Home Blog Page 17

ที่สุดแห่งการรอคอย กับ TOYOTA LAND CRUISER FJ สัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ ครองใจผู้คนทั่วโลก

0

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.มาซายะ อุจิยามะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดกับ TOYOTA LAND CRUISER FJ 

LAND CRUISER สัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ ครองใจผู้คนทั่วโลก

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงประวัติ และตำนานของ LAND CRUISER ว่า “กว่า 70 ปีที่ผ่านมา Toyota Land Cruiser ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์ระดับตำนานที่เป็นสัญลักษณ์ของ ความแข็งแกร่ง ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ ตำนานของ Land Cruiser เริ่มต้นขึ้นในปี 1951 ภายใต้ชื่อ “Toyota BJ” และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายของผู้คนทั่วโลก โดยปัจจุบัน Land Cruiser ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในกว่า 180 ประเทศ

ตลอดระยะเวลาการพัฒนา Land Cruiser ได้ผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายที่สุด ทั้งในทะเลทราย เส้นทางทุรกันดาร และภูมิประเทศที่สมบุกสมบัน ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ได้หล่อหลอมให้ Land Cruiser เป็นรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับในด้านความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่ยอดเยี่ยม

หัวใจสำคัญของ Land Cruiser คือแนวคิด “Trust”

  • Trust in Reliabilityความไว้วางใจในความน่าเชื่อถือที่ถูกพิสูจน์ผ่านกาลเวลา และถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นของ Land Cruiser
  • Trust in Durabilityความไว้วางใจในความแข็งแกร่งและความทนทาน ที่ผ่านบทพิสูจน์ในทุกสภาพภูมิประเทศทั่วโลก
  • Trust in Capabilityความไว้วางใจในสมรรถนะการขับเคลื่อน ที่ช่วยให้คุณก้าวข้ามทุกเส้นทาง และทุกความท้าทาย

ปัจจุบัน Toyota Land Cruiser มียอดจำหน่ายทั่วโลกมากกว่า 12 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม คุณค่าของ Land Cruiser ไม่ได้สะท้อนจากตัวเลขยอดขายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการอยู่เคียงข้างผู้คนทั่วโลกในการเดินทางผ่านความท้าทายต่างๆ”

ความภาคภูมิใจของชาวไทยกับ TOYOTA LAND CRUISER FJ

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในปีที่ผ่านมา โตโยต้าเปิดตัว Hilux Travo และ Hilux Travo-e ในประเทศไทย ด้วย Hilux คือ “รถกระบะของคนไทย” ที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนการใช้ชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน กับมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90% พร้อมด้วยกำลังการผลิตขนาดใหญ่และมีการส่งออกไปยังกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ทำให้ Hilux มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

สำหรับ Hilux Travo รุ่นใหม่ ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากลูกค้าในประเทศไทย และเมื่อรวมกับยอดจำหน่ายที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของ Hilux Revo และ Hilux Champ ทำให้โตโยต้าสามารถครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถกระบะได้สูงถึง 48.7% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในปีที่ผ่านมา

ในโอกาสนี้ โตโยต้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน รวมถึงทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา และในวันนี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว “Toyota Land Cruiser FJ”

Land Cruiser FJ ถือเป็น Land Cruiser รุ่นแรกที่มีการผลิตเต็มรูปแบบ (Fully Manufactured)       นอกประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นฐานการผลิตหลัก ด้วยสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศสูงถึง 84% พร้อมแผนการส่งออกมากกว่า 40,000 คันต่อปี ไปยังประมาณ 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่น

โตโยต้าเชื่อมั่นว่า Land Cruiser FJ จะมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ เครือข่ายอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ (Supply Chain) และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับตลาดประเทศไทย โตโยต้าได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5,000 คันในปีแรก แม้จะเป็นเป้าหมายที่ไม่สูงนัก แต่เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์รุ่นนี้จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของเราในอนาคต

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่สู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโตโยต้า และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

“Bold & Unbound…เป็นให้ชัด ไปให้สุด”

มร.มาซายะ อุจิยามะ หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาและออกแบบ LAND CRUISER FJ ว่า “ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 75 ปีของ Land Cruiser รถรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ “ความเชื่อถือได้ ความทนทาน และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด” โดยเรื่องราวของ Land Cruiser เริ่มต้นจาก Toyota BJ ในปี 1951 ต่อมาในปี 1960 เราได้เปิดตัว 40 Series นับจากนั้น Land Cruiser ได้พัฒนาออกเป็น 3 สายผลิตภัณฑ์ ได้แก่

  • สาย Station Wagon (ซึ่งปัจจุบันคือ LC300)
  • สาย Heavy Duty หรือ 70 Series
  • สาย Light Duty หรือ 250 Series

จาก 3 สายผลิตภัณฑ์หลักของ Land Cruiser คำที่สะท้อนความเป็นตัวตนที่ชัดเจนที่สุดตลอดระยะเวลา 75 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ “ความไว้วางใจ (Trust)”

ในการพัฒนา Land Cruiser ทุกครั้ง เราคำนึงถึง 2 แนวคิดสำคัญ คือ “การสืบทอด (Inheritance)” และ “การพัฒนา (Evolution)” อีกทั้งยังคงยกระดับความเชื่อถือได้ ความทนทาน และสมรรถนะออฟโรดอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่า Land Cruiser เป็นรถที่สามารถพาไปได้ทุกที่ และนำสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์ Land Cruiser ไปสู่อนาคต เราจึงตัดสินใจเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และเพื่อขยายฐานลูกค้าในตลาดที่กำลังเติบโต เรามุ่งมั่นนำเสนอรถออฟโรดที่ “เข้าถึงได้” มากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่ง “คุณค่าอย่างแท้จริง” ซึ่งคำตอบสำหรับความท้าทายนี้คือ Land Cruiser FJ

ในการพัฒนา Land Cruiser FJ เราได้ย้อนกลับไปสู่จิตวิญญาณของ 40 Series ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมใน Land Cruiser ระดับโลก เป้าหมายของเราคือการส่งมอบ “ความไว้วางใจ (TRUST)” ให้กับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ที่สำคัญ เรายังต้องการจุดประกายให้ผู้คนได้สนุกกับชีวิตในทุกๆ วันมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างรถที่สามารถ “ขับเคลื่อนความรู้สึก” และสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างแท้จริง เราจึงผสานสมรรถนะออฟโรดในแบบฉบับ Land Cruiser เข้ากับ 2 คุณค่าหลัก นั่นคือ “Freedom” และ “Joy” ซึ่งเป็นความหมายของ “FJ”

“Freedom” — อิสระในการออกไปได้ทุกที่ และ “Joy” — ความสุขในการใช้ชีวิตในแบบของคุณเอง

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของแนวคิดรถรุ่นนี้ คือ “การปรับแต่งรถในแบบของคุณ” เราตั้งใจออกแบบตัวรถพื้นฐานให้มี “พื้นที่สำหรับการต่อยอด” เพราะเราเชื่อว่า Land Cruiser ที่แท้จริง ควรถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าของที่ครอบครองรถเอง ซึ่งลูกค้าแต่ละคนสามารถสร้างรถที่สะท้อนตัวตน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

จุดเด่นสำคัญของ Land Cruiser FJ เริ่มจากมิติตัวรถมีความยาวโดยรวมสั้นกว่า Fortuner ถึง 185 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อสั้นกว่าถึง 170 มิลลิเมตร ขนาดที่กะทัดรัดนี้ ทำให้มีวงเลี้ยวที่แคบกว่า คล่องตัวและเฉียบคมยิ่งขึ้น สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ที่เติมเต็มความสนุกให้กับตระกูล Land Cruiser ได้อย่างแท้จริง

การออกแบบภายนอก พัฒนาภายใต้คอนเซปต์ PLAYFUL DICE” ที่ผสานความ “สนุก” เข้ากับ “ฟังก์ชันการใช้งาน” ได้อย่างลงตัว ด้วยรูปทรงตัวถังแบบเหลี่ยมลบมุม (Chamfered Square) และระยะที่ยื่นจากตัวถังรถด้านหน้าและด้านท้ายที่สั้นลง ทำให้ Land Cruiser FJ มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แข็งแกร่ง และมีเอกลักษณ์ชัดเจน ขณะเดียวกัน ยังช่วยเสริมความสามารถในการขึ้นลงทางชันให้ดียิ่งขึ้น ทำให้รถสามารถลุยได้ทุกสภาพเส้นทางได้อย่างมั่นใจ

การออกแบบภายใน คงไว้ซึ่ง “เส้นสายแนวนอน” ตามแบบฉบับของ Land Cruiser เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกันนี้ ด้วยแนวกระจกที่ต่ำลง และการออกแบบเสา A ให้ตั้งตรงมากขึ้น มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพการขับขี่

ด้านสมรรถนะ ยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณดั้งเดิมของ Land Cruiser อย่างแท้จริง ตัวรถถูกพัฒนาบนโครงสร้างแชสซีส์ IMV ที่ผ่านการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งและปรับจูนให้ได้มาตรฐานระดับ Land Cruiser มาพร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อ และระบบล็อกเฟืองท้าย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างเต็มที่ในทุกสภาพเส้นทางอย่างมั่นใจ และเพื่อให้ Land Cruiser FJ สามารถถ่ายทอดสมรรถนะได้อย่างเต็มศักยภาพ ในด้านการผลิต คงไม่มีที่ใดเหมาะสมไปกว่า โรงงานบ้านโพธิ์ ของบริษัท        โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ด้วยประสบการณ์การผลิตรถยนต์มากกว่า 1.5 ล้านคัน และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างทีมงานจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะสร้าง Land Cruiser FJ คันนี้  ให้ถ่ายทอดทั้ง “คุณภาพ” และ “ปรัชญา” ของ Land Cruiser ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น เป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนา Land Cruiser FJ คือ การสร้างรถเพื่อให้ผู้คน   “สนุกกับการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างแท้จริง” ทีมงานที่พัฒนารถรุ่นนี้ได้ขับทดสอบจริงร่วมกับผู้ใช้งานออฟโรดทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้ถึงหัวใจของ “ความสนุกในการขับขี่” ภายใต้องค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ นั่นคือ ความคล่องตัวสูง รองรับการเลี้ยวในพื้นที่แคบได้อย่างแม่นยำ / การยึดเกาะของล้อบนพื้นถนนที่มั่นคง และระยะความสูงใต้ท้องรถที่มากพอ สร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง นอกจากนั้น ยังผ่านการทดสอบบนสนามทดสอบเดียวกันกับที่ใช้พัฒนา Land Cruiser รุ่นก่อนหน้า

Land Cruiser FJ พร้อมแล้วที่จะเปิดตำนานบทใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการขยายขอบเขตการเดินทางของตัวเองเพื่อ “Freedom” — อิสระในการออกไปได้ทุกที่ และ “Joy” — ความสุขในการใช้ชีวิตในแบบของคุณเองบนรากฐานของ QDR ได้แก่ Quality (คุณภาพ) / Durability (ความทนทาน) และ Reliability (ความเชื่อถือได้)”

พบประสบการณ์ใหม่แห่งความประทับใจกับ LAND CRUISER FJ

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงจุดเด่นของ LAND CRUISER FJ ว่า “Land Cruiser FJ มีจุดขายหลัก 5 ประการ ได้แก่

  • ดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย
  • สมรรถนะการขับขี่ที่แข็งแกร่ง
  • ความสะดวกสบายในการโดยสาร
  • การทรงตัวที่มั่นคงในทุกสภาพเส้นทาง
  • ระบบเบรกที่เชื่อถือได้

คุณสมบัติเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่เราต้องการส่งมอบให้กับลูกค้า และทำให้ Land Cruiser FJ สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน Land Cruiser FJ จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญในตลาด PPV ของประเทศไทย ซึ่งมีความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยโตโยต้าได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับลูกค้าแต่ละกลุ่มไว้อย่างชัดเจน สำหรับกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการรถยนต์ 7 ที่นั่ง เพื่อรองรับการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว ปัจจุบัน Fortuner ยังคงเป็นคำตอบที่เหมาะสม ด้วยขนาดตัวรถที่ใหญ่ สมรรถนะที่ทรงพลัง และความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR) นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา โตโยต้ายังได้เปิดตัวรุ่นย่อย Leader G+ ซึ่งโดดเด่นด้านความคุ้มค่า ส่งผลให้ Fortuner เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่มองหารถยนต์ที่ครบครันทั้งสมรรถนะและความคุ้มค่า

ขณะเดียวกัน ตลาด PPV ยังมีกลุ่มลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ ผู้ที่โสดหรือมีครอบครัวขนาดเล็ก รวมถึงผู้ที่หลงใหลการขับขี่สายลุยและการตกแต่งรถยนต์ ซึ่งมองหารถที่เปรียบเสมือน Hobby Car มีขนาดกะทัดรัด สามารถปรับแต่งได้ ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องตัว และในวันหยุดยังสามารถออกไปสัมผัสความสนุกบนเส้นทางออฟโรด พร้อมใช้ชีวิตอย่างอิสระในทุกเส้นทาง สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ Land Cruiser FJ คือคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

เครื่องยนต์ 2TR ที่ติดตั้งใน Land Cruiser FJ เป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ใน Land Cruiser 250 ซึ่งได้รับการพิสูจน์สมรรถนะจากการใช้งานจริง รวมถึงการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่สมบุกสมบันมาแล้ว โดยโตโยต้าได้ปรับจูนเครื่องยนต์ และระบบควบคุมให้ทำงานสอดประสานกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของรถอย่างลงตัว เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจในทุกสภาพเส้นทาง

นอกจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการขับขี่สายลุยแล้ว ยังมีกลุ่มลูกค้าอีกจำนวนมากที่ให้ความสนใจกับ Land Cruiser FJ ในฐานะรถที่สามารถต่อยอดการตกแต่งได้ตามสไตล์ของผู้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ Land Cruiser Series ด้วยระบบ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ทำให้ผู้ใช้ Land Cruiser รวมถึงพันธมิตรในอุตสาหกรรมสามารถร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์และสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Land Cruiser กลายเป็นรถที่มีวัฒนธรรมการใช้งานและการตกแต่งที่โดดเด่น

ภายในงาน โตโยต้ายังได้นำเสนอ อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้า ที่พัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยเป็นครั้งแรกของความร่วมมือระหว่าง โตโยต้า และ ARB (Thailand) ในการนำเสนอสไตล์การตกแต่งแบบออฟโรดที่ช่วยเสริมทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความมั่นใจในการใช้งาน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกอุปกรณ์ตกแต่งแท้ได้จากโชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ

นอกจากนี้ โตโยต้าขอนำเสนอรถต้นแบบเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับตลาดรถแต่ง 4 สไตล์   ที่สะท้อนแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเลือกแนวทางการแต่งรถให้ตรงกับตัวตนของตัวเองได้มากที่สุด ได้แก่

สไตล์รถแต่ง แนวคิด เหมาะสำหรับ
1)     The Meridian Authentic Off-Road สายลุย ที่ชอบท้าทายอุปสรรคต่างๆ
2)     The Nature Explorer Basecamp เคลื่อนที่ สาย Passion ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง
3)     The Legendary สานต่อปรัชญาของ Land Cruiser สาย Retro ที่มีความเชื่อมั่นต่อ Land Cruiser
4)     The Street Cruiser           Lifestyle คนเมือง สาย Creative ที่ชีวิตต้อง Active อยู่ตลอดเวลา

ในเดือนที่ผ่านมา โตโยต้าได้เตรียมความพร้อมผ่านการจัดกิจกรรม Decoration Garage Preview     ซึ่งเป็นเวทีที่โตโยต้าเปิดโอกาสให้สำนักแต่งและผู้ประกอบการในประเทศได้เตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ตกแต่งเพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อลูกค้ารับรถแล้ว จะสามารถเริ่มตกแต่งได้ทันทีตามสไตล์ที่ต้องการ”

นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวตอกย้ำว่า การเปิดตัว Land Cruiser FJ ในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยขยายตลาดเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ตลาดอุปกรณ์ตกแต่งในประเทศกลับมาคึกคักและมีสีสันอีกครั้ง

นายศุภกร รัตนวราหะ เปิดเผยถึงแผนการตลาดว่า “Land Cruiser FJ จะถูกนำไปจัดแสดงต่อสาธารณะภายในงาน Bangkok International Motor Show ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม เป็นต้นไป พร้อมเปิดรับจองอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

และพิเศษสุดในงานมอเตอร์โชว์ เปิดตัวแคมเปญพิเศษตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า LAND CRUISER FJ  สายลุย โตโยต้าจับมือ Krungsri Auto และแบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียม Triumph ในการนำร่องแพ็กเกจการเงินรูปแบบใหม่ ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ได้พร้อมกัน ด้วยแพ็กเกจผ่อนชำระรวมทั้งสองคัน เริ่มต้นเพียง 21,743 บาทต่อเดือน และมากไปกว่านั้นยังได้รับ Krungsri Gift Card มูลค่า 5,000 บาท / Triumph Accessory Voucher มูลค่า 5,000 บาท และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาทจากโตโยต้า ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม จนถึง 5 เมษายน 2569

พร้อมกันนี้ โตโยต้ายังเตรียมจัดกิจกรรม Pop-up Roadshow เดินสายจัดแสดงรถในจังหวัดสำคัญรวม 16 จังหวัด ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 พฤษภาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสรถอย่างใกล้ชิดก่อนใคร หลังจากนั้น เมื่อรถพร้อมส่งมอบ โตโยต้าจะจัดกิจกรรมเปิดตัวพร้อมการทดลองขับตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม  เป็นต้นไป ณ โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ และที่ Toyota Alive

Land Cruiser FJ เปิดตัวด้วยรุ่นย่อย 4WD พร้อมตัวเลือกสีและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่นำเสนอภายในงาน โดยมีราคาอย่างเป็นทางการดังนี้

LAND CRUISER FJ ราคาเต็ม 1,289,000 บาท

พิเศษสุด! กับราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัว 1,269,000 บาท (ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569)

รับข้อเสนอ:     ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.99% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care

ทางเลือกที่ 2 ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.99% พร้อมเลือกรับชุดตกแต่งแท้จากโตโยต้า*

*เลือกรับชุดตกแต่งแท้จากโตโยต้า 3 แพ็คเกจ

Žแพ็คเกจที่ 1 ชุดตกแต่ง “Unbound Explorer…เพราะชีวิต ต้องลุยนอกกรอบที่คุ้นเคย”

มูลค่า 32,450 บาท ประกอบไปด้วย

1.        สน็อกเกิล                                                    ราคา     15,600 บาท

2.        แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง ARB                 ราคา     8,500 บาท

3.        ชุดบังโคลนล้อ                                             ราคา     8,350 บาท

 

Žแพ็คเกจที่ 2 ชุดตกแต่ง “Urban Unique…ครบทุกสิ่ง ที่ใจต้องการ”

มูลค่า 32,700 บาท ประกอบไปด้วย

1.        แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง                        ราคา     7,500 บาท

2.        คิ้วกระจังหน้า                                              ราคา     3,400 บาท

3.        คิ้วกันกระแทกประตู                                     ราคา     7,900 บาท

4.        คิ้วตกแต่งฝาครอบล้ออะไหล่                         ราคา     4,600 บาท

5.        ชุดตกแต่งฝาถังน้ำมัน                                   ราคา     1,200 บาท

6.        แผงบังแดดข้าง                                             ราคา     2,100 บาท

7.        กล้องบันทึกภาพด้านหน้าและหลัง (รุ่น 2K)     ราคา     6,000 บาท

 

Žแพ็คเกจที่ 3 ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง “Freedom Journey…เติมพลังให้ทุกวันมีความหมาย”

มูลค่า 36,400 บาท ประกอบไปด้วย

1.        ถาดแร็คหลังคา ARB                                    ราคา     36,400 บาท

LAND CRUISER FJ มาพร้อม 3 สีให้เลือก

Žใหม่! สีฟ้า SMOKY BLUE

Žสีขาวมุก PLATINUM WHITE PEARL MICA

Žสีเทา ASH

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมแคมเปญพิเศษ อาทิ ประกันภัยชั้นหนึ่ง อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และบริการทางการเงินจากเครือข่ายธุรกิจโตโยต้า รวมถึง Kinto และ Toyota Sure เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งรถ โตโยต้าได้เตรียมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษให้สามารถเลือกเพิ่มเติมได้ตามสไตล์การใช้งาน

โตโยต้าคาดว่า Land Cruiser FJ จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการเดินทาง การใช้งานที่ทนทาน และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดตามแบบฉบับของ Land Cruiser”

 

พบกับ LAND CRUISER FJ ในกิจกรรมต่างๆ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ

ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2569 ได้ที่

  • งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026)

ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

  • กิจกรรม Land Cruiser FJ Roadshow

ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2569 ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย

  • กิจกรรม เปิดตัว Land Cruiser FJ และทดลองขับขี่ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศไทย

ระหว่างวันที่ 9-31 พฤษภาคม 2569

ซูบารุตอกย้ำคุณภาพการขับขี่ขั้นสูงระดับ Japan Quality ส่งครอสเทร็ค ใหม่ เสริมทัพ พัฒนาโครงสร้างใหม่เทียบชั้น WRX และ OUTBACK

0

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศ แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ซูบารุ ครอสเทร็ค ALL NEW CROSSTREK นำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่น เสริมไลน์รถ JAPAN CBUอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงและเทคโนโลยีการขับขี่ที่เป็นจุดแข็งของซูบารุ เริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ซูบารุประเทศไทย เริ่มจำหน่ายรถรุ่นใหม่ หลังจากที่สต๊อกรถรุ่นประกอบในประเทศของบริษัทหมดลง โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ฟอเรสเตอร์ใหม่นำทัพลุยตลาดชูจุดขายเน้นคุณภาพของการประกอบในญี่ปุ่น โดดเด่นชัดเจนในเรื่องเทคโนโลยีความปลอดภัย เทคโนโลยีการขับขี่ NVH (Noise-Vibration-Harshness) และในปีนี้ซูบารุยังตอกย้ำเอาใจลูกค้าด้วยการนำครอสโอเวอร์ยอดนิยมทั้งในอเมริกาและญี่ปุ่นอย่าง ซูบารุ ครอสเทร็คใหม่ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีการขับขี่ NVH ที่เสริมในเรื่องความคล่องตัว รวมถึงเพิ่มเทคโนโลยีที่เหนือชั้นเทียบรถยนต์รุ่นธงอย่าง WRX และ OUTBACK อาทิ โครงสร้างตัวถังสองชั้น Full-Inner Frame ที่กำจัดและลด NVH ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขุมพลังใหม่ BOXER 2.0 ลิตร FB20 เจนใหม่ เครื่องยนต์สูบนอนที่มีศูนย์ถ่วงต่ำ ให้กำลังที่เหมาะสมแต่ประหยัดน้ำมันและบำรุงรักษาง่าย จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติลิเนียร์ทรอนิก 8 สปีด Lineartronic TR58 และระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแกนคู่ Dual Pinion Electric Power Steering , ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาแบบสมมาตร SAWD ที่ทำงานร่วมกับ X-Mode จนได้ระบบขับเคลื่อนที่ไปได้ทุกสภาพถนน, เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับ EyeSight 4.0 อัพเกรดเวอร์ชั่น เพิ่มกล้องเลนส์กว้าง Wide Angle Monocular Camera อีก 1 ตัว และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับแอดวานซ์ EDSS Emergency Driving Stop System ที่ช่วยประคองรถจอดฉุกเฉินในกรณีผู้ขับขี่หมดสติ หรือระบบการจดจำใบหน้าเพื่อปรับตำแหน่งการขับขี่และจดจำฟังก์ชั่นต่างๆ DMS Driver Monitoring System เพื่อให้การเริ่มต้นเดินทางสะดวกง่ายดายไม่ซับซ้อน

นางสาวสุรีทิพย์กล่าวเสริมว่า “การนำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่น ช่วยให้ลูกค้าในประเทศไทยได้ใช้รถที่มีเทคโนโลยีล่าสุดที่มีในประเทศญี่ปุ่น ในเวลาใกล้เคียงกันกับลูกค้าในญี่ปุ่น และยังได้วัสดุคุณภาพสูง คงทน และการประกอบที่พิถีพิถันของญี่ปุ่น (Japan Quality) ดีไซน์สดใหม่สวยแบบไม่ตะโกน ผสมผสานสไตล์รสนิยมของคนญี่ปุ่นและอเมริกาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้รูปลักษณ์ของครอสเทร็คใหม่ โดดเด่น มีคาแรกเตอร์ของคนทำงานที่เป็นนักเดินทาง ต่างจากครอสโอเวอร์รุ่นอื่นๆ ในตลาดอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความคล่องตัวของชีวิตในเมืองหรือผู้ที่ต้องการขับรถไปค้นหาสถานที่ใหม่ๆ มีกิจกรรมกลางแจ้งที่ชื่นชอบและสนุกสนานในวันพักผ่อน

ที่สำคัญ ซูบารุใส่ใจกับการเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ แบบไม่ขัดกับหลักธรรมชาติของความปลอดภัย อาทิ ซูบารุยังคงออกแบบการใช้งานสำคัญให้เป็นระบบปุ่มกดหรือหมุน (Knob) สำหรับฟังก์ชั่นควบคุมที่ต้องใช้งานเป็นประจำระหว่างขับขี่ เช่น ควบคุมอุณหภูมิระบบปรับอากาศ หรือปรับระดับเสียงวิทยุ อีกหนึ่งชื่อเสียงที่โด่งดังทั่วโลกของรถซูบารุคือ เทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งหมดที่มีบนรถ ทำงานอย่างแม่นยำและใช้งานได้จริง ครอสเทร็คใหม่ มากด้วยอรรถประโยชน์ใช้สอยของรถครอสโอเวอร์ขนาดกลาง ที่มีความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) สูงถึง 220 มม. ผ่านได้ทุกสภาพถนน และระดับน้ำสูง 50 ซม. เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบของคนชื่นชอบการเดินทาง ใช้ทำงานก็ได้ ใช้เดินทางก็ดี”

ครอสเทร็ค ใหม่ จะเป็นอีกหนึ่งรถคุณภาพพรีเมี่ยมในไลน์อัพทั้ง 5 ของ Japan CBU ในประเทศไทย วางจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวคือ รุ่นท๊อป 2.0i-S EyeSight AWD CVT โดยราคาจำหน่ายที่ 2,350,000 บาท รับประกันตัวรถนาน 5 ปีหรือ 100,000 กม. พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี เริ่มจำหน่ายโดยเปิดรับจองและนัดหมายทดลองขับที่โชว์รูมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป และมีรถพร้อมส่งมอบทันที ลูกค้าจะได้รับโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวเป็นแพ็คเก็จดูแลรักษาตามระยะ 3 ปีหรือ 60,000 กม. และประกันภัยชั้น 1 ของ AIG

นับจากการเปิดตัวรถฟอเรสเตอร์ ใหม่ ซูบารุประเทศไทยจะจำหน่ายเพียงรถซูบารุที่นำเข้าทั้งคันจากประเทศญี่ปุ่น (Japan CBU) เป็นผู้ส่งผ่านคุณภาพต้นฉบับจากประเทศญี่ปุ่นสู่ลูกค้าชาวไทย โดยปัจจุบันนำเข้ารถมาจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่  Forester ใหม่, Outback, WRX, WRX Wagon และ BRZ ดูแลลูกค้าในระยะยาวด้วยแพ็คเก็จมาตรฐานที่ให้พร้อมกับตัวรถ รับประกันนาน 5 ปี หรือ 100,000 กม. พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี และส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท สำหรับลูกค้าจองช่วงเปิดตัว และออกรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 สิทธิประโยชน์ทั้งหมดรวม 100,000 บาท ซูบารุเป็นผู้นำเข้ารถยนต์เพียงไม่กี่รายที่มีโชว์รูมขายและศูนย์บริการมาตรฐานครอบคลุมทั่วประเทศ

ลูกค้าผู้สนใจ ซูบารุ ครอสเทร็ค ใหม่ ALL NEW CROSSTREK สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดสเปกรถ ข้อเสนอการขาย ชมรถจริงได้ที่โชว์รูมสำนักงานใหญ่ และนัดหมายทดลองขับกับโชว์รูมซูบารุที่สะดวก

เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ประกาศโปรโมชัน Motor Show 2026 ที่ไม่เคยมีมาก่อน

0

บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ประกาศโปรโมชันสุดพิเศษสําหรับงาน Motor Show 2026 งานยานยนต์ชั้นนําของประเทศไทยซึ่งเป็นโปรโมชันสุดพิเศษอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มอบโอกาสในการเป็นเจ้าของ The Kia Carnival Diesel 11 ที่นั่ง ในราคาพิเศษ เพียง 1,999,000 บาท คิดเป็นส่วนลด 595,000 บาท (เฉพาะสี Astra blue โดยสี Snowflake white pearl, Jet black และMeteor gray รับส่วนลด 575,000 บาท). แคมเปญสุดพิเศษนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569 เท่านั้น ที่ งาน Motor Show 2026 ณ บูทเกียหมายเลข A12/1 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี และโชว์รูมเกียทั่วประเทศ

รถยนต์ MPV เรือธงระดับพรีเมียม — กับราคาสุดพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อน

The Kia Carnival ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็น “Grand Utility Vehicle” เรือธงของ Kia ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามานานกว่า 20 ปี โดยมียอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคัน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ภายในครอบครัว การเดินทางสำหรับผู้บริหาร และผู้ประกอบการขนส่งระดับพรีเมียม โดย The Kia Carnival Diesel SXL 11 ที่นั่ง มาพร้อม:

  • การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นและภูมิฐาน
  • เก้าอี้โดยสาร 11 ที่นั่งที่กว้างขวาง พร้อมความสะดวกสบายในห้องโดยสารเป็นพิเศษ
  • การตกแต่งภายในระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีขั้นสูง
  • สมรรถนะดีเซลที่โดดเด่น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Smartstream ขนาด 2.2 ลิตร ตามมาตรฐาน EURO 5 ให้กําลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร
  • ระบบความปลอดภัย(Advanced Driver Assistance System) ที่ครอบคลุมเพื่อความอุ่นใจอย่างสมบูรณ์

The Kia Carnival รุ่น SXL นี้มีพื้นที่กว้างขวาง ความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์สูงสุดในกลุ่มรถยนต์ดีเซล ทําให้

The Kia Carnival เป็นหนึ่งในรถ MPV ระดับพรีเมียมที่น่าสนใจที่สุดในตลาดประเทศไทย

 

โอกาสที่ดีที่สุดกับการเป็นเจ้าของมาถึงแล้วสำหรับงานMotor Show 2026 เท่านั้น

ข้อเสนอมูลค่า 1,999,000 บาทนี้ไม่ใช่แค่โปรโมชัน แต่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในงานมอเตอร์โชว์ที่จัดขึ้นสําหรับลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่าสุดพิเศษสําหรับรถ MPV พรีเมียมระดับเรือธงคันนี้ ด้วยสิทธิประโยชน์รวม 595,000 บาท นี่คือหนึ่งในข้อเสนอที่มีมูลค่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาสําหรับรถยนต์  The Kia Carnival  ในประเทศไทย สําหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์ระดับพรีเมียม ที่ให้ความสะดวกสบายระดับผู้บริหาร และเต็มไปด้วยความโดดเด่นที่ไม่อาจมองข้ามได้ — พบกันได้ที่งานMotor Show 2026 และโชว์รูมเกีย ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ยังมาพร้อมกับข้อเสนอที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น The Kia Carnival HEV 7-Seater ที่เพิ่งเปิดตัวและได้รับรางวัล Best Hybrid MPV under 1,600 cc จาก Car Of The Year Award 2026 รวมถึง The Kia EV5, The Kia EV9 และ The Kia Sorento PHEV ทางบริษัทฯพร้อมมอบข้อเสนอสําหรับลูกค้าที่สนใจ อาทิเช่น ข้อเสนอราคาพิเศษ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และแพ็กเกจความคุ้มครองพิเศษ อาทิ การรับประกันคุณภาพ ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) สำหรับรถกลุ่มอีวี (EV) ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นต้น

The Kia Carnival Diesel ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Smartstream ขนาด 2.2 ลิตร ตามมาตรฐาน EURO 5 ให้กําลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร มั่นใจในการเดินทางไกล มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่  The Kia Carnival EX และ

The Kia Carnival SXL รุ่น 11 ที่นั่ง และ The Kia Carnival SXL Luxury รุ่น 7 ที่นั่ง

  • มอบความนุ่มนวลทุกการขับขี่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift
  • ในรุ่น 11 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ให้สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ มาพร้อมถังน้ำมัน 72 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อหนึ่งถัง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง
  • ในรุ่น 7 ที่นั่ง มอบประสบการณ์หรูหราแบบ “1st Class Lounge” ด้วยเบาะแถวที่สองพรีเมียมปรับเอนได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ รองรับโหมด Relaxation ที่ปรับเอนอัตโนมัติในสัมผัสเดียว พร้อม Dual Sunroof เพิ่มความโปร่งสบายตลอดการเดินทาง
  • มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครัน

 

โปรโมชัน The Kia Carnival Diesel EX (11 ที่นั่ง) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

ข้อเสนอที่ 1

รับส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท ในราคาพิเศษ 1,999,000 บาท จากราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท
o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]
o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]
o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
— หรือ —

ข้อเสนอที่ 2
o อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี + ส่วนลดมูลค่า 100,000 บาท [1]
o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]
o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]
o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

โปรโมชัน The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

ข้อเสนอที่ 1

รับส่วนลด 595,000 บาท สําหรับสี Astra blue (จากราคาปกติ 2,594,000 บาท) หรือรับส่วนลด 575,000 บาท สำหรับสี Snowflake white Pearl , Jet black และ Meteor gray

o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

—-หรือ —-

ข้อเสนอที่ 2

o อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี + ส่วนลดมูลค่า 460,000 บาท สำหรับสี Astra blue หรือ อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี + ส่วนลดมูลค่า 440,000 บาท สำหรับสี Snowflake white Pearl , Jet black และ Meteor gray[1]

o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

โปรโมชัน The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 30 เมษายน 2569

ข้อเสนอที่ 1

รับส่วนลดมูลค่า 400,000 บาท ในราคาพิเศษ 2,590,000 บาท จากราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท

o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

— หรือ —

ข้อเสนอที่ 2

o อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี + ส่วนลดมูลค่า 250,000 บาท [1]

o ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o ฟรี 5 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o ฟรี 5 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

 

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% 4 ปี สำหรับ EX, SXL, SXL Luxury เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] มีมูลค่า 54,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

 

ใหม่ The new Kia Carnival HEV 7 ที่นั่ง MPV รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวโดย เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เพื่อเติมเต็มกลุ่มรถยนต์ The Kia Carnival มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury และ The new Kia Carnival HEV 7seat Premium 

  • ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 kWh และเกียร์อัตโนมัติ
    6 สปีด ให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร
  • ดีไซน์ภายนอก ใหม่ มาพร้อมกระจังหน้า Tiger Nose อันเป็นเอกลักษณ์ของเกีย ผสานไฟหน้า–ไฟท้าย LED Star Map และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว เพิ่มความหรูหราและพรีเมียมยิ่งขึ้น
  • ฟังก์ชันความอเนกประสงค์ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ด้วยทางเดิน Walkthrough Access ที่กว้างขวาง ช่วยให้ผู้โดยสาร เข้าถึงเบาะแถวสามได้อย่างสะดวก
  • เพิ่มความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบแฮนด์ฟรี รวมถึงประตูบานเลื่อนไฟฟ้าอัจฉริยะ ประตูท้ายอัจฉริยะ และเบาะนั่งแถวที่สามแบบพับราบได้ภายใน 5 วินาทีเพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระ
  • โดดเด่นด้วยจอโค้งพาโนรามิกขนาด3 นิ้ว เชื่อมต่อกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบ Infotainment & Climate Switchable Controller ที่ให้ผู้ขับสามารถ สลับควบคุมระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศได้ในสัมผัสเดียว

 

โปรโมชัน The new Kia Carnival HEV 7 ที่นั่ง ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

o   อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]

o   ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]

o   ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [3]

o   ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]

o   ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [5]

 

หมายเหตุ:
[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ,บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด และธนาคารทหารไทยธนชาต*กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

[3] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] สิทธิประโยชน์ข้อ [2] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 54,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

 

The Kia EV5 – SUV ขนาดกลางไฟฟ้า 100% – โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในที่กว้างขวาง ดีไซน์ทันสมัย ลักษณะการขับขี่แบบไดนามิก และความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ The Kia EV5 Air, The Kia EV5 Earth Long Range, The Kia EV5 Earth Exclusive AWD และ The Kia EV5 GT-Line AWD

  • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 64 และ 88 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 665 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (ในรุ่น The Kia EV5 Earth Long Range)
  • ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย ด้วยไฟหน้าและไฟท้าย LED Starmap กระจังหน้าแบบ Tiger Face มือจับประตูแบบ Flush type และฝาท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
  • ภายในสะดวกสบายและผ่อนคลายด้วยเบาะนั่งคนขับแบบ Relaxation ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบนวด AirCell 6 จุด ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ โต๊ะแบบพับเก็บได้ ช่องเก็บของพร้อมฟังก์ชันทำความเย็น-ความร้อน และแผงปิดสัมภาระอเนกประสงค์ปรับเป็นโต๊ะหรือชั้นวางของได้ มีระบบจ่ายไฟภายนอก V2L
  • เชื่อมต่อเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดด้วยจอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ รองรับ Apple CarPlay / Android Auto และเครื่องเสียง Harman Kardon (ในรุ่น Earth exclusive AWD และ GT-Line AWD)
  • ความปลอดภัยเหนือระดับที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

โปรโมชัน The Kia EV5 Air ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

รับข้อเสนอพิเศษ “Kia ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน[1]

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [2]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]

 

หมายเหตุ:

[1] สำหรับแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน (คำนวณจากรุ่น The Kia EV5 Air ราคา 1,399,000 บาท ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 0% ค่างวดเดือนละ 21,859 บาท โดยสนับสนุนเงินช่วยผ่อน 10,929 บาท นาน 5 เดือน รวมมูลค่า 54,645 บาท) กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 5 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

[2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น The Kia EV5 (Air, Earth Long Range, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

โปรโมชัน The Kia EV5 Earth Long Range ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

รับข้อเสนอพิเศษ “Kia ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน[1]

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [2]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]

หมายเหตุ

[1] สำหรับแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน (คำนวณจากรุ่น The Kia EV5 Earth Long Range ราคา 1,599,000 บาท ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 0% ค่างวดเดือนละ 24,984 บาท โดยสนับสนุนเงินช่วยผ่อน 12,492 บาท นาน 5 เดือน รวมมูลค่า 62,460 บาท) กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 5 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

[2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น The Kia EV5 (Air, Earth Long Range, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

โปรโมชัน The Kia EV5 Earth Exclusive AWD ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

รับข้อเสนอพิเศษ “Kia ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน[1]

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [2]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ.[3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]

หมายเหตุ:

[1] สำหรับแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน (คำนวณจากรุ่น The Kia EV5 Earth Exclusive AWD ราคา 1,799,000 บาท ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 0% ค่างวดเดือนละ 28,109 บาท โดยสนับสนุนเงินช่วยผ่อน 14,054.5 บาท นาน 5 เดือน รวมมูลค่า 70,272.5 บาท) กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 5 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

[2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น The Kia EV5 (Air, Earth Long Range, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

โปรโมชัน The Kia EV5 GT-Line AWD ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

รับข้อเสนอพิเศษ “Kia ช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน[1]

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% เมื่อดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [2]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ บริการติดตั้ง Kia Home Charger ให้ลูกค้า [7]

หมายเหตุ:

[1] สำหรับแคมเปญช่วยผ่อนคนละครึ่งนาน 5 เดือน (คำนวณจากรุ่น The Kia EV5 GT Line AWD ราคา 1,899,000 บาท ที่ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 0% ค่างวดเดือนละ 29,672 บาท โดยสนับสนุนเงินช่วยผ่อน 14,836 บาท นาน 5 เดือน รวมมูลค่า 74,180 บาท) กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 5 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

[2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น The Kia EV5 (Air, Earth Long Rang, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[4] รับประกันรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

[5] บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี 24 ชั่วโมง นาน 7 ปี ไม่จํากัดระยะทาง

[6] HighVoltage Battery รับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่ว่าอย่างใดถึงก่อน

[7] Kia Home Charger (22 กิโลวัตต์) และบริการติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท เป็นไปตามข้อกําหนดและเงื่อนไขการติดตั้งของบริษัทฯ

The Kia EV9 – รถเอสยูวี 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย อาทิ รางวัล World Car of the Year และ World Electric Vehicle จากงาน World Car Awards ประจำปี 2024 รางวัล ‘Best of the Best’ จาก Red Dot Award: รางวัล IDEA โกล์ด จากงาน International Design Excellence Awards และล่าสุดกับ Woman Worldwide Car of the years

  • สมรรถนะทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dual motor ขนาด 99.8 kWh ให้กำลังรวม 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร เร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที
  • ภายในห้องโดยสารหรูหรา เบาะนั่งด้านหน้าและแถวที่ 2 แบบ Relaxation ปรับเอนนอนและเลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศ ระบบอุ่นเบาะ และระบบนวดสำหรับเบาะแถว 2
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย จอ Panoramic Wide Display ขนาด 29.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เชื่อมต่อไร้สาย พร้อมกล้อง Surround View Monitor แบบ 3 มิติ และระบบเครื่องเสียง Meridian 14 ตำแหน่ง
  • ระยะทางขับขี่ยาวไกล มีระยะการเดินทาง สูงสุดถึง 647 กิโลเมตร  ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC สำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD พร้อมระบบชาร์จเร็วพิเศษ 350 กิโลวัตต์
  • ความปลอดภัยเหนือระดับมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

โปรโมชัน The Kia EV9 GT-Line AWD ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% และผ่อนชําระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี 2 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]
  • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า [3]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [4]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [5]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [6]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] Kia Home Charger 22kw 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท ตามเงื่อนไขการติดตั้งที่บริษัทฯกำหนด

[4] รับประกันรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ตามนโยบายการรับประกันหลังการขาย

[5] บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 7 ปี ไม่จํากัดระยะทาง โดยเป็นไปตามนโยบายบริการหลังการขาย

[6] รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน ตามนโยบายการรับประกันหลังการขาย

The Kia Sorento Premium Plus PHEV – เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูที่ผสาน สุนทรียะและฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางอย่างครบครัน

  • ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ผสานพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ Smartstream Turbo 1.6 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Shift-by-Wire พร้อมระบบขับเคลื่อน All Wheel Drive รองรับการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าสูงสุด 66 กิโลเมตร
  • ห้องโดยสารออกแบบเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง เบาะทั้ง 3 แถว รองรับการนั่งอย่างสะดวก เบาะคู่หน้ามาพร้อม ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ ส่วนเบาะแถวสองแบบ Captain Seat ปรับได้อิสระ และสามารถเข้า–ออกแถวสามได้ง่าย
  • มอบความเย็นสบายด้วยระบบปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิแยก 2 โซน พร้อมช่องแอร์ครบทั้ง 3 แถวที่นั่ง
  • เสริมความทันสมัยด้วยหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Digital Supervision 12.3 นิ้ว พร้อม Head-up Display และพอร์ต USB ครบทุกตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
  • มอบความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบช่วยขับขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครันในทุกการเดินทาง

โปรโมชัน The Kia Sorento Premium Plus PHEV ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569

ส่วนลด 350,000 บาท  (จากราคาปกติ 2,099,000 บาท)

  • อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
  • ฟรี 1 ปี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. [2]
  • ฟรี 7 ปี การรับประกันคุณภาพตัวรถ หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [3]
  • ฟรี 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง [4]
  • ฟรี 8 ปี การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน [5]

หมายเหตุ:

[1] อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

[3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของ ฝ่ายบริการหลังการขาย)

[4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

[5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)ข้อเสนออาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท

โดยโปรโมชันของรถยนต์ Kia ทุกรุ่น

  • ใช้ได้สําหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2569
  • ใช้ได้ผ่านตัวแทนจําหน่าย Kia ที่ได้รับอนุญาตที่เข้าร่วมโปรโมชั่นนี้เท่านั้น
  • ไม่รวมการขายแท็กซี่ การเช่า ยานพาหนะ หรือการขายเงื่อนไขพิเศษ
  • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะมีการประกาศผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ Kia

สําหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อตัวแทนจําหน่าย Kia ใกล้บ้านคุณหรือเยี่ยมชม www.kia.com/th

GAC AION เดินหน้ากลยุทธ์ Thailand Action 2.0 ในงาน Motor Show 2026 พร้อมแคมเปญครบทุกไลน์อัพ และ GAC Easy Trade-in มอบส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท

0

GAC AION Thailand ประกาศความยิ่งใหญ่ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ขนทัพยนตรกรรมพลังงานทางเลือกใหม่จัดแสดงแบบเต็มพิกัด โดยในปีนี้มาพร้อมไฮไลต์สำคัญทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจระดับโลก การยกระดับบริการหลังการขาย และการจัดเต็มโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนในประเทศไทย

 

ต่อยอดความสำเร็จสู่ “Thailand Action 2.0″ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลก

Mr. Wanye Wei ประธานกรรมการบริหาร GAC International ได้กล่าวถึงความสำเร็จและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า ประเทศไทยคือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ระดับโลกภายใต้พันธกิจ “In Thailand, For Thailand” โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการก้าวกระโดด ด้วยยอดจดทะเบียนทะลุ 15,301 คัน เติบโตถึง 305% พร้อมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า 68 แห่ง สร้างสถานีชาร์จ 160 แห่ง และก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดแท็กซี่ไฟฟ้าของไทย

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 GAC AION ภูมิใจที่จะเปิดตัวยุทธศาสตร์ ‘Thailand Action 2.0’ ซึ่งเป็นการยกระดับจากการหยั่งรากฐานสู่การเป็นผู้นำแห่งอนาคต โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่:

  • เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่: เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด 2 รุ่นในปี 2569 นี้ และสัญญาว่าจะเปิดตัวรถใหม่เพิ่มอย่างน้อยปีละ 1 ถึง 2 รุ่น
  • Mobility Center: แนะนำแพลตฟอร์มโชว์รูมแบบครบวงจรสำหรับไลฟ์สไตล์การเดินทางในแบบฉบับของ GAC
  • Energy Ecosystem: นำเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) มาสู่ประเทศไทย เพื่อสร้างเครือข่ายพลังงานแสงอาทิตย์-การจัดเก็บ-การชาร์จ-และการสลับแบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบ
  • ยกระดับกำลังการผลิต: ภายในปี 2569 โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยจะมีกำลังการผลิตที่ 20,000 คันต่อปี และจะเพิ่มรุ่นที่ผลิตในไทยอีก 2 รุ่นภายในไตรมาสที่ 4 ดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการส่งออกระดับโลกอย่างเป็นทางการ

 

ยกระดับบริการหลังการขายด้วย GAC CARE และ Lifetime Warranty 2.0

Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยการประกาศเปิดตัว GAC CARE แบรนด์บริการแรกสำหรับตลาดต่างประเทศของ GAC เพื่อตอบโจทย์ความมั่นใจตลอดการเป็นเจ้าของรถ โดยครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่:

  • ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric): ดูแลวงจรชีวิตรถในทุกขั้นตอน ตั้งแต่บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การอัปเดต OTA ไปจนถึงการเทรดอินรถ
  • ความเชื่อมั่นขั้นสูง (Advanced Assurance): ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพอันดับ 1 จาก J.D. Power โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยการอัปเกรดการรับประกันเป็น Lifetime Warranty 2.0 ภายใต้แนวคิด “ความมุ่งมั่นไร้กังวลเรื่องอัคคีภัย และคำมั่นสัญญาการรับประกันเต็มรูปแบบ” (Zero Fire Concern, Full Guarantee Promise) ซึ่งถือเป็นการรับประกันขั้นสูงสุดของแบรนด์ โดย GAC ให้คำมั่นสัญญาว่า หากเกิดเหตุไฟไหม้ที่มีสาเหตุมาจากคุณภาพของแบตเตอรี่ บริษัทฯ จะทำการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ให้แก่ลูกค้าทันที รวมถึงการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่ครอบคลุมชิ้นส่วนหลักทั้ง แบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง
  • ตอบสนองรวดเร็ว (Rapid Response): รับประกันซ่อมมาตรฐานเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน หากใช้เวลาเกิน 3 วัน จะมีรถสำรองให้ใช้ระหว่างซ่อม
  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Exclusive Expertise): ให้บริการอย่างมืออาชีพผ่านแอปพลิเคชันแบบครบวงจร

นอกจากนี้ เพื่อรองรับการบริการที่รวดเร็ว บริษัทฯ ได้เตรียมขยายคลังสินค้าขนาด 12,000 ตารางเมตร ภายในปี 2569 พร้อมอะไหล่ 120,000 ชิ้น เพื่อรองรับความต้องการถึง 99% รับประกันการจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ และภายใน 3 วันสำหรับต่างจังหวัด รวมทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีศูนย์บริการแบตเตอรี่ในไทย

 

จัดเต็มแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ต้อนรับ Motor Show 2026

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า GAC AION Thailand มอบสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 และต้องออกใบกำกับภาษีภายในวันที่ 30 เมษายน 2569

รายละเอียดราคาและโปรโมชันพิเศษ ต้อนรับงาน Motor Show 2026

(ระยะเวลาโปรโมชัน: 1 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569)

GAC AION V

GAC AION V รุ่น 500 Premium

  • ราคาโปรโมชันพิเศษ 799,900 บาท*
  • พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 40,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 759,900 บาท*
  • รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
  • รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท* 

GAC AION V รุ่น 602 Luxury

  • ราคาโปรโมชันพิเศษ 899,900 บาท*
  • พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 40,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 859,900 บาท*
  • รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
  • รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*

GAC AION UT

GAC AION UT รุ่น 420 Standard

  • ราคาโปรโมชันพิเศษ 519,900 บาท*
  • พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 30,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 489,900 บาท*
  • รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
  • เลือกรับข้อเสนอพิเศษ! มูลค่าสูงสุด 25,800 บาท*
    • Package A. ฟรี! Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง
    • Package B. ฟรี! สายชาร์จพกพา และสายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L (Vehicle-to-Load))*

GAC AION UT รุ่น 500 Premium

  • ราคาโปรโมชันพิเศษ 619,900 บาท*
  • พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 30,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 589,900 บาท*
  • รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
  • เลือกรับข้อเสนอพิเศษ! มูลค่าสูงสุด 25,800 บาท* (A. ฟรี! Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง หรือ B. ฟรี! สายชาร์จพกพา และสายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L (Vehicle-to-Load))*

GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium

  • ราคาโปรโมชันพิเศษ 1,199,000 บาท*
  • พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 50,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 1,149,000 บาท*
  • รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 100,000 บาท*
  • รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*

GAC M8 PHEV

  • ราคาโปรโมชันพิเศษ 2,499,000 บาท*
  • พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 150,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 2,349,000 บาท*
  • รับฟรี Premium Comfort Package มูลค่ารวม 54,800 บาท* (ประกอบด้วย จอเพดานขนาด 3 นิ้ว และตู้เย็นภายในรถยนต์ขนาด 7 ลิตร พร้อมบริการติดตั้ง)
  • รับฟรี Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 100,000 บาท*
  • รับฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,800 บาท*

GAC AION Y Plus รุ่น 490 Premium

  • ราคาโปรโมชันพิเศษ 749,000 บาท*
  • พิเศษยิ่งกว่า! เมื่อเข้าร่วมแคมเปญ GAC Easy Trade-in (นำรถเก่ามาแลกรถใหม่) รับส่วนลดเพิ่มทันที 50,000 บาท เป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 699,000 บาท*
  • ฟรี! Lifetime Warranty รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า มอบความอุ่นใจตลอดการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท*
  • ฟรี! ที่นอนเป่าลม มูลค่า 8,600 บาท*

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

* ลูกค้าต้องเข้าร่วมแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” เท่านั้น

* รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ

* ต้องจองรถภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 และต้องออกใบกำกับภาษีภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569

มูลค่าการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่แสดงเป็นการประมาณการมูลค่าการคุ้มครองต่อคัน เพื่อใช้ในการสื่อสารเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการกำหนดหรือจำกัดยอดเคลมจริง

GAC Easy Trade-in: แคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่ รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000*

GAC AION Thailand มอบบริการแบบ One-Stop Service ทราบผลประเมินราคารถภายใน 1 ชม. และดำเนินการจบได้เร็วที่สุดภายในวันเดียว พร้อมรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 150,000 บาท* เมื่อนำรถคันเดิมทุกยี่ห้อมาเทิร์นเพื่อออกรถ GAC รุ่นใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

* ลูกค้าต้องเข้าร่วมแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” เท่านั้น * รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ

* “GAC Easy Trade-in” คือแคมเปญการแลกรถเก่าเป็นรถใหม่

 

สำหรับลูกค้าที่สนใจสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกจาก GAC สามารถเข้ามาชมรถคันจริงและร่วมทดลองขับรถยนต์พลังงานใหม่ทุกรุ่นจาก GAC ได้ที่บูธ GAC AION Thailand (บูธ A20) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือเข้าร่วมแคมเปญ Trade-in และสัมผัสตัวจริงได้ที่โชว์รูม GAC AION ทั่วประเทศ

ยามาฮ่าเปิดจักรวาลแห่งความยูนีค “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” ยกทัพเทคโนโลยี PHEV และ HEV ครั้งแรกในไทย พร้อมเปิดตัวรถใหม่หลากหลายรุ่น ในมอเตอร์โชว์ 2026

0

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร และ มร.ฮิเดฮิโกะ ทาคากิ รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานการจัดงาน นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานการจัดงาน นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในพิธีเปิดบูท “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” อย่างเป็นทางการ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

ยามาฮ่าสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต YAMAHA PROTO PHEV และ YAMAHA HEV ครั้งแรกในประเทศไทย กับแนวคิดระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด และไฮบริด ที่มอบทั้งความสนุกในการขับขี่ ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยมลพิษ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน พร้อมการเปิดตัวรถใหม่แบ่งออกเป็น 2 ซีรีส์หลักได้แก่

THE UNIQUE PERFORMANCE นำโดย

  • YAMAHA AEROX SP ซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก พร้อมระบบ YECVT ยกระดับการควบคุมสมรรถนะ
  • YAMAHA TRACER9 และ TRACER9 GT+ ครั้งแรกกับระบบ Matrix LED Headlight ปรับไฟอัจฉริยะตามสภาพจราจร พร้อมเรดาร์ และ Adaptive Cruise Control ในรุ่น GT+ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และลดความเหนื่อยล้าในการเดินทาง
  • YAMAHA R9 สปอร์ตไบค์สายพันธุ์แชมป์ WSBK พร้อมรุ่นพิเศษ 70th Anniversary
  • YAMAHA R15M สปอร์ตไบค์ 155 ซีซี รุ่นท็อป พร้อมรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 70 ปี

 

THE UNIQUE LIFESTYLE นำโดย

  • YAMAHA OUTDOOR FASHION ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ผ่าน 3 โมเดลได้แก่
  • Grand Filano Hybrid CLASSY RIDE OUT
  • FAZZIO EASY RIDE OUT
  • PG-1 PLAYFUL RIDE OUT
  • YAMAHA FAZZIO ใหม่ 7 สีใหม่ แบ่งเป็นรุ่น Smart Key 3 สี และรุ่น Lite 4 สี
  • YAMAHA SR400 Limited Final Edition พร้อมนาฬิกา G-SHOCK รุ่นพิเศษ
  • YAMAHA TMAX Tech MAX 25th Anniversary เปิดราคาอย่างเป็นทางการ สุดยอดแห่งตระกูล MAX Series

พร้อมกันนี้ ยามาฮ่ายังจัดเต็มไลน์อัปรถจักรยานยนต์ครบทุกรุ่น พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษภายในงาน ด้วย Gift Voucher ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท สำหรับบิ๊กไบค์ และสูงสุด 10,000 บาท สำหรับรถสแตนดาร์ดไบค์ไม่เกิน 400 ซีซี พบกับจักรวาลแห่งความยูนีคได้ที่บูท YAMAHA THE UNIQUEVERSE ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ดูคาติ ฉลอง 100 ปี ยกทัพครบทุก Model Range เปิดตัว New Monster+ พร้อมแคมเปญ “Limitless Ride” ใน Motor Show 2026

0

ดูคาติ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส โมโต โครเซ่ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ดูคาติอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เข้าร่วมงาน Bangkok International Motor Show 2026 ภายใต้แนวคิดบูธ “The Ultimate Collision of Speed & Style” ถ่ายทอดการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างสมรรถนะระดับสูงและไลฟ์สไตล์แบบอิตาเลียน พร้อมเปิดตัวไฮไลต์สำคัญ New Monster+ (มอนเสตอร์ พลัส) Sport Naked Bike รุ่นใหม่ล่าสุด ณ งาน Bangkok International Motor Show 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ บูธ ดูคาติ (A17) อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ปี 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ Ducati ในโอกาสครบรอบ 100 ปี (1926–2026) นับตั้งแต่การก่อตั้งในเมือง Bologna ประเทศอิตาลี สู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับโลกที่สะท้อนความเป็นเลิศทั้งด้านวิศวกรรม สมรรถนะ และดีไซน์ “Made in Italy” ตลอดหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา Ducati ได้ถ่ายทอดความหลงใหลผ่านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเฉลิมฉลองในระดับโลก รวมถึงงาน World Ducati Week ณ สนาม Misano World Circuit ประเทศอิตาลี

คุณอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเอเอส โมโต โครเซ่ จำกัด กล่าวว่า การกลับมาของ Ducati ภายใต้การบริหารโดย AAS Moto Corse ในครั้งนี้ เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ แต่คือการส่งมอบ “ความเชื่อมั่น” กลับคืนสู่ผู้ขับขี่ทุกคน เราจึงตั้งใจเปิดตัวแพ็กเกจ RIDE LIMITLESS+ (ไรด์ ลิมิตเลส พลัส) เป็นครั้งแรกในงาน Motor Show เพื่อยืนยันว่าทุกการเดินทางของลูกค้าจะได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานของ AAS Group อย่างแท้จริง

ภายในงานครั้งนี้ ดูคาติ ประเทศไทย ได้สร้างความโดดเด่นด้วยการ จัดแสดงรถจักรยานยนต์ครบทุก Model Range เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมอุปกรณ์ตกแต่ง (Accessories) อย่างครบครัน สะท้อนศักยภาพของแบรนด์ที่ครอบคลุมทั้งสาย Performance, Adventure และ Lifestyle อย่างแท้จริง

ไฮไลต์สำคัญของบูธปีนี้คือ New Monster+ สปอร์ตเน็กเก็ตไบค์ระดับไอคอน ที่กลับมาภายใต้แนวคิด “Everything you need, nothing more” ถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบที่ตัดทอนสิ่งไม่จำเป็น เหลือไว้เพียง “แก่นแท้ของความสนุกในการขับขี่” มาพร้อมเครื่องยนต์ Ducati V2 รุ่นใหม่ ให้สมรรถนะ 111 แรงม้า 890 ซีซี โครงสร้างน้ำหนักเบาเพียง 175 กิโลกรัม และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ครบครัน ทั้ง Riding Modes, Traction Control, Wheelie Control, Quick Shift 2.0 และครั้งแรกสำหรับ Monster ที่มี Engine Brake control (EBC) พร้อมดีไซน์ใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์ Monster อย่างชัดเจน

Monster รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ โดยผสานเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดดเด่นเข้าด้วยกัน ตัวรถมีเส้นสายสปอร์ต แต่ยังคงความดุดัน พร้อมจุดสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของ Monster ไม่ว่าจะเป็น ถังน้ำมันทรง Bison-back ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถ Naked ของ Ducati ที่ถูกออกแบบใหม่ พร้อมดีไซน์ช่องรับอากาศด้านหน้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Monster ใน Generation ที่ 2 มาพร้อมไฟหน้าที่ได้รับการดีไซน์ใหม่แบบ Full-LED Double “C” ตัวเบาะนั่งได้รับการออกแบบให้แคบลงและเตี้ยลง โดยมีความสูงรวม 775 มม. เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจได้มากขึ้น

เครื่องยนต์ Ducati V2 รุ่นล่าสุด ถือเป็นหัวใจสำคัญ ที่ถูกออกแบบมาให้มีการกระจายน้ำหนักที่สมดุลมากขึ้น ลดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งช่วยให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและควบคุมได้ง่าย เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้มีน้ำหนักเบาลง 5.9 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ Testastretta รุ่นก่อนหน้า และมาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน IVT (Intake Variable Timing) ที่ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถผสานความนุ่มนวลในรอบต่ำ แรงดึงในรอบกลาง และ พละกำลังในรอบสูง โดยให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที และให้แรงบิด 70% ของแรงบิดสูดสุดตั้งแต่ที่ 3,000 รอบ/นาที และยังคงแรงบิด 80% ของแรงบิดสูงสุดไว้ให้ใช้งานตั้งแต่ 4,000 – 10,000 รอบ/นาที นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังสามารถสนุกกับการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ลดความกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา เพราะเครื่องยนต์ V2 รุ่นล่าสุด สามารถยืดระยะเวลา Maintenance Service ได้นานขึ้น โดยมีระยะการตรวจตั้งวาล์วที่ 45,000 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็น 1 ในมาตรฐานที่ดีที่สุดในกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับเดียวกัน

โครงสร้างสปอร์ต น้ำหนักเบา และควบคุมง่าย โดยใช้เฟรมแบบ Monocoque พร้อมสวิงอาร์มคู่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Panigale V4 ซี่งโครงสร้างนี้ช่วยให้ Monster ใหม่มีน้ำหนักเบาลงถึง 4 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีน้ำหนักรวม 175 กิโลกรัม (ไม่รวมเชื้อเพลิง) Monster รุ่นใหม่มาพร้อมช่วงล่างที่ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าจาก Showa Upside-down ขนาด 43 มม. และ โช้คหลัง Showa monoshock ปรับพรีโหลดได้ พร้อมระบบเบรกจาก Brembo ใช้ดิสก์หน้าคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์ M4.32 radial และยาง Pirelli Diablo Rosso IV ขนาด 120/70 และ 180/55 มอบการยึดเกาะและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับการใช้งานบนถนน

เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการขับขี่ที่สนุกและปลอดภัย มาพร้อมโหมดการขับขี่ (Riding mode) ทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ Sport, Road, Urban และ Wet รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น Cornering ABS, Ducati Traction Control (DTC), Ducati Wheelie Control (DWC), Engine Brake Control (EBC), Ducati Quick Shift (DQS) 2.0 ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการตั้งค่าต่าง ๆ ได้ผ่าน ปุ่มความคุม 4 ทิศทางดีไซน์ใหม่ และหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ที่รองรับระบบ Ducati Multimedia System และระบบนำทางแบบ Turn-by-Turn Navigation (เป็น Ducati Accessory สามารถติดตั้งเพิ่มได้) แสดงผลอ่านง่ายในทุกสภาพแสง ด้วย Dual mode มีให้เลือกแบบทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมการแสดงข้อมูลที่มีให้เลือก 2 รูปแบบ ทั้ง Road และ Road Pro ช่วยให้ผู้ขับขี่โฟกัสกับการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ โดยปรับการแสดงผลให้เหมาะสมและชัดเจนกับข้อมูลที่สำคัญที่สุดในแต่ละสถานการณ์

โดย Monster ถือเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ของ Ducati ที่เจ้าของนิยมปรับแต่งมากที่สุด Ducati Performance จึงนำเสนออุปกรณ์เสริมหลากหลายรูปแบบ เช่น เบาะแบบสปอร์ต, คาร์บอนไฟเบอร์แฟริ่ง และ Billet Aluminum รวมถึงท่อไอเสีย Termignoni ที่พัฒนาร่วมกันกับทาง Ducati

โดยปัจจุบันในประเทศไทยได้เปิดจำหน่าย Ducati รุ่น Monster+ ที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ Ducati Red, Iceberg White และ Sport Livery โดยจะมาพร้อมฝาครอบเรือนไมล์และฝาครอบเบาะท้ายติดตั้งให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มาจากโรงงาน เปิดราคาจำหน่ายที่

  • Monster+ สี Ducati Red ราคา 515,000 บาท
  • Monster+ สี Iceberg White ราคา 525,000 บาท
  • Monster+ สี Sport Livery ราคา 569,000 บาท

อีกหนึ่งไฮไลท์นอกจาก Monster ตัวใหม่ Ducati ยังนำเสนอความพิเศษระดับโลกด้วย Scrambler 10th Anniversary Rizoma Edition รุ่นลิมิเต็ดที่ผลิตเพียง 500 คันทั่วโลก โดยมาจัดแสดงและจำหน่ายในประเทศไทยเพียงคันเดียว สะท้อนความร่วมมือระหว่าง Ducati และ Rizoma ในการถ่ายทอดงานดีไซน์ระดับพรีเมียมที่ผสานศิลปะและวิศวกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ขณะเดียวกัน ภายในบูธยังรวบรวมรถจักรยานยนต์รุ่นเด่นจากหลากหลายเซกเมนต์ เพื่อสะท้อนศักยภาพของ Ducati ในแต่ละไลน์อย่างครบถ้วน โดยมาพร้อมแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่ง (Ducati Accessories) ที่ช่วยยกระดับทั้งสมรรถนะและดีไซน์ ได้แก่

Panigale V4 ซูเปอร์ไบค์ที่ถ่ายทอด DNA จากสนามแข่ง MotoGP สู่ถนน มาพร้อมชุด Performance เต็มรูปแบบ อาทิ Racing Exhaust System, Dry Clutch (คลัทช์แห้ง) และ ชุดแต่งคาร์บอน (Carbon Components)

Hypermotard 950 RVE ตัวแทนความสนุกสไตล์ Supermoto โดดเด่นด้วยความคล่องตัวสูง มาพร้อมอุปกรณ์เสริมสายสมรรถนะ เช่น Öhlins Steering Damper และชิ้นส่วน Carbon

Multistrada V4S Sport-Touring ระดับพรีเมียม รองรับทุกเส้นทางการขับขี่ มาพร้อมชุดแต่ง Touring และ Enduro เพิ่มความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ในการเดินทาง

Streetfighter V2S Sport-Naked ที่ผสานความดุดันแบบซูเปอร์ไบค์เข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมชุดแต่ง Carbon และ Performance Parts ช่วยเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มสมรรถนะของตัวรถ

XDiavel V4 Sport-Cruiser โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงพลังและตำแหน่งการขับขี่แบบ Feet-Forward ที่ผสาน Performance และความสบายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

DesertX Adventure สายลุยที่พัฒนามาเพื่อการผจญภัยโดยเฉพาะ มาพร้อมชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับการเดินทางระยะไกล ตอกย้ำความพร้อมในทุก ๆ สภาพเส้นทาง

นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์ในไลน์อัพอื่น ๆ มาจัดแสดงเพิ่มเติม อาทิ Desmo450MX, Monster SP (MY25) และ Scrambler Icon ครบทุก Model Range ครอบคลุมทั้ง Superbike, Naked, Adventure, Cruiser, Motocross และ Scrambler เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง

 

แพ็คเกจ RIDE LIMITLESS+ และข้อเสนอพิเศษในงาน Motor Show

ดูคาติ ประเทศไทย เปิดตัวแพ็คเกจ RIDE LIMITLESS+ ที่มาพร้อมรถทุกคัน เพื่อยกระดับประสบการณ์และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทุกท่าน โดยครอบคลุมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) และการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty) นานถึง 3 ปี พร้อมสิทธิ์เข้าร่วม Ducati Riding Experience (DRE) Road Academy หลักสูตรขับขี่ปลอดภัยตามมาตรฐาน Ducati โดย Ducati Riding Instructors ที่ผ่านการอบรมจากอิตาลี

พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะในงาน Motor Show อาทิ เช่น

  • ฟรีประกันภัยชั้น 1*
  • ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี*
  • ดอกเบี้ย 0%*
  • ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท*

*(รายละเอียดข้อเสนอแตกต่างกันตามรุ่นรถ)

และยังมีกิจกรรมภายในงาน “Which Monster are you?” เพื่อค้นหา Ducati Monster ที่ใช่สำหรับคุณ พร้อมรับของรางวัลสุดพิเศษเฉพาะในงาน

ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถ Ducati ครบทุก Model Range พร้อมทดลองนั่งและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงจองรถและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่บูธ ดูคาติ ประเทศไทย ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม Ducati ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์: www.ducati.com/th Facebook: Ducati Thailand LINE Official: @ducatithailand

 

มาสด้ามอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า MAZDA6e PREMIERE PACKAGE จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟพร้อมมอบของขวัญที่บูธมาสด้า ในงานมอเตอร์โชว์

0

มาสด้าจัดงาน MAZDA6e VIP DAY เชิญลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่สะท้อนจิตวิญญาณของมาสด้า ผ่าน 3 กิจกรรมพิเศษกับ Experience Zone ณ บูธมาสด้า ในงาน มอเตอร์ โชว์ 2026 โดยเนรมิตพื้นที่จัดให้มีทั้ง “AI PHOTO BOOTH EXPERIENCE: บันทึกภาพที่ระลึกผ่าน Photo Booth AI”, “JAPANESE TEA CEREMONY EXPERIENCE: กิจกรรมชงชาแบบญี่ปุ่น” และ  “ORIZURU WORKSHOP: กิจกรรมพับนกโอริซูรุ” สัญลักษณ์แห่งความหวังและสันติภาพ ที่มาสด้าจะส่งต่อไปยังฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นตัวแทนจากประเทศไทย โดยให้ลูกค้าได้ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและแชร์ประสบการณ์ความสุขความสุขร่วมกัน นอกจากนี้ มาสด้ายังมอบของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Mazda6e Leather Phone Stand สำหรับลูกค้า 300 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานในวันนี้อีกด้วย ซึ่งสิทธิพิเศษนี้ เป็นสิ่งที่มาสด้าตั้งใจมอบให้กับลูกค้า เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้กับทุกช่วงเวลาของชีวิตตามปรัชญาแบรนด์ “Joy Drives Lives” ที่มาสด้ามุ่งมั่นเสมอมา

สำหรับการออกแบบบูธมาสด้าครั้งนี้ ได้ถ่ายทอดคอนเซ็ปต์ “Joy of Driving​ Creates a Richer Life” เพื่อถ่ายทอดปรัชญาแบรนด์ Joy Drives Lives เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขในการขับขี่รถยนต์” (Joy of Driving) จะนำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” (Joy of Living) และมาสด้าตั้งใจส่งมอบความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าทุกคน เพื่อให้ทุกวันขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มและการใช้ชีวิตให้มีความหมาย มาสด้าได้เนรมิตพื้นที่ในบูธเป็น Experience Zone เพื่อให้ลูกค้าได้มาร่วมกิจกรรมความสุข นอกจากนี้ภายในบูธยังมีการจัดแสดงพื้นที่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของรถยนต์มาสด้า ที่มุ่งมั่นส่งมอบให้กับลูกค้ามาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

สำหรับในงาน มอเตอร์ โชว์ 2026 นอกจากมาสด้าจะได้นำยนตรกรรมเอสยูวีแห่งอนาคต The All-New Mazda CX-6e ที่พัฒนาภายใต้กลยุทธ์ Multi-solution มาให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกในอาเซียน กับ ASEAN Premiere มาสด้ายังได้เปิดตัว The All-Electric Mazda6e ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ที่มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium ราคาจำหน่าย 1,169,000 ล้านบาท และรุ่น Exclusive ราคาจำหน่าย 1,199,000 ล้านบาท พร้อมมอบข้อเสนอ

  • ดอกเบี้ย 1.78%
  • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance
  • ฟรี Home Charger จากแบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรี ทั่วประเทศ
  • ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี

รวมถึงยังมอบฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี Electric Mazda Ultimate Service (e-MUS) ประกอบด้วย

  • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • ฟรี Electric Mazda Care แพ็กเกจบำรุงรักษารถไฟฟ้า นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • ให้การคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

ไม่เพียงเท่านี้ มาสด้ายังได้นำยนตรกรรม New Mazda CX-30 Signature Spirit รุ่นตกแต่งพิเศษ ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณความสปอร์ต สะท้อนตัวตนผ่านดีไซน์และสมรรถนะความสปอร์ต มาจัดแสดงภายในงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการแต่งรถ ควบคู่กับการนำรถยนต์ทุกรุ่น ทั้งรถยนต์นั่ง ครอสโอเวอร์เอสยูวี CX-Series และ ปิกอัพ มาจัดแสดง พร้อมมอบแคมเปญพิเศษมากมาย ทั้งส่วนลดสูงสุด 130,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) นานสูงสุด 7 ปี ฟรีขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุดอีก 20,000 บาท

มาสด้าขอเชิญลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า เข้ามาชมยนตรกรรมเหล่านี้ ได้ที่บูธมาสด้า A5 ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ 2026 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือสามารถจองเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นพร้อมรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

เอ็มจี ประกาศราคา MG IM5 อย่างเป็นทางการ ในราคาพิเศษ 1,449,900 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษทุกรุ่น ในงาน Motor Show 2026

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว MG IM5 ยนตรกรรมซีดานไฟฟ้าระดับพรีเมียมในฐานะ “ The 1st Premium Intelligent e-Sedan” ที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้บริโภคที่มองหายนตรกรรมไฟฟ้าที่สะท้อนตัวตน โีที่การmujแตกต่างรรถนะับอมอนตัวตนและต้องการสมรรถนะการขับขี่ที่แตกต่างและมองหาเทคโนโลยีที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ภายใต้แนวคิด “I AM WHO I AM” ผสานรวมความลงตัวของ ELEGANCE – ELECTRIC – ENTELLIGENT สู่การเป็นสปอร์ตคูเป้ซีดานที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปราดเปรียว ด้วยระยะทางวิ่งกว่า เมนตตเป็น TELLIGENT 860 กิโลเมตร ถือเป็นรถ EV อีกหนึ่งรุ่นที่วิ่งได้ไกลที่สุดในคลาสด้วยราคาพิเศษ 1,449,900 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (EV LIFETIME WARRANTY) อีกทั้งภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เอ็มจี ยังได้นำยนตรกรรมหลากหลายรุ่นมาจัดแสดง พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย เพื่อมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ เอ็มจี

การเปิดตัว MG IM5 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ เอ็มจี ในการขยายไลน์อัพพรีเมียมอีวีในประเทศไทย โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง พร้อมสะท้อนนิยาม I AM WHO I AM” ผ่านการผสาน 3 แกนสำคัญ ได้แก่ ELEGANCE – ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ ELECTRIC – สมรรถนะทรงพลังมอบประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น และ ENTELLIGENT ความลงตัวของเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย (Intelligent) และความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง (Entertainment) ที่ยกระดับ
ความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกการเดินทาง

MG IM5 โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตคูเป้ซีดาน ที่ได้รับการออกแบบด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตามาพร้อมกระจกรอบคันแบบ Acoustic Glass 2 ชั้นช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างประณีต มาพร้อมหน้าจออัจฉริยะ Intelligent Immersive Touch Screens ประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว เบาะนั่งดีไซน์ POPO Sofa พร้อมระบบระบายอากาศที่ช่วยเพิ่ม
ความสบายในการเดินทาง เสริมสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบเสียง 7.1.4 Spatial Audio พร้อมลำโพงรอบทิศทางถึง 20 จุด รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่ 

นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่น MG IM5 ยังมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร เสริมด้วยโครงสร้าง IM Digital Chassis ที่ช่วยยกระดับเสถียรภาพให้การขับขี่แม่นยำมากขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น ผสานการทำงานกับแบตเตอรี่ความจุ 100 kWh ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง CATL มอบระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จอย่างรวดเร็วด้วยระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาน้อยกว่า 18 นาที* พร้อมระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยเสริมความมั่นใจในทุกการใช้งาน โดยเฉพาะการเดินทางระยะไกล

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

อีกหนึ่งจุดเด่นของ MG IM5 คือการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับความสะดวกสบายในการเดินทางได้อย่างลงตัว ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ Autonomous Level 2 ระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four-Wheel Steering System) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 4.99 เมตร โดยในช่วงความเร็วต่ำ ระบบจะควบคุมให้ล้อหน้าและล้อหลังเลี้ยวในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อให้วงเลี้ยวแคบลงและกลับรถได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่ในช่วงความเร็วสูง ระบบจะปรับให้ล้อทั้งสี่เลี้ยวไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ
ในการทรงตัว และเสริมการยึดเกาะถนนได้ดีกว่ารถยนต์ทั่วไป เพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยระบบช่วยจอดอัจฉริยะ One Touch iAD ที่สามารถจอดรถในพื้นที่จำกัดได้อย่างง่ายดาย รวมถึงฟังก์ชันถอยหลังอัตโนมัติ (One Touch Reverse) ที่รองรับระยะทางสูงสุดกว่า 100 เมตร ฟังก์ชัน Crab Mode ช่วยให้การเคลื่อนรถออกจากพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ ยังมี Rainy Night Mode ที่เพิ่มทัศนวิสัยขณะฝนตกหนักผ่านหน้าจอในตัวรถ Pet Mode ให้สัตว์เลี้ยงรอในห้องโดยสารอย่างเย็นสบาย โดยระบบปรับอากาศทำงานปกติในขณะล็อกรถ ภายในรถ พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานด้วยระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

ด้านความปลอดภัย MG IM5 มาพร้อมระบบ Advanced Driver Assistance System (ADAS) และได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP ตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงสร้าง และระบบความปลอดภัยในระดับสากล

โดย MG IM5 มาในรุ่น PREMIUM LONG RANGE จัดจำหน่ายในราคาพิเศษ 1,449,900 บาท  พร้อมข้อเสนอพิเศษ ในช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

  • ราคาพิเศษ 1,449,900 บาท จากราคาปกติ 1,549,900 บาท สำหรับรุ่น PREMIUM LONG RANGE
  • MG SHIELD ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
  • ฟรี อุปกรณ์จ่ายกระแสไฟ V2L จำนวน 1 ชุด
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียม นาน 5 ปี
  • ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART นาน 5 ปี
  • ฟรี บริการค่าจดทะเบียน กรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น
  • สิทธิพิเศษ การบริการ PREMIUM FAST LANE
  • สิทธิพิเศษ การบริการ PREMIUM CALL CENTRE
  • รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุ การใช้งาน
  • รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) 

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

มร. ต๋า เซิน เซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ เอ็มจี ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เอ็มจี จึงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยการนำ MG IM5 เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของ เอ็มจี เพื่อมอบทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยีล้ำสมัย ภายใต้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามกลยุทธ์ GLOCAL ที่ผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาดอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน เอ็มจี ยังคงเดินหน้าพัฒนา EV Ecosystem ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในระยะยาว”

ผู้ที่สนใจสามารถ สัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมจาก เอ็มจี พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 หรือที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของ เอ็มจี กว่า 125 แห่งทั่วประเทศ

ลามิน่าฟิล์ม ตอกย้ำการเป็นผู้นำฟิล์มกรองแสง ด้วยแคมเปญ ‘ฟิล์มลามิน่า ปกป้องคุณด้วยความจริง’ พร้อมขยายการรับประกัน Lamina Digital EV Boost นาน 10 ปี สำหรับประกันออนไลน์เป็นครั้งแรก

0

ลามิน่าฟิล์ม ผู้นำตลาดฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียม อันดับหนึ่งในประเทศไทยมากกว่า 30 ปี ส่งแคมเปญ ‘ฟิล์มลามิน่า ปกป้องคุณด้วยความจริง’ ตอกย้ำการให้ข้อมูลผู้บริโภคด้านการทดสอบประสิทธิภาพของฟิล์มกรองแสงด้วยค่า TSER (Total Solar Energy Rejection) ซึ่งเป็นค่าที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลที่ใช้ว้ดประสิทธิภาพการลดความร้อนจากแสงแดดรวม

นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล​​ (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษคุณภาพสูงและฟิล์มกันสะเก็ดหิน “ลูมาร์” โดยอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกาแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้จะมีการรณรงค์การให้ข้อมูลด้านฟิล์มกรองแสงที่ถูกต้อง แต่ก็ยังพบการบิดเบือนข้อมูลไปถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

“ในปีที่ผ่านมา ลามิน่าได้กระตุ้นการสื่อสารด้านการทดสอบประสิทธิภาพของฟิล์มกรองแสง ผ่านแคมเปญ ‘ฟิล์มลามิน่า อยู่คู่คนทุกเจน…ด้วยความจริง’ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดฟิล์มกรองแสงในประเทศไทย และในปีนี้ เราพร้อมที่จะเดินหน้ากระตุ้นกิจกรรมดังกล่าว ผ่านแคมเปญ ‘ฟิล์มลามิน่า ปกป้องคุณด้วยความจริง’ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องส่งตรงไปยังผู้บริโภค”

ทั้งนี้ ลามิน่าขอยืนยันว่าการทดสอบประสิทธิภาพการกันความร้อนของฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ ในมาตรฐานระดับสากล จะต้องเป็นการใช้ค่า TSER (Total Solar Energy Rejection) ที่ 90 องศาเท่านั้น ซึ่งการทดสอบการป้องกันค่ารังสีอินฟราเรด (IR) หรือแม้แต่การทดสอบค่า TSER ที่มุมเอียง 60 องศา หรือมุมที่แตกต่างกันออกไป หรือการทดสอบด้วยกระจกสีชา จะให้ผลการทดสอบที่สูงกว่าความเป็นจริง

เพื่อปกป้องผู้บริโภคไม่ให้หลงเชื่อโฆษณาที่เน้นเพียงค่า IR ที่สูง เนื่องจากรังสีอินฟราเรดเป็นเพียงแค่ความร้อนส่วนหนึ่ง และเป็นการวัดค่าเพียงบางช่วงความยาวคลื่นเท่านั้นไม่ใช่ความร้อนจากแสงแดดทั้งหมด ดังนั้นการพิจารณาเพียงค่า IR ไม่ได้ให้ประโยชน์ที่แท้จริงต่อผู้ใช้รถ ในความเป็นจริงค่ากันความร้อนจากแสงแดดต้องพิจารณาจากฟิล์มกรองแสงที่มีค่า TSER ที่ผ่านมาตรฐานที่กำหนดโดย AIMCAL & NFRC และมีสถาบันระดับโลกให้การรับรอง ไม่ใช่แค่ค่าใดค่าหนึ่งสำหรับการโฆษณาเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการสับสนหรือเข้าใจผิด

นอกเหนือไปจากการยืนหยัดที่จะใช้ค่า TSER ในการตรวจสอบค่ากันความร้อนของฟิล์มกรองแสงที่จำหน่าย ตามมาตรฐานสากลที่กำหนดโดย AIMCAL (Association of International Metallizers, Coaters, and Laminators) และ NFRC (National Fenestration Rating Council Certification) ใช้วัดการลดความร้อนจากแสงแดดรวม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานฟิล์มกรองแสงได้อย่างถูกต้อง

บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะนำเข้าสินค้าที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับตลาดรถยนต์ที่เปลี่ยนไป ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Lamina DigitalBoost® ที่ออกแบบเพื่อรองรับระบบสัญญาณดิจิทัลภายในรถยนต์ยุคใหม่ รวมถึงการทำตลาดสินค้าที่สอดคล้องกับการเติบโตในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและสมาร์ทคาร์ โดยมีการเปิดตัวฟิล์มกรองแสง ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ เป็นเจ้าแรกที่รองรับการใช้งานของรถยนต์ยุคใหม่ในทุกมิติ

“นอกเหนือจากการทำตลาดสินค้าที่มีความเหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคแล้ว เรายังเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้กับท่านเจ้าของรถ ด้วยการให้การรับประกันคุณภาพสินค้าและการติดตั้งผ่านความแข็งแกร่งของบริษัทผู้จัดจำหน่าย โดยในปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่ลามิน่าจะขยายการรับประกันให้กับลูกค้าที่ติดตั้งฟิล์มกรองแสงลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ เพิ่มเป็น 10 ปี สำหรับลูกค้าที่ทำการลงทะเบียนการรับประกันผ่านระบบออนไลน์”

สำหรับลูกค้าที่ติดตั้งฟิล์มกรองแสงลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ ซึ่งเป็นฟิล์มเอไอเซรามิกสมรรถนะสูง และลงทะเบียนรับประกันออนไลน์ ผ่าน www.laminafilms.com รับสิทธิการรับประกันพิเศษ เพิ่มเป็น 10 ปี โดยมีระยะเวลารับโปรโมชั่นพิเศษจนถึงสิ้นปีนี้ ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่านอกเหนือจากการเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงคุณภาพเยี่ยม ยังจะได้รับการดูแลจากบริษัทอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ลามิน่ามีความมั่นใจกับคุณภาพของสินค้าทุกรุ่นที่ทำตลาด รวมถึงการบริการที่ส่งต่อให้ลูกค้ามากกว่า 30 ปี และยังเป็นผู้ประกอบการรายแรกในประเทศไทยที่แนะนำฟิล์มเซรามิกสู่ตลาดเมืองไทย ด้วยมาตรฐานการติดตั้งที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล ผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการอบรมกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ โดยมีผู้ใช้งานฟิล์มกรองแสงลามิน่าในประเทศไทยแล้วมากกว่า 10 ล้านคนทั่วไทย

นางสาวจันทร์นภากล่าวถึงภาพรวมของตลาดฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียมสำหรับรถยนต์ว่า น่าจะเติบโตเล็กน้อยตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 6.3 แสนคัน โดยคาดว่าตลาดฟิล์มกรองแสงในภาพรวมน่าจะมียอดจำหน่ายที่ระดับ 1,500 – 1,700 ล้านบาท สืบเนื่องจากผู้บริโภคจะมองหาฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง ที่มีความคุ้มค่าทั้งด้านสินค้าและการให้บริการในสถานการณ์ปัจจุบัน

“ในส่วนของลามิน่าฟิล์ม เรามีความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพสูงและการให้บริการที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะทำให้เราสามารถรักษาอัตราการเติบโตที่เหนือกว่าตลาดได้ โดยคาดว่าจะมียอดจำหน่ายที่ 630 ล้านบาทในปีนี้ หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดฟิล์มกรองแสงไม่น้อยกว่า 33% โดยจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทั้งปี โดยเฉพาะในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้”

สำหรับงาน Bangkok International Motor Show 2026 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ลามิน่าจัดแสดงผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงมากกว่า 100 รุ่นที่บูธหมายเลข A29/2 อิมแพคชาเลนเจอร์ อาคาร 1 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้ม รวมถึงรับสิทธิพิเศษในการผ่อนชำระ 0% และรับของพรีเมียมแบบจัดเต็ม เมื่อจองฟิล์มกรองแสงในงานและติดตั้งในเวลาที่กำหนด

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์ไฮเอนด์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.laminafilms.com

 

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เปิดจักรวาลแห่งยนตกรรม YAMAHA THE UNIQUEVERSE โชว์ความสุดในทุกทาง ตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยีสองล้อ ผ่าน PROTO PHEV และ PROTO HEV ในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าในประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างเนรมิตบูทภายใต้แนวคิด “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” ผ่านการออกแบบพื้นที่บูทที่เปรียบเสมือน “จักรวาลแห่งความยูนีค” ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมสุดยูนีคไว้ในพื้นที่บูท ถ่ายทอดโลกแห่งประสบการณ์ที่หลอมรวมเทคโนโลยี ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มอบที่สุดแห่งประสบการณ์ให้กับลูกค้า พร้อมเผยโฉมเทคโนโลยีแห่งอนาคต PROTO PHEV และ PROTO HEV ยนตรกรรมที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ที่สะท้อนทิศทางการพัฒนารถจักรยานยนต์ เพื่อความยั่งยืน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงแนวความคิดการออกแบบบูทยามาฮ่า รวมถึงการเปิดตัวรถใหม่ในปีนี้ว่า “ในปีนี้ยามาฮ่ายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า ภายใต้ปรัชญา “KANDO” พร้อมสโลแกน “REVS YOUR HEART” โดยถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่าน 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Innovation, Excitement, Confidence, Emotion และ Ties เพื่อต่อยอดสู่แบรนด์แคมเปญ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง…ต่างทุกฟีล” ตอกย้ำความโดดเด่น และสร้างความแตกต่างในตลาดรถจักรยานยนต์ด้วยผลิตภัณฑ์ ชูความเป็นผู้นำ Trend Setter ตัวจริงในวงการรถจักรยานยนต์

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการนำเสนอเทคโนโลยี PROTO PHEV และ PROTO HEV ซึ่งเคยเผยโฉมในงาน JAPAN MOBILITY SHOW 2025 ณ กรุงโตเกียว โดยเป็นการพัฒนาระบบขับเคลื่อนที่ผสานสมรรถนะการขับขี่เข้ากับประสิทธิภาพด้านพลังงาน ตอบโจทย์ทั้งความสนุกในการขับขี่และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 35% เมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์ในระดับเดียวกัน สะท้อนวิสัยทัศน์ของยามาฮ่าในการก้าวสู่อนาคตของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์”

ALL NEW YAMAHA AEROX SP

นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ใหม่ในบูทว่า “ในปีนี้บูท  ยามาฮ่าได้นำเสนอความ “สุดทุกทาง” ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ โดยมีรุ่นเด่นอย่าง ALL NEW YAMAHA AEROX SP ที่มาพร้อมระบบ YECVT ชามไฟฟ้า สะท้อนถึงความเป็นซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก ท๊อปคลาส 155 ซีซี NEW YAMAHA TRACER9 GT ที่มาพร้อมกับ New Matrix LED headlight ครั้งแรกที่นำมาสู่รถมอเตอร์ไซค์ เพื่อตรวจจับสภาพการจราจรรอบข้าง และควบคุมการทำงานของไฟหน้า LED แต่ละดวง เพื่อรักษาทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยยิ่งขึ้น และใน NEW YAMAHA TRACER9 GT+ เสริมระบบเรดาร์ที่ทำงานร่วมกับระบบ Adaptive Cruise Control ช่วยลดความเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทาง โดยรักษาความเร็ว และระยะห่างจากรถคันหน้าได้อย่างเหมาะสม สะท้อนสมรรถนะของรถสปอร์ตทัวริ่งระดับสูง รวมถึง NEW YAMAHA R9 และ NEW YAMAHA R15M รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 70 ปี ซึ่งตอกย้ำดีเอ็นเอของความเป็นสปอร์ตอย่างแท้จริง

GRAND FILANO HYBRID

นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังขยายมิติของแบรนด์สู่ไลฟ์สไตล์ ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ OUTDOOR FASHION SPECIAL EDITION ได้แก่ GRAND FILANO HYBRID – CLASSY RIDE OUT, FAZZIO – EASY RIDE OUT และ PG-1 – PLAYFUL RIDE OUT ที่สะท้อนความหลากหลายของผู้ใช้งานยุคใหม่ และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันควบคู่กับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยติดชุดแต่งในสไตล์ OUTDOOR จากโรงงานให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของในราคาที่คุ้มที่สุด รวมถึง NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID สีใหม่ ทั้งในรุ่น Smart Key 3 สี และ รุ่น Lite 4 สี

พร้อมการเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ SR400 FINAL LIMITED EDITION รถระดับตำนานของ YAMAHA กับ สี Double Sunburst สุดพิเศษ พร้อมนาฬิกา G-SHOCK SR400 FINAL LIMITED  EDITION  ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 700 คัน โดย RUN NUMBER ตั้งแต่ 001-700 และเปิดราคา NEW YAMAHA TMAX ลายฉลองครบรอบ 25 ปี MAX SERIES

นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังมีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าครบทุก    เซ็กเม้นท์มาร่วมจัดโปรโมชันสุดพิเศษภายในงานอย่างครบครัน อีกทั้งยานยนต์ทางน้ำอย่าง YAMAHA WAVERUNNER และ YAMAHA SUPER JET รวมทั้งเครื่องแต่งกาย YAMAHA APPAREL & ACCESSORIES และผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องคุณภาพ NEW YAMALUBE โฉมใหม่ ให้ทุกท่านได้เลือกช้อปตามสไตล์ของตัวเอง ขอให้ทุกท่านได้ร่วมชมนวัตกรรมจากยามาฮ่า และร่วมสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ ภายในบูทของเรานะครับ”

ภายในบูทยังมี YAMAHA ADVISOR หนุ่มหล่อ สาวสวย GEN ใหม่ จากไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ที่พร้อมให้ข้อมูล และอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านภายในบูท “YAMAHA THE UNIQUEVERSE”

NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID

ยามาฮ่าพร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่สะท้อนตัวตนอันโดดเด่นของผู้ขับขี่ ผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย กิจกรรมสุดเร้าใจ และโปรโมชันสุดคุ้มค่า ภายในบูทยามาฮ่า “YAMAHA THE UNIQUEVERSE”  เชิญร่วมสัมผัสความพิเศษนี้ได้ที่บูทยามาฮ่า ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 แล้วมาค้นหาจักรวาลของความยูนีคกับยามาฮ่าได้ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี สามารถติดตาม และชมรายละเอียดของบูทยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th หรือที่ Facebook: Yamaha Society Thailand