Home Blog Page 16

ฮอนด้า ตอกย้ำแบรนด์ผู้นำรถไฮบริด ผ่านแคมเปญ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid สื่อสารจุดเด่นระบบฟูลไฮบริด ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไดรฟ์สไตล์ ให้คุณไปได้สุดกว่าที่คิด และชวนคุณเป็นเจ้าของรถ e:HEV จากฮอนด้า ด้วยข้อเสนอแรง! ทุกรุ่น

0
ฮอนด้า 1

การออกไปใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระและสามารถควบคุมทุกช่วงเวลาได้อย่างมั่นใจเป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา แล้วจะดีแค่ไหนถ้าเรามีเพื่อนคู่ใจออกเดินทางไปด้วยกัน ฮอนด้าพร้อมมอบนิยามใหม่ของความสนุกในการขับขี่ที่เร้าใจทุกไดรฟ์สไตล์ไปกับ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดอัจฉริยะจากฮอนด้าที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกับเครื่องยนต์ ปลุกทุกประสาทสัมผัสให้คุณหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส มาพร้อมกับความแรงเร้าใจควบคู่ไปกับความนุ่มนวลอย่างเหนือความคาดหมาย และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ทำให้ทุกการขับเคลื่อนเป็นไปได้ดั่งใจอยาก สะท้อนนิยามใหม่ของยนตรกรรมไฮบริดที่พร้อมพาคุณไปสู่ทุกจุดหมายได้อย่างลงตัว ฮอนด้านำเสนอไลน์อัปรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ครบทุกเซกเมนต์รวม 6 รุ่น ได้แก่ City e:HEV, City Hatchback e:HEV, Civic e:HEV, HR-V e:HEV, CR-V e:HEV และ Accord e:HEV

ฮอนด้า 2

สัมผัสขุมพลังอันเร้าใจ ปลดปล่อยจิตวิญญาณความสปอร์ต

ให้ทุกการไดรฟ์เป็นไปได้ดั่งใจ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid เร่งเมื่อไรฟีลสนุกมาเต็ม พร้อมปลดปล่อยอิสระด้วยขุมพลังสไตล์สปอร์ต มอบทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองรวดเร็วทันใจ แม่นยำ และฉับไว พร้อมมอบความเร้าใจที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง ผ่านระบบการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ทั้งมอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งแรงและประหยัดแบบพลังเพียบแต่เงียบเกินคาดตอบสนองทุกความ Excite ในทุกเส้นทางได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

ฮอนด้า 3 

สัมผัสความนุ่มนวลไร้รอยต่อจากโหมดขับขี่อันชาญฉลาด

นอกเหนือความทรงพลัง Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ยังลงตัวด้วยความนุ่มนวลขั้นสุด ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ ทำให้รถยนต์คันโปรดพร้อมเป็นเพื่อนออกไปลุยในทุกเส้นทาง มาพร้อมโหมดการทำงานดังนี้

ฮอนด้า 4

  • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) – สัมผัสการขับเคลื่อนที่สบาย ไร้เสียง ด้วยพลังงานไฟฟ้า เริ่มต้นการเดินทางด้วยความเงียบสงบและนุ่มนวลจากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนโดยไม่พึ่งพาเครื่องยนต์ ช่วยให้คุณหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก ตอบสนองไวทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง พร้อมหลอมรวมให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน
  • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode)ผสานพลังเพื่อความสมดุลทั้งแรงและประหยัด เมื่อต้องการยกระดับความเร้าใจให้การขับขี่ เพียงเหยียบคันเร่ง การตอบสนองของตัวรถยังคงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง จากการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ โดยมีการปรับสมดุลการเพิ่มรอบของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมและราบรื่น ทำให้ทุกการเดินทางลื่นไหลไม่มีสะดุด และเมื่อพุ่งทะยานสู่ความเร็วสูง พลังงานจากเครื่องยนต์จะถูกส่งตรงไปยังเพลาขับล้อเพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดการสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด นี่คือความลงตัว
    แสนชาญฉลาดที่มอบทั้งความมันส์และความสบายใจได้อย่างลงตัว
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) – ใช้เครื่องยนต์เต็มกำลังในจังหวะที่ต้องการ เมื่อคุณขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่ รถจะส่งพลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ทำให้ขับขี่
    ได้อย่างลื่นไหล ประหยัดน้ำมัน และรู้สึกมั่นใจในทุกการเดินทาง
  • โหมดคืนพลังงาน (Regeneration) – คืนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเดินทางไม่มีที่สิ้นสุดใน
    ยามที่ชะลอความเร็วหรือเบรก ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ไม่ว่ารถจะชะลอความเร็วหรือวิ่งลงทางลาด พลังงานจากการหมุนของล้อจะไม่สูญเปล่าแต่ถูกส่งกลับไปยังมอเตอร์เพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่

ฮอนด้า 5

นอกจากการขับเคลื่อนที่เติมเต็มอารมณ์แล้ว หัวใจสำคัญที่ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่คือ “ความปลอดภัย” โดยรถ Honda e:HEV ทุกรุ่นมาพร้อมกับ Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะที่เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมดูแลคุณรอบด้าน ระบบจะตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถอย่างแม่นยำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในสถานการณ์ต่าง ๆ และฟังก์ชันอัจฉริยะจะทำงานประสานกันอย่างแนบเนียนเพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง ให้สามารถโฟกัสกับการขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างอิสระและสบายใจ

ฮอนด้า 7

ทั้งหมดนี้ คือ จุดเด่นและคุณค่าของ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางพาคุณใช้ชีวิตแบบ Excite ได้อย่างอิสระและมั่นใจ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างให้คุณไดรฟ์ได้ดั่งใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/technology ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่จะเปลี่ยนนิยามการเดินทางให้เร้าใจกว่าที่เคย และให้คุณไปได้สุดกว่าที่คิด สัมผัสและทดลองขับรถยนต์ e:HEV จากฮอนด้าได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ โปรแรงสุดคุ้มให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ เมื่อจองตั้งแต่ 1 ม.ค. – 31 ม.ค. 2569 และรับรถภายในวันที่ 28 ก.พ. 2569 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดที่ https://www.honda.co.th/promotions อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

 

 

“GWM” เอาใจ TANKER สายลุย ชูชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของ GWM TANK 300 เติมลุคแกร่งให้แตกต่างใน 2 สไตล์ พร้อมรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.

0
GWM Tank 300 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่สายลุยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการแนะนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” สำหรับ GWM TANK 300 รถ SUV สายลุยระดับพรีเมียม ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากผู้ใช้ชาวไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสายออฟโรด หรือขับขี่ในเมือง พร้อมรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อซื้อและติดตั้งพร้อมรถใหม่

GWM Tank 300 3

ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” มีให้เลือกใน 2 สไตล์ ได้แก่

GWM Tank 300 2

WANDERER KIT ชุดแต่งสไตล์ออฟโรดเต็มขั้น ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักจำนวน 5 ชิ้น ได้แก่ กันชนหน้า–หลังแบบพิเศษ ใช้วัสดุ MAGNESIUM-ALUMINUM ALLOY เป็นโลหะผสมน้ำหนักเบาที่มีความแข็งแรงและสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี

GWM Tank 300 5

อีกทั้งยังทนทานต่อการกัดกร่อน กระจังหน้า ได้รับการออกแบบอย่างประณีต เพื่อเสริมความโดดเด่นให้กับดีไซน์ด้านหน้าของรถยนต์ มีช่องระบายอากาศแบบตาข่ายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ พร้อมกับดีไซน์ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความทันสมัยได้อย่างลงตัว

GWM Tank 300 6

ฝากระโปรงหน้า เพิ่มความแข็งแกร่งและความทนทาน พร้อมดีไซน์เส้นสันนูนที่ช่วยเสริมความโฉบเฉี่ยวและสไตล์สปอร์ตให้กับตัวรถ และ คิ้วบังโคลน ที่จะช่วยปกป้องสีรถและตัวถังจากรอยขีดข่วนและความเสียหายที่เกิดจากเศษกรวด หิน หรือวัสดุที่อาจกระเด็นขึ้นมาทำความเสียหายให้กับตัวรถหรือรถที่ขับตามมา ราคาชุดแต่ง WANDERER KIT นี้อยู่ที่ 131,500* บาท (*ราคานี้รวมค่าแรงติดตั้ง, ค่าทําสีฝากระโปรงและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว)

GWM Tank 300 7

URBAN KIT ชุดแต่งสไตล์โมเดิร์น จำนวน 8 ชิ้น ที่คงไว้ซึ่งความบึกบึนแต่เพิ่มความเรียบหรู เหมาะกับการขับขี่ในเมือง พร้อมดีไซน์กันชนและบันไดข้างใหม่ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์เหนือระดับ ด้วย กระจังหน้า ดีไซน์เท่และดุดันในโทนสีดําด้าน เพิ่มความแกร่งให้กับตัวรถอย่างมีสไตล์

GWM Tank 300 8

ฝากระโปรงหน้า ดีไซน์เรียบหรู พร้อมเส้นนูน เพิ่มมิติและความแข็งแกร่ง กล่องสัมภาระข้าง ดีไซน์สวยงามทันสมัยด้วยสีดําเงา ให้ความรู้สึก พรีเมียมและโดดเด่น พร้อมโลโก้ GWM ที่เพิ่มความ น่าเชื่อถือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

GWM Tank 300 9

บันไดปีนหลังคาข้าง ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การปีนขึ้น-ลงรถ สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ถาดวางสัมภาระหลังคาแบบยาว ชุดอุปกรณ์ครบครันสําหรับติดตั้งบนหลังคารถ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  คิ้วกันกระแทกประตูข้าง ชิ้นงานมีความแข็งแรงทนทาน สามารถป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดบริเวณข้างประตูและเพิ่มความสวยงามให้กับรถ ฝาครอบกระจกมองข้าง เพิ่มความสวยงามและทนทาน ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับตัวรถ และคิ้วตกแต่งไฟท้าย การออกแบบชิ้นงานคํานึงถึงความกลมกลืนกับรูปร่างของโคมไฟหลัง ส่งผลให้ตัวชิ้นงานมีความเข้ารูปกับโคมไฟหลังได้อย่างดีเยี่ยม เพิ่มความพรีเมียมและความหรูหราให้กับตัวรถเป็นอย่างมาก ราคาชุดแต่ง URBAN KIT นี้อยู่ที่ 101,800* บาท (*ราคานี้รวมค่าแรงติดตั้ง, ค่าทําสีฝากระโปรงและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว)

GWM Tank 300 10

ชุดแต่งแท้ ปลอดภัยได้มาตรฐาน พร้อมรับประกันคุณภาพจาก GWM

นอกจากชุด WANDERER KIT และ URBAN KIT แล้วนั้น GWM ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งรายชิ้นให้เลือกกว่า 30 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ อุปกรณ์ภายนอก เช่น ชุดครอบไฟหน้า–ท้าย, สปอยเลอร์, คิ้วล้อ, บันไดข้างไฟฟ้า ไปจนถึง อุปกรณ์ภายใน เช่น พรมปูพื้นเข้ารูป, ถาดสัมภาระท้าย, และอุปกรณ์เสริมเพื่อการเดินทางระยะไกลทุกประเภท โดยทั้งหมดผ่านมาตรฐานการออกแบบและความปลอดภัยระดับโรงงานของ GWM เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในคุณภาพและความเข้ากันได้สมบูรณ์แบบกับตัวรถ โดยอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก GWM รับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อซื้อและติดตั้งพร้อมรถใหม่ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกําหนด  (บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับประกันสินค้าโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

ข้อเสนอพิเศษสำหรับชุดแต่ง WANDERER KIT และ URBAN KIT

เมื่อลูกค้าเลือกซื้อชุดแต่ง WANDERER KIT หรือ URBAN KIT แบบครบเซ็ต สามารถผ่อนชำระชุดอุปกรณ์ตกแต่งรวมไปกับค่างวดรถได้ (ในกรณีจัดไฟแนนซ์) เพื่อความสะดวกและความคุ้มค่าสูงสุด

รับฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อชุดแต่ง WANDERER KIT หรือ URBAN KIT แบบครบเซ็ต ทั้งในกรณีจัดไฟแนนซ์และซื้อเงินสด เพื่อมอบความอุ่นใจและความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง

GWM TANK 300 ไม่ได้เป็นเพียงรถออฟโรดระดับพรีเมียม แต่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระ ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าค้นหา ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” นี้จะช่วยให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถปรับแต่งรถของตนเองให้ตรงกับสไตล์และการใช้งานได้อย่างมั่นใจ พร้อมการรับประกันคุณภาพจาก GWM โดยตรง ด้วยความหลากหลายของชุดแต่งและคุณภาพระดับสากล “TANK Genuine Accessories” จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความตั้งใจจาก GWM ในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านความสวยงาม สมรรถนะ และความคุ้มค่าในทุกมิติ สามารถสั่งซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ กว่า 75 แห่งทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 และเว็บไซต์ www.gwm.co.th

 

 

 

 

“อีซูซุ” ชวนลูกค้าร่วมกิจกรรม “ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

0
อีซูซู 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนเจ้าของรถอีซูซุและผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม “ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” กิจกรรมแข่งขันขับรถในสนามแบบยิมคานา (Gymkhana)  ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งด้านพละกำลัง ความคล่องตัว และการควบคุมที่แม่นยำ ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท โดยอีซูซุเปิดสนามให้ร่วมประลองความท้าทายนี้ทั่วประเทศรวม 5 สนาม ประเดิมสนามแข่งขันแรก วันที่ 24 – 25  มกราคม นี้ ณ IMPACT Lakeside ริมทะเลสาบเมืองทองธานี

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กิจกรรม ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE จัดขึ้นด้วยความตั้งใจของอีซูซุในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ให้ความแรงแต่ยังคงประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ การทดสอบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถใหม่เพื่อความแม่นยำในการขับขี่ และช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของรถ ให้นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ผ่านการขับขี่ในสนามจำลอง ที่ทั้งสนุกและท้าทาย ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยโดยมีผู้เชี่ยวชาญ  คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สำหรับรถในการแข่งขันจะมีทั้งรถ ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” อีซูซุหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะมอบทั้งความสนุก ความประทับใจ และประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับผู้เข้าร่วมทุกคน”

อีซูซู 2

รายละเอียดการแข่งขัน
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่

รุ่น OPEN COMPETITION การแข่งขันประเภทบุคคลแบบจับเวลา ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะทำการขับรถในสถานีทดสอบแบบ Gymkhana ครั้งละ 2 คน โดย 4 คน ที่ใช้เวลาน้อยที่สุด ที่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำและไม่ทำผิดกติกา จะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ และร่วมลุ้นรางวัลมูลค่ารวม 50,000 บาท

สำหรับรถที่ใช้แข่งในรุ่นดังกล่าวคือ ใหม่! ISUZU D-MAX HI-LANDER “THE ONE & ONLY” เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้ทดสอบการใช้พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ที่เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียง ปลายนิ้ว และกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการขับขี่

รุ่น TRUSTED BUDDY COMPETITION การแข่งขันประเภททีม ทีมละ 2 คน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะทำการขับขี่ในสถานีทดสอบพร้อมแสดงศักยภาพการทำงานเป็นทีม โดยจะเน้นความสนุกด้วยภารกิจที่ต้องทำร่วมกันระหว่างการแข่งขัน ซึ่งนอกจากผู้ขับขี่จะต้องใช้ทักษะการบังคับรถที่ยอดเยี่ยมผ่านการจับเวลาแล้วนั้น บัดดี้หรือผู้ช่วยขับขี่จะต้องทำภารกิจพิเศษเพื่อลดเวลาที่ใช้ทำการแข่งขันและใช้เป็นแต้มต่อในการคว้าชัยชนะ แค่เก่งไม่พอแต่ต้องใช้ทีมเวิร์คด้วย โดย 4 ทีม ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดจะเป็น        ผู้ชนะ และร่วมลุ้นรับรางวัล มูลค่ารวม 45,000 บาท

สำหรับรถที่ใช้แข่งในรุ่นดังกล่าวกล่าวคือ MU-X “THE NEXT PEAK” ยอดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ โดดเด่นเต็มขุมพลังด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ปลอดภัยมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera

สำหรับตารางกิจกรรมการแข่งขัน แบ่งเป็น 5 สนาม ได้แก่

โซนกรุงเทพและภาคกลาง
วันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 ณ IMPACT Lakeside จ.นนทบุรี

ภาคเหนือ

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานม่วนใจ๋ เซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จ. เชียงใหม่

ภาคอีสาน
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานอู้ฟู่ จ. ขอนแก่น

ภาคตะวันออก
วันที่ 7 มีนาคม 2569 ณ ตลาดนัดจตุจักร จ. ชลบุรี 

ภาคใต้
วันที่ 21 มีนาคม 2569 ณ เซ็นทรัล ภูเก็ต จ. ภูเก็ต

นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซนกิจกรรมทดสอบรถหลากหลายสถานี และเกมสุดพิเศษให้ลูกค้า    ทุกท่านได้ลุ้นรับของรางวัลมากมาย และสำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 2 รุ่น จะได้รับบัตรน้ำมัน PT มูลค่า 500 บาท เสื้อโปโลรายการแข่งขัน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายตามผลการแข่งขัน พิเศษ! ในแต่ละรอบ   การแข่งขันตามภูมิภาค ลูกค้าผู้โชคดีจะได้ร่วมนั่งรถกับนักขับมืออาชีพ สัมผัสความแรง ความเร็ว และเทคนิคการขับแบบใกล้ชิดที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกด้วย

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขันเพิ่มเติม และสมัครเข้าแข่งขันพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE ได้ที่ https://forms.gle/mHV36TDFFzmnxHSB7, Facebook : All-New ISUZU D-Max, All-New ISUZU MU-X หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.isuzu-tis.com LINE: @isuzuthai และ my-ISUZU Application

 

 

 

 

 

“GWM” สร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปิดปี 2568 ทะลุ 18,096 คัน นำโดย TANK 300และ ORA Good Cat สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยยอดขายประจำปี 2568 กว่า 18,096 คัน เติบโต 146% จากปี 2567 ที่ผ่านมา ทำสถิติยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปีตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนธันวาคม 2568 ยังสามารถทำสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3,182 คัน ตอกย้ำการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มพลังงานของ GWM

GWM Thailand  2

จากยอดขายรวมในปี 2568 จำนวน 18,096 คันนั้น มาจากความสำเร็จอย่างท้วมท้นของ GWM TANK 300 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 7,574 คัน เติบโตจากปี 2567 ถึง 1,146% และความนิยมอย่างต่อเนื่องของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ซึ่งมียอดขายทั้งหมด 7,080 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 142% ซึ่งยอดขายรวมของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นยอดขายรวมรายปีที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 GWM (Thailand) มียอดขายสูงถึง 3,182 คัน ซึ่งถือเป็นยอดขายรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน และเป็นเดือนที่ GWM TANK 300 และ GWM ORA Good Cat มียอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,155 คัน และ 1,573 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดจากเดือนธันวาคมปี 2567 ถึง 1,400% และ 2,376% ตามลำดับ

GWM Thailand 3

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย

ปี 2568 ถือเป็นปีที่มีความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ GWM (Thailand) ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในปี 2568 มาจาก 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

GWM Thailand 4

การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน หรือ Multi-powertrain ซึ่งถือเป็นจุดแข็งท่ามกลางแบรนด์รถสัญชาติจีนที่สร้างโอกาสทางการขายให้กับ GWM ในหลากหลายเซ็กเมนต์ ครอบคลุมถึง 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยในปี 2568 GWM (Thailand) มีการแนะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยีระบบไฮบริดขับเลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 6 รุ่น ซึ่ง 3 รุ่นอยู่ภายใต้ GWM Diesel Family ทั้ง GWM TANK 300 Diesel, GWM TANK 500 Diesel และ GWM POER SAHAR Diesel อีก 2 รุ่นในกลุ่มคอมแพกเอสยูวี ได้แก่ GWM HAVAL H6 ทั้งรุ่น PHEV และ HEV และล่าสุดกับ WEY G9 Hi4 Ultra รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่ ซึ่งรถยนต์ทั้ง 6 รุ่นนี้ ถือเป็นเหตุผลสำคัญของความสำเร็จของ GWM ที่มอบคุณภาพและความคุ้มค่าที่ตอบความต้องการผู้ใช้ชาวไทยได้อย่างตรงจุด จากเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือกว่า ในราคาที่คุ้มค่า ทำให้ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ใช้จริงทั่วประเทศ

GWM Thailand 6 

การรับฟังเสียงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หรือ User-Centric ถือเป็นกลยุทธ์ที่ GWM ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงและนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ การนำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เข้ามาในรถยนต์ตระกูล GWM TANK การปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน หรือการเพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ เข้ามาในรถยนต์ที่สร้างความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ใช้ ส่งผลให้ GWM สามารถสร้างการเติบโตทั้งทางธุรกิจและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม

GWM Thailand 8 

การพัฒนาด้านบริการหลังการขายอย่างจริงจัง บริการหลังการขายถือเป็นข้อกังวลที่สำคัญที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน แต่สำหรับ GWM เรามีการสร้างรากฐานและความแข็งแกร่งของแบรนด์ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านการยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ การเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของช่างเทคนิค และระบบประเมินคุณภาพงานบริการ การรับประกัน การซ่อมบำรุง รวมถึงการสร้างระบบและทีมงานเต็มรูปแบบในการรับฟังและบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ของลูกค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ ความพยายามต่าง ๆ เหล่านี้ สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อ GWM ในระยะยาว ส่งผลให้ GWM ได้รับการจัดอันดับ 3 จากทั้งหมด 13 แบรนด์รถยนต์หลักที่คนไทยมีความพึงพอใจสูงสุดด้านการบริการหลังการขายในปี 2568 จาก Differential และเป็นอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน

GWM Thailand 9

การขายราคาเดียวและข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ หรือ One-Price Policy GWM ยึดมั่นการขายราคาเดียวกันทั่วประเทศมาตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจจวบจนถึงปัจจุบัน และในปี 2569 ก็ยังยึดถือการบริหารงานด้วยนโยบายราคาเดียวต่อไปอย่างเคร่งครัด ภายใต้ระบบการบริหารเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สโตร์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมี GWM application เป็นศูนย์กลางของการขายและการชำระค่าสินค้า ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ สโตร์ใด ในจังหวัดใด ลูกค้าก็จะได้รับราคาและโปรโมชันเดียวกันที่กำหนดจากส่วนกลางเหมือนกันทั่วประเทศ ลดข้อกังวลของลูกค้าแบบเดิม ๆ ที่ต้องตรวจสอบราคาและข้อเสนอจากดีลเลอร์หลากหลายเจ้าเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ป้องกันการตัดราคาระหว่างผู้จำหน่าย ทำให้ลูกค้าอุ่นใจในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คุณภาพจาก GWM ทุกรุ่นและทุกที่ทั่วไทย

GWM Thailand 11

เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “ผมขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้ GWM ตลอดเส้นทางกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จด้านยอดขายที่เราได้รับในปี 2568 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสะท้อนการเติบโตของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ในปี 2569 เรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าไว้วางใจ ทั้งในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรับฟังเสียงจากลูกค้า การบริการหลังการขาย และการรักษานโยบายราคาเดียว การสนับสนุนจากลูกค้าคือแรงผลักสำคัญที่ทำให้เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยและแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไทย เราขอยืนยันว่า GWM จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์และการดูแลที่ดีที่สุดจากเรา ตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ของ GWM ซึ่งเป็นพันธกิจที่เรายึดมั่นและจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในปีต่อ ๆ ไป”

 

 

 

 

 

“อีซูซุ” ชวนน้องๆ มัธยมปลดปล่อยไอเดียสุดคูล ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2568”

0
อีซูซุ 1

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จับมือกับ สพฐ. เปิดโอกาสให้เหล่าศิลปินวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเพื่อโชว์ฝีมือวาดภาพดิจิทัล (Digital Painting) พร้อมแนวคิดภายใต้หัวข้อ “SOFT POWER ไทย หลากหลายกว่าที่คุณคิด” ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569  ชิงรางวัลทุนการศึกษา พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

อีซูซุ 2

ไฮไลต์ที่สำคัญของการประกวดในปีนี้คือการเปิดกว้างให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ได้ร่วมตีความหัวข้อ SOFT POWER ไทย หลากหลายกว่าที่คุณคิด” ซึ่งเป็นเวทีที่ท้าทายให้เยาวชนได้นำเสนอวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แฝงอยู่ในทุกมิติของสังคมไทยในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป รวมถึง    อัตลักษณ์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้เข้าประกวดจะได้ปลดปล่อยจินตนาการผ่านลายเส้นดิจิทัล เพื่อนำเสนอ Soft Power ในสายตาของคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนตัวตนความเป็นไทยที่ทันสมัยและเป็นสากลได้อย่างไร้ขีดจำกัด

สำหรับผลงานที่โดดเด่น สามารถสื่อสารตามหัวข้อที่กำหนดได้อย่างยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลต่าง ๆ ดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศ จำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน

จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน

จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง จำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน

จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลชมเชย จำนวน 14 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 7 คน

จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน

จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 2,500 บาท

ทั้งนี้ สำหรับเยาวชนทุกคนที่ร่วมส่งผลงานแสดงฝีมือ จะได้รับประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์   (e-Certificate) ตั้งแต่ในรอบคัดเลือก เพื่อเป็นการสนับสนุนทุกความตั้งใจ และช่วยให้เยาวชนรุ่นใหม่มีผลงานที่โดดเด่นสำหรับนำไปต่อยอด ในแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เพื่ออนาคตทางการศึกษาต่อไป

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzu-youth

 

“ธนบุรีนอยสเติน” เปิดวิสัยทัศน์สู่อนาคต จัด Investor Forum ผลักดัน GEELY ขึ้นแท่นผู้นำตลาดอีวีไทย

0
ธนบุรีนอยสเติน 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าแผนขยายธุรกิจ จัดงาน Investor Forum ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และแผนธุรกิจระยะยาวที่จะสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยศักยภาพของ GEELY ในฐานะผู้นำยนตรกรรมระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 85 ปี ของกลุ่มธนบุรี พร้อมผลักดัน GEELY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีนักลงทุนและนักธุรกิจชั้นนำกว่า 40 ท่าน ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน

ธนบุรีนอยสเติน 2

ภายในงาน ทีมผู้บริหารและผู้แทนจากทุกฝ่ายของบริษัท ได้แก่ ฝ่ายขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด และฝ่ายบริการหลังการขาย ได้ร่วมกันนำเสนอแผนงานสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งที่อยู่ในธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น กลยุทธ์เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างน้อยหนึ่งรุ่นทุกปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคไทย ควบคู่กับกลยุทธ์การขายและการตลาดที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับทั้งธุรกิจและแบรนด์ GEELY พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายด้วยแผนการขยายโชว์รูม และศูนย์บริการให้ครบ 65 แห่งภายในปีนี้ รวมถึงการเปิดโชว์รูมเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า

ธนบุรีนอยสเติน 3

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “นอกจากจุดแข็งของ GEEY ที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบอย่างประณีต ผสานความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดของกลุ่มธนบุรีแล้ว เราเชื่อว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกับนักธุรกิจและผู้ประกอบการชั้นนำของไทย ที่มีวิสัยทัศน์และเป้าหมายสอดคล้องกันกับบริษัท ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า บริษัทพร้อมสนับสนุนพันธมิตร ทั้งด้านทุน องค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทั้งบริษัทและพันธมิตรสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน และผลักดันให้ GEELY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอีวีไทยได้อย่างมั่นคง”

ธนบุรีนอยสเติน 4

ปัจจุบัน GEELY ในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์เรือธง 2 รุ่นคือ GEELY EX5 รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า และ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดย GEELY EX5 รุ่น PRO สามารถจำหน่ายออกจนหมดสต๊อก ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงเลือกใช้เป็นรถสำหรับปฏิบัติงาน ขณะที่ GEELY EX2 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 ในปลายปีที่ผ่านมา ก็สร้างความคึกคักให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจองทั่วประเทศในช่วงระหว่างงานถึง 4,016 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐมีต่อรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รวมถึงมาตรฐานบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกมิติ

ธนบุรีนอยสเติน 6

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟซบุ๊ก Geely Thonburi Thailand

“อีซูซุ” ร่วมกับเอส เอฟ เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE”

0
อีซูซุ 1

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับ โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ โดย คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” พร้อมสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงอย่างใกล้ชิดของ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด รุ่นใหม่ล่าสุด ในสนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ “ISUZU 4×4 Experience” ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

อีซูซุ 2

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า อีซูซุ และ    SF Cinema เป็นพันธมิตรที่ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องมา 17 ปีแล้ว โดยในปีนี้เป็นการร่วมมือกันสร้างภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดที่ 16 ยกระดับประสบการณ์การรับชมทั้งภาพและเสียงให้ทรงพลังยิ่งขึ้น สำหรับปีนี้จะเป็นการเล่าถึงสมรรถนะของ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ผ่าน ISUZU 4×4 EXPERIENCE สนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งประกอบด้วย 9 สถานี ที่ออกแบบและปรับปรุงโดย nendo บริษัทดีไซน์ระดับโลกจากญี่ปุ่น ในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ เรานำเอกลักษณ์ของสถานีต่าง ๆ มาผสานเข้ากับภาพและเสียงจากธรรมชาติ เช่น ป่า ลม หรือภูเขา เพื่อสะท้อน “สมรรถนะหนึ่งเดียว” ของ ISUZU V-CROSS 4×4 ในสภาพแวดล้อมจริงอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งภาพยนตร์ชุดนี้จะทำให้ผู้ชม ได้สัมผัสสมรรถนะของรถทั้งภาพและเสียงตั้งแต่วินาทีแรก และนี่คือที่มาของการสร้างสรรค์ Digital Sound Check ชุดใหม่ในปีนี้”

อีซูซุ 3

คุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพและเสียงในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง และในปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับอีซูซุในการนำเสนอ Digital Sound Check ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ มาอย่างยาวนาน โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด ISUZU V-CROSS 4x4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” จะพาผู้ชมทั่วประเทศสัมผัสถึงศักยภาพของภาพและเสียงที่ดีที่สุดในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ ทุกโรง ทุกรอบ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป โดยความพิเศษในวันนี้ ทุกท่านจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ดังกล่าวก่อนใคร ณ โรงภาพยนตร์ Zigma CineStadium ด้วยะบบฉาย Digital 4K ผสานกับระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในโลกภาพยนตร์”

อีซูซุ 5

ภายในงานยังได้พบกับแขกรับเชิญพิเศษ “คุณนนน กรภัทร์ เกิดพันธุ์” ที่ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์   การขับรถ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ที่สนาม ISUZU 4×4 EXPERIENCE กับพิธีกรหนุ่ม “คุณแบม ปีติภัทร คูตระกูล” โดยเผยว่า “ผมมีโอกาสได้ไปถ่ายรายการที่สนาม ISUZU 4x4 EXPERIENCE มาแล้วครับ ต้องบอกเลยว่าสนามสวยมาก การใช้เส้นสายตกแต่งหลากสี กับความท้าทายของสถานีทดสอบนี่มันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วภาพที่ออกมาในรายการนี่สวยและโหดมากครับ ที่สำคัญคือได้ขับ ISUZU V-CROSS 4×4 คันนี้ บอกเลยว่าสมรรถนะนี่สุด ๆ ผ่านทุกสถานการณ์ยาก ๆ ไปได้แบบนิ่ง ๆ ชิล ๆ แถมยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ลุยได้ง่ายและมั่นใจอย่าง พวงมาลัยไฟฟ้า EPS และกล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมมุมมองใต้ท้องรถอีกด้วย อย่างที่ทางอีซูซุบอกเลยว่าเป็น THE ONE & ONLY จริง ๆ ครับ อยากให้   ทุกท่านรอติดตามชมความสนุกกันในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ครับ”

อีซูซุ 5

 

เชิญร่วมสัมผัสปรากฏการณ์เหนือระดับของ ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรดรุ่นล่าสุดได้อย่างเต็มอรรถรส ผ่านภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ในโรงภาพยนตร์เครือ เอส เอฟ ซีเนม่า ทุกสาขาทั่วประเทศ และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com  และ LINE Official: @isuzuthai

 

 

“GEELY EX2” ล็อตแรกออกเดินทางสู่ประเทศไทย เตรียมพร้อมทยอยส่งมอบให้ลูกค้าตามแผน

0
GEELY EX 2 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยความคืบหน้า GEELY EX2 ล็อตแรกกำลังออกจากท่าเรือกวางโจว ประเทศจีน และจะเดินทางถึงไทยเร็วๆ นี้ หลังสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา โดยกวาดยอดจองถึง 4,016 คัน ทั้งนี้ GEELY EX2 จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน ก่อนทยอยส่งมอบให้ลูกค้าที่จองครบ 2,000 สิทธิ์แรก และพร้อมรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ตอกย้ำความพร้อมในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุด พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน

GEELY EX 2  2

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของ GEELY EX2 ที่สะท้อนผ่านยอดจองทั่วประเทศ 4,016 คัน พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนถึงศักยภาพของแบรนด์ในการขยายตลาดและเติบโตอย่างมั่นคงในประเทศไทย จากความโดดเด่นของนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและคุณภาพคุ้มค่าเกินราคาของ GEELY อีกทั้งบริการหลังการขายที่มั่นใจได้จากประสบการณ์กว่า 85 ปี ของกลุ่มธนบุรี การเร่งนำ GEELY EX2 ล็อตแรกเข้าไทยนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนบุรีนอยสเตินในการทำงานร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น อย่างใกล้ชิด และยังมีแผนทยอยนำเข้าล็อตใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กระบวนการส่งมอบรถเป็นไปอย่างราบรื่นและให้ลูกค้าได้รับรถโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าวางรากฐานระยะยาวผ่านแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มเครือข่ายเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย”

GEELY EX 2  3

GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น PRO และรุ่น MAX มาพร้อมแนวคิด EXtra in Ordinary เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล ขุมพลังแบตเตอรีลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC อัดแน่นด้วยฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด

GEELY EX 2  4

พร้อมกันนี้ ธนบุรีนอยสเตินร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศมอบของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการขยายระยะเวลาแคมเปญโปรโมชันพิเศษ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดังนี้

  • GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 399,990 บาท
  • GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 429,990 บาท

พร้อมรับสิทธิพิเศษ ภายใต้ Basic Package ได้แก่

  • ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี Portable Charger
  • ฟรี พรมปูพื้น

สำหรับลูกค้าที่จองรถ GEELY EX2 ในแคมเปญราคาพิเศษนี้ จะต้องรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรักษาสิทธิ์ตามโปรโมชัน โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

GEELY EX 2 7

ทั้งนี้ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา GEELY สามารถทำยอดจองรวมทั่วประเทศได้ถึง 4,831 คัน เป็น GEELY EX2 4,016 คัน และ GEELY EX5 815 คัน โดยการนำเข้า GEELY EX2 ล็อตแรกนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความพร้อมของแบรนด์ในการรุกตลาดไทยอย่างจริงจัง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ รวมถึงระบบบริการหลังการขายที่พร้อมรองรับลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อน GEELY สู่ผู้นำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยในอนาคต

 

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์  www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ก Geely Thonburi Thailand

 

 

กระแสตอบรับรถไฟฟ้า Mazda6e ลูกค้าหลั่งไหลร่วมงานสุดคึกคัก โรดโชว์ 8 จังหวัด เก็บยอดจองเพิ่มอีกกว่า 1,000 คัน รวมทะลุ 4,000 คัน

0
มาสด้า 1

มาสด้าเผยกระแสตอบรับงาน Mazda6e Electric Showcase ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ลูกค้าหลั่งไหลเข้าร่วมสัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทยกันอย่างเนืองแน่นที่โชว์รูมมาสด้า ภายหลังจัดกิจกรรมไปแล้ว 8 จังหวัด คว้ายอดจองสิทธิ์แพ็คเกจเพิ่มอีกกว่า 1,000 สิทธิ์ คาดการณ์ยอดจองแพ็คเกจรวมทะลุเกิน 4,000 สิทธิ์ มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี และขอเชิญชวนลูกค้าในจังหวัดสงขลาและเชียงใหม่ เตรียมพบกับกิจกรรมรอบสุดท้ายของเดือนธันวาคม ณ มาสด้า ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ และ มาสด้า เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 26-27 ธ.ค. 2568 พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมกราคม 2569 โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้แล้วตั้งแต่วันนี้

มาสด้า 2

The All-Electric Mazda6e คือรถไฟฟ้า BEV 100% รุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ที่เปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติ คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo Design – Soul of Motion ความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric เอกลักษณ์เฉพาะมาสด้า พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** พร้อม DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที*** ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล

มาสด้า 3

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม Mazda6e Electric Showcase จัดงานไปแล้ว 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, กาฬสินธ์, อุดรธานี, หนองคาย, ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช โดยภายในงานฯ นอกจากลูกค้าจะได้รับประสบการณ์พิเศษในการสัมผัสยนตรกรรม The All-Electric Mazda6e กันอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังได้รับฟังบรรยายข้อมูลผลิตภัณฑ์ พร้อมร่วมกิจกรรม Product Walk-Through จากผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมและทีมงานที่กำกับดูแลด้านผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าโดยตรงจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้แนะนำวิธีการใช้งานพร้อมให้รายละเอียดอย่างครบถ้วน ถือเป็นประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มาสด้ามุ่งมั่นใส่ใจดูแลเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า ตามปรัชญา Joy Drives Lives โดยการส่งมอบความสุขในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน

มาสด้า 4

วันนี้ มาสด้าขยายโอกาสเพื่อเปิดให้ลูกค้าผู้สนใจจองรับสิทธิพิเศษภายใต้ ‘Mazda6e Premiere Package’* ประกอบด้วย ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” รวมมูลค่ารวมสูงสุดถึง 70,000 บาท* ผู้ที่สนใจชม The All-Electric Mazda6e และต้องการจองรับแพ็คเกจพิเศษนี้ หากไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงานที่โชว์รูม สามารถรับชมรถแบบ 360 องศา ผ่าน Mazda Virtual Showroom พร้อมจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน

มาสด้า 5

สำหรับงาน Mazda6e Electric Showcase เตรียมจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกครั้งตลอดเดือนมกราคม 2569 อีก 6 จังหวัด ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกำหนดการได้จากช่องทาง Mazda Official Platform หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้าน

 

“เอเอเอสฯ” เดินหน้าก่อสร้าง Porsche Centre Bangkok โฉมใหม่ จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ 17 ธันวาคม 2568

0
เอเอเอสฯ 1

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายปอร์เช่อย่างเป็นทางการ เดินหน้าก่อสร้างอาคารโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ของ Porsche Centre Bangkok บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้าและเพิ่มศักยภาพงานบริการหลังการขายให้สูงขึ้นถึง 3 เท่า โดยมีพิธีวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ร่วมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มบริษัทเอเอเอสและพันธมิตรทางธุรกิจ นำโดย คุณอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทเอเอเอส เป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร

เอเอเอสฯ 2

โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ ได้รับการออกแบบล้ำสมัยตามแนวคิด Destination Porsche บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับฐานลูกค้าปอร์เช่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

เอเอเอสฯ 3

เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าปอร์เช่ ศูนย์ Porsche Centre Bangkok แห่งใหม่ จะยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในบรรยากาศพรีเมียมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยมีพื้นที่รับรองใหม่ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษในชื่อ Werk 1 Lounge ซึ่งเป็นพื้นที่นัดพบที่อบอุ่น ผ่อนคลาย แต่ยังคงความหรูหรา นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ co-working space โดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถทำงานได้อย่างสะดวกสบายระหว่างรอรับบริการ

เอเอเอสฯ 4

นอกจากนี้ อาคารใหม่ยังมีพื้นที่จอดรถในร่มกว่า 300 คัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและผู้มาใช้บริการ พร้อมเครื่องชาร์จ EV จำนวนมากสำหรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยนตรกรรม์ไฟฟ้า และเตรียมความพร้อมสำหรับรถปอร์เช่พลังงานไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เอเอเอสฯ 6

เอเอเอสฯ ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการเฉพาะทาง ด้วยสถานะ Porsche Classic Partner แห่งแรกของโลกและแห่งเดียวในประเทศไทย ให้บริการดูแลรถยนต์ปอร์เช่รุ่นคลาสสิกตามมาตรฐานโรงงานปอร์เช่ เยอรมนีอย่างครบวงจร

เอเอเอสฯ 8

โครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2026 และจะเป็นก้าวสำคัญของเอเอเอสฯ ในการยกระดับมาตรฐานการบริการของ Porsche Centre Bangkok ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าทุกท่านในประเทศไทย