Home Blog Page 206

BRG GROUP พร้อมจำหน่าย ALL- NEW ALPHARD 2024 อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ มาสัมผัสคันจริงได้ที่โชว์รูม BRG

0

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ ALL- NEW ALPHARD 2024 รถยนต์ MPV ที่เป็นที่นิยมมากในขณะนี้รถยนต์ที่ตอบสนองทุกความต้องการอย่างแท้จริง และเป็นที่นิยมในไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งสิ่งที่ทำให้ ALL- NEW ALPHARD 2024 ต่างจาก ALPHARD รุ่นเดิม ๆ นั่นก็คือดีไซน์แบบใหม่ และเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย พร้อมฟังก์ชันจัดเต็ม ที่มีเฉพาะ NEW ALPHARD 2024 เท่านั้น

ALL-NEW ALPHARD 2024 รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับคอนเซปต์ “Forceful x Impact Luxury” ให้ความรู้สึกหรูหรา สง่างาม และทรงพลัง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียม ดีไซน์ตารางสีดำขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งโลโก้สามห่วง ที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ เข้าคู่กับชุดไฟหน้า Bi-Beam LED และไฟเลี้ยวแบบ Sequential ได้อย่างลงตัว

ภายในห้องขับขี่กว้าง มาพร้อมแผงแดชบอร์ดขนาดใหญ่ จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 14 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และเครื่องเสียงพรีเมี่ยมจาก JBL  15 ลำโพง

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งผู้โดยสารแถว 2 แยกอิสระ แบบ ปรับได้ 10 ทิศทาง คอนโซลด้านบนห้องโดยสารแบบ Super-long Overhead Console สำหรับเบาะนั่งผู้โดยสารแถว 2 ,หลังคาแบบ Dual Sunroof พร้อมม่านบังแดด  ,ม่านบังแดดปรับไฟฟ้า ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมสวิตช์ควบคุม

ALL-NEW ALPHARD 2024 มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ Normal Mode, ECO Mode และ EV Mode และระบบความปลอดภัยขั้นสูง Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมถุงลมนิรภัย SRS 6 ตำแหน่ง และกล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)

ALL-NEW ALPHARD 250 เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 CC 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i  ให้กำลังสูงสุด190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 238 นิวตันเมตร

ALL-NEW ALPHARD 250 Hybrid/HEV  เครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ผสานพลังมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 250 แรงม้า มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เทคโนโลยี E-Four ประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.9 กม./ลิตร

 

BRG GROUP เปิดให้จอง และเป็นเจ้าของ ALL-NEW ALPHARD 2024 ด้วยกันถึง 2 รุ่น

  • ALL-NEW ALPHARD 250 ราคา 4,990,000 บาท
  • ALL-NEW ALPHARD 250 Hybrid/HEV ราคา 4,990,000 บาท

สามารถเข้ามาสัมผัสคันจริงได้แล้ว ที่โชว์รูม BRG GROUP และศูนย์บริการทั้ง 3 สาขา  สาขาศรีนครินทร์ , สาขารามคำแหง และสาขาแจ้งวัฒนะ สอบถามข้อมูลโทร 088-377-6992 (สาขาศรีนครินทร์) , 085-123-8170 (สาขาแจ้งวัฒนะ) ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook : BRG Group หรือ Line : @brggroup

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ รุกธุรกิจฟลีท พากลุ่มลูกค้าบุกสำนักงานใหญ่ GWM ณ เมืองเป่าติ้ง พร้อมเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและทดสอบสมรรถนะยานยนต์นวัตกรรมล้ำสมัย

0
เกรท วอลล์ มอเตอร์ 2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย (xEV Leader) ได้พากลุ่มลูกค้าฟลีทเข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ณ เมืองเป่าติ้ง ประเทศจีน เพื่อโชว์ศักยภาพและตอกย้ำความมั่นใจในการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย พร้อมเชิญกลุ่มลูกค้าฟลีทเข้าร่วมงานมหกรรมจัดแสดงยานยนต์คุณภาพแห่งปี เฉิงตู มอเตอร์โชว์ 2023 (Chengdu Motor Show 2023) ณ เมืองเฉิงตู ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 1 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 9

ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ในการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์และเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินการขยายธุรกิจฟลีทอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2565 ผ่านการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มบริษัทรถเช่า องค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงเจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยในการเดินทางสู่ประเทศจีนครั้งนี้ มีกลุ่มลูกค้าฟลีทร่วมเดินทางทั้งหมด 11 ท่าน จาก 11 กลุ่มลูกค้าบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 1

ระหว่างการเดินทาง กลุ่มลูกค้าฟลีทได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมฐานการผลิตอัจฉริยะที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจซูซุย (Xushui Manufacturing Base) เมืองเป่าติ้ง ซึ่งเป็นโรงงานอัจฉริยะมีขนาดพื้นที่ 13 ตารางกิโลเมตร ที่พร้อมรองรับการผลิตมากถึง 750,000 คัน

ตลอดจนเข้าเยี่ยมชมโชว์รูมแบรนด์ ORA และ HAVAL ศูนย์วิจัยและพัฒนา ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ภายในสำนักงานใหญ่ อาทิ ศูนย์วิจัยพลังงานไฮโดรเจน และ SVOLT ที่ทำการวิจัย พัฒนาและผลิตโมดูลแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ HEV, PHEV และ BEV เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 11

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมทริปยังได้ร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์หลากหลายรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ GWM ที่ได้มีการเปิดตัวแล้วในประเทศจีน ทั้ง TANK, WEY และ ORA 07 (ORA Grand Cat) รถไฟฟ้าสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงที่แฟน ๆ ชาวไทยหลายคนตั้งตารอคอยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในสิ้นปีนี้ ตลอดจนร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์โดยตรงกับผู้บริหารระดับสูงจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ก่อนจะเดินทางไปที่เมืองเฉิงตูเพื่อเข้าร่วมงาน เฉิงตู มอเตอร์ โชว์ 2023 เพื่อเยี่ยมชมทัพรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์จากประเทศจีนที่ขนทัพกันมาโชว์ศักยภาพกันอย่างคับคั่ง

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 3

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 7

มร. ไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป กรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ มีความตั้งใจที่จะแสดงศักยภาพและความสามารถในการพัฒนาและผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้ากับกลุ่มธุรกิจบริษัทรถเช่าผ่านการเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาและวิจัย รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้าชาวไทยเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางกับทุกท่านเพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการร่วมมือกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจฟลีทผ่านการสร้างความมั่นใจและเปิดพื้นที่ให้ทุกท่านได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างแท้จริง เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเติมเต็มระบบนิเวศไฟฟ้าและส่งต่อผลิตภัณฑ์คุณภาพให้กับผู้บริโภคชาวไทยทุกคน”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ 5

ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Intelligent Technology) จะยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อส่งมอบยานยนต์คุณภาพที่ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับเดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เคียงข้างไปด้วยกันกับพันธมิตรทางธุรกิจ สังคม และลูกค้าทุกท่าน ในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

 

THE NEW RANGE ROVER SV ที่สุดแห่งความหรูหราและความประณีต กับค่าตัว 16,999,000 บาท

0
Range Rover SV Pic Open

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ The New Range Rover SV (เรนจ์ โรเวอร์ เอสวี ใหม่) พร้อมให้เป็นเจ้าของในราคาเริ่มต้นที่ 16,999,000 บาท รับ Range Rover Care นาน 5 ปี ประกอบด้วย การรับประกันคุณภาพ บริการบำรุงรักษาตามระยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 5 ปี พิเศษสำหรับลูกค้าจองและออกรถตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 31 ธันวาคม 2566 สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเยี่ยมชมโรงงาน ณ ประเทศอังกฤษ ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน

Range Rover SV 1

สุดยอดยนตกรรมของตระกูล Range Rover นำเสนอความประณีต ความหรูหราและการปรับแต่งเฉพาะตัวของ Range Rover ด้วยบริการใหม่จาก SV Bespoke Service ที่มาพร้อมกับวัสดุพิเศษเฉพาะ ธีมการออกแบบที่คัดสรรมาอย่างดี รวมถึงขอบเขตการปรับแต่งที่มากขึ้นกว่าที่เคยของผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคนิค Special Vehicle Operations ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกสำหรับแนวทางในการสร้างสรรค์ความหรูหราสมัยใหม่ในแบบฉบับของตนเอง เติมเต็มความหลงใหลที่มีร่วมกันในการออกแบบอันประณีต ความสมบูรณ์แบบของไลฟ์สไตล์ ความชำนาญในงานฝีมือ และวัสดุคุณภาพระดับสูง

Range Rover SV 2

ธีมการออกแบบสามารถกำหนดได้ทั้งภายนอกและภายในที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ได้แก่ SV Serenity และ SV Intrepid ตกแต่งด้วยสีและวัสดุที่งดงามในทิศทางที่แตกต่างกัน ในลักษณะของสีทูโทนที่ตัดกันระหว่างด้านหน้าและด้านหลังด้วยวัสดุพิเศษ ได้แก่ โลหะชุบมันเงา เซรามิกเนื้อเรียบ งานประดับกระเบื้องโมเสคอันประณีต และหนังอะนิลีนเนื้อนุ่ม ขณะเดียวกันยังสามารถเลือกสีมาตรฐานของ Range Rover หรือสีเพิ่มเติมได้ 14 สีใน SV Bespoke Premium Palette ซึ่งรวมถึงสีเคลือบเงาและสีซาติน

Range Rover SV 4

ขณะที่ภายในมีเฉดสีวัสดุให้เลือกถึง 391 เฉดสี ส่วนชุดสี SV Bespoke นั้นจะประกอบด้วยสีซาตินและเคลือบเงามากกว่า 230 สี ตลอดจนบริการ Match to Sample ลูกค้าสามารถทำให้ Range Rover มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้

Range Rover SV 6
อย่างแท้จริง สามารถเข้าถึงวัสดุได้ตามต้องการ ทั้งการตกแต่งภายในและภายนอก การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของ SV ลูกค้าจะปฏิบัติตามกระบวนการสร้างสรรค์และขั้นตอนที่มีเอกลักษณ์ โดยพิจารณาจากสี ธีม ตัวเลือกพิเศษเฉพาะของ SV วัสดุ และการตกแต่งขั้นสุดท้าย ซึ่งการปรับแต่งเฉพาะบุคคลนี้ ทำให้รถยนต์แต่ละคันจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ่งบอก และสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของอย่างแท้จริง

Range Rover SV 7

การใช้วัสดุที่พิเศษนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความแตกต่างที่หรูหราและทันสมัย โดยเฉพาะการใช้เซรามิกในการผลิตตราสัญลักษณ์ SV สีดำที่อยู่ด้านท้ายที่แสดงออกถึงความบริสุทธิ์และความแข็งแกร่ง โดยใช้เทคนิคในการผลิตแบบเดียวกับที่ใช้ผลิตหน้าปัดนาฬิกาหรู และเป็นครั้งแรกที่ใช้วิธีการดังกล่าวกับภายนอกรถยนต์ วงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานตัวอักษรสีดำขึ้นรูปบนพื้นหลังสีขาวเรียบเนียน ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความแตกต่างอย่างแท้จริง

ห้องโดยสารโดดเด่นด้วย SV Signature Suite แบบ 4 ที่นั่ง มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้โดยสารด้วยเบาะคู่หน้าไฟฟ้าสามารถปรับได้ 24 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันการนวด ในขณะที่โต๊ะ Club Table ก็ปรับใช้ด้วยระบบไฟฟ้าได้อย่างลงตัว โดยจะยกสูงขึ้นจากคอนโซลกลางที่มีความยาวแบบเต็มพื้นที่ตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงด้านหลัง ซึ่งซ่อนฟังก์ชันการใช้งานไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องการได้อย่างแนบเนียน

เพื่อมอบพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกสบายเมื่อจำเป็น เช่นเดียวกับที่วางแก้วก็สามารถเลื่อนขึ้นจากใต้แผ่นฝาปิดได้อย่างไหลลื่นในทุกครั้งที่ต้องการใช้งาน ความใส่ใจในรายละเอียดยังขยายไปถึงประตูตู้เย็นแบบเปิดด้วยไฟฟ้า ซึ่งควบคุมโดยใช้ตัวควบคุมบนหน้าจอสัมผัสที่เบาะหลังขนาด 8 นิ้ว โดยเผยให้เห็นช่องที่ใหญ่พอที่จะใส่ขวดแชมเปญได้และสามารถทำความเย็นได้เร็วกว่าที่เคย

Range Rover SV 8

คอนโซลกลางยังมีพื้นที่ซ่อนไว้สำหรับเก็บของมีค่าได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่การชาร์จอุปกรณ์ไร้สาย การเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟ 12V และปลั๊กไฟแบบที่ใช้ภายในบ้านนั้น อยู่ใต้ที่วางแขนตรงกลางด้านหลัง ด้วยวิธีนี้ SV Signature Suite จึงมอบสิ่งที่ดีที่สุดและสภาพแวดล้อมการเดินทางที่ไม่มีใครเทียบได้ ไม่ว่าผู้โดยสารจะทำงานหรือพักผ่อนก็ตาม นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์ความบันเทิงขั้นสูงสำหรับที่นั่งด้านหลัง ด้วยหน้าจอขนาด 13.1 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดา Range Rover ทุกรุ่น และหูฟังประสิทธิภาพสูงพร้อมความคมชัดที่เพิ่มขึ้นพิเศษเฉพาะรุ่น SV เท่านั้น

ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Ingenium ขนาด 3.0 ลิตร Turbocharged Petrol PHEV ให้พละกำลังสูงสุด 460 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตัน-เมตร มาพร้อมกับระบบส่ง กำลังแบบอัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ (iAWD) ควบคุมโดยระบบ Intelligent Driveline Dynamics (IDD) ซึ่งทำงานด้วยการตรวจสอบระดับการยึดเกาะและการสั่งการของผู้ขับขี่ 100 ครั้งต่อวินาที เพื่อคาดการณ์การกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้ากับเพลาหลัง และกระจายไปทั่วเพลาหลัง เพื่อแรงยึดเกาะที่ดีที่สุดทั้งการขับขี่บนทางราบเรียบและเส้นทางขรุขระ

Range Rover SV 9

ระบบขับเคลื่อน Dynamic Response Pro รุ่นล่าสุดจะรักษาระดับสมดุลของตัวรถให้ขนานไปกับถนนในขณะเข้าโค้ง ระบบ Terrain Response ที่เพิ่มฟังก์ชัน Adaptive Off-Road Cruise Control ที่จะรักษาความเร็วของรถเมื่อเข้าสู่ทางออฟโรด โดยที่คนขับไม่ต้องกังวลในการควบคุมความเร็ว ทำให้สามารถโฟกัสในการขับขี่ และควบคุมพวงมาลัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ร่วมสัมผัส The New Range Rover SV อีกระดับของนิยามความลักซ์ชัวรี่ ได้ที่โชว์รูมแลนด์โรเวอร์ พระราม 4 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-666-7500

“เอ็มจี” ชวนลูกค้าเปิดประสบการณ์ “ขับสนุก” ในสนามจริง กับกิจกรรม “MG4 Track Experience”

0
MG 4 Experience 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดกิจกรรม “MG4 Track Experience” เปิดประสบการณ์ขับสนุกในสนามจริง ชวนผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์มิติใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟของ NEW MG4 ELECTRIc ณ สนามโกคาร์ต IMPACT Speed Park ในวันที่ 7 ตุลาคม 2566

โดยกิจกรรมนี้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจากทาง เอ็มจี จะได้ทดสอบประสิทธิภาพของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างNEW MG 4 ELECTRIC ที่ได้รับกระแสตอบรับและการการันตีด้วยรางวัลในระดับสากล อาทิ รางวัล EV OF THE YEAR AM AWARDS รางวัล UK CAR OF THE YEAR 2023 ได้รับการคัดเลือกเป็นรถที่โดดเด่นที่สุด ใน Compact Segment จาก GERMAN CAR OF THE YEAR 2024 รางวัล BEST FAMILY CAR จาก UKCOTY และรางวัลจากสื่อชั้นนำทั่วโลก ทั้งยังได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก EURO NCAP โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยการเป็นรถอีวีที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ตัวรถกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ฐานล้อกว้าง ทำให้เกาะถนนได้ดี เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม อัตราการเร่งเร็วทันใจ ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ แบบ 5-LINK SUSPENSION ถือเป็นอีวีที่ขับสนุกและเร้าใจ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยมากถึง 26 ระบบ NEW MG4 ELECTRIC มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวเป็นอีวีที่มีการใช้ NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM โครงสร้างที่ออกแบบเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

MG 4 Experience 7

 

 

ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถ NEW MG4 ELECTRIC สามารถร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 40 คน ที่จะได้เปิดประสบการณ์การขับขี่รถไฟฟ้า เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ NEW MG4 ELECTRIC ให้สนุกสนาน เร้าใจ ควบคู่ไปกับการเสริมทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 โดย เอ็มจี เนรมิตสนาม IMPACT Speed Park ให้กลายเป็นสถานีต่างๆ โดยสามารถร่วมสนุกได้ผ่านใต้โพสต์ประชาสัมพันธ์กิจกรรม “MG4 Track Experience” ทาง Official Facebook Page: MG Thailand หรือกดที่ลิงก์ตรงนี้: bit.ly/MG4TrackExperience

MG 4 Experience 2

ทั้งนี้ กิจกรรม “MG4 Track Experience” เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 29 กันยายน 2566 เวลา 17.00 น. โดยทาง เอ็มจี จะประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม ในวันที่ 2 ตุลาคม 2566
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

MG 4 Experience 4

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

###
Hashtag #NEWMG4ELECTRIC #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #MG4TrackExperience

“LAST CHANCE’ รับข้อเสนอพิเศษต่อเนื่อง BMW XPO ฟรีดาวน์ ดอกเบี้ย 0% พร้อม Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท 22-24 ก.ย.นี้ ที่โชว์รูม มิลเลนเนียม ออโต้ พระราม 4

0
BMW XPO Pic Open

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมสุดคุ้มค่า ‘LAST CHANCE’ โอกาสสุดท้ายสำหรับผู้ชื่นชอบยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู รับข้อเสนอพิเศษต่อเนื่อง BMW XPO พร้อม Gift Voucher ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท ร่วมสนุกกับ Lucky Wheel เพื่อลุ้นรับผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ บีเอ็มดับเบิลยู ผสานฟู้ดทรัคร้านดังและดนตรีสด ร่วมสร้างสีสันภายในงาน ระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2566 ณ โชว์รูมมิลเลนเนียม ออโต้ พระราม 4 หรือรับข้อเสนอพิเศษ ได้ที่โชว์รูม มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา ทั้งในกรุงเทพฯ คือ ลาดพร้าว,พระรามที่ 3, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ สยามพารากอน และไอคอนสยาม รวมถึงสาขาต่างจังหวัดคือ อุบลราชธานี, ภูเก็ต หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้น แทนคำขอบคุณลูกค้า มิลเลนเนียม ออโต้ฯ ที่ได้มอบความไว้วางใจให้เราดูแล พร้อมหยิบยื่นที่สุดแห่งความคุ้มค่า ด้วยข้อเสนอพิเศษต่อเนื่อง BMW XPO และยังมีความสนุกอีกมากมาย รอทุกท่านอยู่ภายในงานครับ”

BMW XPO 3

++รับข้อเสนอพิเศษต่อเนื่อง BMW XPO พร้อม Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท
มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป มอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยข้อเสนอพิเศษต่อเนื่อง BMW XPO เมื่อจองรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู กับ มิลเลนเนียม ออโต้ฯ และรับรถภายในเวลา
ที่กำหนด

BMW XPO 1

•ดาวน์ 0%*
•ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 5 ปี*
•ประกันภัยชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 3 ปี*
•Wall Box (สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ไฟฟ้า)*
•Exclusive Dining Voucher at Ms. Jigger, Kimpton Ma-Lai Bangkok มูลค่าสูงสุด 12,000 บาท*
•บัตรรับประทานอาหารมูลค่า 5,000 บาท ที่ The Standard, Mahanakhon*

BMW XPO 2

รับสิทธิ์พิเศษเหนือระดับ สำหรับลูกค้า มิลเลนเนียม ออโต้ฯ
•เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อิน สูงสุด 100,000 บาท*
•Gift Voucher ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท*

BMW XPO 6

โอกาสครั้งสำคัญมาถึงแล้ว กับงาน ‘LAST CHANCE’ ที่ต้องบอกว่าอย่ารอช้า เพราะรถยนต์บางรุ่นมีจำนวนจำกัด ขอสงวนสิทธิ์ First Come First Serve แล้วพบกันระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2566 ณ โชว์รูม มิลเลนเนียม ออโต้ พระราม 4 หรือรับข้อเสนอพิเศษ ได้ที่โชว์รูม มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect
Line: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto)
https://www.millenniumauto.co.th

NETA  ส่งมอบ NETA V ให้ลูกค้าคนไทยครบ 10,000 คัน

0
Neta V ภาพเปิด

NETA เผยส่งมอบ NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car  ให้กับลูกค้าในประเทศไทยแล้วกว่า 10,000 คัน ในระยะเวลา 10 เดือน และมียอดจดทะเบียนสูงเป็นอันดับสอง ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 20% ในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศ พร้อมเดินหน้าแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า100% รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง สานต่อพันธกิจของการทำให้ผู้คนทั่วทุกมุมโลกมีโอกาสได้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

มร.เป่า จ้วงเฟย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด เน้นย้ำถึงพันธกิจของ NETA คือ การทำให้ผู้คนทั่วทุกมุมโลกมีโอกาสได้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยทุกคนจะต้องมี “สิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมกัน” จากการทำหน้าที่เป็น “ผู้สร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้” โดยมีประเทศไทยคือเป้าหมายแรกภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว ทั้งนี้การทำให้พันธกิจดังกล่าวเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนต้องประกอบด้วยหลายปัจจัยสนับสนุน โดยในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนนับตั้งแต่วันแรกของการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย และทำให้มียอดการส่งมอบ NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car ให้กับลูกค้าคนไทยแล้วกว่า 10,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 10 เดือน  ยิ่งไปกว่านั้นยังมียอดจดทะเบียนสูงเป็นอันดับสอง พร้อมครองส่วนแบ่งทางการตลาด 20% ในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

Neta V 1

“ผมต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการดำเนินของ NETA เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 1 ปีของการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของเรา ผมได้มีโอกาสรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าหลายๆ ท่านที่มีต่อแบรนด์ NETA และผลิตภัณฑ์ NETA V ของเรา ซึ่งทำให้ผมรู้สึกดีใจมากที่วันนี้ NETA ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกท่าน โดยเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกท่านได้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีความสุขครับ”

Neta V 2

“การได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 10,000 ท่านในวันนี้ เป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับ NETA เพราะไม่ได้เป็นเพียงแค่ความไว้วางใจที่เราได้รับเท่านั้น แต่จะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนาต่อไปในทุกๆ ด้านอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรักษาความไว้วางใจที่ทุกท่านมีให้กับ NETA ครับ”  มร.เป่า จ้วงเฟย กล่าว

Neta V 3

ทั้งนี้ NETA เปิดตัวแบรนด์ NETA พร้อมแนะนำ NETA V รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ 2565 ที่ผ่านมา และเดินหน้าแผนงานอย่างเต็มที่ในทุกด้านทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมและรองรับกับความต้องการของลูกค้า ตลอดจนสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น   โดยเริ่มส่งมอบ  NETA V ให้กับลูกค้าในประเทศไทยในเดือนธันวาคม พ.ศ 2565 และมียอดการส่งมอบเฉลี่ยเดือนละ 1,000 คัน ซึ่งทำให้สามารถส่งมอบได้กว่า 10,000 คัน ในต้นเดือนกันยายน พ.ศ 2566  ที่ผ่านมา

Neta V 4

ข้อเสนอสุดพิเศษฉลองยอดการส่งมอบครบ 10,000 คัน

มร. เป่า จ้วงเฟย  กล่าวเสริมว่า บริษัทฯ ได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อฉลองยอดการส่งมอบ NETA V ครบ 10,000 คัน  ให้กับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ NETA V ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 30 กันยายน 2566 ดังนี้

  • ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี*
  • ฟรี! เครื่องชาร์จ NETA WALLBOX พร้อมค่าติดตั้ง จำนวน 1 ชุด*
  • ฟรี! รับประกันรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • ฟรี! รับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • ฟรี! ค่าแรงและค่าอะไหล่รถยนต์เมื่อเช็คระยะ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
  • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ระยะเวลา 12 เดือน*
  • ฟรี! AERO KIT จำนวน 1 ชุด มูลค่า 15,000 บาท
  • ฟรี! Gift Voucher Hypermarket มูลค่า 10,000 บาท (เฉพาะสีฟ้า Sky Blue สีเขียว Cyan และสีชมพู Sakura Pink เท่านั้น)*

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-023 9968 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website : www.neta.co.th

 

“ฟอร์ด” อัดโปรแรงฟรีดอกเบี้ย 48 เดือน ให้แฟนฟอร์ด มัสแตงคว้าโอกาสเป็นเจ้าของรถสปอร์ตระดับตำนาน

0
ฟอร์ด มัสแตง ภาพเปิด

ฟอร์ด มัสแตง เป็นรถสปอร์ตยอดนิยมที่มีพลังดึงดูดและเสน่ห์เฉพาะตัวของฟอร์ด มัสแตง กับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ดุดัน อันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลังที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจตามดีเอ็นเอของฟอร์ด มัสแตง

“ฟอร์ด มัสแตงเป็นไอคอนของรถสปอร์ตซึ่งมีตำนานมายาวนาน และมีกลุ่มคนที่หลงใหลในเสน่ห์ของรถคันนี้มากมาย ฟอร์ดจึงต้องการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้รักฟอร์ด มัสแตง ในประเทศไทยได้มาสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับฟอร์ด มัสแตงร่วมกัน ซึ่งฟอร์ดได้เตรียมแคมเปญสุดเร้าใจดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน และแพ็คเกจฟอร์ด พรีเมี่ยม แคร์ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร มอบความมั่นใจตลอดการขับขี่ รวมถึงฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งไว้มอบให้กับลูกค้าด้วย” นายศรุต อิงคะวัต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ฟอร์ด มัสแตง 1

สมรรถนะอันเหนือชั้น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะและฟีเจอร์  ล้ำสมัย กับตัวเลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,999,000 บาท และรุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,799,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีส้ม ไซเบอร์ ออเรนจ์ สีแดง เรดเรซ สีน้ำเงิน แอทลาส บลู และสีเทา คาร์บอนไนซ์เกรย์

ลูกค้าที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของ ฟอร์ด มัสแตง ได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ 8 แห่ง ได้แก่ ฟอร์ด ศรีนครินทร์ โทร. 02-743-4600 ฟอร์ด พีพีเอส หลักสี่ โทร. 02-686-5899 ฟอร์ดเอก สีลม โทร. 026350111 ฟอร์ด พระราม 4 โทร. 02-713-6000 ฟอร์ด รุ่งเจริญ นวมินทร์ โทร. 02-947-9988 ฟอร์ด มหานคร รัตนาธิเบศร์ โทร. 02-147-5909 ฟอร์ด วี กรุ๊ป คาร์ เชียงใหม่ (หางดง) โทร. 053-839-111 ฟอร์ด ฑีฆเจริญ อุดร (นาข่า) โทร. 042-218188 และดูข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ฟอร์ดและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก Miss Thailand World 2023 อย่างเป็นทางการ ส่งมอบ ORA Good Cat สำหรับสาวงามผู้ชนะการประกวด

0
เกรท วอลล์ ,มอเตอร์ 2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ “Miss Thailand World 2023” เวทีประกวดหาสาวงามที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติ ‘งามอย่างมีคุณค่า’ เพื่อเป็นตัวแทนสาวไทยในการประกวด “Miss World 2023” ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศอินเดียในเดือนธันวาคมนี้ โดยนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ นางสาวแพนดอร่า ยู ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และนางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เข้ารอบการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2023 พร้อมส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat จำนวน 1 คัน เป็นรางวัลใหญ่ให้กับสาวงามที่ได้ครองมงกุฎในปีนี้ โดยภายในช่วงรับมอบรถยนต์ มีผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย และ นิโคลีน – พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ Miss Thailand World 2019 มาร่วมรับและถ่ายภาพร่วมกัน

 

 

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักของ Miss Thailand World 2023 เพื่อส่งเสริมสาวไทยให้สง่างามอย่างมีคุณค่าด้วยปฏิภาณไหวพริบและทัศนคติที่ดี ตามแนวคิดการประกวดอย่าง เรียล บิวตี้ เอ็มพาวเวอร์ส (Real Beauty Empowers) ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้สนับสนุนเวทีการประกวด โดยการมอบของรางวัลใหญ่อย่างเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขวัญใจชาวไทย จำนวน 1 คัน ให้กับผู้เข้าประกวดที่สามารถคว้าตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ในปีนี้ เพื่อสนับสนุนให้หญิงไทยได้มีความมั่นใจในการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมส่งต่อประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานสะอาด 100% ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ฟังก์ชันอัจฉริยะ และดีไซน์ที่สวยงาม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่โดดเด่นในแบบฉบับของตัวเอง

เกรท วอลล์ ,มอเตอร์ 2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การเป็นผู้สนับสนุนหลักในครั้งนี้จะไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมหญิงไทยให้มีความมั่นใจในศักยภาพและคุณค่าของตัวเอง แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมไทยใส่ใจต่อการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงการขับเคลื่อนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยสู่ระดับสากล ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยคุณภาพและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย”

เกรท วอลล์ ,มอเตอร์ 4

ORA Good Cat เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้แบรนด์ ORA ที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์และป ลุกกระแสยานยนต์ไฟฟ้าในไทย โดดเด่นด้วยสีสันและงานดีไซน์ที่สวยงามภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic สะท้อนความเป็นตัวตนบนท้องถนนได้อย่างมีเอกลักษณ์ สมรรถนะดีเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ หรือ 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร โดยมาพร้อมกับฟังก์ชันอัจฉริยะและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันเหนือชั้นที่จะมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ของผู้หญิงยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

เกรท วอลล์ ,มอเตอร์ 8

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าประกวดและหญิงไทยทุกคน ให้มั่นใจในศักยภาพและเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเอง โดยบริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นในการเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของการใช้และการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง

ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ขยายแคมเปญ CARRY YOUR DREAM “SUZUKI CARRY PICKUP” ให้ลูกค้าผ่อนนาน 84 เดือน เริ่มต้นวันละ 222 บาท 

0
ซูซูกิ ภาพเปิด

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคกล้าจับจ่ายใช้สอยและลงทุนในธุรกิจ โดยเฉพาะตลาดรถเพื่อการพานิชย์มีตัวเลขยอดขาย 8 เดือนที่ผ่านมา มีตัวเลขอยู่ที่ 191,265 คัน ซึ่งในส่วนนี้แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากลุ่มธุรกิจเพื่อการขนส่ง ภาคการเกษตร หรือการค้าขายในกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME มีการขยับตัวเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจมากยิ่งขึ้น

ซูซูกิ 1

สำหรับ SUZUKI CARRY PICK UP รถกระบะเพื่อการพาณิชย์อเนกประสงค์ คือ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีสอดคล้องไปกับทิศทางของตลาด ล่าสุดจากการเข้าร่วมงาน Big MOTOR SALE 2023 ด้วยการนำมาดัดแปลงภายใต้แนวคิด Laundry Carry เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจซัก อบ รีด ภายใต้แนวคิด CARRY YOUR DREAM พร้อมด้วยการมอบข้อเสนอพิเศษภายในงาน ก็ได้การตอบรับจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME เป็นอย่างดี จนสร้างยอดขายรวมในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2566 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 1,790 คัน และผลักดันให้มียอดขายรวมนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2549 จนถึง ณ ปัจจุบัน มียอดขายรวมในประเทศไทยไปแล้ววกว่า 60,393 คัน

ซูซูกิ 2

โดยเพื่อเป็นการตอกย้ำความนิยม และความสำคัญของ SUZUKI CARRY ในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจขนาดย่อมที่กำลังเติบโตของตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SME ในรูปแบบแฟรนไชส์ ที่มีการขยายตลาดและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เรากำลังจะมีโครงการที่สนับสนุนผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยไทย ได้มีโอกาสสร้างความมั่นคงทางอาชีพด้วยการผลักดันความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ซูซูกิจึงได้ ขยายแคมเปญพิเศษ สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ขนาดเล็กรุ่นนี้ ในราคาเพียง 395,000 บาท พร้อมด้วยข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเพียงวันละ 222 บาท ระยะยาวถึง 84 เดือน หรือเลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% พร้อมฟรีประกันชั้น 1 ในปีแรก ซึ่งข้อเสนอพิเศษดังกล่าวจะเป็นการคิดรวมกับอุปกรณ์ตกแต่งรถเรียบร้อยแล้ว (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯที่กำหนด)

ซูซูกิ 4

อย่างไรก็ตาม SUZUKI CARRY นอกจากจะมีส่วนสำคัญในการสร้างงานสร้างอาชีพภายใต้แนวคิด “เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมายังได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมผ่านโครงการ ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’ ด้วยการนำเสนอแคมเปญเพื่อสังคมที่หลากหลาย

ซูซูกิ 6

หนึ่งในแคมเปญสำคัญและได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกลุ่มผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ คือ CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้วยการดัดแปลง SUZUKI CARRY ให้กลายเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ เพื่อนำไปร่วมกิจกรรม CSR SUZUKI CARRY Barber Truck ให้บริการตัดผมแก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมยังสถานที่ต่างๆ ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย

 

ล่าสุด ยังได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยพันธมิตรเช่น มูลนิธิกระจกเงา, Otteri, บุญถาวร และ We Chef ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม “เปิดตัวห้องน้ำสำหรับคนไร้บ้าน” โดยถือโอกาสนำรถขนส่งความสุข SUZUKI CARRY ที่ดัดแปลงเป็น SUZUKI CARRY BARBER TRUCK รถตัดผมเคลื่อนที่ ไปร่วมให้บริการตัดผมให้แก่คนไร้บ้านผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และ SUZUKI CARRY FOOD TRUCK รถอาหารติดล้อ ไปบริการความอร่อยอิ่มท้องให้แก่คนไร้บ้านและผู้ที่มาร่วมงาน ณ บริเวณสดชื่นสถาน ใต้สะพานปิ่นเกล้า

ซูซูกิ 9

“เราไม่เคยหยุดสานต่อเจตนารมณ์อันดีเพื่อสังคมและผู้คน ซึ่งโครงการ SUZUKI CARRY Your Dream CARRY Your Life ที่นำรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY มาดัดแปลงเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่เพื่อออกไปร่วมกิจกรรมตัดผมให้ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม รถคันนี้ออกตระเวนให้บริการตัดผมแก่ประชาชนมาแล้วทั่วประเทศ เมื่อทราบว่ามีการจัดกิจกรรมเพื่อคนไร้บ้าน เราจึงไม่ลังเลที่จะจับมือกับพันธมิตรร่วมอุดมการณ์ในการลงพื้นที่เพื่อไปทำประโยชน์ขับเคลื่อนความสุขสู่คนไร้บ้านในครั้งนี้”

นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY เพราะไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY ก็พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้พัฒนารูปแบบให้สามารถรองรับการดัดแปลงได้อย่างหลากหลาย จึงตอกย้ำได้อย่างชัดเจนว่า SUZUKI CARRY เป็นได้มากกว่ารถขนสินค้าหรือสัมภาระ แต่เปรียบเสมือนพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการด้วยความจริงใจ เดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน อีกทั้งเรายังมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศเข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

(มีคลิปวีดีโอ) ทดสอบสมรรถนะ Haval H6 PHEV ขึ้นเขา ลงห้วย ด้วยโหมดไฟฟ้า

0
Haval H6 Phev ภาพเปิด

Haval H6 Phev เอสยูวีพ่วงพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่มากับเทคโนโลยีทันสมัย จากการสั่งงานระบบอินโฟเทนเม้นท์ และอัดเต็มกับระบบความปลอดภัย ADAS การทดสอบในครั้งนี้จะโฟกัสไปที่พละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า กับระยะทางที่ใช้ประมาณ 150 กม. บนสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งขึ้นเขาและลงห้วย ขึ้นเขา ลงห้วย สมรรถนะของรถคันนี้จะมีตวามน่าสนใจมากน้อยเพียงใด ติดตามได้จากรายงาน

สำหรับพาหนะที่เร้าในการทดสอบครั้งนี้ได้แก่ Haval H6 PHEV ซึ่งตัวรถมากับการออกแบบที่ฮาวาลเรียกว่า Star Matrix กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ และช่องระบายอากาศแบบไล่ระดับ ขนาดตัวรถไม่ต่างจาก H6 Hybrid มากนัก ความกว้างอยู่ที่ 1,886 มม. ยาว 4,683 มม. สูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 2,738 มม.

ไฟหน้า Intelligent LED พร้อมระบบเปิด-ปิด และ ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และระบบ Follow me home หน่วงเวลาดับไฟหลังดับเครื่องยนต์ รวมถึงไฟท้ายในรูปแบบ LED

Haval H6 Phev  8

หลังคาพาโนรามิคซันรูฟใหญ่อลังการขนาด 1.2 ตารางเมตร เสาอากาศแบบ shark fin ติดตั้งไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED ที่สปอยเลอร์ท้าย ในส่วนของล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 19 นิ้ว จับคู่ยางขนาด 235/55 R19 และเพิ่มระบบประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นแฮนด์ฟรี

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศ เบาะฝั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง มีระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า, เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้าจากจากฝั่งผู้ขับ, เบาะหลังมีที่เท้าแขนกลาง แยกพับได้แบบ 60:4, ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังพร้อมพอร์ท USB

Haval H6 Phev 9

ห้องโดยสารมากับจอ Head Up Display เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay มาพร้อมระบบนำทางบอกตำแหน่ง Point of Interest อาทิ ร้านอาหาร, ปั๊มน้ำมัน หรือห้างสรรพสินค้า มีถาดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบกรองอากาศ PM2.5

ปุ่มควบคุมเกียร์ไฟฟ้าแบบโรตารี่ สีพิเศษแบบ High gloss เพิ่มบรรยากาศห้องโดยสารด้วยชุดไฟ Ambient Light สำหรับสร้างบรรยากาศ

ระบบอินโฟเทนเมนท์ของ H6 PHEV รองรับการอัพเดทเฟิร์มแวร์แบบออนไลน์ (FOTA) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการของระบบอินโฟเทนเมนท์ หรือระบบควบคุมการขับเคลื่อน เช่น ระบบส่งกำลัง หรือระบบช่วยขับอัจฉริยะ (ADAS) เป็นต้น

Haval H6 Phev 10

นอกจากนี้ยังมี GWM Application บนสมาร์ทโฟน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการควบคุมและดูข้อมูลรถระยะไกล เช่น การตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่, การตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่, ระบบจัดการการชาร์จ, การล็อคและปลดล็อคประตู, การปิดหน้าต่างหรือปิดซันรูฟ, การสั่งงานระบบปรับอากาศ, การควบคุมระบบระบายความร้อนของเบาะ, การค้นหาตำแหน่งรถ, การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และระบบตรวจสอบสถานะอื่นๆ

ระบบขับเคลื่อนประกอบด้วย เครื่องยนต์เบนซินรหัส GW4B15 แบบ 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมระบบส่งกำลังแบบอิเลคทรอนิคส์ Multi-mode DHT กำลังรวมทั้งระบบ 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 54 กก.-ม. เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคชนิดเทอร์นารี-ลิเธียม (Ternary-Lithium) ความจุ 34 กิโลวัทท์-ชม. โหมดในการขับเลือกได้ 8 โหมด (โหมดไฮบริด 4 โหมด + โหมดไฟฟ้า 4 โหมด) โหมดไฟฟ้าล้วนวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 201 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

พอร์ทชาร์จเป็นแบบ CCS Type 2 combo (Combined Charging System) รองรับการชาร์จทั้งแบบพื้นฐานด้วยไฟบ้านกระแสสลับ (AC) และการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากตู้ชาร์จสาธารณะ *ระยะเวลาในการชาร์จเร็วจาก 0 – 80% ประมาณ 35 นาที ส่วนการชาร์จด้วยไฟบ้านจาก 0 – 100% ใช้เวลาประมาณ 6 ชม.

ชุดระบบช่วยขับและระบบความปลอดภัยมี กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ประกอบไปด้วยกล้องรอบคัน 4 ตัว ความละเอียด 4 Megapixel ตัวระบบจะรวมมุมมองภาพจากกล้องทั้ง 4 ตัวมาสร้างภาพจำลองมุมมอง 360 องศา แสดงภาพรถจากมุมสูง ทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่โหมดถอยหลัง สามารถดูได้ที่ความเร็ว 15 หรือ 30 กม./ชม. และเมื่อสตาร์ทรถ

Haval H6 Phev 7

ต่อด้วยระบบ Intelligent Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่นช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ โดยใช้กล้องทำการตรวจสอบความโค้งของถนน, ระบบ Traffic Jam Assist ช่วยเบรคและเร่งความเร็วในขณะขับท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด, ระบบ Auto Emergency Braking + Intersection ช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก, ระบบ Wisdom Dodge System ช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้างระหว่างการแซง, ระบบ Blind spot Detection ช่วยเตือนมุมอับสายตา

ระบบ Lane Keeping Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบ Lane Departure Warning ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบ Lane Center Keeping ช่วยรักษาตำแหน่งรถให้อยู่กลางเลน, ระบบ Emergency Lane Keeping ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนขณะฉุกเฉิน, ระบบ Secondary Collision Mitigation ช่วยลดความรุนแรงหากเกิดการชนซ้ำซ้อน, ระบบ Driver Fatigue Monitoring ช่วยเตือนหากผู้ขับเกิดความเหนื่อยล้าขณะขับ

Haval H6 Phev 6

ระบบ Hill Descent Control ช่วยควคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน, ระบบ Hill Start Assist ช่วยออกตัวบนทางชัน, ระบบ Auto Reversing Assistance บันทึกเส้นทางและช่วยถอยหลังกลับในเส้นทางเดิมแบบอัตโนมัติที่ความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ในระยะ 50 เมตร, ระบบ Rear Cross Traffic Braking ช่วยเตือนและเบรคเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอย, ระบบ Integration Intelligent Parking ช่วยจอดอัตโนมัติ, ระบบ Door Opening Warning ช่วยตรวจสอบความปลอดภัยในการเปิดประตูหลังจากจอดรถ และระบบ Tyre Pressure Monitoring System ตรวจความดันลมยางอัตโนมัติ

Haval H6 Phev 5

สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ได้โฟกัสไปที่ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ฟ้าที่เตคลมไว้ว่าทำระยะทางได้ถึง 200 กม. ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทดสอบรุปแบบทางเรียบ เส้นทางกรุงเทพ-อยุธยา และระยะทางที่ใช้งานขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าในครั้งนั้ทำได้ระยะทางประมาณ 150 กม. มาครั้งนี้ ลองขึ้นเขา ลงห้วยดูบ้าง

Haval H6 Phev 4

ระยะทางที่ทำได้แสดงที่หน้าจออยู่ที่ประมาณ 147 กม. หลังจากผ่านการเดินทางหลากรูปแบบ รวมถึงขึ้นทางชันบนเส้นทางลัดเลาะภูเขา ในส่วนของสมรรถนะความแรงต้องบอกว่าเหลือเฟือ และตัวเลขที่ทำได้จากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ่า ใกล้เคียงกัยครั้งก่อนหน้า แต่ยังเหลือสภาพทางที่ต้องลุยธารน้ำ ที่มีระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม.

Haval H6 Phev 1

ระดับน้ำไม่สูงมากประมาณครึ่งล้อ ลุยข้ามได้แบบชิวๆ ซึ่ง Haval H6 Phev ยังมีโมหดลุยน้ำมาให้เลือกใช้โดยเฉพาะ ซึ่วงจะช่วยปกป้องแบตเตอรี่ได้อีกด้วย และสำหรับการใช้งานบนทางออฟโร๊ด ยังมีระบบช่วยลงทางลาดชันอีกด้วย

Haval H6 Phev 2

ครั้งที่ 2 สำหรับการสัมผัสรถรุ่นนี้ยังคงเป้นตัวเบลขที่ใกล้เคียงครั้งแรกสำหรับการใช้งานโหมดมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับขี่ แถมยังได้พิสูจน์สมรรถนะในการลุยธารน้ำและเส้นทางทุรกันดารแบบเบาๆ ก็ยังมั่นใจได้ว่า Haval H6 PHEV หากเจอสถานการณ์แบบที่ได้ทดสอบในครั้งนี้ ก็ยังตอบโจทย์การใช้วานได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล