Home Blog Page 231

TTC Motor จัดเต็มแคมเปญเด็ดรับซากุระบาน ‘TTCFINALCALL’ มอบตั๋วเครื่องบินไป-กลับญี่ปุ่น ให้กับลูกค้าที่ออกรถรุ่นใดก็ได้

0

TTC Motor พร้อมส่งแคมเปญ ‘TTCFINALCALL’ สำหรับลูกค้าตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับญี่ปุ่น ทันทีเมื่อออกรถ Mercedes-Benz รุ่นใดก็ได้ กับข้อเสนอสุดท้ายที่เชิญชวนพบ E 300 AMG Dynamic ดอกเบี้ย 0% นาน 6ปี ฟรีประกันภัย MB Protection 1  ปี หรือ C 350e AMG Dynamic ดาวน์เพียง 5xx,xxx ผ่อน 3x,xxx  ฟรีประกันภัย MB Protection 2  ปี หรือ CLS 220d AMG Premium ดาวน์ 7xx,xxx ผ่อน 4x,xxx ฟรีประกันภัย MB Protection 2  ปี พร้อมพบกับ TTC Roadshow ง่ายๆใกล้บ้านคุณ อาทิ ซีคอนสแควร์ เซ็นทรัลเวิล์ด และเมก้าบางนา รวมทั้งกิจกรรมอีกมากมายที่โชว์รูม ในวันเสาร์ที่ 13 และ 20 พฤษภาคมนี้   

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์, เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, เมอร์เซเดส-มายบัคและเมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า บริษัทจัดแคมเปญต้อนรับเทศกาลซากุระบานให้กับผู้ที่สนใจ ‘TTCFINALCALL’ ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับญี่ปุ่น ทันทีเมื่อออกรถ Mercedes-Benz  รุ่นใดก็ได้ พร้อมข้อเสนอสุดท้ายที่เชิญชวนกับ E 300 AMG Dynamic  ดอกเบี้ย 0% นาน 6 ปี ฟรีประกันภัย MB Protection 1  ปี หรือ C 350e AMG Dynamic ดาวน์เพียง 5xx,xxx ผ่อน 3x,xxx  ฟรีประกันภัย MB Protection 2  ปี หรือ CLS 220d AMG Premium ดาวน์ 7xx,xxx ผ่อน 4x,xxx ฟรีประกันภัย MB Protection 2  ปี พร้อมรับข้อเสนอเกินต้านอีกมากมาย 

E 300 AMG Dynamic ยนตรกรรมซาลูน ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี ที่ให้ พละกำลังสูงถึง 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และมีแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ความเร็วรอบ 1,200 – 4,000 ต่อนาที และเมื่อผสานพลังกับมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง 122 แรงม้า จะทำให้ได้ System Output สูงสุดถึง 320 แรงม้าที่ 4,500 – 5,500 รอบ/นาที และมีแรงบิดถึง 700 นิวตันเมตรนอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยเพียง 46 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น Mercedes-Benz E 300 AMG ราคา 4,020,000บาท

C 350e AMG Dynamic มาพร้อม ขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,999 ซีซี ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่อาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 25.4 kWh กำลังสูงสุดรวม 313 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดรวม 550 นิวตันเมตร โดยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคันนี้สามารถขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 100 กิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุดจากโหมดการขับขี่แบบพลังไฟฟ้าล้วน (EL) ได้ถึง 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในการชาร์จพลังงานไฟฟ้า ราคา 3,350,000 บาท

CLS 220d AMG Premium คือยนตรกรรมที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น iconic model จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ได้รับการออกแบบมาโดยผสานความสปอร์ต ความหรูหรา ความสง่างาม และความทันสมัยได้อย่างลงตัว โดยมาพร้อมขุมพลังของเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 194 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที ราคา 4,640,000 บาท

ทั้งนี้ TTC Motor ยังนำยนตรกรรมหรู ให้คุณได้สัมผัสง่ายยิ่งขึ้น ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซนโรบินสัน บริเวณหน้าร้านทอง Aurora วันที่ 9-15 พฤษภาคม, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 1 โซน BEACON 3 บริเวณ Starbucks วันที่ 18-23 พฤษภาคม และศูนย์การค้าเมก้า บางนา ชั้น 1 โซน 102 บริเวณทางเข้าเซ็นทรัล ภายในวันที่ 25-31 พฤษภาคมนี้

นอกจากนี้ TTC Motor เตรียมพร้อมกิจกรรมมากมาย ไว้มอบให้กับลูกค้าที่มา ณ โชว์รูมและศูนย์บริการพัฒนาการ 45 ด้วย “Sakura Blossom” จัดเต็มกับ Sushi Sashimi โดย TOHKAI  พร้อมด้วยแมวน้ำและผองเพื่อนโดย TOKYO SWEET และ Workshop เรียนรู้วิธีการชงชาแบบญี่ปุ่น โดย CHAYA&Co ในวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม และวันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2566 ยังจะได้พบกับ   “Certified May”  อีเว้นท์รวมรถ Mercedes-Benz Certified รถทดลองขับ รถมือสองคัดคุณภาพ หลากรุ่นกว่า 30 คันให้เลือกชม

ทีทีซี มอเตอร์ 2 สาขา คือสาขาพัฒนาการ 45 โทร.1274, 02-322-2222,083-545-6456 และสาขาอุบลราชธานี โทร. 045-475-222  , www.facebook.com/BenzTTC   TTC Motor #ครบจบทุกเรื่องเบนซ์ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz Mercedes-AMG | Mercedes-EQ Mercedes-Maybach | Sprinter  อย่างเป็นทางการ   Line : https://bit.ly/LINEBENZTTC   IG : https://bit.ly/IGBENZTTC

วิริยะประกันภัย สนับสนุนให้คนขับรถดีมีวินัย ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “ประกันรถ 2+ Good Drive” เงื่อนไขพิเศษ “ขับรถดี ไม่มีเคลม การันตีคืนเงิน”

0

วิริยะประกันภัย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อส่งเสริมให้คนขับรถดีมีวินัย “2+ Good Drive” ด้วยเงื่อนไขพิเศษ “ขับรถดี ไม่มีเคลม” การันตีคืนเงิน 30%! เพิ่มเติมความคุ้มครองภัยก่อการร้าย ภัยโจรกรรมทรัพย์สินส่วนบุคคลภายในรถ เผยเป็นความคุ้มครองที่เกิดจากการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่นำมาวิเคราะห์ จึงทำให้ลงลึกไปถึงพฤติกรรมผู้ขับรถได้ ทั้งนี้ 2+ Good Drive เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสังคม ไม่เน้นเรื่องเป้าหมายยอดขาย

นายสุรชัย ไตรวิทยางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ทุกความเสี่ยงภัย เราพร้อมเคียงข้างคุณ”  โดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูล (Data Driven) จากฐานลูกค้าที่มีมากกว่า 8 ล้านกรมธรรม์ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของวิริยะประกันภัย นำมาวิเคราะห์ วิจัย เพื่อคิดค้น พัฒนา ปรับปรุง และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และความเสี่ยงภัย ทั้งในส่วนของความคุ้มครอง และอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ในส่วนของการรับประกันภัยด้านรถยนต์ ซึ่งถือเป็นพอร์ตหลักของวิริยะประกันภัยนั้น บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของผู้ขับขี่รถยนต์ ซึ่งให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป

ในปีนี้ บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ โดยมุ่งกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้เอาประกันภัยที่มีประวัติดี (Good Drive) กล่าวคือ ขับรถดี ไม่เกิดอุบัติเหตุ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นการตอบแทนและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ขับขี่รถยนต์ ขับรถดีมีวินัย เพื่อลดอุบัติเหตุ และความสูญเสียทางเศรฐกิจต่อสังคมโดยรวม โดยบริษัทฯ ใช้ฐานข้อมูลของลูกค้าที่มีอยู่มาวิเคราะห์วิจัย พบว่ากลุ่มผู้เอาประกันภัยที่เลือกใช้ความคุ้มครองในกรมธรรม์ประเภท 5 (2+, 3+) ซึ่งบริษัทฯ รับประกันภัยเป็นจำนวนมาก โดยจากการวิจัยข้อมูลพบว่า ผู้เอาประกันภัยในกลุ่มนี้ไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมฝ่ายประมาทหรือเรียกง่าย ๆ ว่าไม่มีเคลม หรือมีเคลมแต่เป็นฝ่ายถูกมีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

นายสุรชัย เปิดเผยต่อไปอีกว่า ถ้าใช้วิธีการกำหนดเบี้ยในรูปแบบเดิม คือ การกำหนดจากความเสี่ยงของรถแต่ละยี่ห้อแต่ละบริษัท จะไม่เป็นธรรมต่อผู้เอาประกันภัยกลุ่มนี้ เพราะต่อให้ขับรถดีมีวินัย ไม่เคยเคลมประกันเลยตลอดอายุกรมธรรม์ ต่อเมื่อถึงเวลาต่ออายุกรมธรรม์ใหม่ ผู้เอาประกันภัยในกลุ่มนี้ยังคงต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยในอัตราเดียวกับผู้เอาประกันภัยที่มีการเรียกร้องสินไหมฝ่ายประมาทหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าฝ่ายผิด

“บริษัทฯ เล็งเห็นถึงภาระร่วมของผู้เอาประกันภัยที่มีประวัติไม่เคยเคลมประกันเลยตลอดอายุกรมธรรม์ผนวกกับความต้องการที่จะส่งเสริมให้คนขับรถดีมีวินัยดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “2+ Good Drive” ขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดภาระเบี้ยประกันภัย ซึ่งประเมินว่าน่าจะสามารถลดภาระของผู้เอาประกันภัยให้ต่ำกว่าเบี้ยประกันภัย 2+ ทั่วไปโดยเฉลี่ย 12% และรวมไปถึงการเพิ่มเติมความคุ้มครองให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้เอาประกันภัยมากยิ่งขึ้น”

สำหรับรายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครองของผลิตภัณฑ์ “2+ Good Drive” นายสุรชัย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ “2+ Good Drive” ให้ความคุ้มครองหลักเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ 2+ มาตรฐาน แต่จะมีความแตกต่างเป็นเงื่อนไขพิเศษอยู่ตรงที่ ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมฝ่ายประมาทระหว่างปี บริษัทฯ จะคืนเงินให้ทันที 30% ของเบี้ยประกันภัยสุทธิที่ผู้เอาประกันภัยได้จ่ายไป และจะจ่ายคืนภายใน 15 วัน  นับจากวันหมดอายุกรมธรรม์   นอกจากนี้กรมธรรม์ฉบับนี้ยังเพิ่มเติมความคุ้มครองภัยก่อการร้ายตามทุนประกันภัย และความคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคลภายในรถยนต์จากการโจรกรรมในวงเงิน 10,000 บาทอีกด้วย

“ผลิตภัณฑ์ประกันใหม่ที่บริษัทฯ ออกมาให้ความคุ้มครองนี้  บริษัทฯ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายในการขายไว้แต่อย่างใด แต่เป็นการทำตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing) เพื่อมุ่งหวังที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เป็นแรงจูงใจให้ผู้คนในสังคมขับขี่รถอย่างมีวินัย แน่นอนเมื่อทุกคนขับรถดีมีวินัย อุบัติเหตุทางท้องถนนก็จะเกิดขึ้นน้อยลงตามไปด้วย และแน่นอนว่าความสูญเสียที่คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณราว 5 แสนล้านบาทต่อปี ย่อมลดลงตามไปด้วย” นายสุรชัยกล่าวในที่สุด

มาสด้าจัดให้แคมเปญ Mazda Family Day เอาใจคนรักมาสด้า

0

หลังจากกำหนดกลยุทธ์พร้อมวางแผนนโยบายและแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนในประเทศไทย วันนี้เริ่มผลิดอกออกผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะยอดขายที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ เดือน โดยเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นถึง 22% (จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา) โดยเฉพาะรถอเนกประสงค์ตระกูล CX-Series ทั้ง 4 รุ่น กอดคอกันเติบโตเป็นบวกทุกรุ่น โดย CX-30 เติบโตมากสุดถึง 67% ส่วนรถยนต์นั่งมาสด้า2 รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าวัยทีน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ให้สมรรถนะสูงทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ผนวกกับการออกแบบอันสง่างามจาก โคโดะ ดีไซน์ และที่สำคัญคือการคัดสรรคุณภาพด้วยวัสดุเกรดพรีเมี่ยมในทุกจุดสัมผัส ส่งผลให้ยอดขายเติบโตถึง 21% ทั้งนี้ มาสด้ายืนยันว่าสถานการณ์ต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคได้คลี่คลายลงแล้ว วันนี้มาสด้าพร้อมส่งมอบรถยนต์ทุกรุ่นให้กับลูกค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

พร้อมกันนี้ทางมาสด้ายังได้มอบความพิเศษให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดแคมเปญเอาใจแฟนพันธุ์แท้มาสด้า Mazda Family Day ช่วงเวลาดีๆ กับข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อเป็นครอบครัวมาสด้า รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* หรือ ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.* พร้อมรับประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance* และมอบสิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว เมื่อจองและออกรถใหม่ภายใน 31 พ.ค. 66 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท* แทนคำขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์มาสด้า เพื่อเป็นตัวแทนส่งมอบความสุขและความสะดวกสบายให้กับทุกท่านไปตลอดการเดินทาง

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เราได้เดินหน้ากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการส่งมอบแคมเปญพิเศษในทุกช่วงเวลา เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งแคมเปญต่างๆ ล้วนตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ยอดขายเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยอดขายเติบโตถึง 22% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แบ่งออกเป็น มาสด้า2 จำนวน 824 คัน เพิ่มขึ้น 21% เติบโตติดต่อกันถึงสี่เดือน ส่งสัญญาณบวกถึงความนิยมในมาสด้า2 ที่ยังครองใจผู้บริโภค, มาสด้า3 จำนวน 117 คัน ลดลง 35%, มาสด้า CX-3 จำนวน 259 คัน เพิ่มขึ้น 12%, มาสด้า CX-30 จำนวน 529 คัน เพิ่มขึ้น 67%, มาสด้า CX-5 จำนวน 58 คัน เพิ่มขึ้น 32%, มาสด้า CX-8 จำนวน 180 คัน เพิ่มขึ้น 29% และมาสด้า BT-50 จำนวน 112 คัน เพิ่มขึ้น 1% ตามลำดับ ทำให้เดือนเมษายนที่ผ่านมามียอดขายรวมสูงสุด 2,079 คัน มาสด้าพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าทันทีในทุกๆ รุ่น เช่นเดียวกันมาสด้าได้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อส่งมอบรถใหม่ให้ลูกค้าที่จองมาสด้า CX-8 ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในเดือนกุมภาพันธ์ส่งมอบ 106 คัน เดือนมีนาคมส่งมอบไปอีก 141 คัน และเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเป็น 180 คัน และคาดว่าเดือนพฤษภาคมจะสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอีก

มาสด้าจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและให้การสนับสนุนมาสด้าตลอดมา โดยเฉพาะเสียงตอบรับจากแคมเปญ Mazda Family Day ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีลูกค้าเจ้าของรถยนต์มาสด้ากลับมาซื้อซ้ำเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ มาสด้าจึงขอมอบความพิเศษที่มากยิ่งขึ้นด้วยการจัดแคมเปญ Mazda Family Day อีกครั้งตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อเพิ่มสิทธิเศษให้มากยิ่งขึ้นสำหรับ Mazda Family ทั้งเจ้าของรถยนต์มาสด้าและสมาชิกในครอบครัวที่ต้องการซื้อเพิ่ม รับข้อเสนอพิเศษเมื่อออกรถใหม่ รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท* พร้อมดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* หรือ ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กม.* และรับประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance* ตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค. 66 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ในวันที่ 18 พ.ค. 66 มาสด้ายังได้ร่วมกับ อ็อคชั่น เอ็กซ์เพรส จัดมหกรรมการประมูลรถยนต์จากโครงการ Mazda CPO Auction Day ชวนลูกค้าร่วมประมูลรถยนต์มาสด้ามือสองคัดคุณภาพที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงช่องทางการซื้อรถมาสด้ามือสองที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น ตอกย้ำถึงความพร้อมในการเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงคุณภาพรถยนต์ใช้แล้วที่อัดแน่นด้วยคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่ากับตลาดรถมือสองระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย ภายหลังประสบความสำเร็จจากการริเริ่มโครงการ Mazda Certified Pre-Owned (Mazda CPO) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมียอดขายเติบโตกว่า 300% ในเวลาเพียงแค่ 1 ปี พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษให้ลูกค้ามาสด้าโดยเฉพาะ เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมการประมูล* ผ่านเว็บไซต์ www.mazda.co.th จะรับได้รับการยกเว้นค่ามัดจำการประมูล 20,000 บาท โดยการประมูลจะจัดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.auctionexpress.co.th เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-030-5666 หรือสามารถเข้าไปชมรถล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ อ็อคชั่น เอ็กซ์เพรส โดยตรง

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เผยยอดขายแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าองค์กรประจำไตรมาสแรก 2566 ชี้รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตโดดเด่น

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กลับมาพร้อมผลสำเร็จทางธุรกิจในกลุ่มลูกค้าองค์กร ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2566 ผ่านกลยุทธ์การทำธุรกิจและบริการชั้นยอด ด้วยยอดการขายที่เติบโตขึ้นกว่า 11.9% ปีต่อปี และเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในหมู่ลูกค้าองค์กร ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอของลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จึงเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามปรัชญา ‘พลังแห่งทางเลือก’ ที่นำเสนอยนตรกรรมและระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า โดยในปัจุจุบัน บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ถึง 4 รุ่น ครอบคลุมยนตรกรรมพรีเมียมทุกเซกเมนต์ ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 บีเอ็มดับเบิลยู iX บีเอ็มดับเบิลยู i4 และบีเอ็มดับเบิลยู i7 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหายนตรกรรมพลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืน และสอดคล้องกับพันธกิจของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการขับเคลื่อนยนตรกรรมแห่งอนาคต ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อสุนทรีภาพแห่งการขับขี่ให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน 

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของแนวทางการดำเนินธุรกิจที่หันมามุ่งเน้นการพัฒนาอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ในขณะที่หลังจากมีการเปิดประเทศและเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เรายังพบว่าลูกค้าในกลุ่มธุรกิจองค์กรของเราไม่ว่าจะเป็น สถานทูต โรงแรม หรือองค์กรต่าง ๆ ก็ให้ความสนใจและเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มลูกค้าองค์กรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสัดส่วนถึง 37% ในไตรมาสแรกของปี 2566 สูงกว่าปีก่อนหน้าที่มีสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ 32%”

“บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และนำเสนอที่สุดของ ‘พลังแห่งทางเลือก’ ให้กับลูกค้าองค์กรต่อไป อย่างที่เห็นได้จากการเปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i7 และ บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport ซึ่งเป็นรุ่นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และปลั๊กอินไฮบริดในกลุ่ม Luxury Class ที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจให้กับลูกค้าองค์กรต่าง ๆ ตลอดจนแพ็คเกจและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้” 

เสริมแกร่งทีมฝ่ายขายสำหรับลูกค้าองค์กร รุกขยายฐานลูกค้าพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยยนตรกรรมและบริการระดับพรีเมียม

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยังได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยทีมฝ่ายขายที่รับผิดชอบดูแลการวางกลยุทธ์การขาย แผนการตลาด จนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และข้อเสนอต่าง ๆ และการนำเสนอบริการสำหรับลูกค้าองค์กรทุกประเภท ได้แก่

มร. เซอร์เกย์ กิดอน ผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้าองค์กรและการขายพิเศษ รับผิดชอบด้านการพัฒนา วางกลยุทธ์ และการจัดการธุรกิจองค์กรโดยรวม ของลูกค้าองค์กรและการขายพิเศษ ซึ่งรวมไปถึงโปรแกรมการขายพิเศษสำหรับลูกค้าธุรกิจโรงแรม การวางแผนการตลาดสำหรับลูกค้าองค์กร และกลยุทธ์การขายของเครือข่ายผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการสำหรับลูกค้าองค์กร

คุณวิชิต ตั้งวงศ์ชื่นสุข ผู้จัดการฝ่ายขายลูกค้าองค์กร รับผิดชอบด้านการประสานงานตรงกับกลุ่มลูกค้าหลัก สนับสนุนเครือข่ายผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการด้านการขายให้กับลูกค้าองค์กร รวมไปถึงการขายรถยนต์
ฟลีท การขายระดับองค์กรผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยู และการให้บริการลูกค้าองค์กร

คุณญาดานันท์ บุนนาค ฝ่ายขายลูกค้าองค์กรที่มีสถานะทางการทูตและการขายพิเศษ รับผิดชอบด้านการประสานงานตรงกับคณะทูต สถานเอกอัครราชทูต และองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งรวมไปถึงการนำเสนอโซลูชันแก่ธุรกิจให้บริการรถลิมูซีนและลูกค้าธุรกิจโรงแรมระดับห้าดาว การดูแลลูกค้าที่มีสถานะทางการทูต รถประจำสถานทูต และองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์และข้อเสนอทางการเงินแก่ธุรกิจให้บริการรถลิมูซีนและลูกค้าธุรกิจโรงแรมระดับห้าดาว

เอ็มจี ส่งมอบ NEW MG MAXUS 9 ล็อตแรก

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดกิจกรรมพิเศษส่งมอบ NEW MG MAXUS 9 ล็อตแรกถึงมือลูกค้า ณ โรงแรมดับเบิลยู กรุงเทพฯ ตั้งเป้าสามารถส่งมอบได้ไม่ต่ำกว่า 500 คัน ภายในเดือนมิถุนายน 2566

หลังจากที่ เอ็มจี ประกาศราคาจำหน่าย NEW MG MAXUS 9 ผู้บริโภคต่างให้ความสนใจจองเข้ามา    อย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์อันเรียบหรูแต่อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างครบครัน สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC สู่ประสบการณ์สุดลักชัวรี่ในแบบฉบับของ e-MPV ล่าสุด เอ็มจี จัดกิจกรรมพิเศษส่งมอบ NEW MG MAXUS 9 ให้กับลูกค้ากลุ่มแรก ณ โรงแรม ดับเบิลยู กรุงเทพฯ ต้อนรับสู่ครอบครัว เอ็มจี อย่างเป็นทางการ

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี ขอขอบคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีกับการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG MAXUS 9 โดย เอ็มจี เริ่มส่งมอบรถตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป ซึ่งรถจะทยอยส่งถึงมือลูกค้าตามลำดับการจอง โดยภายในเดือนมิถุนายนจะสามารถส่งมอบได้ไม่ต่ำกว่า 500 คัน เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการในการใช้รถของผู้บริโภค สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mgcars.com/th/mg-models/new-mg-maxus9/overview

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

อีซูซุ ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบกจัด “โครงการสร้างนักขับรถมืออาชีพโดยโรงเรียนการขนส่ง” เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างนักขับบรรทุกมืออาชีพสู่สังคม

0

อีซูซุ ในฐานะเจ้าตลาดรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ของเมืองไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถบรรทุกตัวจริง “อีซูซุ คิงออฟทรัคส์” นอกจากจะให้ความสำคัญกับการช่วยสร้างรายได้และผลกำไรให้กับผู้ประกอบการอย่างสูงสุดแล้ว ยังความมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการขับขี่ของนักขับรถบรรทุกเมืองไทยให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อยกระดับวงการขนส่งไทยสู่ระดับสากล ครั้งนี้ กลุ่มตรีเพชร โดยบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัด “โครงการสร้างนักขับรถมืออาชีพโดยโรงเรียนการขนส่ง” ให้แก่บุคคลทั่วไป เพื่อเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติ และการทดสอบก่อนอออกหนังสือรับรองเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ทุกประเภทชนิดที่ 2 ซึ่งสามารถขับรถได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการรับจ้างขนส่งสิ่งของ หรือขนส่งผู้โดยสาร ด้วยหลักสูตรแบบเข้มข้นและครบถ้วนเต็ม 5 วัน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย (รวมที่พักและอาหารตลอดการอบรม) ณ ศูนย์สอนขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ กรมการขนส่งทางบก จังหวัดปทุมธานี

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “อีซูซุยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบกสนับสนุนโครงการดีๆอย่างโครงการ “สร้างนักขับรถมืออาชีพโดยโรงเรียนการขนส่ง” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างสูงในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์และโลจิสติกส์ไทย เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันของธุรกิจโลจิสติกส์ในภูมิภาคได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ประกอบการขนส่งต้องเตรียมพร้อมและพัฒนาธุรกิจของตนเองให้สามารถรองรับการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ขับรถที่ดี มีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เผชิญอยู่ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้ จะมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

ด้าน คุณจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า “รัฐบาลรวมถึงกรมการขนส่ง   ทางบกได้มีนโยบายในการพัฒนาการขนส่งทางถนนให้มีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ รวมถึงมีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้นั้นก็คือ “พนักงานขับรถที่มีคุณภาพ” โดยพนักงานขับรถที่ดีนั้นต้องประกอบด้วยทั้งทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อที่จะสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการสร้างนักขับรถมืออาชีพโดยโรงเรียนการขนส่งนี้ เป็นอีกหนึ่งในความมุ่งมั่นของกรมการขนส่งทางบกที่จะผลิตพนักงานขับรถผู้มีคุณภาพ 

และทักษะออกสู่ภาคการขนส่ง โดยดึงเอาศักยภาพของโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก ที่มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการ บุคลากร และสถานที่ ร่วมกับการสนับสนุนของภาคเอกชนคือ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด    ที่มีความใส่ใจต่อการพัฒนาคุณภาพของพนักงานขับรถ ได้สนับสนุนทั้งงบประมาณและรถที่ใช้สำหรับฝึกหัดขับให้กับผู้รับการอบรมครั้งนี้”

คุณอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการนี้ ถือว่าเป็นโครงการที่ดีเยี่ยม ต้องขอขอบคุณ กรมการขนส่งทางบก และ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ที่ให้การสนับสนุนโครงการดีๆ แก่พนักงานขับรถ นับเป็นการสร้างอาชีพและสร้างพนักงานขับรถที่คุณภาพสู่สังคมไทย เปิดโอกาสให้กับพนักงานขับรถที่อาจจะยังไม่มีทักษะก็สามารถสมัครเข้ามารับการฝึกอบรมได้ ภายใต้สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เรามีความยินดีที่จะปฏิบัติตามกฏระเบียบข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก เช่น การให้พนักงานขับรถ ทำงาน 4 ชม. พัก ครึ่งชม. และ ใน 1 วันทำงานเพียง 8 ชม. เท่านั้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพนักงานขับรถที่ผ่านการอบรม จะมีประสิทธิภาพ มีทักษะในการขับขี่รถ และสามารถนำความรู้จากการอบรมไปต่อยอดพัฒนาการใช้รถใช้ถนนให้มีคุณภาพ มีมารยาทในการใช้รถใช้ถนนอย่างดี

สำหรับผู้เข้าร่วมการอบรม รุ่นที่ 1 ใน “โครงการสร้างนักขับรถบรรทุกมืออาชีพสู่สังคม” ที่ทางอีซูซุ ให้การสนับสนุน มีจำนวนทั้งหมด 25 คน ระยะเวลาเรียน 5 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 – 12 พฤษภาคม 2566 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย รวมที่พักและอาหารตลอดการอบรม โดยการอบรมจะแบ่งเป็น

ภาคทฤษฎี ดังนี้  ความรู้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยทางหลวง กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา ความรู้เกี่ยวกับการประกันภัยและความรับผิด ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการขนส่งวัตถุอันตราย ข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและการให้ความช่วยเหลือและปฐมพยาบาล จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ การคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard -*Perception) มนุษย์สัมพันธ์และมารยาทในการขับรถ การส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย หน้าที่ผู้ขับรถและการบำรุงรักษารถ หัวใจและการบริการทางการขนส่ง หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับรถตั้งแต่รถขนาดเล็กไปจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่

ภาคฝึกปฏิบัติ ดังนี้  ประกอบไปด้วย การตรวจเช็ครถและอุปกรณ์ต่างๆ การหมุนพวงมาลัย  วิธีดูจุดบอดของรถเพื่อป้องกันอันตราย การขับรถเวลากลางคืน และการฝึกหัดขับรถ 12 ท่าฝึก

สำหรับการอบรมภาคปฏิบัตินี้ ผู้เรียนจะฝึกจากรถบรรทุก 6  ล้อ ขนาดกลางของอีซูซู รุ่น FRR ทั้งหมด            ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุกงานขนส่ง

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความพร้อมของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว GWM Certified Pre-Owned เดินหน้าส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงสู่ผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ตอกย้ำความพร้อมของการให้บริการด้านธุรกิจรถใช้แล้วหรือ GWM Certified Pre-Owned แบบครบวงจร หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานเฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 2 ปีเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการเปลี่ยนรถและกำลังมองหารถยนต์ใช้แล้วคุณภาพสูงของเกรท วอลล์ มอเตอร์ โดยการดำเนินธุรกิจรถใช้แล้วนี้เป็นการเปิดโอกาสให้แฟน ๆ และผู้ที่อยากเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตได้มีโอกาสเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมมั่นใจคุณภาพผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ GWM Certified Pre-Owned ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ อีกด้วย

ปัจจุบันมีรถยนต์ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่อยู่ในระบบของ GWM Certified Pre-Owned จำนวนกว่า 60 คัน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นรถยนต์ที่ใช้ทดลองขับ (test-drive car) และรถยนต์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมของทางพาร์ทเนอร์ สไตร์ (activity car) โดยสัดส่วนของ HAVAL H6, HAVAL JOLION, และ ORA Good Cat จะมีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เร่งทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ สโตร์ในการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้และความชำนาญเพื่อเข้าร่วมโครงการ GWM Certified Pre-Owned รวมถึงเตรียมความพร้อมที่จะให้บริการกับลูกค้าที่สนใจ ซึ่งปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ สโตร์ทั้งหมด 38 แห่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากทางบริษัทฯ โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ตั้งเป้าหมายว่าภายในไตรมาสที่สองของปีหรือภายในเดือนมิถุนายน พาร์ทเนอร์ สโตร์ทุกแห่งทั่วประเทศของเกรท วอลล์ มอเตอร์จะได้รับการแต่งตั้งและเข้าร่วมโครงการนี้อย่างครบถ้วน

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพรถยนต์ใช้แล้ว เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีมาตรฐานที่ชัดเจนเพื่อตรวจสอบและรับรองคุณภาพของรถยนต์ GWM Certified Pre-Owned ทุก ๆ คัน ว่าผู้ซื้อจะได้รับรถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพดี โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์จะมีการตรวจสอบรถยนต์ทุกคันตามมาตรฐานเบื้องต้น 4 ประการ อันได้แก่

  1. การตรวจสภาพรถยนต์ตามมาตรฐาน GWM Certified รวมทั้งสิ้น 219 จุด (Best in class)
  2. รถยนต์ต้องมีอายุไม่เกิน 5 ปี
  3. เลขไมล์ของรถไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร
  4. ไม่มีประวัติน้ำท่วม ไฟไหม้ หรือประวัติการชนหนัก

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ซื้อ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ที่อยู่ใน GWM Certified Pre-Owned ทุกคัน ไม่ว่าจะเป็น

  1. ขยายระยะเวลารับประกันตัวรถเพิ่มอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร (Best in class)
  2. ขยายบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงเพิ่มอีก 2 ปี (Best in class)
  3. ขยายแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง GPSI (GWM Pro Service Inclusive) เพิ่มอีก 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร
  4. ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปีเต็ม
  5. สิทธิพิเศษในการจัดไฟแนนซ์ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
  6. ฟรี บริการส่งรถถึงบ้าน
  7. การันตีคุณภาพ คืนเงินได้ภายใน 7 วันหรือไม่เกิน 500 กิโลเมตรหากพบว่ารถมีปัญหาคุณภาพหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความยินดีที่จะนำเสนอบริการ GWM Certified Pre-Owned เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้าใช้แล้วคุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผล และยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ผู้ซื้ออุ่นใจและไร้กังวล ถึงแม้ในปัจจุบันจำนวนรถยนต์ที่อยู่ในระบบของ GWM Certified Pre-Owned จะยังมีไม่มากนัก เพราะเราเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วและลูกค้าปัจจุบันของเราเพิ่งใช้รถได้เพียง 1-2 ปีเท่านั้น ดังนั้นความต้องการในการขายรถยนต์ใช้แล้วของลูกค้าของเราในขณะนี้ยังอยู่ในปริมาณที่ต่ำ แต่เชื่อว่าในอนาคตจะมีปริมาณรถที่อยู่ในระบบของเราเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้ขายก็สามารถมั่นใจได้ว่าราคาขายต่อรถยนต์ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเป็นธรรม ในขณะที่ผู้ซื้อก็สามารถอุ่นใจในคุณภาพของรถยนต์ทุกคัน ซึ่งผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดด้านคุณภาพและการใช้งาน รวมถึงการเพิ่มบริการและข้อเสนอต่างๆ ที่เหนือกว่า ในราคาที่จับต้องได้”

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก (Global Intelligent Technology Company) พร้อมมอบความเชื่อมั่นและความสะดวกสบายให้แก่เหล่าผู้ที่หลงไหลในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยบริการครบวงจรอย่าง GWM Certified Pre-Owned พร้อมด้วยแพ็กเกจเสริมและสิทธิประโยชน์มากมาย เพื่อยกระดับมาตรฐานรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพสูง   เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมุ่งมั่นที่จะผลักดันและสานต่อการสร้างระบบนิเวศทางยานยนต์ไฟฟ้าของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ผู้ที่สนใจซื้อและขายรถยนต์ใช้แล้วของเกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถสอบถามและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ง่าย ๆ ณ โชว์รูมที่ร่วมโครงการ หรือที่เว็บไซต์ usedcar.gwm.co.th

มร. อากิโอะ โตโยดะ ประธานคณะกรรมการบริหารของโตโยต้า ตอกย้ำความเชื่อมั่นในรถโตโยต้าที่ผลิตในประเทศไทย

0

จากกรณีที่บริษัท ไดฮัทสุ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ออกมาชี้แจงถึงความไม่เหมาะสมในการเตรียมการทดสอบมาตรฐานการชนด้านข้าง UN-R95 ของรถยาริส เอทีฟ ที่ผลิตในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา มร. อากิโอะ โตโยดะ ประธานคณะกรรมการบริหารของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (โตโยต้า) ได้เดินทางมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด  และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกและข้อกังวลใจ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าชาวไทย ผู้แทนจำหน่ายฯ พนักงาน หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

เนื่องในโอกาสเดียวกันนี้ มร.อากิโอะ โตโยดะ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัทโตโยต้า ได้ยืนยันความมั่นใจในคุณภาพของรถยนต์โตโยต้า โดยกล่าวว่าเหตุผลที่ตนเดินทางมายังประเทศไทยในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทยว่า “ยาริส เอทีฟ” เป็นรถที่มีมาตรฐานความปลอดภัย เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศไทยทุกประการ อีกทั้งยังยืนยันว่าลูกค้าและผู้ที่ครอบครองยังคงสามารถใช้งานรถรุ่นนี้ต่อไปได้อย่างสบายใจไร้ข้อกังวล

มร. โตโยดะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โตโยต้านั้นเป็นองค์กรที่เมื่อพบปัญหาไม่ว่าในเวลาใด เราจะหยุด เพื่อร่วมกันค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ทำการปรับปรุง และป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก อันเป็นปรัชญาของโตโยต้าที่ทุกคนต่างยึดมั่น นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร  ทั้งนี้ตัวผมเองจะเป็นหัวเรือหลัก ในการนำพาทุกคนมุ่งสู่ปรัชญานั้นอีกครั้ง ตลอดจนส่งเสริมเพื่อให้ทุกคนในองค์กรปฏิบัติตามอีกด้วย”

ในงานแถลงข่าว มร. มาซาฮิโกะ มาเอดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารภาคพื้นเอเชีย กล่าวเพิ่มเติมว่า “โตโยต้ามี กระบวนการในการปฏิบัติก่อนส่งรถให้กับลูกค้า นั่นคือ การพัฒนา การรับรอง การผลิต และการจำหน่าย ทั้งนี้เราขอยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของรถยนต์ระหว่างกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการรับรอง ซึ่งมีการตรวจพบถึงความไม่เหมาะสมในการเตรียมการทดสอบมาตรฐานการชนด้านข้าง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง จึงมีการเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว”

และเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบของประเทศไทย โตโยต้าจึงระงับการส่งมอบและการจำหน่ายรถยนต์รุ่นดังกล่าวชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา โดยขณะนี้กำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการกลับมาจำหน่ายและส่งมอบรถรุ่นนี้ในลำดับต่อไป

<สถานการณ์ล่าสุดในกระบวนการรับรองอนุมัติ>

  • หลังจากที่ตรวจพบความไม่เหมาะสมในการเตรียมการทดสอบมาตรฐานการชนด้านข้าง ทางบริษัท
    ไดฮัทสุ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาตัวถังและในการขอการรับรอง  ได้ดำเนินการทดสอบการชนด้านข้าง ด้วยชิ้นส่วนที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในรถรุ่นยาริส เอทีฟ เป็นการภายใน และขอยืนยันว่าเป็นไปตามข้อกำหนด UN-R95 ทั้งหมด
  • ไดฮัทสุ ได้ทำการปรึกษาหน่วยงานภายนอกที่ทำการตรวจสอบและออกหนังสือรับรอง หรือ Vincotte มีการลงความเห็นว่า สำหรับรถรุ่นปัจจุบัน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการแก้ไขใดๆ ซึ่งทางบริษัทขอยืนยันว่ารถมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสอดคล้องกับข้อบังคับที่กำหนดไว้ และลูกค้าสามารถใช้งานรถของท่านต่อไปได้ตามปกติ
  • นอกจากนั้น ทางบริษัทได้ดำเนินการทดสอบอีกครั้ง โดยใช้รถที่ผลิตและจำหน่ายจริงในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566  โดยมีหน่วยงานภายนอกที่มีอำนาจรับรองมาตรฐาน ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของประเทศเบลเยี่ยมเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการทดสอบ และได้รับการอนุมัติว่าเป็นไปตามข้อกำหนด UN-R95 โดยไม่เป็นการเพิกถอนหรือยกเลิกหนังสือรับรองเดิม
  • ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566, บริษัทฯได้รับใบขยายผลการรับรอง UN-R95 (โดยไม่เป็นการยกเลิกผลการรับรองเดิม) และขณะนี้ ทางบริษัทประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ เพื่อดำเนินการจำหน่ายและส่งมอบรถรุ่นนี้ในลำดับต่อไป

ทั้งนี้ โตโยต้าให้ความสำคัญและจริงจังกับเรื่องที่เกิดขึ้น เราพยายามที่จะทบทวนกระบวนการและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน

โตโยต้ามีความมุ่งมั่นที่จะผลิตและส่งมอบรถยนต์ที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้าของเราอยู่เสมอ  และยังคงมุ่งให้ในการให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เราขออภัยจากใจจริงต่อลูกค้าทุกท่านและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์โตโยต้า ต่อความไม่สะดวกและข้อกังวลใจ ทั้งนี้ ทางบริษัทยินดีที่จะรับฟังทุกความคิดเห็น และมุ่งหวังที่จะได้รับความไว้วางใจจากทุกภาคส่วน   ตลอดจนยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา

วิริยะประกันภัย ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย แถลงผลการมอบรางวัลแคมเปญ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น”

0

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) พร้อมด้วย นางสาวพิศเพลิน วิริยะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ผู้แทนจาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่าย ทั้ง จส.100 และ สวพ.91 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัลแคมเปญ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 และรางวัลพร้อมประกาศนียบัตรโครงการ “อาสาตาจราจร” ประจำเดือนมีนาคม 2566 ให้แก่เจ้าของคลิปที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 27 คลิป ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยรางวัลแคมเปญ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” เป็นมาตรการส่งเสริมการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุ และลดสถิติให้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด โดยให้ประชาชนส่งคลิปอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2566 มาร่วมในโครงการ และทำการคัดเลือกคลิปสำคัญที่เป็นพยานหลักฐานทางคดี จำนวน 7 คลิป รางวัล คลิปละ 10,000 บาท รวม 70,000 บาท ซึ่งวิริยะประกันภัย เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัลดังกล่าว

สำหรับโครงการอาสาตาจราจร เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมเป็นอาสาตาจราจร สร้างจิตสำนึกในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงสร้างความตระหนักและตื่นตัวในการปฏิบัติตามกฎจราจร ลดการกระทำผิดกฎหมาย โดยให้ประชาชนส่งข้อมูลพยานหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทำความผิดบนท้องถนนต่างๆ จากกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ ผ่านช่องทางมูลนิธิเมาไม่ขับ, ศูนย์โซเชี่ยลมีเดีย ศปก.ตร., จส.100 และสวพ.91 ซึ่งในแต่ละเดือนมีการคัดเลือกคลิปการกระทำผิดกฎหมายจราจรหรือคดีอุบัติเหตุจราจร และคลิปนั้นใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ตามกฎหมาย จำนวนเดือนละ 10 รางวัล รางวัลที่ 1 20,000 บาท, รางวัลที่ 2 10,000 บาท, รางวัลที่ 3 6,000 บาท และรางวัลชมเชย 7 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท รวม 50,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ ผู้สนใจ สามารถร่วมส่งคลิปได้ที่

  1. ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.facebook.com/socialmediaroyalthaipolice/
  2. จส.100  facebook.com/js100radio/
  3. สวพ.91 facebook.com/fm91trafficpro/
  4. เพจอาสาตาจราfacebook.com/อาสาตาจราจร-100472452158287/

 

เอ็มวัน นิสสัน พิษณุโลก คว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม แห่งปี 2565 Best of the Best Dealer Award 2022

0

นิสสัน ประเทศไทย ร่วมฉลองความสำเร็จกับ “เอ็มวัน นิสสัน พิษณุโลก” ที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี 2565 หรือ Best of the Best Dealer 2022 จากผลงานด้านการให้บริการลูกค้า และผลการดำเนินงานที่โดดเด่น สะท้อนความมุ่งมั่นของนิสสันที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีและความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าตามคำมั่นสัญญา

รางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม หรือ Best of the Best Dealer เป็นรางวัลสูงสุดที่นิสสันมอบให้แก่ผู้จำหน่าย เป็นผลจากการประเมินคุณภาพด้านการบริการ และผลประกอบการประจำปี โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ 5 ด้านคือ ประสิทธิภาพการขาย การบรรลุเป้าหมายด้านการสั่งซื้ออะไหล่ คุณภาพของการบริการลูกค้า อัตราการกลับเข้ารับบริการ และการจำหน่ายแพ็คเกจบริการหลังการขาย SAVE SAFE ซึ่งเป็นแพ็คเกจส่วนลดค่าอะไหล่และค่าแรง สำหรับในปีนี้ จากการประเมินผู้จำหน่าย 162 รายทั่วประเทศ นิสสันได้มอบรางวัลให้แก่ผู้จำหน่ายที่มีคะแนนรวมสูงสุดประจำภาค รวมทั้งสิ้น 12 ราย

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และประธานนิสสัน ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “นิสสันให้ความสำคัญสูงสุดกับลูกค้าของเรา เรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีและเหนือความคาดหมายเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ซึ่งต้องอาศัยการสนับสนุนจากผู้จำหน่าย ที่เป็นผู้แทนในการสร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนิสสันกับลูกค้า นิสสันกับผู้จำหน่าย จึงทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับความพึงพอใจสูงสุด  รางวัลที่เรามอบให้ผู้จำหน่าย ในครั้งนี้ จึงเป็นการขอบคุณที่ผู้จำหน่าย ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อจะมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจตามนโยบายคำมั่นสัญญาต่อลูกค้านิสสัน  ที่มาใช้บริการที่โชว์รูมนิสสัน  นิสสัน ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลสำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ เราหวังว่ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ของนิสสันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้จำหน่ายของเรารักษาคำมั่นสัญญาในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าประทับใจ กลับมาใช้บริการซ้ำและอยู่กับแบรนด์ของเราตลอดไป”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นิสสันได้พัฒนาและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในด้านต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้ามากยิ่งขึ้น  รวมทั้งช่วยให้ผู้จำหน่ายสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ  จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากขึ้นในการติดต่อกับผู้จำหน่ายของนิสสัน ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมายเข้ารับบริการ การคำนวณค่าบริการ และอะไหล่ การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งของโชว์รูมและศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด การตรวจสอบสถานะของการรับบริการ และเช็คระยะ รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ลูกค้าต้องการ

ด้วยนโยบายคำมั่นสัญญาต่อลูกค้านิสสัน ในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า นิสสันทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้จำหน่าย เพื่อให้บริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหวัง ตามคำมั่นสัญญาต่อลูกค้านิสสัน ที่เน้นใน 4 ด้าน คือ ความโปร่งใสในการแจ้งค่าใช้จ่ายก่อนให้บริการทุกครั้ง  การสร้างความเชื่อมั่นผ่านการรับประกันคุณภาพบริการและอะไหล่  ความสะดวกสบายโดยการให้รถยนต์ใช้ชั่วคราวระหว่างรอซ่อมสำหรับงานซ่อมที่ใช้เวลานานเกิน 24 ชั่วโมงหรือต้องรออะไหล่ และให้ความอุ่นใจด้วยบริการจาก Call Center และบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง*

ผู้ที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม หรือ Best of the Best Dealer Award ในปีนี้ ได้แก่  เอ็มวัน  พิษณุโลก ซึ่งเป็นสาขาของบริษัท เอ็มวัน โฮลดิ้ง จำกัด และยังเป็นผู้จำหน่ายของนิสสันมานานกว่า 29 ปี  ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 5 สาขา ในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งใน อำเภอแม่สอด ตาก นครสวรรค์ และพิษณุโลก

เฉลิมวัฒน์ ตรีรัตน์วัฒนา รองประธานกรรมการอาวุโส เอ็มวัน โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งในด้านเศรษฐกิจและผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19  แต่เราให้ความสำคัญกับทีมงาน พยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและชุมชนมาโดยตลอด เรารับฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการด้วยความจริงใจ และตอบสนองให้ได้ตามที่ลูกค้าคาดหวัง เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าคิดถึงเราเป็นคนแรก ซึ่งจะทำให้ลูกค้ารักและสบายใจในแบรนด์นิสสันและกลับมาใช้บริการของเราอีก นอกจากนี้ ลูกค้าจะช่วยบอกต่อทำให้เราสามารถผลักดันการเติบโตของธุรกิจได้  ขอขอบคุณนิสสันประเทศไทยที่ได้ให้การรับฟังและสนับสนุนผู้จำหน่ายเป็นอย่างดี การทำงานเป็นทีมเดียวกันกับ นิสสัน ประเทศไทย ทำให้ธุรกิจของเรามีการเติบโตต่อเนื่อง  รางวัลที่ได้รับในวันนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีถึงคุณภาพในการบริการ และความสำเร็จร่วมกัน นั่นก็คือ การสร้างความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุด”

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อดีลเลอร์ของนิสสันทั่วประเทศ หรือดูได้จากเว็บไซต์ นิสสัน ประเทศไทย ที่ https://en.nissan.co.th