Home Blog Page 242

ฟอร์ด เรนเจอร์ คว้ารางวัล ‘รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีระดับโลกสำหรับผู้หญิง’ ประเภทรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อและรถกระบะ

0
The all-new Ranger 1 from Ford Pro is the most versatile, capable Ranger yet – and now, it is also officially the “Best 4x4 & Pick-up” according to the Women’s World Car of the Year judges. License expires -------------------------- IN PERPETUITY License scope -------------------------- A - Earned editorial, press releases, press kits B - All non-broadcast digital and online media C - All non-broadcast digital and online media, plus Retail and POS (showrooms, events etc) D - All print media (newspaper, magazine etc) Copyright and image rights -------------------------- This content is solely for editorial use and for providing individual users with information. Any storage in databases, or any distribution to third parties within the scope of commercial use, or for commercial use is permitted with written consent from Ford of Europe GmbH only.

ฟอร์ด เรนเจอร์ สุดยอดรถกระบะอเนกประสงค์เปี่ยมสมรรถนะ ได้รับรางวัล  ‘รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีระดับโลกสำหรับผู้หญิง’ ประเภทรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อและรถกระบะจากรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สมรรถนะขั้นสูง และประโยชน์ใช้สอยรอบด้าน จากคณะกรรมการที่ประกอบด้วยนักข่าวหญิงสายยานยนต์ 63 คนจาก 45 ประเทศใน 5 ทวีปทั่วโลก โดยถือเป็นรางวัลเดียวในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คณะกรรมการตัดสินเป็นผู้หญิงล้วน

เกณฑ์การพิจารณารถที่เข้ารอบสุดท้าย ประกอบด้วยการประเมินด้านความปลอดภัย การตอบสนองต่อการขับขี่ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีทันสมัย การออกแบบ อัตราการประหยัดน้ำมัน ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่า คณะกรรมการต่างประทับใจความสามารถที่หลากหลายของฟอร์ด เรนเจอร์  โดยกล่าวว่า “ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถกระบะที่ไว้วางใจได้ มีรูปลักษณ์ทันสมัย และมีเอกลักษณ์ที่ดึงดูดใจ สามารถขับไปได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ เป็นรถที่เปี่ยมสมรรถนะ ใช้งานออฟโรดได้ และยังขนของได้ด้วยกระบะท้ายที่มีความอเนกประสงค์”

นาตาชา มิลเนอร์ ผู้จัดการโครงการแพลตฟอร์มยานยนต์ของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ กล่าวว่า “ดิฉันมีส่วนร่วมในการพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ตั้งแต่แรก ทำให้ทราบดีว่าเราเก็บข้อมูลจากลูกค้าเยอะมากเพื่อทำให้รถคันนี้ตอบโจทย์ทั้งเพื่อการใช้ทำงาน เป็นรถสำหรับครอบครัว และการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน ในฐานะแม่คนหนึ่ง สิ่งที่ดิฉันชื่นชอบมากที่สุดคือความอเนกประสงค์ในการใช้งานและเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงในฟอร์ด เรนเจอร์ ดิฉันขอบคุณคณะกรรมการตัดสินรางวัล ‘รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีระดับโลกสำหรับผู้หญิง’ ที่มอบรางวัลประเภทรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อและรถกระบะให้แก่ฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งถือเป็นรางวัลที่สะท้อนถึงสมรรถนะขั้นสูงสุดและความนิยมที่รถคันนี้ได้รับจากผู้สื่อข่าวทั่วโลกได้เป็นอย่างดี”

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ เผยโฉมครั้งแรกในปีพ.ศ. 2564 และวางจำหน่ายครั้งแรกในปีพ.ศ. 2565 ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายตั้งแต่รุ่นฟอร์ด เรนเจอร์ XL กระบะพันธุ์แกร่งเพื่อการใช้งาน ไปจนถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ซึ่งเป็นรถกระบะสมรรถนะสูง โดยนำเสนอระบบส่งกำลังที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว ไปจนถึงเครื่องยนต์เบนซิน อีโคบูสต์ 3.0 ลิตร V6 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ซื้อ ฟอร์ด เรนเจอร์ เฉพาะรุ่น ยังมาพร้อมนวัตกรรมทันสมัยมากมาย เช่น ระบบช่วงล่างที่ช่วยควบคุมการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพ บันไดเหยียบข้างกระบะท้ายที่ช่วยให้ขึ้นกระบะได้สะดวกขึ้น โหมดการขับขี่ต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น และระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อที่ควบคุมได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น แผงหน้าปัดรถยนต์ดิจิทัลและหน้าจอความบันเทิง ขนาดใหญ่ทั้งแบบ 10.1 และ 12 นิ้ว ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี พร้อมเทคโนโลยีระบบไฟสูงแบบป้องกันไฟแยงตา เกียร์อัตโนมัติแบบ E-Shifter และเบรกมือไฟฟ้า นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Active Park Assist 2.0) ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) พร้อมกล้องมุมกว้างที่ช่วยให้ขับผ่านทางแยกได้สะดวกขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นจากการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้งผ่านแบบสอบถามกว่า 5,000 คนจากหลายประเทศทั่วโลก ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังเป็นรถกระบะที่ผ่านการทดสอบมาแล้วหลายล้านกิโลเมตรใน 10 ประเทศทั่วโลก เพื่อมอบสิ่งที่ดีเหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้า ทั้งด้านสมรรถนะในการขับขี่ ความมีคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทนทาน

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส ขึ้นแท่น คว้า “อันดับ 1 รถใหม่คุณภาพสูง” ประเภทรถกระบะ 4 ประตู จากการสำรวจคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทย โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ ประจำปี 2565

0

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส คว้า “อันดับ 1 รถใหม่คุณภาพสูง” จากการสำรวจของ เจ.ดี.พาวเวอร์ ประจำปี 2565 (J.D. Power 2022 Thailand Initial Quality Study หรือ IQS) ประเภทรถกระบะ 4 ประตู โดย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ (ขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รับมอบรางวัลจาก นางสาวมณีณัฐฐา จิระเสวีจินดา ผู้อำนวยการงานวิจัยฝ่ายยานยนต์ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นีลเส็น ไอคิว

กรุงเทพฯ – 7 มีนาคม 2566: มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส คว้ารางวัลอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู ในประเทศไทย จากการสำรวจคุณภาพรถใหม่ โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ ประจำปี 2565 (J.D. Power 2022 Thailand Initial Quality Study หรือ IQS) ตอกย้ำจุดแข็งในฐานะสุดยอดรถคุณภาพในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราขอขอบคุณและรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้งานให้คะแนนความชื่นชอบและประทับใจในคุณภาพรถกระบะพันธุ์แกร่ง มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส จนได้รับการโหวตให้ครองอันดับหนึ่งด้านรถใหม่คุณภาพสูง ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู จากผลสำรวจของ เจ.ดี. พาวเวอร์ ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จได้เป็นอย่างดี และสะท้อนความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ทุ่มเทสร้างสรรค์ยานยนต์คุณภาพสูง ด้วยสมรรถนะการขับขี่เป็นเลิศ พร้อมความปลอดภัยรอบคันที่เหนือกว่า”

มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส เป็นรถกระบะที่ได้รับการออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน และรองรับความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยการผสานความแข็งแกร่งทนทาน สมรรถนะการขับขี่เหนือชั้นตะลุยได้ทุกสภาพถนน และความพิถีพิถันสะดวกสบายของห้องโดยสาร พร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ “ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดรฟ์ II” (Super Select 4WD II) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 โหมด เหมาะสำหรับสภาพถนนและสภาพอากาศที่แตกต่าง เราเชื่อมั่นว่าทั้งหมดนี้จะทำให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้ขับขี่ที่มองหาการใช้งานอเนกประสงค์ สะดวกสบาย ดูแลง่าย ไม่มีปัญหาจุกจิก โดดเด่นทั้งในด้านความแข็งแกร่ง ขับขี่คล่องตัว ดีไซน์ที่โดดเด่นทรงพลัง ห้องโดยสารที่หรูหราสะดวกสบายสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และที่สำคัญที่สุดคือ มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

นางสาวมณีณัฐฐา จิระเสวีจินดา ผู้อำนวยการงานวิจัยฝ่ายยานยนต์ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นีลเส็น ไอคิว กล่าวว่า “มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส ได้รับการจัดอันดับสูงสุดให้เป็นสุดยอดรถคุณภาพ ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู จากการสำรวจคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทยของ เจ.ดี. พาวเวอร์ ประจำปี 2565 ซึ่งได้รับความพึงพอใจจากผู้ขับขี่ด้วยจุดเด่นหลายประการที่ยอดเยี่ยมกว่าค่าเฉลี่ยของรถกระบะในกลุ่มเดียวกัน อาทิเช่น ควบคุมง่าย ขับขี่สบายและคล่องตัว รวมถึงความรื่นรมย์ของห้องโดยสาร มีการป้องกันเสียงรบกวนอย่างดี เพื่อไม่ให้มีเสียงลมจากภายนอกเข้ามาในตัวรถ รวมถึงมีสัญญาณคลื่นวิทยุที่ชัดเจน”

การสำรวจคุณภาพรถใหม่ในประเทศไทยของ เจ.ดี.พาวเวอร์ ประจำปี 2565 จัดทำขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน 2565 ซึ่งได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ จำนวน 5,419 คน ในช่วงเวลา 6 เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงเดือนสิงหาคม 2565 ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และรถอเนกประสงค์ทั้งหมด 77 รุ่น จาก 11 ยี่ห้อ ดำเนินการโดย เจ.ดี.พาวเวอร์ ผู้นำระดับโลกในการศึกษาข้อมูลผู้บริโภค ให้บริการที่ปรึกษา และการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการนำเสนอการวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั่วโลกมานานกว่า 50 ปี และ นีลเส็นไอคิว ผู้นำในการส่งมอบข้อมูลที่เป็นกลางและครอบคลุมที่สุดเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลผู้บริโภคที่ล้ำสมัยและศักยภาพการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ

 

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมมือ กฟผ. เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านการทดสอบการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium

0

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ตรงกลาง) และ มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้ายสุด) พร้อมกับ นายวฤต รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ ทำหน้าที่ Project Management Office การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) (ขวาสุด) ถ่ายภาพร่วมกันระหว่างทริปการทดสอบการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ณ สถานี EleX by EGAT เชียงใหม่ 8 ผ่านความร่วมมือของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ กฟผ. ในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด (Clean Energy) และสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนไทยหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ให้มากขึ้น เพื่อลดการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศ มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ร่วมกันในประเทศไทย ภายในปี ค.ศ. 2050

โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ กฟผ. เคยร่วมมือกันจัดกิจกรรม “Saving The World From Wherever You Are” ในโอกาสเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลกผ่านการจัดทริปทดสอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด พร้อมร่วมแสดงวิสัยทัศน์ระหว่างผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ กฟผ. รวมถึงแขกรับเชิญจากวงการยานยนต์ที่มาร่วมสนทนากันในประเด็นเกี่ยวกับการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในประเทศไทย

EQS 500 4MATIC AMG Premium เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกจากแบรนด์ Mercedes-EQ ที่เปิดไลน์การผลิตภายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 828 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 108.4 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC charge) สูงสุด 11 kWh จาก 0-100% ภายใน 10 ชั่วโมง และการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC charge) สูงสุด 200 kWh จาก 10-80% ภายใน 31 นาที

NETA V รับรางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี “Best Hatchback EV” จากเวที Thailand Car Of The Year 2023

0

“NETA V” รถยนต์ City Car พลังงานไฟฟ้า 100% จากบริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับการตัดสินจากคณะกรรมการรางวัล Thailand Car Of The Year ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี “BEST HATCHBACK EV”  ในงานประกาศรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี  Thailand Car Of The Year 2023  จัดโดยบริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  (มหาชน)  

NETA แนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า NETA V เป็นครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2563 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าในประเทศทำให้มียอดขายสูงสุดในกลุ่มตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในจีนกว่า 14 เดือนติดต่อกัน  โดยบริษัทฯ ได้แนะนำ NETA V สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา และมียอดการสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การได้รับรางวัล Car Of The Year ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าของ NETA ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลได้เป็นอย่างดี โดยบริษัทฯ จะเดินหน้าพัฒนาและนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่มีความอัจฉริยะและคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ NETA ที่ต้องการให้ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม และทำให้การใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% แพร่หลายมากยิ่งขึ้น”  มร. เป่า จ้วงเฟย กล่าว

สำหรับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ Car of The Year ” จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ผ่านการพิจารณาให้คะแนนของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ  เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้านทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ NETA Call Center โทร. 02-039-5751 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ NETA ได้ที่

  • Facebook : Neta Auto Thailand
  • Neta Line Official : @netaautothailand
  • Website : www.neta.co.th

ฟอร์ด คว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2023

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถกระบะไทยต่อเนื่อง ล่าสุดรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส 4×4  คว้า 3 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที Car of the Year 2023 โดยมีนายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ และนางสาวปรีติ ประพันธ์วิทยา รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย เข้ารับรางวัลจากนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้อง รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี 

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ คว้ารางวัล BEST 4WD PETROL PICKUP  กระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ที่ยกระดับการออกแบบด้วยความแกร่งทะลุพิกัดตามดีเอ็นเอของ ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพื่อพิชิตทุกเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร EcoBoost V6 ส่งมอบพละกำลัง 397 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 583 นิวตันเมตร พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและออฟโรดด้วยโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบที่ปรับได้ตามสภาพเส้นทาง และเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมาย ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ด้วยโช้คอัพ FOX แบบไลฟ์ วาล์ว Internal Bypass ขนาด 2.5 นิ้ว ซึ่งล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยใช้ในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยความสามารถในการปรับการทํางานได้แบบเรียลไทม์ ให้คอออฟโรดตัวจริงพร้อมลุยทุกเส้นทาง 

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 1

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น ไวลด์แทรค คว้ารางวัล BEST HIGH-LIFT PICKUP UNDER 2,000 c.c. รถกระบะที่ชาญฉลาดที่สุด อเนกประสงค์ที่สุด และสมบุกสมบันที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ เอกลักษณ์และการออกแบบเฉพาะตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค โดดเด่นทั้งภายนอกและภายใน รวมไปถึงสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้นที่จะช่วยพิชิตงานท้าทายอันหลากหลาย ทั้งยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์มากมาย ที่ช่วยในการจัดวางสัมภาระและสิ่งของต่างๆ พร้อมมอบความอเนกประสงค์เพื่อใช้ในการทำงาน สำหรับครอบครัว หรือการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน เป็นรถคู่ใจของลูกค้าที่สามารถไว้วางใจได้ในทุกเส้นทางของชีวิต ให้ผู้ขับขี่ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีขีดจำกัด

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ รุ่น ไทเทเนียม พลัส 4x4 คว้ารางวัล BEST DIESEL 4WD PPV UNDER 2,000 c.c.  รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ขับขี่สนุก ผสานสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกการผจญภัย พร้อมความสะดวกสบายเหนือระดับ เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อมอบความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่และครอบครัว และระบบเชื่อมต่อทันสมัยที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ E-Shifter เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับและอำนวยความสะดวกทุกตารางนิ้ว ด้วยการออกแบบภายในที่กว้างขึ้นกว่าเดิม พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการและมอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ออกไปพิชิตทุกการผจญภัย

รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดสรรรและมอบรางวัลให้แก่รถยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท ซึ่งรางวัลที่ได้รับ สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และศักยภาพความก้าวหน้าทางด้านการออกแบบ การผลิตรถยนต์ในประเทศไทย และนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ การมอบรางวัลรถยอดเยี่ยมเห่งปี ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ ซึ่งรางวัลเกียรติยศอันทรงเกียรติ เป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพมาตรฐานยานยนต์ โดยรางวัลที่ฟอร์ดได้รับในปีนี้ นับเป็นการตอกย้ำความโดดเด่นและสมรรถนะของรถยนต์ฟอร์ด ทั้ง 3 รุ่นได้เป็นอย่างดี

เลกซัส และ โตโยต้า ตอกย้ำความเป็นรถยนต์ยอดเยี่ยมของคนไทย กวาด 11 รางวัล CAR OF THE YEAR 2023

0

นายณัทธร ศรีนิเวศน์ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำทีมผู้บริหารรับ 11 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี CAR OF THE YEAR 2023 จาก นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ห้องรอยัลจูบิลี่บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี รางวัลที่ได้รับ มีดังต่อไปนี้

  1. LEXUS RX450h+ AWD          

BEST HYBRID SUV UNDER 2,500 CC

  1. TOYOTA YARIS ATIV          

BEST SEDAN UNDER 1,300 CC

  1. TOYOTA CAMRY 2.5 HEV Premium Luxury

BEST HYBRID MID-SIZE SEDAN UNDER 2,500 CC

  1. TOYOTA CROSS IMP HEV GR SPORT

BEST HYBRID SUV UNDER 1,800 CC

  1. TOYOTA CAMRY 2.5 Premium

BEST MID-SIZE SEDAN UNDER 2,500 CC

  1. TOYOTA HILUX REVO D D-CAB 4×2 Z-Edition 2.4 Mid AT

BEST 2WD PICKUP UNDER 2,500 CC

  1. TOYOTA HILUX REVO D D-CAB 4×2 Z-Edition 2.8 GR-S AT

BEST 2WD PICKUP UNDER 3,200 CC

  1. TOYOTA FORTUNER IMP’22 2.8 GR-S 4WD

BEST DIESEL 4WD PPV UNDER 3,200 CC

  1. TOYOTA BEST SELLING BRAND
  2. TOYOTA BEST EXPORT BRAND
  3. TOYOTA HILUX REVO BEST FUEL ECONOMY PICKUP UNDER 3,500 CC

รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี “CAR OF THE YEAR 2023” จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยจะทำการคัดเลือกรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน  ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศ และนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งาน โตโยต้ารู้สึกภาคภูมิใจ และขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน CAR & BIKE OF THE YEAR 2023 การได้รับรางวัลครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ภายใต้หลักการ QDR ซึ่งหมายถึง Quality : คุณภาพ / Durability : ความทนทาน และ Reliability ความไว้ใจได้ในการใช้งาน ที่เรายึดถือมาโดยตลอด เพื่อรักษาความเป็นรถยนต์ยอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทยตลอดไป

 

อีซูซุรับ 9 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวที “CAR OF THE YEAR 2023”

0

กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง รับมอบ 9 รางวัล “รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2023” (CAR OF THE YEAR 2023) จาก นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี  ดังนี้

  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,000 ซีซี :

New! Isuzu D-Max MAGIC EYEs

  • รางวัลรถปิกอัพยอดนิยม :

New! Isuzu D-Max MAGIC EYEs

  • รางวัลรถปิกอัพประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี :

New! Isuzu D-Max MAGIC EYEs

  • รางวัลรถปิกอัพที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสูงสุด :

New! Isuzu D-Max MAGIC EYEs

  • รางวัลรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อยอดเยี่ยมเครื่องยนต์ต่ำกว่า 3,200 ซีซี :

New! Isuzu V-Cross 4×4 MAGIC EYEs

  • รางวัลรถปิกอัพไลฟ์สไตล์สปอร์ตยอดเยี่ยม :

New! Isuzu X-Series

  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 2 ล้อเครื่องยนต์ต่ำกว่า 3,200 ซีซี ดีเซลยอดเยี่ยม :

The New MU-X

  • รางวัลรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและระบบความปลอดภัยสูงสุด :

The New MU-X

  • รางวัลโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี

The “Isuzu Gives Water…for Life” Project

 

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai

เอ็มจี รับ 4 รางวัล “รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2023” NEW MG5 มาแรงรับรางวัล 2 ปี ซ้อน พร้อมกวาดรางวัลรถไฟฟ้าได้ถึง 2 รุ่น และไฮบริด 1 รุ่น

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี ในประเทศไทย กวาดรางวัลจากเวที รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2023 หรือ CAR OF THE YEAR 2023 มากถึง 4 รุ่น จากหลากหลายเทคโนโลยีขับเคลื่อน นำโดย NEW MG5 สปอร์ตคูเป้เจ้าเสน่ห์ที่คว้ารางวัลจากเวทีนี้มาครอง 2 ปี ซ้อน พร้อมด้วยรถไฟฟ้าอีก 2 รุ่น ได้แก่ NEW MG4 ELECTRIC และ NEW MG ZS EV รวมถึงขุมพลังจากเทคโนโลยีไฮบริดอย่าง NEW MG VS HEV โดย มร. จั่ว เฉิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นเป็นตัวแทนรับรางวัล จากดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ห้อง รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี สำหรับรางวัลที่ได้รับในปีนี้ประกอบด้วย 

• NEW MG5 รับรางวัล    BEST SEDAN UNDER 1,500 c.c.
• NEW MG4 ELECTRIC รับรางวัล    BEST 5 DOOR EV SPORT HATCHBACK
• NEW MG ZS EV รับรางวัล    THE MOST VALUABLE EV
• NEW MG VS HEV รับรางวัล    BEST HI-TECH HYBRID SUV

 

ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงการรับรางวัล “รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2023” ที่จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ว่า “การรับรางวัลจากเวทีนี้ 2 ปี ต่อเนื่อง ของรถสปอร์ตคูเป้อย่าง NEW MG5 ถือเป็นเครื่องการันตีคุณภาพได้เป็นอย่างดี ลูกค้าที่ได้สัมผัสต่างชื่นชอบดีไซน์ที่ใส่ความสปอร์ตทุกมิติ ในขณะที่ห้องโดยสารโอ่อ่า กว้างขวาง และมีฟังก์ชันที่ล้ำสมัย อาทิ กุญแจดิจิตอลที่สามารถสั่งการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนได้ เพียงแค่ดาวน์โหลด MG THAILAND แอพพลิเคชัน ด้านระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปใส่มาให้รอบคัน โมเดลนี้จึงกลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นสายสปอร์ตเมืองไทย

สำหรับรถไฟฟ้าเอ็มจีกวาดรางวัลได้มากถึง 2 รุ่น ด้วยคุณสมบัติการเป็นรถไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลังของ NEW MG4 ELECTRIC ผนวกกับเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมสมรรถนะการขับขี่ อาทิ ACCURATE STEERING ระบบโครงสร้างพวงมาลัยรูปแบบใหม่ DUAL PINION ที่ช่วยให้การเข้าโค้งแม่นยำ การดีไซน์โครงสร้างตัวถังให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำเพื่อการเกาะถนนที่ดี อีกทั้งยังเป็นรถไฟฟ้าที่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้มากถึง 5 รูปแบบ ทั้ง SNOW, ECO, NORMAL, SPORT และ CUSTOM ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์ผู้ขับขี่ ส่งผลให้ NEW MG4 ELECTRIC ตอบโจทย์คนไทยที่ชื่นชอบการขับขี่ที่สนุก เร้าใจ

ส่วน NEW MG ZS EV เป็นตัวแทนของรถไฟฟ้าที่เข้าถึงง่าย อเนกประสงค์ด้วยความเป็นรถสไตล์ SUV ครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวก และเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดเมืองไทย เอ็มจียังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับ MG EV ECOSYSTEM เพื่อรองรับการเติบโตของสังคมยานยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันเรามีสถานี MG SUPER CHARGE พร้อมใช้งานมากถึง 129 แห่ง ซึ่งช่วยลดความกังวลใจให้กับผู้ใช้รถไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี

ในปีที่ผ่านมา เอ็มจี เติมเต็มตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกด้วย NEW MG VS HEV ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริดที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 177 แรงม้า สร้างภาพจำด้วยดีไซน์ รูปลักษณ์แนวใหม่ ห้องโดยสารดูล้ำสมัยด้วย FULL VIRTUAL DASHBOARD และหน้าจอ TOUCHSCREEN ที่เชื่อมต่อกันเป็นจอแสดงผลขนาดใหญ่ ใส่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบทุกตำแหน่งที่นั่ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

 

BYD ATTO 3 ผงาดวงการ EV คว้ารางวัล Best EV SUV ในงานประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี Car of The Year 2023

0

บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด (Rêver Automotive) ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ BYD ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการรถยนต์อีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัล Best EV SUV ในงาน Car of the Year 2023 ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อคัดสรรสุดยอดยนตรกรรมในด้านต่างๆ ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ในเมืองไทย ทั้งยังเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนตร์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนตร์ในประเทศไทยโดยทำการเลือกรถยนต์ที่โดดเด่นในแต่ละด้าน ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการเลือกซื้อรถยนต์ให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งาน

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ต่อคิวจองรถยนต์ไฟฟ้าครั้งแรกในประเทศไทยจนยอดจองเต็มทุกรอบ รถยนต์ไฟฟ้า BYD ก็ตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการรถยนต์ไฟฟ้าอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัล Best EV SUV สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนตร์อันโดดเด่นที่มาพร้อมสมรรถนะเหนือชั้นในฐานะนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิต ตรงใจผู้บริโภค และเป็นการยืนยันกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 – เดือนกุมภาพันธ์ 2566 บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ได้ส่งรถให้กับดีลเลอร์ไป 10,055 คัน และส่งมอบให้ลูกค้าได้ 9,548 คัน

มร.เค่อ หยู่ปิน (Ke Yubin) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัล Best EV SUV ในปีนี้ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รถยนต์ BYD ATTO 3 ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล Best EV SUV ในประเทศไทยอีกรางวัลหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ ATTO 3 ได้รับการการันตีคุณภาพโดยการคว้ารางวัลจากงานที่จัดโดยภาคธุรกิจยานยนตร์และสถาบันที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศประจำปี 2022 ได้แก่ Trendy A-Class Pure Electric SUV of The Year จาก 2022 Eighth China Automotive Golden Wheel Award, Annual New Energy SUV จาก 2022 China Auto List และ Most Popular A-Class Pure Electric SUV of The Year จาก 2022 EVES

รวมถึงรางวัลจากการทดสอบด้านความปลอดภัย E-NCAP 5 STAR คือ Electric Vehicle of The Year จาก 2022 New Zealand Automobile Association, Electric Vehicle of the Year จาก 2022 New Zealand Company Vehicle Magazine, Family Electric Vehicle of The Year Award จาก 2022 Belgian VAB Magazine และ Vehicle of The Year จาก 2022 Israel Sport 5 เป็นการสร้างความมั่นใจในคุณภาพของ ATTO 3 ซึ่งทาง BYD  มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้รถที่มีสมรรถนะและคุณภาพที่ดีที่สุด

คุณวิศิษฎ์ พิทยะวิริยากุล รองประธานบริหาร ฝ่ายบริหารธุรกิจ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ BYD ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กล่าวเสริมว่า “สำหรับ เร่เว่ ออโตโมทีฟ มีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับรางวัล Best EV SUV ในฐานะผู้นำรถยนต์ BYD ATTO 3 มาให้คนไทยได้สัมผัสและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเรามุ่งมั่นและตั้งใจในการนำเสนอรถยนต์พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมที่ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของเรา ในขณะเดียวกันก็ส่งมอบยานยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพของสมรรถนะการขับขี่ เพียบพร้อมไปด้วยระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอย่างเหนือชั้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันและในอนาคต โดยรถยนต์ BYD ATTO 3 นับเป็นนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตที่เป็นมากกว่ารถยนต์ และสุดท้ายต้องขอขอบคุณผู้ใช้รถทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้ BYD ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางและการใช้ชีวิต”

ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 หรือต้องการทดลองขับ สามารถติดต่อได้ที่โชว์รูมทั่วประเทศ และติดตามทุกความเคลื่อนไหวและอัพเดตข้อมูลข่าวสาร ได้ที่

Website : www.reverautomotive.com

Facebook : BYDReverThailandOfficial

Instagram: bydreverthailand

 

อาวดี้ ส่งตัวโหดสมรรถนะสูง ทั้ง Audi RS 7 Sportback Performance และ Audi RS 6 Avant Performance ลุยตลาด

0
Audi RS Pic Open

ความสมบูรณ์แบบของยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ประสบการณ์การขับขี่แบบ Audi Sport พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ พกพาขุมพลังที่ไร้ขีดจำกัด ดีไซน์ดุดัน โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทรงพลังเร้าใจ นี่คือความลงตัวอันน่าทึ่งของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง สำหรับครอบครัวยุคใหม่ เตรียมพบกับ Audi RS รุ่นพิเศษ Performance Edition มาตรฐานใหม่ของรถยนต์สาย Performance เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นแล้ววันนี้

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทยกล่าวว่า “ยอดขายรถในตระกูล RS ซึ่งมีรากฐานมาจาก Audi Sport รถยนต์สมรรถนะสูงนั้น เติบโตอย่างก้าวกระโดด ขายดีสวนกระแส ถือเป็นเซกเมนต์ที่มีดีมานด์อยู่เหนือภาวะเศรษฐกิจ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของอาวดี้ ประเทศไทย เราใช้กลยุทธ์ Product marketing เป็นตัวขับเคลื่อน สร้างกระแสให้กับแบรนด์ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ รวมไปถึงรถในตระกูล RS อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจุดเด่นของรถในตระกูล RS ซึ่งเป็นรถยนต์นำเข้า 100% สมรรถนะแบบ Supercar และที่สำคัญสามารถใช้งานได้อย่างลงตัวในชีวิตประจำวัน ความเชื่อมั่นในแบรนด์ โอกาสที่ได้ทดลองขับหลากหลายรุ่นก่อนตัดสินใจซื้อ และที่สำคัญการใช้งานจริงของลูกค้าที่ได้รับประสบการณ์ขับขี่แบบสปอร์ตเต็มขั้นของ Audi Sport ทำให้เกิด Ripple effect การบอกต่อของลูกค้า ส่งผลให้ RS เซกเมนต์ในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดในขายปี 2022 เติบโตขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปี 2021 และถือว่ามีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดของอาวดี้ ในประเทศอื่นๆ ทำให้ อาวดี้ ประเทศไทย มีอัตราส่วนแบ่งการตลาดของรถยนต์กลุ่ม RS เทียบกับรถยนต์ Audi รุ่นปกติสูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก อัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดของรถยนต์ตระกูล RS ถือเป็นเครื่องสะท้อนความสนใจของกลุ่มลูกค้าในพรีเมียมเซกเมนต์”

อาวดี้ ประเทศไทย เปิดตัวรถในตระกูล RS มาทั้งหมดแล้ว 9 รุ่น ทั้งเครื่องยนต์สันดาปและไฟฟ้า 100% และเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า การเปิดตัว RS 6 Performance Edition และ RS 7 Performance Edition ครั้งนี้ อาวดี้ ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีการเปิดตัวในเวลาที่ใกล้เคียงกับ World Premier

RS 7 Sportback Performance
อัพเกรดขุมพลังที่พร้อมระเบิดความแรงทุกวินาที ผลลัพธ์การออกแบบจาก Audi Sport เพื่อสะท้อนสมรรถนะและรูปลักษณ์ที่ดุดันแข็งแกร่ง ดีไซน์ภายนอกผสมผสานความสปอร์ตในสไตล์ Sportback และความหรูหราเข้าด้วยกัน เพื่อให้รถยนต์สมรรถนะสูงคันนี้ สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายในทุกโอกาส ไม่ว่าจะสุขุมทรงพลังสำหรับชีวิตประจำวัน หรือเร้าใจไร้ขีดจำกัดเสมือนอยู่ในสนามแข่ง

Audi RS 1

รถสปอร์ตสมรรถนะสูงดีไซน์แบบ Sportback ท้ายลาด สุดยอดเอกลักษณ์จาก Audi และครั้งนี้มาพร้อมลุคที่ร้อนแรง เร้าใจยิ่งกว่าเดิม ด้วยล้อขนาด 22 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ Audi Sport แบบ 5 ก้านในเฉดสีทอง พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ RS ตอกย้ำความดุดันด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ลาย Honeycomb ชุดตกแต่งภายนอกแบบ Glossy Black RS พร้อมตกแต่ง Audi Ring และชื่อรุ่นด้วยสี Glossy Black

Audi RS 2

มั่นใจกับประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม จากระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro with sport differential ทำงานควบคู่กับระบบ Dynamic Ride Control (DRC) พร้อมกับระบบบังคับเลี้ยวทั้งสี่ล้อ (All-wheel steering) ทำให้ทุกการควบคุมเป็นไปอย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง เติมเต็มด้วยระบบท่อไอเสียแบบ RS Sports ส่งเสียงคำรามจากห้องเครื่องสู่ท้องถนนอย่างเร้าใจ

Audi RS 3

ทะยานไร้ขีดจำกัดกับประสบการณ์ขับขี่แบบ Audi Sport สมรรถนะที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid แบบ V8 biturbo ระเบิดพลัง 630 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 30 แรงม้า) แรงบิดที่ 850 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้น 50 นิวตันเมตร) อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.4 วินาที (รุ่นปกติ 3.6 วินาที) ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Audi RS 4

ออกแบบภายในอย่างพิถีพิถัน สร้างบรรยากาศการขับขี่ให้เอ็กซ์คลูซีฟยิ่งกว่าเดิม ด้วยเบาะนั่งคู่หน้าแบบ RS Sports ตกแต่งแบบ honeycomb และด้ายสีแดง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังหุ้มหนัง Valcona ห้องโดยสารตกแต่งลาย Carbon Twill Structure พร้อมไฟเรืองแสงห้องโดยสาร ที่ปรับได้มากถึง 30 เฉดสี ควบคุมขุมพลังผ่านพวงมาลัยแบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง Alcantara พร้อมสัญลักษณ์ RS และ Paddle shift แสดงข้อมูลการขับขี่ผ่านจอ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว เสมือนมาตรวัดรถแข่ง พร้อมระบบ MMI Navigation plus ขนาด 10.1 นิ้ว สั่งการและจอมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส ตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว พร้อมดื่มด่ำกับเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ

Audi RS 6

เพลิดเพลินกับเอฟเฟกต์ไฟแบบ Light staging ด้านหน้าและด้านท้าย เมื่อเปิด-ปิดล็อครถ มาพร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าอัจฉริยะ HD Matrix LED with Audi laser light ส่องสว่างไกล คมชัดและแม่นยำ ลำแสงปรับการทำงานอัตโนมัติตามสถานการณ์การขับขี่ เพื่อไม่ให้รบกวนรถที่วิ่งสวนมาและรถที่อยู่ด้านหน้า อีกทั้งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง Laser light จะช่วยให้มีระยะการส่องสว่างไกลถึง 600 เมตร ทำให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมไฟ Projector LED แบบ RS Performance ที่ประตูหน้า-หลัง

Audi RS 8

Audi pre sense rear (ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุด้านหลัง) เรดาร์เซ็นเซอร์ที่อยู่ด้านท้ายรถจะประเมินสภาพการจราจรที่อยู่ด้านหลัง ในกรณีที่ประเมินว่ามีแนวโน้วที่อาจเกิดอันตรายได้ ระบบจะดึงรั้งสายเข็มขัดนิรภัยของเบาะนั่งคู่หน้าให้กระชับ นอกจากนั้นแล้ว หากกระจกหรือหลังคาพาโนรามิคถูกเปิดค้างไว้ ระบบจะปิดให้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งเปิดการทำงานของสัญญาณไฟฉุกเฉิน

Audi RS 9

Lane change warning (ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน) เรดาร์เซ็นเซอร์ 2 ตำแหน่งที่อยู่ด้านท้ายของตัวรถจะช่วยผู้ขับขี่ในการตรวจสอบสภาพการจราจรที่อยู่ด้านหลัง (มีข้อจำกัดในการทำงานที่ช่วงระดับความเร็วตั้งแต่ 15-20 กิโลเมตรชั่วโมง) เมื่อระบบประเมินว่ารถอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอันตรายได้หากผู้ขับขี่เปลี่ยนเลน ระบบจะแสดงสัญญาณเตือนขึ้นที่กระจกมองข้าง ทั้งนี้ หากผู้ขับขี่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อตั้งใจเปลี่ยนเลนไปยังทิศทางดังกล่าว สัญญาณเตือนจะกระพริบถี่ขึ้น

Audi RS 10

Exit warning (ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเปิดประตูลงจากรถ) ขณะที่รถจอดหยุดนิ่ง ระบบจะตรวจสอบสภาพแวดล้อมทั้งด้านข้างและด้านหลัง ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจพบยานพาหนะที่เคลื่อนเข้ามาในระยะที่อาจเกิดอันตราย เช่น รถยนต์ หรือรถจักรยาน กำลังเคลื่อนเข้ามาจากด้านหลัง ในขณะที่ผู้โดยสารภายในรถกำลังเปิดประตูจากด้านใน สัญญาณไฟเตือนจะปรากฏขึ้น

Rear cross traffic assist (ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง)ระบบสามารถแจ้งเตือนผู้ขับขี่ขณะถอยรถออก หากตรวจสอบสภาพแวดล้อมแล้วพบว่ามีรถเคลื่อนเข้ามาในระยะที่อาจเกิดอันตราย ระบบจะส่งสัญญาณเตือน และหากอยู่ในสถานการณ์คับขัน ระบบจะช่วยเบรกเพื่อลดทอนการอุบัติเหตุ

รายการอุปกรณ์สั่งพิเศษ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาขายแนะนำที่ระบุไว้ในใบราคา
Carbon exterior package
•ชายล่างใต้กันชนด้านหน้าตกแต่งด้วย carbon
•กระจกมองข้างตกแต่งด้วย carbon
•ช่อง air inlets ด้านหน้าตกแต่งด้วย carbon
•ขอบสเกิร์ตด้านข้างตกแต่งด้วย carbon
•ขอบ diffuser ด้านท้ายตกแต่งด้วย carbon

RS 7 Sport Performance เปิดให้จองแล้วในราคา 11,280,000 บาท ในสี Glacier white, metallic / Floret silver, metallic / Nardo grey, solid / Daytona grey, pearl effect / Mythos black, metallic / Tango red, metallic
/ Ultra blue, metallic

รายการสีสั่งพิเศษมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาขายแนะนำที่ระบุไว้ในใบราคา ได้แก่ Suzuka grey, metallic / Coral orange, metallic / Goodwood green, pearl effect / Misano red, pearl effect / Sepang blue, pearl effect / Merlin, pearl effect

RS 6 Avant Performance
พบกับที่สุดแห่งความสำเร็จของ RS 6 Avant Performance ความสมบูรณ์แบบของยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่ถูกยอมรับจากทั่วโลก ถ่ายทอดผ่านดีไซน์อันโดดเด่นในแบบฉบับ Avant สเตชันแวกอน อันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะมีใครเหมือนจาก Audi การผสมผสานอย่างน่าทึ่งของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ทรงพลังเร้าใจ พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro พกพาขุมพลังที่ไร้ขีดจำกัดมากับพื้นที่ใช้สอยสำหรับทั้งครอบครัวยุคใหม่ ที่สะดวกสบายกว้างขวาง พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างถึง 548 ลิตร โดดเด่นเรื่องการใช้งานที่สะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ยิ่งทำให้ RS 6 Avant Performance มีความพิเศษสุดไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวัน หรือสนุกเร้าใจไร้ขีดจำกัดเสมือนอยู่ในสนามแข่ง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม RS 6 Avant Performance ได้กลายเป็นขวัญใจของผู้ที่รักความแรง และสร้างความตื่นเต้นให้กับ Audi Sport GmbH และฐานแฟนอาวดี้ทั่วโลกมากว่า 20 ปี

Audi RS 11

การออกแบบรถยนต์สมรรถนะสูงเพื่อสะท้อน DNA ขุมพลังในสนามแข่ง คือหัวใจสำคัญของ Audi Sport และครั้งนี้ความตื่นเต้นที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว RS 6 Avant Performance กับรูปลักษณ์ที่เร้าใจยิ่งกว่าเดิม ล้อขนาด 22 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ Audi sport แบบ 5 ก้าน มาในเฉดสีทอง พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ RS ดุดันทุกมิติด้วยชุดแต่งภายนอกแบบ Glossy Black RS พร้อมตกแต่ง Audi Ring และชื่อรุ่นด้วยสี Glossy Black

Audi RS 12

สัมผัสขุมพลังอันดุดันกว่าที่เคย เครื่องยนต์เบนซิน mild hybrid แบบ V8 biturbo ถูกพิสูจน์ด้วยตัวเลขอันร้อนแรง 630 แรงม้า(เพิ่มขึ้น 30 แรงม้า) แรงบิด 850 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้น 50 นิวตันเมตร) อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.4 วินาที (รุ่นปกติ 3.6 วินาที) ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สมรรถนะที่เร่าร้อนพุ่งทะยานสุดเร้าใจมาพร้อมเทคโนโลยีการควบคุมที่สมบูรณ์แบบด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ quattro with sport differential ทำงานควบคู่กับระบบ Dynamic Ride Control (DRC) พร้อมกับระบบบังคับเลี้ยวทั้งสี่ล้อ (All-wheel steering) ทำให้การทะยานทุกแรงม้าเป็นไปอย่างสมดุลและมั่นคงในทุกสถานการณ์

Audi RS 14

ห้องโดยสารลุคสปอร์ตเต็มขั้น เบาะนั่งคู่หน้าแบบ RS Sports ตกแต่งแบบ honeycomb และด้ายสีแดง คันเกียร์และด้านข้างคอนโซลกลางหุ้ม Alcantara สีดำ เบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona พร้อมไฟ Projector LED แบบ RS Performance ที่ประตูหน้า-หลัง ผสานฟังก์ชันและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว

Audi RS 15

•ห้องโดยสารตกแต่งลาย Carbon Twill Structure พร้อมไฟ Ambient light ที่ปรับได้มากถึง 30 เฉดสี
•ควบคุมมั่นใจกับพวงมาลัยแบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง Alcantara พร้อมสัญลักษณ์ RS
•Paddle shift แสดงข้อมูลการขับขี่ผ่านจอ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว เสมือนมาตรวัดรถแข่ง
•ระบบ MMI Navigation plus ขนาด 10.1 นิ้ว สั่งการง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส
•จอมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัส ตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว เติมเต็มอารมณ์การขับขี่ด้วยเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ

เทคโนโลยีไฟหน้าอัจฉริยะแบบ HD Matrix LED with Audi laser light ส่องสว่างไกล คมชัดและแม่นยำ ลำแสงปรับการทำงานอัตโนมัติตามสถานการณ์การขับขี่ เพื่อไม่ให้รบกวนรถที่วิ่งสวนมาและรถที่อยู่ด้านหน้า อีกทั้งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง Laser light จะช่วยทำให้มีระยะการส่องสว่างไกลถึง 600 เมตร ทำให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมตื่นเต้นไปกับเอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า (Light staging) และไฟเลี้ยวแบบ Dynamics

Audi RS 15
Detail

รายการอุปกรณ์สั่งพิเศษซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาขายแนะนำที่ระบุไว้ในใบราคา
Carbon exterior package
•ชายล่างใต้กันชนด้านหน้าตกแต่งด้วย carbon
•กระจกมองข้างตกแต่งด้วย carbon
•ช่อง air inlets ด้านหน้าตกแต่งด้วย carbon
•ขอบสเกิร์ตด้านข้างตกแต่งด้วย carbon
•ขอบ diffuser ด้านท้ายตกแต่งด้วย carbon

RS 6 Avant performance เปิดให้จองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมอาวดี้ ทั่วประเทศในราคา 11,280,000 บาท วางจำหน่ายในสี Glacier white, metallic / Floret silver, metallic / Nardo grey, solid / Daytona grey, pearl effect / Mythos black, metallic / Tango red, metallic / Ultra blue, metallic

สีสั่งพิเศษ (Audi exclusive colors) มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาขายแนะนำที่ระบุไว้ในใบราคา ได้แก่ Suzuka grey, metallic / Coral orange, metallic / Goodwood green, pearl effect / Misano red, pearl effect / Sepang blue, pearl effect / Merlin, pearl effect