Home Blog Page 186

“เอเอเอสฯ” เปิดสต๊อกเบนท์ลีย์ ‘S’ พร้อมส่ง เอาใจผู้ดีหัวใจสปอร์ต พร้อมอัดแคมเปญเด่นส่งท้ายปี

0
Bentley ‘S Pic Open

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นำเสนอแพ็คคู่เบนท์ลีย์ ‘S’ อัครยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตพร้อมส่งมอบให้ผู้ที่สนใจได้เลือกครอบครองไม่ว่าจะเป็น Flying Spur S Hybrid หรือ Bentayga S Hybrid ซึ่งทั้ง 2 รุ่นโดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์สปอร์ตที่โฉบเฉี่ยว-ดุดันทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจด้วยขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น V6 แบบไฮบริด ตอบโจทย์ผู้ที่รักความหรูหราแต่ยังมีใจรักความเร็ว ชื่นชอบในความสปอร์ต โดย เอเอเอสฯ พร้อมส่งมอบ Flying Spur S Hybrid และ Bentayga S Hybrid สำหรับผู้ที่สนใจพร้อมด้วยแคมเปญเด่นส่งท้ายปีกับ ‘Bespoke Your Extraordinary Offers’ ที่จะทำให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์เป็นเรื่องง่าย

สำหรับจุดเด่นของรุ่น ‘S’ คือ การตกแต่งสไตล์สปอร์ตที่แฝงไปด้วยความหรูหราตามแบบฉบับของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างการตกแต่งด้วยชุดแต่ง Blackline Specification อันเคร่งขรึมที่มีการใช้เฉดสีดำแทนที่โลหะขัดเงาสำหรับการตกแต่งภายนอกทั้งหมด อาทิ กาบบันได กระจกมองข้าง กระจังหน้า และสเกิร์ตข้าง พร้อมกับกันชนหน้าแบบรุ่น ‘Speed’ และล้ออัลลอยด์ดีไซน์พิเศษ

Bentley ‘S’1
ในส่วนของ Flying Spur S Hybrid จะให้ภาพลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่งแต่เรียบหรูด้วยกระจังหน้าและกันชนล่างสีดำ-เงา ไฟหน้าและไฟท้ายสีเข้ม ปลายท่อไอเสียสีดำทรงสี่เหลี่ยม และโลโก้รูปตัว ‘S’ ที่บังโคลนหน้า พร้อมกับโลโก้เบนท์ลีย์บนฝากระโปรงหลังที่โดดเด่นด้วยพื้นผิวโครเมียมโทนสว่าง และตกแต่งด้วยล้ออัลลอยด์แบบใหม่ขนาด 21 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต 5 ซี่ พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงขนาดมาตรฐาน ตอกย้ำเอกลักษณ์ของสปอร์ตซีดานรุ่น ‘S’ ได้เป็นอย่างดี

Bentley ‘S 2

Bentayga S Hybrid มาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ดีไซน์รูปตัว ‘S’ ขนาด 22 นิ้ว ดึงดูดสายตาด้วยโลหะขัดเงาตัดกับคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ส่วนท้ายแต่งด้วยสปอยเลอร์แบบ Speed-style ไฟท้ายสีเข้ม และ ท่อไอเสียแบบวงรีเฉดสีดำ ซึ่งการตกแต่งที่โฉบเฉี่ยวและดุดันได้เติมเต็มความสปอร์ตให้กับอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์รุ่น ‘S’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Bentley ‘S 3
ภายในห้องโดยสารของ Bentayga S Hybrid ตกแต่งอย่างร่วมสมัยด้วยการผสมผสานระหว่างหนังที่ผ่านกรรมวิธีคัดสรรด้วยมือจากสัตว์กินพืชที่เลี้ยงดูอย่างดีบนที่ราบสูงเหนือระดับน้ำทะเลในทวีปยุโรปตอนเหนือ โดยหนังทั้งหมดที่ใช้ทำเบาะโดยสารจะปราศจากรอยแมลงสัตว์กัดต่อย ซึ่งอาจทิ้งรอยตำหนิไว้บนผืนหนัง มากไปกว่านั้น ผิวสัมผัสของกำมะหยี่ Dinamica ที่ใช้ในห้องโดยสารของรถแข่งมอเตอร์สปอร์ตยังได้ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างบรรยากาศความสปอร์ตภายในห้องโดยสาร สัมผัสพิเศษอีกประการหนึ่งคือการตกแต่งบริเวณคอนโซลหน้าและประตูห้องโดยสารด้วยวีเนียร์แบบ Piano Linen by Mulliner เฉดสีขาวนวล สไตล์เรียบหรู พร้อมกับวีเนียร์แบบ Piano Black ที่ใช้ตกแต่งบริเวณคอนโซลกลาง

Bentley ‘S 5

Flying Spur S Hybrid ตกแต่งด้วยหนังที่เรียบลื่นและกำมะหยี่ Dinamica โดยใช้สำหรับการตกแต่งพวงมาลัยแบบปรับอุณหภูมิ คันเกียร์ เบาะรองนั่ง พนักพิงเบาะโดยสาร แผ่นรองประตู แผงหน้าปัด และรอบคอนโซล สัมผัสแห่งความสปอร์ตยังถูกนิยามผ่านเบาะโดยสารดีไซน์รูปตัว ‘S’ และ การปักโลโก้รูปตัว ‘S’ ที่พนักพิงศีรษะของเบาะโดยสาร เติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยการตกแต่งด้วยโลโก้รูปตัว ‘S’ แบบโลหะบริเวณช่องแอร์ และกาบประตูแบบเรืองแสง

Bentley ‘S 6

นอกจากนี้ รุ่น ‘S’ ยังมาพร้อมกับมาตรวัดแบบดิจิทัลสำหรับผู้ขับขี่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งมอเตอร์สปอร์ตด้วยกราฟิกแบบเดียวกับ Continental GT Speed โดยมีแป้นควบคุมที่ออกแบบให้สื่อถึงสมรรถนะของตัวรถเช่นเดียวกับที่ใช้ในรุ่น ‘Speed’ พร้อมกับการเพิ่มมาตรวัดพลังงานไฟฟ้า

ในส่วนของสมรรถนะ Flying Spur S Hybrid มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 ขนาด 2.9 ลิตรกับมอเตอร์ไฟฟ้าขั้นสูง มอบพละกำลัง 536 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุด 285 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงด้วยแรงบิดกว่า 750 นิวตันเมตร โดยสามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 4.3 วินาที และสามารถขับขี่ได้กว่า 41 กิโลเมตรสำหรับการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำที่สุดในปัจจุบันเพียง 75 กรัม ต่อ กิโลเมตร (WLTP) Flying Spur S Hybrid จึงเป็นอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Bentley ‘S 9

Bentayga S Hybrid มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ผลิตพละกำลังกว่า 456 แรงม้า มอบสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่ง 100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.3 วินาทีด้วยความเร็วสูงสุด 254 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงจากแรงบิดเต็มสูบด้วยประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้า

Bentley ‘S 11

ผู้ครอบครองสามารถสัมผัสสมรรถนะความสปอร์ตจากขุมพลังของเครื่องยนต์แบบไฮบริดและเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การขับขี่ ตั้งแต่โหมดไฟฟ้าที่เงียบสนิท ปราศจากการปล่อยมลพิษไปจนถึงสมรรถนะการขับขี่ที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางอันน่าประทับใจ ทั้งนี้ ตัวรถยังมีความสามารถในการขับขี่ที่ไกลขึ้นถึง 44 กิโลเมตรในโหมดไฟฟ้า (EV) แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการขับขี่อันเป็นจุดเด่นของรถยนต์เบนท์ลีย์

นอกจากสมรรถนะอันเหนือชั้น รุ่น ‘S’ Hybrid ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นในโหมด Sport ที่มีการพัฒนาเสียงในช่องเก็บเครื่องยนต์ V6 TFSI เพื่อเพิ่มอรรธรสความสปอร์ตในระหว่างการขับขี่ พร้อมกับความหน่วงในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้น 15% ทำให้แชสซีมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยผู้ขับขี่สามารถปรับโหมด Sport ให้มีความไดนามิกมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ท่อไอเสียจะให้เสียงที่เร้าใจภายในห้องโดยสาร

Bentley ‘S 13

อีกหนึ่งความเหนือชั้น คือ เทคโนโลยี Bentley Dynamic Ride ที่สามารถใช้แรงบิดต้านการโคลงตัวของรถได้ถึง 1,300 นิวตันเมตรในเวลาเพียง 0.3 วินาที เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและการเข้าโค้งที่มั่นใจยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีบังคับเลี้ยว 4 ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นระบบมาตรฐาน โดยระหว่างการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ระบบจะหมุนล้อหลังไปในทิศทางตรงกันข้ามกับด้านหน้าสูงสุด 4.2 องศา เพื่อลดวงเลี้ยวและเพิ่มความคล่องตัว แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น ล้อหลังจะหมุนไปในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้าเพื่อเพิ่มความมั่นคงในระหว่างการเปลี่ยนเลนหรือแซง

Bentley ‘S 11

สำหรับผู้ที่สนใจ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมส่งมอบรถยนต์เบนท์ลีย์ทันทีไม่ว่าจะเป็นรุ่น Flying Spur Hybrid หรือ รุ่น Bentayga Hybrid กับสต๊อกเฉดสีและออปชันที่ครบครันและครอบคลุมทุกความต้องการกับราคาที่ดีที่สุด เริ่มต้นที่ 13.7 ล้านบาท พร้อมรับข้อเสนอเด่นส่งท้ายปีกับ ‘Bespoke Your Extraordinary Offers’ แคมเปญที่คุณสามารถออกแบบแผนการเงินเองได้และทำให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์เป็นเรื่องง่ายด้วยตัวเลือกมูลค่าส่วนลดที่ยากจะปฏิเสธ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ หรือ การเพิ่มการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต นอกจากนี้ ผู้ถือบัตร ttb reserve ยังได้รับเอกสิทธิ์พิเศษจากธนาคารทหารไทยธนชาตกับคะแนนสะสมพิเศษ 200,000 คะแนน เมื่อจองรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่น ตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป

เอเอเอสฯ ยังมอบการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับรถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริด และการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต พร้อมมอบบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม

“หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21” คาราวานรถโบราณ บนเส้นทางแห่งความทรงจำ

0
สมาคมรถโบราณฯ ภาพเปิด

สมาคมรถโบราณฯ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน ททท. จัดคาราวานรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ – ชะอำ – หัวหิน เมื่อ 15 – 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา

สมาคมรถโบราณฯ 1

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ปีนี้สมาคมฯ จัดงาน“หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21” ภายใต้แนวคิด “ต่างกันแค่วันเวลา – Differing only in Day and Time” โดยร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจาก หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)”

สมาคมรถโบราณฯ 2

คาราวานประกอบด้วย รถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน นำโดย Mercedes-Benz 280SL Pagoda ปี 1971, Morris Bullnose ปี 1926, Austin Serven ปี 1929, Porsche 911 ปี 1977, Ferrari 550 Barchettaปี 2001 ฯลฯ ออกเดินทางจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM – BANGKOK ถนนประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

จุดหมายแรกคือ โครงการพระราชดำริฯ แหลมผักเบี้ย โดยมีหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ให้การต้อนรับ คณะคาราวานชมบูธเครือข่ายหอการค้าฯ รวมถึงชมโครงการฯ และสมาคมฯ มอบเงินทุนการศึกษาแก่นักเรียน หลังจากนั้น มุ่งสู่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จัดงานสังสรรค์พูดคุยกับเจ้าของรถโบราณในหัวข้อ “นี่แหละรถคันรัก” ณ Lagoon Lawn

สมาคมรถโบราณฯ  5

สมาคมรถโบราณฯ  6

วันที่สองเดินทางไป หัวหิน เรเซอร์ มารินา ณ ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบทุนสร้างศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยบริการหัวหิน (โรงเรียนเพจอีจัน) จากนั้นเคลื่อนขบวนกลับมาร่วมกิจกรรม Charity ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ช่วงค่ำ สมาชิกแต่งตัวย้อนยุค ’70 ร่วมงาน วินเทจคาร์ กาลา ดินเนอร์ พร้อมลีลาศ กับวงดนตรี Sensation ณ ห้องรอยัล ดุสิต แกรนด์บอลรูม

สมาคมรถโบราณฯ  9

สมาคมรถโบราณฯ  8

ผู้ชื่นชอบรถโบราณ ที่พลาดชมคาราวานเมื่อวันที่ 15-17 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา สามารถติดตามภาพความประทับใจงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21” ย้อนหลังได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ร่วมกับมิตซูบิชิคอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) จับมือปตท. ลงนาม MOU ผุดโปรเจกต์มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน 

0
อีซูซุ ภาพเปิด

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท มิตซูบิชิคอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาโครงการทดสอบรถยนต์กับพลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน  

อีซูซุ 2

โครงการดังกล่าวประกอบด้วยการทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าอีซูซุ วิ่งใช้งานจริง โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ผ่านระบบบริหารจัดการพลังงาน ระบบชาร์จ และ EV อีโคซิสเต็มของ ปตท.

อีซูซุ 3

นอกจากนี้ยังมีโครงการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับรถยนต์ดีเซล โดยการทดสอบใช้ HVO (Hydro Vegetable Oil) หรือน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว รวมทั้งร่วมกับมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ศึกษาวิจัยน้ำมัน e-fuels ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสามารถใช้งานในเครื่องยนต์สันดาปที่มีอยู่ในปัจจุบัน

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับ ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย ส่งมอบรถบีเอ็มดับเบิลยูและมินิหลากหลายรุ่น นำเสนอทางเลือกรถเช่าแบบพรีเมียมแก่ลูกค้า เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

0
BMW Group 3

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับ ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย (SIXT Thailand) หนึ่งในผู้นำบริการรถเช่าระยะสั้นและลีมูซีน ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือเอ็มจีซี-เอเชีย ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ จำนวน 3 รุ่น รวมทั้งสิ้น 60 คัน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับบริการการขับรถเช่าระยะสั้นแบบพรีเมียม พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่สุดหรูจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ที่มีให้ได้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ (SAV) BMW X1 sDrive20i xLine จำนวน 36 คัน, BMW 220i Gran Coupé M Sport จำนวน 14 คัน และมินิ คันทรีแมน จำนวน 10 คัน จัดเต็มพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปีด้วยราคาค่าเช่ารถเริ่มต้นที่ 2,399 บาทต่อวัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2566*

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย ในการนำเสนอทางเลือกการเดินทางที่สะดวกสบายและเปี่ยมด้วยสมรรถนะ พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่แบบพรีเมียมให้แก่ผู้ใช้บริการรถเช่าแบบระยะสั้นในประเทศไทย ได้สัมผัสถึงประสิทธิภาพที่เหนือชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ทั้งสามรุ่น ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่อันหลากหลายทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการขับขี่ระยะไกลได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมผสานความคล่องตัวเพื่อมอบความสบายในการขับขี่ที่ลงตัวในทุกเส้นทาง”

BMW Group 1

ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย (SIXT Thailand) มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการให้บริการเช่ารถยนต์พรีเมียมระยะสั้นแก่ลูกค้าชาวไทย โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีฟลีทรถยนต์พรีเมียมให้บริการกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของฟลีทรถยนต์ทั้งหมดในพอร์ต ซึ่งเป็นรถให้เช่าระยะสั้นกว่า 1,500 คัน ทั้งนี้ เรายังคงมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าแบบเหนือระดับอย่างแท้จริง ผ่านการให้บริการที่สาขาโดยพนักงานซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ให้ผู้สนใจเช่าขับรถยนต์ระยะสั้นได้พบกับประสบการณ์การขับขี่ใหม่ ๆ ที่เหนือกว่า พร้อมอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยจุดบริการลูกค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ตอกย้ำผู้นำในการให้เช่ารถหรูอย่างแท้จริง”

BMW Group 2

ผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์แห่งการเดินทางแบบพรีเมียมโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของรถ สามารถเข้าไปจองพร้อมตรวจสอบรายละเอียดการใช้บริการที่ศูนย์บริการของซิกท์ ทั้งหมด 16 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ ลาดพร้าว, พระราม 4, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, ระยอง, หาดใหญ่, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท รวมถึงเคาน์เตอร์สนามบินต่าง ๆ ได้แก่ สุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, น่าน, อุดรธานี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, ภูเก็ต, กระบี่, สมุย และสุราษฎร์ธานี หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sixtthailand.com, LINE ID: @sixtthailand, IG: sixt_thailand หรือติดต่อ Call Center 1798

 

CHANGAN สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งแรกในงาน Motor Expo ครั้งที่ 40 ส่ง Deepal L07 และ Deepal S07 กวาดยอดจองทะลุ 3,000 คัน

0

Changan Automobile ผู้พัฒนายานยนต์ชั้นนำระดับโลก ประกาศความสำเร็จกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานด้วยการส่งรถยนต์ไฟฟ้าสองรุ่นแรก Deepal L07 และ Deepal S07 เข้าสู่ตลาด EV ไทยอย่างเป็นทางการ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ CHANGAN ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก มั่นใจด้วยการกวาดยอดจองภายในงานกว่า 3,000 คัน

CHANGAN ในฐานะผู้เล่นใหม่ที่น่าจับตามองในตลาดยานยนต์ไทย ได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มผู้ที่
ชื่นชอบและผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ปิดฉากงานมหกรรมยานยนต์ได้อย่างน่าประทับใจด้วยยอดจอง Deepal L07 และ Deepal S07 มากกว่า 3,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 12 วัน ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของ CHANGAN และสะท้อนถึงจุดยืนที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดยานยนต์ไทยที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด

CHANGAN เปิดตัวสู่สาธารณชนในไทยเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ประเดิมด้วยการเผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นแรกที่ทุกคนรอคอย พร้อมประกาศราคาจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ
โดย Deepal L07 เป็นรถยนต์ Sport Fastback ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย มอบเสถียรภาพและความสามารถในการควบคุมที่เหนือชั้น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ชาวไทย เปิดตัวในราคา 1,329,000 บาท พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวรถยนต์ Smart Lifestyle SUV Deepal S07 ผสมผสานสุนทรียศาสตร์ของความสปอร์ต เรียบหรู และสะดวกสบายไว้ในคันเดียวที่ราคา 1,399,000 บาท การเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสองรุ่นทำให้บูธของ CHANGAN ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 เป็นอย่างมาก

เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา CHANGAN เตรียมขนทัพรถยนต์รุ่นอื่น ๆ พร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอีกมากมายเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติมในปี 2567 และในฐานะ
แบรนด์รถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก CHANGAN มุ่งพัฒนาการบริการหลังการขายอย่างเต็มที่ โดยมีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์บริการให้ครอบคลุมถึงผู้ใช้งานทั่วประเทศ จากปัจจุบัน 27 แห่ง เป็น 40 แห่ง ภายในปี 2566 และเดินหน้าขยายให้ครบ 80 ถึง 100 แห่ง ภายในปี 2567 ซึ่งแนวทางปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนถึง
ความตั้งใจอันแรงกล้าของ CHANGAN ในการส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดและสร้างประสบการณ์การใช้ยานยนต์อย่างไร้ขีดจำกัดให้กับผู้ใช้งานชาวไทย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เผยยอดจองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในงาน Motor Expo 2023 ที่ 3,524 คัน นำโดย ORA 07, ORA Good Cat และ HAVAL JOLION

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จจากงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Motor Expo 2023 ด้วยยอดจองรวมกว่า 3,524 คัน ซึ่งเป็นยอดจองที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับงานจัดแสดงรถยนต์ระดับชาติ นับตั้งแต่ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ยานยนต์คุณภาพที่ได้รับการไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี โดยภายในงานยอดจองสูงสุดนำโดย ORA 07 รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดที่บริษัทฯ ได้ส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ล็อตแรกไปเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 ตามด้วย ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทยที่มาพร้อมแคมเปญที่ดีที่สุดภายใต้นโยบายการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 3.0 ของภาครัฐ และ HAVAL JOLION เจ้าสิงโตอารมณ์ดีทั้งรุ่น ULTRA และรุ่น Sport ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย

ในปีนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดบูธภายใต้แนวคิด “Stun Your World” นำเสนอยานยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพอันเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะและเทคโนโลยีล้ำสมัย 9 รุ่น ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ของการจัดงาน บูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับกระแสตอบรับอันดีจากชาวไทยอย่างล้นหลาม โดยมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศมากมายเข้าเยี่ยมชมบูธ ทดลองขับ ร่วมกิจกรรมสนุกสนาน และสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคตนี้อย่างเนืองแน่น

ภายในงานมีผู้ที่สนใจทดลองขับรถยนต์หลากหลายรุ่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นจำนวนมาก ด้วยยอดทดลองขับรวมทั้งสิ้น 1,082 ครั้ง นำโดยเจ้าเหมียวสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ORA 07 มีผู้สนใจทดลองขับมากที่สุดอยู่ที่ 544 ครั้ง ตามด้วย All New GWM TANK 300 HEV ที่ 177 ครั้ง HAVAL JOLION ULTRA ที่ 130 ครั้ง HAVAL H6 HEV ที่ 125 ครั้ง และรุ่นอื่น ๆ อีก 106 ครั้ง

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้สำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าเยี่ยมชมบูธ จำนวน 985 คน เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนออกแบบประสบการณ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการผู้ขับขี่ชาวไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท (40.30%) และเจ้าของกิจการ (21.72%) ที่มีสมาชิกในครอบครัวอยู่ระหว่าง 3-5 คน นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ GWM รุ่นโปรดของแฟน ๆ ชาวไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ ORA Good Cat, ORA 07, ORA Good Cat GT, All New GWM TANK 300 HEV และ HAVAL H6 โดยผู้เข้าเยี่ยมชมบูธได้บอกเหตุผลที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ของ GWM เนื่องจากมีดีไซน์ที่ทันสมัยดูมีสไตล์ คุณภาพสินค้าที่ดีที่มาพร้อมราคาที่เอื้อมถึงและความคุ้มค่าในการใช้งาน ประสิทธิภาพ เทคโนโลยีและความฉลาด รวมถึงด้านความปลอดภัย

ยิ่งไปกว่านั้น จากผลสำรวจยังได้แสดงให้เห็นถึงปัจจัยที่สำคัญในการซื้อรถยนต์ โดยปัจจัยเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกมีผลต่อการซื้อถึง 43.55% ตามด้วยสมรรถนะการขับขี่ 25.07% รูปลักษณ์ภายใน 20.91% ประสิทธิภาพการควบคุม 17.86%  ความสะดวกสบาย 14.61% และปัจจัยอื่น ๆ   

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำทัพยานยนต์คุณภาพทั้ง 9 รุ่นนี้มาให้ชาวไทยได้ยลโฉมและสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ Mission 9 in 3 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Motor Expo 2023 เป้าหมายหลักของเราคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยนตรกรรมที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโลยีล้ำสมัยและนวัตกรรมอัจฉริยะ  เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงยกระดับบริการและประสบการณ์ของผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกมิติ ตามความมุ่งมั่นของเราที่เน้นการยึดถือผู้บริโภคเป็นหลัก (User-centric) ซึ่งภายในงานปีนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับยอดจองสูงถึง 3,524 คัน นับเป็นยอดจองที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับงานจัดแสดงรถยนต์ระดับชาติ นับตั้งแต่ที่เราได้เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ผมขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกคนที่เปิดรับแบรนด์ของเรา และมอบความไว้วางใจให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จนทำให้เราประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีอีกครั้งหนึ่ง เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กระแสตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ ชาวไทยทุกท่านจะเป็นแรงผลักดันอันมีคุณค่ามหาศาลที่ทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย พร้อมมอบความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าไทย รวมถึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นให้เทียมทัดระดับสากลอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน”

TTC Motor ปลื้มกับ No.1 Mercedes-Benz Authorized Dealer จากงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40

0

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์  เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และ เมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการ เผยถึง งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 Motor Expo 2023 ภายใต้แนวคิด Mobility : Imagination and Beyond  ซึ่ง TTC Motor ได้นำรถยนต์  Mercedes-Benz Certified  สภาพสวย รถผู้บริหารป้ายแดง ไมล์น้อย รวมจัดแสดงภายในงาน รวมถึงการร่วมจำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์  รถใหม่ป้ายแดง ในบูธของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ครั้งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ TTC Motor สามารถทำยอดขาย   “อันดับ 1” No.1 ของ Mercedes-Benz Authorized Dealer อย่างเป็นทางการ

“TTC MOTOR ขอกราบขอบพระคุณลูกค้าผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ที่ให้โอกาสให้เราได้ดูแล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับโอกาสจากท่านในอนาคตต่อไป เพราะลูกค้าทุกท่านคือคนสำคัญที่สุดของเรา”

ในปี 2567 ทาง TTC Motor มีแผนงานใหม่ เพื่อรองรับการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกเป้าประสงค์ของความต้องการของลูกค้า แบบไร้รอยต่อตามโมเดล Retail of the Future

TTC Motor 2 สาขา ได้แก่ สาขาพัฒนาการ 45 โทร. 1274 , 02-322-2222 และสาขาอุบลราชธานี โทร.045-475-222 , www.facebook.com/BenzTTC TTCMotor# ครบจบทุกเรื่องเบนซ์ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz , Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach , Sprinter  อย่างเป็นทางการ   Line : https://bit.ly/LINEBENZTTC   IG : https://bit.ly/IGBENZTTC

โรงงานฟอร์ดฉลอง ‘หลังคาโรงจอดรถแบบโซลาร์เซลล์’ ขนาดใหญ่ที่สุดในไทย

0

โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ผู้ผลิตรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ร่วมกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ตรวจความพร้อมการเปิดใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 7.7 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ติดตั้ง 59,0000 ตารางเมตร ผลิตพลังงานได้ 9 ล้านหน่วยต่อปี เทียบเท่ากับการใช้พลังงานไฟฟ้าของบ้านพักอาศัยถึง 2,700 หลังคาเรือน

“เราเลือกพื้นที่บริเวณลานจอดรถยนต์สำหรับเตรียมส่งมอบให้ลูกค้าที่รองรับการจอดรถได้กว่า 1,500 คัน เป็นพื้นที่ในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพราะต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งนอกจากร่มเงาจากแผงโซลาร์เซลล์จะช่วยรักษาคุณภาพรถก่อนถูกจัดส่งไปยังผู้แทนจำหน่ายฟอร์ดทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของบริษัทฯ ได้ในระยะยาว” มร. วินโค้ ซาริค ผู้จัดการโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง กล่าว “ที่สำคัญ ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศกว่า 5,720 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และพนักงานของเราได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่ร้อนมากเกินไป”

default

โรงงานเอฟทีเอ็ม ได้รับความร่วมมือจาก WHAUP ในฐานะผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคและพลังงานชั้นนำในประเทศไทย เข้ามาลงทุนด้วยงบประมาณกว่า 235 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่ลานจอดรถของโรงงานเพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ติดตั้งนี้เป็นชนิดดับเบิล กลาส ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Bifacial เป็นเทคโนโลยีที่สามารถรับแสงได้ทั้งด้านหน้า และด้านหลังแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งการรับแสงที่สะท้อนนั้นทำให้ได้พลังงานเพิ่มขึ้น 5-10% ปัจจุบันการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาการก่อสร้างรวม 400 วัน ปัจจุบันพร้อมทดสอบจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบและดำเนินการขออนุญาตขนานไฟฟ้าในขั้นตอนต่อไป

นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHAUP เปิดเผยว่า “โครงการนี้นับเป็นการติดตั้งแผงผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่ลานจอดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งเราได้มีการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ออกแบบ ลงทุน ก่อสร้าง ใบอนุญาต และดูแลบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา ซึ่งการติดตั้งงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเป็นไปตามมาตรฐาน NEC2020 หรือ National Electrical Code (NEC) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าระดับโลกสำหรับระบบโซลาร์เซลล์ และเราคาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในไตรมาสแรกของปี 2567”

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และได้กำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายในปี  พ.ศ. 2578 จะใช้พลังงานสะอาด 100% ในกระบวนการผลิตรถยนต์ทั่วโลก และเพื่อรองรับธุรกิจที่จะเติบโตในอนาคต โรงงานเอฟทีเอ็มกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆของโรงงาน

วิริยะประกันภัย คว้ารางวัลจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2566 เป็นครั้งที่ 4

0

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา มอบโล่ประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ครั้งที่ 21 ประจำปี 2566 ให้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นางสาวกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนรับมอบ ในฐานะที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นธรรม ตามหลักจรรยาบรรณและบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและคู่ค้า พร้อมดำเนินภารกิจช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ทำให้ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับรางวัลดังกล่าว มาแล้วเป็นครั้งที่ 4 (ปี 2556, 2561, 2564 และ 2566) โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าว จัดขึ้นภายในงานประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ครั้งที่ 21 ประจำปี 2566 “ธุรกิจยั่งยืน สืบสานจรรยาบรรณจากรุ่นสู่รุ่น 90 ปี หอการค้าไทย” ณ ห้อง UTCC EVENTS LAB อาคาร 23 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

สำหรับ “โครงการประกาศเกียรติคุณจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ประจำปี 2566 หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจให้กับภาคธุรกิจเอกชน โดยการสร้างความตระหนักรู้และตื่นตัวให้แก่ภาคธุรกิจเอกชนในการยึดมั่นหลักการดำเนินกิจการด้วยจรรยาบรรณและธรรมภิบาล พร้อมรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงรักษาและมุ่งมั่นสร้างจรรยาบรรณที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้องค์กรเติบโตอย่างมั่นคง เข้มแข็ง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต

“กลุ่มตรีเพชร” เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม กับโครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth”

0

กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำการเป็นนิติบุคคลที่ดีและสร้างสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการ “Tri Petch Group Saves the Earth” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในปีนี้ ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 120 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ ยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่า และทำฝายชะลอน้ำ ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

มร. ทาคาชิ ฮาตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มตรีเพชร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Tri Petch Group Saves the Earth” ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 เป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่คำนึงถึงทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ผ่านการปรับปรุงระบบพลังงานและทรัพยากรต่าง ๆ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังเสริมสร้างความตระหนักรู้ของพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) อาทิ การปรับปรุงและยกระดับอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ใช้หลอดไฟ LED มีระบบบริหารจัดการและควบคุมอาคารอัตโนมัติ ใช้แผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง และติดตั้งหลอด UV-C ในระบบปรับอากาศ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านการใช้พลังงานและด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร จนได้รับรางวัลอันทรงคุณค่ามากมายทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียน การให้พนักงานทุกคนร่วมปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) และการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงาน (Operational Transformation) เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน รวมถึง การขยายโครงการสู่สังคมและชุมชน ผ่านการเชิญชวนให้พนักงานบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปให้มูลนิธิหรือองค์กรต่าง ๆ และในปีนี้ เราได้จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมีผู้บริหารและพนักงานกลุ่มตรีเพชรกว่า 120 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้และยิงเมล็ดพันธุ์ปลูกป่าจำนวนเท่ากับพนักงานในกลุ่มตรีเพชร คือ 3,311 ต้น ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 39,732 กิโลกรัม Co2/ ปี และทำฝายชะลอน้ำเพื่อกักเก็บน้ำในหน้าแล้ง ลดการพังทลายของหน้าดิน เราเชื่อมั่นว่าจากกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการรณรงค์ให้พนักงานมีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ และเราจะยังคงดำเนินต่อและทำให้กิจกรรมเหล่านี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป”

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE: @isuzuthai