ฟอร์ดเดินหน้าสร้างคุณค่าเพื่อสังคม ล่าสุดนายอภิณัฐ ธรรมานนท์ ผู้จัดการฝ่ายประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ สาขาองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 จากนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เนื่องในวันคนพิการสากล ประจำปี 2566 ตอกย้ำความเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนและการยอมรับในความแตกต่างและการมีส่วนร่วมในสถานที่ทำงาน ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มผู้พิการซึ่งมีข้อจำกัดและขาดโอกาสในหลายๆด้าน ทั้งนี้ โรงงานเอฟทีเอ็ม มีการจ้างงานคนพิการตามกฎหมายแรงงานมาตรา 33 ซึ่งผู้พิการได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำทั้งในหน่วยงานฝ่ายผลิต และส่วนงานสำนักงาน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ให้คนพิการตามกฎหมายแรงงานมาตรา 35 โดยในแต่ละสัปดาห์จะมีตลาดนัดคนพิการกว่า 26 ร้านค้าหมุนเวียนมาจำหน่ายสินค้าตลอดทั้งปี พร้อมทั้งยังจัดกิจกรรมอื่นๆเพื่อสนับสนุนผู้พิการอย่างต่อเนื่อง
ชมเรือในงาน MOTOR EXPO 2023
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” หรือ MOTOR EXPO 2023 จัดพื้นที่ JOIN BOAT PLATFORM เอาใจคนรักยานยนต์ทางน้ำ รวบรวมเรือ และกิจกรรมทางน้ำมาจัดแสดง เช่น เรือยอชท์ เรือยนต์ สปีดโบท สกูเตอร์ เจทสกี อุปกรณ์กีฬาทางน้ำ อาทิ เรือใบ เรือคายัค เซิร์ฟบอร์ดไฟฟ้า ฯลฯ และธุรกิจทางน้ำ

เชิญชม JOIN BOAT PLAT FORM ที่บูธ F03 ชาลเลนเจอร์ 3 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo, IG : Motorexpoth, Youtube : Autoinfo Online, Line : @Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH
กระแสตอบรับ Mazda6 แรง แฟนมาสด้าแห่จองสิทธิ์
แฟนพันธุ์แท้มาสด้าแห่จองสิทธิ์ Mazda6 20th Anniversary Edition หลังเปิดให้จองสิทธิ์ผ่านมาเพียง 7 วัน มีลูกค้าต่อแถวเข้าคิวรอเป็นเจ้าของไปแล้ว 45 คัน จากทั่วประเทศ ส่วนรุ่นอื่นๆ ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องส่งผลให้ยอดจองรวมทุกรุ่นเกือบ 1,000 คัน โดยเฉพาะมาสด้า2 สปอร์ตซิตี้คาร์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ยังคงเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นบูธจากแฟนมาสด้าได้เช่นเดิม

มาสด้าเผยกระแสตอบรับรถยนต์มาสด้าในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 มาแรง ผ่านมาครึ่งทาง กวาดยอดจองไปแล้วกว่า 934 คัน หลังจัดให้ลูกค้าได้สัมผัสรถยนต์ทุกรุ่นอย่างใกล้ชิด โดย มาสด้า2 ยังคงครองความนิยมจากลูกค้ามากที่สุดถึง 38% ตามมาด้วย มาสด้า CX-30 สัดส่วน 34% พร้อมเดินหน้ากระตุ้นกำลังซื้อด้วยแคมเปญสุดคุ้มครั้งเดียวส่งท้ายปี ด้วยโปรแกรมพิเศษเพื่อเอาใจใส่ดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง Mazda Care ทั้ง MUS ดูแลฟรีตลอด 5 ปี เงินดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน ฟรีประกันชั้นหนึ่ง พร้อมของที่ระลึกอีกเพียบ ส่งผลให้ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาชมที่บูธมาสด้าอย่างไม่ขาดสาย

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยอดจองมาสด้าเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นหลังจากผ่านมาครึ่งทาง ตอกย้ำถึงการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยที่มีต่อแบรนด์มาสด้า แสดงให้เห็นว่ายังมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่ยังคงมองหารถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ ไร้ความกังวลในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผนวกกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ทรงพลัง ควบคู่กับการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ทำให้รถยนต์มาสด้ายังคงได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนๆ และผลักดันให้ยอดจองรถยนต์มาสด้าปรับตัวดีขึ้น คาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายในเดือนธันวาคมปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับลูกค้าที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ระดับนั่งสปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ หรูหรา ภูมิฐาน กับรุ่นพิเศษ Mazda6 20th Anniversary Edition ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของมาสด้า6 โดยทางมาสด้าจะนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ในจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ในประเทศไทยเท่านั้น สามารถเข้าชมและจองสิทธิ์ได้ภายในงานฯ ราคาขายประมาณ 2.4 ล้านบาท พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้ม Mazda Ultimate Service นานสูงสุด 7 ปี ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งมาสด้ามีกำหนดส่งมอบในเดือนเมษายนปี 2567

ลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นได้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี รับโปรโมชั่นสุดคุ้มแห่งปี อาทิ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว) ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service ส่วนลดสูงสุด 120,000 บาท ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และขอมอบสิทธิพิเศษให้กับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท* ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 11 ธ.ค. 66 ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 หรือที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ผ่านครึ่งทาง ยอดจองรถกระฉูด อีวีคึกคัก ออนไลน์คึกครื้น
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” เปิดเผยว่า “ปีนี้เป็นวาระฉลอง 40 ปีของการจัดงาน และขณะนี้ได้ผ่านครึ่งทางของงานแล้ว ปรากฎว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายแบรนด์ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างมาก ส่วนประเภทรถได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ตามด้วยรถเก๋ง และรถกระบะ ด้านรถจักรยานยนต์มียอดจองเพิ่มขึ้นจากปีก่อนตามคาด”

สรุปยอดจองรถยนต์ในงาน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นวันสำหรับสื่อมวลชน และแขกรับเชิญ ถึงครึ่งทางการจัดงานวันที่ 5 ธันวาคม 2566 มีจำนวน 22,461 คัน สูงกว่าปีก่อน 66.1 % และมีผู้ร่วมกิจกรรม ซื้อรถ…ชิงรถ 5 ลำดับยอดจองสูงสุดในกิจกรรมนี้ ได้แก่ HONDA, TOYOTA, CHANGAN, BYD และ FORD
ยอดจองรถจักรยานยนต์ในงานครึ่งทาง 3,002 คัน สูงกว่าปีก่อน 12.7 % และมีผู้ร่วมกิจกรรม ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ 5 ลำดับยอดจองสูงสุดได้แก่ YAMAHA, EM, LAMBRETTA, ROYAL ENFIELD และ HONDA

ขวัญชัย เผยต่อว่า “ตามสถิติที่ผ่านมา ช่วงวันหยุดจะมีการซื้อขายรถในงานมากกว่าวันธรรมดา ดังนั้นระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม ที่จะถึงซึ่งเป็นวันหยุด คาดว่ายอดจองรถในงานจะเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้ยอดจองรถตลอดงานเป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้”

สำหรับยอดผู้ชมงานครึ่งทางจำนวน 8.9 แสนคน มียอดดาวน์โหลด Motor Expo Application แล้ว 23,673 คน และมีการเรียกดู 4 แสนกว่าครั้ง ส่วนบริการพิเศษ Motor Expo Exclusive Visitor ก็มีผู้สนใจจำนวนมาก เพราะได้รับสิทธิพิเศษ ที่จอดรถ ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ บัตรเข้าชมงาน Ultimate VIP 2 ใบ บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ และซื้อสินค้าที่ระลึก Motor Expo ลด 10 %

เชิญชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo, IG : Motorexpoth, Youtube : Autoinfo Online, Line : @Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จับมือ ทีเจเอ็ม พาลูกค้าสายแคมป์ตะลุยทริปออฟโรด มอบทุนการศึกษาและของใช้จำเป็นแก่นักเรียนในพื้นห่างไกล จ. กาญจนบุรี
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ ทีเจเอ็ม ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ จัดกิจกรรมทริปออฟโรดเพื่อการกุศล “ทีเจเอ็ม ช่างปี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส อัลติเมท 4×4 ทริป ณ ทองผาภูมิ” (TJM Chang Pee x Mitsubishi Motors Ultimate 4X4 Trip @Thong Pha Phum) พาลูกค้าพิสูจน์สมรรถนะ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ตะลุยเส้นทางสุดหฤโหด ร่วมด้วยกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบทุนการศึกษาและของใช้จำเป็นให้แก่นักเรียน โรงเรียนบ้านอูล่อง สาขาบ้านขนุนคลี่ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมจัดเต็มความสนุกกับหลากหลายกิจกรรมบันเทิงเอาใจสายแคมป์ปิ้ง

มร. ฮิโระอะคิ โอะซาวะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกเหนือจากกิจกรรมเพื่อสังคมแล้ว การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ยังถือเป็นโอกาสดีที่ให้เราได้มาพบปะและร่วมทำกิจกรรมกับลูกค้าของเรา พร้อมพิสูจน์สมรรถนะความแรงของรถยนต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีกด้วย”

“ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ ที่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางที่พร้อมลุยไปกับคุณในทุกที่ พร้อมมอบความอุ่นใจและไว้ใจได้ในทุกเส้นทาง และเติมเต็มความสนุกเร้าใจให้กับการขับขี่ในทุกๆ วัน เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างหลากหลายของผู้ขับขี่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงเดินหน้าพัฒนาและนำเสนอยานยนต์ภายใต้ดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง เพื่อปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย พร้อมพาคุณขับเคลื่อนไปข้างหน้าให้เร็วกว่าที่เคย และถึงบ้านด้วยความปลอดภัยในทุกเส้นทาง” มร. โอะซาวะ กล่าวเสริม

กิจกรรมทริปออฟโรดเพื่อการกุศล “ทีเจเอ็ม ช่างปี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส อัลติเมท 4×4 ทริป ณ ทองผาภูมิ” (TJM Chang Pee x Mitsubishi Motors Ultimate 4X4 Trip @Thong Pha Phum) มีจุดหมายเป็นพื้นที่ห่างไกลที่ต้องผ่านเส้นทางทุรกันดาร ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน ทำให้ต้องบุกตะลุยฝ่าเส้นทางหฤโหด ทั้งการขึ้นเขาลูกรัง และต้องเจอกับอุปสรรคที่ท้าทายทั้งโคลนและแอ่งน้ำ แต่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู” (Super Select 4WD II) อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งโดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) ที่สามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (4H) ได้ทันที แม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง (Shift-on-the-Fly) ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจได้ในเรื่องของสมรรถนะและความปลอดภัย พร้อมลุยได้เต็มที่ในหลากหลายสภาพถนนและสภาพอากาศ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์ และการใช้งานเป็นรถส่วนตัวเพื่อตอบสนองไลฟสไตล์ที่แตกต่างของผู้ขับขี่

ทั้งนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ยังให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น พร้อมตะลุยทุกสภาพอากาศและทุกรูปแบบของพื้นผิว ด้วย 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ (Normal), โหมดประหยัดเชื้อเพลิงและรักษ์โลก (Eco), โหมดขับขี่บนทางลูกรังหรือทางฝุ่น (Gravel), โหมดขับขี่บนพื้นหิมะหรือขณะฝนตกผิวถนนเปียกลื่น (Snow), โหมดขับขี่ลุยโคลนหรือผิวทางที่เหนียวลื่น (Mud), โหมดขับขี่ตะลุยทรายหรือผิวทางที่ดินร่วน (Sand), โหมดไต่หินหรือขับขี่บนผิวทางที่เป็นหินขรุขระ (Rock) และแตกต่างอย่างเหนือกว่าด้วยระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) อีกด้วย

ฟอร์ดเอาใจคนรักฟอร์ดในงาน ‘ฟอร์ด แฟน เฟสติวัล ปี 2’ อัดแน่นประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ฟอร์ด ประเทศไทย สนับสนุนการจัดงาน ฟอร์ด แฟน เฟสติวัล (Ford Fan Festival) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าคนรักรถฟอร์ด โดยร่วมกับคาร์เปอร์และพันธมิตรจากหลายหน่วยงาน คัดสรรกิจกรรมพิเศษหลากหลายรูปแบบที่เหมาะกับไลฟสไตล์ลูกค้าฟอร์ดมาสร้างประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้เข้าร่วมงาน ทั้งการขับรถแบบยิมคาน่า การทดสอบรถฟอร์ด การจัดแสดงรถ กิจกรรมฟอร์ดเปิดท้ายขายของ และฟอร์ด แฟน คาร์ แคมปิ้ง รวมถึงบริการเช็กสภาพรถฟรี 30 รายการ จากหน่วยบริการเคลื่อนที่ของฟอร์ด โดยมีลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ฟอร์ดจากคลับต่างๆ ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 400 คน ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี

“ฟอร์ดรู้สึกตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นลูกค้าและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ฟอร์ดจากคอมมูนิตี้ต่างๆ มาร่วมงาน ฟอร์ด แฟน เฟสติวัล ปีที่ 2 กันอีกอย่างคับคั่ง หลังจากงานในปีที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างแบรนด์ฟอร์ดและลูกค้า รวมถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และความใส่ใจในการดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ ฟอร์ดหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน ตอกย้ำความภูมิใจในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

กิจกรรมในปีนี้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของเจ้าของรถฟอร์ด ไม่ว่าจะการใช้เป็นรถคู่ใจในการทำงาน หรือใช้เดินทางเพื่อพักผ่อนและทำกิจกรรมกับคนที่คุณรัก อีกทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนข้อมูล และความสนใจของตัวเอง โดยผู้เข้าร่วมงาน Ford Fan Festival 2 ได้เพลิดเพลินและสนุกสนานพร้อมร่วมลุ้นรับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจำนวนมากจากไฮไลท์กิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ได้แก่
- กิจกรรมขับรถแบบยิมคาน่า (Gymkhana) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมลงสนามขับรถหลบกรวยแบบจับเวลา และได้ลุ้นรับรางวัลหากทำเวลาเป็นเลขตรงกัน 3 หลัก พร้อมชมโชว์พิเศษจากนักแข่งรถดาวรุ่ง ทีม Ford Thailand Racing (FTR) แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค และแจ็ค เลมวาร์ด ที่โชว์ลีลาการขับขี่ในสนามได้อย่างเร้าใจ
- กิจกรรมการแข่งขันรถทางตรง (Drag Racing)
- กิจกรรมทดสอบรถฟอร์ด (Test Drive)
- กิจกรรมจัดแสดงรถ (Car Show) ที่มีเจ้าของรถฟอร์ดนำรถที่ตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจัดแสดง
- กิจกรรม ‘ฟอร์ดเปิดท้ายขายของ’ ที่มีลูกค้ารถฟอร์ดนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจจำนวนมากมานำเสนอขายให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน เช่น อุปกรณ์ตกแต่งรถฟอร์ด สินค้ามือสองคุณภาพดี รวมถึงเมนูอาหารต่างๆ
- กิจกรรม ‘ฟอร์ด แฟน คาร์ แคมปิ้ง’ ที่มีผู้เข้าร่วมงานนำรถฟอร์ดที่ติดตั้งเตนท์มาจัดแสดงและทำกิจกรรมด้วยกัน
- บริการเช็กสภาพรถฟรี 30 รายการ โดยหน่วยบริการเคลื่อนที่จากฟอร์ด โดยมีลูกค้าสนใจนำรถยนต์ฟอร์ดเข้ารับบริการราว 300 คัน และรับกระเป๋าสะพายสุดเท่ ที่ฟอร์ดได้เตรียมมามอบให้กับลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการทุกคัน
ผู้ที่สนใจกิจกรรมของฟอร์ด สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวได้ทางเฟซบุ๊ค ฟอร์ด
สัมมนา “อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” ในงาน MOTOR EXPO 2023
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” เปิดงานสัมมนา เรื่อง อนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย…วิกฤต หรือโอกาส (Crisis or Opportunity) จัดโดยสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งมีผู้ร่วมปาฐกถาจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันยานยนต์ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ บริษัท ไอ-มอเตอร์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด คณะทำงานการบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC-HEC) ณ ห้องจูปิเตอร์ 8-9 อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566
“เช็กอินก่อนฉลอง รับโปรปีใหม่” ชวนลูกค้าฮอนด้าเช็กสภาพรถฟรี ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2566 – 31 ม.ค. 2567
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดแคมเปญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 กับแคมเปญ “เช็กอินก่อนฉลอง รับโปรปีใหม่ไปกับฮอนด้า” ชวนลูกค้าฮอนด้าตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ส่วนลดอะไหล่ 10% สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ ส่วนลด 200 บาท สำหรับแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟและแบตเตอรี่คุณภาพสูงยี่ห้อ GS หรือจะเลือกรับกระเป๋าสัมภาระท้ายรถฟรีเมื่อซื้อสินค้า 2 รายการตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมด้วยแคมเปญยางรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ อาทิ ซื้อยางโยโกฮาม่าและยางกู๊ดเยียร์ 3 เส้น ฟรี 1 เส้น โดยสามารถเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการนานสูงสุด 6 เดือน และนานสูงสุด 8 เดือน สำหรับบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และยางรถยนต์ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 เดือน เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า พิเศษ สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ พร้อมรับส่วนลด 20% กรองนํ้ามันเครื่อง และส่วนลด 10% กรองอากาศ ทั้งนี้ ฮอนด้ายังได้จัดแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ” สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ามือสอง เพียงเข้ามาอัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ที่ศูนย์บริการฮอนด้าครั้งแรก รับทันที “Honda Welcome Bag” มูลค่า 290 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 ถึง 31 มกราคม 2567

สิทธิประโยชน์ในแคมเปญ “เช็กอินก่อนฉลอง รับโปรปีใหม่ไปกับฮอนด้า”
รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด*)
รายการที่ 2 ส่วนลด 200 บาท สำหรับแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ (PaySave) ทั้งแบบ 2 และ 4 ระยะ
สำหรับลูกค้าฮอนด้าที่มีรถยนต์อายุ 7 ขึ้นไป โดยนับจากรุ่นรถยนต์ระหว่างปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) หรือก่อนหน้า และรถยนต์มีเลขไมล์ไม่เกิน 300,000 กิโลเมตรเท่านั้น
รายการที่ 3 ส่วนลดอะไหล่ 10% ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
รายการที่ 4 ส่วนลด 200 บาท แบตเตอรี่คุณภาพสูงยี่ห้อ GS แบบพร้อมใช้งานกึ่งแห้ง พร้อมขยายเวลา
รับประกันนาน 15 เดือน
รายการที่ 5 รับฟรี กระเป๋าสัมภาระท้ายรถ มูลค่า 490 บาท** เมื่อเลือกซื้อสินค้า 2 รายการ จากรายการสินค้าทั้งหมด 5 รายการ ดังนี้
- ยางรถยนต์
- แบตเตอรี่
- บริการทำความสะอาดระบบปรับอากาศ
- แพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟแบบ 4 ระยะ (Honda PaySave)
- ฮอนด้าอัลติเมทแคร์ (Honda Ultimate Care)
รายการที่ 6 โปรโมชันพิเศษสำหรับยางรถยนต์ รุ่นที่กำหนดตามเงื่อนไขของบริษัทฯ***
6.1 ซื้อยาง 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น
- ยางโยโกฮาม่า (Yokohama) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ เอชอาร์-วี ซีวิค แอคคอร์ด และโอดิสซี
- ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ซื้อ 3 เส้น รับฟรี 1 เส้น สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ และแจ๊ซ
6.2 ซื้อยาง 4 เส้น รับส่วนลดพิเศษ บัตรเติมน้ำมันหรือกระเป๋าเดินทาง
- ยางดันลอป (Dunlop) ซื้อครบ 4 เส้น รับส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี ซีวิค และซีอาร์-วี
- ยางบริดจสโตน (Bridgestone) ซื้อครบ 4 เส้น รับฟรี บัตรเติมน้ำมัน 1,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ โมบิลิโอ บีอาร์-วี เอชอาร์-วี ซีวิค แอคคอร์ด
และซีอาร์-วี - ยางกู๊ดเยียร์ (Goodyear) ซื้อครบ 4 เส้น ขนาดล้อ 18 นิ้ว รับฟรี กระเป๋าเดินทาง 20 นิ้ว สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด และซีอาร์-วี
6.3 โปรโมชันยางพิเศษอื่นๆ
- ซื้อยางฮันกุก (Hankook) รับส่วนลดสูงสุด 300 บาท/เส้น ไม่จำกัดจำนวน สำหรับลูกค้า
ที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ และซีวิค
รายการที่ 7 ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนสำหรับธนาคารที่เข้าร่วม และนานสูงสุด 8 เดือน สำหรับบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ โดยมียอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป****
รายการที่ 8 ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายสำหรับยางรถยนต์ 0% นานสูงสุด 10 เดือน ยอดใช้จ่าย 5,000 บาท
ขึ้นไป*****
สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่มีรถยนต์ฮอนด้าอายุ 15 ปีขึ้นไป
นอกจากนี้ เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ฮอนด้ายังร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในโครงการ “คลินิกรถ” ชวนลูกค้าที่มีรถยนต์ฮอนด้าอายุ 15 ปีขึ้นไป เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้
รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ (ตามรายการที่กำหนด*)
รายการที่ 2 ส่วนลด 20% กรองนํ้ามันเครื่อง
รายการที่ 3 ส่วนลด 10% กรองอากาศ
สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง
ขอเชิญชวนลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสองทั้งกลุ่ม Honda Certified Used Car และกลุ่มรถยนต์ฮอนด้ามือสองทั่วไป เข้าร่วมแคมเปญ “เปลี่ยนมือ ไม่ปล่อยมือ”****** เพียงนำรถยนต์กลับเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ โดยลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ามือสองซึ่งเข้ามาอัปเดตข้อมูลเจ้าของรถยนต์ ด้วยหลักฐานสำเนาทะเบียนรถและบัตรประชาชน พร้อมลงทะเบียนเพื่อรับของที่ระลึกทาง LINE ที่ศูนย์บริการฮอนด้าเป็นครั้งแรก ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ถึง 31 มกราคม 2567 รับฟรี “Honda Welcome Bag” มูลค่า 290 บาท
ทั้งนี้ ลูกค้าฮอนด้าสามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าผ่านบริการ “Online Service Booking” ได้ที่ https://servicebooking.honda.co.th หรือทาง LINE Honda Thailand Official Account (@Honda-Thailand) สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญฯ ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/servicecampaign2023-winter หรือสอบถามรายละเอียดที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777
สนใจอากาศยาน เทคโนโลยีการบิน ต้องไม่พลาดงาน MOTOR EXPO 2023
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ฉลอง 40 ปี รวม 15 องค์กร เปิดโซนอากาศยานครั้งแรก จัดเต็ม เครื่องบิน โดรน พร้อมสถาบันการบิน และธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ
ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” กล่าวว่า “ทุกวันนี้ไม่ใช่เพียง รถ หรือเรือ เท่านั้น อากาศยานก็เป็นยานยนต์อีกประเภทหนึ่ง ที่เริ่มมีบทบาทกับวิถีชีวิต เช่น มีการนำโดรนมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ทุกวงการ นักธุรกิจ นักเดินทาง นิยมใช้เครื่องบินเป็นพาหนะเพิ่มขึ้น ทั้งเครื่องบินพาณิชย์ เครื่องบินเช่าเหมาลำ และเครื่องบินส่วนตัว คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ใฝ่ฝันจะเป็นนักบิน หรือสามารถจะขับเครื่องบินได้ แสดงว่า การคมนาคมขนส่งทางอากาศได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ต้องการความรวดเร็ว และความสะดวกสบาย ส่งผลให้ธุรกิจการบินเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการผลิตเครื่องบินประเภทต่างๆ ที่ก้าวหน้าไม่หยุด”

ด้วยเหตุนี้ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” จึงจัด AVIATION ZONE เป็นครั้งแรกเพื่อแสดงอากาศยานประเภทต่างๆ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ นวัตกรรม และเทคโนโลยีการบิน สถาบันฝึกอบรมด้านการบิน งานบริการภาคพื้น และธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ
1 นวัตกรรม และเทคโนโลยีการบิน เช่น Easy 2018, Pulse science, TOP Engineering, MU Space, Yamaha, SIT, Flight Instructor จัดแสดง โดรนเพื่อการเกษตร โดรนทางการแพทย์ โดรนขนส่ง โดรนลาดตระเวน โดรนแท็กซี่ ภารกิจเกี่ยวกับอวกาศ โปรแกรมจำลองการขับเครื่องบินเสมือนจริง ฯลฯ

2 สถาบันฝึกอบรมการบิน เช่น สถาบันการบินพลเรือน มีหลักสูตรด้านการบินพลเรือนอย่างครบวงจร, Thai inter flying เริ่มต้นด้วยหลักสูตรเรียนขับเครื่องบินเล็ก 1 วัน, โรงเรียนสอนการบินโอเชี่ยนวิงซ์ สอนขับพาราไกลดิ้ง พารามอเตอร์ ฯลฯ
3 งานบริการภาคพื้น และธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ เช่น Siam seaplane, First global jet, Dof interact, Asher Intertrade, Asian Aerospace Service มีบริการเช่าเครื่องบินตามความต้องการ อาทิ เพื่อประกอบธุรกิจ การเดินทาง สันทนาการ รวมถึงเคมีภัณฑ์ด้านการบิน บริการซ่อมบำรุงเครื่องบิน ฯลฯ
เชิญชม AVIATION ZONE ที่บูธ F02 ชาลเลนเจอร์ 3 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo, IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH, Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH
รถเด่น รถไฮไลท์ Motor Expo 2023
เปิดฉากเป็นที่เรียบริอยกับงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 หรือ Thailand International Motor Expo 2023 ที่มากับแนวคิด ยานยนต์…ตวามหมายที่มากกว่า ซึ่งในครั้งนี้ รถยนต์ที่เข้าร่วมเกือบ 40 แยรนด์ รถจักรยานยนต์อีกกว่า 20 แบรนด์ เข้าร่วมงานอย่างแน่นฮอลล์ ทั้งรถรุ่นใหม่พร้อมจำหน่าย และรถต้นแบบที่มาโชว์ตัว มาดูกันว่าไฮไลท์ของแต่ละค่าย จะมีรุ่นไหนน่าสนใจ
Audi A7 Sportback 55 TFSI e quattro
รูปลักษณ์ไดนามิก ลุคสปอร์ตด้วยชุดแต่งภายนอกแบบ S line Black Edition และล้อลายใหม่ Audi Sport 5-double arm style ขนาด 20 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ไฟหน้าแบบ HD Matrix LED พร้อมเอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า-หลัง (Light staging) พร้อมไฟ Projector LED สัญลักษณ์ S ที่ประตูหน้า

ภายในรถนั้นไม่ได้มีแต่ความสวยหรู แต่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ดีเยี่ยม เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ แยกอิสระ 4 โซน ช่อง USB-C สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง ระบบเครื่่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ และไฟเรืองแสงในห้องโดยสารมากถึง 30 สี (Contour/ambient lighting) ระบบช่วยปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารก่อนเริ่มการขับขี่ (Stationary air conditioning)

Gran Turismo 4 ประตู พร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดที่ทรงพลัง หนึ่งเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ultra technology พร้อมเทคโนโลยีที่ให้ความไดนามิกในการขับขี่ เกาะถนนได้ดีเยี่ยม กำลังขับรวมได้สูงถึง 367 แรงม้า ความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง เพียง 5.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กิโลเมตร / ชั่วโมง
Aion
Hyper SSR ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100 % ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักเบากว่าเหล็กถึง 2.5 เท่า ประตูเป็นแบบปีกนก พิเศษด้วยการเปิด/ปิดด้วยการเหยียบเบรค Active Spoiler สร้างแรงกดบริเวณท้ายรถได้มากถึง 100 กก.

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้พละกำลังสูงสุดมากถึง 1,225 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G
Bentley
Bentley แนะนำรุ่นพิเศษกับ Bentley Flying Spur Hybrid Odyssean Edition ซีดานหรูพลังไฮบริด เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ V6 กำลังสูงสุดถึง 544 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 285 กม./ชม. จุดเด่น คือ การตกแต่งหรูหราเป็นพิเศษของ Odyssean Edition กับราคาที่ 17,600,000 บาท

BRG
BRG หนึ่งเดียวของค่ายรถยนต์นำเข้าอิสระ มีสุดยอดยนตรกรรมพรีเมียมในตำนานมากมายที่งาน อาทิ รถยนต์ Mini MPV สไตล์รถครอบครัวที่เน้นความ luxury พรีเมียม พร้อมเสริมชุดแต่ง M’z SPEED สายสปอร์ตสุดเท่อย่าง M’z SPEED Stepwagon และ รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวทรงกล่องที่มีความมินิมอล เรียบหรู พร้อมเสริมชุดแต่ง M’z SPEED อย่าง M’z SPEED Voxy

ตำนานรถยนต์ SUV Full Size ที่ผสานความแข็งแกร่ง และทรงพลังอย่างไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อย่าง Toyota Land Cruiser 300 ZX และ Toyota Land Cruiser Prado TZ-G, รถตู้สไตล์เรโทรพลังงานไฟฟ้า100% สุดคลาสสิกอย่าง Volkswagen ID. Buzz, ตำนานรถยนต์ MPV พรีเมียมระดับ VIP ที่เน้นความ Private เป็นหลัก อย่าง Volkswagen T5 และยังมีรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย
BYD
สร้างกระแสฮือฮากับรถไฟฟ้าทุกรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย ในครั้งมีการแนะนำเพิ่มอีก 2 แบรนด์ซึ่งมีความน่าสนใจไม่น้อย เริ่มที่ Yangwang U8 (หย่างว่าง ยูเอท) เป็นแบรนด์ไฮเอ็นท์ที่สุดของ Luxury SUV ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสุด ด้วยระบบเทคโนโลยี ล้ำสมัย ที่จะพาคุณเดินทางไปได้ในทุกสภาพถนน ยังมากับระบบความปลอดภัยอย่างเต็มพิกัดและเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ BYD กับ ระบบ DiSus Intelligent Body Control System เป็นระบบควบคุมเสถียรภาพของระบบช่วงล่าง มีระบบไฮดรอลิก และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อให้สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของรถได้ทุกทิศทุกทาง และยังมีระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัวระบบทำความสะอาดจานเบรก ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ ระบบป้องกันการล๊อกตายของล้อ อีกด้วย และภายในงานเราได้นำเทคโนโลยีใน Yangwang U8 มาโชว์คือ การหมุนกลับรถแบบ 360 องศา โดยควบคุมและคำนวณรอบการหมุนของมอเตอร์อิสระ 4 ล้อ เป็นครั้งแรกของไทย

อีก 1 แบรนด์ ที่จัดโขว์ในบูธ BYD ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 นี้ อยากให้ทุกท่านได้ชมและรู้จักรถยนต์ไฟฟ้า DENZA N7 (เดนซ่า เอ็น เซเว่น) ซึ่งเป็น Premium Sedan คูเป้ หรูหรา มีระดับและสะดวกสบายด้วยระบบอัจฉริยะต่างๆ

DENZA N7 (เดนซ่า เอ็น เซเว่น) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์คู่ แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร เพียง 3.9 วินาทีสามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้า ได้ถึง 630 กิโลเมตร ประหยัดเวลาในนาทีเร่งด่วน ด้วย Dual DC charger 150 กิโลวัตต์ และ 230 กิโลวัตต์ ให้คุณชาร์จได้ 2 หัวพร้อมกัน มาพร้อมฟังก์ชั่น Vehicle to Vehicle เพื่อเป็นแหล่ง ชาร์จไฟให้กับรถคันอื่นได้ด้วย
BMW
รุ่นพิเศษในรหัส XM Label Red จำนวนจำกัดเพียง 500 คันทั่วโลก ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 พร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo อันล้ำสมัย และระบบขับเคลื่อน M HYBRID ซึ่งให้กําลังรวมสูงสุด 550 กิโลวัตต์/ 748 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตันเมตร เครื่องยนต์สันดาปยังให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 430 กิโลวัตต์/585 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 750 รอบต่อนาที ที่ 1,800 – 5,400 รอบต่อนาที ส่วนระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าให้กำลังมอเตอร์สูงสุดที่ 145 กิโลวัตต์/197 แรงม้า พร้อมแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 280 นิวตันเมตร

นอกเหนือจากการจ่ายกำลังไฟฟ้าในระหว่างการเร่งความเร็วแล้ว มอเตอร์ไฟฟ้ายังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์สันดาป โดยบีเอ็มดับเบิลยู XM Label Red สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 3.8 วินาทีMW
Changan
กระแสฮือฮาสุดๆกับการเปิดตัวรถไฟฟ้ารูปทรงสะดุดตา พร้อมแนะนำแบรนด์ Deepal ในรุ่น L07 รถยนต์ฟาสต์แบ็คไฟฟ้าดีกรีรางวัลชนะเลิศการออกแบบผลิตภัณฑ์จากงาน Red Dot Design Award (ชื่อที่ได้รับรางวัล: SL03) มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลังสำหรับมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ในราคา 1,329,000 บาท

โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ล้ำสมัยกับดีไซน์กันชนหน้าแบบ grille-less และระบบไฟอัจฉริยะพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ Deepal L07 สร้างบนแพลตฟอร์ม EPA1 ช่วยให้รถมีสมรรถนะการควบคุมและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม สามารถส่งมอบอัตราเร่งเต็มกำลังจากมอเตอร์เดี่ยวพลังขับเคลื่อนล้อหลังกำลังสูงสุด 190 kW (258 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 66.8 kWh มอบระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
FORD
ค่ายนี้โฟกัสไปที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะเหนือระดับ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกครบครัน และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทำงาน ใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ปรากฏการณ์ครั้งใหม่แห่งปีที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถกระบะ อย่างชุดราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่ชอบความท้าทายไปอีกขั้น รวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รถกระบะยกสูงเกียร์อัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันครบครันเพื่อการใช้งานในแพ็คเกจสุดคุ้ม

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง DNA ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘ดุดัน ไม่เกรงใจใคร’ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เต็มพิกัดให้กับคอออฟโรดตัวจริง นำเสนอตัวเลือกถึงสองขุมพลัง ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ตอบโจทย์ความต้องการการใช้ชีวิตแบบท้าทายอย่างรอบด้าน
GWM
ORA 07 รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง รุ่นเรือธงล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ ORA เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ มาพร้อมกับตัวเลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น LONG RANGE และรุ่น PERFORMANCE โดยรุ่น LONG RANGE มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้านหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบพละกำลัง 204 แรงม้า หรือ 150 กิโลวัตต์ แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 340 นิวตัน-เมตร ระยะทางวิ่งสูงสุด 640 กิโลเมตร (NEDC Standard) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

รุ่น PERFORMANCE มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว มอบพละกำลัง 408 แรงม้า หรือ 300 กิโลวัตต์ แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 680 นิวตัน-เมตร ระยะทางวิ่งสูงสุด 550 กิโลเมตร (NEDC Standard) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 83.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และ โหมดการขับขี่ถึง 6 รูปแบบ (สำหรับรุ่น PERFORMANCE) ได้แก่ โหมดประหยัด โหมด WELL BEING โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดสปอร์ตพลัส และโหมดส่วนบุคคล
HONDA
ยกขบวนยนตรกรรมไลน์อัป e:HEV นำโดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมแฟลกชิปซีดาน โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตสะท้อนความหรูหราทั้งภายนอกและภายใน สมรรถนะการขับขี่ทรงพลังด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ตอบสนองทันใจด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ในระบบเกียร์ E-CVT ที่ให้แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ มอบพลังการขับเคลื่อนที่ไร้กังวลในทุกเส้นทาง และประหยัดน้ำมันสูงถึง 25 กม./ลิตร

มั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานอันล้ำสมัย* อาทิ Google built-in ปุ่ม Experience Selection Dial ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) สวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Switch) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงอารมณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้า โดยมีการเพิ่ม Charge Mode เข้ามาเป็นครั้งแรกในแอคคอร์ด อีกทั้งมั่นใจด้วยหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่น ๆ* อาทิ ถุงลม 8 ตำแหน่งในทุกรุ่นย่อย ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
HYUNDAI
IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้าอีวี 100% ชูคอนเซ็ปต์การผสมผสานดีไซน์ยานยนต์คลาสสิกอย่าง Hyundai Pony เข้ากับ Parametric Pixels Design ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พร้อมเส้นสายที่สะอาดตาและเฉียบคม เน้นเส้นเหลี่ยมสันสร้างรูปลักษณ์ที่เพรียวบาง นับเป็นการผสานความล้ำสมัยเข้ากับความคลาสสิกอย่างลงตัว ด้านหน้ารถออกแบบเป็นรูปตัว V กระจังหน้าทรงปิดทึบ ฝากระโปรงหน้าแบบ Clamshell Bonnet มือเปิดประตูด้านข้างแบบซ่อนเก็บได้ในตัว ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือการออกแบบของ จิออเกตโต จูเจียโร่ (Giorgetto Giugiaro) นักออกแบบชื่อดังชาวอิตาลี ซึ่งกลับมาร่วมมือกับฮุนไดอีกครั้ง เพื่อปลุกตำนานอันโด่งดังให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในวันนี้

IONIQ 5 สมบูรณ์แบบด้วยระบบวิศวกรรมและฟีเจอร์อัจฉริยะอันล้ำสมัย มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent magnet พลังงานจากแบตเตอรี่ Lithium-Ion ติดตั้งระบบชาร์จเร็ว 350 kW Ultra-fast Charging สามารถชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ภายใน 17 นาทีเท่านั้น มอบความสะดวกสบายได้มากกว่ารถไฟฟ้าแบรนด์อื่น ๆ พร้อมฟีเจอร์ไฮเทคครบครันทั้ง ระบบเครื่องเสียงชั้นนำระดับโลกจาก BOSE และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Hyundai SmartSense
ISUZU
อีซูซุส่งรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์” เหนือลิมิต…พิชิตโลก มาพร้อมดีไซน์ใหม่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ใช้รถ

เสริมทัพด้วยรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สุดหรู “เดอะ นิว มิว-เอ็กซ์” be UNCHARTED…หมุดหมายใหม่กับ Passion ไม่สิ้นสุด มาพร้อมกับบูธในคอนเซ็ปต์ “Unlock Subculture Experience” ตอบโจทย์ทุกความต้องการที่แตกต่าง พร้อมปลดล็อกทุกรูปแบบ ไลฟ์สไตล์ของการเดินทาง
Jeep
จี๊ป ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเปิดตัวพร้อมจำหน่าย ออล-นิว จี๊ป แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟร์ บาย อี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ผ่านการออกแบบใหม่ ให้ความงามสง่า หรูหรา และโดดเด่น กับสีสันแบบทูโทน หลังคาสีดำเงาตัดกันกับสีรถอย่างลงตัว กระจังหน้าแบบ 7 ช่อง ตกแต่งด้วยโครเมียม เอกลักษณ์ของรถยนต์ จี๊ป ติดตั้งไฟหน้าอัตโนมัติแบบแอลอีดี โลโก้สัญลักษณ์รอบคันล้อมกรอบด้วยสีฟ้า บ่งบอกถึงการเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า ปิดท้ายความอลังการด้วยท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว

ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ กับขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริดอันทันสมัย เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 2.0 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ทำได้ 381 แรงม้า (HP) แรงบิด 637 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน ได้เป็นระยะทางสูงสุด 37 กิโลเมตร
Lexus
ค่ายรถหรูพี่น้องโตโยต้า แนะนำ The New Lexus RX 500h F Sport Performance การออกแบบที่ทรงพลังพร้อมกับชุดแต่ง F SPORT PERFORMANCE โดยกระจัง SPINDLE BODY ที่มีรายละเอียดด้านในแบบตาข่ายที่ถูกออกแบบให้กลืนไปกับตัวรถด้านข้าง โลโก้ F SPORT สีดำ เอกสิทธิ์เฉพาะ F SPORT PERFORMANCE เท่านั้น มาพร้อมกับกระจกมองข้างสีดำ ล้ออลูมินัมขนาด 21 นิ้ว กรอบหน้าต่างประตูที่ทำจากสแตนเลสสีดำ

ส่วนภายในได้ถูกออกแบบภายใต้ปรัชญา“Human Centric” ที่ โดยความพิเศษของ RX 500h F SPORT PERFORMANCE คือพวงมาลัยที่มาพร้อมกับดีไซน์หนังลายฉลุและแป้นเปลี่ยนเกียร์ หัวเกียร์หุ้มหนังลายฉลุ แป้นเหยียบและที่พักเท้าอะลูมินัมแบบสปอร์ต ชุดแต่งอะลูมินัมแท้ และเบาะหนังแบบสปอร์ตพร้อมโลโก้ F SPORT ให้อารมณ์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.4L-T HEV เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 366 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 6.2 วินาที และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ DIRECT4 ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดใหม่
Mitsubishi
ชวนชม ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ครบทุกรุ่น ครั้งแรก ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” นำทัพโดย ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท และ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัลตร้า เกียร์อัตโนมัติ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II เอกลักษณ์เฉพาะมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (4H) เจ้าแรกในตลาดกระบะไทย ใหม่ล่าสุดด้วย 7 โหมดการขับขี่ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ขับขี่คล่องตัวด้วยความปลอดภัยสูงสุดบนทุกสภาพถนน

พร้อมสัมผัสกลุ่มรถกระบะออล-นิว ไทรทัน ตัวเตี้ย ครบทุกแค็บ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ที่ประหยัดน้ำมันกว่า แชส์ซีส์ใหม่ “เมกา เฟรม” สุดแกร่งที่ใหญ่กว่าเดิม ทั้งยังจับมือสำนักแต่งรถทุกสายทั้งแนวเรซซิ่ง แนวแคมป์ปิ้ง 4WD และเชิงพาณิชย์ จัดแสดงรถแต่งทรงต่างๆ สร้างแรงบันดาลใจ ทั้งกระบะตัวเตี้ยแต่งเต็มสไตล์เรซซิ่งสุดเท่ คอกซิ่งสุดหล่อ และติดตั้งตู้ทึบสำหรับใช้งานเชิงพาณิชย์ รวมถึงกระบะยกสูงจัดทรงสายแรลลี่ สายแคมป์ปิ้ง มอเตอร์โฮม และอื่นๆ มาให้ยลโฉมอีกด้วย
Mazda
เปิดตัวพร้อมจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน สำหรับรถยนต์นั่งสุดหรู Mazda6 20th Anniversary Edition มาพร้อมแนวคิด “The Ultimate Maturation of Sportiness and Elegance” โดยเป็นรถที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ด้านสมรรถนะในการขับขี่ เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ รูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกออกแบบให้มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ในรูปแบบสปอร์ตซีดาน 4 ประตู โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้าแบบ LED และหลังคาซันรูฟไฟฟ้า

มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร เจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยี Cylinder Deactivation อัจฉริยะ ที่เปิดตัวแนะนำเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยระบบสามารถคำนวณและลดการทำงานของกระบอกสูบตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงความเร็ว จาก 4 สูบ ให้เหลือเพียง 2 สูบ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่าถึง 14.3 กม./ลิตร* ให้พละกำลังสูงสุด 192 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 223 กม./ชั่วโมง พร้อมเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด และแมนนวลโหมด ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC แบบ Stop & Go ปรับเพิ่ม-ลดความเร็วตามรถคันหน้าแบบอัตโนมัติจนถึงจุดหยุดนิ่ง
Mercedes
นำเสนอ EQE SUV รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่เปิดตัวในประเทศไทยทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นเริ่มต้น “EQE 350 4MATIC SUV Electric Art” รุ่นกลาง “EQE 350 4MATIC SUV AMG Line” และรุ่นท็อป “EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic” มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ PSM (Permanently Excited Synchronous Motors) ติดตั้งบริเวณเพลาขับหน้าและหลัง มอบกำลังแรงม้ารวมสูงสุด 292 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 765 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 6.6 วินาที

ติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูง 396V แบบ Lithium-ionที่มีความจุมากถึง 89 kWh ช่วยให้สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลกว่า 558 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 170 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 10 – 80% เพียง 32 นาที ส่วนการชาร์จแบบกระแสสลับ(AC Charge) รองรับสูงสุด 11 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ในระยะเวลา 9 ชั่วโมง 30 นาที
MG
ในครั้งนี้มีโมเดลล่าสุดมาจัดแสดงคือ IM LS6 รถเอสยูวีคูเป้ไฟฟ้า อีกแบรนด์ภายใต้การร่วมทุนระหว่าง SAIC Motor กับ Alibaba และ Shanghai Zhangjiang Hi-Tech โดดเด่นด้วยงานออกแบบภายนอกตัวรถภายใต้คอนเซ็ปต์ “Gentle Sculpture” ที่พลิ้วไหว และงานออกแบบภายในที่ล้ำสมัย ผนวกกับฟีเจอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Ai Cabin ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่จาก SAIC Motor ตอกย้ำให้เห็นถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ ของบริษัทแม่ของ เอ็มจี

IM LS6 นี้ มีขนาดมิติตัวถังที่ 4.9 เมตร ฐานล้อกว้าง 2.950 เมตร สมรรถนะของรถคันนี้มาพร้อมกับ มอเตอร์คู่ 579 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุดที่ 800 นิวตันเมตร วิ่งในระยะทาง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3.48 วินาที
Neta
‘NETA GT’ (เนต้า จีที) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสไตล์สปอร์ตแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่เร็ว แรง และปราดเปรียว มาพร้อมอัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม. ภายในเพียง 3.7 วินาที ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการจัดแสดงรถต้นแบบ ‘NETA GT Speedster’ (เนต้า จีที สปีดสเตอร์) รถต้นแบบสไตล์ Roadster เปิดประทุนที่ผสานนวัตกรรมทางวิศวกรรมศาสตร์เข้ากับศิลป์แห่งการดีไซน์ได้อย่างลงตัว

พร้อมด้วยรุ่น ‘NETA X’ (เนต้า เอ็กซ์) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ Crossover SUV ที่มาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
Nissan
นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จัดแสดง นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ออเทค (AUTECH) คอมแพคเอสยูวีหนึ่งในไฮไลต์ของนิสสันในปีนี้ ด้วยลุคสปอร์ต เท่ หรู สไตล์พรีเมียม สีภายนอกแบบทูโทนกับหลังคาสีดำเงาเสริมความเข้มด้วยชุดแต่งออเทค เช่น กรอบไฟตัดหมอกสีดำ ซุ้มล้อที่ทันสมัยและ สเกิร์ตรอบคันและกรอบกระจกมองข้าง สีเงินเมทาลิค

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เป็นคอมแพคเอสยูวีรุ่นเดียวในตลาด ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ขับสนุกพร้อมสัมผัสได้ถึงประสบการณ์การขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ ให้อัตราเร่งที่ทันใจจากแรงบิดสูงสุดถึง 280 นิวตันเมตร (Nm) แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาด 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ให้ประสิทธิภาพและกำลังมากขึ้น มาพร้อมอัตราประหยัดน้ำมันเมื่อขับขี่ในเมือง สูงสุด 26.3 กิโลเมตร/ลิตร** นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ “อี-เพดัล สเต็ป” (e-Pedal Step) ที่สามารถเร่ง และชะลอความเร็วได้ในคันเร่งเดียว มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน 360 Safety Shield เพิ่มความสะดวกสบายเอาใจลูกค้ายุคดิจิทัล ด้วย Wireless Charger*** และ NissanConnect เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android Auto*** และ Apple CarPlay
PEUGEOT
The New Peugeot 408 GT มนต์เสน่ห์แห่งการดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Language of Attraction’ รูปลักษณ์สไตล์ฟาสแบ็ค (Fastback) นับเป็นรถซีดานที่ให้อารมณ์การขับแบบสปอร์ต ผสานเดย์ไทม์รันนิงไลท์ทรงเขี้ยวสิงห์ พร้อมกระจังหน้าแบบไร้กรอบ ด้านหลังติดตั้งไฟท้ายกรงเล็บสิงห์ 3 ขีด พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ช่วงล่างระยะห่างจากพื้นถนนมากขึ้น แต่ยังคงความโฉบเฉี่ยวของตัวถัง เป็นรถที่ดูสวยแบบแฮตช์แบ็ค แต่ให้ความสะดวกสบายแบบเอสยูวี

ห้องโดยสารล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี ‘Peugeot i-Cockpit’ เจเนอเรชั่นล่าสุด เบาะหนังแท้ ‘Nappa’ ติดตั้งมาตรวัด 3 มิติ ขนาด 10 นิ้ว บริเวณด้านหน้าผู้ขับ ขณะที่กลางแดชบอร์ดติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ขนาด 10 นิ้ว เอียงเข้าหาผู้ขับเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด พร้อมระบบนำทาง รองรับ Apple Car Play และ Android Auto และเพิ่มความสุนทรีย์ด้วยชุดเครื่องเสียงสุดหรูจากฝรั่งเศส ‘FOCAL Hi–Fi’ ลำโพง 10 ตำแหน่ง ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 1.6 ลิตร 218 แรงม้า (HP) แรงบิด 300 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้า ผ่านเกียร์อัตโนมัติ ‘e-EAT8’ 8 จังหวะ
Suzuki
ไฮไลต์สำคัญได้แก่ การนำรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY มาตกแต่งภายใต้แนวคิด Portable Restroom ยกระดับการออกแบบห้องน้ำเคลื่อนที่ให้มีความครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานทุกฟังก์ชัน ทั้งห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัว และห้องสุขา โดยดีไซน์ให้มีความเป็นส่วนตัว สะดวกสบาย เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้า VIP หรือเป็นห้องน้ำ ห้องแต่งตัวส่วนตัวสำหรับศิลปิน ดารา นักแสดง ในการออกไปทำงานนอกสถานที่ สอดรับกับจุดเด่นของ SUZUKI CARRY ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถเข้าถึงพื้นที่จำกัดได้ จึงตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างครอบคลุม

ซูซูกิได้ร่วมมือกับบริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจวัสดุตกแต่งบ้านที่ครบครันครอบคลุมหลากหลายแบรนด์ดังทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการจัดวางสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ต่างๆ ในรถ SUZUKI CARRY บนพื้นฐานการใช้งานจริง ทั้งยังมุ่งหวังให้เป็นไอเดียต้นแบบ สร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจที่แตกต่าง จุดประกายแนวทางใหม่ให้ผู้ประกอบการ ตอกย้ำแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเรามีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนรถกระบะบรรทุกให้เป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝันทั้งในด้านธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว รวมถึงการช่วยเหลือสังคมเหมาะสมกับการเป็นรถที่ครองใจผู้ประกอบการตัวจริง
Toyota
สะเทือนวงการรถกระบะด้วยภาพลักษณ์ใหม่ของ All New Hilux Champ รถกระบะท้ายเรียบแบบเปิดได้ 3 ทาง เพิ่มความสามารถในการบรรทุก สะดวก และทนทาน พร้อมโครงสร้างที่เอื้อต่อการดัดแปลง ช่วยลดต้นทุน ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย มากับช่วงล้อที่ต่างกัน 2 ขนาด

แรงเต็มพลังกับเครื่องยนต์ 3 ทางเลือก แบบเบนซิน 2.7 ลิตร 166 แรงม้า เบนซิน 2.0 ลิตร 139 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ราคาเบาๆเพียง 459,000 – 577,000 บาท
ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของรถยนต์ที่จัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 ซึ่งสามารถรับชมงานได้ตั้งแต่ 30 พ.ย.-11 ธ.ค. ณ ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี














