Home Blog Page 224

วิริยะประกันภัย ร่วม สนง.ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ แสดงความยินดีกับผู้สอบใบขับขี่ผ่าน ในโครงการ “อบรมเสริมความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนภูมิภาค” รุ่นที่ 159

0

นางปาริชาติ ภู่พงศ์ศักดิ์ เจ้าพนักงานขนส่งอาวุโส สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ และนายจตุรงค์ แสงสุข ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 1 (ภาคเหนือ) ด้านสาขา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ผ่านการทดสอบขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ในโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนภูมิภาค” รุ่นที่ 159 ซึ่งบริษัทฯ ร่วมกับ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ด้วยการเสริมสร้างความรู้ให้ผู้ขับขี่รถยนต์ตระหนักถึงการขับขี่ปลอดภัย การรักษากฎจราจรและมารยาทการใช้รถบนท้องถนน รวมถึงสิทธิประโยชน์จากการทำประกันภัย พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ โดยการอบรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น จำนวน 109 คน และผ่านการทดสอบได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ จำนวน 34 คน ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2 (แม่เหียะ)

สำหรับโครงการดังกล่าว บริษัทฯ ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการจัดขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และในปี 2566 นี้ มีกำหนดการจัดโครงการอบรมฯ ในพื้นที่ส่วนภูมิภาค จำนวน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 158 จังหวัดนครราชสีมา, รุ่นที่ 159 จังหวัดเชียงใหม่ และรุ่นที่ 160 จังหวัดจันทบุรี โดยกำหนดการจัดอบรมในรุ่นถัดไป จะจัดขึ้น ณ จังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ 24 – 25 มิถุนายน ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: วิริยะประกันภัย สาขาจันทบุรี โทร. 0-3937-3888

ฟอร์ด สานต่อโครงการ “เปลี่ยนความรู้…สู่อาชีพ” รุ่นที่ 6 มอบทุนการศึกษาพัฒนาศักยภาพภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง

0

ฟอร์ด ลงนามความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ สานต่อโครงการ “เปลี่ยนความรู้…สู่อาชีพ” ประจำปี 2566 มอบทุนการศึกษาและฝึกอบรม จำนวน 27 ทุน รวม 2,000,000 บาท พร้อมหุ่นยนต์ที่เคยใช้ประกอบรถยนต์ที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม)  เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิคสายงานช่างเมคคาทรอนิกส์และช่างยนต์ ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมและพัฒนาฝีมือช่างที่ฟอร์ดออกแบบร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ เพื่อขับเคลื่อนอาชีวศึกษาไทยสู่แรงงานทักษะขั้นสูง โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้ ทั้งภาคทฤษฎีในห้องเรียน และภาคปฏิบัติที่โรงงานเอฟทีเอ็ม และศูนย์บริการฟอร์ด ที่จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเวลา 2 ปี

ในปีนี้มีผู้ได้รับทุนโครงการ “เปลี่ยนความรู้…สู่อาชีพ” ในสายงานช่างเมคคาทรอนิกส์ทั้งหมด 9 คน โดยแบ่งเป็นพนักงาน 3 คน บุตรของพนักงานอีก 3 คน และนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบอีก 3 คน สำหรับสายงานด้านช่างยนต์นั้น มีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบเข้าร่วมโครงการ 5 คน นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาที่ได้รับทุนต่อเนื่องจากปีที่แล้วในทั้งสองสาขาอีก 13 คน

ทุนการศึกษาโครงการ “เปลี่ยนความรู้…สู่อาชีพ” เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของฟอร์ด ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความสำคัญต่อลูกค้าให้ครอบคลุมทุกด้าน เริ่มจากการผลิตรถที่มีคุณภาพจากโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดที่ดีเยี่ยมด้วยการนำเสนอนวัตกรรมการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลและมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าฟอร์ดเสมือนคนในครอบครัว โดยนับตั้งแต่โครงการนี้ได้เริ่มขึ้นในปี 2560 ฟอร์ด ได้มอบทุนการศึกษาให้กับพนักงานฟอร์ด และนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบแล้วถึง 61 คน รวมเป็นเงินทุนการศึกษากว่า 6,484,000 บาท โดยมีนักศึกษาสาขาแมคคาทรอนิกส์ที่สำเร็จการศึกษาจากโครงการและเข้าทำงานที่โรงงานเอฟทีเอ็มแล้ว 13 คน และมีนักศึกษาสาขาช่างยนต์เข้าทำงานกับผู้จัดจำหน่ายแล้ว 4 คน

“ฟอร์ด มักจะสร้างกระแสให้กับวงการรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัย เราจึงอยากถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์ชั้นสูงของฟอร์ดให้กับวิทยาลัยเทคนิค และนักศึกษาที่ได้เข้าไปสัมผัสและเรียนรู้การซ่อมบำรุงจริงที่ศูนย์บริการรถยนต์ฟอร์ดของเรา  จะได้เปิดประสบการณ์ในการทำงานอย่างตรงจุด  เพราะรถยนต์รุ่นใหม่ของฟอร์ดทุกรุ่นมีฟังก์ชันการใช้งานใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อีกทั้งที่ศูนย์บริการของเรา ยังมีนวัตกรรมการบริการที่ทันสมัย ทั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือระยะไกลด้วยแว่นตา RealWear และ ‘ฟอร์ดพาส’ แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่รองรับงานบริการหลากหลายรูปแบบ ที่นักศึกษาจะได้สัมผัสและเรียนรู้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในการเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดให้กับลูกค้าต่อไป”  นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทยกล่าวเสริม “และเพื่อเสริมศักยภาพให้กับผู้แทนจำหน่ายของเราดูแลและมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าฟอร์ดเสมือนคนในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เราจะขยายความร่วมมือไปยังศูนย์บริการรถยนต์ฟอร์ดในภูมิภาคอื่นๆ ต่อไปในอนาคต”

โดยนอกจากทุนการศึกษาแล้ว ปีนี้ฟอร์ดยังได้ส่งมอบหุ่นยนต์ที่เคยใช้ประกอบรถยนต์ที่โรงงานเอฟทีเอ็มให้แก่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ วิทยาลัยเทคนิคจังหวัดระยอง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา รวม 10 ตัว เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิคสายงานช่างเมคคาทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“หุ่นยนต์ที่เรามอบให้กับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และสถานศึกษาในจังหวัดอื่นๆ จะเป็นประโยช์กับนักศึกษา ไม่เฉพาะผู้ที่ได้รับทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักศึกษาท่านอื่นที่ไม่ได้ร่วมโครงการ หรือเดินทางมาฝึกงานที่โรงงานของเรา เพราะหุ่นยนต์ดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีอันทันสมัย มีระบบการทำงานที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยให้การเรียนที่วิทยาลัยมีความตื่นเต้นและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่เรามอบโอกาสในการพัฒนาศักยภาพด้านช่างเมคคาทรอนิกส์ให้แก่บุตรของพนักงานในโรงงานเอฟทีเอ็ม ซึ่งแน่นอนว่าหากพวกเขาเรียนจบและอยากมาสร้างอนาคตที่ฟอร์ด เรายินดีต้อนรับเขาเข้าสู่ครอบครัวฟอร์ดเสมอ โรงงานของเราจะเติบโตต่อไปในอนาคต และพวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญของเราต่อไป” มร. วินโค้ ซาริค ผู้จัดการโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) กล่าว

วิริยะประกันภัย รวมใจปันเส้นผมช่วยผู้ป่วยมะเร็ง มอบทุนสนันสนุนมูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่

0

ดร.อรณัฏฐ์ อชีรญาวัฒน์ ประธานกรรมการมูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ รับมอบทุนสนับสนุนค่าทอวิกผม จำนวน 100,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นางสาววารุณี ซื่อสัตย์สกุลชัย ผู้จัดการแผนกกิจกรรมเพื่อสังคม ฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนบริษัทฯ มอบทุนสนับสนุนการถักทอวิกผมแก่ผู้ป่วยมะเร็งของมูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ ณ ห้องประชุมประไพ วิริยะพันธุ์ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ศูนย์ฯ ลุมพินี

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดโครงการ “วิริยะรวมใจกัน ปันเส้นผม เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง” ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ด้วยการรับบริจาคเส้นผมของพนักงานและครอบครัววิริยะประกันภัยจากทั่วประเทศ พร้อมดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาคัดแยกเส้นผมที่มีผู้บริจาคเข้ามาผ่านทางบริษัทฯ และโครงการจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ โดยกิจกรรมคัดแยกในครั้งนี้ คณะวิริยะจิตอาสา และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิฯ ทำการคัดแยกเส้นผมได้เป็นจำนวน 620 หัว สำหรับนำไปถักทอเป็นวิกผมในขั้นตอนต่อไป เพื่อมอบให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งผ่านโรงพยาบาลนางฟ้ากว่า 80 แห่งทั่วประเทศ

สวนนงนุช วินเทจคาร์ พาเหรด ขับรถโบราณ ชมสวนสวยระดับโลก

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย รวมสมาชิกจัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค ขับรถเที่ยวชมสวนนงนุชพัทยา 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 17-18 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า สมาคมฯ ร่วมกับ สวนนงนุชพัทยา จัดงาน “สวนนงนุช วินเทจคาร์ พาเหรด” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา และกระชับความสัมพันธ์อันดีในหมู่คนรักรถโบราณ ผ่านขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค กว่า 30 คัน

ขบวนคาราวานรถโบราณ ขับอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ได้ชมกันอย่างใกล้ชิด ภายในสวนนงนุชพัทยา ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 ของสวนที่สวยที่สุดในโลก มีพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ ประกอกด้วยสวนสวยกว่า 50 แห่ง อาทิ สวนลอยฟ้า สวนตะบองเพชร สวนปีกผีเสื้อ สวนฝรั่งเศส สวนพฤกษศาสตร์ ฯลฯ

ยิ่งกว่านั้น สมาชิกจะได้ชม หุบเขาไดโนเสาร์ ที่มีไดโนเสาร์กว่า 500 ชนิด รวมเกือบ 2,000 ตัว รวมถึงชม สวนรถ ที่จัดแสดงรถสะสมมากกว่า 100 คัน ไม่ว่าจะเป็นรถแข่ง รถบักกี้ รถดัดแปลง รถสามล้อ ฯลฯ

ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมของสมาคมรถโบราณฯ ได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/vintagecarclub

ฟอร์ดชวนเยี่ยมชมคลังประวัติศาสตร์ฉลองครบรอบ 120 ปี

0

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ฉลองครบรอบ 120 ปีของการก่อตั้งบริษัท เชิญชวนให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมคลังข้อมูลประวัติศาสตร์ออนไลน์ของฟอร์ด หรือ Heritage Vault ที่เว็บไซต์ https://fordheritagevault.com ซึ่งฟอร์ดได้เพิ่มรูปภาพและโบรชัวร์รถยนต์รุ่นสำคัญเข้าไปในคลังอีกกว่า 2,000 รายการในปีนี้ และบริษัทยังมีการอัพเดตคลังข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

หลังจากเปิดตัวเว็บไซต์ Heritage Vault ซึ่งมีคลังข้อมูลกว่า 5,000 รายการในเดือนมิถุนายน 2565 คลังข้อมูลของฟอร์ดได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ทั่วโลก สำหรับการอัพเดตครั้งนี้ ฟอร์ดได้นำรูปภาพและโบรชัวร์ของรถยนต์ฟอร์ดที่จำหน่ายทั่วโลกครอบคลุมรถยนต์ฟอร์ดหลากหลายรุ่น ตั้งแต่รถฟอร์ด แองเกลีย ไปจนถึงรุ่นเซฟไฟร์ เอสคอร์ท อีโคโนแวน ฟัลคอน เมทีออร์ สเปคตรอน ทรานซิท และอื่นๆ อีกมากมาย

ฟอร์ดได้พัฒนาคลังข้อมูลประวัติศาสตร์ออนไลน์ขึ้นมา เพื่อให้แฟนๆ ฟอร์ด สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์จากทั่วโลกเข้าถึงประวัติศาสตร์ของฟอร์ดตลอด 120 ปี ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสืบค้นและดาวน์โหลดข้อมูลไปใช้เป็นส่วนตัวได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ปัจจุบันคลังข้อมูลมีรูปถ่ายและโบรชัวร์ของรถยนต์ภายใต้แบรนด์ฟอร์ดและลินคอล์นที่ได้รวบรวมเก็บไว้ตั้งแต่ศตวรรษแรกของการก่อตั้งบริษัทอยู่ราว 12,000 รายการ และนับเป็นครั้งแรกที่บริษัทได้นำคลังข้อมูลนี้มาเผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมียอดการดาวน์โหลดกว่า 5,000 ครั้งต่อวัน และมีผู้เข้าเยี่ยมชมจากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

“เราเปิดเผยข้อมูลทางประวัติศาสตร์มากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” เท็ด ไรอัน ผู้จัดการคลังข้อมูลของฟอร์ดกล่าว “ทีมงานของเรามุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงคลังข้อมูลได้บนช่องทางออนไลน์ เพราะการได้มองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของฟอร์ดไม่เพียงให้ความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของเราในปัจจุบันอีกด้วย”

1967 Ford Mustang Shelby GT 500. Photo Credit: David Newhardt/ Mustang – Forty Years

จากข้อมูลมากมายในคลังของฟอร์ด มีผลงานชิ้นพิเศษที่ไม่ควรพลาด อาทิ ภาพวอลเปเปอร์สำหรับคอมพิวเตอร์ของรถระดับตำนานอย่าง ฟอร์ด มัสแตง เชลบี GT500 รุ่นปี 1967  [LINK]

โบรชัวร์ของฟอร์ดโมเดลที รุ่นปี 1909 ที่ชูความโดดเด่นของการนำเหล็กวาเนเดียมมาผลิตเป็นรถรุ่นบุกเบิกถึง 25,000 คันในหนึ่งปี [LINK]

ก่อนที่ฟอร์ดจะนำบรองโกกลับมาทำตลาดอีกครั้งในปี 2020 ฟอร์ดได้แชร์ภาพทีเซอร์ของบรองโก รุ่นปี 2004 ออกมา ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [LINK]

ฟอร์ดได้ร่วมงานกับตำรวจและทีมกู้ภัยมาหลายทศวรรษ ในคลังข้อมูลมีภาพโบรชัวร์ของฟอร์ดในปี 1979 ทำให้เราได้เห็นว่ารถฟอร์ด แฟร์มอนต์ และบรองโก ได้เข้าไปเสริมการทำงานของตำรวจและหน่วยบริการฉุกเฉินอย่างไร [LINK]

เจาะลึกรายละเอียดของรถแข่งแรลลีในตำนานอย่าง RS200 กรุ๊ปบี ซึ่งเป็นรถสปอร์ตที่น่าตื่นเต้นที่สุดนับจากรถระดับตำนาน GT40 [LINK]

ฟอร์ด คูเป้ ยูทิลิตี้ 302 รุ่นปี 1934 ออกแบบโดย เลวิส แบนด์ นักออกแบบชาวออสเตรเลีย หลังได้รับข้อความจากชาวนาที่อยากจะได้ ‘รถที่สามารถพาครอบครัวไปโบสถ์ได้ในวันหยุด และใช้ขนสัตว์ได้ในวันทำงาน’ [LINK]

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปีของการก่อตั้งบริษัท ฟอร์ดขอเชิญชวนให้ทุกท่านติดตามประวัติศาสตร์ของฟอร์ดจากทั่วทุกมุมโลกไปด้วยกันได้จากลิงก์นี้ [LINK]

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป เปิดตัวชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) สำหรับปอร์เช่ 911 GT3 รุ่นปัจจุบัน

0

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอสกรุ๊ป เปิดตัว ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) สำหรับปอร์เช่ 911 GT3 รุ่นปัจจุบัน นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เปิดตัวชุดแต่งเพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ ยนตรกรรมสปอร์ตสมรรถนะสูงและยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่ให้ใกล้เคียงกับรถในสนามแข่ง  ด้วยชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) ใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกันอย่างใกล้ชิด ระหว่างวิศวกรของปอร์เช่ในโรงงาน Weissach และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบรถแข่งเพื่อลงสนาม Nordschleife จากสำนักแต่ง Manthey (มานทาย) ในเมือง Meuspath  โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการติดตั้งชุดแต่งดังกล่าวเป็นที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง สามารถทำเวลาจากการทดสอบวิ่งรอบสนาม Nürburgring Nordschleife ได้ในระยะเวลาเพียง 6:55.737 นาที  ซึ่งเร็วกว่าปอร์เช่ 911 GT3 รุ่นมาตรฐานที่ไม่ได้ติดตั้งชุดแต่งถึง 4.19 วินาที

ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) เฉียบคม ดุดัน และรวดเร็วยิ่งขึ้น

ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักที่ช่วยในเรื่องของการยกระดับประสิทธิภาพให้ระบบอากาศพลศาสตร์ และระบบช่วงล่าง โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมความแม่นยำและเฉียบคม เพื่อให้รถสามารถขับขี่บนสนามแข่งได้อย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น การเสริมชุดแต่งในส่วนของ aero package ทำให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลิ้นสปอยเลอร์ (spoiler lip) และ ครีบอากาศด้านข้าง (side flaps) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ได้รับการติดตั้งในส่วนหน้าของรถ เมื่อผสานการทำงานกับอุปกรณ์จัดระเบียบการไหลเวียนอากาศใต้ท้องรถ ผลลัพธ์คือการเพิ่มแรงกดที่เพลาหน้า

สำหรับด้านท้ายของรถ เป็นอีกจุดที่มีการปรับแต่งไม่น้อย ปีกหลังทรง swan-neck มีขนาดใหญ่กว่าปอร์เช่ 911 GT3 รุ่นทั่วไป พร้อมติดตั้ง tear-off edge (Gurney flap) โดดเด่นด้วยแผ่นปิดข้างสปอยเลอร์ตราสัญลักษณ์ Manthey (มานทาย) ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมมุมรับอากาศของปีกหลังที่ถูกปรับให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ดิฟฟิวเซอร์หลังท้ายรถผลิตจากวัสดุ CFRP และได้รับการขยายให้มีขนาดกว้างขึ้น  รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ aerodiscs ซึ่งเป็นวัสดุ CFRP ลงบนล้อคู่หลัง

จากความร่วมมือกับ Manthey (มานทาย) ในครั้งนี้ ปอร์เช่ได้พัฒนาระบบช่วงล่างแบบพิเศษ four-way coilover สำหรับปอร์เช่ 911 GT3 ซึ่งมักจะถูกนำมาใช้ในการแข่งขัน โดยช่วงล่างแบบสตรัทนี้ (suspension struts) สามารถปรับได้ถึง 4 ระดับ รวมทั้งระยะยืด- หดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษแต่อย่างใด

การเปลี่ยนแปลงยังครอบคลุมถึงค่าความแข็งของชุดสปริง (ด้านหน้าเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ด้านหลังลดลง 7 เปอร์เซ็นต์) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับควบคุม โดยไม่ส่งผลกระทบกับการใช้งานในชีวิตประจำวันแม้แต่น้อย

เพื่อให้ชุดแต่งทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลูกค้าสามารถสั่งติดตั้งล้ออัลลอยด์ forged น้ำหนักเบาขนาด 20 และ 21 นิ้ว เป็นอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมสำหรับ ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) ชุดล้อดังกล่าวช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง หรือ unsprung mass ได้สูงสุดถึง 7.3 กิโลกรัม โดยมีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเงิน  Brilliant Silver, สีดำ Dark Silver, สีทอง Neodyme และสีดำ (satin-gloss) Black

ระบบน้ำมันเบรกติดตั้งสายเหล็กถักเป็นมาตรฐานพร้อมชุดแต่ง รับประกันได้ถึงการตอบสนองที่แม่นยำ และให้ประสิทธิภาพการเบรกที่เหนือชั้น นอกจากนี้ยังสามารถเลือกผ้าเบรกสำหรับการแข่งขันเป็นอุปกรณ์พิเศษสำหรับปอร์เช่ 911 GT3 รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟส่องบริเวณประตู (door projectors) และแผ่นปิดขอบประตูเรืองแสงพร้อมตราสัญลักษณ์ Manthey (มานทาย) รวมไปถึงขอเกี่ยวนิรภัยเพื่อใช้เคลื่อนย้ายรถในการแข่งขัน

พบนักขับทดสอบ Lars Kern (ลาร์ส เคิร์น) จากโรงงานปอร์เช่ ในงานเปิดตัวชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) ในประเทศไทย

ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) ใหม่ล่าสุด มีกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 17 มิถุนายน 2566 ณ โชว์รูมและศูนย์บริการ Porsche Centre Bangkok  ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโอกาสพิเศษที่จัดขึ้นในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ของปอร์เช่ ประเทศไทย โดยปอร์เช่มีการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2566  รถสปอร์ตปอร์เช่ 911 GT3 ที่ได้รับการติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) คันแรกในประเทศไทยจะถูกนำมาเผยโฉมครั้งแรกในงานนี้ โดยแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนจะได้รับโอกาสพิเศษ ในการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักขับทดสอบสังกัดโรงงานปอร์เช่ Lars Kern (ลาร์ส เคิร์น) ผ่านช่องทาง livestream

Peter Rohwer (ปีเตอร์ โรห์เวอร์) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำเข้าและให้บริการติดตั้ง ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ซึ่งนับเป็นประเทศแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  การได้เป็น Manthey Racing Certified (มานทาย เรซซิ่ง เซอร์ติฟายด์) ในครั้งนี้  เราได้เตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน โดยเราได้ส่งทีมงานช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเฉพาะทางจากสำนักแต่ง Manthey Racing (มานทาย เรซซิ่ง) เพื่อเตรียมความพร้อมให้บริการติดตั้งชุดแต่ง ยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่ให้ยอดเยี่ยมยิ่งไปกว่าปอร์เช่ 911 GT3 รุ่นมาตรฐาน  สิ่งเหล่านี้คือความแปลกใหม่และเอกสิทธิ์อันเหนือระดับที่เรามอบให้กับลูกค้า เพื่อให้พวกเขาได้รับโอกาสพิเศษกับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมและสุนทรียภาพแห่งการขับขี่อันเหนือชั้น ไม่ว่าจะบนถนน หรือในสนามแข่ง”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในการสั่งซื้อ ชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Manthey Performance Kit (มานทาย เพอร์ฟอร์มมานซ์ คิท) ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยสามารถรับบริการติดตั้งชุดแต่งได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ Porsche Centre Bangkok  และ Porsche Centre Pattanakarn ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต เช่นเดียวกับรถยนต์ปอร์เช่ 911 GT3

“อีซูซุคัพครั้งที่ 32” ปรับรูปแบบใหม่ ยกระดับมวยไทยสู่สากล ระเบิดความมันนัดแรก ณ BEAT ACTIVE ไบเทค บางนา

0

กลุ่มตรีเพชรโดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ ซึ่งจัดการแข่งขันมวยไทยระดับตำนานศึกอีซูซุคัพมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ได้ปรับรูปแบบใหม่สำหรับ “อีซูซุคัพ ครั้งที่ 32” เพื่อยกระดับมวยไทยสู่สากลด้วยการเปลี่ยนสถานที่จัดการแข่งขันใหม่ที่จะสร้างอรรถรสให้กับการรับชมอย่างตื่นตาตื่นใจด้วยระบบแสง สี เสียงใหม่ทั้งหมด ณ BEAT ACTIVE ไบเทค บางนา ซึ่งเป็น Sports Complex ใหม่ล่าสุดของไทย และเปลี่ยนจากการชก 5 ยก เป็น 3 ยก โดยใช้ชื่อว่า “ศึกอีซูซุ ดีแมคซ์ ลุย! ท้าโลก”

ศึก “อีซูซุคัพ 32” นี้จะจารึกสุดยอดการแข่งขันศึกมวยไทยที่ยิ่งใหญ่ระดับตำนานกับ 8 สุดยอดนักมวย ในรุ่นน้ำหนัก 65 กิโลกรัม ชิงรางวัลชนะเลิศรถปิกอัพยอดนิยม “อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค เกียร์อัตโนมัติ” และเงินสดรวมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท พร้อมเป็นนักชกตัวแทนประเทศไทยไปประกาศศักดิ์ศรีบนสังเวียนระดับโลก “THAI FIGHT 2023”

บรรยากาศการแข่งขันมวยไทยศึกอีซูซุคัพ ครั้งที่ 32 “ศึก Isuzu D-Max ลุย! ท้าโลก” รอบคัดเลือกนัดแรก ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนมวยที่เข้าจับจองพื้นที่รอบสังเวียนจนแน่นขนัด เพื่อรอชมมวยระดับตำนานในรูปแบบและสถานที่ใหม่ โดยมี มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการก่อนเข้าสู่มวยคู่แรกระหว่าง เสือพันธ์ เกียรติมาลัยทอง กับเดอะร็อค โกศัยการแว่น เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ทั้งคู่ต่างแลกแข้งกันอย่างดุเดือด จนในยกที่ 2 เสือพันธ์ สาดแข้งจนเจาะยางแตกได้สำเร็จ ทำให้เสือพันธ์ เกียรติมาลัยทอง ชนะน็อกไปได้ ถัดมาในคู่ที่ 2 เป็นการพบกันระหว่าง นิลเพชร ป.ไผ่แดง และบิ๊กบูม ศิษย์ชาญสิงห์ เริ่มยกแรกกันด้วยการออกอาวุธกันอย่างหนักหน่วง ทั้งหมัด เข่า ศอก ต่อมาบิ๊กบูมโดนแข้งพร้อมด้วยหมัดตัดลำตัว ส่งผลให้นิลเพชร ชนะน็อก บิ๊กบูมไปได้ในยกที่ 2

การแข่งขันอีซูซุคัพ ครั้งที่ 32 “ศึกอีซูซุ ดีแมคซ์ ลุย! ท้าโลก” เป็นการรวมกันของนักชกมวยไทยดาวเด่นหน้าใหม่ ร่วมประลองลีลาแม่ไม้มวยไทย ในรุ่นน้ำหนัก 65 กิโลกรัม (สวมนวม) โดยแบ่งออกเป็น 2 สาย สายละ 4 คน ได้แก่

สาย เอ 1. เสือพันธ์ เกียรติมาลัยทอง 2. เดอะร็อค โกศัยการแว่น
3. นิลเพชร ป.ไผ่แดง 4. บิ๊กบูม ศิษย์ชาญสิงห์

 

สาย บี 1. โมปีนา ศิษย์มนัสชัย 2. เก้าฉัตร โรงเรียนกระเทียมวิทยา
3. สามกองเล็ก ศิษย์แจ๊คมวยไทย 4. เพชรภูพาน ส.ศักดิ์นรินทร์

 

สำหรับสุดยอดนักชกที่คว้าตำแหน่งแชมป์มวยอีซูซุคัพครั้งที่ 32 และรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จะได้รับรางวัลรวมมูลค่ามากกว่า 1.4 ล้านบาท ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ:  เข็มขัดแชมป์อีซูซุคัพ ครั้งที่ 32 พร้อมรางวัลชนะเลิศรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์ สปาร์ค เกียร์อัตโนมัติ” มูลค่า 650,000 บาท และเงิน 500,000 บาท รวมมูลค่า 1,150,000 บาท พร้อมสิทธิ์เป็นนักชกตัวแทนประเทศไทยในศึกมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2023”

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : เงินสด 300,000 บาท

ติดตามชมการแข่งขันศึกมวยไทยระดับตำนานที่ทุกคนรอคอย “ศึกอีซูซุคัพ ครั้งที่ 32” ณ THAI FIGHT ARENA @ BEAT ACTIVE ไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร และถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 วันอาทิตย์ เวลา 18.00 – 20.00 น. สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของอีซูซุได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

นิสสัน ประเทศไทย ร่วมผลักดันเยาวชนผ่านงานจัดแสดงผลงาน โครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำสำหรับเด็กและเยาวชน

0

นิสสัน ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย คู่พันธมิตรโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำสำหรับเด็กและเยาวชนของนิสสัน (YLD) จัดแสดงนิทรรศการแสดงผลความสำเร็จของนักเรียนที่ร่วมโครงการ โดยมีตัวแทนนักเรียนในโครงการจำนวน 16 โรงเรียน จาก 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง อยุธยา และสมุทรปราการ เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนเพรักษมาตาวิทยา จังหวัดระยอง

“โครงการนี้มุ่งส่งเสริมการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำให้กับเยาวชนไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนิสสันในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนในสังคม นิสสันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพและฝึกทักษะชีวิตที่สำคัญ เตรียมความพร้อมสู่การทำงานในอนาคต  เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาชีวิตของเยาวชนให้ดียิ่งขึ้นพร้อมสร้างคุณค่าตอบแทนสู่สังคม” อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธานนิสสัน ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนกล่าว

กิจกรรมจัดแสดงนี้เป็นเวทีที่เปิดให้เด็กและเยาวชนที่มีภาวะผู้นำเหล่านี้ได้แสดงผลงานที่โดดเด่น สะท้อนถึงประสิทธิภาพของโครงการในการบ่มเพาะและพัฒนาความสามารถในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะทักษะความเป็นผู้นำของเยาวชนไทย ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสได้เห็นถึงโครงการและความคิดริเริ่มที่น่าประทับใจซึ่งดำเนินการโดยนักเรียนจากหลายโรงเรียนและจังหวัดต่าง ๆ โครงการมีตั้งแต่แกะสลักแก้ว พวงกุญแจทำเอง ปุ๋ยอินทรีย์ เบเกอรี่ ขนม ฯลฯ โครงการเหล่านี้กลายเป็นแหล่งรายได้ของนักเรียนและสนับสนุนกิจกรรมในอนาคตของพวกเขา

โครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำสำหรับเด็กและเยาวชน (Youth Leadership Development Program: YLD) เป็นโครงการความร่วมมือที่จัดขึ้นระหว่าง นิสสัน แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศญี่ปุ่น และมูลนิธิรักษ์ไทย ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 2562 โครงการรนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความเป็นผู้นำและทักษะวิชาชีพที่จำเป็นแก่กลุ่มนักเรียนเยาวชนในกลุ่มเป้าหมาย โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมากเนื่องจากจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมมีมากกว่า 2,000 คนในปี 2565

นางสาวกานต์พิชชา แสนคำ ผู้ร่วมโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำนำเสนอผลงานแกะสลักแก้ว

“ดิฉันภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ YLD ทำให้ฉันมีทักษะชีวิตอันมีค่าทั้งด้านความเป็นผู้นำ ความกล้าแสดงออก และการเข้าสังคม ในขณะเดียวกันก็ทำให้ได้รู้จักเพื่อนต่างโรงเรียน ได้เรียนรู้ศิลปะการใช้เลเซอร์เพื่อสร้างลวดลายที่สวยงามบนผลิตภัณฑ์ ทักษะเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในอาชีพในอนาคตและช่วยให้สามารถหาเลี้ยงชีพได้”

“ขอขอบคุณ นิสสัน ประเทศไทย ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาของเยาวชนเมื่อสำเร็จการศึกษา ดิฉันตั้งใจที่จะกลับไปให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องที่โรงเรียน ให้คำแนะนำในการฝึกฝนทักษะชีวิตที่จำเป็น ทั้งภาวะผู้นำ และความกล้าแสดงออก” นางสาวกานต์พิชชา แสนคำ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอยุธยานุสรณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จับมือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งพลิกฟื้นคืนโลกสีคราม ในกิจกรรมวันทะเลโลก 2566

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมตอกย้ำความสำคัญของมหาสมุทร นำโดย มร. เกร็ก ลี รองประธานบริหาร ฝ่ายการผลิตในโรงงาน ภูมิภาคอาเซียน นายอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายการผลิต และนางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) รวมถึงผู้บริหารและพนักงาน GWM เอก ระยอง จำนวนทั้งสิ้นกว่า 30 คน พร้อมทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน อาทิเช่น กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง นำโดย บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เอสซีจี เคมิคอล (SCGC) และอื่น ๆ อีกมาก เข้าร่วมกิจกรรมวันทะเลโลก (World Ocean Day) ประจำปี 2566 ณ บริเวณลานหินขาว หาดแม่รำพึง ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยงานในปีนี้กิจกรรมถูกจัดภายใต้หัวข้อ เปลี่ยน พลิกฟื้น คืนโลกสีคราม (Planet Ocean: Tides are Changing) ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี พร้อมทำกิจกรรมที่แสดงถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และร่วมฟื้นฟูทะเลไทย อาทิเช่น กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กิจกรรมเก็บขยะชายหาด และกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะในท้องทะเล โดยมีหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนสำคัญ ๆ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

วันที่ 8 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันทะเลโลก หรือวันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) เพื่อเฉลิมฉลองความสำคัญ และร่วมรณรงค์ให้คนกลับมาใส่ใจผืนทะเลมากยิ่งขึ้น ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจะมีการจัดกิจกรรมวันทะเลโลกขึ้น ซึ่งแต่ละปีจะมีการกำหนดหัวข้อโดยสหประชาชาติ และในปีนี้ถูกกำหนดภายใต้หัวข้อ เปลี่ยน พลิกฟื้น คืนโลกสีคราม (Planet Ocean: Tides are Changing) ซึ่งในประเทศไทยนำทัพการจัดงานโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้เยาวชน ประชาชน หน่วยงานทุกภาคส่วน หันมาใส่ใจ ร่วมกันอนุรักษ์ท้องทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์ และเห็นถึงคุณค่าของมหาสมุทร ผืนทะเล รวมถึงทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ทั้งนี้ ทางเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเสมอมา ทั้งในกระบวนการผลิตและการดำเนินงานกับพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ทั่วโลก โดยในประเทศไทย เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีฐานการผลิตอยู่ ณ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ซึ่งโรงงานแห่งนี้ถือเป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) แห่งที่สองของเกรท วอลล์  มอเตอร์ นอกประเทศจีน และเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนที่ได้มาตรฐานระดับโลก และเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในโอกาสนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนกิจกรรมจำนวน 10,000 บาท และมีการจัดแสดงนิทรรศการในหัวข้อ “นวัตกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกใหม่” พร้อมนำรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่น ได้แก่ ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT เข้าร่วมแสดง นอกจากนี้ภายในงานคณะผู้บริหาร พนักงาน และพาร์ทเนอร์เข้าร่วมกิจกรรม ปล่อยเต่าทะเล พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และเก็บขยะชายหาด บริเวณหาดแม่รำพึงอีกด้วย

มร. เกร็ก ลี รองประธานบริหาร ฝ่ายการผลิตในโรงงาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมวันทะเลโลก ประจำปี 2566 และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของมหาสมุทร การร่วมฟื้นฟูและการอยู่ร่วมกันที่ยั่งยืน ของชีวิตสัตว์ทะเล สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ การที่จะร่วมฟื้นฟูท้องทะเลได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น ในฐานะตัวแทนของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์เทคโนโลยีระดับโลก ที่มาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและมีโรงงานการผลิตขนาดใหญ่ในจังหวัดระยอง จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะแสดงความใส่ใจต่อผืนทะเลและสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นดำเนินการทางธุรกิจและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีกับผู้บริโภค และสร้างการเติบโตให้กับประเทศไทยและต่อโลกอย่างยั่งยืน”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานใหม่ พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ผ่านการสร้างสรรค์ นำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ ๆ ให้แก่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยและตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกอย่างต่อเนื่อง  นอกจากสานต่อหัวใจสำคัญของการออกแบบนวัตกรรมยานยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน ไปพร้อม ๆ กับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ตามแนวคิดการออกแบบที่คำนึงถึงประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของมนุษย์ที่หลากหลายในปัจจุบันผ่านยานยนต์พลังงานใหม่ในอนาคต

ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า อาร์เอส 3.8 (Porsche 911 Carrera RS 3.8) และ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส : กำเนิดจักรกลอสูร (Transformers: Rise Of The Beasts) เปิดตัวสมาชิกออโต้บ็อตส์ใหม่ นาม “มิราจ (Mirage)”

0

เริ่มต้นเดือนมิถุนายนกับการกลับมาอีกครั้งของภาพยนตร์แอคชั่นที่ดึงดูดผู้ชมทั่วโลกอย่าง ทรานส์ฟอร์เมอร์ส : กำเนิดจักรกลอสูร (Transformers: Rise Of The Beasts) พร้อมพาไปผจญภัยท่องโลกในยุค 90 กับเหล่าออโต้บ็อตส์ และแนะนำสายเลือดใหม่ของทรานส์ฟอร์เมอร์ส “แม็กซิมัลส์” เพื่อเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการต่อสู้เพื่อโลก สำหรับ ออโต้บ็อตส์ “มิราจ”คือหุ่นยนต์ที่อยู่ในร่างของรถในตำนาน ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า อาร์เอส 3.8 (964) ที่เข้าร่วมกับกองกำลังของทรานส์ฟอร์มเมอร์สสำหรับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้น และ “มิราจ” ยืนหยัดต่อสู้เพื่อกองกำลังแห่งความดีเคียงข้างออพติมัส ไพรม์ 

โอลิเวอร์ ฮอฟมันน์ ผู้บริหารด้านการสื่อสารการตลาด ของปอร์เช่ เอจี (Oliver Hoffmann, Head of Marketing Communications at Porsche AG) กล่าวว่า 911 คาร์เรร่า อาร์เอส 3.8 เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับบทบาทในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะภาพยนตร์เข้าฉายในปี ค.ศ. 1964 (หรือปี พ.ศ. 2507) เท่านั้น แต่ยังเหมาะสมด้วยบทบาทของ มิราจ ที่เขามีนิสัยแข็งแกร่ง เปี่ยมไปด้วยจิตใจที่ดี และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

เมื่อรถในตำนานกลายเป็นฮีโร่ในภาพยนตร์

911 คาร์เรร่า อาร์เอส 3.8 ถูกผลิตขึ้นเพียง 55 คัน นับว่าเป็นรถอีกรุ่นที่หายากในประวัติศาสตร์ และเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเสียหาย จึงไม่ได้ใช้รถคันจริงในการถ่ายทำภาพยนตร์ อย่างไรก็ตามภาพรถ 5 คันที่ปรากฏตัวอยู่ในเรื่องนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นให้ภายนอกเหมือนรุ่น 964 แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่รถปอร์เช่ 911 คาร์เรรา อาร์เอส 3.8 รุ่นออริจินัล ถึงกระนั้น เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่แท้จริงสำหรับ มิราจ จึงได้มีการใช้ รถยนต์ 911 RS 3.8 คันจริง เพื่อให้ภาพยนตร์มีความสมจริงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

Ayesha Coker รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดของรถยนต์ปอร์เช่ในอเมริกาเหนือ กล่าวว่า เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราในการนำเสนอเสียงของรถยนต์ปอร์เช่ 911 ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันเป็นความทะเยอทะยานอย่างยิ่งเนื่องจากจำนวนรถจากการผลิต 911 ที่มีจำกัด แต่เราตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่ได้ และหวังว่าผู้ชมก็จะมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน” 

รถในภาพแต่ละคันจะรับหน้าที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น รถคันหนึ่งถูกดัดแปลงให้ถอยหลังได้ด้วยความเร็วที่สูงกว่า ส่วนอีกคันหนึ่งถูกเตรียมไว้สำหรับฉากสตั๊นท์โดยเฉพาะ และอีกคันหนึ่งถูกควบคุมอยู่นอกห้องคนขับสำหรับฉากที่เน้นถ่ายทำนักแสดงด้านใน เป็นต้น 

ไอรีน แทรชเทนเบิร์ก รองประธานบริหารอาวุโส ในส่วนงานความร่วมมือด้านการตลาดทั่วโลก ค่ายพาราเม้าท์ (Irene Trachtenberg, SVP Worldwide Marketing Partnerships, Paramount) กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับทีมปอร์เช่กับความร่วมมือในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งทำให้ออโต้บ็อตส์ มิราจของเรามีชีวิตขึ้นมาในรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่น และยากจะลืมเลือน แสดงให้เห็นถึงบุคลิกของจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและความกล้าหาญของทั้งหุ่นยนต์และรถยนต์”

เกี่ยวกับทรานส์ฟอร์เมอร์ส : กำเนิดจักรกลอสูร (Transformers: Rise Of The Beasts)  

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส : กำเนิดจักรกลอสูร (Transformers: Rise Of The Beasts) จะพาผู้ชมท่องโลกผจญภัยในยุค 90 กับเหล่าออโต้บ็อตส์ และแนะนำสายเลือดใหม่ของทรานส์ฟอร์เมอร์ส “แม็กซิมัลส์” เพื่อเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการต่อสู้เพื่อโลก กำกับโดย Steven Caple Jr. และนำแสดงโดย Anthony Ramos และ Dominique Fishback เข้าฉายในโรงภาพยนตร์แล้ววันนี้