Home Blog Page 16

อีซูซุเปิดโอกาสให้น้อง ๆ มัธยมถ่ายทอดคุณค่าของ “Trusted Buddy” ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะดิจิทัลรอบชิงชนะเลิศ

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ ในหัวข้อ Trusted Buddy (เพื่อนที่ไว้วางใจได้เสมอ) มีคุณค่าต่อชีวิตคุณอย่างไร?” เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการผ่านผลงานศิลปะดิจิทัล ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 500,000 บาท พร้อมร่วมกิจกรรม Workshop กับคุณกนต์ธร เตโชฬาร เจ้าของเพจ Art of Hongtae ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะดิจิทัล ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่เราได้นำรูปแบบการประกวดวาดภาพดิจิทัล มาประยุกต์สำหรับ “โครงการอีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากการแข่งขันวาดภาพโปสเตอร์แบบดั้งเดิม ที่ส่งเสริมการแสดงออกทางศิลปะของเยาวชนไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดมากกว่า 400 ผลงาน จากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยในการผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับทักษะด้านดิจิทัลได้อย่างน่าประทับใจ”

 ผลงานศิลปะที่ส่งเข้าประกวดรอบคัดเลือกในหัวข้อ “Soft Power ไทย หลากหลายกว่าที่คุณคิด” ได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตัดสินทั้งในรอบคัดเลือกและรอบชิงชนะเลิศ ประกอบด้วย

  • รศ.ดร. ศุภชัย อารีรุ่งเรือง คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • ผศ.ดร. วิชญ มุกดามณี รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • ผศ. อนุพงษ์ จันทร คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

รอบชิงชนะเลิศจัดการแข่งขันในรูปแบบการวาดภาพดิจิทัลสดภายในเวลา 3 ชั่วโมง โดยประกาศหัวข้อซึ่งกำหนดขึ้นใหม่ภายในงานก่อนเริ่มการแข่งขันเพียงไม่กี่นาที เพื่อทดสอบทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สำหรับหัวข้อการแข่งขันในปีนี้ ได้นำแนวคิด Trusted Buddy” ซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย มาประยุกต์เป็นหัวข้อในการแข่งขันวาดภาพดิจิทัลรอบชิงชนะเลิศ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการตีความความหมายของคำว่า Trusted Buddy ในมุมมองของตนเอง และถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะให้เห็นถึงคุณค่าและความหมายของแนวคิดนี้ต่อชีวิตของพวกเขา โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับธุรกิจของอีซูซุ

 

ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ น.ส. ณัฐภัสสร ใยย้อย โรงเรียนโยธินบูรณะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ด.ญ. กชกร วิริยะวนิช โรงเรียนเกาะจันทร์พิทยาคาร จังหวัดชลบุรี

ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ ด.ช. พงศกร สาวิสัย โรงเรียนเลยพิทยาคม จังหวัดเลย

ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
  1. ด.ญ. กัญญาณัฐ เหลารื่น โรงเรียนบัวขาว จังหวัดกาฬสินธุ์
  2. ด.ญ. วิลาสินี ชัยชนะ โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร
  3. ด.ช. ปภังกร สายญาติ โรงเรียนพนัสพิทยาคาร จังหวัดชลบุรี
  4. นาย กิตติ เล็บครุฑ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น
  5. ด.ช. ทนุวา สุขเกษม โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่
  6. นายสุธี พลสังข์ โรงเรียนสว่างบริบูรณ์วิทยา จังหวัดชลบุรี

 

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายธนกฤต มีศิริ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ น.ส. ณรัฐวัลย์ อนนตะชัย โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) จังหวัดกรุงเทพมหานคร

ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ น.ส. ทิวาวรรณ ฉายแสง โรงเรียนวังจันทร์วิทยา จังหวัดระยอง

ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ

  • รางวัลชมเชยจำนวน 7 รางวัล ได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่
  1. น.ส. วาสนา สุโกกี โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
  2. น.ส. สุคนธวา สุวรรณชาตรี โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ สงขลา จังหวัดสงขลา
  3. น.ส. ณภาภัช คุณานนท์ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) จังหวัดกรุงเทพมหานคร
  4. นายชนะเทพ สร้างสุข โรงเรียนนครพนมวิทยาคม จังหวัดนครพนม
  5. นายเศกศักดิ์ เอียดนุช โรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม จังหวัดพัทลุง
  6. น.ส. ศศิธร ชดช้อย โรงเรียนเกาะจันทร์พิทยาคาร จังหวัดชลบุรี
  7. นายนฤพล หยองวังปา โรงเรียนสันติวิทยาสรรพ์ จังหวัดเลย
น.ส. ณัฐภัสสร ใยย้อย

น.ส. ณัฐภัสสร ใยย้อย โรงเรียนโยธินบูรณะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เล่าถึงไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานรอบชิงชนะเลิศว่า “หนูคิดว่าเพื่อนของหนูก็คือศิลปะนี่แหละค่ะ เพราะว่าหนูรักการวาดรูปมาตลอด หนูเลยเลือกศิลปะเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์ผลงาน หนูคิดว่าหัวข้อนี้ก็มีทั้งความยากและง่าย เราต้องตีความออกมาในรูปแบบของเรา คำว่าเพื่อนที่เราไว้ใจที่สุด แล้วก็มีคุณค่าสำหรับเราก็ไม่เหมือนกันแต่สำหรับหนูก็คือศิลปะ หนูอยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ ทุกคนมาร่วมสร้างผลงานกับอีซูซุนะคะ จะได้เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง แล้วก็จะได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนใหม่ ๆ ด้วยค่ะ”

นายธนกฤต มีศิริ

นายธนกฤต มีศิริ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า จังหวัดกรุงเทพมหานคร รางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เผยว่า “แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานในหัวข้อ “Trusted Buddy (เพื่อนที่ไว้วางใจได้เสมอ) มีคุณค่าต่อชีวิตคุณอย่างไร?” ตอนแรกผมก็ตีไปว่าเพื่อนแบบยืนเป็นเพื่อนคู่กัน แต่พอคิดไปคิดมาคำว่าเพื่อนก็ใช้ได้หลายแบบ ทั้งสัตว์เลี้ยง ครอบครัว ครู แล้วก็งานอดิเรกของเราก็เป็นเพื่อนของเราได้ในยามที่เราเหงานะครับ ตอนแรกก็คิดว่าหัวข้อนี้ยากเพราะว่าผมเป็นคนเพื่อนน้อย ไม่ค่อยมีเพื่อน (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็พยายามคิดให้มันนอกกรอบไม่ซ้ำใคร การแข่งขันนี้สนุกดีครับ ผมขอเชิญชวนเพื่อน ๆ ให้มาลองแข่งขันวาดรูปกับอีซูซุนะครับ แถมยังได้ฟังวิทยากรมาให้ความรู้ด้านศิลปะ วันนี้สนุกมากเลยครั

นอกจากนี้ยังมีรางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน จะได้รับทุนการศึกษา คนละ 2,500 บาท ทั้งนี้สามารถติดตามประกาศรางวัลในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2568 ได้ที่ https://isuzuyouthrelations.com/ และสามารถติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

ยามาฮ่าจัดหนัก! เปิดจักรวาลแห่งความยูนีค “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” อัดโปรแรง รับเวาเชอร์ ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท ในงานมอเตอร์โชว์ 2026

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เข้าร่วมเปิดบูทอย่างยิ่งใหญ่ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (The 47th Bangkok International Motor Show 2026) ภายใต้คอนเซปต์ YAMAHA THE UNIQUEVERSE” จักรวาลแห่งความยูนีคแห่งยุค ที่สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ในแบบ “LIVE YOUR UNIQUEVERSE”

ภายในบูทยามาฮ่ายกทัพรถจักรยานยนต์ครบทุกเซกเมนต์ทุกซีรีส์ มาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง PHEV และ HEV Prototype ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน คือ โปรโมชันสุดยูนีค ที่ยามาฮ่าจัดเต็มเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น

  • รับ Gift Voucher ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท สำหรับรถ Big Bike พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
  • รับ Gift Voucher ส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี
  • ส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับ Yamaha Apparel และ Accessories
  • โปรโมชันพิเศษสำหรับ YAMAHA MARINE รับส่วนลดรวมสูงสุดถึง 120,000 บาท

รายละเอียดโปรโมชันรถจักรยานยนต์ (ไม่เกิน 400 ซีซี) รับ Gift Voucher สูงสุด 10,000 บาท

  • YAMAHA XMAX / XMAX Tech MAX รับส่วนลด 10,000 บาท พร้อม Mini Charger (Mini Charger จำกัด 100 คันแรก)
  • YAMAHA XSR155 / MT-15 / R15 รับส่วนลด 10,000 บาท
  • YAMAHA AEROX รับส่วนลด 5,000 บาท
  • YAMAHA EXCITER รับส่วนลด 5,000 บาท
  • YAMAHA PG-1 รับฟรีชุดแต่ง City Use มูลค่า 4,400 บาท (ผ่านไฟแนนซ์ที่กำหนด)
  • YAMAHA NMAX / NMAX Tech MAX รับส่วนลด 3,000 บาท
  • YAMAHA FAZZIO (สีใหม่ 2026) รับส่วนลด 1,000 บาท + ชุดแต่งมูลค่า 2,540 บาท (ชุดแต่งจำกัด 200 คันแรก)
  • YAMAHA Grand Filano Hybrid รับส่วนลด 1,000 บาท
  • YAMAHA FINN รับส่วนลด 1,000 บาท

โปรโมชันรถ Big Bike รับ Gift Voucher สูงสุด 100,000 บาท + ฟรีประกันภัยชั้น 1

  • MT-09 รับส่วนลด 100,000 บาท
  • XSR900 รับส่วนลด 100,000 บาท
  • R7 รับส่วนลด 81,000 บาท
  • MT-09 Y-AMT รับส่วนลด 80,000 บาท

รุ่นอื่นๆ รับฟรีประกันภัยชั้น 1 ได้แก่ Tracer9, Tracer9 GT+, R9, TMAX Tech MAX, MT-07 Y-AMT และ Tenere700 พิเศษ! YAMAHA SR400 Final Limited Edition รับนาฬิกา G-SHOCK รุ่นลิมิเต็ด

โปรโมชัน YAMAHA MARINE รับส่วนลดรวมสูงสุด 120,000 บาท

  • JET BUSTER รับ Voucher 70,000 บาท
  • SUPER JET ราคาพิเศษ 339,000 บาท + Voucher 40,000 บาท
  • GP SVHO ราคาพิเศษ 639,000 บาท + Voucher 40,000 บาท 

YAMAHA Accessories & Apparel

  • รับส่วนลด 5% สำหรับโช้คอัปแบรนด์ชั้นนำ
  • รับส่วนลด 10% สำหรับหมวกกันน็อกแท้ Yamaha
  • Yamaha Apparel ThaiGP Collection 2026 ลดสูงสุด 30%
  • โปรโมชันพิเศษ Buy 1 Get 1

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดยูนีค พร้อมเป็นตัวคุณในแบบที่แตกต่างได้ที่บูท “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569

GWM ขอบคุณลูกค้า ORA 5 กับยอดจองทะลุ 1,000 คัน ภายใน 72 ชั่วโมง ประกาศขยายเวลาของราคาสุดพิเศษ จนจบงานมอเตอร์โชว์ฯ

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด หลังประกาศราคาและเปิดจอง GWM ORA 5 รถยนต์ SUV-B เจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อม 2 ขุมพลัง ทั้ง HEV และ EV ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ไปเพียง 72 ชั่วโมง ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามทั้งภายในงานและทุกช่องทางของ GWM (Thailand) ด้วยยอดจองรวมทะลุ 1,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์และนวัตกรรมของ GWM ได้อย่างชัดเจน และจากกระแสความร้อนแรงดังกล่าว GWM (Thailand) ตัดสินใจปลดล็อกขยายระยะเวลาการจองและการขายแพ็กเกจของ GWM ORA 5 ทั้ง 2 ขุมพลัง ในราคาแนะนำ (รุ่น HEV) และราคาคาดการณ์ (รุ่น EV) ออกไปจนถึง 5 เมษายน 2569 เวลา 23.59 น. เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้สามารถเป็นเจ้าของนวัตกรรมอัจฉริยะที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อคนไทย พร้อมเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานจังหวัดระยอง เพื่อรองรับกับยอดจองที่เข้ามาอย่างล้นหลาม และสามารถส่งมอบรถยนต์คุณภาพให้กับลูกค้าชาวไทยโดยเร็ว

GWM ORA 5 HEV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีเทา Mountain Grey สีขาว Ivory White และสีดำ Onyx Black จับคู่กับสีภายใน Dark Grey (ดำ-เทา) โดยมีราคาแนะนำช่วงเปิดตัวดังนี้

  • GWM ORA 5 HEV รุ่น Pro ราคา 709,000 บาท
  • GWM ORA 5 HEV รุ่น Ultra ราคา 779,000 บาท

ขณะที่ GWM ORA 5 EV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย พร้อมสีภายนอก 4 สี ได้แก่ สีเขียว Emerald Green สีเทา Mountain Grey สีขาว Ivory White และสีฟ้าหลังคาดำ So Blue โดยมีสีภายในให้เลือก 2 โทน ได้แก่ Brown Beige (น้ำตาล-เบจ) และ Dark Grey (ดำ-เทา) (สีเขียว Emerald Green มีเฉพาะสีภายใน Dark Grey) โดยมีราคาคาดการณ์ดังนี้ (*ราคาขายรอการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้มาตรการ EV 3.5)

  • GWM ORA 5 EV รุ่น Pro ราคา 629,000 บาท*
  • GWM ORA 5 EV รุ่น Ultra ราคา 699,000 บาท* 

นอกจากนี้ GWM ORA 5 ทุกรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ได้แก่ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) นาน 5 ปี มูลค่า 10,000 บาท ฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะ สูงสุด 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร มูลค่า 10,500 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร สำหรับรุ่น EV และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทางสำหรับรุ่น HEV เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน

และพิเศษมากยิ่งขึ้น GWM ขยายข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.69% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% และสำหรับ GWM ORA 5 EV มาพร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี ที่คุ้มครองพิเศษสูงสุด 100% ของมูลค่าตัวรถ มูลค่าสูงสุด 28,000 บาท เพื่อเสริมความอุ่นใจและความมั่นใจตั้งแต่วันแรกของการใช้งาน สิทธิพิเศษนี้มีให้เฉพาะช่วงงานมอเตอร์โชว์เท่านั้น หรือภายในวันที่ 5 เมษายน 2569 เวลา 23.59 น.

ผู้ที่สนใจ สามารถทดลองขับ GWM ORA 5 ได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยลูกค้า 1,000 ท่านแรก จะได้รับส่งมอบรถยนต์ GWM ORA 5 ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2569 (ขึ้นอยู่กับสีและรุ่นที่ลูกค้าสั่งจอง)

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้กับ GWM ORA 5 ทั้ง 2 ขุมพลัง ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนพลังของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เรามุ่งพัฒนาเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์ Multi-powertrain ของ GWM ในการเป็นแบรนด์รถยนต์เพื่อการเดินทางแห่งอนาคต (Future Mobility) ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ผู้ใช้รถทุกกลุ่ม ด้วยแรงสนับสนุนอย่างล้นหลามจากคนไทย เราจึงตัดสินใจขยายระยะเวลาและยืนราคาพิเศษออกไปจนถึงสิ้นสุดงานมอเตอร์โชว์ เพื่อให้ชาวไทยมีโอกาสเป็นเจ้าของ GWM ORA 5 ได้มากยิ่งขึ้น GWM จะเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการบริการหลังการขายที่โปร่งใสและจริงใจ เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยไว้วางใจสูงสุดต่อไป”

ผู้สนใจสามารถสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับ GWM ORA 5 ได้ที่บูธ GWM A10 ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ณ อาคาร Challenger Hall 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสั่งจองได้ที่ GWM application และเว็บไซต์ www.gwm.co.th

CHANGAN ชูกลยุทธ์ Tech CHANGAN, Trusted Choice ขนทัพรถยนต์ไฟฟ้า บุกงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พร้อมเปิดตัว CHANGAN NEVO Q05 รุกตลาดไทย

0

CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนตร์ไฟฟ้าในงาน Bangkok Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าจาก 3 แบรนด์หลัก AVATR, CHANGAN DEEPAL และ CHANGAN NEVO มาจัดแสดง พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในงานและเผยโฉม CHANGAN NEVO Q05 เอสยูวี ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุดอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Tech CHANGAN, Trusted Choice” ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ และเน้นเรื่องความปลอดภัย รวมถึงการลงทุนระยะยาวในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคชาวไทยต่อรถยนต์ไฟฟ้าทุกแบรนด์ของฉางอาน

นาย กวน ซิน รองประธานหน่วยธุรกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด กล่าวว่า  “วันนี้ CHANGAN Automobile ได้นำแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ประเทศไทย และเผยโฉม CHANGAN NEVO Q05 เป็นครั้งแรก ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งเป็นการเข้าร่วมงานอันยิ่งใหญ่นี้เป็นครั้งที่สามแล้ว นับตั้งแต่ฉางอาน ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 รวมระยะเวลาเกือบ 3 ปี และในโอกาสนี้ บริษัทฯขอขอบคุณพันธมิตรและ ผู้สนับสนุนทุกท่าน สำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มีต่อฉางอานมาโดยตลอด โดยบริษัทฯยังคงยึดมั่นในการลงทุนระยะยาว ในประเทศไทย เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตลอดจนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

“CHANGAN ได้ลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท เปิดโรงงานฉางอาน ออโตโมบิล ระยอง (CHANGAN Automobile Rayong Factory)  ปักธงเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครบวงจรแห่งแรกในต่างประเทศของฉางอาน โดยเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Deepal S05 ในประเทศไทยเป็นรุ่นแรก และเตรียมผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สอง ได้แก่ CHANGAN NEVO Q05 โดยโรงงานฉางอาน ออโตโมบิล ระยอง ไม่เพียงรองรับตลาดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการผลิตที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนแนวคิด “ผลิตในไทย ส่งออกสู่ตลาดโลก” อีกด้วย

จากจุดเริ่มต้นในประเทศไทย CHANGAN Automobile ได้ขยายธุรกิจไปสู่กว่า 20 ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งด้านเทคโนโลยี และ ระบบพลังงานใหม่ มอบโซลูชันการเดินทางที่ชาญฉลาด ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ในระดับโลก” นายกวน กล่าว

ด้าน นายคริส อู๋ รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเคลื่อนไหวและเติบโตอย่างโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและ CHANGAN รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เติบโตเคียงข้างลูกค้าชาวไทย เริ่มตั้งแต่ DEEPAL S05 ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานทั่วโลกในกว่า 68 ประเทศ และรุ่นใหม่ล่าสุด CHANGAN NEVO Q05  บริษัทฯ ไม่ได้เพียงนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังมอบนิยามใหม่ของการเดินทางที่เป็นมากกว่ารถ แต่เป็น “พื้นที่การใช้ชีวิตเคลื่อนที่” ที่ปลอดภัย ชาญฉลาด และสะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง

ภายใต้แนวคิด “Tech Changan, Trusted Choice” บริษัทฯ มุ่งมั่นนำเสนอเทคโนโลยีระดับโลก ควบคู่กับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ไร้ความกังวลและมอบความคุ้มค่าอย่างแท้จริงให้แก่ลูกค้าชาวไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และกลุ่มครอบครัว ครอบคลุมทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมือง ไปจนถึงการเดินทางระยะไกล โดยในทุกผลิตภัณฑ์ ทุกบริการ และทุกรายละเอียดล้วนได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อผู้บริโภคเลือก CHANGAN นั่นคือการเลือกแบรนด์ที่สามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริง”

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นรุ่นไฮไลต์ในงานนี้ ได้แก่

CHANGAN NEVO Q05 รถ SUV ไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับชีวิตเมืองยุคใหม่ คอนเซ็ปต์ “SMART DRIVE, EASY LIFE” รถสมาร์ท  ขับสบาย เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่ายและสมาร์ทยิ่งขึ้น ภายในกว้างขวางสะดวกสบายทุกที่นั่ง มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะครบครัน และการชาร์จที่รวดเร็ว โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ให้เส้นสายตัวรถมีความหรูหราและมั่นคง ออกแบบโดย Mr. Klaus Zyciora นักออกแบบระดับโลก ผู้ที่มีผลงานสำคัญระดับโลกมากมาย และดำรงตำแหน่ง Head of Global Design ของ CHANGAN Automobile

CHANGAN NEVO Q05 มีระยะฐานล้อ 2,735 มม. พร้อมเบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ นั่งสบายแม้เดินทางไกล ภายในใช้วัสดุ Soft-touch มากกว่า 80% ให้สัมผัสพรีเมียมทุกจุด พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจุใจ เมื่อพับเบาะหลังเพิ่มพื้นที่ได้สูงสุดถึง 1,380 ลิตร มาพร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะ หน้าจอกลางแบบสัมผัส 14.6 นิ้ว ทำงานคู่กับหน้าจอ เรือนไมล์ 10.17 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay, Android Auto และอัปเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์แบบ OTA พร้อมระบบ สั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ และแบตเตอรี่ CATL จากผู้ผลิตระดับโลก รองรับการชาร์จเร็ว 3C จาก 30% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที ให้ทุกการเดินทางของคุณสะดวกสบายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับ AVATR 07 SUV พลังงานใหม่ที่ผสานความหรูหรา เทคโนโลยี และสมรรถนะในระดับ First Class ตัวรถมีสัดส่วนแบบ  Golden Ratio ด้านหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ แรงบันดาลใจจาก UFO มาพร้อมสีพรีเมียม 4 เฉด ห้องโดยสาร เป็นสไตล์ Futuristic Embracing Cabin ใช้วัสดุนุ่มระดับพรีเมียมรอบคัน เบาะหนัง Nappa ทูโทน เบาะหน้าปรับไฟฟ้าแบบ Zero Gravity มาพร้อมจอ​พาโนรามา 35.4 นิ้ว ระดับ 4K และจอกลาง 15.6 นิ้ว ระบบ AVATRLink ช่วยให้ผู้โดยสารตอนหลังก็สั่งงาน ผ่านสมาร์ทดีไวซ์ได้ เสริมด้วยชุดเครื่องเสียง Meridian 25 จุด ให้บรรยากาศเสียงระดับคอนเสิร์ต สมรรถนะเฟิร์สคลาสด้วยช่วงล่าง CDC และช่วงลม Magic Carpet ปรับระดับอัตโนมัติ นุ่ม หนึบ มั่นใจ เร่ง 0–100 กม./ชม. ได้ใน 3.9 วินาที ใช้แบตเตอรี่ CATL 82.16 kWh บนแพลตฟอร์ม 800V ชาร์จไว 30–80% เพียงประมาณ 10 นาที พร้อมระบบ ADAS L2.5 ด้วยเรดาร์ เซนเซอร์ และกล้องรวม 24 จุด

สำหรับข้อเสนอพิเศษภายในงาน พบกับ Campaign : The First-Class Upgrade ทั้งอัพเกรดเบาะหนัง Nappa และ Zero Gravity Seat พร้อมฟรี Huawei Matpad Pro 12.2 นิ้ว และ AVATR Connector มูลค่ารวมมากกว่า 111,970 บาท

 

AVATR 11 – The Futuristic SUV อีกหนึ่งรุ่นรถสำคัญในแบรนด์ AVATR กับ AVATR 11 รถยนต์ไฟฟ้า SUV ระดับพรีเมียม ดีไซน์ล้ำอนาคต ผสมสัดส่วนแบบซูเปอร์คาร์เข้ากับความอเนกประสงค์ของ SUV ผ่านกระจังหน้าทรงปีก ไฟหน้า LED ทรง F และล้อขนาดใหญ่สูงสุด 22 นิ้ว พร้อมเบรก Brembo และประตูไฟฟ้าอัจฉริยะ การันตีด้วยรางวัลออกแบบ Red Dot Award 2024 ภายในหรูหราสไตล์ Casual Luxury ด้วยเบาะหนัง Nappa แท้ เบาะ Zero Gravity ปรับไฟฟ้าและนวดได้ ระบบเสียง Meridian 25 ลำโพง หลังคาพาโนรามา และไฟ Ambient 256 สี สมรรถนะใช้แบตเตอรี่ 116 kWh จาก CATL บนแพลตฟอร์ม 800V วิ่งได้ไกลสูงสุดกว่า 680 กิโลเมตร

และข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ AVATR11 กับ Campaign : Eternity Energy, Infinite Luxury  เมื่อซื้อ AVATR 11 รุ่น Standard หรือ Long Range รับฟรี Huawei Solar Solution Package มูลค่า 367,6000 บาท ซึ่งประกอบไปด้วย Inverter 5kW Optimizer และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานขนาด 14kWh ซึ่งช่วยให้ประหยัดไฟได้สูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน หรือเทียบเท่าการวิ่ง 120 กิโลเมตร ​ต่อวัน ซึ่งให้ผู้ใช้หมดกังวลในค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอดการใช้งาน AVATR 11

 

สำหรับแบรนด์ DEEPAL มอบข้อเสนอสุดพิเศษ

  • DEEPAL รุ่น S05 Plus and Max รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%* หรือเลือกรับเงินคืน 50,000 บาท* พร้อมฟรีแพ็กเกจรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน*, ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.1 ปี* และฟรีแพ็คเกจ Deepal Premium Care
  • Deepal รุ่น S05 Max long range, REEV Max และ REEV Plus รับดอกเบี้ยเริ่มต้น 99%* หรือเลือกรับเงินคืน 30,000 บาท* พร้อมรับแพ็กเกจรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน* ,ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี* และฟรีแพ็คเกจ Deepal Premium Care* พิเศษสำหรับ รุ่น REEV Max, REEV Plus ฟรีการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000กิโลเมตร*
  • Deepal รุ่น New S07 มาในราคาพิเศษ 1,099,000 สำหรับ 500 ท่านแรก* ฟรี, ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.1 ปี* พร้อมรับแพ็กเกจรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน* และฟรีแพ็คเกจการดูแลรักษา Deepal Premium Care*
  • LUMIN มาในราคาพิเศษ 409,000 บาท*, ผ่อนเริ่มต้นเพียง 2,990 บาท/เดือน*, พร้อมรับอัตราดอกเบี้ย 0%* และรับเงินคืน 20,000 บาท* ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีโปรสุดพิเศษ “น้องง่วง สู้น้ำมัน” สำหรับลูกค้าที่ใช้รถน้ำมันเดิม ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซต์สามารถเปลี่ยนมาซื้อ Lumin ได้ในราคาพิเศษเพียง 349,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. 1 ปี* และการบริการ Lumin Buddy Care*
  • Deepal E07 รับส่วนลดสูงสุดถึง 100,000 บาท*, ฟรี Lifestyle Package 60,000 บาท*, ฟรีอินเทอร์เน็ท 10 ปี* และฟรีแพ็คเกจ Deepal Premium Care*
  • Deepal K50 ฟรีแพ็คเกจ Deepal Premium Care*, ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้ง* และฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ.*

 

สิทธิพิเศษเหล่านี้ มีเฉพาะภายในงาน Bangkok Motor Show 2026 ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายน 2569 เท่านั้น

*หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่บูธ CHANGAN ในงาน Motor Show 2026
หรือ
www.changan.co.th/th/promotion/motor-show-2026-th/ หรือ https://www.avatr.co.th/

AMVS Events Company จัด “The Car Lovers Drive Quest” Exclusive Rally รูปแบบใหม่ที่รวมภารกิจ ความหรูหรา และ Mini Concert ไว้ในงานเดียว

0

AMVS Events Company บริษัทจัดอีเวนต์ยานยนต์ชั้นนําของไทย ร่วมกับ BMW Amorn Prestige ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก ได้จัดงาน “The Car Lovers Drive Quest” Exclusive Rally ขึ้นเมื่อวันที่ 21–22 มีนาคม 2569 ณ Mercure Rayong Lomtalay Ocean Wing โดยงานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คน กับรูปแบบการแข่งขันแรลลี่ที่ไม่เหมือนใคร ท่ามกลางบรรยากาศ Exclusive ริมทะเลระยอง

Rally ที่ทุกเส้นทางคือภารกิจ

ผู้เข้าร่วมได้รับมอบหมาย Mission ที่ถูกร้อยเรียงเป็นเนื้อเรื่องตลอดเส้นทาง ทั้งการไขปริศนาต่างๆ ของกิจกรรมระหว่างจุดแวะพัก และเป็นการแข่งขันที่วัดทั้งทักษะการขับขี่และไหวพริบในการค้นหาปริศนา ซึ่งสร้างบรรยากาศที่ผู้ร่วมงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยสัมผัสจาก Rally ไหนมาก่อน


Gala Dinner & Mini Concert by โอ๊ต ปราโมทย์

ปิดท้ายด้วย Gala Dinner ในบรรยากาศ Exclusive ที่สงวนไว้สําหรับผู้เข้าร่วมงานเท่านั้น รวมถึงของรางวัลมากมายมูลค่ากว่า 280,000 บาท ปิดท้านด้วย Mini Concert จาก “โอ๊ต ปราโมทย์” ที่มามอบช่วงเวลาผ่อนคลายและอบอุ่นเป็นของขวัญปิดท้ายกิจกรรมให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขัน

ขอบคุณผู้สนับสนุน

งานครั้งนี้สําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีจากการสนับสนุนที่ดีจากพาร์ตเนอร์มากมายที่ร่วมมอบรางวัล และประสบการณ์พิเศษให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันตลอดงาน ได้แก่ BMW Amorn Prestige | Primes Automotive | Aestheta Clinic | Yokohama | AUTOBHAN Thailand | Romrawin Clinic | Lamina Film

OMODA & JAECOO ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าหลากสไตล์ บุกงาน Motor Show 2026! นำทัพโดย THE NEW OMODA C5 EV

0

OMODA & JAECOO ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ภูมิใจนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การแนะนำแบรนด์แอมบาสเดอร์ และการนำเสนอเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การขับขี่ของผู้ขับขี่

ในปี 2568 OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้ส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากว่า 18,030 คัน สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ขณะที่ระดับโลก แบรนด์ได้ขยายไปยัง 64 ประเทศ ด้วยยอดส่งมอบสะสม 800,000 คัน ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง สะท้อนการเติบโตที่รวดเร็วและการยอมรับในระดับสากล

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ครั้งแรกในประเทศไทย กับการประกาศราคาคาดการณ์ 7xx,xxx บาท และสำหรับภายในช่วง Motor Show 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษ 629,xxx บาท* (ก่อนปรับเป็น 649,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป) ภายใต้แนวคิดการออกแบบ ROBO SHARK Design ที่สะท้อนเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวและล้ำสมัย (Futuristic) พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน พร้อมเปิดรับลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และ ภายในงาน Motor Show บูธ OMODA & JAECOO A24 Impact Challenger 1

THE NEW OMODA C5 EV MAX+

ไฮไลท์ THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ได้แก่

  • ดีไซน์ล้ำสมัย – เส้นสายคมชัด ไฟหน้า LED สายฟ้า และไฟท้ายพาดยาวเต็มคัน ที่เพิ่มความสปอร์ตและทันสมัย
  • มาตราฐานความปลอดภัยระดับสูง – ระบบ ADAS 19 ฟังก์ชัน กล้องรอบทิศทาง 540° และโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าแรงดึงสูงถึง 78% รอบคัน ใช้แบตเตอรี่แบบ LFP ที่ทนทานต่อแรงกระแทกและความร้อน ไม่เกิดการระเบิดหรือประกายไฟ กันน้ำมาตรฐาน IP68 ลุยน้ำได้สูง 45 ซม ในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที  พร้อมมอบความปลอดภัยที่เหนือระดับ
  • ห้องโดยสารอัจฉริยะ – หน้าจอ 6 นิ้ว 2K HD ที่ปรับเปลี่ยนตามบรรยากาศ ระบบเสียง Sony 8 ลำโพง เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง มาพร้อมกับระบบนวดที่เลือกปรับความแรงและรูปแบบการนวดได้หลากหลาย เบาะคู่หน้ามาพร้อมกับระบบเบาะระบายอากาศ และยังมี Camp Mode และ Pet Mode ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
  • สมรรถนะยอดเยี่ยม – มอเตอร์ 211 แรงม้า ระยะวิ่ง 422 กม./ชาร์จ เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันพร้อมรองรับรูปแบบการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง

 

รถทั้งหมดที่จัดแสดงในบูธ OMODA & JAECOO ได้แก่ OMODA C5 EV MAX+, JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV, JAECOO 6T EV และ JAECOO 7 SHS

ในงานนี้ OMODA & JAECOO ยังเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ OMODA ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ มีความมั่นใจ และกล้าแสดงออกถึงรสนิยมและไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง พร้อมทั้งช่วยนำเสนอเสน่ห์ของ THE NEW OMODA C5 EV MAX+ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วประเทศไทย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัว JAECOO 5 EV MAX+ รถไฟฟ้าที่มาด้วยแบตเตอรี 50.6 kwh รุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่า ฟีเจอร์ครบครัน และตอบโจทย์การใช้งานจริงของครอบครัวยุคใหม่ ด้วยการประกาศราคาคาดการณ์ 6xx,xxx บาท และสำหรับภายในช่วง Motor Show ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษ 579,xxx บาท* (ก่อนปรับเป็น 6xx,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป) โดยมี มาริโอ้ เมาเร่อ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ JAECOO มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้เข้าชมงาน

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือ “Mornine” (มอร์อีน) หุ่นยนต์อัจฉริยะจาก Chery Group ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อนศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของแบรนด์ เทคโนโลยีล้ำสมัยนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผ่านการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในยุคใหม่

OMODA & JAECOO ยังได้ประกาศแผนการประกอบในประเทศ (KD) สำหรับ OMODA C5 EV MAX+ , JAECOO 5 EV MAX+, JAECOO 6 EV Long Range 4WD และ JAECOO 6 EV 2WD MAX ซึ่งก้าวสำคัญนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย โดยขณะนี้โรงงานในไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผน และจะมีการเริ่มผลิตรถภายในเมษายน 2569 การประกอบในประเทศจะช่วยเสริมความพร้อมด้านอะไหล่ บริการหลังการขาย และการสนับสนุนลูกค้าในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้ทั่วประเทศได้รับบริการที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ OMODA & JAECOO ยังจัดเตรียมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับงาน Bangkok International Motor Show 2026 (จองระหว่างวันที่ 23 มีนาคมถึง 5 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 30 เมษายน 2569 สำหรับรุ่น CBU และรับรถภายใน 31 พฤษภาคม 2569 เฉพาะรุ่น KD) เพื่อช่วยให้ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอด้านราคา เงื่อนไขทางการเงิน หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ดังนี้

  • JAECOO 6 EV 2WD MAX ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 799,XXX บาท* (จากราคาคาดการณ์ 8XX,XXX บาท)
  • JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD (KD Model) ราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 999,900 บาท* (จากราคา 1,249,000 บาท)
  • JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD (CBU Model) ราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคา 1,249,000 บาท
  • JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD Pro (CBU Model) ราคาพิเศษ 799,000 บาท จากราคา 899,000 บาท
  • JAECOO 6T EV LONG RANGE 4WD ราคาพิเศษ 1,049,000 บาท จากราคา 1,099,000 บาท
  • JAECOO 5 EV MAX+ ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 579,XXX บาทเท่านั้น* (จากราคาคาดการณ์ 6XX,XXX บาท) ก่อนปรับเป็น 6XX,XXX บาท ตั้งแต่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
  • JAECOO 7 SHS MAX ราคาพิเศษ 899,000 บาท จากราคา 999,000 บาท
  • OMODA C5 EV MAX ลงทะเบียนจองสิทธิ์รับราคาพิเศษภายในช่วง Motor Show 629,xxx บาท* (จากราคาคาดการณ์ 7xx,xxx บาท) ก่อนปรับเป็น 649,xxx บาท ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

นอกจากราคาพิเศษแล้ว ผู้ซื้อทุกรุ่นยังได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ได้แก่

  • ฟรี Lifetime Warranty มั่นใจตลอดการขับขี่ ด้วยการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ครอบคลุมแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควมคุมไฟฟ้า มูลค่า 80,000 บาท (ยกเว้น JAECOO 7 SHS MAX)

ลูกค้าใหม่ที่จอง JAECOO 5 EV MAX+ (KD) JAECOO 6 EV (KD), OMODA C5 EV MAX+ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 31 พฤษภาคม 2569 รวมถึงลูกค้าที่จอง JAECOO 6 EV (CBU), JAECOO 5 EV (CBU), JAECOO 6T EV (CBU) และรับรถภายใน 30 เมษายน 2569 จะได้รับ การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน ฟรี ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

ลูกค้าปัจจุบันที่ออกรถก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2569 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการขยายการรับประกันได้ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ผ่าน QR Code และต้องผ่านการตรวจสอบสภาพรถพร้อมลงนามสัญญาที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตภายใน 31 พฤษภาคม 2569

  • ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี AC Portable Charger
  • ฟรี! Application T-Box 5 ปี* (ยกเว้น JAECOO 5 EV ฟรี! Application T-Box 1 ปี*)
  • ฟรีสายชาร์จ V-to-L (ยกเว้น JAECOO 5 EV)
  • ฟรี พรม JAECOO สำหรับ JAECOO
  • ฟรี บริการรถช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี
  • ฟรี! พรม OMODA* (เฉพาะรุ่น OMODA C5 EV MAX+)

สำหรับ JAECOO 7 SHS MAX ยังคงได้รับ Warranty ตามนี้

  • ฟรี การรับประกันเครื่องยนต์ (Engine Warranty) ครอบคลุมระยะเวลา 10 ปี ไม่กำหนดระยะทาง
  • ฟรี การรับประกันคุณภาพรถใหม่ (New Car Warranty) ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
  • ฟรี การรับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving Motor System) ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร

คุณบิล จาง รองประธานแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย และ AIMOGA กล่าวว่า “ในปีนี้ เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น OMODA C5 EV MAX+ และ JAECOO 5 EV MAX+ ที่โดดเด่นดีไซน์และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและความสะดวกสบายที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ การที่มีโรงงานประกอบในประเทศ ทำให้เรามั่นใจว่าจะมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ตอกย้ำการดูแลที่เหนือระดับกับการรับประกัน Lifetime Warranty พร้อมกับการมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาการบริการหลังการขาย เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำในตลาด NEV พรีเมียม แต่คือการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะและงานดีไซน์ที่ประณีต เพราะเราเชื่อว่ารถยนต์คือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนและทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณ เราจึงตั้งใจส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและเคียงข้างคุณในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน”

ขอเชิญผู้เข้าชมงาน Bangkok International Motor Show 2026 แวะเยี่ยมชมบูธ OMODA & JAECOO (บูธ A24) ณ IMPACT Challenger Hall 1 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 ถึง 5 เมษายน 2569 เพื่อสัมผัสยนตรกรรมพลังงานใหม่ล่าสุด ทดลองฟีเจอร์อัจฉริยะ และร่วมพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์อย่างใกล้ชิด

สิ้นสุดการรอคอย! เชอรี ประเทศไทย ปล่อยหมัดเด็ดมัดใจคนไทยในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดตัว Chery Q รถอีวีรุ่นใหม่ที่ “ครบ-คุ้ม” ที่สุดในเซกเมนต์

0

เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก พร้อมประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดไทยอย่างมั่นคงด้วยไลน์อัปรถยนต์หลากหลายรุ่นที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) โดย CHERY ขนทัพยนตรกรรมและนวัตกรรมการขับขี่แห่งอนาคตมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ที่บูทสุดอลังการภายใต้คอนเซปต์ “CHERY HAPPINESS HUB” สะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ในการเป็นศูนย์รวมประสบการณ์ความสุข ความสะดวกสบาย และความมั่นใจในทุกการเดินทาง พร้อมไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนรอคอย การเปิดตัว Chery Q รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์สุดคิวต์เพื่อคนเมืองยุคใหม่ที่ครบและคุ้มค่าที่สุดในเซกเมนต์ ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดและลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษเฉพาะที่งานมอเตอร์โชว์

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย เผยว่า “ในปี 2568 เป็นปีที่ลูกค้าชาวไทย ได้ให้การต้อนรับ เชอรี ประเทศไทย อย่างอบอุ่น โดยในเดือนกันยายน CHERY ได้เข้าสู่ตลาดไทยด้วยการเปิดตัวรถสองรุ่นเรือธง ได้แก่ Chery V23 รถไฟฟ้าดีไซน์เท่สไตล์ Boxy ไม่ซ้ำใคร และ Chery TIGGO 8 CSH พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่ง สำหรับครอบครัวยุคใหม่ และในเดือนธันวาคม เราได้ฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ หลัง Chery V23 ติดอันดับ Top 5 รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในไทย อีกทั้งยังครองอันดับที่ 1 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทรง Boxy ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อ CHERY”

“จากเสียงตอบรับที่อบอุ่นจากผู้ใช้งานชาวไทย ปีนี้ CHERY พร้อมส่งมอบความสุขผ่านการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างและคุ้มค่าให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สโลแกน “Happiness On The Move” ให้ทุกช่วงเวลาของการใช้รถ CHERY เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข โดยปีนี้ เราเดินหน้านำเสนอไลน์อัปรถที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านการขับขี่ เทคโนโลยี และดีไซน์ ให้แก่ลูกค้าชาวไทย ครบทั้งรถไฟฟ้า  (BEV) และรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) นอกจากนี้ CHERY เดินหน้าพัฒนาบริการหลังการขายที่แข็งแกร่งภายใต้มาตรฐานระดับโลกผ่านการดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจและร่วมเดินทางไปกับ CHERY ได้อย่างสบายใจในทุก ๆ วัน โดยเราปักธงขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการจาก 40 แห่ง เป็น 70 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569 เพื่อให้ลูกค้าในทุกภูมิภาคได้อุ่นใจกับบริการในพื้นที่ของตนเองได้มากขึ้น เราจะเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจอย่างมั่นคงในเมืองไทยด้วยเป้าหมายในการเป็น Top Choice ที่ครอบครัวคนไทยไว้วางใจ”

ทั้งนี้บูทในงาน Motor Show 2026 ของ CHERY ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ CHERY HAPPINESS HUB พื้นที่สร้างความสุขจากการเดินทาง พร้อมหลากหลายโซนที่รอให้ลูกค้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและรุ่นไฮไลต์ครบทุกรุ่น ตลอดจนเทคโนโลยีการขับขี่ที่ CHERY พัฒนาขึ้นเพื่อมอบการเดินทางที่สะดวกสบาย ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย สะท้อนวิสัยทัศน์ของ CHERY ที่มุ่งพัฒนายานยนต์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทาง แต่เข้ามาเติมเต็มคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานในทุกวัน

 

ครั้งแรกในโลกกับการเปิดตัว Chery Q นอกตลาดจีน พบกับรถอีวีฟังก์ชันครบในดีไซน์สุดคิวต์

CHERY ได้เปิดตัว Chery Q สู่ตลาดไทยในฐานะตลาดต่างประเทศแห่งแรกของโลก โดย Chery Q เป็นรถไฟฟ้าที่ชูความครบและคุ้มค่าที่สุดในเซกเมนต์ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยการเป็นแฮตช์แบ็กในดีไซน์ทันสมัย ออกแบบอย่างชาญฉลาดทำให้มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง พร้อมด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ โดยใช้มิติของ “แสง” และ “เงา” เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับดีไซน์ภายนอก ผ่านรายละเอียดสำคัญอย่างไฟหน้า ไฟท้าย กระจังหน้าด้านล่าง กระจกมองข้าง และล้อ ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูแฟชั่น ทันสมัย และมีบุคลิกเฉพาะตัว ดีไซน์ยังสะท้อนแนวคิด “Square & Circle” การผสานรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ให้ความรู้สึกหรูหรา มั่นคง เข้ากับรูปทรงกลมที่เพิ่มความนุ่มนวล ถ่ายทอดผ่านการออกแบบภายใน เช่น แผงหน้าปัด คอนโซลกลาง และแผงประตูอย่างลงตัว เน้นการออกแบบที่ผสานดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน อย่างลงตัว ทำให้ Chery Q ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ ภายใต้แนวคิด “Chery Q – So Qute, So You” 

ด้านสมรรถนะ Chery Q มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์หรือ 122 แรงม้า แบตเตอรี่ความจุ 42.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบความเร็วสูงสุดราว 135 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้านระบบชาร์จ รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ รองรับระบบจ่ายไฟอุปกรณ์นอก V2L 330 วัตต์ วิ่งได้ไกลสูงสุดประมาณ 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้งตามมาตรฐาน CLTC

Chery Q ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว ภายในติดตั้งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ จอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบสั่งงานด้วยเสียง และการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน การชาร์จมือถือไร้สาย ประตูท้ายระบบไฟฟ้าและระบบกุญแจ Keyless พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด มาพร้อมกล้องมองภาพรอบคัน ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS มากถึง 21 ฟังก์ชัน และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกการเดินทาง สะท้อนแนวคิดของ Chery Q ที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความคุ้มค่าเข้าไว้ด้วยกัน

Chery Q มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อยตั้งแต่รุ่น Qlick, Qool และ Quint กับสเปกจัดเต็ม มาพร้อม 4 สี ได้แก่ Creamy Beige, Sporty White, Magic Purple และ Rose Peach โดยภายในรถตกแต่งสี Cool Black (สีดำ) นอกจากนี้ สำหรับสี Creamy Beige ในรุ่น Quint สามารถเลือกออปชันสีภายในพิเศษเป็นสี Minty Mix (เขียวตัดกับสีดำ) ได้อีกด้วย

โดยในงานมอเตอร์โชว์ CHERY ได้เปิดช่วงราคาของรถ Chery Q ที่ 4xx,000 – 5xx,000 บาท พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษภายในงาน และมอบโปรโมชันส่วนลด 20,000 บาท และข้อเสนอ Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ในจำนวนจำกัด 3,000 สิทธิ์ สำหรับผู้จอง Chery Q เฉพาะช่วง Motor Show 2026 ภายในวันที่ 5 เมษายนนี้เท่านั้น

ตอกย้ำความสำเร็จ Chery V23! ส่งสองสีใหม่สุดเท่เอาใจคนรักรถสไตล์ Boxy

Chery V23 เผยโฉม 2 สีใหม่ เพื่อเติมเต็มสไตล์ที่แตกต่างให้รถดีไซน์ Boxy เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ กับสี “Latte Gray” ในราคา 759,900 บาท และสี “Pop Purple” ซึ่งเป็นรุ่น Limited Edition ในราคา 769,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด 10,000 บาท และ Lifetime Warranty สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ในจำนวนจำกัด 2,000 สิทธิ์เท่านั้น สำหรับผู้จอง Chery V23 เฉพาะช่วง Motor Show 2026 ภายในวันที่ 5 เมษายนนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ยังเปิดตัว Chery V23 ชุดแต่ง IRONMAN 4X4 ADVENTURE EDITION เวอร์ชันพิเศษพร้อมชุดแต่ง IRONMAN ที่พัฒนาร่วมกับ IRONMAN 4X4 Thailand เพิ่มความโดดเด่นและปลุกความเป็นสายลุยให้ผู้ขับขี่ที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่เร้าใจมากขึ้น ในราคาพิเศษ 120,000 บาท จากราคาปกติ 133,330 บาท พร้อมรับประกันชุดอุปกรณ์ตกแต่งนาน 8 ปี (การรับประกันนี้ให้เฉพาะลูกค้าที่มีชื่อเป็นเจ้าของรถ Chery V23 มือแรก ณ วันที่ซื้อหรือได้รับชุดตกแต่ง IRONMAN 4X4 ADVENTURE EDITION และติดตั้งกับรถคันดังกล่าวเท่านั้น โดยสิทธิไม่สามารถโอนได้ การรับประกันสิ้นสุดทันทีเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเมื่อรถสิ้นสภาพ/ยกเลิกทะเบียน หรือมีการถอด ดัดแปลง เปลี่ยนแปลง หรือนำอุปกรณ์ไปใช้กับบุคคลหรือยานพาหนะอื่น)

Chery V23 เป็นเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ในดีไซน์ Boxy เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความคลาสสิกผสานความทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่ ออกแบบมาให้ขับสนุกภายใต้แนวคิด “Born To Play” ดีไซน์ภายนอกดึงดูดทุกสายตาด้วยกันชนหน้า-หลังทรงมน ซุ้มล้อและบันไดข้างที่เสริมความเท่ พร้อมกล่องเก็บสัมภาระบริเวณประตูท้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก LEGO ความสูงใต้ท้องรถถึง 210 มม. มั่นใจขับขี่ได้ทุกเส้นทาง มาพร้อมล้ออัลลอยสีดำรมควันขนาด 19 นิ้วสำหรับรุ่น PLAY และ PLUS และขนาด 21 นิ้วสำหรับรุ่น PEAK ภายในห้องโดยสารออกแบบให้ทัศนวิสัยกว้าง เบาะคู่หน้าพับได้ 180 องศา เบาะคู่หลังพับราบแบบ 50:50 เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการ ด้านเทคโนโลยีครบครันด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 15.4 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto กล้องมุมมองรอบทิศทาง 540 องศา พร้อมแผงควบคุมที่เลือกโหมดขับขี่ได้ถึง 6 โหมด ด้านสมรรถนะ รุ่น V23 4WD PEAK ขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยมอเตอร์คู่ (Dual Motor) กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 81.76 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสูงสุด 430 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 104 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 20% ถึง 80% ภายใน 42 นาที พร้อมระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ ส่วนรุ่น PLAY และ PLUS ขับเคลื่อน 2 ล้อ กำลัง 136 แรงม้า แบตเตอรี่ 59.93 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสูงสุด 360 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC สูงสุด 85 kW จาก 20% ถึง 80% ภายใน 36 นาที

CHERY V23 จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS 12 ฟังก์ชัน พร้อมโครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงและเกราะป้องกันแบตเตอรี่เคลือบ PVC กันการกัดกร่อนและการกระแทก ทั้งหมดนี้ทำให้ CHERY V23 เป็นซับคอมแพกต์เอสยูวีไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์เรโทร สมรรถนะคล่องตัว และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่

ล่าสุด CHERY เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและประสบการณ์จากลูกค้า นำเสนอออปชันการเปลี่ยนกระจกมองข้างสำหรับ Chery V23 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ CHERY ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 46 ล้านบาท ในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนกระจกมองข้างครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการดูแลลูกค้าเสมือนสมาชิกในครอบครัว และมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์งานบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระจกมองข้างของ Chery V23 รุ่นใหม่จึงได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่และกว้างขึ้น ช่วยเพิ่มองศาการมองเห็นด้านข้างได้ดียิ่งขึ้นและทัศนวิสัยที่ไกลขึ้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายรวมถึงความมั่นใจในการขับขี่

ทั้งนี้ เจ้าของรถ Chery V23 ที่ประสงค์เปลี่ยนกระจกมองข้างเป็นรุ่นใหม่ สามารถติดต่อผู้จำหน่ายใกล้บ้าน เพื่อลงนัดหมายล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเข้ารับการเปลี่ยนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

 

Chery TIGGO 8 CSH  ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด กับโอกาสสุดท้ายก่อนการปรับราคา

รถพรีเมียมเอสยูวี ทุกสัมผัสความสบายของครอบครัวมาก่อนเสมอ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง CSH (Chery Super Hybrid) แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่ทรงพลังและประหยัด ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวคนไทย มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัยครบครัน ห้องโดยสารกว้างขวางหรูหรา ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงเพชร (Diamond Shape) สอดรับกับชุดไฟหน้า LED อัจฉริยะพร้อม Daytime Running Light มือจับประตูแบบซ่อนเรียบไปกับเส้นสายตัวถัง เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว สะท้อนความเรียบหรูในทุกมุมมอง ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะผู้โดยสารด้านหน้าดีไซน์แบบ “Queen Seat” พร้อมฟังก์ชันนวด 10 จุดและที่รองน่อง มอบความผ่อนคลายเหนือระดับ เบาะแถวที่ 3 พับราบได้ เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,930 ลิตร รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว ระบบความบันเทิงครบครันด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 540 องศา ระบบสั่งการด้วยเสียง และเครื่องเสียง SONY 12 ตำแหน่ง

ด้านสมรรถนะ TIGGO 8 CSH ผสานเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลัง 143 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 358 แรงม้า รวมกำลังสูงสุด 501 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.8 วินาที วิ่งในระบบ Plug-in Hybrid ได้ไกลสูงสุด 1,200 กิโลเมตรต่อการเติมพลังงานเต็ม 1 ครั้ง พร้อมระบบชาร์จเร็วจาก 30% ถึง 80% ภายใน 20 นาที TIGGO 8 CSH ยังจัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ด้วยถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง โครงสร้างตัวถังเหล็กคุณภาพสูง (Ultra-high-strength Steel) และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS 16 ฟังก์ชัน ยกระดับความมั่นใจในทุกการเดินทาง สะท้อนแนวคิดของ CHERY TIGGO 8 CSH ที่ผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักมีความสุขในทุกเส้นทาง

เป็นเจ้าของ Chery TIGGO 8 CSH ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด โอกาสสุดท้ายก่อนการปรับราคา ทั้ง 2 รุ่น PHEV 2WD ESTEEM 899,000 บาท* และรุ่น PHEV 4WD ELITE 999,000 บาท* ดังนั้นคนที่กำลังเล็งรุ่นนี้อยู่ต้องรีบจับจองด่วน!

 

นอกจากนี้ CHERY ยังคงตอกย้ำบทบาทในการผลักดันพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ โดยภายในบูท CHERY HAPPINESS HUB จัดแสดง 6 โมเดลผลงานการออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งรถ Chery V23 จาก 6 ไฟนอลลิสต์จากโครงการ Chery V23 Style Up Challenge ที่ก่อนหน้านี้เปิดเวทีให้นักศึกษาและบุคคลทั่วไปได้ร่วมส่งผลงานการดีไซน์ที่เปี่ยมคาแรกเตอร์และมีศักยภาพในการนำไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์ โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถร่วมโหวตผลงาน Popular Vote พร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษเป็น iPad มูลค่า 12,900 บาท 1 รางวัล จากการร่วมโหวต ก่อนประกาศผลผู้ชนะบนเวทีในวันสุดท้ายของงานมอเตอร์โชว์

ห้ามพลาดกับบูท CHERY พบกับยานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และครอบครัวคนไทย พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสุดคุ้ม ณ บูท CHERY หมายเลข A25 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 หรือที่สัมผัสรถทุกรุ่นที่โชว์รูม CHERY ทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันกับงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม จนถึงวันที่ 5 เมษายนนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chery-thailand.com และ เฟซบุ๊ก CHERY Thailand

 

รุ่นรถยนต์ แคมเปญและข้อเสนอพิเศษ
Chery Q ·       สิทธิพิเศษส่วนลด 20,000 บาท*

·       พร้อมการรับประกัน Lifetime Warranty แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน จำกัด สำหรับ 3,000 สิทธิ์แรกเท่านั้น*

 

Chery V23 พบข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ

·       รับส่วนลด 10,000 บาท*

·       อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%*

·       พิเศษ! การรับประกัน Lifetime Warranty แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน จำกัด 2,000 สิทธิ์แรกเท่านั้น*

·       ฟรี! Wall Charge พร้อมติดตั้ง*

·       ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี*

·       ฟรี! สายชาร์จพกพา*

·       ฟรี! V2L (Vehicle-to-Load)*

·       ฟรี! ชุดพรมปูพื้น*

·       รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

·       รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

·       ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

·       ฟรี! Application T-Box (CarLinko) Data นาน 5 ปี*

 

Chery TIGGO 8 CSH พบข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ

·       อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%

·       ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี*

·       ฟรีสายชาร์จพกพา*

·       ฟรี! V2L (Vehicle-to-Load)*

·       ฟรี! ชุดพรมปูพื้น*

·       รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

·       รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

·       ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*

·       ฟรี! Application T-Box (CarLinko) Data นาน 5 ปี*

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ระยะเวลาสำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิ์ 23 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569

*สามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเชอรีอย่างเป็นทางการ

“Firefly” พรีเมียมซิตี้คาร์ไฟฟ้า 100% พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่งาน Motor Show 2026

0

บริษัท ธนบุรีบลูสกาย จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบรนด์ NIO (นีโอ) ในประเทศไทย ประกาศเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Firefly (ไฟเออร์ฟลาย) รถพรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% พวงมาลัยขวารุ่นแรกของแบรนด์ ในราคา 799,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

Firefly พรีเมียมซิตี้คาร์ไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่อย่างมั่นใจ ภายใต้แนวคิด Freedom to Glow ที่สะท้อนอิสระในทุกการเดินทาง พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในทุกมิติ

นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวว่า “เรามั่นใจในศักยภาพของ NIO ในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทยอย่างชัดเจน ทั้งในมิติของเทคโนโลยีอัจฉริยะ การออกแบบ คุณภาพ และประสบการณ์การขับขี่ โดยเฉพาะความพรีเมียมของ Firefly ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญในเซกเมนต์นี้ เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์รุ่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยที่มองหาความคล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมือง ควบคู่กับฟีเจอร์ล้ำสมัย และประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้อย่างครบถ้วน”

Firefly พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้าสำหรับคนรุ่นใหม่

Firefly ยนตรกรรมไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่เน้นความ ‘Compact outside, Spacious inside’ ถ่ายทอดผ่านแบรนด์ดีเอ็นเอ ‘vivid, thoughtful, and solid’ (สดใส ใส่ใจ และแข็งแกร่ง) ผสานดีไซน์และสมรรถนะเข้ากันอย่างลงตัว มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด ECO โหมด Comfort และโหมด Sport ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอบกำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 8.1 วินาที ด้านพลังงานมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 42.1 kWh รองรับระยะทางวิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จเร็ว DC 10–80% ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกทั้งยังรองรับฟังก์ชัน V2L สำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.68 กิโลวัตต์ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยงานออกแบบที่ผสานความพรีเมียมเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว เอกลักษณ์สำคัญคือชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ trio lights ซิกเนเจอร์ดีไซน์ของแบรนด์ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น​ เสริมความโปร่งโล่งให้ห้องโดยสารด้วยหลังคาพาโนรามิกซันรูฟกรองรังสี UV และคงคอนเซ็ปต์ความกว้างด้วยพื้นที่สัมภาระท้ายขยายได้ถึง 1,253 ลิตร พร้อมช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) ขนาดใหญ่ 92 ลิตร และช่องเก็บของใต้เบาะหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บสิ่งของรอบคัน ด้านความสะดวกสบาย เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวดและเป่าลมเย็น ช่วยลดความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทาง ขณะที่ระบบอินโฟเทนเมนต์มาพร้อมหน้าจอกลางขนาด 13.2 นิ้ว พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ลำโพง 14 ตัว และไฟ Ambient Light ที่ปรับได้ 256 เฉดสีเต้นตามจังหวะดนตรี นอกจากนี้ยังจัดเต็มเทคโนโลยีช่วยขับขี่ทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมรักษาระยะห่าง และระบบช่วยเปลี่ยนเลนบนทางหลวง เพิ่มความมั่นใจด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.75 เมตร และมาตรฐานความปลอดภัยสากลระดับ 5 ดาว ทั้ง C-NCAP และ Euro NCAP

  • Firefly มาพร้อมกับสีภายนอกที่มีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีม่วง Lavender, สีเขียว Lime, สีขาว Marble, สีน้ำตาล Sand, สีเทา Graphite และสีเทาดำ Lava Stone พร้อมสีภายในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีเบจ Travertine, สีเขียว-เบจ Pine, สีแดง-เบจ Plum และสีดำ Obsidian 

ข้อเสนอพิเศษเฉพาะที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 30 เมษายน 2569)

กลุ่มธนบุรี ขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษแบบจัดเต็ม สำหรับผู้ที่สนใจและจอง Firefly ภายในงานฯ

  • Wall Charger พร้อมบริการติดตั้ง และ เครดิตชาร์จไฟฟ้า 5,000 หรือ เครดิตชาร์จไฟฟ้า 20,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • รับประกันตัวรถ 4 ปี หรือ 100,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่ High Voltage 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • แพ็คเกจบำรุงรักษารถยนต์ 4 ปี หรือ 80,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะยาง
  • แถมฟรี สายชาร์จพกพา (Portable Charger)
  • Firefly summer kit ม่านบังแดด Panoramic Roof และ ที่วางแก้วน้ำแม่เหล็ก

สัมผัส Firefly คันจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมนิทรรศการถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์

ไฮไลท์สำคัญภายในบูธสำหรับการประกาศราคา Firefly อย่างเป็นทางการครั้งนี้ มีการจัดแสดงตัวรถ Firefly ให้ทุกท่านได้ลองสัมผัสถึงประสบการณ์ความพรีเมียมกันอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก พร้อมดื่มด่ำไปกับนิทรรศการภายในบูธที่พาไปทำความรู้จักตัวตนของแบรนด์ ตั้งแต่จุดกำเนิดและแรงบันดาลใจเบื้องหลังของชื่อและโลโก้ที่เปี่ยมด้วยความหมายอย่าง ‘หิ่งห้อย’ สัญลักษณ์แห่งแสงสว่างที่สดใสและมีชีวิตชีวา ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพที่แบรนด์ต้องการส่งต่อสู่ผู้ขับขี่ในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการยังจะได้รับของที่ระลึก ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะที่งานฯ เท่านั้น

“Firefly ถือเป็นโมเดลแรกของ NIO ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาซิตี้คาร์ขนาดกะทัดรัด ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เปี่ยมด้วยคุณภาพ พร้อมประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมอย่างครบถ้วน เราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัว Firefly นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทย พร้อมวางรากฐานในการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ NIO ผ่านความร่วมมือระยะยาวกับ กลุ่มธนบุรี ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยมากว่า 85 ปี เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในประเทศไทย” มร.แดเนียล จิน รองประธานบริษัท NIO Inc. (นีโอ อิงค์) และประธานแบรนด์ Firefly กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมและสัมผัส Firefly พรีเมียมซิตี้คาร์ไฟฟ้า 100% ได้ที่บูธ Firefly (A1) ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเปิดให้เข้าชมเวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) และเมื่อจบงานฯ ลูกค้าและผู้ที่สนใจยังสามารถไปเยี่ยมชมรถคันจริงได้อีกครั้งที่ Firefly Pop-up Showroom ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งถนนราชดำริ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

ZEEKR เปิดบทใหม่ของยนตรกรรมไฟฟ้าลักชูรี ภายใต้แนวคิด “ZIGNATURE SANCTUARY” เผยโฉม ZEEKR 9X SUV ปลั๊กอินไฮบริดระดับเรือธง

0

ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรีระดับสากล ร่วมนำเสนอยนตรกรรมไฟฟ้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 ภายใต้ธีม “ZIGNATURE SANCTUARY: Serenity Define, Crafted for You นิยามใหม่แห่งสุนทรียภาพ สู่ความงามเหนือระดับที่รังสรรค์มาเฉพาะคุณ” ถ่ายทอดสุนทรียภาพและประสบการณ์เหนือระดับผ่านองค์ประกอบต่างๆ ที่ถูกสรรค์สร้างอย่างประณีตบรรจง พร้อมไฮไลต์การเผยโฉม ZEEKR 9X เป็นครั้งแรกในไทย ร่วมกับการเปิดรับจองสิทธิ์ ZEEKR 009 Grand อัลตราลักชูรีเอ็มพีวีที่รองรับความเป็นส่วนตัวและความสบายขั้นสูงสุด และ The New ZEEKR X พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี โฉมใหม่ สำหรับ Urban Lifestyle ไว้อย่างลงตัว ณ บูธหมายเลข A4 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 สะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งผ่านไลน์อัพระดับเรือธง

สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ (Motor Show 2026) หรือ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 47 ครั้งนี้ ZEEKR นำเสนอยนตรกรรมไฮไลต์ ได้แก่

ZEEKR 9X

ZEEKR 9X อัลตราลักชูรีเอสยูวีระดับเรือธง ถูกนำมาจัดแสดงครั้งแรกในไทย หลังจากมีการเปิดตัวที่จีนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ZEEKR 9X เป็น SUV ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแฟลกชิป โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทรงพลังกระจังหน้าโครเมียมแบบชิ้นเดียว ชุดไฟหน้าแบบ “Vast Star Diamond Matrix” ที่ประดับด้วยเหลี่ยมเพชรมากถึง 42,242 เหลี่ยม ด้านข้างประกอบด้วยเส้นสายที่ตรงและคมชัด สร้างบุคลิกที่สุขุมอย่างมีพลัง

ZEEKR 9X ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA-S ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ SEA Super Hybrid รองรับบนสถาปัตยกรรมขับเคลื่อนไฟฟ้า 900V ให้กำลังสูงสุด 1,030 กิโลวัตต์ ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.1 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุดด้วยกำลังไฟฟ้าล้วนถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน CLTC) โดยวิ่งได้ระยะรวมไกลถึง 1,250 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) รองรับเทคโนโลยีการชาร์จ 6C ซึ่งทำให้สามารถชาร์จไฟได้เร็วสุด 20-80% ในเวลาเพียง 9 นาที (ระยะเวลาการชาร์จขึ้นอยู่กับปริมาณไฟคงเหลือ กำลังไฟของตู้ชาร์จ และรูปแบบการใช้งาน เป็นต้น)

The New ZEEKR X

The New ZEEKR X คอมแพค ลักชูรี SUV สำหรับ Urban Lifestyle โฉมใหม่ปี 2026 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตในเมืองอย่างแท้จริง ที่ผสานการออกภายในสไตล์ Art Deco และความคลาสสิกแบบ Quilted Pattern สะท้อนความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวได้อย่างงดงาม ภายในเป็นห้องโดยสารอัจฉริยะสุดชาญฉลาด ขับขี่สนุกและแม่นยำด้วย ZEEKR AD เทคโนโลยีระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ สมรรถนะที่แรงขึ้น และระบบความปลอดภัยปกป้องรอบทิศทางที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ZEEKR 009 Grand

ZEEKR 009 Grand ยนตรกรรมระดับอัลตราลักชูรีที่สมบูรณ์แบบ สร้างประสบการณ์การเดินทางสุด Exclusive ด้วยสถาปัตยกรรมเคลื่อนที่ระดับ “Best in Craftmanship” ที่ผ่านการออกแบบตกแต่งอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด รองรับวิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายขั้นสูงสุดด้วยห้องโดยสารระดับ First Class มอบประสบการณ์ระดับอัลตราลักชูรีในทุกรายละเอียด เบาะโดยสารใช้หนัง Nappa เกรดพรีเมียม เรียบลื่นนุ่มสบายทุกสัมผัส สามารถปรับได้ 24 ทิศทาง พร้อมระบบนวด ระบบระบายอากาศ การปรับเอนนอน โอบรับผู้โดยสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 778 แรงม้า มอบระยะการขับขี่ไกลถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC มั่นใจในความปลอดภัยด้วยโครงสร้างตัวถัง Single Piece Die Cast แบบ C-Ring บริเวณห้องโดยสาร พร้อมปกป้องทุกการเดินทาง โดย ZEEKR Thailand เปิดรับจองสิทธิ์ ZEEKR 009 Grand อย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอประสบการณ์อัลตราลักชูรีที่สะท้อนตัวตนของการเดินทางในอีกระดับให้ลูกค้าได้สัมผัสภายในงาน

นอกจากนี้ ZEEKR ยังนำยนตรกรรมที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคชาวไทย มาจัดแสดงเพื่อย้ำความเชื่อมั่นของแบรนด์ ทั้ง ZEEKR 009 ลักชูรี MPV ที่ปฏิวัติแนวคิดของทุกการเดินทาง ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ระดับลักชูรี พร้อมนิยามมาตรฐานใหม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้บริหารหรือกลุ่มครอบครัว และ ZEEKR 7X สุนทรียะแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีที่ผสานความหรูหราและสุดยอดเทคโนโลยีเป็นหนึ่งเดียว โดดเด่นด้วยระบบนิเวศที่รองรับสถาปัตยกรรม 800V ทลายทุกข้อจำกัดทั้งบนถนนในเมืองและเส้นทางออฟโรดอย่างแท้จริง

มากกว่าพื้นที่จัดแสดง แต่คือ Zignature Sanctuary

ZEEKR สร้างมาตรฐานใหม่ของความลักชูรี ผสาน Emotion, Environment และ Experience เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอ “Cultural Luxury” ที่ไม่เพียงยึดโยงกับมาตรฐานระดับโลก แต่ยังเชื่อมต่อกับบริบทของประเทศไทย ผ่านการรังสรรค์พื้นที่จัดแสดงผ่านผลงานศิลปะ วัสดุ และดีไซน์ร่วมสมัย โดยร่วมมือกับครีเอเตอร์และดีไซเนอร์ เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ในมิติที่ลึกยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น

ZEEKR 009 Grand – Mastercrafted Electric Grandeur Zone
  • ZEEKR 009 GrandMastercrafted Electric Grandeur Zone พื้นที่ที่ถูกออกแบบขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์แบบ Ultra-Private Luxury สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ให้คุณค่ากับความสงบ ความเป็นส่วนตัว และรสนิยมเหนือระดับ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ บรรยากาศของงานแสดงรถยนต์ภายนอกจะค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความสงบนิ่ง เรียบหรู และความสบายใจในแบบที่คุ้นเคย เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่ Private Lounge สถานที่ที่ไม่มีความวุ่นวายของโลกภายนอก โอบล้อมด้วยบรรยากาศโทนสีทองอุ่นและเอิร์ธโทน ที่สร้าง “Visual Warmth” ด้วยแสงที่ถูกออกแบบให้ตกกระทบพื้นผิวอย่างนุ่มนวล ราวกับแกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย เป็นพื้นที่ที่เวลา “ช้าลง” และความอัลตราลักชูรี “ถูกสัมผัสได้” ในทุกมิติ
    แรงบันดาลใจของการออกแบบพื้นที่ สะท้อนกลิ่นอายของ Old-Money Living ที่ให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายอย่างมีรสนิยม Mastercrafted Electric Grandeur Zone จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงยนตรกรรม หากแต่เป็นพื้นที่ของการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ การสนทนาอย่างเป็นส่วนตัว และการสัมผัสประสบการณ์ลักชูรีเหนือระดับที่ถูกถ่ายทอดผ่านความรู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ZEEKR LOUNGE พื้นที่ให้บริการในการพูดคุยถึงรายละเอียดผลิตภัณฑ์กับทีมปรึกษาด้านการขายที่ให้ความเป็นส่วนตัว บริการของว่างและเครื่องดื่มที่นำเสนอความเป็น ZEEKR Cultural Senses ที่ผสานความเป็นไทยและสากลอย่างลงตัว เพื่อให้ทุกท่านดื่มด่ำประสบการณ์ผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์
    และรูปลักษณ์อันวิจิตรงดงาม
  • Test Drive Area บริเวณลานอเนกประสงค์รอบทะเลสาบเมืองทองธานี ถูกจัดขึ้นเป็นห้องรับรองในบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นส่วนตัว พร้อมจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในแบบ AC และ DC โดยมีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้รถรวมถึงการให้คำแนะนำวิธีใช้งานเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับตัวรถ บริการทดสอบการขับขี่รุ่น The New ZEEKR X, ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 เพื่อให้ได้ทดลองสมรรถนะจริงอย่างมีประสิทธิภาพ

นาย อเล็กซ์ เป่า ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า “การเติบโตของ ZEEKR ไม่ได้มุ่งเน้นขยายพอร์ตธุรกิจยานยนต์ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการจัดวางเทคโนโลยีและเสริมบริการให้เชื่อมทั้งระบบสู่ Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ ตลอดปีที่ผ่านมา ZEEKR Thailand ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด ด้วยยอดส่งมอบสะสมมากกว่า 5,700 คันทั่วประเทศ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทย นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการต่อยอดการลงทุนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริการ”

“ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีการเปิดสถานีชาร์จ ZEEKR Power ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (บริเวณชั้น B1 ของลานจอดรถ ตรงกับเสาที่ Q24 – Q25) ให้กำลังไฟสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์แห่งแรกในประเทศไทย รวมถึงการเปิดสถานีชาร์จตามพื้นที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน ZEEKR มีสถานีให้บริการครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในย่านใจกลางเมืองและเส้นทางหลัก รวมถึงสถานีล่าสุดที่โครงการ One Bangkok ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการพัฒนาเครือข่ายพลังงานไฟฟ้าให้รองรับการใช้งานได้อย่างแท้จริง การขยายเครือข่ายในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเพิ่มจุดให้บริการ แต่เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ZEEKR ในการพัฒนา Ecosystem อย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์ ครอบคลุม และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ใช้งานในทุกมิติ ขานรับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโต ตอบสนองความต้องการการเดินทางของลูกค้าให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น”

“ในแง่ของการยกระดับการบริการ เรายังมีศูนย์ฝึกอบรม ZEEKR Training Center ในประเทศไทย รองรับการพัฒนาการให้บริการหลังการขายเพื่อให้ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด และเร็ว ๆ นี้ เตรียมเปิดตัว ZEEKR Power | Mobile Charging Service หรือสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ บริการนี้เปรียบเสมือนพาวเวอร์แบงก์ขนาดใหญ่ โดยมีความตั้งใจเพื่อช่วยแก้ปัญหาผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ การหาจุดชาร์จยาก ช่องชาร์จไม่พอ หรือต้องรอคิวนาน นับเป็นอีกก้าวของ Smart Infrastructure ที่ทำให้การใช้รถไฟฟ้าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงภายในงาน พร้อมทั้งมีแผนขยายเครือข่าย ZEEKR House ไปยังหัวเมืองสำคัญ โดยสาขาเชียงใหม่จะเปิดให้บริการในเร็ว ๆ นี้ ทั้งหมดนี้เพื่อย้ำว่า ZEEKR เข้ามาด้วยเจตจำนงและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านเทคโนโลยี วัฒนธรรม และมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าแก่ผู้บริโภคชาวไทยในระยะยาว”

และนี่คือนิยามของ ZEEKR แบรนด์ยนตรกรรมไฟฟ้าระดับโลกที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะกับความลักชูรีได้อย่างไร้รอยต่อ วันนี้ ZEEKR ถูกปักหมุดอย่างมั่นคงแข็งแรงในประเทศไทยและสร้างความมั่นใจด้วย “ประสบการณ์ลักชูรีรูปแบบใหม่” ที่ทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสความตั้งใจของแบรนด์อย่างลึกซึ้ง ทั้งในมิติของอารมณ์ ความรู้สึก และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์

ZEEKR LOUNGE

และสำหรับผู้ที่จองรถ ZEEKR ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  • ฟรี Wallbox พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*
  • การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

*เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมสุดล้ำในบรรยากาศที่ผสานความละเมียดละไมและความมีรสนิยมผ่านกาลเวลา พร้อมจับจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ZEEKR ได้ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A4 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายน 2569

ธนบุรีนอยสเติน เดินหน้ารุกตลาด EV ไทย เปิดตัว GEELY EX5 MAX+ และ GEELY EX2 Shooting Star ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

0

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ด้วยการเปิดตัวเรือธงรุ่นใหม่ GEELY EX5 MAX+ รถไฟฟ้าอเนกประสงค์อัจฉริยะที่ยกระดับการใช้งานไปอีกขั้น พร้อมเผยโฉม GEELY EX2 Shooting Star ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้ารุ่นพิเศษ ดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยชุดแต่งรอบคัน เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ GEELY EX5 และ GEELY EX2 ที่ได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าในประเทศไทย

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของ GEELY ในระดับโลกและการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ของเราที่มุ่งนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การเปิดตัว GEELY EX5 MAX+ และ GEELY EX2 Shooting Star ยังเป็นการตอกย้ำทิศทางของ GEELY ภายใต้การดำเนินงานของธนบุรีนอยสเติน และด้วยประสบการณ์กว่า 85 ปีของกลุ่มธนบุรี พร้อมวางรากฐานแบรนด์ GEELY ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลก เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมาตรฐานบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย”

GEELY EX5 MAX+ ยกระดับยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะ

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญภายในบูธ GEELY ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 คือการเปิดตัว GEELY EX5 MAX+ ที่ต่อยอดจาก GEELY EX5 รถไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อทุกคน โดยยังคงจุดแข็งด้านนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ เทคโนโลยีล้ำสมัย และประสบการณ์การขับขี่ที่ระดับสูง พร้อมยกระดับระยะทางด้วยแบตเตอรี่ Short Blade Battery ใหม่ ขนาด 68.39 kWh ให้ระยะทางสูงสุด 525 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) เสริมความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางจากกู๊ดเยียร์ และสีภายนอกใหม่ ‘สีเขียว มอส กรีน’ ที่ช่วยขับภาพลักษณ์พรีเมียมให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

GEELY EX5 MAX+ ยังคงใช้แพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ผสานเทคโนโลยี Cell-to-Body Integration ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวรถและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร โดยในด้านสมรรถนะ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 11-in-1 Intelligent Electric Drive และแบตเตอรี่ Short Blade Battery แบบ LFP ที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Level-2 ADAS และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Flyme Auto ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเชื่อมต่อภายในรถอย่างลื่นไหล

GEELY EX5 รุ่น MAX+ มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอก 4 สี ได้แก่ สีเงิน มูนไลท์ ซิลเวอร์ สีเทา ฟอรสต์ เกรย์  สีขาว สโนวี ไวท์ และสีใหม่อย่าง ‘สีเขียว มอส กรีน’ และสีภายใน 2 สี ได้แก่ สีขาว ไอวอรี ไวท์ และสีน้ำเงิน ดาร์ก บลู เปิดราคาจำหน่ายที่ 929,000 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้า 400 คันแรก รับส่วนลด 30,000 บาท ในราคาเพียง 899,000 บาท

 

ข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX5

นอกจากการเปิดตัว GEELY EX5 MAX+ แล้ว ธนบุรีนอยสเตินยังนำ GEELY EX5 รุ่น PRO กลับมาจำหน่ายอีกครั้ง เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดและกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน ดังนี้ 

GEELY EX5 รุ่น PRO รับส่วนลด 60,000 บาท* ในราคาพิเศษ 739,000 (จากราคาปกติ 799,000 บาท)

GEELY EX5 รุ่น MAX รับส่วนลด 50,000 บาท* ในราคาพิเศษ 849,000 บาท (จากราคาปกติ 899,000 บาท)

GEELY EX5 ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ได้แก่

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98% ดาวน์ 25 % ผ่อน 48 เดือน
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 160,000 กม.
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี
  • ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ค่าจดทะเบียนรถยนต์ และพรมปูพื้น
  • Portable charger
  • ฟรี! ฟิล์มรถยนต์​ Lamina รุ่น Ceramic Onyx Boost (เฉพาะ GEELY EX5 รุ่น MAX และ MAX+)

 

GEELY EX2 Shooting Star เติมสีสันให้การขับขี่ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น

อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในงานคือ GEELY EX2 Shooting Star รุ่นพิเศษ ที่ต่อยอดความสำเร็จของ GEELY EX2 ซิตี้อีวีรุ่นที่ขายดีที่สุดในจีน อีกทั้งยังได้เสียงตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากลูกค้าในประเทศไทย มาพร้อมชุดตกแต่งรอบคัน ยกระดับสไตล์ให้ผู้ขับขี่ได้สนุกกับทุกเส้นทาง ได้แก่ ชุดสเกิร์ตด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ชุดแต่งด้านหน้าดีไซน์สปอร์ต และสปอยเลอร์หลัง ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มีความสปอร์ตและโดดเด่นยิ่งขึ้น

GEELY EX2 Shooting Star มีตัวเลือกสีภายนอก 2 สีทูโทน ได้แก่ สีขาวหลังคาดำ และสีเทาหลังคาดำ อีกทั้งตัวเลือกเส้นสายชุดแต่งได้ 2 สไตล์ ได้แก่ ชุดแต่งสีเดียวกับรถ และ ชุดแต่งสีเหลือง เปิดให้ลูกค้าจองภายในงานมอเตอร์โชว์ ในราคา 484,990 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพอุปกรณ์ตกแต่งสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

 

ข้อเสนอพิเศษสำหรับ GEELY EX2

GEELY EX2 รุ่น PRO จำหน่ายในราคา 429,990 บาท​ และ GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 459,990 บาท​ พร้อมด้วย GEELY EX2 Shooting Star ที่มอบสิทธิพิเศษมากมายแก่ลูกค้าที่จองภายในงานและที่โชว์รูมทั่วประเทศ​ ได้แก่

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98% ดาวน์ 25 % ผ่อน 48 เดือน
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ นาน 6 ปี หรือ 150,000 กม. ​
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง นาน 8 ปี หรือ 150,000 กม.​
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 5 ปี ​
  • Portable charger ​
  • พรมปูพื้น ​

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

นอกจากการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ธนบุรีนอยสเติน ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้า ผ่านแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมแผนเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยระดับโลกของ  GEELY ได้ที่บูธ GEELY (A23) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่ศูนย์บริการ GEELY ทั่วประเทศ