Home Blog Page 232

มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดกิจกรรม ‘Your M Garage by Millennium Auto’ ที่แฟลกชิปโชว์รูม BMW Millennium Auto พัฒนาการ-ศรีนครินทร์

0

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ จัดกิจกรรมพิเศษ ‘Your M Garage by Millennium Auto’ นำสุดยอดยนตรกรรม บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M รุ่นล่าสุด ‘The First-Ever BMW XM’ และ ‘The New M2 Coupe’ ให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด สมทบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู M Power และ M Performance อีกหลายรุ่น ณ โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์

สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า “มิลเลนเนียม ออโต้ เป็นหนึ่งใน ‘M Dealer’ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M และ M Performance อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยงานนี้จัดขึ้นสำหรับผู้ชื่นชอบยนตรกรรมพันธุ์แรง บีเอ็มดับเบิลยู สายพันธุ์ M โดยนำสองรุ่นไฮไลท์ คือ The First-Ever BMW XM และ The New M2 Coupe มาให้ลูกค้าได้สัมผัส รวมถึงรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู
รุ่นอื่นๆ มาพร้อมแคมเปญสุดพิเศษ ที่ต้องบอกว่าคุ้มค่ามากๆ”

++ ‘The First-Ever BMW XM’ และ ‘The New BMW M2’ นวัตกรรมความแรงสุดล้ำ พร้อมขย้ำแบบแทคทีม

บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด จัดกิจกรรมเอาใจคนพันธุ์แรง ‘Your M Garage by Millennium Auto’ จัดแสดงสองยนตรกรรมไฮไลท์ นำโดย The First-Ever BMW XM สะดุดตากับรูปลักษณ์ล้ำยุค ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก บีเอ็มดับเบิลยู M1 และเป็นยนตรกรรมสายพันธุ์ M รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด โดยผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน M TwinPower Turbo วี8 4.4 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 653 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อีกไฮไลท์ คือ ‘The New BMW M2’ เล็กพริกขี้หนูสุดจี๊ดที่มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ ตัวถังเน้นเหลี่ยมสันและมีความกว้างมากกว่า บีเอ็มดับเบิลยู 2 Series อย่างเห็นได้ชัด และนับเป็นครั้งแรก ที่มาพร้อมหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์เร้าใจทุกเส้นทาง กับขุมพลังเบนซิน M TwinPower Turbo 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร 460 แรงม้า ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง ผ่านเกียร์ M Steptronic Sport with Drivelogic 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

++ คุ้มค่าตลอดเดือนห้า กับแคมเปญ ‘Lucky Number 5 by Millennium Auto’บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ หยิบยื่นข้อเสนอพิเศษ ตลอดเดือนพฤษภาคม กับแคมเปญ ‘Lucky Number 5 by Millennium Auto’

BMW พบกับ 5 ข้อเสนอพิเศษ

  • ขับฟรี 5 เดือน*
  • ฟรี! ดาวน์*
  • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 5 ปี*
  • ผ่อนเริ่มต้น 25,555 บาท*
  • ข้อเสนอพิเศษ เมื่อนำ 5 เก่ามาแลก 5 ใหม่*
  • Trade In Bonus 50,000 บาท*

สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ BMW i รับ Millennium Auto-Power Bank (จำนวนจำกัด)

พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จอง รถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ตระกูล M Power และ M Performance รับสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรม BMW Driving Challenge ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (จำนวนจำกัด)

MINI พบข้อเสนอพิเศษสำหรับ มินิ รถใหม่ และ รถมินิ ผู้บริหารป้ายแดง เลขไมล์น้อย จัดเต็มกับข้อเสนอสุดพิเศษ

– ขับฟรี 5 เดือน*

– ผ่อนเริ่มต้น 25,555 บาท*

– ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี*

– Trade In Bonus 50,000 บาท*

– ดาวน์เริ่มต้น 255,000 บาท*

BMW Motorrad มาพร้อมข้อเสนอพิเศษที่เหนือกว่าใคร

– ฟรีสินค้าพรีเมียมจาก บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด 5 รายการ*

– ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี*

– ฟรี BMSI บำรุงรักษานาน 5 ปี*

– ฟรี warranty เครื่องยนต์ 5 ปี

– ฟรีบริการรถช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี

 

นอกจากนั้น ในวันที่ 6-7 พฤษภาคม นี้ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ขอเรียนเชิญทุกท่าน มาสัมผัสและร่วมทดสอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู หลากหลายรุ่น ทั้งยนตรกรรมสมรรถนะสูงในตระกูลM Performance, รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ Fully Electric (EV) และ Plug-in Hybrid หลากรุ่น อาทิ 750e M Sport, iX xDrive40 Sport, iX3 M Sport และ M 340i xDrive ภายในงาน Exclusive Test Drive  by Millennium Auto ที่แฟลกชิปโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์

สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1286 Millennium Auto Connect

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

‘ซูซูกิ’ จัดแคมเปญแรง! SUZUKI SMART DEAL จอง ERTIGA SMART HYBRID รับดอกเบี้ย 0.99% หรือผ่อนเริ่มต้น 5,888 บาท หรือผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน

0

ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มอบแคมเปญพิเศษสำหรับคนรักครอบครัว ซื้อรถยนต์ SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID รถอเนกประสงค์สุดคุ้มค่า ขนาด 7 ที่นั่ง ทุกรุ่น เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 5,888 บาท หรือเลือกผ่อนนานสูงสุดถึง 99 เดือน

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ‘ซูซูกิ’ ได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มุ่งมั่นนำเสนอสินค้าที่มีความคุ้มค่า คุ้มราคา อีกทั้งยังมีรถยนต์หลายรุ่นเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมไทยยังคงให้ความสำคัญกับครอบครัวและในขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อน รักความสนุก ชอบเข้าสังคม เรามีกลุ่มรถอเนกประสงค์ไว้ตอบรับต่อความต้องการของลูกค้าที่มองหารถที่มีดีไซน์พร้อมด้วยฟังก์ชันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสนองต่อกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ของตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งสอดรับต่อความนิยมที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

ปัจจัยสำคัญน่าจะมาจากความต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่าและครบครัน ซึ่งในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซูซูกิได้ทำการแนะนำ SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID-The Power of Smart เต็มที่ทุกฟังก์ชัน เต็มพลังสมาร์ทไฮบริด” โดยนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับเทคโนโลยี SMART HYBRID ที่ติดตั้งมาในรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง

SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID ถูกออกแบบมาให้พร้อมตอบโจทย์ในการใช้งาน ยกระดับชีวิตสู่ความสมาร์ทในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยี SHVS เทคโลยีระบบสมาร์ทไฮบริดแบบใหม่ของซูซูกิ ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า (Integrated Starter Generator หรือ ISG) พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ION  เพื่อช่วยเสริมกำลังการทำงานของเครื่องยนต์ มีผลทำให้ลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น ด้วยสมรรถนะและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันเพื่อให้ทุกการขับขี่เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

จุดเด่น คือ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ SMART HYBRID  ขนาด 1.5 ลิตร ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด นอกจากจะประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้รถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพียง 134 กรัม/กิโลเมตร การบำรุงรักษาง่ายไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์เบนซิน ใช้งานได้อย่างไร้กังวล เพราะรับประกันอายุแบตเตอรี่นานถึง 5 ปี

SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID ยังเป็นรถครอบครัวอเนกประสงค์ที่มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว และในขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อน แบ่งปันความสุขและประสบการณ์เพื่อปลดล็อคอีกด้านของชีวิตไปพร้อมกัน  ด้วยดีไซน์พร้อมด้วยฟังก์ชันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ

ดีไซน์ภายนอกและภายใน กระจังหน้าโครเมียมผสมผสานด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ เปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Guide Me (Automatic turn-on/off headlight with guide me functionality)  สะดวกแม้ยามค่ำคืน ไฟท้ายแบบ LED แบบ Light Guides และสัญลักษณ์ Hybrid ที่บริเวณประตูด้านท้าย กระจกมองข้างพับออโต้ (Auto Retractable Outside Mirror) เสาอากาศแบบใหม่ ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทน ขนาด 15 นิ้ว ตอกย้ำความเป็นรถครอบครัวอเนกประสงค์ด้วยภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง  พร้อมฟังก์ชันการปรับพับเบาะที่เหมาะกับทุกการใช้งาน   เบาะนั่งแถวที่สองปรับพับแยกเบาะแบบ 60:40  แถวที่สามแบบ 50:50 สามารถเลื่อนสไลด์ได้ 240 มิลลิเมตร จัดสรรสัมภาระได้อย่างลงตัวกับพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์บริเวณใต้ห้องเก็บสัมภาระ เปิด-ปิด ได้อย่างอิสระ 50:50

สำหรับผู้ที่สนใจและกำลังมองหารถครอบครัวอเนกประสงค์ ขนาด 7 ที่นั่ง ซูซูกิพร้อมมอบแคมเปญสุดพิเศษ “SUZUKI SMART DEAL ดีลสุดสมาร์ทที่พลาดไม่ได้” ให้กับลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยข้อเสนอสำหรับคนรักครอบครัว ดังนี้

  • เลือกรับ ข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 99%
  • หรือ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 5,888 บาท
  • หรือ ผ่อนนานสูงสุด 99 เดือน
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

สิทธิพิเศษดังกล่าว จะมอบให้เฉพาะลูกค้าที่จองและรับรถ SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2566 โดยข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สำหรับ “SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID” เกียร์อัตโนมัติ แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ รุ่น GL ราคา 783,000 บาท และ รุ่น GX ราคา 839,000 บาท โดยมีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีแดง (สีใหม่) Mellow Deep Red, สีขาว (Pearl Snow White) สีเทา (Metallic Magna Gray) และสีดำ (Cool Black Metallic)

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ของซูซูกิทุกรุ่นตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงใจและหลากหลาย เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งตัวสินค้าและงานบริการในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเรายังมีผู้จำหน่ายที่เข้มแข็งพร้อมจะพัฒนาและเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน รวมถึงการมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินเข้ามาช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับซูซูกิ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

 

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th

www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

เชิญชม “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 45” ณ ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ 17-21 พฤษภาคม นี้

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 45” ภายใต้แนวคิด “โทนสีแห่งยุคสมัย–Colour tones of an era” รวมรถหายากกว่า 100 คัน มาประชันคุณค่า ณ ชั้น G และ ZPELL ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2566

ผู้สนใจสามารถส่งรถเข้าประกวดได้ที่ imc.co.th/vintagecarclub/vcct/ ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub

น้ำมันเครื่อง Mobil 1™ รุ่นใหม่ล่าสุด เร่งเครื่องสมรรถนะสูงสุด สู่ประสิทธิภาพในการคว้าแชมป์ในสนาม

0

บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดตัวน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ Mobil 1™ Triple Action Power+ ที่ได้รับการพัฒนาสูตรขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อช่วยปลดล็อคขุมพลังของรถยนต์ ผ่านการส่งมอบสมรรถนะเครื่องยนต์ การปกป้อง และความสะอาดอย่างเหนือระดับ พร้อมด้วยคุณสมบัติในการประหยัดน้ำมันอีกด้วย

“เราได้นำน้ำมันเครื่อง Mobil 1 ของเราไปทดสอบในห้องแล็บ การใช้งานบนถนน และบนเส้นทางจำลองที่ยากที่สุดในหลายๆ ด้าน รวมถึงสภาพถนนจริงๆ จากทั่วโลก” มาโนช มั่นจิตจันทรา กรรมการและผู้จัดการฝ่ายขายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น บริษัท เอสโซ่ฯ กล่าว “แน่นอนว่าสนามแข่งฟอร์มูล่าวันเป็นที่สุดแห่งบททดสอบของน้ำมันเครื่อง Mobil 1 ที่มีหน้าที่ช่วยลดแรงเสียดทานและการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ ของรถแข่ง สำหรับแม็กซ์ เวอร์สเตปเพน และเซอร์จิโอ เปเรซ คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้พวกเขารู้สึกมั่นใจในตัวรถ รู้สึกได้ถึงขุมพลังที่อยู่ในมือของพวกเขา และรู้สึกได้ถึงโอกาสที่จะนำไปสู่ชัยชนะบนโพเดียมได้ เราจึงนำแรงบันดาลใจจากการแข่งขันฟอร์มูล่าวันไปสู่น้ำมันเครื่อง Mobil 1 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกสรรสร้างมาเพื่อช่วยปลดล็อคขุมพลังในรถทุกๆ คันโดยเฉพาะ”

คริสเตียน ฮอร์เนอร์ หัวหน้าทีม Oracle Red Bull Racing กล่าวว่า “นอกจากนี้ Mobil 1 ยังเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่มากับฟอร์มูล่าวันมามากกว่า 30 ปี และความร่วมมือนี้ทำให้เรามีโอกาสที่จะนำความเชี่ยวชาญระดับโลกของ    เอ็กซอนโมบิลมาปรับใช้ต่อ”​

“การชนะแชมป์โลกในครั้งนี้ของพวกเราเกิดจากความร่วมมือของเหล่ามืออาชีพที่ทำงานด้วยประสิทธิภาพสุงสุด รวมถึงความสามารถของทีมที่สามารถเสริมสร้างสมรรถนะของรถแข่งได้อย่างต่อเนื่อง” คริสเตียนเสริม

พบกับน้ำมันเครื่อง Mobil 1™ Triple Action Power+ ได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ชั้นนำและร้านจำหน่ายน้ำมันเครื่องชั้นนำได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โตโยต้า สนับสนุนการแข่งขันแบดมินตันระดับเวิลด์ทัวร์ ชิงถ้วยพระราชทาน “TOYOTA GAZOO RACING Thailand Open 2023”

0

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแถลงข่าวจัดการแข่งขันแบดมินตันรายการ “TOYOTA GAZOO RACING Thailand Open 2023” ระดับเวิลด์ทัวร์ ซูปเปอร์ 500 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ณ โรงแรมอโนมาแกรนด์ กรุงเทพฯ

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของรายการ บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการ กีฬาแบดมินตันในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันรายการนี้นอกจากจะเป็นการแข่งขันระดับเวิร์ลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 500 ยังนับเป็นอีกรายการสำคัญในการเก็บคะแนนสะสมเพื่อจัดอันดับโลกของนักกีฬา ในการรับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2024 ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส”

“โตโยต้าเชื่อมั่นว่าการจัดการแข่งขันในประเทศไทยครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้นักกีฬาไทยได้แสดงศักยภาพ และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยให้หันมาสนใจเล่นกีฬาแบดมินตันให้มากยิ่งขึ้น และขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยเข้าชมการแข่งขัน และร่วมเป็นกำลังใจให้นักกีฬาของไทยในการแข่งขันในครั้งนี้ด้วยครับ”

การแข่งขันแบดมินตันระดับนานาชาติ TOYOTA GAZOO Racing Thailand Open 2023 เป็นอีกหนึ่งรายการแข่งขันกีฬาที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันจัดการแข่งขัน เพื่อให้แฟนกีฬาแบดมินตันไทยได้ชม และเชียร์ทัพนักกีฬาไทย พร้อมสร้างผลงานให้กับนักกีฬาระดับโลกถึงในประเทศไทย โดยทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน ศกนี้ ณ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก

“โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต”

เบนซ์ไพรม์มัส ครองที่ 1 ศูนย์บริการยอดเยี่ยม ชวนลูกค้าสัมผัสบริการสุด Luxury รับฟรี! MB Oil

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” แรงไม่หยุด ครองอันดับ 1 ศูนย์บริการยอดเยี่ยม ตอกย้ำผู้นำด้านบริการ ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กคลูซีพ รับฟรี! MB Oil ส่วนลดอะไหล่สูงสุด 35% แบ่งชำระ 0% นาน 10 เดือน พร้อมเปิดฉากลุยกิจกรรม Road Show ในห้างดัง พิเศษโปร ฟรี! MBSP นาน 5 ปี และประกันภัยชั้น 1 เริ่ม 2 พ.ค. ถึง 30 มิ.ย.ศกนี้ เฉพาะที่เบนซ์ไพรม์มัส

เมื่อเร็วๆ นี้  จิระพล รุจิวิพัฒน์  กรรมการผู้จัดการ พร้อมผู้บริหาร บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการ รับมอบรางวัลชนะเลิศ The Winner : Workshop of The Year โดยได้รับเกียรติจาก มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร และ พุทธิ ตุลยธัญ  รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้มอบรางวัลดังกล่าว ในงาน CS Awards Night ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

จิระพล รุจิวิพัฒน์ กล่าวว่า ในฐานะผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ “เบนซ์ไพรม์มัส” ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยได้รับรางวัลสำคัญด้านการขาย  ในส่วนของการดำเนินธุรกิจและการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ล่าสุด “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้รับรางวัลด้านบริการหลังการขาย โดยครองอันดับ 1 รางวัล The Winner : Workshop of The Year ประจำปี 2022 ซึ่งรางวัลนี้ เป็นการพิจารณาจากหัวข้อด้านบริการหลังการขายและความพึงพอใจของลูกค้าที่เข้ารับบริการ รวมทั้งหมด 23 หัวข้อ

นอกจากนี้ ช่างเทคนิควิเคราะห์ (Diagnosis Technician) ของ “เบนซ์ไพรม์มัส” ยังสามารถทำคะแนนการทดสอบวิเคราะห์ปัญหาทางด้านเทคนิคได้สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศอีกด้วย

นับเป็นรางวัลที่สร้างความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง อันสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการบริการที่เปี่ยมคุณภาพและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อการบริการหลังการขายของเรา

“ในนามของ “เบนซ์ไพรม์มัส” ผมขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา ทำให้วันนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าด้วยเวลาอันรวดเร็ว ผมและทีมงานทุกคน ขอให้คำมั่นว่า เราจะมุ่งมั่นพัฒนา และยกระดับมาตรฐานการบริการในทุก ๆ ด้านให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเราทุกคนต่อไป”

และโอกาสนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า และเชิญชวนลูกค้าได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่สุดลักชัวรี่ ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้จัดแคมเปญพิเศษ ภายใต้ชื่อ Keep your Benz, always Mercedes-Benz รับฟรี! น้ำมันเครื่อง MB Oil 1 ลิตร ทันที เมื่อนำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และรับเพิ่มอีก 1 ลิตร เมื่อมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 35,000 บาทขึ้นไป พิเศษ! เฉพาะลูกค้า MBSP Easy Care หรือ Ultimate รับเพิ่ม กระเป๋า Mercedes-Benz Shopping Bag มูลค่า 1,583 บาท 1 ใบต่อ 1 ใบเสร็จ (จำนวนจำกัด)

พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับรถยนต์ Mercedes-Benz ที่มีอายุมากกว่า 3 ปี และหมดเวลารับประกันคุณภาพ รับส่วนลดค่าแรง 15% ส่วนลดค่าอะไหล่ 25-35% ในกลุ่มอะไหล่บำรุงรักษา กลุ่มอะไหล่สึกหรอ และกลุ่มอะไหล่ช่วงล่าง

เฉพาะบัตรเครดิตซิตี้ เมอร์เซเดส  รับฟรี! ดอกเบี้ย แบ่งชำระนานสูงสุด 10 เดือน เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ยาง Mercedes Original ที่มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 25,000 บาท ขึ้นไปต่อเซลล์สลิป

สำหรับด้านการขาย “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้จัดงานแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz และ Sub-Brand รุ่นต่างๆ ภายใต้ชื่องาน Primus Road Show 2023 ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เขตพื้นที่กรุงเทพฯ ชลบุรี และระยอง โดยมีรายละเอียดดังนี้

-วันที่ 4-10 พฤษภาคม 2566 ห้างสรรพสินค้า Central Eastville

-วันที่ 10-14 พฤษภาคม 2566 ศูนย์การค้า Fashion Island

-วันที่ 10-17 พฤษภาคม 2566 ศูนย์การค้า Central Plaza Rayong

-วันที่ 1-7 มิถุนายน 2566 ศูนย์การค้า Terminal 21 Pattaya

พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz ที่ร่วมรายการ รับฟรี! MBSP Extra Guarantee สูงสุด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมประกันภัยชั้น 1 MB Protection หรือเลือก รับฟรี! MBSP Easy Care นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมประกันภัยชั้น 1 MB Protection เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา เริ่มวันที่ 2 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2566 สอบถามเพิ่มเติมโทร.02 095 5555

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดแคมเปญกลางปี “Keep your Benz, always Mercedes-Benz” มอบแพ็กเกจการดูแลให้รถเบนซ์ยังคงเป็น “เบนซ์” เหมือนวันแรกที่ใช้งาน

0

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งแคมเปญ “Keep your Benz, always Mercedes-Benz” เอาใจลูกค้าคนพิเศษของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยการมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ลูกค้าทุกคนสามารถคงประสิทธิภาพและสมรรถนะสูงสุดของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เหมือนวันแรกที่ใช้งาน พร้อมตอบโจทย์ความมุ่งมั่นในที่จะมอบบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมแก่ผู้ที่ครอบครองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น

สำหรับแคมเปญ “Keep your Benz, always Mercedes-Benz” มาพร้อมข้อเสนอพิเศษที่มีทั้งส่วนลดและสิทธิพิเศษที่ลูกค้าทุกคนจะได้รับเมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2566 – 30 มิถุนายน 2566 โดยมีรายละเอียดดังนี้

สิทธิพิเศษที่ 1: รับส่วนลดค่าอะไหล่กลุ่มบำรุงรักษาและกลุ่มอะไหล่สึกหรอที่ร่วมรายการ (ไม่รวมอะไหล่ StarParts) ตามอายุรถดังต่อไปนี้

– ส่วนลด 25% สำหรับรถยนต์อายุ 3-5 ปี

– ส่วนลด 30% สำหรับรถยนต์อายุมากกว่า 5-8 ปี

– ส่วนลด 35% สำหรับรถยนต์อายุมากกว่า 8 ปี

– ยกเว้นผลิตภัณฑ์ของเหลว

สิทธิพิเศษที่ 2: สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น เมื่อนำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

– รับฟรี MB Oil 1 ลิตร ทันที

– รับฟรี MB Oil เพิ่มอีก 1 ลิตร รวมเป็น 2 ลิตร เมื่อมียอดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ 35,000 บาท ขึ้นไป


สิทธิพิเศษที่ 3: สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต Citi Mercedes เลือกแบ่งชำระนาน 6 หรือ 10 เดือน ด้วยดอกเบี้ย

0 % เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการฯ ตั้งแต่ 25,000 บาท ขึ้นไป/เซลล์สลิป (ไม่รวม VAT)

สิทธิพิเศษที่ 4: สมาชิก MBSP ที่มีโปรแกรม Easy Care หรือ Ultimate เมื่อนำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รับฟรี กระเป๋า Mercedes-Benz Shopping Bag มูลค่า 1,583 บาท จำนวน 1 ใบ

สอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://www.mercedes-benz.co.th/th/passengercars/services/special-offers.html และนัดหมายเข้ารับบริการออนไลน์ได้ที่ http://mb4.me/TH_OAB ทั้งนี้ เงื่อนไขให้เป็นไปตามที่บริษัทฯ และศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการกำหนด

** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์จากผู้จำหน่ายฯอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ฮอนด้า แนะนำ “ฮิเดโอะ คาวาซากะ” ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอคนใหม่ พร้อมย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ส่วนการขายและบริการแห่งใหม่

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ เข้าดำรงตำแหน่งในประเทศไทย พร้อมย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ส่วนการขายและบริการแห่งใหม่ สู่มีนบุรี เพื่อรวมพลังสร้างความเป็นหนึ่งเดียวขององค์กร ภายใต้การทำงานร่วมกันเป็นทีม หรือ One Dream, All Possibilities” พลังความฝัน ขับเคลื่อนร่วมกันสู่อนาคตภายใต้ความท้าทายในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบัน

นายฮิเดโอะ คาวาซากะ เข้าร่วมงานกับ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 โดยได้รับผิดชอบในตำแหน่งที่สำคัญ ทั้งด้านการผลิต การขาย การวางแผนงานขายและผลิตภัณฑ์ ธุรกิจยานยนต์ การวางแผนกลยุทธ์ และส่วนงานผู้จำหน่าย ในปี พ.ศ. 2558 ได้รับความก้าวหน้าในการก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและซีอีโอที่ บริษัท ฮอนด้า คาร์ส โอกายามะ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น โดยมีประสบการณ์การทำงานในประเทศญี่ปุ่นรวม 27 ปี

จากนั้นปี พ.ศ. 2561 ได้รับความไว้วางใจในการบริหารงานฮอนด้าในต่างประเทศ เริ่มจากการดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ อินเวสต์เมนท์ จำกัด ประเทศจีน และในปี พ.ศ. 2564 ได้ร่วมงานกับ บริษัท ฮอนด้า สกิล รีเสิร์ช ไซแอนซ์ แอนด์ เทค จำกัด ประเทศจีน ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป โดยมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มทักษะทางด้าน Value Chain หรือดูแลภาพรวมการสร้างคุณค่าขององค์กรตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั้งการวิจัยและพัฒนา การจัดหา ระบบการผลิต และการขาย อีกทั้งมีส่วนร่วมในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจของฮอนด้าประเทศจีนเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างสูงสุด โดยมีประสบการณ์การทำงานในประเทศจีนรวม 5 ปี 

ด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์การทำงานในธุรกิจยานยนต์กว่า 32 ปี การดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ของ นายฮิเดโอะ คาวาซากะ ในครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายในการพัฒนาคุณค่าของฮอนด้า และขับเคลื่อนให้เป็นแบรนด์ที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่หลากหลายและครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายความสำเร็จ ทั้งในการผลิต การขายทั้งในประเทศและการส่งออก อีกทั้งยกระดับงานบริการหลังการขาย เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

สำหรับการย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ของ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนการขายและบริการ จากอาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค บางนา สู่มีนบุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของฮอนด้า ซึ่งพนักงานสามารถปฏิบัติงานรวมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรโดยฮอนด้าได้ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จ สำนักงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 16 ไร่ เน้นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ภายใต้แนวคิด “Work + Life = GOOD VIBES with 2C’s: Cozy and Connect” ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของพนักงาน โดยแบ่งเป็น 3 อาคารหลัก และ 1 อาคารจอดรถ

  • อาคารสำนักงาน ถูกออกแบบให้มีบรรยากาศที่โปร่งสบายและคล่องตัว เสริมการทำงานที่มีประสิทธิภาพด้วยการเชื่อมต่อฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบาย พร้อมด้วยพื้นที่ Co-Working Space ที่พนักงานสามารถเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานได้

  • อาคารรับรอง พื้นที่สำหรับต้อนรับผู้มาติดต่อสำนักงาน รวมถึงรองรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรในหลากหลายรูปแบบ

  • อาคารสันทนาการ พื้นที่สันทนาการที่รองรับไลฟ์สไตล์รักสุขภาพของพนักงาน ทั้งห้องออกกำลังกาย และสนามแบดมินตัน รวมถึงคาเฟ่ ซึ่งให้บริการเครื่องดื่มและเบเกอรี่สำหรับพนักงาน และผู้มาติดต่อ
    อีกด้วย

นอกจากนี้ พื้นที่โดยรอบสำนักงานมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สำหรับเป็นมุมพักผ่อนสำหรับทุกคนในองค์กรไฮไลต์สำคัญอย่างหนึ่งคือ หินสลักตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น คำว่า “Dreams” (มาจากสโลแกนฮอนด้า “The Power of Dreams”) ซึ่งเป็นคำที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่ต้องการเป็นแรงบันดาลใจในการผลักดันผู้คนทั่วโลกให้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อทำตามความฝันของตนเองให้สำเร็จ

รายละเอียดที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ 
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนการขายและบริการ
เลขที่ 27 หมู่ 14 ซอยเสรีไทย 87 ถนนเสรีไทย
แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
โทร. 02-341-7888

อาวดี้ ประเทศไทย เสริมแกร่ง อัพเกรดบริการหลังการขายครบวงจร เผยลงทุนเพิ่ม 50 ล้าน ยกระดับโชว์รูมและศูนย์บริการ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่

0

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้าและการสนับสนุนของ AUDI AG ทุกด้าน นับเป็นความภูมิใจที่ตลอด 7 ปี ของการดำเนินงาน เราสามารถบริหารจัดการ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การดูแลจากอาวดี้ นับตั้งแต่วันที่ออกรถที่ครอบคลุมและครบครัน ยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน เพื่อเป็นการยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้มากขึ้น ในปีนี้ อาวดี้ ประเทศไทย จะมีการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อขยายพื้นที่บริการให้มากขึ้น และเตรียมความพร้อมที่จะเพิ่ม Technical & EV Battery Repair Center รองรับการก้าวเข้าสู่ยุคของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเต็มขั้น โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท”

อาวดี้ ประเทศไทย ยังคงนโยบายการทำการตลาดเชิงรุกอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ Audi เป็นแบรนด์ยนตรกรรม พรีเมียมที่ลูกค้าชาวไทยชื่นชอบและให้ความไว้วางใจมากที่สุด โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงสุดยอดยนตรกรรมอาวดี้ ซึ่งเป็นรถยนต์นำเข้าทั้งคันคุณภาพมาตรฐานเยอรมันทุกรุ่น โดยนอกจากราคาที่จับต้องได้แล้วยังมีรถครบทุกเซกเมนต์ให้เลือกตอบโจทย์ตามความต้องการ มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่ให้ความคุ้มค่า ขณะที่ในด้านบริการหลังการขายก็มีการพัฒนาคุณภาพของการบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาบุคลากรโดยได้รับการสนับสนุนจาก AUDI AG ในการอบรมช่างเทคนิคในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน โดยในส่วน     โชว์รูมจะมีการออกแบบและตกแต่งให้มีความทันสมัย เพิ่มพื้นที่ในการรับรองลูกค้าและส่วนการจัดแสดงรถ รวมไปถึงพื้นที่ในการจัดกิจกรรมให้มากขึ้น ในส่วนของศูนย์บริการจะมีการขยายพื้นที่บริการ เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มจำนวนช่องซ่อมขึ้นอีก 8 ช่อง เพิ่มการติดตั้งลิฟต์ซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นอีก 5 ตัว ทำให้ศูนย์บริการ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จะมีช่องซ่อมรวมทั้งหมด 22 ช่องซ่อม และมีศักยภาพในการให้บริการลูกค้าได้ 750 งานซ่อมต่อเดือน เพื่อเป็นการรองรับจำนวนรถยนต์อาวดี้ ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องมือตามมาตรฐานของ AUDI AG ประเทศเยอรมนี

เพื่อให้สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ภายใต้งบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท อาวดี้ ประเทศไทย ยังมีแผนที่จะพัฒนา Audi Technical & EV Battery Repair Center ที่ศูนย์บริการอาวดี้ สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้บริการลูกค้าเกี่ยวกับแบตเตอรี่แรงดันสูง เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และการซ่อมบำรุงแบตเตอรี่ โดยคาดว่าการดำเนินงานจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ แต่ในส่วนการบำรุงรักษาตามระยะทั่วไปของรถยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคยังคงสามารถใช้บริการได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์อย่างเป็นทางการของอาวดี้ ทั่วประเทศ

สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูงที่บรรจุอยู่ในรถยนต์ของอาวดี้ ถูกผลิตขึ้นมาในรูปแบบของแบตเตอรี่โมดูล (Battery Module) ถึงแม้ว่ารูปแบบดังกล่าวจะมีความซับซ้อนและมีต้นทุนที่สูงในการผลิต แต่มีข้อดีสำหรับผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง คือ สามารถที่จะทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่เฉพาะ Module ที่เสียหายได้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงไปได้เป็นอย่างมาก

ในด้านบุคคลากรทางเทคนิคของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า อาวดี้ ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนในการพัฒนาบุคคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ด้านเทคนิคของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ โดยในปัจจุบัน อาวดี้ ประเทศไทย ได้พัฒนาอาจารย์เทคนิคจนได้รับการรับรองระดับ High Voltage Expert ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ตามมาตรฐานของ AUDI AG จำนวน 2 ท่าน ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองว่าศักยภาพในการพัฒนาและอบรมช่างเทคนิคของรถไฟฟ้า ในประเทศไทยเองได้ นอกจากนี้ ยังมีช่างเทคนิคระดับ High Voltage Specialist ซึ่งได้รับการรับรองให้สามารถซ่อมบำรุงแบตเตอรี่แรงดันสูงได้ ประจำการที่สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และ High Voltage Technician ซึ่งสามารถทำการบำรุงรักษาตามระยะทางสำหรับรถไฟฟ้า เข้าประจำการในแต่ละศูนย์บริการอีกด้วย

ศูนย์บริการ อาวดี้ สาขาเพชรบุรีตัดใหม่ เปิดให้บริการใน วันจันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าทั้งคันคุณภาพมาตรฐานเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถ Plug-in Hybrid TFSI e ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา เปิดบริการในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

Audi Centre Thailand 02-765-8888
Audi New Petchburi 02-023-4888
Audi Pattaya 038-197-888
Audi Phuket 076-646-666
Audi Service Chiang Mai 052-081-188
Audi Service Ratchapruek 02-034-5888
Audi Udonthani 093-161-5588

 

 

 

 

ปอร์เช่สร้างสถิติใหม่เผยยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเดินหน้าแผนธุรกิจ “Road to 20 programme”

0

Dr. Ing. h.c. F. Porsche AG ส่งท้ายปีงบประมาณ 2565 ด้วยสถิติใหม่ถึง 4 ประการ รายได้จากการขายในปี 2565 มีมูลค่ากว่า 37.6 พันล้านยูโร คิดเป็นอัตราการเติบโต 13.6 เปอร์เซ็นต์ (ปี 2564 มีมูลค่า 33.1 พันล้านยูโร) ผลกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 6.8 พันล้านยูโร สูงกว่าสถิติเดิมของปีที่แล้วถึง 1.5 พันล้านยูโร (เพิ่มขึ้น 27.4 เปอร์เซ็นต์) ยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ และเงินเดินสะพัดจากผลิตภัณฑ์ยานยนต์ในปี 2565 ทำตัวเลขสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผลตอบแทนจากการดำเนินงานขายเพิ่มขึ้นจาก 16.0 เปอร์เซ็นต์ เป็น 18.0 เปอร์เซ็นต์ และในปีนี้บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตที่ตั้งอยู่ในสตุ๊ทการ์ท กำลังผลักดันแผนกลยุทธ์ modern luxury และได้เริ่มต้นแนวทางธุรกิจ “Road to 20 programme” เพื่อบรรลุเป้าหมายผลกำไรในระยะยาว

“ท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบาก เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ เรายังคงสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจให้แก่ลูกค้าของเราได้อีกครั้งในปี 2565  นี่คือผลจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของทีมงาน” Oliver Blume ประธานกรรมการบริหาร เล่าถึงผลงานอันน่าพึงพอใจ

Porsche AG สามารถบริหารและจัดการกับยอดจองรถยนต์ได้เป็นอย่างดี และยังสร้างตัวเลขยอดส่งมอบรถใหม่ส่งมอบลูกค้าได้สูงถึง 309,884 คัน ตลอดปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศยูเครน ความท้าทายจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า และปัญหาการขาดแคลน supply chain ทั่วโลก โดยยอดจำหน่ายดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนถึง 2.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2564 (ยอดจำหน่าย 301,915 คัน) ในปีงบประมาณ 2564 กระแสเงินสดสุทธิจากผลิตภัณฑ์ยานยนต์เพิ่มขึ้นจาก 3.7 พันล้านยูโร เป็น 3.9 พันล้านยูโร “องค์ประกอบความสำเร็จของเรามาจากการพัฒนา price positioning, ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์, ยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้น, ผลจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน และระเบียบวินัยการควบคุมต้นทุนอันเข้มงวดของเรา”  ข้างต้นคือคำอธิบายจาก Lutz Meschke รองประธาน และสมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงานการเงิน และเทคโนโลยีสารสนเทศ


Road to 20 Programme ยกระดับปอร์เช่มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ที่เติบโต และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทีมงานของปอร์เช่ มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตั้งเป้าหมายระดับสูงต่อไปในอนาคต  ในปี 2566 บริษัทได้เริ่มต้นดำเนินแผนธุรกิจ “Road to 20 programme” ซึ่งปอร์เช่มีเป้าหมายให้ได้ตัวเลขผลตอบแทนจากการดำเนินงานขายมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ในระยะยาว “ด้วยแผนธุรกิจ Road to 20 Programme เรากำลังจะนำพาปอร์เช่มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ที่เติบโต และแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่ผ่านมา และเรากำลังเดินหน้าเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้สดใหม่มีชีวิตชีวา เริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์รถยนต์ รวมทั้งโครงสร้างต้นทุนของเรา เราต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของกำไรส่วนต่าง และสร้างเสริมความน่าสนใจให้แก่ผลิตภัณฑ์ของเรามากยิ่งขึ้น” Lutz Meschke กล่าว  แผนธุรกิจ Road to 20 programme คือการดำเนินงานที่ต่อเนื่องจากความสำเร็จของแผนธุรกิจ Profitability Programme 2025 ซึ่งปอร์เช่กำหนดขึ้นเพื่อทำให้บริษัทมีความสามารถในการรับมือกับวิกฤติการณ์ต่างๆที่ถาโถมเข้ามาในช่วงเวลาก่อนหน้า

จากสถานการณ์ที่ดีเยี่ยม บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมนี ได้ประกาศถึงการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565  ด้วยการเสนอขายหุ้นแก่บุคคลทั่วไป หรือ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป (เมื่อพิจารณาในเชิงของมูลค่าตามราคาตลาด หรือ market capitalization) “ถึงขณะนี้เรากลายเป็นองค์กรที่ถูกจับตามองมากยิ่งขึ้น และเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น การเข้าตลาดได้โดยอิสระนั้น ช่วยให้เราเพิ่มเติมเจ้าของกิจการได้อย่างเสรีเราจะสร้างเสริมความแข็งแกร่งโดยเน้นไปที่การเพิ่มมูลค่าในหน่วยงานธุรกิจที่เป็นหัวใจสำคัญ อาทิ เทคโนโลยีซอฟแวร์ และแบตเตอรี่” Lutz Meschke กล่าว

ปอร์เช่ เพิ่มความสำคัญในการผลิตรถยนต์รุ่น limited editions และ Sonderwunsch programme
ปอร์เช่เดินหน้าสานต่อแผนกลยุทธ์ในแบบ modern luxury ตามรายงาน Luxury & Premium Report จากองค์กรที่ปรึกษาด้านการเงิน Brand Finance ปอร์เช่คือแบรนด์รถยนต์ระดับหรูที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก “เราผสมผสานความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสบการณ์เฉพาะตัวของผู้ขับขี่ รวมทั้งความรับผิดชอบที่เรามีต่อสังคม และเรากำลังขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ด้วยรถสปอร์ตแนวคิดใหม่ และยังคงมุ่งเน้นไปที่รถยนต์รุ่น limited editions และรุ่นตกแต่งพิเศษ Sonderwunsch programme ที่จะออกมาในอนาคต เราต้องการตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าของเราให้มากกว่าปัจจุบันและอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขาทุกครั้ง” Oliver Blume กล่าว

ตอบโจทย์แผนกลยุทธ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) ขุมพลังไฟฟ้า 100%
ปอร์เช่ยังคงต้องการมุ่งเน้นไปยังแผนกลยุทธ์ด้านยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า หรือ electrification strategy ควบคู่ไปกับแผนกลยุทธ์อื่น ๆ  ขั้นตอนการพัฒนา ปอร์เช่ มาคันน์ (Macan) รุ่นไฟฟ้า all-electric เป็นไปตามแผนงาน และจะพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าในปี 2567  สำหรับปอร์เช่ 718 รุ่นไฟฟ้า all-electric มีแผนเปิดตัวในช่วงกลางทศวรรษนี้ ในระยะกลางจะมีการเปิดตัวเฉพาะรถยนต์รุ่นไฟฟ้า all-electric ซึ่งจะตามมาด้วยปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) ขุมพลังไฟฟ้า 100% all-electric  นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรถสปอร์ต SUV รุ่นสำคัญที่มีส่วนนำพาปอร์เช่บรรลุเป้าหมายยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ โดยจะต้องเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า all-electric ในอัตราส่วนมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2573

นอกจากนี้ ปอร์เช่ยังมีแผนที่จะขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น เริ่มจากรถยนต์ SUV all-electric ซึ่งอยู่ในตลาดที่เหนือกว่า คาเยนน์ (Cayenne) รถยนต์รุ่นใหม่นี้มีแนวทางการออกแบบดีไซน์ที่นำเสนอสมรรถนะระดับสูง และฟังก์ชั่นการขับขี่อัตโนมัติ โดยยังคงไว้ซึ่งรูปทรงอันเป็นอมตะสไตล์ดั้งเดิมของรถสปอร์ตจากปอร์เช่ พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ด้วยภายในห้องโดยสารรูปแบบใหม่หมดจด รถยนต์รุ่นดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้ platform SSP Sport โดยปอร์เช่ “เรายังคงเน้นย้ำ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะยนตรกรรมสปอร์ตที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหรา  เรากำลังอยู่ระหว่างการสำรวจอัตราการเติบโตของส่วนแบ่งผลกำไรในรถยนต์กลุ่มนี้ โดยเฉพาะในตลาดประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา” Oliver Blume กล่าว

ปี 2566 ได้มีการเปิดตัว ปอร์เช่ คาเยนน์ (Cayenne) รุ่นปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ การอัพเกรดรถสปอร์ต SUV เจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ รวมถึงการพัฒนาขุมพลัง plug-in hybrids ให้มีระยะเดินทางที่เพิ่มขึ้น ต้องขอบคุณระบบช่วงล่างใหม่ ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่สามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ เปี่ยมไปด้วยดุลยภาพทั้งประสิทธิภาพ   บนเส้นทาง on-road ที่แฟนปอร์เช่คุ้นเคย ความสะดวกสบายสำหรับการโดยสารระยะทางไกล รวมทั้งศักยภาพการบุกตะลุยบนเส้นทางทุรกันดารสไตล์ off-road

นอกจากนั้นปอร์เช่ยังมีเป้าหมายที่แน่วแน่ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบของแผนกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อบรรลุโครงการ net carbon neutral ตลอดทั้ง value chain สำหรับกระบวนการผลิตรถยนต์ภายในปี 2573 ซึ่งรวมไปถึง net carbon neutral สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า BEV ที่จะตามมาในอนาคต (อ้างอิงจากสมมติฐานระยะทางรวม 200,000 กิโลเมตรต่อรถยนต์หนึ่งคัน) ในปี 2565 ที่ผ่านมา ปอร์เช่ได้ก่อตั้งโรงงานนำร่องผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ e-fuels ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศชิลี โดยเริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคม “ด้วยโรงงานดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นว่า น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ e-fuels สามารถผลิตขึ้นในเชิงของอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบได้” Oliver Blume กล่าว

Sajjad Khan จะเข้ารับบทบาทในการกำกับดูแลส่วนงาน Car-IT ใหม่ ในปี 2566

ทีมงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของปอร์เช่ บรรลุข้อตกลงที่มีส่วนสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพในปี 2566 โดย Sajjad Khan ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารของผู้ผลิตรถสปอร์ตในสตุตการ์ต จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และรับผิดชอบบริหารแผนกใหม่ล่าสุด Car-IT Executive Board “เรามีความยินดีอย่างยิ่ง กับการเข้ามามีส่วนร่วมของ Sajjad Khan ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญอันยอดเยี่ยม จะนำมาซึ่งความสำเร็จของปอร์เช่ เราจะดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพของหน่วยงาน Car-IT department และเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า” Oliver Blume กล่าวในปี 2565 ปอร์เช่ เดินหน้าไปอีกก้าวในด้านของ digitalisation ด้วยความเชี่ยวชาญของ Porsche Digital, MHP และ Porsche IT ร่วมมือกันสร้างสรรค์หน่วยงาน Digital Family unit ที่เต็มไปด้วยความคล่องตัวในการดำเนินงาน “ตอนนี้พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม ส่งผลให้กระบวนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้รับการควบคุมดูแลอย่างดีเยี่ยมยิ่งขึ้น และเรามีบุคลากรผู้ชำนาญงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากกว่าเดิม ที่ปอร์เช่ นักพัฒนาซอฟแวร์ สามารถร่วมมือกับองค์กรเทคโนโลยีขนาดใหญ่จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ขับขี่ในทุกภูมิภาค” Lutz Meschke กล่าว

บอร์ดบริหาร นำเสนอเงินปันผล 1.01 ยูโร ต่อหุ้นบุริมสิทธิ

นับตั้งแต่ผลสำเร็จของการออก IPO หุ้นของปอร์เช่มีทิศทางในแนวบวก เพียง 81 วันหลังเปิดตัวในตลาดหุ้น ในฐานะส่วนหนึ่งของ German DAX stock market index ผ่านกระบวนการ fast entry ราคาหุ้นดังกล่าวเพิ่มจากราคาเสนอขายที่ 82.50 ยูโร เป็น 114 ยูโร (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566)¹ มูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ 108 พันล้านยูโร² “โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงสถานภาพอันแข็งแกร่งของแบรนด์รถสปอร์ตที่มุ่งเน้นสมรรถนะ และความหรูหราที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ขณะเดียวกัน เรายังคงสามารถเลือกสรรเอาข้อได้เปรียบต่าง ๆ ที่ได้จากการเป็นส่วนหนึ่งของ Volkswagen Group มาใช้ บางสิ่งบางอย่างที่สร้างผลประโยชน์กับบรรดาผู้ถือหุ้นของเรา” Lutz Meschke อธิบาย ในปีงบประมาณ 2565 รายได้ต่อหุ้นสามัญอยู่ที่ 5.43 ยูโร และรายได้ต่อหุ้นบุริมสิทธิอยู่ที่ 5.44 ยูโร สำหรับปีงบประมาณ 2565 บอร์ดบริหารกำลังจะนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปี เพื่อจ่ายเงินปันผลเป็นจำนวนกว่า 911 ล้านยูโร เพิ่มเติมด้วยส่วนต่างของเงินปันผลสำหรับหุ้นบุริมสิทธิอีกถึงห้าล้านยูโร รวมเป็น 916 ล้านยูโร ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าเงินปันผล 1.00 ยูโร ต่อหุ้นสามัญ และ 1.01 ยูโร ต่อหุ้นบุริมสิทธิ

ปอร์เช่ยืนยันเป้าหมายองค์กร ระยะกลาง และระยะยาว

Porsche AG ยืนยันเป้าหมายขององค์กร ทั้งในระยะกลาง และระยะยาว “ในกรณีที่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย ไม่ส่งผลกระทบรุนแรง เราคาดหมายถึงตัวเลขผลตอบแทนจากการดำเนินงานขายสำหรับปีงบประมาณ 2566 อยู่ในช่วงระหว่าง 17 ถึง 19 เปอร์เซ็นต์” Lutz Meschke กล่าว แนวทางนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานของรายได้จากการขายที่ตัวเลขประมาณ 40 – 42 พันล้านยูโร Lutz Meschke เสริมปิดท้ายว่า “ในระยะยาว เราตั้งเป้าตัวเลขผลตอบแทนจากการดำเนินงานขายเอาไว้มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์”

ปี 2566 ปอร์เช่มีวาระแห่งการเฉลิมฉลองที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ วาระครบรอบ 75 ปี ของบริษัท และวาระครบรอบ 60 ปี ของรถสปอร์ตปอร์เช่ 911 ในเดือนมิถุนายน บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตรายนี้ กำลังจะหวนกลับเข้าสู่สนามความเร็วสุดยิ่งใหญ่ รายการสุดคลาสสิก Le Mans 24 ชั่วโมง ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 100  นี่คืออีกครั้งที่ปอร์เช่จะลงสนามเพื่อไล่ล่าตำแหน่ง แชมเปี้ยน ด้วยรถแข่งปอร์เช่ห00th ึ้นsports car manufactureตมา 963 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ 

 Porsche AG Group FY 2565 FY 2564 อัตราการเติบโต 
 ยอดส่งมอบรถยนต์ 309,884 301,915 +2.6%
 รายได้จากการขาย € 37,630 ล้าน € 33,138 ล้าน +13.6%
 ผลกำไรจากการดำเนินงาน € 6,770 ล้าน € 5,314 ล้าน +27.4%
 ผลตอบแทนจากการดำเนินงานขาย 18.0% 16.0%  
 กระแสเงินสดสุทธิจากผลิตภัณฑ์ยานยนต์ € 3,866 ล้าน € 3,676 ล้าน +5.2%

1) ที่มาของข้อมูล: Frankfurt Stock Exchange https://www.boerse-frankfurt.de/equity/porsche-ag-vz
2) สมมุติฐานมูลค่าตามราคาตลาดหุ้นบุริมสิทธิ 455.5 ล้าน หุ้น (PAG911) ราคาหุ้นปิดที่ 114.0 ยูโร เมื่อวันที่ 28/02/2566 และหุ้นสามัญ 455.5 ล้านหุ้น (PAG356) พรีเมียมที่ 7.5 % (เปรียบเทียบกับ PAG911)