Home Blog Page 245

เอ็มจี ตั้งเป้าหมายขึ้นท็อป 5 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสานต่อการเป็นผู้นำรถไฟฟ้าในไทย ชูนโยบาย Customer Centric เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยทิศทางเดินหน้าแบรนด์ในปี 2566 ตั้งเป้าก้าวขึ้นสู่ ท็อป 5 ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสานต่อการเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าของเมืองไทย พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย Customer Centric มุ่งยกระดับการบริการและวางแผนกลยุทธ์ในทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ยังคงนำเสนอยานยนต์ที่ก้าวล้ำเข้าสู่ตลาดเมืองไทย รวมทั้งยกระดับความแข็งแกร่งของ EV ECOSYSTEM เพื่อรองรับสังคมรถไฟฟ้าที่เติบโต ตลอดจนบริการหลังการขาย ไปจนถึงการทำตลาดรถยนต์เอ็มจีมือสอง พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็นท็อป 5 ในอุตสาหกรรม

สำหรับปี 2565 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ท่ามกลางสถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ ทั่วโลก ผนวกกับปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่เอ็มจีสามารถส่งรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดได้ถึง 4 รุ่น 4 รูปแบบพลังงาน ได้แก่ MG ZS EV, MG HS, MG VS HEV และ NEW MG4 Electric สร้างยอดขายได้ 27,293 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 3.2%  โดยเซกเมนต์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดของเอ็มจีเป็นกลุ่ม BEV (รถไฟฟ้า 100%) ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ 3 รุ่น ได้แก่ MG ZS EV, MG EP และ NEW MG4 Electric มียอดขายอยู่ที่ 3,993 คัน ยังคงยืนหยัดความเป็นผู้นำรถไฟฟ้า รองมาเป็น C-SUV จากรุ่น MG HS และ MG HS PHEV มียอดขายที่ 2,606 คัน ตามด้วย B-SUV จากรุ่น MG ZS และ MG VS HEV มียอดขายที่ 6,674 คัน ถัดมาเป็นกลุ่ม Eco Car & B-segment มียอดขาย 11,458 คัน จากรุ่น MG5 และ MG3 ตามด้วยกลุ่ม Pick up ในรุ่น  MG EXTENDER มียอดขายที่ 2,562 คัน ในส่วนของการผลิตเพื่อส่งออกสร้างยอดได้ที่ 6,684 คัน มีสัดส่วนตลาดการส่งออกเป็นประเทศเวียดนาม 82% และประเทศอินโดนีเซีย 18%

และในโอกาสครบรอบปีที่ 10 ในปี 2566 นี้ เอ็มจี พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 2 กับเป้าหมายใหญ่ในการนำพาแบรนด์สู่อันดับ 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรมยานยนต์

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทยมีแนวโน้มไปในทิศทางบวกมากขึ้นหลังวิกฤติโควิด-19  เริ่มคลี่คลาย สังเกตได้จากตัวเลขจีดีพีในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 3.2% คาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยมีผลพวงมาจากการเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างหลั่งไหลเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักอีกครั้ง รวมถึงปัจจัยจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและการส่งออก โดยในปี 2566 เอ็มจี ได้กำหนดแผนการยกระดับแบรนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สร้างการเติบโตให้แบรนด์ เอ็มจี ทะยานสู่การเป็น ท็อป 5 ของอุตสาหกรรม

ในปีนี้ เอ็มจี เตรียมสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทย โดยภายในครึ่งปีแรกมีแผนเปิดตัวอย่างน้อย 2 รุ่น และเร่งแก้ปัญหาการส่งมอบรถไฟฟ้าในรุ่นก่อนหน้าที่ไม่เพียงพอให้คลี่คลาย พร้อมเดินหน้าส่งมอบรถอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการขึ้นเป็นหนึ่งใน 5 แบรนด์รถยนต์ในไทย

ตอกย้ำการเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำตลาดรถไฟฟ้าในไทย

การเติบโตของตลาด BEV ยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นที่ เอ็มจี ได้จุดประกายให้ตลาดนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 4 ปีก่อน จนปัจจุบัน คนไทยได้ใช้รถไฟฟ้าเอ็มจีแล้วกว่า 8,000 คัน ในปีนี้ เอ็มจี ยังคงเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย การันตีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล โดยมีแรงสนับสนุนจาก SAIC MOTOR CORPORATION ตั้งเป้าส่งมอบรถอีวีเฉลี่ยเดือนละไม่น้อยกว่า 1,000 คัน รวมถึงเดินหน้าขยายระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ให้สามารถรองรับการขยายตัวของตลาดและอำนวยความสะดวกทุกพื้นที่ด้วยการเพิ่มเครือข่ายสถานี MG Super Charge เพื่อรองรับผู้ใช้บริการในทุกๆ 150 กิโลเมตรหรือน้อยกว่า ควบคู่กับการติดตั้งสถานีชาร์จในศูนย์บริการทั่วประเทศ โดยภายในสิ้นปี จะมีจำนวนสถานีชาร์จไม่น้อยกว่า 200 แห่ง

ชูนโยบาย Customer Centric ตอบโจทย์ให้ตรงจุดเพื่อความพึงใจสูงสุด

เอ็มจี พร้อมรับฟังเสียงของผู้บริโภค เพิ่มความสะดวกสบายในการรับ-ส่งข้อมูล ข่าวสารครอบคลุมทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อนำมาพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงจุดเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและอำนวยความสะดวกด้วยเป้าหมายในการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการให้ครอบคลุมครบ 77 จังหวัด และเพิ่มจำนวนศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังจาก 67 แห่ง เป็น 80 แห่งภายในปีนี้ พร้อมเพิ่มการเข้าถึงอู่พันธมิตรและบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับขั้นตอน รวมถึงการบริหารระยะเวลาในการอนุมัติซ่อม ไปจนถึงการจัดส่งอะไหล่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในวันถัดไป และในพื้นที่ต่างจังหวัดภายใน 2 วันทำการ อีกทั้ง เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับตลาดรถมือสอง เพื่อกำจัดความกังวลเรื่องราคาขายต่อด้วยการขยายจำนวน แอพพรูฟเซอร์ติฟายด์ ยูส คาร์ บาย เอ็มจี (Approved Certified Used Car by MG) อีก 5-10 แห่ง ให้รองรับการเติบโต ของแบรนด์

ในโอกาสพิเศษที่ เอ็มจี ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 1 ทศวรรษ เอ็มจี ขอขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ให้การสนับสนุน เอ็มจี มาตลอดสิบปี และเพื่อแทนคำขอบคุณในความเชื่อมั่น ส่งผลให้แบรนด์เติบโตต่อเนื่อง ทางเอ็มจีเตรียมจัดกิจกรรมส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าชาวไทยของ เอ็มจี ในต่อออฟไล พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย Customer Centric สู่ส่วนงานต่างๆ ของบริษัท เพื่อยกระดับธุรกิจขององค์กร พันธมิตรต่างๆทั้งภาครับ” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

Ducati Motor Show 2023 เริ่มแล้ว บ.โมโตเร อิตาเลียโน อัดโปรแรง ใน 3 รุ่นฮอต พร้อมให้ออกรถสุดง่าย จ่ายเริ่มต้นเพียง 4,490 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1

0

มาแล้ว!!! Ducati Motor Show โดยบริษัท โมโตเร อิตาเลียโน ประกาศอัดแคมเปญแรงให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ดูคาติทุกรุ่นแบบง่ายๆ สบายกระเป๋า พร้อมอัดโปรหนักใน 3 รุ่นสุดฮอต ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2566 นำโดย Scrambler Nightshift ที่เหลือเพียง 14 คันเท่านั้นในไทย ส่วนรุ่น Monster 937 ที่ขี่สนุกอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีมากมาย และรุ่นใหญ่สายทัวร์ริ่ง Multistrada V4 แรงสุดๆ กับเครื่องยนต์ V4 Granturismo พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ รับชุดขับขี่และชุดแต่ง มูลค่ากว่า 180,000 บาท (Enduro/Touring Set) ฟรี

บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ดูคาติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศว่า “แคมเปญ Ducati Motor Show 2023 ที่ลูกค้ารอคอย ได้เริ่มขึ้นแล้ว กับงาน “Ducati Motor Show It’s all start now” ในปีนี้ จัดใหญ่จัดหนัก แบบไม่ต้องถามวิ!! เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ดูคาติ ได้ง่ายๆ ก่อนใคร โดยเฉพาะ 3 รุ่นฮอต ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มไบค์เกอร์ เริ่มจาก Scrambler Nightshift ที่เหลือเพียง 14 คันเท่านั้นในไทย มาพร้อมแคมเปญออกรถสุดง่าย จ่ายเริ่มต้นเพียง 4,490 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และรุ่น Monster 937 ที่ชวนให้ขี่ทันที กับแคมเปญออกรถเริ่มต้นเพียง 4,530 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 ยิ่งไปกว่านั้น ในรุ่นใหญ่สายทัวร์ริ่งกับ Multistrada V4   ยังจัดให้แบบไม่เกรงใจใคร รู้แล้วต้องรีบมาจับจองเป็นเจ้าของทันที กับชุดขับขี่และชุดแต่ง มูลค่ากว่า 180,000 บาท (Enduro/Touring Set) ฟรี สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายนนี้ เท่านั้น”

นายดอม เหตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน กล่าวว่า “งาน Ducati Motor Show 2023 ปีนี้ เราจัดใหญ่ จัดหนักให้ลูกค้าได้คุ้มค่าสุดๆ และเป็นเจ้าของรถดูคาติ ได้ง่ายไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะในรุ่น Ducati Scrambler Nightshift ที่ให้ลูกค้าจ่ายเริ่มต้นเพียง 4,490 บาท ก็สามารถรับรถไปขี่ได้ทันที พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น 1 หรือ จะเลือกผ่อนสบายเพียง เดือนละ 7,484 บาท นาน 4 ปี หรือ เลือกรับ Voucher 69,000 บาท มั่นใจว่าจากข้อเสนอสุดพิเศษ และด้วยความเป็นบิ๊กไบค์ในสไตล์ Café Racer กับความคลาสสิกที่มีจำนวนจำกัด เหลือเพียง 14 คันเท่านั้น กับ Ducati Scrambler Nightshift จะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามและน่าจะถูกจองหมดตั้งแต่สัปดาห์แรก”

ความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Ducati Scrambler Nightshift คือ แฮนด์กว้างแบบต่ำแนวสปอร์ต ผสานการออกแบบของความเป็นรถแนวคัสตอมร่วมสมัย มีรูปทรงการดีไซน์ของความโฉบเฉี่ยวด้วยตัวถังขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเสน่ห์ตามแบบฉบับของ Scrambler มาพร้อมหน้าจอ Digital ทรงกลม และโทนสีอันดุดัน ตามคอนเซปต์ของ Nightshift ที่พร้อมให้คุณสัมผัสอิสระในยามค่ำคืน เร้าใจด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ L-Twin 2 วาล์ว ขนาด 803 ซีซี. ให้พละกำลังสูงสุดที่ 73 แรงม้า (53.6 กิโลวัตต์ ที่ 8,250 รอบต่อนาที) ขณะที่แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 66.2 นิวตันเมตร (ที่ 5,750 รอบต่อนาที) พร้อมกับเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการขับขี่ และระบบ ABS เพื่อเสริมความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งรุ่นนั้น คือ Monster 937 ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 150 คันในปีที่ผ่านมา และยังคงกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดย Monster 937 ถือเป็นบิ๊กไบค์ที่รวบรวมความสนุกในการขับขี่ไว้ให้ไบค์เกอร์อย่างเต็มเปี่ยม อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ มีความคล่องตัวสูง น้ำหนักที่เบาที่สุด เพียง 166 กิโลกรัม ลดลงจากรุ่น Monster 821 ไปถึง 18 กิโลกรัม ถือได้ว่าเป็นน้ำหนักที่ดีเหมาะสมมาก สำหรับบิ๊กไบค์ในกลุ่มเดียวกัน และยังทำน้ำหนักได้ดี ใกล้เคียงกับกลุ่มรถสปอร์ตตัวจริงอย่าง Panigale V4 หรือ Superleggera อีกด้วย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 937 ซีซี. 111 แรงม้า แรงบิด 93 นิวตันเมตร กับราคาเริ่มต้นเพียง 465,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อในช่วงงาน “Ducati Motor Show It’s all start now” สามารถออกรถได้ง่ายๆ กับข้อเสนอพิเศษ จ่ายเริ่มต้นเพียง 4,530 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 หรือ ผ่อนสบายๆ เพียงเดือนละ 7,750 บาท นาน 4 ปี หรือ เลือกรับ Voucher มูลค่า 71,000 บาท

สำหรับลูกค้าที่รอคอยแคมเปญพิเศษของรุ่นพี่ใหญ่สายทัวร์ริ่ง Ducati Multistrada V4 งานนี้เรียกว่า ถึงเวลาสิ้นสุดการรอคอยกันแล้ว และต้องมาจับจองเป็นเจ้าของทันที เพราะไม่บ่อยที่จะมีแคมเปญแรงๆ ออกรถแล้วได้ชุดขับขี่และชุดแต่งมูลค่ากว่า 180,000 บาท (Enduro/Touring Set) ฟรี

Ducati Multistrada V4 เป็นบิ๊กไบค์สายทัวร์ริ่งที่มาครบทั้งเทคโนโลยี และโหมดการขับขี่ที่เร้าใจสุดๆ ด้วยเครื่องยนต์ V4 Granturismo ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีจากสนามแข่งจริง มาพร้อมระบบวาล์วที่เน้นความแข็งแรงทนทานสามารถยืดอายุการเซอร์วิสตั้งวาล์วถึง 60,000 กิโลเมตร พร้อมทั้งระบบ Reverse Rotating Crankshaft เพลาข้อเหวี่ยงหมุนทวนเข็มนาฬิกา ที่สามารถช่วยต้านแรง Gyroscope effect ลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ และช่วยให้รถมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับเครื่องยนต์ V4 Granturismo ใน Ducati Multistrada V4 มีความจุถึง 1,158 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 10,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 125 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นรถ Sport Touring ที่มีพละกำลังมากที่สุดในโลก มาพร้อมกับ Monocoque frame ที่ใช้ในรถระดับซูเปอร์ไบค์ นอกจากนี้ Ducati Multistrada V4 ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ Travel, Enduro, Sport และ Urban ซึ่งทำงานร่วมกับช่วงล่างไฟฟ้า Ducati Skyhook พร้อมทั้งระบบ Cornering ABS, ระบบควบคุมการสะบัดล้อหนัง Ducati Traction Control, ระบบควบคุมแรงบิด Ducati Wheelie Control, ระบบเปลี่ยนเกียร์ Ducati Quick Shift up/down, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Vehicle Hold Control และระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ

ภายใต้แคมเปญ “Ducati Motor Show It’s all start now” ลูกค้ารถใหม่ทุกคันที่ซื้อกับบริษัทฯ จะได้รับการดูแลจาก Ducati Thailand โดยรถทุกคันจะมี Warranty หรือการรับประกันตัวรถนาน 3 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี พร้อมฟรีจดทะเบียน กับ พรบ. และยังสามารถนำยอดซื้อสินค้าชุดแต่งราคาเท่ากับ 15% ของตัวรถ เข้าร่วมการจัดไฟแนนซ์ได้อีกด้วย

Ducati Motor Show It’s all start now ถือได้ว่าเป็นแคมเปญที่คุ้มที่สุดในปีนี้ สำหรับลูกค้าที่จองและส่งมอบรถ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2566 สามารถเลือกผ่อน 0% นาน 10 เดือน สำหรับการซื้อประกันภัยชั้น 1 ในวันที่ออกรถอีกด้วย นอกจากนี้ลูกค้าที่ซื้อ Ducati Collection หรือ ชุดแต่ง ผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทยและธนาคารยูโอบี ครบ 5,000 บาท ยังสามารถแบ่งชำระ 0% ได้นาน 3 เดือน และเมื่อซื้อครบ 10,000 บาท สามารถแบ่งชำระ 0% ได้นานสูงสุด 6 เดือน

สำหรับเหล่าดูคาทิสต้า ที่รอคอยโปรโมชั่นบริการหลังการขายแบบโดนใจๆ ในช่วง Ducati Motor Show ทางบริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ก็จัดให้แบบไม่มีกั๊ก กับเซอร์วิสแคมเปญ หลังหักส่วนลดทุก 3,000 รับทันทีเสื้อ Ducati Bangkok สุดเท่ 1 ตัว

บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด เป็น ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการรายเดียวของประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 มีโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศจำนวน 7 แห่ง ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ducati.com/th ซึ่งโชว์รูมและศูนย์บริการ เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่ 8.30 – 17.30 น. หรือโทรนัดหมายได้ที่

 

Ducati Bangkok           (ดูคาติ สุวรรณภูมิ)                                 02-737-8787

Ducati Bangkok           (ดูคาติ ประดิษฐ์มนูธรรม)                       02-021-1888

Ducati Ratchapruek     (ดูคาติ ราชพฤกษ์)                                 02-076-7888

Ducati Khonkaen         (ดูคาติ ขอนแก่น)                                   043-046-8888

A.N.T. Motorsport        (ดูคาติ พิษณุโลก)                                  061-864-9999

Sirichai Motorsales      (ดูคาติ ลพบุรี)                                        036-740-421

Hatyai Automobile       (ดูคาติ ภูเก็ต)                                        088-757-4129

มาสด้าปรับโฉม NEW MAZDA MX-5 เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตหรูไปอีกขั้น เพิ่มสีใหม่ น้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ เปิดให้จองแล้ววันนี้ทุกโชว์รูมทั่วประเทศ

0

รถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุน Mazda MX-5 ถือเป็นแบรนด์ไอคอนระดับตำนานของมาสด้า เจ้าของปรัชญา จินบะ-อิไต ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ และถูกถ่ายทอดเอกลักษณ์เฉพาะนี้ไปสู่รถยนต์มาสด้าทุกรุ่น  วันนี้ มาสด้าเปิดตัวแนะนำ New Mazda MX-5 ยนตรกรรมสปอร์ตโรดสเตอร์เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด สปอร์ตเปิดประทุนด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมสีภายนอกใหม่ล่าสุด สีน้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ สะท้อนภาพลักษณ์ความสปอร์ตหรูไปอีกขั้น เอาใจลูกค้าผู้หลงใหลความสปอร์ตระดับพรีเมี่ยม ที่ยังคงเอกลักษณ์การขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจ เสริมด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการทรงตัวขณะเข้าโค้ง KPC (Kinematic Posture Control) ช่วยการยึดเกาะถนนให้แน่นหนึบยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน ปรับราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้นเพียง 7,000 บาทเท่านั้น พร้อมเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Mazda MX-5 คือรถสปอร์ตเปิดประทุนแบรนด์ไอคอนที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวมาสด้าและลูกค้าทั่วโลกมายาวนาน โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1989 ที่ Chicago Auto Show ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สามารถครองใจลูกค้าและแฟนๆ นักสะสมทั่วโลก จนกระทั่งได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่ง ที่ขายดีที่สุดในโลก และได้รับรางวัลการันตีความเป็นเลิศมากมายจากหลายประเทศ อาทิ รางวัล Japan Car of the Year ในปี 2015-2016,  รางวัล UK Car of the Year ในปี 2016, รางวัล World Car of the Year 2016 และรางวัล World Car Design of the Year 2016 จนถึงปัจจุบัน กระแสความนิยมในรถสปอร์ตเปิดประทุน Mazda MX-5 ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างยอดขายสะสมจากทั่วโลกกว่า 1,200,000 คัน ขณะที่ในประเทศไทยมีลูกค้าที่ได้ครอบครองรถสปอร์ตรุ่นนี้ไปแล้วมากกว่า 600 คัน

วันนี้ มาสด้ามีความยินดีที่จะแนะนำ New Mazda MX-5 พร้อมสีภายนอกใหม่ล่าสุด สีน้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ ซึ่งเป็นสีที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ถูกพัฒนาขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากสีโทนธรรมชาติ หรือเอิร์ธโทน และได้นำมาผสมผสานกับเอกลักษณ์การออกแบบของรถยนต์มาสด้าตามแนวทาง โคโดะ ดีไซน์ เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ความหรูหราพรีเมี่ยมให้กับรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุน Mazda MX-5 มากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังแสดงออกถึงความรู้สึกผ่อนคลายและสงบไปพร้อมๆ กัน ด้วยเหตุนี้ รถสปอร์ตรุ่นนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่าย แต่สง่างาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแนวทางการออกแบบของมาสด้าอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการยกระดับให้โดดเด่นยิ่งขึ้นตามแนวทางการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ แล้ว เมื่อนำมาผนวกเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนที่ขับสนุกที่สุด และให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม มาสด้าจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า New Mazda MX-5 จะสามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ผู้ขับขี่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถจองล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และมาสด้าพร้อมที่จะส่งมอบรถให้กับลูกค้า ภายในเดือนพฤษภาคม 2566”

แนวทางการพัฒนา New Mazda MX-5 ยังคงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขับสนุก เร้าใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มอบความสบายให้กับผู้ขับขี่ด้วยการถ่ายทอดความรู้สึกความเป็นหนึ่งอันเดียวกันระหว่างคนกับรถ ตามปรัชญา จินบะ-อิไต (Jinba-Ittai) ที่นำเอาท่วงท่าการเดินที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์มาเป็นต้นแบบในการพัฒนา และยังคงโดดเด่นหรูหราด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ทั้งสง่างาม และให้สมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรถยนต์จากมาสด้าเท่านั้น

การแนะนำ New Mazda MX-5 ที่มาพร้อม สีน้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ ซึ่งเป็นสีภายนอกใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเปิดตัวใน New Mazda MX-5 เป็นรุ่นแรก โดยเป็นสีที่แสดงออกถึงความหรูหราพรีเมี่ยม มีกลิ่นอายความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับสีซิกเนเจอร์อื่นๆ ของมาสด้า โดยบ่งบอกถึงความทรงพลังและความงดงามอันเป็นธรรมชาติที่เกิดจากการสะท้อนของแสงและเงาที่ตกกระทบบนตัวรถ โดยสีจะดูโดดเด่นมองออกเป็นสีโทนน้ำตาลทองในบางมุม และจะเห็นเป็นสีโทนเขียว เมื่อสะท้อนกับบรรยากาศของท้องฟ้าโดยรอบ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมือนแสงแดดตกกระทบลงบนต้นไม้ บ่งบอกถึงความสงบเช่นเดียวกับช่วงเวลาที่อยู่กับธรรมชาติ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่มาสด้าตั้งใจถ่ายทอดไปยังผู้พบเห็น ตามความมุ่งหวังในการสร้างสรรค์ให้รถยนต์เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เติมเต็มการใช้ชีวิต เป็นพลังที่สร้างความสุข และความมีชีวิตชีวาให้แก่ผู้ขับขี่ทุกคน

นอกจากสีภายนอกใหม่แล้ว New Mazda MX-5 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความโดดเด่นในด้านสมรรถนะการขับขี่ ตามแบบฉบับรถ Mazda MX-5 เจเนอเรชั่นที่ 4 ด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการทรงตัวขณะเข้าโค้ง KPC (Kinematic Posture Control) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดภายใต้ชุดเทคโนโลยี Skyactiv-Vehicle Dynamics เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทรงตัวขณะขับขี่ในทางโค้งในทุกสภาวะถนน โดยการเพิ่มแรงเบรกเล็กน้อยที่ล้อหลังด้านใน เพื่อลดการยกตัวของรถขณะเข้าโค้ง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน จึงช่วยมอบความสบายในห้องโดยสารและความปลอดภัยในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

New Mazda MX-5 ยังคงเอกลักษณ์ความสง่างามโฉบเฉี่ยว ด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำเมทัลลิค และคิ้วบันไดกันรอยสเตนเลส พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัย อาทิ หลังคาแข็งที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ LED Projector และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน Daytime Running Lamp ภายในห้องโดยสารเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูงและประณีตทุกจุดสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น เบาะหนัง Perforated และเดินตะเข็บด้วยด้ายเย็บสีเทา พร้อมรองรับการใช้งาน Apple CarPlay® และ Mazda Connect โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display ขนาด 7 นิ้ว พร้อมมอบสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพงถึง 9 ตำแหน่ง

New Mazda MX-5 มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน Skyactiv-G 2.0 ให้สมรรถนะความแรงสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และยังมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยม อาทิ ถุงลมนิรภัยด้านข้างและคู่หน้า ระบบสัญญานเตือนกันขโมย และระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด พร้อมอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากมายหลายระบบ อาทิ

  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced SCBS : Advanced Smart City Brake Support)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)

New Mazda MX-5 มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย

  • สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
  • สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
  • สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
  • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
  • สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue)
  • สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ (Platinum Quartz)
  • สีน้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ (Zircon Sand)

New Mazda MX-5 มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น และมีราคาจำหน่ายเท่ากัน

  • New Mazda MX-5      2.0 RF 6MT    เกียร์ธรรมดา      ราคา 2,912,000 บาท
  • New Mazda MX-5      2.0 RF             เกียร์อัตโนมัติ     ราคา 2,912,000 บาท

ลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

เปิดให้บริการแล้ว Neta รามคำแหง – หัวหมาก โชว์รูมขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ดีลเลอร์แห่งแรกของ Neta Thailand มาตรฐานในเครือ BRG

0

BRG GROUP ผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ทุ่มทุนกว่า 20 ล้านบาท Renovate โชว์รูม Neta รามคำแหง – หัวหมาก ให้เป็นโชว์รูมระดับพรีเมี่ยมในใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเน้นคุณภาพในการบริการเป็นที่หนึ่ง โดยครั้งนี้เป็นการบริหารงานของผู้บริหารที่มากความสามารถอย่าง คุณชลลธร ศรีรัตนประภาส ดูแลจาก BRG สาขารามคำแหง เป็น Neta รามคำแหงหัวหมาก ที่ถูกแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายเจ้าแรกจากค่ายรถยนต์ไฟฟ้า “Neta Thailand” ซึ่งได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก การันตีคุณภาพด้วยยอดจองกว่า 800 คัน ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยเริ่มส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า Neta V ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน 2565 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งครั้งนี้ Neta รามคำแหงหัวหมาก ยังมาพร้อมกับศูนย์บริการครบวงจร ที่ตอบโจทย์ และเข้าใจลูกค้ามากที่สุด โดยใช้ 3S เป็นหัวใจหลักอันได้แก่
– Showroom : พื้นที่ที่รังสรรค์ความสุขในการเดินทาง ภายใต้แนวคิด “A Cosy Space for NETA’s Friends” ด้วยบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย  พร้อมต้อนรับลูกค้าทุกท่านอย่างเป็นกันเอง
– Service : การบริการที่เน้นคุณภาพ พร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ และครบวงจร พร้อมช่างประสบการณ์ด้านรถไฟฟ้าโดยตรง และแถมท้ายด้วย “บริการซ่อมตัวถังและสี” ที่ให้บริการสำหรับรถ Neta โดยเฉพาะ มั่นใจได้เลยว่าทุกอย่างจะต้องสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับลูกค้าทุกท่าน
– Sparepart : ศูนย์อะไหล่แท้จาก Neta Thailand มาตรฐานโรงงาน พร้อมจัดเตรียมไว้รองรับอย่างครบถ้วน รวดเร็ว

Neta รามคำแหงหัวหมาก พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเริ่มเปิดทำการตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมเป็นต้นมา เชิญคุณลูกค้า และผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า Neta V ทุกท่านเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศสุดอิ่มใจด้วยตัวของคุณเอง มาสัมผัส และทดลองขับ Neta V ที่สาขารามคำแหง – หัวหมากได้ทุกวัน

ที่สำคัญในเร็ว ๆ นี้เรายังมีกิจกรรม Test Drive เพื่อให้คุณได้สัมผัสทุกองศา ทุกความคุ้มค่าของ NETA V กันแบบจัดเต็ม แบบExclusive ระหว่าง วันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2566 ( ผู้ที่เข้าร่วมงานลุ้นรับบัตร Starbucks ฟรี )

Map : https://goo.gl/maps/oqcos7KifohUtNoS8

แคมเปญสุดพิเศษ

–  เริ่มต้นดาวน์แค่10% /54,900.- บาท

–  ผ่อนเริ่มต้น เพียง 5,693.- บาท

– จองวันนี้ ได้โปร ขับฟรี 90 วัน ถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น

รายการโปรโมชั่นและของแถม
1. เงื่อนไขการจองขั้นต่ำ 5,000 บาท
2. ประกันภัยชั้น 1 พร้อมพรบ. ระยะเวลา 1 ปี
3. เครื่องชาร์จ Wall Box และค่าติดตั้ง ฟรี ตามอุปกรณ์มาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น
4. ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่รถยนต์เมื่อเช็คระยะ 1 ปี หรือ 10,000 ก.ม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
5. รับประกันรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 ก.ม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
6. รับประกันมอเตอร์รถยนต์ และแบตเตอรี่รถยนต (HIgh voltage battery) 8 ปี หรือ 180,000 ก.ม.
7. ฟรี ชุดพรมปูพื้น 1 ชุด (จำนวน 4 ชิ้น)
8. ฟรี ติดตั้ง ฟิล์ม รอบคัน
9. ฟรี กรอบป้ายทะเบียน

———————————————

หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ Neta รวมถึงข้อเสนอพิเศษ เชิญได้ที่โชว์รูม Neta รามคำแหงหัวหมาก หรือสอบถาม

รายละเอียดได้ที่ Lineofficial : @netabybrg(มี@ข้างหน้า),  Hotline เบอร์โทรศัพท์ 099-978-7922 หรือ 02-318-2222

โฉมใหม่ เอช เซม โมบิล่า จี สีสันสะดุดตา พร้อมข้อเสนอที่ต้องรีบจับจอง

0

บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ส่งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า H SEM MOBILA G 2022 V.2 Limited Edition อัพเกรด 3 ฟังก์ชั่นเพิ่มศักยภาพการใช้งาน โฉมใหม่ด้วย 4 สีสันสะดุดตา มาพร้อมเกียร์มอเตอร์ขนาด 3,000 วัตต์ ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 90 กม./ชม. สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 140 กิโลเมตรต่อแบตเตอรี่ 2 ลูก

H SEM MOBILA G 2022 V.2 Limited Edition เพิ่มศักยภาพการใช้งานด้วย 3 ฟังก์ชั่นใหม่ คือ ไฟหน้าแบบ Projector Headlight เบรกแบบ CBS และช่องบรรจุแบตเตอรี่ที่กว้างขึ้น เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน แถมเพิ่มความสวยงาม ดูไม่จำเจ ด้วยสีพิเศษใหม่ให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเขียว – Frosted Army Green สีดำ – Pure Black สีม่วง – Eggplant และสีดำลายเคฟล่า – Plaid Water Transfer สวยทุกสี ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ ที่สำคัญแต่ละสีมีจำนวนจำกัดและสำหรับผู้เช่าซื้อเท่านั้น

H SEM MOBILA G 2022 V.2 Limited Edition ราคา 118,740 บาท ราคานี้รวมแบตเตอรี่ 2 ลูก ลูกค้าสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 48 เดือน เฉลี่ยเดือนละประมาณ 3,000 บาท หรือ ตกวันละ 100 บาทโดยประมาณ

สามารถสอบถาม ไปดูตัวจริงและทดลองขับ ได้ที่โชว์รูม เอช เซม สาขา RCA  สาขาบางนา และสาขา CU Sport หรือโทรนัดหมายล่วงหน้าที่ 02-080-5609 หรือจะดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่  https://www.hsemmotor.com/ หรือ www.facebook.com/hsemmotor.sev  และ www.facebook.com/hsemmotor.stc

สรยท. มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ ประจําปี 2565

0

สรยท.จัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ ประจําปี 2565 เนื่องจากสมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสมาชิกฯ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรงตลอดช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ที่ต้องแบกรับค่าครองที่ชีพสูง โครงการนี้นับเป็นหนึ่งในของขวัญที่เพิ่มความสุขให้กับสมาชิกและครอบครัวในวันขึ้นปีใหม่ 2566 นี้

นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย หรือ สรยท. (Thailand Automotive Journalists Association : TAJA) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย มีมติอนุมัติให้จัดมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ ประจำปี 2565 ทั้งสิ้น 46 ทุนๆ ละ 6,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาของเยาวชน และแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในยุคที่ค่าครองชีพสูง ทั้งนี้ สมาชิกผู้ขอรับทุนการศึกษาต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ มีส่วนร่วมกิจกรรมที่สมาคมฯ จัดขึ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยแบ่งเป็น ประชุมใหญ่สามัญประจำปี กิจกรรมเสวนา/สัมมนา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

“การมอบทุนการศึกษาประจำปีนับเป็นกิจกรรมที่สำคัญของสมาคมฯ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพราะสมาคมฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาของเยาวชนที่เป็นบุตรสมาชิกที่จะเติบโตไปเป็นบุคลากรสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต โดยทุนการศึกษาที่มอบในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ที่ทำธุรกิจในเมืองไทย และรายได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลังจากมอบทุนการศึกษาเรียบร้อย ก็ร่วมพูดคุยและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกกับครอบครัว ในโอกาสนี้ทางสมาคมฯ ต้องขอขอบคุณบริษัทห้างร้านผู้สนับสนุน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างนี้ตลอดไป” นายวชิระ กล่าว

นายวชิระ กล่าวต่อไปว่า สำหรับในปีนี้ สรยท.มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สมาชิกสมาคมฯ ประจําปี 2565 จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 ณ The Hall Bangkok ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ กิจกรรมครั้งนี้ทางสมาคมฯ หวังว่าเงินสนับสนุนการศึกษาบุตรครั้งนี้ จะช่วยเหลือสมาชิกแบ่งเบาภาระได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งการศึกษานั้นมีความสำคัญที่จะเข้ามาช่วยต่อยอดสร้างองค์ความรู้ให้บุตร-ธิดา ของสมาชิกฯ ได้เติบโตเป็นอนาคตของชาติต่อไป ทางสมาคมฯ ก็จะจัดหาทุนการศึกษาเพื่อเพิ่มความสุขและรอยยิ้มให้กับสมาชิกและครอบครัวทุกปี

เปิดแล้ว! สเตลล่าร์ มอเตอร์ โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร ทั้ง ‘เปอโยต์-จี๊ป’ ครอบคลุมเมืองพัทยา และภาคตะวันออก

0

บริษัท สเตลล่าร์ มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ฝรั่งเศส เปอโยต์ และ จี๊ป ราชาออฟ-โรดสัญชาติอเมริกัน ได้ฤกษ์เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี รองรับลูกค้าโซนภาคตะวันออก ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่ม สเตลแลนทิส เจ้าของแบรนด์รถยนต์ เปอโยต์ และ จี๊ป ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า สเตลล่าร์ มอเตอร์ นับเป็นอีกหนึ่งแรง
ที่ช่วยขับเคลื่อนให้ เปอโยต์ และ จี๊ป เติบโตไปอีกขั้น โดยโชว์รูมแห่งนี้ไม่เพียงรองรับลูกค้า
ในจังหวัดชลบุรี หากยังครอบคลุมทั่วทั้งภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นระยอง จันทบุรี และ ตราด ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อที่สำคัญ ช่วยเสริมสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป

วรชน บรรณวิรุฬห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเตลล่าร์ มอเตอร์ จำกัด เผยว่า “รู้สึกภูมิใจในฐานะ ผู้จำหน่ายยนตรกรรมชั้นนำอย่าง เปอโยต์ ดีไซน์เฉียบ สมรรถนะดีเยี่ยมจากฝรั่งเศส และ จี๊ป
ยอดเอสยูวีพันธุ์แกร่ง ที่สะท้อนดีเอ็นเอความเป็นอเมริกัน โดยโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน
ครบวงจรใหม่ล่าสุด ภายใต้ชื่อ สเตลล่าร์ มอเตอร์ นับเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคตะวันออก ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ทำเลที่เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว และขนส่ง
ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ สำหรับการเติบโตของ เปอโยต์ และ จี๊ป ขอเชิญชวนผู้ชื่นชอบแบรนด์รถยนต์ชั้นนำดังกล่าว เข้ามาสัมผัสและทดลองขับรุ่นที่ชอบ ได้แล้ววันนี้”

ภายใต้พื้นที่กว่า 1,100 ตารางเมตร พร้อมสรรพด้วยโชว์รูมจัดแสดงรถยนต์ รุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างเอสยูวี เปอโยต์ 2008, 3008 และ 5008 เจ็ดที่นั่ง รวมถึง จี๊ป แรงเลอร์ รูบิคอน และ กลาดิเอเตอร์ รูบิคอน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ จี๊ป มีอุปกรณ์ตกแต่งลิขสิทธิ์แท้ ภายใต้แบรนด์ Mopar จากสหรัฐอเมริกา เตรียมไว้ให้เลือกสรรอย่างจุใจ รวมถึงมีเลานจ์ บริการเครื่องดื่มและของว่าง ให้ได้ผ่อนคลายขณะเข้ามาเยี่ยมชมโชว์รูมอีกด้วย

ขณะที่ศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจรของทั้งสองแบรนด์ เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือทันสมัย สร้างความอุ่นใจในงานซ่อมบำรุงโดยทีมช่างเทคนิค ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรมาตรฐานระดับสากล เตรียมพร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

“ซีพี โฟตอน” ปั้นดรีมทีมเสริมกลยุทธ์งานบริการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ สานต่อนโยบาย “The Future of Truck”

0

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถบรรทุกและรถบัส แบรนด์ “FOTON” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ปลุกความพร้อม เสริมแนวรุกการตลาด ปั้นดรีมทีม “Project Management” คุมเข้มรอบด้าน ขานรับแผนนโยบายรุกตลาดสู่การก้าวเป็น “The Future of Truck” แห่งวงการยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ไทย

นายกฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด เผยว่า “เพื่อให้การทำการตลาดของแบรนด์ FOTON ในปีนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น บริษัทฯ ได้เสริมทัพทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงเข้ามาดูแลและพัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อปูทางสู่การก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เร่งนำเข้ารถเพื่อการพาณิชย์หลากรุ่น ทั้งรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซล ได้แก่ Aumark Flex รถบรรทุก 4 ล้อ ไม่ติดเวลาคุ้มค่าที่สุดแห่งปี เจ้าของรางวัล “Best 4W Jumbo Truck 2022” จากเวที Thailand Car & Motorcycle Marketing Awards 2022 ของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.), Aumix รถผสมคอนกรีต ขนาด 3 และ 6 คิว และ ทัพรถบรรทุกไฟฟ้า “FOTON iBlue” ประกอบด้วย TM iBlue 45 รถบรรทุก 4 ล้อ อัจฉริยะงานขนส่ง, Aumark iBlue 85 รถบรรทุก 6 ล้อ และ EST iBlue 280 รถบรรทุกหัวลากไฟฟ้า โดยมุ่งหวังให้การพัฒนาความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์และมาตรฐานการให้บริการหลังการขายด้วยทีมงานคุณภาพในครั้งนี้ เป็นส่วนผลักดันสำคัญให้ยอดขายในปีนี้บรรลุเป้า 900-1,000 คัน ตามที่คาดการณ์ ไว้ ได้อย่างแน่นอน”

สำหรับทีมกลยุทธพิเศษ หรือ Project Management เป็นการรวมผู้เชี่ยวชาญ 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • นายสมเกียรติ มาลาฤทธิพร ผู้จัดการงานบริหารโครงการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ดูแลงานด้านแผนและนโยบายด้านการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และที่ปรึกษาโครงการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า
  • นายภูรินันท์ เมธีนันท์ ผู้จัดการงานบริหารโครงการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ดูแลงานด้านแผนและนโยบายด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • นายสุชาติ หวังมี ผู้จัดการงานบริหารโครงการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ดูแลงานแผนและนโยบายด้านการพัฒนาด้านบริการหลังการขาย

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เร่งขยายฐานผู้ใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้าในภาคธุรกิจ โดยทำโครงการความร่วมมือทดลองใช้รถบรรทุกไฟฟ้าคุณภาพระดับ Best in Class รุ่นต่าง ๆ กับผู้ประกอบการขนส่ง – โลจิสติกส์ชั้นแนวหน้าของประเทศ ตอกย้ำ Brand DNA ของ FOTON ในการเป็น “อนาคตแห่งยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ไทย” หรือ “The Future of Truck” ของผู้ประกอบการขนส่งเมืองไทย อย่างจริงจัง

MMS ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์แบบครบวงจร ฉลองครบรอบปีที่ 15 จับแจก เปอโยต์ 2008, สร้อยคอทองคำ และอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

0

บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ภายใต้กลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร (One-Stop Service) สำหรับรถญี่ปุ่นและยุโรปที่หมดระยะการรับประกัน ฉลองการดำเนินธุรกิจครบปีที่ 15 จัดแคมเปญสุดพิเศษ แทนคำขอบคุณลูกค้า ที่ได้มอบความไว้วางใจให้ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ เป็นผู้ดูแล เพียงเข้ามาใช้บริการที่ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ทุกสาขา ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรถยนต์ เปอโยต์ 2008 และอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดยมีการจับรางวัลย่อยทุก 2 เดือน ตั้งแต่ 15 มีนาคม ถึง 14 พฤศจิกายน 2566

คุณอรุณ สมุทรสาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ได้ดำเนินธุรกิจมาถึงปีที่ 15 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีการเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งเป็นผลจากลูกค้าที่ได้มอบโอกาสและความไว้วางใจ ให้เราเป็นผู้ดูแลรถยนต์เป็นจำนวนรวมกว่า 500,000 คัน และลูกค้าองค์กรกว่า 500 บริษัท รวมถึงการได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กับองค์กรระดับโลกอย่าง บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด ผู้นำด้านโซลูชั่นส์การขับเคลื่อนยานยนต์จากเยอรมนี จึงได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อเฉลิมฉลอง และแทนคำขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การก้าวเดินต่อไปจากนี้ จะเป็นก้าวย่างที่มั่นคง จากการที่เราเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการหลังการขาย ที่อยู่ภายใต้ระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่ครอบคลุมทุกมิติ ของกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ด้วยการบริหารจัดการวิเคราะห์ฐานข้อมูลได้เป็นอย่างดี รวมถึงการพัฒนาบุคลากรผ่าน ‘มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง’ (Master Automotive Training-MAT) สถาบันฝึกอบรมมาตรฐาน ที่ได้รับการยอมรับจากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลก ปัจจุบัน เรามีเครือข่ายให้บริการทั้งหมด 21 สาขา และมีโครงการเพิ่มสาขา เป็นจำนวนกว่า 30 สาขา ภายในระยะเวลา 3 ปี”

++ กว่า 15 ปี แห่งความสัมพันธ์ กับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

หนึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ เติบโตได้อย่างมั่นคง คือ การมีพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด ผู้นำด้านโซลูชั่นส์การขับเคลื่อนยานยนต์จากเยอรมนี พร้อมกับพันธมิตร ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และยางรถยนต์ชั้นนำ อาทิเช่น น้ำมันเครื่อง TOTAL, MOBIL, VALVOLINE,โช้กอัพ KAYABA, ผ้าเบรก-จานเบรก BOSCH ยางรถยนต์ Continental, Pirelli, Goodyear, Yokohama, Michelin, แบตเตอรี่ BOSCH และ TUNAP ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก และช่วยดูแลรักษารถยนต์ ยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์ จากประเทศเยอรมนี และได้เปิดศูนย์บริการ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ สาขาแรก บนถนนรามอินทรา ปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 15 ปี แห่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น อีกทั้งยังมีการพัฒนาโครงสร้าง
ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการค้าส่งและค้าปลีกกับตัวแทน และร้านขายส่งอะไหล่ชั้นนำกว่า 300 ร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งในแบบ

ออฟไลน์-ออนไลน์ และหมายเลขโทรศัพท์ 4 หลัก ‘1396 MMS CAR SERVICES AND TYRES’ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ และสร้างประสบการณ์พิเศษ ให้กับลูกค้าทุกราย

++ ปักหลักพื้นที่ยุทธศาสตร์ มุ่งขยายเครือข่ายให้บริการต่อเนื่อง

จากวันนั้น เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ก็เริ่มได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค และเป็นที่ยอมรับในตลาด พร้อมดำเนินการขยายเครือข่ายให้บริการ โดยเน้นปักหลักบนพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า อาทิ สาขางามวงศ์วาน, สุขาภิบาล 3 และสำโรง ก่อนขยายสาขาสู่ต่างจังหวัดที่ระยองเป็นแห่งแรก ภายในระยะเวลา 2 ปี มีการขยายสาขาทั้งหมดถึง 5 แห่ง และเพิ่มเป็น 10 สาขา ในอีก 3 ปีถัดมา ครอบคลุมการขยายตัวของเมืองสู่ภาคตะวันออก กับสาขาบางแสนและพัทยาตามลำดับ พร้อม 3 สาขาล่าสุด คือ พุทธบูชา กาญจนาภิเษก และศรีนครินทร์ ที่เปิดบริการช่วงต้นปีที่ผ่านมา

++ มา MMS ที่เดียวจบ ครบทุกบริการแบบ ‘One-Stop Service’

เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘หนัก-เบา เราซ่อมได้’ อาทิ การตรวจสภาพพร้อมบำรุงรักษาตามระยะทาง, ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ, เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, แบตเตอรี่, ยาง, เบรก ไปจนถึงการซ่อมช่วงล่าง, เกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์ และระบบไฮบริด โดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบัน มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อมสูงสุด 1 ปี หรือ 20,000 กม. ลูกค้าสามารถผ่อนชำระ 0% ได้หลายรายการ หรือแม้แต่โปรแกรมที่ปรึกษา ช่วยดูแลรถยนต์สำหรับลูกค้าองค์กร เพื่อช่วย
ในการควบคุมค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์การบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจร อีกทั้งให้ความสำคัญกับความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า เพื่อทำให้กลายเป็นลูกค้าประจำ หรือแนะนำลูกค้าใหม่ ให้เข้ามาใช้บริการ

++ ฉลองครบ 15 ปี MMS ลุ้นรับฟรี! รถยนต์ เปอโยต์ 2008 และอื่นๆ รวมกว่า 5 ล้านบาท

โอกาสพิเศษฉลองครบ 15 ปี เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ใจป้ำจัดแคมเปญยิ่งใหญ่ให้ลูกค้าได้ลุ้นรับ รถยนต์ เปอโยต์ 2008*, สร้อยคอทองคำ*, iPhone 14*, แบตเตอรี่ BOSCH* ยาง Continental* น้ำมันเครื่อง TOTAL* ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ TUNAP* จากประเทศเยอรมนี รวมถึงบัตรกำนัลจาก ซิกท์ รถเช่า* และอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เพียงเข้ามาใช้บริการที่ เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ทุกสาขา ครบ 4,500 บาท โดยมีการจับรางวัลย่อยทุก 2 เดือน ตั้งแต่ 15 มีนาคม ถึง 14 พฤศจิกายน 2566

ปัจจุบัน เอ็มเอ็มเอส บ๊อช คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ มีเครือข่ายพร้อมให้บริการทั้งหมด 21 สาขา คือ เกษตร-นวมินทร์, ประดิษฐ์มนูธรรม, พระราม 4, รามอินทรา, งามวงศ์วาน, สุขาภิบาล 3, สำโรง, เพชรเกษม, ราชพฤกษ์, ลำลูกกา, รังสิต, รามคำแหง, คู้บอน, พุทธบูชา, กาญจนาภิเษก, ศรีนครินทร์, ระยอง, บางแสน, พัทยา, อุบลราชธานี และภูเก็ต

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
สอบถามข้อมูล โทร. 1396 MMS CAR SERVICES AND TYRES
LINE Official: @mmsbosch
Facebook: MMSBoschcarservice
www.mmsboschcarservice.com

 

SUZUKI CELERIO คอมแพ็คคาร์สุดคุ้มค่า กวาดยอดขายกว่า 4,000 คัน อัดแคมเปญพิเศษเอาใจลูกค้า โปรโมชั่นร้อนแรง ผ่อนเดือนละ 1,999 บาท

0

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า SUZUKI CELERIO คอมแพ็คคาร์สุดคุ้มค่า เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนยอดขายของซูซูกิมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปี 2557 สามารถสร้างยอดขายมากกว่า 23,000 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์  มีตัวเลขยอดขายรถยนต์หดตัวลงเป็นอย่างมาก ด้วยหลายเหตุปัจจัยส่งผลต่อการปรับตัวของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า รวมไปถึงการเดินทางในชีวิตประจำวันที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและรักษาระยะห่างจากผู้อื่นมากยิ่งขึ้น การเริ่มมองหารถยนต์ส่วนบุคคลมาเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของชีวิต แต่ด้วยสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ การคำนึงถึงความคุ้มค่า คุ้มราคา มาพร้อมกับความต้องการรถยนต์คุณภาพดี จึงเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นยอดขาย SUZUKI CELERIO ให้มีตัวเลขที่ดีเกินคาด

ในปี 2565 ที่ผ่านมา ซูซูกิปิดยอดขายประจำปีที่ 20,083 คัน ถึงแม้สถานการณ์ของอุตสาหกรรมรถยนต์ในภาพรวมจะต้องเผชิญวิกฤติขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง จนส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการส่งมอบรถให้กับลูกค้า แต่ SUZUKI CELERIO ยังคงมีความพร้อมด้านการส่งมอบ สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด และเดินหน้าเก็บเกี่ยวยอดขายไปได้มากกว่า 4,000 คัน ผนวกเข้ากับความโดดเด่นทั้งในเรื่องของสมรรถนะการใช้งานที่คุ้มค่า คล่องตัว ภายใต้ราคาจำหน่ายที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น

SUZUKI CELERIO เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างสูงสุด ส่งผลให้ฐานลูกค้าในปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งในรถทางเลือกของครอบครัวขนาดเล็กยุคใหม่ ที่วางแผนการใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ มองหาความปลอดภัยในการเดินทาง สมรรถนะการใช้งานที่ดีเกินราคา เน้นความคุ้มค่า ประหยัดพลังงาน ซึ่งล้วนแต่เป็นจุดเด่นสำคัญของ  SUZUKI CELERIO

“ความคุ้มค่าคุ้มราคายังคงเป็นจุดแข็งของรถยนต์ SUZUKI CELERIO และยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค จึงส่งผลให้อีโคคาร์รุ่นนี้ยังคงเป็นรถยนต์ที่ผู้บริโภคมองหา ด้านสมรรถนะการขับขี่รวมถึงอัตราบริโภคเชื้อเพลิงตอบสนองการใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจ” นายวัลลภ กล่าว

สำหรับ SUZUKI CELERIO ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดความคุ้มค่าและประหยัดในการใช้งาน รวมถึงความพึงพอใจในการขับขี่ เป็นรถยนต์ที่สามารถตอบสนองการใช้งานจริง ขนาดห้องโดยสารที่กว้างสบาย มีพื้นที่รองรับการเดินทางที่สะดวกสบายมากพอ ทั้งห้องโดยสารตอนหน้าและห้องโดยสารตอนหลัง รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระที่สามารถบรรจุได้มากเกินคาด มาพร้อมเครื่องยนต์ที่มอบพละกำลังและความสามารถเกินตัว โดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตร/ลิตร เสริมความมั่นใจและความปลอดภัยด้วยระบบและอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของซูซูกิ ภายใต้ราคาจำหน่ายที่กระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภค

อีกทั้งยังนำเสนอเงื่อนไขพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงการใช้งานที่แสนคุ้มค่า และเป็นเจ้าของรถยนต์สักคันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น กับแคมเปญ SUZUKI SMART DEAL ดีลสุดสมาร์ทที่พลาดไม่ได้” สำหรับผู้ที่สนใจรับข้อเสนอพิเศษผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO ตอบสนองการใช้งานด้วย 3 รุ่นทางเลือก ได้แก่ GA/MT ราคาจำหน่ายเพียง 338,000 บาท รวมถึง GL/CVT ราคาจำหน่าย 416,000 บาท และ GX/CVT ราคาจำหน่าย 442,000 บาท มาพร้อมสีภายนอกให้เลือกใช้ 4 สี ได้แก่ สีแดง สีเทา สีดำ และสีขาว (เฉพาะสีขาว เพิ่ม 3,000 บาท)

ทั้งนี้ ซูซูกิยังคงจับมือกับสถาบันการเงินเพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกด้านการอนุมัติสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อให้แก่ลูกค้า ได้แก่ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ภายใต้เงื่อนไขตามที่บริษัทฯกำหนด โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

 

ช่องทางการติดต่อ
www.suzuki.co.th
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900