Home Blog Page 180

“Mazda AJGA Thailand Junior Championship 2024” สนามแรกเยาวชนไทยควงจีนซิวแชมป์คว้าตั๋วไปอเมริกา

0
Mazda AJGA Thailand Pic Open

การแข่งขันกอล์ฟเยาวชนทัวร์นาเม้นต์ระดับโลก MAZDA AJGA THAILAND JUNIOR CHAMPIONSHIP 2024 เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน เยาวชนทุกคนต่างมุ่งมั่นตั้งใจทำผลงานให้ออกมาดีที่สุด ผลัดกันขึ้นนำตั้งแต่วันแรกต้องลุ้นกันตลอด 3 วันของการแข่งขัน ประเภทเยาวชนหญิงและชายต่างขับเคี้ยวกันสุดมัน ท้ายที่สุดสาวน้อยจากไทยแลนด์ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม วันสุดท้ายตีเข้ามาเพิ่ม 2 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ประเภทเยาวชนหญิงไปครองสุดยิ่งใหญ่ ส่วนประเภทชาย หนุ่มน้อยจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ตีวันสุดท้ายเข้ามาเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ ซิวแชมป์ไปครอง คว้าตั๋วไปทัวร์ฯ ที่สหรัฐอเมริกา

Mazda AJGA Thailand 3

ผลการแข่งขันกอล์ฟ MAZDA AJGA THAILAND JUNIOR CHAMPIONSHIP 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2567 ณ สนามกอล์ฟ Lotus Valley Golf Resort จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเยาวชนที่เดินทางมาจากทั่วโลกเข้าร่วมดวลวงสวิงในครั้งนี้ 135 คน โดยแชมป์ประเภทเยาวชนหญิงตกเป็นของสาวน้อยจากกรุงเทพฯ กัลยรักษ์ พงศ์พิธานนท์ นักกอล์ฟจากประเทศไทย ทำสกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ ส่วนแชมป์ประเภทเยาวชนชาย นักกอล์ฟจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน Kaichen Xia ที่ทำสกอร์รวมดีที่สุด 10 อันเดอร์พาร์ เบียดเอาชนะหนุ่มน้อยจากเกาหลีที่ขึ้นนำในวันแรก 4 อันเดอร์พาร์ ซึ่งในจำนวนท็อป 5 ทั้งสองประเภท รวมจำนวน 10 คน มีนักกอล์ฟเยาวชนจากประเทศไทยขึ้นโพเดียมถึง 7 คน แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของเยาวชนไทยที่ฝากผลงานเป็นที่ประจักษ์ พร้อมก้าวสู่เส้นทางนักกอล์ฟมืออาชีพในอนาคต

ผลการแข่งขันประเภทเยาวชนชาย

Mazda AJGA Thailand  5
1. Kaichen Xia (จีน) ทำสกอร์รวม -10 อันเดอร์พาร์
2. Ajalawich Anantasetthakul (ไทย) ทำสกอร์รวม -4 อันเดอร์พาร์
Sivawong Aukrawat (ไทย) ทำสกอร์รวม -4 อันเดอร์พาร์
Jae Min Park (เกาหลีใต้) ทำสกอร์รวม -4 อันเดอร์พาร์
5. Teerawut Boonseeor (ไทย) ทำสกอร์รวม -2 อันเดอร์พาร์

 

ผลการแข่งขันประเภทเยาวชนหญิง

Mazda AJGA Thailand 7
1. Kanyarak Pongpitthanon (ไทย) ทำสกอร์รวม -2 อันเดอร์พาร์
2. Kritchanya Kaopattanakul (ไทย) ทำสกอร์รวม -1 อันเดอร์พาร์
3. Parat Sukanant (ไทย) ทำสกอร์รวม E อีเวนพาร์
4. Teemapat Pateetin (ไทย) ทำสกอร์รวม +1 โอเว่อร์พาร์
4. An Le Chuc (เวียตนาม) ทำสกอร์รวม +1 โอเว่อร์พาร์

Mazda AJGA Thailand  9

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันในสนามแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงามได้รับความสนใจจากเยาวชนและผู้ปกครองจากทั่วโลก เพื่อต้องการสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้อย่างล้นหลาม มาสด้าขอแสดงความยินดีกับนักกอล์ฟเยาวชนไทยและเยาวชนจีน ทั้ง 2 คน ที่พิชิตแชมป์การแข่งขันในครั้งนี้ และคว้าสิทธิ์เดินทางไปเล่นทัวร์นาเม้นต์ที่อเมริกา และขอขอบคุณเยาวชนทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ อย่างน้อยที่สุดทุกคนได้ประสบการณ์จากการลงเล่นในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ระดับนานาชาติ และขอให้ทุกคนมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเฉกเดียวกับชาวมาสด้า ขอให้มุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อม เพื่อโอกาสในการคว้าแชมป์ในสนามหน้าที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2567 นี้ ทั้งนี้ทางผู้จัดการแข่งขันเตรียมเปิดรับสมัครในเร็วๆ นี้ และคอยติดตามอย่างใกล้ชิดผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th หรือ Facebook: MazdaThailandOfficial

 

“มาเซราติ” เปิดศักราชใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้าในกิจกรรม ‘Made in Thunder’ พร้อมนำเสนอ กรันคาบริโอ โฟลกอเร สู่สายตาชาวโลก

0
Made in Thunder 9

‘Made in Thunder’ เป็นโชว์สุดตระการตาที่เปี่ยมด้วยพลัง ในบรรยากาศที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลง ยุคแห่งนวัตกรรม ความเป็นเอกลักษณ์ แรงบันดาลใจสุดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ใหม่ที่มุ่งไปสู่การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่สู่อนาคต นับเป็นการโหมโรงของ ‘โฟลกอเร (Folgore)’ ยนตรกรรมสายพันธุ์ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% พร้อมนำพาค่ายตรีศูลสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าในอนาคต

 

การแสดงเริ่มขึ้นช่วงอาทิตย์อัสดง ด้วยเสียงดนตรีที่เรียกความสนใจดุจมนต์สะกดจาก ดาร์ดัสท์ (Dardust) ศิลปินชื่อดัง ชาวอิตาเลียน ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับค่ายตรีศูลเป็นอย่างดี เพื่อเป็นการต้อนรับยุคใหม่กับยนตรกรรมสายพันธุ์ โฟลกอเร ที่กำลังจะมาถึง

มาเซราติ 1

จากนั้นนักแสดงสาวชาวอิตาเลียน มาทิลดา เด แองเจลิส (Matilda De Angelis) พร้อมกับนักวิทยาสตร์ ดาราศาสตร์ และนักสื่อสารชาวอิตาเลียนอีกท่านหนึ่งคือ เอ็ดวิดจ์ เพซซุลลี (Edwige Pezzulli) ซึ่งมาเป็นแขกพิเศษของ มาเซราติ

ในโอกาสพิเศษนี้ ก็ได้ขึ้นบนเวทีเพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มจากการเล่าประวัติยุคแรกของแบรนด์ จนถึงในปีนี้ ที่มีอายุครบ 110 ปี และมีประวัติความเป็นมาที่โดดเด่นในโลกยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งในวันเดียวกันนี้ ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี อัจฉริยะชาวอิตาเลียน และนับเป็นวันเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจ ในผลิตภัณฑ์ที่‘ผลิตในอิตาลี’ (Made in Italy)

มาเซราติ 3

ยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยศิลปะ ความสร้างสรรค์ด้วยฝีมือนักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์จากแคว้นทัสคานี และการเป็นยนตรกรรมที่ผลิตในอิตาลี ได้กลายมาเป็นหัวใจที่จะขับเคลื่อน มาเซราติ สู่ยุคใหม่ที่นำโดย ‘โฟลกอเร’ ยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

มาเซราติ 6

หลังจากทั้งสองท่านได้เล่าประวัติความเป็นมาอันน่าภูมิใจแล้ว ก็ได้เวลาเปิดตัวยนตรกรรมแห่งอนาคต สู่สายตาผู้คนทั่วโลก ด้วยพลังที่รุนแรงดุจสายฟ้าฟาด ‘มาเซราติ กรันคาบริโอ โฟลกอเร’ (GranCabrio Folgore) ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุน ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ซึ่งผลิตในอิตาลีทั้งคัน

มาเซราติ 6

มาเซราติ กรันคาบริโอ โฟลกอเร หรูหรา สง่างาม สะกดทุกสายตาด้วยบุคลิกรถสปอร์ตสุดท้าทาย การผสมผสานอย่างลงตัวของนวัตกรรมต่างๆ โดยที่ยังคงให้ความสุนทรีย์ในการขับอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย รวมถึงความประณีตทุกรายละเอียด โดยเป็นยนตรกรรมเปิดประทุน ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รุ่นแรก ในเซกเมนท์ลักชัวรี่ ที่มากับสมรรถนะสูงสุดในปัจจุบัน ต่อเนื่องจาก มาเซราติ เกรคาเล่ โฟลกอเร (Grecale Folgore) ยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่ายตรีศูล ส่งผลให้ มาเซราติ มียนตรกรรมไฟฟ้าหลากหลายประเภท ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มาเซราติ 7

สุดยอดยนตรกรรมใหม่เหล่านี้ เป็นผลมาจากการรังสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ และเป็นสิ่งที่ทำให้ มาเซราติ ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งวงการยานยนต์ของโลก ในยุคที่ยานยนต์ไฟฟ้าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ โดยมีแบรนด์หรูจากอิตาลี เป็นผู้นำในการผสานดีเอ็นเอของแบรนด์ในด้านสมรรถนะ เข้ากับรูปลักษณ์อันทันสมัย รวมถึงแรงบันดาลใจจากความก้าวล้ำของวิศวกรรมและเทคโนโลยี

จากนั้นเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ โดย มร. เคลาซ์ บุสซ์ (Klaus Busse) หัวหน้าฝ่ายออกแบบ มาเซราติ และ มร. เดวิด กราสโซ (Davide Grasso) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่ง มร. เคลาซ์ บุสซ์ ได้นำเสนอเส้นทางแห่งการรังสรรค์ความงาม และจิตวิญญาณของ มาเซราติ กรันคาบริโอ โฟลกอเร ตัวถังสีทองชมพู (Liquid Rose Gold) พร้อมกับหลังคาผ้าใบสีเทา (Titan Grey) เข้ากันกับห้องโดยสารโทนฟ้าและขาว (Denim and Ice) เย็บตะเข็บสีตัดกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่น ของโปรแกรม มาเซราติ ฟูโอริเซรี (Maserati Fuoriserie) ให้ลูกค้ากำหนดรายละเอียดการตกแต่งได้ตามต้องการ ก่อนจะไปถึงจุดเด่นต่างๆ ของรถ นับตั้งแต่ดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา สมรรถนะเหนือระดับ สุ้มเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของยนตรกรรมสายพันธุ์ โฟลกอเร และเทคโนโลยีจากรถแข่ง ฟอร์มูล่า อี ที่นำมาปรับใช้กับยนตรกรรมในสายการผลิต

มาเซราติ 9

หลังจากนั้น มร. เดวิด กราสโซ ได้ขึ้นมากล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติ ที่สละมาร่วมงานเพื่อเป็นสักขีพยานในการก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ก่อนจะกล่าวถึงช่วงเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา ที่มีการผสานความโดดเด่นด้านศิลปะ เข้ากับวิทยาศาสตร์ได้อย่างลงตัวและทรงพลังราวสายฟ้าฟาด ซึ่งได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ความยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์จากอิตาลี ที่สอดแทรกอยู่ในจิดวิญญาณและผลงานจากค่ายตรีศูลมาโดยตลอด พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “หากไม่มีอิตาลี ก็คงไม่มี มาเซราติ ซึ่งวันนี้ ได้เริ่มการเข้าสู่ยุคแห่งยนตรกรรมขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เต็มรูปแบบ”

โฟลกอเร คือ เสียงสะท้อนจากอนาคตของ มาเซราติ ประดุจสายฟ้าที่สะสมพลังงาม และก่อเกิดระเบิดเป็นพลังในการสร้างอนาคตของค่ายตรีศูล

“ฟอร์ด เรนเจอร์” โชว์ดุดัน คว้า 5 รางวัล สนามไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2024

0
ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ภาพเปิด

ทีมแข่ง ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง (FTR) เปิดฤดูกาลแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2024 อย่างดุเดือดในรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ปิคอัพ โชว์ศักยภาพและความแข็งแกร่งของรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ และพัฒนาการของทีม คว้า 5 รางวัลจากการแข่งขันสนามที่ 1 และ 2 เมื่อวันที่ 4-5 พฤษภาคม 2567 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ภาพเปิด

การแข่งขันเริ่มขึ้นอย่างดุเดือดไม่แพ้อากาศที่ร้อนระอุ โดยแจ็ค เลมวาร์ด ในรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 41 และแซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค ในฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 3 จากทีมออโรร่า ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ได้พิสูจน์ฝีมือการขับขี่อันยอดเยี่ยม ในสนามแรกออกตัวจากกริดที่ 6 และ 7 ตามลำดับ ทั้งคู่ใช้ทักษะการขับที่มีชั้นเชิงเร่งแซงคู่แข่งขึ้นมาได้ จบการแข่งขัน แซนดี้ครองอันดับ 3 คลาสเอ และ 4 Overall ด้านแจ็คตามติดมาด้วยอันดับ 4 คลาสเอ

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 3

ต่อมาในสนามที่ 2 แซนดี้และแจ็ค ได้งัดเทคนิคการขับขี่มาพิชิตคู่แข่งบนสนามที่ดุเดือด โดยแจ็ค เลมวาร์ด ได้ขึ้นนำคู่แข่งจากการออกตัวกริดที่ 6 มาเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ในคลาสเอ และ 4 Overall ขณะที่แซนดี้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 โชว์ทักษะการแข่งที่เข้มข้น ทว่าประสบอุบัติเหตุในรอบที่ 2 จนตกอันดับลงไป แต่สามารถตีตื้นขึ้นมาได้จนจบอันดับที่ 8 คลาสเอ

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 4

ด้านทีมซีอาร์อี ลาโนเทค ลิควิโมลี่ เรซซิ่ง ได้เปิดตัว เชส ชาคริส พาร์คส น้องเล็กคนใหม่ของทีมซีอาร์อี ลาโนเทค ลิควิโมลี่ เรซซิ่ง นักแข่งชาวไทย-อเมริกัน แชมป์คาร์ตติ้งวัยเพียง 16 ปี ซึ่งได้เรียนรู้เทคนิคการขับรถแข่งมาจากแซนดี้เองโดยตรง ร่วมประเดิมการแข่งรถกระบะครั้งแรกในรถฟอร์ด เรนเจอร์ หมายเลข 25 โดยแม้จะออกตัวในกริดที่ 36 ก็สามารถตีตื้นขึ้นมาแข่งจบในอันดับที่ 23 Overall ในการแข่งขันวันแรก

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 6

“ฟอร์ดขอแสดงความยินดีกับทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ที่ได้สร้างผลงานที่น่าภูมิใจอีกครั้งในการแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ซึ่งนับเป็นฤดูกาลที่ 5 ตั้งแต่ก่อตั้งทีมมา เราเชื่อว่าความมุ่งมั่นของทีมและความสามารถของนักแข่งจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนารถและทีมแข่งให้แข็งแกร่งขึ้น และสร้างความประทับใจให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตไทย ฟอร์ดตื่นเต้นมากที่จะได้อวดศักยภาพของรถ นักแข่ง รวมถึงวิศวกร ในการแข่งขันครั้งต่อไป” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว   

ฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง 8

“AXA” เซ็นสัญญาสนับสนุน “MOTOR EXPO” ต่อเนื่องปีที่ 3

0
Motor Expo Pic Open

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร และ โคลด เซนย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) เซ็นสัญญาบันทึกข้อตกลง เป็นผู้ร่วมอุปถัมภ์การจัดงานอย่างเป็นทางการ ด้านการประกันภัย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

Motor Expo 2

 

ความร่วมมือกันครั้งนี้ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้ร่วมอุปถัมภ์การจัดงานอย่างเป็นทางการ ที่พร้อมจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในเรื่องของการประกันภัย อาทิ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยการเดินทาง ฯลฯ รวมถึงมอบข้อเสนอพิเศษให้ผู้เข้าร่วมชมงาน และลูกค้าที่สนใจซื้อรถยนต์ภายในงานปีนี้

Motor Expo 3

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

 

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” นำทีม “The new E-Class” บุกห้างดัง จัดเต็มข้อเสนอในงาน “Mercedes-Benz StarFest 2024” ชวนลูกค้าสัมผัสรถที่ใช่ในพื้นที่ใกล้บ้านคุณ

0
Mercedes-Benz StarFest 2024 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย สานต่อความคึกคักของงาน Motor Show 2024 เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายช่วงหน้าร้อนกับงาน “Mercedes-Benz StarFest 2024” นำเสนอคอนเซปต์ “The Ultimate Experience” ยกทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด นำโดย The new E-Class จัดแสดงตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำเพื่อให้ลูกค้าทุกคนเข้าถึงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และรับข้อเสนอต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยประเดิมครั้งแรกที่ศูนย์การค้าเกษรอมรินทร์ (Gaysorn Amarin) เมื่อวันที่ 25 – 28 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา และจัดอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2567 ตามรายละเอียด ดังนี้

Mercedes-Benz StarFest 2024 2
เซ็นทรัลลาดพร้าว (ชั้น 1) วันที่ 2 – 8 พฤษภาคม 2567 จัดแสดงรถยนต์ 6 รุ่น ได้แก่
•E 350 e AMG Dynamic (The new E-Class)
•GLC 350 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic
•E 300 e AMG Dynamic
•GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic
•EQS 450+ AMG Dynamic
•C 220 d Avantgarde

Mercedes-Benz StarFest 2024 3

เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ วันที่ 16 – 22 พฤษภาคม 2567 จัดแสดงรถยนต์ 4 รุ่น ได้แก่
•E 350 e AMG Dynamic (The new E-Class)
•GLC 350 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic
•C 220 d Avantgarde
•C 350 e AMG Dynamic

Mercedes-Benz StarFest 2024 4

เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ (ชั้น 1) วันที่ 30 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2567 จัดแสดงรถยนต์ 4 รุ่น ได้แก่
•E 350 e AMG Dynamic (The new E-Class)
•GLC 350 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic
•E 300 e AMG Dynamic
•EQS 450+ AMG Dynamic

Mercedes-Benz StarFest 2024 6

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

เยาวชนทั่วเอเชียร่วมแข่งขันกอล์ฟก้าวแรกสู่เวทีโลก Mazda AJGA Thailand Junior Championship 2024

0

เริ่มแล้ววันนี้สำหรับการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนระดับโลก MAZDA AJGA THAILAND JUNIOR CHAMPIONSHIP 2024 ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสและจุดประกายความฝันให้กับนักกอล์ฟทั้งเยาวชนชายและเยาวชนหญิงได้เข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟระดับนานาชาติ และที่สำคัญ ผู้ที่ชนะเลิศการแข่งขันในครั้งนี้จะคว้าสิทธิ์ เข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทันที โดยเยาวชนที่ได้รับโอกาสเดินทางไปเล่นกอล์ฟที่สหรัฐอเมริกานั้นจะมีโค้ชจากโรงเรียนชื่อดัง หรือมหาวิทยาลัยชั้นนำมาสังเกตุการณ์ และอาจได้รับการเสนอทุนการศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อและเป็นตัวแทนนักกีฬารวมถึงโอกาสในการร่วมการแข่งขัน เพื่อปูทางก้าวสู่เส้นทางการเป็นนักกอล์ฟมืออาชีพในอนาคตต่อไป

การแข่งขันกอล์ฟ MAZDA AJGA THAILAND JUNIOR CHAMPIONSHIP 2024 นับเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีเยาวชนจากทั่วทวีปเอเชียเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จำนวน 132 คน รวมทั้งเยาวชนจากประเทศไทย และเยาวชนไทยที่มาสด้าได้คัดเลือกเข้าร่วมอีก 12 คน คือ ประเภทชาย 6 คน และประเภทหญิง 6 คน การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2567 ณ สนามกอล์ฟ Lotus Valley Golf Resort จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยการสนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้ ประกอบด้วย มาสด้า โรเล็กซ์ อาดิดาส และเทเลอร์เมด

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้ามีความเชื่อในคุณค่าของการ uplift ประสบการณ์การใช้ชีวิตของลูกค้า มีจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ เฉกเช่นเดียวกับการเป็นนักกีฬาที่ต้องมีความขยันอดทน หมั่นฝึกซ้อม มีความมานะ ต่อสู้กับตนเองและสภาพแวดล้อม เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต ต่อยอดไปถึงการเล่นกอล์ฟระดับอาชีพ เช่นเดียวกับนักกอล์ฟชื่อดังหลาย ๆ คนที่ประสบความสำเร็จ อาทิ Tiger Woods, Phil Mickelson, Jordan Spieth, Nelly Korda หรือแม้กระทั่งโปรกอล์ฟหญิงขวัญใจชาวไทย อาทิ โปรแพตตี้, โปรโม, โปรเมย์” ที่เคยผ่านโครงการนี้มาแล้วทั้งสิ้น

ทั้งนี้ มาสด้ายังคงเดินหน้าในการส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” Joy of Driving ภายใต้คุณค่าหลักที่ให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้น “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” และมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ “ความสุขในการดำเนินชีวิต” ด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความสุขให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกคน มาสด้าเชื่อว่าในทุกช่วงเวลาที่เราเดินไปพร้อมกัน ทุกลมหายใจจะพาคุณเติบโตและไปได้ไกลกว่า พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ออกไปค้นพบโลกกว้างในอีกหลากหลายแง่มุม และส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กันและกัน มาสด้าพร้อมจะก้าวไปกับคุณในทุกเส้นทาง เพื่อก้าวสู่วันพรุ่งนี้และอนาคตที่สดใส ขับเคลื่อนชีวิตไปด้วยกันให้ไกลกว่าเดิม FEEL THE DRIVE

เอ็มจี เดินหน้าจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่ง NEW MG5 PRO สนับสนุนนิวเจนให้กล้าที่จะแตกต่าง สะท้อนนิยาม #ก็แค่เป็นตัวเองDareToBeYou

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ต่อยอดแคมเปญ #ก็แค่เป็นตัวเองDareToBeYou สู่การเป็นกลยุทธ์สื่อสารทางการตลาดของ NEW MG5 PRO ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ เพื่อนำแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นตัวเองขั้นสุด และสนับสนุนให้กล้าที่จะแตกต่าง

สำหรับรูปแบบการสื่อสารในครั้งนี้จะเป็นการนำเสนอผลงานภาพถ่ายแฟชั่นที่เหล่า KOL ที่มีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเองได้โพสต์ถ่ายภาพไปพร้อม ๆ กับการสัมผัสดีไซน์ใหม่ของ NEW MG5 PRO สปอร์ตคูเป้ ซีดานที่ยกระดับความสปอร์ตรอบคัน ตั้งแต่กระจังหน้าใหม่ Black Chrome Gladius Grille Design เสริมด้วย Smoke Chrome ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำ และตกแต่งด้วยคาลิปเปอร์เบรกสีแดง เพิ่มลุคดุดันและมีสไตล์ ความกว้างขว้างของห้องโดยสารที่กว้างสุดในเซ็กเมนต์ มาพร้อมคอนโซลกลางแบบ Driver-focus cockpit หน้าจอทัชสกรีนขนาด 10 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple Car Play และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบกุญแจ Digital Key ที่สามารถรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอพพลิเคชั่น i-SMART รองรับด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว (ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM) สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ขับขี่ อาทิ ดิสก์เบรก 4 ล้อ ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริม แรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection System ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 3 มิติ ระบบควบคุมการทรงตัวในขณะเข้าโค้ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและการลื่นไถล ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน และถุงลมนิรภัย 6 จุด ในราคาเริ่มต้นเพียง 629,900 บาท

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เรายังคงเดินหน้านำเสนอสิ่งใหม่เข้าสู่ตลาดยานยนต์ต่อเนื่อง ด้วยหมุดหมายสำคัญ คือ การสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยบริษัทฯ ได้สำรวจมุมมอง ค่านิยม แนวคิด และไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้ พบว่า “วัยรุ่นยุคใหม่มีความเป็นตัวเองสูง และกล้าแสดงออกมากขึ้น”  จึงเกิดเป็นแคมเปญ #ก็แค่เป็นตัวเองDareToBeYou ที่เหล่า KOL (Key Opinion Leader) ที่เป็นขวัญใจวัยรุ่นต่างให้ความสนใจเข้าร่วมแคมเปญ และออกมาแสดงตัวตนที่แตกต่างผ่านภาพถ่ายแฟชั่นเซ็ตบนโลกโซเชียล จึงเกิดเป็นไอเดียต่อยอดแคมเปญ #ก็แค่เป็นตัวเองDareToBeYou ที่มีความสอดคล้องกับแนวคิด และดีไซน์ใหม่ของ NEW MG5 PRO ที่คนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก

การใช้แคมเปญ #ก็แค่เป็นตัวเองDareToBeYou นำเสนอเรื่องราวของ NEW MG5 PRO ทำให้รูปแบบการนำเสนอรถยนต์มีความแปลกใหม่ และสนุกสนานมากขึ้น โดยสามารถรับชมผลงานและเรื่องราวของเหล่า KOL ผ่านทาง bit.ly/FBMGcarsThailand. พร้อมสัมผัส และทดลองขับ NEW MG5 PRO ได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทุกสาขาทั่วประเทศ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

“เปอโยต์” ไลอ้อนฯ จัดงาน ‘Bonjour The New 408’ มอบความสุนทรีย์ ผ่านเครื่องเสียงระดับโลก พร้อมโอกาสเป็นเจ้าของ New Peugeot 408 สปอร์ต ฟาสแบ็ค ครอสโอเวอร์ ด้วยข้อเสนอเกินห้ามใจ

0
เปอโยต์ ภาพเปิด

บริษัท เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ผู้จำหน่ายแบรนด์รถยนต์ฝรั่งเศส ‘เปอโยต์’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดกิจกรรมสบายๆ ‘Bonjour The New 408’ สัมผัส New Peugeot 408 สปอร์ต ฟาสแบ็ค ครอสโอเวอร์ แบบใกล้ชิด ผสานบรรยากาศการฟังเครื่องเสียงคุณภาพระดับโลกในรถยนต์ บรรเลงเพิ่มความสุนทรีย์ผ่าน Live Saxophone สุดชิลล์ ภายใต้แนวคิด ‘Peugeot x Focal’ พร้อมทดลองขับและโอกาสเป็นเจ้าของ เปอโยต์ รุ่นฮอต กับข้อเสนอสุดพิเศษ ภายในงานเท่านั้น!

เปอโยต์ 1

ภูยส มังกรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล กล่าวว่า “New Peugeot 408 ยนตรกรรมฝรั่งเศส สปอร์ต ฟาสแบ็ค ครอสโอเวอร์ โดดเด่นทั้งดีไซน์และสมรรถนะล้ำสมัย มีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อย ทั้ง New Peugeot 408 Allure, New Peugeot 408 Allure Plus และรุ่นท็อป New Peugeot 408 GT มาพร้อมเครื่องเสียงแบรนด์ดัง Focal ที่ได้รับการยอมรับถึงคุณภาพระดับโลก จึงอยากเชิญชวนผู้ชื่นชอบความสุนทรีย์ สัมผัสบทเพลงไพเราะจาก Focal ผ่านลีลาแซกโซโฟน พร้อมอร่อยฉ่ำคลายร้อนกับไอศกรีม Guss Damn Good และรับโปรโมชั่นพิเศษ แบบจัดหนักจัดเต็ม เพื่อชาว เปอโยต์ โดยเฉพาะ”

เปอโยต์ 2

++พร้อมรับข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อจอง New Peugeot 408 ภายในงาน
•ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี*
•รับประกันคุณภาพสินค้า 7 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร*
•Peugeot Value Care Package สูงสุด 3 ปี*
•บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดระยะทาง*

เปอโยต์ 4

เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร รวม 6 สาขา ได้แก่ สุขุมวิท, เกษตร-นวมินทร์, วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์, หาดใหญ่, ภูเก็ต และอุบลราชธานี นอกจากนี้ ยังได้ผนึกกำลังกับ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุงรถยนต์แบบครบวงจร ขยายเครือข่ายการให้บริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ ‘PEUGEOT SERVICE OUTLET’ ครอบคลุมทั่วประเทศ 13 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 10 สาขา ได้แก่ พระราม 4, งามวงศ์วาน, ลำลูกกา, รังสิต, เพชรเกษม, รามคำแหง, คู้บอน, พุทธบูชา, กาญจนาภิเษก และศรีนครินทร์ พร้อม 3 สาขาในต่างจังหวัด ได้แก่ ระยอง, อุบลราชธานี และภูเก็ต

เปอโยต์ 7

สัมผัสประสบการณ์สุนทรีย์ กับ New Peugeot 408 สปอร์ต ฟาสแบ็ค ครอสโอเวอร์ และ Focal ระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม ที่โชว์รูม เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล สาขาสุขุมวิท และวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2567 ที่สาขาวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ สำหรับลูกค้าที่มาร่วมงาน รับสิทธิพิเศษล้างรถฟรี! ที่โชว์รูม*

พิเศษ! ลูกค้าที่จอง เปอโยต์ รับคะแนนเพื่อนำไปแลกรับของรางวัลมากมาย จาก MGC-MOBILIFE

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: ‘1488 ALWAYS CONNECTED’
LINE: @peugeot_lion
FACEBOOK: Peugeot Lion Automobile
WEBSITE: www.peugeot.co.th

“เรเว่ ออโตโมทีฟ” จัดเต็ม แคมเปญ BYD Euro Privilege ต้อนรับฟุตบอลยูโร 2024 ชวนเพื่อนซื้อ BYD รับฟรี! 30,000 เครดิต ชาร์จรถไฟฟ้ากับ RÊVERSHARGER ทั่วประเทศ

0
เรเว่ ออโตโมทีฟ 2

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าและความเป็นกลางทางคาร์บอน และในโอกาสเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ที่มาถึงนี้ ทาง BYD ได้มีโอกาสเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ เรเว่ฯ จึงขอส่งมอบความพิเศษด้วยแคมเปญ BYD Euro Privilege สุดยิ่งใหญ่ต้อนรับยูโร 2024 รับถึง 3 ต่อ มอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้มค่าให้แก่ผู้ใช้ BYD ทุกท่าน เพียงชวนเพื่อนหรือคนรู้จักซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD ทุกรุ่น รับฟรี! 30,000 เครดิตสำหรับชาร์จรถไฟฟ้า ณ จุดชาร์จของ RÊVERSHARGER รวมถึงชุดของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิขสิทธิ์แท้ UEFA EURO 2024 อีกมากมาย โดยเครดิตที่ได้ยังสามารถใช้ร่วมกับโปรโมชัน Plug and Charge ชาร์จไฟอย่างจุใจได้ในราคาเพียง 4 บาท/หน่วย ซึ่งขยายโปรโมชันไปจนถึง 14 กรกฎาคมนี้ได้อีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 14 กรกฎาคม 2567

BYD 1

สำหรับเจ้าของรถ BYD สามารถนำเครดิตที่ได้รับจากการเข้าร่วมแคมเปญไปใช้ชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าได้ที่จุดชาร์จของ RÊVERSHARGER ทุกสถานี ซึ่งปัจจุบันมีพร้อมให้บริการแล้วกว่า 1,000 หัวชาร์จทั่วประเทศ ทั้งยังมีแผนที่จะขยายศักยภาพการให้บริการกว่า 2,000 หัวชาร์จใน 582 สถานี และคลอบคลุมกว่า 68 จังหวัด ภายในปี 2569 อีกด้วย

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า “เรเว่มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้สร้างสรรค์แคมเปญ แทนคำขอบคุณให้กับลูกค้า BYD ทุกท่านในประเทศไทยสำหรับความไว้วางใจที่มอบให้กับเรามาโดยตลอด เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ครบครันด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย บริการคุณภาพ ตลอดจนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและยกระดับทั้งอุตสาหกรรมขึ้นไปอีกขั้นผ่านการเพิ่มจำนวนศูนย์บริการและจุดชาร์จให้ครอบคลุมทุกพื้นที่สำคัญทั่วประเทศเพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจและพร้อมเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ NEV Nation”

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวเสริมว่า “แคมเปญของเรา ไม่เพียงตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายของเรเว่ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ แต่ยังเป็นการสานต่อภารกิจการส่งเสริมความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับการเป็นบริษัทรายแรกๆ ของโลกที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”

โดยเงื่อนไขของการได้รับเครดิต RÊVERSHARGER และของสมนาคุณ UEFA EURO 2024 มีดังนี้
•เมื่อ Test Drive ณ โชว์รูมของ BYD รับทันที กระเป๋า Eco Canvas มูลค่ากว่า 557 บาท หรือลูกฟุตบอลยูโร สุดพรีเมียม มูลค่ากว่า 659 บาท
•เมื่อเพื่อนทำการจองรถ จะได้รับเซ็ตยูโรลิขสิทธิ์แท้ มูลค่า 8,990 บาท ทันที
พิเศษสุดเฉพาะลูกค้าที่ทำการจอง
BYD ATTO 3 (FY23) รุ่น Extended เฉพาะสีฟ้า Lagoon Blue, สีเขียว Emerald Green และ สีแดง Solar Red ยังจะได้รับเครดิตชาร์จ 50,000 บาท ฟรี!
BYD SEAL รุ่น Performance ได้รับเครดิตชาร์จ 50,000 บาท ฟรี!
•ผู้ที่แนะนำเพื่อนจะได้รับชาร์จเจอร์เครดิตในแอปพลิเคชัน RÊVERSHARGER หลังจากที่เพื่อนซื้อและออกรถไปแล้วภายใน 60 วัน

เพื่อต้อนรับศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2024 อย่างยิ่งใหญ่ เครดิตที่ได้จากจากแคมเปญในครั้งนี้สามารถใช้ในการชำระค่าบริการชาร์จไฟฟ้ารถได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมแคมเปญได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 14 กรกฎาคม 2567 นี้เท่านั้น และสามารถใช้ร่วมกับโปรโมชัน Plug and Charge ชาร์จไฟในราคาพิเศษเพียง 4 บาท/หน่วย ที่จัดขึ้นถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2567 นี้ได้อีกด้วย

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัวยนตรกรรมอันล้ำสมัย 4 รุ่นจาก 4 แบรนด์ ประกาศความสำเร็จสู่เส้นทางระดับโลก ผ่านแนวคิดระบบนิเวศยานยนต์บนโลกที่ไร้พรมแดน ณ งานปักกิ่ง ออโต้โชว์ ครั้งที่ 18

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) เปิดเผยความสำเร็จในการพัฒนาของแบรนด์ พร้อมประกาศทิศทางในการพัฒนาในอนาคต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานอย่างมั่นคงบนแนวคิดระบบนิเวศยานยนต์บนโลกที่ไร้พรมแดน (Ecological Globalization) ครอบคลุมทั้งในด้านการวิจัย ด้านการผลิต และด้านการขาย พร้อมเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีระดับโลก ไฮไลท์สุดพิเศษ 4 รุ่น ได้แก่ GWM TANK 700 Hi4-T รถยนต์ออฟโรดระดับพรีเมียมรุ่นเรือธง และ GWW SAHAR POER Hi4-T รถกระบะออฟโรดขุมพลังไฮบริดระดับพรีเมียมคันแรกของโลก เสริมทัพด้วย GWM HAVAL H6 4th Generation รถยนต์คอมแพคเอสยูวีขวัญใจชาวโลกในโฉมใหม่ การันตีด้วยยอดขายติดอันดับทั่วโลกอยู่ใน 10 อันดับแรกในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีเป็นระยะเวลา 5 ปีซ้อน และ GWM WEY 80 ที่สุดของรถสำหรับทุกคนในบ้านอย่างแท้จริง มาพร้อมฟังก์ชันและความหรูหราแบบครบครัน ที่งานปักกิ่ง ออโต้โชว์ ครั้งที่ 18

มร. มู่ เฟิง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยืนยันที่จะพัฒนาสู่ระดับโลกโดยยึดรากฐานจากประเทศจีน ควบคู่ไปกับการพัฒนาให้สอดคล้องกับตลาดต่างประเทศ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนากลยุทธ์การส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เปลี่ยนแนวคิดจากการส่งออกสินค้า เป็นการค้าต่างประเทศ พร้อมพัฒนาต่อยอดสู่แนวคิดระบบนิเวศยานยนต์บนโลกที่ไร้พรมแดน ยิ่งไปกว่านั้น เรายังคงยึดมั่นในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในตลาดแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งเสริมการขาย ด้านการผลิต ด้านการดำเนินธุรกิจ ด้านวัฒนธรรมองค์กร และด้านการสร้างห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่มีคุณภาพในระดับโลก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทำการพัฒนาในตลาดต่างประเทศมามากกว่า 20 ปี จนถึงจุดสำเร็จ และได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์คุณภาพภายใต้แบรนด์อย่างเช่น GWM TANK และ GWM ORA ในตลาดต่างประเทศ สะท้อนผลสำเร็จของแนวคิดระบบนิเวศยานยนต์บนโลกที่ไร้พรมแดนได้อย่างมีนัยสำคัญ”

ในงานปักกิ่ง ออโต้โชว์ ครั้งที่ 18 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ขนทัพรถยนต์อัจฉริยะหลากหลายรุ่น พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษรวม 4 รุ่น และนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำมาจัดแสดง สะท้อนภาพความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งอนาคต

 

ประเดิมด้วยการเปิดตัว GWM TANK 700 Hi4-T รถออฟโรดระดับพรีเมียมที่ผสมผสานสมรรถนะอันแข็งแกร่งและความหรูหราเหนือระดับได้อย่างลงตัว ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดขั้นสูงเพื่อสร้าง “ความพึงพอใจของผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง” สู่ความโดดเด่นและแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ไฮบริดอื่น ๆ ในระดับโลก พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ขั้นสูงสุดให้กับไลฟ์สไตล์ของนักผจญภัยสายลุยและไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างตรงจุด ด้วยขนาดที่ยาวกว่า 5 เมตร และกว้างมากกว่า 2 เมตร จึงทำให้พร้อมกับการผจญภัยทุกรูปแบบ มาพร้อมระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อ 3.0T Hi4-T ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างเครื่องยนต์เพียงหนึ่งเดียวในประเทศจีนที่สามารถรองรับพละกำลังของรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่ ร่วมด้วยการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์หลายสูบที่มีความจุสูงและมอเตอร์ไฟฟ้า P2 ที่มีพลังงานสูง ให้กำลังรวมสูงสุด 385 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร (850 นิวตันเมตร สำหรับรุ่น Limited Edition) และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาไม่ถึง 5 วินาที อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกเส้นทางมากถึง 12 โหมด และสามารถลุยน้ำได้สูงสุดถึง 970 มิลลิเมตร จึงสามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในทุกเส้นทางและทุกสถานการณ์ นอกจากสมรรถนะที่โดดเด่นแล้ว ภายในของ GWM TANK 700 Hi4-T ยังถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่อย่างหรูหราและเหนือระดับ เบาะนั่ง Light Cloud ทำจาก หนัง BADER  NAPPA จากเยอรมนี มุมกว้างพิเศษ ออกแบบให้เข้ากับสรีระของร่างกายเพื่อสร้างความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ราวกับนั่งบนปุยเมฆ เบาะด้านหน้าสามารถปรับระดับได้ถึง 156 องศา และ 141 องศาสำหรับเบาะด้านหลัง ที่วางขาสามารถปรับได้ 2 ทิศทาง ที่ดันหลังปรับได้ 4 ทิศทาง ระบบระบายอากาศของเบาะปรับได้ 3 ระดับ พร้อมระบบปรับอากาศ 9 ระดับ ร่วมกับระบบเสียงจาก Harman Kardon ที่มาพร้อมลำโพง 16 ตัวที่สร้างความละเอียดเสียงระดับ Hi-Fi (High Fidelity) ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ก้าวไปอีกขั้น ผ่านทุกรายละเอียดที่สร้างสรรค์ไว้อย่างประณีตในทุกแง่มุม นอกจากนี้ GWM TANK 700 Hi4-T ยังมีระบบเก็บเสียงที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยการผนึกประตูข้างถึง 3 ชั้น และประตูด้านหลังถึง 2 ชั้น พร้อมกับกระจกที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกหนา 5 มิลลิเมตร ทำงานร่วมกับระบบลดเสียงของ Harman Kardon ทำให้ห้องโดยสารเงียบแม้จะขับขี่ที่ความเร็วสูงถึง 199 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ตาม

GWM SAHAR POER Hi4-T กับคำนิยาม “รถกระบะออฟโรดขุมพลังไฮบริดระดับไฮเอนด์ลักซ์ชัวรี่คันแรกของโลก มาพร้อมกับ GWM Hi4-T Off-road Super Hybrid Architecture ที่พัฒนาโดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ เทียบเท่ากับรถยนต์แบรนด์หรูที่ระดับราคา 8 แสนหยวน (ประมาณ 4 ล้านบาท) ขึ้นไป เป็นการผสมผสานทั้งพลังงานน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ที่ติ ด้วยเครื่องยนต์ที่มีเสถียรภาพและมอเตอร์ที่มีความแข็งแกร่ง จึงมอบพละกำลังและอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมทั้งบนการขับขี่ทางเรียบและออฟโรด ร่วมกับการลดการใช้พลังงานน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าถึงสองเท่า นอกจากนี้ GWM SAHAR POER Hi4-T ยังมาพร้อมกับระบบส่งกำลังที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0T เกียร์ 9HAT และมอเตอร์ไฟฟ้า P2 ให้กำลังรวมสูงสุด 300 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 7.15 วินาที ร่วมกับโหมดการขับขี่ถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดไฟฟ้าล้วน โหมดไฮบริด และโหมดอัจฉริยะ โดยเมื่อระดับแบตเตอรี่อยู่ต่ำกว่า 13.5% ระบบจะเปลี่ยนเป็นไฮบริดโดยอัตโนมัติ และเมื่ออยู่ในระบบไฮบริดและแบตเตอรี่ต่ำกว่า 10% รถจะเปลี่ยนเป็นการขับเคลื่อนเป็นเครื่องยนต์โดยอัตัโนมัติและทำการชาร์จพลังงานเข้าแบตเตอรี่ นอกจากนี้ GWM SAHAR POER Hi4-T สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนในระยะสูงถึง 100 กิโลเมตร โดยในการขับขี่ทางไกล อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานจะมีประสิทธิภาพมากถึง 2.5 ลิตรต่อ 100 กิโลแมตรเลยทีเดียว โดยสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 780 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้า P2 ที่สามารถให้กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ต่อ 400 นิวตันเมตร ให้ประสิทธิภาพมากกว่า 96% ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะแรงกดอากาศสูงและอุณหภูมิต่ำ สู่การยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมรถกระบะไปอีกขั้นให้แตกต่างไปจากเดิม

ต่อด้วยรถยนต์ที่สามารถครองอันดับยอดขายทั่วโลกอยู่ใน 10 อันดับแรกในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีเป็นระยะเวลา 5 ปีซ้อน และยังคงรักษาความพึงพอใจของลูกค้าได้สูงสุดเป็นเวลา 9 ปี อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจและกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้ามากกว่า 4 ล้านรายทั่วประเทศอย่าง GWM HAVAL H6 รถยนต์เอสยูวีที่สามารถเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างหลากหลายและสามารถมอบประสบการณ์ครบวงจรสำหรับการเดินทางของครอบครัวของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว GWM HAVAL H6 ในเจนเนอเรชัน 4 นี้ ได้รับการเปลี่ยนโฉมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Star River Aesthetics” หรือความพลิ้วไหวของสายน้ำและดวงดาว แต่ยังคงนำความโดดเด่นของรถยนต์ในเจนเนอเรชันที่ 3 ไว้ได้อย่างครบถ้วน มอบความสวยงาม สะดวกสบาย และความสุนทรีแห่งอนาคตให้กับผู้ขับขี่ตลอดทั้งเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีที่ทรงพลังกว่าเดิมด้วยระบบส่งกำลัง 2 ระบบ ได้แก่ 1.5T และ 2.0T โดยระบบส่งกำลัง 1.5T ใช้เครื่องยนต์ 4B15L ทำงานร่วมกับเกียร์ 7DCT ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้น ส่วนระบบส่งกำลัง 2.0T ใช้เครื่องยนต์ทรงพลัง 4N20A ทำงานร่วมกับเกียร์ 9DCT ขับเคลื่อนสี่ล้อที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของ BorgWarner พร้อมการขับขี่ 6 โหมด และมีระบบตอบสนองหลายภูมิประเทศ โดย GWM HAVAL H6 มีพละกำลังที่มากขึ้น ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงยิ่งขึ้น ด้านเทคโนโลยีมาพร้อมแพลตฟอร์มอัปเกรดจาก Coffee Intelligence เป็น “Coffee AI” ที่เพิ่มความสะดวกสบายและให้ผู้ขับขี่สามารถสนทนากับระบบได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึง Coffee Pilot ที่จะปรับเปลี่ยนตามลักษณะการท่องเที่ยวของผู้ขับขี่ในรูปแบบต่าง ๆ สร้างการขับขี่ที่มีความอัจฉริยะและประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้กับทุกคนในครอบครัว

และ GWM WEY 80 รถยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้กลุ่มครอบครัวได้อย่างครอบคลุมทั้งความสะดวกสบายและความหรูหรา มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่จะมอบความรู้สึกเหมือนกับบ้านหลังที่สองให้กับผู้ขับขี่ การออกแบบภายในที่รองรับสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้เป็นอย่างดีเพื่อสร้างความผ่อนคลายและการพักผ่อนทั้งทางร่างกาย และทางจิตใจให้กับทุกคนในครอบครัว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับตู้เย็นขนาดใหญ่สองประตูภายในรถยนต์ โดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยประตูตู้เย็นที่สามารถเปิดได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ร่วมกับระบบควบคุมอุณหภูมิสองโหมด ได้แก่ โหมดทำความเย็น (0-15 องศาเซลเซียส) และโหมดทำความร้อน (35-50 องศาเซลเซียส) มาพร้อมปริมาณความจุที่ให้มาถึง 12.5 ลิตร มอบความสะดวกสบายแบบเหนือระดับยิ่งกว่าใคร อีกทั้งระบบเสียง Harman Kardon ที่มาพร้อมลำโพงรอบทิศทางมอบประสบการณ์เสียงในรูปแบบใหม่ ๆ เสมือนกับนั่งฟังในโรงละครโอเปร่า นอกจากนี้ GWM WEY 80 ยังมอบความเงียบในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี เมื่อความเร็วอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงห้องโดยสารจะถูกควบคุมอยู่ที่ 65 เดซิเบล ควบคู่กับเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนของเครื่องยนต์ (HALOSonic EOC) ให้ตลอดทั้งเส้นทางไร้ซึ่งสิ่งรบกวนสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น GWM WEY 80 ยังมาพร้อมกับเครื่องฟอกอากาศระบบพลาสมา ระบบทำความสะอาดอากาศในห้องโดยสารอัจฉริยะ Volvo Air Quality System (AQS) และม่านบังแดดสำหรับแถวที่ 2 และ 3 อีกด้วย นับว่าเป็นรถยนต์ที่มอบความสะดวกสบายผ่านเทคโนโลยีเหนือระดับได้อย่างลงตัว

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าเพื่อส่งเสริมแนวคิดระบบนิเวศยานยนต์บนโลกที่ไร้พรมแดน (Ecological Globalization) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการพัฒนาแบรนด์ในระดับโลก ครอบคลุมทั้งในด้านการวิจัย ด้านการผลิต และด้านการขาย ในปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดตั้งฐานการผลิตยานยนต์แบบเต็มรูปแบบในประเทศไทยและในบราซิล และมีโรงงานแบบ KD ในปากีสถาน เอกวาดอร์ และประเทศอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและการผลิตสินค้า รวมถึงนำผลิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและวิถีการขับขี่ของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคได้อย่างเหมาะสม การตั้งสายการผลิตยานยนต์ในพื้นที่ท้องถิ่น ไม่เพียงแต่ส่งผลให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถแข่งขันทางด้านราคาในตลาดนั้น ๆ ได้ แต่ยังมีส่วนในการสร้างอาชีพให้กับประชากร สร้างรายได้ในประเทศนั้น ๆ ควบคู่ไปกับการสะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมในประเทศที่
เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้าไปตั้งฐานการผลิตอยู่