Home Blog Page 179

“NETA ประเทศไทย” แต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่คุมตลาดเมืองไทย

0
NETA 1

NETA ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่นั่งแท่นคุมตลาดเมืองไทย สานต่อพันธกิจ “สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน” เพื่อให้คนไทยมีโอกาสใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

NETA 2

NETA AUTO ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบรนด์ NETA จากประเทศจีน ประกาศแต่งตั้ง มร. ชู กังจื้อ (Mr. Shu Gangzhi) ที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของจีนเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ของ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด สานต่อความสำเร็จของแบรนด์ NETA ในประเทศไทย แทน มร. เป่า จ้วงเฟย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป พร้อมเดินหน้าแผนงานแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่คนไทยสามารถเป็นเจ้าของได้จริง

ทั้งนี้ มร. ชู กังจื้อ มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่า 24 ปี และมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ามากว่า 8 ปี อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเติบโตของแบรนด์ NETA ในระดับสากลด้วยการกำกับดูและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและสร้างการเติบโตที่รวดเร็วให้กับแบรนด์ NETA ในภูมิภาคยุโรปและตะวันออกกลาง

NETA 4

มร. ชู กังจื้อ กล่าวว่า “ NETA ให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางของการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ NETA ในภูมิภาคอาเซียน และขอขอบคุณ มร.เป่า จ้วงเฟย ซึ่งทำให้ NETA ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในตลาดเมืองไทย โดยในปีที่ผ่านมา NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์ City Car มียอดขายสูงถึง 13,836 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ 17% เราเชื่อมั่นว่าตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2567 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและยืนยันแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ของเราในตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของฐานผู้ใช้ที่กว้างขึ้น ทั้งนี้ผมมั่นใจว่าด้วยพันกิจ“สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อทุกคน” พร้อมการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมไปถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การบริการหลังการขายที่ครอบคลุมจากเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจะทำให้เราเติบโตอย่างมั่นคงในตลาดภูมิภาคนี้”

“ซีพี โฟตอน – พีทีจี เอ็นเนอยี” พร้อมเปิด 4 “ศูนย์บริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่” รองรับงานขนส่งสินค้าภูมิภาคขยายตัว

0
ซีพี โฟตอน ภาพเปิด

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถบัส แบรนด์ “โฟตอน” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ “พีทีจี เอ็นเนอยี” เดินหน้ารุกงานบริการหลังการขาย พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์จำหน่ายอะไหล่แท้ “แบรนด์โฟตอน” ในเขตภาคกลางตอนล่าง – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ขานรับอัตราเติบโตของกลุ่มผู้ใช้งานรถบรรทุก

ซีพี โฟตอน 1

นาย กฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด กล่าวว่า “เพื่อให้ผู้ใช้รถเพื่อการพาณิชย์แบรนด์โฟตอน ได้รับความสะดวกในการเข้ารับบริการหลังการขายหรือเปลี่ยนถ่ายอะไหล่ด่วน ในเส้นทางขนส่งสายหลัก จึงได้ร่วมกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีเติมน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ เปิด “ศูนย์บริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่” เจาะกลุ่มลูกค้าที่วิ่งรับงานระยะยาวในโซนภาคกลางและตะวันออก เน้นกลยุทธ์หลัก คือ อะไหล่แท้เข้าถึงง่าย…พร้อมมั่นใจได้ในมาตรฐานงานบริการ เพราะมีช่างผู้ชำนาญการให้การดูแล ทั้งนี้เตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมในเส้นทางขนส่งภาคต่างๆ ทั่วไทย เพื่อให้ผู้ใช้รถบรรทุกโฟตอน ได้รับความสะดวกสบายและคุ้มค่าการลงทุนสูงสุด”

ซีพี โฟตอน 2

นาย รังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “ศูนย์บริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่แท้ ซีพี โฟตอน ในสถานีบริการน้ำมันพีทีจี (PT Station) มีความพร้อมในการรองรับการให้บริการผู้ใช้รถบรรทุกกว่า 24 คันต่อวัน มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 4 ช่องซ่อมต่อสาขา อุปกรณ์ซ่อมบำรุงมาตรฐานและ ช่างซ่อมบำรุงรักษารถบรรทุกมืออาชีพ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานีบริการน้ำมันครบครัน อาทิ PT Max Camp ที่พักรถครบวงจร เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ผู้ใช้บริการจะได้รับจากการสมัครสมาชิกบัตร PT Max Card ฟรี! อีกด้วย”

ซีพี โฟตอน 5

ศูนย์บริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนอะไหล่แท้ ซีพี โฟตอน พร้อมเปิดให้บริการ 4 สาขา ในเส้นทางขนส่งสำคัญ ได้แก่
– PT Station สาขาสมุทรสงคราม ถนนพระราม 2 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
– PT Station สาขาสระบุรี ถนนพหลโยธิน ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค
– PT Station สาขานครราชสีมา ถนนพิชัยสงคราม ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว
– PT Station สาขาขอนแก่น ถนนมิตรภาพ ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Hotline CP FOTON โทร. 02-826-9880 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.cpfoton.co.th

“อีซูซุ” ปล่อยของแรง “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” ต้อนรับปีใหม่

0
อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ ภาพเปิด

อีซูซุเปิดฉากรุกตลาดต้อนรับปีมังกร ส่งปิกอัพสปอร์ต ดีไซน์ใหม่ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” (ISUZU X-SERIES… Gotta Xross The Line!) ทุก Element โดดเด่น ไม่ซ้ำใครทั้งดีไซน์และสมรรถนะ พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้ใช้รถรุ่นใหม่ให้ออกไปโลดแล่นนอกกรอบ สู่มิติใหม่มีสไตล์ในแบบตัวเอง ทั้งในรุ่น SPEED และ HI-LANDER แต่งเติมความเท่ให้สุดด้วยดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์ X พร้อม ใหม่! ชุดแต่ง The X Package เพิ่มอารมณ์สปอร์ตและความสนุกเร้าใจ พร้อมเผยโฉมความแรงทะลุเวิร์ส ที่โชว์รูม อีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 1

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของ “ไลฟ์สไตล์ปิกอัพ” ที่ฉีกภาพลักษณ์เดิมของรถปิกอัพทั่วไป ด้วยการสร้างกระแสรถปิกอัพแต่งครบจบจากโรงงานจนเกิดเป็นเซกเมนต์ใหม่ในตลาดรถยนต์เมืองไทย ที่อีซูซุได้ขายและทำการตลาดมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 14 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นรถยอดนิยมของอีซูซุที่เข้าถึงความอิสระของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการโดดเด่นไม่เหมือนใคร แสวงหาความท้าทาย ก้าวข้ามเส้นออกนอกกรอบไปสู่มิติแห่งการใช้ชีวิตที่หลากหลายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อันเป็นที่มาของแนวคิดในรุ่นล่าสุด “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรงทะลุเวิร์ส” (ISUZU X-SERIES…Gotta Xross The Line!) ปิกอัพสปอร์ตดีไซน์ใหม่ที่แสดงออกซึ่งพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของคนเจนใหม่ ทั้งในรุ่น SPEED ปิกอัพสปอร์ตแนวสตรีทเรซ และรุ่น HI-LANDER ปิกอัพสปอร์ตยกสูง ที่จะช่วยเติมเต็มความสนุกของจินตนาการสู่โลกแห่งความจริง ใหม่! ชุดแต่ง The X Package เพิ่มอารมณ์สปอร์ตกับดีไซน์ X สุดเท่อันเป็นเอกลักษณ์ อาทิ กระจังหน้าโทนเข้มตัดแดง สติกเกอร์คาดหน้า-หลัง

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 2

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  3

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  4

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  6

นอกจากนี้ยังเหนือกว่าด้วยสมรรถนะ ขับสนุก แรงได้ตามใจ เวิร์สไหนก็ไปได้สุดกับขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ แรงเต็มสมรรถนะ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที พร้อมตำแหน่งเครื่องยนต์แบบ Semi-Midship การกระจายน้ำหนักที่สมดุล มั่นใจทั้งระบบความปลอดภัยและความบันเทิงสมบูรณ์แบบในสไตล์อีซูซุ ซึ่งพร้อมเผยโฉมความแรงทะลุเวิร์สที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป รุ่น SPEED ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 748,000 – 851,000 บาท และรุ่น HI-LANDER ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 878,000 – 1,024,000 บาท”

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  6

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” (ISUZU X-SERIES…Gotta Xross The Line!) ปิกอัพสปอร์ตดีไซน์ใหม่ ทุก Element โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ด้วยใหม่! ชุดแต่ง The X Package เหนือกว่าด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ พร้อมดีไซน์ Aerodynamic ให้ออกไปโลดแล่นนอกกรอบกับทุกมิติที่เป็นคุณ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  7
●“อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED” (ISUZU X-SERIES SPEED) จัดไป…ใส่เต็มสปีด! ปิกอัพสปอร์ตแนวสตรีทเรซ กับไอเทมรอบคัน ให้คุณมันส์เร้าใจทะลุเวิร์สไปกับทุกสปีดที่ใจต้องการ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโทนเข้มตัดแดง Garnet Red สติกเกอร์ Dual Stripes คาดหน้า-หลัง พร้อม สเกิร์ตหน้า-หลังสไตล์ Integrated สเกิร์ตข้างดีไซน์เฉพาะตัว ล้ออัลลอย 16” Gloss Black ห้องโดยสารโทนดำ-แดง ให้อารมณ์สปอร์ตเร้าใจ ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 748,000 – 851,000 บาท
– ใหม่! หน้าปัดแสดงข้อมูลสไตล์เรซซิ่ง สะท้อนตัวตนผ่านโลโก้ X
– ใหม่! หน้าจอ Infotainment 8 นิ้ว ระบบสัมผัส ดีไซน์สปอร์ตโทนแดง รองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน)
– ใหม่! คอนโซลดีไซน์แบบ Flaming Wing เพิ่มความเร้าใจ
– ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตทูโทนดำ-แดง พร้อมโลโก้ X
– เกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift ทั้งในรุ่น 4 ประตู และ 2 ประตู

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  6

●“อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น HI-LANDER” (ISUZU X-SERIES HI-LANDER) ไปให้สุดกับชีวิตไฮสไตล์ ปิกอัพสปอร์ตยกสูง โดนใจคนจริง ให้คุณสนุกเกินคาดกับทุกเส้นทางเหนือจินตนาการ เอกลักษณ์กระจังหน้าโทนเข้มตัดแดง Garnet Red สติกเกอร์ Dual Stripes คาดหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตหน้า-หลังสไตล์ Integrated Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย ล้ออัลลอย 18” Gloss Black ห้องโดยสารโทนดำ-เทา ให้อารมณ์พรีเมียม ดุดัน ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 878,000 – 1,024,000 บาท

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 9

 

– ใหม่! หน้าจอแสดงข้อมูล Integrated MID 7 นิ้ว โทนแดงให้อารมณ์สปอร์ตพรีเมียม พร้อมโลโก้ X
– ใหม่! หน้าจอ Infotainment 8 นิ้ว ระบบสัมผัส ดีไซน์สปอร์ตโทนแดง รองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน)
– ใหม่! Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว ขับสนุกเร้าใจ
– ใหม่! คอนโซลดีไซน์แบบ Iron Structure เพิ่มความเท่อย่างมีสไตล์
– ใหม่! เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ด้วยเทคโนโลยี COOLMAX พร้อมโลโก้ X
– มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Rev Tronic และ Sequential Paddle Shift (เฉพาะรุ่น 4 ประตู) และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อม Genius Sport Shift

อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์  8

สัมผัสประสบการณ์โลดแล่นนอกกรอบสู่มิติใหม่ที่สนุกเร้าใจกับ “อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ แรง…ทะลุเวิร์ส” (ISUZU X-SERIES…Gotta Xross The Line!) ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

 

“BRG GROUP” แจกโชคใหญ่ ให้อั่งเปาเน้นๆ ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ปีมังกรทองนี้ ทั้งเงินสด ทองคำ ตั๋วเครื่องบิน และของรางวัลอื่นๆอีกมากมาย มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท!!

0
BRG GROUP 1

วันตรุษจีนในปีนี้ตรงกับ “ปีมะโรง” ของคนไทย หรือในทางโหราศาสตร์จีนจะเรียกปีนี้ว่า “ปีมังกรทอง” โดย “มังกร” ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล พลังอำนาจ ความแข็งแกร่ง ความกล้าหาญ ความยิ่งใหญ่ และความเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นในปีมังกรทองนี้จึงถือว่าเป็นปีแห่งความโชคดี จะพบโชคลาภ และจะพบแต่สิ่งดีๆ เรียกได้ว่าเป็นปีเงิน ปีทอง แห่งการประสบความสำเร็จเลยก็ว่าได้ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีแห่งความยิ่งใหญ่ของปีมังกรทองนี้ BRG GROUP ผู้นำด้านธุรกิจรถยนต์นำเข้าอิสระในประเทศไทย ส่งแคมเปญ “ตรุษจีนแห่งความรัก” ประเดิมความยิ่งใหญ่ของปีมังกร จัดโปรโมชั่นใหญ่ ให้อั่งเปาเน้นๆ ของรางวัลแบบจุกๆ พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดแบบจัดเต็ม มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท เพื่อต้อนรับปีมังกรทอง เพียงคุณซื้อรถยนต์นำเข้าที่ BRG GROUP ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

โดยของรางวัล และโปรโมชั่นส่วนลด ที่คุณจะได้รับจากแคมเปญ “ตรุษจีนแห่งความรัก” ของ BRG GROUP มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท มีทั้งหมดดังนี้

1. อั่งเปามหาเฮง มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท
2. ทองคำหนัก 20 บาท มูลค่ากว่า 700,000 บาท
3. POCCO รถยนต์ไฟฟ้า 100% มูลค่ากว่า 300,000 บาท
4. ตั๋วท่องเที่ยวบนเรือสำราญ มูลค่ากว่า 50,000 บาท
5. ตั๋วเครื่องบินไป-กลับประเทศญี่ปุ่น มูลค่ากว่า 30,000 บาท

( หมายเหตุ : **โปรโมชั่นนี้เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และเฉพาะรุ่นรถที่กำหนดเท่านั้น ,**ของแถม โปรโมชั่น เงื่อนไขและข้อตกลงต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ,**บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดๆ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า )

โปรโมชั่น “ตรุษจีนแห่งความรัก” ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ทาง BRG GROUP ยังมีโปรโมชั่นใหญ่ รอคุณอยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

โปรโมชั่น 1 : เก่าแลกใหม่ บวกให้ 50,000 บาท! สำหรับลูกค้าที่มีรถยนต์คันเก่า แล้วต้องการนำรถยนต์คันเก่ามาแลกซื้อรถยนต์คันใหม่ ที่ BRG GROUP ให้ราคามากว่าราคามาตรฐานทั่วไปถึง 50,000 บาทไปเลย!

โปรโมชั่น 2 : เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี นาน 10 ปี! สำหรับใครที่ไม่ชอบจ่ายค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อยๆ เพียงซื้อรถยนต์ที่ BRG GROUP ในแคมเปญวันตรุษจีนปีนี้ รับไปเลยโปรโมชั่นสุดคุ้ม เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี นาน 10 ปี! (*เฉพาะรถญี่ปุ่น และรุ่นที่กำหนดเท่านั้น)

โปรโมชั่น 3 : เครดิตดี รับเลยโปรขับฟรี 6 เดือน! เพียงซื้อรถยนต์ที่ BRG GROUP ในแคมเปญวันตรุษจีนปีนี้ รับไปเลยโปรโมชั่นขับฟรี 6 ดือน นำรถไปขับก่อนแล้วค่อยมาผ่อนกับเราทีหลังได้เลย
( หมายเหตุ : **โปรโมชั่นนี้เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และเฉพาะรุ่นรถที่กำหนดเท่านั้น ,**ของแถม โปรโมชั่น เงื่อนไขและข้อตกลงต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด ,**บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดๆ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า )

ที่ BRG GROUP มีรถยนต์พรีเมียมนำเข้ามากมายหลายรุ่นที่ร่วมแคมเปญนี้ อาทิ เช่น All New Alphard 2024 ,Porsche Macan ,Porsche Cayenne ,Toyota Land Cruiser 300zx ,Toyota Land Cruiser Prado ,Volkswagen ID buzz ,Volkswagen T5 ,Mercedes-Benz S300L ,Mercedes Benz Sprinter , Lexus RX200T ,Toyota Voxy ,Honda Spada Stepwgn Premium Line และยังมีรถยนต์นำเข้าพรีเมียมอีกมากมายหลายรุ่น

สามารถร่วมกิจกรรมแคมเปญ “ตรุษจีนแห่งความรัก” ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 นี้ ที่ BRG GROUP ทุกสาขา หรือสามารถจองรถยนต์ และผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ Facebook : BRG GROUP หรือ https://www.facebook.com/brgthailand

BRG GROUP ผู้แทนจำหน่าย และผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายใหญ่ มั่งคงด้วยชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 49 ปี พร้อมให้บริการดูแลรักษารถยนต์แบบ One Stop Service ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ครบวงจร ดำเนินการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรองรับทุกความต้องการของลูกค้า

โชว์รูมและศูนย์บริการ One Stop Service พร้อมให้บริการ ทั้ง 2 สาขา ทั้งสาขาศรีนครินทร์ และสาขาเเจ้งวัฒนะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่
● Tel : 088-377-6992 (สาขาศรีนครินทร์) /
● Tel : 085-123-8170 (สาขาแจ้งวัฒนะ)
● Website : www.brg.co.th
● Line : @brggroup (มี@ข้างหน้า) หรือกดลิงก์ https://pixelfy.me/BRG-group
● Instagram : brg_group

 

 

 

 

“ซูซูกิ” ประชุมผู้จำหน่ายประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ วางแผนสู้ศึกตลาดรถยนต์ในประเทศไทย แถลงนโยบายแผนระยะยาวต่อเนื่อง 7 ปี พร้อมมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2023 ตอกย้ำคุณภาพยกงานบริการ เพิ่มความเชื่อมั่นลูกค้าทั่วไทย

0
ซูซูกิ ภาพเปิด

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ประกาศวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทย “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต” แถลงนโยบายกลางแผนธุรกิจระยะยาว 7 ปี เพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมมอบรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2023 ยึดมั่นแนวทางการยกระดับงานบริการในทุกด้าน ทั้งก่อนและหลังการขายให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างยั่งยืน

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึง การจัดงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้จำหน่ายซูซูกิจากทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุม ภายใต้แนวคิด “Enhancing the Ability to Compete in the Upcoming Automotive Market เพิ่มขีดความสามารถสู่การแข่งขันในอนาคต”

ซูซูกิ 1

โดยเป้าหมาย นอกจากจะมีแถลงนโยบายแผนดำเนินธุรกิจระยะยาวต่อเนื่อง 7 ปี นโยบายสำคัญรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของซูซูกิ และแนวทางการดำเนินธุรกิจของซูซูกิเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้จำหน่าย ยังเป็นการร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อเป้าหมายแห่งความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ และยังมุ่งหวังให้เกิดการสร้างความร่วมมือ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่า ธุรกิจของซูซูกิจะสามารถก้าวไปข้างหน้าและอยู่คู่คนไทยได้อย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของสังคมไทยอย่างมีขั้นตอน

ในปี 2566 ที่ผ่านมา แม้ซูซูกิจะต้องเผชิญการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงสภาวะการหดตัวลงของตลาดและความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่างๆ แต่ยังคงรักษาระดับยอดขายรถยนต์ไว้ในในระดับที่น่าพอใจ โดยทั้งปีมียอดขายรวม 12,151 คัน ซึ่งนอกจากต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของซูซูกิเป็นอย่างสูงแล้วนั้น ต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายของซูซูกิทุกรายที่ทำงานอย่างหนัก สามารถสร้างความสำเร็จในปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี โดยยึดความสำคัญด้านการบริการทั้งก่อนและหลังการขายเป็นที่ตั้ง จนเราสามารถสร้างยอดขายสะสมนับตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้ถึง 320,969 คัน

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่มาพร้อมสมรรถนะอันยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสมและลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย สิ่งหนึ่งที่ซูซูกิให้ความสำคัญนับตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย คือ การวางรากฐานด้านงานบริการของโชว์รูมและศูนย์บริการให้มีคุณภาพมาตรฐานสูง และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเพื่อสานต่อแนวทางที่เราเชื่อมั่นให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภายในงานได้มอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี 2566 (Best Dealer Award 2023) เพื่อเป็นเกียรติและขอบคุณผู้จำหน่ายอีกด้วย

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการมอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อการพัฒนางานบริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ วัตถุประสงค์สำคัญ คือ ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ กระตุ้นให้เกิดการดูแลและการปรับปรุงพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผ่านการตอบแทนลูกค้าด้วยความจริงใจ ในฐานะที่ลูกค้าทุกท่านเป็นผู้ให้การสนับสนุน และส่งเสริมภาพลักษณ์ของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา

ซูซูกิ 2

โดยทางซูซูกิได้พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้จำหน่าย และผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมผู้จำหน่ายสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้า และการเติบโตร่วมกันระหว่างผู้จำหน่ายและซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หัวข้อในการแข่งขันปีนี้ คือ แนวทางการขายและการรักษากลุ่มลูกค้าอีโคคาร์ให้คงอยู่ ในท่ามกลางกระแสยุคเปลี่ยนผ่านรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้า โดยผู้เข้าแข่งขันได้นำเสนอกลยุทธ์ด้านการขาย บริการหลังการขาย และแนวคิดสู่ความสำเร็จ ว่าผ่านตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดหรือไม่ ก่อนจะคัดเลือกผู้จำหน่ายเพื่อผ่านเข้ารอบสุดท้ายเพื่อชิงชนะเลิศจำนวน 10 ราย และทำการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นผ่านการนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานของผู้จำหน่ายแต่ละแห่ง แบ่งออกเป็นรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2566 ระดับ Best of the Best จำนวน 1 รางวัล และรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2566 ระดับ Platinum จำนวน 9 รางวัล ซึ่งรายชื่อผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ประกอบด้วย

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2566 ระดับ Best of the Best
คุณณัฐพล อุตรนคร บริษัท อารีมิตร ออโต้เซลส์ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม 2566 ระดับ Platinum Dealer
คุณรณกฤต ฐิติกฤตานน บริษัท ดี โฟร์ คาร์ซิตี้ จำกัด กรุงเทพมหานคร
คุณสนาวุธ คลังเจริญพงษ์ภา บริษัท คลัง ออโตโมบิลส์ จำกัด จังหวัดนครราชสีมา
คุณพีรพัฒน์ สิทธิยานุรักษ์ บริษัท ซูซูกิ หัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คุณจิรวัฒน์ กิจถาวรสกุล บริษัท บี.เค. ออโต้ โมบิล จำกัด จังหวัดตาก
คุณเจษฎา สารสินพิทักษ์ บริษัท ชาญศิริ ออโต้เซลส์ จำกัด จังหวัดตรัง
คุณชยธร อุเทนพัฒนันท์ บริษัท อาร์เฮงวัฒนา จำกัด จังหวัดขอนแก่น
คุณศุภชัย พฤฒิธาดา บริษัท ยนต์ตระการ พรีเมียม คาร์ จำกัด จังหวัดนนทบุรี
คุณยุวดี ชคทิศ บริษัท เอ.ซี.ออโตโมบิล(2002) จำกัด จังหวัดสงขลา
คุณธนกานต์ สุวรรณแสง บริษัท เอ.เอ็น.เอ็น.ออโต้เซลส์(2016) จำกัด จังหวัดนราธิวาส

และรวมถึงซูซูกิยังมีการมอบรางวัลให้กับผู้จำหน่ายเพิ่มเติม เช่น รางวัลผู้จำหน่ายที่มียอดขายสูงสุดประจำปี 2566 รางวัลคะแนนความพึงพอใจการบริการหลังการขายสูงสุด ประจำปี 2566 ระดับภูมิภาค และผู้จำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ การให้บริการงานด้านอะไหล่สูงสุด ประจำปี 2566 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่เราเชื่อมั่น ในปี 2566 ที่ผ่านมา ซูซูกิ สามารถสร้างยอดขายรวมไปได้ทั้งสิน 12,151 คัน ประกอบด้วย
•SUZUKI SWIFT จำนวน 5,570 คัน
•SUZUKI CELERIO จำนวน 2,497 คัน
•SUZUKI CIAZ จำนวน 444 คัน
•SUZUKI CARRY จำนวน 2,433 คัน
•SUZUKI XL7 จำนวน 769 คัน
•SUZUKI ERTIGA HYBRID จำนวน 388 คัน

สำหรับในปี 2567 ด้วยแนวโน้มของสถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ซูซูกิเชื่อมั่นว่า จากผลิตภัณฑ์รุ่นปัจจุบันที่มีคุณภาพและได้รับความเชื่อมั่น รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกความต้องการ ไปจนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับงานบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า บริษัทฯ มีความคาดหวังสร้างยอดขายรถยนต์ซูซูกิในปี 2567 ไว้ที่ 12,000 คัน

“เอ็มจี” ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัว Official Automotive Partner กับทีมดังจากลอนดอน Arsenal F.C.

0
MG Pic Open

MG Motor UK และ Arsenal Football Club ได้ประกาศความร่วมมือสุดยิ่งใหญ่ เนื่องในวาระ เอ็มจี ครบรอบ 100 ปี และกลายเป็นผู้สนับสนุนรถยนต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

MG 1

เอ็มจี เตรียมฉลองครบรอบ 100 ปี สุดยิ่งใหญ่ในปีนี้ และได้ให้การสนับสนุนทั้งทีมฟุตบอลชายและหญิง ของ Arsenal F.C. โดยแฟนบอลจะได้เห็นแบรนด์ของ เอ็มจี โดดเด่น ที่ Emirates Stadium และ Meadow Park นอกจากนี้ เอ็มจี และ ทีม Arsenal จะร่วมกันสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่น่าสนใจเพื่อแฟนบอล

โดย Mr. Guy Pigounakis, Commercial Director at MG Motor UK กล่าวว่า “การร่วมมือกับ Arsenal F.C. ในปีที่บริษัทครบรอบ 100 ปี ถือเป็นบทสำคัญอีกบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ เอ็มจี เราไม่ได้แค่สนับสนุนสโมสรระดับโลก แต่เรายังมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอนาคตของวงการฟุตบอลด้วยการสนับสนุนการเติบโตของฟุตบอลหญิง Arsenal W.F.C. และแสดงความหลงใหลในกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”

Juliet Slot, Arsenal’s Chief Commercial Officer กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับ เอ็มจี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผู้สนับสนุน ซึ่ง เอ็มจี ถือเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในด้านประวัติศาสตร์และมรดกเกี่ยวกับยานยนต์ และยังมาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของสโมสร ในปีที่ เอ็มจี ฉลองครบรอบ 100 ปี เรารู้สึกตื่นเต้นที่ เอ็มจี จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเติบโตระยะยาวของเรา และเรามุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับ เอ็มจี เพื่อส่งเสริมการเป็นผู้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ในปี 2023 เอ็มจี ขายรถยนต์ใหม่ได้มากกว่า 80,000 คัน ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น และได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศ

เมื่อฤดูกาล 2024/25 MG Cyberster จะเข้ามาเสริมทัพรถยนต์ที่เต็มไปด้วยคุณภาพของ เอ็มจี เพื่อนำพา เอ็มจี กลับมาโลดแล่นบนถนนอังกฤษอีกครั้ง
ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น เอ็มจี ยังมีรถไฟฟ้าโกลบอลโมเดลอย่าง MG4 Electric ที่คว้ารางวัลมาแล้วมากกว่า 30 รางวัลทั่วโลก ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2022 รวมถึงรางวัล Best Small Electric Car of the year จาก What Car? Awards เป็นปีที่สองติดต่อกัน
Hashtag #MG #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #ECOSYSTEM #EV #MGCYBERSTER #MG4ELECTRIC

อีซูซุฉลองยอดผลิตทะลุ 6 ล้านคัน ตอกย้ำคุณภาพของฐานการผลิตในไทยและศักดิ์ศรีการเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ที่สร้างมูลค่าให้ประเทศไทยในตลาดโลก

0
อีซูซุ 1

อีซูซุ สร้างปรากฏการณ์แห่งความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการประกาศยอดผลิตรถยนต์จากฐานการผลิตในประเทศไทยครบ 6 ล้านคัน ซึ่งเป็นยอดจำหน่ายในประเทศ 4 ล้านคัน โดยเป็นรถปิกอัพกว่า 3 ล้านคัน และส่งออกอีก 2 ล้านคัน นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดสมศักดิ์ศรีการเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ทั้งหมดนี้เกิดจากความเชื่อมั่นและไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ “อีซูซุ” ในฐานะแบรนด์ชั้นนำของประเทศ พร้อมเผยจะทุ่มการลงทุนอีก 32,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีนี้ เพื่อมุ่งสู่การวางรากฐานยานยนต์อนาคต

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้เริ่มเปิดสายการผลิตรถยนต์ครั้งแรกในประเทศไทยในปี พ.ศ.2506 ซึ่งการผลิตครบ 1 ล้านคันแรกใช้เวลา 34 ปี แต่ด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ทำให้การผลิตครบทุก ๆ 1 ล้านคันต่อมาใช้เวลาลดลง แม้ในยามวิกฤต เช่น ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 หรือแม้แต่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 อีซูซุก็ยังสามารถเป็นแบรนด์ที่ฝ่าวิกฤตด้วยยอดผลิตครบ 6 ล้านคันเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยใช้เวลาเพียง 3 ปีหลังจากวาระครบรอบ 5 ล้านคันเท่านั้น

ในประเทศไทย อีซูซุถือเป็นรถที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นสูง รวมทั้งมีคุณค่าของแบรนด์ (Brand Equity) สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ด้วยความโดดเด่นที่สามารถนิยามได้ว่าเป็น “รถที่คุ้มค่าเงินสูงสุด” (Best-Value-for-Money) จนกลายเป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ในมุมมองของลูกค้า ดังนี้
ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และนวัตกรรมดีเยี่ยม (Top Quality with innovation) เพราะอีซูซุไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตลอดมา

ประหยัดน้ำมันสุด (Top Fuel Efficiency) จุดเด่นที่เป็นที่ยอมรับและกล่าวถึงอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งเกิดจากความเชี่ยวชาญในการออกแบบและมีเทคโนโลยีชั้นสูงในการพัฒนาระบบเครื่องยนต์

ประสบการณ์ต่อแบรนด์ดีสุด (Top Brand Experience) นอกเหนือจากความประทับใจจากการใช้รถอีซูซุโดยตรงแล้ว อีซูซุยังได้นำ “Omotenashi” หรือ “จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น” มาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มัดใจลูกค้า ด้วยการยกระดับการให้บริการด้วยความเอาใจใส่เหนือความคาดหมาย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
เครือข่ายการจำหน่ายและการบริการหลังการขายดีสุด (Top Sales, Service and Parts Network) อีซูซุมีโชว์รูมและศูนย์บริการกระจายอยู่ทุกภาคกว่า 340 แห่งทั่วประเทศ พร้อมให้ความอุ่นใจในทุกเส้นทาง

ราคาขายต่อดีสุด (Top Resale Value) อีซูซุยังคงเป็นแบรนด์ที่ยึดมั่นในนโยบาย “การไม่ร่วมสงครามราคา” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยรักษาราคาขายต่อของรถอีซูซุในตลาดรถมือสองได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ ทำให้แบรนด์อีซูซุได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนชาวไทยอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ซื้อไปใช้เพื่อการพาณิชย์ และลูกค้าที่ซื้อไปใช้ส่วนตัว จนทำให้การผลิตรถปิกอัพเมดอินไทยแลนด์เป็น “โปรดัก แชมเปี้ยน” ที่สามารถสร้างมูลค่าให้ประเทศไทยในตลาดโลก โดยมีการส่งออกไปจำหน่ายมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ยังได้รับรางวัลอันทรงคุณค่ามากมาย อาทิเช่น “แบรนด์น่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี” (Thailand’s Most Admired Brand) และรางวัลพิเศษ “Innovation Brand Award” จากนิตยสาร BrandAge รางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2023” ในหมวดหมู่รถปิกอัพจากนิตยสาร Marketeer หรือรางวัล “สินค้าและบริการแห่งปี 2566” ที่รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” ได้รับคะแนนสูงสุดในประเภทกลุ่มรถปิกอัพจากนิตยสาร Business+ และ อื่น ๆ อีกมากมาย

ยิ่งไปกว่านั้นอีซูซุยังคงยึดประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์อนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยหวังจะสร้างงาน สร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไทยต่อไปด้วยการลงทุนเพิ่มอีก 32,000 ล้านบาทใน 5 ปี เพื่อการพัฒนารถรุ่นใหม่ ๆ การพัฒนาโรงงาน ระบบการบริหารจัดการพลังงาน การเพิ่มระบบ automation และโรงงานผลิตใหม่ด้วย”
สถิติยอดผลิตรถอีซูซุในประเทศไทยมีรายละเอียดดังนี้
พ.ศ.2506-2540 (ระยะเวลาเวลา 34 ปี) ครบ 1 ล้านคัน
พ.ศ.2541-2550 (ระยะเวลาเวลา 10 ปี) ครบ 2 ล้านคัน
พ.ศ.2551-2555 (ระยะเวลาเวลา 5 ปี) ครบ 3 ล้านคัน
พ.ศ.2556-2559 (ระยะเวลาเวลา 4 ปี) ครบ 4 ล้านคัน
พ.ศ.2560-2563 (ระยะเวลาเวลา 4 ปี) ครบ 5 ล้านคัน
พ.ศ.2564-2566 (ระยะเวลาเวลา 3 ปี) ครบ 6 ล้านคัน

 

 “Honda Exclusive Golf 2024” เปิดรับสมัครลูกค้าฮอนด้าร่วมลุ้นสิทธิ์ออกรอบตามรอยโปรกอล์ฟระดับโลก รายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024

0
Honda Exclusive Golf 2024 1

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดรับสมัครลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ เข้าร่วมกิจกรรม “Honda Exclusive Golf 2024” ที่มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าได้ออกรอบตามรอย 72 โปรกอล์ฟ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 หลังจบการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี  ภายในงาน ลูกค้าจะได้ออกรอบตีกอล์ฟ พร้อมร่วมสนุกกับเกมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากฮอนด้า โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครลุ้นสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2567 – 9 กุมภาพันธ์ 2567 โดยบอกเล่าถึง ช่วงเวลาความประทับใจของคุณกับรถยนต์ฮอนด้าสั้นๆ พร้อมแนบภาพของคุณกับรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจ ผ่านทาง www.honda.co.th/exclusivegolf2024  รับจำนวนจำกัดเพียง 26 สิทธิ์เท่านั้น (1 สิทธิ์ 2 ท่าน – ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์สามารถพาผู้ติดตามมาร่วมกิจกรรมได้ 1 ท่าน)* บริษัทฯ จะประกาศรายชื่อ
ผู้โชคดีในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/exclusivegolf2024

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.honda.co.th/exclusivegolf2024 หรือติดต่อ Call center
02-341-7777

หมายเหตุ

*รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
เงื่อนไขการรับสมัครกิจกรรม
“Honda Exclusive Golf 2024

  • ผู้สมัครต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า
  • ผู้สมัครต้องแสดงเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า
  • ผู้สมัครสามารถพาผู้ติดตามมาได้ 1 ท่าน
  • ผู้สมัครและผู้ติดตามต้องสามารถเล่นกอล์ฟ ออกรอบได้ และต้องนำอุปกรณ์มาเอง
  • ผู้สมัครที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

 

 

MGC-ASIA AUTOPLEX อุบลราชธานี ปรับโฉมครั้งใหญ่ รองรับลูกค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งรถใหม่ รถมือสอง พร้อมศูนย์บริการ แบบครบวงจร

0

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้แบบครบวงจร ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ปรับโฉมครั้งใหญ่ให้กับ MGC-ASIA AUTOPLEX อุบลราชธานี ที่รวบรวมยนตรกรรมหลากหลายแบรนด์ในเครือฯ ทั้งใหม่และมือสอง พร้อมบริการหลังการขายแบบครบวงจร อาทิ รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดย มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป, มอเตอร์ไซค์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ และ เอ็มเอ็มเอส บ็อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ศูนย์บริการสำหรับรถยนต์ที่หมดระยะการรับประกัน รองรับความต้องการของลูกค้าในภาคอีสานแบบครบวงจร

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “MGC-ASIA คือ หนึ่งในผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์โมบิลิตี้แบบครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ผ่านระบบนิเวศทางธุรกิจ (business ecosystem) ที่ครบวงจร รวมถึงกลยุทธ์ในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมต่อทุกธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่ง MGC-ASIA AUTOPLEX อุบลราชธานี เป็นเสมือนศูนย์กลางของเราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอุบลราชธานี รวมถึงจังหวัดอำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, ยโสธร และจังหวัดใกล้เคียง กับหลากหลายยนตรกรรมในเครือฯ โดยในโอกาสนี้ เราได้มีการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อยกระดับการให้บริการที่เหนือมาตรฐาน ภายใต้หลักการ Customer Centric หรือการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และในโอกาสนี้เราได้มีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยมอบหมวกนิรภัยและเสื้อสะท้อนแสงให้กับตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ ขอเชิญชวนลูกค้าในอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง แวะเข้ามาชมและใช้บริการที่ MGC-ASIA AUTOPLEX อุบลราชธานีครับ”

++ Millennium Auto ปรับโฉมภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ แห่งแรกในภาคอีสานตอนล่าง

มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ปรับโฉมครั้งสำคัญ โดยเป็นโชว์รูมแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Retail.Next’ พร้อมรังสรรค์ประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัว ให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรมจาก บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้า พร้อมรังสรรค์ประสบการณ์พิเศษแบบเฉพาะตัวโดยเน้นบรรยากาศผ่อนคลาย คล้ายอยู่ในแกลเลอรีหรือห้องนั่งเล่นที่บ้าน จัดวางรถยนต์ในองศา
ที่หลากหลาย รายล้อมด้วยโซฟาและเก้าอี้สำหรับลูกค้า เรียกว่า ‘Customer Stage’ เพิ่มความใกล้ชิดระหว่างลูกค้ากับรถยนต์มากยิ่งขึ้น สัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมไฮไลท์ภายในงาน อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 sport, i4 eDrive35 M Sport, i5 M60 xDrive, i7 xDrive60 M Sport, 530e M Sport Plug-In Hybrid รวมถึง มินิ John Cooper Works Hatch และ CE 04 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าล้ำยุค จาก บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมสตาร์ทความสนุกต้อนรับปีมังกร กับแคมเปญพิเศษ ‘THE DRAGON OF LUX’ ขับ ฟิน ช้อป ฟรี รวมมูลค่าสูงสุด 70,000 บาท ตลอดเดือนมกราคม

  • ขับฟรี-รับคูปองเช่ารถจาก Sixt มูลค่าสูงสุด 25,000 บาท*
  • ฟินฟรี-ที่พัก 2 วัน 1 คืน จาก InterContinental มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
  • ช้อปฟรี-รับ Gift Voucher จาก Central มูลค่าสูงสุด 20,000 บาท*
  • ลงทะเบียนเพื่อรับของที่ระลึก และรับประทานอาหารมื้อพิเศษ*

พร้อมรับเพิ่มสิทธิพิเศษต่อที่ 2

  • ลุ้นรับทองคำ 10 บาท รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท* (สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม
    ถึง 29 กุมภาพันธ์ และออกรถภายใน 29 กุมภาพันธ์ 2567)

พิเศษสำหรับลูกค้า Central Ubon Ratchathani เมื่อออกรถกับ มิลเลนเนียม ออโต้ อุบลราชธานี รับฟรี! ปากกา Lamy พร้อมสลักชื่อ มูลค่า 5,000 บาท* (เฉพาะ 10 ท่านแรก) และสามารถใช้คะแนนสะสม MGC-Mobilife 21,600 คะแนน แลกปากกา Lamy Special Edition Set มูลค่า 2,700 บาท* (ระหว่างวันที่ 25 มกราคม ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567)

++ Harley-Davidson of Ubon Ratchathani ปรับโฉม พร้อมปักหมุดโลเคชั่นใหม่

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สาขาอุบลราชธานี ภายใต้บริษัท บริษัท ยูเอส มอเตอร์ไบค์ จำกัด ปรับโฉมโชว์รูมรูปลักษณ์ใหม่ บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 500 ตารางเมตร ซึ่งผ่านการคำนวณให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเน้นความต่อเนื่องจากภายนอกสู่ภายใน พร้อมพื้นที่อเนกประสงค์ภายนอกอาคาร มีจุดจอดรถที่สะดวกสบาย ส่งผลให้โชว์รูมแห่งนี้เป็นจุดมุ่งหมายของผู้แสวงหาอิสระภาพและการผจญภัยในรูปแบบสองล้อ พร้อมเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าสามารถรังสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ได้แบบเฉพาะตัว พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับทั้งนักขับ, แฟนๆ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน รวมถึงผู้ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ ด้วยบริการอันเป็นเลิศ และหลากหลายกิจกรรมสุดมันส์ อีกทั้งยังสะท้อนประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่กว่า 120 ปี พร้อมรับข้อเสนอพิเศษฉลองโชว์รูมคอนเซปต์ใหม่ ระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2567

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99%*
  • Gift Voucher จาก MGC-MOBILIFE*
  • เครื่องแต่งกายลดสูงสุด 40%*
  • อะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่ง ลดสูงสุด 30%*
  • ตรวจสภาพฟรี 32 รายการ*
  • รับของที่ระลึกพิเศษ เมื่อซื้อสินค้า 1,000 บาทขึ้นไป*

++ MMS ปรับโฉม เพิ่มพื้นที่ให้บริการ เน้นความเชี่ยวชาญด้านการซ่อม

เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ สาขาอุบลราชธานี เป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร (One-Stop Service) สำหรับที่หมดระยะการรับประกัน พร้อมความเชี่ยวชาญในการบำรุงรักษารถยุโรป สาขานี้เปิดให้บริการ
ครบปีที่ 9 กับฐานลูกค้ากว่า 8,000 ราย ให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘หนัก-เบา เราซ่อมได้’ อาทิ การตรวจสภาพพร้อมบำรุงรักษาตามระยะทาง 24 รายการ, ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ, เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, แบตเตอรี่, ยาง, เบรก, ไปจนถึงการซ่อมช่วงล่าง, เกียร์อัตโนมัติและเครื่องยนต์ พร้อมเพิ่มเซอร์วิสการล้าง DPF-EGR และซ่อมระบบไฮบริด โดยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม จากสถาบันมาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อมสูงสุด 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร ลูกค้าสามารถผ่อนชำระ 0% ได้หลายรายการ หรือแม้แต่โปรแกรมที่ปรึกษาและช่วยดูแลรถยนต์ สำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อการควบคุมค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์การบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจร ล่าสุดปรับปรุงพื้นที่ในส่วนของห้องรับรองลูกค้า พร้อมขยายพื้นที่บริเวณซ่อมบำรุง เพื่อรองรับลูกค้าในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดข้างเคียง อีกทั้งเป็นศูนย์บริการที่ได้รับความไว้วางใจจาก เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทยให้เป็นศูนย์บริการ หลังการขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภายใต้ชื่อ ‘PEUGEOT SERVICE OUTLET’ อีกทั้งเป็นศูนย์บริการรูปแบบ ‘PET FRIENDLY’ ที่ลูกค้าสามารถนำสัตว์เลี้ยงมาระหว่างรอรับบริการได้

พร้อมรับแคมเปญพิเศษ

  • ยาง Continental, Pirelli และแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงยาง RUNFLAT ราคาพิเศษ 3 แถม 1 พร้อมผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน*
  • น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ FURIO 0W-20 พร้อม TUNAP 957 ฟลัชชิ่งเครื่องยนต์ และ TUNAP 100
    รวมไส้กรอง (รถญี่ปุ่น) เพียง 1,390 บาท*
  • ฟรี! บริการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียในระบบปรับอากาศ ด้วยเครื่องเซ็นเซอร์พิเศษจาก airco well*
  • ลูกค้าที่นำสัตว์เลี้ยงมาด้วย รับฟรี! เสื้อช่างสำหรับสุนัข Limited Edition มูลค่า 290 บาท*

++ MASTER CERTIFIED USED CAR โชว์รูมรถมือสองใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ ศูนย์รวมรถยนต์มือสองครบวงจร ฉลองเปิดโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว่า 1,034 ตารางเมตร จัดแสดงรถยนต์ยุโรปและญี่ปุ่น หลากรุ่นให้ลูกค้าได้สัมผัสมากกว่า 40 คัน ผสานทีมงานมืออาชีพ ที่พร้อมให้บริการลูกค้าในอุบลราชธานี รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ภายใต้มาตรฐานสากล พร้อมหยิบยื่นข้อเสนอเกินห้ามใจ ฉลองเปิดโชว์รูม ระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2567 กับยนตรกรรมไฮไลท์กว่า 40 คัน อาทิ

PEUGEOT 5008 ปี 2020 ราคาปกติ 1,080,000 บาท ราคาพิเศษ 999,000 บาท*
TOYOTA FORTUNER 2.8 V ปี 2019 ราคาปกติ 1,150,000 บาท ราคาพิเศษ 1,050,000 บาท*
MITSUBISHI PAJERO SPORT 2.4 GT ปี 2019 ราคาปกติ 819,000 บาท ราคาพิเศษ 779,000 บาท*
MITSUBISHI XPANDER 1.5 GT ปี 2019 ราคาปกติ 589,000 บาท ราคาพิเศษ 499,000 บาท*
TOYOYA ALTIS 1.6 G ปี 2019 ราคาปกติ 579,000 บาท ราคาพิเศษ 499,000 บาท*
TOYOTA YARIS 1.2 E ปี 2019 ราคาปกติ 399,000 บาท ราคาพิเศษ 340,000 บาท*

 

สมทบด้วยแคมเปญสุดพิเศษ

  • ฟรี! ดาวน์*
  • ฟรี! โอน*
  • ฟรี! คูปองเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง มูลค่า 4,500 บาท*
  • รับประกันคุณภาพ 12 เดือน หรือ 30,000 กิโลเมตร*
  • สมัครสมาชิก MGC-MOBILIFE แพลตฟอร์มลอยัลตี้โปรแกรมใหม่ล่าสุด รับทันที คะแนนสะสม 1,000 คะแนน*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 

สอบถามข้อมูล กรุณาติดต่อ:

Millennium Auto Ubon Ratchathani

โทร.1286 Millennium Auto Connect

Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)

https://www.millenniumauto.co.th

 

Harley-Davidson of Ubon Ratchathani

โทร. 045-959-922

FACEBOOK: HarleyDavidsonUbon

 

MMS BOSCH CAR SERVICE AND TIRE

โทร. 1396 MMS CAR SERVICE AND TIRE

LINE Official: @mmsbosch

Facebook: MMSBoschcarservice

www.mmsboschcarservice.com

 

MASTER CERTIFIED USED CAR

โทร. 094-678-2888

LINE Official: @masterusedcar https://lin.ee/cX9A5Vg

www.masterusedcar.com

“ลามิน่า” สานฝัน…สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยในถิ่นทุรกันดาร ส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ พร้อมระบบสาธารณูปโภค ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 ณ จังหวัดขอนแก่น

0

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า”  ฟิล์มกลุ่มพิเศษ “ลูมาร์” จากสหรัฐอเมริกา อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระ “ธูเล่” จากสวีเดน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร “แอลลักซ์” คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นำทัพโดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมตอบแทนสังคมไทยกับโครงการ “ลามิน่าสานฝัน เด็กไทยได้เล่าเรียน” โครงการ 22 ปีที่ 23 ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ขนาดใหญ่ 1 ชั้น จำนวน 4 ห้องเรียน พร้อมระบบไฟฟ้าครบวงจร ให้แก่โรงเรียนบ้านขนวน อำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้ดำเนินการส่งมอบอาคารเรียนในวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมา ตอกย้ำพันธสัญญาลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย

โดยมี นายสุระพล สอนเสนา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาขอนแก่นเขต 5 และ นายวิเชียร หมื่นชั่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขนวน เป็นผู้แทนรับมอบ ทั้งนี้ นายไพศาล วงศ์ชีวะสกุล นายอำเภอหนองนาคำ ร่วมเป็นสักขีพยานแสดงความยินดี นอกจากนี้ยังมีการมอบทุนการศึกษาจำนวน 120 ทุน พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬาที่จำเป็น

โรงเรียนบ้านขนวนจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนรวมทั้งหมด315  คน มาจากชุมชนใกล้เคียงทั้ง 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านขนวน 4 หมู่ บ้านกุดกั้ง และบ้านฝายหิน เด็กๆ จะได้รับกระเป๋าเป้สานฝัน ภายในบรรจุอุปกรณ์การเรียน ขนม ถือเป็นของขวัญเนื่องในเทศกาลวันเด็กที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ทุกคน

งานนี้ได้รับเกียรติจาก มร.เบอร์นาร์ด เชีย และ มร.เจอรัลด์ เชีย จากลูมาร์ สิงคโปร์ ร่วมส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ พร้อมผู้แทนจำหน่ายจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจิตอาสากระทิงโทนนำโดย นายนิคม เพชรกำเนิด ประธานกลุ่ม นายสันติ แสนอาจ ประธานที่ปรึกษาและผู้ควบคุมการก่อสร้าง รวมถึงผู้บริหารจากลามิน่าฟิล์ม นางจันดา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และ นายชัยณรงค์ สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ลามิน่าฟิล์มยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น  จัดทีมทันตกรรมและบุคลากรทางการแพทย์ออกหน่วย “ลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม” ครั้งที่ 13 ให้บริการทันตกรรมแก่นักเรียนและครู โดยลามิน่ายังบริจาคชุดยูนิตทันตกรรมระบบเคลื่อนที่ครบชุด ให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งมอบต่อให้โรงพยาบาลหนองนาคำ โดยมี แพทย์หญิงภัทรพร ภูคลัง รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองนาคำเป็นตัวแทนรับมอบ

โครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ริเริ่มขึ้นจากความตั้งใจของผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ด้วยความเชื่อมั่นว่าความสำเร็จที่แท้จริงต้องเติบโตเคียงคู่ไปกับการตอบแทนสังคม บริษัทจึงได้ริเริ่มโครงการที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

จึงเป็นที่มาของการดำเนินโครงการลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ก่อสร้างและส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียนและทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารอย่างต่อเนื่องถึง 23 ปี 22 โครงการ โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกัลยาณมิตรกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ชมรมรถขับเคลื่อนสี่ล้อกระทิงโทน, ศูนย์ตัวแทนจำหน่าย, ผู้จำหน่ายรถยนต์, ลูกค้าผู้ใช้ฟิล์มรถยนต์และฟิล์มอาคารลามิน่า, สื่อมวลชนและบุคคลผู้เกี่ยวข้องอีกมากมาย ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของบริษัทฯ ที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ในฐานะผู้นำตลาดฟิล์มกรองแสงอันดับหนึ่งในประเทศไทยมายาวนานเข้าสู่ปีที่ 30

นางสาวจันทร์นภา สายสมร กล่าวว่า “ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน เป็นกิจกรรมหลักที่เรายังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะเราตระหนักดีถึงความสำคัญของการศึกษาที่จะช่วยพัฒนาเยาวชน โดยมุ่งสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูอาจารย์และลูกหลานของเราในถิ่นทุรกันดาร ให้ได้โอกาสทางการศึกษาที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

โครงสร้างและวัสดุของอาคารเรียนลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ทุกหลังเป็นแบบเรียบง่าย แต่มั่นคงแข็งแรง เน้นความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและครูเป็นสำคัญ ซึ่งหลังจากวันส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่นี้แล้ว ทางครูอาจารย์ นักเรียน และชุมชน ต้องเป็นผู้ดูแลต่อไปให้ได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด”

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษในฐานะผู้นำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ของเมืองไทย บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้เจตนารมณ์ “ลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ นอกเหนือจากลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน อาทิ โครงการลามิน่ามินิสานฝัน โครงการรักษ์โลกกับลามิน่า โครงการสร้างฝันปันรอยยิ้ม

รวมถึงสนับสนุนโครงการในพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย สนับสนุนทุนมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2553 ร่วมถวายเงินสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งแต่ พ.ศ.2548 สนับสนุนทุนวิจัยขั้นสูงด้านเภสัชวิทยา ศิริราชมูลนิธิ ตั้งแต่ พ.ศ.2556 รวมถึงสนับสนุนองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ อีกมาก ซึ่งทุกโครงการล้วนเกิดจากพลังความมุ่งมั่น ทุ่มเท ของบุคลากรภายในองค์กร กลุ่มกัลยาณมิตรและผู้บริโภคทั่วประเทศ ร่วมสานต่อเพื่อส่งมอบความสุข คืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป