Home Blog Page 175

เปิดแนวคิดมาตรฐานรวมศูนย์ ในแบบฉบับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซื้อรถที่ไหนก็ “All for ONE” ราคาเดียว สต็อกเดียว มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ!!

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภาพเปิด

เริ่มต้นปี 2024 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านธุรกิจของค่ายรถสัญชาติเยอรมันอย่าง “เมอร์เซเดส-เบนซ์” กับการพลิกโฉมการขายรถยนต์ระดับลักชัวรี่ในประเทศไทยด้วยโมเดลธุรกิจ “Retail of the Future” กลยุทธ์การค้าปลีกแห่งอนาคตที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านราคา ข้อเสนอ และระบบการขาย รวมถึงการยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าได้รับบริการในแบบลักชัวรี่อย่างแท้จริง โดยพัฒนาและปรับใช้มาจากโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาแล้วกว่า 10 ประเทศทั่วโลก

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 1

“Retail of the Future” คือแพลตฟอร์มการค้าปลีกรูปแบบใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีหัวใจสำคัญมาจากความโดดเด่นของแบรนด์ที่ลูกค้าให้การยอมรับ ทั้งในเรื่องของความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) และความหรูหรา (Luxury) โดยมุ่งมั่นที่จะลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมให้ลูกค้าทุกคนสามารถซื้อรถด้วยราคาและข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “Anywhere, One Price” ซึ่งโมเดลธุรกิจในรูปแบบนี้จะทำให้เส้นทางการซื้อรถของลูกค้ามีความโปร่งใสและง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงและยกระดับกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนเป็นระบบคลังสินค้าส่วนกลาง (Centralized Stock) ที่จัดการโดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ การยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ได้รับบริการแบบลักชัวรี่จากทุกตัวแทนจำหน่ายฯ (Customer Experience) รวมถึงการผสานช่องทางจำหน่ายออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ (Seamless O2O)

คอนเซปต์แบบ “All for ONE” คำตอบเดียวสำหรับทุกคำถามของลูกค้า

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2

หลังจากการเปิดตัวโมเดลธุรกิจเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้สร้างความเข้าใจและความคุ้นเคยให้กับชาวไทยผ่านกลยุทธ์การสื่อสารมากมายที่เข้าใจง่ายและดึงดูดความสนใจ หนึ่งในนั้นคือการใช้คีย์เวิร์ดอย่าง “มาตรฐานรวมศูนย์ ให้ความยุ่งยากเป็นศูนย์” (All for ONE) มาใช้ในการสื่อสารการตลาด โดยมีอินไซด์มาจากขั้นตอนแรกในการซื้อรถของลูกค้าที่ต้องควานหาโชว์รูมที่สามารถให้ราคาและข้อเสนอที่ดีที่สุด ซึ่งในขั้นตอนนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะมีคำถามมากมาย เริ่มต้นด้วย “โชว์รูมไหนราคาดีที่สุด” “โชว์รูมไหนโปรแรงที่สุด” ไปจนถึง “โชว์รูมไหนมีรถในรุ่นและสีที่ต้องการ” เพราะนอกจากความแตกต่างของราคาและข้อเสนอ แต่ละโชว์รูมถึงแม้จะมีรถครบทุกรุ่น แต่ก็มีการควบคุมสต็อกและการจัดการที่แตกต่างกัน และบางครั้งถ้าไม่มีในสต็อก ลูกค้าอาจจะต้องรอรถเป็นระยะเวลาที่นานกว่าปกติ หรือต้องจำใจซื้อรถในแบบที่โชว์รูมมีพร้อมในสต็อกโดยที่ผิดไปจากที่สิ่งที่คาดหวังไว้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3

แต่ในวันที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถทำให้ลูกค้าทุกคนเข้าถึงราคาและข้อเสนอที่เท่าเทียมกันและเข้าถึงสต็อกกลางเหมือนกันทั้งหมดไม่ว่าจะไปที่โชว์รูมไหนก็ตาม ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสื่อสารกับลูกค้าและตอบทุกคำถามในคำตอบเดียว ไม่ว่าจะถามเรื่องราคา ข้อเสนอ และความพร้อมของรถที่ต้องการ คำตอบก็คือทุกคนจะสามารถไปได้ “ทุกโชว์รูมใกล้บ้านคุณ” เพราะในวันนี้ลูกค้าทุกคนไม่จำเป็นต้องไปค้นหาโชว์รูมที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุด หรือมีรถที่ต้องการ แต่สามารถไปได้ทุกโชว์รูมที่ใกล้บ้านหรือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์โชว์รูมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เลือกได้ทุกช่องทางตามที่ลูกค้าแต่ละคนต้องการ โดยที่ทุกโชว์รูมจะมีบทบาทสำคัญในการอยู่ในทุกขั้นตอนการบริการที่ครบวงจร ตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ 6

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

“วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า” ร่วมกับ “บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด” ลงนามความร่วมมือ “โครงการความร่วมมือทางวิชาการ” เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพนักศึกษาสู่อุตสาหกรรมยานยนต์

0
วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า ภาพเปิด

วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า จัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการความร่วมมือทางวิชาการและมอบทุนการศึกษาโดยได้รับเกียรติจากคุณวิรยศ พฤธากรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนาม ระหว่างวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้ากับ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม โดยมี คุณรุ่งโรจน์ ขันชะลี ประธานบริหารวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า และคุณณรงค์ชัย บัณฑิตวรภูมิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัดเป็นผู้ลงนามความร่วมมือ เมื่อวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุม Camry บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด

วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า 1

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ( MOU ) มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา ได้เข้าร่วมการฝึกงานที่ บริษัทสยามโตโยต้าอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์จากการปฏิบัติงาน และสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี เข้าศึกษาต่อในระดับ ปวส. ที่วิทยาลัยฯ รวมถึงมีโอกาสเข้าทำงานที่ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรมหลังจบการศึกษา ซึ่งในพิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม ได้มอบเครื่องยนต์ดีเซล 1GD จำนวน 5 เครื่อง เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนอีกด้วย

วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า 2

วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ( ปวส. )
จำนวน 3 สาขางาน ได้แก่
1. สาขางานเทคนิคยานยนต์อัจฉริยะ
2. สาขางานธุรกิจการบริการยานยนต์
3. สาขางานเทคนิคซ่อมตัวถังและสีรถยนต์
พิเศษในปีนี้ วิทยาลัยยังเปิดระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาช่างยนต์อีกด้วย โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึง 9 มิถุนายน 2567 หรือจนกว่าจะเต็มจำนวน

วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า 5

เติ้น ทัศนพล จาก AAS MOTORSPORT กวาดไปอีกโพเดี้ยม ในอันดับรองชนะเลิศ ส่งท้ายรายการ Formula Regional Middle East Championship 2024

0

แฟนความเร็ว และ FC เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ได้เฮกันลั่นอีกครั้ง กับการลงแข่งใน Race 2 ที่หนุ่มนักแข่งไทยอนาคตไกลคนนี้ สามารถขึ้นโพเดี้ยมคว้าถ้วยรองชนะเลิศ (P2) มาครองได้อีกรางวัล จากการแข่งขันในสนามสุดท้ายของรายการ Formula Regional Middle East Championship 2024 ณ สนาม Dubai Autodrome, สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์

สำหรับสนามนี้ เติ้น ทัศนพล ออกสตาร์ทและทำความเร็วขึ้นนำเป็นจ่าฝูงตลอดการแข่งขัน แต่ดูเหมือน Safety Car จะไม่เป็นใจ ทำให้ เติ้น ทัศนพล เสียจังหวะในการรักษาตำแหน่งหัวแถวไปอย่างน่าเสียดายเพียงไม่กี่นาทีก่อนจบการแข่งขัน แต่ เติ้น ทัศนพล ยังคงคุมสติ สามารถพารถแข่งคู่ใจ หมายเลข 18 วิ่งเข้ารับธงหมากรุกในอันดับที่ ได้อย่างเหนือชั้นไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง สรุปผลการแข่งขันตลอดทั้งรายการ เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ สามารถปิดเกมการแข่งขันลงไปได้อย่างน่าพอใจ โดยคะแนนรวม (Overall) ยังคงเกาะกลุ่ม Top 10 อยู่ในอันดับที่ ของรายการ จากจำนวนนักแข่งมากฝีมือกว่า 30 คน

หลังจบรายการนี้แล้ว เติ้น ทัศนพล เตรียมลุยต่อกับการแข่งขันที่ท้าทายความสามารถของตนมากยิ่งขึ้น กับการถูกโปรโมทขึ้นไปแข่งในรายการแข่งขัน FIA Formula 3 Championship 2024 ภายใต้ทีม PHM AIX Racing โดยสนามแรกจะจัดขึ้นในต้นเดือนมีนาคมนี้ แฟนๆ Motorsport และ FC เติ้น ทัศนพล สามารถติดตามข่าวสาร และความคืบหน้าได้ทาง IG และ Facebook AAS Motorsport

โทพาซ ดีเทลลิ่ง ประเทศไทย ร่วมกับ TTC Motor สนับสนุนกิจกรรม HCD Track Day ณ สนาม Chang International Circuit จังหวัดบุรีรัมย์

0

บริษัท โทพาซ ดีเทลลิ่ง ประเทศไทย จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาด ดูแล ปรับสภาพ รวมถึงการติดตั้งฟิล์มปกป้องสีรถยนต์ระดับ Hi-End จากประเทศอังกฤษ ให้การสนับสนุนกลุ่ม  HCD (Hard core Drive) ในกิจกรรม HCD Track Day เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พร้อมด้วย  TTC Motor  เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำรถยนต์ Mercedes-AMG SL 43 Mercedes-AMG G 63 และ Mercedes-AMG EQE 53  ให้สมาชิกกลุ่มได้ ยลโฉม ยนตรกรรมทรงสมรรถนะ และทดลองขับ

นอกจากนี้  คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด นำรถไฮไลท์สุดพิเศษ ที่หลายๆท่านพลาดไม่ได้เลยกับรถยนต์ Mercedes-AMG GT Black Series รถสปอร์ตทรงพลังในตระกูล AMG ให้ทุกท่านได้ยลโฉม ความเท่ สปอร์ต เร้าใจในทุกอณู

สำหรับรถที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  ทางโทพาซ ดีเทลลิ่ง ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลและการติดตั้งฟิล์มป้องกันสีรถยนต์ที่เป็นที่หนึ่งของโลก ได้ให้การสนับสนุนของรางวัลและสนับสนุนคูปองทำความสะอาดดูแลรถระดับพรีเมียมในครั้งนี้ด้วย

Topaz Detailing ถือเป็นผู้นำในกลุ่ม Ultra Luxury Car Detailing and Protection Center ที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากซูเปอร์สตาร์และเซเลบริตี้จากทุกมุมโลก รวมถึงได้รับเกียรติดูแลรถยนต์ของราชวงศ์ต่างๆ ในโลก ด้วยคุณภาพและการบริการที่เหนือระดับ ให้บริการเสมือนการเสิร์ฟงานศาสตร์และศิลป์ มีการสร้างสรรค์ผลงานที่ประณีตและพิถีพิถันทุกขั้นตอน ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อให้ได้มาซึ่งความงดงามและคุณภาพสูงสุดของยนตรกรรมสุดหรูทุกคัน เปรียบเสมือนผลงานศิลปะระดับ Master piece

“ซีพี โฟตอน” ร่วมกับ “We Chef Thailand” ส่ง รถบรรทุกไฟฟ้า TM iBlue45 เจาะธุรกิจแฟรนไซส์ ในงาน “FRANCHISE SMEs Expo 2024”

0
ซีพี โฟตอน ภาพเปิด

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถบัส แบรนด์ “โฟตอน” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมกับ “We Chef Thailand” ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นฟู้ดทรัคชั้นนำ ชูแนวคิด “More Environmental SMEs” ส่ง FOTON TM iBlue45 ตอบโจทย์ความคุ้มค่าที่มากกว่า แก่ผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไซส์ “เอฟแอนด์บี” (Food & Beverage) ยุคใหม่ในงาน “FRANCHISE SMEs Expo 2024” ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2567 ณ BCC HALL ชั้น 5 เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว

นายกฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกวันนี้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก หรือในกลุ่ม Food Truck & One-Stop Mobile Serviceต่างให้ความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้โดดเด่นแตกต่าง จึงปรับมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 ล้อ ในการทำธุรกิจมากขึ้น ด้วยความสะดวกคล่องตัว เดินทางได้ไม่ติดเวลา พื้นที่ต่อตู้อเนกประสงค์เพื่อทำการค้ามีมากกว่ารถปิกอัพทั่วไป แล้วรถบรรทุกไฟฟ้ายังให้ความคุ้มค่าต่อการลงทุน ในระยะยาวที่มากกว่า เพราะมีค่าเชื้อเพลิงแน่นอน ค่าบำรุงรักษาต่ำ และอายุการใช้งานยาวนาน เราจึงได้ร่วมกับ We Chef ผู้นำธุรกิจฟู้ดทรัค ที่เป็นที่รู้จักดีของผู้ประกอบการ นำเสนอทางเลือกเพิ่มเติมที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น ซึ่งหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ”

ซีพี โฟตอน 1

รถบรรทุกไฟฟ้าแบรนด์โฟตอน รุ่น TM iBlue45 เป็นโปรดักส์เรือธงยอดนิยมแห่งปี ทนทานด้วยแบตเตอรี่ CATL ขนาด 38.64 kWh. สะดวกใช้งานด้วยหัวชาร์จแบบ CCS Type2 ผ่านมาตรฐานยุโรป IP68 สำหรับอุปกรณ์แรงดันไฟฟ้าสูง และ IP67 สำหรับอุปกรณ์แรงดันไฟฟ้าต่ำ รับประกันความคุ้มค่าด้วยประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทางรับประกันแบตเตอรี่ และ ระบบไฟฟ้า 5 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร* (รายละเอียดตามที่บริษัทฯ กำหนด) การันตีด้วยรางวัล “Business+ Product of The Year Award 2023” ในกลุ่มผลิตยานยนต์-พลังงานและน้ำมัน จากการสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภคของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับนิตยสารธุรกิจชั้นนำ “เดอะ บิสิเนสพลัส”

ซีพี โฟตอน  7
งาน “FRANCHISE SMEs Expo 2024” เปิดให้เข้าชมฟรี! ณ BCC HALL ชั้น 5 เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2567

Isuzu Race Spirit 2023 รอบชิงชนะเลิศ เฟ้นหาสุดยอดรถ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ที่เร็วและแรงที่สุดในประเทศไทย

0
Isuzu Race Spirit 2023 ภาพเปิด

กลุ่มตรีเพชรฯ โดยบริษัท ตรีเพชรอีซูซูเซลส์ จำกัด จัดแข่งขันประลองความเร็ว ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี เพื่อค้นหาสุดยอดรถ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ที่เร็วและแรงที่สุดแห่งปี นำเหล่านักแข่งสุดยอดแชมป์จากสนามรอบคัดเลือกมาร่วมประลองความเร็วทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ (Drag) ระยะทาง 402 เมตร ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.2 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และกิจกรรมความบันเทิงสุดเร้าใจเต็มรูปแบบสำหรับผู้รักความเร็วตัวจริง ณ สนามบางกอกแดร็ก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี

Isuzu Race Spirit 2023 1

คุณวิชัย สินอนันพัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน ISUZU RACE SPIRIT 2023 เป็นการจัดการแข่งขันรถยนต์ทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ (Drag) ระยะทาง 402 เมตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตที่อีซูซุได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 และประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน โดยได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากโมดิฟายด์ช็อปชั้นนำของประเทศไทย อาทิ หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ จ๊อบ มนตรี SCG เอ้ ปลาทู เบิร์ดหลักห้า เอ๋ เทอร์โบ เอ้ แม่กลอง รวมถึงนักแข่งรถที่ร่วมส่งรถอีซูซุเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อทำลายสถิติของตัวเอง และชิงความเป็นที่หนึ่งของเครื่องยนต์อีซูซุ รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบรถอีซูซุเข้าร่วมชมงานอย่างล้นหลาม ในปีนี้เราได้จัดการแข่งขัน Isuzu Race Spirit เพื่อเก็บคะแนนรวมทั้งหมด 4 สนาม เพื่อนำผู้ชนะในแต่ละสนามมาชิงชัยความเป็นเจ้าแห่งความเร็วตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 1.3 ล้านบาท”

Isuzu Race Spirit 2023 2

ผลการแข่งขันที่สุดของความเร็ว ที่เฉือนเอาชนะกันเพียงเสี้ยววินาทีของ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ในรอบชิงชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท 50,000 บาท 30,000 บาท และโล่เกียรติยศสำหรับผู้ชนะทั้ง 3 อันดับในแต่ละรุ่น โดยผลการแข่งขัน มีดังนี้

