Home Blog Page 179

“ซูบารุ” ชวนลูกค้าฟอเรสเตอร์กลับเข้าศูนย์ จัดโปรฯใหม่ มอบสิทธิ์รับประกันเพิ่ม*

0
ซูบารุ 1

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย The Forester Celebration สำหรับผู้ใช้รถยนต์ซูบารุฟอเรสเตอร์ รุ่นระหว่างปี 2016 – 2020 แทนคำขอบคุณที่ได้มอบความไว้วางใจให้ศูนย์บริการมาตรฐานซูบารุดูแลรถยนต์ของลูกค้าตลอดการใช้งาน เมื่อเข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะทาง ฟลัชชิ่งระบบปรับอากาศ รวมค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ* (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) รับสิทธิพิเศษเพิ่มการรับประกันตู้แอร์ (Evaporator)* 1 ปีหรือ 20,000 กม. นับจากวันที่เข้ารับบริการทันที

ผู้ใช้รถยนต์ซูบารุฟอเรสเตอร์ สามารถตรวจสอบรุ่นรถยนต์ที่ร่วมรายการได้จากสมุดคู่มือรับประกันในหน้าที่ 2 ที่มีหมายเลขตัวถังที่ขึ้นต้นด้วย PLPSJ5 และ MMRSK7 และสามารถนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับบริการได้ที่ Website : https://www.subaru.asia/th/th/home/ เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการดังต่อไปนี้

•สาขาเสรีไทย, กาญจนาภิเษก, ชลบุรี ในนามบริษัท มอเตอร์อิมเมจ (ประเทศไทย) จำกัด
•สาขาพระราม3, พัทยา ในนามบริษัท รอยด์ ออโต้เซอร์วิส จำกัด
•สาขาพัฒนาการ บริษัท จีที คาร์ ออโต้ จำกัด
•สาขาพระราม2 บริษัท 14 มอเตอร์ กรุ๊ป จำกัด
•สาขานนทบุรี บริษัท ออโต้ โซไซตี้ จำกัด
•สาขาปทุมธานี บริษัท อินดิเพนเด้นท์ ออโต้ จำกัด
•สาขาสุทธิสาร บริษัท โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล จำกัด
•สาขาตลิ่งชัน บริษัท ซิกเนเจอร์ คาร์ส จำกัด
•สาขาพิษณุโลก บริษัท นิธิบูรณ์ ยนตรการ จำกัด
•สาขาชัยภูมิ บริษัท นววาจิตร สำราญ ออโต้ จำกัด

เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยอะไหล่แท้จากโรงงานที่ได้มาตรฐาน พร้อมการรับประกันที่มากกว่าจากศูนย์บริการ พร้อมให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 15 กรกฎาคม 2567 / *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

 

“มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป” จัดกิจกรรม ‘A MAY ZING DEALS’ อัศจรรย์เดือน 5 กับข้อเสนอพิเศษ สำหรับแฟนๆ BMW, MINI และ BMW MOTORRAD ตลอดเดือนพฤษภาคม 2567

0
มิลเลนเนียม ออโต้ ภาพเปิด

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมต้อนรับเดือนพฤษภาคม ‘A MAY ZING DEALS’ อัศจรรย์เดือน 5 กับข้อเสนอสุดพิเศษ ครบครันทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ควบคู่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ และ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขาทั่วประเทศ

มิลเลนเนียม ออโต้ 2

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ต้อนรับเดือนพฤษภาฯ ด้วยแคมเปญสุดคุ้มค่า ‘A MAY ZING DEALS’ เปิดโอกาสให้ลูกค้า ได้เลือกรับข้อเสนอพิเศษที่เหมาะกับตัวเองที่สุด น่าจะเป็นที่ถูกใจของผู้ชื่นชอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างแน่นอนครับ”

มิลเลนเนียม ออโต้ 3

++ มิลเลนเนียม ออโต้ฯ ต้อนรับเดือนพฤษภาฯ กับหลากหลายข้อเสนอสุดพิเศษ
มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดกิจกรรมรับเดือนพฤษภาคม หยิบยื่นหลากหลายข้อเสนอสุดพิเศษให้แฟนๆ ยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั้งรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้รับความคุ้มค่าสูงสุด

มิลเลนเนียม ออโต้ 5

BMW
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 1.999 ล้านบาท*
• ผ่อนเริ่มต้น 15,555 บาทต่อเดือน*
• ดาวน์ 0%*
• ฟรี กาต้มน้ำ และเครื่องปิ้งขนมปัง SMEG มูลค่า 17,400 บาท*
• ฟรี BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) นานสูงสุด 3 ปี*
• ฟรี อัปเกรด BSI นานสูงสุด 10 ปี*
• ฟรี BMW Wall Box*
• นำรถเก่ามาแลกรถใหม่ รับคะแนนสะสม MGC-MOBILFE เพิ่ม 2 เท่า/ใช้คะแนนแลกรับบัตร
โดยสารสายการบิน หรือห้องพักจากดุสิตธานี*
• ลูกค้า SCB รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ* ต่อที่1: รับเงินเครดิตคืนสูงสุด 20,000 บาท
ต่อที่2: ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

มิลเลนเนียม ออโต้ 6

MINI
• ราคาพิเศษเริ่มต้น 1.865 ล้านบาท*
• ผ่อนเริ่มต้น 18,888 บาทต่อเดือน*
• รับฟรี SMEG Toaster Union Jack มูลค่า 12,900 บาท*
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
• ฟรี อัปเกรด MSI นานสูงสุด 10 ปี*
• นำรถเก่ามาแลกรถใหม่ รับคะแนนสะสม MGC-MOBILFE เพิ่ม 2 เท่า/ใช้คะแนนแลกรับบัตร
โดยสารสายการบิน หรือห้องพักจากดุสิตธานี*
• ลูกค้า SCB รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ* ต่อที่1: รับเงินเครดิตคืนสูงสุด 20,000 บาท
ต่อที่2: ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

มิลเลนเนียม ออโต้ 7

BMW Motorrad
• ฟรี ส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท*
• ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
• พัดลม VENZ PIXEL COLLECTION*

อีกทั้งยังมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ THE NEW 5 SERIES ON TOUR ให้ลูกค้าได้สัมผัส
และทดลองขับยนตรกรรมระดับผู้นำ THE NEW BMW 5 SERIES รุ่นใหม่ล่าสุด อย่างใกล้ชิดก่อนใคร ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2567 ที่โชว์รูม คริส-คราฟท์ ประเทศไทย ในโครงการริเวอร์เดล มารีน่า จังหวัดปทุมธานี

มิลเลนเนียม ออโต้ 8

ยิ่งไปกว่านั้น มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ได้สานต่อโครงการ ดีต่อใจ หัวใจ สีเขียว โดยจัดทำเวิร์คช็อป เรียนรู้การปลูกต้นไม้อย่างยั่งยืน ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ และ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เอกมัย โดยทุกการส่งมอบยนตรกรรม ลูกค้าจะได้รับต้นกล้า 1 ต้น เพื่อสนับสนุนโครงการ ‘ธนาคารต้นไม้’ ของชุมชนบ้านถ้ำเสือ โดยเป็นการจัดทริปขับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวสไตล์ Low Carbon Driving Experience พาลูกค้าเที่ยวหมู่บ้านถ้ำเสือ พร้อมทำกิจกรรมคืนพื้นที่สีเขียวสู่สังคม ในเดือนมิถุนายน ปีนี้

สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect
Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)
https://www.millenniumauto.co.th

“เอ็มจี” ตอกย้ำการเป็นผู้บุกเบิกยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าทั่วภูมิภาคอาเซียน กับงบลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท

0
เอ็มจี ภาพเปิด

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย เผยความพร้อมในทศวรรษที่สอง กับการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศชั้นนำทั่วภูมิภาคอาเซียน ด้วยไลน์การผลิตที่ครบทุกรูปแบบการขับเคลื่อน กำลังการผลิตสูงสุด 100,000 คันต่อปี ด้วยงบลงทุนแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท โดยสามารถผลิตได้ทั้งรถยนต์สันดาปภายใน รถยนต์พลังงานทางเลือก และล่าสุดด้วยการเพิ่มไลน์การผลิต รถอีวีนำร่องด้วย NEW MG4 ELECTRIC รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมโรงงานแบตเตอรี่อีวี รองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้รถอีวีในประเทศและแถบภูมิภาคอาเซียน พร้อมเผยความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK โดยพื้นที่ทั้งหมดได้เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และมีพาร์ตเนอร์บริษัทชั้นนำร่วมเข้ามาอยู่ในพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ เอ็มจี สามารถกระจายรายได้สู่ภาคประชาชนด้วยการจ้างงานคนไทยคิดเป็นสัดส่วนกว่า 98%

เอ็มจี 1

ประเทศไทย ถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่ เอ็มจี มุ่งมั่นเข้ามาดำเนินธุรกิจและทำการตลาดในระยะยาว ด้วยความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในแง่ของอัตราการเติบโตและการใช้งานรถภายในประเทศ ผนวกกับทำเลที่ตั้งที่มีโอกาสและความเป็นไปได้ในการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน จึงได้สร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบบครบวงจร ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 2 (WHA ESIE 2) จังหวัดชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 437.5 ไร่ โดยพื้นที่กว่า 300 ไร่ ใช้เป็นส่วนของโรงประกอบตัวถัง (Body Shop) โรงพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop) โรงประกอบรถ (General Assembly Shop) อีกทั้งยังครอบคลุมในส่วนของคลังจัดเก็บอะไหล่เพื่อรองรับรถยนต์ของเอ็มจีทุกรุ่น และ ล่าสุด เมื่อปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา เอ็มจี ได้ลงทุนครั้งใหญ่ในการพัฒนาพื้นที่ในส่วนที่เหลืออีกกว่า137.5 ไร่ ให้เป็นส่วนของ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK เพื่อรองรับการเติบโตของรถอีวี และเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่งในส่วนที่พัฒนาใหม่นี้ ประกอบด้วย โรงประกอบแบตเตอรี่อีวี และส่วนของพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วน เพื่อการประกอบรถยนต์เอ็มจีร่วมกับพาร์ตเนอร์บริษัทชั้นนำ จึงทำให้แบรนด์ เอ็มจี เป็นแบรนด์ที่สามารถผลิตและประกอบรถยนต์ได้ครบทุกรูปแบบการขับเคลื่อนจากฐานการผลิตภายในประเทศ กับกำลังการผลิตสูงสุด 100,000 คันต่อปี

เอ็มจี 2

นายสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า “โรงงานการผลิตและประกอบรถยนต์ เอ็มจี เป็นโรงงานที่มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี อาทิ นวัตกรรมระบบอัตโนมัติ (Automations) หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Intelligent Robotics) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำในไลน์การผลิต ผนวกกับทักษะความเชี่ยวชาญและความชำนาญของบุคลากรในกระบวนการผลิต ซึ่งทำให้มีข้อได้เปรียบในกระบวนการการผลิตที่สามารถรองรับการผลิตรถยนต์ ทุกรูปแบบการขับเคลื่อน ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา เอ็มจี ได้ลงทุนเพิ่มและเริ่มเดินสายการผลิตรถอีวีภายในประเทศ โดยเป็นไปตามแผนงานการลงทุนของบริษัทแม่อย่าง SAIC Motor Corporation และสอดรับกับนโยบายอีวีของภาครัฐ ประเดิมการผลิตรถอีวีรุ่นแรกด้วย NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นโกลบอลอีวีรุ่นยอดนิยมที่มียอดขายสะสมทั่วโลก ณ ปัจจุบัน มากกว่า 180,000 คัน โดยในสายการผลิตที่ประเทศไทยจะประกอบด้วย NEW MG4 ELECTRIC รุ่น STANDARD RANGE และ รุ่น LONG RANGE ซึ่งได้เริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้ส่งมอบสู่ลูกค้าในช่วงเมษายนที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะแบรนด์ ผู้บุกเบิกตลาดอีวี เอ็มจี ไม่ได้ให้ความสำคัญแต่เพียงตัวรถอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่เรายังขยาย ความแข็งแกร่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้งานรถอีวีในทุกมิติ เราจึงได้ลงทุนในส่วนของโรงงานแบตเตอรี่อีวี ภายใต้ชื่อ HASCO-CP BATTERY SHOP ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนการประกอบแบตเตอรี่ ประกอบด้วยสายการผลิตอัตโนมัติที่ทันสมัยอย่างการนำหุ่นยนต์ (Robotic) เข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานที่แม่นยำ เทคโนโลยี AGV (Automated Guided Vehicle) ที่ใช้ในการกำหนดการเคลื่อนที่ของชิ้นงานตามเส้นทางรวมถึงระยะเวลาการทำงานและคุณภาพการผลิตที่แม่นยำ การเชื่อมโดยเลเซอร์ (Laser Welding) เพื่อให้ได้คุณภาพของการเชื่อมที่ดี การตรวจสอบด้วย CCD (Charge Coupled Device) เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบเทียบกับต้นแบบในทุกขั้นตอนก่อนนำไปประกอบใส่ในตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และส่วนที่สอง คือ ส่วนการทดสอบมาตรฐานของแบตเตอรี่กว่า 60 ขั้นตอน ซึ่งได้รับรองคุณภาพและการตรวจสอบภายใต้มาตรฐานยุโรป และเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับสายการผลิตระดับโลก โดยโรงงานแห่งนี้ สามารถประกอบแบตเตอรี่ Cell-To-Pack ได้สูงสุดมากกว่า 50,000 แพ็คต่อปี และนำแบตเตอรี่มาใช้ในการประกอบรถ NEW MG4 ELECTRIC เป็นที่เรียบร้อย”

เอ็มจี 6

นายสุโรจน์ กล่าวต่อไปว่า “เอ็มจี มีส่วนสำคัญในการพัฒนาบุคลากรเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจ้างงานภายในประเทศ มีอัตราการจ้างงานบุคลากรในหลายๆ ส่วน คิดเป็นสัดส่วนบุคลากรคนไทยในบริษัทฯ มากกว่า 98% โดยมีบุคลากรทั้งสิ้นมากกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่ NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK ซึ่ง เอ็มจี ได้พัฒนาโครงการดังกล่าวขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย โดยเฉพาะการเติบโตของรถอีวีในอนาคต ภายในพื้นที่แห่งนี้ ยังมีส่วนของพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนในการประกอบรถยนต์เอ็มจีร่วมกับพาร์ตเนอร์บริษัทชั้นนำ เพื่อจะเติมเต็มความครบวงจรและความสมบูรณ์แบบของกระบวนการผลิต ซึ่งล่าสุดได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้พื้นที่ทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบแล้ว”

ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความตั้งใจอย่างแท้จริงของ เอ็มจี ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยด้วยเป้าหมายใหญ่เชิงมหภาคในการลงทุนระยะยาว เพื่อร่วมเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และบรรลุเป้าหมายของการเป็น “ศูนย์กลาง” การผลิตรถยนต์และรถอีวีพวงมาลัยขวา เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนและประเทศชั้นนำทั่วโลก

 

“SUZUKI” สานต่อไอเดียธุรกิจยุคใหม่ จัดกิจกรรม “SUZUKI CARRY X TheNailBakery On The Road” สร้างโอกาสในช่วงวิกฤติ ชูความอเนกประสงค์ครบครัน พร้อมแคมเปญพิเศษ ผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท

0
SUZUKI CARRY Pic Open

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เพื่อการพาณิชย์ขนาดย่อม จะถูกจดจำในฐานะ “Food Truck” มายาวนานมากกว่า 10 ปี ธุรกิจติดล้อที่ใช้การตลาดเชิงรุกในการเข้าหาผู้บริโภคจนกลายเป็นขวัญใจผู้ประกอบการที่ต้องการอิสระในการเดินตามความฝันและต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ด้วยแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน”ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY เพราะไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์

SUZUKI CARRY  1

“SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ นับตั้งแต่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2006 ก่อนจะแนะนำ SUZUKI CARRY เจเนอเรชั่นที่ 2 ออกมาเมื่อปี 2019 ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถสร้างยอดขายรวมล่าสุด จนถึงปัจจุบัน ไปได้มากถึง 61,380 คัน”

SUZUKI CARRY 1

ด้วยความอเนกประสงค์ของ SUZUKI CARRY ที่สามารถนำไปดัดแปลงและตกแต่งเพื่อใช้งานได้อย่างหลากหลาย จึงทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกลุ่มธุรกิจ SME ล่าสุดในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ซูซูกิได้นำเสนอแนวคิดธุรกิจ “ร้านทำเล็บเคลื่อนที่” โดยได้จับมือกับร้าน TheNailBakery เนรมิตรถยนต์ SUZUKI CARRY ให้เป็นร้านทำเล็บที่สามารถต่อยอดธุรกิจหรือเป็นไอเดียให้กับคนที่ต้องการมีอาชีพและทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งหลังจากนำรุ่นต้นแบบมาจัดแสดงมีกลุ่มลูกค้าที่สนใจอย่างต่อเนื่อง

SUZUKI CARRY 2

ด้วยความร่วมมือจากร้าน TheNailBakery จึงเกิดไอเดียในการตกแต่งที่คำนึงถึงงานบริการลูกค้าเป็นสำคัญ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การทำเล็บที่สะดวกสบายและมีคุณภาพ ด้วยการจัดแบ่งโซนพื้นที่ใช้สอยอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการจัดพื้นที่เป็นโซนทำเล็บ สามารถรองรับลูกค้าพร้อมกันได้ 2 ท่าน ออกแบบโซฟาและโต๊ะทำเล็บแบบ customization สามารถเคลื่อนย้าย เพื่อปรับเปลี่ยนตามการจัดวาง อีกโซนคือการทำเคาเตอร์และส่วนจัดเก็บอุปกรณ์ของใช้ในร้านไว้อย่างลงตัว โดยสามารถใช้งานได้จริงในทุกพื้นที่

SUZUKI CARRY 3

สำหรับภายนอกตัวรถออกแบบในสไตล์ Homey friendly นอกจากการเลือกสีสันให้มีความน่ารักสดใส ยังออกแบบและติดตั้งผ้าใบกันร้อนที่สามารถยืดและขยายได้  ให้มีผ้าใบกันร้อน ยืดขยายได้  เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสะดวกสบายเวลาเข้ามาใช้บริการ ทั้งยังเลือกใช้วัสดุที่เน้นการดูแลรักษาง่าย และราคาไม่แพงในการตกแต่ง เน้นความคุ้มค่าและควบคุมต้นทุนให้ไม่สูงเกินไปสำหรับการทำธุรกิจ

SUZUKI CARRY 4

เหตุผลที่ผู้ประกอบการร้าน TheNailBakery เลือกใช้ SUZUKI CARRY เป็นพาร์ทเนอร์ในการทำธุรกิจร้านทำเล็บเคลื่อนที่ ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบกระบะบรรทุกแบบเรียบสามารถดัดแปลงและปรับใช้ได้ตรงตามความต้องการได้อย่างลงตัว รวมถึงขนาดตัวรถยนต์ SUZUKI CARRY มีความกะทัดรัด ทำให้มีความคล่องตัวในการขับขี่ สามารถนำไปจอดให้บริการลูกค้าในพื้นที่ที่มีเงื่อนไขจำกัดได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง SUZUKI CARRY ในรุ่นมาตรฐานยังมีราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่า ไม่ต้องเติมแต่งอะไรเพิ่มเติม ก็สามารถใช้ขนย้ายสินค้าได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว และรองรับน้ำหนักได้มาก จึงประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ทำให้ควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

SUZUKI CARRY 6

ทั้งนี้ เพื่อสานต่อไอเดียธุรกิจดังกล่าวสำหรับผู้ที่สนใจ ซูซูกิเดินหน้าร่วมมือกับร้าน TheNailBakery จัดกิจกรรมพิเศษ “SUZUKI CARRY X TheNailBakery On The Road” โดยเตรียมนำรถทำเล็บเคลื่อนที่คันที่จัดแสดงภายในงาน ออกไปให้บริการแก่ลูกค้าที่สนใจ โดยจะมีสถานที่และช่วงเวลาในการให้บริการ  2 แห่ง คือ

  1. วันที่ 11 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน 2567

ร้านกาแฟ F.I.X. Pradiphat ถนนประดิพัทธ์ ซอย 17

แผนที่ https://maps.app.goo.gl/7NtDLzBYiE6pkJyy7

  1. วันที่ 9-30 มินายน 2567

ร้านกาแฟ F.I.X. Bangna – Brunch & Play ซอยเมืองแก้ว 2 ถนนบางนา-ตราด

แผนที่ https://maps.app.goo.gl/9c55suGeiQD8P8Kx5 จะนำรถทำเล็บเคลื่อนที่ไปให้บริการในช่วง

โดยสามารถสอบถามหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook และ Instragram : TheNailBakery

 

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอไอเดียธุรกิจที่คุณสามารถเป็นเจ้าของเองได้ทั้งรูปแบบส่วนตัว หรือจะนำไปพัฒนาต่อยอดขยายเป็นแฟรนไชส์ ด้วยแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY เพราะไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY ก็พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์  พร้อมเป็น Goods Truck ที่เสมือนพาร์ทเนอร์คนสำคัญในการสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ใช้ด้วยความจริงใจ เดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” ซึ่งเป็นโครงการที่ซูซูกิต้องการที่จะสื่อสารกับลูกค้าทั้งด้านสินค้าและงานบริการในยุคที่การสื่อสารและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด ทั้งนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกได้อย่างทันท่วงทีและมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน รวมถึงส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในสินค้าและบริการของซูซูกิสู่ลูกค้าต่อไป อีกทั้งเราหวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

SUZUKI CARRY 9

สำหรับลูกค้าที่สนใจ SUZUKI CARRY ด้วยราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท (ราคารุ่นมาตรฐานไม่รวมอุปกรณ์ตกแต่ง) เรายังได้จัดแคมเปญพิเศษ ด้วยข้อเสนอส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่ม 1.99% นานสูงสุด 60 เดือน หรือรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นวันละ 222 บาท พร้อมฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดแคมเปญพิเศษได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ 103 แห่งทั่วประเทศ เรามีที่ปรึกษาการขายพร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบและตกแต่ง SUZUKI CARRY นอกจากนั้น ซูซูกิยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำเข้ามาร่วมเป็น Suzuki Exclusive Leasing พร้อมทีมงานให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อเพื่ออำนวยความสะดวกในการดูแลเรื่องภาระค่าใช้จ่ายให้สามารถเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ได้โดยง่ายอีกด้วย

 

 

“ฟอร์ด” เปิดรับจอง ”ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม” เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เพิ่ม

0
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ภาพเปิด

จากความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 ที่มีลูกค้าให้ความสนใจและจองเข้ามาเต็มจำนวน 350 คัน ภายในวันแรกของการเปิดจองภายในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับฝ่ายผลิตอย่างใกล้ชิดในการจัดสรรรถเพิ่มเติมให้แก่ตลาดประเทศไทยเพื่อตอบรับความสนใจที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

โดยฟอร์ดพร้อมที่เปิดรับจองรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าที่สนใจผ่านช่องทางออนไลน์ www.ford.co.th พร้อมกันทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 เวลา 12:00 น. เป็นต้นไป โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ที่เปิดจองเพิ่มเติมนี้ เป็นรถยนต์สเปกเดียวกันกับที่เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และยังคงราคาขายที่ 2,279,000 บาท พร้อมมอบแคมเปญส่งเสริมการขายเดิม คือ ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

ฟอร์ดจะทยอยส่งมอบฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ที่เปิดจองเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เป็นต้นไป โดยบริษัทจะส่งมอบตามลำดับคิวที่ลูกค้าจองผ่านช่องทางออนไลน์ หากมีลูกค้าจองเข้ามาเป็นจำนวนมาก บริษัทจะมีแนวทางที่เหมาะสมในการดูแลลูกค้าที่อาจไม่ได้รับรถภายในปีนี้ต่อไป สำหรับลูกค้าที่จองในระบบตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้รับแจ้งว่าเป็น Waiting lists บริษัทได้ประสานงานกับผู้จำหน่ายในการติดต่อลูกค้าเพื่อแจ้งสิทธิ์ในการรับรถ โดยจะพิจารณาจัดสรรรถเพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลำดับแรก

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม 3.0 ลิตร วี 6 เป็นรุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหาความเป็นเลิศในการใช้ชีวิตขณะที่ยังคงแสวงหาการผจญภัย ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้น ดีไซน์ที่เน้นความเท่ ดุดัน เรียบหรูตามแบบฉบับแพลทินัม รวมถึงอีกขั้นของความหรูหราและสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร มาพร้อมขุมพลังใหม่เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E- Shifter มอบพละกําลังสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำลังและแรงบิดมากขึ้น

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ บนถนนรามคำแหง มุ่งสร้างความเติบโต พร้อมมอบบริการเหนือระดับให้แก่ลูกค้า

0
มิตซูบิชิ อาร์เอ็มเอ ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่ง และขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการเปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ มิตซูบิชิ อาร์เอ็มเอ สาขารามคำแหง พร้อมนำเสนอบริการด้านการขายและบริการหลังการขายแบบครบวงจร ด้วยโชว์รูม ศูนย์บริการ รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ครบจบในที่เดียว ในทำเลที่โดดเด่นบนถนนรามคำแหง หนึ่งในทำเลสำคัญของกรุงเทพฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้นในพื้นที่ย่านรามคำแหง พระราม 9 และเพชรบุรี

 มิตซูบิชิ อาร์เอ็มเอ 2

มิตซูบิชิ อาร์เอ็มเอ สาขารามคำแหง นับเป็นโชว์รูมจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ แห่งที่ 3 ภายใต้การดำเนินการของบริษัท อาร์.เอ็ม.เอ. เทรดดิ้ง ที่ต่อเนื่องความสำเร็จจากโชว์รูมและศูนย์บริการ สาขาลุมพินี และสาขาพระราม 3 ช่วยเสริมสร้างและตอกย้ำความแข็งแกร่งให้แก่เครือข่ายผู้จำหน่ายของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพในการมอบรถยนต์และบริการเหนือระดับ รวมถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าชาวไทยที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยบริการแบบครบวงจรทั้งบริการด้านการขายและหลังการขายภายใต้มาตรฐานสูงสุด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินการเพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจในตลาดประเทศไทย

 มิตซูบิชิ อาร์เอ็มเอ 3

มิตซูบิชิ อาร์เอ็มเอ สาขารามคำแหง ตั้งอยู่บนพื้นที่ทั้งหมด 1 ไร่ ภายในโชว์รูมและศูนย์บริการประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิ มากสูงสุด 5 คัน สำนักงานฝ่ายขาย และห้องส่งมอบรถใหม่ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการที่ประกอบด้วย พื้นที่ต้อนรับลูกค้า พร้อมด้วย 15 ช่องซ่อมบำรุง โดยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของอาร์.เอ็ม.เอ. เทรดดิ้ง ในการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการแบบครบวงจร เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยสถานที่ตั้งที่ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงรถยนต์และบริการเหนือระดับได้สะดวกสบายและง่ายต่อการเดินทางมากยิ่งขึ้น

 มิตซูบิชิ อาร์เอ็มเอ 
4

โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ อาร์เอ็มเอ สาขารามคำแหง ตั้งอยู่ที่เลขที่ 555 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมากเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-718-5060 หรือเข้าชมเว็บไซต์ https://mitsurma.com

 

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย” เดินหน้าการแข่งขัน BMW Golf Cup 2024 รอบคัดเลือก เฟ้นหาตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นจากประเทศไทย ชิงแชมป์ระดับประเทศสู่ระดับโลก จัดเต็มพร้อมรางวัลโฮล-อิน-วันสุดพิเศษ

0
BMW Golf Cup 2024 99

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดการแข่งขัน BMW Golf Cup 2024 รายการแข่งขันกอล์ฟสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก รอบคัดเลือก ณ สนามกอล์ฟนิกันติ จังหวัดนครปฐม โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นรวมประมาณ 2,800 ท่านทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อเป็นหนึ่งใน 120 ท่านที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ โดยจะคัดเลือกเพียง 3 ท่านที่จะเป็นตัวแทนบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ในการเข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมของปี 2025

BMW Golf Cup 2024  1

สำหรับรายการ BMW Golf Cup 2024 รอบคัดเลือก จัดขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 รวม 20 ทัวร์นาเมนต์ ในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย ซึ่งรวมถึงอุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา พิษณุโลก เชียงใหม่ สุราษฎธานี สงขลา ภูเก็ต พัทยา และนครปฐม ทั้งนี้ ยังคงเหลืออีก 9 รายการ ที่จังหวัดกรุงเทพฯ โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 24 พฤษภาคม 2024 นี้ และนักกอล์ฟสมัครเล่นที่สามารถคว้าโฮล-อิน-วัน จะได้รับรางวัลพิเศษ* ประกอบด้วย:

BMW Golf Cup 2024 2

•ทริปสุดพิเศษสำหรับ 2 ท่าน ไปร่วมกิจกรรม Driving Experience ณ ประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2025** สำหรับนักกอล์ฟที่ทำโฮล-อิน-วัน หลุมที่ 2 สนับสนุนโดยบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย
•ลำโพง Bowers & Wilkins รุ่น Formation Duo พร้อมขาตั้ง สำหรับนักกอล์ฟที่ทำโฮล-อิน-วัน หลุมที่ 8 เป็นท่านแรกของการแข่งขัน สนับสนุนโดยโบเวอร์ แอนด์ วิลกินส์ (Bowers & Wilkins)
•ชุดเหล็ก T-Series 1 ชุด พร้อมถุงกอล์ฟ สำหรับนักกอล์ฟทำโฮล-อิน-วัน หลุมที่ 14 เป็นท่านแรกของการแข่งขัน สนับสนุนโดยไทเทิลลิสท์ แบรนด์ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กอล์ฟและอุปกรณ์เสริมระดับโลก
•นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Luxury Golf Watch รุ่น MARQ Golfer สำหรับนักกอล์ฟทำโฮล-อิน-วัน หลุมที่ 16 เป็นท่านแรกของการแข่งขัน สนับสนุนโดยการ์มิน (GARMIN) แบรนด์นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ชั้นนำ

BMW Golf Cup 2024  3

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเดินหน้าเชิญชวนผู้สมัครเข้าร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขัน BMW Golf Cup 2024 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชร่วมเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นบนเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ พร้อมรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การแข่งขัน BMW Golf Cup 2024 ได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

 

‘ซูซูกิ’ ปรับเสริมศักยภาพ ประกาศแต่งตั้งนายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม เพิ่มบทบาทดูแลด้านการวางแผนบริหารงานฝ่ายบริการและอะไหล่ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานองค์กร

0
ซูซูกิ 2

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ประกาศปรับเสริมศักยภาพโครงสร้างการบริหารงานภายในองค์กร โดยทำการแต่งตั้ง นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม โดยเพิ่มหน้าที่เป็นผู้ดูแลด้านการวางแผนบริหารงานฝ่ายบริการและอะไหล่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมผู้นำของบริษัทฯ และตอกย้ำการสนับสนุนการดำเนินงานด้านเครือข่ายผู้จำหน่ายที่มีมากกว่า 105 แห่งทั่วประเทศต่อไป

ซูซูกิ 1
ปัจจุบัน นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ยังคงดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการบริหาร ซึ่งดูแลด้านกลยุทธ์ทางการตลาดและงานขายด้วยรูปแบบที่ทันสมัย เสริมสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างการยอมรับในคุณภาพของรถยนต์ซูซูกิมาโดยตลอด ซึ่งในการเข้ามารับผิดชอบดูแลงานด้านการวางแผนบริหารงานฝ่ายบริการและอะไหล่เพิ่มเติมอีกหนึ่งหน่วยงานในองค์กร ก็เพื่อเป็นการยกระดับและเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านงานบริการหลังการขาย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่อง และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ภายใต้หลักปรัชญา “Suzuki Cause We Care …เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจในทุกความต้องการ”

ทั้งนี้ นายวัลลภจะรายงานการปฏิบัติงานโดยตรงต่อ นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กร รวมถึงเพื่อส่งเสริมศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานหลังการขายให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจรถยนต์ซูซูกิในอนาคต

 

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส – กลุ่ม ปตท.” ร่วมศึกษาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ครบวงจร ทั้งผลิต-ขาย-ส่งออก-บริการ

0
MMTh 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส”) และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (“MMTh”) ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และบริษัท อรุณพลัส จำกัด (“อรุณพลัส”) แกนนำธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของ ปตท. ร่วมกันศึกษาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า xEV ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการผลิตในประเทศไทย การขายภายในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอนในประเทศไทย

ด้วยประสบการณ์ และความชำนาญของ ปตท. ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศไทย รวมถึงแนวคิดในการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า กอปรกับการที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีแผนยุทธศาสตร์มุ่งส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงมองเห็นโอกาสที่จะริเริ่มความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท ซึ่งรวมไปถึงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า xEV และธุรกิจบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ให้ความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือดังกล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สำคัญที่สุดสำหรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานในต่างประเทศของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยกว่า 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านการผลิตรถยนต์ การจำหน่ายในประเทศ และการส่งออก โดยหวังว่าความร่วมมือนี้จะผลิดอกออกผลเป็นความสำเร็จที่เราร่วมสร้างไปด้วยกัน เพื่อส่งเสริมประสบการณ์ที่ดี ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรที่บริษัททั้งสี่นั้นมีพร้อมอยู่แล้ว ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และสอดคล้องกับนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน”

 

 

 

 

“AAS Motorsport” เปิดศึกสุดเดือด รถแข่ง Porsche ลงประชันความเร็ว 2 รุ่น คว้าถ้วยตั้งแต่สนามแรก

0
AAS Motorsport 1

รายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย B–Quik Thailand Super Series 2024 เปิดฤดูกาลกับการแข่งขันในสนามแรก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ. บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2024 ที่ผ่านมา โดยในปีนี้ AAS Motorsport ส่งรถแข่ง Porsche ลงสนามสู้ศึกความเร็ว 2 รุ่น ได้แก่

AAS Motorsport 2

รถยนต์ Porsche 718 Cayman GT4 RS Clubsport หมายเลข 18 ลงแข่งขันในรุ่น Thailand Supercar GT4 ขับโดย บูม กันตธีร์ กุศิริ นักแข่งดีกรีแชมป์ ที่ฉายเดี่ยวโชว์ฟอร์มการขับได้อย่างยอดเยี่ยมในสนามนี้ และรถยนต์ Porsche 992 GT3 Cup หมายเลข 17 ลงแข่งในรุ่น Thailand Supercar GTM โดยมี 2 นักแข่งที่ผนึกกำลังลงสนามดวลความเร็ว คือ สุกี้ – ณัฐจักร์ หาญจิตต์เกษม และ มิกกี้ – คมิก กรรณสูต แชมป์เก่าที่ร้างสนามไปกว่า 5 ปี

AAS Motorsport 3

มาเริ่มกันด้วยการแข่งขันในรุ่น Thailand Supercar GT4 ที่ บูม กันตธีร์ กุศิริ สามารถทำเวลาได้เร็วสุดคว้าอันดับ 1 (P1) Double Pole Position มาครองให้ได้ชื่นใจกันตั้งแต่รอบ Qualify และเมื่อเริ่มการแข่งขันในเรซที่ 1 ที่ต้องต้องต่อสู้ทั้งกับคู่แข่งมากฝีมือแล้ว บูม กันตธีร์ ยังต้องต่อสู้กับอุณหภูมิโหดกว่า 40 องศา อีกทั้งยังต้องแบกเวลาใน Pit ถึง 138 นาที นับเป็นการต่อสู้ที่ท้าทายความอึดตลอด 60 นาทีของการแข่งขัน ซึ่ง บูม กันตธีร์ ก็ไม่ทำแฟนๆ AAS Motorsport ผิดหวัง เมื่อสามารถจบการแข่งขันในเรซ 1 ลงได้กับผลงานยอดเยี่ยม พารถแข่งหมายเลข 18 เข้าเส้นช้ยคว้าถ้วยรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 (P2) Overall ในรุ่น Supercar GT4 มาครองได้สำเร็จ

AAS Motorsport 4

สำหรับการแข่งขันวันที่สองอากาศดูจะเป็นใจกว่าเรซแรก และแน่นอนว่า “บูม กันตธีร์” กับรถแข่งคู่ใจ Porsche หมายเลข 18 ยังคงโชว์ฟอร์มการขับแข่งได้เหนือชั้น จนสามารถปิดเกมการแข่งขันในเรซที่ 2 ไปได้อย่างเหนือชั้น กระโดดขึ้น Podium คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ (P1) ในรุ่น Supercar GT4 มาฝากแฟนๆ ผลงานของ บูม กันตธีร์ ในเรซ นี้ ทำให้แฟนๆ ได้เฮกันลั่น

AAS Motorsport 6

ต่อกันด้วยการแข่งขันในสนามแรกของรุ่นใหญ่ ในรุ่น Supercar GTM ที่เปิดตัวได้ลุ้นระทึกตั้งแต่รอบการซ้อม เมื่อ เกิดปัญหาทางเทคนิคกับรถแข่ง Porsche 992 ทำให้ต้องเปลี่ยนมาใช้รถ Porsche 991 ลงสนามแทน นับเป็นความท้าทายบทหนักของทั้งนักแข่งและทีม Service ที่ต้องลุยกันข้ามคืนเพื่อให้รถแข่งเฉพาะกิจพร้อมที่สุดในการกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง และเมื่อเวลาในการ Qualify มาถึง รถแข่ง Porsche 991 หมายเลข 17 ก็พร้อมลงสู้ศึกอีกครั้ง โดย สุกี้ ณัฐจักร์ และ มิกกี้ สามารถทำความเร็วในรอบนี้ได้ในอันดับที่ 6 ทั้ง 2 รอบ Qualify ก่อนเตรียมตัวไปต่อเรซ 1 ในบ่ายวันเดียวกัน

AAS Motorsport 7

โดยในการแข่งขันในเรซที่ 1 ของรุ่น Supercar GTM นั้น เริ่มด้วย สุกี้ – ณัฐจักร ที่ต้องยอมรับว่าสนามนี้เปิดตัวด้วยลีลาการขับบวกกับเทคนิคที่ยอดเยี่ยมจนสามารถพารถหมายเลข 17 ขึ้นมาอยู่ใน Top 3 ได้อย่างสะใจ ก่อนจะพารถเข้า Pit และส่งต่อให้กับ มิกกี้ รับไม้ต่อในครึ่งหลัง ที่มิกกี้นั้นรวบรวมกำลังทั้งหมดสู้กับข้อจำกัดของรถ และความท้าทายตลอดการแข่งขัน และเมื่อจบ 60 นาทีโหด มิกกี้ ก็สามารถบังคับรถแข่งเข้าเส้นชัยได้เป็นอันดับที่ 5 (P5) ขึ้นโพเดี้ยมรับถ้วยรางวัลมาครองได้สำเร็จ

AAS Motorsport 8

เช่นเดียวกันกับการแข่งขันในเรซที่ 2 ที่ทั้งรถ ทั้งนักแข่ง และทีม Service ยังคงทำหน้าที่กันอย่างมุ่งมั่น ในเรซนี้เริ่มด้วย มิกกี้ – คมิก ที่รับหน้าที่พารถแข่งหมายเลข 17 ออกจาก Grid สตาร์ท และค่อยๆไต่ทำอันดับขึ้นมาได้ ก่อนจะเป็น สุกี้ ณัฐจักร ที่รับช่วงต่อเร่งเครื่องเต็มสปีดความเร็ว พารถ Porsche 991 GT3 Cup เข้าเส้นชัยไปได้ในอันดับที่ 5 (P5) ในรุ่น Supercar GTM รับถ้วยรางวัลอีกใบมาครองได้อย่างน่าชื่นชม

AAS Motorsport  9

เรียกได้ว่าผลการแข่งขันของนักแข่งทั้ง 3 คน และสุดยอดทีมงาน AAS Motorsport ในสนามนี้นั้น เป็นการเปิดศึกรายการแข่งขันที่ดุเดือดเร้าใจในทุกไลน์ สามารถนำรถแข่งและถ้วยรางวัลกลับบ้านได้อย่างสวยงาม บวกกับภาพความประทับใจตลอดการแข่งขัน และกำลังใจจาก FC ทุกคน ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง นับเป็นการเริ่มต้นปีได้อย่างยอดเยี่ยม

สำหรับการแข่งขันสนามต่อไป เตรียมพบกันที่ บางแสน สตรีท เซอร์กิต (Bangsaen Street Circuit) สุดยอดรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบบนสนามเลียบชายทะเลที่มีความสวยติดอันดับต้นๆ ของโลก ในวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2024 แฟน Motorsport สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสาร และภาพกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook & IG : AAS Motorsport