Home Blog Page 191

บริดจสโตนเสนอประสบการณ์ขับขี่เต็มประสิทธิภาพบนทุกสภาพถนน กับยางพรีเมียมสุดแกร่ง “BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002” มีให้เลือกครบ 10 ขนาด

0
BRIDGESTONE DUELER 1

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำผลิตภัณฑ์ยางพรีเมียมสุดแกร่งรุ่นใหม่สำหรับรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ (PPV) “BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002” ภายใต้คอนเซปต์ “ลุยผ่านทุกเส้นทาง สู่จุดหมายที่เหนือกว่า” รองรับได้ครบมากถึง 10 ขนาด ตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว เพื่อให้ลูกค้าพร้อมรับความท้าทายในทุกเส้นทางเต็มสมรรถนะการขับขี่ ทั้งบนถนนทางเรียบ (On-Road) และทางลุย (Off-Road)

BRIDGESTONE DUELER 1

คุณเคอิจิ ชูมะ กรรมการผู้จัดการบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด เผยว่า “บริดจสโตนมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์สู่คุณภาพระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางที่หลากหลายด้วยมาตรฐานความคุ้มค่าและปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 รุ่นใหม่นี้เป็นยางเกรดพรีเมียมสำหรับรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ (PPV) ให้ลูกค้าพร้อมรับความท้าทายบนทุกสภาพถนนและช่วยให้การขับขี่เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางเรียบ หรือบนทางลุย ด้วยเนื้อยางสูตรใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ไหล่ยางออกแบบพิเศษช่วยเพิ่ม แรงกรุยลายดอกยางที่ดุดันได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ควบคุมการขับขี่ได้ดีโดยไม่ลดทอนการยึดเกาะบนทางลุย พร้อมด้วยเทคโนโลยี OPTIMISED CONTACT PATCH ช่วยเรื่องกระจายแรงกด ลดการสึกหรอ ช่วยให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น โดยมีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว รวม 10 ขนาด”

คุณสมบัติเด่น 3 ประการของผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 ประกอบด้วย
•การออกแบบลายดอกยางที่ดุดัน เพิ่มสมรรถนะการขับขี่และการตอบสนองที่ดีขึ้นในทุกสภาพถนน
-นวัตกรรมใหม่การออกแบบบล็อกกลางรูปทรงหกเหลี่ยม เพื่อการยึดเกาะที่ดีและความเสถียร ในการเบรกบนพื้นถนนหลากหลายแบบ
-การออกแบบร่องดอกยางแนวตรงและแนวขวางแบบพิเศษ เพิ่มสมรรถนะแรงกรุยขณะขับขี่ บนทางลุย และยังช่วยดีดโคลนออกจากร่องยางเมื่อขับขี่บนถนนยางมะตอย
-การออกแบบไหล่ยางเสริมสมรรถนะการยึดเกาะบนทุกสภาพถนน บล็อกดอกยางบริเวณไหล่และแก้มยางที่เชื่อมต่อกันเพิ่มแรงกรุยในทางลูกรัง

•เกาะถนนแห้งและถนนเปียกดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มสมรรถนะการควบคุมรถทั้งทางตรงและทางโค้ง
-สูตรเนื้อยางเสริมซิลิกา เสริมสมรรถนะบนถนนเปียกให้ดียิ่งขึ้น
-การจัดวางช่องว่างระหว่างบล็อกดอกยางให้สมดุล ป้องกันการเหินน้ำ และเพิ่มสมรรถนะการรีดน้ำบนถนนเปียกดียิ่งขึ้น
-การออกแบบร่องดอกยางขนาดเล็กรูปตัว Z ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจับถนน ทำให้มีแรงยึดเกาะมากขึ้นทั้งทางตรงและทางโค้ง
•พัฒนาให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน*1
-หน้ายางสัมผัสพิเศษ ALL-TERRAIN ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนนได้มากขึ้น
-เพิ่มความลึกร่องดอกยาง เพิ่มอายุการใช้งาน ด้วยการเพิ่มส่วนผสมของยางธรรมชาติให้สูงขึ้น โดยไม่ส่งผลต่อแรงต้านทานการหมุน
-OPTIMISED CONTACT PATCH ดอกยาง 5 แถว เสริมด้วยเทคโนโลยีบล็อกดอกยางแบบ หกเหลี่ยม วางสลับไปมาเพื่อกระจายแรงกดบริเวณหน้ายาง ลดการสึกไม่เรียบ

BRIDGESTONE DUELER 2

ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 มีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 15-20 นิ้ว รวม 10 ขนาด ดังนี้
ขอบ ขนาดยาง
ขอบ 15 ขนาด 235/75R15 109T XL สีตัวอักษร ขาว

ขอบ 16 ขนาด 245/70R16 111S XL, 265/70R16 112S, 275/70R16 114S สีตัวอักษร ขาว

ขอบ 17 ขนาด 255/70R17 112T, 265/70R17 115S,265/65R17 112S สีตัวอักษร ขาว

ขอบ 18 ขนาด 265/60R18 114S XL

285/60R18 116T
ขนา20 265/50R20 111S XL ตัวอักษรสีดำ (RBT)

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายยางบริดจสโตน หรือศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (COCKPIT) ทั่วประเทศ และ ดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.bridgestone.co.th/th/tire/dueler-at-002
แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-636-1555  

*

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเผยโฉมกระบะ “GWM POER SAHAR” อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การขับขี่พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะและขับเคลื่อนสังคมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ของประเทศ เชิญชวนผู้บริโภคชาวไทยร่วมชมและสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 พบกับไฮไลท์สำคัญกับการอวดโฉม “GWM POER SAHAR” รถกระบะเครื่องยนต์ไฮบริดทรงพลังคันแรกของเมืองไทย เปิดให้แฟน ๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ก่อนการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ พลาดไม่ได้กับเซอร์ไพรซ์สุดพิเศษและกิจกรรมสนุก ๆ พ่วงกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ของ HAVAL JOLION Sport เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตระการตาไปกับขบวนพาเหรดรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่น นำทัพโดย เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจมหาชนรุ่นประกอบในประเทศไทย New ORA Good Cat, New ORA Good Cat GT และเจ้าเหมียวไฟฟ้าซีดานทรง Fastback สมรรถนะสูง ORA 07 รถเอสยูวีออฟโรดขวัญใจนักขับสายผจญภัย GWM TANK 500 HEV และ TANK 300 HEV รวมไปถึงรถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยม HAVAL H6 HEV และ HAVAL H6 PHEV และเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะสุดล้ำที่ขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ พิเศษสุด ร่วมทดลองขับและรับข้อเสนอสุดพิเศษรวมถึงสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับลูกค้าและผู้สนใจซื้อรถยนต์ภายในงาน โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าวเปิดบูธของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทาง Facebook หรือ YouTube หรือ TikTok : GWM Thailand ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2567 ตั้งแต่เวลา 10.40 น. เป็นต้นไป

พบกับไฮไลท์สำคัญภายในงาน อาทิ

  • การอวดโฉม “GWM POER SAHAR” รถกระบะขุมพลังไฮบริดรุ่นแรกในประเทศไทย ที่จะเปลี่ยนนิยามของรถกระบะให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในที่หรูหรา ทันสมัย ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบายเหนือระดับ สร้างบนแพลตฟอร์ม TANK และระบบขับเคลื่อนขุมพลังไฮบริดอันทรงพลัง พร้อมแล้วที่จะนำมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และให้แฟน ๆ ได้ลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ พร้อมข้อเสนอ สุดพิเศษก่อนการเปิดตัวและการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ
  • ลุ้นไปพร้อมกันกับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ HAVAL JOLION Sport เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษและกิจกรรมสนุก ๆ เอาใจแฟน ๆ ภายในงาน
  • พบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายของรถยนต์หลากหลายรุ่น ภายใต้แคมเปญเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปี เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศไทย มูลค่าสูงสุดถึง 510,000 บาท
  • สาวกของรถยนต์เอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียม “GWM TANK 300” เตรียมเฮ กับการเปิดจองรุ่น PRO ในราคาเพียง 1,649,000 บาท พร้อมส่งมอบภายในกลางเดือนเมษายนเป็นต้นไป เติมเต็มการขับขี่ที่สนุกสนาน ตอบโจทย์ทุกเส้นทาง ที่ท้าทาย พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย
  • ขบวนไลน์อัปรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นยอดนิยม ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย นำทัพด้วยเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจคนไทยที่กวาดยอดขายถล่มทลายตลอดปีที่ผ่านมา ทั้ง ORA Good Cat, ORA Good Cat GT และยนตรกรรมระดับมาสเตอร์พีซ รถซีดานที่ผสานความสปอร์ตและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ORA 07 เจ้าสิงโตอารมณ์ดีที่ครบครันทุกฟังก์ชันการขับขี่ HAVAL JOLION และ HAVAL JOLION Sport ตามด้วยรถยนต์เอสยูวีออฟโรดขนาดใหญ่สำหรับสายลุยแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหรูหราสง่างาม GWM TANK 500 HEV รถยนต์เอสยูวีออฟโรดขนาดกลาง GWM TANK 300 HEV และรถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยม HAVAL H6 HEV และรถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด HAVAL H6 PHEV
  • สัมผัสประสบการณ์อันล้ำสมัยไปกับเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคตที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมต้อนรับทุกท่านที่บูธ เกรท วอลล์ มอเตอร์ A4 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2567 – 7 เมษายน 2567 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

นิสสันประกาศเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย

0

นิสสันออกประกาศเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย  ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2567

อิซาโอะ เซคิกุจิ (Isao Sekiguchi) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานนิสสัน ภูมิภาคอาเซียน และนิสสันประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตงเฟิง นิสสัน พาสเซนเจอร์ วีฮิเคิล (Donfeng Nissan Passenger Vehicle Company – DFN) โดยรายงานตรงกับ โชเฮ ยามาซากิ ประธานคณะกรรมการบริหารประจำประเทศจีน

โทชิฮิโระ ฟูจิกิ  (Toshihiro Fujiki) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟินิตี้ ไชน่า และธุรกิจ CBU, กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตงเฟิง อินฟินิตี้ มอเตอร์ จำกัด (Dongfeng Infiniti Motor Co.,Ltd. – DFI) และรองประธานอาวุโส ฝ่ายธุรกิจอินฟินิตี้ บริษัท ตงเฟิง นิสสัน พาสเซนเจอร์ วีฮิเคิล (DFN) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธาน นิสสัน ภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย โดยฟูจิกิจะขึ้นตรงกับ จุนอิจิ  เอนโดะ รองประธานอาวุโส สายงานการตลาด และการขาย ญี่ปุ่น – อาเซียน, นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

ฟูจิกิ มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้กว่าสองทศวรรษ โดยสามารถเชื่อมโยงพันธกิจของบริษัท พันธสัญญาของแบรนด์ และการนำเสนอสินค้าต่างๆ เข้ากับลูกค้าในตลาดที่หลากหลาย  ฟูจิกิเริ่มงานที่นิสสันในปี พ.ศ. 2562 ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด และการขาย ภูมิภาคเอเชีย และโอเซเนีย ณ สำนักงานใหญ่ของนิสสัน ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อนจะย้ายมาประจำการที่ประเทศจีน ฟูจิกิได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ และงานด้านคุณภาพสำหรับลูกค้าในประเทศอินโดนีเซีย เป็นเวลาสองปี  โดยก่อนที่จะมาร่วมงานกับนิสสัน ฟูจิกิมีประสบการณ์ที่บริดสโตน ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งที่หลากหลายในฐานะผู้นำด้านกลยุทธ์ทั้งในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม และจีน ฟูจิกิสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) ประเทศญี่ปุ่น

มิเนยูกิ ซาโอโตเมะ (Mineyuki Saotome) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายการผลิต ภูมิภาคอาเซียน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองประธาน ดูแลโรงงานผลิตของนิสสัน ณ จังหวัด โทชิกิ ประเทศญี่ปุ่น ซาโอโตเมะจะขึ้นตรงกับ ยาซุฮิโกะ โอบาตะ  รองประธานอาวุโส  โดยผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อจากซาโอโตเมะ จะประกาศในภายหลัง

วิริยะประกันภัย เดินเกมยุทธ์ปี 67 “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า”

0

วิริยะประกันภัย มุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมประกาศแผนงานปี 67 วางทิศทางดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ปีแห่งความมั่นคงและเป็นธรรม : มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยประสบการณ์ด้านประกันวินาศภัยกว่า 77 ปี “มั่นคง” ด้วยสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง 68,335 ล้านบาท “เป็นธรรม” ทุกขั้นตอนของการบริการ และมอบประสบการณ์ความ “คุ้มค่า” ให้แก่ลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนานวัตกรรมบริการใหม่ๆ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยฐานข้อมูล Big Data ที่ลงลึกตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมามีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทั้งสิ้น 40,077 ล้านบาท ในขณะที่เป้าหมายปี 67 ตั้งเป้าไว้ที่ 43,000 ล้านบาท

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการให้บริการต่างๆ โดยยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่การส่งมอบประสบการณ์ความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ภายใต้แนวคิด “ปีแห่งความมั่นคงและเป็นธรรม : มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” โดยตลอดระยะเวลา 77 ปี ของการดำเนินงาน บริษัทฯ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างดูแลเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงด้วยระบบประกันภัยให้กับประชาชนในสังคม พร้อมตอกย้ำความมั่นคงแข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์ที่มีอยู่ถึง 68,335 ล้านบาท และอัตราส่วนเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 180% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของเงินกองทุนฯ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

“ผลการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทฯ ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดประกันวินาศภัย อันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 31 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14% เช่นเดียวกันกับตลาดประกันภัยรถยนต์ที่วิริยะประกันภัย ยังครองส่วนแบ่งตลาด เป็นอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 36 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 22% ผลสำเร็จนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคง แข็งแกร่ง และความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ทั้งนี้ ผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทั้งสิ้น 40,077 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 35,633 ล้านบาท และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 4,444 ล้านบาท โดยในปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 43,000 ล้านบาท แบ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ 38,000 ล้านบาท และประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,000 ล้านบาท” นายอมรฯ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นนโยบาย “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” ซึ่งความเป็นธรรมนี้ยังถูกปลูกฝังและหยั่งรากลึกไปถึงบุคลากรของบริษัทฯ จากรุ่นสู่รุ่น จากพี่สู่น้อง ซึ่งปัจจุบันวิริยะประกันภัยมีพนักงานกว่า 6,700 คน ทั่วประเทศ ทั้งบุคลากรงานส่วนหลังและบุคลากรส่วนหน้าที่คอยให้บริการลูกค้า โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการและการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการจัดการด้านสินไหมทดแทน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานบริการประกันภัย เพื่อผู้เอาประกันภัยได้รับการบริการอย่างเป็นธรรม และเกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุดทั้งในเรื่องของคุณภาพบริการ และการดำเนินการที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน

“ในช่วงที่เราประสบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ ยังคงยืนหยัดดูแลผู้เอาประกันภัยโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ประกอบกับวิริยะประกันภัย มีสินทรัพย์สภาพคล่องและเงินกองทุนเพียงพอ จึงสามารถดูแลเคียงข้างผู้เอาประกันภัย และจ่ายสินไหมทดแทนจนถึงกรมธรรม์ฉบับสุดท้ายในช่วงต้นปี 2566 ที่ผ่านมา โดยมีการจ่ายสินไหมทดแทนไปกว่า 3 หมื่นล้านบาท” นายอมรฯ กล่าว

นายอมรฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ในปี 2567 นี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อความพึงพอใจของลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นไว้วางใจในวิริยะประกันภัย ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ “คุ้มค่า” ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมบริการประกันภัย ซึ่ง 2-3 ปี ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่า บริษัทฯ ได้มีการนำบริการ “VClaim on VCall” หรือ การเคลมนัดหมายออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลมาให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งปัจจุบันบริการนี้ได้ขยายออกไปครอบคลุมทุกทิศทั่วไทยแล้ว เสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าทำให้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมบริการใหม่ “V-Inspection” เป็นบริการที่นำ AI เข้ามาช่วยในการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนการรับประกันภัย ให้ผู้เอาประกันภัยสามารถตรวจสภาพรถยนต์ได้สะดวกทุกที่ทุกเวลาผ่านมือถือ

ส่วนในด้านของผลิตภัณฑ์ประกันภัย บริษัทฯ ได้ใช้ Big Data พัฒนาผลิตภัณฑ์ตาม Personalization and Customer Insights หรือการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละคน พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด อาทิ V-Motor ขับเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น, Type 1 Good Drive ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก 2+Good Drive, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยความรับผิด Carrier, ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองแนวคิด ESG Responsibilities โดยการนำแนวคิด Green Insurance มาพัฒนาร่วมกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีอยู่, Viriyah Privileges เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี ด้วยการมอบสิทธิพิเศษต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาการเป็นสมาชิก

“เรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าให้แก่ลูกค้า จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเรามีผลิตภัณฑ์ประกันภัยออกสู่ตลาดมากกว่า 60 ผลิตภัณฑ์ โดยมีการนำข้อมูล Big Data อันมาจากการได้ดูแลบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับลูกค้ากว่า 8 ล้านกรมธรรม์ จึงนำมาวิเคราะห์ข้อมูลที่ลงลึกถึงความต้องการและความเสี่ยง ทำให้สามารถนำมาประเมินผลเพื่อกำหนดความคุ้มครองให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า รวมถึงกำหนดเบี้ยประกันภัยอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าและพึงพอใจอย่างสูงสุด อีกทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งสร้างประสบการณ์อันคุ้มค่าผ่านตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัยที่มีอยู่เกือบ 6,000 คนทั่วประเทศ ที่พร้อมเข้าไปดูแลลูกค้าในพื้นที่ละแวกใกล้กับสำนักงานตัวแทน และที่สำคัญสำนักงานมาตรฐานตัวแทนของวิริยะประกันภัย ยังถูกยกระดับการบริการให้สามารถดำเนินการออกกรมธรรม์ให้แก่ลูกค้าได้โดยตรงเทียบเท่ากับสาขาของวิริยะประกันภัย” นายอมรฯ กล่าว

ประสบการณ์ความคุ้มค่าเหล่านี้ คือสิ่งที่วิริยะประกันภัยตั้งใจมอบให้แก่ลูกค้าที่มอบความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในบริษัทฯ ทั้งลูกค้าใหม่ รวมถึงลูกค้าเก่าที่ยังคงมีการต่ออายุกรมธรรม์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ วิริยะประกันภัยยังได้เตรียมเปิดตัวแคมเปญบริษัทฯ ภายใต้แนวคิด “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” พร้อมสื่อสารไปยังสาธารณชนผ่านหนังโฆษณาและสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของวิริยะประกันภัยอีกด้วย

ส่วนทางด้านประกันภัยรถยนต์ (Motor) นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “งานบริการสินไหมที่ดี มีคุณภาพ เป็นธรรม” คือ เป้าหมายร่วมกันของวิริยะประกันภัย ที่ยึดถือและปฏิบัติร่วมกันมาตลอดระยะเวลากว่า 77 ปี นำมาซึ่งชื่อเสียง ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจจากลูกค้า จนทำให้วิริยะประกันภัยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์และประกันวินาศภัยโดยรวมเป็นอันดับหนึ่งมาอย่างต่อเนื่อง

“ทุก ๆ วันโจทย์ในการทำงานของพวกเรา คือ ลูกค้าต้องได้รับบริการประกันภัยที่ดีที่สุด สินค้าของวิริยะประกันภัย คือ “บริการ” เราต้องทำให้ลูกค้าที่เลือกมอบความไว้วางใจกับวิริยะประกันภัยมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ดี มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม ซึ่งทุกกระบวนงานของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา ปรับปรุง ต่อยอด ในทุก ๆ ส่วนงาน ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งเน้นไปที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง”

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการพัฒนางานบริการด้านสินไหมทดแทนและงานรับประกันภัยที่สำคัญในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านระบบงาน เรามีการพัฒนา ทบทวน ปรับปรุง Redesign ระบบงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสินไหมทดแทนและรับประกันภัย ให้กระชับ สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดทอนงานเอกสาร ระยะเวลา และความซ้ำซ้อนในขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็วมากขึ้น  ด้านบุคลากร ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด บริษัทฯ จึงมีนโยบายมุ่งเน้นที่จะพัฒนาศักยภาพในระดับที่เข้มข้น ทั้งการจัดฝึกอบรม พัฒนาทักษะ เติมเต็มองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการให้บริการลูกค้า เพื่อให้บุคลากรของเรามีความเชี่ยวชาญ และมีความเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด  ไม่ว่าจะเป็นส่วนหน้าที่ต้องให้บริการลูกค้าโดยตรง และส่วนหลังที่สนับสนุนการปฏิบัติการหรือดำเนินงานต่าง ๆ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงได้จัดอบรมความรู้หลักสูตรเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่สรุปความเสียหาย รวมไปถึงบริษัทคู่ค้า ตัวแทนประกันวินาศภัย และศูนย์ซ่อมมาตรฐานของวิริยะประกันภัยทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างมืออาชีพอีกด้วย

ส่วนในด้านการบริหารจัดการข้อมูล ด้วยบริษัทฯ มีข้อมูลในการรับประกันภัยและข้อมูลด้านสินไหมทดแทนเป็นจำนวนมาก  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า เราจึงได้ทบทวน ออกแบบ ปรับปรุงโครงสร้างและพัฒนาเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านกระบวนการ Data Analytics อันนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และการบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าโดยตรง ทั้งงานรับประกันภัย งานต่ออายุกรมธรรม์  และงานสินไหมทดแทน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้นำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาในส่วนของระบบงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ  ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังเชื่อมโยงงานรับประกันภัยและงานบริการด้านสินไหมทดแทนเข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแบบไร้รอยต่ออีกด้วย

นายสยมฯ กล่าวต่อไปว่า “นับเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับธุรกิจประกันภัย และวิริยะประกันภัย ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการลูกค้า ซึ่งต้องผสมผสานการทำงานร่วมกันกับคน เนื่องจาก Human Touch เป็นเรื่องสำคัญและเปราะบางมากสำหรับธุรกิจประกันภัย ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำเพียงใดการนำมาใช้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสมและความพอดี  สำหรับงานบริการประกันภัยส่วนหน้าที่ต้องเกี่ยวข้องกับการดูแลลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์คับขัน เช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เจ็บไข้ได้ป่วย สิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง คือ ได้รับการดูแลที่ดีจากพนักงานวิริยะประกันภัย  ในเรื่องนี้บริษัทฯ ก็ต้องบริหารจัดการด้วยความระมัดระวัง  นับตั้งแต่ขั้นตอนการรับแจ้งเคลมจากลูกค้าผ่าน Contact Center หรือ Application การให้บริการลูกค้า ณ จุดเกิดเหตุ และการดูแลลูกค้า ณ จุดบริการต่างๆ (Touch Point) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างชื่อเสียงและการยอมรับด้านการบริการให้วิริยะประกันภัยมาโดยตลอด”

ทั้งนี้ ในส่วนของงานบริการสินไหมทดแทน ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ขยายการบริการแจ้งเคลมผ่านวิดีโอคอล  “VClaim on VCall” ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ซึ่งบริการนี้ได้รับความนิยมจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสะดวก รวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อีกทั้งบริษัทฯ ยังนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมิน วิเคราะห์ และสรุปความเสียหายด้านสินไหมทดแทน ทำให้คู่ค้าบริษัทฯ ได้รับการอนุมัติงานซ่อมและค่าซ่อมที่รวดเร็ว และลูกค้าได้รับรถยนต์กลับไปใช้งานตามปกติได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการทำประกันภัยกับบริษัทฯ โดยมีการพัฒนานวัตกรรมบริการ “V-Inspection” ซึ่งเป็นบริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัยผ่านมือถือ ซึ่งช่วยลดระยะเวลา และการเดินทางเพื่อตรวจสภาพรถยนต์ ทำให้ลูกค้าได้รับการอนุมัติทำประกันภัยที่รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมระบบข้อมูลการรับประกันภัยด้วย API  (Application Programing Interface) ทำให้บริษัทฯ สามารถเชื่อมต่อข้อมูลการประกันภัยกับระบบการขายของคู่ค้าได้อย่างรวดเร็วเป็นปัจจุบัน ลูกค้าจะได้รับทราบเบี้ยประกันภัย ทุนประกัน และความคุ้มครองอย่างทันท่วงที เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทำประกันภัย และชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการใช้ RPA (Robotic Process Automation) เพิ่มประสิทธิภาพ และความรวดเร็วในการนำเข้าข้อมูลเพื่อพิจารณาอนุมัติและออกกรมธรรม์

“บริษัทฯ ยังมองถึงโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ และในอนาคต ทั้งในเรื่องของเทรนด์การดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น เป็นโอกาสสำหรับบริษัทฯ ในการขยายผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อตอบทุกโจทย์ของการใช้ชีวิตสมัยใหม่  เช่น ประกันคุ้มครองเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ประกันรถยนต์ตามระยะทางที่ขับจริง ประกันไซเบอร์ ฯลฯ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของคู่ค้า และลูกค้าได้มากขึ้น ความท้าทายในเรื่องของ Claim Inflation การบริหารจัดการต้นทุนสินไหมที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเรื่องของ Cost Technology ในการดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากความซับซ้อนของเทคโนโลยี ตลอดจนการบริหารจัดการความคาดหวังของลูกค้า ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยความท้าทายสำคัญที่บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการอย่างพิถีพิถันด้วยเช่นกัน” นายสยมฯ กล่าวทิ้งท้าย

ส่วนทางด้านประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป้าหมายปี 2567 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นดูแลและพัฒนาการให้บริการลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีเหนือความคาดหวังของลูกค้าทุกท่าน ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่เป็นธรรม ทั้งยังสอดรับปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่มั่นคง โปร่งใส จริงใจ และเป็นธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการวางแผนขยายประกันภัย Non-Motor ให้เติบโตเพิ่มขึ้น 11% โดยจะมุ่งเน้นไปที่การรับประกันความเสี่ยงภัยรายย่อยด้านส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันภัยการเดินทาง ประกันภัยบ้าน และประกันภัยความรับผิด

“สำหรับปี 2566 ที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของประกันสุขภาพส่วนบุคคล เป็นไปในทิศทางเชิงบวก 11.48% สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดที่คนไทยตระหนักถึงประโยชน์ของประกันสุขภาพมากขึ้น และในส่วนของการเติบโตภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาปรับปรุงแผนประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ V Travel Comprehensive เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในขณะเดินทาง และในส่วนของภาคอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและแนวโน้มที่สดใส ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ มี Network ที่ครอบคลุม และความพร้อมด้านบริการ”

นางฐวิกาญจน์ฯ กล่าวต่อไปถึงแนวทางการดำเนินงานในปี 2567 ว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคล ประกันสุขภาพเฉพาะโรค และประกันภัยโรคร้ายแรง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพิ่มความคุ้มครอง และบริการที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของลูกค้า (Good Health and Wellbeing) นอกจากนี้ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัยเดินทาง เพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตลอดไปจนถึงการพัฒนาประกันภัย Carrier Liability Insurance, Cyber Security Insurance และ Professional Liability Insurance ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละประเภทธุรกิจ

“บริษัทฯ ยังมีนโยบายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองแนวคิด ESG Responsibilities ออกมาในรูปแบบ Green Insurance ซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ช่วยส่งเสริมการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงนำแนวคิด Green Insurance มาพัฒนาร่วมกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีอยู่ อาทิ ให้ความคุ้มครองการทดแทนสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารที่สร้างขึ้นใหม่ด้วยวัสดุในการปลูกสร้างที่เป็น Eco-Friendly ในการประกันอัคคีภัย นอกจากนี้จะสร้างแรงจูงใจด้วยการให้ส่วนลดเบี้ยประกันพิเศษ เพื่อสนับสนุนให้ใช้วัสดุในการปลูกสร้างที่เป็น Eco-Friendly มากขึ้น ถึงแม้จะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แต่เชื่อว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะช่วยลดปัญหาของสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้” นางฐวิกาญจน์ฯ กล่าว

ในส่วนของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบงาน Non-Motor บริษัทฯ มี Roadmap ในการพัฒนาระบบ New Core System โดยมีการเริ่มใช้งานระบบ New Core Phase 1 ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง เมื่อช่วงธันวาคม 2566 และ Phase ต่อไปในปี 2567 จะเป็นในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการบริการประกันภัยและสินไหมรองรับการเติบโตของบริษัทฯ

“นอกเหนือจากความคุ้มครองที่วิริยะประกันภัยดูแลลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง วิริยะประกันภัยได้ยกระดับการดูแลลูกค้าดั่งแคมเปญบริษัทฯ ในปี 2567 ที่ว่า “มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า” ผ่านโครงการ Viriyah Privileges ด้วยการมอบหลากหลายสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอดระยะเวลาที่เป็นสมาชิกของวิริยะประกันภัยตามเงื่อนไขของโครงการ โดยร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ดังมากมาย และโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัย ในการส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ” นางฐวิกาญจน์ฯ กล่าว

ปอร์เช่ ครองแชมป์ครบทุกมิติ “นวัตกรรม อี-ไฮบริด ที่ดีที่สุดในไทย ปี 2567” การันตีจากคาร์กูรู และสถาบันทดสอบคุณภาพระดับสากล ย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อเป็นที่สุดของยนตรกรรมสปอร์ต

0

เพราะไม่หยุดเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปอร์เช่ ที่สุดของยนตรกรรมสปอร์ต ที่ตอบโจทย์ทุกความฝัน ครองแชมป์นวัตกรรม อี-ไฮบริด ที่ดีที่สุดในประเทศไทย การันตีจากสถาบันทดสอบคุณภาพระดับโลกอย่าง  Car of the year 2024 ที่จัดขึ้นโดยกรังด์ปรีซ์ และสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทยร่วมกันจัดขึ้นเพื่อผลักดันและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ที่ได้นำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มาพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและเสริมคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ให้เป็นที่ยอมรับของตลาดโลกให้มากที่สุด โดย ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้รับรางวัล Car of the year จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ปอร์เช่คาเยนน์ อี ไฮบริด คูเป้ (PORSCHE CAYENNE E-Hybrid COUPE) ได้รางวัล BEST HYBRID SPORT SUV และพานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด เอ็กซ์เซคคูทีฟ  PORSCHE PANAMERA 4E-HYBRID EXECUTIVE ได้รางวัล BEST PERFORMANCE LUXURY CAR ถือเป็นรางวัลการันตีถึงเกียรติยศแห่งการพัฒนาความโดดเด่นด้านยนตรกรรม โดยได้รับเกียรติจากได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขามาร่วมเป็นเกียรติ และสักขีพยานในการมอบรางวัล Car of The Year 2024 นำโดย ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และประธานกรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  เมื่อวันพุธที่ 13 มีนาคม 2567 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการปอร์เช่ ประเทศไทย โดยเอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “ปอร์เช่ ทำสถิติใหม่ ครองแชมป์ครบทุกด้านทั้งความสำเร็จในการพัฒนา นวัตกรรม เทคโนโลยีต่างๆ ตอกย้ำความมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะพัฒนาคุณภาพยนตรกรรมสปอร์ตที่ดีที่สุดเพื่อคนไทยต่อไป สำหรับการนำรถเข้าร่วมงาน Car of The Year 2024 เพื่อการันตีว่าปอร์เช่ได้รับการคัดสรรให้เป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดในประเภทต่างๆ และยังเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำด้านการออกแบบ รวมไปถึงความก้าวหน้าด้านการวิจัย และพัฒนา เป็นเครื่องยืนยันและการันตีคุณภาพมาตรฐานของแบรนด์ปอร์เช่อย่างแท้จริง  โดยเฉพาะ ปัจจุบัน ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด การผลิตรถยนต์หนึ่งคัน แทบจะต้องตอบโจทย์ครอบคลุมทุกด้าน ปอร์เช่พัฒนาไม่หยุดนิ่ง คิดค้นนวัตกรรมยานยนต์ เทคโนโลยีต่างๆ ให้ครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้มากที่สุด เพื่อขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านการผลิตรถยนต์ มุ่งมั่นยกระดับธุรกิจ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนทุกมิติ”

ธนบดี กุลทล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “2 รางวัลอันทรงคุณค่าแห่งปีที่การันตีถึงสมรรถนะและเทคโนโลยียนตรกรรมสปอร์ตที่ปลอดภัย หรูหรา และสะดวกสบาย พร้อมตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบได้อย่างลงตัว และปอร์เช่ยังคงมุ่นมั่น ยกระดับ พัฒนา ก้าวสู่ผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ในระดับโลกต่อไป ปอร์เช่เป็นรถสปอร์ตนำเข้าที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน และเรายังคงเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามุ่งมั่นเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต โดยเฉพาะทิศทางการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งผู้ผลิต และผู้ใช้เริ่มตระหนักร่วมกันในเรื่องของมลภาวะความเป็นกลางทางคาร์บอนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการันตีได้ว่า เราตอกย้ำและมุ่งมั่นในการดูแลและพัฒนาคุณภาพของรถปอร์เช่อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรองรับความต้องการกลุ่มลูกค้าหลากหลายรูปแบบ ตามความชอบและไลฟ์สไตล์ ที่แตกต่างเพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งกว่าด้วย นวัตกรรม อี-ไฮบริด เทคโนโลยี ที่ยั่งยืนและดีที่สุดสำหรับอนาคตของทุกคน และปัจจุบัน เรามีรถพร้อมส่งมอบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้แก่คนไทย”

ฟอร์ดคว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2024

0

ฟอร์ด ประเทศไทย นำขบวนฟอร์ด เรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ 3 รุ่น ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เบนซิน 3.0 ลิตร V6, ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค คว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2024 จัดโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ของฟอร์ด โดยพิธีรับรางวัลจัดขึ้น ณ ห้อง รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เบนซิน 3.0 ลิตร V6 คว้ารางวัล BEST 4WD PETROL PICKUP

กระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่ยกระดับการออกแบบด้วยความแกร่งทะลุพิกัดตามดีเอ็นเอของ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพื่อพิชิตทุกเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 ส่งมอบพละกำลัง 397 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 583 นิวตันเมตร พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและออฟโรด มาพร้อมระบบช่วงล่างโช้คอัพ FOX แบบไลฟ์ วาล์ว Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว ให้คออฟโรดตัวจริงพร้อมลุยทุกเส้นทาง 

ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค คว้ารางวัล BEST HIGH-LIFT PICKUP UNDER 2,000 c.c.

ฟอร์ด เรนเจอร์ สตอร์มแทรค ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดท้าทายไปอีกขั้นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถกระบะกับราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ รองรับการติดตั้งหรือขนย้ายอุปกรณ์เพื่อการผจญภัยและการทำงานได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น รองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 80 กก. ขณะขับและ 250 กก. ขณะจอด มาพร้อม  ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter ดุดันยิ่งขึ้นทั้งภายในและภายนอก ด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่นสตอร์มแทรค พร้อมติดไฟ AUX Lamp เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับเวลากลางคืน 

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไวลด์แทรค คว้ารางวัล BEST DIESEL 4WD PPV UNDER 2,000 c.c.

รถยนต์นั่งอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่ผสานสมรรถนะเพื่อการผจญภัยเข้ากับความสะดวกสบายอันเหนือระดับ ต่อยอดสมรรถนะและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้วยดีไซน์ที่ดุดันเป็นเอกลักษณ์แบบไวลด์แทรค ครบครันทั้งความเท่ แข็งแกร่ง สะท้อนสไตล์ของนักผจญภัยอย่างแท้จริง ขับสนุกในทุกการเดินทางด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E- Shifter อันทรงประสิทธิภาพ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 4×4 ที่มีตัวเลือกโหมดการขับขี่มากถึง 6 โหมด เพื่อสมรรถนะสูงสุดสำหรับการเดินทางบนทุกสภาพพื้นผิว

รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดสรรรและมอบรางวัลให้แก่ถยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท ซึ่งรางวัลที่ได้รับ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และศักยภาพความก้าวหน้าทางด้านการออกแบบ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ โดยรางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพมาตรฐานยานยนต์ของฟอร์ด ตอกย้ำความโดดเด่นและสมรรถนะของรถยนต์ฟอร์ด ทั้ง 3 รุ่นได้เป็นอย่างดี

“MOTOR EXPO” เผยโฉมแจกจริง ผู้โชคดีรับ รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 2 คัน

0

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 2 คัน แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 ดังนี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ…ชิงรถ” NEW MG HS PHEV D มูลค่า 1,299,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ พรพิมล ภู่ศิริ จังหวัดปทุมธานี

ประไพศรี ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านบัญชี การเงิน และธุรการ มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร…ชิงรถ” NETA V มูลค่า 760,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ จอมขวัญ ยงยุทธ จังหวัดสมุทรสาคร

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T มูลค่า 529,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ว่าที่ ร.ต. กัมพล ดวงรัศมี จังหวัดปทุมธานี

วราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ และ อัญมณี เศรษฐนันท์ กรรมการบริหาร บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” HONDA รุ่น XL750 TRANSALP 2023 มูลค่า 394,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ศุภโชค หรูวานิชย์ กรุงเทพฯ

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ มอบรางวัลรายการ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300 มูลค่า 129,900 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ธิดารัตน์ คนคล่อง จังหวัดพะเยา

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

DEEPAL จาก CHANGAN คว้า รางวัล CAR OF THE YEAR 2024

0

CHANGAN Thailand ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขับขี่อัจฉริยะ คว้า 2 รางวัลใหญ่ ในงาน CAR OF THE YEAR 2024 (รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี) จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยการคัดสรรสุดยอดรถยนต์ที่มีความโดดเด่น และที่ดีที่สุดในประเภทต่าง ๆ  อีกทั้ง ยังเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ศักยภาพความก้าวหน้าด้านการออกแบบและผลิตรถยนต์ในประเทศไทยด้วย

สำหรับในปีนี้ รางวัลที่ CHANGAN Thailand ได้รับคือ รางวัล BEST EV SUV RWD สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า DEEPAL S07 และรางวัล BEST EV HATCHBACK RWD สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า DEEPAL L07 โดยมี Ms. Gao Ying รองประธานบริหาร และ Mr. Wessi Peng  ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์ ขึ้นรับรางวัล

“ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับ CHANGAN ที่ DEEPAL ทั้งสองรุ่นของเราได้รับรางวัล เพราะรางวัลแสดงศักยภาพ ความก้าวหน้าของการออกแบบ และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนในเวทีระดับโลก ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของเราเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ” Ms.Gao Ying รองประธานบริหาร บริษัทฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าว

สำหรับ DEEPAL S07 Smart Lifestyles SUV ถือเป็นรถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะ รุ่นแรก ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการออกแบบอย่างลงตัว มีตัวถังที่กว้าง ประตูไร้กรอบ และมือจับประตูไฟฟ้าแบบซ่อน ในขณะที่การออกแบบภายในได้รับแรงบันดาลใจจากเรือยอทช์สุดหรู ตอบสนองความต้องการของทุกคนในครอบครัวที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย ประโยชน์ใช้สอยที่ทันสมัย และรสนิยมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ในขณะที่ DEEPAL L07 เป็นรถยนต์ Sport Fastback EV รุ่นแรกของ CHANGAN ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ด้านหน้ารถเป็นแบบมินิมอล ไม่มีกระจังหน้า พร้อมไฟหน้าแบบอินเทอร์แอคทีฟ LED รูปลักษณ์เพรียวบาง เสริมด้วยการออกแบบพื้นผิวตามหลักอากาศพลศาสตร์และเส้นด้านข้างที่ลื่นไหล ภายในห้องโดยสารประกอบไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในด้านความสวยงามและประสิทธิภาพ

ทั้งสองรางวัลนี้ นับเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่ส่งให้ CHANGAN Thailand พร้อมขับเคลื่อนและก้าวไปข้างหน้าสู่การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย ในการขับขี่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Touch the Future” ดีไซน์แห่งโลกอนาคตที่คุณสัมผัสได้

NETA V คว้ารางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2 ปีซ้อน “Best EV Subcompact Hatchback” จากเวที Thailand Car Of The Year 2024

0

“NETA V” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car จากแบรนด์ NETA  ได้รับการตัดสินจากคณะกรรมการรางวัล Thailand Car Of The Year  ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี “Best EV Subcompact  Hatchback” ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ในงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี  Thailand Car Of The Year 2024

“พันธกิจหลักของ NETA คือการส่งมอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และเหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้ใช้ โดย NETA เริ่มแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า NETA V สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2565 ด้วยแนวคิด “Touchable Smart EV” ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบัน NETA มีลูกค้าคนไทยแล้วกว่า 14,000 คน ทั่วประเทศ ทั้งนี้ในงาน Motor Show นี้ บริษัทฯ จะเปิดตัว NETA V-II เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า NETA มั่นใจว่าด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น NETA V ที่การันตีด้วยรางวัล Car Of The Year ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะทำให้ NETA V-II เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าคนไทยและทั่วโลกอย่างแน่นอน” มร. หวัง เฉิงเจี่ย กล่าว

สำหรับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ “Car of The Year ” จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ผ่านการพิจารณาให้คะแนนของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ  เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้านทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-039-5751 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook             : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website : www.neta.co.th

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 2 รางวัลจาก “CAR & BIKE OF THE YEAR 2024” นำโดย GWM TANK 300 HEV และ ORA 07 ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าในไทย

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 2 รางวัลคุณภาพจากงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2024” สะท้อนความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) พร้อมเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำทีมโดย นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ นางสาวแพนดอร่า หยู๋ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นายศรุต อิงคะวัต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และนางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เข้าร่วมในงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี “CAR & BIKE OF THE YEAR 2024” โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ณ ห้อง เดอะ รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคาร ชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ปราจิน เอี่ยมลําเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ นายอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน CAR & BIKE OF THE YEAR 2024 รวมถึงผู้บริหารจากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่น จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ คว้า 2 รางวัล ประกอบด้วย

  • ORA 07 รุ่น Long Range ได้รับรางวัล ‘BEST EV SEDAN’
  • GWM TANK 300 HEV ได้รับรางวัล ‘BEST HYBRID 4×4 OFFROAD’

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 2 รางวัล ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการสร้างความร้อนแรงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ผ่านการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 9 รุ่นภายใน 3 ปีที่เราได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย (Mission 9 in 3) พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะทั้งสองรุ่นที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่สุดล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างลงตัว เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ขับขี่ชาวไทย และสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างต่อเนื่องผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัยควบคู่ไปกับเทคโนโลยีด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยแบบเต็มพิกัด ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-centric) ในการดำเนินงานต่อไป ในโอกาสนี้ เราขอขอบคุณ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สำหรับรางวัลดังกล่าว และลูกค้าทุกคนที่ไว้วางใจและสนับสนุนเราเสมอมา เราจะยังคงยึดมั่นคำสัญญาที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

ORA 07 รุ่น Long Range ซึ่งได้รับรางวัล BEST EV SEDAN เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้รุ่นเรือธงล่าสุดภายใต้แบรนด์ ORA จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 83.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบพละกำลัง 204 แรงม้า หรือ 150 กิโลวัตต์ แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 340 นิวตัน-เมตร ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 640 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC Standard) ทรงประสิทธิภาพทั้งด้านพละกำลัง สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย การออกแบบภายนอกของ ORA 07 เป็นแบบซูเปอร์สตรีมไลน์ ซึ่งลายเส้นโค้งพลิ้วไหวจะมอบสมดุลระหว่างความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างพอดี ไฟหน้า Intelligent LED ทรงกลมแบบเรโทรเพื่อเพิ่มความสปอร์ตอย่างเต็มพิกัด หน้าต่างไร้กรอบที่เป็นกระจกแบบ 2 ชั้นเพื่อช่วยในเรื่องของการดูดซับเสียง พร้อมหลังคาแก้วแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ (Panoramic Glass Roof) ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายที่มีคุณสมบัติช่วยเก็บเสียง กรองแสง และลดความร้อน ยกระดับภาพลักษณ์การขับขี่ให้หรูหราและมั่นใจด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/50 R18 รวมถึงยังอัดแน่นไปด้วยระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยมากมาย ในราคาเพียง 1,299,000 บาท

สำหรับ GWM TANK 300 HEV ยังคงความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ได้รับรางวัล BEST HYBRID 4×4 OFFROAD เป็นรถยนต์พรีเมียมเอสยูวีออฟโรดขนาดกลางที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ TANK ที่ทรงประสิทธิภาพทั้งด้านพละกำลัง สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้กำลังสูงสุด 244 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 106 แรงม้า และแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 268 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบเกียร์แบบ 9 สปีด (9HAT) ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับระบบการขับเคลื่อนที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด มีโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดประหยัด โหมดพื้นหิมะ โหมดพื้นโคลน โหมดพื้นทราย และโหมด 4L ด้านการออกแบบ โดดเด่นด้วยรูปทรง BOXY ที่ผสานแฟชัน ความนำสมัย และความแข็งแกร่งอย่างลงตัว พร้อมให้ภาพลักษณ์ที่แปลกตาและไม่เหมือนใคร และยังอัดแน่นไปด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบออฟโรดอันชาญฉลาดและล้ำสมัยที่เหนือกว่ารถยนต์ในเซ็กเมนต์และระดับราคาเดียวกัน ช่วยให้ทุกการผจญภัยเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พร้อมรับทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็น ระบบล็อกเฟืองขับด้านหน้าและด้านหลัง (Electric Differential Lock for Front and Rear Axles) ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดของยานพาหนะ เมื่อเผชิญกับทางลาดชัน โคลน ทะเลทราย และภูมิประเทศที่ซับซ้อน ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (TANK Turn) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Off-road (Off-road Cruise Control) ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) และระบบการช่วยเหลือการขับขี่อันล้ำสมัยอีกมากมาย GWM TANK 300 HEV รุ่น ULTRA จำหน่ายในราคา 1,799,000 บาท และรุ่น PRO ในราคา 1,649,000 บาท

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) และบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) ด้วยการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากลควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย