Home Blog Page 17

“ซูซูกิ” ประกาศ Best Dealer Awards 2025 มอบรางวัล 7 ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี เสริมศักยภาพงานบริการรอบด้าน มุ่งสร้างความเชื่อมั่นและประสบการณ์ลูกค้าอย่างยั่งยืน

0
Suzuki 1

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีประกาศผลการแข่งขัน ‘SUZUKI Best Dealer Awards 2025’ เพื่อเชิดชูเกียรติผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นต้นแบบด้านการดำเนินงานและการให้บริการลูกค้า โดยในปีนี้มีผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 7 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซูซูกิในการยกระดับมาตรฐานเครือข่ายผู้จำหน่ายให้สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และเตรียมความพร้อมรองรับแผนการเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือก รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอนาคต

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในแผนกลยุทธ์ที่สำคัญของซูซูกิในการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ผู้จำหน่ายรถยนต์ Global Model ในตลาดประเทศไทย คือการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของผู้จำหน่ายในทุกมิติ ทั้งด้านการขาย การบริการหลังการขาย และการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างความพร้อมในการดูแลผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเข้ามาทำตลาดในอนาคต

“นอกจากการเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ซูซูกิยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังแนวคิดการให้บริการด้วยความจริงใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในทุกปฏิสัมพันธ์ที่ลูกค้ามีประสบการณ์กับแบรนด์ซูซูกิ ตั้งแต่ก่อนการขาย ระหว่างการใช้งาน ไปจนถึงการบริการหลังการขาย” นายทาดาโอะมิ กล่าว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซูซูกิให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดการแข่งขันผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมเป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการบริการลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเป็นต้นแบบแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนให้กับเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

สำหรับการแข่งขัน ‘SUZUKI Best Dealer Awards 2025’ ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “แนวทางการขายรถยนต์ซูซูกิระบบไฮบริด จากการสร้างประสบการณ์การซื้อและการเข้าใช้บริการที่ศูนย์บริการ พร้อมการเตรียมความพร้อมสำหรับรถยนต์ EV ของซูซูกิ” ซึ่งเป็นหัวข้อที่สะท้อนถึงทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และสอดคล้องกับแผนธุรกิจของซูซูกิในอนาคต โดยผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมการแข่งขันต้องนำเสนอแนวคิดและกลยุทธ์ความสำเร็จ ทั้งด้านการขาย การบริการหลังการขาย การบริหารจัดการองค์กร การพัฒนาบุคลากร รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามายกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินที่บริษัทฯ กำหนดอย่างเข้มข้น ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต

นายทาดาโอะมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมาเรามีการเดินหน้าเพิ่มยกระดับงานบริการให้มีความทันสมัยด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งการนำเสนอบริการแบบ S-Solution เพื่อสร้างความมั่นใจในงานบริการแก่ลูกค้าทุกขั้นตอน ไปจนถึงการแนะนำ HELLO SUZUKI APPLICATION เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ทั้งการนัดหมายเข้ารับบริการ รายงานสถานะการซ่อม ตรวจสอบประวัติการบริการ หรือติดต่อสอบถามข้อมูล รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งยังรองรับแผนงานในอนาคต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดรถยนต์

โดยการแข่งขัน ‘SUZUKI Best Dealer Awards 2025’ วัตถุประสงค์ไม่ใช่แค่เพียงกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงพัฒนางานบริการเพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้าน แต่เรายังมุ่งหวังให้ผู้จำหน่ายก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน เพราะบุคลากรทุกคนเป็นทรัพยากรอันสำคัญที่จะช่วยนำพาซูซูกิไปสู่การเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์คุณภาพและเข้าไปอยู่ในใจของคนไทยได้อย่างดียิ่ง

สำหรับแนวทางในการแข่งขันทางซูซูกิได้ทำการคัดเลือกผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิจากทั่วประเทศ เพื่อเป็นผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 จำนวน 7 แห่ง พิจารณาจากคุณสมบัติและผลการดำเนินงานของผู้จำหน่ายในรอบปีที่ผ่านมาตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดก่อนจะทำการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ผ่านการนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานของผู้จำหน่ายแต่ละแห่ง แบ่งออกเป็นรางวัล Best of the Best Dealer 2025 จำนวน 1 รางวัล และรางวัล Platinum Dealer 2025 จำนวน 6 รางวัล ซึ่งได้รายชื่อผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปีที่ผ่านการแข่งขันและตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ ดังนี้

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2568 ระดับ Best of the Best Dealer

ชื่อผู้จำหน่ายชื่อบริษัทผู้จำหน่ายจังหวัด
คุณเอกชัย ลีลาเจริญวงศ์บริษัท ซูซูกิ ตงเจริญออโต้เซลส์ จำกัดกรุงเทพมหานคร

 

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2568 ระดับ Platinum Dealer

ชื่อผู้จำหน่ายชื่อบริษัทผู้จำหน่ายจังหวัด
คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์บริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัดขอนแก่น
คุณรณกฤต  ฐิติกฤตานนบริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ จำกัดกรุงเทพมหานคร
คุณสุวิจักขณ์ อุปัติศฤงค์บริษัท เอส.ยู.ซูซูกิ ภูเก็ต จำกัดภูเก็ต
คุณมัลธิกา เหมอังกูรบริษัท เอ.เอ็น.เอ็น.ออโต้เซลส์ (2016) จำกัดนราธิวาส
คุณจิรวัฒน์ กิจถาวรสกุลบริษัท บี.เค. ออโต้ โมบิล จำกัดตาก
คุณเจษฎา สารสินพิทักษ์บริษัท ชาญศิริ ออโต้เซลส์ จำกัดตรัง

 

นายทาดาโอะมิ ยังกล่าวอีกว่า เป้าหมายอันสำคัญยิ่งของซูซูกิ  คือ การเดินหน้าพัฒนาคุณภาพในทุกด้านอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมส่งมอบสินค้าที่มีความคุ้มค่า คุ้มราคา เหมาะสมกับลูกค้าควบคู่ไปกับการพัฒนางานบริการในทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายของซูซูกิทุกรายที่ทุ่มเทและทำงานอย่างหนัก จึงขอให้ลูกค้าเชื่อมั่นได้ว่า  เราจะยังเดินหน้าพัฒนาคุณภาพในทุกด้าน พร้อมส่งมอบสินค้าที่มีความคุ้มค่า คุ้มราคาเหมาะสมกับลูกค้า โดยยึดความสำคัญด้านการบริการทั้งก่อนและหลังการขายเป็นที่ตั้ง เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเป็นครอบครัวเดียวกันกับซูซูกิ

 

 

“อีซูซุ” ร่วมยินดีแชมป์ THAI FIGHT 2025 พร้อมแจกรางวัลใหญ่ รถปิกอัพ Isuzu D-Max

0
อีซูซุ 1

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2025” รอบชิงชนะเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศแสงสีเสียงสุดอลังการและลมหนาวริมกว๊านพะเยา โดยได้รับเกียรติจาก คุณอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวเปิดงานในฐานะประธานจัดการแข่งขัน THAI FIGHT พะเยา พร้อมด้วย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีกับเหล่านักชกไทยที่คว้าชัยบนเวทีการต่อสู้ โดยมีกำลังใจจากแฟนมวยทั่วโลก ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง จังหวัดพะเยา

อีซูซุ 2

การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้เป็นการช่วงชิงรางวัลเกียรติยศสูงสุด ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ พร้อมรับรางวัลใหญ่รถปิกอัพ ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE และเงินสดรวมมูลค่ารางวัลกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งเหล่านักชกไทยต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะใน 3 คู่เอกที่สะกดสายตาผู้ชม

อีซูซุ 3

เริ่มต้นด้วยการก้าวขึ้นสังเวียนของ จรวดศึก สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว แชมป์จากรายการ Isuzu Thailand Championship 2025 โชว์ชั้นเชิงมวยไทยเอาชนะคะแนน อาหมัด มาซูมิเนีย จากอิหร่านไปอย่างสุดเดือด คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ คู่ถัดมาเป็นศึกสายเลือดที่เป็น การเจอกันระหว่างยอดฝีมือชาวไทยด้วยกันเอง เขี้ยวเพชร ซีทรู วิตามินโด-ฮวาน เฉือนเอาชนะคะแนน พรพิทักษ์ สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว ไปอย่างสมศักดิ์ศรี คว้าชัยเป็นเจ้าของรถปิกอัพอีซูซุไปได้ในที่สุด ปิดท้ายด้วยความประทับใจกับนักชกขวัญใจมหาชน น้องโอ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า อาศัยความแกร่งและอาวุธ ที่หนักหน่วงเอาชนะคะแนน รุสลาน นากิเยฟ จากอาเซอร์ไบจาน ประกาศศักดามวยไทยให้ก้องโลก ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มไปทั้งกว๊านพะเยา

อีซูซุ 4

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ จรวดศึก และ เขี้ยวเพชร ที่คว้าแชมป์ THAI FIGHT 2025 มาครองได้อย่างสง่างาม ด้วยหัวใจนักสู้ที่แข็งแกร่งจนได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจในอาชีพนักชก ผมขออวยพรให้ทั้งสองท่านประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปในอนาคต พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณผู้ชมทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนรถอีซูซุ รายการ Isuzu Thailand Championship และ THAI FIGHT ด้วยดีเสมอมา ทุกแรงใจของท่านคือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนให้อีซูซุมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความไว้วางใจจากทุกท่านเช่นนี้ตลอดไป”

อีซูซุ 7

ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2025 รอบชิงชนะเลิศ

  1. ดาวแพร่ ปุ๋ยไข่มุก (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 2 เซเยดชาโฮ กีซาเรี่ยน (อิหร่าน)
  2. จูดี้ ฮัมเบอร์ (สกอตแลนด์) แพ้คะแนน จัสติน เดอปอร์เตส (ฝรั่งเศส)
  3. จรวดศึก สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว (ไทย) ชนะคะแนน อาหมัด มาซูมิเนีย (อิหร่าน)
  4. กล้าศึก พุ่มพันธุ์ม่วง อคาเดมี่ (ไทย) แพ้คะแนน ยอดคมปฏัก ซินบีมวยไทย (ไทย)
  5. เขี้ยวเพชร ซีทรู วิตามิน โด-ฮวาน (ไทย) ชนะคะแนน พรพิทักษ์ สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว (ไทย)
  6. ไลอ้อน มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 1 ยาอีร์ เมนาเฮ็ม (อิสราเอล)
  7. น้องโอ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า (ไทย) ชนะคะแนน รุสลาน นากิเยฟ (อาเซอร์ไบจาน)
  8. แสนชัย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน ฮามิด บาห์เรห์มานด์ฟาร์ (อิหร่าน)

ติดตามข่าวสารของกลุ่มตรีเพชรได้ที่ www.tripetchgroup.com

 

 

“GWM (Thailand)” เปิด WEY G9 Gallery Lounge ครั้งแรกในประเทศไทย ปักหมุดชลบุรี พร้อมยกระดับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในทุกมิติ

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจากได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดตัว WEY G9 – The Crafted Masterpiece ด้วยยอดจองกว่า 378 คัน ล่าสุด GWM Thailand พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์ลูกค้าลักชัวรี ด้วยการเปิด WEY G9 Gallery Lounge แห่งแรกในประเทศไทย ณ พาร์ทเนอร์ สโตร์ GWM EK ชลบุรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในโอกาสเดียวกัน ทั้ง WEY G9 Gallery Lounge และ GWM Ek ชลบุรี จะดำเนินงานภายใต้การบริหารของ EK Group พันธมิตรหลักรายสำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งดูแลและบริหารงาน GWM Partner Store กว่า 6 แห่ง ครอบคลุมทั้งจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และกรุงเทพฯ การเปิด WEY G9 Gallery Lounge ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ ในการยกระดับประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟให้เหนือกว่า ครอบคลุมทุกการบริการตั้งแต่การขายและบริการหลังการขายของ GWM WEY สะท้อนวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ GWM ในการก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย

GWM Thailand 2

การเปิด WEY G9 Gallery Lounge ชลบุรี คือก้าวสำคัญที่สะท้อนความประณีต หรูหรา สอดคล้องกับ WEY G9 ซึ่งเป็น “The Crafted Masterpiece” ที่ถูกออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างเป็นรูปธรรม ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับบริการเหนือระดับ โดยจังหวัดชลบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่กลยุทธ์สำคัญ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมของภาคตะวันออก รวมถึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในด้านกำลังซื้อและไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี จังหวัดชลบุรีจึงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการเปิด WEY G9 Gallery Lounge แห่งแรกของประเทศ และเป็นต้นแบบสำหรับการขยาย Gallery Lounge ไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศในอนาคต

GWM Thailand 4

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวถึงการเปิด WEY G9 Gallery Lounge ว่า “หมุดหมายสำคัญในครั้งนี้ เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกับพันธมิตรรายสำคัญอย่าง EK Group ที่ต่างมองเห็นถึงเป้าหมายสำคัญเดียวกัน คือ การยกระดับประสบการณ์ที่เอ็กซ์คลูซีฟอย่างครอบคลุมให้แก่ผู้ใช้งานในไทย โดย WEY G9 Gallery Lounge ไม่ได้เป็นเพียงแค่โชว์รูม แต่เป็นพื้นที่ที่ถ่ายทอดแนวคิดและ DNA ของแบรนด์ GWM WEY อย่างสมบูรณ์แบบ เราตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าจะได้สัมผัสความลักชัวรี ความพิถีพิถัน และการบริการระดับพรีเมียมในทุกมิติของประสบการณ์ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ ไปจนถึงทุกช่วงเวลาของการครอบครอง WEY G9 และเรามีแผนขยาย WEY G9 Gallery Lounge ไปยังพื้นที่ศักยภาพอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต โดยเรามีพาร์ทเนอร์หลายรายที่ให้ความสนใจในการเปิดพื้นที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้อีกหลายแห่งทั่วประเทศ และจะเริ่มก่อสร้างและทยอยเปิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้“

GWM Thailand 5

WEY G9 Gallery Lounge โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เรียบหรู สง่างาม ถ่ายทอดอารมณ์พรีเมียมลักชัวรีในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความหรูหรา การตกแต่งที่ประณีต ไปจนถึงการคัดสรรวัสดุคุณภาพอย่างพิถีพิถัน แสง และบรรยากาศโดยรวม เพื่อสร้างพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเอ็กซ์คลูซีฟกว่าพื้นที่โดยทั่วไป โดยพาร์ทเนอร์ที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการ WEY Exclusive Partner Store จะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มงวด ทั้งด้านความพร้อมของสถานที่ บุคลากรที่ผ่านการอบรม WEY G9 Expert Certified และมาตรฐานการบริการในแบบ GWM WEY เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ลักชัวรีอย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติของประสบการณ์

GWM Thailand 5

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่เอ็กซ์คลูซีฟและเหนือระดับในทุกมิติ พร้อมข้อเสนอพิเศษจาก GWM WEY และ WEY G9 ณ WEY G9 Gallery Lounge แห่งแรก ณ GWM Ek ชลบุรี และอีกหลากหลายสาชาทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้

GWM Thailand 10

 

 

 

สัปดาห์สุดท้ายก่อนปรับราคา กับดีลดีที่สุดจาก เรเว่ สต็อกรถยนต์บีวายดี – เดนซ่า มีจำกัดและหมดแล้วหลายรุ่น

0
เรเว่ 1

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ขอขอบคุณทุกคำสั่งซื้อจากผู้บริโภคชาวไทย หลังแคมเปญล่าสุด ได้รับกระแสตอบรับจากเป็นอย่างดีจน BYD ATTO 3 Premium และ BYD SEAL Premium & AWD Performance หมดสต็อกลงแล้ว แต่ยังมีรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า รุ่นอื่นในราคาสุดพิเศษเช่นกันซึ่ง เรเว่ ไม่อยากให้คุณพลาดแคมเปญ ที่ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ บีวายดี ด้วยข้อเสนอที่ดีที่สุด ซึ่งกำลังจะหมดเขตในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 หรือในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

ยังมี BYD ATTO 3 และ BYD SEAL รุ่นย่อยอื่นที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ โดย BYD ATTO 3 Extended ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 699,900 บาท1 และฟรี! แพ็คเกจการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท ให้การครอบคลุมทั้ง แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery), มอเตอร์ขับเคลื่อน (Drive Motor) และ ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (PDC) ส่วน BYD SEAL รุ่นที่มีในสต็อกคือรุ่นย่อย Dynamic ราคาพิเศษ 799,900 บาท1 จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย

อย่าพลาดแคมเปญที่ดีที่สุด ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และตรวจสอบจำนวนสต็อกรถยนต์คงเหลือ ได้วันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ สำหรับราคาจำหน่ายสุดพิเศษของ บีวายดี และ เดนซ่า ในแต่ละรุ่น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 ราคาพิเศษสุดส่งท้ายปี สต็อกรถยนต์มีจำนวนจำกัด ถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น

  • BYD DOLPHIN ราคาพิเศษ 449,900 บาท1 ในรุ่น Standard Range หรือ 569,900 บาท1 ในรุ่น Extended Range พร้อมฟรี! แพ็คเกจการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท
  • BYD ATTO 3 ราคาพิเศษ 699,900 บาท1 ในรุ่น Extended พร้อมฟรี! แพ็คเกจการรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน มูลค่า 50,000 บาท
  • BYD SEAL 5 DM-i ราคาพิเศษ 699,900 บาท1 ในรุ่น Premium
  • BYD M6 – ราคาพิเศษ 749,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic หรือ 849,900 บาท1 ในรุ่น Extended
  • BYD SEAL ราคาพิเศษ 799,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic
  • BYD SEALION 6 DM-i ราคาพิเศษ 899,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic หรือ 999,900 บาท1 ในรุ่น Premium
  • BYD SEALION 7 ราคาพิเศษ 1,074,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 1,174,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance
  • DENZA D9 ราคาพิเศษ 2,499,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance

 แพ็คเกจการรับประกัน แบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน ราคาพิเศษสุด

เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า บีวายดี และ เดนซ่า ทุกรุ่น สามารถซื้อแพ็คเกจการรับประกัน แบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งานได้ ในราคาพิเศษสุด 5,000 บาท1 (มูลค่า 50,000 บาท) สำหรับรถยนต์ บีวายดี และ 10,000 บาท1 (มูลค่า 100,000 บาท) สำหรับรถยนต์ เดนซ่า หมดเขต 31 ธันวาคม 2568 เช่นกัน ซึ่งครอบคลุมทั้ง แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery), มอเตอร์ขับเคลื่อน (Drive Motor) และ ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (PDC)

ในปี 2569 ราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นไปอยู่ ในระดับที่สูงกว่าราคาในปัจจุบัน เนื่องจากมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง ส่งผลให้ BYD DOLPHIN และ BYD ATTO 3 ที่ผลิตจากโรงงาน BYD ประเทศไทย จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 150,000 บาท จากโครงการ EV 3.0 อีกต่อไป โดยจะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 50,000 บาท จากโครงการ EV 3.5 แทน ส่วน BYD SEAL, BYD M6, BYD SEALION 7 และ DENZA D9 นอกจากจะไม่ได้รับ ทั้งเงินสนับสนุนจากภาครัฐสูงสุดมูลค่า 75,000 บาท ยังมีการปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพิ่มขึ้นจากเดิม 2% รวมเป็น 10% อย่าพลาดโอกาสสุดท้าย ในการครอบครองรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า ด้วยราคาที่ดีที่สุด ถึงสิ้นปี 2568 เท่านั้น

 

 

 

“เอ็มจี” รวมพลคนรักอีวีและไฮบริด ร่วมทริป #MGSAVESAVERALLY ส่งท้ายปี พร้อมประกาศลุยกิจกรรมลูกค้าต่อเนื่อง

0
MG 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างรอยยิ้มให้ลูกค้าส่งท้ายปีด้วยกิจกรรม “#MGSAVESAVERALLY” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้า ALL NEW MG3 HYBRID+ และ NEW MG4 ELECTRIC กว่า 20 คัน ร่วมทริปขับรถตามล่าหาสมบัติบนเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี โดยมี “คุณโค้ก” จากเพจ CokeyP ผู้นำทีมขุมพลังไฮบริด #TEAMMG3HybridPlus และ “คุณปัง” เคียงคู่ “คุณอาย” จากเพจ EV Girls ผู้นำทีมขุมพลังไฟฟ้า 100% #TEAMMG4 ร่วมสร้างสีสัน ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และการลุ้นคะแนนในทุกภารกิจ พร้อมประกาศชัดปี 2569 เดินหน้าจัดกิจกรรมลูกค้าต่อ มุ่งเน้นสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่

MG 2

MG 3

MG 4

สำหรับเส้นทางล่าสมบัติครั้งนี้ เริ่มต้นตีธงออกเดินทางจาก THE PASEO PARK บนถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าไปยังวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม เพื่อเปิดทริปด้วยความเป็นสิริมงคล จากนั้นเดินทางต่อสู่ โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี “มรดกเมืองกาญจน์” จุดสำคัญสำหรับการร่วมเล่นเกมสะสมคะแนน และรวมพลังทีมเพื่อพิชิตภารกิจสุดท้าทาย ตลอดเส้นทาง ผู้ร่วมทริปจะได้สัมผัสความรุ่งเรืองทางอารยธรรมของชาวกาญจนบุรีไปพร้อมกับกิจกรรมต่าง ๆ ก่อนจะล่องแพรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมชื่นชมแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองกาญจน์ ไม่ว่าจะเป็น สะพานข้ามแม่น้ำแคว และ สกายวอล์คท่าน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ดื่มด่ำบรรยากาศริมแม่น้ำแควอย่างเต็มอิ่ม และปิดท้ายด้วยการประกาศผลผู้ชนะ และเฉลิมฉลองไปกับปาร์ตี้ยามค่ำคืน เพื่อส่งท้ายการเดินทางสุดประทับใจครั้งนี้

MG 5

MG 7

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกิจกรรม  #MGSAVESAVERALLY ในครั้งนี้ว่า “สิ่งที่ เอ็มจี ตั้งใจที่จะมอบให้กับลูกค้าผ่านกิจกรรมครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ความสนุกสนานเท่านั้น แต่ เอ็มจี ต้องการที่จะส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างไปจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผ่านเกม กติกาที่ทั้งสนุกและท้าทาย เพื่อให้ลูกค้ารีดศักยภาพของรถยนต์ออกมาใช้ได้มากที่สุด โดยสถิติผู้ชนะของทีม NEW MG4 ELECTRIC สามารถทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าได้ถึง 10.5 kwh /100 km ส่วนผู้ชนะของ ทีมขุมพลังไฮบริด ALL NEW MG3 HYBRID+ ทำตัวเลขประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 29.4 km/L ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีไม่น้อย

MG 8

อีกทั้งกิจกรรม ฯ นี้ ยังเปรียบเสมือนเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานรถไฟฟ้า และรถไฮบริด เกิดเป็นมิตรภาพระหว่างผู้ร่วมทริป อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ทำให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับแบรนด์ เอ็มจี และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ เอ็มจี คอมมูนิตี้ โดยหลังจากนี้ จะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์ และบริการหลังการขายเพื่อยกระดับความพึงพอใจของผู้ใช้รถเอ็มจีทั่วประเทศ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทุกช่องทางออนไลน์ของ เอ็มจี”

MG 10

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ  เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

“เพชรบุรี – หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” เสน่ห์คาราวานรถโบราณ สร้างสีสันเมืองทะเล

0
คาราวานรถโบราณ 1

สมาคมรถโบราณฯ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และพันธมิตร จัดคาราวานรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ-เพชรบุรี-หัวหิน เมื่อวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

คาราวานรถโบราณ 2

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ปีนี้สมาคมฯ จัดงาน “เพชรบุรี -หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์วันวาน…สีสันเมืองทะเล-The Charm of Yesteryear…a Seaside Town with Local Colour” โดยร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจาก หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลตำบลท่ายาง เทศบาลนครหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงพันธมิตรใหม่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ หัวหิน

คาราวานรถโบราณ 3

พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวเสริมว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองประวัติศาสตร์ สร้างสีสันให้กับเมืองหัวหิน และจังหวัดเพชรบุรีอย่างงดงาม นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างเข้มแข็ง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับพื้นที่ในระดับประเทศ และนานาชาติ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย และทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้งานในปีนี้สำเร็จงดงามอีกครั้ง”

คาราวานรถโบราณ 4

คาราวานประกอบด้วย รถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน นำโดย Alfa Romeo 2600 Sprint ปี 1962, Porsche 356 Cabriolet ปี 1962, Armstrong Siddeley ปี 1949 ฯลฯ โดยออกเดินทางเช้าวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 จากพิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok ถนนประชาอุทิศ กรุงเทพฯ โดยมีสมาชิกรถโบราณจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ร่วมขบวนด้วย

คาราวานรถโบราณ 5

จุดหมายแรก คือ ตลาดเมืองเก่า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เยี่ยมชมย่านการค้าเก่าแก่ มีห้องแถวไม้ 2 ชั้นตั้งเรียงกันเป็นแนวยาว สลับอาคารสมัยใหม่ พร้อมรับประทานอาหารคาวหวาน และผักผลไม้พื้นถิ่นมากมาย ที่สนับสนุนโดย นายกเทศมนตรีเทศบาลท่ายาง ก่อนจะมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนธรรมิกวิทยา แล้วเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่พันธ์สุข (1000 สุข) สนับสนุนโดยหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จากนั้น เคลื่อนขบวนไปชมวนอุทยานเขานางพันธุรัตน์ ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ความหลากหลายของทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า ก่อนมุ่งสู่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จัดงานสังสรรค์พูดคุยกับเจ้าของรถโบราณในหัวข้อ “นี่แหละรถคันรัก” ณ Lagoon Lawn

คาราวานรถโบราณ 8

 

คาราวานรถโบราณ 9
_cuva

วันที่สองเดินทางไป ร้านโขมพัสตร์ หัวหิน ชมการผลิตผ้า และเพนท์กระเป๋า แล้วเคลื่อนขบวนไปรับประทานอาหารกลางวันที่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ หัวหิน จากนั้นกลับโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ช่วงค่ำ สมาชิกแต่งตัวย้อนยุค ’70 ร่วมงาน วินเทจ คาร์ กาลา ดินเนอร์ ณ ห้องรอยัล ดุสิต แกรนด์บอลรูม

คาราวานรถโบราณ 7

 

ผู้ชื่นชอบเสน่ห์รถโบราณ และสีสันเมืองทะเล สามารถชมภาพ และเรื่องราวประทับใจในงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” ย้อนหลังได้ที่ Facebook.com/VintageCarClub

 

“ไพรม์มัส กรุ๊ป” กวาดรางวัลยอดจอง No.1 4 แบรนด์ชั้นนำ ในงาน Motor Expo

0
ไพรม์มัส กรุ๊ป 1

ไพรม์มัส กรุ๊ป ตอกย้ำศักยภาพดีลเลอร์ชั้นนำ กวาดรางวัลยอดจองสูงสุด No.1 ทั้งประเภทองค์กรและบุคคล จาก 4 แบรนด์ดัง ในงาน Motor Expo สะท้อนความมั่นใจลูกค้าไทย เร่งเดินหน้าขยายโปรส่งมอบความสุขส่งท้ายปีเก่า

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในงาน Motor Expo 2025 ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ที่ผ่านมา “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงโดยสามารถรางวัลผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ที่มียอดจองสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในประเภทองค์กรและประเภทบุคคล จากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ 4 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, MG, Zeekr และ Deepal

ไพรม์มัส กรุ๊ป 2

ความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งของทีมที่ปรึกษาการขาย ที่เชี่ยวชาญและมีความรู้รอบด้าน ควบคู่มาตรฐานด้านการบริการที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานระดับสูงของโชว์รูมและศูนย์บริการ ส่งผลทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและมอบความไว้ใช้บริการกับ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ได้รับรางวัลอย่างมากมายในงาน Motor Expo ครั้งนี้

PRIMUS Group 4

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนของบริษัทแม่แต่ละแบรนด์ ที่ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดในประเทศ ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มาพร้อมด้วยเทคโนโลยี และแคมเปญส่งเสริมการขาย ที่สอดรับกับความต้องการของตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในความสำเร็จและได้รับรางวัลจากแบรนด์รถยนต์ทั้ง 4 ยี่ห้อ

PRIMUS Group 6

นายจิระพล กล่าวว่า “ในนามผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ขอขอบคุณบริษัทแม่ทุกแบรนด์ที่ให้การสนับสนุนด้านการขายเป็นอย่างดี รวมทั้งลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจและให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา “ไพรม์มัส กรุ๊ป”มุ่งยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการบริการให้มีศักยภาพในทุกมิติ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ควบคู่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์อย่างยั่งยืนต่อไป”

PRIMUS Group 9

พร้อมกันนี้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้จัดแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz, MG, Zeekr, Deepal และ Aion โดยสามารถเลือกชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ อาทิ ส่วนลดราคาพิเศษ, ส่วนลด On Top 3%, โปรช่วยผ่อน 100,000 บาท, อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน, ดาวน์เริ่มต้น 8,888 บาท ฟรี! ประกันภัน+พ.ร.บ.นาน 3 ปี และ Lifetime Warranty เป็นต้น พบที่ปรึกษาการขาย ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ทั้ง 5 ยี่ห้อ ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ, ชลบุรี และเชียงใหม่ เท่านั้น

 

“PTG” คว้าหุ้นยั่งยืน “ระดับสูงสุด AAA” จาก SET ESG Ratings ปี 2568

0
PTG 1

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้รับผลการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับสูงสุด “AAA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

PTG 2

นอกจากนี้ พีทีจียังได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน Showcases: SET ESG Ratings 2025 ในฐานะตัวอย่างบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทฯ ครอบคลุมตั้งแต่กลยุทธ์ธุรกิจ การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงด้าน ESG แผนการลดก๊าซเรือนกระจก การดำเนินงานด้านสังคม รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร

การได้รับผลการประเมินในระดับ AAA และการได้รับคัดเลือกเป็น Showcase ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพีทีจีในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

“ซูซูกิ” บุกวงการมอเตอร์สปอร์ต ผนึกกำลัง  KTN Garage Racing ส่ง ALL NEW SUZUKI FRONX ลงแข่งขัน “IDEMITSU SUPER ENDURANCE THAILAND 2025” พร้อมพิสูจน์ความอึด ทนทาน ตอกย้ำทุกความคุ้มค่า

0
ALL NEW SUZUKI FRONX 1

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ว่ากล่าวว่า จุดเด่นที่สำคัญของรถยนต์ซูซูกิเป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริโภคต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่ารถยนต์ทุกรุ่นของซูซูกิ ไม่เพียงเป็นรถที่มีความโดดเด่นในด้านความทนทานต่อการใช้งาน แต่ยังมอบความคุ้มค่า คุ้มราคา อีกทั้งยังออกแบบให้เป็นรถที่ซ่อมบำรุงง่าย ทำให้เจ้าของรถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาในระยะยาว เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและอะไหล่ไม่แพงจนเกินไป สามารถเข้าถึงได้ง่าย

ALL NEW SUZUKI FRONX 1

แต่สิ่งที่เหนือกว่าคุณสมบัติพื้นฐาน  คือ การที่รถยนต์ซูซูกิยังได้การยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องของ สมรรถนะการขับขี่ ที่ให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการเดินทางไกล ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย การยึดเกาะถนน และการตอบสนองของเครื่องยนต์ ทำให้ซูซูกิเป็นรถที่มอบความเชื่อมั่นในทุกการเดินทางอย่างแท้จริง

ล่าสุด เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงสมรรถนะอันโดดเด่นและเพิ่มความเชื่อมั่นที่มีของผู้บริโภคให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซูซูกิจึงสร้างปรากฎการณ์ใหม่ ด้วยการบุกวงการมอเตอร์สปอร์ตเป็นครั้งแรกกับการเข้าสนับสนุน KTN Garage Racing ทีมมอเตอร์สปอร์ตที่มีประสบการณ์ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในประเทศไทยมากกว่า 10 ปี และสามารถคว้าแชมป์มาครองได้มากมาย

ALL NEW SUZUKI FRONX 3

ด้วยการนำ ALL NEW SUZUKI FRONX มาตกแต่งในสไตล์รถแข่งทางเรียบเป็นครั้งแรกของอาเซียน พร้อมกับการนำรถคันดังกล่าวเข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ แบบมาราธอน 12 ชั่วโมง ในรายการ “IDEMITSU SUPER ENDURANCE THAILAND 2025”   ซึ่งการเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อชูศักยภาพและพิสูจน์ให้เห็นถึงความทนทาน รวมถึงสมรรถนะอันโดดเด่นของ ALL NEW SUZUKI FRONX  ภายใต้สภาวะการขับขี่ต่อเนื่องที่ยาวนาน

ALL NEW SUZUKI FRONX 5

“การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในรายการ “IDEMITSU SUPER ENDURANCE THAILAND 2025” เป็นการแข่งขันแบบยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ซึ่งเรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแสดงถึงสมรรถนะของตัวรถที่มาพร้อมโครงสร้างตัวถัง TECT เหล็กกล้าน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ พร้อมด้วย แพลตฟอร์ม HEARTECT เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ได้เป็นอย่างดี”

ALL NEW SUZUKI FRONX 5

การตัดสินใจเลือกเข้าสนับสนุนทีม KTN Garage Racing ซึ่งเป็นทีมแข่งรถที่นำโดย นายอรรถพล เดชมาก หรือที่รู้จักกันในนาม “บังหวัง” นั้น มีเหตุผลสำคัญ คือ ทีม KTN Garage Racing เป็นที่ยอมรับในวงการมอเตอร์สปอร์ตว่าเป็นทีมที่มีประสบการณ์สูง เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในสมรรถนะอันโดดเด่นของรถยนต์ซูซูกิ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้

ALL NEW SUZUKI FRONX 6

ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทีม KTN Garage Racing ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถที่ยอดเยี่ยม ด้วยการนำพารถยนต์ซูซูกิเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตหลากหลายรายการ และสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์มาครองได้สำเร็จในหลายสนามการแข่งขัน ความสำเร็จเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของทั้งทีมและตัวรถยนต์ซูซูกิได้อย่างชัดเจน

ด้วยประวัติความสำเร็จและประสบการณ์อันยาวนาน ทางเราจึงมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่า ทีม KTN Garage Racing จะเป็นกำลังสำคัญในการนำรถยนต์รุ่น ALL NEW SUZUKI FRONX ลงสู่สนามแข่งขัน และสามารถดึงเอาสมรรถนะแห่งความยอดเยี่ยม รวมถึงศักยภาพ และความแข็งแกร่งของรถยนต์รุ่นนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของรถยนต์ซูซูกิในฐานะยานยนต์ที่มีคุณภาพและมีสมรรถนะที่เหนือกว่าในการแข่งขันระดับมอเตอร์สปอร์ต

นายอรรถพล เดชมาก ผู้จัดการทีม KTN Garage Racing กล่าวว่า “ทีม KTN Garage Racing เป็นทีมแข่งรถที่ดำเนินงานอย่างเป็นมืออาชีพและถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้รับใบอนุญาตการขับรถแข่งอย่างเป็นทางการจาก ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (The Royal Automobile Association of Thailand Under Royal Patronage – RAAT) ซึ่งแสดงถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของทีม ตลอดระยะเวลามากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทีม KTN Garage Racing ได้เข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในวงการ โดยสามารถคว้าแชมป์และประสบความสำเร็จในหลายรายการแข่งขัน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่น ทักษะ และการเตรียมพร้อมของทีมงานและนักแข่ง

ALL NEW SUZUKI FRONX 8

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันประเภท Endurance (การแข่งรถยนต์ทางเรียบแบบมาราธอนหรือระยะยาว) ซึ่งเป็นรายการที่ต้องอาศัยความทนทานของรถยนต์ ความแข็งแกร่งของนักแข่ง รวมถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการทีมที่ยอดเยี่ยม และทีม KTN Garage Racing ได้เลือกใช้รถยนต์ซูซูกิเป็นพาหนะคู่ใจในการเข้าร่วมแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจดังกล่าวตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพของรถยนต์ซูซูกิ ซึ่งตอบโจทย์การแข่งขันที่ต้องใช้ความอดทนและสมรรถนะในการขับต่อเนื่องได้อย่างดีเยี่ยม และทีม KTN Garage Racing ก็สามารถนำรถยนต์ซูซูกิเข้าแข่งขันและคว้ารางวัลมาได้ ดังนี้

SUZUKI CIAZ

  • รองชนะเลิศอันดับที่ 2 รายการ SUPER ENDURANCE 600 Minutes รุ่น Eco Car สนามที่ 3

ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 23 ธันวาคม 2566

  • ชนะเลิศอันดับที่ 1 รายการ RAAT Endurance 6 Hours รุ่น Eco Car สนามที่ 1

ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 21 เมษายน 2567

  • ชนะเลิศอันดับที่ 1 รายการ RAAT Endurance 6 Hours รุ่น Eco Car สนามที่ 2

ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 23 มิถุนายน 2567

  • Champions 2024 รายการ RAAT Endurance 6 Hours รุ่น Eco Car สนามที่ 3

ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 15 กันยายน 2567

  • Champions 2024 รายการ Suzuki Club Challenge

ณ แก่งกระจาน เซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี วันที่ 31 ตุลาคม 2567

SUZUKI SWIFT

  • รองชนะเลิศอันดับ 2 และ รองชนะเลิศอันดับ 6 ในรายการ Super Endurance 25 Hours

ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 20-22 ธันวาคม 2567

สำหรับการเลือกใช้  ALL NEW SUZUKI FRONX ในการเข้าแข่งขันรายการ “IDEMITSU SUPER ENDURANCE THAILAND 2025” (12 Hours) เรามีความเชื่อมั่นว่า ALL NEW SUZUKI FRONX เป็นรถที่สามารถพัฒนาและยกระดับไปสู่การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบได้ ทั้งขนาดของตัวถังที่มีความเหมาะสม ความยาวของฐานล้อ ไปจนถึงความโดดเด่นของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่พร้อมมอบสมรรถนะที่เร้าใจด้วยอัตราเร่งที่เฉียบคม รวมไปจนถึงความทนทานที่สามารถรองรับการแข่งขันที่ต้องขับขี่ในระยะเวลานานตลอด 12 ชั่วโมงได้เป็นอย่างดี

นายวัลลภ กล่าวทิ้งท้ายว่า การส่ง ALL NEW SUZUKI FRONX ลงแข่งขันในรายการ “IDEMITSU SUPER ENDURANCE THAILAND 2025” น่าจะเป็นบทพิสูจน์ถึงความทนทานของโครงสร้างตัวถัง สมรรถนะอันโดดเด่นของเครื่องยนต์ และความแข็งแกร่งของช่วงล่างในสภาวะการขับขี่ที่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 12 ชั่วโมง เป็นการตอกย้ำว่า ALL NEW SUZUKI FRONX ไม่ได้เป็นเพียงรถ SUV สไตล์สปอร์ตสำหรับใช้งานประจำวันเท่านั้น แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วย DNA ของรถแข่งที่พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายได้อย่างแท้จริง สามารถติดตามและเป็นกำลังใจให้กับ ALL NEW SUZUKI FRONX ที่จะลงทำการแข่งขันในรายการ “IDEMITSU SUPER ENDURANCE THAILAND 2025”  โดยจะเริ่มแข่งขันสนามแรกระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

 

 

GWM (Thailand) เดินหน้าจัด TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 2 ที่เชียงใหม่

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) เดินหน้าปลุกพลังสายลุยอีกครั้ง หลังประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นจากการจัดกิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งแรกที่ชลบุรี ด้วยการนำความมันส์ระดับโปรสู่ภาคเหนือใน “TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 2” ณ จังหวัดเชียงใหม่ มอบประสบการณ์การเรียนรู้ทักษะออฟโรดแบบเข้มข้นให้ลูกค้าได้ฝึกฝนเทคนิคเฉพาะทาง พร้อมตอบรับเสียงเรียกร้องจากชุมชนผู้ใช้รถ GWM TANK ที่ต้องการเวทีอัปสกิลอย่างจริงจัง และได้ทดลองใช้งานเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะของ GWM TANK อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านสนามท้าทายที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความมั่นใจและความเชี่ยวชาญในการขับขี่ออฟโรดในรูปแบบต่าง ๆ

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากชาว TANKER และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายรวม 55 คัน จำนวนกว่า 110 คน ตอกย้ำพลังคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถ GWM TANK ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั่วประเทศ ผู้เข้าร่วมทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ออฟโรดสุดเร้าใจ ผ่านการฝึกทักษะการขับเคลื่อน 4WD ทั้งในสนามจำลองและเส้นทางธรรมชาติที่ออกแบบพิเศษเฉพาะกิจกรรมนี้ โดยมีฐานทดสอบครบทุกสถานการณ์ท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นเนินชัน (Steep Slope), หลุมสลับ (Alternating Pits), พื้นทราย (Sand Hill), ทางลาดลงทางชัน (Decline), Tank Turn Zone รวมถึงเส้นทางผจญภัย Adventure Track ที่จะปลุกสัญชาตญาณนักลุยให้พุ่งทะยานอย่างเต็มพิกัด

 

หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้ TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 2 แตกต่างและทรงพลัง คือการมอบองค์ความรู้เชิงลึกควบคู่กับประสบการณ์จริง โดยผู้เข้าร่วมไม่ได้แค่ลองขับ แต่ได้เรียนรู้เหตุผลสำคัญเบื้องหลังการเลือกใช้แต่ละโหมดและฟีเจอร์อย่างถูกต้อง ผ่านการอบรมที่ออกแบบโดยผู้ฝึกสอนมืออาชีพ เพื่อยกระดับความเข้าใจและความปลอดภัยในการขับขี่ออฟโรดอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น

  • Sand Mode สำหรับพื้นทรายและทางลื่น: แนะนำให้ใช้งานผสานกับ Sport Mode เพื่อรักษาโมเมนตัมและเพิ่มความไวคันเร่ง ทำให้การไต่ Sand Hill เป็นไปอย่างมั่นใจ
  • 4L ตัวช่วยที่อัศจรรรย์: ในสถานีที่เป็นเนินชันและพื้นหินด้านล่างในธารน้ำ จะช่วยเพิ่มแรงบิดรอบต่ำ ทำให้ควบคุมรถได้อย่างละเอียดและมั่นคง ป้องกันอาการไหล ลื่น หรือออกตัวแรงเกินไป โดยเฉพาะการขับขี่ขณะลุยน้ำ รวมถึงขณะลงทางชันที่ต้องรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ ช่วยให้รถฝ่าทุกอุปสรรคได้อย่างมั่นใจและควบคุมได้ดียิ่งกว่าเดิม
  • Body Transparent เผยให้เห็นอุปสรรคที่ตาเปล่ามองไม่เห็น: ช่วยให้ผู้ขับประเมินตำแหน่งล้อและไลน์ทางในหลุมสลับหรือพื้นที่ ๆ ไม่คุ้นเคยได้อย่างแม่นยำ
  • TANK TURN หมุนรถในพื้นที่แคบแบบทรงพลัง: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเส้นทางธรรมชาติที่กลับรถลำบากหรือมีผนังดินประกบสองข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการหมุนตัวรถในพื้นที่จำกัด
  • Off-Road Cruise Control ผู้ช่วยมือโปร: สำหรับสถานี Downhill ที่จะควบคุมความเร็วต่ำให้อัตโนมัติ ทำให้ผู้ขับโฟกัสเพียงการคุมพวงมาลัย ลดโอกาสเหยียบเบรกแรงเกินไป เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกเส้นทางท้าทาย

ยกระดับองค์ความรู้ เติมพลังทักษะ เพื่อปลดล็อกศักยภาพนักผจญภัยตัวจริง

ผู้เข้าร่วมต่างได้รับการอัปเกรดความรู้แบบก้าวกระโดด ทั้งในด้านฟีเจอร์ เทคนิคการขับ และเหตุผลเบื้องหลังการใช้งานแต่ละโหมด ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในสถานการณ์ออฟโรดที่หลากหลาย ตั้งแต่การเลือกไลน์บนพื้นหินและพื้นนูนอย่างแม่นยำ เทคนิคคุมคันเร่งเพื่อลดแรงกระแทก การปิด Traction Control ในจังหวะที่ต้องการโมเมนตัมเพิ่ม การใช้มุมไต่ (Approach Angle) และมุมจาก (Departure Angle) เพื่อผ่านอุปสรรคได้อย่างมั่นใจ ไปจนถึงการประเมินระดับน้ำด้วย Wading Detection ที่หลายคนยอมรับว่าเป็นฟีเจอร์ที่ “ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีฟีเจอร์นี้” และ “ลองจริงแล้วถึงรู้ว่ารถทำได้มากกว่าที่คิด” โดยมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัว ทำให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจศักยภาพเทคโนโลยีออฟโรดของ GWM TANK ได้ชัดเจนและลึกซึ้งกว่าที่เคย

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “TANK OFF-ROAD ACADEMY ครั้งที่ 2 ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสานต่อความสำเร็จจากครั้งแรกเท่านั้น แต่คือการตอบรับพลังเสียงของชาว TANKER ภาคเหนือที่ต้องการพื้นที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เราตั้งใจให้ลูกค้าทุกคนได้เข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของรถ ไม่ว่าจะบนถนนหรือในสภาพออฟโรด พร้อมพัฒนาทักษะที่จำเป็นเพื่อให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ สนุก และปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ผมขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางนี้ เพราะพวกคุณคือหัวใจสำคัญที่ทำให้คอมมูนิตี้ TANKER CLUB ประเทศไทยเติบโต แข็งแกร่ง และทรงพลังมากขึ้นในทุกครั้งที่เราก้าวไปด้วยกัน”

 

สำหรับผู้ที่สนใจ NEW GWM TANK 300 DIESEL และ NEW GWM TANK 500 DIESEL สามารถทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 75 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888