Home Blog Page 211

AION ผนึกกำลัง 7 พันธมิตร รุกธุรกิจรถไฟฟ้าอาเซียนเต็มสูบ จ่อเปิดตัว “AION Y Plus” ประเดิมรุ่นแรก 9 กันยายนนี้

0
Aion ภาพเปิด

บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Aion) จัดพิธีลงนามความร่วมมือ ณ ห้อง The Glass House บ้านปาร์คนายเลิศ เพื่อก่อตั้งความร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาวกับ 7 ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ชั้นนำจาก 4 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ Gold Integrate (ประเทศไทย), AIONIC (ประเทศไทย), V Group AI ( ประเทศไทย), Harmony Auto (ประเทศไทย), 99 เมียนมาร์ (เมียนมาร์), Harmony Auto (เวียดนาม), EV HUB PRE LTD (สิงคโปร์)

โดยแขกผู้เกียรติที่เข้าร่วมพิธีลงนามครั้งนี้ ได้แก่ นายโอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและพันธมิตรในอาเซียน โดยมีสื่อมวลชนไทยเข้าร่วมงานมากกว่า 100 ราย รวมจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 100 คน เพื่อเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาสำคัญนี้

Aion 1

AION แบรนด์รถไฟฟ้า Top3 เปิดเกมรุกเมืองไทยมุ่งสู่ตลาดใหญ่ในอาเซียน
พิธีลงนามระหว่าง AION กับตัวแทนจำหน่ายชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการเปิดรอบพรีวิวสำหรับสื่อมวลชนให้ได้มาสัมผัสรถยนต์ไฟฟ้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ ถือเป็นงานใหญ่ครั้งแรกของแบรนด์ AION ในประเทศไทย เพื่อการส่งเสริมแบรนด์อย่างเป็นทางการและการเปิดตัวกลยุทธ์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดอาเซียน โดยมีแผนเปิดตัวรุ่น AION Y Plus ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ประสิทธิภาพสูงรุ่นแรก สู่ตลาดอาเซียน โดยประเดิมเปิดตัวที่ตลาดเมืองไทยเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสเทคโนโลยีขั้นสูงระดับเอ็กซ์คลูซีฟเป็นกลุ่มแรก

Aion 2

นายโอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปริมาณการขายของ AION ติดอันดับ Top 3 ของโลกในกลุ่มตลาดที่เกี่ยวข้อง โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกลยุทธ์การพัฒนาและเติบโตในต่างประเทศของแบรนด์ ซึ่งไม่เพียงเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในการรุกตลาดระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีแผนการสร้างสำนักงานใหญ่ของ AION ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เมืองไทยเป็นแห่งแรกอีกด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงานหลักในตลาดนี้ และจะยังคงขยายฐานการดำเนินงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต ภารกิจของ Aion คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์พลังงานทางเลืออกใหม่ระดับไฮเอนด์ บนมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่ขับเคลื่อน ด้วยยานยนต์พลังงานใหม่อันชาญฉลาดแก่ผู้บริโภค”

Aion 4

เปิดรอบพรีวิว AION Y Plus สินค้าดาวเด่น รีวิวล้นหลาม
งานนี้ยังได้เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น AION Y Plus ที่พร้อมออกจำหน่ายในประเทศไทยเป็นรุ่นแรก ชูคุณภาพที่เหนือกว่าด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา ห้องโดยสารขนาดใหญ่ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และประสิทธิภาพการขับขี่ขั้นสูง ภายในงาน ผู้บริหารจาก AION รวมถึงตัวแทนจากอาเซียน พันธมิตร และสื่อมวลชนในประเทศไทยมากกว่า 100 ราย ได้ร่วมกันสัมผัสประสบการณ์ AION Y Plus โดยหลังจากที่เหล่าสื่อมวลชนได้มาสัมผัสรถจริง ต่างมีเสียงชื่นชม AION Y Plus อย่างล้นหลาม ทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและฟังชันก์การใช้งานหลากหลายที่น่าดึงดูดใจ ในขณะเดียวกัน ยังได้เปิดประสบการณ์ สัมผัสเสน่ห์ของแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าและการขับขี่อันชาญฉลาด โดยบริษัทฯ กำหนดแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ในวันที่ 9 กันยายน 2566 เพื่อรุกตลาดรถยนต์พลังงาน ทางเลือกใหม่ของประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ

Aion 5

แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับไฮเอนด์สู่การเปลี่ยนแปลงและยกระดับตลาดอาเซียน
AION จะทำงานร่วมกับผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในอาเซียน รวมถึงตลาดในประเทศไทยเพื่อสำรวจช่องทางและรูปแบบการบริการ โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก เพื่อให้สามารถการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และแนวคิดการบริการที่ล้ำสมัยของ AION ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงจากจีนซึ่งมีความเป็น “อัจฉริยะ” ที่แท้จริง และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยและรวมถึงภูมิภาคอาเซียนในภาพรวม

การบูรณาการ “การวิจัย การผลิต การจัดจำหน่ายและการตลาด” หนุนแบรนด์พลังงานใหม่ ของจีนเป็นผู้นำระดับโลก การวางผังตลาดในไทยถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งสำหรับ GAC AION ในการดำเนินกลยุทธ์รุกตลาดอาเซียน และเป็นมาตรการอีกประการหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายในระดับโลก โดยในอนาคต GAC AION จะยังคงขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไป ผ่านการตั้งฐานการดำเนินงานในไทยอย่างมั่นคง และบูรณาการ “การวิจัย การผลิต การจัดจำหน่ายและการตลาด” สู่โลก พร้อมกับการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อช่วยให้แบรนด์พลังงานใหม่ของจีนก้าวเป็นผู้นำระดับโลก

“N Vision 74” รถต้นแบบจาก “ฮุนได มอเตอร์” คว้า 6 รางวัลเกียรติยศ รวมถึง Gold Award ในงาน IDEA 2023

0
ฮุนได มอเตอร์ ภาพเปิด

ฮุนได มอเตอร์ จำกัด คว้า 6 รางวัลเกียรติยศรวมถึง Gold Award จากเวทีรางวัลแห่งความเป็นเลิศด้านการออกแบบนานาชาติ หรือ International Design Excellence Awards 2023 (IDEA) ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมอุตสาหกรรมการออกแบบแห่งอเมริกา หรือ Industrial Design Society of America (IDSA)

ฮุนได มอเตอร์ ได้รับรางวัลเกียรติยศ Gold Award ในสาขายานยนต์และการขนส่ง จากผลงาน N Vision 74 ‘Rolling Lab’ รถยนต์ขุมพลังไฮโดรเจนไฮบริดสมรรถนะสูง นอกจากนั้น ผลงานการออกแบบอื่นของฮุนไดยังได้รับการเสนอชื่อ เข้ารับรางวัลในรอบสุดท้ายทั้ง รถยนต์สี่ประตูขุมพลังไฟฟ้า IONIQ 6, รุ่นเรือธงอย่าง GRANDEUR และ รถยนต์ SUV all-new KONA

การที่ N Vision 74 ได้รับรางวัลเกียรติยศ IDEA Gold Award นับเป็นอีกก้าวที่มีความสำคัญ หลังจากที่คว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วสองเวทีก่อนหน้าทั้ง iF Design Award และ Red Dot Award

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2022 รถยนต์ต้นแบบ N Vision 74 ได้รับการยกย่องว่าเป็นการสานต่อจิตวิญญาณของ Hyundai Pony Coupe Concept ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน Turin Motor Show ปี 1974 เมื่อไม่นานมานี้ N Vision 74 ยังสร้างกระแสในงานจัดแสดงรถยนต์ Classic และรถยนต์ต้นแบบ Concorso d’Eleganza Villa D’Este ซึ่งมีขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม ณ ทะเลสาบ Como อิตาลี โดยการจัดแสดงรถยนต์ต้นแบบในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถเชิงเทคนิค, นวัตกรรมการออกแบบ และจิตวิญญาณของฮุนได ที่เชื่อมต่อนวัตกรรมเข้ากับมรดกในอดีต เพื่อวิสัยทัศน์ของความสนุกในการขับขี่ และอนาคตที่ยั่งยืน

“N Vision 74 เป็นการอุทิศให้กับความพยายามของเราในอดีต และยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์เพื่ออนาคต ด้วยการสานต่อจิตวิญญาณของ Hyundai Pony Coupe Concept จนเกิดเป็นงานออกแบบล้ำยุคที่มาทำความฝันวิศวกรของเราให้เป็นจริง ในเรื่องการสร้างรถสปอร์ตสัญชาติเกาหลีคันแรก” SangYup Lee ตำแหน่ง Executive Vice President และ Head of Hyundai Global Design Center กล่าว “N Vision 74 ได้สร้างมรดกชิ้นใหม่ ไปพร้อมกับการเสริมสร้างตัวตนให้กับแบรนด์”

นอกจากนั้น IONIQ 6, GRANDEUR และ KONA ซึ่งล้วนเป็นรถยนต์ที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายจริง ยังได้รับการจดจำในฐานะเป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายของการเสนอชื่อเข้ารับรางวัล พิสูจน์ให้เห็นชื่อเสียงของฮุนไดในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่น

IONIQ 6 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกอันชาญฉลาดและมีเอกลักษณ์ ผสานกับห้องโดยสารที่มีสมดุลและปลอดโปร่ง เส้นสายตัวถังของรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ ส่งผลให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.21 ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่มีค่าอากาศพลศาสตร์ดีที่สุดของฮุนไดในปัจจุบัน นอกจากนั้น IONIQ 6 ยังแตกต่างด้วยห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย จนเกิดเป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นหลัก

 ฮุนได มอเตอร์ 1

GRANDEUR (ซึ่งใช้ชื่อ AZERA ในบางตลาด) เป็นรถยนต์อีกรุ่นที่มีความแตกต่าง สร้างขึ้นจากมรดกของรถยนต์สี่ประตูระดับเรือธง ไปพร้อมกับการปูทางสู่อนาคตของการเดินทาง ด้วยนวัตกรรมแห่งการออกแบบ, การนำเทคโนโลยีระดับสูงมาใช้ในแต่ละรายละเอียด รวมถึงห้องโดยสารที่ใช้วัสดุพรีเมี่ยมและยั่งยืน

ฮุนได มอเตอร์ 2

All-new KONA สร้างขึ้นจากรากฐานงานออกแบบของรุ่นก่อน ไปพร้อมกับการเสริมดีไซน์ล้ำยุคและแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ Seamless Horizon Lamp โคมไฟ LED แนวนอนที่เชื่อมต่อหากันอย่างไร้รอยต่อ จนเป็นส่วนหนึ่งของตัวถังด้านหน้าส่วนบนอย่างแนบเนียน และให้อารมณ์ล้ำยุค

ฮุนได มอเตอร์ 4

นับตั้งแต่ปี 1980 รางวัล IDEA จากอเมริกาเหนือ ได้รับการยกย่องเป็นรางวัลด้านการออกแบบชั้นนำระดับ 3 อันดับแรกของโลก เคียงคู่กับ iF Design Award จากเยอรมนี และ Red Dot Award สำหรับการตัดสินผลงานทั่วโลก โดยคณะกรรมการของ IDEA นั้นจะแบ่งผลงานออกตามประเภท ก่อนจะประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่วางไว้ เช่น นวัตกรรมด้านการออกแบบ, ประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน และประโยชน์ต่อสังคม

 

 

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ขนทัพยนตรกรรมจาก BMW จัดแคมเปญ ‘INFINITE DEAL’ ที่งาน BIG MOTOR SALE 2023

0
มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป ภาพเปิด

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ตอบรับสภาพเศรษฐกิจที่สดใส ไปพร้อมกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น จัดเต็มสำหรับลูกค้า กับแคมเปญ ‘INIFINITE DEAL’ ที่งาน BIG MOTOR SALE 2023 ยกทัพยนตรกรรมหลากรุ่น ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ มาพร้อมข้อเสนอดีๆ ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ตอบรับทิศทางธุรกิจที่เป็นไปในเชิงบวกจัดหนัก จัดเต็มในงาน BIG MOTOR SALE 2023 เพื่อหยิบยื่นความคุ้มค่าสูงสุด ให้กับลูกค้าของเรา ผ่านหลากหลายข้อเสนอดีๆ ครบครันทั้งรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ รวมถึงมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด หลากรุ่น อยากเชิญชวนทุกท่าน ให้เข้ามาเยี่ยมชมยนตรกรรมในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่บูธของเราภายในงานครับ”

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป หลากหลายยนตรกรรมล้ำสมัย ภายใต้ข้อเสนอสุดพิเศษ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ นำยนตรกรรมล้ำสมัยครบทุกรุ่น ครบทุกซีรีส์ มาให้สัมผัสกันแบบจุใจ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า 100% อาทิ BMW iX Drive40 Sport และ BMW i4 eDrive35 พิเศษสุดกับยนตรกรรมพันธุ์แรง M440i xDrive, BMW M2 และรถแต่งพิเศษ BMW 2 Series มาในชุดแต่ง M Performance Edition อีกทั้งยังมี The All-New BMW X1 และสิทธิพิเศษกับแคมเปญสุดคุ้มค่า

มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 19

บีเอ็มดับเบิลยู
•ดาวน์ 0%*
•ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.40%*
•ฟรี! อัปเกรด BSI สูงสุด 10 ปี*
•ฟรี! ประกันชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 3 ปี*
•ฟรี! Wall Box พร้อมติดตั้ง*

พิเศษสุดเฉพาะในงาน
•ฟรี! บัตรที่พัก พร้อมแพ็กเกจดูแลสุขภาพ จากโรงแรม InterContinental Hua Hin Resort-
Chevala มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
•ฟรี! บัตรน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท*
•ฟรี! บัตรน้ำมัน มูลค่า 50,000 บาท* (เฉพาะ BMW 5 Series จำนวนจำกัด 5 คันแรกเท่านั้น!)
•ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท* (เฉพาะ BMW M)
•ฟรี! Go Pro Hero 10* (เฉพาะ The All-New BMW X1)

มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 2
บีเอ็มดับเบิลยู พรีเมียม ซีเล็คชั่น
พบกับรถผู้บริหาร ไมล์น้อย คัดสรรคุณภาพ ราคาและข้อเสนอดีที่สุดในงาน
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
•ฟรี! บัตรน้ำมัน มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท*

มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ร่วมฉลองวันเกิดครบรอบ 64 ปี MINI Cooper พบกับกิจกรรม ‘MINI 64th Birthday Meet by Millennium Auto’ ที่จะเชิญชวนชาว MINISTER มาร่วมฉลองเป่าเค้กวันเกิดมาร่วมกัน ในวันที่ 26 ส.ค. 66 ที่บูธ A14 มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ และสัมผัสกับรถมินิ หลากหลายรุ่นอาทิ MINI Cooper SE (Special Edition), MINI JCW Countryman GT Edition, MINI Clubman Untold Edition และมินิ เน็กซ์ รถผู้บริหาร การันตีเลขไมล์แท้ ราคาดี มีบริการหลังการขาย มาพร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษ

มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 6

มินิ
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง นานสูงสุด 4 ปี*
•Warranty 5 ปี*
•ฟรี! Wall Charge*
•ฟรี! อัปเกรด MSI นานสูงสุด 10 ปี*

พิเศษสุดเฉพาะในงาน
•ฟรี! บัตรน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท*

มินิ เน็กซ์
•ฟรี! ดาวน์*
•ดอกเบี้ยพิเศษ*
•รับประกัน 1 ปี / 30,000 กม.*
•ค่าใช้จ่ายสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ สูงสุด 36,000 บาทต่อเดือน*
•เพิ่มมูลค่ารถเก่าสูงสุด 50,000 บาท เมื่อนำมาแลกกับรถยนต์ มินิ คันใหม่*

มิลเลนเนียม ออโต๊ กรุ๊ป 4

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มิลเลนเนียม ออโต้ นำความเร้าใจมาให้สัมผัส กับมอเตอร์ไซค์รุ่นยอดนิยม อาทิ S 1000 RR, C 400 GT, CE 04 มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า 100%, สายลุย อาทิ F 850 GS, F 900 XR, R 1250 GS, R 1250 GSA และมอเตอร์ไซต์สุดคลาสสิคอย่าง R 18 Roctane พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มค่า สำหรับลูกค้าที่จองภายในงาน

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด
•ดาวน์ 0%*
•ดอกเบี้ย 1%*
•ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง*
•ฟรี! อัปเกรด BMSI นานสูงสุด 5 ปี*
•ฟรี! กล่องอะลูมิเนียม*

พิเศษสุดเฉพาะในงาน
•ฟรี! Welcome Training*
•ฟรี! บลูทูธ Sena*
•ฟรี! สติ๊กเกอร์ ติดกล่องอะลูมิเนียม*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ซีพี โฟตอน เดินหน้าหนุนโปรเจคเครือข่ายยานยนต์ เพื่อการพัฒนาการศึกษา ในงาน Big Motor Sale

0

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด มอบโอกาสพิเศษเพื่อการสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชน ภายใต้ โครงการ “เครือข่ายยานยนต์เพื่อการสนับสนุนการศึกษา” นำร่องปีแรกร่วมกับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ “PIM” ออกบูธประชาสัมพันธ์หลักสูตรวิศวกรรมการผลิตยานยนต์ หมวดวิชาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ภายในงาน      “Big Motor Sale 2023…มหกรรมเปิดโลกยานยนต์” ขานรับตลาดแรงงานที่เร่งสร้างบุคลากรเสริมทัพรับกระแสลงทุนในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

นายกฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด เผยว่า “ในฐานะที่ ซีพี โฟตอน เป็นหนึ่งในธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เราจึงตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่ายธุรกิจเพื่อดำเนินงานสาธารณะประโยชน์ด้านต่าง ๆ ต่อเนื่อง เรามี Knowledge, Know-How และทีมบุคลากรที่พร้อมจะถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ด้านการศึกษา หรือสร้างโอกาสต่าง ๆ เช่นล่าสุด ได้ร่วมกับผู้จัดงานแสดงสินค้ายานยนต์ระดับประเทศ อย่าง Big Motor Sale หรือมหกรรมเปิดโลกยานยนต์  จัดทำโครงการความร่วมมือทางการศึกษา กับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ในการส่งเสริมประสบการณ์นอกห้องเรียนพร้อมสร้างโอกาสให้เยาวชนได้มีโอกาสเปิดตัวกับผู้ประกอบการณ์ยานยนต์โดยตรง พร้อมทั้งมีแผนส่งบุคลากรคุณภาพร่วมเป็นวิทยากรพิเศษ ให้ความรู้ในสาขายานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน ซึ่งในระยะยาว ซีพี โฟตอน พร้อมที่จะรับเยาวชนที่ผ่านการอบรมหรือฝึกงานกับแบรนด์ฯ ให้ได้มีอาชีพที่มั่นคงในภูมิลำเนาของตัวเอง เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างมั่นคงอีกด้วย”

งาน “Big Motor Sale 2023 มหกรรมเปิดโลกยานยนต์” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 3 กันยายน นี้ ณ ฮอลล์ 101 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ฮอนด้า ชูไฮไลต์ “ซิตี้ ใหม่” และ “ซีอาร์-วี ใหม่” ในงาน Big Motor Sale 2023 พร้อมข้อเสนอพิเศษ และชวนลูกค้าร่วมทดลองขับในงา

0
ฮอนด้า ภาพเปิด

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดแสดงยนตรกรรมฮอนด้าหลากหลายรุ่น ทั้งขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์เทอร์โบและเบนซิน ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ในงานมหกรรมเปิดโลกยานยนต์ Big Motor Sale 2023 นำโดย ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ทรงพลัง อัตราเร่งแรงเร้าใจ และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เสริมทัพด้วย ฮอนด้า ซิตี้แฮทช์แบ็ก มาพร้อมสีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) (Premium Sunlight White Pearl) ซิตี้คาร์สปอร์ตแฮทช์แบ็ก 5 ประตูยอดนิยม จำนวนจำกัด ซึ่งได้นำมาจัดแสดงสุดเอกซ์คลูซีฟในงานนี้ รวมถึง ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ที่สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมียมเอสยูวี ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า โดยภายในงาน เปิดให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ทดลองขับทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ และฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมาพร้อมข้อเสนอพิเศษแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

ฮอนด้า 1

สำหรับยนตรกรรมไฮไลต์ที่จัดแสดงภายในงาน Big Motor Sale 2023 ได้แก่

ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่

ที่สุดของยนตรกรรมซิตี้คาร์ ขับสนุก แรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมยกระดับความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ใหม่รอบคัน โฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ด้วย 2 ขุมพลังทางเลือกที่ตอบโจทย์การขับขี่และลงตัวทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งขับสนุกแรงเร้าใจ และให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม กับขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุดที่ 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที และอัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม 27.8 กิโลเมตร/ลิตร

สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่อย่างชาญฉลาดโดยอัตโนมัติตามลักษณะการขับขี่อย่างเหมาะสม ประกอบด้วย 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) และขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbo Charger มอบกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่งและประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E20

ฮอนด้า 2

มั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ติดตั้งในทุกรุ่นย่อย โดยทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ* ดอกเบี้ย 2.09% ฟรีประกันภัย 1 ปี สำหรับรุ่น e:HEV รับเพิ่มประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปีและรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2566 – 30 กันยายน 2566

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก 

จัดแสดงสีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) (Premium Sunlight White Pearl) จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่น RS และ SV นำเสนอสีสันใหม่ให้ลูกค้าได้มูฟอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นสไตล์สปอร์ต และเสริมความสปอร์ตแบบเอกซ์คลูซีฟรอบคันในรุ่น RS ภายในกว้างขวาง ผสานเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่งอัลตราซีท (ULTR Seat) ที่สามารถปรับพับเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลายรูปแบบการใช้งาน ขับสนุกอัตราเร่งเร้าใจไปกับขุมพลัง VTEC TURBO 1.0 ลิตร ที่มอบกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

ฮอนด้า 3

ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยมาพร้อมข้อเสนอพิเศษ* ดอกเบี้ย 1.85% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับเพิ่มฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปีหรือ 40,000 กิโลเมตร เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2566

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก สีใหม่ สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) (Premium Sunlight White Pearl) มีให้เลือก
2 รุ่นย่อย ได้แก่
– รุ่น RS ราคา 759,000 บาท
– รุ่น SV ราคา 685,000 บาท
โดยราคาจำหน่ายรวมค่าสีภายนอก สีขาวพรีเมียมซันไลท์ (มุก) 10,000 บาท
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ 

ดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตพรีเมียม แข็งแกร่งในทุกมิติ ห้องโดยสารกว้างขวางรองรับการใช้งานหลากหลายกับเบาะโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง มั่นใจทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้าเซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ในทุกรุ่นย่อย พร้อมตอบโจทย์ทุกการขับขี่กับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน ที่มีให้เลือกทั้งแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ(Real Time(TM) AWD with E-DPS) ได้แก่

ฮอนด้า 4

– ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 335 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที โดยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ใน 3 โหมด มอบอัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมสูงสุดถึง 20.8 กม./ลิตร
(รุ่น e:HEV ES) ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พร้อมด้วยสวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ตามสไตล์ได้อย่างง่ายดาย ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) และโหมดการขับขี่แบบประหยัด (Econ Mode)

– ขุมพลังเทอร์โบ ขับสนุก อัตราเร่งเร้าใจสไตล์สปอร์ต กับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร
Direct Injection DOHC VTEC TURBO 4 สูบ 16 วาล์ว มาพร้อมเทคโนโลยี Direct Injection และ Turbocharger ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ มอบกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) และมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด
14.3 กม./ลิตร (รุ่น E) มีให้เลือกทั้งแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ
(Real Time(TM) AWD with E-DPS)

มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ* ดอกเบี้ย 2.29% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และโปรแกรมการให้บริการพิเศษ
ด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร สำหรับรุ่น e:HEV รับเพิ่มประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปีและรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง เมื่อจองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2566 – 30 กันยายน 2566

นอกจากนี้ ภายในงาน Big Motor Sale 2023 ฮอนด้าได้เปิดให้ผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์การทดลองขับกับยนตรกรรมทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ และฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ หรือลูกค้าสามารถทดลองขับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมทดลองขับผ่าน www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566 จะได้รับฟรี ขวดน้ำพับได้ มูลค่า 250 บาท*

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ร่วมรายการและทำสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินที่ร่วมรายการเมื่อจองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2566 – 30 กันยายน 2566

•ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ รับข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมดอกเบี้ย 2.09%
•ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ รับข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมดอกเบี้ย 2.09% รวมทั้งรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปีและรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง
•ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือเลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.09% พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท หรือรับข้อเสนอดอกเบี้ย 1.85% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี โดยทุกข้อเสนอรับเพิ่มฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
•ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือเลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ย 2.09% พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 1,500 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 18,000 บาท โดยทุกข้อเสนอมาพร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง
•ฮอนด้า ซีวิค รับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

ฮอนด้า 6
•ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี รับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รวมทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง
•ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ รับข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัย 1 ปี ดอกเบี้ย 2.29% และฟรี Modulo Sport Collection มูลค่า 2,285 บาท
•ฮอนด้า บีอาร์-วี รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือเลือกรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 5,000 บาท นาน 12 เดือน รวมมูลค่า 60,000 บาท
•ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี รับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รวมทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง
•ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ รับข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัย 1 ปี ดอกเบี้ย 2.29% พร้อมฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร
•ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ รุ่น e:HEV รับข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัย 1 ปี ดอกเบี้ย 2.29% พร้อมฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมทั้งรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปีและรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง
•ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น EL รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี รวมทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และฟรีโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายเวลารับประกันคุณภาพอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร พิเศษเฉพาะสีภายนอกสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ภายในสีดำ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท

ฮอนด้า 7
•ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV TECH รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟรีค่าแรงในการเช็กระยะตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมทั้งรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง พิเศษเฉพาะสีภายนอกสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ภายในสีดำ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท

ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้า A12 ฮอลล์ 101 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนาในงานมหกรรมเปิดโลกยานยนต์ หรือ Big Motor Sale 2023 ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2566 – 3 กันยายน 2566 โดยมาพร้อมข้อเสนอพิเศษเดียวกันทั้งในงานและที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ* เมื่อจองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2566 – 30 กันยายน 2566

สามารถสอบถามข้อมูลจากที่ปรึกษาการขายได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

 

‘ซูซูกิ’เติมเต็มสีสัน Big MOTOR SALE 2023 ยกทัพรถยนต์คุณภาพร่วมงาน พร้อมแคมเปญพิเศษ ผ่อนเริ่มต้น 2,555 บาท หรือเลือกผ่อน 99 เดือน เฉพาะในงานนี้เท่านั้น !!

0
ซูซูกิ ภาพเปิด

นายมิโนรุ อามาโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งาน “มหกรรมเปิดโลกยานยนต์ (Big MOTOR SALE 2023) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 3 กันยายน 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับเป็นงานจัดแสดงรถยนต์สำคัญอีกหนึ่งงานที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นตลาดรถยนต์ในช่วงกลางปี ด้วยแนวทางการจัดงานเพื่อส่งเสริมการขายรถยนต์อย่างชัดเจน

ซูซูกิ 1

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ มาพร้อมแนวคิด “Drive Your Life in Colors” ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากจินตนาการที่เปรียบท้องถนนเสมือนผ้าใบที่ว่างเปล่าโดยถนนสายนี้จะถูกแต่งแต้มด้วยความหลากหลายของรถยนต์ Suzuki ที่มีความแตกต่างทั้งเรื่องของสีสัน ดีไซน์ และรูปแบบการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคของประเทศไทยมาเป็นเวลาอย่างยาวนาน ทำให้ถนนสายนี้กลับมามีชีวิตชีวา เพิ่มความสนุกและความน่าสนใจในการขับขี่รถยนต์คู่ใจมากขึ้นในทุกๆ วัน

“ผลิตภัณฑ์ของซูซูกิทุกรุ่นมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความสดใหม่ สามารถนำไปตกแต่งตามไลฟ์สไตล์ได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่า คุ้มราคา โดยเฉพาะในเรื่องของอัตราความประหยัดเชื้อเพลิง ตอบรับกับความต้องการในการใช้งานของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมอีกด้วย”

 

ทั้งนี้ สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2566 ที่ผ่านมา มีตัวเลขยอดขายตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม อยู่ที่ 464,550 คัน ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้ามีตัวเลขลดลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการชะลอการตัดสินใจของผู้บริโภค ไปจนถึงเรื่องของความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งคาดการณ์ว่าภาพรวมครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ส่งผลให้ตัวเลขยอดขายรวมตลอดทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ประมาณ 850,000 คัน

สำหรับซูซูกิมีตัวเลขยอดขายรวมเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2566 อยู่ที่ 8,006 คัน เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจในภาพรวมและธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์กลับเข้าสู่ทิศทางที่ดีตามปกติ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น จะมีส่วนผลักดันให้ยอดขายรถยนต์ของซูซูกิเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม ภายในงานครั้งนี้ยังคงเป็นการนำรถยนต์รุ่นยอดนิยมมาตกแต่งในสไตล์ที่แตกต่าง เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้บริโภคที่สนใจ พร้อมด้วยการเตรียมกิจกรรมส่งเสริมสุดพิเศษการขายไว้รองรับทุกท่านตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ซูซูกิ 2

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไฮไลท์สำคัญภายในงาน Big MOTOR SALE 2023 ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับกองทัพรถยนต์คุณภาพจากซูซูกิ นำโดย SUZUKI SWIFT สปอร์ตอีโคคาร์ยอดนิยมของคนไทย สร้างยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของซูซูกิมาอย่างต่อเนื่อง

ซูซูกิ 3

SUZUKI SWIFT นอกจากดีไซน์อันโดดเด่น ด้วยแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยเสริมให้รถมีน้ำหนักน้อยลง แต่คงความแข็งแกร่งและประหยัดน้ำมันมากขึ้น เครื่องยนต์รหัส K12M ขนาด 1.2 ลิตร หัวฉีดคู่ DUALJET ช่วยลดมลพิษและประหยัดน้ำมัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 567,000 บาท เลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท หรือ เลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน

ซูซูกิ 4

SUZUKI CIAZ ฉีกกฎแห่งความคุ้มค่า สบายกว่าอย่างมีสไตล์ในแบบอีโคซีดานสู่ประสบการณ์ขับขี่ที่ครบทุกความสมบูรณ์แบบ ชูความสปอร์ตด้วยชุดแต่งโครเมียมรอบคัน ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายคุ้มค่าอย่างลงตัว ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 528,000 บาท เลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,444 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0%

ซูซูกิ 5

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัว และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาโดยตลอด มีสมรรถนะการขับที่ดีเกินความคาดหมาย ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นเจ้าของได้ง่ายด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 338,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,555 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน

ซูซูกิ 6

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ โดยนับจากนี้ SUZUKI CARRY จะไม่ได้ถูกจดจำในฐานะ “Food Truck” ธุรกิจติดล้อเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น Goods Truck ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถนำไปตกแต่งต่อยอด ปรับใช้เพื่อไลฟ์สไตล์หรือธุรกิจส่วนตัว กลายเป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝัน เป็นเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท เลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.89%

ซูซูกิ 13

 

SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID -The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” รถอเนกประสงค์ MPV ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ SMART HYBRID ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ SHVS จากซูซูกิ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator หรือ ISG พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร เสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน ใช้งานได้อย่างไร้กังวล รับประกันอายุแบตเตอรี่นาน 5 ปี ราคาพิเศษจำหน่ายเริ่มต้น 699,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอขับฟรี 90 วัน ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 4,999 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน

ซูซูกิ 10

SUZUKI XL7 รถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาด 7 ที่นั่ง รถยนต์สำหรับครอบครัว ที่มีมิติรถขนาดใหญ่ที่มีความยาว 4,450 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,775 มิลลิเมตร ความสูง 1,710 มิลลิเมตร และความสูงใต้ท้องรถ 200 มิลลิเมตร มอบวิสัยทัศน์และสมรรถนะในการขับขี่ ทุกฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน ในราคาที่คุ้มค่า 814,000 บาท เลือกรับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 5,888 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน

ซูซูกิ 12

สำหรับโซนการจัดแสดงรถตกแต่งพิเศษ ยังคงคับคั่งไปด้วยไอเดียการตกแต่งที่หลากหลาย นำเสนอแนวทางสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งรถที่ไม่เหมือนใคร ในครั้งนี้ซูซูกิภูมิใจเสนอ การนำ SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์มาตกแต่ง ภายใต้แนวคิด Laundry Carry เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจซัก อบ รีด และยังมุ่งหวังที่จะจุดประกายให้เกิด การขยายเส้นทางธุรกิจให้เติบโต ไปจนถึงผู้ที่กำลังสนใจอยากสร้างอาชีพในยุคใหม่ เนื่องจากปัจจุบัน ธุรกิจรับซักรีด กำลังมีทิศทางการเติบโตที่ดีและมีการขยายตัวเป็นอย่างมาก เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ ต้องการลดภาระในครัวเรือนลง จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่งที่ผ่านมา SUZUKI CARRY มีบทบาทสำคัญในการต่อยอดให้กับเจ้าของธุรกิจ ด้วยการเลือกใช้งานรถยนต์ SUZUKI CARRY ในการให้บริการรับส่งเสื้อผ้าซักรีดถึงมือลูกค้า ช่วยยกระดับงานบริการของผู้ประกอบการให้เข้าถึงผู้บริโภคให้จนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น

ด้วยความอเนกประสงค์ของ SUZUKI CARRY สามารถปรับแต่งตัวรถได้หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกธุรกิจ เมื่อนำผสมผสานเข้ากับแนวคิดทางธุรกิจด้วยการนำมาตกแต่งดัดแปลงให้กลายเป็น Laundry Carry ในครั้งนี้ เราจึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถส่งเสริมธุรกิจของผู้ประกอบการ หรือ ช่วยเพิ่มแนวทางในการสร้างธุรกิจให้แก่คนไทยได้เป็นอย่างดี

ซูซูกิ 9

SUZUKI CARRY พร้อมสนับสนุนทุกเส้นทางความฝันของผู้ประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในทุกเส้นทาง ซึ่งสอดรับกับแนวคิด “CARRY YOUR DREAM เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ที่พร้อมร่วมเดินทางไปด้วยกันในฐานะพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่อยู่เคียงข้างผู้ประกอบธุรกิจเสมอมา

นายวัลลภ ยังกล่าวอีกว่า “ซูซูกิเตรียมมอบแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน โดยรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธรถยนต์ซูซูกิ ภายในงาน Big MOTOR SALE 2023 ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – วันที่ 3 กันยายน 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือที่โชว์รถยนต์ Suzuki ทั่วประเทศ”

ฟอร์ดนำขบวนรถฟอร์ดรุ่นยอดนิยมบุก BIG Motor Sale 2023 จัดเต็มแคมเปญข้อเสนอสุดเร้าใจ

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ชวนลูกค้าผู้สนใจมาสัมผัสและทดลองขับรถยนต์ฟอร์ด ทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจสำหรับรถยนต์ทุกรุ่นในงาน BIG Motor Sale 2023 มหกรรมเปิดโลกยานยนต์ ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม -3 กันยายน 2566 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

“ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยสมรรถนะ  อันเหนือชั้นและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยในปีนี้ฟอร์ดได้เพิ่มตัวเลือกรุ่นย่อยที่โดดเด่นด้วยอีกขั้นของนวัตกรรม  และเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสตอร์มแทรค ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLS ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ตัวเลือกเครื่องยนต์ ดีเซล 2.0L และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไวลด์แทรค ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ดยังคงมุ่งเน้นการยกระดับบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ นำนวัตกรรมด้านบริการ อาทิ แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส มาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเชื่อมต่อกับรถ รวมถึงการเข้าถึงบริการต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับข้อเสนอสุดพิเศษที่ฟอร์ดนำมามอบให้กับทุกท่านในงาน BIG Motor Sale ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสอันดีให้ลูกค้าตัดสินใจจับจองเป็นเจ้าของรถฟอร์ดที่ท่านชื่นชอบ” นายอรรถกร จารุศิลาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ภายในงานลูกค้าจะได้พบกับรถยนต์ฟอร์ดที่ได้รับความนิยมสูง นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสตอร์มแทรค รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของเรนเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สุดท้าทายไปอีกขั้น ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถกระบะ อย่างราวหลังคาและสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ (Flexible Rack System) เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับรูปแบบสปอร์ตบาร์ได้มากถึง 5 ตำแหน่งด้วยมือเดียว ทั้งยังรองรับการติดตั้งหรือขนย้ายอุปกรณ์เพื่อการผจญภัยและการทำงานได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น พร้อมรองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 80 กก. ขณะขับและ 250 กก. ขณะจอด

ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสปอร์ต อีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมของฟอร์ด เรนเจอร์ ที่มาพร้อมสมรรถนะอันเหนือระดับและความอเนกประสงค์เพื่อการทำงาน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและฟังก์ชันการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น พร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยการแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับรถอย่างเต็มรูปแบบตามความต้องการของผู้ใช้งาน ตอบโจทย์ทั้งการเป็นรถสำหรับครอบครัวและการท่องเที่ยวในวันพักผ่อน

ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLS รถกระบะยกสูงเกียร์อัตโนมัติราคาคุ้มค่าที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบอเนกประสงค์สำหรับกลุ่มลูกค้าเจ้าของธุรกิจขนาดย่อม มาพร้อมความแข็งแกร่งของตัวถังและช่วงล่าง ผสานเทคโนโลยีทันสมัย และระบบความปลอดภัยครบครัน โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดัน สมรรถนะที่ทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มคุณสมบัติด้วยอุปกรณ์ต่างๆ อัดแน่นเต็มคัน อาทิ บันไดเหยียบข้างกระบะท้ายที่ออกแบบมาให้ขึ้นสู่ตัวรถได้ง่ายโดยไม่ต้องปีนล้อรถเพื่อหยิบของในกระบะท้าย กล้องมองหลังขณะถอยจอด ช่วยให้ผู้ขับขี่ถอยจอดแบบเข้าซองได้อย่างปลอดภัย ด้วยการแสดงภาพด้านหลังรถผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 10.1 นิ้ว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นเทรนด์ ที่เหมาะสำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ในราคาสุดคุ้ม ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง และโหมดทางลื่น ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและออฟโรด โดดเด่นด้วยแผงหน้าปัดรถยนต์แบบดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว และจอสีระบบสัมผัส 10.1 นิ้วที่ลูกค้าสามารถใช้งานระบบ SYNC®4A ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay® และ Android Auto™ โดยในงาน BIG Motor Sale 2023 ฟอร์ดได้นำชุดแต่งแท้ฟอร์ด Special Exterior Package มาเสริมรูปลักษณ์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นเทรนด์ ให้ดูสปอร์ตดุดันยิ่งขึ้น ได้แก่ ชุดคิ้วโป่งล้อ ชุดกันสาดกระจกประตู กระจังหน้าสีดำ ตัวอักษร EVEREST สำหรับกระโปรงหน้า ชุดแต่งสติ๊กเกอร์ด้านข้างและด้านหลัง ครอบไฟหน้าและไฟท้ายสีดำ และครอบกระโปรงหน้าสีดำ

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียมพลัส 4x4 รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ประสบการณ์การผจญภัยขั้นสุดด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ E-Shifter 10 สปีด เสริมด้วยระบบ Terrain Management System ที่มอบตัวเลือกการขับขี่ 6 โหมด คือ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง โหมดทางลื่น โหมดโคลน และโหมดทราย พร้อมระบบดิฟล็อคหลังแบบไฟฟ้าเพิ่มความสามารถในการบุกตะลุยในทุกสภาพพื้นผิวได้ดียิ่งขึ้น ไฟหน้า Matrix LED พร้อมระบบปรับมุุมลำแสงไฟอัตโนมัติ และระบบป้องกันไฟรบกวนสายตา

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ สุดยอดกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงอันทรงพลัง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ให้ลูกค้าคอออฟโรดตัวจริงมีอิสระในการได้สัมผัสสุดยอดประสบการการขับขี่แบบ #ดุดันไม่เกรงใจใคร โดดเด่นด้วยสมรรถนะและฟีเจอร์อัดแน่น มาพร้อมสุดยอดของระบบกันสะเทือนของโช้คอัพ FOXTM ตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์รถกระบะ

 

ข้อเสนอสุดเร้าใจภายในงาน BIG Motor Sale 2023 

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 99% นาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและโปรแกรม Ford Care* สำหรับ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสตอร์มแทรค, ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นสปอร์ต, ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนียมพลัส 4x4 และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XLS รุ่น 4 ประตู ราคาเริ่มต้นเพียง 879,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและโปรแกรม Ford Care*
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นเทรนด์ ดอกเบี้ยพิเศษ 99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและโปรแกรม Ford Care* พิเศษ! จองรถในงาน BIG Motor Sale 2023และออกรถ รับฟรีชุดแต่งแท้ฟอร์ด Special Exterior Package ประกอบด้วย ชุดคิ้วโป่งล้อ ชุดกันสาดกระจกประตู กระจังหน้าสีดำ ตัวอักษร EVEREST สำหรับกระโปรงหน้า ชุดแต่งสติ๊กเกอร์ด้านข้างและด้านหลัง ครอบไฟหน้าและไฟท้ายสีดำ และครอบกระโปรงหน้าสีดำ มูลค่ารวม 20,780 บาท ไม่รวมค่าแรงติดตั้ง

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมีข้อเสนอสำหรับรถยนต์ฟอร์ดรุ่นอื่นๆ ทุกรุ่น ทั้งในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฟอร์ดภายในงาน BIG Motor Sale 2023 และออกรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2566 รับบัตรน้ำมันมูลค่า 1,000 บาท เมื่อขอสินเชื่อผ่านฟอร์ดลีสซิ่งโดยธนาคารทหารไทยธนชาตเท่านั้น ลูกค้าที่สนใจสามารถมาสัมผัสและทดลองขับรถยนต์ฟอร์ดได้ในงาน BIG Motor Sale 2023 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมของรถยนต์ฟอร์ดและเงื่อนไขข้อเสนอพิเศษได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

หมายเหตุ: โปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน 5 ปี/150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ช.ม. นาน 5 ปี ดูข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ford.co.th

เอ็มจี เปิดฉาก BIG MOTOR SALE 2023 ชูข้อเสนอพิเศษครบทุกขุมพลังขับเคลื่อน พร้อมสร้างสีสันตลาดอีวีด้วย NEW MG4 ELECTRIC สี FRESH PINK

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมสร้างสีสันในงาน BIG MOTOR SALE 2023 นำยนตรกรรมหลากหลายขุมพลังขับเคลื่อนที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษให้เป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้นด้วยดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 48 เดือน เอาใจคอเอสยูวีที่ชื่นชอบรถสีแดง Scarlet Red ด้วย NEW MG HS และ NEW MG VS HEV ราคาพิเศษ กับอีกหนึ่งไฮไลท์กับ NEW MG4 ELECTRIC ที่สะกดทุกสายตาโดยการแรพสี FRESH PINK ทั้งคัน และเปิดรับจองเฉพาะในงานฯ นี้ จำนวนจำกัด ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A02 ฮอลล์ EH101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 3 กันยายน 2566   

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน BIG MOTOR SALE 2023 เอ็มจีจัดเตรียมแคมเปญพิเศษเพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าครบทุกรุ่น ทั้งกลุ่มรถ “อีวี” ที่มีให้เลือกมากถึง 5 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น NEW MG ZS EV, NEW MG EP PLUS, NEW MG4 ELECTRIC, NEW MG ES และ NEW MG MAXUS 9 ด้วยดอกเบี้ย 1.99% นาน 48 เดือน ฟรี MG Home Charger จำนวน 1 ชุด และค่าติดตั้ง ให้ลูกค้าขับขี่ได้อย่างสบายใจด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 – 200,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับรุ่นที่จอง ฟรีประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี พิเศษสำหรับรุ่น NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG ZS EV คุ้มครองนานถึง 3 ปี สำหรับรถยนต์กลุ่มเครื่องสันดาปและรถยนต์พลังงานทางเลือกรับดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

เอาใจคนที่ชื่นชอบรถสีแดงกับแคมเปญสี Scarlet Red ราคาพิเศษ ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่น 2 สไตล์ กับ NEW MG HS รุ่น D ราคา 899,000 บาท (จากราคาปกติ 1,089,000 บาท) และ NEW MG VS HEV สปอร์ตไฮบริด SUV รุ่น D ราคา 739,000 บาท (จากราคาปกติ 859,000 บาท) โดยทั้ง 2 รุ่น รับฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี รวมทั้งขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร สำหรับรุ่น NEW MG VS HEV รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า เอ็มจี นำรถเก่ามาแลกรุ่นใหม่ หรือ ชวนเพื่อนที่สนใจมาซื้อรถ เอ็มจี รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท สำหรับ MG ZS รุ่น V และ MG5 ทุกรุ่น

อีกหนึ่งไฮไลท์จากการออกแบบรถไฟฟ้าโดย AI ในช่วงที่ “สีชมพู ฟีเวอร์” นำมาสร้างเป็นคอนเทนต์ NEW MG4 ELECTRIC สีชมพูบนโลกโซเชียล ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนเพจเป็นอย่างมาก จากเรื่องราวในออนไลน์ กลายเป็นไอเดียนำไปสู่รถคันจริงด้วยคอนเซ็ปต์ “FROM AI TO REALITY” โดยการนำเอา NEW MG4 ELECTRIC มาแรพด้วยสติ๊กเกอร์สี FRESH PINK ทั้งคัน พร้อมเปิดรับจองให้เป็นเจ้าของเพียง 8 คัน ในงาน  BIG MOTOR SALE 2023 เท่านั้น เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟนๆ เอ็มจี”

สำหรับ NEW MG4 ELECTRIC สี FRESH PINK สามารถเลือกเป็นเจ้าของได้ทั้งรุ่น D ราคาจำหน่ายที่ 869,000 บาท และ รุ่น X ราคาจำหน่ายที่ 969,000 บาท ซึ่งเป็นราคาปกติ ด้วยคุณสมบัติการเป็นรถไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมส่งมอบความสนุกและเร้าใจด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 170 แรงม้า สามารถวิ่งได้ระยะทางกว่า 425 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้งตามมาตรฐาน NEDC คงความเป็น “อีวีสายพันธุ์แท้” รุ่นแรกที่สร้างสรรค์ขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM โครงสร้างที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ สะท้อนความเป็นไอคอนนิคด้วยอัตลักษณ์ที่เด่นชัดกับดีไซน์ภายนอกสปอร์ตรอบคัน ดีไซน์ภายในเรียบง่ายแต่มีสไตล์ และเพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมากถึง 26 ระบบ

พบกับยนตรกรรมครบทุกขุมพลังการขับเคลื่อนของ เอ็มจี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษในงาน BIG MOTOR SALE 2023 ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A02 ฮอลล์ EH101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 3 กันยายน 2566 นี้ และที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพของเอ็มจีกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ

หมายเหตุ: ทุกข้อเสนอเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

เปิดตัว นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สีสุดเทรนดี้ “ไทเทเนียม กากี” ในงานบิ๊ก มอเตอร์ เซล 2023

0
Big Motor Sale 2023 3

นิสสัน เปิดตัว นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สีพิเศษ ไทเทเนียม กากี ครั้งแรกกับรถยนต์สีอินเทรนด์ ร่วมสร้างสีสันในงานบิ๊ก มอเตอร์เซล 2023 ระหว่าง 25 สิงหาคม – 3 กันยายน นี้ ที่ไบเทค บางนา สนองความต้องการของลูกค้า พร้อมเติมแอคทีฟไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่รักการผจญภัยและการใช้ชีวิตกลางแจ้ง

นอกจากนี้ นิสสันยังนำรถยนต์รุ่นอื่น ๆ มาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด อาทิ นิสสัน อัลเมร่า รถสปอร์ตซีดานรุ่นล่าสุด นิสสันเทอร์ร่า รถเอสยูวีหรูสำหรับทุกคนในครอบครัว และนิสสัน นาวารา รถกระบะอเนกประสงค์ยอดนิยม

มาซาโอะ สึสึมิ รองประธานสายงานการตลาด การขาย บริการหลังการขาย และพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “นิสสันรับฟังลูกค้าอยู่เสมอ และเพื่อสร้างสรรค์การเดินทางให้น่าประทับใจ สะท้อนตัวตนของลูกค้า สีไทเทเนียม กากี ซึ่งเป็นสีพิเศษในนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เปิดตัว โดยมีลูกค้าชาวไทยให้ความสนใจ เราจึงได้แนะนำสีไทเทเนียม กากี กับรถเอสยูวียอดนิยม เป็นครั้งแรก ตอกย้ำจุดยืนของการเป็นรถยนต์ที่ใช่ ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และเติมเต็มความต้องการของลูกค้า ให้ได้รับประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้โดยที่ไม่ต้องชาร์จ”

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ไทเทเนียม กากี ออกแบบมาสำหรับคนรุ่นใหม่ที่นิยมการใช้ชีวิตกึ่งผจญภัย และรักการเดินทาง  สีภายนอกในโทนกากีเป็นสีที่สื่อถึงธรรมชาติ การผจญภัย ความอบอุ่น และการผ่อนคลาย รวมถึงสะท้อนบุคลิกแอคทีฟไลฟ์สไตล์ที่ชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สี ไทเทเนียม กากี มีเฉพาะรุ่น VL และผลิตจำนวนจำกัด 100 คัน โดยมีราคาจำหน่ายที่ 920,000 บาท

นอกจากนี้ นิสสัน และ THULE ยังได้ร่วมกันมอบข้อเสนอพิเศษด้วยชุดตกแต่งราคาพิเศษเพื่อยกระดับประสบการณ์ในการการทำกิจกรรมกลางแจ้งใกล้ชิดธรรมชาติ อาทิ สปอยเลอร์หลัง สเกิร์ตรอบคัน จาก  นิสสัน รวมถึงแร็คหลังคาบรรทุกสัมภาระ และกล่องเก็บสัมภาระจาก THULE

ขณะที่จุดเด่นของรถยังคงเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจากเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากนิสสัน ขับสนุกพร้อมสัมผัสได้ถึงประสบการณ์การขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ  ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ  อัตราเร่งที่ทันใจจากแรงบิดสูงสุดถึง 280 นิวตันเมตร (Nm) แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาด 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ให้ประสิทธิภาพและกำลังมากขึ้น มาพร้อมอัตราประหยัดน้ำมันเมื่อขับขี่ในเมือง สูงสุด 26.3 กิโลเมตร/ลิตร*

คอมแพคเอสยูวีรุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นมากมาย อาทิ Wireless Charger**  เอาใจลูกค้ายุคดิจิทัล พวงมาลัยบุเสริมวัสดุบุนุ่ม เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ “อี-เพดัล สเต็ป” (e-Pedal Step) ที่สามารถเร่ง และชะลอความเร็วได้ในคันเร่งเดียว  และยังมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน 360 Safety Shield  เพิ่มความสะดวกสบายด้วย NissanConnect เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android Auto** และ Apple CarPlay

ในงานนี้ นิสสันยังยกขบวนรถยอดนิยมครบทุกรุ่นมาจัดแสดง ได้แก่ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ คอมแพคซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” ด้วยเครื่องยนต์ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 152 นิวตันเมตร (Nm) ให้อัตราเร่งที่แรง และรวดเร็วให้ทุกการเดินทางสนุกเต็มพิกัด  รูปลักษณ์ปราดเปรียวโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นด้วยกระจังหน้าคอนเซปต์ Next-generation V-motion มาพร้อมเทคโนโลยี NissanConnect Services เพื่อการเชื่อมต่อไร้สายระหว่างผู้ขับขี่และรถผ่านสมาร์ทโฟน แอพพลิเคชัน เสริมด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายจากรถพรีเมียมสู่คอมแพคซีดาน อาทิ เทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System – TPMS)  เทคโนโลยีเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist – HBA) และเทคโนโลยีแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) รวมถึงการติดตั้งฟังก์ชั่น SOS เพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีผ่านระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุต่างๆ

นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์พรีเมียมรุ่นล่าสุด มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกและภายในที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่นล่าสุด นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต ที่เพิ่มความเท่มีสไตล์ด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน ครบครันทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิง รวมทั้งห้องโดยสารที่กว้างขวาง ทำให้นิสสัน เทอร์ร่า สปอร์ต เป็นเอสยูวีที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว เครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ให้การขับขี่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง ประหยัดน้ำมัน ทั้งยังสามารถรองรับน้ำมันดีเซลได้ทุกชนิดทั้ง B7, B10 และ B20   ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ไปได้ทุกเส้นทาง  อุ่นใจกับ ‘360 Degree Safety Shield’   เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน  ระบบความบันเทิงระดับไฮเอนด์ด้วยเครื่องเสียงจาก Bose Premium Audio พร้อมลำโพงคุณภาพสูง 8 ตัว จอสัมผัสขนาด 11 นิ้วและการเชื่อมต่อสมาร์ททีวีหรือ HDMi เพิ่มความบันเทิงให้แก่ผู้โดยสารด้านหลัง

นิสสัน นาวารา รถกระบะที่ทุกรุ่นทนถึงใจ ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการใช้งาน ทั้งการขับขี่แบบไลฟ์สไตล์หรือการใช้งานที่ต้องการความทนทาน  ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน นาวารา แบบซิงเกิลแค็บ ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่ต้องการรถกระบะใช้งานหนัก และวางไจได้ ด้วยโครงสร้างโมโนเฟรมแชสซีทำจากเหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน (Fully Boxed Frame)  พร้อมรองรับทุกการบรรทุกหนัก ที่มีพื้นที่บรรทุกของได้อย่างจุใจ  หรือ นิสสัน นาวารา PRO-4X และ นิสสัน นาวารา คาลิเบอร์ แบล็คอิดิชั่น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่สนุกกับทุกการเดินทาง การผจญภัย และการใช้งานทั่วไป

นิสสัน นาวารา มากับสมรรถนะทรงพลัง เครื่องยนต์ทรงพลัง YS23DDTT แบบ 4 สูบ DOHC เทอร์โบคู่ ความจุ 2.3 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 190 hp (Ps) และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร (Nm) เกียร์ออโตเมติก 7 สปีด ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ได้เพื่อความสนุกสนานในการขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจ  รวมทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ในด้านประโยชน์การใช้งาน และความสะดวก เช่น ฝาท้ายที่ช่วยผ่อนแรงในการเปิด-ปิดและขนของที่กระบะได้สะดวก รวมถึงการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก

พิเศษในงาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2023 นิสสันจัดโปรโมชั่นพิเศษ “โปรใหญ่ SAY YES!”  ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น กับข้อเสนอพิเศษหลากหลายที่จัดขึ้นให้ตรงตามความต้องการลูกค้าของรถแต่ละรุ่น โดยมีข้อเสนอตั้งแต่ดาวน์ต่ำ ผ่อนสบาย และผ่อนนาน ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ไปจนถึงผ่อนนาน 84 เดือน

นอกจากนี้ลูกค้ายังอุ่นใจได้กับข้อเสนอพิเศษอื่นๆ*** เช่น โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์  นิสสัน พรีเมี่ยม วารันตี  ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร  Roadside Service Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร)  ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผู้จำหน่ายนิสสันในงาน และทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ https://nissan.co.th

* สำหรับการขับขี่ในเมือง / ตามมาตรฐาน NEDC หรือ ป้ายข้อมูลรถยนต์ตามมาตรฐานสากล (ECO sticker) ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีข้อมูลแตกต่างกันไป

** เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับ

*** ข้อเสนอเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมฉลองชัยชนะ แรลลี่คาร์ พร้อมจัดแสดงรถแข่ง ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ที่งาน Big Motor Sale 2023

0
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ภาพเปิด

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองชัยชนะจากการแข่งขัน “เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2023” ตอกย้ำจิตวิญญาณของความเร้าใจสไตล์มอเตอร์สปอร์ต ด้วยดีเอ็นเอสายเลือดแชมป์แรลลี่ ที่โชว์ศักยภาพขีดสุดของสมรรถนะ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน โดยทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศประเภททีม ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งแรกของรถออล-นิว ไทรทัน แรลลี่คาร์ โดยรถแข่งทั้งหมดของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท สามารถเข้าเส้นชัยและทำเวลาได้ดีกว่าทีมอื่นๆ ที่ส่งรถเข้าแข่งขัน 2 คันขึ้นไป การคว้าชัยในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสมรรถนะ ความแข็งแกร่ง และความทนทานของออล-นิว ไทรทัน ในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความท้าทายได้อย่างยอดเยี่ยม

 ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 1
ในศึก “เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2023” รถแข่งหมายเลข #101 ขับแข่งโดย “โอห์ม” ชยพล โยธา โดยมี “ต่อ” พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ เป็น Co-driver คู่ใจ ร่วมกันคว้ารางวัลอันดับที่ 3 ประเภทบุคคล มาได้สำเร็จ ขณะที่ มร. คัตซูฮิโกะ ทากูชิ และ มร. ทาคาฮิโระ ยาสุอิ จากประเทศญี่ปุ่น พร้อมออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน หมายเลข #112 เข้าสู่เส้นชัยในอันดับที่ 8 ถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมซึ่งทำให้ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ท สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศประเภททีมมาครอง พร้อมตอกย้ำสมรรถนะที่เหนือกว่าของ รถกระบะรุ่นใหม่ ด้วยผลงานของ มร. ริฟัต ซุงการ์ จากอินโดนีเซีย และชูพงศ์ ชัยวรรณ กับออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน หมายเลข #106 ที่เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 32 โดยทั้งคู่ยังสามารถทำเวลาเข้าเส้นชัยในอันดับสูงสุดในการแข่งขันวันที่ 5 (SS 5) อีกด้วย ทั้งนี้ การแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2023 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 – 19 สิงหาคม 2566 ในประเทศไทย และ สปป.ลาว

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราทุกคนภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่ อาร์ท และสมรรถนะของ ออล-นิว ไทรทัน ที่ได้รับการปฏิวัติมาใหม่ทุกอณู รางวัลที่ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่ อาร์ท คว้ามาครองและผลงานของนักแข่ง แสดงถึงศักยภาพของออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ทั้งในด้านสมรรถนะและความทนทาน แม้จะมีระยะเวลาการเตรียมตัวที่ค่อนข้างจำกัด ผลลัพธ์อันน่าภาคภูมิใจนี้ที่ได้สะท้อนถึงสมรรถนะที่เหนือกว่าของรถกระบะรุ่นใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี และเมื่อผสานกับความสามารถของนักแข่งและทีมงานสนับสนุน เราหวังว่าจะสามารถคว้าแชมป์ในปีหน้าได้สำเร็จ และที่สำคัญ เราจะใช้ข้อมูลและประสบการณ์จากการแข่งขัน เพื่อนำมาใช้พัฒนาการผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่จะขายในตลาดต่อไปในอนาคต”

 ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 2
“นอกจากออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แล้ว รถยนต์มิตซูบิชิ ทุกรุ่น ล้วนได้รับการพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของดีเอ็นเอสายเลือดแชมป์แรลลี่ จิตวิญญาณที่มุ่งมั่นสู่ชัยชนะและความทุ่มเทสู่การเป็นแชมป์ คือพลังขับเคลื่อนการพัฒนารถยนต์ทุกรุ่นของเรา เพราะชัยชนะของเราคือชัยชนะของทุกคน รวมถึงลูกค้าของเราด้วย รถยนต์เหล่านี้ได้รับการจัดแสดงที่งาน Big Motor Sale 2023 ทั้งออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน และรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของเราที่มีมาตรฐานคุณภาพสูงสุด ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

 ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 7

 

ไฮไลท์ภายในงาน Big Motor Sale 2023 คือ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ใหม่ทั้งคันด้วยการหลอมรวมความเป็น “ที่สุด” แห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) เพื่อมอบความปลอดภัย มั่นใจ และสะดวกสบายในการขับขี่ภายใต้สภาพอากาศและสภาพถนนที่หลากหลาย ทั่วโลก ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน มาพร้อมการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่สะท้อนความทรงพลัง มีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งยิ่งกว่า และโครงสร้างเมกาเฟรมที่มีน้ำหนักเบา เติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยเครื่องยนต์คลีนดีเซลไฮเปอร์เพาเวอร์ มีพละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งและสมรรถนะที่เป็นเลิศ พร้อมความประหยัดน้ำมัน ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุคุณภาพสูงที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ของมิตซูบิชิ มอบความสวยงามผสานความสะดวกสบาย ใช้งานง่ายและทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้อง ละสายตาจากถนน ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เจนเนอเรชั่นที่ 6 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้จะปฏิวัติวงการรถกระบะและสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับรถกระบะระดับโลกอย่างแท้จริง

 ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 5
หนึ่งในรุ่นย่อยที่ได้รับการจัดแสดงคือ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นดับเบิ้ล แค็บ พลัส 2.4 อัลตร้า เกียร์ อัตโนมัติ โดดเด่นด้วยตัวถังที่แข็งแกร่งบึกบึน สไตล์เส้นสายแนวราบ และการผสมผสานไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED เข้ากับไฟส่องสว่างหน้าแบบมัลติโปรเจคเตอร์ LED เพื่อความทันสมัยและทรงพลัง ภายในห้องโดยสารไม่เพียงมีระบบชาร์จไร้สาย ยังมีเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสคมชัดระดับ Full HD ขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้าย แบบควบคุมด้วยเบรก(Limited Slip Differential – Brake Control Type) ระบบความปลอดภัยเพียบพร้อมด้วยถุงลม 7 ตำแหน่ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control: ASC) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) รวมถึงระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System: ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Brakeforce Distribution: EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist: BA) นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill-Start Assist: HSA) และระบบความปลอดภัยขั้นสูง ‘DIAMOND SENSE’ ประกอบด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation: FCM) ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist: BSW with LCA) ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA) และกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM)

รุ่นดับเบิ้ลแค็บที่จัดแสดงอีกรุ่นหนึ่ง คือ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นดับเบิ้ล แค็บ 2.4 ไพร์ม ขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ “SUPER SELECT 4WD II” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ นอกจากนี้ ยังเป็นรถกระบะคันแรกในประเทศไทยที่ผสานระบบ Active Yaw Control (AYC) ที่ช่วยเพิ่มความสมดุลขณะเข้าโค้ง โดยระบบจะควบคุมการทำงานของล้อด้านในโค้งกับล้อด้านนอกโค้งให้หมุนสัมพันธ์กัน เพื่อรักษาเสถียรภาพการเข้าโค้งอย่างแม่นยำ ควบคู่ไปกับโหมดการขับขี่ 7 โหมด สิ่งเหล่านี้มอบความสามารถในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ดีเยี่ยมทั้งออนโรดและออฟโรด ทำให้มั่นใจ ขับสนุกและปลอดภัยมากขึ้นทุกการเดินทาง

อีกหนึ่งรุ่นย่อยคือ ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นซิงเกิ้ล แค็บ 2.4 โปร เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Easy Select 4WD พร้อมระบบลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้าย แบบควบคุมด้วยเบรก(Limited Slip Differential – Brake Control Type) ภายในห้องโดยสารมีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto เบาะนั่งตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่มระดับพรีเมียม ระบบความปลอดภัยได้แก่ถุงลม 3 ตำแหน่ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว(Active Stability Control: ASC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล(Traction Control System: TCL) ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก(Anti-lock Braking System: ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Brakeforce Distribution: EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist: BA) รวมถึงระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill-Start Assist: HSA) สีภายนอกมีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว Solid White สีเงิน Blade Silver สีเทา Graphite Gray และสีดำ Jet Black Mica

 ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 6
ภายในบูธยังมี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต 2.4D 4WD Elite Edition โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา “ออล วีล คอนโทรล” (All Wheel Control: AWC) สุดอัจฉริยะ ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อนจากแบบ 2 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อได้ในทันที แม้ในขณะที่ตัวรถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง และยังสามารถคงการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อได้อย่างต่อเนื่องในความเร็วสูง ซึ่งแตกต่างอย่างโดดเด่นจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั่วๆ ไป ทั้งยังช่วยเสริมสมรรถนะการเกาะถนนและการทรงตัว ให้ควบคุมตัวรถได้ง่ายดายและคล่องตัวบนทุกสภาพถนน รวมถึงถนนที่เปียกหรือลื่น เติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและรื่นรมย์ สุดมั่นใจและปลอดภัยยิ่งกว่าโดยเฉพาะขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง และยังช่วยลดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าในขณะที่เดินทางระยะไกล ซึ่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สุดอัจฉริยะ ระดับตำนานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส นี้ ก็เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่อยู่ใน ออล-นิว ไทรทัน เช่นกัน

 ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 3
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต 2.4D 4WD Elite Edition มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4 MIVEC ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift ช่วงล่างโครงสร้างคอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลงทั้ง 4 ล้อ ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าพร้อมแผงตกแต่งใต้กันชนหน้าและหลังสีดำ ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD ll พร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time All Wheel Control เพิ่มความปลอดภัยบนถนนลื่น ขับสนุก ลุยได้ทุกเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีระบบ เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน All-Round Advanced Safety Technology ภายในห้องโดยสารเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพกับระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Mitsubishi Power Sound System เบาะหนังสังเคราะห์พร้อมคุณสมบัติสะท้อนความร้อน QUOLE MODURE ระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้าด้านผู้ขับขี่ และเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ nanoeTMX ช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ตลอดทุกเส้นทาง

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส รถยนต์รุ่นยอดนิยมก็ได้รับการจัดแสดงภายในบูธเช่นกัน ผสานความสมบูรณ์แบบระหว่างดีไซน์ที่โดดเด่นและรองรับการใช้งานอย่างเต็มที่ นิยามของความลงตัวระหว่างรถ เอสยูวีและรถครอสโอเวอร์ ใช้วัสดุคุณภาพสูงระดับพรีเมียมที่มอบสไตล์ที่สะดุดตาและความสปอร์ตทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส มาพร้อมระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) มอบการขับขี่ที่มีเสถียรภาพด้วยการควบคุมพละกำลังและแรงดันเบรกทั้งล้อด้านในและด้านนอกขณะเข้าโค้ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยและการยึดเกาะถนน รวมถึงระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว(Active Stability Control: ASC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล(Traction Control System: TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน(Hill-Start Assist: HSA) ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ (Emergency Stop Signal System: ESS) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า คานเหล็กนิรภัยกันกระแทกด้านข้างประตู และการปกป้องคนเดินถนน มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส มาพร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ 220 มม. ซึ่งสูงที่สุดในระดับเดียวกัน จึงเป็นรถยนต์ 7 ที่นั่งระดับพรีเมียมที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวทันสมัยและผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งและการผจญภัย

 ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน 8
นอกจากนี้ยังมีแคมเปญพิเศษ ‘Early Bird Package’ สำหรับลูกค้าที่จองออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ภายในงานนี้ เพื่อเพิ่มความสนุกในการเป็นเจ้าของรถกระบะรุ่นใหม่ก่อนใคร โดยสามารถเลือกรับฟรีอุปกรณ์ตกแต่งแท้หรือรับสิทธิพิเศษสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์เสริม สำหรับลูกค้าที่จองออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2566 และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2566 จะได้รับสิทธิพิเศษดังนี้
•ฟรี ชุดแพ็คเกจอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TRAIL PACKAGE” สำหรับรุ่นดับเบิ้ล แค็บ ยกสูง และ 4WD
•การสนับสนุนค่าใช้จ่าย “WHEEL & TIRE PACKAGE” สำหรับการซื้อและติดตั้งล้ออัลลอย และ/หรือเปลี่ยนยางรถยนต์ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับรุ่นซิงเกิ้ล แค็บ

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธ A04 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่งาน Big Motor Sale 2023 ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2566 ที่ฮอลล์ EH101-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและการทดลองขับ กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ www.mitsubishi-motors.co.th หรือติดต่อ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02-079-9500