Home Blog Page 18

เอ็มจี มุ่งมั่นยกระดับ การบริการหลังการขาย จัดการแข่งขัน MG SKILL CONTEST 2025

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดแข่งขันทักษะพนักงาน MG SKILL CONTEST 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เดินหน้ายกระดับทักษะ ความรู้ รวมถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานของบุคลากรในเครือข่ายเอ็มจีทั่วประเทศ ให้สอดรับกับมาตรฐานระดับสากลของแบรนด์ เอ็มจี ในปีนี้มีผู้เข้าแข่งขันจากทั้งฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายรวมกว่า 1,000 คน จากศูนย์บริการทั่วประเทศ โดยเหลือผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายจำนวน 85 คน จากศูนย์บริการ 30 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ อาคาร SAINT GABRIEL MARY (Research and Learning Center for NEV Technology) ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ ที่เอ็มจีได้ลงนามความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยในการร่วมพัฒนาหลักสูตร พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์เพื่อการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเป็นระบบ

มร. ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานในประเทศไทยอย่างชัดเจน ภายใต้กลยุทธ์ Global Innovation, Thai Passion, Value Choice สะท้อนถึงเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก ที่สามารถเข้าถึงพฤติกรรมการใช้รถของผู้บริโภคชาวไทย และการเป็นตัวเลือกที่มอบความคุ้มค่า และความมั่นใจในการใช้งาน ขณะเดียวกัน ด้านงานบริการหลังการขาย เอ็มจี มุ่งยกระดับใน 3 เรื่องสำคัญซึ่งถือเป็นพื้นฐานหลัก ได้แก่ การเพิ่มเครือข่ายศูนย์บริการ การยกระดับมาตรฐานงานซ่อมบำรุงให้มีความเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น และการสร้างประสบการณ์การบริการที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน เราจึงให้ความสำคัญ กับการแข่งขันฯ ในปีนี้มาก ทางทีมงานได้มีการวางบททดสอบเชิงลึกมากขึ้น เพื่อให้บุคลากรมีทักษะ ความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการแข่งขันในปีนี้ถูกแบ่งเป็น 9 ประเภท ได้แก่ ด้านลูกค้าสัมพันธ์ ด้านการจัดการงานรับประกันคุณภาพ ด้านการประเมินราคางานสีและตัวถัง ด้านเทคนิคงานสีและตัวถัง ด้านเทคนิคและงานซ่อม ด้านการจัดการงานอะไหล่ ด้านที่ปรึกษาการบริการ ด้านที่ปรึกษาการขาย และเพิ่มเติม “ด้านความรู้ผลิตภัณฑ์เชิงลึก เทคนิคการขายระดับมืออาชีพ”

รายละเอียด ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน MG SKILL CONTEST 2025 ในแต่ละประเภท มีดังนี้

1. ด้านลูกค้าสัมพันธ์

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณสุพรรษา ตุละรัต จาก บริษัท ที ออโต้ จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณรัตนา กันลา จาก บริษัท อารีมิตร เอ็มจี จำกัด (สาขาขอนแก่น)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณอภิรดี โสดา จาก บริษัท วัชรเซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด

2. ด้านการจัดการงานรับประกันคุณภาพ

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณณันท์นภัส คุณแสน จาก บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาหางดง)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณวิษุวัต สัมมามิตร จาก บริษัท เอเลแกนซ์ วีฮีเคิล จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณสุชาติ พรมสังขาร จาก บริษัท เอ็มจี สุพรีม จำกัด

3.ด้านการประเมินราคางานสีและตัวถัง

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณสุนิสา โฉมศรี จาก บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สาขาลาดกระบัง)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณนริณทร์ภัทร เพ็ชรหาญสุขกานต์ ได้แก่ คุัมพันธ์ ย่ผ่านมาะ้ฒมัยจาก บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาหางดง)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณกัญญารัตน์ แป้สูงเนิน จาก บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาชลบุรี)

4. ด้านเทคนิคงานสีและตัวถัง

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณณัฐกิตต์ แสงสุข และคุณภิชาติ ประกอบสาย

จาก บริษัท เอเลแกนซ์ วีฮีเคิล จำกัด

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณจักรกฤษณ์ ซึมกลาง และคุณวุฒิชัย เชื่ออุ่น

จาก บริษัท เอ็มจี อนันตภัณฑ์ ออโต้เซลส์ จำกัด

  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณพยุง ลอยลม และคุณโชคชัย แซ่ฉั่ว

จาก บริษัท เอ็มจี ก้องกังวาล ราชบุรี จำกัด

5. ด้านเทคนิคและงานซ่อม

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณพัฒน์พงศ์ สุกปลั่ง จาก บริษัท ดีพร้อม มอเตอร์เซลส์ จำกัด (สาขาพิษณุโลก)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณจักรกฤษณ์ เจริญแพทย์ จาก บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาชลบุรี)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณธารารัตน์ อุดทุม จาก บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เพชรเกษม

6. ด้านการจัดการงานอะไหล่

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณมนตรี มากมี จาก บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาพัทยา)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณวัชระ จันทรักษา จาก บริษัท วีจี คาร์ จำกัด (สาขานครสวรรค์)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณเสาวนิตย์ สงวนพร้อม จาก บริษัท เอ็มจี มิตรแท้มอเตอร์ จำกัด

7. ด้านที่ปรึกษาการบริการ

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณปรีชญาภรณ์ จีนสมบูรณ์ จาก บริษัท ท็อปทรี ออโต้ จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณสุรชัย คำเสนาะ จาก บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณวิรุฬรัตน์ สุนทรวัฒน์ จาก บริษัท สุวัฒนา ขอนแก่น จำกัด

8. ด้านที่ปรึกษาการขาย

  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณชัยวัฒน์ จั่นมุกดา จาก บริษัท เมกา ทู ออโต จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณกฤษดากร จำปาทอง จาก บริษัท เอ็มจี ลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด (สาขากาญจนวนิช)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณพศธน ทำทิพย์ จาก บริษัท เคเอเอส มอเตอร์ส จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ คุณพงศ์ณวี กิรติพงศ์พันธุ์ จาก บริษัท สกาย ออโต้โมทีฟ จำกัด (สาขาสิรินธร)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ คุณปวริศ ชาววัน จาก บริษัท เอ็มจี เคพีออโต้ จำกัด (สาขาหลักสี่)
  1. ด้านความรู้ผลิตภัณฑ์เชิงลึก และเทคนิคการขายระดับมืออาชีพ
  • รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คุณวสุกัญจน์ พลอยรักษ์ จาก บริษัท เอ็มจี เอซี ตาก ออโตโมบิล จำกัด (สำนักงานใหญ่)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คุณปัณทิตา รุ่งรำพรรณ จาก บริษัท เอ็มจี พารากอน เซลล์ จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คุณวสันต์ ปันคำ จาก บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาหางดง)
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ คุณอลงกรณ์ พโนราช จาก บริษัท เอ็มจี แอ๊นท์ บางบอน จำกัด
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ คุณพงศ์ศิริ เลิศชาญวิทย์ จาก บริษัท เคเอเอส มอเตอร์ จำกัด

กลุ่มธนบุรี จับมือ NIO ปักธงพันธมิตร รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในไทย

0

กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรี บลูสกาย จำกัด ผู้นำในธุรกิจยานยนต์ของไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ นีโอ อิงค์ (NIO Inc.) ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก พร้อมนำแบรนด์ในเครืออย่าง NIO, ONVO และ firefly เข้าสู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อวาง    โรดแมปการรุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในปี 2569 ตอกย้ำบทบาทอันแข็งแกร่งของไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์ สู่การยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยมีการขยายตัวที่ชัดเจนขึ้น และจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ผู้บริโภคเริ่มมองรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกระยะยาวมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างธนบุรี บลูสกาย และนีโอ จึงเป็นการวางรากฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เครือข่ายบริการ และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เรามองถึงเป้าหมายระยะยาว ครอบคลุมไปถึงด้านโครงสร้างการตลาด เครือข่ายบริการ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าต้องมาพร้อมคุณภาพ การบริการ และโครงสร้างที่รองรับความต้องการในอนาคตที่ชัดเจน ซึ่งคือสิ่งที่ธนบุรี บลูสกาย และ นีโอ ตั้งใจพัฒนาร่วมกันในประเทศไทย เราพร้อมผสานประสบการณ์กว่า 80 ปี เข้ากับเทคโนโลยีชั้นนำของนีโอ เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างยั่งยืน และเสริมความเชื่อมั่นให้กับตลาดไทยอย่างมั่นคง”

 

นีโอ อิงค์ ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในตลาดโลก

นีโอ อิงค์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 โดยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอันดับต้นของจีน ผ่านจุดเด่นด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery-as-a-Service) ภายใต้ชื่อสถานี NIO Power Swap ซึ่งปัจุบันถือเป็นเครือข่ายสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดแล้วเป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที

พร้อมกันนี้ นีโอ ยังพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจร ทั้งแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และโซลูชันด้านพลังงาน ไปจนถึงการบริการหลังการขายเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานเต็มรูปแบบ ปัจจุบัน นีโอ ดำเนินธุรกิจครอบคลุมถึง 14 พื้นที่ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงศูนย์การผลิต พร้อมทั้งขยายเครือข่ายจำหน่ายและบริการครอบคลุม 24 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก อีกทั้งมีแบรนด์ย่อยที่รองรับผู้ใช้งานหลากหลายเซกเมนต์  อาทิ

  • NIO ที่มุ่งพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม
  • ONVO ซึ่งเน้นพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเจาะฐานผู้ใช้งานกลุ่มครอบครัว
  • firefly ที่โดดเด่นด้านยานยนต์ไฟฟ้าดีไซน์กะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง

โดยทุกแบรนด์ สะท้อนจุดแข็งของ นีโอ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก

 

วิสัยทัศน์ของนีโอ ในการบุกตลาดประเทศไทย

นายวิลเลี่ยม ลี ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร นีโอ กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้านความต้องการของผู้บริโภค นโยบายภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมของอุตสาหกรรม การร่วมมือกับธนบุรี บลูสกาย ซึ่งมีฐานธุรกิจแข็งแกร่งและเข้าใจตลาดไทยเชิงลึก จะช่วยให้ นีโอ สามารถวาง EV Ecosystem ในประเทศไทยได้อย่างเป็นระบบ จากประสบการณ์กว่าทศวรรษของ นีโอ และความมุ่งมั่นผลักดันภารกิจของ Blue Sky Coming เราพร้อมยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยสู่ระดับสากล การขยายตลาดในประเทศไทยจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งมอบมาตรฐานระดับโลกของ นีโอ ไปสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อสานต่อภารกิจของเรา พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”

 

3 แกนกลยุทธ์หลักของความร่วมมือระหว่างกลุ่มธนบุรี และนีโอ 

การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย และประสบการณ์ขับขี่ของผู้บริโภค ผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก ได้แก่

  1. เสริมแกร่งเครือข่ายการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทย
    ธนบุรี บลูสกาย ใช้ประสบการณ์กว่า 80 ปี ในธุรกิจยานยนต์และเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV พรีเมียม พร้อมวางแผนลงทุนต่อเนื่องเพื่อขยายจุดให้บริการอย่างครอบคลุม และยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายในระยะยาว 
  1. นำเสนอนวัตกรรมระดับโลกของนีโอ
    นีโอ
    พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบเชื่อมต่อดิจิทัล และแนวคิดการสร้าง Ecosystem ที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เข้ามายกระดับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวไทย ไปจนถึงโซลูชันด้านการชาร์จและพลังงานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
  1. วิสัยทัศน์ร่วมกันต่ออนาคตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
    ทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันให้อนาคตรถยนต์ไฟฟ้าให้ “เกิดขึ้นได้จริง” ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนามาตรฐานบริการ และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้บริโภค

 

2569: ปีแห่งการเปิดตัว NIO, ONVO และ firefly อย่างเป็นทางการในประเทศไทย 

ทั้งนี้ ธนบุรี บลูสกาย ได้ต่อยอดสู่การขยายพอร์ตโฟลิโออีวีพรีเมียมผ่านการเปิดตัวไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ NIO, ONVO และ firefly ซึ่งมีแผนเปิดตัวและจัดแสดงอย่างเป็นทางการในปี 2569 พร้อมนำ firefly เปิดตัวเป็นแบรนด์แรก เพื่อสะท้อนความ โดดเด่นในด้านระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรของนีโอ และตอกย้ำบทบาทของธนบุรี บลูสกาย ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเครือข่ายและบริการในประเทศไทย

การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการวางรากฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อสร้างอนาคตการขับขี่และการโดยสารที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ

ดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 (Das Treffen X) รวมพลังฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งจิตวิญญาณของปอร์เช่ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

0

งานสำคัญแห่งปีของปอร์เช่ที่รวมผู้หลงใหลกว่า 3,800 คน พร้อมรถปอร์เช่ 734 คัน จากหลากหลายเจเนอเรชัน ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านโซนต่างๆ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของปอร์เช่ ตั้งแต่ยนตรกรรมระดับตำนาน นวัตกรรมล้ำสมัย ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ณ อิมแพ็ค สปีด พาร์ค (IMPACT Speed Park) กรุงเทพฯ

กลับมาอีกครั้งกับงานที่เฉลิมฉลองจิตวิญญาณของปอร์เช่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับ  ดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 ณ  อิมแพ็ค สปีด พาร์ค กรุงเทพฯ ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจของ คุณเต้น สีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้ที่หลงใหลในปอร์เช่ โดยดาส เทรฟเฟ่นเติบโตจากการรวมตัวของคนรักปอร์เช่ สู่งานที่เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ แรงบันดาลใจในการขับขี่ และจิตวิญญาณปอร์เช่ ที่เชื่อมผู้คนหลากหลายรุ่นไว้ด้วยกัน

คุณเต้น สีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา กล่าวว่า “ตั้งแต่วันแรกที่พวกเรารวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าดาส เทรฟเฟ่น จะเติบโตจนถึงงานครั้งที่สิบ ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีพันธมิตรที่ยืนเคียงข้างเราอย่างมั่นคง และคอมมูนิตี้ปอร์เช่ที่แข็งแกร่งทั่วเอเชีย ความทุ่มเทและความหลงใหลใน
ปอร์เช่ ของทุกคน ทำให้ดาส เทรฟเฟ่นในทุก ๆ ปีมีชีวิตชีวา ผมและทีมงานรู้สึกซาบซึ้งใจ และตั้งตารอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกสิบปีข้างหน้า”

ในปีนี้ ได้มีการยกระดับบรรยากาศขึ้นอีกขั้นด้วยการจัดพื้นที่เป็นหลากหลายโซน โดยมีโซนต้อนรับของ
ปอร์เช่ ประเทศไทย (Porsche Hospitality Village) เป็นศูนย์กลางของการร่วมสัมผัสประสบการณ์ โดยผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัสสินค้าไลฟสไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Porsche Lifestyle Boutique พร้อมดื่มด่ำกับโลกมอเตอร์สปอร์ตผ่านเรซซิ่งซิมูเลเตอร์บนสนามแข่งระดับตำนาน และค้นพบเรื่องราวที่สานต่อมรดกของปอร์เช่

จัดแสดงปอร์เช่ 956 รถแข่งระดับตำนาน

ไฮไลต์เด่นอยู่ที่โซนมอเตอร์สปอร์ต ที่มีการจัดแสดงรถแข่งระดับตำนานอย่าง ปอร์เช่ 956 ที่ส่งตรงมาจากพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ โดยปอร์เช่ 956 ครองความยิ่งใหญ่ในสนามเอ็นดูรานซ์ยุคปี 1980 ด้วยการคว้าชัยชนะในรายการ 24 Hours of Le Mans ติดต่อกันสี่ปี ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1985 และสร้างมาตรฐานใหม่ด้าน
แอโรไดนามิกและความเร็วในยุคนั้น

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดง ปอร์เช่ 963 LMDh ที่คว้าแชมป์ IMSA และจบอันดับ 2 ที่ Le Mans 2025 โดยทั้งสองรุ่นได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ทรงพลังและเชื่อมโยงจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ของปอร์เช่
เข้ากับความมุ่งมั่นในการสร้างนิยามใหม่ให้กับโลกมอเตอร์สปอร์ต

รวมทั้งพื้นที่จัดงานในโซนอื่น ๆ ยังได้ถ่ายทอดหลากหลายมิติของตัวตนปอร์เช่อย่างมีชีวิตชีวา โดยในโซน Adventure ได้นำเสนอคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) ที่ประกอบในมาเลเซียสำหรับประเทศไทย โดยเป็นรถที่ขับบนเส้นทางระดับตำนานจากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท ด้วยระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร ผ่าน 17 ประเทศใน 61 วัน ตอกย้ำสมรรถนะด้านความแข็งแกร่งและความพร้อมลุยทุกเส้นทาง

โซน Motorsport นำเสนอความยอดเยี่ยมเหนือกาลเวลาด้วยรถแข่ง Cup car จากทีม AAS Motorsport ในรุ่น 718 Cayman GT4 RS Clubsport และ 911 GT3 R ที่คว้าโพเดียมมาแล้วหลายเรซในรายการ Thailand Super Series (TSS) และรายการแข่งขันอื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งโซน Urban ที่นำเสนอ ไทคานน์ (Taycan) และมาคันน์ (Macan) รถที่ขับเคลื่อนอนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าของปอร์เช่ และโซน Heritage ที่เฉลิมฉลองมรดกของปอร์เช่ด้วย 911 สปิริต 70 (911 Spirit 70) ที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดถ่ายทอดสีสัน ลวดลายและไลฟ์สไตล์ของยุค 1970

ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก (Porsche Asia Pacific) ได้จัดการประชุมประธานปอร์เช่ คลับ ระดับภูมิภาคครั้งแรก ที่กรุงเทพฯ ควบคู่ไปกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองในงานดาส เทรฟเฟ่น โดยได้เชิญประธาน ปอร์เช่คลับ และผู้นำคอมมูนิตี้จากหลายประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จ และต่อยอดแรงบันดาลใจระหว่างประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้ สร้างพื้นที่สำคัญให้แต่ละคลับนำเสนอผลงานไฮไลต์ที่โดดเด่นในปี 2025 เพื่อกระชับความร่วมมือ และตอกย้ำบทบาทของคอมมูนิตี้ภายในครอบครัวปอร์เช่ระดับโลก

การรวมตัวสุดพิเศษได้ดำเนินอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงค่ำ ด้วยกิจกรรมปอร์เช่ คลับ ไนท์ (Porsche Club Night) ณ เคอร์วิสตาน แบงคอก (Curvistan Bangkok) พื้นที่ไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้ ใจกลางทองหล่อ โดยสมาชิกปอร์เช่ คลับ จากทั่วเอเชีย กว่า 280 คน ได้มารวมตัวกันในการเปิดนิทรรศการล่าสุดของ
เคอร์วิสตาน แบงคอก ที่สเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ได้รังสรรค์ขึ้นสำหรับ ปอร์เช่ คอมมูนิตี้ (Porsche Communities) โดยเฉพาะ

ยานนิค อ็อตต์ (Yannick Ott) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “คอมมูนิตี้ คือหัวใจหลักของปอร์เช่ โดยดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 เคอร์วิสตาน แบงคอก และการประชุมประธานปอร์เช่ คลับ ระดับภูมิภาคครั้งแรก สะท้อนพลังแห่งจิตวิญญาณ เป้าหมาย และผู้คนที่อยู่เบื้องหลังตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ เพื่อร่วมกันสร้างสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ และเป็นพลังที่ขับเคลื่อนปอร์เช่ไปข้างหน้า”

ดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 ก้าวข้ามความเป็นงานรวมตัวของรถยนต์ โดยแสดงให้เห็นถึงพลังของความหลงใหลในปอร์เช่ตลอดทศวรรษใจกลางเอเชีย ที่มอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบทุกรูปแบบ เจ้าของรถปอร์เช่ได้ร่วมทดสอบทักษะการขับขี่ผ่านการแข่งขันสลาลอม และในช่วงค่ำได้เปลี่ยนเป็นบรรยากาศเฟสติวัลด้วยฟู้ดทรัคและดนตรีสด ที่ให้การเฉลิมฉลองที่น่าจดจำ

อย่าพลาดโอกาสสุดท้ายกับ ดีลดีที่สุดจากเรเว่ พร้อมแพ็คเกจรับประกัน แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) มอเตอร์ขับเคลื่อน (Drive Motor) และ ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (PDC) ตลอดอายุการใช้งานมูลค่า 50,000 บาท

0

ข้อเสนอดีลดีที่สุดแห่งปีจาก บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้ กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จะมีผลถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ให้คุณได้เป็นเจ้าของรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ในราคาพิเศษที่สุด โดยในปี 2569 ที่มาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง ราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นไปอยู่ ในระดับที่สูงกว่าราคาในปัจจุบัน

ในส่วนของ BYD DOLPHIN และ BYD ATTO 3 ที่ผลิตจากโรงงาน BYD ประเทศไทย จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 150,000 บาท จากโครงการ EV 3.0 อีกต่อไป โดยจะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดมูลค่า 50,000 บาท จากโครงการ EV 3.5 แทน ส่วน BYD SEAL, BYD M6, BYD SEALION 7 และ DENZA D9 นอกจากจะไม่ได้รับ ทั้งเงินสนับสนุนจากภาครัฐสูงสุดมูลค่า 75,000 บาท ยังมีการปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพิ่มขึ้นจากเดิม 2% รวมเป็น 10%

ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้ครอบครองรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ในราคาที่ดีที่สุดแล้ว ยังมีข้อเสนอแพ็คเกจการรับประกันแบตเตอรี่ ตลอดอายุการใช้งาน ในราคาพิเศษสุดเพียง 5,000 บาท1 (มูลค่า 50,000 บาท) สำหรับรถยนต์ บีวายดี และ 10,000 บาท1 (มูลค่า 100,000 บาท) สำหรับรถยนต์ เดนซ่า มั่นใจตลอดอายุการใช้งาน เพราะแพคเกจครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery), มอเตอร์ขับเคลื่อน (Drive Motor) และ ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน (PDC) ราคาพิเศษนี้มีผลถึง 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น

ติดต่อรับข้อมูลเพิ่มเติม และตรวจสอบจำนวนสต็อกรถยนต์คงเหลือ ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ อย่าช้าเพราะแคมเปญพิเศษนี้ และรถยนต์สต็อกมีจำนวนจำกัด สำหรับราคาพิเศษของรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า มีดังต่อไปนี้

  • BYD DOLPHIN ราคาพิเศษ 449,900 บาท1 ในรุ่น Standard Range หรือ 569,900 บาท1 ในรุ่น Extended Range
  • BYD ATTO 3 ราคาพิเศษ 629,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 699,900 บาท1 ในรุ่น Extended
  • BYD SEAL 5 DM-i ราคาพิเศษ 699,900 บาท1 ในรุ่น Premium
  • BYD M6 – ราคาพิเศษ 749,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic หรือ 849,900 บาท1 ในรุ่น Extended
  • BYD SEAL ราคาพิเศษ 799,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic หรือ 899,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ หรือ 999,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance
  • BYD SEALION 6 DM-i ราคาพิเศษ 899,900 บาท1 ในรุ่น Dynamic หรือ 999,900 บาท1 ในรุ่น Premium
  • BYD SEALION 7 ราคาพิเศษ 1,074,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 1,174,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance
  • DENZA D9 ราคาพิเศษ 1,899,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 2,499,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance
  • DENZA D9 Phantom Edition ราคาพิเศษ 1,999,900 บาท1 ในรุ่น Premium หรือ 2,599,900 บาท1 ในรุ่น AWD Performance

ผู้บริโภคชาวไทยกว่า 100,000 ราย พิสูจน์แล้วถึงคุณภาพและนวัตกรรมของรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ร่วมสัมผัสประสบการณ์ของการครอบครองรถยนต์พลังงานใหม่ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั้ง 167 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ทุกรุ่นได้ที่ reverautomotive.com สำหรับรถยนต์ บีวายดี หรือ denzathailand.com สำหรับรถยนต์ เดนซ่า ไม่พลาดข่าวสารจาก เรเว่ เพียงติดตาม Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

1 เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กําหนด

“GEELY” ขอบคุณทุกความไว้วางใจ ฉลอง GEELY EX2 กวาดยอดจอง 4,016 คัน ขยายเวลาโปรโมชันราคาพิเศษถึงสิ้นปี

0
Geely 1

บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ หลัง GEELY EX2 ทำยอดจองทั่วประเทศ 4,016 คัน ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 พร้อมเดินหน้าตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้า ด้วยการขยายเวลาแคมเปญราคาพิเศษจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับ GEELY EX2 รุ่น PRO ในราคา 399,990 บาท และรุ่น MAX ในราคา 429,990 บาท รวมถึง GEELY EX5 รุ่น MAX ในราคา 849,000 บาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับโลก พร้อมการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับให้กับทุกคน

จีลี่ 3

ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 นี้ GEELY ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้ง โดยสามารถทำยอดจองรวมทั่วประเทศได้ถึง 4,831 คัน เป็น GEELY EX2 4,016 คัน และ GEELY EX5 815 คัน ด้วยการสนับสนุนและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ธนบุรีนอยสเติน จึงร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น เพื่อมอบของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการขยายระยะเวลาโปรโมชันราคาพิเศษ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดังนี้

  • GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 399,990 บาท
  • GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 429,990 บาท

พร้อมรับสิทธิพิเศษ ภายใต้ Basic Package ได้แก่

  • ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี Portable Charger
  • ฟรี พรมปูพื้น
  • GEELY EX5 รุ่น MAX ราคาพิเศษ 849,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน เมื่อซื้อราคาปกติ 899,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ ได้แก่
  • ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
  • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
  • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
  • ฟรี Portable Charger
  • ฟรี Wall Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 เมตร
  • ฟรี ค่าจดทะเบียน และพรมปูพื้น

สำหรับลูกค้าที่จองรถ GEELY EX2 ในแคมเปญราคาพิเศษนี้ จะต้องรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรักษาสิทธิ์ตามโปรโมชัน โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป บริษัทขอยืนยันราคาจำหน่ายของ GEELY EX2 ดังนี้

  • GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 429,990 บาท
  • GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 459,990 บาท

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การต้อนรับ GEELY EX2 อย่างอบอุ่น ความไว้วางใจของทุกท่านคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เราสร้างยอดจองได้ถึง 4,016 คัน ในช่วงระหว่างงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของแบรนด์ แต่เป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เรามั่นใจว่า GEELY EX2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้น จะสร้างมาตรฐานใหม่ของซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ที่จะมอบความสุข ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างอย่างแท้จริง และขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ครอบครัว GEELY ประเทศไทย”

จีลี่ 4

ธนบุรีนอยสเติน ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการส่งมอบรถ GEELY EX2 เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด โดยจะทยอยส่งมอบให้ลูกค้าที่จองครบ 2,000 สิทธิ์แรก และพร้อมรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก่อน ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของบริษัทในการมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทุกท่าน ผ่านแผนการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 40 แห่งภายในปีนี้ และเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมพัฒนาโครงสร้างการดูแลลูกค้าหลังการขายอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ตามมาตรฐานการบริการระดับพรีเมียมของกลุ่มธนบุรี จากประสบการณ์กว่า 85 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

จีลี่ 8

สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand

 

 

“GWM” ปิดฉาก Motor Expo 2025 สุดปัง! กวาดยอดจอง 4,609 คัน ดันแรงด้วย 3 ไฮไลต์รุ่นเด่นแห่งปี – TANK 300 Diesel, ORA Good Cat และ WEY G9

0
GWM (Thailand) 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ด้วยยอดจองรวมทั้งสิ้น 4,609 คัน สะท้อนกระแสตอบรับอันร้อนแรงและความมั่นใจในแบรนด์ GWM จากผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งเทคโนโลยี ความปลอดภัย และสไตล์ชีวิตที่แตกต่าง รวมถึงความไว้วางใจในการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้งานจริงมาอย่างต่อเนื่อง โดยยอดจองสะสมในงาน Motor Expo 2025 นี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 124% พร้อมสถิติผู้ลงทะเบียนทดลองขับและร่วมกิจกรรมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงการรับรู้ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งและการขยายฐานผู้ใช้ที่มองหายนตรกรรมที่มีขุมพลังขับเคลื่อนที่หลากหลาย โดยครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานทั้งครอบครัว กลุ่มคนรุ่นใหม่ และนักธุรกิจที่มองหาความลักชัวรี่และเทคโนโลยีล้ำสมัย

GWM (Thailand) 2

3 รุ่นไฮไลต์ที่ครองใจลูกค้าในงาน Motor Expo

GWM TANK 300 DIESEL – รถยนต์ SUV สไตล์ Premium Boxy อันเป็นเอกลักษณ์ ยังคงความร้อนแรงด้วยยอดจองสูงที่สุดของ GWM ถึง 1,818 คัน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา พร้อมสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัย ที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับแฟน ๆ ชาวไทย นอกจากนี้ ยังมี GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition เข้ามาสร้างสีสันและสะท้อนสไตล์เฉพาะตัว ในจำนวนจำกัดเพียง  300 คัน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงาน จึงไม่แปลกใจว่าทำไม GWM TANK 300 DIESEL ที่ส่งมอบไปแล้วกว่า 6,000 คัน ยังคงเป็นรถยอดนิยมสำหรับคนไทยที่ชื่นชอบสไตล์และการผจญภัย

GWM (Thailand) 3 

GWM ORA Good Cat – เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ “รถคันแรกในใจใครหลายคน” แต่เป็นไอคอนของความคิ้วท์ ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพร้อมระบบความปลอดภัยล้ำสมัยและแบตเตอรี่ผลิตในประเทศที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ทำให้เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งคนยุคใหม่และผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความคุ้มค่า และดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน นอกจากนี้เดือนธันวาคม 2568 ถือเป็นโค้งสุดท้ายในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้มาตรการ EV 3.0 กับสิทธิประโยชน์สูงถึง 150,000 บาทและข้อเสนอที่ดีที่สุดของ GWM ORA Good Cat ซึ่งหลังจากจบงาน ได้กวาดยอดจองไปได้อย่างถล่มทะลายถึง 1,566 คัน

GWM (Thailand) 5

WEY G9 – The Crafted Masterpiece สำหรับผู้นำที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์และครอบครัวระดับไฮเอนด์ รถลักชัวรี่ MPV รุ่นแรกของ GWM WEY ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมและเกินความคาดหมายจากผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ ข้าราชการระดับผู้ใหญ่ ที่ต้องการภาพลักษณ์เหนือระดับ และครอบครัวที่ต้องการรถ MPV ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันที่หลากหลาย โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหรา เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ หรือ Hi4 ที่มอบทั้งสมรรถนะ เสถียรภาพในการขับขี่ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายระดับแฟลกชิปด้วยเบาะแถวสองแบบ Zero-Gravity Seats สามารถเดินทางได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตรโดยไม่ต้องแวะชาร์จ WEY G9 รุ่น Hi4 Ultra สามารถทำยอดจองสูงสุดที่ 378 คัน

GWM (Thailand) 7

นอกจาก 3 รุ่นไฮไลต์แล้ว รถรุ่นยอดนิยมอื่นของ GWM ก็ได้รับความสนใจอย่างสูงเช่นกัน โดยเฉพาะ GWM POER SAHAR Diesel กระบะพรีเมียมสำหรับสายลุยที่ไม่ทิ้งความสบาย เป็นรถกระบะแห่งปีที่ตอบโจทย์นักเดินทางและสายแอดเวนเจอร์ที่ต้องการรถกระบะขนาดใหญ่ที่เหมาะกับการปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการ เป็น “Next Level of Lifestyle Partner” ที่มีสมรรถนะสูง แต่ยังคงใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดีไซน์พรีเมียมและความสบายในทุกเส้นทาง รวมถึง NEW GWM TANK 500 Diesel รถ SUV ระดับพรีเมียมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้า ตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลาย และ GWM HAVAL H6 PHEV ที่ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ครองใจผู้บริโภคด้วยความประหยัดและเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งสามรุ่นได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ GWM สะท้อนความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ในทุกเซกเมนต์ ซึ่งมียอดจองรวมกันทั้งสิ้น 4,609 คัน

GWM (Thailand) 10

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “เราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและการตอบรับที่ยอดเยี่ยมในงาน Motor Expo 2025 ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดจอง แต่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า GWM ยืนหยัดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างมั่นคงและแข็งแรง ภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในทุกระบบขับเคลื่อน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในหลากหลายเซกเมนต์ ครอบคลุมถึง 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย นอกจากนี้ ความสำเร็จของเรายังมาจากการรับฟังเสียงของลูกค้า หรือ User-Centric เราเชื่อว่าการฟังเสียงผู้ใช้คือหัวใจของการสร้างแบรนด์และการเติบโตในระยะยาว เพื่อนำมาพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบของคนไทย ผลลัพธ์คือการตอบรับที่เหนือความคาดหมายจากลูกค้าชาวไทยในงาน Motor Expo ปีนี้ นอกจากผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นแล้ว GWM ยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความอุ่นใจไร้กังวลให้กับลูกค้าของเรา เรามุ่งยกระดับมาตรฐานการบริการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย และแบรนด์ที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด”

 

“บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย” ประกาศผลรางวัล Dealer Sustainability Awards 2025  ยกย่องผู้จำหน่ายชั้นนำ ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ความยั่งยืนเป็นปีที่สาม

0
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 1

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน มอบรางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สามให้แก่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ 4 ราย ได้แก่ เชิดชัย ออโต้เฮาส์, เยอรมัน ออโต้, มิลเลนเนียม ออโต้ และเพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส สะท้อนถึงความสำเร็จและนวัตกรรมของผู้จำหน่ายในการผนวกหลักความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

รางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 จัดขึ้นเพื่อมุ่งเสริมศักยภาพผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นให้
ผู้จำหน่ายได้พัฒนาและนำนวัตกรรมด้านความยั่งยืนไปปฏิบัติจริงและวัดผลได้ ครอบคลุม 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Reduction) แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity) การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement)  และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม (Societal Impact) โดยการประเมินผลยึดตามหลักเกณฑ์ ESG ซึ่งเป็น 3 เสาหลักของการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance)

มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เชื่อว่าอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงเกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจกัน เครือข่ายผู้จำหน่ายของเราคือพันธมิตรสำคัญบนเส้นทางนี้ และรางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 ได้ยกย่องนวัตกรรมที่มีเป้าหมายชัดเจนและลงมือทำจริง ซึ่งขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่วัดผลได้ให้กับระบบนิเวศยานยนต์ของประเทศไทย ผมภาคภูมิใจอย่างยิ่งในผู้จำหน่ายทั้งสี่รายที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในด้านความยั่งยืน แปลงความมุ่งหมายให้เป็นการปฏิบัติจริง ครอบคลุมทั้งการดำเนินงาน ประสบการณ์ของลูกค้า และการสร้างคุณค่าสู่ชุมชน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ความยั่งยืนและความสำเร็จทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ และโครงการที่ได้รับรางวัลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรามุ่งเป็นผู้นำด้วยการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง โดยบูรณาการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ใจกลางกลยุทธ์และการตัดสินใจในทุกวัน”

ผู้ได้รับรางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 ในแต่ละหมวด ได้แก่:

รางวัลยอดเยี่ยมด้านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Outstanding Circularity Initiatives)
โครงการ “ReVolt 2” โดย เชิดชัย ออโต้เฮาส์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 2

เชิดชัย ออโต้เฮาส์ ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ดำเนินโครงการ “ReVolt 2” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่นำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยูที่ไม่ได้ใช้งาน มาเปลี่ยนเป็นระบบกักเก็บพลังงานสะอาดความจุสูงสำหรับบ้าน อาคารสำนักงาน และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำพันธกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและพลังงานอนาคตที่ยั่งยืน เปลี่ยนวัสดุที่เหลือใช้ให้มีคุณค่าอีกครั้ง และแสดงให้เห็นแนวทางที่จับต้องได้ของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

รางวัลยอดเยี่ยมด้านการสร้างประโยชน์แก่สังคม (Outstanding Societal Impact Initiatives) โครงการ “The JOY of Chance” โดย เยอรมัน ออโต้

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 3

เยอรมัน ออโต้ เปิดตัวโครงการ “The JOY of Chance” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของพันธกิจรีไซเคิลเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เชิญชวนพนักงานและลูกค้าทั่วประเทศร่วมรีไซเคิลวัสดุในชีวิตประจำวัน เช่น ขวดพลาสติก ฝาขวด แถบอลูมิเนียมจากกระป๋อง รวมถึงชิ้นส่วนรถบีเอ็มดับเบิลยูที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เพื่อนำทรัพยากรที่รวบรวมได้ไปสนับสนุนกองทุนและวัสดุสำหรับผลิตขาเทียม มอบให้แก่อดีตทหารผ่านศึกและผู้พิการทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงลดขยะอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเปลี่ยนสิ่งที่ดูไร้ค่าให้กลายเป็นโอกาสที่มีความหมาย มอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ความร่วมแรงร่วมใจของทุกคนสะท้อนวิสัยทัศน์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทอย่างลึกซึ้ง และสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้มีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

รางวัลยอดเยี่ยมด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Outstanding Contribution to CO2 Reduction)

โครงการ “CO2 Reduction” โดย มิลเลนเนียม ออโต้

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 7

มิลเลนเนียม ออโต้ เดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง โดยอัปเกรดระบบไฟส่องสว่างเป็น LED จนสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ 5.4% และดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา ที่จะช่วยลดค่าไฟได้ถึง 35% พร้อมทั้งปรับใช้เวิร์กโฟลว์ดิจิทัลเพื่อลดการใช้กระดาษ เสริมด้วยโครงการปลูกป่า ด้วยการซื้อต้นกล้าเพื่อนำไปปลูกต้นไม้ 10 ต้นต่อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดที่ส่งมอบ 1 คัน ช่วยฟื้นฟูป่าและปรับปรุงคุณภาพอากาศ ยกระดับความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมยานยนต์

รางวัลยอดเยี่ยมด้านการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Outstanding Employee Engagement Leadership) โครงการ “Happy Workplace” โดย เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 9

เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความสุขและสนับสนุนพนักงานผ่านโปรแกรม Happy Workplace ที่ครอบคลุม ทั้งเวิร์กช็อปบริหารความเครียด การฝึกอบรมตอบโต้เหตุฉุกเฉิน โปรแกรมสุขภาพทางการเงินสำหรับพนักงาน รวมถึงกิจกรรมรับบริจาคและรีไซเคิลเสื้อผ้าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนในสุขภาวะของบุคลากรนี้สะท้อนความเชื่อว่าพนักงานที่มีความสุขและได้รับการดูแล
คือรากฐานของการบริการที่ยอดเยี่ยม และองค์กรที่ยั่งยืน แข็งแกร่ง ส่งต่อพลังบวกสู่ลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านการดำเนินงานและนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรม รางวัล Dealer Sustainability Awards 2025 นี้ สะท้อนถึงความสำเร็จของผู้จำหน่ายในการผนวกหลักความยั่งยืนเข้ากับการทำธุรกิจ โดยครอบคลุมทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน การสร้างประโยชน์แก่สังคม และการมีส่วนร่วมของพนักงาน ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและก้าวหน้าสำหรับประเทศไทย

 

“ฟอร์ด” ดูแลลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบส่วนลดงานซ่อมสูงสุด 40% พร้อมค่าขนส่งรถสูงสุด 8,000 บาท

0
ฟอร์ด 1

ฟอร์ด ประเทศไทย ส่งแคมเปญช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยการมอบส่วนลดงานซ่อมสูงสุดถึง 40%1 ค่าขนส่งรถไปยังศูนย์บริการในพื้นที่ใกล้เคียงสูงสุด 8,000 บาท2 พร้อมบริการตรวจสภาพรถยนต์ทั่วไปฟรี 30 รายการ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

ฟอร์ด 2

“ฟอร์ดมุ่งมั่นดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว และพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าฟอร์ดอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะช่วงวิกฤตจากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทางภาคใต้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา จึงได้จัดแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้ารถฟอร์ดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริการขนส่งรถเพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติได้เร็วยิ่งขึ้น” นายสุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว 

แคมเปญช่วยเหลือลูกค้าฟอร์ดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย บริการตรวจสภาพทั่วไปฟรี 30 รายการ ส่วนลดค่าอะไหล่และน้ำมันหล่อลื่น 40% โดยส่วนลดค่าอะไหล่ ไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาง เบรก แบตเตอรี่ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ รวมถึงความเสียหายที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย นอกจากนี้ เพื่อเร่งบรรเทาให้ลูกค้าได้รับรถกลับไปใช้งานในสภาพปกติได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ฟอร์ดยังทำงานร่วมกับเครือข่ายศูนย์บริการฟอร์ดในพื้นที่ใกล้เคียงในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่งรถของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ที่วงเงินไม่เกิน 8,000 บาท2 ซึ่งจะพิจารณาการใช้สิทธิ์ตามลำดับความคุ้มครองของประกันภัย และส่วนต่างค่ารถยกที่เกินจากวงเงินประกัน โดยเป็นการยกรถไปยังศูนย์บริการฟอร์ดหรือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานฟอร์ด จำนวน 1 ครั้ง (สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้า 200 รายแรก) ทั้งนี้ ลูกค้ารถฟอร์ดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมภาคใต้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดใกล้เคียง หรือ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด Ford Call Center โทร. 1383

หมายเหตุ

  1. ในกรณีที่รถยนต์ลูกค้า ไม่มีประกันภัยหรือบริษัทประกันภัยปฏิเสธการคุ้มครอง สามารถรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าซ่อมและอะไหล่จากโครงการ ‘ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม’ โดยฟอร์ดมอบส่วนลดค่าอะไหล่และน้ำมันหล่อลื่น 40% โดยส่วนลดค่าอะไหล่ ไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 3 รายการ คือ ผ้าเบรก แบตเตอรี่ และยาง สำหรับลูกค้าที่รถยนต์เข้าข่ายประกันคืนทุน (Total Loss) สามารถรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าอะไหล่ โดยฟอร์ดจะช่วยเหลือค่าอะไหล่แท้ 35% สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
  2. ฟอร์ดช่วยเหลือค่ารถยกสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท โดยเป็นการยกรถไปยังศูนย์บริการฟอร์ดหรือศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานฟอร์ด ที่ลูกค้าเลือก 1 ครั้ง โดยค่ารถยกที่ลูกค้าสำรองจ่ายไปก่อนจะถูกนำมาหักเป็นส่วนลดในใบเสร็จค่าซ่อม ไม่สามารถคืนเป็นเงินสดได้

“เอ็มจี” สรุปยอดจองในงาน “MOTOR EXPO 2025” กว่า 4,827 คัน

0
เอ็มจี 1

 

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยยอดจองในงาน MOTOR EXPO 2025 ด้วยตัวเลข 4,827 คัน ด้วยกระแสโค้งสุดท้ายของมาตรการสนับสนุน EV 3.0 สำหรับรถยนต์กลุ่มอีวีมาแรงตามคาด 3 รุ่นยอดนิยมจึงเป็นของ NEW MG S5 EV PLUS ตามด้วย NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG IM6 อีกทั้ง 3 รุ่นนี้ ยังเป็นโมเดลที่ลูกค้าให้ความสนใจจองคิวทดลองขับสูงสุดเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ของรถไฟฟ้า เอ็มจี ที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า และการรับประกันแบบ LIFETIME WARRANTY ที่มาพร้อมกับรถโดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม ส่งผลให้บูธเอ็มจีคึกคักต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการจัดงาน

MG Cars 2

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน MOTOR EXPO 2025 ถือเป็นปีที่คึกคักมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของแบรนด์รถยนต์ที่เข้ามาเป็นทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และจำนวนลูกค้าที่ให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากการรวบรวม
ความคิดเห็นของลูกค้าเข้ามาที่บูธเอ็มจี พบว่า นอกเหนือจากการพิจารณาในเรื่องดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ราคา
และความคุ้มค่าแล้ว ลูกค้าในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับประเด็นด้านการดูแลระยะยาว การรับประกัน และบริการหลังการขายมากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจและตัดสินใจจองซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี คือ
การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนแบบ
LIFETIME WARRANTY ที่มาพร้อมกับตัวรถ และไม่จำกัดทั้งระยะทาง และผู้ครอบครอง รวมถึงการดูแลหลังการขายที่ เอ็มจี ยกระดับทั้งด้านศูนย์บริการ มาตรฐานช่างผู้เชี่ยวชาญ และอะไหล่ที่พร้อมรองรับลูกค้าทั่วประเทศ

MG Cars 2

นอกจากนี้ เอ็มจี ยังได้รวบรวมสถิติในด้านต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงความสำเร็จของ เอ็มจี ในงาน MOTOR EXPO
ครั้งนี้ โตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 46% โดยในรุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV PLUS ทำยอดจองได้ 1,737 คัน NEW MG 4 ELECTRIC ทำยอดจองได้ 1,568 คัน ส่วนในกลุ่มพรีเมียมได้แก่ MG IM6  MG MAXUS9 MG MAXUS7 และ MG CYBERSTER มียอดจองรวมที่ 950 คัน กลุ่มรถยนต์สันดาปและพลังงานทางเลือก ได้แก่ ALL NEW MG3 HYBRID+ MG5 MG VS HEV MG HS และ MG ZS ยอดรวมอยู่ที่ 440 คัน  ซึ่งนอกจากยอดจองที่โตขึ้นแล้ว ลูกค้ายังให้ความสนใจจองคิวทดลองขับสูงสุด และหลังจากทดลองขับลูกค้ากว่า 90% ตัดสินใจจองรถในทันที สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อคุณภาพ นวัตกรรม และความคุ้มค่าของรถยนต์ เอ็มจี อย่างแท้จริง”

MG Cars 3

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

 

 

The All-Electric Mazda6e สุดฮ็อต ลูกค้าแห่จอง Premiere Package 3,000 สิทธิ์ เตรียมเดินสายอวดโฉมที่โชว์รูมมาสด้า

0
Mazda 1

มาสด้าตอกย้ำความสำเร็จหลังจากลูกค้าให้ความสนใจจนแน่นบูธตลอดทั้งงาน เตรียมเดินสายอวดโฉมกับกิจกรรม ‘Mazda6e Electric Showcase’ ที่โชว์รูมมาสด้า ตลอดเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรม The All-Electric Mazda6e กันอย่างใกล้ชิด แทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ภายหลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 ด้วยยอดจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* กว่า 3,000 สิทธิ์ ลูกค้าที่สนใจสัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e สามารถสอบถามข้อมูลตารางจัดกิจกรรมได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าใกล้บ้าน หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th  และ Mazda Virtual Showroom ที่มอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในการชมรถทางออนไลน์

Mazda 2

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิตอล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 ที่ผ่านมา รถยนต์มาสด้ายังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งรถยนต์นั่งรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 ตามด้วย มาสด้า3 และ มาสด้า6 ในขณะที่รถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มีกระแสตอบรับดีที่สุด ได้แก่ มาสด้า CX-30, มาสด้า CX-3, มาสด้า CX-5 และ มาสด้า CX-8 ทั้งนี้ รถยนต์รุ่นอื่นๆ ก็ยังคงสร้างยอดขายให้มาสด้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งปิกอัพมาสด้า บีที-50 และรถสปอร์ตโรดสเตอร์ มาสด้า MX-5 โดยมีลูกค้าเข้ามาชมกันอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการตอบรับของลูกค้าที่ยังคงมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน และชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่ในสไตล์มาสด้า”

Mazda 3

สำหรับ The All-Electric Mazda6e ที่เปิดตัวในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ในครั้งนี้ ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยยอดจองสิทธ์ Mazda6e Premiere Package* กว่า 3,000 สิทธิ์ และยังคงมีลูกค้าสอบถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มาสด้าเล็งเห็นถึงกระแสการตอบรับในครั้งนี้ จึงได้จัดงาน ‘Mazda6e Electric Showcase’ ที่โชว์รูมมาสด้า เพื่อให้ลูกค้าที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสสัมผัสรถจริง และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับรถก่อนตัดสินใจจองรับสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* โดยมาสด้าได้เพิ่มสิทธิ์ในการจอง Mazda6e Premiere Package* จนถึง 31 ธันวาคม 2568* เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับมาสด้าเป็นอย่างดี โดยกิจกรรมจะเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ที่โชว์รูมมาสด้าตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าที่สนใจชมยนตรกรรมไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าใกล้บ้าน หรือตรวจสอบตารางการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

สำหรับ ‘Mazda6e Premiere Package’* ประกอบด้วย ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” รวมมูลค่ารวมสูงสุดถึง 70,000 บาท*

Mazda 8

The All-Electric Mazda6e เปิดตัวพร้อมแนวคิด จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว “Electrified Perfection in Oneness” กับนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู NeoFastback ที่มีให้เลือก 2 สไตล์ คือ สไตล์ Premium Black ห้องโดยสารตกแต่งภายในด้วยวัสดุหนังสีดำให้ภาพลักษณ์สปอร์ตทันสมัย สไตล์ Exclusive Nappa Suede ยกระดับภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุหนัง Nappa/Suede สีแทน ออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion สง่างามทุกมุมมองทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ และสปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติ ตามความเร็วรถ ให้สมรรถนะการขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ ตามปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิตไต แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** รองรับการชาร์จด่วน DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที***

Mazda 9

นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมไฟฟ้า ‘The All-Electric Mazda6e’ ซึ่งเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า 100% จากแบรนด์มาสด้า แต่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่โชว์รูมมาสด้าได้ สามารถรับชมรถแบบ 360 องศา ผ่าน Mazda Virtual Showroom พร้อมจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ได้ผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน

ตารางการจัดงาน ‘Mazda6e Electric Showcase’ ในเดือนธันวาคม 2568

วันที่ผู้จำหน่ายจังหวัด
12-13 ธันวาคม 2568มาสด้า อารีมิตร

มาสด้า ราชาออโต้เซลส์ (สำนักงานใหญ่)

ร้อยเอ็ด

นครราชสีมา

14-15 ธันวาคม 2568มาสด้า อารีมิตรมหาสารคาม
16-17 ธันวาคม 2568มาสด้า อารีมิตร

มาสด้า วี แอนด์ พี

กาฬสินธุ์

อุดรธานี

19-20 ธันวาคม 2568มาสด้า พิจิตรเพชร

มาสด้า โค้วยู่ฮะ ยานยนต์

ขอนแก่น

ขอนแก่น

23-24 ธันวาคม 2568มาสด้า ชูเกียรติยนต์นครศรีธรรมราช
26-27 ธันวาคม 2568มาสด้า ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ (สำนักงานใหญ่)

มาสด้า เชียงใหม่ (สำนักงานใหญ่)

สงขลา

เชียงใหม่

สามารถติดตามข่าวสารการจัดงาน “Mazda6e Electric Showcase” ในเดือนมกราคม 2569 ได้จากช่องทาง Mazda Official Platform

“มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ‘The All-Electric Mazda6e’ เป็นอย่างดี มาสด้าเตรียมที่จะส่งมอบรถพร้อมประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าทุกท่าน และให้การดูแลท่านอย่างดีที่สุด เพื่อแทนคำขอบคุณที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า และให้มาสด้าดูแลท่าน รวมถึงคนที่ท่านรักไปตลอดอายุการใช้งาน” นายภพนิพิฐ กล่าว