Home Blog Page 193

ฮอนด้า จัดแสดงยนตรกรรมทุกไลน์อัป ในงาน Motor Expo 2023 นำโดยไลน์อัป e:HEV และไลน์อัป SUV จัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% พร้อมมอบ Honda Exclusive Care

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผู้นำตลาด xEV และ SUV ยกทัพยนตรกรรมแบบจัดเต็มในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 นำโดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ พร้อมด้วยยนตรกรรมหลากหลายรุ่นในไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV อีกทั้งยนตรกรรมไลน์อัป SUV นำโดย ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่  และยนตรกรรมไลน์อัปเทอร์โบ ณ บูทฮอนด้า (A15) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 – 11 ธันวาคม 2566 โดยจัดเต็มข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งแคมเปญ “โปรแรงฮอนด้าส่งท้ายปี” ด้วยดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือดาวน์ 0% หรือฮอนด้าช่วยผ่อนนาน 12 เดือน พร้อม Honda Exclusive Care สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 หรือทางเลือกพิเศษ Double Smile Plus ดาวน์น้อยเริ่มต้นเพียง 5% ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 5,367 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 รวมถึงแคมเปญ “Honda Double Happy, Double Lucky ซื้อรถฮอนด้าวันนี้ แฮปปี้คูณสอง” โปรใหญ่ส่งท้ายปีให้ลูกค้ามีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลถึงสองต่อ รวมทั้งสิ้น 3,030 รางวัล มูลค่ากว่า 52 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 ลูกค้าที่สนใจสามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันนี้ได้ที่งาน Motor Expo 2023 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

พิเศษ ในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2566  เวลา 16.30 – 17.30 น. เอาใจชาวด้อมคุณหนูกับกิจกรรม One Moment with Gemini – Fourth” กับ 2 นักแสดงหนุ่มสุดฮอต “เจมีไนน์ – นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์” และ “โฟร์ท – ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล” พร้อมร่วมกิจกรรมทายใจ เจมีไนน์ – โฟร์ท เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่บูทฮอนด้า

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้าขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนรถยนต์กลุ่ม e:HEV ของฮอนด้า ซึ่งทำให้ฮอนด้าสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาด xEV ในไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นและเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ไลน์อัป e:HEV ในหลากหลายเซกเมนต์ เพื่อให้เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบันและชีวิตประจำวันของลูกค้า เพื่อมอบอิสระในการขับขี่ได้อย่างไร้กังวล ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น จากการผสานพลังขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้า โดยรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่นของฮอนด้า ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING อีกด้วย ซึ่งนับเป็นไฮไลต์ที่สำคัญของบูทฮอนด้าในปีนี้ และเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายขึ้น จึงมาพร้อมโปรแรงส่งท้ายปี ดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ (Honda Exclusive Care) เพื่อดูแลลูกค้าให้ใช้งานได้อย่างอุ่นใจ”

สำหรับยนตรกรรมไฮไลต์ที่จัดแสดงภายในงาน ได้แก่

ยนตรกรรมไลน์อัป e:HEV นำโดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ สปอร์ตพรีเมียมแฟลกชิปซีดาน โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตสะท้อนความหรูหราทั้งภายนอกและภายใน สมรรถนะการขับขี่ทรงพลังด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ตอบสนองทันใจด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ในระบบเกียร์ E-CVT ที่ให้แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ มอบพลังการขับเคลื่อนที่ไร้กังวลในทุกเส้นทาง และประหยัดน้ำมันสูงถึง 25 กม./ลิตร มั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานอันล้ำสมัย* อาทิ Google built-in ปุ่ม Experience Selection Dial ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) สวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Switch) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงอารมณ์การขับขี่ด้วยไฟฟ้า โดยมีการเพิ่ม Charge Mode เข้ามาเป็นครั้งแรกในแอคคอร์ด อีกทั้งมั่นใจด้วยหลากหลายเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่น ๆ* อาทิ ถุงลม 8 ตำแหน่งในทุกรุ่นย่อย ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด เป็นต้น มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ด้วยราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ*** อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ พร้อม “ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ (Honda Exclusive Care)” เมื่อจองและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 หรือทางเลือก ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส** ดาวน์เริ่มต้นน้อย ผ่อนต่อเดือนต่ำ เมื่อจองและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 พร้อมรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อนำรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้า รับเพิ่ม บัตรน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท เมื่อจองและรับรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

 

ยนตรกรรมไลน์อัป SUV นำโดย ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวี โดยล่าสุดได้รับรางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 (Thailand Car of The Year 2023) จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ตอกย้ำความเชื่อมั่นในความเป็นเอสยูวีที่ยอดเยี่ยมในทุกมิติและเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตพรีเมียม แข็งแกร่งในทุกมิติ มาพร้อม 2 ทางเลือกของขุมพลังการขับเคลื่อน ได้แก่ ระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร มอบอัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดถึง 20.8 กม./ลิตร (รุ่น e:HEV ES) และขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Direct Injection DOHC VTEC TURBO มอบกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) และมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 14.3 กม./ลิตร* (รุ่น E) และรองรับน้ำมัน E85 มีให้เลือกทั้งแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ (Real Time(TM) AWD with E-DPS) ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายพร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์กับเบาะโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง มั่นใจทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ในทุกรุ่นย่อย พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับพรีเมียม* มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ*** อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ พร้อม “ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ (Honda Exclusive Care)” สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 หรือทางเลือก ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส** ดาวน์เริ่มต้นน้อย ผ่อนต่อเดือนต่ำ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 พร้อมรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรุ่นย่อย e:HEV

ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบ Outdoor ในโซนจัดแสดงกลุ่ม SUV ยังได้นำเรือเล็ก Jonny Boats  Bass 100 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ติดท้ายเรือชนิด Outboard ของ Honda Marine รุ่น BF2.3 HP ที่ทาง บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ร่วมพัฒนาภายใต้แบรนด์ Honda Marine มาจัดแสดงเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสยนตรกรรม โดยเรือที่นำมาจัดแสดงเป็นสี Blue Gray พร้อมที่นั่งในเรือคายัค และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ

นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มด้วยทัพยนตรกรรมในหลากหลายเซกเมนต์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกเป็นเจ้าของได้ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ*** ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% หรือดาวน์ 0% หรือฮอนด้าช่วยผ่อนนาน 12 เดือน พร้อม “ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์ (Honda Exclusive Care)” สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 หรือทางเลือก ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส** ดาวน์เริ่มต้นน้อย ผ่อนต่อเดือนต่ำ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 พร้อมรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับไลน์อัป e:HEV นำโดย

  • ไลน์อัปยนตรกรรมฟูลไฮบริด e:HEV ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ฮอนด้า ซีวิค ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี
  • ไลน์อัปยนตรกรรมเทอร์โบ ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก และฮอนด้า ซีวิค
  • พร้อมด้วยยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่หลากหลาย นำโดย ฮอนด้า
    บีอาร์-วี และฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า (A15) ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 หรือ Thailand International Motor Expo 2023 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 – 11 ธันวาคม 2566 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษที่แตกต่างกันสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันทั้งภายในงานฯ และ โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร
0 2341 7777

อีกทั้งสามารถลงทะเบียนทดลองขับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ในแคมเปญ Happy Day Happy Drive ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2566 – 31 ธันวาคม 2566 ผ่าน www.honda.co.th/testdrive ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ รับฟรี! กระเป๋าอเนกประสงค์ (Honda Utility Bag ) มูลค่า 280 บาท***

“CHANGAN” สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ เขย่าตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวแบรนด์ภายใต้แนวคิด ‘TOUCH THE FUTURE’

0
Deepal ภาพเปิด

CHANGAN บุกตลาดยานยนต์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ เปิดตัวสองรุ่นแรกจาก Deepal – L07 และ S07 เสริมความสำเร็จของกลยุทธ์ระดับโลก Mission of Shangri-La Dubhe Plan และ Vast Ocean Plan. พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้พร้อมข้อเสนอพิเศษ สำหรับผู้จองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 15:15 น. ถึง 29 พ.ย. 2566 เวลา 11:59 น.

Changan Automobile ก้าวเข้าสู่วงการยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยิ่งใหญ่ จัดงานแถลงข่าว ‘Touch the Future’ – the 2023 Changan Southeast Asia press conference ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยภายในงานยังมีการเผยโฉม Deepal L07 และ Deepal S07 รถยนต์ไฟฟ้าสองรุ่นแรกที่ CHANGAN เตรียมส่งเข้ามาเขย่าวงการยานยนต์ไฟฟ้าไทย งานแถลงข่าวในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ CHANGAN สำหรับเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ยานยนต์ไทย รวมถึงเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ CHANGAN ที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระดับสากล สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘Build a World-Class Auto Brand’

Deepal 1

Changan Automobile ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ ยืนหยัดในฐานะผู้เล่นสำคัญบนเวทียานยนต์ระดับโลกด้วยความโดดเด่นด้านความเปิดกว้าง ความครอบคลุม และความทุ่มเทเพื่อก้าวไปสู่โลกยุคโลกาภิวัฒน์ โดยมี 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ Mission of Shangri-La Dubhe Plan และ Vast Ocean Plan เป็นหัวใจสำคัญ โดยกลยุทธ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงความทุ่มเทของ CHANGAN ในการคิดค้นนวัตกรรมและการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล ดังที่เห็นได้จากตัวเลขการลงทุนของบริษัทเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยี การเฟ้นหาบุคลากรทางเทคนิคที่มีคุณภาพ การพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนการส่งเสริมเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน

CHANGAN ตระหนักถึงศักยภาพของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทย และมุ่งมั่นที่จะสร้างประเทศไทยเป็นหมุดหมายแรกของแผน Vast Ocean Plan พร้อมเป้าหมายระยะยาวที่จะขยายอิทธิพลไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก วิสัยทัศน์ของ CHANGAN ครอบคลุมตั้งแต่การส่งมอบประสบการณ์ยานยนต์อัจฉริยะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย ตลอดจนการบริการอันยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้งานไปพร้อม ๆ กับการเดินหน้าสร้างสรรค์นิยามใหม่แก่ภูมิทัศน์ยานยนต์โลก

นาย จู ฮว๋าหรง ประธานบริษัท Changan Automobile กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “CHANGAN ตระหนักถึงความรวดเร็วของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเราที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ CHANGAN จึงมีความตั้งใจที่จะนำเสนอเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและบริการคุณภาพสูงของเราสู่ตลาดยานยนต์ไทย โดยดำเนินการเป็นก้าวแรกของแผน Vast Ocean Plan และคาดการณ์ว่าจะสามารถแผ่ขยายไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลกในอนาคต

Deepal 2

นอกจากนี้ CHANGAN ยังมุ่งหวังที่จะเป็นสะพานในการเชื่อมต่อระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย ผ่านการยกระดับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างรากฐานนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน เราคาดหวังว่าจะสามารถสัมผัสโลกอนาคตและสร้างวันพรุ่งนี้ที่ดียิ่งขึ้นได้ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรจากประเทศไทยในครั้งนี้”

เพื่อสร้างความตื่นเต้นยิ่งขึ้นให้กับการบุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยในครั้งนี้ Changan Automobile ได้เผยโฉมยานยนต์ไฟฟ้า 100% สองรุ่นแรก Deepal L07 และ Deepal S07 ภายในงาน พร้อมนำเสนอการออกแบบและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้ผู้ร่วมงานได้รับชมก่อนการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ที่จะถึงนี้ โดยรถยนต์สองรุ่นแรกที่ CHANGAN จะนำเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นรถยนต์ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า EPA1 ที่ CHANGAN ออกแบบเพื่อแบรนด์ Deepal โดยเฉพาะ รับประกันประสิทธิภาพเหนือชั้นทั้งด้านความปลอดภัย ประสบการณ์การใช้งาน และระบบอัจฉริยะ เตรียมพร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะ CHANGAN เข้าใจทั้งความต้องการและปัญหา และมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

“ที่ CHANGAN Design ปรัชญาการออกแบบของเรามุ่งเน้นให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นหลักและคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ รวมทั้งให้ความสำคัญกับความเข้าใจของผู้ใช้งานและเชื่อมโยงเข้ากับความต้องการที่แท้จริง แล้วจึงยกระดับเทคโนโลยีและเครื่องมืออัจฉริยะเพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดย Deepal มุ่งมั่นที่จะผสมผสานระหว่างความเป็นมนุษย์ ธรรมชาติ และเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว แสดงให้เห็นถึงปรัชญาด้านการออกแบบอันน่าหลงใหลที่ CHANGAN ใช้ชื่อว่า Symbiotic Aesthetics” นาย เคลาส์ ซิซิโอรา รองประธานบริหาร Changan Automobile กล่าว
Changan Automobile รวบรวมแรงบันดาลใจในการดีไซน์จากเทรนด์การออกแบบที่เป็นที่นิยม ตลอดจนเฟ้นหาบุคลากรที่มีความสามารถด้านการออกแบบกว่า 600 ชีวิตจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อสร้างทีมออกแบบชั้นนำในระดับนานาชาติ พร้อมจัดตั้งศูนย์การออกแบบถึง 4 แห่ง ได้แก่ เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ประเทศอิตาลี ประเทศญี่ปุ่น และ สหราชอาณาจักร

Deepal L07 ฟาสต์แบ็คไฟฟ้าคันแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ CHANGAN ได้รับรางวัล Red Dot Award 2023 Product Design Award (ชื่อที่ได้รับรางวัล: SL03) โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกและภายในที่พิถีพิถันจากการรังสรรค์ของทีมดีไซน์ระดับโลก พร้อมกันนี้ CHANGAN ยังนำเสนอ Deepal S07 รถยนต์ SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่งที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ผ่านการผสมผสานเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัยเข้ากับการออกแบบที่เรียบหรู

นอกจากการเปิดตัวรถยนต์จากแบรนด์ Deepal แล้ว ภายในงานยังมีนิทรรศการยานยนต์จากแบรนด์ NEV อัจฉริยะอีกสองแบรนด์ ได้แก่ AVATR – ‘เพื่อนร่วมทางอัจฉริยะที่เข้าใจผู้ขับขี่’ ขนทัพยานยนต์ระดับเรือธง ‘AVATR 11’ และ ‘AVATR 12’ มานำเสนอความสามารถด้านการขับขี่อัจฉริยะและการโต้ตอบกับผู้ใช้งานที่เหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม และ NEVO แบรนด์คลาสสิกใหม่สำหรับตลาดรถยนต์แมสในอนาคต พัฒนาขึ้นตามความก้าวหน้าของโลกดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะโดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับชีวิตผู้ใช้งาน นำเสนอรถยนต์ถึงสามรุ่น ได้แก่ A05 A07 และ Q05

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำวัฒนธรรมยานยนต์และส่งเสริมคุณภาพชีวิตมนุษย์ Changan Automobile ทุ่มเทให้กับการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคชาวไทย พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น

CHANGAN เตรียมพร้อมก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนภูมิทัศน์ยานยนต์ไทย ด้วยการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของรถยนต์ไฟฟ้า Deepal L07 และ Deepal S07 ผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญดังกล่าวของ CHANGAN ได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566
Deepal L07 และ Deepal S07 เปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้พร้อมข้อเสนอพิเศษ สำหรับผู้จองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 15:15 น. ถึง 29 พ.ย. 2566 เวลา 11:59 น. รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษสูงสุด 0.5%* พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรี 2 ปี* ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.changan.co.th/th/
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่ระบุไว้สำหรับการจองส่วงหน้าในวันที่ 27 พ.ย. 2566
** เงื่อนไขเป็นไปตานที่บริษัทกำหนด

#TouchtheFuture #CHANGAN #CHANGANTHAILAND #EVcar #DeepalS07 #DeepalL07

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศราคารุ่นย่อยออล-นิว ไทรทัน ที่สายแต่งรอคอย ไทรทัน ตัวเตี้ย เริ่มต้นที่ 565,000 บาท ตอนครึ่ง ยกสูง 740,000 บาท

0
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ภาพเปิด

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคารถกระบะไทรทันใหม่ ในรุ่นตัวเตี้ยครบทั้งไลน์อัพ ทั้งรุ่น “ดับเบิ้ล แค็บ” สี่ประตู รุ่นตอนครึ่ง “เมกะ แค็บ” และรุ่นตอนเดียว “ซิงเกิ้ล แค็บ” รวมถึงรุ่นตอนครึ่ง ยกสูง “เมกะ แค็บ พลัส” โดยรถกระบะออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะ แค็บ พลัส (All-New Mitsubishi Triton Mega Cab Plus) และ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ซิงเกิ้ล แค็บ โปร ตัวเตี้ย (All-New Mitsubishi Triton Single Cab Low Rider Pro) มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่สุดแกร่ง “ไฮเปอร์พาวเวอร์” (Hyper Power) 2.4 ลิตร มอบพละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ขณะที่ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ตัวเตี้ย รุ่นอื่นๆ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่อันทรงพลัง “โฟร์-เอ็น-วัน-ซิกส์” (4N16) 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 2

ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ที่แรงขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม ประกอบกับแชสซีส์ใหม่ “เมกาเฟรม” (Mega Frame) ที่ใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งทนทานกว่า ทว่าน้ำหนักเบา พร้อมช่วงล่างใหม่ที่จัดได้ว่าดีที่สุดในรถรุ่นเดียวกัน ทำให้ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ให้สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลบนทุกสภาพถนน เกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในทางตรงทางโค้ง ควบคุมได้อย่างคล่องตัวแม้ในขณะที่บรรทุกของหนัก โดยมีพื้นที่กระบะท้ายสำหรับการบรรทุกมากขึ้น อาทิ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ซิงเกิ้ล แค็บ ตอนเดียว ทุกรุ่น สามารถบรรจุตะกร้าสินค้าเกษตรขนาดมาตรฐาน หรือตะกร้าผลไม้ ได้มากถึง 13 ใบ ในการจัดเรียง 1 ชั้น ซึ่งเป็นขนาดกระบะท้ายที่ใหญ่ที่สุดในบรรดารถปิคอัพในไทย ขณะที่ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นเมกะ แค็บ ตอนครึ่ง สามารถรองรับตะกร้าสินค้าเกษตรได้มากถึง 9 ใบ ในการจัดเรียง 1 ชั้น นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ออกแบบออล-นิว ไทรทัน ทุกรุ่นขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ความเป็นรถปิกอัพส่วนตัวสำหรับคนยุคใหม่ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์ โดยเน้นที่ความสะดวกสบายหรูหราของห้องโดยสาร พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครัน อาทิ หน้าจอสัมผัส ขนาด 10 นิ้ว ที่รองรับได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto เป็นต้น

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 3

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส พร้อมส่งมอบรถล็อตแรกที่ประกาศราคาในครั้งนี้ ในช่วงปักษ์แรกของเดือนธันวาคม 2566 โดยรถกระบะไทรทันใหม่ มีจุดเด่น และราคาจำหน่ายที่คุณสัมผัสได้แบบสุดคุ้ม ดังนี้:
– ออล-นิว ไทรทัน ซิงเกิ้ล แค็บ ตัวเตี้ย (All-New Mitsubishi Triton Single Cab Low Rider) มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นโปร (Pro) รุ่นแอคทีฟ (Active) และรุ่นแอคทีฟ เฉพาะแค็บและแชสซีส์ (Active with only cab & chassis) วางจำหน่ายที่ราคาเริ่มต้น 565,000 บาท
– ออล-นิว ไทรทัน เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย (All-New Mitsubishi Triton Mega Cab Low Rider) มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นโปร (Pro) และรุ่นแอคทีฟ (Active) วางจำหน่ายที่ราคาเริ่มต้น 622,000 บาท
– ออล-นิว ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ โปร ตัวเตี้ย (All-New Mitsubishi Triton Double Cab Low Rider Pro) มีราคาจำหน่ายที่ 712,000 บาท
– ออล-นิว ไทรทัน เมกะ แค็บ พลัส (All-New Mitsubishi Triton Mega Cab Plus) ตอนครึ่ง ยกสูง มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นอัลตรา (Ultra) รุ่นไพรม์ (Prime) และรุ่นโปร (Pro) วางจำหน่ายที่ราคาเริ่มต้น 740,000 บาท

ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 5

เตรียมพบกับ ออล-นิว ไทรทัน ทุกรุ่น พร้อมทดลองขับได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” หรือ “MOTOR EXPO 2023” ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 11 ธ.ค. 2566 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี

 

“โตโยต้า” แนะนำรถกระบะมหาชนรุ่นใหม่ล่าสุด “ALL NEW HILUX CHAMP” พัฒนาโดยคนไทย เพื่อคนไทยได้ตอบทุกโจทย์ให้เป็นจริง ในราคา 459,000 – 577,000 บาทพร้อมแคมเปญเดือด ผ่อนนาน 108 เดือน

0
All New Hilux Champ ภาพเปิด

All New Hilux Champ รถกระบะท้ายเรียบแบบเปิดได้ 3 ทาง เพิ่มความสามารถในการบรรทุก สะดวก และทนทาน พร้อมโครงสร้างที่เอื้อต่อการดัดแปลง ช่วยลดต้นทุน ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย มากับช่วงล้อที่ต่างกัน 2 ขนาด” แรงเต็มพลังกับเครื่องยนต์ 3 ทางเลือก แบบเบนซิน 2.7 ลิตร 166 แรงม้า เบนซิน 2.0 ลิตร 139 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ราคาเบาๆเพียง 459,000 – 577,000 บาท

All New Hilux Champ 1

All New Hilux Champ แข็งแกร่งทุกมิติ โดดเด่นทุกมุมมอง กับรูปทรงเหลี่ยม Retro Polygon ที่แสดงออกถึงความทรงพลัง และยังผสานเข้ากับหลักการออกแบบทางวิศวกรรม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน
กระบะท้ายเรียบแบบเปิดได้ 3 ทาง เพิ่มความสามารถในการบรรทุก สะดวก และทนทาน พร้อมโครงสร้างที่เอื้อต่อการดัดแปลง ช่วยลดต้นทุน ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในเชิงพาณิชย์ และการใช้งานส่วนตัว ให้คุณเป็นอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้

All New Hilux Champ 13

All New Hilux Champ 15

All New Hilux Champ 16

All New Hilux Champ 2

รองรับทุกโอกาสการใช้งานกับช่วงล้อที่ต่างกัน 2 ขนาด กับทางเลือกแบบช่วงล้อสั้น 2,750 มม. ทำให้รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.9 เมตร หรือช่วงล้อยาว 3,085 มม. สามารถบรรทุกตะกร้าขนาดมาตรฐานได้ถึง16 ใบ มาพร้อมกระบะท้ายเรียบแบบไม่มีซุ้มล้อ อีกทั้งยังสามารถเปิดได้ 3 ทางเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน

All New Hilux Champ 4

ด้วยการออกแบบตามแนวคิด MONOZUKURI ดีไซน์โครงสร้างที่พร้อมรองรับการประกอบ และการดัดแปลงเพิ่มเติมจากอู่ต่อตัวถัง และสำนักแต่งรถ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและสร้างโอกาสทั้งในเชิงพาณิชย์และการใช้งานส่วนตัว

All New Hilux Champ 6

ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันกันชนหน้าดีไซน์แบบแยกประกอบ 3 ชิ้น ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนและตกแต่ง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงพร้อมดีไซน์มุมกันชนแบบ Swept-back Angle เพื่อการขับเข้า-ออก พื้นที่แคบได้สะดวก

All New Hilux Champ 5

รูปทรงห้องโดยสารแบบ Polygon เพิ่มความแข็งแรงให้กับห้องโดยสารพร้อมการเข้า-ออก ที่สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบให้มีพื้นที่เหนือศีรษะสูงขึ้น ปรับการวางตำแหน่งเสา A ให้ชันขึ้น เพื่อทัศนวิสัยที่เปิดกว้าง และลดจุดบอดขณะเลี้ยว สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยห้องโดยสารโทนสีดำ-ส้ม พร้อมเลือกใช้วัสดุที่ทนทานง่ายต่อการดูแลรักษา ด้วยเบาะนั่งแถวยาวแบ่งส่วน 60 : 40 ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ เบาะนั่งแบบแยกในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ โดยเบาะนั่งสามารถปรับเอนได้เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่

All New Hilux Champ 7

All New Hilux Champ 8

แรงเต็มพลังกับเครื่องยนต์ 3 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร กำลังสูงสุด 166 แรงม้า (122 กิโลวัตต์) ที่ 5,200 รอบ / นาที เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 139 แรงม้า (102 กิโลวัตต์) ที่ 5,600 รอบ / นาที และเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบ / นาที

All New Hilux Champ 10

เกียร์ที่เลือกได้ทั้ง เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift แรงเต็มสมรรถนะ นุ่มนวล แม่นยำในทุกจังหวะ ขับสบายทุกเส้นทาง รวมถึงโครงสร้างแชสซีส์สุดแกร่ง พื้นที่ตัดขวางใหญ่ ขึ้นรูปจากเหล็กกล้าแข็งแรงสูง (High Strength Steel) ทรงตัวมั่นคงทั้งทางตรง และเข้าโค้งพร้อมลุยทุกเส้นทาง

All New Hilux Champ 11

ระบบ Fleet Telematics Service (FTS) by TOYOTA “ระบบบริหารยานพาหนะ และการขนส่งครบวงจรด้วย Built-in เทคโนโลยีจากโตโยต้า” ช่วยคุณบริหารรถยนต์ได้ง่าย และเต็มประสิทธิภาพ ให้การจัดการ และการดำเนินธุรกิจของคุณมีประสิทธิภาพทั้งด้านเวลา ต้นทุน และคุณภาพสินค้า โดยพร้อมทดลองใช้งานฟรี 3 เดือน

มั่นใจเต็มร้อย พร้อมปกป้องทุกเส้นทางด้วย ระบบป้องกันล้อล็อก AB (Anti-lock Brake System) ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake – force Distribution) ถุงลมเสริมความปลอดภัย 2 ตำแหน่ง โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทกรอบด้านได้ดีเยี่ยม และเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด พร้อมระบบดึงรั้งกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ

All New Hilux Champ 12

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ตั้งราคาในแต่ละรุ่น (รวม VAT และเครื่องปรับอากาศ) ไว้ดังนี้

2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อสั้น รุ่นตกแต่งพิเศษ 577,000 บาท
2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อยาว 562,000 บาท
2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อสั้น 536,000 บาท
2.4 ดีเซล เกียร์ธรรมดา ช่วงล้อยาว 527,000 บาท
2.4 ดีเซล เกียร์ธรรมดา แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อยาว 499,000 บาท
2.7 เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อสั้น 499,000 บาท
2.7 เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อสั้น 487,000 บาท
2.0 เบนซิน เกียร์ธรรมดา ช่วงล้อสั้น 459,000บาท

All New Hilux Champ 17

โดยมี 4 สี ให้เลือกดังนี้

SUPER WHITE
OFF WHITE
DARK GREY METALLIC
SILVER METALLIC

หมายเหตุ : สำหรับสี Dark Grey Metallic , Silver Metallic ราคาจะเพิ่ม 7,000 บาท จากราคาด้านบน

รายการส่งเสริมการขายยั่วน้ำลายช่วงเปิดตัวกับแตมเปญผ่อนนาน 108 เดือน ผ่อนเริ่มต้นเพียง 4,723 บาท/เดือน

สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการปรับแต่งที่หลากหลายไม่รู้จบ เพื่อทุกโอกาสเป็นไปได้กับ “ALL NEW HILUX CHAMP “ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ และ ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ตั้งแต่ วันที่ 30 พฤศจิกายน -11 ธันวาคม ศกนี้ และพบกับกิจกรรมการเปิดตัวเต็มรูปแบบที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่าย ในวันที่ 24 มกราคม 2567

“เบนซ์ไพรม์มัส” เปิดจอง 3 รุ่นใหม่ กระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้าย ในงาน Primus Auto Show 2023

0
เบนซ์ไพรม์มัส ภาพเปิด

“เบนซ์ไพรม์มัส” เปิด 3 รุ่นใหม่ Mercedes-Benz GLE 300 d AMG Dynamic, Mercedes-Benz C 220 d AMG Line และ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Avantgarde ในงาน Primus Auto Show 2023 มุ่งกระตุ้นยอดขายรับ Motor Expo นำทัพรถหรู พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ฟรี! ดอกเบี้ย นาน 48 ด., MBSP สูงสุด 8 ปี, MB Protection นาน 2 ปี เริ่ม 27 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค.นี้ ที่โชว์รูมเบนซ์ไพรม์มัส สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา และสาขาพัทยา

เบนซ์ไพรม์มัส 1

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนสุดท้ายปี 2566 ถือเป็นช่วง Hi-Season ของการจำหน่ายรถยนต์ ทำให้ตลาดมีความคักคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2023 ที่อิมแพคเมืองทองธานี บริษัทรถยนต์ต่างๆ ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งสงครามด้านราคา และการโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เพื่อเร่งสร้างยอดในช่วงโค้งสุดท้าย

เบนซ์ไพรม์มัส 2

ขณะที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” ได้มีการเปิดรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Mercedes-Benz C 220 d AMG Line ยนตรกรรมล้ำสมัยสไตล์สปอร์ต กับรถยนต์ SUV ระดับลักชัวรี่ ในรุ่น Mercedes-Benz GLE 300 d AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Avantgarde เสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์และกระตุ้นยอดขายของดีลเลอร์รถยนต์ Mercedes-Benz ด้วยล

เบนซ์ไพรม์มัส 4

ดังนั้น ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงได้จัดงานแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่น พร้อมทัพรถหรูอีกมากมาย ภายใต้ชื่องาน Primus Auto Show2023 ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค.2566 ที่โชว์รูม “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา และสาขาพัทยาโดยทั้ง 2 สาขา จะนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ Mercedes-Benz C 220 d AMG Line, Mercedes-Benz GLE 300 d AMG Dynamic และ Mercedes-

เบนซ์ไพรม์มัส 5

Benz GLC 220 d 4MATIC Avantgarde ให้ผู้ที่สนใจได้ชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดรับจองอย่างเป็นทางการในช่วงวันดังกล่าวอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าระดับ Luxury อาทิ The New EQB 250 AMG Line, EQS 500 4MATIC AMG Premium และ The New EQE 350 4MATIC SUV พร้อมทัพรถยนต์รุ่นปัจจุบัน และรถยนต์ Mercedes Certified Used Car ให้เลือกชมและเป็นเจ้าของได้อย่างสะดวกสบาย กับข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ฟรี! MBSP Extra Guarantee สูงสุด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือเลือก ฟรี! ดอกเบี้ย ผ่อนนานสูงสุด 4 ปี หรือเลือก ฟรี! MBSP Extra Guarantee) นาน 5 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง พร้อม MB Protection นาน 2 ปี (เฉพาะรุ่นที่กำหนด) รถยนต์ Mercedes-Benz ที่เป็น ในงาน Primus Auto Show 2023 ได้แก่

เบนซ์ไพรม์มัส 6

1.Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ราคา 2,540,000 บาท ฟรี! ดอกเบี้ย นาน 4ปี หรือเลือกรับ MBSP Extra Guarantee 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พิเศษ! ดาวน์ 23,300 บาท/เดือน ฟรี! MP Protection นาน 1 ปี

2.Mercedes-Benz C 220d Avantgarde ราคา 2,730,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 24,100 บาท/เดือน ฟรี! MBSP Extra Guarantee นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ ฟรี! MB Protection นาน 1 ปี

3.Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 4,020,000 บาท ดอกเบี้ย 0% นาน 4ปี ฟรี! MBSP Easy 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อม ฟรี! MBSP Extra Guarantee 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ ฟรี! MBSP Ultimate 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และฟรี! MB Protection นาน 1 ปี

4.Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line ราคา 3,020,000 บาท ฟรี! Wallbox 2.0 พร้อมติดตั้ง รับประกันแบตเตอรี่ นาน 8 ปี หรือ 160,000 km

5. Mercedes-Benz GLC 220 d ราคา 3,390,000 บาท รับฟรี! MBSP Extra Guarantee นาน 5 ปี พร้อม MB Protection นาน 2 ปี
อย่าพลาด! โอกาสพิเศษเฉพาะในงาน Primus Auto Show เท่านั้น เริ่มวันที่ 27 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค.ศกนี้ ที่โชว์รูมเบนซ์ไพรม์มัส สาขาเลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา โทร. 02 095 5555 และสาขาพัทยา ถนนสุขุมวิท-นาจอมเทียน โทร.038 051 555

 

 

 

‘ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟว์ บาย อี ปลั๊ก-อินไฮบริด’ เตรียมจัดแสดงพร้อมรับจองสิทธิ์ ภายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40

0
ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี ภาพเปิด

จี๊ป ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัว ‘ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟว์ บาย อี ปลั๊ก-อินไฮบริด’ (All-new Grand Cherokee Summit Reserve 4xe Plug-in Hybrid) โฉมใหม่ของพรีเมียมเอสยูวีอเนกประสงค์ ที่ทำตลาดโลกมานานกว่า 30 ปี ได้รับการยกย่องให้เป็นเอสยูวีที่ได้รับรางวัลเป็นจำนวนมากที่สุด (The Most Awarded SUV Ever) อาทิ เอสยูวีขนาดกลางยอดเยี่ยมประจำปี 2566 จากสมาคมสื่อมวลชน สายยานยนต์ของ New England (2023 NEMPA Best in Class Mid-Size SUV), ยนตรกรรมที่มีความปลอดภัยมากสุดประจำปี 2566 จาก Insurance Institute for Highway Safety (2023 IIHS TOP SAFETY PICK+), ยนตรกรรมยอดนิยมแห่งชาติ 20 ปีซ้อน (Most Patriotic Brand for 20 Consucutive Years) รวมถึงรางวัล 2022 Best Two-Row SUV, 2022 IntelliChoice Best Overall Value Winner, 2022 IntelliChoice Lowest Cost of Ownership Winner และ 2022 IntelliChoice Multiple Smart Choice Winner ทันสมัยด้วยการใช้ขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด ครองใจผู้ชื่นชอบยนตรกรรมพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกันอย่างต่อเนื่อง

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี 1

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จี๊ป เป็นยนตรกรรมพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน ภายใต้สเตลแลนทิส (STELLANTIS) กลุ่มธุรกิจซึ่งเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก โดย จี๊ป ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์ระดับไอคอน กับประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 83 ปี สะท้อนความอิสระเสรีแบบอเมริกัน และเคยมีส่วนร่วมในหลายเหตุการณ์สำคัญของโลก ซึ่งทางบริษัทฯ มีความภูมิใจที่จะนำเสนอรถยนต์ จี๊ป รุ่นใหม่ ‘ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟว์ บาย อี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด’ ให้ลูกค้าในประเทศไทยได้สัมผัส พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคมนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีกำหนดส่งมอบรถยนต์ช่วงต้นไตรมาสที่สอง ปี 2567”

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี 2

ออล-นิว จี๊ป แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟร์ บาย อี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ผ่านการออกแบบใหม่ ให้ความงามสง่า หรูหรา และโดดเด่น กับสีสันแบบทูโทน หลังคาสีดำเงาตัดกันกับสีรถอย่างลงตัว กระจังหน้าแบบ 7 ช่อง ตกแต่งด้วยโครเมียม เอกลักษณ์ของรถยนต์ จี๊ป ติดตั้งไฟหน้าอัตโนมัติแบบแอลอีดี โลโก้สัญลักษณ์รอบคันล้อมกรอบด้วยสีฟ้า บ่งบอกถึงการเป็นยนตรกรรมไฟฟ้า ปิดท้ายความอลังการด้วยท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี 3

ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ กับขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริดอันทันสมัย เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ 2.0 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ทำได้ 381 แรงม้า (HP) แรงบิด 637 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน ได้เป็นระยะทางสูงสุด 37 กิโลเมตร

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี  4

‘ออล-นิว จี๊ป แกรนด์ เชอเรอกี รุ่น ซัมมิท รีเซิร์ฟ โฟร์ บาย อี ปลั๊ก-อินไฮบริด’ พร้อมนำผู้โดยสารสู่จุดหมายอย่างสะดวกสบายในทุกสภาพเส้นทาง ด้วยระบบช่วงล่างถุงลม ‘คอดดร้า ลิฟท์’(Quadra Lift) และ Semi-active damping ปรับความสูงอัตโนมัติ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ‘คอดดร้า แทรก ทู’ (Quadra Trac II), ‘ซีเล็ก-เทอร์เรน’ (Selec-terrain) ที่มากับ 5 โหมดการขับ คือ Auto, Snow, Sand, Mud และ Rock รวมถึงระบบเฟืองท้ายขับเคลื่อนล้อหลังแบบไฟฟ้า (Electronic Limited Slip Differential Rear Axle) พร้อมสำหรับการผจญภัยในแบบออฟ-โรด

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี  5

อุ่นใจไปกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และหัวเข่า ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติจนถึงหยุดนิ่ง ระบบเบรกไฟฟ้า ‘โฮล แอน โก’ (hold ‘n go) กล้องแสดงมุมมองด้านหน้าและรอบคัน พร้อมโหมดแสดงภาพในที่มืด (Night Vision) และกระจกมองหลังดิจิทัล ปรับลดแสงอัตโนมัติ

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี  6

นับเป็นยนตรกรรมที่มาพร้อมนวัตกรรมอันทันสมัย กระจกรอบคันแบบพิเศษ ช่วยลดเสียงรบกวน ด้านหน้าผู้ขับติดตั้งจอแสดงผลอเนกประสงค์แบบทีเอฟที (TFT-Thin Film Transistor) ขนาด 10.25 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD พร้อมระบบเฮด-อัพดิสเพลย์ แสดงข้อมูลบนกระจกหน้า ขณะที่บริเวณกลางแดชบอร์ดเป็นทัชสกรีนขนาด 10.1 นิ้ว ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ ‘Uconnect 5’ รองรับ Android Auto และ Apple Car Play พร้อมเพลิดเพลินกับ ‘McIntosh’ เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ 19 ลำโพง

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี  7

นอกจากนั้นยังได้รับการยกย่องให้เป็นห้องโดยสารที่หรูหรามากสุด เทียบกับรถยนต์กลุ่มเดียวกัน เพราะผ่านการตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม เบาะคู่หน้าหุ้มหนังแท้ Fine Grain คุณภาพสูง ‘ปาแลร์โม นับปา’ (Palermo Nappa) ปรับทิศทางด้วยไฟฟ้า 12 ตำแหน่ง พร้อมระบบระบายอากาศและฟังก์ชันนวดแผ่นหลัง ตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยลายไม้วอลนัต พาโนรามิกซันรูฟ 2 ส่วน (Dual-Pane Panoramic Sunroof) ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย พร้อมระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี  8

ปัจจุบัน จี๊ป ประเทศไทย มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทั้งหมด
5 แห่ง และอีก 1 สตูดิโอ พร้อมบริการลูกค้าและผู้สนใจรถ จี๊ป ได้แก่ โชว์รูมสุขุมวิท, วงเวียนพระราม 5
-ราชพฤกษ์, สตูดิโอจัดแสดงรถที่จังหวัดภูเก็ต โดยไลอ้อน ออโตโมบิล, โชว์รูมพัทยา โดยสเตลล่า มอเตอร์, โชว์รูมนิมิตใหม่ โดยพีแอนด์เอส จี๊ป และโชว์รูมเชียงใหม่ โดยเชียงใหม่ ออโต้ ซึ่งเป็นโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรแห่งล่าสุด ที่เพิ่งเปิดให้บริการ ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ออล-นิว แกรนด์ เชอเรอกี  9

พิเศษ สำหรับผู้ที่จองสิทธิ์ตั้งแต่วันนี้ ถึง 11 ธันวาคม รับบัตรกำนัลห้องพัก 3 วัน 2 คืน ณ อินเตอร์
คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และลำโพง Wireless Loudspeaker จาก McIntosh รวมมูลค่ากว่า 90,000 บาท

“เกรท วอลล์ มอเตอร์” เตรียมยกทัพรถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำบุกงาน Motor Expo 2023 พร้อมเปิดตัวและประกาศราคา ORA 07 อย่างเป็นทางการ และโอกาสสุดท้ายกับข้อเสนอที่ดีที่สุดของ ORA Good Cat!!

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 หรือ Motor Expo 2023 เตรียมพบไฮไลท์สุดพิเศษกับการเปิดตัวและประกาศราคา ORA 07 รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง เจ้าเหมียวไฟฟ้าเรือธงรุ่นล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ ORA อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความสำเร็จของ Mission 9 in 3 หรือการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 9 รุ่น ภายใน 3 ปีในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ กับโอกาสสุดท้ายด้วยข้อเสนอสุดที่ดีที่สุดให้กับสาวกเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ที่ยืดเวลาช่วยผ่อนนานสูงสุด 12 เดือน รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 120,000 บาท โดยแฟน ๆ ชาวไทยสามารถร่วมชมถ่ายทอดสดการแถลงข่าวพร้อมกันทั่วประเทศได้ทาง Facebook และ YouTube ของ GWM Thailand และ Facebook และ TikTok ของ GWM ORA Thailand วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ตั้งแต่เวลา 12.30 – 12.40 น. นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ยังเตรียมสร้างความคึกคักให้กับแฟน ๆ ชาวไทยด้วยการจัดแสดงทัพยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพหลากหลายรุ่นภายในงาน Motor Expo 2023 ที่บูธ A12 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 – 11 ธันวาคม 2566

ORA 07 – More Than Stunning รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้รุ่นเรือธงล่าสุดภายใต้ ORA มาพร้อมกับสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น จากแรงบันดาลใจที่เกิดจากการรวมองค์ประกอบทางธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างพิถีพิถัน โดดเด่นด้วยหลังคากระจกยาวตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ ภายในสะท้อนความสง่างามแต่ยังคงแฝงความน่ารักแบบ ORA ด้วยสไตล์เรโทรลักซ์ชัวรี พร้อมแผงควบคุมคอนโซลกลางรูปตัว T และโหมดการขับขี่มากถึง 6 โหมด โดย ORA 07 มาในสองรุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น LONG RANGE และรุ่น PERFORMANCE (ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ) ซึ่งทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 83.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทรงประสิทธิภาพทั้งด้านพละกำลัง สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ซึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของรถยนต์ ORA 07 ทั้งสองรุ่นย่อย ภายในงานแถลงข่าวเปิดบูธ Motor Expo 2023 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ระหว่างเวลา 12.30 – 12.40 น. และเปิดรับจองตั้งแต่เวลา 13.00 น. ในวันเดียวกันเป็นต้นไป ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน GWM และเว็บไซต์ www.gwm.co.th

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

นอกจากนี้ภายในงาน Motor Expo 2023 เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมจัดแสดงทัพยานยนต์ถึง 9 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์สำหรับสายผจญภัยเอสยูวีออฟโรดระดับพรีเมียม All New GWM TANK 500 HEV และ All New GWM TANK 300 HEV ที่มาพร้อมการตกแต่งออฟโรดอันดุดัน, รถยนต์คอมแพคเอสยูวียอดนิยม HAVAL H6 HEV, HAVAL H6 PHEV, เจ้าสิงโตอารมณ์ดี HAVAL JOLION Hybrid SUV เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย ORA Good Cat, ORA Good Cat GT และเจ้าเหมียวไฟฟ้ารุ่นล่าสุด ORA 07 เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของ Mission 9 in 3 หรือการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 9 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปี พร้อมเดินหน้าเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทย ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมคุณภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หลากหลาย

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 6

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 4

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 8

พิเศษสุด กับโอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT กับข้อเสนอที่ดีที่สุดจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อสอดรับนโยบายสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐของปี 2566 จัดเต็มโค้งสุดท้าย หมดแล้วหมดเลย ด้วยการช่วยผ่อนเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat และเจ้าเหมียวไฟฟ้าสายสปอร์ต ORA Good Cat GT เดือนละ 10,000 บาท เป็นระยะเวลานานถึง 12 เดือน รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 120,000 บาท และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ รถยนต์ ORA Good Cat ทั้ง 2 รุ่น จะได้รับฟรี ค่าจดทะเบียนรถยนต์และค่าดำเนินการ มูลค่า 3,500 บาทอีกด้วย ข้อเสนอสุดพิเศษนี้ สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 11 ธันวาคม 2566 นี้ และส่งมอบภายใน 31 ธันวาคม 2566 หรือจนกว่าสินค้าจะหมดเท่านั้น

ทุกท่านสามารถร่วมเป็นสักขีพยานการเปิดตัวและประกาศราคา ORA 07 รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง พร้อมกันทั่วประเทศได้ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 เวลา 12.30 – 12.40 น. ทาง Facebook, YouTube ของ GWM Thailand และ Facebook และ TikTok ของ GWM ORA Thailand และสำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์พลังงานใหม่พร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทดลองขับ รวมถึงร่วมกิจกรรมสนุก ๆ มากมายจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ บูธหมายเลข A12 ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 – 11 ธันวาคม 2566 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

“Honda CR-V” ควง “MG 4 Electric” คว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566

0
รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 ภาพเปิด

ผลการนับคะแนนเพื่อตัดสินรางวัล รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 ของประเทศไทย รถยนต์ Honda
CR-V e:HEV และ MG 4 Electric ต่างได้คะแนนสูงสุด ทำให้ได้ครองรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 และ THAILAND EV OF THE YEAR 2023 ของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. โดยมี ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ศูนย์ประชุม เดอะฮอลล์ ถ.วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา

รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 2

ในปี 2566 สรยท. ดำเนินการคัดเลือกรถยนต์ และรถ EV โฉมใหม่แบบโมเดลเชนจ์ เปิดตัวในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 จนถึง 30 กันยายน 2566 โดยมีกติกาการตัดสิน เป็นมาตรฐานเดียวกับการคัดเลือก Car of The Year ยุโรป และรถยนต์ยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น

สำหรับรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2023 เป็นปีแรกของการมอบรางวัล และเนื่องจากรถ EV ที่ทำตลาดในไทยปัจจุบัน เป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศแบบ CBU คณะกรรมการตัดสินจึงนำเงื่อนไขให้เลือกเฉพาะ รถจากผู้ผลิตที่เข้าร่วมโครงการสนับสนุนการใช้รถพลังงานไฟฟ้ากับรัฐบาล หรือได้ขอส่งเสริมการลงทุนเพื่อตั้งโรงงานผลิต ประกอบรถในประเทศไทย

นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) (Thailand Automotive Journalists Association : TAJA) ในฐานะประธานจัดงานมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 กล่าวว่า สรยท.ได้ดำเนินการจัดงานมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปีต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 9 เป็นการตัดสินให้รถยนต์รุ่นใหม่แบบโมเดลเชนจ์เพียง 1 รุ่น ได้รางวัลอันทรงเกียรตินี้ รอบแรกเป็นการคัดเลือกรถที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ให้สมาชิกสมาคมฯ เป็นผู้ลงคะแนนเลือกไว้ครึ่งหนึ่งผ่านการโหวตนำเข้าสู่การตัดสินรอบสุดท้าย โดยในรอบสุดท้ายนี้ก่อนที่จะมีการลงคะแนน ได้จัดให้มีการทดสอบรถยนต์ภาคสนามกับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ในการทำข่าวสายยานยนต์ และทดสอบรถยนต์ อันเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

ที่สุดรถยนต์ HONDA CR-V e:HEV และ MG 4 Electric เป็นรถยนต์ที่ได้คะแนนสูงสุดในรอบสุดท้าย
จึงได้รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 และ THAILAND EV OF THE YEAR 2023 ไปตามลำดับ

รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 4

โดยกรรมการผู้ลงคะแนนแต่ละท่าน ใช้หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนตามหัวข้อต่างๆ ที่สมาคมฯ กำหนดไว้ ซึ่งเป็นไปตามกฎกติกาสากล เช่น รูปทรงากรออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย ระบบความปลอดภัย สมรรถนะเครื่องยนต์ เทคโนโลยี และระบบช่วงล่าง นอกจากนั้นต้องพิจารณาถึงพัฒนาการของรถยนต์รุ่นนั้น ความมั่นคงในเรื่องแบรนด์ และบริการหลังการขายประกอบการพิจารณา

สำหรับสถานที่ทดสอบภาคสนามในปีนี้ สรยท.ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันยานยนต์ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้พื้นที่ของศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC ตั้งอยู่ที่ อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ที่เข้ารอบสุดท้ายทั้งหมด 11 คัน เนื่องจากศูนย์แห่งนี้ในอนาคตจะมีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยและภูมิภาคใช้ในการทดสอบยานยนต์รวมถึงอุปกรณ์ และกำหนดมาตรฐานสำหรับยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องต่างๆ ของตัวรถ ที่เขามาทำตลาดในประเทศไทยรวมถึงในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2566 6

รถเข้ารอบสุดท้ายที่คณะกรรมการได้ทำการทดสอบทั้งหมด 11 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ 6 คัน คือ BMW X1, GWM TANK 300, HONDA CR-V e:HEV, Mercedes-Benz GLC 350e, MITSUBISHI TRITON, TOYOTA INNOVA ZENIX และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 5 คัน คือ BYD Dolphin, BYD Seal,
MG 4 Electric, MG Maxus 9, TOYOTA bZ4X

“ปีนี้ถือเป็นความริเริ่มสำหรับรถ EV เนื่องจากเป็นทิศทางการเปลี่ยนผ่านยานยนต์จากเครื่องยนต์สันดาบภายในไปสู่รถพลังงานไฟฟ้า และปัจจุบันไทยมีรถ EV เข้ามาทำตลาดเพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่อง การสร้างมาตรฐานให้รถในกลุ่มนี้ เป็นหน้าที่หนึ่งขององค์กรสื่อยานยนต์ด้วยเช่นกัน และเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่มีการให้รางวัลนี้ด้วย” นายวชิระ กล่าว

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2023 กล่าวว่า “รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR ของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) เป็นรางวัลอันทรงเกียรติและเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทยมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ยานยนต์ที่มีสมรรถนะด้าน “สะอาด ประหยัด ปลอดภัย” ตรงความต้องการของผู้บริโภคในประเทศมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ยังจะเป็นส่วนสนับสนุนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตไปข้างหน้า ตามทิศทางเทคโนโลยียานยนต์ของโลกที่มุ่งพัฒนาไปสู่การขับขี่สู่ความยั่งยืน (Sustainable Mobility) และเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ที่วางไว้อีกด้วย

กระทรวงอุตสากหรรมยินดีที่ได้องค์กรสื่ออย่างสรยท.เป็นพันธมิตรร่วมในการสร้าง และส่งเสริมภาคการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย และแม้ในปัจจุบันรัฐบาลจะมีโครงการสนับสนุนการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าต่อเนื่อง แต่กระทรวงฯ ยืนยันว่าการผลิตรถยนต์สันดาบภายในยังมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยเช่นกัน

“ผมขอชื่นชมองค์กรสื่อ โดยเฉพาะสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ที่สร้างสรรค์รางวัลอันทรงคุณค่านี้ และเป็นส่วนสนับสนุนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและมีคุณภาพ”

นอกจากนี้ สรยท.ยังได้มอบรางวัล Thailand Car & Motorcycle Marketing Award 2023 ให้กับบริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงธุรกิจ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในทั้งยอดขาย การผลิต และกลยุทธ์การตลาด ในปี 2022-2023 ทั้ง 23 บริษัท ดังนี้
1. รางวัล ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมสูงสุด ประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
2. รางวัล รางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์กลุ่ม xEV สูงสุดประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
3. รางวัล ผู้จำหน่ายรถกระบะ 1 ตัน สูงสุด ประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
4. รางวัล รถยนต์คันแรกที่ออกแบบให้แตกต่างและเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ปี 2566 ได้แก่ มาสด้า 2 ของ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
5. รางวัล ขวัญใจ SME ได้แก่ SUZUKI CARRY จาก บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
6. รางวัล ผู้ส่งออกรถกระบะยอดเยี่ยม ประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
7. รางวัล ผู้จำหน่ายรถยนต์ PPV ที่คุ้มค่าตัวสูงสุด ได้แก่รถยนต์ NISSAN TERRA จาก บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
8. รางวัล ยอดขายรถยนต์เติบโตสูงสุดในปี 2565 ได้แก่ บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด
9. รางวัล แชมป์ยอดจำหน่ายรถยนต์ยุโรป ประจำปี 2565 ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
10. รางวัล รถยนต์ที่มีคุณค่าน่าสะสมสูงสุด (Rare Item) ได้แก่ รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น AMG G 63 จาก บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จํากัด
11. รางวัล ผู้นำเข้ารถยนต์ยุโรปพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ รถยนต์ AUDI จาก บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด
12. รางวัล ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปหัวใจสีเขียว ได้แก่ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
13. รางวัล รถไฟฟ้า SPORT SEDAN ที่คุ้มค่าที่สุด เป็นของรถยนต์ BYD Seal จากบริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด
14. รางวัล ผู้จำหน่ายรถไฟฟ้าสูงสุด ประจำปี 2565 เป็นของ ORA GOOD CAT
จาก บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
15. รางวัล รถยนต์ MPV ไฟฟ้า ที่เหมาะกับครอบครัวที่สุด ได้แก่ MAXUS 9 จาก บริษัท เอ็มจีเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
16. รางวัล ผู้นำยานยนต์พลังงานสะอาดจากแดนมังกร ได้แก่ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด
17. รางวัล บริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่มียอดกรมธรรม์สูงสุด ประจำปี 2566 ได้แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
18. รางวัล ผู้จำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ประจำปี 2565 ได้แก่ บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด
19. รางวัล ผู้บุกเบิกระบบนิเวศรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด
20. รางวัล ผู้นำนวัตกรรมออโตเมติกของประเทศไทย ได้แก่ รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จาก บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด
21. รางวัล รถจักรยานยนต์ บิ๊กสกูตเตอร์ทัวริ่ง พิกัด 400 ซี.ซี. ยอดนิยม ได้แก่ รถจักรยานยนต์ Suzuki Burgman 400 จาก บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
22. รางวัล รถจักรยานยนต์ ซูเปอร์ไบค์สปอร์ต ประจำปี 2023 ได้แก่ รถจักรยานยนต์บีเอ็มดับเบิลยู BMW M 1000 R ของ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย
23. รางวัล บิ๊กไบค์ Enduro Adventure ดีไซน์ยอดเยึ่ยมแห่งยุค ได้แก่ รถจักรยานยนต์ Ducati DesertX จาก บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด

 

 

“มาสด้า CX-3 ใหม่” สุดยอดรถครอสโอเวอร์ขวัญใจมหาชน พิชิตรางวัลแห่งปี Product of the Year Awards 2023

0
มาสด้า CX-3 ใหม่ 1

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย โดย นายวัชระ เจียรบุญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกการตลาด เป็นตัวแทนเข้ารับมอบรางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2566 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Business+ จาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธี โดยครั้งนี้ มาสด้า CX-3 ใหม่ รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี สามารถพิชิตรางวัลความสำเร็จมาครองได้สำเร็จ ด้วยการเป็นสุดยอดสินค้าและบริการที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้บริโภคให้เป็นสินค้าและบริการแห่งปี โดยผ่านผลงานการวิจัยตลาดในขั้นต้นจากทีมบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และลงคะแนนโหวตจากผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ ตอกย้ำถึงความสำเร็จด้านการพัฒนายนตรกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุคสมัยใหม่ได้อย่างแท้จริง โดยพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ จัดขึ้นที่ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา

มาสด้า CX-3 ใหม่ 3

 

มาสด้า CX-3 นับเป็นรถรุ่นที่ได้รับนิยมเป็นอย่างมากจากลูกค้าในประเทศไทย โดยตั้งแต่ได้เข้ามาทำตลาดเป็นครั้งแรก ก็สามารถครองใจลูกค้าด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 30,000 คัน สำหรับ มาสด้า CX-3 ใหม่ “Never Settle for Less ความท้าทายใหม่ไม่รู้จบ” ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นเริ่มต้นของครอบครัว ที่จะพาคุณออกไปเริ่มต้นประสบการณ์ใหม่ได้ไม่รู้จบ เพื่อจุดพลังความกล้าที่จะท้าทายจากสิ่งเดิมๆ ทำในสิ่งที่อยากทำ เติมเต็มชีวิตไปด้วยประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำ ทำให้ทุกวันเป็นไปได้มากกว่าที่เคยเป็น ด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมี่ยม ตามแนวทางการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ ที่เรียบง่ายแต่งดงาม มีความคุ้มค่า คุ้มราคา และเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นรถครอสโอเวอร์เอสยูวีที่โจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร (SKYACTIV-G 2.0) ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดถึง 156 แรงม้า ประหยัดน้ำมันถึง 16.4 กม./ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ หรือ G-Vectoring Control (GVC) ที่ช่วยควบคุมสมรรถนะการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล และติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC แบบ Stop & Go โดยระบบสามารถปรับความเร็วตามรถคันหน้าแบบอัตโนมัติได้จนถึงจุดหยุดนิ่ง ทำให้กลายเป็นรถที่ตรงใจลูกค้าที่ชื่นชอบความสปอร์ตได้อย่างลงตัว

มาสด้า CX-3 ใหม่ 4

ไม่เพียงเท่านี้ยังตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ด้วยทางเลือกที่มีมากถึง 4 รุ่นย่อย ทำให้ลูกค้าเลือกรุ่นรถได้ตรงกับความต้องการของตนเองได้อย่างลงตัว และมีความคุ้มค่ามากที่สุดในตลาดเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มคัน ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยวางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 770,000 บาท

รางวัลความสำเร็จในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงแนวทางในการพัฒนายนตรกรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน ซึ่งมาสด้าขอขอบคุณลูกค้า ที่ให้การสนับสนุนรถยนต์มาสด้าเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะพัฒนายนตรกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีความสุขตลอดการเดินทาง เพื่อตอบแทนที่ลูกค้าและแฟนๆ รถยนต์มาสด้าทุกคนไว้วางใจเลือกให้รถยนต์มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจ และพร้อมจะเติบโตเคียงข้างกันไปกับครอบครัวมาสด้าในทุกการเดินทาง

 

โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 43 มุ่งสู่จังหวัดพัทลุง มอบน้ำสะอาดแก่โรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต

0
อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต ภาพเปิด

กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และนายกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสิ่งที่ดีให้สังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 แห่งที่ 43 ให้แก่ โรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของนักเรียนและครูในโรงเรียนรวมถึงคนในชุมชนตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 1

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นสานต่อปณิธานดำเนินการช่วยเหลือแก้ปัญหาน้ำดื่มในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยการดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 43 เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สังคม โดยการเข้าไปช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากกรมทรัพยากร น้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงพื้นที่พร้อมกับทีมงานจากอีซูซุ สำรวจและสรุปปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดของโรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต เพื่อจัดหาน้ำบาดาลสะอาดไว้อุปโภคบริโภคอย่างถูกสุขอนามัยที่ได้มาตรฐานตามองค์การอนามัยโลกให้และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เด็กนักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียน”

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 2

สำหรับโรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ตั้งอยู่ในตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึงชั้นประถมปีที่ 6 มีนักเรียน คุณครู และบุคลากรทั้งสิ้นรวม 245 คน ปัจจุบันโรงเรียนประสบปัญหาแหล่งน้ำที่มีไม่เพียงพอสำหรับนักเรียน คุณครู และบุคลากร เนื่องจากแหล่งที่มาของน้ำที่นำมาใช้บริโภค เป็นน้ำประปาจากบ่อน้ำผิวดิน ซึ่งมีปริมาณน้ำน้อย และต้องใช้ร่วมกับคนในชุมชนข้างเคียงราว 307 ครัวเรือน

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 3

บ่อยครั้งน้ำสำหรับอุปโภคจึงไม่เพียงพอ จึงต้องมีการซื้อน้ำดื่มจากข้างนอกมาเติมเป็นประจำ อีซูซุจึงส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจปัญหาและติดตั้งระบบน้ำดื่มสะอาดที่ประกอบด้วย ระบบบ่อบาดาลครบวงจร ระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน พร้อมอาคารศูนย์ผลิตน้ำดื่ม พร้อมจัดอบรมวิธีการใช้งาน การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาให้กับบุคลากรที่รับผิดชอบ รวมทั้งการเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนได้มีน้ำดื่มสะอาดถูกหลักอนามัยบริโภคอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาน้ำดื่มอย่างยั่งยืน

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 6

คุณกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงโครงการว่า “โครงการ อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต เป็นโครงการเพื่อประโยชน์ของสังคมที่มีความสำคัญอย่างมาก ในปัจจุบันยังคงมีโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กและอยู่ในเขตพื้นที่ห่างไกล ต้องขอบคุณกลุ่มอีซูซุที่ได้ทำโครงการนี้ ทางกรมทรัพยาการน้ำบาดาลก็ยินดีที่จะดูแลเรื่องพื้นที่ แหล่งน้ำบาดาล เและรื่องธรณีวิทยาในการหาแหล่งน้ำบาดาลให้ตลอดทุกพื้นที่”

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 7

คุณกรวิกา หนุนอนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลศรีบรรพต กล่าวว่า “ทางโรงเรียนมีปัญหาเรื่องน้ำมาเป็นระยะเวลานาน ก่อนที่อีซูซุเข้ามาช่วยเหลือเรามีบ่อน้ำตื้นที่ได้ดำเนินการขุดเองแต่ปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค นอกจากนี้บ่อยังเกิดสนิมและมีกลิ่น อีกทั้งระบบท่อน้ำยังต้องซ่อมแซมบ่อยครั้ง ทำให้ต้องใช้ทุนทรัพย์จำนวนมากต่อเดือน หลังจากอีซูซุเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้เรามีน้ำดื่มสะอาดและเพียงพอ ความเป็นอยู่และสุขภาพเด็ก ๆ ดีขึ้น ต้องขอขอบคุณกลุ่มอีซูซุที่มาให้ความอนุเคราะห์น้ำดื่มที่มีคุณภาพ ทำให้ทุกคนในโรงเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต 9

โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้ว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป เพื่อตอบแทนสังคมโดยมีเป้าหมายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดให้หมดไป