Home Blog Page 187

ZEEHO อีวีไบค์น้องใหม่ใน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ยอดขายพุ่งทะลุเป้า

0

ZEEHO รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่ในไทย แบรนด์ของ ZHEJIANG CFMOTO POWER จากแดนมังกร ที่ร่วมกับ พยัคฆ์ มอเตอร์ เดินหน้าบุกตลาดในไทยอย่างเต็มพิกัดหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 (The International Motor Expo 2023) ZEEHO ได้เข้าร่วมเป็นครั้งแรก สามารถสร้างยอดขายไล่ประชิดแบรนด์จักรยานยนต์รุ่นพี่มาเป็นอันดับที่ 7 หรือ 388 คันจากทั้งหมด 23 แบรนด์ ทั้งนี้ทางพยัคฆ์ มอเตอร์ ได้เร่งดันแผนเปิดรับตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมเตรียมการนำเสนอ  New Model  (C!TY SPORT) ต้นปีหน้า

นายภาณุ ศีติสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พยัคฆ์ เพาเวอร์ คอร์ป และบริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด เผยว่า “นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกของ ZEEHO รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสุดหรู สมรรถนะสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เปิดตัวเพียงแค่เดือนเศษแต่สามารถสร้างยอดจองในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ได้ถึง 388 คัน เป็นอันดับ 7 ในกลุ่มรถจักรยานยนต์ทั้งหมด โดยรุ่นที่เปิดจำหน่าย ได้แก่  AE6+, AE8+ และ AE8S+ เป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง ZHEJIANG CFMOTO POWER และพยัคฆ์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำเข้า ประกอบ และจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งแต่ละรุ่นมีความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้ครบทุกความต้องการ ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย และโซลูชั่นการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถึงกันทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและการเชื่อมต่อที่เรียบง่ายผ่าน ZEEHO APP สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่  ทำให้ล่าสุด ZEEHO มียอดขายตั้งแต่เปิดตัวรวมทั้งสิ้น 458 คัน และกำลังทยอยส่งมอบให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ยังได้เดินหน้าเฟ้นหาพันธมิตรเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ตลอดจนขยายเครือข่ายการซ่อมบำรุง ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือก เพื่อรองรับการมุ่งเป้าสู่ยอดขายสะสม 2,000 คันในปีหน้าตามที่บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าไว้  

ทั้งนี้ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ในระยะเวลาอันใกล้นี้ พยัคฆ์ มอเตอร์ มีแผนที่จะประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO ในประเทศ  ภายใต้การควบคุมด้านคุณภาพจาก CFMOTO โดยตรง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต และประกอบยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน

“สำหรับคอนเซ็ปต์ไบค์ หรือรถต้นแบบของ ZEEHO 2 รุ่น ได้แก่ MAGNET และ C!TY SPORT ที่มาจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 นั้น เคยไปอวดโฉมในงานแสดงมอเตอร์ไซค์ระดับชั้นแนวหน้าของโลก EICMA SHOW มาแล้ว ถือเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศจุดยืนของเราในปีหน้า ด้วยการเป็นหนึ่งในประเทศที่จะมีการประกอบเพื่อจำหน่ายรถต้นแบบที่มาจากจินตนาการให้ออกสู่สายการผลิตจริง โดย ZEEHO C!TY SPORT จะเป็นหนึ่งในรุ่นที่เปิดตัวในช่วงต้นปีหน้า และ ZEEHO MAGNET จะตามมาในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งสเปคจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนจากรถต้นแบบก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่มาพร้อมคุณภาพที่เร้าใจอย่างแน่นอน” นายภาณุ กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน ZEEHO มีตัวแทนจำหน่าย 2 แห่ง และศูนย์บริการ 7 แห่งทั่วประเทศ คือ กรุงเทพฯ, ปทุมธานี, เชียงใหม่, พิษณุโลก, มหาสารคาม, อุบลราชธานี และนครราชสีมา นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับ APi Tech ศูนย์ซ่อมรถทั้งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ใช้น้ำมัน ที่มีเครือข่ายร้านค้าให้บริการซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ สร้างทีม EV Man ในการช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของพยัคฆ์ มอเตอร์ รวม 76 จังหวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานทั่วประเทศ สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO และศูนย์ซ่อมบำรุง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE OFFICIAL : @ZEEHO.THAILAND และ เฟซบุ๊กเพจ ZEEHO Thailand Official

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียนแห่งใหม่ ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางด้านยุทธศาสตร์ ระดับภูมิภาคและระดับโลกของไทย

0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 1

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Regional Training Center หรือ ARTC) แห่งใหม่ในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการปฏิบัติงานในระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งยกระดับการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในด้านการให้บริการ และยกระดับการฝึกอบรมด้านบริการให้แก่บุคลากรของครือข่ายผู้จัดจำหน่ายของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วภูมิภาคอาเซียน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 2

“ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตและการปฏิบัติงานที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ได้ทำการผลิตรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพหลายรุ่นเพื่อส่งออกไปยังทั่วโลก พร้อมกันนี้ เรายังมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้ดียิ่งขึ้นในทุกด้าน เราจึงได้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียน (ARTC) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขึ้นในประเทศไทย เพื่อ ‘พัฒนาทักษะของผู้ให้การฝึกอบรม’ โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้จัดจำหน่ายในประเทศอาเซียน ด้วยการพัฒนาหลักสูตรอบรมที่เหมาะสมกับตลาดในอาเซียนโดยเฉพาะ” มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าว

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 3

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเพื่อส่งออกตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากการก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมของภูมิภาคอาเซียน (ARTC) แห่งใหม่นี้ บริษัทฯ ได้เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้านการลงทุนและการเติบโตในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย การเปิดสายการผลิตที่ล้ำสมัยสำหรับออล-นิว ไทรทัน และเครื่องยนต์ไฮเปอร์ พาวเวอร์รุ่นใหม่ รวมถึงการก่อตั้งโรงงานพ่นสีคุณภาพสูง ที่ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีอันทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยงบลงทุน 3 พันล้านบาท พร้อมด้วยการเปิดสนามทดสอบรถยนต์แห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส 4

 

“กลุ่มตรีเพชร” เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม กับโครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth”

0
อีซูซุ ภาพเปิด

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำการเป็นนิติบุคคลที่ดีและสร้างสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้ ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 120 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ ยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่า และทำฝายชะลอน้ำ ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

 

มร. ทาคาชิ ฮาตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มตรีเพชร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 เป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่คำนึงถึงทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ผ่านการปรับปรุงระบบพลังงานและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังเสริมสร้างความตระหนักรู้ของพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) อาทิ การปรับปรุงและยกระดับอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ใช้หลอดไฟ LED มีระบบบริหารจัดการและควบคุมอาคารอัตโนมัติ ใช้แผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง และติดตั้งหลอด UV-C ในระบบปรับอากาศ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านการใช้พลังงานและด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร จนได้รับรางวัลอันทรงคุณค่ามากมายทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียน การให้พนักงานทุกคนร่วมปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) และการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน (Operational Transformation) เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน รวมถึง การขยายโครงการสู่สังคมและชุมชน ผ่านการเชิญชวนให้พนักงานบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปให้มูลนิธิหรือองค์กรต่าง ๆ”

อีซูซุ 5

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “และในปีนี้ เราได้จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมีผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 120 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้และยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่าจำนวนเท่ากับพนักงานในกลุ่มตรีเพชร คือ 3,311 ต้น ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 39,732 กิโลกรัม Co2/ ปี และทำฝายชะลอน้ำเพื่อกักเก็บน้ำในหน้าแล้ง ลดการพังทลายของหน้าดิน เราเชื่อมั่นว่าจากกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการรณรงค์ให้พนักงานมีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ และเราจะยังคงดำเนินต่อและทำให้กิจกรรมเหล่านี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป”

อีซูซุ 1อีซูซุ 1

อีซูซุ 7

ติดตามข่าวสารของ อีซูซุ เพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE: @isuzuthai

 

“SUZUKI SWIFT” ยังครองใจลูกค้า ดันยอดจอง Motor Expo ทะลุเป้า 1,615 คัน พร้อมขยายแคมเปญพิเศษถึงสิ้นปี SUZUKI TRIPLE BONUS DEAL ช่วยผ่อนเดือนละ 1,500 บาท นาน 2 ปี

0
Suzuki Swift 1

นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีการแข่งขันอย่างเข้มข้นเป็นอย่างยิ่งทั้งการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ไปจนถึงการนำเสนอแคมเปญเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า ส่งผลให้ภาพรวมมีความคึกคัก และมีส่วนช่วยในการกระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงท้ายของปี โดยเฉพาะภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Thailand International Motor Expo 2023 มีผู้เข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง สร้างบรรยากาศการซื้อ-ขาย ระหว่างผู้บริโภคและผู้จำหน่ายได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับซูซูกิ ยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี การออกแบบรูปลักษณ์ทั้งภายนอกภายในที่โดนใจคนไทย ผู้บริโภคจึงมั่นใจที่จะเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน เฉพาะอย่างยิ่งกับ SUZUKI SWIFT แฮทช์แบ็กคอมแพคคาร์ ยังเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เข้าไปอยู่ในใจคนไทยและได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง พิสูจน์ได้จากการที่เป็นรถที่มียอดจองสูงที่สุดของซูซูกิ ส่งผลให้ยอดจองรถยนต์ซูซูกิภายในงานครั้งนี้ มีจำนวน 1,615 คัน จากเป้าหมาย 1,200 คัน บรรลุเเป้าหมายที่วางไว้มากถึง 134%

Suzuki Swift 2

โดยยอดการจองในแต่ละรุ่นแบ่งเป็นดังนี้
•SUZUKI SWIFT จำนวน 752 คัน
•SUZUKI CELERIO จำนวน 298 คัน
•SUZUKI CIAZ จำนวน 44 คัน
•SUZUKI CARRY จำนวน 310 คัน
•SUZUKI XL7 จำนวน 144 คัน
•SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID จำนวน 67 คัน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซูซูกิให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมงานงานมหกรรมยานยนต์มาโดยตลอด เพราะเป็นหนึ่งในงานจัดแสดงรถยนต์ที่มีส่วนในการสร้างบรรยากาศแห่งการซื้อขายรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งทุกครั้งจะมุ่งมั่นนำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบ คลุมกลุ่มรถยนต์นั่งทุกเซกเมนต์ในตลาด

Suzuki Swift  3

นอกจากความสำเร็จทางด้านยอดจองรถภายในงานที่เกิดขึ้น ไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก คือ SUZUKI CARRY PORTABLE RESTROOM รถห้องน้ำเคลื่อนที่แบบ VIP ซึ่งถูกออกแบบให้มีความครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานทุกฟังก์ชัน โดยซูซูกิได้จับมือกับทาง บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจวัสดุตกแต่งบ้านชั้นนำของประเทศ เข้ามาร่วมออกแบบและตกแต่ง ยกระดับรถห้องน้ำให้มีความเหนือระดับบไปอีกขั้น ทั้งการคัดสรรวัสดุคุณภาพดี มีระดับมาจัดวางตกแต่งได้อย่างสวยงามลงตัว ใช้งานสะดวกสบายในทุกจุด ไปจนถึงการจัดการระบบน้ำดี-น้ำเสียภายในรถ ที่สามารถดูแลรักษาและจัดการได้ง่ายอีกด้วย

Suzuki Swift 5

อีกทั้งภายในงาน ซูซูกิยังนำเสนอแคมเปญพิเศษอย่าง “SUZUKI TRIPLE BONUS DEAL” ดีลโดนใจ โบนัสใหญ่ 3 ต่อ สร้างโอกาสให้ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิ ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค แม้ในตลาดจะมีการแข่งขันที่สูงมาก แต่ด้วยแนวทางการทำตลาดของซูซูกิ ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องงานขายและงานบริการ รวมไปจนถึงการผนึกกำลังกับบริษัทผู้ให้สินเชื่อทางการเงินที่แข็งแกร่งและหลากหลาย ช่วยให้มีผู้บริโภคมีโอกาสในการเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น

Suzuki Swift  8

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่พลาดการเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ในครั้งนี้ ซูซูกิพร้อมขยายแคมเปญพิเศษ “SUZUKI TRIPLE BONUS DEAL” ให้กับลูกค้าที่ยังคงสนใจในผลิตภัณฑ์ของซูซูกิ สามารถรับสิทธิพิเศษเมื่อจองและรับรถยนต์ซูซูกิ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ซูซูกิช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 2 ปี หรือ เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งสูงสุด 50,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พิเศษ! ส่วนลดเพิ่มเติมอีก 15,000 บาท สำหรับข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ บุคลากรทางการแพทย์ หรือ เกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร พร้อม ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งในปีแรกสำหรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น

อย่างไรก็ตามซูซูกิยังคงคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ที่จะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและมีคุ้มค่าในทุกๆ ด้าน อีกทั้งซูซูกิมีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนาในการยกระดับงานด้านบริการหลังการขายด้วยกลยุทธ์ในการดูแล และเข้าถึงลูกค้าด้วยความจริงใจและใส่ใจที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”

 

 

อีวี มี เปิดตัว 7 พันธมิตร-ศูนย์บริการสำหรับ “AION ES เพื่อการขนส่งสาธารณะ” ตอกย้ำความมั่นใจจากผู้ประกอบการกวาดยอดจอง 850 คันในงาน Motor Expo 2023

0
อีวี มี พลัส ภาพเปิด

บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVme) ผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวความร่วมมือ 7 พันธมิตรเพื่อให้บริการด้านการซ่อมบำรุงและสินเชื่อสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า “AION ES (ไอออน อีเอส) เพื่อการขนส่งสาธารณะ” โดยพันธมิตรที่ให้บริการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ตัวถังและทำสี ได้แก่ สหกรณ์สหมิตร สหกรณ์สุขสวัสดิ์ สหกรณ์แท็กซี่อาสาสมัคร และ ไทยสมาย ลีสซิ่ง ส่วนพันธมิตรด้านสินเชื่อ ได้แก่ ธนาคารทิสโก้ มี แคปปิตอล และมิตรสิบ ลิสซิ่ง ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมียอดจองในงาน Motor Expo 2023 กว่า 850 คัน พร้อมส่งโปรโมชันพิเศษในงาน แท็กซี่พร้อมขับในราคา 929,900 บาท และรับประกันแบตเตอร์รี่ 9 ปี หรือ 900,000 กม. โดยมีรถพร้อมส่งภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้

อีวี มี พลัส 1

นายจิระพงศ์ เลาห์ขจร ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด เผยว่า “EVme มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ “AION ES เพื่อการขนส่งสาธารณะ” ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม เราขอขอบคุณผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ บุคคลทั่วไป และผู้ขับแท็กซี่ทุกคนที่ให้ความไว้วางใจในการซื้อ “AION ES” กับ EVme โดยมียอดจองกว่า 850 คันในงาน Motor Expo และในวันนี้ EVme ยังได้จับมือกับ 7 พันธมิตรชั้นนำ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่งสาธารณะี้อย่างจริงจัง พร้อมทั้งสร้างระบบ eco-system สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ EV ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย (EV Adoption) ในประเทศไทย และส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มุ่งสู่เป้าหมายของกลุ่มปตท. และประเทศในการส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใน 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065”

อีวี มี พลัส 2

ทั้งนี้ “AION ES” ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่จำหน่ายโดย EVme ตอบโจทย์ความต้องการผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ บุคคลทั่วไป และผู้ขับแท็กซี่ เพื่อทดแทนแท็กซี่ที่ปลดระวางปีหน้า โดยแท็กซี่มีอายุการใช้งานตามกฎหมาย 9 ปี มีจำนวนปลดระวางเฉลี่ยปีละ 6,000 คัน และมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยปีละ 6 ตันต่อคัน โดยต้นทุนค่าไฟของ EV แล้วอยู่ที่กิโลเมตรละ 0.75-1 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่าพลังงานอื่น อย่าง NGV มีต้นทุนประมาณกิโลเมตรละ 1.2 บาท และต้นทุน LPG ประมาณกิโลเมตรละ 1.8 บาท

อีวี มี พลัส 3

อีวี มี พลัส 5

อีวี มี พลัส 6

นอกจากนี้ EVme ยังเดินหน้าจัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะยอดจองสำหรับ “AION ES” 2,000 คันแรก ด้วยแท็กซี่พร้อมขับในราคา 929,900 บาท รับประกันแบตเตอร์รี่ 9 ปี หรือ 900,000 กม. และราคารถยนต์ส่วนบุคคล 850,000 บาท รับประกันแบตเตอร์รี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม. สำหรับผู้สนใจ สามารถสัมผัส “AION ES” พร้อมจองรถได้ในงาน Motor Expo 2023 ที่ บูธ อีวี มี พลัส B03 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 ธ.ค. 2566 นี้เท่านั้น หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย AION ES คุณฉัตรสุดา ทองรัตน์ โทร. 061-569-4420

“ออล-นิว ไทรทัน” การันตีความแกร่ง ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จากการทดสอบการชนของรถยนต์ใหม่ โดย อาเซียน เอ็นแคป

0
ออล-นิว ไทรทัน ภาพเปิด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศความสำเร็จ จากการที่ ออล-นิว ไทรทัน1 รถกระบะขนาด 1 ตัน ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5 ดาว2 จากการทดสอบการชนของรถยนต์ใหม่ โดย อาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP)3 ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อประเมินสมรรถนะด้านความปลอดภัยของยานยนต์รุ่นใหม่ ที่วางจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มุ่งมั่นสานต่อปรัชญาของบริษัทฯ ในการนำเสนอมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อนำไปสู่สังคมแห่งการเดินทางที่มีสถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ผ่านความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัย และการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านการจราจร

ออล-นิว ไทรทัน 1

ออล-นิว ไทรทัน มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE4 ที่มีความแข็งแกร่งสูง สามารถรองรับแรงปะทะและลดการเปลี่ยนแปลงสภาพของห้องโดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุด พร้อมด้วยเข็มขัดนิรภัยและถุงลม SRS5 ทั้งหมด 7 ตำแหน่ง มอบความปลอดภัยขั้นสูงเพื่อปกป้องผู้โดยสาร และสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน ด้วยระบบความปลอดภัยสุดล้ำ อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC – Active Stability Control) ระบบควบคุมการลื่นไถล (TCL – Traction Control System) ระบบลิมิเต็ดสลิปแบบควบคุมด้วยเบรก (LSD – Active Limited Slip Differential Brake Control Type) และระบบเตือนการชนหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM – Forward Collision Mitigation) เพื่อปกป้องความปลอดภัยของคนเดินถนน

รถกระบะขนาด 1 ตันของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มีต้นกำเนิดมาจากรุ่นฟอร์เต้ (Forte) ซึ่งเปิดตัวในปี 2521 ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา รถกระบะรุ่นนี้ได้รับการผลิตมาแล้วกว่า 5.6 ล้านคัน ครอบคลุมทั้งหมด 5 เจนเนอเรชั่น วางจำหน่ายใน 150 ประเทศทั่วโลก ทำให้รถกระบะรุ่นนี้เป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

รถกระบะเจนเนอเรชั่นที่ 6 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคัน และเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “พลังแกร่งคู่ใจสายลุย” (Power for Adventure) ออล-นิว ไทรทัน ได้รับการพัฒนาพร้อมปรับโฉมใหม่ทั้งหมดในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบภายในห้องโดยสารและรูปลักษณ์ภายนอก ไปจนถึงแชสซีส์ เฟรมหรือโครงรถแบบขั้นบันได และเครื่องยนต์ โดยเริ่มวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตของรถกระบะรุ่นนี้ เป็นที่แรกในโลก และ เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่น ในช่วงต้นปี 2567

ออล-นิว ไทรทัน 2

1. จำหน่ายในชื่อ แอล 200 (L200) ในบางประเทศ
2. รวมทุกรูปแบบตัวถัง ได้แก่ ซิงเกิ้ล แค็บ เมกะ แค็บ และดับเบิ้ล แค็บ
3. ASEAN NCAP คือโปรแกรมทดสอบเพื่อประเมินสมรรถนะของรถยนต์รุ่นใหม่ สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (New Car Assessment Program for Southeast Asian Countries)
4. โครงสร้างตัวถัง RISE หรือ Reinforced Impact Safety Evolution
5. ขึ้นอยู่กับรูปแบบตัวถังและรุ่นย่อย

 

“ฉางอัน ออโต” ดันไทยเป็นฐานการผลิต มุ่งขยายตลาดต่างประเทศ

0
ฉางอัน ภาพเปิด
รายงานข่าวโดยจีดีทูเดย์ (GDToday) ของประเทศจีน: ฉางอัน ออโต (Chang’an Auto) ได้เลือกไทยเป็นที่ตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศแห่งแรกของบริษัทฯ ในปีนี้ โดยได้ทุ่มงบมากถึง 2 หมื่นล้านบาท จัดตั้งฐานการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ในจังหวัดระยอง ด้วยกำลังการผลิต 100,000 คันในเฟสแรก และ 200,000 คันในเฟสสอง
ฉางอัน ออโต 1
ฉางอัน ออโต มีแผนโปรโมทยนตรกรรมอัจฉริยะชูโรง 3 แบรนด์ ได้แก่ DEEPAL, AVATR และ NEVO อย่างเต็มรูปแบบ และภายในปี 2573 ยังเตรียมเปิดตัวรถพลังงานใหม่รุ่นใหม่ล่าสุดอีก 15 รุ่นด้วย ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาป้อนตลาดโลก

“สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย” มอบรางวัล “People’s Choice Award 2023”

0
สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ภาพเปิด

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย มอบรางวัล People’s Choice Award 2023 แก่รถโบราณ ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้ชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ Porsche 911 Targa RWB ปี 1977 ภัทร ศศิวิมลกุล รับโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น Beyond Ceramic จาก บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด และชุดขัดเคลือบ Paint Care System (One time) จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 1

รางวัลรองอันดับ 1 ได้แก่ Daihatsu S.37 ปี 1968 จิรายุ เกื้อกูล รับโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น Ceramic Black Night จาก บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด และชุดขัดเคลือบ Paint Care System (One time) จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 2

รางวัลรองอันดับ 2 ได้แก่ Fiat 500 D ปี 1961 เอกฐากร เที่ยงตรง รับโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ฟิล์มกรองแสง Hi-Kool รุ่น R-series หรือ Ceramic Bluealfa จาก บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด และชุดขัดเคลือบ Paint Care System (One time) จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย 3

ผู้โหวตรถที่ชนะ ได้รับน้ำมันเครื่อง Idemitsu ชุดขัดเคลือบ Paint Care System (One time) จาก บริษัท เอ็ม.จี. เซอร์วิส จำกัด และผลิตภัณฑ์น้ำมันครอบจักรวาล จาก ซูโม่ ออโต้ ได้แก่
1. สิริพัฒน์ รุจินันท์สกุล
2. ปานวาด สุขสวย
3. ธีรพล ศิริรุ่งเรืองไกล

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://peoplechoices.motorexpo.co.th

 

“เอ็มจี” ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงปีใหม่ ปล่อยแคมเปญตรวจเช็กรถฟรีก่อนเดินทาง

0
เอ็มจี 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย ผนึกกำลังกับกรมขนส่งทางบกร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ผ่านแคมเปญตรวจเช็กรถทุกรุ่น กระตุ้นให้ลูกค้าเอ็มจีใช้สิทธิประโยชน์ก่อนออกเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2566 ถึง 31 มกราคม 2567 โดยนัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้าที่ศูนย์บริการเอ็มจีกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1267

เอ็มจี 5

 

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ช่วงวันหยุดยาวอย่างเทศกาลปีใหม่ ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนจะมากขึ้นกว่าปกติ การขับขี่จึงต้องเพิ่มความระมัดวังมากยิ่งขึ้นด้วย การเตรียมความพร้อมทั้งผู้ขับขี่ และรถยนต์ก่อนออกเดินทางถือเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ เอ็มจี จึงขอมอบแคมเปญพิเศษเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการนำรถเข้าตรวจเช็กสภาพก่อนออกเดินทางให้ลูกค้าเอ็มจี

เอ็มจี 3

•ลูกค้า MG ZS, MG5 MG HS MG HS และ MG EXTENDER รับสิทธิ์ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 37 รายการ
•ลูกค้ารถยนต์พลังงานทางเลือกและ รถ EV ทุกรุ่นรับสิทธิ์ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 34 รายการ เมื่อซื้อชุดน้ำยาทำความสะอาดพร้อมบำรุงรักษาสายไฟแรงสูง*
•ส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 25%
•รายละเอียดเพิ่มเติมที่: bit.ly/MGAfterSalesService
หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น

เอ็มจี  2

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 7-8 ชั่วโมง หากมีอาการง่วงนอน หรือเหนื่อยล้าขณะขับขี่ควรจอดพักในจุดที่ปลอดภัย เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วยความปลอดภัย เติมเต็มความสุขให้กับครอบครัวได้เต็มที่”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า 24 ชม. หรือ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

“MOTOR EXPO 2023” ปิดฉากหรู ยอดขายรถทะลุ 5 หมื่นคัน

0
มหกรรมยานยนต์ Pic Open

มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” สร้างสถิติใหม่ ยอดขายรถยนต์กระฉูดกว่า 5 หมื่นคัน รถไฟฟ้ามาแรง จักรยานยนต์คึกคัก ผู้ชมกว่า 1.5 ล้าน เงินสะพัด 7.2 หมื่นล้าน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” เปิดเผยว่า “ปีนี้เป็นงานฉลองครบรอบ 40 ปี ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้ง ผู้อุปถัมภ์ ผู้สนับสนุน ค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ธุรกิจเรือ อากาศยาน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงผู้เข้าชมงานที่เมืองทองธานี และออนไลน์ จำนวนมหาศาล”

มหกรรมยานยนต์ 1

สำหรับยอดจองรถในงาน แบ่งเป็นรถยนต์ 53,248 คัน จักรยานยนต์ 7,373 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า มีผู้ร่วมกิจกรรมสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว 22.4% โดยเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป 61.6% และเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 38.4% รถยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ HONDA, TOYOTA, CHANGAN ส่วนรถรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มียอดจองสูงสุด ได้แก่ CHANGAN, BYD, AION

ประเภทรถที่ได้รับความสนใจสูงสุด รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 57.3 % รถเก๋ง 18.3 % รถท้ายลาด 10.4 % รถกระบะ 9.5 % และอื่นๆ 4.5 % ด้านรถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ YAMAHA, LAMBRETTA, และ EM

มหกรรมยานยนต์ 2

ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,323,962 บาท รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 198,488 บาท เงินหมุนเวียนในงานราว 7.2 หมื่นล้านบาท ผู้เข้าชมงาน 1,503,030 คน แพคเกจ Motor Expo Exclusive Visitors ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนยอดดาวน์โหลด Motor Expo Application 46,966 คน และมีผู้ชมงานผ่าน Online Platform 1,091,375 ครั้ง

ส่วน JOIN BOAT PLATFORM ที่เป็นศูนย์รวมธุรกิจเรือ กิจกรรมทางน้ำ และ AVIATION ZONE ที่จัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี สถาบันฝึกอบรมด้านการบิน ธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สร้างยอดเงินสะพัด 2 โซน รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

พบกันใหม่ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล