Home Blog Page 247

โตโยต้า สร้างโอกาสด้านศิลปะแก่เยาวชนไทยในโครงการ “TOYOTA Dream Car Art Contest 2023”

0

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมแถลงข่าวโครงการประกวดวาดภาพระบายสี “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน หรือ “TOYOTA Dream Car Art Contest 2023”  

“โตโยต้า รถยนต์ในฝัน” หรือ TOYOTA Dream Car Art Contest” เป็นโครงการประกวดวาดภาพระบายสีระดับโลก จัดขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถของเยาวชนไทย ควบคู่ไปกับส่งเสริมการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ ผ่านการใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการวาดภาพระบายสีภายใต้หัวข้อ “รถยนต์ในฝัน” รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนรุ่นใหม่เกิดความสนใจในเทคโนโลยี และนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างโอกาส สนับสนุนความสามารถของเยาวชนไทย ให้พัฒนา  ก้าวไกลสู่เวทีระดับสากล

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “ปัจจุบันโตโยต้าให้การสนับสนุนโครงการที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพเด็ก และเยาวชนมากมาย ซึ่ง TOYOTA Dream Car Art Contest เป็นโครงการที่โตโยต้าให้ความสำคัญ และดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยเรามุ่งหวังให้เด็ก และเยาวชน ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ รวมถึงทักษะทางด้านศิลปะ โดยเน้นที่การแสดงออกทางด้านจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมกระตุ้นให้เกิดความสนใจในเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เยาวชนไทยของเราได้ประสบความสำเร็จ จนเป็นที่ยอมรับด้านความเป็นเลิศทางด้านศิลปะ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศในเวทีระดับสากล โดยโตโยต้าภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างโอกาส และสนับสนุนเพื่อมอบอีกหนึ่งความสุขให้กับสังคมไทย”

TOYOTA Dream Car Art Contest จัดขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา และส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ของเยาวชนไทย โดยมุ่งหวังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการผ่านผลงานศิลปะ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างโอกาส และสนับสนุนความสามารถของเยาวชนไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก โดยโตโยต้ามุ่งหวังที่จะยกระดับ และเสริมสร้างทักษะของเยาวชนไทยทั่วประเทศ ผ่านการจัดกิจกรรมเวิร์คชอพในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบการลงพื้นที่ เพื่อพัฒนาทักษะด้านศิลปะ และการสร้างผลงานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้พื้นฐานด้านการวาดภาพ และเสริมจินตนาการด้านความคิด ภายใต้หัวข้อ “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน” และได้สอดแทรกแนวคิด “รถรักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความร่วมมือกัน ในการสร้างสังคมแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality” ผ่านการนำเสนอผลงานรถยนต์ในฝันที่ประหยัดพลังงาน และลดการปลดปล่อยมลพิษสู่อากาศ อย่างเช่น รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน ในการประกวดครั้งนี้ด้วย 

นายศุภกร กล่าวต่อไปว่า “นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้แก่โครงการฯ และเยาวชนไทย ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด TOYOTA Dream Car Art Contest 2023 ในระดับประเทศ สำหรับเยาวชนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อันดับ 1 ของทั้ง 3 รุ่น และทุนการศึกษาพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้กับเยาวชนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ชนะเลิศจากการประกวดระดับประเทศ จะได้รับโอกาสส่งผลงานเข้าร่วมประกวด TOYOTA Dream Car Art Contest
ณ ประเทศญี่ปุ่น ผม และทางคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเชื่อมั่นว่า ผลงานของเด็กไทยใน ปีนี้ จะเป็นที่น่าจับตามอง และสามารถคว้ารางวัลจากเวทีการประกวดระดับโลกได้ในที่สุด”
 

การประกวดแบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่

  1. รุ่นระดับอายุไม่เกิน 7 ปี
  2. รุ่นระดับอายุ 8-11 ปี
  3. รุ่นระดับอายุ 12-15 ปี 

สมัครเข้าร่วมกิจกรรมประกวดภาพวาดระบายสีในหัวข้อ โตโยต้ารถยนต์ในฝัน หรือ “TOYOTA Dream Car Art Contest 2023 ได้ที่ช่องทางออนไลน์ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

ช่องทางการสมัคร      ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่  www.dreamcarthailand.com

วิธีการส่งผลงาน        ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dreamcarthailand.com

ระยะเวลารับสมัคร     ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2566

การพิจารณาผลงาน    คัดเลือกผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแต่ละรุ่นจำนวน 3 ผลงาน รวมทั้งสิ้น 9 ผลงาน

การประกาศผลผู้ชนะ  ประกาศผลการประกวดระดับประเทศเดือน มิถุนายน 2566

รางวัลการประกวดระดับประเทศ       ผู้ชนะการประกวดทั้ง 3 รุ่น จะได้รับรางวัลดังนี้

  • ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี  
  • ประกาศนียบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการ
  • ทุนการศึกษาจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

 TOYOTA Dream Car Art Contest เป็นโครงการที่โตโยต้าให้ความสำคัญ และดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง มีเยาวชนไทยประสบความสำเร็จ สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ด้วยการคว้ารางวัลระดับโลกมากถึง 35 รางวัล จากผู้เข้าร่วมประกวดกว่า 80 ประเทศทั่วโลก สามารถก้าวสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่หลังจากที่จบโครงการ โดยการได้รับทุนการศึกษาต่อต่างประเทศในสาขาศิลปะที่ตนเองสนใจ และได้รับโอกาสเข้าร่วมการประกวดในเวทีระดับโลก และในปีที่ผ่านมาได้ขยายโอกาสให้กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ได้แสดงทักษะและความสามารถในการวาดภาพ ซึ่งโตโยต้ามีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง รวมถึงเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนไทยมุ่งมั่นทำตามความฝันของตนเอง 

นายศุภกร กล่าวขอบคุณผู้มีส่วนร่วมในโครงการว่า “อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จนั่นคือ การได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผมขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ และดำเนินงาน ตลอดจนผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ที่สนับสนุน และให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรม รวมถึงการเสริมความรู้ด้านศิลปะแก่นักเรียนก่อนการประกวด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ ผมขอเป็นกำลังใจให้เด็ก และเยาวชนที่ชนะเลิศการประกวดในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จคว้ารางวัลในการประกวดระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป”

ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทย สู่พลังแห่งจินตนาการอันยิ่งใหญ่ กับการประกวดวาดภาพระบายสี Toyota Dream Car Art Contest 2023 ติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ 

Facebook : Toyota Dream Car Art Contest , Line OA: @dreamcar2023

หรือ โทร. 096-847-1417 

“โตโยต้า ร่วมขับเคลื่อนความสุข”

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สานต่อหนึ่งทศวรรษของโครงการ BMW Service Apprentice ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา

0

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านยานยนต์สมัยใหม่ โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า ให้แก่นักศึกษาอาชีวะที่มีศักยภาพ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีเป้าหมายในการดำเนินงานตามที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยมุ่งเน้นที่การผลักดันการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จึงเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลิตและพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษา การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยพัฒนาการของนวัตกรรมยานยนต์และความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องของยนตรกรรมไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ใหม่สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เราจึงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ จึงมีความมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับความสามารถของบุคลากรอาชีวศึกษาไทย เพื่อสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ รับกับความต้องการใช้งานยนตรกรรมไฟฟ้าในประเทศได้อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ BMW Service Apprentice Program และ German-Thai Dual Excellence Education Program ที่ดำเนินการมากว่า 11 ปี”

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ ได้จัดทำโครงการ BMW Service Apprentice Program ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education program – GTDEE) เพื่อมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนและเบี้ยเลี้ยงตลอดระยะเวลาสองปีในโครงการให้กับนักศึกษาอาชีวะ พร้อมอบรมความรู้และฝึกฝนทักษะในสายงานด้านช่างเทคนิคให้แก่นักศึกษา ณ ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา นักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมและจบหลักสูตรสองปีในโครงการ BMW Service Apprentice Program จะได้รับการรับรองมาตรฐานตามหลักสูตรการศึกษาและฝึกอบรมระบบทวิภาคีในต่างประเทศในระดับ A จากหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศเยอรมนี (DIHK Quality Category A) ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับดังกล่าว จะเทียบเท่ากับหลักสูตรการฝึกอาชีพสาขาเมคคาทรอนิกส์ในรถยนต์ (Automotive Mechatronics) ของประเทศเยอรมนี โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นับเป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่ดำเนินการด้วยมาตรฐานในระดับ A สำหรับนักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมโปรแกรม โดยกว่า 74% ของนักเรียนทั้งหมดที่สำเร็จการศึกษาได้เข้าทำงานกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนวัตกรรมและความนิยมในยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย นักศึกษาอาชีวะที่ผ่านการทดลองปฏิบัติงานในระหว่างที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับโอกาสในการฝึกงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ได้ผ่านการอบรมประกาศนียบัตรช่างไฟฟ้าแรงดันสูง ซึ่งประกอบไปด้วย 5 หลักสูตรเฉพาะทาง ได้แก่ หลักสูตรช่างยานยนต์ ช่างยานยนต์อาวุโส ช่างยานยนต์ขั้นสูง ช่างยานยนต์เฉพาะรุ่นรถยนต์ และช่างยานยนต์แรงดันไฟฟ้าสูง จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้กับบุคลากรอาชีวศึกษารุ่นใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม

ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี มีนักศึกษาจากสถาบันอาชีวศึกษาจาก 5 แห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) วิทยาลัยการอาชีพบางแก้วฟ้า (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) และวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ โดยเข้าร่วมโครงการ BMW Service Apprentice Program แล้ว 11 รุ่น ทั้งหมด 247 คน และสำหรับโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education Program) ซึ่งมีหลักสูตรประกาศนียบัตร 3 หลักสูตร มีนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาและวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ เข้าร่วมแล้ว 8 รุ่น ทั้งหมด 107 คน รวมทั้งหมดจากสองโครงการ 354 คน โดยมุ่งสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่นักศึกษาอาชีวะทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ เดินหน้าสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนอาชีวศึกษาไทยสู่แรงงานทักษะขั้นสูงเพื่อยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้สามารถรองรับความต้องการของผู้ขับขี่ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย รับโล่รางวัลจากกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งสนับสนุนการศึกษารถยนต์ไฟฟ้า

0

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย เป็นผู้แทนรับมอบโล่จาก นางสาวตรีนุช เทียนทอง (ขวา) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในด้านการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและยกระดับทักษะนักศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
(Electric Vehicle หรือ EV) ในงาน ONE-EV (Open Network of Education for Electric Vehicle)
ณ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี

พิธีมอบรางวัลครั้งนี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมีผู้บริหารสถานประกอบการ ผู้บริหาร และผู้อำนวยการสถานศึกษาเข้าร่วมงาน เพื่อสนับสนุนนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการ ในการมุ่งผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง  รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใต้นโยบาย “ZERO Emission”

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า“การได้รับรางวัลยกย่องจากกระทรวงศึกษาธิการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการสนับสนุนการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะขั้นสูง พร้อมกับส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นผู้นำในการสร้างความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้า”

โดยก่อนหน้านี้  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการผลิต และพัฒนาบุคลากรรวมถึงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ภายใต้บันทึกความเข้าใจครั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์สมัยใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนเป็นกลาง

จากความร่วมมือดังกล่าว มีสถานประกอบการภาครัฐและเอกชนจำนวน 16 แห่ง ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านยานยนต์ไฟฟ้า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศไทย จะร่วมผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อช่วยขับเคลื่อนตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อไป

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้มอบเครื่องยนต์ให้แก่แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี จำนวน 11 เครื่อง ในเดือนธันวาคม 2564 เพื่อยกระดับทักษะนักศึกษาอาชีวศึกษาผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติกับเครื่องยนต์จริงทั้งเบนซินและดีเซลที่ล้ำสมัยของรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นต่าง ๆ ที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย อาทิ ไทรทัน ปาเจโร มิราจ แอททราจ และเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

การได้รับโล่รางวัลครั้งนี้ รวมถึงการผนึกความร่วมมือกับหลายภาคส่วนตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มุ่งตอบแทนกลับคืนสู่สังคมไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การดำเนินงานเพื่อสังคม ‘สรรค์สร้าง เคียงข้างสังคมไทย’ ภายใต้หลักสำคัญด้าน ‘การศึกษา’ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสำคัญ 3 ด้านนอกเหนือจาก ‘สิ่งแวดล้อม’ และ ‘สุขภาพ’ มุ่งส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้ยั่งยืน

‘มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA’ เดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูศักยภาพ Lifestyle Mobility Ecosystem

0

‘มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (‘ตลาดหลักทรัพย์ฯ’) ระดมทุนเสริมความแข็งแกร่ง ชูศักยภาพผู้นำธุรกิจที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทาง (Lifestyle Mobility) อย่างครบวงจร และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ให้ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย 

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA ดำเนินธุรกิจมากว่า 2 ทศวรรษ โดยสร้างความแข็งแกร่งด้วยการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ภายใต้ชื่อ ‘MGC-ASIA Ecosystem’ ผ่านการขยายผลิตภัณฑ์ บริการและฐานลูกค้า เพื่อตอกย้ำศักยภาพการเป็นผู้นำทางธุรกิจ ที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทางอย่างครบวงจร (Lifestyle Mobility) โดยปัจจุบัน มิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ MGC-ASIA มีผลิตภัณฑ์และบริการอย่างครอบคลุม ทั้งการจำหน่ายรถยนต์ บิ๊กไบค์ เรือยอชท์ เรือแม่น้ำ และรถยนต์มือสอง พร้อมการรับประกัน บริการจัดหาลูกค้าสำหรับธุรกิจให้เช่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ บริการหลังการขายและซ่อมบำรุง บริการเช่ารถยนต์ทั้งระยะสั้น และระยะยาวพร้อมพนักงานขับ รวมถึงมีธุรกิจเสริมสร้างรายได้ระยะยาวและบริการอื่นๆ ได้แก่ บริการทางการเงินสำหรับยานยนต์และมารีน นายหน้าประกันภัย และบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล เป็นต้น นอกจากนี้ การร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งเป็นผู้ผลิตและให้บริการด้านยานยนต์ระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมสร้างให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและครบวงจรแก่ลูกค้า รวมถึงสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น

ทั้งนี้ ทีมผู้บริหารและพนักงาน ได้มุ่งสร้างความเป็นเลิศในการดำเนินงาน จากความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ในการ
สร้างประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยม ในการเดินทางอย่างครบวงจร ตลอดจนมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้วยการสร้างค่านิยมในองค์กร ให้มีส่วนร่วมและตระหนักถึงชุมชน รวมถึงพื้นฐานเพื่อการเติบโตสู่ผลกำไรอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ ประกอบธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยแบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1) กลุ่มธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ (Mobility Retail Business) ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ เป็นผู้นำเข้า และ/หรือผู้จำหน่าย รถยนต์ บิ๊กไบค์ เรือยอชท์ และเรือแม่น้ำ ในลักษณะธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ (Mobility Retail Business) รวมถึงให้บริการจัดหาลูกค้า สำหรับธุรกิจให้เช่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว โดยแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าและ/หรือผู้จำหน่าย ได้แก่ รถยนต์ Rolls-Royce, BMW, MINI, Honda และบิ๊กไบค์ BMW Motorrad, Harley-Davidson รวมถึงเรือยอชท์สัญชาติอิตาเลียน Azimut เรือแม่น้ำสัญชาติอเมริกัน Chris-Craft และบริการจำหน่ายรถยนต์มือสองรวมถึงบริการจัดหาลูกค้า สำหรับธุรกิจให้เช่าเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว VistaJet เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังเป็นผู้จำหน่ายยานยนต์ BMW, MINI และ BMW Motorrad อันดับ 1 ของประเทศไทย

2) กลุ่มธุรกิจให้บริการหลังการขาย และให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ โดยมีศูนย์บริการครอบคลุม ช่วยสนับสนุนธุรกิจหลักและสร้างรายได้ รวมถึงผลกำไรแก่กลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยกลุ่มบริษัทฯ ถือเป็นผู้นำธุรกิจการให้บริการหลังการขาย จำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ อุปกรณ์ตกแต่ง และสินค้าไลฟ์สไตล์ พร้อมบุคลากรที่ผ่านการอบรมด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเครื่องมืออันทันสมัย เพื่อรองรับการให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบันและอนาคต  และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพ รวมถึงสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น

3) กลุ่มธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์และพนักงานขับ โดยธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์ระยะยาว เน้นการให้บริการ
แก่กลุ่มลูกค้าบริษัทขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีระยะเวลาการเช่า 2 – 5 ปี พร้อมให้บริการครบวงจรตลอดระยะเวลาของสัญญาเช่า บริการเช่ารถยนต์ระยะสั้นภายใต้แบรนด์ระดับโลก ‘Sixt Rent a Car’ ที่มีศูนย์บริการมากกว่า 4,500 สาขา ในกว่า 105 ประเทศทั่วโลก โดยมีเครือข่ายกับบริษัทชั้นนำของโลกเป็นพันธมิตร ทางบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐในการบริหารจัดการรถยนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้นำระดับประเทศ ในการประชุม ASEAN SUMMIT เมื่อปี 2562 รวมถึงงานประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ปี 2565 (APEC 2022) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ได้ขยายบริการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจอย่างครบวงจร ผ่านสินค้า และบริการที่เกี่ยวเนื่องแก่ลูกค้าและองค์กร โดยมีกลุ่มธุรกิจให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร นายหน้าประกันภัย บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และดิจิทัลแพลตฟอร์ม รวมถึงบริการทำความสะอาดและเคลือบสีรถยนต์ ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่ากลุ่มบริษัทฯ วางเป้าหมายการขยายศักยภาพทางธุรกิจ ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมวางแผนต่อยอดและขยายธุรกิจมารีนในภูมิภาค เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายใหม่ ผ่านทุกแพลทฟอร์มทางธุรกิจ การขยายสู่บริการทางด้านการเงิน การเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์สำหรับยานยนต์หรูทุกประเภทผ่านบริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด (Alpha X) ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับ บริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) และบริการนายหน้าประกันภัย ผ่านบริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด และอื่นๆ

“กลุ่มบริษัทฯ ได้วางแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตทั้งในประเทศและภูมิภาค เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจครบวงจร รวมถึงสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ นอกจากนี้
MGC-ASIA ให้ความสำคัญกับการยกระดับความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจแบบธรรมาภิบาล ตลอดจนมุ่งเน้นนโยบายรักษ์โลก ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนสู่องค์กรคาร์บอนต่ำเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว” ดร.สัณหวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ ล่าสุด บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 336,000,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ โดยมีแผนนำเงินไปลงทุนในบริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด และบริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่กลุ่มบริษัทฯ ได้ในระยะยาว นอกเหนือจากการนำไปชำระเงินกู้จากสถาบันการเงิน และเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนในการสร้างการเติบโตในการดำเนินธุรกิจ

อีซูซุ จัดการแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขาย พร้อมแสดงความยินดีกับแชมป์โลก I-1 Grand Prix 2022

0

อีซูซุตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ด้วยการจัดการแข่งขัน “ทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2565” รอบชิงชนะเลิศ เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะให้กับเจ้าหน้าที่ของผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพในการให้บริการและสร้างความพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

ทั้งนี้ภายในงานยังมีการร่วมแสดงความยินดีกับทีมช่างอีซูซุซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันทักษะระดับนานาชาติ หรือ I-1 Grand-Prix ประเภทรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ จากผู้เข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้น 35 ประเทศ ได้แก่ คุณสมชาย ตากองแก้ว จากบริษัท ธารา จำกัด และ คุณวัชรินทร์ อินต๊ะขัด จากบริษัท อีซูซุเชียงรายบริการ (2002) จำกัด สำหรับประเภทรถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากผู้เข้าแข่งขันทั้งสิ้น 22 ประเทศ ได้แก่คุณอนันท์ มณีสร้อย จากบริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด และคุณชลอ พรามแผลง จากบริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด

มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า ในช่วงหลายปี  ที่ผ่านมา เราต่างได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 แต่ด้วยการผนึกกำลังร่วมกันของกลุ่มตรีเพชรและผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจอีซูซุสามารถก้าวข้ามความท้าทายที่สำคัญนี้มาได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดรถบรรทุกและรถปิกอัพของเมืองไทยไว้ได้อย่างมั่นคงอีกด้วย แม้ว่าในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมาจะทำให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งยังคงความสำคัญตลอดมา คือ ความสามารถในการสร้างความพอใจให้กับลูกค้าทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ ดังนั้น บุคลากรทั้งด้านการขายและธุรกิจหลังการขายนั้นจำเป็นต้องผนึกกำลังทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้า เราจึงมีนโยบายหลักประการหนึ่งในการพัฒนาบุคลากร โดยการจัดการแข่งขัน “ทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ” ขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าได้ต่อไป”

การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2565 รอบชิงชนะเลิศนี้   ผู้เข้าแข่งขันต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานการปฏิบัติงานแต่ละด้าน โดยประกอบด้วยการแข่งขัน 5 ประเภท สำหรับรอบชิงชนะเลิศนี้มีเจ้าหน้าที่ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 90 คน จาก ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 513 คน  โดยมีเงินรางวัลรวมมูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งผลการแข่งขันมีดังนี้

  • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ได้แก่

คุณนพวรรณ แสงเจริญรัตน์ จากบริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ได้แก่

คุณประเสริฐ ระเบียบดี จากบริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ได้แก่

คุณธวัชชัย รักความสุข จากบริษัท ชลบุรีอีซูซุเซลส์ จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ได้แก่

คุณอังกูรรัตน์ นาคีรักษ์ จากบริษัท ธารา จำกัด

  • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษางานบริการ มัลติฟังก์ชั่น ได้แก่

คุณอนุรักษ์ เผือกผ่อง จากบริษัท อีซูซุชัยนาท จำกัด

“หลังจากทราบผลก็หายเหนื่อยเลยค่ะ เพราะมีการเตรียมตัวอย่างหนักตั้งแต่การอ่านหนังสือ หาข้อมูล และเรียนรู้รายละเอียดต่างๆของรถอีซูซุอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามนอกจากการแข่งขันแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำทักษะและประสบการณ์ที่ได้รับไปให้บริการลูกค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด เพื่อสร้างความประทับใจและพอใจสูงสุดของลูกค้าค่ะ” คุณนพวรรณ แสงเจริญรัตน์ หนึ่งในผู้ชนะเลิศทักษะด้านการขาย กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

ฟอร์ด สนับสนุนพันธมิตรศูนย์ FREC กรุงเทพฯ จัดแสดงผลงานใน Bangkok Design Week 2023

0

ฟอร์ด ประเทศไทย สนับสนุนพันธมิตรศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือ ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ นำเสนอผลงานในเทศกาลการออกแบบ (Bangkok Design Week 2023) ในย่านนางเลิ้ง ซึ่งเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรม ทั้งนาฏศิลป์ ดนตรี และอาหาร ภายใต้แนวคิด ‘Enlighten Nang Loeng’ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเมืองที่น่าอยู่และเป็นมิตรกับคนเมือง โดยฟอร์ดได้นำพนักงานและสื่อมวลชนร่วมเปิดประสบการณ์นางเลิ้ง ชม 7 ผลงานออกแบบสร้างสรรค์ และชมนิทรรศการ ‘Ford Presents Enlighten Nang Loeng’ โชว์แสงสีแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ ณ โรงเรียนสตรีจุลนาค

ฟอร์ดให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการดำเนินงานแบบใส่ใจดูแลกันและกัน โดยปีนี้เป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดได้ร่วมสนับสนุนพันธมิตรศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ร่วมงานเทศกาลการออกแบบ ภายใต้แนวคิด ‘เมือง-มิตร-ดี: Urban‘NICE’zation’ เพื่อนำเสนอการออกแบบที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคน โดยพันธมิตรศูนย์ FREC กรุงเทพฯ นำโดยศูนย์วิจัยชุมชนเมือง หรือ USL ได้ทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนจัดแสดงนิทรรศการออกแบบสร้างสรรค์ในพื้นที่ย่านนางเลิ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ย่านเศรษฐกิจของเทศกาลการออกแบบกรุงเทพฯ ในปีนี้

ภายในงานสื่อมวลชน และพนักงานฟอร์ดได้รับฟังข้อมูลโครงการที่น่าสนใจของมูลนิธิรักษ์อาหาร (Scholars of Sustenance Thailand – SOS Thailand) และโครงการ Urban Learning Day ของศูนย์วิจัยชุมชนเมือง ที่ได้ร่วมกับเครือข่ายมิตรเมืองจากภาคส่วนต่างๆ ในกิจกรรมที่สะท้อนถึงความสำคัญงานของออกแบบสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ในกรุงเทพฯ

สื่อมวลชนได้ร่วมเปิดประสบการณ์ศิลปะในย่านนางเลิ้งผ่าน 7 ผลงานที่รังสรรค์โดยกลุ่มศิลปิน Sense of Nang Loeng และศิลปินชาวฝรั่งเศส เอลวีร์ บ็องดูแอ็ล (Elvire Bonduelle) ที่มีชื่อเสียงด้านการนำตัวอักษรมาสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะ โดยเส้นทางชมงานประกอบด้วย สวนพี่แดง, Parkpods, บ้านนางเลิ้ง, จุบจิบจับใจ, Memorial Wall, Sartorial ก่อนจะปิดท้ายกิจกรรมด้วยงานแสดงไฟแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ ‘Ford Presents Enlighten Nang Loeng’ ณ โรงเรียนสตรีจุลนาค ซึ่งศูนย์วิจัยชุมชนเมืองได้ร่วมกับศิลปิน KIMBAB:) and friends รังสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ จากสถาปัตยกรรมของโรงเรียนสตรีจุลนาค ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าแก่ในย่านนางเลิ้ง เพื่อนำผู้ชมย้อนไปถึงเรื่องราวและประสบการณ์ร่วมในวัยเรียนผ่านแสง และอัตลักษณ์ของสถาปัตยกรรมภายในโรงเรียน 

ผู้สนใจเข้าร่วมชมงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ Bangkok Design Week 2023 ย่านนางเลิ้ง สามารถเข้าร่วมงานได้ที่โรงเรียนสตรีจุลนาค ถนนหลานหลวง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 โดยติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเฟซบุ๊ค FREC Bangkok และท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่กิจกรรมผ่าน Hashtag #2023ไปด้วยกันกับฟอร์ด #FordXFRECBKK #ExperienceNangLoeng

เบนซ์ไพรม์มัส บุกตลาดภาคตะวันออก ปูพรมจัด Road Show ต้อนรับเทศกาล Valentine

0

“เบนซ์ไพรม์มัส” บุกตลาดภาคตะวันออก ปูพรมจัด Road Show ต้อนรับเดือนแห่งความรัก นำ 2 ลักชัวรีหรู “EQS 500 4MATIC AMG Premium / Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION อวดโฉมครั้งแรก พร้อมทัพ  Mercedes-Benz Certified พิเศษ! รับ ฟรี MBSP นานสูงสุด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ประเดิมวันที่  17-23 ก.พ.66 และ วันที่ 2-12 มี.ค.66 ที่เทอมินอล 21 พัทยา กับวันที่ 23 ก.พ. – 1 มี.ค.66 ที่เซ็นทรัล ระยอง

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ Mercedes-EQ อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า หลังจากที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้รับสิทธิ์เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ในเขตพัทยา จังหวัดชลบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อรองรับลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการ ภายในเดือนมีนาคมศกนี้

ดังนั้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรและผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้งเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายและสร้างความคึกคักในตลาดรถยนต์ระดับหรูของภูมิภาคดังกล่าว ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงมีนโยบายที่จัดกิจกรรมแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG และ Mercedes-EQ รวมทั้ง Mercedes-Benz Certified รุ่นต่างๆ ในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง โดยมีรายละเอียดดังนี้

-วันที่ 17-23 ก.พ.66 บริเวณหน้าหอไอเฟล ชั้น G-Paris ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี

-วันที่ 2-12 มี.ค.66 ชั้น M-London ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี

-วันที่ 23 ก.พ.–1 มี.ค.66 งาน Auto Showcase มหกรรมยานยนต์เพื่อคนระยอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า จ.ระยอง     

สำหรับรถยนต์ที่นำมาจัดแสดงและเป็นรุ่น Highlight ในกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่

EQS 500

-Mercedes-EQ รุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium ยานยนต์พลังไฟฟ้า 100 % ที่ผสานฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมที่สุดแห่งเทคโนโลยีและการดีไซน์ สะท้อนยานยนต์แห่งโลกอนาคต ในราคาเริ่มต้นที่ 7,900,000 บาท

– Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION สปอร์ตลักชัวรี สมรรถนะสูง โฉบเฉี่ยว เร้าใจ ราคา 4,490,000 บาท

พร้อมรถยนต์รุ่นล่าสุด Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium หรูหรา สง่างาม เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่บ่งบอกตัวตนอย่างแท้จริง จำหน่ายในราคา 4,640,000 บาท และ Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive รถ SUV ที่ตอบโจทย์ทั้งความอเนกประสงค์ และความหรูหรา เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีที่ชาญฉลาด ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 4,699,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ Mercedes-Benz Certified อายุไม่เกิน 8 ปี หรือเลขไมล์ไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร โดยทุกคันผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน Mercedes-Benz นำมาจัดแสดงและจำหน่ายในราคาสุดพิเศษ อาทิ  Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium, Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic เป็นต้น

พิเศษ! ในช่วงเทศกาล เดือนแห่งความรัก ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งจองและเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG รุ่นที่ร่วมรายการ รับฟรี! MBSP นานสุด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ ฟรี MBSP นาน 3 ปี พร้อมประกับภัยชั้น 1 นาน 1 ปี  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 095 5555 หรือ www.benzprimus.com

เปอโยต์-จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล สยายปีกครั้งใหญ่ ปักหมุดย่านพระราม 5-ราชพฤกษ์ อวดโฉมโชว์รูมทันสมัย รองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

0

ฤกษ์ดีต้นปีใหม่ บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ ‘เปอโยต์’ และ ‘จี๊ป’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยโฉมโชว์รูมใหม่ดีไซน์ทันสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน เด่นตระหง่านในย่านวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ รองรับการเติบโตทางธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ภูยส มังกรกาญจน์, ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไลอ้อน ออโตโมบิล จำกัด (แบรนด์พันธมิตร) เผยว่า “เราเป็นผู้จำหน่ายเอสยูวีสัญชาติฝรั่งเศส เปอโยต์ รุ่น 2008, 3008 และ 5008 7 ที่นั่ง ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะและดีไซน์รางวัล Red Dot Design Awards ปี 2020 รวมถึงราชาออฟ-โรดสายพันธุ์แกร่งสัญชาติอเมริกัน อย่าง จี๊ป ที่ครองใจผู้ชื่นชอบรถยนต์สไตล์นี้ โดยทั้งสองแบรนด์ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ปัจจุบัน เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ มาตรฐาน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้แก่ สาขาเกษตร-นวมินทร์, เยาวราช, สุขุมวิท, อุบลราชธานี, หาดใหญ่ และภูเก็ต รวมถึงสตูดิโอสำหรับเลือกชมรุ่นรถต่างๆ ของ เปอโยต์ ที่สยามพารากอน ขณะที่ จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน สาขาสุขุมวิท

จากการเติบโตของธุรกิจที่ผ่านมา เรามีแผนขยายสาขาโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และมองเห็นศักยภาพในย่านพระราม 5-ราชพฤกษ์ ที่กำลังขยายตัวของธุรกิจการค้า โดยตั้งเป้าหมายรองรับการให้บริการสำหรับลูกค้าในย่านฝั่งธนบุรี นนทบุรี และปทุมธานี โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ชอบความท้าทาย และมีไลฟ์สไตล์สอดคล้องกับรถยนต์ทั้งสองแบรนด์”

สำหรับโชว์รูมใหม่ล่าสุดของ จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล สาขาวงเวียนพระราม 5-ราชพฤกษ์ นับเป็นโชว์รูมรถ จี๊ป แห่งที่สอง หลังจากประสบความสำเร็จจากการขายที่โชว์รูมสุขุมวิท ส่วน เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล เป็นสาขาที่แปด ในประเทศไทย ตัวอาคารได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่นทันสมัยพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก จัดสรรพื้นที่อย่างลงตัวโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางออกแบบและตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เน้นโทนสีขาว ปลอดโปร่ง สบายตา ช่วยเพิ่มมุมมองการชมรถ เปอโยต์ และ จี๊ป รุ่นต่างๆ ได้รอบด้าน

นอกจากการออกแบบพื้นที่ภายในโชว์รูม ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์แล้ว ยังได้เตรียมความพร้อม
ด้านบริการหลังการขาย โดยมีทีมช่างมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี จากสถาบันฝึกอบรม มาสเตอร์
ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง (MAT) ที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมเครื่องมืออันทันสมัย จึงมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจเมื่อเข้ามารับบริการ ทั้งนี้ ศูนย์บริการมาตรฐานของทั้งสองแบรนด์ เตรียมพร้อม
จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในเดือนมีนาคมนี้

นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ เปอโยต์ และ จี๊ป ที่กำลังเติบโตอย่างมีทิศทาง ตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์ ที่ใช่เพียงประโยชน์ใช้สอยด้านการขับขี่ หากยังสอดรับกับไลฟ์สไตล์
ของผู้คนยุคใหม่ ได้อย่างลงตัว…

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ‘1488 ALWAYS CONNECTED’ ทั้ง จี๊ป และ เปอโยต์ โทรเบอร์เดียว

 

เปอโยต์ ไลอ้อน ออโตโมบิล
LINE: @peugeot_lion
FACEBOOK: Peugeot Lion Automobile
WEBSITE: www.peugeot.co.th

จี๊ป ไลอ้อน ออโตโมบิล
LINE: @jeep_lion
FACEBOOK: Jeep Lion Automobile
WEBSITE: www.jeep.co.th

ฟอร์ด จับมือทีมออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง หวนคืนสนามฟอร์มูล่าวันฤดูกาลแรกปี 2026

0

ฟอร์ด ประกาศลงสนามฟอร์มูล่าวันอีกครั้งหลังจากห่างหายไปกว่าสองทศวรรษ โดยจับมือเป็นพันธมิตรระยะยาวกับเรดบูล พาวเวอร์เทรนส์ พัฒนาเครื่องยนต์ไฮบริด เจเนอเรชันใหม่เพื่อลงสนามแข่งฟอร์มูล่าวันในฤดูกาลปี 2026 เป็นต้นไป

ทีมเรดบูล ฟอร์ด (Red Bull Ford) จะพัฒนาเครื่องยนต์ให้กับทีมออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง และทีมสคูเดอเรีย อัลฟ่าทอรี ตั้งแต่ปี 2026 ถึงปี 2030 เป็นอย่างน้อย

“นี่คือตำนานบทใหม่ของฟอร์ดในประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ตที่ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ทวดของผมได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาหลังจากชนะการประลองความเร็ว” มร. บิล ฟอร์ด ประธานบริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “ฟอร์ดได้ร่วมกับทีมแชมป์โลกอย่างออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง เพื่อกลับสู่จุดสูงสุดของวงการ โดยนำนวัตกรรมของฟอร์ด ความยั่งยืน และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นจุดแข็งของฟอร์ดมาอย่างยาวนานกลับสู่สนามแข่งที่คนให้ความสนใจมากที่สุดเวทีหนึ่งในโลก”

นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป ฟอร์ดและเรดบูล พาวเวอร์เทรนส์ จะร่วมกันพัฒนาเครื่องยนต์ตามกฎระเบียบใหม่ ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 350 กิโลวัตต์และเครื่องยนต์สันดาปแบบใหม่ที่รองรับเชื้อเพลิงทางเลือก พร้อมลงสนามในฤดูกาล 2026

“การที่ฟอร์ดจับมือกับทีมเรดบูล เรซซิ่ง กลับมาลงสนามฟอร์มูล่าวัน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการนำเสนอรถยนต์และประสบการณ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย” มร. จิม ฟาร์ลีย์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าว “ฟอร์มูล่าวันจะเป็นแพลตฟอร์มที่คุ้มค่าในการพัฒนานวัตกรรม แบ่งปันแนวคิดและเทคโนโลยี และช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าใหม่อีกกว่าสิบล้านราย”

ฟอร์ดจะมอบความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคทุกด้านที่จะเป็นประโยชน์ต่อทีมแข่งที่มีศักยภาพในการแข่งขันชิงแชมป์โลก โดยจะร่วมกันพัฒนาเครื่องยนต์สันดาป เทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ควบคุมเครื่องยนต์ และการวิเคราะห์

“การร่วมมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีในการต้อนรับฟอร์ดกลับสู่สนามฟอร์มูล่าวัน” มร. คริสเตียน ฮอร์นเนอร์ หัวหน้าทีมและซีอีโอของออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง กล่าว “ในฐานะผู้ผลิตเครื่องยนต์อิสระ การได้ความรู้ความเชี่ยวชาญจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่างฟอร์ดโดยตรง ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง ฟอร์ดอยู่ในประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานหลายชัวอายุคน ตั้งแต่จิม คลาร์ก ไปจนถึง ไอร์ตัน เซนนา และไมเคิล ชูมัคเกอร์ การที่เรดบูล พาวเวอร์เทรนส์ จะเปิดประวัติศาสตร์บทใหม่กับฟอร์ดในนาม เรดบูล ฟอร์ด จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างมาก ปี 2026 อาจดูเหมือนยังอีกไกล แต่งานของเราได้เริ่มขึ้นแล้ว และเราพร้อมสร้างอนาคตใหม่ให้ทีมออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง”

ทั้งนี้ ฟอร์ดลงทุนกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.65 ล้านล้านบาท เพื่อปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยปัจจุบันเป็นบริษัทที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา จากความสำเร็จของรถกระบะเอฟ-150 ไลท์นิ่งและรถฟอร์ด มัสแตง มัค-อี นอกจากนี้ รถฟอร์ด อี ทรานซิสยังเป็นผู้นำตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในหลายประเทศทั่วโลก ฟอร์ดพร้อมตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และมีเป้าหมายที่จะส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ปีละ 600,000 คันทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ และปีละ 2 ล้านคันทั่วโลกภายในปี 2026 ตามนโยบายฟอร์ด พลัส

นอกจากนี้ ในปี 2026 ฟอร์ดจะเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวที่มีรถเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงฟอร์มูล่าวัน ประกอบด้วยสนาม ดับบลิวอีซี (WEC) และ ไอเอ็มเอสเอ (IMSA) รวมถึงการส่งมัสแตง จีที 3 ลงสนามแข่งขันเลอ มังส์ 24 ชั่วโมง (Le Mans 24 Hours) รถฟอร์ด เอ็ม-สปอร์ต พูมา ไฮบริด แรลลี 1 ลงสนามดับบลิวอาร์ซี (WRC) รถเรนเจอร์ แร็พเตอร์ และบรองโค ลงสนาม บาฮา 1000 (Baja 1000) และฟอร์ด มัสแตง ลงสนามแนสคาร์ (NASCAR) เอ็นเฮชอาร์เอ (NHRA) และ ซูเปอร์คาร์  (Supercars) โดยฟอร์ดจะใช้ความรู้และประสบการณ์จากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตมาช่วยเร่งการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ให้แก่ผู้บริโภค พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตร ณ จุดสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตเพื่อส่งเสริมการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าของฟอร์ดต่อไป

“ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้น” ฟาร์ลีย์ กล่าว “เรามุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะในสนาม   ฟอร์มูล่าวันซึ่งเป็นสุดยอดสนามมอเตอร์สปอร์ตร่วมกับทีมเรดบูล เรซซิ่ง คุณจะได้เห็นรถสปอร์ตคูเป้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่างมัสแตง ลงแข่งในสนามเริ่มต้นไปจนถึงสนามแข่งซูเปอร์คาร์ของออสเตรเลีย สนาม   แนสคาร์ เลอมังส์ และฟอร์ดจะสานต่อการเป็นผู้นำด้านการแข่งขันบนเส้นทางทางออฟโรด ทั้งในการแข่งขันรเวิร์ลด์ แรลลี แชมปเปียนชิป (World Rally Championship) คิงออฟแฮมเมอร์ส (King of Hammers) และบาฮา 1000 และอีกหลายสนาม และเราจะสร้างความตื่นเต้นต่อเนื่องด้วยรถโชว์สุดเท่อย่าง ซูเปอร์แวน 4 และมัสแตง มัค-อี 1400”

อีซูซุระเบิดความมันส์! ท้าประลองความเร็วในการแข่งขัน ISUZU RACE SPIRIT 2022 รอบชิงชนะเลิศ ค้นหาสุดยอดรถ “อีซูซุ ดีแมคซ์” เร็วสุดขีด จี๊ดสุดขั้ว

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จัดแข่งขัน “ISUZU RACE SPIRIT 2022” รอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันความเร็วครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองไทย กลับมาระเบิดความมันส์อีกครั้ง เพื่อเฟ้นหาสุดยอดรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ที่เร็วและแรงที่สุดแห่งปี นำเหล่านักแข่งสุดยอดแชมป์จากสนามรอบคัดเลือกมาร่วมประลองความเร็วทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และกิจกรรมความบันเทิงสุดเร้าใจอีกมากมาย พบกับบรรดาเหล่านักแข่งที่รักในความเร็วและมอเตอร์สปอร์ตตัวจริง ณ สนามบางกอกแดร็ก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันพัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน ISUZU RACE SPIRIT 2022 เป็นการจัดการแข่งขันรถยนต์ทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ที่จัดการแข่งขันในรอบคัดเลือก ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2565 เพื่อเก็บคะแนนรวมทั้งหมด 4 สนาม เพื่อนำผู้ชนะในแต่ละสนามมาชิงชัยความเป็นเจ้าแห่งความเร็วตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 1.3 ล้านบาท รวมทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่

  • รุ่น All New Isuzu 2020 Turbo Standard
  • รุ่น All New Isuzu Pro 1.9 Blue Power
  • รุ่น All New Isuzu Pro Turbo 3000
  • รุ่น Isuzu Pro F55
  • รุ่น All New Isuzu Pro Modify
  • รุ่น Isuzu Dragster Diesel
  • รุ่น Isuzu Open Unlimited

โดยการจัดการแข่งขันในปีนี้ ได้เพิ่มรุ่น All New Isuzu 2020 Turbo Standard เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มลูกค้าอีซูซุ ดีแมคซ์ รถบ้านยางบาง สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ด้วย โดยการนำรถยนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาร่วมประชันความแรงและพิสูจน์สมรรถนะอันยอดเยี่ยมสไตล์สปอร์ตเรซซิ่ง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถปิกอัพเมืองไทยของอีซูซุ โดย ISUZU RACE SPIRIT 2022 นับเป็นการแข่งขันรถยนต์ DRAG DIESEL ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตที่อีซูซุจัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากนักแข่งขันและผู้ชมที่ติดตามและให้กำลังใจในแต่ละสนาม และยังถือเป็นการรวมเหล่าสุดยอดรถแข่งเครื่องยนต์อีซูซุจากสำนักแต่งชั้นนำของเมืองไทยไว้อย่างครบถ้วน อาทิ หนุ่ย&เป๋อ สุพรรณ  เบิร์ดหลัก 5  มนตรีดีเซล  เอ้ ปลาทู  เอ๋เทอร์โบ นครปฐม  เจี๊ยบ เซอร์วิส นครปฐม  เบิร์ด เหม่ง Pro Garage รวมถึงนักแข่งรถชั้นนำที่ส่งรถอีซูซุเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อทำลายสถิติของตัวเอง และชิงความเป็นที่หนึ่งของเครื่องยนต์อีซูซุ ประจำปี 2022” 

โดยผลการแข่งขันที่สุดของความเร็ว ที่เฉือนเอาชนะกันเพียงเสี้ยววินาทีของ “อีซูซุ ดีแมคซ์” ในรอบชิงชนะเลิศพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท 50,000 บาท 30,000 บาท และโล่เกียรติยศสำหรับผู้ชนะทั้ง 3 อันดับในแต่ 6  รุ่น ได้แก่

  • All New Isuzu Pro 1.9 Blue Power

ชนะเลิศ มานพ ศรีวิลัย ทีม อู่ช่างแบงค์ บ้านนา นครนายก
เวลา 9.976 วินาที ความเร็ว 227 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 พิสิทธิ์อนันต์ ตันจตุรงค์ ทีม อั้ม มะพร้าวอ่อน อู่เอ้แม่กลอง
เวลา 10.184 วินาที ความเร็ว 210 กม./ ชม.
รองอันดับ 2 ไพศาล ตันแต๋ว ห.จ.ก. ส.บุญเรือง อู่เอ้แม่กลอง
เวลา 10.128 วินาที ความเร็ว 223 กม./ ชม.

 

  • รุ่น All New Isuzu Pro Turbo 3000

ชนะเลิศ สรายุทธ แพงพันธ์ ทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ
เวลา 8.976 วินาที ความเร็ว 243 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 ประสิทธิ์ สุวรรณพัตร ทีม ตี๋ตี๋อะไหล่แต่งคลองห้า เป้คลอง 9
รองอันดับ 2 สุวรรณ กุสลางกูลวัฒ ทีม อู่ช่างวัฒน์ ชลบุรี

 

  • รุ่น Isuzu Pro F55

ชนะเลิศ ธนพล ชูเจริญผล ทีม เอ้ เรซซิ่ง การาจ
เวลา 10.237 วินาที / ความเร็ว 157 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 ศุภชัย คงมั่ง ทีม ต้นคอมมอลเรล
รองอันดับ 2 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ย เป๋อ สุพรรณ ดา อะไหล่สด

 

  • รุ่น All New Isuzu Pro Modify

ชนะเลิศ ธนพล ชูเจริญผล ทีม กุ๊ก จันทบุรี อู๊ดอ๋อง ระยอง
เวลา 7.502 วินาที / ความเร็ว 286 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีมหนุ่ยเป๋อ สุพรรณ จ๊ะผักสด
เวลา 7.890 วินาที / ความเร็ว 279 กม./ ชม.
รองอันดับ 2 วุฒิกร บัวล้ำเลิศ ทีม เอ๋ เทอร์โบ
เวลา 8.221 วินาที / ความเร็ว 272 กม./ ชม.

 

  • รุ่น Isuzu Dragster Diesel

ชนะเลิศ เบิร์ดหลักห้า เวลา 7.668 วินาที / ความเร็ว 290 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 เอ๋เทอร์โบชื่อ เวลา 7.823 วินาที / ความเร็ว 292 กม./ ชม.

 

  • รุ่น Isuzu Open Unlimited

ชนะเลิศ ธนพล ชูเจริญผล ทีม โน๊ตนัทออโต้คาร์ระยอง
เวลา 7.388 วินาที / ความเร็ว 313 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 ณัฐธนุตม์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม มนตรี ดีเซล
เวลา 7.726 วินาที / ความเร็ว 306 กม./ ชม.
รองอันดับ 2 ชูเกียรติ  แซ่ตัน ทีม วราศักดิ์ อะไหล่ยนต์ โปรสปีด
เวลา 8.409 วินาที / ความเร็ว 292 กม./ชม.

 

และการแข่งขันรุ่นพิเศษที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ รุ่น All New Isuzu 2020 Turbo Standard ผู้ชนะเลิศรับเงินรางวัล 50,000 บาท 30,000 บาท 20,000 บาท และโล่เกียรติยศสำหรับ  ผู้ชนะทั้ง 3 อันดับ ได้แก่

  • รุ่น All New Isuzu 2020 Turbo Standard

ชนะเลิศ มานพ  ศรีวิไล ทีม แบงค์บ้านนา
เวลา 11.784 วินาที / ความเร็ว 188 กม./ ชม.
รองอันดับ 1 ณัฐพงศ์  ทรัพย์มานพพันธุ์ ทีม อู่เอสเอสการาจ ปิงเทอร์โบ
เวลา 11.839 วินาที / ความเร็ว 186 กม./ ชม.
รองอันดับ 3 เทพพิทักษ์ ไชยรัตน์ ทีม อู่เบียร์ การาจ
เวลา 11.723 วินาที / ความเร็ว 190 กม./ ชม.

 

นอกจากนี้บรรยากาศภายในงานยังนำรถอีซูซุแต่งพิเศษ จำนวน 7 คัน โดยในจำนวนนี้มีไฮไลท์เป็น เดอะนิว มิว-เอ็กซ์ แต่งพิเศษ มูลค่าชุดแต่งกว่า 900,000 บาท จากสำนักแต่งชั้นนำ พร้อมบูธผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ตกแต่งคุณภาพชั้นนำอย่าง ECU Shop, Alpha Tech, Monza Factory, BRC Clutch, BRD Racing, Nitto, MRX, Aztex Force, Explorer, PTT, Toyo Tires & Nitto Tires, Caltex, Wise, Run stop และ Iron Bar พร้อมกิจกรรมความบันเทิงเต็มรูปแบบ Sexy Wash โดยนางแบบสุดเซ็กซี่ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในงานอย่างคับคั่ง จัดเต็มเพื่อผู้ชมอีซูซุโดยเฉพาะ

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสาร และกิจกรรมสุดมันสำหรับคนรักปิกอัพอีซูซุตัวจริงได้ทาง www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai