Home Blog Page 21

GEELY EX2 สร้างกระแสแรงต่อเนื่อง ฉลองยอดจองทะลุ 1,000 คัน เพียง 3 วันหลังเปิดตัว

0

บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ขอแสดงความขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับ GEELY EX2 อย่างล้นหลาม ด้วยราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นที่ 399,990 บาท โดยสามารถทำยอดจองทะลุ 1,000 คัน ในเวลาเพียง 3 วัน หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สะท้อนความไว้วางใจจากลูกค้าที่มีต่อ GEELY ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับโลก และบริการที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ

นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีและขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับ GEELY EX2 อย่างอบอุ่นและเกินความคาดหมาย การที่สามารถสร้างยอดจองทะลุ 1,000 คัน ภายในเวลาเพียง 3 วัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการอันเป็นเลิศของเรา ความไว้วางใจนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เรามุ่งมั่นยิ่งขึ้นในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีที่สุด พร้อมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานใหม่ในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย”

ขณะนี้ บริษัทกำลังเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งมอบรถล็อตแรกให้กับลูกค้าในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ตามกำหนดการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ GEELY EX2 ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ผ่านการยกระดับมาตรฐานการบริการด้วยแผนงานขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 40 แห่งภายในปีนี้ และเพิ่มจำนวนเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมการพัฒนาระบบสนับสนุนครบวงจร เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การรับประกันตัวรถและแบตเตอรี่ระยะยาว รวมถึงอุปกรณ์ชาร์จที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในทุกมิติของการเป็นเจ้าของ GEELY EX2 ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย และสร้างความเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะได้รับทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายสูงสุด

GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย รุ่น PRO และรุ่น MAX มาพร้อมแนวคิด EXTRA IN ORDINARY เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ปลอดภัย และมั่นใจด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล ขุมพลังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC อัดแน่นด้วยฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด

พิเศษเฉพาะในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ธนบุรีนอยสเติร์น มอบข้อเสนอสุดคุ้มค่า สำหรับ GEELY EX2 ทั้ง 2 รุ่น ด้วยแคมเปญ Basic Package พร้อมส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท เฉพาะลูกค้าที่จอง GEELY EX2 ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 จำนวน 2,000 สิทธิ์แรก

  • รุ่น PRO ในราคาพิเศษ 399,990 บาท จากราคาปกติ 429,990 บาท
  • รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 429,990 บาท จากราคาปกติ 459,990 บาท

พร้อมรับสิทธิพิเศษครบครัน ได้แก่

  • รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
  • ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี
  • Portable Charger

นอกจากนี้ ทุกการจองตั้งแต่ 3,999 บาทภายในงาน ลูกค้าจะได้รับกระเป๋าผ้าใบดีไซน์พิเศษจาก GEELY มูลค่า 1,290 บาท พร้อมสิทธิ์แลกซื้อแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่ง GEELY EX2 ในราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

  • ชุดอุปกรณ์ A ที่รวมกล่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลัง กล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง พรมปูพื้น พรมปู Frunk และพรมปูท้ายรถ ในราคาเพียง 8,999* บาท (จากราคาปกติ 13,49* บาท)
  • ฟิล์มกรองแสงลามินา ราคาพิเศษ 8,999* บาท (จากราคาปกติ 15,675* บาท)
  • ชุดอุปกรณ์ C ที่ประกอบด้วยกล่องเก็บของใต้ที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง และกล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง ในราคาเพียง 4,999* บาท (จากราคาปกติ 6,681.82* บาท)

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำสมัยของ GEELYได้ที่บูธ GEELY (A15) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

*ราคาไม่รวม vat

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้ง ยางเย คริส จู ดำรงตำแหน่ง ประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้งคุณยางเย คริส จู ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป คุณคริสจะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจาก คุณเรเน่ แกร์ฮาร์ด ซึ่งจะย้ายไปรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เอเชีย ประจำประเทศสิงคโปร์

คุณคริส มีประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ทางด้านการบริหารจัดการแบรนด์ การขาย การสื่อสารองค์กร และ
การพัฒนาช่องทางการจำหน่าย ทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศเกาหลีใต้ โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารแบรนด์ รับผิดชอบการสื่อสารการตลาด การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ และศูนย์ขับขี่บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Driving Center) โดยมุ่งเน้นที่การส่งเสริมความเป็นเลิศของแบรนด์ และยกระดับการมีส่วนร่วมกับลูกค้า

คุณริตู ชานดี รองประธานอาวุโสฝ่ายขาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลางและแอฟริกา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กล่าวว่า “คุณคริสนำประสบการณ์อันล้ำค่าที่สั่งสมมาจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมความรู้อันกว้างขวางทางด้านตลาดยานยนต์ ควบคู่กับพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการแบรนด์ การบริหารงานขาย และการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสถานะ
ของเราในฐานะแบรนด์ยานยนต์พรีเมียมชั้นนำของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

“นอกจากนี้ ขอแสดงความชื่นชม คุณเรเน่ สำหรับความเป็นผู้นำที่โดดเด่น ที่เปี่ยมไปด้วยความทุ่มเทและความมุ่งมั่นที่มีต่อองค์กร ภายใต้การนำของคุณเรเน่ และทีมเวิร์คที่มีประสิทธิภาพสูง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การครองตำแหน่งผู้นำยานยนต์ระดับพรีเมียมห้าปีซ้อน ด้วยประสบการณ์อันกว้างขวางทางธุรกิจยานยนต์ทั้งในด้านค้าปลีกและค้าส่ง ควบคู่กับการนำบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ไปสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถ สำหรับตำแหน่งระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคุณเรเน่จะรับผิดชอบการบริหารจัดการตลาด 14 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียแปซิฟิก” คุณริตู ชานดี กล่าวสรุป

การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ด้านบุคลากรเชิงรุกและไม่เคยหยุดนิ่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว รักษาความเป็นผู้นำได้อย่างมั่นใจ เพื่อส่งมอบคุณค่าอันน่าประทับใจให้แก่ลูกค้าในทุกตลาดอย่างต่อเนื่อง

รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดตัวแรงเกินต้าน ลูกค้าแห่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package

0

หลังจากเปิดตัวแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย The All-Electric Mazda6e พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* ซึ่งลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าว มูลค่าสูงสุดถึง 70,000 บาท* (จำนวนจำกัด) โดยได้รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” โดยจองสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์รูปแบบใหม่บน Mazda Official Website ที่ https://www.mazda.co.th/th/mazda6e-pre-register และยังสามารถดูรายละเอียดรถได้จาก Mazda Virtual Showroom ได้เช่นกัน ภายในงานฯ มีลูกค้าให้ความสนใจแน่นบูธมาสด้าตลอดทั้งวัน

รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่กำลังกลายเป็นกระแส และจุดประกายครั้งสำคัญต่อการก้าวสู่ยุคใหม่ของมาสด้าในประเทศไทย เปิดตัวสุดร้อนแรง ลูกค้าหลั่งไหลจองรับสิทธ์ผ่านมาเพียง 5 วัน ยอดจองทะลุกว่า 1,000 คัน THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e พร้อมแนวคิด จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว “Electrified Perfection in Oneness” กับนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู NeoFastback ที่มีให้เลือก 2 สไตล์ คือ สไตล์ Premium Black ห้องโดยสารตกแต่งภายในด้วยวัสดุหนังสีดำให้ภาพลักษณ์สปอร์ตทันสมัย สไตล์ Exclusive Nappa Suede ยกระดับภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุหนัง Nappa/Suede สีแทน ออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion สง่างามทุกมุมมองทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ และสปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ ให้สมรรถนะการขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ ตามปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิตไต แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** รองรับการชาร์จด่วน DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที***

ลูกค้าที่สนใจ สามารถจองรับสิทธิพิเศษ Mazda6e Premiere Package* ได้แล้ววันนี้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ณ อิมแพค เมืองทองธานี จนถึงวันที่ 10 ธ.ค. 68 หรือจองผ่านช่องทางออนไลน์ https://www.mazda.co.th/th/mazda6e-pre-register พร้อมเชิญสัมผัสประสบการณ์การขายรูปแบบใหม่ผ่าน Mazda Virtual Showroom บน Mazda Official Website นอกจากนี้มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท* ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) นานสูงสุด 7 ปี* ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family หรือครอบครัวมาสด้า ยังได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 50,000 บาท*

บุคคลในภาพ

มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer, มร. ฮิโรชิ ชิบะ General Manager of Asean Office มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ และ มร. ทาเคชิ ซาโตะ รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และได้รับเกียรติอย่างสูงจากคณะสื่อมวลชนกิตติมศักดิ์ให้เกียรติร่วมพิธีเปิดบูธแสดงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จากมาสด้า ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

หมายเหตุ:

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

**อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC

***อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม

สนุก และสร้างสรรค์กับ MOTOR EXPO PHOTO SHOOTING X TAM:DA

0
_cuva

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” สร้างสรรค์มุม PHOTO SHOOTING โดย ธนวัต มณีนาวา หรือ “เป๋ TAM:DA” ศิลปิน นักประดิษฐ์ และนักออกแบบ ที่เปลี่ยนสิ่งธรรมดาๆ ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ ถ่ายทอดผ่านวัสดุเหลือใช้ และของที่ถูกทอดทิ้ง

ผลงาน “อลังการงานสร้างสรรค์” ของ “เป๋ TAM:DA” ณ มุม PHOTO SHOOTING เกิดจากไอเดียง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยนำถุงพลาสติคใช้แล้วมาหลอมรวมกันเป็นรูปรถ ตามแบบภาพสัญลักษณ์งานในสไตล์ของ TAM:DA ซึ่งมักจะมองสิ่งธรรมดาในมุมใหม่ และเปลี่ยนสิ่งที่ดูไร้ค่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

_cuva

เชิญผู้สนใจถ่ายภาพร่วมกับผลงานของ “เป๋ TAM:DA” ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแทก #MotorExpoArt2025 และรับของที่ระลึกได้ที่มุม PHOTO SHOOTING ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” บริเวณลอบบี้ฮอลล์ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2568

เที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025 จอดรถสะดวก ฝากหมวกปลอดภัย

0
_cuva

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” อำนวยความสะดวกผู้ชม จัด Shuttle Bus รับ-ส่งระยะใกล้ พร้อมบริการรับฝากหมวกกันน็อคของผู้ใช้รถจักรยานยนต์

ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” แนะนำผู้ขับรถไปชมงานที่ไม่อยากเสียเวลาวนหาที่จอดในอาคาร ให้นำรถไปจอดที่ลานจอดริมทะเลสาบ พร้อมจัดบริการ Shuttle Bus รับ-ส่ง จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3

นอกจากนี้ สำหรับผู้ขี่รถจักรยานยนต์ไปชมงาน ยังมีบริการรับฝาก และทำความสะอาดหมวกกันน็อค ฟรี ! ที่ประตูทางเข้า อาคารชาลเลนเจอร์ 3

_cuva

เชิญเที่ยวงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

GWM จับมือพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ อัปเดตความสำเร็จปี 2025 พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์ปี 2026 ร่วมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย

0

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด จัดงานประชุมพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Way to Win” เพื่ออัปเดตผลการดำเนินงานของ GWM (Thailand) ในช่วง 10 เดือนของปี 2568 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประกาศแผนการเติบโตเชิงรุกในปี 2569 ผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน รวมถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของงานบริการหลังการขาย เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับหนึ่งในประเทศไทยด้านบริการหลังการขาย และเป็นแบรนด์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด โดยภายในงานมีพาร์ทเนอร์กว่า 75 ราย รวม 142 ท่าน เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของ GWM โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม GWM มียอดขายมากกว่า 1.06 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดรถพวงมาลัยขวาทำผลงานได้ดียิ่งกว่า มียอดขาย 102,000 คัน หรือเติบโต 41% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน ขณะที่ในประเทศไทย GWM (Thailand) ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย ด้วยการนำกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายพลังงานและเซกเมนต์ ครอบคลุมทุกพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ GWM ได้นำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ใน GWM TANK ทั้ง GWM TANK 300 DIESEL, GWM TANK 500 DIESEL และล่าสุด NEW GWM POER SAHAR DIESEL ซึ่งเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ “GWM Diesel Family” พร้อมกับการสร้างสีสันให้กับแฟน ๆ ชาวไทยด้วย NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition รวมถึง WEY G9 รถยนต์ Luxury MPV จากแบรนด์ GWM WEY รวม 3 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งรถยนต์ของ GWM ครอบคลุมเซกเมนต์ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยถึง 85% สร้างโอกาสทางการขายให้กับพาร์ทเนอร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยยอดขายสะสมรวมในทุกรุ่นตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 อยู่ที่ 13,313 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 124% ซึ่งความสำเร็จนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินกลยุทธ์การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย การร่วมแรงร่วมใจของเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานไทยที่มีต่อนวัตกรรมรถยนต์ที่ล้ำหน้ารวมถึงความแข็งแกร่งในแบรนด์ GWM อีกด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมร่วมกันระหว่าง GWM และพันธมิตรทั่วประเทศสำหรับงาน Motor Expo 2025 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์และฤดูกาลขายที่สำคัญที่สุดช่วงปลายปี โดย GWM ได้เสริมความพร้อมด้านการตลาดและการขายผ่านการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ควบคู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร เพื่อมอบแคมเปญที่ดีที่สุดของ GWM แก่ลูกค้า นอกจากการพูดคุยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาและแผนการสร้างการเติบโตในช่วงโค้งสุดท้ายของปี GWM ยังแสดงแผนงานของปี 2569 ที่ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมทัพรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นเข้าสู่ประเทศไทย การทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง GWM และพาร์ทเนอร์ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุด และการตั้งหมุดหมายครั้งสำคัญในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และมุ่งยกระดับบริการหลังการขายก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในประเทศไทย ผ่านการบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาความรู้และทักษะของทีมช่าง การบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การเดินหน้าขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี และการรับฟังข้อกังวลใจและเอาใจใส่ดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับ GWM เรามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและร่วมเติบโตไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเรา สุขภาพทางการเงินและผลประกอบการของพาร์ทเนอร์จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับ GWM (Thailand) ในปี 2569 เราจะยังคงเดินหน้าไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ พร้อมนำนวัตกรรมที่ครอบคลุมทุกพลังงานและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส สนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงร่วมกันการพัฒนาการบริการหลังการขายในทุกมิติ เราขอขอบคุณทุกความร่วมมือและความเชื่อมั่นที่พาร์ทเนอร์มีให้กับ GWM เราจะจับมือกันเพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

“ลมหายใจไร้มลทิน” เปิดพื้นที่ “ฮีลใจ” ครอบครัว ในงาน MOTOR EXPO 2025

0

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมกับ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล เชิญชวนทุกครอบครัว “สร้างภูมิคุ้มกันใจ เด็กไทยเข้มแข็ง” ภายใต้แนวคิด “Inner Growth Playground: Smart Mind – Safe Heart – Nature Balance”

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เปิดพื้นที่ “ฮีลใจ” ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” พบกับ 4 กิจกรรมไฮไลท์ เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจลูกหลานแบบรอบด้าน และฟื้นฟูสมดุลใจทั้งครอบครัว ดังนี้

  1. Scan Me Smart Kid: คัดกรองเพื่อเข้าใจเด็ก บริการประเมินพัฒนาการครบวงจร (ปฐมวัย-วัยรุ่น) ทั้งพัฒนาการพื้นฐาน, M-CHAT, EQ, Self-esteem, ซึมเศร้า/ติดเกม เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นภาพรวมพัฒนาการลูก และนำข้อมูลไปต่อยอดที่บ้านได้ทันที
  2. Plug into Nature Kits: พื้นที่เชื่อมต่อพลังธรรมชาติ กิจกรรมเปิดประสาทสัมผัส ผ่อนคลาย สงบ มีสมาธิ ลดความฟุ้งซ่านจากโลกดิจิทอล เพื่อฟื้นฟูสมดุลทางอารมณ์ของเด็กยุคใหม่
  3. Smart Family Safe Zone: โซนครอบครัวปลอดภัย คิดเป็น เรียนรู้ร่วมกันผ่านบอร์ดเกม “8 ทักษะความปลอดภัย” และกิจกรรมสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงในบ้าน เพื่อฝึกทักษะการตัดสินใจ และสร้างคุณภาพเวลาร่วมกัน
  4. ชุดกิจกรรมเสริมทักษะสมอง EF และการตัดสินใจ เกม “คิดส่ะดี ธรรมได้” ฝึกยั้งคิด ควบคุมอารมณ์ และมีผู้เชี่ยวชาญช่วยแปลผลคัดกรอง EF เพื่อให้เด็กมีทักษะคิดเป็น วางแผนเป็น และควบคุมตนเองได้อย่างเหมาะสม

ภายในบูธ “ลมหายใจไร้มลทิน” ยังมีบริการพิเศษ ให้คำปรึกษาออนไลน์ฟรี ครอบคลุมเรื่องการเลี้ยงดู ปัญหาพฤติกรรม และพัฒนาการล่าช้า โดยนักจิตวิทยาคลินิก และนักพัฒนาการ ในช่วงเวลา 17.00–18.00 น.

_cuva

พร้อมกันนี้ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานมูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน บริจาคสนับสนุน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบกองทุนรากฐานปัญญาแผ่นดิน จำนวน 236,000 บาท เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568

เชิญทุกครอบครัวมา “ฮีลใจ” ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” บูธมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน บริเวณลอบบี้ฮอลล์ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ -10 ธันวาคม 2568

“NEX ชูนวัตกรรม 6-in-1 เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าต้นแบบ ‘NEX VANTASTIC’ ระยะทาง 333 กม. ราคาเริ่ม 1,059,000 บาท พร้อมโชว์ครั้งแรก Motor Expo 2025”

0

NEX รุกสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย เปิดตัว “NEX VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ที่มาพร้อมระยะวิ่งสูงสุดถึง 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแบบ 6-in-1 เตรียมอวดโฉมครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเปิดให้จองสิทธิ์ และเตรียมส่งมอบรถได้ภายในช่วงต้นปีหน้า ทั้งยังจัดแสดงไลน์อัพรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ครบทุกเซ็กเมนต์ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับรถทุกรุ่นภายในงานอีกด้วย

นายธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX กล่าวว่า “สำหรับการเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ NEX มุ่งนำเสนอศักยภาพด้านความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย โดยเรามีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตลาดในประเทศอย่างครบวงจร ทั้งรถบัส รถหัวลากแทรกเตอร์ และรถสำหรับงานโลจิสติกส์ประเภทต่าง ๆ

ปีนี้เราเปิดตัว “NEX VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ขนาด  8 คิว สามารถวิ่งได้ประมาณ 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาพร้อมระบบ 6-in-1 ที่รวมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่มีความปลอดภัยและระบบควบคุมเสถียรภาพระดับเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รุ่นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ยังคงเป็น พวงมาลัยซ้าย และยังไม่ใช่รุ่นที่วางจำหน่ายจริง โดยบริษัทมีแผนปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทยมากที่สุด อย่างไรก็ตาม รถรุ่นต้นแบบยังคง โครงสร้างและมิติตัวถังตามแบบฉบับเดิม เพื่อสะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบถ้วน พร้อมเปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 1,059,000 บาท

“NEX VANTASTIC” CARGO VAN เปิดรับจองสิทธิ์ภายในงาน Motor Expo 2025 เพียงวางเงินจอง 9,000 บาท รับส่วนลดทันที 110,000 บาท เหลือเพียง 949,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ E-Voucher ชาร์จไฟมูลค่า 10,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี และสามารถส่งมอบได้ตั้งแต่ต้นปีหน้า

การเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของ NEX ภายหลังการปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับคุณภาพการให้บริการใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของเราในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เราได้ขยายเครือข่ายการให้บริการหลังการขาย และเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากรถของลูกค้าต้องใช้เวลาซ่อมเกิน 3 วัน เรามีบริการจัดหารถทดแทนเพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ”

ไฮไลท์ข้อมูล “VANTASTIC” CARGO VAN ขนาด 8.0 คิว

ตัวรถ “Vantastic” CARGO VAN ถูกออกแบบให้สมดุลทั้งความกว้าง ความสูง และระยะฐานล้อ ได้แก่ ความยาว 5,195 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,810 มิลลิเมตร ความสูง 1,960 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,400 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แบตเตอรี่ความจุ 66kWh ให้กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ และแรงบิด 245 นิวตันเมตร รองรับการชาร์จเร็วระดับ 2C โดยมีอัตราการชาร์จ (DC) 20-80% ภายใน 18 นาที ความจุแบตเตอรี่ขนาด 66 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 333 กิโลเมตร ตัวถังรถเป็นประตูบานเลื่อนด้านข้างเดี่ยว ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ มาพร้อมไฟ Daytime Running Light ไฟท้ายแบบฮาโลเจน ระบบช่วงล่างอิสระแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ดิสก์เบรกหน้าและหลัง ล้อขนาด 16 นิ้ว ยางขนาด 195/75R16

เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารเป็นแบบผ้า ที่นั่งคนขับปรับได้ 4 ทิศทาง ที่นั่งผู้โดยสารปรับได้ 2 ทิศทาง มีพอร์ทชาร์ต USB Type A ขนาด 10w 1 จุด และ Type C ขนาด 30w 1 จุด ในส่วนของระบบความปลอดภัยยังมาพร้อมเรดาร์ถอยหลังและกล้องมองหลัง ถุงลมนิรภัยที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสาร สัญญาณแจ้งเตือนการเปิดประตู (ทุกประตู)

 

นอกจากนี้ภายในบูธยังมีรถที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่

 

  1. NEX EV Tractor 423 kWh

เป็นรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า 100% ตัวรถถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทานสูงเพื่องานขนส่งขนาดใหญ่และบรรทุกหนักโดยเฉพาะ โครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High Tensile Steel) น้ำหนักรถเปล่า (Curb weight) 11,010 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย/อุปกรณ์เสริม) น้ำหนักลากจูงสูงสุด (GCWR) 50,500 กิโลกรัม มิติโดยรวม (ยาว x กว้าง x สูง): ประมาณ 7,400 x 2,550 x 3,600 มม.

แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ความจุแบตเตอรี่ 423 kWh กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 410 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 2,800 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด มีหัวชาร์จแบบ DC สามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัว ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จประมาณ 300 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับรถ) ระบบเบรกลมแบบวงจรคู่ (Dual Circuit Air Braking System) ใช้ระบบเบรกที่เชื่อถือได้และเป็นมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อประสิทธิภาพในการหยุดรถที่ดี ระบบเบรกเสริม (Regenerative Braking) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ามีระบบช่วยเบรกด้วยการเปลี่ยนพลังงานจลน์กลับไปเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยชะลอความเร็วรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยลดการสึกหรอของเบรกหลักด้วย ระบบเบรกมือ (Parking Brake) เป็นแบบดรัมเบรกเพื่อการจอดรถที่มั่นคง ล้อขนาด 22.5 นิ้ว โดยเป็นขอบล้อที่ออกแบบมาให้ใช้กับยางขนาด 12R22.5 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกหนักในประเทศไทย

เทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยและการจัดการ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะเบรกอย่างกะทันหัน และ ระบบ IVMS Tracking เป็นระบบติดตามและเฝ้าระวังตำแหน่งของรถแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความปลอดภัยในการติดตามทรัพย์สิน มีการใช้ระบบควบคุมทางไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อความแม่นยำและเสถียรภาพในการขับขี่

  1. โปรโมชั่น Premium ราคา 3,890,000 บาท รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 500,000 กิโลเมตร
  2. โปรโมชั่น Platinum ราคา 4,290,000 บาท รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร

โดยมีการเช่าสุดพิเศษ 2 รูปแบบ

  1. เช่าซื้อ ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถเพียงอย่างเดียว
  2. เช่าใช้ ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถ หมดกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา

 

2.กระบะไฟฟ้า NEX BEV PICKUP Single Cab ราคาพิเศษ 989,000 บาท (จำนวนจำกัด)

รถกระบะ 2 ประตู ปิกอัพตอนเดียวพลังงานไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับงานบรรทุกและขนส่งเชิงพาณิชย์  มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 65 kWh ชาร์จเต็มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 300 กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 245/70 R17

ภายในถูกออกแบบให้เน้นความเรียบง่ายแต่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ มาพร้อมหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ AUX, USB, และ Bluetooth พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง

กุญแจรีโมทแบบ Keyless Entry เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกรถ มาพร้อมปุ่ม Push Start พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าไฮดรอลิก (EHPS) กระจกมองข้างสามารถปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า และระบบเซ็นทรัลล็อกเพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่สะดวก

นอกจากนี้ NEX BEV PICKUP Single Cab ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยสำหรับการใช้งานรถกระบะเชิงพาณิชย์ อาทิ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะเบรกกะทันหัน ถุงลมนิรภัย (SRS Airbags) คู่หน้า สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ระบบเซ็นทรัลล็อก (Central Locking System) เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการล็อกประตูรถทั้งหมดพร้อมกัน มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด และมีสัญญาณเตือนเมื่อไม่มีการคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบความปลอดภัยเหล่านี้เน้นการใช้งานที่เชื่อถือได้และตอบโจทย์พื้นฐานของรถกระบะที่เน้นงานบรรทุกเป็นหลัก

“อยากเชิญชวนผู้ประกอบการที่ใช้รถเชิงพาณิชย์เข้ามาเยี่ยมชมบูธของเรา NEX มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์ได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะ “VANTASTIC” CARGO VAN ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่ตลาดไทยยังขาดอยู่ และเชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายธนพัชร์ กล่าวปิดท้าย

พบกับ “VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ และรุ่นอื่น ๆ พร้อมจองสิทธิ์และรับข้อเสนอพิเศษมากมาย ได้ที่ บูท เน็กซ์ พอยท์ (B07) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

กลุ่มสิทธิผล จัดกิจกรรม “Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra by Sittipol Group” เพื่อรวมพลังส่งให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เดินหน้าสู่ความสำเร็จบนเวทีการแข่งขันระดับโลก

0

กลุ่มสิทธิผล โดยคุณทนง ลี้อิสสระนุกูล นักธุรกิจผู้ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ต และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมายของทั้งนักแข่ง ทีมแข่ง และเป็นผู้ให้การสนับสนุน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การแข่งขันในประเทศไทยจนก้าวขึ้นสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก อาทิ Moto2 และMotoGP

ด้วยความภาคภูมิใจนี้ กลุ่มสิทธิผล จึงได้จัดกิจกรรม “Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra” เพื่อให้แฟนคลับและคนไทยช่วยกันส่งแรงเชียร์ แรงใจ ส่งพลังให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก เพื่อเป็นศักดิ์ศรีให้แก่คนไทยต่อไป

และแน่นอนในปีหน้า 2569 กลุ่มสิทธิผล และคุณทนง ยังคงยืนหยัดให้การสนับสนุน พร้อมร่วมส่งพลังบวกให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักแข่งไทยคนแรกที่เดินทางสู่จุดสูงสุดของการแข่งรถ “Production” แบบเต็มฤดูกาลกับรายการเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 (WSBK) ภายใต้ทีมโรงงาน “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” (Honda HRC)

ชมภาพความประทับใจในงาน Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra By Sittipol Group เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Sittipol 1919

ไฮไลท์จากบีเอ็มดับเบิลยู ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

0

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่
ราคา: 5,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู iX พร้อมออกเดินทางสู่การผจญภัยด้วยพลังงานไฟฟ้าครั้งใหม่ กับการเปิดตัวรุ่นย่อย iX xDrive45
M Sport ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดแบบรอบด้าน นับตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น ไปจนถึง
ระยะทางการขับขี่และสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูปราดเปรียวและน่าหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น ด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกรอบวาววับ ล้อมรอบเส้นสายที่จัดเรียงทั้งแบบแนวตั้งและทแยงมุม เสริมด้วยไฟขอบกระจังหน้าจากแพ็คเกจ BMW Iconic Glow ส่วนรูปทรงของตัวรถที่ดูภูมิฐานและแข็งแกร่ง ยกระดับไป
อีกขั้นด้วยชุดแต่ง M Sport ที่เสริมเส้นสายให้ดูทรงพลัง นับตั้งแต่ช่องดักอากาศด้านหน้าไปจนถึงแผงสะท้อนแสงแนวตั้งที่ด้านท้าย นอกจากนี้ iX รุ่นใหม่นี้ยังมีสีตัวถังให้เลือกเพิ่มเติมอีก 5 สี ได้แก่สีน้ำเงิน Arctic Race metallic, เทา Dune Grey metallic, ดำ Carbon Black metallic, เงิน Space Silver metallic และขาว Alpine White solid จับคู่อย่างลงตัวกับการตกแต่งที่หรูหราภายในห้องโดยสาร ด้วยเบาะหนังและผิวหน้าแผงคอนโซลในโทนสีน้ำตาลจากชุดแต่ง Design Suite Castanea หรือสีดำโฉบเฉี่ยวในชุดแต่ง Design Suite Amido

ความสปอร์ตจากชุดแต่ง M Sport ไม่ได้จบอยู่แค่ภายนอกตัวรถ แต่ยังสัมผัสได้จากภายในห้องโดยสารอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยพวงมาลัยหนังแบบ M และวัสดุตกแต่งภายในโทนสี M Dark Silver ตัดกับเพดานหลังคาสี Anthracite ให้บรรยากาศของความหรูหราและสง่างามในทุกมุมมอง และเมื่อเปิดประตูรถ บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ ก็พร้อมต้อนรับคุณอย่างพิเศษสุดด้วยภาพแอนิเมชันแบบใหม่บนจอโค้ง BMW Curved Display และลวดลายกราฟฟิกจากระบบไฟ Welcome Light Carpet ส่วนความสะดวกสบายก็เหนือชั้นขึ้นเช่นกัน ด้วยการรองรับเทคโนโลยี BMW Digital Key Plus เต็มรูปแบบ เพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้กลายเป็นกุญแจรถอัจฉริยะ โดยตัวรถจะปลดล็อกโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเดินเข้ามาใกล้ พร้อมเปิดระบบไฟ Welcome Light อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งยังสามารถแชร์สิทธิ์การเข้าใช้งานรถกับคนที่คุณไว้ใจได้สูงสุดถึง 17 คนอีกด้วย

ภายใต้รูปลักษณ์ที่เหนือระดับแบบรอบด้านนี้ บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ ยังมาพร้อมกับสมรรถนะและระยะทางการขับขี่ที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งพละกำลังเพิ่มขึ้นจาก 240 กิโลวัตต์ / 326 แรงม้า ในรุ่น iX xDrive40 เดิม เป็น 300 กิโลวัตต์ / 408 แรงม้า ขณะที่แรงบิดเพิ่มขึ้นจาก 630 นิวตันเมตร เป็น 700 นิวตันเมตร ดังนั้น iX รุ่นใหม่นี้จึงมีการตอบสนองที่ฉับไวยิ่งขึ้น โดยสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที ขณะที่ความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 76.6 kWh เป็น 100.4 kWh ส่งผลให้ระยะทางขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP เพิ่มขึ้นจาก 425 กิโลเมตร เป็น 602 กิโลเมตร

บนท้องถนน บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive45 M Sport ใหม่ มอบความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความแม่นยำและความนุ่มนวล ระบบบังคับเลี้ยวแบบสี่ล้อ (Integral Active Steering) ที่ติดตั้งเพิ่มเข้ามาช่วยให้ล้อหลังสามารถเลี้ยวได้ เสริมทั้งความคล่องตัวที่ความเร็วต่ำและความนิ่งของตัวรถขณะใช้ความเร็วสูง ช่วงล่างแบบถุงลม Adaptive 2-axle air suspension สามารถปรับระดับความสูงของรถได้ตามโหมดการขับขี่ เพื่อความนุ่มนวลและสะดวกสบายสูงสุดใน
ทุกสถานการณ์ ภายในห้องโดยสารที่อยู่เหนือล้อขนาด 21 นิ้วแบบ M ส่วนระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant Plus และระบบช่วยจอด Parking Assistant Plus ยังช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ด้วยฟังก์ชันอย่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรก และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ เจ้าของรถยังสามารถเลือกอัปเกรดความสะดวกไปอีกขั้นผ่าน ConnectedDrive Upgrades ด้วยการเลือกซื้อแพ็คเกจ Parking Assistant Professional ที่เพิ่มฟังก์ชันการควบคุมรถเข้าช่องจอดจากทางไกลและระบบช่วยเหลือขณะขับเข้าช่องจอด

ในกรณีที่ยางรั่ว ชุดปะยางฉุกเฉิน BMW Tyre Repair Kit Plus ใหม่ จะช่วยให้คุณเดินทางต่อเพื่อเข้าซ่อมแซมที่ศูนย์บริการได้อย่างมั่นใจ ชุดปะยางแบบใช้ครั้งเดียวนี้จะอุดรอยรั่วและเติมลมยางให้กลับมาใช้งานได้ โดยสามารถขับขี่ต่อไปได้สูงสุด 200 กิโลเมตร ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนที่จะต้องเข้าศูนย์เพื่อทำการปะยางหรือเปลี่ยนยางใหม่

 

บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่

ราคา: 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ยกระดับการขับขี่สู่ระบบไฟฟ้าล้วน ด้วยดีไซน์ที่ได้รับการปรับแต่ง
ต่างจากบีเอ็มดับเบิลยู X1 ในรุ่นมาตรฐาน และยังเพิ่มพื้นที่ภายในตัวรถให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ด้วยตัวรถที่ยาวขึ้นเป็น 4,616 มิลลิเมตร และฐานล้อยาว 2,800 มิลลิเมตร หรือเท่ากับตัวรถยาวกว่า X1 รุ่นมาตรฐาน 116 มิลลิเมตร และ
ฐานล้อยาวขึ้น 110 มิลลิเมตร ขนาดตัวรถที่เพิ่มขึ้นนี้ ผสมผสานกับบุคลิกที่บึกบึนและแข็งแกร่งในแบบของ SAV ได้อย่างลงตัว ทั้งยังโดดเด่นเตะตากว่าที่เคยด้วยกระจังหน้าแบบปิดโฉมใหม่ในทรงสามมิติ เข้าชุดกับไฟหน้า Adaptive LED ที่ทอดยาวไปยังด้านข้างของตัวรถ ส่วนเส้นสายด้านข้างตัวถัง ให้อารมณ์ความสปอร์ตและดุดันตลอดคัน ก่อนเติมความหรูด้วยชุดแต่ง M Sport ที่รวมถึงส่วนกรอบหน้าต่าง high-gloss Shadowline ที่เงาวับ จับสายตาได้ไม่แพ้ราวหลังคาอลูมิเนียมผิวด้านที่ทอดยาวอยู่ด้านบน และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วในดีไซน์ Double-spoke Bicolour

ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ จึงมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ทั้งจากพื้นที่ที่กว้างขึ้น 81 มิลลิเมตรสำหรับการวางขา และ 107 มิลลิเมตรที่ระดับเข่า สำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง รวมถึงตัวเบาะหลังที่บุโฟมนุ่มขึ้น พร้อมขยายความกว้างของตัวเบาะขึ้น 15 มิลลิเมตร ยกระดับความสบายในการนั่งได้ยิ่งขึ้น ขณะที่ระบบช่วงล่างก็ผ่านการปรับแต่งมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความนุ่มสบายบนทุกเส้นทาง เบาะหลังของ iX1 รุ่นฐานล้อยาวนี้ ยังคงแบ่งสัดส่วนเป็น 3 ตอนแบบ 40:20:40 เช่นเดิม และสามารถพับลงได้เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระจาก 490 ลิตรเป็น 1,600 ลิตร ระบบ Comfort Access 2.0 ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมด้วยการปลดล็อกรถเมื่อเจ้าของรถเดินเข้ามาใกล้ และล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินออกห่างตัวรถ เช่นเดียวกับระบบ BMW Digital Key Plus ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถใช้สมาร์ทโฟนแทนกุญแจรถ และปลดล็อกรถอัตโนมัติได้เพียงนำสมาร์ทโฟนเข้ามาใกล้ ส่วนหลังคากระจก Panorama Glass Roof ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์นี้ ก็เติมบรรยากาศให้ห้องโดยสารยิ่งรู้สึกโปร่งและโอ่อ่าขึ้นไปอีก

ห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ เอาใจผู้ขับขี่ไม่แพ้ผู้โดยสารด้วยพวงมาลัยหนังสไตล์ M พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ครบครันจากแพ็คเกจ Driving Assistant Plus และ Parking Assistant Plus (รวมระบบกล้องมองรอบคัน Surround View) พร้อมรองรับการอัปเกรดสู่ Parking Assistant Professional ที่เพิ่มความสามารถในการควบคุมการจอดรถได้ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และสามารถจดจำรูปแบบการจอดรถอัตโนมัติได้ถึง 10 แบบ รวมระยะทาง 600 เมตร พร้อมด้วยฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถเลือกซื่อเพิ่มเติมได้ผ่าน BMW Connected Drive Store นอกจากนี้ iX1 eDrive20L M Sport ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 9 รุ่นล่าสุด ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานควบคุมได้ผ่านหน้าจอ Control Display ขนาด 10.7 นิ้ว พร้อมด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว และ BMW Head-Up Display ป้อนข้อมูลสำคัญให้ผู้ขับขี่ได้รับทราบโดยไม่ต้อง
ละสายตาจากเส้นทางข้างหน้า ส่วนชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์จาก Harman Kardon พร้อมเติมความรื่นรมย์ให้กับทุกขณะของการเดินทาง

ระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้าล้วน เทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5 เป็นหัวใจที่ขับเคลื่อนบีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ ให้โลดแล่นบนท้องถนนด้วยการตอบสนองที่ฉับไวในทุกจังหวะ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลัง 150 กิโลวัตต์ / 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ช่วยให้ iX1 รุ่นฐานล้อยาวนี้ใช้เวลาเพียง
8.6 วินาทีในการเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยขณะขับขี่ ฟังก์ชัน BMW IconicSounds Electric สร้างเสียงเครื่องยนต์แบบจำลองที่ตอบสนองกับทุกการควบคุม
ส่วนแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 66.5 kWh มอบพลังงานไฟฟ้าเพียงพอสำหรับการขับขี่เป็นระยะทางสูงสุด 402-433 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ทั้งยังรองรับการชาร์จระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่กำลังไฟสูงสุด 130 กิโลวัตต์ จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 32 นาที และเมื่อชาร์จไฟในระบบกระแสสลับ (AC) iX1
รุ่นนี้ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี AC Charging Plus ที่รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ ให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก
0% ถึง 100% ได้ในเวลา 6 ชั่วโมง 45 นาที ลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของบีเอ็มดับเบิลยู iX1 ใหม่ ยังสามารถเลือกชาร์จรถจากเครือข่ายสถานีชาร์จ BMW Charging Station ทั้งยังได้รับส่วนลด 20% เมื่อเติมเงินค่าชาร์จในแอป EVolt

บีเอ็มดับเบิลยู iX1 eDrive20L M Sport ใหม่ พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ในสีดำ Carbon Black Metallic, ขาว Mineral White Metallic และสีใหม่ เทา Brooklyn Grey Metallic โดยทั้งสามสีมาพร้อมกับห้องโดยสารที่หุ้มเบาะด้วยวัสดุ Veganza แบบเจาะรูระบายอากาศในสีน้ำตาล Castanea ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโทนสีใหม่เช่นกัน