหนือระดับทุกรายละเอียด ตกแต่งด้วย Matte Silver

MU-X “THE NEXT PEAK” 9

•ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ULTIMATE จุดสูงสุดใหม่… ของความพรีเมี่ยม กับการออกแบบครั้งใหม่! ของ THE PEAK OF ULTIMATE DESIGN ที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น และพรีเมี่ยม ผ่านเส้นสายภายนอกที่มีความ Dynamic สู่ภายในที่ หรูล้ำหน้า กับเทคโนโลยีใหม่ ทําให้ทุกจังหวะความสำเร็จ…พีคได้สูงสุด
ดีไซน์ภายนอก (Exterior)
-กระจังหน้าดีไซน์ใหม่! Dynamic Grille หรูหราด้วยวัสดุสีดำ Titanium Carbide
-โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่! Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line
-ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ Dynamic Turbine ขนาด 20 นิ้ว สี Magnetite II พร้อม ดีเทลก้านแม็กแบบ 3D

MU-X “THE NEXT PEAK” 11
ดีไซน์ภายใน (Interior)
การออกแบบครั้งใหม่! ที่ยกระดับความหรูหรา ภายในห้องโดยสาร ด้วยโทนสี Truffle Brown – Black ให้ความรู้สึกอบอุ่น High Class
-เบาะ 7 ที่นั่ง ดีไซน์ใหม่! สี Truffle Brown ที่นั่งสบายเหนือกว่า โอบรับสรีระ ด้วยวัสดุ Cool Max ช่วยลดการสะสมความร้อน
-คอนโซลดีไซน์ใหม่! สี Truffle Brown-Black พรีเมี่ยมด้วยวัสดุ Piano Black – Satin Silver
-บรรยากาศภายในหรูหราด้วย White Ambient Light

MU-X “THE NEXT PEAK” 12
The PEAK of LIFESTYLE จุดสูงสุดใหม่…ของความสบาย ที่เหนือกว่า
การอัพเกรดครั้งใหม่! ที่ทำให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่เหนือไปอีกขั้น พร้อมพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ที่ปรับให้เข้าได้กับทุกไลฟ์สไตล์ ทําให้ทุกจังหวะพีค…ตอบทุกความต้องการสูงสุด

•ใหม่! กล้อง 360 องศา (360° Surround View Camera) มั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ ใน ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS

MU-X “THE NEXT PEAK” 13
•ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Steering) ขับสบายเหนือกว่าคล่องตัวทั้งในเมือง และนอกเมือง ในรุ่น RS และ Ultimate
•ใหม่! Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แบบสัมผัส รองรับ Wireless Android Auto & Wireless Apple CarPlay พร้อม Multitasking System เชื่อมต่อข้อมูลกับ Integrated MID แสดงผลได้หลากหลายฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ระบบแสดงองศามุมปีนไต่ ลาดเอียง และทิศทางการเลี้ยวของล้อ ในรุ่น RS และ Ultimate
•Smart Tailgate with Step Sensor ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าและหยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวางด้วยระบบ Jam Protection
•ที่นั่งโดยสาร 7 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ฝั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง และเบาะนั่งตอน 2 และตอน 3 ปรับเอนได้พร้อมพับได้ราบสนิท เพิ่มพื้นที่เก็บของ เข้าออกที่นั่งตอน 3 แบบ One Touch
•ดีไซน์ใหม่! เร้าใจอารมณ์สปอร์ต กับสีใหม่ล่าสุด! Eiger Gray Opaque และหลังคาดำ Black Roof พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นเท่สะดุดตาด้วย สี Lime Green ในรุ่น RS

MU-X “THE NEXT PEAK” 15

The PEAK of CONFIDENCE จุดสูงสุดใหม่…ของระบบความปลอดภัย ที่เหนือกว่า
ระบบความปลอดภัยที่เหนือไปอีกขั้น ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS Generation ล่าสุด! กล้องหน้าคู่ พร้อมเรดาร์ 2 จุด และ เซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน มั่นใจด้วยเทคโนโลยีเพื่อระบบความปลอดภัย Active & Passive Safety ทำให้ทุกจังหวะพีค…มั่นใจสูงสุด ใน ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS และ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Ultimate•ADAS Generation ล่าสุด! เพิ่มเติมใหม่ 5 ระบบ กล้องหน้าคู่ พร้อมเรดาร์ 2 จุด และ เซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน
-ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKAS (Lane Keep Assist System)
-ใหม่! ระบบช่วยควบคุมทิศทางของรถตามรถคันหน้า TJA (Traffic Jam Assist)
-ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ELK (Emergency Lane Keeping)
-ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) พร้อม ระแบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
-ใหม่! ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Brake) พร้อม ระบบช่วยเตือนขณะถอย RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
-ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and GO ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control)
-ระบบช่วยแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning) พร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
-ระบบช่วยแจ้งเตือนจุดอับสายตา BSM (Blind Spot Monitoring)
-ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์ Parking Aid System
-ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา TA-AEB (Turn Assist with Autonomous Emergency Braking)
-ระบบช่วยควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Automatic High Beam)
-ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด PMM (Pedal Misapplication Mitigation)
-ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ MCB (Multi-Collision Brake)
-ระบบช่วยตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง MSL (Manual Speed Limiter)
•เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย Active & Passive Safety
-ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ABS (Anti-Lock Brake System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) และระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS (Brake Override System)
-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System)
-ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic Stability Control)
-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist)
-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control)
-ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control)
-โครงสร้างห้องโดยสาร Ultra-High Tensile แกร่ง และทนทาน

MU-X “THE NEXT PEAK” 16

★The PEAK of PERFORMANCE จุดสูงสุดใหม่…ของสมรรถนะ ที่เหนือกว่า
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่! ที่ไม่หยุดพัฒนาขีดสุดสมรรถนะ พร้อมท้าทายทุกอุปสรรค ด้วยขุมพลังเหนือชั้น ทําให้ทุกจังหวะพีค…ลุยได้สูงสุด

•Professional 4WD
-ระบบ Terrain Command ลุยได้ทุกสภาพถนนด้วยระบบขับเคลื่อนที่สามารถเลือกได้ทั้งแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ทนทาน และประหยัดน้ำมันกว่า
-ระบบ Rough Terrain Mode ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกให้เหมาะสม เพื่อสามารถผ่านอุปสรรคได้ดีขึ้น ใช้ได้ทั้งในโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
•ทรงตัวเยี่ยม นุ่มนวลนั่งสบาย ด้วย ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone และช่วงล่างหลังแบบ 5-Link Suspension เอกสิทธิ์เฉพาะ MU-X
•ตำแหน่งเครื่องยนต์เยื้องหลังเพลาหน้าแบบ Semi-Midship กระจายน้ำหนัก เกาะถนน ทรงตัวดียิ่งขึ้น
•คล่องตัวทุกการขับขี่ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.6 เมตร

MU-X “THE NEXT PEAK” 17

ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายถึง 4 รุ่น ได้แก่ RS, Ultimate, Elegant และ Active มีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque), ขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl), แดง เอทนา ไมก้า (Etna Mica), ดำ บาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica), เงินไอซ์เบิร์ก ไมก้า (Iceberg Silver Mica) และ เงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (Bohemian Silver Metallic) แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 – 1,771,000 บาท

MU-X “THE NEXT PEAK” 19

สัมผัสความพีคของรถอเนกประสงค์ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” ได้ที่โชว์รูมอีซูซุ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2567 หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

“ฮุนได” แนะนำ สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ ครบครันยิ่งกว่าเคย

0
ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 Pic Open

ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) เขย่าตลาดกลุ่มรถยนต์มินิเอ็มพีวีอีกครั้งด้วยการเปิดตัว ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ โดยทั้งสองรุ่นมีความคุ้มค่าและน่าใช้มากกว่าที่เคย เนื่องจากติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมมาให้ทั้งภายนอก ภายในห้องโดยสาร และอุปกรณ์ความปลอดภัย นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอให้คุณเป็นเจ้าของ ฮุนได สตาร์เกเซอร์ คันใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อคุณและคนที่คุณรัก

“เราให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ที่ดีกว่ากับลูกค้าอันมีค่าของเราเสมอ ฮุนไดจึงไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และเดิน หน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้เราภูมิใจนำเสนอ ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ ซึ่งมีความคุ้มค่าและน่าใช้ยิ่งกว่าเคย เนื่องจากเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่มากกว่า ทั้งในเรื่องของความสะดวกสบายและความปลอดภัย โดยเราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฮุนได ในการเจาะกลุ่มรถยนต์มินิเอ็มพีวี จนสามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะรถยนต์รุ่นที่ทุกคนชื่นชอบต่อไป” นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ครบครันกว่าที่เคย

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ ติดตั้งดิสเบรกหลัง พร้อมเบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Hold เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลายอีกรายการทั้ง ไฟหน้าแบบ LED, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย และระบบควบคุมอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ นอกจากนั้น เบาะแถวที่ 2 แบบ Captain Seat ซึ่งเคยมีให้เลือกเฉพาะรุ่นสมาร์ท 6 และ เอ็กซ์ 6 ในตอนนี้มีให้เลือกแล้ว ในรุ่นสไตล์ 6

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 2

ปกป้องอย่างเหนือชั้น

 

มั่นใจในการปกป้องที่เหนือกว่าเพราะ ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 เพิ่มถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัยมาให้รวมเป็น 6 ตำแหน่ง ครบครันด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อื่นๆ ทั้งระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC, ระบบเสริมแรงเบรก BAS, ระบบควบคุมการทรงตัว VSM, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบแจ้งความดันลมยางอัตโนมัติ TPMS และกล้องมองหลังขณะถอยจอดพร้อมเซนเซอร์กะระยะถอยหลัง

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 9

ประหยัดและทรงพลัง

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์เบนซิน เอ็มพีไอ สมาร์ทสตรีม ขนาด 1.5 ลิตร ที่โดดเด่นทั้งความประหยัดและตอบสนองทันใจ ให้กำลังสูงสุด 115 แรงม้า ที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 144 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับระบบส่งกำลังอัจฉริยะ IVT (Intelligent Transmission Variable) ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ ประกอบด้วย NORMAL, ECO, SPORT และ SMART

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 รุ่นใหม่ มีราคาเริ่มต้นเพียง 849,000 บาท พร้อมบ่งบอกความเป็นตัวคุณด้วยทางเลือก 4 สีตัวถัง ทั้งสีดำ มิดไนท์ แบล็ก เพิร์ล, สีเทา ไททัน เกรย์ เมทัลลิก, สีเงิน แม็กเนติก ซิลเวอร์ เมทัลลิก และ สีขาว ครีมมี่ ไวท์ เพิร์ล

มั่นใจในทุกการขับขี่เพราะ ฮุนได สตาร์เกเซอร์ ทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี1, ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร2 และ ฟรีการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร2 นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอการเงินพิเศษให้กับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% สำหรับเงื่อนไขดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน1

ฮุนได สตาร์เกเซอร์ สไตล์ 6 6

ค้นพบรถยนต์คันจริงและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ได้แล้ววันนี้ ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการที่พร้อมให้ บริการท่านทั่วประเทศ รวมถึง H-SPACE ถนนวิภาวดี และ H-STUDIO ณ ศูนย์การค้า The Emsphere (ดิ เอ็มสเฟียร์) ชั้นสอง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่ hyundai.com/th ทั้งยังมีบริการจองรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ Cl!ck to Buy ที่ buyonline.hyundai.com

 

“เอ็มจี” ร่วมมือกับ อีซี่ โวลต์ นำ MG EP 100 คัน สานต่อความมุ่งมั่นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถบริการสาธารณะ

0
MG EP Pic Open

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เอ็มจี และ บริษัท อีซี่ โวลต์ จำกัด (EASY VOLT) ร่วมผลักดันสังคมรถบริการพลังงานไฟฟ้าให้เติบโต สนับสนุนให้ผู้เช่ารถรับจ้างสาธารณะสามารถเช่าขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า TAXI EASY VIP ซึ่งจะช่วยลดทั้งต้นทุนด้านพลังงาน และมลพิษในอากาศ โดย นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (คนซ้าย) ได้ส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% NEW MG EP PLUS จำนวน 100 คัน ให้กับ นายวรัชญ์ วัฒนากุลชัย ประธานกรรมการ บริษัท อีซี่ โวลต์ จำกัด(คนขวา) เพื่อใช้เป็นรถรับส่งผู้โดยสาร ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตอกย้ำให้เห็นถึงแผนงานการเดินหน้าสานต่อขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี ซึ่งจะช่วยเติมเต็มการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของคนไทยให้มีความครอบคลุมและครบวงจรมากยิ่งขึ้น

MG EP 8

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถบริการสาธารณะถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่เอ็มจีดำเนินการมาโดยตลอด จากการเล็งเห็นข้อดีหลากหลายแง่มุม ทั้งกับผู้เช่าขับเองด้วยคุณสมบัติของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ช่วยลดภาระค่าเชื้อเพลิง”

MG EP 5

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม “อีกทั้งยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดี ผู้โดยสารสะดวกสบายด้วยห้องโดยสารที่เงียบ สามารถขนสัมภาระได้มากขึ้น และนั่งสบายตามแบบฉบับของรถสไตล์ STATION WAGON อีกทั้งในปัจจุบันจุดชาร์จรถไฟฟ้าได้กระจายตัวทุกพื้นที่ ซึ่งรวมถึงสถานี MG SUPER CHARGE ที่เปิดให้บริการแล้วกว่า 147 แห่ง ทั่วประเทศ การใช้งานรถไฟฟ้าในวันนี้จึงสะดวกสบายมากขึ้น จากความร่วมมือกันระหว่าง เอ็มจี และ อีซี่ โวลต์ ในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองไทย และขยายสังคมยานยนต์อีวีให้เติบโตขึ้นในอีกระดับ”

MG EP 2

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป” ต้อนรับเดือนแห่งสีสันด้วย ‘BMW PREMIUM SELECTION FESTIVAL’ กับรถผู้บริหารป้ายแดง ราคาพิเศษ 10-16 มิถุนายนนี้ ผสานแคมเปญพิเศษ ‘MID YEAR FESTIVAL’ ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา

0
BMW PREMIUM SELECTION FESTIVAL Pic Open

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เรียกความคึกคักของตลาดยานยนต์ไทยช่วงกลางปี กับเดือนแห่งสีสันที่เปี่ยมด้วยความหลากหลาย จัดกิจกรรม ‘BMW PREMIUM SELECTION FESTIVAL’ ระหว่างวันที่ 10-16 มิถุนายน 2567 ยกทัพรถผู้บริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไมล์น้อย ราคาพิเศษ พร้อมรับฟรี! GoPro Hero10 และบัตรน้ำมัน 5,000 บาท เมื่อจองและออกรถภายในเวลาที่กำหนด ควบคู่ไปกับแคมเปญพิเศษ ‘MID YEAR FESTIVAL’ ตลอดเดือนนี้ ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ต้อนรับเดือนแห่งความหลากหลาย กับสีสันสุดตระการตา ด้วยกิจกรรมสุดปัง ‘BMW PREMIUM SELECTION FESTIVAL’ ให้ลูกค้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถผู้บริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ในราคาสุดคุ้ม ขอเชิญผู้ที่กำลังสนใจยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แวะเข้ามาที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู ใกล้บ้านครับ”

BMW PREMIUM SELECTION FESTIVAL 3

++ มิลเลนเนียม ออโต้ฯ ต้อนรับเดือนหก ยกทัพผู้บริหารสุดคุ้มค่า ให้ลูกค้าได้จับจอง

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดงาน ‘BMW PREMIUM SELECTION FESTIVAL’ นำขบวนรถผู้บริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ป้ายแดง ไมล์น้อย ราคาดี การันตีคุณภาพ มาให้เลือกสรรแบบจุใจ พร้อมรับฟรี! GoPro Hero10 และบัตรน้ำมัน 5,000 บาท เมื่อจองและออกรถภายในเวลา
ที่กำหนด ยิ่งไปกว่านั้น มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ได้หยิบยื่นแคมเปญพิเศษ ‘MID YEAR FESTIVAL’ ตลอดเดือนมิถุนายน ให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าเหนือระดับ

BMW PREMIUM SELECTION FESTIVAL 4

BMW
• ทดลองขับ ทุกรุ่น รับฟรี Starbucks Card มูลค่า 500 บาท*
• ดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 1.99%*
• ฟรี นาฬิกา Garmin Venu 2S มูลค่า 13,690 บาท*
• ฟรี บัตรรับประทานอาหารที่ Mei Jiang The Peninsula Bangkok มูลค่า 8,000 บาท*

MINI
• มินิ ราคาเริ่มต้นเพียง 1.85 ล้านบาท*
• อัปเกรด MSI สูงสุด 10 ปี*
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*

MOTORRAD
• Bluetooth Sena 50S มูลค่า 13,299 บาท*
• ฟรี Gift Voucher ส่วดลดสินค้าไลฟ์สไตล์ 50%*

ครั้งแรกกับการจับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ สุดยิ่งใหญ่ พบหลากหลายกิจกรรมแห่งความสนุก ตลอดเดือนมิถุนายน

BMW PREMIUM SELECTION FESTIVAL 6

• 15-16 มิถุนายน Pet & Joy พบกับโชว์รูม Pet Friendly กับมหกรรมสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง เพื่อเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ กับกิจกรรมสุดโปรด พร้อมสินค้าและแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ อาทิ Doggu, โรงพยาบาลสัตว์คชาเว็ท, Furrdaypet, Dr. Puppee Pure Joy, Mastervet Animal Hospital และ Sukina Petto ที่ มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาพัฒนาการ-ศรีนครินทร์

• 14-20 มิถุนายน ครั้งแรกที่ มิลเลนเนียม ออโต้ ร่วมกับ REV RUNNR เอาใจสายสปอร์ต
กับอุปกรณ์กีฬา แบรนด์ชั้นนำกว่า 100 รายการ อาทิ On, Hoka, Saucony, Goodr, Champion, Teva, Oakley จาก REV RUNNR ที่ยกขบวนสินค้านำมาให้เลือกช้อปอย่างจุใจ ที่โชว์รูม
มิลเลนเนียม ออโต้ พระราม 3 และยังมีสินค้า บีเอ็มดับเบิลยู ไลฟ์สไตล์ และแอคเซสเซอรี
ราคาพิเศษ

• 15-16 มิถุนายน สัมผัสรถผู้บริหาร มินิ ป้ายแดง ไมล์น้อย ราคาดี การันตีคุณภาพ
ที่ The Crystal

• 15–16 มิถุนายน Performance Drag Show จากกลุ่ม LGBTQ+ ที่จะสร้างสีสันและความสนุกในงาน และยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู หลากรุ่น ที่ไอคอนสยาม รวมถึงวันที่ 15 และ 22 มิถุนายน ที่สยามพารากอน

• 21-23 มิถุนายน พบกองทัพรถยนต์ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ที่ Food Villa ราชพฤกษ์

• 30 มิถุนายน Expression of Pride ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมขบวนพาเหรด เชื่อมต่อสีสันความหลากหลาย สร้างสรรค์สังคมอย่างเท่าเทียม Pride Month พาเหรดขบวนรถ
บีเอ็มดับเบิลยู BMW 430i Convertible มินิ Convertible และมอเตอร์ราด ลวดลายพิเศษ
ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ ดิ เอ็ม ดิสทริค

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect
Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)
https://www.millenniumauto.co.th

รู้จักเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid เทคโนโลยีอัจฉริยะเอกสิทธิ์เฉพาะจาก BYD ที่ทำให้ “รถปลั๊กอินไฮบริด” มอบประสบการณ์ขับขี่ได้เสมือนรถ EV

0
BYD 1

ระยะหลังมานี้ผู้เล่นในตลาดยานยนต์ประเทศไทยนำเสนอรถยนต์หลากหลายประเภทเพื่อสร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคกันมากขึ้น และหนึ่งในยนตรกรรมที่ยังคงได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อยก็คือรถยนต์ประเภท PHEV (Plug-in Hybrid) หรือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนโดยการผสานขุมพลังที่สร้างจากไฟฟ้าร่วมกับน้ำมันเชื้อเพลิงนั่นเอง โดย BYD ก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ได้เผยโฉมรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่จะเข้าสู่ตลาดยานยนต์ไทยไปในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ที่ผ่านมา นำร่องโดย BYD SEALION 6 DM-i เอสยูวีขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด 1.5 ลิตร ที่ใช้แพลตฟอร์ม DM-i เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะจาก BYD ที่ทำให้รถยนต์ PHEV มอบประสบการณ์ขับขี่ได้เสมือนรถยนต์ไฟฟ้าแต่ DM-i คืออะไร และมีความแตกต่างจากเทคโนโลยีไฮบริดอื่นๆ อย่างไร วันนี้เราจะพามาเจาะลึกถึงเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ไปพร้อมกัน DM–i Super Hybrid เทคโนโลยีขับเคลื่อนยานยนต์ที่ใช้ขุมพลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์เป็นหลัก

BYD 2

เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid เป็นเทคโนโลยีระบบพลังงานและชุดควบคุมการทำงานของรถยนต์ประเภท PHEV เอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ BYD โดยอักษรย่อ “DM” หมายถึง “Dual Mode” หรือระบบการทำงานที่ประสานขุมพลัง 2 รูปแบบ คือมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ ส่วนอักษร “i” ย่อมาจากคำว่า “Intelligent” หรือเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ผสานการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอย่างลงตัว

สิ่งที่ทำให้เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid โดดเด่นเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ คือ เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาภายใต้การขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก (Electricity-based) โดยหลักการคือจะใช้ขุมกำลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถรองรับการสร้างพลังงานด้วยการชาร์จไฟทั้งในรูปแบบกระแสตรง DC และ การแสสลับ AC จากภายนอก ซึ่งหากยังไม่เพียงพอในการใช้งานในชีวิตประจำวัน การสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์ก็จะเป็นส่วนเสริมในการสร้างพลังงานหลักเพื่อการขับเคลื่อนให้กับ “มอเตอร์ไฟฟ้า” และเมื่อต้องการสร้างพลังงานสูงสุดเพื่อการขับเคลื่อนอย่างเต็มประสิทธิภาพ “เครื่องยนต์” จะสร้างพลังงานเสริมการขับขี่ เช่น การเร่งความเร็วกะทันหัน การแซง การขึ้นเนินสูง การขับขี่ทางไกลที่ใช้ความเร็วคงที่ เป็นต้น

ดังนั้นส่วนสำคัญของเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid คือ แพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับการใช้เชื้อเพลิงพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และมากกว่านั้นก็ยังพัฒนาเพื่อให้รถยนต์มีการปล่อยมลภาวะให้น้อยที่สุด กล่าวคือ ทุกๆ มลภาวะที่ปล่อยออกมาจะต้องมีอย่างจำกัดและถูกปล่อยออกมาเพื่อการใช้งานมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนที่เสมือนรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด ซึ่งการขับเคลื่อนจะมีการส่งกำลังนิ่งเรียบและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและต่อเนื่องตลอดเส้นทาง

ขับขี่นุ่มนวล ห้องโดยสารไร้เสียงรบกวน เสมือนยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า 100%

BYD 3

เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ถือเป็นการพัฒนาภายใต้สถาปัตยกรรม DM พลังงานขับเคลื่อนเทคโนโลยีรูปแบบ Plug-In Hybrid เจนเนอเรชันที่ 4 ซึ่งทีมพัฒนาของ BYD เองนั้นสะสมประสบการณ์ในการวิจัยและพัฒนาต่อยอดตั้งแต่เจนเนอเรชันที่ 1 ถึง เจนเนอเรชันที่ 4 มาร่วม 15 ปี ซึ่งการพัฒนาเพื่อขีดจำกัดของประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและเพื่อสอดคล้องกับการใช้รถพลังงานสะอาด เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ที่ปัจจุบันถูกใช้ใน BYD SEALION 6 DM-i หรือแม้กระทั่งรุ่นอื่นๆ ที่พัฒนาภายใต้สถาปัตยกรรม DM-i Super Hybrid นั้นจะขับเคลื่อนสภาวะขับเคลื่อน Hybrid รูปแบบต่างๆ ตามสถานการณ์ ดังนี้
1.EV Mode: โหมดการขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้า โดยเป็นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก ซึ่งมีการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและไร้เสียงรบกวนเสมือนกับการขับยานยนต์ไฟฟ้า 100%
2.Series Mode: หรือโหมด HEV แบบอนุกรม เป็นโหมดการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังการขับเคลื่อนของมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์ที่มีการเดินเครื่องที่เรียบเนียนจึงทำให้การสร้างพลังงานไร้รอยต่อและสร้างสรรค์การขับเคลื่อนให้มีความนุ่มนวล และด้วยการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักจึงทำให้การขับเคลื่อนนั้นเสมือนยนตกรรมไฟฟ้ามากที่สุด
3.Parallel Mode: หรือโหมด HEV แบบขนาน ซึ่งเป็นโหมดการขับเคลื่อนที่มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ประสานการทำงานกันแบบเต็มกำลัง จึงส่งมอบประสิทธิภาพในด้านพละกำลังการขับขี่ที่ดีที่สุด มักจะถูกใช้ในช่วงที่ใช้กำลังขับเคลื่อนสูง เช่น การเร่งแซง การขึ้นเขา เป็นต้น

ทั้งนี้เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเสมือนกับการขับขี่ยนตกรรมไฟฟ้ามากที่สุด ทุกๆ การชะลอความเร็วและการเบรกนั้น ระบบ Regenerative Braking เก็บพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นสร้างพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มระยะทางการเดินทางด้วยไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงปรับปรุงอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้ดีมากยิ่งขึ้นรวมถึงอัตราการปล่อยมลภาวะให้ลดน้อยลง และ เพื่อให้รถยนต์นั้นใกล้คำว่ารถยนตกรรมไฟฟ้ามากที่สุด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงยนตรกรรมที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่จะช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวมถึงผู้คนสาธารณะได้รับทั้งเรื่องของความปลอดภัยในการใช้ถนนสาธารณะ และ มลภาวะสภาพแวดล้อมสาธารณะที่สะอาดมากยิ่งขึ้น

จุดเด่นของเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid

BYD 5

ไฮไลต์ของเทคโนโลยี DM-i คือเป็นแพลตฟอร์มที่รวมเอานวัตกรรมเทคโนโลยีอัจฉริยะไว้ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาเทคโนโลยีโดยใช้เครื่องยนต์ประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงซึ่งออกแบบเฉพาะสำหรับรถยนต์ระบบปลั๊กอินไฮบริด เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพร้อมด้วยเทคโนโลยี Blade Battery เสริมด้วยระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่อัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ ฟังก์ชันการถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมายที่มอบความสะดวกให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้อย่างมั่นใจ เช่น ระบบ VtoL ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เทคโนโลยี DM-i Super Hybrid มีข้อได้เปรียบกว่าเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดอื่นๆ ในตลาดอยู่หลายประการ อาทิ
•ประสิทธิภาพเชิงความร้อนของเครื่องยนต์ที่มากกว่า
•ประสิทธิภาพการทำงานของระบบส่งกำลังไฮบริดที่มากกว่าเนื่องด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังสำหรับเทคโนโลยี Plug-In Hybrid โดยเฉพาะ
•เทคโนโลยี Blade Battery ซึ่งปลอดภัยกว่า ทั้งยังมีความจุที่มากและเพียงพอ เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
•เทคโนโลยี DM-i ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพทั้งด้านพละกำลัง ความนิ่งเรียบของการส่งถ่ายกำลังของขับเคลื่อน และการใช้อัตราสิ้นเปลืองของพลังงานและเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ
•การทำงานของ NVH (ระดับเสียง ความสั่นสะเทือน และความกระด้างของรถยนต์) ที่มีประสิทธิภาพ
พลังงานระบบไฮบริดที่ยังคงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ เสมือนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%

เทคโนโลยี DM-i ได้รับการพัฒนาให้ขับเคลื่อนด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก และด้วยขนาดของแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาให้เพียงพอและเหมาะสมต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งหากเลือกขับรถด้วย EV Mode หรือโหมดการขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้า ในขณะที่แบตเตอรี่มีพลังงานคงเหลือปกติ ก็จะทำให้ขับขี่ได้โดยไม่สร้างมลพิษทางอากาศเลยแม้แต่น้อย เสมือนใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เพราะ EV Mode จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นระบบขับเคลื่อนหลักโดยสมบูรณ์ และไม่มีการใช้ขุมพลังจากเครื่องยนต์เลย

หรือหากขับขี่ขณะที่แบตเตอรี่มีพลังงานคงเหลือต่ำ (Low SOC หรือแบตเตอรี่น้อยกว่า 25%) ระบบก็จะยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก โดยใช้วิธีสร้างพลังงานจากเครื่องยนต์และส่งต่อมาที่มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยทั้งในเรื่องของการลดปริมาณการปล่อยมลพิษได้อย่างชัดเจน และยังเป็นการใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะเมื่อระบบมีพลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนแล้ว เครื่องยนต์ก็จะหยุดทำงานแล้วเปลี่ยนกลับมาขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้พลังงานมาจากแบตเตอรี่คงเหลือแทน นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังได้รับการออกแบบให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ทำให้รถยนต์ไม่ต้องแบกภาระน้ำหนักรวมของตัวรถที่มากเกินความจำเป็น ซึ่งจะทำให้เกิดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในการสร้างพลังงานขับเคลื่อนมากขึ้น

ทุกความชาญฉลาดของเทคโนโลยี DM-i Super Hybrid ที่กล่าวมาข้างต้น พร้อมให้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำเสมือนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแล้วในรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเผยโฉมในประเทศไทยอย่าง BYD SEALION 6 DM-i พร้อมเปิดจองสิทธิ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ BYD SEALION 6 DM-i ในประเทศไทยได้ที่ Facebook BYD RÊVER Thailand