•รุ่น All New Isuzu 1.9 Turbo Standard

Isuzu Race Spirit 2023 3
อันดับที่ : 1 เทพพิทักษ์ ส่งเสิรม ทีม : อู่ เบียร์ การาจ
เวลา : 11.577 วินาที
อันดับที่ : 2 วรวุฒิ สุขิตา ทีม : ช่างแจ็ค บางหญ้าแพรก
เวลา : 11.731 วินาที
อันดับที่ : 3 สุวรรณ กุสลางกูลวัฒน์ ทีม : อู่ ช่างวัฒน์ ชลบุรี
เวลา : 11.748 วินาที

•รุ่น ISUZU D-MAX PRO 1.9

Isuzu Race Spirit 2023  4
อันดับที่ : 1 มานพ ศรีวิลัย ทีม : แบงค์ บ้านนา
เวลา : 9.625 วินาที
อันดับที่ : 2 เทพพิทักษ์ ส่งเสริม ทีม : ช่างแจ็ค บางหญ้าแพรก
เวลา : 00.000 วินาที (N/A)
อันดับที่ : 3 ไพศาล ตันแต๋ว ทีม : อู่เอ้ แม่กลอง
เวลา : 9.661 วินาที

•รุ่น ISUZU D-MAX PRO 3.0

Isuzu Race Spirit 2023 5
อันดับที่ : 1 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม : หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
เวลา : 8.729 วินาที
อันดับที่ : 2 สุวรรณ กุสลางกูลวัฒน์ ทีม : อู่ ช่างวัฒน์ ชลบุรี
เวลา : 9.075 วินาที
อันดับที่ : 3 สรายุทธ แพงพันธ์ ทีม : หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
เวลา : 00.000 วินาที (N/A)

•รุ่น ISUZU D-MAX PRO TURBO F55

Isuzu Race Spirit 2023 8
อันดับที่ : 1 เป็นเอก เพ็งวัน ทีม : อู่ช่างพี เสนา
เวลา : 8.774 วินาที
อันดับที่ : 2 พงศ์ปพัสร์ บัวลำเลิศ ทีม : เอ๋ เทอร์โบ นครปฐม
เวลา : 9.686 วินาที
อันดับที่ : 3 ธรรมธัช เพิ่มสุข ทีม : ต้น เชียงราย
เวลา : 00.000 วินาที (N/A)

•รุ่น ISUZU D-MAX PRO MODIFY

Isuzu Race Spirit 2023  9
อันดับที่ : 1 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม : หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
เวลา : 7.361 วินาที เอ็ม เอกชาติ
อันดับที่ : 2 ธนพล ชูเจริญผล ทีม : โน๊ตนัทออโต้คาร์
เวลา : 7.417 วินาที อู๊ด อ๋อง ระยอง
อันดับที่ : 3 ณัฐวุฒิ หอมสุวรรณ ทีม : หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
เวลา : 7.597 วินาที

•รุ่น ALL-NEW ISUZU D-MAX OPEN UNLIMITED

Isuzu Race Spirit 2023  10
อันดับที่ : 1 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม : หนุ่ยเป๋อสุพรรณ
เวลา : 6.980 วินาที (ทำลายสถิติเดิม)
อันดับที่ : 2 ณัฐธนุตม์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม : จ๊อบมนตรี SCG
เวลา : 7.127 วินาที
อันดับที่ : 3 ธนพล ชูเจริญผล ทีม : โน๊ตนัทออโต้คาร์
เวลา : 7.358 วินาที อู๊ดอ๋องระยอง

•รุ่น ISUZU DRAGSTER DIESEL

Isuzu Race Spirit 2023  11
อันดับที่ : 1 พิสิทธิ์อนันต์ ตันจตุรงศ์ ทีม : ช่างวัฒน์ ชลบุรี
เวลา : 7.092 วินาที
อันดับที่ : 2 ธนพล ชูเจริญผล ทีม : ช่างเบิร์ดหลักห้า
เวลา : 7.325 วินาที
อันดับที่ : 3 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม : หนุ่ยเป๋อสุพรรณ
เวลา : 9.545 วินาที

นอกจากนี้บรรยากาศภายในงานยังมีการประกวดรถอีซูซุแต่งพิเศษ พร้อมบูธผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ตกแต่งคุณภาพชั้นนำอย่าง ECU Shop, Alpha Tech, Monza Factory, BRC Clutch, BRD Racing, Nitto, MRX, Aztex Force, Run stop, PTT OR, Toyo Tires & Nitto Tires, Caltex, Speed Oil, BETA, Flex, Wise, และ Explorar พร้อมกิจกรรมความบันเทิงเต็มรูปแบบ Sexy Car Wash โดยนางแบบสุดเซ็กซี่ที่มาร่วมสร้างสีสันในงานอย่างคับคั่ง จัดเต็มเพื่อแฟน ๆ อีซูซุโดยเฉพาะ

“มาสด้า” ชวนคนไทยสละรถโมเดลของเล่นเติมฝันเยาวชน กับกิจกรรม “The Memorable Love of Cars”

0
มาสด้า ภาพเปิด

มาสด้าเชื่อว่าความสุขความสนุกสนานในวัยเด็กของหลายคนยังอยู่ในความทรงจำมาตลอด วันนี้ มาสด้าขอเชิญคนไทยหัวใจสปอร์ต มาร่วมกันส่งความสุขในวัยเด็กไปให้กับเยาวชน ในกิจกรรม “The Memorable Love of Cars” เสียสละรถโมเดลของเล่นเพื่อส่งต่อความทรงจำในวัยเด็กไปสร้างความทรงจำใหม่ให้เด็กที่ขาดโอกาส และรถโมเดลของเล่นที่เสียสละเข้ามาจะถูกนำไปจัดแสดงภายในบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์ เพื่อให้ผู้ชมงานได้รับชมและสัมผัสร่วมกัน ก่อนจะถูกส่งต่อให้กับน้องๆ เยาวชนในโรงเรียนหรือมูลนิธิฯ ที่มาสด้าจัดกิจกรรม “มาสด้า ปันสุข” เป็นกิจกรรมที่ริเริ่มขึ้นเพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมไทย ผู้ที่สนใจสามารถนำรถโมเดลของเล่นที่ไม่ได้เล่นแล้ว ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ (ขนาด 1:64) นำไปส่งที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือส่งทางไปรษณีย์ เริ่ม 19 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 16 มีนาคม 2567 ที่สำคัญมาสด้าจะเรียนเชิญผู้ที่ส่งรถเข้าร่วมกิจกรรมเดินทางเข้าชมบูธมาสด้า และรูปแบบการจัดแสดงรถโมเดลของเล่นก่อนใคร ในงาน มอเตอร์ โชว์ รอบวีไอพี วันที่ 25 มีนาคม 2567 ระหว่างเวลา 16:00 – 18:00 น.

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าต้องการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและสร้างสรรค์สังคมแห่งอนาคตอันน่าปรารถนา ด้วยการส่งมอบรถยนต์และเทคโนโลยีให้สอดคล้องในแต่ละช่วงเวลา พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน เราจึงเล็งเห็นความสำคัญในการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างประสบการณ์ และต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างสายสัมพันธ์อันดีร่วมกับลูกค้าในประเทศไทย ตามคุณค่าหลักของมาสด้า อันประกอบด้วย Purpose คือ เจตนารมณ์และเหตุผลหลักในการดำรงอยู่ สร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คนที่ได้สัมผัสกับแบรนด์มาสด้าในทุกประสบการณ์และทุกช่วงเวลาของชีวิต Promise คือ คำมั่นสัญญาจากแบรนด์ที่มีต่อลูกค้าทุกคน ยกระดับคุณค่าประสบการณ์ให้ครบทุกมิติ ทั้งด้านอารมณ์ ความรู้สึก และกายภาพ สุดท้ายคือ Values คือ การสร้างคุณค่าของแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ ทัศนคติ แนวคิด รวมถึงพฤติกรรม ให้ความสำคัญกับมนุษย์อย่างแท้จริง, มีจิตวิญญาณนักสู้, ส่งมอบความประทับใจด้วยการเอาใจใส่และเป็นมิตรโดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ Brand Value Management เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าตลอดไป

มาสด้า 1

เพื่อตอบสนองต่อแนวทางดังกล่าว มาสด้าจึงปรับดีไซน์บูธจัดแสดงรถยนต์มาสด้าในงาน มอเตอร์ โชว์ 2024 ใหม่ทั้งหมด พร้อมดึงลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการตกแต่งบูธ กับกิจกรรม “The Memorable Love of Cars” เพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นของมาสด้าในการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่รักในการขับขี่ และรักในรถยนต์ โดยมาสด้าได้แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวที่มีลูกค้าอยู่ในทุกช่วงเวลา โดยมีรถยนต์มาสด้าเป็นพาร์ทเนอร์ในทุกประสบการณ์ ตอกย้ำถึงความสำคัญที่มีลูกค้าเป็นหนึ่งในทุกการเติบโต พร้อมสื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึก ความสนุกในการขับขี่ ความสุขในการใช้ชีวิต และอนาคตที่รถยนต์จะมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชื่นชอบในรถยนต์ได้มีโอกาสแบ่งปันความทรงจำที่มีต่อรถยนต์ร่วมกัน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้าและแบรนด์มาสด้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ผู้ที่สนใจร่วมบริจาครถโมเดลของเล่นให้กับน้องๆ เยาวชน สามารถนำไปบริจาคด้วยตนเองที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือส่งทางไปรษณีย์มาที่ บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เลขที่ 10 ซ.ลาซาล 56 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 (ส่งแบบเรียกเก็บเงินปลายทาง) และกรอกรายละเอียดผ่านทาง QR Code ได้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 – วันที่ 16 มีนาคม 2567 พร้อมรับสิทธิ์เข้าชมชมยนตรกรรมมาสด้ารุ่นใหม่และการจัดแสดงรถโมเดลของเล่นที่บูธรถยนต์มาสด้าก่อนใคร ในวันที่ 25 มีนาคม 2567 รอบวีไอพี ที่งาน มอเตอร์ โชว์ 2024 นี้ ตั้งแต่เวลา 16:00 – 18:00 น.

“มาสด้าเชื่อว่ารถโมเดลของเล่นที่ทุกคนสะสมย่อมมีเรื่องราวความทรงจำเกิดขึ้นมากมาย และมีคุณค่าต่อจิตใจ รถโมเดลของเล่นที่ทุกคนส่งมอบผ่านกิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยต่อเติมความฝันให้กับเด็กๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน มาสด้าขอเป็นสื่อกลางในการส่งมอบรถของเล่นครั้งนี้ รวมถึงถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์ และความฝันให้กับน้องๆ ได้รู้สึกถึงการเป็นเจ้าของรถโมเดลของเล่นเหล่านั้น มาสด้ายังคงเดินหน้าในการส่งมอบความสุขในการขับขี่ ภายใต้การบริหารคุณค่าหลักที่ให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความสุขในการดำเนินชีวิต ด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกคน เพื่อให้มาสด้าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ลูกค้าภาคภูมิใจ” นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

รายละเอียดเพิ่มเติมการส่งรถโมเดลของเล่นเข้าร่วมกิจกรรม “The Memorable Love of Cars” ส่งต่อความทรงจำของคุณ สร้างความทรงจำใหม่ให้กับน้องๆ

•รถโมเดลของเล่นขนาด 1:64 ไม่จำกัดรุ่นและยี่ห้อ นำมาส่งด้วยตนเองที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือส่งทางไปรษณีย์มาที่ บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เลขที่ 10 ซ.ลาซาล 56 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 (ส่งแบบเรียกเก็บเงินปลายทาง) ระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 จนถึง วันที่ 16 มีนาคม 2567 พร้อมกรอกข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านทาง QR Code ซึ่งรถโมเดลของเล่นของท่านจะถูกนำไปจัดแสดงที่บูธรถยนต์มาสด้าในงาน มอเตอร์ โชว์ 2024 และจะนำไปส่งมอบให้กับน้องๆ เยาวชนในโรงเรียนและมูลนิธิที่มาสด้าเดินทางไปส่งมอบการแบ่งปัน ภายใต้โครงการ มาสด้า ปันสุข ต่อไป

 

ทีม นิสสัน ฟอมูล่า อี ขึ้นโพเดี้ยมในการแข่งขัน Diriyah E-Prix

0
23 FENESTRAZ Sacha (fra), Nissan Formula E Team, Nissan e-4ORCE 04, action during the 2024 Diriyah E-Prix, 2nd meeting of the 2023-24 ABB FIA Formula E World Championship, on the Riyadh Street Circuit from January 25 to 27, in Diriyah, Saudi Arabia - Photo Thomas Fenetre / DPPI

ทีม นิสสัน ฟอมูล่า อี สร้างประวัติศาสตร์ของพวกเขาในซีซั่นที่ 10 ของ ABB FIA Formula E World Championship ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยการทำคะแนน 26 แต้ม ในรอบที่ 3 ที่สนาม เมืองดิริยาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

หลังจากการแข่งขันในวันศุกร์ที่วุ่นวาย โดยที่ โอลิเวอร์ โรวแลนด์ (Oliver Rowland) จบอันดับที่ 13 และ ซาชา เฟเนสทราซ (Sacha Fenestraz) ออกจากการแข่งขันเนื่องจากรถได้รับความเสียหาย ทีมสามารถกลับมาร่วมแข่งตามเดิมในรายการที่สองในรูปแบบของการแข่งแบบควบ หรือ double-header

ซาชา เฟเนสทราซ นักแข่งชาวอาร์เจนติน่า ครองตำแหน่งสูงสุดในรอบคัดเลือกกลุ่ม เอ ขณะที่ โรวแลนด์ เข้าร่วมกับ เฟเนสทราซ ในการดวลหลังจากสร้างเวลาที่เร็วที่สุดในกลุ่ม บี อย่างไรก็ตาม เฟเนสทราซ ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่ โรวแลนด์ นักแข่งชาวอังกฤษได้รับชัยชนะในการดวลทั้งสามครั้ง นอกจากนั้นยังทำเวลาที่เร็วที่สุดในแต่ละสเตจ และรับสามแต้มจากตำแหน่ง จูเลียส แบร์ โพลโพสิชัน (Julius Baer Pole Position)

ในการแข่งขันทั้งหมด 36 รอบ ภายใต้แสงไฟของสนามดิริยาห์ โรว์แลนด์เสียตำแหน่งจากกริดสตาร์ท ก่อนที่จะกลับไปสู่อันดับที่ 3 ในช่วงของการใช้ Attack Mode อย่างไรก็ตาม เขาสามารถตามทันผู้นำ และกลับมาเป็นอันดับที่ 2 ในช่วงหลัง และจบอันดับที่ 3 ในช่วงสุดท้าย นับเป็นการกลับมาขึ้นโพเดี้ยมอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์การแข่งขันที่สองที่เขากลับมาร่วมกับทีม

ในขณะเดียวกัน เฟเนสทราซ ยังเต็มที่กับการขับที่แข็งแกร่ง โดยต่อสู้อย่างหนักกับทีมต่างๆ โดยยังเข้าร่วมกับกลุ่มผู้นำในรอบสุดท้าย และสามารถเก็บแต้มแรกของฤดูกาลด้วยการจบในอันดับที่ 6

ขณะนี้การแข่งขันฟอมูล่า อี เข้าสู่ช่วงพักเป็นเวลาเจ็ดสัปดาห์ และจะกลับมาแข่งขันในรายการ São Paulo  E-Prix ในวันที่ 16 มีนาคม 2567

เกี่ยวกับทีมแข่งนิสสันในฟอร์มูล่าอี

นิสสัน เข้าสู่การแข่งรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในฤดูกาลที่ 5 ของ ABB FIA Formula E Championship (2018/19) โดยกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นรายแรก และรายเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ในฤดูกาลที่ 7 (2020/21) นิสสันได้ประกาศการมีส่วนร่วมในฟอมูล่า อี และความมุ่งมั่นต่อยุคที่ 3 หรือ Gen 3 ของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาลที่ 9 (2022/23) จนถึงสิ้นสุดฤดูกาลที่ 12 (2025/26) ของซีรีส์การแข่งรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนๆ

ในเดือนเมษายน ปี 2022 นิสสัน ได้เข้าซื้อทีมแข่ง อี.แดมส์ (e.dams) โดยเป็นเจ้าของทีมอย่างเต็มรูปแบบในการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship

ในเดือนมิถุนายน ปี 2022 นิสสันประกาศการเป็นผู้สนับสนุนเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนของยานยนต์ไฟฟ้า (EV Powertrain) ของนิสสัน ให้กับทีม McLaren Racing ตลอดยุค Formula E Gen 3

สำหรับฤดูกาลที่ 10 ของ ABB FIA Formula E World Championship นักแข่ง นิสสัน ฟอมูล่า อี คือ โอลิเวอร์ โรวแลนด์ (Oliver Rowland) และ ซาชา เฟเนสทราซ (Sacha Fenestraz)

นิสสันลงแข่ง ฟอมูล่า อี เพื่อสร้างความตื่นเต้น และความสนุกของรถยนต์ไฟฟ้าที่ไร้มลพิษมาสู่ผู้ชมทั่วโลก เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดการดำเนินงาน และวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ซึ่งกำหนดไว้ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) โดยนิสสันตั้งใจที่จะนำเสนอรถยนต์ใหม่ทุกคัน ด้วยระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าภายในต้นปี 2573 (ค.ศ. 2030)  ในตลาดสำคัญ ๆ ทั้งนี้ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ตั้งเป้าที่จะนำความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีระหว่างสนามแข่ง และถนน เพื่อรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีกว่าให้กับลูกค้า

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผย 5 เหตุผลที่เหล่านักผจญภัยต้องหลงรัก All New GWM TANK 500 HEV เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียม

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางอันสุดแสนผจญภัยให้กับผู้ขับขี่ชาวไทย เปิดประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจไปกับ All New GWM TANK 500 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ TANK ที่ได้เปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนกันยายน ปี 2566 ที่ผ่านมา และได้รับเสียงตอบรับจากเหล่าแฟน ๆ GWM เป็นอย่างดีตั้งแต่ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยด้วยยอดจองสิทธิ์ซื้อกว่า 1,000 คันและได้รับรางวัล The Most Exciting SUV Award จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2566 ในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว All New GWM TANK 500 HEV ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Nothing is Unreachable: ไม่มีความสำเร็จไหนที่ไปไม่ถึง” ที่พร้อมพาผู้ขับขี่ชาวไทยออกผจญภัยฟันฝ่าทุกอุปสรรค และพร้อมเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ขับขี่ไลฟ์สไตล์สายลุย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะพาทุกคนมาเจาะลึก 5 เหตุผลว่า ทำไมรถยนต์เอสยูวีออฟโรดคันนี้ถึงเหมาะจะเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกทริปการเดินทางของคุณ

สร้างสรรค์โดยแบรนด์ดัง เบื้องหลังความสำเร็จของ HAVAL และ ORA

หากใครยังไม่รู้ All New GWM TANK 500 HEV เป็นรถยนต์เรือธงรุ่นแรกภายใต้แบรนด์ TANK ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่อันดับที่ 3 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รถยนต์ค่ายใหญ่จากแดนมังกรนำเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจวบจนถึงปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ HAVAL และ ORA ที่ได้รับความนิยมและครองใจแฟน ๆ ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น HAVAL H6 HEV รถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยมที่ครองตำแหน่งผู้นำในเซ็กเมนต์ได้อย่างแข็งแกร่ง HAVAL JOLION เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่มายกระดับมาตรฐานความล้ำสมัยของเทคโนโลยีในกลุ่มรถยนต์เอสยูวีบีไปอีกขั้น รวมถึง HAVAL JOLION Sport ที่เกิดจากการรับฟังเสียงของสื่อมวลชนและผู้บริโภคชาวไทยจนเกิดเป็น HAVAL JOLION ที่มุ่งเน้นความสปอร์ต และ HAVAL H6 PHEV ที่คว้ารางวัล “BEST HYBRID SUV UNDER 1,600 CC.” จากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2023” และน้องเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทยอย่าง ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่จุดกระแสตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และบริษัทฯ ยังได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า สปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง ORA 07 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) ที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ชาวไทยมากยิ่งขึ้น ยังเปิดตัวรถยนต์ New GWM ORA Good Cat มาพร้อมกับราคาสุดเย้ายวนใจ เริ่มต้น 799,000 บาท จากสายการผลิตภายในประเทศที่โรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ที่จังหวัดระยองอีกด้วย ด้วยความสำเร็จอันนับไม่ถ้วนของรถยนต์จากค่าย เกรท วอลล์ มอเตอร์ นี้ ผู้ขับขี่ชาวไทยจึงมั่นใจได้เลยว่า All New GWM TANK 500 HEV คันนี้ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ เพราะรถยนต์คันนี้ เป็นรถยนต์พรีเมียมเอสยูวีที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มออฟโรดอัจฉริยะ TANK ที่ทรงประสิทธิภาพทั้งด้านพละกำลัง สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ความจุ 1.76 กิโลวัตต์ ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 244 แรงม้า พร้อมแรงบิดเครื่องยนต์สูงสุด 380 นิวตัน-เมตร  และกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 106 แรงม้า พร้อมแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 268 นิวตัน-เมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 9 สปีด (9HAT) ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด ที่พร้อมลุยไปกับคุณในทุก ๆ สถานการณ์

ความหรูหราที่แข็งแกร่ง

แม้ว่า All New GWM TANK 500 HEV จะเป็นรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์เอสยูวี แต่ยังมาพร้อมกับความคล่องตัวและความสะดวกสบายอย่างเต็มเปี่ยมในทุก ๆ การขับขี่ควบคู่กับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เรียบง่ายและหรูหรา รวมถึงสไตล์การออกแบบที่คงความบึกบึนและแข็งแกร่งของรถยนต์ออฟโรดเอาไว้ด้วยกัน สร้างความตื่นเต้น ความแตกต่าง และประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้กับตลาดรถยนต์เอสยูวีและผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง โดยมีการออกแบบอันล้ำสมัยต่าง ๆ มากมาย พร้อมจัดเต็มด้านความสะดวกสบายและระบบความบันเทิงที่ครบครัน อาทิเช่น

  • ดีไซน์ด้านหน้า ออกแบบภายใต้ปรัชญาของ “ความหรูหราที่แข็งแกร่ง” ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ผสานช่องระบายอากาศแนวนอนและโลโก้ TANK ที่ลงตัวรับเส้นสายที่นูนขึ้นของฝากระโปรง
  • ประตูท้ายแบบ Horizontal พร้อมระบบดูดไฟฟ้า ที่ช่วยผ่อนแรงและอำนวยความสะดวกสบายในการปิดประตูท้าย
  • ไฟหน้า Intelligent LED ดีไซน์โดดเด่น ให้ความสว่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยในทุกเส้นทาง ด้วยระบบอัจฉริยะ อาทิ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่อง (Follow Me Home) พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกด้านหน้าและหลังแบบ LED
  • บันไดข้างระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชัน เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเปิด-ปิดประตู
  • หลังคาซันรูฟระบบไฟฟ้าแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่พร้อมราวหลังคา เพื่อเพิ่มการใช้งานเสาอากาศแบบ Shark Fin
  • จอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 3 นิ้ว และหน้าจอมัลติมีเดีย 14.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay, Android Auto, MP5, Bluetooth, ระบบนำทาง และแสดงข้อมูลการขับขี่
  • ระบบความบันเทิง พร้อมลำโพง Infinity จำนวน 12 ตัว ระบบแอมพลิฟายเออร์อิสระ และระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถ
  • เบาะนั่งไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า ระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ เบาะนั่งคนขับไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทาง และเบาะหนัง NAPPA เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ พร้อมระบบ memory seat และระบบ welcome seat เพื่อความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงรถ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM 5

ฟีเจอร์ออฟโรดสุดล้ำเพื่อการขับขี่ที่ไร้รอยต่อ

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เห็นความสำคัญในการเพิ่มคุณค่าของประสบการณ์ระหว่างการเดินทางของผู้ขับขี่ มากกว่าเพียงแค่การไปถึงสู่จุดหมายปลายทาง จึงออกแบบ All New GWM TANK 500 HEV ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่ให้กับเหล่านักผจญภัยได้มีประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไกลบนถนนสายยาว สุดลูกหูลูกตา ถนนลูกรัง หรือจะเข้าไปลุยเขา ฝ่าดงป่า หรือตะลุยเส้นทางออฟโรด ก็ไม่หวั่น ด้วยระบบล็อกเฟืองขับด้านหน้าและด้านหลัง (Front & Rear Electric Differential Locks) ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK Turn) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบออฟโรด (Offroad Cruise Control) ระบบตรวจจับความลึกของน้ำ (Wading Depth Detection) และระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent System) พร้อมโหมดการขับขี่ 11 รูปแบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด โหมดสภาพถนนลื่น และ offroad ได้แก่ โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน โหมด4L โหมด4H โหมดอัตโนมัติ และโหมดเชี่ยวชาญ ที่จะทำให้การเดินทางของคุณสนุกสนานและน่าจดจำ

เฉดสีพรีเมียมสุดคลาสสิก

All New GWM TANK 500 HEV มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น ULTRA และรุ่น PRO มาพร้อมกับสีสันสุดคลาสสิก ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็สามารถแสดงตัวตนออกมาได้อย่างโดดเด่น ชัดเจน ด้วยความเรียบหรูผสานกับความแข็งแกร่ง All New GWM TANK 500 HEV มาพร้อมกับสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ขาว ดำ เทา และสีใหม่เทาคริสตัล (เฉพาะรุ่น ULTRA) จับคู่กับสีภายในสีดำและทูโทนสีน้ำเงิน-เบจ (เฉพาะรุ่น ULTRA และสีเทาคริสตัล) ตอบโจทย์ความชื่นชอบของผู้รักการผจญภัยได้อย่างลงตัว

ข้อเสนอสุดคุ้ม! พร้อมดูแลทุกขณะของการเป็นเจ้าของ GWM TANK 500

นอกจากนี้สำหรับผู้ที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของ All New GWM TANK 500 HEV จะได้รับการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง นอกจากนี้ยังมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี ฟรี ค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษาตามระยะทาง GWM Pro Service Inclusive – GPSI สูงสุด 10 ครั้ง ภายใน 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ( Roadside Assistance ) ตลอด 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี รวมถึงสิทธิพิเศษกับการเป็นส่วนหนึ่งของ GWM TANK CLUB และกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำจุดยืนการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ ๆ ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในประเทศและในระดับสากล ผ่านการนำเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ชูเอกลักษณ์และสไตล์อันหลากหลายของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ HAVAL, ORA และ TANK  เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ยังมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างและผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ให้ยกระดับไปสู่ระดับภูมิภาค จนถึงระดับสากล ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

วิริยะประกันภัย ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ใส่ใจรักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมจัดกิจกรรม “ECO LIVING ดิน ฟ้า ป่า น้ำ Doc Fest”

0

นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สสส.) ในฐานะผู้สนับสนุนหลักกิจกรรม “ECO Living ดิน ฟ้า ป่า น้ำ Doc Fest” จัดโดย สำนักพิมพ์สารคดี ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธกิจกรรมของ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ให้การต้อนรับ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เล็งเห็นความสำคัญของอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางธรรมชาติ รวมถึงสนับสนุนแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม อันเป็นการรักษาสมดุลและคงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ร่วมออกบูธกิจกรรม ภายใต้แนวคิด นวัตกรรมรักษ์โลก “เปลี่ยนขยะให้เป็นบุญ” เชิญชวนผู้เข้าชมงานสร้างบุญด้วยการนำขวดพลาสติกใช้แล้วมาบริจาค เพื่อรวบรวมไปมอบให้กับวัดจากแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นำไปรีไซเคิลถักทอเป็นผ้าไตรจีวรถวายแด่พระสงฆ์ต่อไป ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร