Home Blog Page 192

เมอร์เซเดส-เบนซ์ สื่อสารความเท่าเทียมผ่านดีไซน์บูธ “FUTURE FOR ALL” พร้อมส่ง 4 ยนตรกรรมรุ่นล่าสุด จัดแสดงครั้งแรกในงาน Motor Expo 2023

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เชิญชวนลูกค้าชาวไทยสัมผัสมิติใหม่ของการออกแบบบูธจัดแสดงรถยนต์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “FUTURE FOR ALL” ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) สะท้อนถึงความเท่าเทียมของลูกค้าที่มีความหลากหลาย ด้วยการออกแบบบูธที่ไร้ทางต่างระดับแบบ Universal Design ให้ทุกคนเข้าถึงบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างไร้รอยต่อ

พร้อมรับประสบการณ์ที่เหนือระดับผ่านทัพยนตรกรรมหลากหลายรุ่น นำโดย 4 รุ่นล่าสุดอย่าง GLC 220 d 4MATIC Avantgarde, EQE 350 4MATIC SUV Electric Art, GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic, C 220 d AMG Line และยนตรกรรมอีกกว่า 15 รุ่น ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าคนพิเศษทุกคนที่เข้าชมบูธภายในงาน หรือไปที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2566

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์
(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เราให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคนเป็นอันดับแรกเสมอ นอกจากการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สิ่งหนึ่งที่เรามองเห็นคือการเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของทุกคน ในงาน Motor Expo ปีนี้ เราจึงมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “FUTURE FOR ALL” ที่ย้ำจุดยืนในเรื่องความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียม (Equity) และการเคารพถึงความแตกต่าง (Inclusion) และเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนดีไซน์ของบูธให้ดีกว่าเดิม โดยเราตัดสินใจนำทางต่างระดับของบูธออกไปและทำให้ดีไซน์ของบูธตรงตามหลักการออกแบบอย่างเท่าเทียม หรือ Universal Design ซึ่งจะรองรับการเข้าถึงของผู้ที่ใช้วีลแชร์ ทั้งกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กและใช้รถเข็นเด็ก ทำให้ทุกคนเข้ามาที่บูธของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้อย่างสะดวกสบายและรับประสบการณ์แบบเดียวกัน โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ”

จากคอนเซ็ปต์ “FUTURE FOR ALL” ที่สะท้อนผ่านดีไซน์การออกแบบบูธตามหลัก Universal Design อีกหนึ่งความโดดเด่นภายในบูธของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คือการนำเสนอโมเดลรถรุ่นใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่หลากหลายและมีไลฟ์สไตล์การใช้งานที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งรถเอสยูวีรุ่นขายดีตลอดกาลของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่าง The new GLC ที่เสริมไลน์อัพด้วยเครื่องยนต์ดีเซลพร้อมขุมพลังแบบ Mild Hybrid ในรุ่น “GLC 220 d 4MATIC Avantgarde”, “EQE 350 4MATIC SUV Electric Art” เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นเริ่มต้นจากตระกูล EQE SUV ที่ขับขี่ได้ไกลถึง 558 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง, “The new GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic” ที่สุดแห่งยนตกรรรมเอสยูวีสุดหรูที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลังและความสะดวกสบายได้อย่างไร้ที่ติ และ “C 220 d AMG Line” รุ่นย่อยล่าสุดจาก The new C-Class อีกหนึ่งไลน์อัพรถซีดานยอดนิยมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มาพร้อมเอกลักษณ์ดีไซน์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน

ข้อมูลเบื้องต้น – GLC 220 d 4MATIC Avantgarde (ราคาจำหน่าย 3,720,000 บาท)

อีกหนึ่งทางเลือกเครื่องยนต์จาก The new GLC “GLC 220 d 4MATIC Avantgarde” ยนตรกรรมที่พร้อมก้าวสู่โลกแห่งอนาคตอย่างเต็มรูปแบบด้วยเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล รหัส OM654M แบบ 4 สูบเรียง ขนาด 1,993 ซีซี พร้อมระบบอัดอากาศ turbochargers ที่ระบายความร้อนด้วยระบบ Water-cooled turbocharger ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V on-board electrical system ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้านี้จะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ในขณะเบรก สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์แบบเงียบ ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและลดการสั่นในการสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะใช้งาน Eco Start/Stop และยังช่วยเพิ่มแรงบิดและรอบเครื่องยนต์ขณะที่เครื่องยนต์มีอุณหภูมิต่ำ โดยมอบพละกำลังได้สูงถึง 17 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์คันนี้มีกำลังแรงม้ารวมสูงสุด 197 แรงม้า ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 8 วินาที จับคู่กับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ยังทรงพลัง และสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 6.5%

ข้อมูลเบื้องต้น – EQE 350 4MATIC SUV Electric Art (ราคาจำหน่าย 4,850,000 บาท)

EQE SUV รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่เปิดตัวในประเทศไทยทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นเริ่มต้น “EQE 350 4MATIC SUV Electric Art” รุ่นกลาง “EQE 350 4MATIC SUV AMG Line” และรุ่นท็อป “EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic” มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ PSM (Permanently Excited Synchronous Motors) ติดตั้งบริเวณเพลาขับหน้าและหลัง มอบกำลังแรงม้ารวมสูงสุด 292 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 765 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 6.6 วินาที ติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูง 396V แบบ Lithium-ionที่มีความจุมากถึง 89 kWh ช่วยให้สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลกว่า 558 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 170 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 10 – 80% เพียง 32 นาที ส่วนการชาร์จแบบกระแสสลับ
(AC Charge) รองรับสูงสุด 11 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ในระยะเวลา 9 ชั่วโมง 30 นาที

ข้อมูลเบื้องต้น – GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic (ราคาจำหน่าย 5,590,000 บาท)

GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ตัวแทนด้านขุมพลังแห่งสมรรถนะและความสะดวกสบายอันเหนือระดับ สะท้อนตัวตนความเป็นรถยนต์สไตล์ออฟโรดดีไซน์เฉียบคมได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล OM654M แบบ 4 สูบเรียงขนาด 1,993 ซีซี พร้อมระบบอัดอากาศแบบ turbochargers ที่ระบายความร้อนด้วยระบบ Water-cooled turbocharger ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V on-board electrical system ให้พละกำลังสูงถึง 15 กิโลวัตต์ ทำให้ The new GLE มีกำลังแรงม้ารวมสูงสุดถึง 269 แรงม้าที่ 4,200 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,200 รอบต่อนาที สามารถสร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 6.9 วินาที ผสานการทำงานกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ยังทรงพลังในทุกโมเมนต์

ข้อมูลเบื้องต้น – C 220 d AMG Line (ราคาจำหน่าย 2,880,000 บาท)

C 220 d AMG Line ถือเป็นรถยนต์ซีดานดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล รหัส OM654M แบบ 4 สูบเรียง ขนาด 1,993 ซีซี พร้อมระบบอัดอากาศแบบ turbochargers ที่ระบายความร้อนด้วยระบบ Water-cooled turbocharger ผสานการทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V on-board electrical system ให้พละกำลังสูงถึง 17 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์คันนี้มีกำลังแรงม้ารวมสูงสุด 197 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบต่อนาที สามารถสร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 7.3 วินาที พร้อมจับคู่กับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลอย่างเหนือระดับ และสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 6.5% พร้อมนำเสนออีกขั้นของเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเข้ากับยุคแห่งดิจิทัล

นอกเหนือจากการนำเสนอยนตรกรรม 4 รุ่นล่าสุดแล้ว ภายในบูธยังมีการจัดแสดงกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360 องศา อุปกรณ์ตกแต่งใหม่ล่าสุด (MB Accessories) ที่มีดีไซน์ผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์ มาให้ทุกคนได้สัมผัสเป็นครั้งแรก โดยกล้องตัวนี้สามารถบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวรถในระหว่างการเดินทางและขณะจอดรถ โดยประกอบไปด้วยกล้อง 3 ตัว ได้แก่ กล้องด้านหน้า QHD, Surround sQHD และกล้องด้านหลัง FHD ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถจับภาพวิดีโอได้รอบทิศทาง ทั้งภายนอกและภายในรถยนต์ของคุณ มาพร้อมการรับประกันความคุ้มครอง 2 ปี ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเดินทางได้อย่างปลอดภัยเหนือระดับ โดยมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ในราคาแนะนำ 19,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไม่รวมค่าแรงในการติดตั้ง) ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

พบกับสุดยอดยนตรกรรมทุกรุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษมากมายได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 1 – 11 ธันวาคม 2566 นี้ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเดียวกับ Motor Expo ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

ปอร์เช่ประเทศไทยยกทัพขบวนรถสปอร์ตสุดหรูสู่งาน Thailand International Motor Expo 2023

0

พบกับการผจญภัยสุดหรู ด้วยรถสปอร์ตในตำนานอย่างปอร์เช่ 911 ดาการ์ (911 Dakar) และรถสปอร์ต SUV ปอร์เช่ คาเยนน์ รุ่นใหม่ล่าสุด (The New Cayenne) ที่พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40

ในขณะที่ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กำลังจะผ่านพ้นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ปอร์เช่ ซึ่งเป็นปีพิเศษที่เต็มไปด้วยสีสัน และความมีชีวิตเรายังคงสร้างความน่าตื่นเต้นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว ปอร์เช่ คาเยนน์ รุ่นใหม่ ปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด” (Cayenne E-Hybrid) และปอร์เช่ 911 ดาการ์ (911 Dakar) รถในตำนาน ผู้พิชิตทุกเส้นทางการขับขี่ พร้อมเสริมทัพด้วยรถยนต์รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ อย่างปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส รุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ปอร์เช่ ประเทศไทย (911 Carrera GTS 30 Years Porsche Thailand Edition) และปอร์เช่ 911 จีที 3 ที่มาพร้อมชุดแต่งเสริมสมรรถนะ มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท (Manthey Performance Kit) และรุ่นอื่นๆ อีกมากมายที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2023 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี 

มร.ทิม วอล์คโคเวียก (Tim Walkowiak) ผู้จัดการประจำภูมิภาคของปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิค (Porsche Asia Pacific) กล่าวว่า เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำรถยนต์ปอร์เช่หลากหลายรุ่น มาร่วมจัดแสดงที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 นี้ เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 75 ปีของรถสปอร์ตปอร์เช่ และฉลองครบรอบ 60 ปี ของรถยนต์ไอคอนิคตลอดกาลอย่างปอร์เช่ 911 ซึ่งหนึ่งในดาวเด่นของเราในครั้งนี้คือ ปอร์เช่ 911 ดาการ์ (911 Dakar) รถสปอร์ตที่มีกลิ่นอายของความดั้งเดิม เพื่อรำลึกถึงการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่มีมาอย่างยาวนาน เข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เผยให้เห็นถึงแนวคิดของปอร์เช่ 911 ที่ไม่มีขีดจำกัดใดๆ  

ด้าน มร.ปีเตอร์ โรห์เวอร์ (Peter Rohwer) กรรมการผู้จัดการปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า อีกหนึ่งไฮไลท์ของเราคือ การเปิดตัว “ปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมกับพัฒนาการอันเหนือชั้นทั้งรูปลักษณ์และนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผล ระบบควบคุมแบบดิจิทัล การออกแบบที่เฉียบคมและทันสมัย ระยะการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ไปได้ไกลขึ้น จากนวัตกรรมใหม่ๆที่ผสานรวมกันไว้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่า Cayenne E-Hybrid จะมอบความหรูหราและความสะดวกสบายที่ไม่เหมือนใคร ให้แฟนๆ ปอร์เช่สนุกสนานไปกับการขับขี่ตามคอนเซ็ปต์ Further Together ไปได้ไกล ไปด้วยกัน”

คาเยนน์ ใหม่ (The New Cayenne) ความหรูหราที่มากกว่า มาพร้อมสมรรถนะอันเหนือชั้น

ปอร์เช่ (Porsche) ทำการปรับโฉม คาเยนน์ (Cayenne) รุ่นที่ 3 อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการออกแบบ ระบบส่งกำลัง เทคโนโลยี รวมไปถึงลักษณะภายนอกให้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ด้วยลักษณะด้านหน้ารถที่ผสมผสานอย่างลงตัวเข้ากับซุ้มล้อที่เพิ่มความแข็งแกร่งดุดันยิ่งขึ้น ฝากระโปรงหน้า และระบบไฟหน้า Matrix หรือ HD-Matrix ช่วยเน้นความกว้างของตัวรถ  ด้วยไฟท้ายดีไซน์สามมิติและแผงด้านหลังที่ถูกออกแบบใหม่ช่วยเพิ่มความลงตัวให้กับรถในทุกๆ มุมมอง เพิ่มเติมด้วยการนำเสนอสีใหม่ 3 เฉดสี พร้อมคอลเลคชั่นชุดล้อขนาด 20, 21, และ 22 นิ้ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรถตามความต้องการได้อย่างลงตัว 

Cayenne E-Hybrid ที่จัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ เป็นเครื่องยนต์ 6 สูบ ผสมกับมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 กิโลวัตต์ เพิ่มขึ้น 30 กิโลวัตต์ เป็น 130 กิโลวัตต์ (176 แรงม้า) กำลังผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 346 กิโลวัตต์ (470 แรงม้า) ติดตั้งกับแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่มีความจุเพิ่มขึ้นจากเดิม 17.9 kWh เป็น 25.9 kWh (ขึ้นอยู่กับระดับอุปกรณ์) ทำให้รถสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าตามมาตรฐาน WLTP ได้มากถึง 90 กิโลเมตร ในส่วนของ On board charger ของตัวรถ ถูกปรับให้สามารถรับกระแสไฟได้มากขึ้นถึง 11 กิโลวัตต์ อีกทั้งยังลดเวลาการชาร์จ (จากแหล่งพลังงานที่เหมาะสม) ด้วยระยะเวลาน้อยกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ในขณะที่ความจุของแบตเตอรี่มีเพิ่มขึ้น โดยโหมดการขับขี่แบบ E-Hybrid ที่ได้รับการปรับปรุงนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของรถทุกการเดินทาง

 

ภายใน คาเยนน์ ใหม่ (New Cayenne) ยังมีการปรับปรุงจอแสดงผลและแผงการควบคุมใหม่ทั้งหมด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Porsche Driver Experience ซึ่งเป็นประสบการณ์การขับขี่เฉพาะของปอร์เช่เท่านั้น ที่เปิดตัวครั้งแรกในปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) โดยเน้นไปที่บริเวณผู้ขับขี่และถูกปรับการทำงานให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งฟังก์ชั่นที่ผู้ขับขี่ใช้บ่อยจะติดตั้งอยู่บนหรือติดกับบริเวณพวงมาลัยโดยตรง ขณะที่เกียร์อยู่ใกล้กับคอพวงมาลัย ทำให้มีที่ว่างสำหรับเก็บของบริเวณคอนโซลกลางเพิ่มขึ้น แผงหน้าปัดดิจิทัลบริเวณที่นั่งของผู้ขับขี่ถูกออกแบบใหม่ด้วยดีไซน์โค้งมน ขนาด 12.6 นิ้วเต็มรูปแบบ พร้อมตัวเลือกการแสดงผลที่สามารถปรับเปลี่ยนได้


หน้าจอ Porsche Communication Management System (PCM) ขนาด 12.3 นิ้ว ผสานรวมเข้ากับแผงแดชบอร์ดแบบใหม่ได้อย่างลงตัว และเป็นครั้งแรกสำหรับฝั่งผู้โดยสารที่สามารถเลือกจอแสดงผลแบบใหม่ขนาด 10.9 นิ้ว โดยมีการเคลือบฟิล์มพิเศษเพื่อลดการรบกวนผู้ขับขี่ ที่ทำให้แน่ใจได้ว่าผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นจอแสดงผลนี้ได้ สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท (รุ่นตัวถัง คูเป้ (Coupé) ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท)

ถัดมาที่รุ่นไอคอนิค 911 เฟอร์รี่ ปอร์เช่ (Ferry Porsche) เคยกล่าวไว้ว่า ปอร์เช่ 911 เป็นรถยนต์เพียงคันเดียวที่คุณจะสามารถขับจากทุ่งหญ้าซาฟารีที่แอฟริกา ไปยังสนามแข่งเลอม็อง (Le Mans)  ประเทศฝรั่งเศส และต่อไปยังโรงละครในเมืองนิวยอร์ก” 

ปอร์เช่ 911 ดาการ์ (911 Dakar) ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปอร์เช่ 953 ถูกปรับแต่งเพื่อการแข่งขันแบบออฟโรด ทำให้ปอร์เช่สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขัน Paris-Dakar Rally ในปี 1984 ได้เป็นครั้งแรก ดังนั้น 911 ดาการ์ (911 Dakar) ใหม่ คือตัวแทนอันสมบูรณ์แบบของปรัชญาข้างต้น ที่จะมาปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 นี้ โดย 911 ดาการ์ (911 Dakar) เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด วิศวกรรมที่แข็งแกร่ง และรูปลักษณ์ยกสูงอย่างมีเอกลักษณ์ 

ปอร์เช่ 911 ดาการ์ (911 Dakar) มีความสูงมากกว่าปอร์เช่ 911 รุ่นมาตรฐานถึง 50 มิลลิเมตร พร้อมระบบยกแบบมาตรฐานที่สามารถช่วยเพิ่มความสูงได้อีก 30 มม. ระยะห่างจากพื้นและมุมลาดเทียบได้กับรถ SUV ซึ่งเหมาะกับการผจญภัยแบบออฟโรดที่ทะเยอทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากแชสซีส์ (เพลารถ /โครงรถ) ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษแล้ว ปอร์เช่ 911 ดาการ์ (911 Dakar) ใหม่ ยังมีระบบป้องกันใต้ท้องรถที่แข็งแกร่ง และตะขอเหล็กลากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงชิ้นส่วน CFRP ที่มีน้ำหนักเบา ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) สามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.4 วินาที ด้วยเกียร์ 8 สปีด PDK และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

สำหรับ 911 Darka เป็นรถยนต์ที่ใช้ยางรุ่นพิเศษ Pirelli สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด มีการตกแต่งภายในที่เน้นตามวัตถุประสงค์หลักของรถ เป็นรถยนต์ 2 ที่นั่ง เบาะนั่งแบบบักเก็ต (Bucket Seat) นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งแร็คหลังคาพร้อมไฟหน้า และอุปกรณ์ออฟโรดเพิ่มเติม รวมถึงการติดตั้งเต็นท์บนหลังคาที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามต้องการ ปอร์เช่ 911 Dakar ราคาเริ่มต้นที่ 22.9 ล้านบาท

 

อีกหนึ่งไฮไลท์อันโดนเด่นของบูธปอร์เช่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40

ปอร์เช่ยกระดับการจัดแสดง ด้วยรถยนต์ไฮไลท์หลากหลายรุ่น และเนื่องในโอกาสที่ปอร์เช่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 เราได้ผสมผสานความโดดเด่นทางด้านวิศวกรรมของเยอรมนีผนวกเข้ากับประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่าของไทย ได้สร้างสรรครถยนต์รุ่นพิเศษ และถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ โดยรุ่นพิเศษนี้ ได้นำมาปรากฎโฉมภายในงานให้แฟนๆได้ชม นั่นคือ ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า จีทีเอส รุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ปอร์เช่ ประเทศไทย (911 Carrera GTS 30 Years Porsche Thailand Edition)  

หัวใจสำคัญของแบรนด์รถยนต์ปอร์เช่คือ การขับเคลื่อนด้วยความฝัน (Driven by Dreams) เราได้ทำงานร่วมกับแผนก Porsche Exclusive Manufaktur เพื่อสรรสร้างรถยนต์รุ่นพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นเกียรติแก่วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย ด้วยการผลิต ปอร์เช่ 911 คาร์เรรา จีทีเอส (911 Carrera GTS) จำนวนจำกัด ที่มีทั้งสิ้น 7 สี ซึ่งเป็นสีหมวดพิเศษ Paint to Sample (PTS) ซึ่งแทนสีประจำแต่ละวันในสัปดาห์ของวัฒนธรรมไทย

นอกจากนี้ ต้นปีที่ผ่านมา ปอร์เช่ ประเทศไทย  โดย เอเอเอส กรุ๊ป ได้เปิดตัวชุดแต่ง Manthey Performance Kit สำหรับปอร์เช่ 911 GT3 รุ่นปัจจุบัน เพื่อเสริมศักยภาพสมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบได้บนสนามแข่ง ชุดแต่ง Manthey Performance Kit ตัวใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาจากวิศวกรของ Porsche ในเมือง Weissach ประเทศเยอรมนี และผู้เชี่ยวชาญของสนามแข่ง Nordschleife จาก Manthey ในเมือง Meuspath ประเทศเยอรมนี ซึ่งสามารถพิสูจน์ความยอดเยี่ยมด้วยเวลาต่อรอบเพียง 6:55.737 นาที บนสนาม Nürburgring Nordschleife ซึ่งลดลงถึง 4.19 วินาที เมื่อเทียบกับ 911 GT3 ที่ไม่ได้ติดตั้งชุดแต่งนี้

พบกับความสมบูรณ์แบบของยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ครบครันทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น 718 บ็อกซเตอร์ สไตล์ อิดิชั่น  (718 Boxster Style) ไทคานน์ จีทีเอส (Taycan GTS) มาคันน์ จีทีเอส (Macan GTS) พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 e-Hybrid) รถสปอร์ตในฝันทุกรุ่นที่พร้อมส่งมอบให้คุณจับจองและครอบครองได้ทันที พร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย ในบูธ A11 ชานเลนเจอร์ 1 งานมหกรรมยานยนต์  ครั้งที่ 40 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2023 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

 

เรเว่ ยกทัพรถยนต์ไฟฟ้า BYD จัดโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมจัดแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายขอบคุณลูกค้าเก่าและใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40

0

บ. เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ยกทัพรถยนต์ไฟฟ้า BYD จัดโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อตอกย้ำ ความเป็นเอกลักษณ์ของ BYD ที่ทำตลาดครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาแล้วถึง 3 รุ่น BYD ATTO 3, BYD DOLPHIN, BYD SEAL พร้อมมอบแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายแทนคำขอบคุณลูกค้าเก่าและใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 และภายในบูธ ยังนำนวัตกรรมพรีเมียมและล้ำสมัยมาโชว์ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสอีก 2 รุ่นภายใต้แบรนด์ Yangwang และ Denza

แบรนด์ Yangwang (หย่างว่าง)

Yangwang U8 (หย่างว่าง ยูเอท)  เป็นแบรนด์ไฮเอ็นท์ที่สุดของ Luxury SUV ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสุด ด้วยระบบเทคโนโลยี ล้ำสมัย ที่จะพาคุณเดินทางไปได้ในทุกสภาพถนน ยังมากับระบบความปลอดภัยอย่างเต็มพิกัดและเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ BYD  กับ ระบบ DiSus Intelligent Body Control System เป็นระบบควบคุมเสถียรภาพของระบบช่วงล่าง มีระบบไฮดรอลิก และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อให้สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของรถได้ทุกทิศทุกทาง และยังมีระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัวระบบทำความสะอาดจานเบรก  ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ ระบบป้องกันการล๊อกตายของล้อ อีกด้วย  และภายในงานเราได้นำเทคโนโลยีใน Yangwang U8 มาโชว์คือ การหมุนกลับรถแบบ 360 องศา โดยควบคุมและคำนวณรอบการหมุนของมอเตอร์อิสระ 4 ล้อ เป็นครั้งแรกของไทย

รายละเอียดของ Yangwang U8

  • สามารถขับขี่ใน Mode Off Road และขับลงน้ำลึกได้ 1 เมตร ได้นานสูงสุด 30 นาที
  • เทคโนโลยี e4(อีโฟร) แพลตฟอร์มมอเตอร์ ไฟฟ้า แยกอิสระ 4 ล้อ
  • ระบบ Plug-in Hybrid ให้กำลังสูงถึง 880 kWh (1,180 แรงม้า)
  • แรงบิดสูงสุด 1,280 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.6 วินาที
  • เทคโนโลยี Blade Battery/ ขนาด 49.05 kWh
  • ชาร์จไฟเต็ม 100% สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 630 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
  • ใช้เวลาชาร์จ DC จาก 30-80% ภายในเวลาเพียง 18 นาที
  • ส่วนดีไซน์ภายนอกแบบ Ladder-frame
  • ด้านหน้าออกแบบให้มีมิติที่เข้ากับเม็ดไฟ LED ไฟหน้า LED แบบ Interstellar Matrix (พร้อมการปรับความสูงแบบอัตโนมัติ) มาพร้อมแถบไฟตกแต่ง 6 แถบที่บริเวณ ตำแหน่งเสา D ของตัวรถ
  • มิติรถยาว 5,319 มม. ระยะฐานล้อ 3,050 มม.
  • ห้องโดยสารภายใน จอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 23.6 นิ้ว และ จอ Infotainment ขนาด 12.8 นิ้ว
  • ตกแต่งด้วยวัสดุหนังแท้ Nappa และลายไม้ African Sapele Wood
  • ระบบเสียงจาก Dynaudio ลำโพง 22 ตำแหน่ง และซับวูฟเฟอร์
  • Wireless Charger 3 ตำแหน่ง
  • เรดาห์อัลตราโซนิค 12 ตำแหน่ง

แบรนด์ DENZA (เดนซ่า)

อีก 1 แบรนด์ ที่จัดโขว์ในบูธ BYD ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 นี้ อยากให้ทุกท่านได้ชมและรู้จักรถยนต์ไฟฟ้า DENZA N7 (เดนซ่า เอ็น เซเว่น) ซึ่งเป็น Premium Sedan คูเป้ หรูหรา มีระดับและสะดวกสบายด้วยระบบอัจฉริยะต่างๆ

DENZA N7 (เดนซ่า เอ็น เซเว่น) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์คู่ แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร เพียง 3.9 วินาทีสามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้า ได้ถึง 630 กิโลเมตร ประหยัดเวลาในนาทีเร่งด่วน ด้วย Dual DC charger 150 กิโลวัตต์ และ 230 กิโลวัตต์ ให้คุณชาร์จได้ 2 หัวพร้อมกัน  มาพร้อมฟังก์ชั่น  Vehicle to Vehicle เพื่อเป็นแหล่ง ชาร์จไฟให้กับรถคันอื่นได้ด้วย

DENZA N7 (เดนซ่า เอ็น เซเว่น) มาพร้อม

  • 4 รูปแบบการขับขี่ ทั้งแบบ standard  sport ประหยัด และการขับขี่ในหิมะหรือน้ำแข็ง
  • ระบบอัจฉริยะรอบคัน อาทิเช่น กล้องมองภาพ 360 องศา แบบ 3 มิติ
  • ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Denza Pilot
  • ระบบช่วยเหลือการจอดแบบอัตโนมัติ
  • ระบบปรับลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง
  • ระบบกันขโมยอัจฉริยะแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบควบคุมการทรงตัวของรถขณะเข้าโค้ง และระบบการกระจายแรงเบรคแบบไฟฟ้า

ส่วนภายในห้องโดยสารหรูหรา ด้วยเบาะหนังแท้ Nappa เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้า มาพร้อมกับ ระบบอุ่นเบาะ ระบบระบายอากาศ และจดจำตำแหน่งการปรับตำแหน่ง  หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา  พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า เสริมด้วยแสงไฟเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารกว่า 128 เฉดสี  หน้าจออินโฟเทนเม้นท์ ขนาด 17.3 นิ้ว มีความ ละเอียดถึง 2.5K และยังมีระบบแสดงผลบนกระจกหน้า Head up display เพลิดเพลินกับเครื่องเสียงที่มาในระดับ Hi – end  Devialet (เดอ เว เล) ที่จะร่วมสร้างความบันเทิงและประสบการณ์ที่น่าจดจำทุกการเดินทาง 

นายประธานวงศ์ พรประภา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ เรเว่ กล่าวว่า “ระยะเวลา 1 ปี ผมขอขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนและมอบไว้วางใจ จนเราได้เป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทย ซึ่งมียอดจดทะเบียน 22,391 คันในปี 2566 (ม.ค. – ต.ค. 2566)  กลุ่มบริษัทเรเว่มีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่  ด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ “NEW FUTURE YOUR WAY” จะช่วยผลักดัน NEV Nation ในด้านนวัตกรรมพลังงานใหม่ โดยผลิตภัณฑ์ยานยนต์ทุกรุ่นภายใต้แบรนด์ BYD จะเปิดตัวครอบคลุมทุกเซกเมนต์ในตลาดไทย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ EV และ NEV Ecosystem ด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยทั้งตัวยานยนต์ และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของแบตเตอรี่รถยนต์ อันเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า

คุณประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ เรเว่ กล่าวเสริมในเรื่องบริการหลังการขาย  “ ดิฉันขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านอีกครั้งที่ให้ความไว้วางใจมาร่วมสร้างครอบครัว BYD ร่วมกัน และตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา ครอบครัว BYD ของเราใหญ่ขึ้น นั่นแสดงถึง ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น  ดิฉันจึงขอเชิญชวนครอบครัว BYD มาเฉลิมฉลองกับโปรโมชั่นที่เรามอบให้กับสมาชิก BYD เก่า และเชิญชวนลูกค้าใหม่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้โลกของเรา ขับเคลื่อนสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นและยั่งยืนไปด้วยกันเพื่ออนาคตลูกหลานของเรา ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ”

ภายในบูธบีวายดี งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 นี้ ทางเรเว่ จัดโปรโมชั่นขอบคุณสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าบีวายดีทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ ด้วยภายใต้แคมเปญ “Big Thanks”  ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า บีวายดีทุกรุ่น ทุกคันตั้งแต่คันแรกตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 – 31 ธันวาคม 2566  ลุ้นรับรถ 3 คัน มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท (โดยกรอกแบบสอบถามผ่านทาง RÊVER Application ได้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 66 – 31 ธ.ค. 66) และยังมีโปรโมชั่นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นของบีวายดีอีกด้วย

BYD ATTO 3 มีวางจำหน่าย 2 รุ่น

  • BYD ATTO 3 Standard Range      ราคา 1,099,900   บาท
  • BYD ATTO 3 Extend Range           ราคา 1,199,900   บาท
  • แคมเปญส่งเสริมการขาย สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3

รุ่นรถยนต์ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566
 

BYD ATTO 3

 

ฟรี ! Cash Back 100,000 บาท

ฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี จากบริษัทประกันภัยชั้นนำ*

ฟรี ! สมาร์ทโฮมชาร์จเจอร์ ยี่ห้อ ABB

สิทธิพิเศษ ! RÊVER Care

 

รุ่นรถยนต์ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 28 พฤศจิกายน 2566
BYD ATTO 3 ฟรี ! Cash Back 50,000 บาท

ฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี จากบริษัทประกันภัยชั้นนำ*

ฟรี ! สามาร์ทโฮมชาร์จเจอร์ ยี่ห้อ ABB

สิทธิพิเศษ ! RÊVER Care

 

BYD DOLPHIN มีวางจำหน่าย 2 รุ่น

  • BYD DOLPHIN Standard Range 410 KM ราคา    699,999 บาท
  • BYD DOLPHIN Extended Range 490 KM ราคา   859,999  บาท
  • แคมเปญส่งเสริมการขาย สำหรับรถยนต์ ไฟฟ้า BYD DOLPHIN

รุ่นรถยนต์ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566
BYD DOLPHIN ฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 พร้อมพ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี จากบริษัทประกันภัยชั้นนำ

ฟรี ! โฮมชาร์จเจอร์

ฟรี ! ค่าแรงติดตั้งโฮมชาร์จเจอร์พร้อมอุปกรณ์

ฟรี ! ค่าจดทะเบียนรถ

ฟรี ! บริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

สิทธิพิเศษ ! RÊVER Care

 

รุ่นรถยนต์ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ตั้งแต่คันแรก วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 – 31 ตุลาคม 2566
BYD DOLPHIN รับสิทธิพิเศษ ! บริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.
(กรณีที่ลูกค้าเข้ารับบริการเช็คระยะ และได้ชำระค่าใช้จ่ายไปแล้วนั้น ลูกค้าสามารถนำใบเสร็จมารับเงินคืนได้ที่ศูนย์บริการที่ลูกค้าเข้ารับบริการ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567)

 

BYD SEAL มีวางจำหน่าย 3 รุ่น

  • BYD SEAL Dynamic Range 510 Km.             ราคา  1,325,000  บาท
  • BYD SEAL Premium Range 650 Km.             ราคา  1,449,000  บาท
  • BYD SEAL AWD Performance Range 580 Km. ราคา  1,599,000  บาท
  • แคมเปญส่งเสริมการขาย สำหรับรถยนต์ ไฟฟ้า BYD SEAL Dynamic

รุ่นรถยนต์ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566
 

BYD SEAL
รุ่น Dynamic

 

ฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี จากบริษัทประกันภัยชั้นนำ*

ฟรี ! โฮมชาร์จเจอร์ ยี่ห้อ ABB

ฟรี ! ค่าแรงติดตั้งโฮมชาร์จเจอร์พร้อมอุปกรณ์

สิทธิพิเศษ ! RÊVER Care

 

  • สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL Dynamic ตั้งแต่คันแรก ระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2566 – 28 พฤศจิกายน 2566 จากฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี ขยายความคุ้มครองประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยกทัพสุดยอดยนตรกรรมรุ่นล่าสุดสู่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เดินหน้าก้าวสู่อีกระดับของโลกแห่งยนตรกรรมและการขับเคลื่อนสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยยอดจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2566 พัฒนาทั้งด้านการขายสำหรับลูกค้าใหม่ ด้วยทัพยนตรกรรมใหม่หลากหลายรุ่นพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 และยกระดับการบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าปัจจุบัน ด้วยแพ็คเกจ Service Inclusive สร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าแม้พ้นระยะ BSI/MSI ด้วยบริการบำรุงรักษาต่อเนื่องอีก 3 ปี/40,000 กิโลเมตร โดยงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 จะจัดขึ้น ณ อาคาร IMPACT Challenger 1-3 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566 ภายใต้แนวคิด “ยานยนต์: ความหมายที่มากกว่า” โดยผู้ร่วมงานจะได้ยลโฉมรถยนต์และมอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่นจากบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมตื่นตาไปกับยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่มาเผยโฉมในงานนี้โดยเฉพาะ

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เรามุ่งมั่นในด้านนวัตกรรมและความเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์ สะท้อนให้เห็นจากการที่ลูกค้ามอบความไว้วางใจให้กับเรา และส่งผลให้เรายังคงสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2566 ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรวมทั้งหมด 12,304 คันในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมนับเป็นการสร้างสถิติยอดจดทะเบียนรวมตลอด 10 เดือนแรกที่สูงที่สุดสำหรับบีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทย

“นอกจากนี้ ในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของบีเอ็มดับเบิลยู มียอดจดทะเบียนในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 เติบโตสูงขึ้นถึง 341% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า โดย ณ ปัจจุบัน มียนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าจากบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด นำเสนอแก่ลูกค้าถึง 7 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3, บีเอ็มดับเบิลยู iX, บีเอ็มดับเบิลยู i4, บีเอ็มดับเบิลยู i5, บีเอ็มดับเบิลยู i7, มินิ คูเปอร์ เอสอี และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู CE 04 ในขณะเดียวกัน รถยนต์หรูในกลุ่ม Luxury Class ของบีเอ็มดับเบิลยูยังมีการเติบโตจากช่วงมกราคมถึงเดือนตุลาคมปีก่อนหน้าถึง 46% ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสรถยนต์กลุ่มนี้ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ครบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยู XM, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 และบีเอ็มดับเบิลยู X7” มร. บารากากล่าว

สำหรับไฮไลท์รถยนต์ภายในงาน บีเอ็มดับเบิลยู XM Label Red นำทัพสุดยอดยนตรกรรม โดยเป็นรถยนต์ในตระกูล XM ซึ่งผลิตมาในจำนวนจำกัดและยังถือเป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M ที่มาพร้อมสมรรถนะสูงสุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมด้วย บีเอ็มดับเบิลยู 740d M Sport ที่ออกแบบมาเพื่อมอบทางเลือกใหม่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ที่ยังคงให้ประสบการณ์การขับขี่ไดนามิคแบบซีดานอย่างแท้จริงตามแบบฉบับในซีรีส์ 7 ส่วนแฟน ๆ ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ตเตรียมพบประสบการณ์ใหม่ที่เร้าใจแบบคูเป้จากรถยนต์ในซีรีส์ 4 กับบีเอ็มดับเบิลยู 420i Coupe M Sport โดยทั้งสามรุ่นพร้อมรับจองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับแฟน ๆ มินิเตรียมสัมผัส มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Final Edition ในรูปแบบแฮทช์ 5 ประตู เจ้าของคาแรคเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่มาในสีล่าสุดไม่เหมือนใคร และมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตู Mayfield Edition ซึ่งถักทอแรงบันดาลใจมาจากความสวยงามและเงียบสงบของทุ่งลาเวนเดอร์ในย่านเมย์ฟิลด์ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน ซึ่งรถสองรุ่นพิเศษนี้ผลิตมาในจำนวนจำกัด โดยมินิ คลับแมน Final Edition มีจำหน่ายเพียง 50 คัน และมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ Mayfield Edition มีจำหน่ายเพียง 12 คันในประเทศไทยเท่านั้น

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เตรียมก็ได้ส่งมอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่นสู่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ นำโดยบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure มาในสี Racing Blue Metallic ใหม่ ที่จะมาเติมความสมบูรณ์แบบให้กับสุดยอดมอเตอร์ไซค์แบบเอ็นดูโร่ พร้อมพาเหล่านักบิดค้นหาความเป็นไปได้ในทุกเส้นทาง

แพ็คเกจบำรุงรักษารถยนต์ (Service Inclusive) สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่พ้นระยะ BSI/MSI*

สัมผัสความสุขในการขับขี่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยแพ็คเกจบริการดูแลบำรุงรักษาที่ได้รับการดีไซน์มาเพื่อเจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูและมินิที่พ้นระยะ BMW Service Inclusive หรือ MINI Service Inclusive (ไม่เกิน 15 เดือน) โดยแพ็คเกจบริการดังกล่าวครอบคลุมการดูแลบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ประกอบด้วยบริการ 7 รายการ ได้แก่ เปลี่ยนถ่ายและเติมน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบสภาพรถยนต์ เปลี่ยนไส้กรองอากาศ เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เปลี่ยนไมโครฟิลเตอร์ เปลี่ยนหัวเทียน และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก โดยช่างผู้ชำนาญการที่ได้รับการรับรองจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เพื่อให้เจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูและมินิสบายใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่ผ่านการรับรองด้วยอะไหล่แท้จากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิในแพ็คเกจที่คุ้มค่าที่สุด และเมื่อรวมกับโปรแกรม Care and Value Added ที่ให้ส่วนลดค่าอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่งสูงสุดถึง 25% เจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูและมินิสามารถอุ่นใจได้ยิ่งกว่าที่เคยตลอดระยะเวลาการขับขี่

รุ่น ราคา (บาท)
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1, ซีรีส์ 2 33,600
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3, ซีรีส์ 4 33,600
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5, ซีรีส์ 6 39,000
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 48,800
บีเอ็มดับเบิลยู X1, X2 33,600
บีเอ็มดับเบิลยู X3, X4 35,600
บีเอ็มดับเบิลยู X5, X6 47,400
มินิ 32,300

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/special-offers/si-package-for-non-bsi-vehicles.html เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand หรือติดต่อผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ข้อเสนอสุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40

ลูกค้าที่เลือกซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมีกำหนดส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และเลือกทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้*

รุ่น ข้อเสนอ
บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe M Sport ·        ดาวน์เริ่มต้น 0%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปี สำหรับสัญญาฯ เช่าซื้ออัตราดอกเบี้ยคงที่ สัญญาฯ เช่าซื้อแบบมีบอลลูน และสัญญาฯ เช่าทางการเงิน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 3 ปี สำหรับสัญญาฯ Freedom Choice

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive30d M Sport
(รุ่นก่อนปรับโฉม)

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport
(รุ่นก่อนปรับโฉม)

บีเอ็มดับเบิลยู X6 xDrive40i M Sport
(รุ่นก่อนปรับโฉม)

บีเอ็มดับเบิลยู 630i GT M Sport

บบีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport

·        ดาวน์เริ่มต้น 0%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี สำหรับสัญญาฯ เช่าซื้ออัตราดอกเบี้ยคงที่ สัญญาฯ เช่าซื้อแบบมีบอลลูน และสัญญาฯ เช่าทางการเงิน

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 2 ปี สำหรับสัญญาฯ Freedom Choice

บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 320Li M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 330Li M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู M340i xDrive

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive18i

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i xLine

บีเอ็มดับเบิลยู X1 sDrive20i M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู X1 xDrive30e M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู X7 xDrive40d M Sport

·        ดาวน์เริ่มต้น 0%

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี สำหรับสัญญาฯ เช่าซื้ออัตราดอกเบี้ยคงที่

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 2 ปี สำหรับสัญญาฯ เช่าซื้อแบบมีบอลลูน สัญญาฯ เช่าซื้อทางการเงิน และสัญญาฯ Freedom Choice

 

บีเอ็มดับเบิลยู 520d M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู 530e Elite

บีเอ็มดับเบิลยู 530e Luxury

บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 3 ปี สำหรับสัญญาฯ Freedom Choice

หรือ

·        ดาวน์ 0% และอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับสัญญาเช่าซื้อ

หรือ

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี และอัพเกรด BSI นาน 10 ปี สำหรับสัญญาเช่าซื้อแบบมีบอลลูนหรือสัญญาเช่าทางการเงิน

บีเอ็มดับเบิลยู i5 xDrive M60

บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport

·        ฟรี Wallbox
บีเอ็มดับเบิลยู i4 eDrive35 M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู i4 M50

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 Sport

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive50 Sport

บีเอ็มดับเบิลยู iX3 M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport

บีเอ็มดับเบิลยู i7 xDrive60 M Sport
Gran Lusso

·        ดาวน์เริ่มต้น 25% พร้อมดอกเบี้ย 0%

·        ฟรี Wallbox

·        ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 1 ปี

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/special-offers/bmw-nov-2023-offer.html เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand หรือติดต่อ BMW Contact Centre 1397

ข้อเสนอสุดพิเศษจากมินิ ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40

 แฟน ๆ มินิ ที่เลือกซื้อรถยนต์มินิภายในงาน หรือภายใน 1 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2566 และมีกำหนดส่งมอบรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และเลือกทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้*

รุ่น ข้อเสนอ
มินิ คูเปอร์ เอสอี ·        ผ่อนเริ่มต้นเพียงวันละ 380 บาท

·        ดอกเบี้ย 0%

·        ฟรี ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน MINI Wall Charger

·        ฟรี ข้อเสนอ MINI Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี*

 

หรือ

 

·        ไม่ต้องดาวน์

·        ดอกเบี้ย 0%

·        ฟรี ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน MINI Wall Charger ฟรี ข้อเสนอ MINI Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี*

มินิ คันทรีแมน ·        ดอกเบี้ย 0%

·        ผ่อนเริ่มต้น เดือนละ 12,500 บาท

·        รับข้อเสนอพิเศษค่าบำรุงรักษา MSI นานสูงสุด 10 ปี*

·        ฟรี ข้อเสนอ MINI Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 3 ปี*

·        ฟรี Staycation Gift Voucher 1 คืน สำหรับโรงแรมในกรุงเทพ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mini.co.th/en_TH/home.html เฟซบุ๊กแฟนเพจ MINI Thailand หรือติดต่อ MINI Contact Centre 1397


ข้อเสนอสุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ มอเตอร์ไซค์ ดังนี้*

รุ่น ข้อเสนอ
บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ·        ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี
บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ·        ดอกเบี้ย 1% นานสูงสุด 5 ปี

·        ฟรี กระเป๋าติดข้างมอเตอร์ไซค์ 2 ใบ

บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS ·        ฟรี กล่องติดท้ายมอเตอร์ไซค์
บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure

บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR

·        ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 1 ปี

 

บีเอ็มดับเบิลยู R 18

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Classic

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 B

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Transcontinental

 

·        ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 1 ปี

·        ส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ·        ฟรี กล่องติดข้างมอเตอร์ไซค์ 2 ใบ
บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ·        ฟรี กล่องติดข้างมอเตอร์ไซค์ 2 ใบ และแครชบาร์

·        ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 1 ปี

·        แพ็คเกจบำรุงรักษา BMW Motorrad Service Inclusive (BMSI) สูงสุด 3 ปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw-motorrad.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Motorrad Thailand หรือติดต่อ
ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

เริ่มแล้ว MOTOR EXPO 2023 ฉลอง 40 ปี รวมยานยนต์ครบวงจร

0

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” รถ เรือ อากาศยาน เปิดฉากยิ่งใหญ่ ตื่นตาตื่นใจกับรถต้นแบบ รถรุ่นล่าสุด 40 แบรนด์ จักรยานยนต์ 23 แบรนด์ พร้อมเรือ และอากาศยาน เชิญชมได้ตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม นี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นโอกาสครบรอบ 40 ปีของการจัดงาน โดยมีแนวคิด “ยานยนต์: ความหมายที่มากกว่า – Mobility: Imagination and Beyond” จัดแสดงรถยนต์ 40 แบรนด์ จาก 11 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 23 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ คาดจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10-15 % ยิ่งกว่านั้น ยังมีพื้นที่แสดงยานยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมอีก 2 ประเภท นั่นคือ เรือ และอากาศยาน

ไฮไลท์ในงาน ได้แก่ รถต้นแบบ IONIQ SEVEN CONCEPT รถไฟฟ้าอเนกประสงค์ ประตูรถแบบไร้เสาด้านผู้โดยสาร พร้อมระบบ VISION ROOF DISPLAY วัสดุตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุที่ปลอดภัย MINERAL PLASTER ไม้ไผ่ และพรมไบโอเรซิน สีตัวรถผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

HYUNDAI N VISION 74 ได้แรงบันดาลใจจาก PONY COUPE สัญลักษณ์แห่งดีไซจ์นคลาสสิคเหนือกาลเวลา ห้องโดยสารสไตล์ห้องนักบินทรงลูกสูบที่มีคนขับเป็นศูนย์กลาง

HYUNDAI I20 WRC 2020 รถแข่งแรลลี คว้าตำแหน่งผู้ผลิต WRC ยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยชัยชนะจาก 3 สนาม ทั้งที่มนเต การ์โล เอสโตเนีย และซาร์ดินีอา

รถที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ HYUNDAI ELANTRA N รถที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ได้แก่ HYUNDAI SANTA FE และยังมีรถรุ่นใหม่มากมาย อาทิ AUDI A7 SPORTBACK 55 TFSI E QUATTRO, BENTLEY FLYING SPUR HYBRID ODYSSEAN EDITION, BMW XM LABEL RED, YANGWANG U8 PLUG-IN HYBRID SUV, FORD RANGER, HONDA ACCORD, ISUZU D-MAX, JEEP GRAND CHEROKEE, KIA SORENTO, LEXUS RX, MASERATI GRECALE, MAZDA CX-3, MERCEDES-BENZ GLC 220 D 4MATIC AVANTGARDE, MINI CLUBMAN COOPER S FINAL EDITION, MITSUBISHI TRITON ATHLETE, MOKE, NISSAN GT-R, PEUGEOT 2008 SUV, PORSCHE CAYENNE, SUBARU FORESTER, SUZUKI SWIFT, TATA SUPER ACE MINT, TOYOTA YARIS CROSS ฯลฯ

ส่วนรถอีวีรุ่นล่าสุด ได้แก่ AION Y PLUS, CHANGAN L07, ORA 07, LOTUS ELETRE R, MG4 ELECTRIC ICON, NETA GT, NEX BEV PICKUP TRUCK DOUBLE CAB, POCCO, TESLA MODEL 3, VOLVO EX30 PURE ELECTRIC, WULING MINI EV ฯลฯ

ผู้จอง / ซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และสินค้าในงาน  มีสิทธิ์ลุ้นชิงรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง NEW MG HS PHEV D / ซื้อบัตร…ชิง NETA V / ซื้อสินค้า…ชิง MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ HONDA รุ่น XL750 TRANSALP 2023 / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถจักรยานยนต์ ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300

บริการพิเศษ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR แพคเกจชมงานแบบวีไอพี เพียง 700 บาท รับสิทธิพิเศษ ที่จอดรถ ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 2 ใบ บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ และซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10 %

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงยานยนต์อีก 2 ประเภท ได้แก่

JOIN BOAT PLATFORM จัดแสดงเรือยอชท์ เรือยนต์ สปีดโบท สกูเตอร์ และธุรกิจทางน้ำ

AVIATION ZONE จัดแสดงอากาศยานประเภทต่างๆ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. นวัตกรรม และเทคโนโลยีการบิน 2. สถาบันฝึกอบรมด้านการบิน 3. งานบริการภาคพื้น และธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ

ส่วนการแสดง และกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ภายในอาคาร มีดังนี้

SKILL DRIVING EXPERIENCE พื้นที่เล่นเกม และทดสอบทักษะการขับขี่

PHOTO SHOOTING จุดถ่ายภาพสวยงาม กับ THEME CONCEPT ของงาน

มุมมอเตอร์สปอร์ท จัดแสดงรถแข่งหลากหลายสไตล์ สามารถถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด

นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค พร้อมเปิดให้ร่วมโหวทรางวัล PEOPLE’S CHOICE AWARD 2023

กิจกรรมภายนอกอาคาร

ลานทดลองขับ พื้นที่ทดลองขับรถรุ่นที่ผู้ชมสนใจ

TEST TRACK FOR AUTOMATED DRIVER ASSIST SYSTEM พื้นที่สำหรับทดลองใช้งานระบบช่วยเหลือ ที่ติดตั้งมากับรถ เช่น ระบบถอยจอดอัตโนมัติ ระบบเบรคอัตโนมัติ ฯลฯ

SPIRIT OF THE 4×4 DRIVING SCHOOL โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ พบกับทีมครูฝึกมากประสบการณ์ ที่จะแนะนำหลักสูตรสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมทั้งมีสนามจำลองสถานการณ์ต่างๆ ให้ทดลองนั่งรถ 4X4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ

ชุมนุมรถสวย ชมรถยนต์รุ่นดัง หลากหลายค่าย จากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ

ชมผลงานจากเยาวชนที่หลากหลาย และร่วมกิจกรรมมากมาย ได้แก่ นิทรรศการศิลปินน้อย MOTOR EXPO, SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR, F1 IN SCHOOLS, HOT WHEELS 2023, มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” โครงการนวัตกรรมยานยนต์

การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 4 เส้นทาง ดังนี้

  1. รังสิต-IMPACT-รังสิต ประตูทางออก G12 ฝั่งร้าน AIS (ถัดจากท่ารถตู้)
  2. หลักสี่-IMPACT-หลักสี่ จุดจอดรถรับ/ส่ง BTS รถไฟฟ้าสายสีเเดง สถานีหลักสี่ EXIT 3 และ EXIT 4
  3. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต MRT สถานี BTS EXIT 2, MRT EXIT 4
  4. หัวลำโพง-IMPACT-หัวลำโพง ลานจอดรถของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

มาสด้า สร้างเซอร์ไพรส์นำ Mazda6 20th Anniversary Edition ฉลองครบรอบ 20 ปี เปิดรับจองสิทธิ์เพียง 100 คัน ในประเทศไทย

0

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่จะประกาศให้ลูกค้าชาวไทยทราบว่า วันนี้ การรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อมาสด้าเตรียมนำเข้ารถยนต์นั่งสปอร์ตซีดานระดับไฮเอนด์ที่ให้ความหรูหราภูมิฐานจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ กับการเผยโฉมครั้งแรกของ Mazda6 20th Anniversary Edition ที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของมาสด้า6 โดยจะนำเข้ามาเพียง 100 คัน เท่านั้น เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยม นักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ผู้บริหารระดับผู้นำสูงสุดขององค์กร โดยจะเริ่มเปิดให้ลูกค้าจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านผู้จำหน่ายทั่วประเทศไทย และมีกำหนดส่งมอบให้กับลูกค้ารายแรกในช่วงเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2567 โดยจะวางราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณการณ์ 2.4 ล้านบาท  พร้อมแพ็กเกจพิเศษเพื่อเอาใจใส่ดูแลลูกค้าแบบพิเศษสุดกับโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service นานสูงสุด 7 ปี และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้า6 เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ไอคอนที่สำคัญของมาสด้า ภายใต้สโลแกน “Zoom-Zoom” โดยนับตั้งแต่ มาสด้า6 เจเนอเรชั่นแรก (หรือที่รู้จักในชื่อ Mazda Atenza ในประเทศญี่ปุ่น) ได้วางจำหน่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2545 ในประเทศญี่ปุ่น ก็เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่เติมเต็มความสุขในการขับขี่ให้กับลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่ามาสด้า6 ผ่านการออกแบบใหม่ทั้งหมดมาแล้วสองครั้ง แต่ยังคงเอกลักษณ์ตัวตนที่ชัดเจนในด้านการส่งมอบความสุขในการขับขี่ ด้วยการนำเสนอคุณค่าในระดับสากลที่รถยนต์สามารถมอบให้ได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมและกลายเป็นรถที่ส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าทั่วโลกมาแล้วกว่า 4 ล้านคัน

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้ามาสด้า และร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของ มาสด้า6 เจเนอเรชั่นแรก เมื่อปี พ.ศ. 2545 เช่นเดียวกับ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และแฟนมาสด้าทั่วโลก ทาง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จึงเตรียมนำรถยนต์ Mazda6 20th Anniversary Edition เข้ามาเปิดตัวแนะนำ เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า เพื่อให้แฟนมาสด้าได้เป็นเจ้าของด้วยความภาคภูมิใจ โดยรถที่จะนำเข้ามานี้เป็นรถโมเดลเดียวกับที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นและผลิตจากโรงงานมาสด้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งยังคงความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้าเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ผสานกับการออกแบบที่มีสไตล์ทำให้เกิดรูปลักษณ์อันสง่างาม พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด จนกลายเป็นรถยนต์ที่ไม่ธรรมดา และให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดประวัติศาสตร์ 20 ปี ของรถยนต์รุ่นนี้

มาสด้ายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่สร้างความรักความผูกพันอันแน่นแฟ้นกับลูกค้า โดยมุ่งเน้นไปที่แก่นแท้ของรถยนต์ นั่นคือ “ความสุขในการขับขี่” หรือ Joy of Driving และมุ่งมั่นที่จะรักษาโลกของเราให้ยังคงสวยงาม ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และสร้างสังคมที่น่าอยู่ เพื่อยกระดับจิตวิญญาณของทุกคน ในโอกาสพิเศษนี้ มาสด้าจึงนำเข้า Mazda6 20th Anniversary Edition ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้าและแฟนๆ มาสด้าในประเทศไทย เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นยานพาหนะคู่ใจของทุกคนในครอบครัว โดยมาสด้าจะเริ่มเปิดให้จองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 และโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ โดยจำกัดจำนวนเพียง 100 คัน เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด รถยนต์นั่งสุดหรู Mazda6 20th Anniversary Edition มาพร้อมแนวคิด “The Ultimate Maturation of Sportiness and Elegance” โดยเป็นรถที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ด้านสมรรถนะในการขับขี่ เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกออกแบบให้มีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ในรูปแบบสปอร์ตซีดาน 4 ประตู โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้าแบบ LED และหลังคาซันรูฟไฟฟ้า มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร เจเนอเรชั่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยี Cylinder Deactivation อัจฉริยะ ที่เปิดตัวแนะนำเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยระบบสามารถคำนวณและลดการทำงานของกระบอกสูบตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงความเร็ว จาก 4 สูบ ให้เหลือเพียง 2 สูบ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่าถึง 14.3 กม./ลิตร* ให้พละกำลังสูงสุด 192 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 223 กม./ชั่วโมง พร้อมเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด และแมนนวลโหมด ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ MRCC แบบ Stop & Go ปรับเพิ่ม-ลดความเร็วตามรถคันหน้าแบบอัตโนมัติจนถึงจุดหยุดนิ่ง

*ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ

ในด้านการออกแบบนั้น Mazda6 20th Anniversary Edition ได้รับการถ่ายทอดภาพลักษณ์ความภูมิฐาน ที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวและความหรูหราสง่างามในรูปแบบสปอร์ตซีดาน ภายในตกแต่งอย่างประณีตด้วยวัสดุคุณภาพสูง ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนัง Faux Suede Leganu® สีแทน พรีเมี่ยมทุกจุดสัมผัส รวมถึงเบาะหนัง Nappa สีแทน ระบบเสียง Bose® คุณภาพพรีเมี่ยม ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense ครบทุกระบบ พร้อมสัญลักษณ์บ่งบอกความพิเศษบริเวณต่างๆ ของตัวรถ ได้แก่ สัญลักษณ์พิเศษครบรอบ 20 ปี ที่พนักพิงศีรษะเบาะคู่หน้า และชุดพรมปูพื้นห้องโดยสาร ป้ายสัญลักษณ์พิเศษครบรอบ 20 ปี ที่ซุ้มล้อหน้าซ้าย-ขวา และกุญแจรีโมทตามสีภายนอก บ่งบอกถึงการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 20 ปี ทำให้รถยนต์รุ่นพิเศษนี้แตกต่างโดดเด่นจากรถรุ่นอื่นอย่างชัดเจน โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยม นักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ผู้บริหารระดับผู้นำสูงสุดขององค์กร แฟนพันธุ์แท้มาสด้า และผู้ที่ชื่นชอบคาแร็กเตอร์ของรถมาสด้า ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างลงตัว

ไม่เพียงเท่านี้ มาสด้ายังได้พัฒนา Mazda6 20th Anniversary Edition ให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกสีตัวถังพิเศษที่เรียกว่า สีแดง Artisan Red Premium และ สีขาว Rhodium White Premium เป็นสีใหม่ที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีการพ่นสีขั้นสูง ประกอบด้วยเกล็ดอลูมินัมที่มีความบางเป็นพิเศษแต่มีหนาแน่นสูง ด้วยเทคโนโลยี Takuminuri โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เป็นสีที่ได้รับการพัฒนาเพื่อถ่ายทอดความงดงามในทุกมุมมองเรียบลื่นราวกับผ้าไหม บ่งบอกถึงความพรีเมี่ยมเหนือระดับ

นอกจากมาสด้าจะนำ Mazda6 20th Anniversary Edition มาแนะนำและเปิดให้จองสิทธิ์ภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 แล้ว มาสด้ายังได้นำยนตรกรรมมาสด้าทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้จับจองเป็นเจ้าของ พร้อมกับเซอร์ไพรส์พิเศษ ด้วยการนำรถ New Mazda2 ในแบบแฮชท์แบ็ค 5 ประตู ที่ตกแต่งด้วยชุดแต่ง Sci-Fi** มาจัดแสดงให้แฟนๆ ได้ยลโฉม โดยเลือกใช้สีภายนอกโทนเข้มและหลังคาสีดำ ที่ตัดกับชุดตกแต่งสีเขียว Lime Green บนชุดสปอยเลอร์หลัง คิ้วตกแต่งกระจังหน้าและกันชนหลัง มาพร้อมชุดสติกเกอร์ Sci-Fi บริเวณกระจังหน้า ชุดครอบกระจกมองข้างและฝาครอบล้อสีดำ ที่มอบความเรียบง่าย สนุกสนาน และเต็มไปด้วยลูกเล่นที่โดดเด่นลงตัว นอกจากนั้นยังนำ New Mazda2 ในแบบซีดาน 4 ประตู ที่ได้รับการเนรมิตโฉมแบบใหม่ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Clap Pop Sedan** ชุดครอบกระจกมองข้าง สีขาว Ceramic Metallic ชุดฝาครอบล้อ สีขาว Ceramic Metallic และหลังคาสีขาว มาจัดแสดงให้เป็นไอเดียให้ลูกค้าที่ชอบความมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใครได้นำไปเป็นแบบอย่างในการแต่งรถอีกหนึ่งรุ่น ที่สำคัญมาสด้ายังมอบข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย อาทิ ลูกค้า 300 ท่านแรก ที่จองขั้นต่ำ 5,000 บาท ภายในงานฯ และออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 รับฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้กับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่ รับ ฟรี บัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท*** รวมถึงมอบข้อเสนอมากมายส่งท้ายปี ไม่ว่าจะเป็น

  • New Mazda2: ดอกเบี้ย 0%1, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 หรือ ดอกเบี้ย 59%3, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 หรือ ดอกเบี้ย 1.39%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2, ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว)5
  • Mazda3 และ Mazda3 Carbon Edition: ดอกเบี้ย 39%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)6 หรือ ดอกเบี้ย 1.39%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • New Mazda CX-3: ดอกเบี้ย 39%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2, ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษารถตามระยะ Mazda Care 5 ปี (รวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และของเหลว)5 หรือ ดอกเบี้ย 1.19%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • Mazda CX-30 และ Mazda CX-30 Carbon Edition: ดอกเบี้ย 0%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 หรือ ดอกเบี้ย 99%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)6
  • Mazda CX-5: ดอกเบี้ย 39%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)6 หรือ ดอกเบี้ย 1.39%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
  • Mazda CX-8: ดอกเบี้ย 39%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2, ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)6 หรือ ดอกเบี้ย 1.49%4, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2

ลูกค้าที่สนใจรถยนต์นั่ง Mazda6 20th Anniversary Edition รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี ที่มีให้ครอบครองเป็นเจ้าของเพียง 100 คัน ในประเทศไทย สามารถยลโฉมคันจริงได้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 – 11 ธันวาคม 2566 นี้ เท่านั้น สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ทุกคัน รับข้อเสนอพิเศษดีๆ เช่นนี้เฉพาะช่วงปลายปี สามารถเข้าชมและจับจองได้ภายในงานฯ หรือที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้านทั่วประเทศ

เอ็มจี เผยโฉม MG CYBERSTER และ IM LS6 ครั้งแรกในอาเซียน พร้อมยกขบวนยนตรกรรมครบทุกรุ่น บุก Motor Expo 2023

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างสีสันช่วงโค้งสุดท้ายของปี ส่งตรง 2 ยนตรกรรมในกลุ่มพรีเมียมอีวีมาจัดแสดงครั้งแรกในไทยและอาเซียนนำโดย MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง และ IM LS6 รถเอสยูวีคูเป้ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Motor Expo 2023 พร้อมทัพยนตรกรรมคุณภาพครบทุกรุ่นทุกรูปแบบด้วยหลากข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์ เอ็มจี ได้ง่ายขึ้น ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A14 อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566 

งาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Thailand International Motor Expo 2023 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญช่วงปลายปีของ เอ็มจี โดยในปีนี้ เอ็มจี ได้นำนวัตกรรมยานยนต์ที่สะท้อนความก้าวล้ำของเทคโนโลยีและงานดีไซน์แห่งโลกอนาคตมาจัดแสดงเป็นยนตรกรรมไฮไลท์ กับครั้งแรกในประเทศไทย และในภูมิภาคอาเซียนของ MG CYBERSTER รถสปอร์ตโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกซึ่งสร้างสรรค์         ให้มีความลงตัวของงานดีไซน์และสมรรถนะอันทรงพลัง รังสรรค์เป็นโรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยประตูปีกนก (Scissor Doors) แบบปุ่มสัมผัสเปิด-ปิด ภายในห้องโดยสารให้ลุคสปอร์ตด้วยการใช้สีแดง Wine-red วัสดุคุณภาพระดับพรีเมียม พร้อมระบบการเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมาย มอบความความรู้สึกแห่งการขับขี่รถสปอร์ตสไตล์ Convertible โดยรุ่นที่ปรากฏตัวภายในงานเป็นรุ่นพวงมาลัยซ้าย มอเตอร์คู่ 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 725 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3.2 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 77 kWh ช่วงล่างด้านหน้าอิสระปีกนกคู่และหลังอิสระมัลติลิงค์ ทั้งนี้ เอ็มจี ได้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถจองสิทธิ์เป็นเจ้าของรถสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้ได้อีกครั้ง ภายใต้แคมเปญ MG CYBERSTER Prestige Reservation โดยสามารถทำการจองผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น* ที่ bit.ly/CYBERSTERPrestige (ไม่รับจองที่ศูนย์บริการทุกสาขา) ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2566 ด้วยเงื่อนไข จอง 10,000 บาท สามารถแลกรับส่วนลดได้ 50,000 บาท

และอีกหนึ่งรุ่นที่สร้างสีสันให้กับบูธของ เอ็มจี ในครั้งนี้ คือ IM LS6 รถเอสยูวีคูเป้ไฟฟ้า อีกแบรนด์ภายใต้การร่วมทุนระหว่าง SAIC Motor กับ Alibaba และ Shanghai Zhangjiang Hi-Tech โดดเด่นด้วยงานออกแบบภายนอกตัวรถภายใต้คอนเซ็ปต์ Gentle Sculpture” ที่พลิ้วไหว และงานออกแบบภายในที่ล้ำสมัย ผนวกกับฟีเจอร์ที่ใช้เทคโนโลยี Ai Cabin ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่จาก SAIC Motor ตอกย้ำให้เห็นถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ใหม่ๆ ของบริษัทแม่ของ เอ็มจี โดย IM LS6 นี้ มีขนาดมิติตัวถังที่ 4.9 เมตร ฐานล้อกว้าง 2.950 เมตร สมรรถนะของรถคันนี้มาพร้อมกับ มอเตอร์คู่ 579 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุดที่ 800 นิวตันเมตร วิ่งในระยะทาง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 3.48 วินาที

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งาน Motor Expo 2023 ครั้งนี้ เอ็มจี มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Evolution is NOW” สะท้อนความแข็งแกร่งในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำที่สร้างแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของสังคมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย รวมถึงความตั้งใจในการยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ครอบคลุมในทุกรูปแบบการขับเคลื่อน ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกสไตล์ของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ในปีนี้ เอ็มจี ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเดินหน้าแผนงานอีวีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (MG EV ECOSYSTEM) ให้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งการสร้างและเปิดโรงงานแบตเตอรี่อีวี HASCO-CP BATTERY SHOP ที่สามารถผลิตแบตเตอรี่ Cell-To-Pack ได้มากกว่า 50,000 แพ็คต่อปี และเป็นแบรนด์แรกๆ ที่เดินสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าด้วยกำลังการผลิตสูงสุดที่ 100,000 คันต่อปี กับความตั้งใจเพื่อเป็น “ฮับอีวี” สำหรับผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแก่ผู้บริโภคภายในประเทศรวมทั้งการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ประเดิมด้วยการผลิตและจัดจำหน่ายโมเดลแรกด้วย NEW MG4 ELECTRIC  ซึ่งเป็นรถแฮทช์แบคพลังงานไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ล่าสุดได้รับการการันตีคุณภาพ ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี 2566 (THAILAND EV OF THE YEAR 2023) โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ซึ่งได้พิจารณาและตัดสินจากคุณสมบัติต่างๆ ของรถยนต์ อาทิ รูปลักษณ์การออกแบบทั้งภายนอกและภายใน สมรรถนะการขับขี่ รวมไปจนถึงความคุ้มค่าคุ้มราคาเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในตลาด เอ็มจี ยังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในเรื่องบริการหลังการขายด้วยการขยายพื้นที่คลังอะไหล่เป็น 25,000 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บอะไหล่รถยนต์เอ็มจีให้เพียงพอและลดระยะเวลารอคอยอะไหล่ให้สั้นลง ด้วยระบบ TRACK & TRACE ช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถติดตามอะไหล่ วางแผนการซ่อมและส่งมอบรถที่พร้อมใช้งานให้กับลูกค้าได้เร็วขึ้น

พร้อมกันนี้ เอ็มจี ยังได้จัดเตรียมข้อเสนอสุดพิเศษให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพแบรนด์ เอ็มจี ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกดาวน์เริ่มต้น 8% หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี ในทุกรุ่นทุกรูปแบบการขับเคลื่อน ทั้งยังมีข้อเสนอสุดคุ้มเพิ่มเติม สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2566 และรับรถยนต์กับผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีอย่างเป็นทางการทุกแห่งทั่วประเทศภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ไม่ว่าจะเป็น

กลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

  • รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ในทุกรุ่น และพิเศษเฉพาะรุ่น NEW MG MAXUS9 รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี MG Home Charger พร้อมค่าติดตั้งทุกรุ่น
  • NEW MG4 ELECTRIC ราคาพิเศษ เริ่มต้นที่ 769,000 บาท และ NEW MG ZS EV เริ่มต้นที่ 859,000 บาท
  • พิเศษสำหรับ NEW MG EP Plus และ NEW MG ES ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 2 ปี
  • สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถไฟฟ้า ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม สามารถชาร์จไฟที่ MG SUPER CHARGE ทั้ง 146 แห่งทั่วประเทศไทย โดยเอ็มจีจ่ายคืนให้เท่ากับที่ยอดเติม 100%

กลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก และรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน

  • ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ราคาพิเศษสำหรับ NEW MG ZS เริ่มต้นที่ 629,000 บาท NEW MG VS HEV เริ่มต้นที่ 739,000 บาท และ NEW MG HS รุ่น D สี SCARLET RED ราคาพิเศษ 899,000 บาท
  • พิเศษ กับ Trade in Campaign เปลี่ยนรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้เป็น NEW MG5 คันใหม่ รับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท* ในทุกรุ่นย่อย ยกเว้น MG5 10th Anniversary Special Edition

*หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

พบกับยนตรกรรมคุณภาพครบทุกรุ่นทุกรูปแบบของ เอ็มจี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2023 ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A14 อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566 รวมทั้งที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ หรือคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ bit.ly/47GZ5L6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

ไทยยามาฮ่าเข้าร่วมมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 พร้อมเปิดราคา All New YAMAHA PG-1 สุดโดนใจ

0

มร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายขาย บริการ และอะไหล่ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับนายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สื่อสากล จำกัด และรองประธานจัดงาน นางวราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด ในพิธีเปิดบูธ YAMAHA Rev Up For Your Style อย่างเป็นทางการ โดยในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 ยามาฮ่าขนทัพรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์ และบิ๊กไบค์มาร่วมจัดแสดงพร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ พร้อมกับการเปิดตัว All New YAMAHA PG-1 อย่างเป็นทางการด้วยราคาแนะนำที่ 64,900 บาท

นอกจากนี้ภายในงาน ยามาฮ่ายังจัดบูธ YAMAHA MARINE ยานยนต์ทางน้ำ เครื่องยนต์ติดท้ายเรือ พร้อมทั้งเฮลิคอปเตอร์ทางการเกษตร YAMAHA FAZER R มาร่วมโชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยี ในบริเวณ Join Boat Platform อีกด้วย

สำหรับงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (The 40th Thailand International Motor Expo 2023) จัดแสดงระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 พบกับโปรโมชันสุดพิเศษได้ที่บูธ YAMAHA Rev Up For Your Style ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เปอโยต์ ประเทศไทย เปิดตัว ‘The New Peugeot 408 GT’ ยนตรกรรม Fastback ใหม่ล่าสุด กับราคาสุดเร้าใจ ภายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40

0

เปอโยต์ ประเทศไทย ผู้จำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เต็มเติมความเร้าใจภายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ด้วยการจัดแสดงยนตกรรมรุ่นใหม่ ‘The New Peugeot 408 GT’ มนต์เสน่ห์แห่งการดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Language of Attraction’ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้จองสิทธิ์การเป็นเจ้าของ ขณะที่เอสยูวี 3 รุ่นพิเศษ ทั้ง 2008, 3008 และ 5008 แบบ 7 ที่นั่ง มาพร้อมชื่อใหม่ ‘เดอ นูโว’ (De Nouveau) ที่สำคัญ มาพร้อมราคาสุดเร้าใจ ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น เฉพาะในงานเท่านั้น

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เปอโยต์ ประเทศไทย ร่วมสร้างความตื่นตาตื่นใจในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ด้วยการจัดแสดง ‘The New Peugeot 408 GT’ มนต์เสน่ห์แห่งการดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Language of Attraction’ พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจได้จองสิทธิ์ก่อนใคร สมทบด้วยยนตรกรรม 3 รุ่นพิเศษ ที่ปรับราคาสุดเร้าใจ เฉพาะในงานนี้ อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจ ให้แวะมาชมกันที่บูธของเราครับ”

++ ‘The New Peugeot 408 GT’ มนต์เสน่ห์แห่งการดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส

The New Peugeot 408 GT คือ มนต์เสน่ห์แห่งการดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Language of Attraction’ รูปลักษณ์สไตล์ฟาสแบ็ค (Fastback) นับเป็นรถซีดานที่ให้อารมณ์การขับแบบสปอร์ต ผสานเดย์ไทม์รันนิงไลท์ทรงเขี้ยวสิงห์ พร้อมกระจังหน้าแบบไร้กรอบ ด้านหลังติดตั้งไฟท้ายกรงเล็บสิงห์ 3 ขีด พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ช่วงล่างระยะห่างจากพื้นถนนมากขึ้น แต่ยังคงความโฉบเฉี่ยวของตัวถัง เป็นรถที่ดูสวยแบบแฮตช์แบ็ค แต่ให้ความสะดวกสบายแบบเอสยูวี

++ ห้องโดยสาร ‘Peugeot i-Cockpit’ เจเนอเรชั่นล่าสุด ผสานขุมพลังเทอร์โบ

ห้องโดยสารล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี ‘Peugeot i-Cockpit’ เจเนอเรชั่นล่าสุด เบาะหนังแท้ ‘Nappa’ ติดตั้งมาตรวัด 3 มิติ ขนาด 10 นิ้ว บริเวณด้านหน้าผู้ขับ ขณะที่กลางแดชบอร์ดติดตั้งทัชสกรีนอเนกประสงค์ขนาด 10 นิ้ว เอียงเข้าหาผู้ขับเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด พร้อมระบบนำทาง รองรับ Apple Car Play และ Android Auto และเพิ่มความสุนทรีย์ด้วยชุดเครื่องเสียงสุดหรูจากฝรั่งเศส ‘FOCAL Hi–Fi’ ลำโพง 10 ตำแหน่ง ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 1.6 ลิตร 218 แรงม้า (HP) แรงบิด 300 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้า ผ่านเกียร์อัตโนมัติ ‘e-EAT8’ 8 จังหวะ

พร้อมรับจองสิทธิ์เป็นเจ้าของก่อนใครในงาน Motor Expo จะได้รับของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นที่พักโรงแรม InterContinental Hua-Hin 2 วัน 1 คืน มูลค่า 18,000 บาท และหูฟัง Focal Listen Wireless Headphone มูลค่า 11,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาท

นอกจากนั้นก็มีเอสยูวี 3 รุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ ‘เดอ นูโว’ (De Nouveau) มาพร้อมราคาสุดคุ้มเฉพาะในงาน

Peugeot 2008 De Nouveau ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท

Peugeot 3008 De Nouveau ราคาเริ่มต้น 1,489,000 บาท

Peugeot 5008 De Nouveau ราคาเริ่มต้น 1,589,000 บาท

ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม ‘Peugeot Care’ ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร, การรับประกันสินค้า 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 3 ปี ตลอด 24 ชั่วโมงไม่จำกัดระยะทาง

สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งยนตรกรรมที่ขายดีที่สุดในฝรั่งเศส ที่มาพร้อมดีไซน์และสมรรถนะอันโดดเด่น ได้ที่บูธ เปอโยต์ ประเทศไทย (B08) ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 1-11 ธันวาคม 2566 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สอบถามข้อมูลติดต่อ เปอโยต์ ประเทศไทย
Call Center โทร. 1488
LINE: @peugeotthailand
FACEBOOK: Peugeot Thailand
www.peugeot.co.th

จี๊ป ประเทศไทย เผยโฉม ‘ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี โฟว์ บาย อี ปลั๊ก-อินไฮบริด’ จัดแสดงพร้อมรับจองสิทธิ์ ภายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40

0
All-new 2022 Jeep® Grand Cherokee Summit Reserve

จี๊ป ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัว ‘ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟว์ บาย อี ปลั๊ก-อินไฮบริด’ (All-new Grand Cherokee Summit Reserve 4xe Plug-in Hybrid) โฉมใหม่ของพรีเมียมเอสยูวีอเนกประสงค์ ที่ทำตลาดโลกมานานกว่า 30 ปี ได้รับการยกย่องให้เป็นเอสยูวีที่ได้รับรางวัลเป็นจำนวนมากที่สุด (The Most Awarded SUV Ever) อาทิ เอสยูวีขนาดกลางยอดเยี่ยมประจำปี 2566 จากสมาคมสื่อมวลชนสายยานยนต์ของ New England (2023 NEMPA Best in Class Mid-Size SUV), ยนตรกรรมที่มีความปลอดภัยมากสุดประจำปี 2566 จาก Insurance Institute for Highway Safety (2023 IIHS TOP SAFETY PICK+), ยนตรกรรมยอดนิยมแห่งชาติ 20 ปีซ้อน (Most Patriotic Brand for 20 Consucutive Years) รวมถึงรางวัล 2022 Best Two-Row SUV, 2022 IntelliChoice Best Overall Value Winner, 2022 IntelliChoice Lowest Cost of Ownership Winner และ 2022 IntelliChoice Multiple Smart Choice Winner ทันสมัยด้วยการใช้ขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด ครองใจผู้ชื่นชอบยนตรกรรมพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกันอย่างต่อเนื่อง

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จี๊ป เป็นยนตรกรรมพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน ภายใต้สเตลแลนทิส (STELLANTIS) กลุ่มธุรกิจซึ่งเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก โดย จี๊ป ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์ระดับไอคอน กับประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 83 ปี สะท้อนความอิสระเสรีแบบอเมริกัน และเคยมีส่วนร่วมในหลายเหตุการณ์สำคัญของโลก ซึ่งทางบริษัทฯ มีความภูมิใจที่จะนำเสนอรถยนต์ จี๊ป รุ่นใหม่ ‘ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟว์ บาย อี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด’ ให้ลูกค้าในประเทศไทยได้สัมผัส พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-11 ธันวาคมนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีกำหนดส่งมอบรถยนต์ช่วงต้นไตรมาสที่สอง ปี 2567”

++ งามสง่าเหนือระดับ ประทับใจทุกมุมมอง

ออล-นิว จี๊ป แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟร์ บาย อี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด มาพร้อมรูปลักษณ์ ที่ผ่านการออกแบบใหม่ ให้ความงามสง่า หรูหรา และโดดเด่น กับสีสันแบบทูโทน หลังคาสีดำเงาตัดกันกับสีรถอย่างลงตัว กระจังหน้าแบบ 7 ช่อง ตกแต่งด้วยโครเมียม เอกลักษณ์ของรถยนต์ จี๊ป ติดตั้งไฟหน้าอัตโนมัติแบบแอลอีดี โลโก้สัญลักษณ์รอบคันล้อมกรอบด้วยสีฟ้า บ่งบอกถึงการเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า ปิดท้ายความอลังการด้วยท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว

++ ขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด ทันสมัย ใช้เชื้อเพลิงคุ้มค่า

ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ กับขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริดอันทันสมัย เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 2.0 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ทำได้ 381 แรงม้า (HP) แรงบิด 637 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน ได้เป็นระยะทางสูงสุด 37 กิโลเมตร

++ พิชิตทุกเส้นทาง ด้วยระบบช่วงล่าง ‘QUADRA-LIFT’

‘ออล-นิว จี๊ป แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟร์ บาย อี ปลั๊ก-อินไฮบริด’ พร้อมนำผู้โดยสารสู่จุดหมายอย่างสะดวกสบายในทุกสภาพเส้นทาง ด้วยระบบช่วงล่างถุงลม ‘คอดดร้า ลิฟท์’ (Quadra Lift) และ Semi-active damping ปรับความสูงอัตโนมัติ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ‘คอดดร้า แทรก ทู’ (Quadra Trac II), ‘ซีเล็ก-เทอร์เรน’ (Selec-terrain) ที่มากับ 5 โหมดการขับ คือ Auto, Snow, Sand, Mud และ Rock รวมถึงระบบเฟืองท้ายขับเคลื่อนล้อหลังแบบไฟฟ้า (Electronic Limited Slip Differential Rear Axle) พร้อมสำหรับการผจญภัยในแบบออฟ-โรด อุ่นใจไปกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และหัวเข่า ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติจนถึงหยุดนิ่ง ระบบเบรกไฟฟ้า ‘โฮล แอน โก’ (hold ‘n go) กล้องแสดงมุมมองด้านหน้าและรอบคัน พร้อมโหมดแสดงภาพในที่มืด (Night Vision) และกระจกมองหลังดิจิทัล ปรับลดแสงอัตโนมัติ

++ นวัตกรรมล้ำสมัย หรูหราที่สุดในรถยนต์กลุ่มเดียวกัน

นับเป็นยนตรกรรมที่มาพร้อมนวัตกรรมอันทันสมัย กระจกรอบคันแบบพิเศษ ช่วยลดเสียงรบกวน ด้านหน้าผู้ขับติดตั้งจอแสดงผลอเนกประสงค์แบบทีเอฟที (TFT-Thin Film Transistor) ขนาด 10.25 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD พร้อมระบบเฮด-อัพดิสเพลย์ แสดงข้อมูลบนกระจกหน้า ขณะที่บริเวณกลางแดชบอร์ดเป็นทัชสกรีนขนาด 10.1 นิ้ว ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ ‘Uconnect 5’ รองรับ Android Auto และ Apple Car Play พร้อมเพลิดเพลินกับ ‘McIntosh’ เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ 19 ลำโพง นอกจากนั้นยังได้รับการยกย่องให้เป็นห้องโดยสารที่หรูหรามากสุด เทียบกับรถยนต์กลุ่มเดียวกัน เพราะผ่านการตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม เบาะคู่หน้าหุ้มหนังแท้ Fine Grain คุณภาพสูง ‘ปาแลร์โม นับปา’ (Palermo Nappa) ปรับทิศทางด้วยไฟฟ้า 12 ตำแหน่ง พร้อมระบบระบายอากาศและฟังก์ชันนวดแผ่นหลัง ตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยลายไม้วอลนัต พาโนรามิกซันรูฟ 2 ส่วน (Dual-Pane Panoramic Sunroof) ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย พร้อมระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน

ปัจจุบัน จี๊ป ประเทศไทย มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทั้งหมด 5 แห่ง และอีก 1 สตูดิโอ พร้อมบริการลูกค้าและผู้สนใจรถ จี๊ป ได้แก่ โชว์รูมสุขุมวิท, วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์, สตูดิโอจัดแสดงรถที่จังหวัดภูเก็ต โดยไลอ้อน ออโตโมบิล, โชว์รูมพัทยา โดยสเตลล่า มอเตอร์, โชว์รูมนิมิตใหม่ โดยพีแอนด์เอส จี๊ป และโชว์รูมเชียงใหม่ โดยเชียงใหม่ ออโต้ ซึ่งเป็นโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรแห่งล่าสุด ที่เพิ่งเปิดให้บริการ ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

พิเศษ สำหรับผู้ที่จองสิทธิ์ตั้งแต่วันนี้ ถึง 11 ธันวาคม รับบัตรกำนัลห้องพัก 3 วัน 2 คืน ณ อินเตอร์ คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และลำโพง Wireless Loudspeaker จาก McIntosh รวมมูลค่ากว่า 90,000 บาท*

ยิ่งไปกว่านั้น ก็สมทบด้วย 2 ยนตรกรรมพันธุ์แกร่ง ที่ได้รับฉายา ‘ราชา-ออฟโรด’ กับ แรงเลอร์ รูบิคอน (Wrangler Rubicon) และ กลาดิเอเตอร์ รูบิคอน (Gladiator Rubicon) มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และอุุปกรณ์ตกแต่ง Mopar แท้ มูลค่าสูงสุด 200,000 บาท*

ออล-นิว จี๊ป แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟร์ บาย อี ปลั๊ก-อินไฮบริด ราคาประมาณการไม่เกิน 5,500,000 บาท

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ จี๊ป ประเทศไทย

โทร. ‘1488 ALWAYS CONNECTED’
LINE: @jeepthailand
FACEBOOK: JeepThailand
WEBSITE: www.jeep.co.th

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด