Home Blog Page 244

ซูซูกิ สานต่อโครงการ SUZUKI CARRY Barber Truck ดัดแปลง SUZUKI CARRY เป็นรถส่งความสุข ออกให้บริการตัดผมครบ 4 ภูมิภาคทั่วไทย

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ ที่เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2549 และมีการแนะนำ SUZUKI CARRY เจเนอเรชั่นที่ 2 เมื่อปี 2562 สามารถสร้างยอดขายรวมไปได้มากถึง 58,449 คัน (ปี 2549-2565) โดยในปี 2565 มียอดขายเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 16% กวาดยอดขายไปทั้งสิ้น 3,362 คัน

ด้วยความอเนกประสงค์ของ SUZUKI CARRY ที่สามารถนำไปดัดแปลงและตกแต่งเพื่อใช้งานได้อย่างหลากหลาย ทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกลุ่มธุรกิจติดล้อที่ใช้การตลาดเชิงรุกในการเข้าหาผู้บริโภค ไปจนกระทั่งการพัฒนาสู่การดัดแปลงเป็นรถเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือสังคม ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจ ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ’

ถึงแม้ว่า SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์เพื่อการพาณิชย์ขนาดย่อม จะถูกจดจำในฐานะ “Food Truck” มาเป็นเวลายาวนาน ธุรกิจติดล้อที่ใช้การตลาดเชิงรุกในการเข้าหาผู้บริโภคจนกลายเป็นขวัญใจผู้ประกอบการที่ต้องการอิสระในการเดินตามความฝันและต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ด้วยแนวคิด “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ชัดเจนของ SUZUKI CARRY เพราะไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร หรืออยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์แบบไหน SUZUKI CARRY พร้อมจะเป็นยานพาหนะที่อยู่เคียงข้างร่วมฝ่าวิกฤตในทุกสถานการณ์

แคมเปญ  CARRY YOUR DREAM CARRY YOUR LIFE คือหนึ่งในความมุ่งมั่นของซูซูกิที่คิดริเริ่มทำสิ่งใหม่อันแสนท้าทายจนเกิดเป็นนวัตกรรมบนความต้องการของสังคม ผ่านแนวคิด  “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ด้วยการดัดแปลง SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์จากรถเพื่อการขนส่งสินค้าให้กลายเป็นรถขนส่งความสุข ที่ผ่านมาเราจึงเห็นรถ SUZUKI CARRY ถูกพัฒนาดัดแปลงพร้อมส่งออกไปช่วยเหลือสังคมไทยมากมายหลายโครงการ  โดยเฉพาะโครงการที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับซูซูกิเป็นอย่างมาก คือแคมเปญ Carry Your Dream Carry Your Life ซึ่งเราได้ร่วมมือกับเอเจนซี่พาร์ทเนอร์ อย่าง Dentsu Impact Thailand ด้วยการดัดแปลง SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ให้กลายเป็นรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย” (SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit) หรือ “รถตรวจโควิด” เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในเชิงรุกแบบเคลื่อนที่ สามารถ SWAB ได้พร้อมกัน 3 ทาง จึงเก็บตัวอย่างได้ถึง 3 เคส ในครั้งเดียว เฉลี่ยสามารถตรวจคัดกรองโควิด-19 ได้กว่าวันละ 3,000 ราย ซึ่งสามารถช่วยเหลือสังคมได้จริงในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นรถตรวจโควิดประสิทธิภาพเยี่ยมที่สามารถตรวจเชิงรุกได้เร็วและมากที่สุดเวลานั้น และในช่วงเวลาเดียวกันซูซูกิยังร่วมมือกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในการดัดแปลง SUZUKI CARRY ให้เป็นรถ “ซูซูกิ ปันสุข” ภายใต้โครงการ SUZUKI Cause We Care ตระเวนแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้ที่จำเป็นให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นการใช้อรรถประโยชน์ของรถให้คุ้มค่า ในการเคลื่อนที่ไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เข้าถึงยาก อีกทั้งในเวลาต่อมายังมีการปรับเปลี่ยน SUZUKI CARRY เป็นรถส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนาในโครงการ SUZUKI CARRY Your Home

ล่าสุดที่ซูซูกิได้ร่วมกับผู้ประกอบการนำรถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ SUZUKI CARRY มาดัดแปลงเป็นร้านตัดผมเคลื่อนที่ เพื่อออกไปร่วมกิจกรรม CSR SUZUKI CARRY Barber Truck  ในการตัดผมให้แก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมยังสถานที่ต่างๆ ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ในช่วงเดือนธันวาคม 2565-กุมภาพันธ์ 2566 ได้แก่ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร มีผู้พิการทางการเห็น จำนวน 110 คน โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น มีนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวม 93 คน ศูนย์สงเคราะห์เด็กชายบ้านเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 45 คน และศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนภาคใต้ จังหวัดสงขลา โดยมีผู้ที่ได้รับการดูแลในศูนย์สงเคราะห์แห่งนี้จำนวน 64 คน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการหลายรายเข้าร่วมกิจกรรมให้บริการตัดผม เช่น  ร้าน SXISSORS BARBER ร้าน BOOM BARBER ร้าน BARBER POP UP ร้าน CUT IN CAR และ ร้าน DEKNAEW BARBER เป็นต้น

นอกเหนือจากนั้นซูซูกิยังได้รับความร่วมมือจากผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิในพื้นที่ดังกล่าวส่งมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือจำเป็นให้แก่ทางศูนย์สงเคราะห์ฯ เพื่อไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปอีกด้วย

“จากความมุ่งมั่นที่เราได้ตั้งใจทำให้แก่สังคมไทยไม่ว่าจะในกิจกรรมใดๆ รถ SUZUKI CARRY จะไม่ได้ถูกจดจำในฐานะ “Food Truck” ธุรกิจติดล้อเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น Goods Truck ที่สามารถต่อยอดในการช่วยเหลือสังคม เรียกได้ว่า SUZUKI CARRY ไม่เพียงแค่เป็นรถกระบะขนสินค้าหรือสัมภาระเท่านั้น ยังเป็นรถขนส่งความสุขเคียงข้างทุกเส้นทางฝัน เป็นเสมือนดั่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญ ที่พร้อมจะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างด้วยความจริงใจ พร้อมเดินหน้าไปสู่จุดหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน” นายวัลลภ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการตอบรับอันดีจนได้รับการชื่นชมจากหน่วยงานด้านต่าง ๆ จากกิจกรรม Suzuki Carry Barber Truck ที่เราได้จัดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซูซูกิจึงเล็งเห็นที่จะสานต่อกิจกรรมดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อปรับปรุงโครงการให้ดีขึ้น สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้คนได้เป็นวงกว้างและก่อเกิดประโยชน์แก่สังคมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ในปี 2565 ที่ผ่านมา แคมเปญ Carry Your Dream Carry Your Life คว้า 6 รางวัล รวมถึงรางวัลชนะเลิศหมวด Public Relations Plan บนเวทีโฆษณาระดับประเทศ Adman & Symposium Awards 2021 โดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย และคว้า 2 รางวัลจากหมวดแคมเปญเพื่อสังคมจาก CAMPAIGN BRIEF เวทีการันตีคุณภาพแคมเปญโฆษณาระดับเอเชีย ส่งผลให้แคมเปญดังกล่าวได้รับการยกย่องให้เป็น CSR ที่น่าสนใจและมีคุณภาพที่สุดในระดับเอเชีย-แปซิฟิก ในช่วงปี 2564-2565

รางวัลดังกล่าวคือความภาคภูมิใจและเป็นดั่งพันธะสัญญาให้ซูซูกิไม่หยุดที่สานต่อเจตนารมณ์อันดีเพื่อสังคมและผู้คนต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ “SUZUKI Cause We Care” เป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นในการให้ความสำคัญ ความใส่ใจและพร้อมที่จะดูแลทุกๆ คนในบริบทแวดล้อม มิใช่เพียงแค่ลูกค้า หากยังรวมถึงสังคมที่อยู่ร่วมกันให้ดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขและยั่งยืน

SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุกอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่พร้อมจะนำไปดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับทุกแนวทางของการดำเนินชีวิต ด้วยมิติตัวรถมีขนาดความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. กระบะบรรทุกแบบเรียบ เพิ่มความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกและรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัม เครื่องยนต์เบนซิน ประหยัดน้ำมัน ขับขี่มั่นใจด้วยระบบเบรก ABS  รวมถึงติดตั้งระบบ Engine Drag Control ทำหน้าที่รักษาความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุลกัน ช่วยป้องกันรถไม่เกิดการลื่นไถล เพื่อให้สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง อีกทั้งวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.4 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ เหมาะกับใช้งานในพื้นที่ที่มีเงื่อนไขจำกัดได้เป็นอย่างดี ด้วยราคาจำหน่ายเพียง 395,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมอุปกรณ์ตกแต่ง)

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

เมอร์เซเดส-เบนซ์ พบปะผู้บริหารจาก SHARGE ระหว่างทริปทดสอบการขับขี่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium

0

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ตรงกลาง) และ มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้ายสุด) ถ่ายภาพร่วมกับ นายพีระภัทร ศิริจันทโรภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) (ขวาสุด) ในโอกาสการทดสอบการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium บนเส้นทางภูเก็ต-หัวหิน เพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการส่งเสริมการใช้งานและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (EV Infrastructure) ในประเทศไทย โดย SHARGE ถือเป็นพาร์ทเนอร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เป็นผู้ติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้า Mercedes-Benz Wallbox ให้กับลูกค้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแก่ลูกค้าทุกคน

EQS 500 4MATIC AMG Premium เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกจากแบรนด์ Mercedes-EQ ที่เปิดไลน์การผลิตภายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 828 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 108.4 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC charge) สูงสุด 11 kWh จาก 0-100% ภายใน 10 ชั่วโมง และการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC charge) สูงสุด 200 kWh จาก 10-80% ภายใน 31 นาที

เอ็มจีซี เอวิเอชั่นฯ ภายใต้กลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ จับมือการบินไทย เป็นตัวแทนจำหน่าย บัตรโดยสาร ก้าวล้ำนำเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ โมบิลิตี้ ครบวงจร

0

บริษัท เอ็มจีซี เอวิเอชั่น แอนด์ ชาร์เตอร์ เซอร์วิสเซส (เอเชีย) จำกัด (เอ็มจีซี เอวิเอชั่นฯ) เป็นผู้ให้บริการด้านไลฟ์สไตล์ของการเดินทาง ผ่านบริการสุดพิเศษ สำหรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียม และลักชัวรี่ โดยให้บริการในการเดินทางด้วยเที่ยวบินส่วนตัว ‘VistaJet’ และเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ รวมถึงบริการอื่นๆ ภายใต้กลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทางอย่างครบวงจร (Lifestyle Mobility) ร่วมลงนามสัญญากับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการเป็นตัวแทนจำหน่าย
บัตรโดยสาร ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน)

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษ มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งตอบโจทย์การเป็นผู้นำด้านการให้บริการธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ โมบิลิตี้ ผ่านระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ วันนี้เราได้เพิ่มความหลากหลายในการให้บริการอีกระดับ กับ เอ็มจีซี เอวิเอชั่นฯ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านไลฟ์สไตล์ของการเดินทาง ส่งผลให้เราเป็นผู้ที่สามารถตอบโจทย์ทุกรูปแบบของการเดินทางอย่างแท้จริง คือ ทางบก, ทางน้ำ และทางอากาศ อีกทั้งมีความยินดี ที่การบินไทย ได้มอบความไว้วางใจ ให้เราเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารอย่างเป็นทางการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า”

วิชญ์ กิจจาทร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการเพิ่มความหลากหลาย ให้กับธุรกิจของกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย ซึ่งกระผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำในฐานะผู้นำ และระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์ของ เอ็มจีซี-เอเชีย จะสามารถตอบโจทย์ในไลฟ์สไตล์ของการเดินทาง ให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นนทกร ตระกูลพา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มจีซี เอวิเอชั่น แอนด์ ชาร์เตอร์ เซอร์วิสเซส (เอเชีย) จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติ ที่บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากการบินไทย ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสาร ซึ่งเราได้เล็งเห็นถึงการเติบโตในอนาคตของอุตสาหกรรมการบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินทางด้วยเที่ยวบินส่วนตัว สำหรับนักธุรกิจ หรือ การพักผ่อนสำหรับครอบครัว ตลอดจนการเดินทางในชั้นหนึ่งและชั้นนักธุรกิจ ของฐานลูกค้าระดับบน จึงมีความมุ่งมั่น ในการสร้างประสบการณ์การเดินทาง ที่มีความพิเศษและเป็นส่วนตัว ภายใต้แนวคิด ‘Lifestyle Mobility to Journey Experience’ เพื่อสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจ” 

++ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการเดินทางอย่างครบวงจร ผ่านบริการสุดพิเศษ

เอ็มจีซี เอวิเอชั่นฯ เป็นผู้ให้บริการด้านไลฟ์สไตล์ของการเดินทาง ผ่านบริการสุดพิเศษ สำหรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมและลักชัวรี่ โดยให้บริการในการเดินทางด้วยเที่ยวบินส่วนตัว ที่มี ‘VistaJet’ ซึ่งเป็นสายการบินเช่าเหมาลำ ที่มีฝูงบินมากที่สุดในทวีปยุโรป เป็นพันธมิตร

พร้อมได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารการบินไทย และไทยสมายล์ในการดูแลลูกค้าบุคคลและองค์กรเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า และเพิ่มศักยภาพการเติบโตร่วมกันของทั้ง 2 องค์กร
ในระยะยาว

 

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: บริษัท เอ็มจีซี เอวิเอชั่น แอนด์ ชาร์เตอร์ เซอร์วิสเซส (เอเชีย) จำกัด
2222/9 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 02-935-2000 ต่อ 599

TTC Motor จัดกิจกรรมสุดพิเศษ Love At First Drive ชวนคุณมาพบรักตั้งแต่แรกขับ พร้อมกิจกรรมและข้อเสนอพิเศษ สำหรับช่วงเวลาในเดือนแห่งความรัก

0

TTC Motor จัดกิจกรรมสุดพิเศษ Love At First Drive ชวนคุณมาพบรักตั้งแต่แรกขับ พร้อมกิจกรรมและข้อเสนอพิเศษ สำหรับช่วงเวลาในเดือนแห่งความรัก โดยเฉพาะ Mercedes-Benz GLC รับเงื่อนไขโดนใจทันที! ทองคำหนัก 5 บาท*  MBSP Extra Guarantee นานสูงสุด 5 ปี* ประกันภัยชั้นหนึ่งนานสูงสุด 5 ปี* วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2566 เท่านั้น

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัค เมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เปิดเผยถึง กิจกรรมการตลาดสำหรับเดือนแห่งความรัก ทีทีซีมีความพิเศษ Love At First Drive ชวนคุณมาพบรักตั้งแต่แรกขับ กับกิจกรรมและข้อเสนอพิเศษ ที่คุณไม่ควรพลาด โดยเฉพาะลูกค้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี รับข้อเสนอโดนใจทันทีด้วย ทองคำหนัก 5 บาท*  MBSP Extra Guarantee นานสูงสุด 5 ปี* ประกันภัยชั้นหนึ่งนานสูงสุด 5 ปี* วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2566 เท่านั้น *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

Mercedes-Benz  GLC  มีด้วยกัน 3 รุ่น Mercedes-Benz GLC 220 d  ราคา 3,390,000 บาท และ  Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic  ราคา 3,800,000 บาท มาพร้อมขุมพลัง เครื่องยนต์ ดีเซล แถวเรียง 4 สูบ 4 วาล์วต่อสูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 1,950 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที  อัตราเร่ง 0-100 กม. /ชม. ที่  7.7 วินาที  ความเร็วสูงสุดโดยประมาณ 215 กม. /ชม. ระบบส่งกําลัง เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,83,000 บาท เครื่องยนต์ เบนซิน แถวเรียง 4 สูบ 4 วาล์วต่อสูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 1,991 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นัวตันเมตร ที่ 1,300-4,000 รอบต่อนาที กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 440 นัวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100  กม./ชม. อยู่ที่ 5.4 วินาที  ส่งกำลังด้วย เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

ทีทีซี มอเตอร์ 2 สาขา คือสาขาพัฒนาการ 45 โทร.1274 และสาขาอุบลราชธานี

โทร. 045-475-222  , Facebook / Instragram / Line :@BenzTTC

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สานต่อความร่วมมือระดับโลกกับ DP World Tour ในฐานะพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของการแข่งขันกอล์ฟรายการ Thailand Classic

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้สนับสนุนกีฬากอล์ฟระดับโลก ประกาศความร่วมมือในฐานะพาร์ทเนอร์และผู้สนับสนุนยานพาหนะอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกอล์ฟรายการ Thailand Classic โดย DP World Tour โดยความร่วมมืออย่างเป็นทางการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสนับสนุนกีฬาระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และยังเป็นความร่วมมือระดับโลกกับ DP World Tour ที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งได้ประกาศขยายเวลาความร่วมมือเพิ่มอีก 5 ปี ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

ในฐานะพาร์ทเนอร์และผู้สนับสนุนยานพาหนะอย่างเป็นทางการของ DP World Tour ในประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 15 คัน ประกอบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู X7, บีเอ็มดับเบิลยู X6, บีเอ็มดับเบิลยู X5, และ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าแข่งขันในรายการ Thailand Classic ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ณ สนามกอล์ฟ อมตะ สปริง คันทรี คลับ จังหวัดชลบุรี เพื่อมอบที่สุดแห่งประสบการณ์ด้านยนตรกรรมระดับพรีเมียมให้แก่นักกอล์ฟในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 ให้กับนักกอล์ฟมากฝีมือที่หวดวงสวิงทำโฮลอินวันที่หลุม 13 พาร์ 3 ระหว่างการแข่งขันได้เป็นคนแรก โดยบีเอ็มดับเบิลยู iX เป็นรุ่นรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าใหม่ล่าสุด พร้อมความล้ำยุคด้านเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและการเชื่อมต่ออีกมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานยิ่งขึ้น

ทัวร์นาเมนต์ Thailand Classic เป็นการแข่งขันกอล์ฟครั้งแรกในประเทศไทยซึ่งจัดโดย DP World Tour นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา มีผู้เข้าแข่งขันนักกอล์ฟรวม 132 คน การแข่งขัน DP World Tour เป็นซีรี่ส์การแข่งขันระดับโลกที่ประกอบไปด้วยการแข่งขันกว่า 40 ทัวร์นาเมนต์ จัดขึ้นใน 25 ประเทศในทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชีย แอฟริกา และออสตราเลเชีย ความร่วมมือระหว่าง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และ DP World Tour นับเป็นหนึ่งในความร่วมมือด้านกีฬากอล์ฟอาชีพระดับนานาชาติที่ยาวนานและประสบความสำเร็จที่สุด และเป็นความภาคภูมิใจของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระดับโลกในครั้งนี้

50 แฟนกอล์ฟรุ่นเยาว์ฝึกวงสวิงแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับนักกอล์ฟระดับโลก ใน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 จูเนียร์ กอล์ฟ คลินิก”

0

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดกิจกรรม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 จูเนียร์ กอล์ฟ คลินิก ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี กิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Road to Honda LPGA Thailand” ที่จัดต่อเนื่องมา 6 ปี โดยมุ่งเน้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟ ได้เรียนรู้และฝึกซ้อมกับโปรกอล์ฟระดับโลกในคลาสแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเพิ่มพูนทักษะและเสริมสร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพในอนาคต

กิจกรรมนี้มีนักกอล์ฟเยาวชนเข้าร่วมทั้งหมด 50 คน โดยแบ่งออกเป็นสองช่วงสำหรับการพูดคุยและฝึกทักษะกับ โปรเปียโน-อาภิชญา ยุบล โปรพราว-ชเนตตี วรรณแสน และ โปรว่าน-จารวี บุญจันทร์ สามนักกีฬารับเชิญชาวไทยที่เพิ่งคว้าทัวร์การ์ดแอลพีจีเอสำหรับฤดูกาล 2023 และร่วมแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 โดยได้นำทักษะและประสบการณ์ส่วนตัวมาแบ่งปันและถ่ายทอดให้กับนักกอล์ฟเยาวชนอย่างเต็มที่ในกิจกรรมนี้ หลังจากพูดคุยแนะนำเทคนิคการเล่นต่าง ๆ ทั้งเทคนิคการเล่นทั้งลูกยาวและลูกสั้น รวมถึงเคล็ดลับเกี่ยวกับแนวทางการฝึกฝน ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่นำไปปรับใช้ได้จริง  น้อง ๆ ได้มาร่วมฝึกวงสวิง ณ สนามไดร์ฟ โดยได้ฝึกฝนการตีกอล์ฟอย่างถูกวิธีเพื่อสร้างระยะไดรฟ์ รวมถึงเทคนิคการชิปขึ้นกรีนและการควบคุมลูกสั้น ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการตอบคำถาม ซึ่งนักกอล์ฟเยาวชนต่างมีความกระตือรือร้นที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นสู่เส้นทางกอล์ฟสายอาชีพ โดยนักกอล์ฟอาชีพทั้งสาม ต่างได้แบ่งปันประสบการณ์ทั้งในเรื่องแรงบันดาลใจ บทเรียน และความสนุกสนานน่าตื่นเต้นของฤดูกาลใหม่ให้กับน้อง ๆ อย่างเป็นกันเอง

ด้าน โปรพราว- ชเนตตี วรรณแสน นักกอล์ฟรุกกี้ของแอลพีจีเอฤดูกาล 2023 ที่ร่วมกิจกรรม จูเนียร์ กอล์ฟ คลินิก ในฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์เป็นครั้งแรก กล่าวหลังจบกิจกรรมว่า “ดีใจมากค่ะที่เห็นน้อง ๆ สนใจและอยากเรียนรู้เทคนิคการเล่นกอล์ฟกันมากขนาดนี้ พราวได้สอนน้อง ๆ หลายเรื่อง ทั้งการดริลล์ เล่นลูกสั้น ลูกยาว รวมทั้งเทคนิคการชิป การพัตต์ เมื่อได้เห็นแววของน้อง ๆ หลายคนแล้ว พราวมั่นใจว่า ถ้าน้อง ๆ ได้มีโอกาสพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง พวกเค้าจะกลายเป็นนักกอล์ฟอาชีพที่ดีในอนาคตได้อย่างแน่นอนค่ะ ขอบคุณฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่จัดกิจกรรมกอล์ฟคลินิกเพื่อเป็นเวทีพิเศษสำหรับเยาวชนให้ได้เรียนรู้เทคนิคการเล่นกอล์ฟและรับฟังประสบการณ์จากนักกอล์ฟอาชีพ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยสนับสนุนน้อง ๆ เยาวชนมีโอกาสประสบความสำเร็จตามแนวทางที่แต่ละคนมุ่งหวังค่ะ”

“รู้สึกตื่นเต้นและสนุกมากค่ะ ได้เรียนรู้เทคนิคและวิธีการตีลูกกับพี่ ๆ โปรกอล์ฟอาชีพจากฮอนด้าแอลพีจีเอ ไทยแลนด์ อยากกลับไปซ้อมให้เก่ง ๆ จะได้ร่วมแข่งขันในรายการนี้บ้างในอนาคต” ปัณณ์พิศา เกียรติพรศิริ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจูเนียร์กอล์ฟคลินิก กล่าว

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 ได้กลับมาเปิดบ้านต้อนรับผู้ชมในสนามอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยกำหนดจัดการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 23-26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สนามสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี ดูรายละเอียดบัตรเข้าชมและอัปเดตข่าวสารการแข่งขันได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือติดตามผ่านเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม https://www.instagram.com/hondalpgathailand

เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ปลื้ม เปอโยต์-จี๊ป ส่งมอบลูกค้า กว่า 1,600 คัน ตั้งเป้า ปี’66 รวมกว่า 1,000 คัน พร้อมส่งรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่น บุกตลาด รับกระแส EV บูม

0

บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ฝรั่งเศส เปอโยต์ และ จี๊ป ราชาออฟ-โรดสัญชาติอเมริกัน อย่างเป็นทางการในประเทศไทย แถลงผลประกอบการปี 2565 ปลื้มทั้งสองแบรนด์โตเกินเป้า ส่งมอบลูกค้าสะสมรวมกว่า 1,600 คัน เปิดแผนปี 2566 ตั้งเป้าทำยอดขายรวมกว่า 1,000 คัน ลุยขยายเครือข่ายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร พร้อมเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า เปอโยต์ 2 รุ่นใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์ ปีนี้ อีกทั้งขยายแบรนด์ระดับพรีเมียมรับแรงหนุนตลาดยนตรกรรมไฟฟ้าโตก้าวกระโดด

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “นับตั้งแต่มีการนำแบรนด์รถยนต์ เปอโยต์ เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอีกครั้ง ภายใต้การบริหารของ เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ก็ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้ชื่นชอบเอสยูวีสัญชาติฝรั่งเศส ทั้ง เปอโยต์ รุ่น 2008, 3008 และ 5008 เจ็ดที่นั่ง ดีไซน์สวยเฉียบ สมรรถนะเยี่ยม พร้อมบริการหลังการขายครบครัน จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากบริษัทแม่ สเตลแลนทิส ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย จี๊ป ราชาออฟ-โรดสัญชาติอเมริกัน อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2565 เปิดตลาดด้วยการนำเข้ารถ 2 รุ่นยอดนิยมอย่าง แรงเลอร์ รูบิคอน และ กลาดิเอเตอร์ รูบิคอน โดยภาพรวมยอดขายรถยนต์ทั้งสองแบรนด์ตลอดปีที่ผ่านมา เป็นที่น่าพอใจ และเป็นฐานข้อมูลให้เรานำมาใช้จัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ
เพื่อเสริมภาพลักษณ์ และสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนให้กับแบรนด์ ได้เป็นอย่างดี”

++เปอโยต์ เอสยูวี 3 รุ่น อีกทั้ง Special editions เพิ่มทางเลือกสำหรับกลุ่มลูกค้าพรีเมียม
ส่งมอบรถไปแล้ว 1,618 คัน พร้อมเล็งเป้า
1,000 คัน ในปีนี้

ภาพรวมยอดขาย เปอโยต์ ปี 2565 ทำได้ถึง 590 คัน เติบโตจากปีที่ 2564 ถึง 34% และมียอดขายสะสมนับตั้งแต่เริ่มกลับมาทำตลาดในเมืองไทย ในช่วงเวลาเพียง 3 ปี รวม 1,618 คัน และเชื่อมั่นว่า
ตลอดปี 2566 ด้วยความพึงพอใจของลูกค้าพร้อมการบริการ ที่ดีเยี่ยม จนนำไปสู่การบอกต่อขยายเป็น
วงกว้าง อีกทั้งสมรรถนะ และความโดดเด่นของรถที่ได้รับรางวัล Red Dot Design Awards ต่อเนื่องหลายปี จากรุ่น 2008 และ 3008 แรงหนุนเหล่านี้ จะทำให้สามารถดันยอดขายได้ถึง 1,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 70%

++ต่อยอดความสำเร็จ ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า เปอโยต์ 2 รุ่นใหม่ เดินเครื่องเต็มสูบ
สู่ยุคยนตรกรรมไฟฟ้า พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม

เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม ปลุกกระแสความนิยมผู้บริโภค ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) มีแผนนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า เปอโยต์ รุ่นใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค ได้แก่ เปอโยต์ รุ่น e-2008 ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% และรุ่น 408 ปลั๊ก-อิน ไฮบริด โดยจะเปิดตัวให้สัมผัสก่อนใครในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2566 เป็นการเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าเต็มตัว พร้อมมีแผนขยายแบรนด์ใหม่ๆ ในอนาคตจากบริษัทแม่ และเดินหน้าเพิ่มศักยภาพด้านงานบริการ เน้นความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า 

++ตลาดรถยนต์พันธุ์แกร่งสดใส ดันยอดขาย จี๊ป โตน่าพอใจ ตั้งเป้าขายปี 2566 แตะ 150 คัน

ในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปี 2565 หลังจาก เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ได้ทำพิธีลงนามกับ สเตลแลนทิส เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ จี๊ป อย่างเป็นทางการในประเทศไทย บริษัทฯ ได้มีการส่งมอบรถ จี๊ป ให้ลูกค้าไปแล้ว 46 คัน ด้วยข้อจำกัดเรื่องซัพพลายในปีที่ผ่านมา ทำให้เรามีรถที่รอการส่งมอบอีกจำนวนหนึ่ง บริษัทฯ จึงได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นกว่า 150 คัน ในปีนี้

++เตรียมเผยโฉม จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน รุ่นพิเศษ พร้อมลุยกิจกรรมทางการตลาดทุกมิติ

สำหรับแฟนตัวยงของออฟ-โรด สัญชาติอเมริกัน เตรียมพบกับ จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน รุ่นพิเศษ ที่ครบครันด้วยชุดแต่ง Mopar ลิขสิทธิ์แท้จากสหรัฐอเมริกา สะท้อนเอกลักษณ์ของรุ่นยอดนิยมดังกล่าว ซึ่งจะเผยโฉมให้ได้สัมผัสในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2566 อีกทั้งลุยกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ
โดยเน้นประสบการณ์ขับรถ จี๊ป พร้อมสานสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของ รถ จี๊ป ในประเทศไทย

++เชื่อมั่นแบรนด์ เชื่อมั่นในศักยภาพของ เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) สู่การขยาย เครือข่ายผู้จำหน่าย ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด

ด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ รูปลักษณ์ สมรรถนะ อีกทั้งเครือข่ายและบริการหลังการขายครบครัน ของ เปอโยต์ และ จี๊ป นอกจากจะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ที่สนใจร่วมธุรกิจ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสำเร็จ ปัจจุบัน เปอโยต์ มีเครือข่ายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร 9 สาขา ได้แก่ เกษตร-นวมินทร์, เยาวราช, สุขุมวิท, มีนบุรี, วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์, อุบลราชธานี, หาดใหญ่, ภูเก็ต, พัทยา และอีก 1 สตูดิโอ สยามพารากอน โดยมีแผนเปิดเพิ่มตามหัวเมืองใหญ่อีก 5 สาขา รวมเป็น 15 สาขาในปีนี้ คือ เชียงใหม่, ขอนแก่น, อุดรธานี, นครราชสีมา และกรุงเทพฯ พร้อมตั้งเป้าหมาย 20 สาขาภายในปี 2567

ส่วน จี๊ป เริ่มจากสาขาสุขุมวิท โดยตั้งแต่ต้นปี 2566 ได้ขยายเพิ่มอีก 3 สาขา ได้แก่ พัทยา, วงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ รวมถึงสาขานิมิตรใหม่ ที่คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี นอกจากนี้ยังเตรียมลุยปักหมุดในต่างจังหวัดเพิ่มอีก 5 สาขา คือ เชียงใหม่, อุดรธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา และอุบลราชธานี พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีกำลังซื้อที่ดี พร้อมกับการเปิดโอกาสสำหรับผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืน ให้กับทั้งสองแบรนด์อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ‘1488 ALWAYS CONNECTED’ ทั้ง เปอโยต์ และ จี๊ป โทร. เบอร์เดียว

 

LINE: @peugeotthailand
FACEBOOK: Peugeot Thailand
WEBSITE: www.peugeot.co.th

LINE: @jeepthailand
FACEBOOK: JeepThailand
WEBSITE: www.jeep.co.th

ฮอนด้า มอบรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ รุ่น TURBO RS แก่ 2 ผู้โชคดี โครงการทายผลแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 กับไทยรัฐ

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นางสาวมนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด และผู้จัดการทั่วไปส่วนงานองค์กรสัมพันธ์ มอบรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ รุ่น TURBO RS สีแดงอิกไนต์ มูลค่ารางวัลละ 739,000 บาท จำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่า 1,478,000 บาท ให้แก่ผู้โชคดีจากการจับไปรษณียบัตร โครงการทายผลแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 กับไทยรัฐ ในแคมเปญ “เชียร์บอลให้มัน เฮลั่นรับโชค” ซึ่งผู้โชคดี 2 ท่าน ได้แก่ นายอุกฤษฎ์ ชมวงษ์ จาก จ.ปราจีนบุรีและนายไชยยงค์ พรหมช่วย จาก จ. นครศรีธรรมราช โดยรถยนต์ฮอนด้า ฮอนด้า ซิตี้ รุ่น TURBO RS เป็นยนตรกรรมซิตี้คาร์ยอดนิยมที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยความคุ้มค่าเกินคลาส ทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง และอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO มาพร้อมห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย และมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย โดยรุ่น TURBO RS มาพร้อมดีไซน์ที่ยกระดับความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยชุดแต่งแบบเอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน โดดเด่นด้วยสีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) ที่มีเฉพาะรุ่น RS เท่านั้น

ทั้งนี้ ฮอนด้าให้การสนับสนุนรางวัลพิเศษในโครงการทายผลแชมป์ฟุตบอลโลกกับไทยรัฐอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2010 เพื่อร่วมส่งมอบความสุขให้กับแฟนฟุตบอลชาวไทย และยังเป็นการสร้างสีสันในการเชียร์กีฬาฟุตบอลระดับโลกอีกด้วย

อาวดี้ ประเทศไทย กระตุ้นตลาด ส่งสปอร์ตไอคอนตลอดกาล Audi TT Coupé Final Icon Black และ Audi TT Roadster Final Icon 200 คันสุดท้ายของรุ่น

0
Audi TT Pic Open

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาธุรกิจทั่วโลกได้พบกับความท้าทายครั้งใหญ่ ธุรกิจรถยนต์ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นDigital Disruption การเกิดธุรกิจแนวทางใหม่ๆ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังวิกฤต COVID มีเซกเมนต์ใหม่ที่เกิดขึ้นมากมาย ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นได้ชัด ถือเป็น Best Practice ของอาวดี้ ประเทศไทย ก็คือ Audi TT Coupé ซึ่งในต่างประเทศเป็นรถใน Niche Market มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ยอดขายไม่เยอะเมื่อเทียบกับเซกเมนต์อื่นๆ แต่สำหรับประเทศไทยนั้น Audi TT Coupé ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้มีความแตกต่าง และเข้ามาตอบสนอง Unmet Needs ของผู้บริโภคในเซกเมนต์รถพรีเมียมได้อย่างลงตัว”

Audi TT 1

นายกฤษณะ กล่าวเพิ่มเติม “สปอร์ตคูเป้ไอคอนตลอดกาลของอาวดี้ อย่าง Audi TT Coupé มีขนาดกระทัดรัด โดดเด่นด้านดีไซน์ ขับสนุก ใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน ราคาจับต้องได้ ทำให้ Audi TT Coupé ได้รับความนิยมจากลูกค้าในประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งรุ่นหลักที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หนึ่งใน Best-selling model ที่เป็นสัญลักษณ์ สร้างความโดดเด่นให้กับอาวดี้ ประเทศไทย มาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ธุรกิจที่สร้างความสำเร็จในการทำตลาดของอาวดี้ ประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค”

สไตล์การออกแบบ Audi TT Coupé ได้รับแรงบันดาลใจจาก The Bauhaus (เดอะ บาวน์เฮาส์) โรงเรียนด้านการออกแบบในประเทศเยอรมันที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในวงการออกแบบระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับปรัชญาการออกแบบสมัยใหม่ (Modern Design) ที่เชื่อว่าดีไซน์ที่เรียบง่าย การลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออก จะมีความร่วมสมัยเหนือกาลเวลา และที่สำคัญต้องสามารถนำไปใช้จริงได้ในชีวิตประจำวันได้

Audi TT 2

ย้อนประวัติ Audi TT Coupé เผยโฉมครั้งแรกในงาน IAA ที่แฟรงค์เฟิร์ต ในปี 1995 รูปทรงของ Audi TT Coupé เป็นไปตามหลักการออกแบบ Modern Design รูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย การออกแบบที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่จำเป็นเท่านั้น สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมในงานทันที สามปีต่อมาในปี 1998 Audi TT Coupé เข้าสู่สายการผลิตของอาวดี้ โดยแทบจะไม่มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์จากรถต้นแบบที่เคยนำเสนอไว้ ในงาน IAA และหลังจากนั้นไม่นานอาวดี้ จึงได้เปิดตัว TT Roadster ตามมา

Audi TT 12

 

Marc Lichte หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Audi กล่าวว่า “TT Coupé ได้รับแรงบันดาลใจจาก Bauhaus และปรัชญาการออกแบบสากลที่ว่า “less is more” ดีไซน์ที่เรียบง่าย ไร้กาลเวลา ทำให้ Audi TT Coupé กลายเป็นหนึ่งในไอคอนดีไซน์สไตล์ที่ไม่เคยล้าสมัย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ Audi TT Coupé เป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ อาวดี้ทุกวัฒนธรรมทั่วโลก เป็นไอคอนยอดนิยมตลอดกาล

Audi TT 5

อาวดี้ ประเทศไทย เปิดตัว Audi TT Coupé Final Icon Black รุ่นพิเศษ รุ่นสุดท้าย คงแนวความคิดต้นฉบับของ Audi TT Coupé สปอร์ตคูเป้ ลุคเข้มขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro มาพร้อมชุดตกแต่งภายนอกแบบ S line และอัพเกรดลุคกับชุดแต่ง Black Edition รอบคัน ทำให้ดูดุดันมากขึ้น ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ยางขนาด 245/35 R19 พร้อมดีไซน์ใหม่แบบ 5 ก้านคู่ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection และ Turbocharge สมรรถนะ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 5.2 วินาที ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 7 จังหวะช่วงล่างแบบ Sports (Sports suspension)

Audi TT 6

เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตหุ้มหนังสลับ Alcantara ระบบข้อมูลและความบันเทิงครบครัน หน้าปัดแบบ Virtual Cockpit ขนาด 12.3 MMI Navigation Plus เชื่อมต่อ smartphone ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว

Audi TT Coupé Final Icon Black มีให้เลือก 6 สี Glacier white, Mythos black, Chronos grey, Tango red, Turbo blue และ Python yellow ราคา 3,599,000 บาท

Audi TT Roaster Final Icon Black
สปอร์ตคูเป้เปิดประทุน ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro หลังคาผ้าพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า หลังคาผ้าใบความหนา 2 ชั้น ใช้งานสะดวกสบาย ใช้เวลาเปิดปิดเพียง 10 วินาทีเท่านั้น และสามารถกดเปิดปิดได้ระหว่างขับรถเมื่อใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Rollover bar ตกแต่งด้วยสีอลูมิเนียม TT Roadster หน้าตาโฉบเฉี่ยวด้วยกระจังหน้าแบบ Honeycomb grille ลุคดุดัน อัพเดทชุดตกแต่งภายนอก Black Edition รอบคัน ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ขนาด 9.0J x 19 พร้อมยาง ขนาด 245/35 R19 คุณภาพจัดเต็มนำเข้าจากยุโรปทั้งคัน

Audi TT 3

Audi TT 9

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection และ Turbocharge 245 แรงม้า ช่วงล่างแบบ Sports (Sports suspension) สมรรถนะ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 5.5 วินาที ให้กำลังสูงสุด 230 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 370 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 7 จังหวะ สามารถปรับโหมดแบบเกียร์ธรรมดาได้พร้อมกับ Paddle shift ขับขี่ได้สนุก ห้องโดยสารโทนสีดำเข้มขรึม เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ตหุ้มหนังสลับ Alcantara ระบบข้อมูลและความบันเทิงครบครัน หน้าปัดแบบ Virtual Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว MMI Navigation Plus เชื่อมต่อ smartphone ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว มีให้เลือก 6 สี Glacier white, Mythos black, Chronos grey, Tango red, Turbo blue และ Python yellow TT Roadster ราคา 3,899,000 บาท

Audi TT 10

“นอกจากการเปิดตัว Audi TT Coupé Final Icon Black และ Audi TT Roaster Final Icon Black ซึ่งเป็น 2 รุ่นที่อาวดี้ ประเทศไทย สั่งผลิตเป็นพิเศษ รุ่นสุดท้าย เป็นการปิดฉากรถยนต์ที่เป็น Icon ของ Audi มาเป็นเวลากว่า 25 ปี สำหรับลูกค้าในประเทศไทยแล้ว สำหรับรุ่นอื่นๆ เรายังเสริมด้วยแคมเปญ Motor Show สำหรับรถยนต์รุ่นยอดฮิต ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 5 ปี หรือดาวน์น้อยผ่อนสบาย 7 ปี ดอกเบี้ย 1.99% เช่น A5 Coupe 40 TFSI S line และ A5 Sportback 40 TFSI S line ดอกเบี้ย 0% 5 ปี ผ่อนเริ่มต้นเพียง 32,700 บาท/เดือน เมื่อดาวน์ 30% หรือเลือกดาวน์น้อย 559,800 บาท ผ่อนสบาย 7 ปี รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค กล่าว

Audi TT 11

Audi เป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถ Plug-in Hybrid TFSI e ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา เปิดบริการในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

Audi Centre Thailand 02-765-8888
Audi New Petchburi 02-023-4888
Audi Pattaya 038-197-888
Audi Phuket 076-646-666
Audi Service Chiang Mai 052-081-188
Audi Service Ratchapruek 02-034-5888
Audi Udonthani 093-161-5588

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! เพราะชีวิต ไม่ได้มีแค่มุมเดียว

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! รถยนต์เอสยูวี 7 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ใหม่สไตล์โฉบเฉี่ยว สะท้อนความหรูหราผสานดีไซน์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ และผู้ขับขี่ที่รักการผจญภัยและออกทริปเอาท์ดอร์ ด้วยฟังก์ชั่นระบบการขับขี่สุดล้ำสมัยที่เหนือกว่ารถในรุ่นเดียวกัน อย่างเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ “เอวายซี” (Active Yaw Control: AYC) ให้ความปลอดภัย เสถียรภาพการทรงตัว และความสะดวกสบายสูงสุด ในหลากหลายสภาพถนนและสภาพอากาศที่แตกต่าง

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2561 โดยนับเป็นการปฏิวัติวงการ ที่ทำให้เกิดเซ็กเมนต์ใหม่ในตลาด  ซึ่งก็คือตลาดรถเอ็มพีวีในวันนี้  และนับแต่นั้นเป็นต้นมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ก็ครองตำแหน่งแชมป์ตลาดเอ็มพีวี ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดรถยนต์เอ็มพีวีก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี”

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ได้รับการออกแบบโดยดึงจุดเด่นที่เป็นดีเอ็นเอสำคัญของรถมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มาผสมผสานกับความพรีเมี่ยมของรถคอมแพกต์เอสยูวี และกลายเป็น รถครอสโอเวอร์ ในรูปแบบที่ลงตัว และได้รับการพัฒนามาเป็น มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เจนเนอเรชั่น 2 ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานมอเตอร์ โชว์ เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2565 ซึ่งนอกจากจะมีดีไซน์ที่หรูหราแนวเอสยูวีมากขึ้นแล้ว ยังมีการตกแต่งภายในห้องโดยสารที่เน้นคุณภาพและสุนทรียภาพ พร้อมกับเกียร์ CVT ใหม่ และระบบช่วงล่างที่ดีเยี่ยมอีกด้วย

“ลูกค้าของเราต่างประทับใจในมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว ควบคุมง่าย รวมถึงห้องโดยสารที่สะดวกสบายด้วยการออกแบบจากวัสดุคุณภาพสูง และความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของกลุ่มลูกค้า ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ยังเป็นดาวเด่นรุ่นเรือธงของโมเดลนี้ ซึ่งเปี่ยมด้วยดีไซน์ที่แกร่งเท่สไตล์สปอร์ต พร้อมการตกแต่งภายในที่หรูหรา และในวันนี้ ผมขอเชิญทุกท่านสัมผัสแนวคิด Live Life Adventure’ เพราะชีวิต ไม่ได้มีแค่มุมเดียว สนุกกับทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตไปกับเจนเนอเรชั่น 2 ของเอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! ที่ให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่มั่นคงสูงสุด เข้าถึงแก่นแท้ของความเป็นมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เช่น AYC หรือ Active Yaw Control ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคมแม่นยำ และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC หรือ Active Stability Control เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมตัวรถได้ดังใจในทุกสภาพถนน ให้ความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสาร ควบคู่ไปกับการช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างดีเยี่ยม” มร.โคอิโตะ กล่าว

ด้วยสโลแกน ‘Live Life Adventure’ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถเอสยูวีที่สามารถตอบสนองทั้งการขับขี่ในเมืองใหญ่ และการผจญภัยสำหรับการออกทริปการเดินทาง เหนือกว่ารถอื่นๆ ในรุ่นเดียวกัน พร้อมท้าทายทุกเส้นทาง ด้วยรูปลักษณ์ใหม่สไตล์โฉบเฉี่ยวที่มีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น สะดวกสบายด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและประณีตทุกรายละเอียด ช่วยตอบโจทย์และรองรับทุกสมาชิกในครอบครัวให้เดินทางสู่ทุกจุดหมายได้อย่างมั่นใจ เปี่ยมสุนทรียภาพ

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ชื่นชอบการผจญภัยและมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไร้ขีดจำกัด ด้วยดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ผสมความเป็น “เอสยูวี และ เอ็มพีวี” ไว้อย่างลงตัว ด้วยรูปลักษณ์ใหม่สไตล์โฉบเฉี่ยว โดดเด่นทันสมัย สะท้อนความหรูหราผสานดีไซน์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพระดับพรีเมี่ยม จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานเป็นรถอีกคันของครอบครัวยุคใหม่ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่กว่าที่เคย” มร.โคอิโตะ กล่าว

ดีไซน์ภายนอกสุดเท่ โฉบเฉี่ยว พร้อมลุยทุกเส้นทาง

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่จากไฟหน้าจรดไฟท้ายเพื่อตอกย้ำความสปอร์ตสุดเท่เหนือชั้น แข็งแกร่งทรงพลังยิ่งขึ้น ดีไซน์ด้านหน้ารถแบบ Advanced Dynamic Shield เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะดุดตา เสริมอารมณ์เอสยูวีสุดหรูผสานความดุดัน เติมเต็มความล้ำสมัยและปลอดภัยยิ่งกว่าด้วยไฟหน้าแบบ LED ยกชุด ทั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED  ไฟเลี้ยว LED  และไฟตัดหมอก LED โดยนักออกแบบของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เสริมดีไซน์สุดเท่ด้านหลังรถด้วยไฟท้ายแบบ LED และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ติดตั้งตำแหน่งสูงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยขณะขับขี่ช่วงเวลากลางคืน

เสริมความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยสปอร์ตทูโทนขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางที่มีขนาดใหญ่ขึ้น กลมกลืนกับการตกแต่งกระจังหน้า กันชนหน้าและหลัง แผงตกแต่งข้างประตู และซุ้มล้อแบบ “ครอสดีไซน์” (CROSS Design) สุดเท่ไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ยังเพิ่มความเฉียบคมของรูปลักษณ์ภายนอกด้วยหลังคาสีดำและราวหลังคาสีดำ สีตัวถังมีให้เลือก 4 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีเขียว (Green Bronze Metallic) พร้อมด้วยสีขาวมุก (Quartz White Pearl) สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Gray) พร้อมกับมีสีทูโทนอีก 2 สไตล์ ได้แก่ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และสีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof) ให้ลูกค้าเลือกสรร

ฟังก์ชั่นห้องโดยสารสุดหรู ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย เติมสุนทรียภาพให้กับทุกการขับขี่

ภายในห้องโดยสารของมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! ตกแต่งด้วยความประณีตเพื่อสร้างบรรยากาศที่หรูหรา สบายกว่าด้วยเบาะหนังที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนสีทูโทน ดำ-น้ำเงิน พิถีพิถันในการออกแบบแผงควบคุมด้วยแนวคิด Horizontal Axis จอแสดงข้อมูลการขับขี่ (Dashboard) แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว แสดงผลข้อมูลที่จำเป็นครบครัน และพวงมาลัย 4 ก้านหุ้มหนังดีไซน์ใหม่ พร้อมสวิตช์ควบคุมระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control) สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย

นอกเหนือจากความสะดวกสบายและความโอ่โถงกว้างขวางของห้องโดยสาร ผู้โดยสารทุกที่นั่งจะได้เพลิดเพลินกับเทคโนโลยีทันสมัยมากมาย ได้แก่ หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth และการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Brake Auto Hold ช่องต่ออุปกรณ์ USB-A และ USB-C ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ ระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระ พร้อมแผงควบคุมและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่มีแผ่นกรองอากาศ PM 2.5

เทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ เพื่อคุณ และทุกคนที่คุณรัก

ตอกย้ำความเป็นรถเอสยูวีพรีเมี่ยมที่พร้อมสำหรับทุกเส้นทางและทุกสีสันของชีวิต ด้วยระบบการขับขี่ใหม่ที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีช่วยเสริมความปลอดภัยขณะเข้าโค้ง “เอวายซี” (Active Yaw Control: AYC) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ช่วยควบคุมการขับเคลื่อนให้เข้าโค้งได้กระชับแม่นยำ ปลอดภัยกว่าด้วยการควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกของล้อหน้าด้านซ้ายและด้านขวา เพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้งและรักษาเสถียรภาพการขับขี่ได้ดีบนถนนที่เปียกลื่น

ระบบความปลอดภัยอื่นๆ ประกอบด้วย ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control: ASC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน  (Hill Start Assist: HSA) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ (Emergency Stop Signal System: ESS) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า คานเหล็กนิรภัยกันกระแทกบริเวณแผงประตูและการออกแบบตัวถังด้านหน้าช่วยลดความรุนแรงจากแรงกระแทกของรถที่เกิดขึ้นกับคนเดินถนน ด้วยระยะความสูงจากพื้น 220 มิลลิเมตร ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถรุ่นอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน เสริมทัศนวิสัยที่ดีกว่าและการขับขี่ที่เหนือกว่า มั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงใหม่ให้ความนุ่มนวล นั่งสบาย และยึดเกาะถนนเป็นอย่างดี

เครื่องยนต์ และราคาขาย

ขุมพลังขับเคลื่อนของมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ ECO-Dynamic CVT ตอบสนองการทำงานกับเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่! วางจำหน่ายที่ศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั่วไทย ด้วยราคา 946,000 บาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเพียง 7,000 บาทจากรุ่นเดิม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส หรือมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 8:30 – 17:00 น.