Home Blog Page 21

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” เปิดโซน Exclusive Parking ที่ The Mall Lifestore Bangkapi ชวนลูกค้าสัมผัสความสะดวกสบายขั้นสุดตลอด 1 ปีเต็ม พร้อมรับดีลพิเศษจาก 3 ร้านดัง

0
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด นำเสนอประสบการณ์ระดับลักชัวรีสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ใช้ชีวิตและสัญจรในพื้นที่ฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยโซนจอดรถสุดพิเศษ “Mercedes-Benz Exclusive Parking” ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ (The Mall Lifestore Bangkapi) โดยลูกค้าสามารถขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น เข้ามารับบริการได้ที่ชั้น M บริเวณเสา A02 – E02 รวมทั้งหมด 12 ช่องจอด ครอบคลุมตลอดระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 – 30 มิถุนายน 2570 พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเดอะมอลล์ กรุ๊ป

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 2

สำหรับเดือนกรกฎาคมนี้ ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เดินทางไปใช้บริการที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จะได้รับดีลสุดพิเศษจากร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดัง เพียงแสดงกุญแจรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เคาน์เตอร์แลกรับบัตร บริเวณชั้น 3 เพื่อรับคูปอง Dining Privileges โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขของร้านค้าที่ร่วมรายการ ดังนี้

  • Beans Coffee Roaster ชั้น 2: รับสิทธิ์ ซื้อ 1 แถม 1 ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569
    (จำนวนจำกัด 40 สิทธิ์)
  • Katei Shabu ชั้น 3: รับส่วนลดพิเศษเมื่อทานครบ 800 บาท จ่ายเพียง 400 บาท
    ในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 (จำนวนจำกัด 20 สิทธิ์)
  • Jarit Jakin ชั้น 3: รับส่วนลดพิเศษเมื่อทานครบ 800 บาท จ่ายเพียง 400 บาท
    ในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 (จำนวนจำกัด 20 สิทธิ์)

นอกจากนี้ ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ จะได้รับโอกาสในการเป็นสมาชิก Platinum M Card และ Platinum VIP The Mall Lifestore เพื่อรับสิทธิพิเศษจากศูนย์การค้า 4 สาขาหลัก ในกรุงเทพฯ ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค รวมถึงการได้รับเชิญไปร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดโดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย 3

สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

 

 

“เอ็มจี” เผยโฉมรถยนต์ต้นแบบ 2 รุ่นใหม่ครั้งแรกของโลก ผสานความสปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ในงาน GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED 2026

0
เอ็มจี ไทยแลนด์ 1

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยว่า เอ็มจี สหราชอาณาจักร ได้เข้าร่วมงาน GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED 2026 ฉลองอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์แห่งประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า 2 รุ่นใหม่เป็นครั้งแรกของโลก MG GO! และ MG CYBER CONCEPT สะท้อนวิสัยทัศน์ของยนตรกรรมแห่งอนาคตที่ผสานเอกลักษณ์ด้านความสปอร์ตอันเป็นรากฐานของแบรนด์เข้ากับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิดการหลอมรวมระหว่าง “มรดกแห่งแบรนด์” และ “นวัตกรรมแห่งอนาคต” พร้อมนำรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นร่วมจัดแสดงที่งานอย่างยิ่งใหญ่

เอ็มจี ไทยแลนด์ 2

ที่มาของ เทศกาล GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED

เทศกาล GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1993 โดย Charles Gordon-Lennox หรือ Duke of Richmond เพื่อรำลึกถึงอดีตสนามแข่งในที่ดิน Goodwood Estate ที่เคยรุ่งเรืองในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง งานจัดในรูปแบบการแข่ง “Hill Climbing” บนถนนยาว 1.16 ไมล์ (1.867 กิโลเมตร) หน้าคฤหาสน์ Goodwood House ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งรถแข่งคลาสสิก ซูเปอร์คาร์ และนวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ได้ประชันความเร็วกันอย่างใกล้ชิด เป็นหนึ่งในงานมอเตอร์สปอร์ตกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นทุกเดือนกรกฎาคม

ภายในงานมีนักแข่งชื่อดัง อดีตนักแข่งระดับตำนาน ตลอดจนผู้หลงใหลในโลกแห่งความเร็วเข้าร่วมงานมากกว่าหนึ่งแสนคนต่อวัน โดยมีกิจกรรมไฮไลต์มากมาย อาทิ การจัดแสดงรถยนต์คลาสสิก การสาธิตรถแข่งและรถแรลลี่บนสนาม การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ตลอดจนการนำรถยนต์ต้นแบบมาวิ่งโชว์ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแห่งความเร็ว แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนวิวัฒนาการ นวัตกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมของอุตสาหกรรมยานยนต์จากทุกยุคสมัย

MG GO! รถต้นแบบ Hot Hatch สุดเท่ล่าสุดจาก เอ็มจี

เอ็มจี ไทยแลนด์ 7

 

MG GO! คือรถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า (BEV) ในกลุ่ม B-Segment Hatchback ที่หยิบยืมกลิ่นอายจากรถ เอ็มจีคลาสสิกยุคกลางศตวรรษที่ 20 มาตีความใหม่ผ่านแนวคิด “Retro Futuristic Design” เพื่อบอกใบ้ทิศทางของแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดที่จะเปิดตัวจริงในปี 2027 พร้อมสอดแทรกความเป็นอังกฤษอันเป็นรากเหง้าของแบรนด์ไว้ในทุกรายละเอียด ทั้งรถต้นแบบและรุ่นที่จะผลิตจริงออกแบบโดยทีม MG Design Centre London นำทีมโดย Carl Gotham, Design Director of Advanced Design, London ซึ่งตั้งเป้าสร้างรถที่ทันสมัยแต่ยังผูกพันกับผู้ขับขี่ได้ในระดับอารมณ์

เอ็มจี ไทยแลนด์ 3

ดีไซน์ของ MG GO! เน้นความเรียบง่ายเป็นหัวใจหลัก โดยดึงแรงบันดาลใจมาจาก MGB GT รถคลาสสิกที่เป็นตัวแทนของความสง่างาม ความสนุกสนาน และเสน่ห์เฉพาะตัวที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน แต่ทีมออกแบบก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรื้อฟื้นดีไซน์เก่า ๆ กลับมาใช้ใหม่ หากแต่ปั้นให้มันมีตัวตนของตัวเอง เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนเกิดเป็นความผูกพันระหว่างรถกับคนขับ

เอ็มจี ไทยแลนด์ 4

นอกจาก MGB GT แล้ว รถต้นแบบคันนี้ยังได้แรงบันดาลใจจากรถสปอร์ต เอ็มจี ในตำนานอีกหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น MG Metro Turbo, MG ZR และ MG EX4 สะท้อนแนวคิดที่ว่า แม้แต่รถที่ใช้งานประจำวันก็ยังมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวและสร้างความประทับใจให้คนขับได้ไม่แพ้รถสปอร์ต

 

Carl Gotham, Design Director of Advanced Design, London กล่าวว่า “เราออกแบบ MG GO! ให้เป็นรถขนาดกะทัดรัดที่ทันสมัย อบอุ่น มีเสน่ห์ และเป็นมิตร รวมทุกอย่างที่เรารักใน เอ็มจี ไว้ในคันเดียว เราไม่ได้ต้องการย้อนอดีตเพื่อความคิดถึง แต่อยากถ่ายทอดความเรียบง่าย เสน่ห์ และตัวตนที่ทำให้ เอ็มจี เป็น เอ็มจี มาโดยตลอด แล้วตีความมันใหม่ให้เข้ากับยุคนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างรถที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนและมีเสน่ห์อย่างแท้จริง”

สามารถรับชมคลิปทีเซอร์เปิดตัว MG GO! ได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/19CNpoqAUz/

เผยโฉม MG CYBER CONCEPT รถต้นแบบ D-Segment SUV

เอ็มจี ไทยแลนด์ 6

เอ็มจี ยังเปิดตัว MG CYBER CONCEPT รถต้นแบบระดับแฟลกชิปในกลุ่ม D-Segment SUV ที่ได้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาสำคัญของแบรนด์ ทั้งความมุ่งมั่นทำสถิติความเร็วของ MG EX181 และจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเอ็มจีมาตลอดประวัติศาสตร์

เอ็มจี ไทยแลนด์ 10

MG CYBER CONCEPT ต่อยอดแนวคิดนี้สู่ SUV ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่รวมความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบายในการใช้งาน ความสนุกในการขับขี่ และบุคลิกแบบรถสปอร์ตเข้าไว้ในคันเดียว ภายใต้แนวคิดหลัก “Performance without Compromise” หรือขีดสุดแห่งสมรรถนะโดยไม่ลดทอนความเร้าใจ ไม่ว่าจะขับในเมือง เดินทางไกล หรือลุยเส้นทางท้าทาย เพราะ เอ็มจี เชื่อว่าความสนุกในการขับยังคงสำคัญ แม้จะอยู่ในยุครถยนต์ไฟฟ้าก็ตาม รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยสัดส่วนตัวถังที่ทรงพลัง ดูมั่นใจ และเส้นสายที่ผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว ทุกรายละเอียดถูกออกแบบมาเพื่อสื่อถึงพลังแห่งการเคลื่อนไหว ไม่ว่ารถจะกำลังวิ่งอยู่หรือจอดนิ่งก็ตาม

เอ็มจี ไทยแลนด์ 12

Mr. Jozef Kabaň – Vice President of SAIC DESIGN กล่าวว่า “การออกแบบรถที่ดีต้องเริ่มจากความต้องการของลูกค้า ไม่ใช่เริ่มจากตัวผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอาจพัฒนาไปในทิศทางใกล้เคียงกันได้ แต่ตัวตนของ แบรนด์นั้นลอกเลียนแบบกันไม่ได้ อนาคตของการออกแบบยานยนต์คือการสร้างรถที่มีตัวตนชัดเจน จนคนจดจำและผูกพันได้ทันทีที่เห็น การออกแบบที่ดีต้องจุดประกายความอยากรู้ ความตื่นเต้น และแรงบันดาลใจ ซึ่งรถต้นแบบทั้งสองคันของ เอ็มจี ก็สะท้อนวิสัยทัศน์นี้ได้ชัดเจน เพราะสำหรับเรา การออกแบบที่ดีไม่ได้เกี่ยวกับตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับผู้คน ประสบการณ์ และความฝันของพวกเขา หน้าที่ของเราคือสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เติมเต็มทุกการเดินทางในชีวิต”

เอ็มจี ยกทัพรถทุกรุ่นร่วมงาน GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED 2026

เอ็มจี ไทยแลนด์ 8
นอกจากรถต้นแบบทั้งสองคันแล้ว เอ็มจี ยังนำยนตรกรรมครบทุกไลน์อัพมาจัดแสดงในงาน GOODWOOD FESTIVAL OF SPEED 2026 ได้แก่
• NEW MG URBAN แฮทช์แบ็กขับเคลื่อนล้อหน้ารุ่นล่าสุด โดดเด่นด้านพื้นที่ใช้สอย เทคโนโลยี และความคุ้มค่า
• MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็กไฟฟ้ายอดนิยม ผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี ในตลาดยุโรป
• MG S5 EV เอสยูวีไฟฟ้ามหาชน ชูจุดเด่นดีไซน์ทันสมัย ห้องโดยสารกว้างขวาง และเทคโนโลยีครบครัน
• MG IM5 และ MG IM6 รถยนต์ระดับพรีเมียมที่เน้นเทคโนโลยีล้ำสมัย
• MG CYBERSTER โรดสเตอร์ไฟฟ้าที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณความสปอร์ตของ เอ็มจี สำหรับคนรุ่นใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

 

(มีคลิปวีดีโอ) รีวิวพร้อมทดลองขับ “New Honda City MY 2026” รวมจุดเปลี่ยน เทียบจุดต่าง คันที่ใช่ของผม…จะโดนใจคุณไหม

0
New Honda City MY 2026 1

New Honda City MY 2026 ได้เปิดตัวก่อนหน้ากิจกรรมทดลองขับไปไม่นาน สำหรับการปรับรูปลักษณ์สไตล์ไมเนอร์เชนจ์ และยังคงไว้ในจุดเด่นที่เคยมีมา ทั้งสมรรถนะ จากขุมพลังทั้งแบบเทอร์โบ 122 แรงม้า 175 นิวตันเมตร และ ไฮบริด ในรูปแบบ e:HEV ที่ให้พละกำลัง 109 แรงม้า พร้อมแรงบิด 253 นิวตันเมตร ซึ่งโดดเด่นด้านการประหยัดเชื้อเพลิงถึง 27.3 กม./ลิตร  มีฟีเจอร์ใช้งาน ที่คล่่องตัวและสนุกสนานในการขับขี่ แต่ทั้งหมดที่กล่าวไว้นี้มาในราคาจำหน่ายที่ถูกลงรุ่นเกือบ 50.000 บาท ทั้ง ซีดาน และ แฮทแบค จุดปรับที่เปลี่ยนใหม่ ความต่างในแต่ละรุ่น รวมถึงผลทดสอบสมรรถนะของรถรุ่นนี้จะเป็นเช่นไร ติดตามได้จากรายงาน

ยังคงอยู่ในเจนเนอเรชันที่ 5 กับ New Honda City MY 2026 ครั้งนี้ปรับรูปลักษณ์ในสไตล์ Big MoinorChange ทั้งภายนอกและภายใน ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ในสไตล์ Connecting Light คาดยาว กระจังหน้ากก็ได้รับการออกแบบใหม่ ในรุ่น RS จะมีความเงางาม ในสไตล์ Piano Black รวมถึงมุมกันชนที่ออกแบบพิเศษ พร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ต และ โฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นอื่น

New Honda City MY 2026  2

ล้อเป็นอีก 1 จุดที่เห็นถึงความต่าง ในรุ่น V ขุมพลังเทอร์โบ และรุ่น V ขุมพลัง e:HEV เป็นสีบรอนซ์เงิน ส่วนรุ่น SV จะเป็นดำสลับโครเมี่ยม ส่วนในรุ่นท๊อป RS เป็นสีดำเงา ซึ่งทั้งหมดมาในขนาด 16 นิ้ว

New Honda City MY 2026  3

ลงลึกในความต่างอีกนิดจากกล้องด้านหน้า บริเวณก้นชน จะมีในรุ่น SV และ RS เท่านั้นซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของฟีเจอร์ Camera  360 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของภาพที่คมชัด และ มุมมอง Bird Eye View เดิมทีมีแค่ 3 มุมมอง ครั้งนี้มีมากถึง 6 มุมมอง

New Honda City MY 2026  4

ท้ายรถปรับปรุงในเรื่องกรอบไฟสีขาวในรุ่น SV และ RS สไตล์รถชิ่ง ลุคสปอร์ต ส่วนรุ่น V ยังเป็นแบบเดิมคือสีแดง

New Honda City MY 2026 5

ภายในมีสีให้เลือกด้วยนะ ปกติจะเป็นสีดำ แต่ที่ไม่ปกติจะเป็นภายในสีเทาแพลทตินั่ม และจะออเดอร์ได้เฉพาะสีภายนอกสีเทาใหม่ และ สีดำ เท่านั้น

New Honda City MY 2026 6

ไฟห้องโดยสารหรือ Amblient light มี 2 สี ในรุ่น SV สีน้ำเงิน ส่วน RS สีแดง และรุ่น V ไม่มีติดตั้งมาให้

New Honda City MY 2026  7

จอ 10 นิ้ว ติดตั้งใหม่แบบยกลอย  ในรุ่น SV และ RS มีการติดตั้งฟีเจอร์ใหม่ ติดตั้งในรุ่น ได้แก่ กล้องรอยคันเพิ่มมุมมอง Bird Eye Viewส่วนรุ่น V เป็น 8 นิ้วฝังในคอนโซล

New Honda City MY 2026 8

New Honda City MY 2026 9

ไวเลทชาร์จ 15 w แบบเดียวที่ใช้ใน CRV และ Accord มีเฉพาะในรุ่น RS แต่หากอยากเพิ่ม ทางฮอนด้ามีจำหน่ายเป็นออฟชั่นเสริม หาซื้อได้ที่โชว์รูม

New Honda City MY 2026 10

ขุมพลังเหมือนเดิม ไม่ได้ปรับเปลี่ยน แบบเทอร์โบ ขนาด 1.0 ลิตร  122 แรงม้า 173 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ซีวีที มีแพดเดิลชิฟท์มากับอัตราสิ้นเปลือง 22.7 กม./ลิตร

New Honda City MY 2026  11

ขุมพลังฟูลไฮบริด เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลัง 109 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร ที่มีอัตราสิ้นเปลืองที่โดดเด่นด้านความประหยัดสุงสุด 27.3 กม./ลิตร

New Honda City MY 2026  13

ระบบรองรับหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท ระบบรองรับหลังเป้นแบบทอร์ชั่น บีม ทุกรุ่นติดตั้ง Honda Sensing เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สีมีมาให้เลือก 7 สี สีใหม่ 2 สี แดง Brazing Red Pearl และ เทา Urban Gray Pearl ซึ่งอย่างหลัง ยอดจองทะลุ 10,000 คัน และปิดรับจองชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อย ส่วนสีอื่นยังรับจองตามปกติ

New Honda City MY 2026 14

ราคาเริ่มต้น 569,000-739,000 บาท ในบอดี้ซีดาน 4 ประตู ส่วนแฮทแบคแพงกว่ารุ่นละ 10,000 บาท ราคาพิเศษนี้ถึง 30 ก.ย.เท่านั้น และยังมีเพิ่มการันตี จาก 5 ปี 100000 กม.เป็น 6 ปี 120000

 

 

 

 

“LEPAS” ส่งล็อตแรกกว่า 1,000 คันถึงไทย เปิดเกม Premium EV เลือกประเทศไทยเป็นตลาดแรกของโลก เตรียมเปิดตัว L6 EV 24 กรกฎาคมนี้

0
LEPAS 1

LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เอสยูวี พรีเมียมรุ่นล่าสุดในเครือ Chery Group ณ ท่าเรือหนานซา นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน (Nansha Port Area of Guangzhou Port) เมื่อขบวนยนตรกรรม LEPAS L6 EV รถไฟฟ้า 100% ล็อตแรกจำนวนกว่า 1,000 คัน ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย การนับถอยหลังสู่การเปิดตัว LEPAS L6 EV อย่างเป็นทางการจึงเริ่มต้นขึ้นแล้ว นับเป็นเกียรติของตลาดไทยที่ LEPAS มอบให้เป็นประเทศแรกของโลกในการส่งมอบ LEPAS L6 EV —ชาวไทยกลุ่มแรกจึงไม่เพียงครอบครองยนตรกรรม หากคือผู้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประสบการณ์การเดินทางอันสง่างาม (Elegant Mobility) ไปพร้อมกัน

LEPAS

ความพร้อมของเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการหลังการขาย

ก่อนการมาถึงของยนตรกรรมล็อตแรก LEPAS ได้วางรากฐานธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นระบบและมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในระยะยาว ทั้งด้านการขาย เครือข่ายผู้จำหน่าย และบริการหลังการขาย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 LEPAS ได้จัดการประชุมผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเรเนซองส์ (The Renaissance Hotel) เพื่อร่วมวางแผนกลยุทธ์และสร้างความเข้าใจในทิศทางธุรกิจร่วมกัน ปัจจุบัน LEPAS มีผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งแล้วในเฟสแรกจำนวน 36 ราย ซึ่งจะทยอยเปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจได้ว่า ทุกการเป็นเจ้าของ LEPAS จะได้รับการดูแลอย่างประณีต

LEPAS 3

LEPAS L6 EV Version VPD

LEPAS L6 EV คือ SUV ไฟฟ้า 100% ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนความสง่างามในทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ “Leopard Aesthetics” เส้นสายพลิ้วไหวเปี่ยมพลังดุจเสือดาว ผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว

และเพื่อสะท้อนแนวคิด Premium Mobility อย่างแท้จริง LEPAS L6 EV Version VPD มาพร้อมระบบ VPD (Valet Parking Driver) เทคโนโลยีจอดรถอัตโนมัติอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล NVIDIA DRIVE Orin-Y หน่วยประมวลผล AI ระดับยานยนต์ (Automotive-grade) ประสิทธิภาพสูงถึง 200 TOPS ที่ทำหน้าที่เสมือน “สมองกล” ของรถ ผสานข้อมูลจากเซนเซอร์รอบคันแบบเรียลไทม์ (Sensor Fusion) วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ระบุช่องจอด และตัดสินใจได้ในระดับเสี้ยววินาที ทำให้รถสามารถเข้าจอดในพื้นที่ที่กำหนดได้โดยอัตโนมัติอย่างแม่นยำและนุ่มนวล พร้อมเรียกรถกลับมารับได้ตามต้องการดุจมี Valet ส่วนตัวประจำคัน — ขุมพลังการประมวลผลระดับนี้คือมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในระบบขับขี่อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก และคือความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ยกระดับความสะดวกสบายเหนือระดับให้แก่ผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จอดรถ ทั้งนี้ Version VPD คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในช่วงปลายไตรมาส 4 พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

แบรนด์และวิสัยทัศน์

ภายใต้ปรัชญาแบรนด์ “Drive Your Elegance — ขับเคลื่อนความสง่างามในแบบคุณ” LEPAS มุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจสำหรับไลฟ์สไตล์การเดินทางอันสง่างาม (Preferred Brand for Elegant Mobility Life) และในอนาคต LEPAS จะยังคงยึดมั่นในปรัชญาการพัฒนาระดับโลกของ Chery Group “In somewhere, For somewhere, Be somewhere” เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานเชิงท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบไลฟ์สไตล์อันสง่างามแก่ผู้ใช้ชาวไทยทุกคน

พบกับการเปิดตัว LEPAS L6 EV พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นี้

ติดต่อเป็นตัวแทน คุณรัฐกร เจ็งบำเพ็ญทาน โทร 091-5539969

สอบถามเพิ่มเติมข้อมูลการตลาด คุณพัสตร์ดากานต์ รังสิโรจน์ โทร 098-7879291

ติดตามข้อมูลข่าวสาร Facebook: Lepas Thailand, Instragram: Lepas.Thailand https://lepasthailand.com/
LineOA: @lepasthailand

“ยาเดีย” ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” สมรรถนะเด่น ดีไซน์หรู ปลอดภัย ราคาเข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้

0

ยาเดีย (Yadea) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การขับขี่และการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ พร้อมเตรียมขยายศูนย์จำหน่ายเป็น 1,800 สาขา ภายในปี 2569

ยาเดีย 1

นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายาเดีย (Yadea) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีฐานธุรกิจระดับโลกและเป็นแบรนด์ที่มียอดขายยานยนต์สองล้อไฟฟ้า เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมานาน 9 ปี การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ “ขับได้ระยะทางไกลขึ้นและความเร็วสูงขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมืองและกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ตอบทุกโจทย์ความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค โดยเปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายและสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น

ยาเดีย 2

นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และถือเป็นก้าวสำคัญของ ยาเดีย ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ทำตลาดในประเทศไทย

ยาเดีย 3

นายหยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ ยาเดีย ขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น และยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย”

ยาเดีย 4

สำหรับจุดเด่นของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P คือ การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดย

ด้านสมรรถนะ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการเดินทางในเมืองและการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 W ให้การขับขี่ที่ตอบสนองดี ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ลิเธียม LFP ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย GT80 มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah + 72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ

ยาเดีย 5

ดีไซน์ ของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้มีความโมเดิร์นและพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายที่แข็งแรงกับความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถดูโดดเด่น ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งใช้งานได้จริงและมีสไตล์

ยาเดีย 6

เทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัย GT80 และ GT80-P ยังมีสมาร์ทฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control ที่ทำให้ GT80 และ GT80-P สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System : TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control : HDC)

ยาเดีย 7

“ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ GT80 และ GT80-P ยังเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดดและสู้ฝน จึงมีความพร้อม ทุกสภาพการใช้งาน” นายหยางกล่าว

ยาเดีย 6

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถที่คล่องตัว ขับง่าย และมีดีไซน์ทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ซึ่งต้องการขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น โดย ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และ ขาว มีราคาเปิดตัวที่ GT80 ราคา 57,900 บาท จาก ราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จาก ราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และ รับประกันคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร

ยาเดีย 8

โปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ – 15 กรกฎาคม 2569 รับของแถม 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท ประกอบด้วย แร็คและกล่องพ่วงท้าย GT80 มูลค่า 4,500 บาท เสื้อแจ็กเก็ต Yadea มูลค่า 2,000 บาท และ หมวกกันน็อก Limited Edition Yadea GT Series มูลค่า 1,500 บาท

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yadea กล่าวในตอนท้ายว่า “สำหรับ Yadea ประเทศไทยถือเป็นทั้งตลาดสำคัญและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายจากกว่า 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 โดยจะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย”

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด โปรโมชัน และช่องทางจำหน่ายของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ได้ที่ศูนย์จำหน่าย Yadea ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดตัวพร้อมกันบน Shopee ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Yadea Official Store บน Shopee: https://shopee.co.th/yadeathailand และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชันต่างๆได้ที่ https://www.facebook.com/yadea.th.ev หรือ https://yadea.co.th/

 

 

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ร่วมฉลอง 4 หมุดหมายสำคัญ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ และ ประกาศราคา BYD Sealion 5 DM-I รุ่น Standard

0
บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ 9

บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ผ่าน 4 หมุดหมายสำคัญ เพื่อเขย่าวงการและตอกย้ำจุดยืนในการร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานสะอาดของไทยในระยะยาว ได้แก่ ความสำเร็จด้านยอดส่งมอบ: การสร้างยอดส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่สะสมรวมมากกว่า 130,000 คันในประเทศไทย, ความสำเร็จด้านการผลิต: การดำเนินงานครบรอบ 2 ปีของโรงงานผลิตรถยนต์ บีวายดี ประเทศไทย ณ จังหวัดระยอง, การเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรก: เปิดตัว “หลิงหลิง คอง” พรีเซนเตอร์คนแรกของรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i รุ่นล่าสุดจากบีวายดี และ การบุกตลาดรุ่นย่อยใหม่: การประกาศราคาคาดการณ์ของ BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด การประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคชาวไทยเท่านั้น แต่บีวายดียังร่วมเฉลิมฉลองด้วยการมอบสิทธิพิเศษและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย เพื่อแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า ภายในเดือนนี้

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ 2

นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การครบรอบ 2 ปีของโรงงานผลิตรถยนต์ บีวายดี ประเทศไทย และการสร้างยอดส่งมอบรถยนต์ BYD และ DENZA สะสมกว่า 130,000 คันในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเรา และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมอบให้กับบีวายดีตลอดมา ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าชาวไทยทุกท่าน ตลอดสองปีที่ผ่านมา บีวายดีมุ่งมั่นพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งควบคู่ไปกับเศรษฐกิจไทย ผ่านการสร้างงานสร้างอาชีพให้แรงงานไทย การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศ ในอนาคต บีวายดี จะยังคงเดินหน้านำเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกมาสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย”

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่  3

นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เผยว่า “ในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมเดินทาง เราพร้อมสานต่อความสำเร็จด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง โดยวันนี้ บีวายดี และ เรเว่ พร้อมขยายขีดจำกัดด้วยขุมพลัง BYD DM-i เทคโนโลยีอัจฉริยะ ล่าสุดเราได้เปิดตัว BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ ‘รถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้’ ซึ่งโดดเด่นด้วยความประหยัด สมรรถนะที่ทรงพลัง และความสะดวกสบายในการใช้งานจริง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างราบรื่น”

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ 1

นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวเสริมว่า “เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เรเว่ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ BYD และ DENZA ให้ครอบคลุมกว่า 175 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะสามารถเข้าถึงบริการหลังการขายที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงยิ่งกว่าที่เคย นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของรถยนต์รุ่นนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว คุณหลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง ในฐานะพรีเซนเตอร์คนแรกของรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i ซึ่งจะมาช่วยสื่อสารและสร้างความเชื่อมโยงอันดีกับผู้บริโภครุ่นใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเรเว่ในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์บีวายดีที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ”

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่  4

รายละเอียดหมุดหมายความสำเร็จและไฮไลท์สำคัญ

  • รถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี คันที่ 130,000 ที่ส่งมอบในประเทศไทย

รถยนต์พลังงานใหม่ที่ บีวายดี และ เรเว่ ส่งมอบในประเทศไทยเป็นคันที่ 130,000 คือ BYD SEALION 5 DM-i โดยส่งมอบให้กับ ‘คุณอุษา เสมคำ’ นักแสดงชื่อดังผู้รับบทบาท ‘อาม่าเหม้งจู’ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่าขุมพลัง BYD DM-i สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้ในทุกช่วงวัย สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยในการเลือกซื้อรถยนต์ไม่ได้มีเพียงเรื่องรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ระบบขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่  5

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาที่ บีวายดี และ เรเว่ อยู่คู่สังคมไทยในฐานะผู้นำของวงการยานยนต์พลังงานใหม่ และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค พิสูจน์จากยอดส่งมอบรถยนต์สะสม 130,000 คัน บีวายดี และ เรเว่ ยังมุ่งมั่นที่จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น ผ่านการนำรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรูปแบบ มาให้ชาวไทยได้สัมผัส ซึ่งจะนำไปสู่อากาศที่สะอาดกว่าสำหรับทุกคน ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการสร้างแรงบันดาลใจ ในการเชิญชวนให้ทุกคนหันมาเล่นกีฬาที่ตนชื่นชอบ ผ่านการร่วมสนับสนุนรายการกีฬาใหญ่หลายรายการรวมถึง ฟุตบอลทีมชาติไทย, การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก และ BYD HYROX Bangkok นอกจากนั้น ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือ ผ่านการมอบสิ่งของให้ผู้ประสบภัยจากเหตุภัยพิบัติ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า บีวายดี และ เรเว่ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างชาวไทยในทุกสถานการณ์

  • โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ดำเนินงานครบ 2 ปี พร้อมผลิตยานยนต์คุณภาพสูง 5 รุ่น

นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จที่โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ได้ดำเนินงานครบ 2 ปี หลังเริ่มส่งมอบ BYD DOLPHIN เป็นรถยนต์คันแรกอย่างเป็นทางการของโรงงาน และยังเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8,000,000 ของโลก ที่ บีวายดี ส่งมอบอีกด้วย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 โรงงานแห่งนี้ยังเป็นโรงงานแห่งแรกของ บีวายดี ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน และมีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คัน/ปี โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้ลงทุนในประเทศไทยเป็นมูลค่ารวมประมาณ 34,814 ล้านบาท ปัจจุบัน โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง ดำเนินการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ 5 รุ่น ประกอบด้วย BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL 5 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i

รถยนต์พลังงานใหม่ทั้ง 5 รุ่น ที่ผลิตโดยโรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นอกจากนั้น ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเติบโตให้กับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไทย ผ่านการสร้างอาชีพให้แรงงานไทยด้วยการจ้างงาน 5,234 อัตรา ซึ่งในจำนวนนี้เป็นพนักงานสัญชาติไทยราว 94% พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ ด้วยสัดส่วน Local Content ประมาณ 46-50% ที่สำคัญ โรงงานแห่งนี้ยังผลิตทั้งเพื่อการจำหน่ายในประเทศและเพื่อการส่งออก พร้อมตอกย้ำคุณภาพการผลิตของรถยนต์ระดับชั้นนำจากฝีมือคนไทย ให้นานาประเทศได้สัมผัสและเป็นที่ประจักษ์

  • ‘หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง’ พรีเซนเตอร์คนแรกของ BYD SEALION 5 DM-i

เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของยนตรกรรมที่สรรค์สร้างขึ้นสำหรับทุกคน บีวายดี และ เรเว่ จึงได้เปิดตัว ‘หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง’ มาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกให้กับรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพจำอันเด่นชัดให้กับรถยนต์รุ่นนี้ในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มีความหลากหลายยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงจุดเด่นของตัวรถที่ตอบสนองอย่างกระฉับกระเฉง และพร้อมเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล เช่นเดียวกับคาแรคเตอร์ของคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง พร้อมรับทุกความท้าทาย โดยที่ยังคงคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่  7

  • BYD SEALION 5 DM-i Standard นิยามใหม่แห่งความคุ้มค่า

ในโอกาสนี้ บีวายดี และ เรเว่ ขอเสนอนิยามใหม่แห่งความคุ้มค่ากับ BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยล่าสุดของรถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง BYD DM-i ซึ่งเป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงความประหยัด โดยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงเป็นหลัก และผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน Xiao Yun ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 155 กิโลวัตต์ แรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ตอบสนองทันใจด้วยอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 8.4 วินาที แต่ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพถึงขีดสุด อีกทั้งยังมี BYD Blade Battery ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วโดยผู้ใช้ทั่วโลกถึงความปลอดภัย ขนาด 13.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางสูงสุด 80 กิโลเมตร* และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,180 กิโลเมตร*

บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ 6

BYD SEALION 5 DM-i Standard ขับขี่นุ่มสบายด้วย ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ข้างหลังแบบ Multi-link เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ภายนอกมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ทั้งยังมีไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟท้ายเป็นแบบ LED และมีระบบไฟเลี้ยวด้านหลังแบบ Sequential เลือกสีที่ใช่กับทางเลือกสีภายนอก สีขาว Horizon White และ สีดำ Quantum Black ห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมเบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ ส่วนหน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่แบบ LCD มีขนาด 8.8 นิ้ว เพลิดเพลินไปกับหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดีย ขนาด 10.1 นิ้ว ทำงานร่วมกับลำโพง 6 ตำแหน่ง ใช้งานสะดวกด้วย ระบบกุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC (NFC Card) และ BYD Digital Key มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ รวมถึงระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW) และ ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ (ICC) ทั้งหมดนี้อยู่ใน BYD SEALION 5 DM-i Standard ซึ่งมีราคาคาดการณ์จำหน่าย 699,900 บาท

  • แคมเปญพิเศษฉลองความไว้วางใจ ‘130,000 of Trust, We reward you’

เพื่อเป็นการขอบคุณทุกความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย บีวายดี และ เรเว่ ขอมอบแคมเปญ ‘130,000 of Trust, We reward you’ การันตีแคมเปญเดียวกับงาน Big Motor Sale ให้กับลูกค้าที่ออกรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ทุกรุ่น ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีข้อเสนอรวมมูลค่าสูงสุดมากกว่า 75,000 บาท** ซึ่งมีทั้ง

  • ฟรี แพ็กเกจการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty มูลค่า 50,000 บาท**
  • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท** หรือ

รับสิทธิ์ซื้อ โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง ในราคาพิเศษ 10,000 บาท**

  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี**
  • ฟรี ฟิล์มเซรามิก XUV Max III Film พร้อมบริการติดตั้ง**

สอบถามข้อมูลแคมเปญเพิ่มเติม พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ยานยนต์พลังงานสะอาด ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บีวายดี และ เดนซ่า ทั้ง 175 สาขาทั่วประเทศ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ reverautomotive.com หรือ denzathailand.com และติดตามข่าวสารล่าสุดได้ทาง Official Facebook Page: BYD RÊVER Thailand และ DENZA RÊVER Thailand

* เป็นไปตามมาตรการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล น้ำหนักบรรทุก สภาพการจราจร และอื่นๆ

** เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.reverautomotive.com/news

 

 

“TAIA” นำทัพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมแสดงพลัง “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”

0
TAIA 1

นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ในฐานะสถาบันเอกชนที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย  เข้าร่วมงาน “Thailand Character & Content Expo (TCEX 2026)” ภายใต้แนวคิด “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา”

TAIA 2

กิจกรรมส่งเสริม รณรงค์และกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรม

TAIA 3

โดยภายในบูธของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้จัดในคอนเซ็ปต์ “อะไหล่แท้รถเยี่ยม อะไหล่เทียมรถแย่” มีอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์จากผู้ประกอบการหลากหลายแบรนด์ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจัดแสดง พร้อมให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อชิ้นส่วนและอะไหล่ของแท้ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ตลอดจนสามารถประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากใช้สินค้าปลอม

TAIA 6

โดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเชื่อมั่นว่าภาครัฐจะมีมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดเพื่อปราบปรามและลงโทษผู้กระทำผิด

TAIA 8

รวมถึงปกป้องความปลอดภัยของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และยังมีส่วนสร้างความเชื่อมั่นในด้านการค้า การลงทุนของไทยเชิงนวัตกรรมในอนาคต งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 9 – วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ ชั้น 5 พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และสยามสแควร์ บริเวณ Walking Street

TAIA 9

“Primus Exclusive Road Trip” สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิกเหนือระดับ

0
Primus Exclusive Road Trip 1

บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป จัดกิจกรรม “Primus Exclusive Road Trip” เชิญลูกค้าคนพิเศษ 15 ครอบครัว ร่วมเปิดประสบการณ์การเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สัมผัสมนต์เสน่ห์ยนตรกรรมระดับตำนาน งานศิลปะ และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยม

Primus Exclusive Road Trip 2

กิจกรรมเริ่มต้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR House Primus ราชพฤกษ์ โดยทีมงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเชิญลงทะเบียน ถ่ายภาพที่ระลึก และร่วมทานอาหารกลางวัน ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ประธาน บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และ “ไรวินทร์ เลิศเมธาวรรธน์” ผู้บริหาร ZEEKR Thailand กล่าวต้อนรับ พร้อมทีมงานชี้แจงกำหนดการเดินทาง ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพหมู่ บริเวณด้านหน้าโชว์รูม และออกเดินทางสู่อำเภอหัวหิน

Primus Exclusive Road Trip 3

เมื่อสมาชิกผู้ร่วมทริปเดินทางถึง “Meseo Auto Classica” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของหัวหิน ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ ได้รับการรับรองด้วยเครื่องดื่มและอาหารว่างสุดพิเศษ ก่อน ผู้บริหาร หัวหิน แอสเสท “วจี กลมเกลี้ยง” ให้เกียรติพาเยี่ยมชมคอลเลกชั่นรถยนต์คลาสสิก ในช่วงปี 1950-1990 ที่รวบรวมและนำมาจัดแสดงกว่า 40 คัน

Primus Exclusive Road Trip 5

รถไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ “Daimler DS420 Art Car” ผลงานศิลปะเพียงหนึ่งในโลกของ อ.วรรณวิมล เกษางาม จากบ้านศิลปินหัวหิน และยนตรกรรมระดับตำนาน อาทิ  Mercedes-Benz SL Legacy Collection, Ferrari Dino 246 GT, Bentley Continental GT Supersports  ตลอดจนรถยนต์จากภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลก อาทิ BMW Z8 รถคู่ใจ James Bond และ Cadillac Fleetwood ปี 1957 รถหรูคู่กาย Elvis Presley ราชาเพลงร็อกแอนด์โรล

Primus Exclusive Road Trip 7

นอกจากนี้ ยังมีโซนจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และงานสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่าจากศิลปินแห่งชาติ รวมถึงศิลปินชั้นนำทั้งชาวไทยและนานาชาติ ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และความงดงามที่เชื่อมโยงระหว่างศิลป์กับยนตรกรรมได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดมุมมองให้สมาชิกได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของยนตรกรรมอันทรงคุณค่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Primus Exclusive Road Trip 8

จากนั้น ผู้ร่วมทริปเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน ซึ่งโดดเด่นด้วยวิวพาโนรามาของชายหาดเขาตะเกียบและทิวเขาโดยรอบ ก่อนร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล  สวนน้ำธีมป่าเมืองร้อนแห่งแรกในเอเซีย ที่มีเครื่องเล่นหลากหลายชนิด อาทิ The Abyss สไลเดอร์ยักษ์สุดตื่นเต้นเร้าใจ, Aqualoop เแคปซูลดิ่งความเร็วสูงหมุน 360 องศา รวมถึงโซนครอบครัวกับ Lazy River สระน้ำวน และ Vana Nava Falls น้ำตกจำลองขนาดใหญ่ ที่ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลินใจแก่ผู้ร่วมทริปทุกเพศทุกวัย

Primus Exclusive Road Trip 10

ช่วงค่ำ สมาชิกทยอยเข้าร่วมงานเลี้ยงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ห้องอาหาร The Sky: Rooftop Bar เปิดมุมมอง ทัศนียภาพเมืองและทะเลหัวหิน ยามค่ำคืนแบบ 360 องศา ผ่านจุดชมวิวพื้นกระจก  พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และดื่มด่ำกับเสียงเพลงที่ขับกล่อมตลอดทั้งงาน ก่อนปิดท้ายกิจกรรม Primus Exclusive Road Trip ด้วยค่ำคืนแห่งความประทับใจ และประสบการณ์ที่เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญของ Primus Group

“ฮุนได”ส่ง “Drive ASEAN as One” แคมเปญระดับภูมิภาค บทนำ ASEAN Hyundai Cup™ 2026

0
HYUNDAI 1

ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก เปิดตัวของภาพยนตร์แคมเปญ “Hyundai, Driving ASEAN as One” ตอกย้ำบทบาทสำคัญในฐานะผู้สนับสนุนหลักของศึก Hyundai Cup™ 2026 ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับภูมิภาคที่มีกำหนดฟาดแข้งระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 26 สิงหาคม 2569 โดยฮุนไดถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในการรวมพลังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นหนึ่งเดียว ผ่านเรื่องราวอันทรงพลังที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งเกมลูกหนัง พลังของการมีเป้าหมายร่วมกัน และการเดินทางที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วทั้งภูมิภาคให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของศึก Hyundai Cup™ 2026 ฮุนไดต่อยอดประสบการณ์ด้านกีฬาระดับโลกที่สั่งสมมายาวนานกว่า 27 ปี เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และชุมชนอันหลากหลายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นหนึ่งเดียว โดยแคมเปญ “Hyundai, Driving ASEAN as One” ถือเป็นการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของเครือข่ายระดับโลกของบริษัทฮุนได มอเตอร์ ภายใต้แนวคิด “Progress for Humanity” ซึ่งสะท้อนความเชื่อที่ว่า ความก้าวหน้าที่มีความหมายเกิดขึ้นได้เมื่อผู้คนเดินหน้าไปด้วยกัน และการขับเคลื่อนมีพลังในการพาผู้คนให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

“Hyundai Cup™ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเฉลิมฉลองคุณค่าที่อาเซียนยึดมั่น ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลาย ความแข็งแกร่ง และจิตวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่อาจแยกจากกัน ผ่านภาพยนตร์แคมเปญหลักและแคมเปญ ‘Driving ASEAN as One’ เราต้องการให้แฟนบอลทั่วทั้งภูมิภาครู้สึกว่า ฮุนไดอยู่เคียงข้างพวกเขาในทุกเส้นทางของการแข่งขันครั้งนี้ สำหรับฮุนได วิสัยทัศน์ Progress for Humanity ไม่ใช่เพียงถ้อยคำหรือสโลแกน แต่คือพันธสัญญาของเราในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย และสร้างการเชื่อมโยงในทุกตลาดที่เราดำเนินธุรกิจ โดย Hyundai Cup™ 2026 ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สุดที่จะทำให้พันธสัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นจริงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายฟาราซ ชัมซี ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด ฮุนได มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าว

หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือ Hyundai STARGAZER รถยนต์รุ่นฮีโร่ของ Hyundai Cup™ 2026 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเชื่อมโยง ความสะดวกสบาย และการเดินทางของครอบครัว โดย STARGAZER ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “Driving ASEAN as One” ได้อย่างชัดเจน ในฐานะรถยนต์ที่พาผู้คนมารวมตัวกัน สร้างการเดินทางร่วมกัน และเติมเต็มช่วงเวลาอันมีความหมายที่สะท้อนตัวตนของชุมชนทั่วทั้งภูมิภาค ภายในเรื่องราวของแคมเปญ STARGAZER จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนไปข้างหน้าร่วมกัน พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจและความมุ่งหวังของทั้งภูมิภาค

แคมเปญนี้ยังได้ ดิก้า (Dhika) หรือ “Aura Farming Boy” ไวรัลบอยที่สร้างกระแสบนโลกออนไลน์จากการแข่งขันเรือ Pacu Jalur มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว โดยดิก้าสะท้อนคุณค่าของความไว้วางใจ การทำงานเป็นทีม และการเคลื่อนไหวอย่างสอดประสาน จนกลายเป็นตัวแทนที่สร้างแรงบันดาลใจของการเดินหน้าไปด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เช่นเดียวกับทีมพายเรือที่สมาชิกแต่ละคนมีบทบาทแตกต่างกัน แต่ทุกคนต่างมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน ฮุนไดเชื่อว่า ความก้าวหน้าที่มีความหมายจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้คนรวมพลังกันภายใต้เป้าหมายร่วมกัน โดยเรื่องราวฉบับเต็มของดิก้ากับฮุนไดจะถูกเปิดเผยผ่านคอนเทนต์แคมเปญพิเศษในเร็ว ๆ นี้

คอนเทนต์แคมเปญ “Hyundai, Driving ASEAN as One” เริ่มเผยแพร่แล้วบนช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของฮุนไดทั่วภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ศึก Hyundai Cup™ 2026 กำลังใกล้เข้ามา แฟนบอลจากทั้ง 11 ชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้ร่วมสัมผัสกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Hyundai Cup™ 2026 Trophy Tour กิจกรรมในสนามแข่งขันในวันแมตช์เดย์ ของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนบอล รวมถึงโอกาสในการทดลองขับรถยนต์ฮุนได โดยรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมในแต่ละประเทศจะประกาศโดยตลาดท้องถิ่นต่อไป

สำหรับประเทศไทย แฟนบอลชาวไทยสามารถรอติดตามบรรยากาศความคึกคักของ Hyundai Cup™ 2026 ได้อย่างใกล้ชิด โดยตามโปรแกรมรอบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติไทยจะลงเล่นเกมเหย้า 2 นัด พบ มาเลเซีย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 และพบ เมียนมา ในวันที่ 8 สิงหาคม 2569  ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ขณะที่กิจกรรมพิเศษของฮุนไดในประเทศไทย ทั้งกิจกรรมสำหรับแฟนบอล สิทธิพิเศษต่าง ๆ และโอกาสในการสัมผัสยนตรกรรมฮุนไดอย่างใกล้ชิด จะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของฮุนได ประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก Hyundai Thailand

 

 

“GWM WEY G9” คว้ายอดขายรวม อันดับ 1 ในกลุ่ม New Energy MPV ในประเทศจีน (มกราคม – พฤษภาคม) พร้อมเดินหน้ารุกตลาด MPV หรูในไทย ส่งข้อเสนอสุดพิเศษประจำเดือนกรกฎาคมนี้

0
GWM Thailand 1

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เผยความสำเร็จของ GWM WEY G9 รถยนต์ MPV ระดับพรีเมียม ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในประเทศจีน โดยมียอดขายรวมตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม สูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม New Energy MPV ของประเทศจีน ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสยนตรกรรมระดับเวิลด์คลาส GWM ได้จัดทำข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับลูกค้าคนไทยผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ GWM WEY G9  ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ 

GWM Thailand 2

ตอกย้ำศักยภาพผู้นำ ด้วยยอดขายรวมอันดับ 1 ในกลุ่ม New Energy MPV ในประเทศจีน

GWM Thailand 3

GWM WEY G9 ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศจีน โดยมียอดขายรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคมของปี 2569 อยู่ที่ 31,385 คัน ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ New Energy MPV  ซึ่งเป็นผลจากวัตกรรมระบบขับเคลื่อนที่ล้ำสมัย ดีไซน์อันสะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหรา ตลอดจนระบบความปลอดภัยอัจฉริยะขั้นสูงที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ GWM WEY G9 เป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่ขยายตัวทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและได้รับความนิยมในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในปัจจุบัน

นิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความหรูหราเหนือระดับ

GWM Thailand 4

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM WEY G9 ได้รับความสนใจและไว้วางใจอย่างรวดเร็ว คือ การตอบโจทย์การใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) ความสะดวกสบาย (Comfort) และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย (Convenience) โดดเด่นด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริด 4 ล้ออัจฉริยะ นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับเรือธงเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบ ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดตามความต้องการและมีระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170 กิโลเมตร (NEDC) อีกทั้งยังมอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกเส้นทางด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Quality Space เพื่อความสะดวกสบายของทุกคนในครอบครัวโดยเฉพาะเบาะแถวที่สองแบบ Zero-Gravity Seat พร้อมระบบนวดและระบายอากาศ วัสดุหุ้มหนัง NAPPA คุณภาพสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะกว่า 28 รายการ ควบคู่กับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานในทุกมิติ

GWM Thailand 5

ข้อเสนอพิเศษประจำเดือนกรกฎาคม: สิทธิประโยชน์ที่เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์

เพื่อยกระดับประสบการณ์การครอบครอง GWM WEY G9 ในประเทศไทย GWM มอบข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569 โดยสามารถเลือกแพ็กเกจที่ตรงกับความต้องการ ดังนี้:

  • ทางเลือกที่ 1 แพ็กเกจดอกเบี้ยพิเศษ: รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25%) และฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ทางเลือกที่ 2 แพ็กเกจอุ่นใจกับการบำรุงรักษา GWM Pro Service Inclusive – GPSI: รับฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% (ผ่อนนาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25%)

พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับทุกแพ็กเกจ:

  • ฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 1 ปี
  • ฟรี GWM Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง
  • การรับประกันคุณภาพรถใหม่ นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

เอกสิทธิ์เหนือระดับด้วย Exclusive Service นาน 5 ปี

ผู้เป็นเจ้าของ GWM WEY G9 จะได้รับบริการดูแลส่วนบุคคลระดับเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อมอบความสะดวกสบายและความอุ่นใจตลอดช่วงเวลาการใช้งาน ประกอบด้วย:

  • บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Assistant) ตลอด 24 ชั่วโมง
  • บริการรถทดแทนรุ่นเดียวกัน กรณีรถมีปัญหาทางเทคนิคภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
  • บริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กระยะ (Pick-up & Delivery)

GWM Thailand 6

ข้อเสนอพิเศษสำหรับ WEY G9 ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 มีผลสำหรับลูกค้าที่จองรถระหว่างวันที่ 1–31 กรกฎาคม 2569 และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ GWM Partner Store และ GWM (Thailand) กำหนด ผู้ที่สนใจสัมผัสยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียม พร้อมรับสิทธิประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาจำกัด สามารถจองสิทธิ์ ทดลองขับ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, เว็บไซต์ http://www.gwm.co.th และ https://www.gwm.co.th/th/deal/wey-g9 หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

*หมายเหตุ: ยอดขายอันดับ 1 อ้างอิงจากยอดจำหน่าย GWM WEY G9 ในตลาดประเทศจีน ระหว่างเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ รายละเอียดผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ของรถที่จำหน่ายในประเทศจีนและประเทศไทยอาจแตกต่างกัน โดยข้อมูลสำหรับประเทศไทยให้เป็นไปตามที่ GWM (Thailand) กำหนด