Home Blog Page 180

“Honda CR-V” ควง “MG 4 Electric” คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566

0
รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 ภาพเปิด

ผลการนับคะแนนเพื่อตัดสินรางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 ของประเทศไทย รถยนต์ Honda
CR-V e:HEV และ MG 4 Electric ต่างได้คะแนนสูงสุด ทำให้ได้ครองรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 และ THAILAND EV OF THE YEAR 2023 ของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ศูนย์ประชุม เดอะฮอลล์ ถ.วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา

รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 2

ในปี 2566 สรยท. ดำเนินการคัดเลือกรถยนต์ และรถ EV โฉมใหม่แบบโมเดลเชนจ์ เปิดตัวในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 จนถึง 30 กันยายน 2566 โดยมีกติกาการตัดสิน เป็นมาตรฐานเดียวกับการคัดเลือก Car of The Year ยุโรป และรถยนต์ยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น

สำหรับรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2023 เป็นปีแรกของการมอบรางวัล และเนื่องจากรถ EV ที่ทำตลาดในไทยปัจจุบัน เป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศแบบ CBU คณะกรรมการตัดสินจึงนำเงื่อนไขให้เลือกเฉพาะ รถจากผู้ผลิตที่เข้าร่วมโครงการสนับสนุนการใช้รถพลังงานไฟฟ้ากับรัฐบาล หรือได้ขอส่งเสริมการลงทุนเพื่อตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถในประเทศไทย

นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) (Thailand Automotive Journalists Association : TAJA) ในฐานะประธานจัดงานมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 กล่าวว่า สรยท.ได้ดำเนินการจัดงานมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 9 เป็นการตัดสินให้รถยนต์รุ่นใหม่แบบโมเดลเชนจ์เพียง 1 รุ่น ได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้ รอบแรกเป็นการคัดเลือกรถที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ให้สมาชิกสมาคมฯ เป็นผู้ลงคะแนนเลือกไว้ครึ่งหนึ่งผ่านการโหวตนำเข้าสู่การตัดสินรอบสุดท้าย โดยในรอบสุดท้ายนี้ก่อนที่จะมีการลงคะแนน ได้จัดให้มีการทดสอบรถยนต์ภาคสนามกับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ในการทำข่าวสายยานยนต์ และทดสอบรถยนต์ อันเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

ที่สุดรถยนต์ HONDA CR-V e:HEV และ MG 4 Electric เป็นรถยนต์ที่ได้คะแนนสูงสุดในรอบสุดท้าย
จึงได้รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 และ THAILAND EV OF THE YEAR 2023 ไปตามลำดับ

รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 4

โดยกรรมการผู้ลงคะแนนแต่ละท่าน ใช้หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนตามหัวข้อต่างๆ ที่สมาคมฯ กำหนดไว้ ซึ่งเป็นไปตามกฎกติกาสากล เช่น รูปทรงากรออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย ระบบความปลอดภัย สมรรถนะเครื่องยนต์ เทคโนโลยี และระบบช่วงล่าง นอกจากนั้นต้องพิจารณาถึงพัฒนาการของรถยนต์รุ่นนั้น ความมั่นคงในเรื่องแบรนด์ และบริการหลังการขายประกอบการพิจารณา

สำหรับสถานที่ทดสอบภาคสนามในปีนี้ สรยท.ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันยานยนต์ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้พื้นที่ของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC ตั้งอยู่ที่ อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ที่เข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 11 คัน เนื่องจากศูนย์แห่งนี้ในอนาคตจะมีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยและภูมิภาคใช้ในการทดสอบยานยนต์รวมถึงอุปกรณ์ และกำหนดมาตรฐานสำหรับยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องต่างๆ ของตัวรถ ที่เขามาทำตลาดในประเทศไทยรวมถึงในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 6

รถเข้ารอบสุดท้ายที่คณะกรรมการได้ทำการทดสอบทั้งหมด 11 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ 6 คัน คือ BMW X1, GWM TANK 300, HONDA CR-V e:HEV, Mercedes-Benz GLC 350e, MITSUBISHI TRITON, TOYOTA INNOVA ZENIX และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 5 คัน คือ BYD Dolphin, BYD Seal,
MG 4 Electric, MG Maxus 9, TOYOTA bZ4X

“ปีนี้ถือเป็นความริเริ่มสำหรับรถ EV เนื่องจากเป็นทิศทางการเปลี่ยนผ่านยานยนต์จากเครื่องยนต์สันดาบภายในไปสู่รถพลังงานไฟฟ้า และปัจจุบันไทยมีรถ EV เข้ามาทำตลาดเพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่อง การสร้างมาตรฐานให้รถในกลุ่มนี้ เป็นหน้าที่หนึ่งขององค์กรสื่อยานยนต์ด้วยเช่นกัน และเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่มีการให้รางวัลนี้ด้วย” นายวชิระ กล่าว

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 กล่าวว่า “รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR ของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) เป็นรางวัลอันทรงเกียรติและเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทยมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ยานยนต์ที่มีสมรรถนะด้าน “สะอาด ประหยัด ปลอดภัย” ตรงความต้องการของผู้บริโภคในประเทศมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ยังจะเป็นส่วนสนับสนุนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตไปข้างหน้า ตามทิศทางเทคโนโลยียานยนต์ของโลกที่มุ่งพัฒนาไปสู่การขับขี่สู่ความยั่งยืน (Sustainable Mobility) และเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ที่วางไว้อีกด้วย

กระทรวงอุตสากหรรมยินดีที่ได้องค์กรสื่ออย่างสรยท.เป็นพันธมิตรร่วมในการสร้าง และส่งเสริมภาคการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย และแม้ในปัจจุบันรัฐบาลจะมีโครงการสนับสนุนการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าต่อเนื่อง แต่กระทรวงฯ ยืนยันว่าการผลิตรถยนต์สันดาบภายในยังมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยเช่นกัน

“ผมขอชื่นชมองค์กรสื่อ โดยเฉพาะสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ที่สร้างสรรค์รางวัลอันทรงคุณค่านี้ และเป็นส่วนสนับสนุนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและมีคุณภาพ”

นอกจากนี้ สรยท.ยังได้มอบรางวัล Thailand Car & Motorcycle Marketing Award 2023 ให้กับบริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงธุรกิจ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในทั้งยอดขาย การผลิต และกลยุทธ์การตลาด ในปี 2022-2023 ทั้ง 23 บริษัท ดังนี้
1. รางวัล ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุด ประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
2. รางวัล รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์กลุ่ม xEV สูงสุดประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
3. รางวัล ผู้จำหน่ายรถกระบะ 1 ตัน สูงสุด ประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
4. รางวัล รถยนต์คันแรกที่ออกแบบให้แตกต่างและเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ปี 2566 ได้แก่ มาสด้า 2 ของ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
5. รางวัล ขวัญใจ SME ได้แก่ SUZUKI CARRY จาก บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
6. รางวัล ผู้ส่งออกรถกระบะยอดเยี่ยม ประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
7. รางวัล ผู้จำหน่ายรถยนต์ PPV ที่คุ้มค่าตัวสูงสุด ได้แก่รถยนต์ NISSAN TERRA จาก บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
8. รางวัล ยอดขายรถยนต์เติบโตสูงสุดในปี 2565 ได้แก่ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด
9. รางวัล แชมป์ยอดจำหน่ายรถยนต์ยุโรป ประจำปี 2565 ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
10. รางวัล รถยนต์ที่มีคุณค่าน่าสะสมสูงสุด (Rare Item) ได้แก่ รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น AMG G 63 จาก บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จํากัด
11. รางวัล ผู้นำเข้ารถยนต์ยุโรปพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ รถยนต์ AUDI จาก บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด
12. รางวัล ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปหัวใจสีเขียว ได้แก่ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
13. รางวัล รถไฟฟ้า SPORT SEDAN ที่คุ้มค่าที่สุด เป็นของรถยนต์ BYD Seal จากบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด
14. รางวัล ผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุด ประจำปี 2565 เป็นของ ORA GOOD CAT
จาก บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
15. รางวัล รถยนต์ MPV ไฟฟ้า ที่เหมาะกับครอบครัวที่สุด ได้แก่ MAXUS 9 จาก บริษัท เอ็มจีเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
16. รางวัล ผู้นำยานยนต์พลังงานสะอาดจากแดนมังกร ได้แก่ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด
17. รางวัล บริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่มียอดกรมธรรม์สูงสุด ประจำปี 2566 ได้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
18. รางวัล ผู้จำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด
19. รางวัล ผู้บุกเบิกระบบนิเวศรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด
20. รางวัล ผู้นำนวัตกรรมออโตเมติกของประเทศไทย ได้แก่ รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จาก บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด
21. รางวัล รถจักรยานยนต์ บิ๊กสกูตเตอร์ทัวริ่ง พิกัด 400 ซี.ซี. ยอดนิยม ได้แก่ รถจักรยานยนต์ Suzuki Burgman 400 จาก บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
22. รางวัล รถจักรยานยนต์ ซูเปอร์ไบค์สปอร์ต ประจำปี 2023 ได้แก่ รถจักรยานยนต์บีเอ็มดับเบิลยู BMW M 1000 R ของ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย
23. รางวัล บิ๊กไบค์ Enduro Adventure ดีไซน์ยอดเยึ่ยมแห่งยุค ได้แก่ รถจักรยานยนต์ Ducati DesertX จาก บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด

 

 

“มาสด้า CX-3 ใหม่” สุดยอดรถครอสโอเวอร์ขวัญใจมหาชน พิชิตรางวัลแห่งปี Product of the Year Awards 2023

0
มาสด้า CX-3 ใหม่ 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย โดย นายวัชระ เจียรบุญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด เป็นตัวแทนเข้ารับมอบรางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2566 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Business+ จาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธี โดยครั้งนี้ มาสด้า CX-3 ใหม่ รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี สามารถพิชิตรางวัลความสำเร็จมาครองได้สำเร็จ ด้วยการเป็นสุดยอดสินค้าและบริการที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้บริโภคให้เป็นสินค้าและบริการแห่งปี โดยผ่านผลงานการวิจัยตลาดในขั้นต้นจากทีมบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และลงคะแนนโหวตจากผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ ตอกย้ำถึงความสำเร็จด้านการพัฒนายนตรกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุคสมัยใหม่ได้อย่างแท้จริง โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จัดขึ้นที่ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา

มาสด้า CX-3 ใหม่ 3

 

มาสด้า CX-3 นับเป็นรถรุ่นที่ได้รับนิยมเป็นอย่างมากจากลูกค้าในประเทศไทย โดยตั้งแต่ได้เข้ามาทำตลาดเป็นครั้งแรก ก็สามารถครองใจลูกค้าด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 30,000 คัน สำหรับ มาสด้า CX-3 ใหม่ “Never Settle for Less ความท้าทายใหม่ไม่รู้จบ” ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นเริ่มต้นของครอบครัว ที่จะพาคุณออกไปเริ่มต้นประสบการณ์ใหม่ได้ไม่รู้จบ เพื่อจุดพลังความกล้าที่จะท้าทายจากสิ่งเดิมๆ ทำในสิ่งที่อยากทำ เติมเต็มชีวิตไปด้วยประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำ ทำให้ทุกวันเป็นไปได้มากกว่าที่เคยเป็น ด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมี่ยม ตามแนวทางการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ ที่เรียบง่ายแต่งดงาม มีความคุ้มค่า คุ้มราคา และเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่โจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร (SKYACTIV-G 2.0) ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดถึง 156 แรงม้า ประหยัดน้ำมันถึง 16.4 กม./ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หรือ G-Vectoring Control (GVC) ที่ช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล และติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC แบบ Stop & Go โดยระบบสามารถปรับความเร็วตามรถคันหน้าแบบอัตโนมัติได้จนถึงจุดหยุดนิ่ง ทำให้กลายเป็นรถที่ตรงใจลูกค้าที่ชื่นชอบความสปอร์ตได้อย่างลงตัว

มาสด้า CX-3 ใหม่ 4

ไม่เพียงเท่านี้ยังตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ด้วยทางเลือกที่มีมากถึง 4 รุ่นย่อย ทำให้ลูกค้าเลือกรุ่นรถได้ตรงกับความต้องการของตนเองได้อย่างลงตัว และมีความคุ้มค่ามากที่สุดในตลาดเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มคัน ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยวางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 770,000 บาท

รางวัลความสำเร็จในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงแนวทางในการพัฒนายนตรกรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน ซึ่งมาสด้าขอขอบคุณลูกค้า ที่ให้การสนับสนุนรถยนต์มาสด้าเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะพัฒนายนตรกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขตลอดการเดินทาง เพื่อตอบแทนที่ลูกค้าและแฟนๆ รถยนต์มาสด้าทุกคนไว้วางใจเลือกให้รถยนต์มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจ และพร้อมจะเติบโตเคียงข้างกันไปกับครอบครัวมาสด้าในทุกการเดินทาง

 

โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 43 มุ่งสู่จังหวัดพัทลุง มอบน้ำสะอาดแก่โรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต

0
อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต ภาพเปิด

กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และนายกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสิ่งที่ดีให้สังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 แห่งที่ 43 ให้แก่ โรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของนักเรียนและครูในโรงเรียนรวมถึงคนในชุมชนตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นสานต่อปณิธานดำเนินการช่วยเหลือแก้ปัญหาน้ำดื่มในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยการดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 43 เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สังคม โดยการเข้าไปช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากกรมทรัพยากร น้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงพื้นที่พร้อมกับทีมงานจากอีซูซุ สำรวจและสรุปปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดของโรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต เพื่อจัดหาน้ำบาดาลสะอาดไว้อุปโภคบริโภคอย่างถูกสุขอนามัยที่ได้มาตรฐานตามองค์การอนามัยโลกให้และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เด็กนักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียน”

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 2

สำหรับโรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ตั้งอยู่ในตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึงชั้นประถมปีที่ 6 มีนักเรียน คุณครู และบุคลากรทั้งสิ้นรวม 245 คน ปัจจุบันโรงเรียนประสบปัญหาแหล่งน้ำที่มีไม่เพียงพอสำหรับนักเรียน คุณครู และบุคลากร เนื่องจากแหล่งที่มาของน้ำที่นำมาใช้บริโภค เป็นน้ำประปาจากบ่อน้ำผิวดิน ซึ่งมีปริมาณน้ำน้อย และต้องใช้ร่วมกับคนในชุมชนข้างเคียงราว 307 ครัวเรือน

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 3

บ่อยครั้งน้ำสำหรับอุปโภคจึงไม่เพียงพอ จึงต้องมีการซื้อน้ำดื่มจากข้างนอกมาเติมเป็นประจำ อีซูซุจึงส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจปัญหาและติดตั้งระบบน้ำดื่มสะอาดที่ประกอบด้วย ระบบบ่อบาดาลครบวงจร ระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน พร้อมอาคารศูนย์ผลิตน้ำดื่ม พร้อมจัดอบรมวิธีการใช้งาน การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาให้กับบุคลากรที่รับผิดชอบ รวมทั้งการเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนได้มีน้ำดื่มสะอาดถูกหลักอนามัยบริโภคอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาน้ำดื่มอย่างยั่งยืน

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 6

คุณกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงโครงการว่า “โครงการ อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต เป็นโครงการเพื่อประโยชน์ของสังคมที่มีความสำคัญอย่างมาก ในปัจจุบันยังคงมีโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กและอยู่ในเขตพื้นที่ห่างไกล ต้องขอบคุณกลุ่มอีซูซุที่ได้ทำโครงการนี้ ทางกรมทรัพยาการน้ำบาดาลก็ยินดีที่จะดูแลเรื่องพื้นที่ แหล่งน้ำบาดาล เและรื่องธรณีวิทยาในการหาแหล่งน้ำบาดาลให้ตลอดทุกพื้นที่”

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 7

คุณกรวิกา หนุนอนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต กล่าวว่า “ทางโรงเรียนมีปัญหาเรื่องน้ำมาเป็นระยะเวลานาน ก่อนที่อีซูซุเข้ามาช่วยเหลือเรามีบ่อน้ำตื้นที่ได้ดำเนินการขุดเองแต่ปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค นอกจากนี้บ่อยังเกิดสนิมและมีกลิ่น อีกทั้งระบบท่อน้ำยังต้องซ่อมแซมบ่อยครั้ง ทำให้ต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากต่อเดือน หลังจากอีซูซุเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้เรามีน้ำดื่มสะอาดและเพียงพอ ความเป็นอยู่และสุขภาพเด็ก ๆ ดีขึ้น ต้องขอขอบคุณกลุ่มอีซูซุที่มาให้ความอนุเคราะห์น้ำดื่มที่มีคุณภาพ ทำให้ทุกคนในโรงเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 9

โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้ว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป เพื่อตอบแทนสังคมโดยมีเป้าหมายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดให้หมดไป

 

“BRG GROUP” เสกความสุขใหญ่ส่งท้ายปี ต้อนรับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 กับแคมเปญ “Discover The Magic Of The Road” พร้อมเปิดตัว สุดยอดรถยนต์ MPV ในตำนานอย่าง M’z SPEED New Alphard 2024

0
BRG Group 1

BRG GROUP จัดใหญ่ต้อนรับ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 กับแคมเปญ “Discover The Magic Of The Road” ให้คุณได้ค้นพบความมหัศจรรย์แห่งท้องถนน ไปกับสุดยอดรถยนต์ MPV ในตำนาน พร้อมชุดแต่งเต็มคันอย่าง All New M’z SPEED Alphard 2024 พร้อมจัดเต็มกับแคมแปญกิจกรรม BRG Double Magic เสกความสุข 2 ต่อ ให้คุณได้ลุ้นรับของรางวัลมากมายกว่า 20 รายการ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท

งาน Thailand International Motor Expo 2023 หรือ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ Mobility: Imagination and Beyond หรือ ยานยนต์: ความหมายที่มากกว่า” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566

BRG GROUP ผู้แทนจำหน่ายยนตรกรรมนำเข้าพรีเมียม จัดใหญ่ ฉลองครบรอบ 15 ปี ที่ BRG GROUP อยู่คู่กับงานมหกรรมยานยนต์มา นำขบวนยนตรกรรมในตำนานกว่า 10 รุ่น มาให้คุณได้สัมผัสคันจริงกันแบบใกล้ชิดที่งาน Thailand International Motor Expo 2023

BRG GROUP 2

ในปีนี้ BRG GROUP เสกมนต์ ชวนคุณไป “ค้นพบความมหัศจรรย์แห่งท้องถนน” กับแคมเปญ “Discover The Magic Of The Road” โดยมี สุดยอดรถยนต์ MPV ในตำนาน พร้อมชุดแต่งเต็มคันอย่าง All New M’z SPEED Alphard 2024 มาเป็นรถยนต์ Highlight เด่นประจำบูธ โดยคุณจะได้สัมผัสทั้งความมหัศจรรย์ของ All New M’z SPEED Alphard 2024 และความมหัศจรรย์ของ ชุดแต่ง M’z SPEED ลิขสิทธิ์แท้จากประเทศญี่ปุ่น ที่ BRG GROUP เป็นตัวแทนเอกสิทธิ์การนำเข้าแต่เพียงผู้เดียว ความหรูหรา สง่างาม และทรงพลัง พร้อมให้คุณได้มาสัมผัสคันจริงกันที่งาน

ไฮไลท์ทัพยนตรกรรมยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ BRG GROUP ยังมีสุดยอดยนตรกรรมพรีเมียมในตำนานอีกมากมายที่งาน อาทิ รถยนต์ Mini MPV สไตล์รถครอบครัวที่เน้นความ luxury พรีเมียม พร้อมเสริมชุดแต่ง M’z SPEED สายสปอร์ตสุดเท่อย่าง M’z SPEED Stepwagon และ รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวทรงกล่องที่มีความมินิมอล เรียบหรู พร้อมเสริมชุดแต่ง M’z SPEED อย่าง M’z SPEED Voxy และตำนานรถยนต์ SUV Full Size ที่ผสานความแข็งแกร่ง และทรงพลังอย่างไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อย่าง Toyota Land Cruiser 300 ZX และ Toyota Land Cruiser Prado TZ-G, รถตู้สไตล์เรโทรพลังงานไฟฟ้า100% สุดคลาสสิกอย่าง Volkswagen ID. Buzz, ตำนานรถยนต์ MPV พรีเมียมระดับ VIP ที่เน้นความ Private เป็นหลัก อย่าง Volkswagen T5 และยังมีรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย ให้คุณได้ชมกันแบบใกล้ชิดที่บูธ BRG GROUP ภายในงานปีนี้

แคมเปญดีๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ BRG GROUP ยังมีอีก 1 กิจกรรมใหญ่ส่งท้ายปี กับ แคมเปญ BRG Double Magic ที่จะมาเสกความสุข 2 ต่อ ให้คุณได้รับโปรโมชั่นดีๆ และยังได้สิทธิลุ้นรับของรางวัลมากมายกว่า 20 รายการ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท

BRG Double Magic ความสุขต่อที่ 1 สำหรับลูกค้าที่มาจองรถที่บูธ BRG GROUP ภายในงาน Motor Expo 2023 เท่านั้น รับไปเลยโปรโมชั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี นาน 10 ปี (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด)
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีความสุขต่อที่ 2 ให้คุณได้สิทธิจับฉลาก Lucky Draw ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทองคำหนัก 1 บาท ,iPhone 15 และของรางวัลอื่นๆอีกมากมาย อาทิ เช่น กระเป๋าเดินทางไฟฟ้า Airwheel ,Samsung TV 55” ,iPad 10 ,Apple Watch SE ,ลำโพง Marshall ,Airpods Gen 3 , หูฟังไร้สาย SONY และอื่นๆอีกมากมาย เพียงคุณจองรถยนต์ที่บูธ BRG GROUP ภายในงาน รับไปเลยข้อเสนอและโปรโมชั่นพิเศษ (**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

BRG Group ผู้แทนจำหน่าย และผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายใหญ่ เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 49 ปี พร้อม บริการดูแล บำรุง รักษารถยนต์แบบ One Stop Service ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ครบวงจร และดำเนินการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบริการด้วยใจ และเข้าใจทุกปัญหาเรื่องรถยนต์อย่างแท้จริง
โชว์รูมและศูนย์บริการ One Stop Service พร้อมให้บริการ ทั้ง 2 สาขา ทั้งสาขาศรีนครินทร์ และสาขาเเจ้งวัฒนะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่
● Tel : 088-377-6992 (สาขาศรีนครินทร์) /
● Tel : 085-123-8170 (สาขาแจ้งวัฒนะ)
● Website : www.brg.co.th
● Line : @brggroup (มี@ข้างหน้า) หรือกดลิงก์ https://pixelfy.me/BRG-group
● Instagram : brg_group

“ฟอร์ด” จัดเต็มรถยอดนิยม-ยกขบวนชุดแต่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างสีสันในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจ

0
ฟอร์ด ประเทศไทย 1

ฟอร์ด ประเทศไทย เตรียมยกขบวนรถยนต์ฟอร์ดยอดนิยมครบทุกรุ่น ทั้ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวมถึงรถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง ฟอร์ด มัสแตง พร้อมนำเสนอความแปลกใหม่ด้วยชุดแต่งดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบจัดเต็มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ต้องการแสดงตัวตนผ่านรถคู่ใจ มาสร้างสีสันภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 พบกับข้อเสนอสุดเร้าใจที่ฟอร์ดจัดเต็มมาสร้างสีสันส่งท้ายปี ที่บูธฟอร์ด (A02) อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศตลอดช่วงเวลาการจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 พิเศษ! ตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2566 – 11 ธันวาคม 2566

ฟอร์ด ประเทศไทย  8

ยกขบวนรถกระบะพันธุ์แกร่งมาจัดแสดงครบทุกรุ่น นำโดยรถรุ่นไฮไลท์ ได้แก่

ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะเหนือระดับ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกครบครัน และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทำงาน ใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ปรากฏการณ์ครั้งใหม่แห่งปีที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถกระบะ อย่างชุดราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่ชอบความท้าทายไปอีกขั้น รวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รถกระบะยกสูงเกียร์อัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันครบครันเพื่อการใช้งานในแพ็คเกจสุดคุ้ม

ฟอร์ด ประเทศไทย 2

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะสมรรถนะสูง DNA ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ เจ้าของฉายา ‘ดุดัน ไม่เกรงใจใคร’ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เต็มพิกัดให้กับคอออฟโรดตัวจริง นำเสนอตัวเลือกถึงสองขุมพลัง ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ตอบโจทย์ความต้องการการใช้ชีวิตแบบท้าทายอย่างรอบด้าน

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถนั่งอเนกประสงค์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนรักการเดินทาง ผสานสมรรถนะอันโดดเด่นพร้อมลุยเข้ากับดีไซน์ภายนอกที่ดูล้ำสมัย แข็งแกร่ง และการออกแบบภายในที่มอบความสะดวกสบายเหนือระดับได้อย่างลงตัว อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกเหนือระดับมากมาย นำทัพโดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค ที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าที่รักความท้าทายและการผจญภัย แตกต่างด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์
ฟอร์ด มัสแตง รถสปอร์ตระดับตำนาน มาพร้อมแคมเปญสุดเร้าใจ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน ดาวน์ 25% พร้อมแพ็คเกจฟอร์ด พรีเมี่ยม แคร์ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

ฟอร์ด ประเทศไทย 4

พิเศษสุดกับ แคมเปญ Ford Expo แรงดุดันไม่เกรงใจใคร

ฟอร์ด เตรียมต่อยอดข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมายภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ดังนี้
•ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLS รุ่นสปอร์ต 4X2 เกียร์อัตโนมัติ และรุ่นไวลด์แทรค 4X4 ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือน ดาวน์ 25%
•ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นสปอร์ต ดอกเบี้ยพิเศษ 1.39% นาน 48 เดือน ดาวน์ 25%
ทั้งหมดมาพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure และโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงานนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ฟอร์ด www.ford.co.th

พิเศษสำหรับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น ฟอร์ดมีแคมเปญ ดาวน์ 0% ขับฟรี 3 เดือน เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง โดยธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด มาพร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน นาน 5 ปี หรือ150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน สำหรับลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันนี้และออกรถภายใน 31 ธันวาคม 2566

สำหรับลูกค้าที่ต้องการแสดงความเป็นตัวตนผ่านการแต่งรถคู่ใจให้มีเอกลักษณ์ ฟอร์ดนำเสนอชุดแต่งดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าพร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่พิเศษยิ่งขึ้น อาทิ ชุดแต่งที่ฟอร์ดพัฒนาร่วมกับแบรนด์ Hamer 4×4 ซึ่งเป็นแบรนด์อุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำของไทย โดยอุปกรณ์ตกแต่งแท้ฟอร์ด Ford x ARB และ Ford x Hamer มาพร้อมการรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และยังมาพร้อมแคมเปญสุดคุ้ม รับโชค 2 ต่อ

ต่อที่ 1 ลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์ตกแต่งชุด Ford x Hamer รับส่วนลด 6,000 บาท เมื่อซื้อ Ford x Hamer Package มูลค่า 48,000 บาท ประกอบด้วย Ford x Hamer สปอร์ตบาร์ Ford x Hamer บันไดข้างเหล็ก และ Ford x Hamer แผงกันกระแทกใต้ท้องรถ ระหว่างวันที่ 1 – 15 ธันวาคม 2566

ต่อที่ 2 เพียงซื้ออุปกรณ์ตกแต่งแท้ฟอร์ดชิ้นใดก็ได้มูลค่ารวม 7,000 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2566 ได้สิทธิลุ้นรับรางวัลทันที ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bit.ly/41s6KcN
•รางวัลที่ 1 – ทองรูปพรรณหนัก 1 บาท มูลค่ารางวัลละ 32,450 บาท จำนวน 3 รางวัล
•รางวัลที่ 2 – บัตรเติมน้ำมันรถยนต์ มูลค่ารางวัลละ 5,000 บาท จำนวน 10 รางวัล
•รางวัลที่ 3 – บัตรกำนัลสตาร์บัคส์ มูลค่ารางวัลละ 500 บาท จำนวน 50 รางวัล

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมีโปรแกรม Ford Care ขยายระยะการรับประกันคุณภาพรถยนต์ Gold Package และ Driveline Package มอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้ารถฟอร์ด สำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อโปรแกรม รับฟรี ที่ปั๊มลมยางแบบพกพามูลค่า 1,550 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ซื้อโปรแกรม รับบัตรกำนัลส่วนลดมูลค่า 1,500 บาท

ฟอร์ดตอกย้ำการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ผ่านกลยุทธ์ ‘สะดวก มั่นใจ ประทับใจ’ นำเทคโนโลยีมาเสริมทัพให้ลูกค้าเข้าถึงบริการของฟอร์ดได้สะดวกยิ่งขึ้น ตั้งแต่การตัดสินใจซื้อจนถึงการบริการหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็น การเลือกซื้อรถผ่านช่องทาง Ford Online Showroom ที่มอบประสบการณ์ชมรถเสมือนจริงผ่านเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ เอดจ์ แบบ 360 องศา บริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ ผ่านแอปพลิเคชันฟอร์ดพาส อย่าง การสตาร์ตรถจากระยะไกล การแจ้งเตือนสถานะและตำแหน่งรถยนต์ หรือการจองบริการต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง Online Service Booking รถให้บริการเคลื่อนที่ หรือบริการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ ฟอร์ดยังพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมเสมอในการบริการลูกค้า

ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษของแคมเปญส่งเสริมการขายจากฟอร์ดได้ที่เว็บไซต์ http://www.ford.co.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center โทร 1383

ทีทีซี มอเตอร์ แตกไลน์ธุรกิจคาร์ ดีเทลลิ่ง ระดับ Ultra Luxury ภายใต้แบรนด์โทพาซ เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท

0
โทพาซ ดีเทลลิ่ง ภาพเปิด

นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โทพาซ ดีเทลลิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาด ดูแล ปรับสภาพ รวมถึงการติดตั้งฟิล์มปกป้องสีรถยนต์ระดับ Hi-End จากประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า โทพาซ ดีเทลลิ่ง ถือเป็นผู้นำในกลุ่ม Ultra Luxury Car Detailing and Protection Center ที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากซูเปอร์สตาร์และเซเลบริตี้จากทุกมุมโลก รวมถึงได้รับเกียรติดูแลรถยนต์ของราชวงศ์ต่างๆ ในโลก ด้วยคุณภาพและการบริการที่เหนือระดับ ให้บริการเสมือนการเสิร์ฟงานศาสตร์และศิลป์ มีการสร้างสรรค์ผลงานที่ประณีตและพิถีพิถันทุกขั้นตอน ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อให้ได้มาซึ่งความงดงามและคุณภาพสูงสุดของยนตรกรรมสุดหรูทุกคัน เปรียบเสมือนผลงานศิลปะระดับ Master piece

โทพาซ ดีเทลลิ่ง 1

โทพาซ ดีเทลลิ่ง พร้อมแล้วที่จะเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่พัฒนาการ 32 ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท โดยมีการสร้าง Facilities ต่างๆ ที่มีคุณภาพสูงสุด รวมไปถึงเครื่องมือที่ได้การรับรองมาตรฐานระดับโลก และให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษ มาควบคุมการทำงานในทุกขั้นตอน ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสคุณภาพระดับ Ultra Luxury กับผลงานการติดตั้ง Paint Protection Film (PPF) สุดประณีตดั่งผลงานศิลปะ รวมไปถึงการทำดีเทลลิ่ง level 1 ถึง level 5 ซึ่งแบ่งแยก level ตามสภาพของตัวรถ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม ด้วยประสบการณ์และชื่อเสียงกว่า 15 ปีในต่างประเทศ เรามั่นใจว่า ลูกค้าทุกท่านจะได้รับประสบการณ์สุดประทับใจและความพึงพอใจสูงสุดอย่างแน่นอน

โทพาซ ดีเทลลิ่ง 2

โทพาซ มีพื้นที่ให้บริการทั้งหมด 2,020 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ทำงาน โทพาซ สตูดิโอ 1,670 ตรม. แบ่งพื้นที่ทำงานเป็น 4 ส่วน 1.PPF (ฟิล์มปกป้องสีรถยนต์) 249 ตรม. 2. Detailing (ดูแลในทุกรายละเอียดรถยนต์) 231 ตรม. 3.ห้องรับรองลูกค้า ขณะรอการบริการ 76 ตรม. 4.ห้อง Delivery room (ห้องส่งมอบ) 60 ตรม.

โทพาซ ดีเทลลิ่ง 3

มากไปกว่านั้นทางบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะพูดคุยกับ Partner หรือผู้ที่มีความรักและหลงใหลในรถยนต์ที่มีความสนใจจะลงทุนกับธุรกิจ โทพาซ ดีเทลลิ่ง ในแต่ละพื้นที่ที่มีศักยภาพ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ บริษัท โทพาซ ดีเทลลิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02 722 7777

โทพาซ ดีเทลลิ่ง 5

สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2023นี้ โทพาซ ดีเทลลิ่ง (ประเทศไทย) ขอเรียนเชิญลูกค้าทุกท่านเข้าไปสัมผัสความพิเศษของการบริการจาก โทพาซ ณ บูธเลขที่ C01 อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับ Mercedes-Benz Certified ในฮอล์ Challenger 3 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่ทาง โทพาส ได้จัดเตรียมไว้มอบให้กับลูกค้าที่จองการบริการภายในงานนี้อีกด้วย

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ โทพาซ ดีเทลลิ่ง ประเทศไทย ได้ที่:
Facebook : Topaz Detailing Thailand
IG : Topazthailand
Twitter : Topazthailand
Youtube : Topaz Detailing Thailand

 

“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” บริจาคเงิน 700,000 บาท จากการจัดงาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนวิ่งการกุศล ครั้งที่ 4 ให้แก่ โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม จ. ชลบุรี

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนวิ่งการกุศล ภาพเปิด

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย บริจาคเงิน 700,000 บาท จากการจัดงาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนวิ่งการกุศล ครั้งที่ 4 หรือ Mitsubishi Motors Charity Run 2023 #4 เพื่อจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม จังหวัดชลบุรี ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแผนการดำเนินงานเพื่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ ใน 3 ด้านหลัก คือ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนวิ่งการกุศล 1

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ ประธานมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดงานวิ่งการกุศล Mitsubishi Motors Charity Run เป็นปีที่ 4 ในปีนี้ ซึ่งงานนี้ไม่ได้เพียงช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพดีให้กับนักวิ่งที่มาร่วมงานเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนท้องถิ่น ผ่านการสมทบทุนซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นต่อการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้หลักสำคัญด้านสุขภาพของเราอีกด้วย”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนวิ่งการกุศล 2

พญ. สุดานี บูรณเบญจเสถียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม กล่าวว่า “ทางโรงพยาบาลขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ได้มอบเงินบริจาคจำนวน 700,000 บาท จากการจัดงานวิ่งการกุศลในครั้งนี้ รวมถึงขอขอบคุณผู้สนับสนุนการจัดงาน และนักวิ่งทุกท่านที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดงานวิ่งในครั้งนี้ โดยเราจะนำเงินที่ได้รับมอบนี้ไปจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการให้บริการ และขยายขีดความสามารถในการดูแลคนในชุมชนและผู้ที่เข้ามาใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนวิ่งการกุศล 4

ในปีนี้ มีนักวิ่งเกือบ 5,000 คนเข้าร่วมงานวิ่งการกุศล Mitsubishi Motors Charity Run 2023 #4 ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ฟันรัน (Fun Run) ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ มินิมาราธอน (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยเส้นทางวิ่งเริ่มต้นจากวิหารเซียน มุ่งไปทางเขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีทิวทัศน์ที่งดงามตลอดเส้นทาง

นายมนัส ไชยปลื้ม หนึ่งในนักวิ่งที่เข้าร่วมงานวิ่งประเภท มินิมาราธอน กล่าวว่า “เนื่องจากได้ยินเสียงชื่นชมจากนักวิ่งที่ได้มาร่วมงานวิ่งการกุศล Mitsubishi Motors Charity Run ในปีก่อนๆ ทำให้ปีนี้จึงได้ตัดสินใจมาร่วมวิ่งในงานนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจในการจัดงาน บรรยากาศ และสถานที่จัดงานเป็นอย่างยิ่ง โดยการเข้าร่วมวิ่งในงานนี้ยังได้มีส่วนช่วยทำบุญให้กับทางโรงพยาบาลอีกด้วย”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนวิ่งการกุศล 6

นางสาวภัทรฐิตา เทียบศรี หนึ่งในนักวิ่งที่เข้าร่วมงานวิ่งประเภท ฟันรัน กล่าวว่า “ได้มาร่วมวิ่งในงานนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เหตุผลที่อยากมาร่วมงานนี้ นอกเหนือจากเป็นงานวิ่งเพื่อการกุศลแล้ว รู้สึกประทับใจในการจัดงานที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเส้นทางวิ่งและบรรยากาศของงานวิ่งปีนี้สวยงามมาก ตั้งใจว่าปีหน้าจะมาร่วมงานอีกแน่นอน”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนวิ่งการกุศล 7

 

 

สมาคมรถโบราณฯ และ ดุสิตธานี หัวหิน เชิญชม “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21”

0
สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ภาพเปิด

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน พร้อมหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และ ททท. ร่วมกันจัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21” ตามแนวคิด “ต่างกันแค่วันเวลา” วันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2566

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “งานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 โดยปีนี้สมาคมฯ ร่วมจัดกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจาก หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)”

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 1

“สมาคมฯ หวังสร้างความคึกคัก กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค ตลอดเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “ต่างกันแค่วันเวลา – Differing only in Day and Time” เพื่อให้เจ้าของได้ขับรถคันเก่ง ไปเที่ยวเส้นทางที่คุ้นเคย สร้างสรรค์เรื่องเล่า และความทรงจำอันทรงคุณค่า อีกครั้ง”

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 2

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ งานกาลาดินเนอร์ ในคืนวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 ซึ่งจะมีเวทีลีลาศ กับวงดนตรี Sensation (ติดต่อจองบัตรได้ที่ ครูเกิร์ล โทรศัพท์ 08-9130-6150)

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 4

พิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21” จะเริ่มต้นที่ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

การสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจาก หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)”

 

“ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023” ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ “กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” ประกาศสานต่อความมันส์ฤดูกาลหน้า

0
ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023 ภาพเปิด

ศึกรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของไทย รายการ ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023 [Honda City Hatchback One Make Race 2023] ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ หลังดวลความมันส์ 6 สนามตลอดทั้งปี ก่อนปิดฉากที่ “สงขลา กรังด์ปรีซ์” สตรีท เซอร์กิต อย่างสุดมันส์ด้วยการผงาดคว้าแชมป์ประจำปีคลาสโอเวอร์ออลล์ของ “เต้” นันทวัฒน์ ชำนาญ ขณะ “มินนี่” สิตาวีร์ ลิ้มนันทรักษ์ ยอดนักขับสาวดาวรุ่งเถลิงแชมป์ในคลาสซี ด้าน “กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต” โปรโมเตอร์ยักษ์ประกาศสานต่อความมันส์ในฤดูกาลหน้าอย่างเป็นทางการ

ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023 1

หลังจากดวลความเร็วทั้งสิ้น 8 สนามตลอดทั้งฤดูกาล 2023 ภายใต้สังเวียนมอเตอร์สปอร์ต 3 แห่งในประเทศไทย เริ่มต้นจาก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ใน 4 สนามแรก จากนั้นไปต่อกันที่ พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา) ในสนามที่ 5-6 โดยไปปิดฉาก 2 สนามสุดท้ายใน สตรีท เซอร์กิต ใหม่ถอดด้ามของไทยอย่าง “สงขลา สตรีท เซอร์กิต” เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ชัยชนะทั้ง 2 สนามสุดท้ายที่ สงขลา ตกเป็นของ “บิ๊ก” ฐิติพงศ์ อาจิณภัทรา ยอดนักขับดาวรุ่งจาก พีที แม็กซ์นิตรอน มอเตอร์สปอร์ต ที่สร้างผลงานอย่างร้อนแรง ขณะที่ “มินนี่” สิตาวีร์ ลิ้มนันทรักษ์ นักขับสาวดาวรุ่งจาก Nexzter rest Club Singha Sittipol จบเรซในอันดับ 2 และ 3 จากสุดสัปดาห์ดังกล่าว  ส่วนอีกคนที่ร้อนแรงในสนามสุดท้ายคือ “เบส” กันตเมศฐ์  จิระโชคชัยวงศ์ นักขับฟอร์มดุจาก AAS Motorsport 9ELEMENT Pakelo Racing Team ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมตลอดทั้งสุดสัปดาห์ ก่อนจะปลดล็อคทะยานคว้าโพเดียมในอันดับ 2 ได้สำเร็จ

ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023 4

โดยในที่สุด ศึก ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023 ก็ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ ซึ่งแชมป์ประจำปีในคลาส โอเวอร์ออส A-B ตกเป็นของ “เต้” นันทวัฒน์ ชำนาญ นักขับมากประสบการณ์จาก Nexzter HYB Motul by TTR ที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมทั้งคว้าบัลลังก์ในคลาส B ไปครองด้วย เก็บไปทั้งสิ้น 64 คะแนน เฉือน “บิ๊ก” ฐิติพงศ์ คู่แข่งคนสำคัญเพียง 2 แต้มเท่านั้น ขณะที่ “แม็กซ์” สถาภร วีระเชื้อ จาก บี-ควิก เรซซิ่ง คว้าอันดับ 3 มีทั้งสิ้น 46 คะแนน

ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023 6

ขณะที่แชมป์ประจำปีในคลาส C ตกเป็นของนักขับดาวรุ่งสาวแห่งยุคอย่าง “มินนี่” สิตาวีร์ ลิ้มนันทรักษ์ นักขับสาวดาวรุ่งจาก Nexzter rest Club Singha Sittipol หลังเก็บไปได้ทั้งสิ้น 68 คะแนน เหนือ “วี” ธนาศิวณัฐ พงสินณัฐอาชัญ คู่แข่งคนสำคัญจาก พีที แม็กซ์นิตรอน มอเตอร์สปอร์ต เพียง 6 คะแนนเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เกรียงไกร ศุภวาณิชยานนท์ จาก NetWelth ที่ยกระดับผลงานอย่างร้อนแรงในปีนี้ เก็บไปทั้งสิ้น 44 คะแนน

ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023 7

นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ฤดูกาล 2023 นับเป็นอีกปีที่เราประสบความสำเร็จอย่างมากในแง่ของรุปแบบการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในทุกๆ เรซ รวมถึงความนิยมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแฟนความเร็วชาวไทย ผมขอแสดงความยินดีกับนักแข่งทุกคนที่คว้าแชมป์ได้ในทุกคลาส รวมถึงนักแข่งทุกคนที่ยกระดับผลงานขึ้นอย่างชัดเจน ที่ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของทุกคน ในปี 2024 เราจะยังคงเดินหน้าจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยจะยกระดับความมันส์ขึ้นไปอีก จากรูปแบบการแข่งขันที่สดใหม่ขึ้น ซึ่งในขณะนี้ กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต อยู่ระหว่างดำเนินการแผนสำหรับ ฮอนด้า วันเมคเรซ ในฤดูกาลหน้า เพื่อมอบประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตที่ดีที่สุดให้กับแฟนชาวไทย”

ฮอนด้า ซิตี้ แฮตช์แบ็ค วันเมคเรซ 2023 9

สำหรับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร การแข่งขันได้ที่https://www.facebook.com/HondaOneMakeRaceOfficial และ https://www.facebook.com/GPIMotorsport

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณรายละเอียดประกอบข่าว HOMR /GPI Motorsport.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  โทร. 084-075-4717  E-Mail: thiprat@grandprix.co.th

“ทาทา มอเตอร์ส” เปิดตัวรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ ยุคใหม่ 4 รุ่น รองรับการใช้งานครบทุกเซกเมนต์ในตลาดเมืองไทย พร้อมบริการครบวงจร

0
ทาทา ภาพเปิด

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ ทาทา มอเตอร์ส อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ 4 รุ่น เป็นครั้งแรก ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ ตั้งแต่การขนส่งระยะสั้นไปจนถึงระยะไกล ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพทั้งรถบรรทุกขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัย สมรรถนะอันทรงพลัง ความทนทาน ความปลอดภัยและความประหยัดที่เหนือกว่า เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ประกอบการยุคใหม่ในตลาดเมืองไทย ต่อยอดการทำธุรกิจได้หลากหลาย เช่น การขายอาหารและเครื่องดื่มในแบบ Food Trucks ธุรกิจร้านค้าเคลื่อนที่ การขนส่งสินค้าภายในเมือง รวมไปถึงการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง เปิดประตูสู่โอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรที่สูงขึ้น โดยมีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง

มร.อนุรักษ์ เมห์โรทรา (Mr. Anurag Mehrotra) หัวหน้าฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ทาทา มอเตอร์ส ได้กล่าวถึงการเปิดตัวในครั้งนี้ว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทาทา มอเตอร์ส เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ชั้นนำที่นำเสนอฟังก์ชันการทำงาน ความสามารถในการผลิต การเชื่อมต่อ ความปลอดภัยและสมรรถนะ ด้วยประสบการณ์เชิงลึกในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ที่ใช้รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้สร้างผลกำไรและความน่าเชื่อถือสูงสุดแก่ลูกค้าและผู้ประกอบการ”

TATA 1

“โซลูชันเหล่านี้ไม่ใช่เพียงรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ แต่เป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของเราในเรื่องความปลอดภัยและนวัตกรรม ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของเราในการให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ ด้วยความร่วมมือกับ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด เรามั่นใจว่าจะมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าของเรา ด้วยศูนย์บริการที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของประเทศไทยและความเป็นผู้นำระดับโลกด้านการค้าปลีกยานยนต์ของ อินช์เคป เราพร้อมที่จะสร้างมาตรฐานใหม่และขับเคลื่อนความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมการขนส่งของประเทศไทย”

นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ด้วยความร่วมมือของ ทาทา มอเตอร์สและอินช์เคป ประเทศไทย เรามีความเชื่อมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม การขนส่งและตลาดรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ของไทย ด้วยความที่ ทาทา มอเตอร์ส มีชื่อเสียงทั่วโลกในด้านความน่าเชื่อถือ ความหลากหลายของกลุ่มยานยนต์ในตลาด คุณภาพของตัวรถที่มีความคุ้มค่า ทนทาน ตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบ ตั้งแต่การขนส่งระยะสั้นด้วยรถบรรทุกขนาดเล็ก ไปจนถึงการขนส่งระยะไกลด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ ประกอบกับความเข้าใจในธุรกิจรถยนต์และประสบการณ์ของอินช์เคปทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ รวมถึงความเชี่ยวชาญระดับโลกของอินช์เคป ในด้านยานยนต์เพื่อการพาณิชย์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ ทาทา มอเตอร์ส เรามั่นใจว่าจะสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมการขนส่ง และยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ทาทา 2

“สำหรับด้านความพร้อมนั้น อินช์เคปได้มีการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย 13 แห่ง ครอบคลุมเครือข่ายทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย รองรับด้านการขาย การบริการและอะไหล่ อีกทั้งเรายังคำนึงถึงต้นทุนในการเป็นเจ้าของรถเพื่อการพาณิชย์ของ ทาทา มอเตอร์ส พร้อมกันนี้ยังได้ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจนได้ข้อสรุปว่า รถยนต์ของ ทาทา มอเตอร์ส นั้น มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ ให้ความคุ้มค่า คุ้มราคา อีกทั้งลูกค้ายังสามารถซื้อแพ็กเกจเซอร์วิสเพิ่มเติมได้อีกด้วย”

“ขณะเดียวกันเรายังสร้างช่องทางให้กับผู้ประกอบการต่างๆ สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ TATA ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยบริษัทพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างสถาบันการเงินและบริษัทไฟแนนซ์ คอยให้คำปรึกษาในด้านสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ย ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการเงินเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและด้วยตัวเลือกอย่าง TATA Super Ace ที่มีรูปแบบตัวถังผ่านการตกแต่งมาแล้ว ซึ่งมีให้เลือกถึง 4 แบบ ไม่ว่าจะเป็น Standard, Food Truck, Shuttle และ Cargo ลูกค้าที่ซื้อรถกับเราจึงสามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้ทันที”

ทาทา 3

ทาทา มอเตอร์ส หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นทุ่มเทในการส่งมอบรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ชั้นนำสู่ตลาดประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์รถบรรทุกยุคใหม่ 4 รุ่น ได้แก่ TATA Super Ace , TATA Ultra T.9, TATA Ultra T.14 และรุ่นเรือธง TATA Prima 5038.S

TATA Super Ace : CHASE YOUR DREAM

TATA Super Ace รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กยอดนิยมในเมืองไทย กลับมาทำตลาดอีกครั้งด้วยโฉมไมเนอร์เชนจ์ปี 2023 ได้รับการอัพเกรดสมรรถนะ เปลี่ยนอัตราทดเฟืองท้ายใหม่ และระบบหม้อน้ำใหม่ ระบายความร้อนได้ดีขึ้น

ทาทา 4

TATA Super Ace พร้อมไล่ล่าความฝันของคุณด้วยความคุ้มค่าที่เหนือกว่าในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก นำเสนอโซลูชันการขนส่งสินค้าซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในเมือง รวดเร็ว ประหยัด จุสัมภาระได้เยอะ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบ CRDI 1.4 ลิตร 1 เดียวในท้องตลาดเมืองไทย ผสมผสานความทนทาน ความสะดวกสบาย การขับขี่และการควบคุมที่แม่นยำ ให้พละกำลังสูงสุด 70 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน – เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรกที่ด้านหน้าและดรัมเบรกที่ด้านหลัง พวงมาลัยพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงในการขับขี่ปรับได้ 4 ทิศทาง ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงเพิ่มความมั่นใจในการทรงตัวได้ดีเยี่ยม สามารถบรรทุกสินค้าได้สูงสุดถึง 1 ตัน

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมระบบปรับอากาศ กระจกไฟฟ้าคู่หน้า เบาะนั่งแบบหนัง PVC การจัดวางตำแหน่งปุ่มควบคุมต่างๆ ทำได้อย่างถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและลดความเหนื่อยล้าในการเดินทาง เสริมแกร่งความปลอดภัยด้วยโครงสร้างแบบกึ่งโมโนค็อก คอพวงมาลัยไฟฟ้าแบบยืดหดได้ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ทาทา 5

TATA Super Ace ตอบโจทย์ทุกการบรรทุกกับพื้นที่กระบะขนาดใหญ่ที่ยาวถึง 2,630 มม. ขนถ่ายสินค้าได้อย่างสะดวกด้วยกระบะพื้นเรียบเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ครบครันด้วยสมรรถนะที่สามารถขึ้นทางลาดชันได้ถึง 38% ทำให้สามารถขับขี่ผ่านภูมิประเทศต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังให้ความคล่องตัว ด้วยวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.1 เมตร สามารถขับขี่บนถนนที่แคบและสภาพการจราจรที่ยากลำบากได้อย่างง่ายดาย

TATA Super Ace มีรูปแบบตัวถังที่ผ่านการตกแต่งมาแล้วให้เลือกถึง 4 แบบ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ได้แก่ Standard, Food Truck, Shuttle และ Cargo พร้อมเริ่มต้นทำธุรกิจได้ทันที

ทาทา 6

TATA Ultra T.9: MAXIMISE YOUR RETURNS IN EVERY TRIP
TATA Ultra T.9 รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ ขนาดกลาง พิกัดบรรทุก 8.9 ตัน เพิ่มผลตอบแทนสูงสุดของคุณในทุกการเดินทาง ด้วยกำลังและแรงบิดที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน สร้างนิยามใหม่ของอุตสาหกรรมการขนส่งในปัจจุบัน ออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนย้ายสินค้าที่คล่องตัว โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซลไดเรคอินเจคชั่น เทอร์โบชาร์จ ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 3.3 ลิตร ให้กำลังสูงถึง 155 แรงม้า ที่ 2,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูง 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา G550 6 สปีด พร้อมเฟืองท้ายขนาด 4.125 มม. มั่นใจด้วยระบบเบรก S-Cam แบบลมล้วน 2 วงจรแยกอิสระ Dual Circuit Full Air ที่มาพร้อมระบบเบรก ABS เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทั้งคนขับและสินค้า

ทาทา 7

สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยห้องโดยสารที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยและรู้สึกสบายตลอดการเดินทางไกล ขณะที่ระบบกันสะเทือนหน้า แบบแหนบพาราโบลิคช่วยเพิ่มความนุ่มนวล และแหนบบรรทุกหนักแบบแข็งแกร่งพิเศษที่ด้านหลังช่วยเพิ่มสมรรถนะในการบรรทุก อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้ต่อเนื่องด้วยถังน้ำมันขนาดใหญ่ 120 ลิตร

TATA Ultra T.14: POWERFUL PERFORMANCE FOR PROFITABLE JOURNEYS
TATA Ultra T.14 รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ ขนาดกลาง พิกัดบรรทุก 14.7 ตัน ออกแบบมาเพื่อรับมือกับงาน ที่ยาก มาพร้อมกับประสิทธิภาพอันทรงพลังเพื่อการเดินทางที่สร้างผลกำไร ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลไดเรคอินเจคชั่น เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 5.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 2,400 รอบต่อนาที และแรงบิด 590 นิวตัน-เมตร ที่ 1,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังต่อเนื่องด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมเฟืองท้ายขนาด 4.11 มม. มั่นใจด้วยระบบเบรกแบบลมล้วน 2 วงจรแยกอิสระ Dual Circuit Full Air ที่มาพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าและหลังแบบแหนบพาราโบลิคช่วยเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ พร้อมแหนบบรรทุกหนักแบบแข็งแกร่งพิเศษที่ด้านหลัง

ทาทา 8

TATA Ultra T.14 สร้างขึ้นสำหรับถนนที่มีความยากลำบาก รถบรรทุกคันนี้รวบรวมสมรรถนะพร้อมพละกำลังเพื่อให้คุณเคลื่อนที่ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของคุณด้วยเครื่องยนต์ประหยัดเชื้อเพลิง และการออกแบบที่แข็งแกร่งซึ่งให้อายุการใช้งานที่ยาวนาน มอบโซลูชันที่เชื่อถือได้เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับธุรกิจ ผสมผสานกันอย่างลงตัวด้วยเทคโนโลยี และความประหยัดในการดำเนินงาน สำหรับการใช้งานหลายประเภท เช่น การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ผักผลไม้และอื่นๆ อีกมากมาย

TATA Prima 5038.S: POWER YOUR PROFITABILITY
TATA Prima 5038.S รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่เป็นเรือธงของ ทาทา มอเตอร์ส นำเสนอความสะดวกสบาย เทคโนโลยีและคุณสมบัติที่ดีที่สุด เหมาะสำหรับงานด้านโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมและการก่อสร้าง สามารถขนส่งสินค้าหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งประหยัดต้นทุนและเพิ่มรายได้ ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

ทาทา 9
รถหัวลาก 10 ล้อแบบ 6×4 พิกัดลากจูง 50.5 ตันคันนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล CUMMINS ISLe 375 ขนาด 8,898 cc. ระบายความร้อนด้วยน้ำ ไดเรคอินเจคชั่น เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้า ที่ 2,100 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 1,550 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังต่อเนื่องด้วยเกียร์ธรรมดา Eaton เดินหน้า 9 สปีด พร้อม Crawler เกียร์ และเฟืองท้ายขนาด 4.55 มม. เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบเบรกลมล้วน All-Air Dual Circuit ที่มาพร้อมระบบ ABS ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแหนบพาราโบลิคช่วยเพิ่มความนุ่มนวล ด้านหลังเป็นแบบ TML Bogie Suspension ให้การดูดซับแรงกระแทกที่เหนือกว่า ทำให้มั่นใจในการขับขี่ที่นุ่มนวลแม้บนพื้นถนนที่มีความขรุขระ

สำหรับรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ทั้ง 4 รุ่นนี้ เปิดตัวในตลาดประเทศไทยเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ พร้อมมอบสมรรถนะที่ดีที่สุดในทุกความต้องการของลูกค้า ให้การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบาย โดยทุกรุ่นได้รับการพัฒนาด้วยการวิจัยตลาดเชิงลึก มุ่งเน้นที่ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก นับจากนี้ไป ทาทา มอเตอร์ส จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ให้กว้างขึ้น สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดในประเทศไทย
นอกจากการเปิดตัวรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ชั้นนำแล้ว ทาทา มอเตอร์ส ยังสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน ด้วย TATA Protect แพ็กเกจการบำรุงรักษาและช่วยเหลือลูกค้าในเรื่องการซ่อมแซมที่รวดเร็ว ประกอบด้วยบริการ 6 รายการด้วยกัน ดังนี้

•Customer Help Line – สายด่วนรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ พร้อมรับฟังปัญหาหรือสามารถให้คำแนะนำด้านบริการกับทางลูกค้าได้ พร้อมทั้งนำข้อมูลมาแก้ไขและปรับปรุงงานบริการเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด

•Express Service – สามารถรับรถได้ภายในไม่เกิน 2 ชั่วโมง เมื่อนำรถเข้ามารับบริการเช็กระยะที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ

•TATA Alert – ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์กับ ทาทา มอเตอร์ส แล้วเกิดปัญหาการใช้งานระหว่างทาง สามารถเรียกใช้บริการ Roadside Assistance ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทางลูกค้าจะได้รับความช่วยเหลือภายใน 1 ชั่วโมง

•Wide Network Coverage – มีศูนย์บริการ 13 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้

•TATA Master Care+ – บริการ Service Package Maintenance และขยายการรับประกันอะไหล่รายการหลักเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจเรื่องการใช้งานรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ของ ทาทา มอเตอร์ส
•Fleet Edge Telematics – แพลตฟอร์มการติดตามยานพาหนะ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการแจ้งเตือน ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการที่ติดตั้งในรถยนต์ TATA สำหรับลูกค้าที่ต้องการทราบรายละเอียดการขับขี่ของคนขับ รวมถึงสมรรถนะของรถ และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Real Time เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้วางแผนการเดินทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ

ทาทา 10

ขณะเดียวกัน ทาทา มอเตอร์ส ยังเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการ “ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน” รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มือสองแบบไม่ยุ่งยาก ด้วย TATA OK ซึ่งเป็นบริการแบบครบวงจรที่จะช่วยคุณค้นหารถมือสองที่เหมาะกับธุรกิจ นำเสนอโซลูชันตั้งแต่ต้นจนจบสำหรับการ “ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน” โดยรับประกันความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถบรรทุกมือสอง ขายรถคันเก่า หรือเปลี่ยนรถเป็นคันใหม่ให้เหมาะกับธุรกิจและงบประมาณ ด้วยการตรวจสอบคุณภาพถึง 120 รายการ พร้อมแพ็กเกจการรับประกัน และการบริการที่หลากหลาย การโอนเอกสาร 100% ตลอดจนตัวเลือกทางการเงินที่ง่ายและน่าดึงดูดใจ ยานพาหนะที่ได้รับการรับรองจาก TATA OK จึงเป็นการลงทุนที่คุณมั่นใจได้

ทาทา มอเตอร์ส พร้อมเปิดศูนย์บริการ 13 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ ทาทา มอเตอร์ส ถนนลำลูกกา คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี ประกอบด้วยพื้นที่โชว์รูม ศูนย์บริการ ศูนย์จำหน่ายอะไหล่และศูนย์ฝึกอบรม Training Center

ทั้งนี้ ทาทา มอเตอร์ส ยังได้เปิดรับผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ TATA ทั่วประเทศ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ของเมืองไทยไปด้วยกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TATA MOTORS Contact Center
โทร. 02-098-6000 อีเมล tatathailandnetwork@inchcape.co.th

สัมผัสตัวจริงและรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่งาน Thailand International Motor Expo 2023ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี