Home Blog Page 187

เอ็มจี เปิดฉาก MG CYBERSTER ด้วยตำนานบทใหม่ กับภารกิจพิชิตเส้นทางข้าม 3 ทวีป 23 ประเทศ กว่า 10,000 ไมล์

0

จากการเผยโฉมของ MG CYBERSTER ครั้งแรกในงาน Goodwood Festival of Speed ประเทศอังกฤษ ต่อเนื่องด้วยที่งาน Chengdu Auto Show 2023 สาธารณรัฐประชาชนจีน แฟน ๆ ต่างชื่นชมทั้งด้านดีไซน์ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ล่าสุด MG CYBERSTER ได้รับการพิสูจน์สมรรถนะ และความแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กับภารกิจ “CHARGING INTO THE FUTURE” ข้าม 3 ทวีป 23 ประเทศ บนเส้นทางจริงกว่า 10,000 ไมล์ (กว่า16,000   กิโลเมตร) จากทวีปยุโรป อาทิ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เบลเยี่ยม เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี ข้ามมาอีกซีกโลกสู่ตะวันออกกลาง อาทิ จอร์แดน ซาอุดิอาระเบีย ดูไบ ก่อนมุ่งหน้าสู่ทวีปเอเชีย ผ่าน อินเดีย  มาเลเซีย ประเทศไทย เวียดนาม และมุ่งหน้าเข้าสู่จุดมุ่งหมายที่มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้ประจักษ์ถึงความทรงพลังของตัวรถของ MG CYBERSTER ที่เหนือระดับด้วยการเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า 100% แบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง มาพร้อมประตูปีกนกอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยกย่องให้เป็นสถาปัตยกรรมโครงสร้างไอเดียแห่งอนาคตอันแท้จริง

MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า 100% ของผู้หลงใหลความสนุกสนานของการขับขี่

MG CYBERSTER ถือเป็นยนตรกรรมที่ผสมผสานดีไซน์ของรถคลาสสิคให้เข้ากับดีเอ็นเอสายพันธุ์สปอร์ตได้อย่างลงตัว และได้กลายเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง ที่ เรียบหรูและ โดดเด่น ด้วยประตูแบบปีกนก โดยมีหลังคาผ้าแบบซอฟต์ท็อปเพิ่มลุคคลาสสิกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในใส่ความสปอร์ตไว้ทุกอณู รองรับการเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อีกทั้ง MG CYBERSTER ถือเป็นรถสปอร์ตไฟฟ้า 100% สมรรถนะสูง โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นมอเตอร์เดี่ยว แบตเตอรี่ความจุ 64 kWh และ รุ่นมอเตอร์คู่ แบตเตอรี่ความจุ 77 kWh สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 3.2 วินาที MG CYBERSTER จึงได้รับการยกย่องจากแฟน ๆ ทั่วโลกให้เป็นไอคอนรถสปอร์ตโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้า 100%

MG CYBERSTER ความท้าทายครั้งใหม่กับภารกิจ CHARGING INTO THE FUTURE

ล่าสุด MG CYBERSTER สร้างประวัติศาสตร์กับการเดินทางอันยาวไกลที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนกับ “CHARGING INTO THE FUTURE” ภารกิจที่จะทลายทุกข้อจำกัดของรถอีวี ด้วยบทพิสูจน์สมรรถนะ และความแข็งแกร่งของ MG CYBERSTER โดยการขับขี่ในรูปแบบ Road Trip ระยะทางรวมกว่า 10,000 ไมล์ จากกรุงลอนดอน มุ่งหน้าสู่มหานครเซี่ยงไฮ้ ข้ามผ่าน 3 ทวีป ซึ่งได้แก่ ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย รวม 23 ประเทศ โดยมีนักเดินทางระดับโลกอย่างฝาแฝด The Turner ทั้ง Hugo และ Ross จากความสำเร็จในการผจญภัยระดับโลก อาทิ Atlantic Rowing Race การแข่งขันการพายเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกว่า 3,000 ไมล์ และการเดินทางข้ามขั้วโลกในประเทศกรีนแลนด์ ล้วนแต่ต้องใช้ความอดทนและขีดจำกัดของศักยภาพในตัวมนุษย์ เพื่อมาเป็นผู้ขับขี่รถ MG CYBERSTER ตลอดเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ครั้งนี้

สำหรับภารกิจการเดินทางในครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566  ที่ Park Plaza West Minister Bridge London ซึ่งตลอดเส้นทางจะสร้างความประทับใจ และความน่าตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ เอ็มจี ที่รอคอยการมาถึงของ MG CYBERSTER ต่างชื่นชมในความแข็งแกร่งของสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่สามารถข้ามผ่านหลากหลายภูมิประเทศไม่ว่าจะเป็น การเผชิญทั้งเส้นทางในเมือง และนอกเมือง ทางเขาที่สูงชัน หรือแม้แต่พื้นที่ในเขตทะเลทราย ตลอดการเดินทางต้องสัมผัสกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจากยุโรปซึ่งเป็นพื้นที่ที่หนาวเย็น มุ่งหน้าสู่เขตภูมิประเทศตะวันออกกลางที่ค่อนข้างแห้งแล้ง และมีความร้อนสูง เข้าสู่ทวีปเอเชียที่ร้อนชื้น  ภารกิจนี้จะแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่เอื้ออำนวยให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งการเดินทางข้ามทวีปครั้งนี้ทำให้เห็นภาพ MG CYBERSTER โลดแล่นอยู่บนเส้นทางหลากหลายอารยะธรรม มีสถาปัตยกรรมของแต่ละประเทศเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของภาพแห่งประวัติศาสตร์ และที่สำคัญการเดินทางครั้งนี้ “ประเทศไทย” อยู่ในเส้นทางที่ MG CYBERSTER จะมาเช็คอินในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 ด้วย ก่อนที่จะไปสู่จุดหมายปลายทางที่ มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

เอ็มจี ยังคงยืนหยัดเจตนารมณ์ความเป็นหนึ่งด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า MG CYBERSTER จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ในกลุ่มรถสปอร์ตที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% อีกทั้งภารกิจระดับโลกอย่าง CHARGING INTO THE FUTURE” กับการเดินทางครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่า เอ็มจี ไม่หยุดคิด และพร้อมพัฒนานวัตกรรมรถยนต์ใหม่ ๆ รวมถึงการพัฒนาความแข็งแกร่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง EV Charging Station ที่ครอบคลุมในทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายศูนย์บริการเอ็มจีที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง

  • สามารถติดตามการเดินทางของ MG CYBERSTER ข้ามทวีปกว่า 10,000 ไมล์ จากยุโรปถึงเอเชีย รวมถึงการมาเยือนประเทศไทยกับภารกิจโลก CHARGING INTO THE FUTURE” ได้ที่ bit.ly/ChargingIntoTheFuture
  • ไม่พลาดกับความเคลื่อนไหวของ MG CYBERSTER รถสปอร์ตโรดสเตอร์ 100% ยนตรกรรมสุดล้ำที่ผสมผสานศาสตร์และศิลป์จนเกิดเป็นความโดดเด่นที่ลงตัวได้ที่ bit.ly/MGThailand

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com

Line: @MGThailand

Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand

Twitter: @mg_thailand

Instagram: @mgthailand

Youtube: MG Thailand

TikTok: @mgthailand

Application: MG Thailand

นิสสัน เผยโฉม “นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์” รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบอนาคตแห่งการขับเคลื่อนแบบพรีเมียม

0
นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์ ภาพเปิด

นิสสัน มอเตอร์ เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์ รถยนต์ลำดับที่สามในซีรีส์ของรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ (EV Concept Car) ซึ่งจะมีการจัดแสดงรถคันจริงในงาน Japan Mobility Show ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

รถตู้ขนาดเล็กหรือมินิแวนไฟฟ้า 100% คันนี้มาพร้อมกับแนวคิดการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมเดินทาง ด้วยการวางเป้าหมายสำหรับ กลุ่มผู้ใช้งานที่แสวงหาประสบการณ์ที่เหนือกว่า และสนุกกับการใช้เวลากับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงาน ระหว่างการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว หรือเป็นไปในเชิงธุรกิจ

นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์ 1

นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์ ผสมผสานวิญญาณของการให้บริการแบบญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า โอโมเตะนาชิ (omotenashi) เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงต่างๆ รวมถึงการขับขี่อัตโนมัติ ฟังก์ชัน V2X หรือ (vehicle-to-everything) และแบตเตอรี่ความจุสูงยังช่วยให้สามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้าน ร้านค้า และสำนักงาน ขณะเดินทาง หรือทำกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ

รูปลักษณ์ภายนอกของรถยนต์รุ่นนี้สื่อถึงความรู้สึกสบายที่มาจากภายใน ด้วยแผงตัวถังที่เรียบลื่น มีเส้นสายที่เฉียบคมแสดงถึงความงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เข้ากันได้ดีกับรูปลักษณ์ที่ดูโอ่อ่ากลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ ด้านข้างตัวรถมาพร้อมกับเส้นแนวทแยงจากด้านหน้าไปยังบังโคลนหลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ และความรู้สึกของการขับขี่ที่นุ่มนวลซึ่งเป็นผลมาจากการผสมผสานระหว่างรถยนต์ไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ เส้นกลางตัวถังสีขาวรอบคันทำหน้าที่เป็นไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์รุ่นนี้ ขณะที่ล้อลายคุมิโกะ และลายเส้นที่นุ่มนวลและเป็นแนวตรงบนตัวถัง เสริมความรู้สึกที่พรีเมียมเหนือระดับ

นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์ 2

ขณะที่พื้นที่ห้องโดยสารภายในกว้างขวางเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของนิสสันซึ่งรวบรวมชิ้นส่วนขนาดเล็ก และแบตเตอรี่แบบ Solid-state ไว้อย่างกะทัดรัดเพื่อให้เกิดนวัตกรรมยานยนต์ที่มีความสร้างสรรค์ ผลที่ได้คือจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเป็นพิเศษ และเมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับขี่ e-4ORCE จากนิสสันจะช่วยควบคุมล้อทั้งสี่ได้อย่างแม่นยำทั้งตอนเร่ง และชะลอความเร็ว คอนโซลเหนือศีรษะ และไฟส่องสว่างมีลวดลายคูมิโกะ และโคอุชิแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่สร้างความรู้สึกหรูหรา ในขณะที่แผงไฟ LED ทรงแบนบนพื้นแสดงภาพคล้ายแม่น้ำและท้องฟ้า ช่วยสร้างความผ่อนคลายที่ผสมผสานสไตล์ที่มีความเป็นดิจิทัลและธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์ 4

ด้วยการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้เวลากับเพื่อนร่วมทางได้อย่างเต็มที่ เบาะหน้าสามารถปรับหมุนได้ 360 องศา ช่วยให้ผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลังสามารถหันมาพูดคุยกันได้อย่างสะดวก ผู้โดยสารตอนหลังสามารถใช้จอแสดงผลแบบสวมใส่ (wearable display) เพื่อดูและใช้งานระบบนำทางและควบคุมเครื่องเสียงบนจอแสดงผลตรงกลางเบาะหน้า ช่วยให้ผู้โดยสารทุกคนรู้สึกสะดวกสบาย และมีส่วนร่วมในการเดินทาง นอกจากนี้ ระบบ AI สามารถตรวจจับข้อมูลแบบไบโอเมตริค biometrics อาทิ คลื่นสมอง อัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ และเหงื่อ พร้อมเลือกเพลงอัตโนมัติและปรับแสงสว่างในห้องโดยสารให้เหมาะกับอารมณ์ในช่วงนั้น

แนวคิดของ นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์ สะท้อนวิสัยทัศน์ของนิสสันที่ผสมผสานความสะดวกสบายของห้องนั่งเล่นที่หรูหราเข้ากับความสะดวกสบายของรถตู้โดยสาร ให้ความรู้สึกมีสไตล์ และล้ำสมัยไว้ในคันเดียว

 

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ขอแนะนำ สตาร์เรีย เทรนด์ เอส และ สตาร์เรีย สไตล์ เอส รุ่นใหม่

0
ฮุนได สตาร์เรีย ภาพเปิด

ฮุนได สตาร์เรีย เทรนด์ เอส และ สตาร์เรีย สไตล์ เอส มาพร้อมชุดแต่งที่พัฒนาขึ้นใหม่โดยเฉพาะ แตกต่างจากเอ็มพีวีคันอื่นยิ่งกว่าเคย ทั้งยังมอบความสะดวกสบายแบบไม่มีที่สิ้นสุด และการปกป้องอีกระดับให้ผู้โดยสารทุกตำแหน่ง ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ ด้วยราคาเริ่มต้นคงเดิม 1,799,000 บาท

ฮุนได สตาร์เรีย 1

เพียงไม่กี่วันหลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดด้วยกันสองรุ่นอย่าง สตาร์เกเซอร์ เอ็กซ์ และ เอชวัน อีลิท เอฟอี ในวันนี้ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมเขย่าวงการรถยนต์เอ็มพีวีในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการเดิน หน้าเสริมทัพรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง ฮุนได สตาร์เรีย เทรนด์ เอส และ สตาร์เรีย สไตล์ เอส โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับชุดแต่งรอบคันเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ให้มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากที่เคย

“ในประเทศไทยมีรถยนต์เอ็มพีวีให้เลือกหลากหลายรุ่น แต่ไม่มีรุ่นใดเหมือนกับ ฮุนได สตาร์เรีย ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องดีไซน์โดดเด่นและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารทุกที่นั่ง ตามแนวคิดความสะดวกสบายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ในวันนี้ บริษัทฯ พร้อมที่จะเสริมจุดแข็งในเรื่องของดีไซน์ที่แตกต่างให้กับ สตาร์เรีย เทรนด์ เอส และ สตาร์เรีย สไตล์ เอส ด้วยชุดแต่งใหม่รอบคัน ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งภาพลักษณ์สปอร์ตและพรีเมี่ยม” นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ฮุนได สตาร์เรีย 2
ชุดแต่งรอบคันสำหรับพัฒนาและออกแบบใหม่ขึ้นทั้งหมด สำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ ทำให้แนบเนียนไปกับตัวถังจากทุกมุมมอง โดยในชุด ประกอบด้วย ชายกันชนหน้า – หลัง และ สเกิร์ตข้าง อุปกรณ์เสริมทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์อีกด้วย ในส่วนของสีตัวถัง ยังคงมีให้เลือก 3 สีตามสไตล์ที่ลูกค้าต้องการทั้ง สีดำ เอบิส แบล็ค เพิร์ล, สีเทา แกรไฟต์ เกรย์ เมทัลลิค และ สีเทา ชิมเมอร์ริง ซิลเวอร์ เมทัลลิค

ฮุนได สตาร์เรีย 3

มั่นใจว่าผู้โดยสารทุกที่นั่งจะได้รับการปกป้อง เพราะทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 11 ที่นั่ง, จุดติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก (ISOFIX) 2 จุด, ระบบเบรก ABS, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC, ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อมีลมปะทะข้างตัวรถ CSC, ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน HAC และ ระบบช่วยหยุดรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ MCB พร้อมเพิ่มความมั่นใจสู่อีกระดับ เฉพาะรุ่น สตาร์เรีย สไตล์ เอส ซึ่งมาพร้อมกับ ฮุนได สมาร์ทเซนส์ ที่ควบรวมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงไว้ด้วยกันหลายรายการ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งมีทั้ง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ SCC, ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA และ ระบบเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัย เมื่อมีรถในจุดอับสายตา BCA

ฮุนได สตาร์เรีย 4

มอบประสบการณ์การขับขี่ผ่านขุมพลังประสิทธิภาพสูง เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ผ่านปุ่มกดแบบ Shift-by-Wire และ แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ในส่วนของผู้โดยสารเพลิดเพลินและสะดวกสบายไปกับห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมคุณภาพการเก็บเสียงเหนือระดับ ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มากมาย เพื่อความสะดวกสบายแบบไม่มีที่สิ้นสุดอย่าง ประตูสไลด์ไฟฟ้าสองข้างพร้อมระบบ Smart, ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบ Smart และ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกปรับอิสระหน้า – หลัง

ฮุนได สตาร์เรีย 6

ฮุนได สตาร์เรีย เทรนด์ เอส และ สตาร์เรีย สไตล์ เอส ซึ่งมาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ ให้คุณเป็นเจ้าของในราคาเดิมที่ 1,799,000 บาท สำหรับ สตาร์เรีย เทรนด์ เอส และ 2,099,000 บาท สำหรับ สตาร์เรีย สไตล์ เอส นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอพิเศษสำหรับ ลูกค้าฮุนไดโดยเฉพาะกับ HYUNDAI Happy Choice ให้คุณเลือกรับโปรที่ใช่ ระหว่างข้อเสนอแรก ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พรบ. 3 ปี1 หรือ เลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.19%1 พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและพรบ. 1 ปี1 ทั้งสองทางเลือกยัง มาพร้อมกับ ฟรีแพคเกจบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร2 และ ฟรีการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร2

ฮุนได สตาร์เรีย เทรนด์ เอส และ สตาร์เรีย สไตล์ เอส พร้อมให้ท่านสัมผัสแล้ว ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดใกล้บ้านท่าน และยังมีแผนขยายสาขาทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง หรือ พบกับประสบการณ์ใหม่ของการจองรถยนต์ ผ่านช่องทางออนไลน์ Cl!ck to Buy ที่ buyonline.hyundai.com โดยท่านยังสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้อย่างง่ายดายที่เวปไซต์ hyundai.com/th/th

“ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่” เปิดราคาอย่างเป็นทางการ พร้อมระบบฟูลไฮบริด อี:เอชอีวี และ Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย

0
ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 19

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคา “ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่” อย่างเป็นทางการ โดยราคารุ่น e:HEV E ราคา 1,529,000 บาท รุ่น e:HEV EL ราคา 1,669,000 บาท และรุ่น e:HEV RS ราคา 1,799,000 บาท ยกระดับไลน์อัป e: พร้อมเดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในประเทศไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตสะท้อนความหรูหราทั้งภายนอกและภายใน สมรรถนะการขับขี่ทรงพลังด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25 กม./ลิตร มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย นอกจากนี้ยังมาพร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอันล้ำสมัย* เพื่อความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง อาทิ Google built-in ปุ่ม Experience Selection Dial ที่เลือกปรับได้อย่างง่ายดาย

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า แอคคอร์ด นับเป็นรถที่สำคัญรุ่นหนึ่งของฮอนด้า ในฐานะแฟลกชิปโมเดลทั้งในระดับโลกและประเทศไทย ที่นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยใหม่ ๆ มาโดยตลอด ในวันนี้ แอคคอร์ด เจเนอเรชันที่ 11 พร้อมขับเคลื่อนชีวิตของผู้คนด้วยเทคโนโลยี e:HEV ที่เหมาะสมที่สุด ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก อีกทั้งพร้อมมอบคุณค่าที่ยกระดับตลาดรถยนต์ในกลุ่ม D-Segment อีกขั้น กับ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ที่ผสานเทคโนโลยีระบบฟูลไฮบริด e:HEV ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ มอบการขับเคลื่อน ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย พร้อมด้วยหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอันล้ำสมัย ที่ได้รับการติดตั้งในรถยนต์คันนี้ เพื่อให้เป็นรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 2

 

“โดยฮอนด้า ให้ความสำคัญกับการทำตลาดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นที่รถยนต์ไฮบริดเป็นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหญ่ ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนของการขายรถยนต์ไฮบริดที่มากที่สุดในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์รวมในประเทศไทย ซึ่งการเปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ในครั้งนี้
จะมีส่วนสำคัญในการตอกย้ำความเป็นผู้นำของฮอนด้าในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อีกทั้งสะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในภาพรวม สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในด้านการจ้างงาน และด้าน Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ อีกทั้งเป็นเครื่องยืนยันให้เห็นถึงจุดแข็งด้านคุณภาพการผลิต และความเชื่อมั่นของรถที่ผลิตในไทยที่ได้มาตรฐานระดับเดียวกับฮอนด้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี”

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ตอบสนองอย่างทันใจและทรงพลัง มอบแรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และมีอัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25 กม./ลิตร โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด (Intelligent Multi-mode drive) ประกอบไปด้วยการทำงานของโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) นอกจากนี้ในขณะลดความเร็ว ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วนั้นให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ (Regeneration)

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 4

 

ผู้ขับขี่ยังสามารถเข้าถึงอารมณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้า กับสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Switch) ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง ที่ได้รับการพัฒนาโดยเพิ่ม Charge Mode เข้ามาเป็นครั้งแรก ในแอคคอร์ด

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 6
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นในทุกมิติ ผสานความหรูหราสง่างามและความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ภายในห้องโดยสารกว้าง ครบครันด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบาย และสะท้อนภาพลักษณ์อย่างมีระดับ อาทิ Google built-in ปุ่ม Experience Selection Dial ที่เลือกปรับได้ดั่งใจ

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 16

 

ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 7

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ช่องเชื่อมต่อ USB Type C 4 ตำแหน่ง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) เป็นต้น ครั้งแรกในโลกกับรุ่น e:HEV RS ที่เสริมความสปอร์ตพรีเมียมอีกขั้นในดีไซน์เอกซ์คลูซีฟรอบคัน

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 10

มาพร้อมหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ไฟเลี้ยวด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED Sequential และระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card เป็นต้น

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 18

 

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ผสานการทำงานของกล้องมุมกว้างด้านหน้าและเรดาร์ ในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

•ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

•ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

•ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

•ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) หรือ ใหม่ ครั้งแรกใน แอคคอร์ด กับระบบ
ไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย
ในเวลากลางคืนและปรับองศาของแสงไฟเพื่อลดการรบกวนรถด้านหน้าและคนเดินถนน

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 12

•ใหม่ ครั้งแรกใน แอคคอร์ด กับ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำสมัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อื่น ๆ* อาทิ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL) ระบบเพิ่มความเสถียรและความคล่องตัวในการขับขี่ (Motion Management System: MMS)
ถุงลม 8 ตำแหน่ง ในทุกรุ่นย่อย เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors) ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหลัง ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC) และเซนเซอร์ตรวจจับเสียงรบกวนจากพื้นถนน (Road noise ANC)

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 13

เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่ออันล้ำสมัยที่เชื่อมผู้ใช้งานกับรถให้เป็นหนึ่งเดียว อาทิ ใหม่ ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้า กับฟังก์ชันการอัปเดตซอฟต์แวร์ Over-The-Air (OTA) ช่วยให้ผู้ใช้รถ ไม่เพียงสามารถอัปเดตระบบ Infotainment แต่ยังสามารถอัปเดตการทำงานของ ECU จากทางไกลได้ และใหม่ ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT มาพร้อมเทคโนโลยี Digital Key เป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้า เป็นต้น

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 12

ราคาจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ทั้ง 3 รุ่นย่อย ได้แก่

รุ่น e:HEV RS ราคา 1,799,000 บาท

รุ่น e:HEV EL ราคา 1,669,000 บาท

รุ่น e:HEV E ราคา 1,529,000 บาท

ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 15

มาพร้อมสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาเมทิเออรอยด์
(เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก) พร้อมภายในสีดำ และสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)

ข้อเสนอพิเศษ สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เมื่อจองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2566 – 31 ธันวาคม 2566 รับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.29%** พร้อมรับ Honda Exclusive Care (ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์) ประกอบด้วย

ฟรีประกันภัย 1 ปี

ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ฟรี Honda Ultimate Care (ฮอนด้า อัลติเมท แคร์) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมงอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ต่อจากการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร สิ้นสุด รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ลูกค้ายังสามารถขับ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจ ด้วยบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน และทีมงานที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ด้าน e:HEV (e:HEV Expert) จากเครือข่ายศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานและครบวงจรครอบคลุมทั่วประเทศ

ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมอีกขั้น ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) ที่มาพร้อมแนวคิด “The Premium Sedan” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก อาทิ คิ้วบันไดไดนามิก LED ราคา 6,500 บาท ชุดโลโก้ Accord และ H Mark หลังสีดำ ราคา 1,500 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 2,200 บาท ชุดฝาปิดจุกลม H Mark
ราคา 850 บาท และฟิล์มกันรอยบริเวณขอบประตู ราคา 1,200 บาท หรือเลือกตกแต่งในรูปแบบแพ็กเกจ
ชุดแต่งรอบคัน ได้แก่
ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ 18

Aero Smart Package ราคา 29,990 บาท ประกอบด้วยสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง และสเกิร์ตข้าง

Aero Sport Package ราคา 39,500 บาท (สำหรับรุ่น e:HEV E และ e:HEV EL) ประกอบด้วย
สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต

Film Package ราคา 1,700 บาท ประกอบด้วยฟิล์มกันรอยบริเวณที่เปิดประตู และฟิล์มกันรอย
กันชนหลัง

หรือดูรายละเอียดชุดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/products/accordehev ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/accordehev

 

วิริยะประกันภัย ห่วงใยมือใหม่ สนับสนุนความปลอดภัย ร่วมใจใส่หมวก

0

นายสรายุทธ พุ่มศรี ผู้จัดการฝ่ายประกันภัย Non – Motor ด้านรถยนต์ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบหมวกนิรภัย ให้แก่ นายสมชาย อรุณวรากรณ์ ผู้บริหารโรงเรียนสอนขับรถ ส.อรุณ ไดรวิ่ง นครสวรรค์ ตัวแทนประกันวินาศภัยของบริษัทฯ เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ลดอัตราการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ พร้อมตอกย้ำการเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยการสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งขณะเดินทางอันเป็นการช่วยลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน ณ โรงเรียนสอนขับรถ ส.อรุณ ไดรวิ่ง นครสวรรค์ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ส่งมอบหมวกนิรภัยให้แก่ดีลเลอร์และตัวแทนประกันวินาศภัย โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาแล้วในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดตรัง และจังหวัดนครสวรรค์ในครั้งนี้ พร้อมเตรียมขยายผลดำเนินการส่งมอบให้แก่ดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่เป็นคู่ค้ากับบริษัทฯ และตัวแทนฯ ให้ครบทุกภาคทั่วประเทศ

“ลามิน่า” จัดประชุมผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ มอบรางวัล Lamina Excellence Awards ประจำปี 2566

0

บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า”  ผลิตโดยอีสท์แมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ฟิล์ม สหรัฐอเมริกา แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นำโดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดประชุมผู้บริหารศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ Lamina Next Era ร่วมทะยาน…ต่อยอดธุรกิจยุคใหม่ พร้อมมอบรางวัล Lamina Excellence Awards ประจำปี 2566 แก่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายที่สร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายและสามารถให้บริการกับลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยม ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา

นับเป็นอีกปีที่ครอบครัวลามิน่าฟิล์ม ได้กลับมาพบกันอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ต่างเผชิญบทพิสูจน์ทางธุรกิจ และสามารถก้าวผ่านมาได้อย่างแข็งแกร่งและงดงาม ทำให้ต่างเติบโต มีภูมิคุ้มกันทางธุรกิจที่เข้มแข็ง และช่วยเป็นสปริงบอร์ดให้ทั้งผู้จัดจำหน่ายและศูนย์ตัวแทนได้ก้าวกระโดดสู่ความสำเร็จได้สูงและไกลกว่าเดิม

ความสำเร็จในทุกภาคส่วน เกิดจากความร่วมมือกันทั้งจาก บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด  ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายลามิน่า และโรงงานผู้ผลิต   ที่ร่วมกันพัฒนาคุณภาพสินค้า บริการ และการติดตั้งที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ โดย “ลามิน่า” เป็นฟิล์มกรองแสงเพียงหนึ่งเดียวที่จัดสัมมนาศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศอย่างยิ่งใหญ่และต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 มีศูนย์ตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมงานกว่า 200 แห่ง

มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาสินค้าและบริการด้านต่างๆ รวมถึงการคัดสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจของศูนย์ตัวแทนจำหน่าย และผู้บริโภค อีกทั้งศูนย์ตัวแทนจำหน่ายที่จะได้รับรางวัล Lamina Excellence Awards พิจารณาจากผลการเติบโตทางยอดจำหน่ายที่ดีเยี่ยม ปัจจัยการให้บริการที่โดดเด่น มีความรู้ด้านสินค้าฟิล์มกรองแสง รวมถึงความรู้ด้านการตลาดอย่างรอบด้าน

โดยแบ่งการมอบรางวัล Lamina Excellence Awards ออกเป็น 6 ประเภท  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอันน่าชื่นชมในมิติที่แตกต่างกันของแต่ละศูนย์ตัวแทนจำหน่าย ประกอบไปด้วย 1.รางวัลยอดขายดีเด่น 2.รางวัลยอดขายเติบโต 3.รางวัลผลิตภัณฑ์รวมดีเด่น 4.รางวัลยอดขายเติบโตต่อเนื่อง 5.รางวัลลามิน่าฟิล์ม เอ็กซ์คลูซีฟช็อป มาตรฐานดีเยี่ยม และ 6.รางวัลลามิน่าฟิล์ม เอ็กซ์คลูซีฟช็อป มาตรฐานสูงสุด

ปัจจุบันเราก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ สังคมโลกโซเชียลได้ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับไลฟ์สไตล์ชีวิตผู้คน นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก สร้างความบันเทิง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราอย่างรอบด้าน ลามิน่าฟิล์มจึงพร้อมนำพาศูนย์ตัวแทนจำหน่ายร่วมทะยานเข้าสู่ความสำเร็จครั้งใหม่ เพื่อเติมเต็มศักยภาพความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ด้วยบรรยากาศ Lamina Next Era ร่วมทะยาน…ต่อยอดสู่โลกธุรกิจยุคใหม่

ทั้งนี้ ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 770 แห่งของลามิน่า ถือเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการเติบโตของบริษัท รวมถึงการก้าวขี้นเป็นผู้นำในตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ในประเทศไทย ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีที่ผ่านมา ซึ่งลามิน่ามุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง สร้างความเติบโตและความสำเร็จที่มั่นคงแก่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายฟิล์มลามิน่าทุกแห่งอย่างยั่งยืน

นอกเหนือไปจากการแต่งตั้งศูนย์ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานระดับสากลแล้ว บริษัทฯได้จัดประชุมสัมมนาศูนย์ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เน้นให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพในการบริหารธุรกิจฟิล์มกรองแสงอย่างเข้มแข็ง มีการฝึกอบรมเทคนิคการติดตั้งให้กับศูนย์ตัวแทนจำหน่าย รวมถึงการอบรมเทคนิคขั้นสูง ล้วนเป็นปัจจัยความสำเร็จที่ให้ความสำคัญกับเครือข่ายผู้จำหน่ายมาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงมืออาชีพระดับเอเชียแปซิฟิค ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านยานยนต์อีกมากมาย อาทิ อุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ (Thule) จากประเทศสวีเดน ผลิตภัณฑ์ฟิล์มนิรภัยปกป้องสีรถลูมาร์ (LLumar) จากสหรัฐอเมริกา และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษายานยนต์ครบวงจรแอลลักซ์ (LLux) คุณภาพเยี่ยมจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

 

เริ่มแล้ว SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR “โตไป…ขับเป็น” ฟิวเจอร์พาร์ค สอนเด็กๆ ขับขี่ปลอดภัย 11-15 ตุลาคมนี้

0
Skill Driving 1

กิจกรรม “โตไป…ขับเป็น” (SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” เปิดโอกาสให้บุตรหลานได้เรียนรู้กฎจราจร ฝึกขับขี่ในถนนจำลองที่มีความปลอดภัย และรับใบขับขี่จำลองเป็นที่ระลึก การฝึกอบรมใช้เวลา 45 นาที แบ่งเป็นภาคทฤษฎีสอนโดยวิทยากรจากกองบังคับการตำรวจจราจร ภาคปฏิบัติขับขี่รถบังคับขนาดเล็กในสนามจำลอง เพื่อเป็นการปลูกฝังการขับขี่ปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และช่วยลดอุบัติเหตุได้ในอนาคต

SKILL DRIVING 6

 

Skill Driving  3

Skill Driving  5

ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานของท่านที่มีอายุ 6-12 ปี ความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม ไปเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ที่ลาน Zpotlight ฟิวเจอร์ พาร์ค และ สเปลล์ ชั้น G ในวันที่ 11-15 ตุลาคม 2566 และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/skilldriving

 

“สุขสวัสดิ์ แสงมรกต” คว้าแชมป์ อีซูซุคัพ 32 ตีตั๋วชกในเวที THAI FIGHT 2023

0
อีซูซุ คัพ ภาพเปิด

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เป็นประธานจัดการแข่งขันมวยไทย ศึก อีซูซุคัพ ครั้งที่ 32 “ศึก Isuzu D-Max ลุย! ท้าโลก” รอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขันสุขสวัสดิ์ แสงมรกต คว้าแชมป์ไปครอง รับรางวัลรถปิกอัพ “ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค เกียร์อัตโนมัติ” มูลค่า 650,000 บาท และเงินสด 500,000 บาท รวมมูลค่า 1,150,000 บาท พร้อมตำแหน่งนักชกตัวแทนประเทศไทยไปประกาศศักดิ์ศรีบนสังเวียนมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2023”

อีซูซุ คัพ 4

การแข่งขันอีซูซุคัพเป็นการแข่งขันมวยไทยระดับตำนาน ตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ และได้ปรับรูปแบบใหม่ ยกระดับมวยไทยสู่สากลด้วยการเปลี่ยนสถานที่จัดการแข่งขันเป็น The Beat Active ซึ่งเป็น Sport Entertainment Complex ใหม่ล่าสุดของไทย สร้างความเร้าใจด้วยระบบแสง สี เสียงเต็มรูปแบบ ภายในงานมีผู้เข้าชมเต็มสนาม ส่งเสียงเชียร์กันอย่างตื่นเต้น

อีซูซุ คัพ 2

สร้างบรรยากาศครึกครื้นที่สุด และยังมีการแสดงพิเศษโดย ขุนอินทร์ ในชื่อชุด “นวัตกรรมภูมิปัญญาไทย” เป็นการเล่นระนาดและเครื่องดนตรีไทยผสานกับเพลงแนวสมัยใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมก่อนการแข่งขัน

อีซูซุ คัพ 3

เริ่มการแข่งขันยกที่ 1 เป็นการพบกันระหว่างมวยซ้าย สุขสวัสดิ์ แสงมรกต ฝั่งสีขาว กับ มวยขวา ธงชัย เพชรรุ่งเรือง ฝั่งสีดำ ชกประเภทสวมนวม รุ่นน้ำหนัก 65 กิโลกรัม ธงชัยเปิดเกมด้วยแข้งขวา สุขสวัสดิ์ รัวกลับ 3 หมัดเข้าเป้าอย่างจัง พร้อมสาดแข้งใส่ต่อเนื่อง ทำให้สุขสวัสดิ์เป็นต่อในยกแรก

อีซูซุ คัพ 5

เมื่อระฆังยกที่ 2 ดังขึ้นทั้งคู่เปิดเกมเดินเข้าหากัน สุขสวัสดิ์เดินเกมออกอาวุธหมัด เตะ พร้อมยัดเข่าซ้ายเข้าไปหลายครั้ง แต่ธงชัยก็ยังคุมจังหวะตั้งรับและต่อยกลับไปได้อย่างดี แต่โดยรวมยกนี้สุขสวัสดิ์ออกอาวุธได้เข้าเป้ามากกว่า ต่อที่ยกสุดท้าย ธงชัยเดินหน้าออกอาวุธอย่างเต็มที่เพื่อจะพลิกเกมกลับมาให้ได้ สุขสวัสดิ์พยายามโต้ด้วยแข้งซ้ายเล็งไปที่ลำตัวและท่อนแขนขวาซึ่งเป็นกำปั้นที่หนักของธงชัย มีจังหวะแก้เกมกันทั้งรุกและรับ

อีซูซุ คัพ 7

ช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน สุขสวัสดิ์ฟันศอกเข้าเป้าทำให้ธงชัยคิ้วแตกจนเลือดออก จบการแข่งขันกรรมการประกาศฝั่งสีขาว สุขสวัสดิ์ แสงมรกต คว้าแชมป์อีซูซุ คัพ 32 ไปครอง ตีตั๋วชกในบัลลังก์ THAI FIGHT 2023

อีซูซุ คัพ 8

ร่วมชมและเป็นกำลังใจให้ สุขสวัสดิ์ แสงมรกต แชมป์อีซูซุคัพ คนล่าสุด ในการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT” เศรษฐีเรือทอง วัดพุน้อย ในวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม ศกนี้ ณ บริเวณหน้าวัดพุน้อย ตำบลชอนม่วง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ส่งมอบ ORA GOOD CAT รุ่น 400 PRO ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมผลักดันนโยบายภาครัฐส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทย

0
Ora Good Cat 400 Pro 2

 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) และผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย (xEV Leader) ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat 400 PRO จำนวน 10 คัน ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการใช้เป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งให้กับบุคลากรเพื่อสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ ร่วมส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า การขับขี่ยานยนต์พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Ora Good Cat 400 Pro 1

ภายในพิธีส่งมอบ ได้รับเกียรติจาก ดร.อมร เพชรสม ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้รับมอบ โดยมีนายสฤษดิ์พงษ์ เพ่งเล็งผล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นตัวแทนในการส่งมอบในครั้งนี้

Ora Good Cat 400 Pro 5

 

นายสฤษดิ์พงษ์ เพ่งเล็งผล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการเลือกรถยนต์ไฟฟ้า 100% เป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งให้แก่บุคลากรของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาเยาวชนไทยในระดับอุดมศึกษา เราเชื่อว่าการร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการเสริมสร้างเครือข่ายการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานของรัฐบาล เพื่อสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงในระดับสากล และยังถือเป็นการสานต่อเจตจำนงค์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทยไปพร้อม ๆ กับการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยยานพาหนะเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ”

Ora Good Cat 400 Pro 8

 

 

ORA Good Cat 400 PRO เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic ที่มีความโค้งมน ทันสมัย พร้อมสีสันอันหลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์บนท้องถนน ควบคู่กับประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ หรือ 143 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร รวมถึงระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) พร้อมระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันการอำนวยความสะดวกมากมาย

Ora Good Cat 400 Pro 3

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีอันทรงคุณภาพ เดินหน้าไปพร้อม ๆ กับภาครัฐ เอกชน และประชาชน ตอกย้ำนโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับการขับขี่พลังงานสะอาดให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ยกระดับสู่การเป็นประเทศศูนย์กลางการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแนวหน้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง

โรงงาน “ฟอร์ด” และ “เอเอที” คว้ารางวัลสถานประกอบการต้นแบบดีเด่น

0
โรงงานฟอร์ด 1

โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) และโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) ผู้ผลิตรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รับรางวัลสถานประกอบการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ ประจำปี 2566 ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในทุกขั้นตอนของการดำเนินงานเพื่อผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐานคุณภาพระดับโลกของฟอร์ด

มร. วินโค้ ซาริค ผู้จัดการโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง และ มร. เคนอิจิโร ซารุวาตาริ ประธานบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัลจาก นายวรรณรัตน์ ศรีสุกใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน ภายในงาน ‘ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง’ จัดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยโรงงานเอฟทีเอ็มได้รับรางวัลต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 (ระดับแพลทินัม) ขณะที่โรงงานเอเอทีได้รับรางวัลต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 (ระดับเพชร)

โรงงานฟอร์ด 2

“รางวัลนี้เป็นความภาคภูมิใจของฟอร์ดเพราะเป็นรางวัลที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่พนักงานของเราทุกคน รวมไปถึงคู่ค้าทางธุรกิจของเรา ได้ร่วมกันยกระดับและนำมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานมาใช้อย่างจริงจัง จนมีผลการดำเนินงานและสถิติความปลอดภัยในระดับดีเด่น และไม่มีอุบัติเหตุขั้นรุนแรงต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 ปี ตอกย้ำว่าแนวทางการทำงานของเรามีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบด้านความปลอดภัยให้กับสถานประกอบกิจการอื่นๆ ได้” มร. วินโค้ ซาริค กล่าว

ทั้งนี้ นอกจากการบริหารจัดการให้โรงงานมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โรงงานเอฟทีเอ็มและเอเอทียังได้นำเอาแนวคิด Happy Workplace มาปรับใช้เป็นแนวทางในการสร้างความสุขอย่างยั่งยืนให้กับพนักงาน พร้อมนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพพนักงานมาพัฒนากิจกรรมให้เหมาะสมโดยให้พนักงานมีส่วนร่วม

โรงงานฟอร์ด 3

“เราไม่ได้วัดความสำเร็จขององค์กรจากตัวเลขผลประกอบการเท่านั้น พนักงานที่มีสุขภาพดีและมีความสุขในสภาวะการทำงานที่ปลอดภัยเป็นเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญและส่งเสริมมาโดยตลอด” มร. เคนอิจิโร ซารุวาตาริ กล่าวเสริม