Home Blog Page 248

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เผยโฉม BMW XM ใหม่ นิยามใหม่สู่อีกขั้นของความหรูหรากับขุมพลังรถสปอร์ตอเนกประสงค์ SAV สมรรถนะสูง

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์ตระกูล M สมรรถนะสูงรุ่นแรกซึ่งมาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดทรงพลัง กับบีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ Sports Activity Vehicle (SAV) หรูหราเหนือระดับ โดดเด่นด้วยภายในที่เป็นเอกลักษณ์และรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตา และยังเป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูตระกูล M รุ่นที่สองถัดจากบีเอ็มดับเบิลยู M1 อีกด้วย บีเอ็มดับเบิลยู XM จึงมาพร้อมมุมมองใหม่ ๆ กับแนวคิดรถ
สปอร์ตอเนกประสงค์ในเซกเมนต์รถยนต์สมรรถนะสูง ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่แบบ M ได้อย่างเหนือชั้นในทุกเส้นทาง โดยรถยนต์อเนกประสงค์ตระกูล M สุดพิเศษรุ่นนี้จะเปิดให้จองผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศไทย เร็ว ๆ นี้

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู XM นำเสนอแนวคิดใหม่ของกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงในทุกแง่มุม ตอกย้ำถึงศักยภาพของบีเอ็มดับเบิลยู M ในการท้าทายแนวคิดดั้งเดิมและความกล้าที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าให้เหล่าสาวกบีเอ็มดับเบิลยู นอกจากจะผสมผสานสมรรถนะ ความยั่งยืน และความหรูหราไว้อย่างลงตัว บีเอ็มดับเบิลยู XM ยังสร้างความเป็นไปได้และการตีความรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์แบบใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม จึงพร้อมมอบความรู้สึกของการขับขี่ที่เร้าใจสไตล์ M ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนให้กับกลุ่มลูกค้าชาวไทย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะยังคงให้ความสำคัญกับอนาคตแห่งการขับเคลื่อนและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องอย่างที่เคยเป็นเสมอมา เพื่อส่งมอบโซลูชันการขับขี่ที่ยั่งยืนและล้ำสมัยให้กับลูกค้าชาวไทยต่อไป”

บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ โดดเด่นด้วยการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและหรูหรา มากับพร้อมสัดส่วนไดนามิกปราดเปรียวและรูปลักษณ์ที่โดดเด่น เค้าโครงทันสมัยของรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์สะดุดตาด้วยองค์ประกอบการออกแบบสไตล์ M มอบความรู้สึกแข็งแกร่งดุดันเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจให้กับตัวรถ ด้านหน้าของบีเอ็มดับเบิลยู XM แตกต่างด้วยไฟหน้าแบบแยกส่วน กระจังหน้าทรงไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ ที่มาพร้อมไฟส่องสว่างแบบต่อเนื่อง ไฟหน้า Adaptive LED อัจฉริยะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและมอบแสงสว่างบนท้องถนนตลอดจนช่วงเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น ระบบปรับการทำงานไฟสูงช่วยเปิดและปิดไฟสูงโดยอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนหรือมีรถด้านหน้า บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ยังมาพร้อมกับระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) ให้ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตูที่ช่วยให้ผู้ขับและผู้โดยสารขึ้นลงรถได้อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล ส่วนบริเวณด้านข้างมีแถบสีที่ชวนให้นึกถึงรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M1 ทำให้รถดูโดดเด่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้การออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยู XM ยังรวมเอาคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ทำให้นึกถึงอดีตไม่ว่าจะเป็นโลโก้บีเอ็มดับเบิลยูที่กระจกหลังหรือไฟท้ายทรงเรียว บีเอ็มดับเบิลยู XM ยังสะดุดตายิ่งกว่าใครด้วยล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา ขนาด 23 นิ้ว ลาย star spoke แบบสลับสี ซึ่งติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน

บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 8 สูบ ขนาด 4.4 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo ล้ำสมัย ระบบขับเคลื่อน M HYBRID ที่ติดตั้งมาในรถยนต์รุ่นนี้ช่วยเสริมประสิทธิภาพและสมรรถนะของรถโดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษเมื่อโลดแล่นบนท้องถนน โดยระบบขับเคลื่อน M HYBRID ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู XM ให้กําลังรวมสูงสุดที่ 480 กิโลวัตต์ / 653 แรงม้า ที่แรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร ด้านเครื่องยนต์สันดาปให้พละกำลังสูงสุดที่ 360 กิโลวัตต์ / 489 แรงม้า ที่ 5,400 – 7,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 5,000 รอบต่อนาที ในขณะที่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าให้กำลังมอเตอร์สูงถึง 145 กิโลวัตต์ / 197 แรงม้า ให้แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 280 นิวตันเมตร นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกกดปุ่ม M Hybrid ที่คอนโซลกลางเพื่อเข้าโหมดใดโหมดหนึ่งจากทั้งหมด 3 โหมด รวมถึงโหมดการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ที่ปลอดมลพิษด้วยความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. บนระยะทาง 82-88 กม. อ้างอิงตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP โดยใช้พลังงานจากลิเธียม-ไอออนแบตเตอรี่ขนาด 25.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่ติดตั้งอยู่ด้านใต้ท้องรถ เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.3 วินาที สู่ความเร็วสูงสุดที่ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้อ M xDrive ที่ติดตั้งในบีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแรงทั้งหมดจะถูกส่งไปยังถนนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยยกระดับไดนามิกการขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ระบบเฟืองท้าย M Sport ยังช่วยเสริมสมรรถนะของรถโดยกระจายกำลังขับเคลื่อนระหว่างล้อหลัง ช่วยให้ตัวรถสามารถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นพร้อมเสริมเสถียรภาพการขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน ช่วงล่าง Adaptive M Suspension Professional มอบการควบคุมแบบสปอร์ตโดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายแก่ผู้ขับ นอกจากนี้ ระบบช่วยการขับขี่ รุ่น Professional พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่น Stop&Go ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความเร็วของรถในระดับที่ต้องการและคงระยะห่างจากรถคันหน้าให้สม่ำเสมอเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รถยนต์อยู่ในเส้นทางอย่างคงที่ด้วยระบบบังคับพวงมาลัย เพื่อความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus ยังช่วยให้การจอดรถและการบังคับรถทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

นอกจากนั้น ระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ยังติดตั้งมาเป็นมาตรฐานเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยสําหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างและถุงลมนิรภัยศีรษะ ระบบ Teleservices และปุ่มโทรออกฉุกเฉิน รับประกันว่าผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพในทุกสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ ระบบ Active Protection ยังถูกติดตั้งมาเพื่อช่วยให้สามารถควบคุมการขับขี่ได้ดีขึ้นและช่วยตรวจจับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขับขี่ ระบบสร้างเสียงจำลองเตือนผู้ใช้ถนนรอบข้างและระบบปกป้องคนเดินถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุยังช่วยลดความเสี่ยงให้กับคนเดินถนนที่อยู่ใกล้เคียงกับรถยนต์ได้อีกด้วย

ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ยังมอบความสะดวกสบายเหนือระดับให้กับผู้โดยสาร เบาะนั่งตอนหน้าแบบ M Multifunctional บริเวณที่นั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ภายในตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะที่พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M และเข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M ให้ความรู้สึกสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวในการขับขี่ นอกจากนี้ผ้าบุหลังคายังเป็นเสมือนงานประติมากรรม 3 มิติ ลวดลายแบบปริซึมและเมื่อเปิดหลังคาก็จะพบกับหลอดไฟ LED กว่า 100 ดวงบนหลังคาที่ส่องสว่างอย่างงดงามยามค่ำคืน คอนโซลด้านบนยังบุด้วยหนังแบบ BMW Individual ทำให้การตกแต่งภายในดูสะดุดตาและหรูหราไปอีกขั้น ชุดไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสาร ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน ระบบระบายอากาศและฟังก์ชันนวดผ่อนคลายสําหรับเบาะนั่งตอนหน้า ยังถูกติดตั้งมาเป็นมาตรฐานในรถยนต์รุ่นนี้เช่นกัน

บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ ยังได้รับการพัฒนาด้านระบบความบันเทิงและการสื่อสารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฎิบัติการ BMW Operating System 8 ใหม่ล่าสุด ที่ปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น ระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ IconicSounds Electric ให้เสียงขับที่กระตุ้นความตื่นเต้นแม้ในโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ นอกจากนี้ ระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins Diamond ยังมอบสุนทรียภาพแห่งเสียงที่ชวนดื่มด่ำแบบเต็มขั้นด้วยลำโพงขนาด 1,475 วัตต์ และลำโพงพิเศษอีกสี่ตัวบริเวณหลังคา คุณลักษณะเด่นอีกประการของรุ่นรถยนต์นี้คือระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาของตนกับรถยนต์แบบไร้สายผ่าน Apple CarPlay หรือ Android Auto นอกจากนั้น ผู้ขับขี่ยังจะได้รับประโยชน์จาก Connected Package Professional ซึ่งช่วยให้ผู้ขับมั่นใจว่าจะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและข้อมูลการจราจรอัปเดตล่าสุดเมื่ออยู่บนท้องถนน

บีเอ็มดับดับเบิลยู XM ใหม่ มีสีภายนอกให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีดำ Black Sapphire, สีเขียว Cape York Green, สีดำ Carbon Black, สีเทา Dravit Grey, สีฟ้า Marina Bay Blue, สีขาว Mineral White และสีแดง Toronto Red และมีสีภายในกับหนัง BMW Individual ‘Merino’ ให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Deep Lagoon, สีขาว Silverstone, สีดำ Black และ สีส้ม Sakhir Orange มาพร้อมกับแถบตกแต่งด้านข้างรถทั้งหมด 2 ตัวเลือกคือสีทองและสีดำซึ่งพาดผ่านกรอบประตูและล้อรถ ส่งให้ตัวรถโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น

ลูกค้าที่สนใจสัมผัสประสบการณ์รถสปอร์ตอเนกประสงค์สุดหรูพร้อมสมรรถนะอันเหนือชั้นของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู XM ใหม่ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.bmw.co.th เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมและจองออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ BMW Thailand เพื่อติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นดังกล่าว

อีวี ไพรมัส จับมือ ฮ้อปคาร์เป็นพันธมิตร ส่ง VOLT CITY EV เสริมทัพบริการคาร์แชร์ริ่ง โปรโมท EV MOBILITY ให้คนกรุง

0

บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบบมัลติแบรนด์ (Multi-Brand EV Distributor) แห่งแรกของไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย รถยนต์ไฟฟ้า VOLT CITY EV แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ส่งมอบรถ VOLT CITY EV ล็อตแรกจำนวน 10 คันให้แก่บริษัท ฮ้อบคาร์ จำกัด (HAUP) เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้าให้กระจายไปสู่กลุ่มลูกค้าที่นิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในใจกลางเมือง

นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธาน บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด เปิดเผยว่าจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่าง อีวี ไพรมัส กับ ฮ้อบคาร์ อีวี ไพรมัส ได้มีการปิดดีลความร่วมมือ เสริมทัพส่งรถยนต์ไฟฟ้า VOLT CITY EV เข้าร่วมใน PLATFORM ของ แอพพลิเคชั่นคาร์แชร์ริ่งของ HAUP CAR โดย VOLT CITY EV เป็นรถไฟฟ้า แบบใช้ในเมือง เดินทางระยะสั้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กใน ใจกลางเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ แบบไม่มีข้อผูกมัด โดยใช้บริการแบบเช่าระยะสั้น

“เรามีความยินดีอย่างมากที่ ฮ้อบคาร์ ตัดสินใช้ VOLT CITY EV ใน PLATFORM HAUP CAR ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ จะสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าเราและฮ้อบคาร์ โดยตรง เพราะ VOLT CITY EV สามารถทำราคาเช่าระยะสั้นที่น่าดึงดูด และ คุ่มค่าได้กว่ารถรุ่นอื่นๆที่ใหญ่กว่าในตลาด ในส่วนของเรานั้น ฮ้อบคาร์ ถือเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับลูกค้าที่กำลังรอคอยการส่งมอบรถ VOLT CITY EV สามารถสัมผัสและขับขี่รถของเราได้อย่างง่ายดายด้วยการจองผ่าน Application ของ ฮ้อบคาร์ ตามระยะเวลาที่ต้องการที่เริ่มต้นเพียง 30 นาที และระยะจองนานที่สุดไม่เกิน 7 วัน” นายพิทยา กล่าว

นายพิทยา กล่าวด้วยว่าขณะนี้ มีลูกค้าจำนวนมากรอการส่งมอบรถ VOLT CITY EV จาก อีวี ไพรมัส ขณะเดียวกัน คนไทยอีกไม่น้อยที่ให้ความสนใจรถ VOLT CITY EV แต่ยังไม่มีโอกาสสัมผัสตัวรถจริง จึงยังไม่ได้จองรถ VOLT CITY EV ดังนั้นระบบคาร์ แชร์ริ่ง ของ ฮ้อบคาร์ จึงเป็นบริการที่ตอบ โจทย์ลูกค้าที่ได้จองรถ แต่ยังไม่ได้รับรถ และกลุ่มที่ยังไม่ได้จองรถกับอีวี ไพรมัส ได้มีโอกาสสัมผัสรถ VOLT CITY EV ที่ใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นรถที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง

ทางด้านนายกฤษฎิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริการคาร์แชร์ริ่งของ บริษัทฯ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ เน้นความสะดวกสบายในการใช้รถเพื่อการเดินทางในภารกิจในแต่ละวัน โดย ฮ้อปคาร์ มีจุดให้บริการ ลูกค้ามากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศและมีรถพร้อมให้บริการมากกว่า 2,000 คัน โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้า และรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ตั้งแต่ขนาดเล็กกระทัดรัดไปจนถึงรถขนาดใหญ่ เพื่อตอบสนอง ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในปัจุบัน
บริษัทฯ เล็งเห็นความต้องการในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขยายส่วนธรุกิจให้เช่ารถยนต์ ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในแอพพลิเคชั่น โดยการใช้เทคโนโลยี เช่น IoT และ embeded technology solutions เพื่อความปลอดภัยในการให้เช่ารถยนต์ อีกทั้งยังสะดวกและรวดเร็วในการใช้บริการ ตามวิถีการใช้ชีวิตในเมืองของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า equal access to mobility.

“เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลกซึ่งกำลังรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนก้าวไปสู่สังคม Zero Carbon ซึ่งตอนนี้เรามีรถยนต์ไฟฟ้าให้บริการแล้ว 300 คันและเราจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 600 คันในปี พ.ศ. 2568” นายกฤษฎิ์ กล่าว


ฮ้อป คาร์ เป็นแอพลิเคชั่นที่ให้บริการเช่ารถยนต์ส่วนตัวแบบคาร์แชร์ริ่ง (Car Sharing) ช่วยให้เดินทางสะดวก ทันใจ และปลอดภัย ไร้สัมผัสทุกขั้นตอน ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน HAUP ได้ง่าย ๆ เพียงแค่สมัครลง ทะเบียน กดเลือกวันเวลา จุดรับรถ และรุ่นรถยนต์ที่ต้องการใช้งาน เมื่อไปถึงรถตามเวลาที่จองไว้สามารถ ปลดล็อกรถผ่านมือถือหรือบัตร HAUPCARD ได้ด้วยตนเอง

HAUP มีบริการรถยนต์ในแอพลิเคชั่นอยู่หลากหลายประเภท อาทิ รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า EV Scooter และหลากหลายแบรนด์ ประกอบด้วย MG ZS EV, MG EP EV, MG 4 EV, Nissan Leaf, BMW iX3, BMW 530e, BMW X3e, Lexus UX 300e, Toyota Prius PHEV, Toyota C-pod, BYD Atto3 และล่าสุด VOLT CITY EV

ปัจจุบันมีจุดรับรถทั่วกรุงเทพและและปริมณฑล พร้อมให้บริการในจุดจอดใกล้ BTS/MRT และที่พัก คอนโดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการใช้งาน สามารถเลือกเช่ารถจากจุดจอดที่ใกล้ท่าน หรือที่ทำงาน โดยสามารถจองล่วงหน้าเพียง 15 นาทีเท่านั้น มีบริการเช่ารถระยะสั้นตั้งแต่ 30 นาที และระยะยาวไม่เกิน 7 วัน โดยคิดค่าบริการตามเวลาและแพ็กเกจระยะทางที่เลือกเอง ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม

“เรามีปรัชญาการให้บริการลูกค้าที่ชัดเจนเรื่อง Mobility for Everyone เราอยากให้การเดินทางเป็นเรื่องง่าย และสะดวกที่สุดสำหรับทุกคน ซึ่งเราต้องยอมรับว่าการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับบ้านเรา และเราคิดว่าคนไทยควรเข้าถึงรถยนต์ได้ ดังนั้น บริการของเราจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนไทยที่ จะเข้าถึงรถยนต์ตามหลักการ access economy และ equal access to mobility โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ก้อนใหญ่ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่ใช้บริการของเราที่เปรียบเสมือนการเข้าถึงรถยนต์ แต่สามารถ นำเงินก้อนใหญ่ดังกล่าวไปลงทุนในทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นที่อยู่อาศัยหรือที่ดิน แทนที่จะลงทุนครอบครองทรัพย์สินที่เสื่อมค่า” นายกฤษฎิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์ กล่าว

มาสด้า ส่งแคมเปญ Mazda Family Day ช่วงเวลาดีๆ กับข้อเสนอสุดพิเศษ ร่วมเป็นครอบครัวมาสด้า มอบความคุ้มค่าให้ลูกค้าตลอดกุมภาพันธ์

0

มาสด้า แจ้งข่าวดีสำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนสำคัญกับครอบครัวมาสด้า ส่งแคมเปญสุดพิเศษเอาใจคนรักความสปอร์ตและลูกค้าที่สนใจออกรถใหม่ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยแคมเปญ Mazda Family Day ช่วงเวลาดีๆ กับข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อเป็นครอบครัวมาสด้า เพียงทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น รับฟรีแก้วเก็บอุณหภูมิ Cold Tumbler Matte Black มูลค่า 850 บาท1 และเลือกรับข้อเสนอพิเศษอีกมากมายเมื่อออกรถ อาทิ ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ 5 ปี หรือ Mazda Ultimate Service (MUS)2 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance2 ดอกเบี้ยต่ำสุด 0.99%2 และมอบความพิเศษยิ่งขึ้นอีกหนึ่งต่อสำหรับเจ้าของรถมาสด้าปัจจุบันและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่เพิ่มอีกคัน รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท3 ลูกค้าที่สนใจสามารถพบกับข้อเสนอต่างๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มาสด้าได้มุ่งมั่นอย่างเต็มที่เพื่อแสวงหาทุกวิธีทางที่จะสร้างความสุขให้กับลูกค้า All for Customers เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุก Touchpoints และได้นำเสนอโปรแกรมที่มอบความคุ้มค่าในหลายๆ ด้านเพื่อให้การดูแลลูกค้าได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งมีลูกค้าให้ความสนใจและตัดสินใจเข้าร่วมเป็นครอบครัวมาสด้าจำนวนมาก มาสด้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับที่ดี และขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า ด้วยเหตุนี้ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์มาสด้าจึงขอมอบแคมเปญสุดพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นครอบครัวมาสด้าและพลาดแคมเปญก่อนหน้านี้ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุด ด้วยแคมเปญ Mazda Family Day ช่วงเวลาดีๆ กับข้อเสนอสุดพิเศษ เมื่อเป็นครอบครัวมาสด้า โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ ประกอบด้วย

  • เมื่อทดลองขับรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น รับฟรี แก้วเก็บอุณหภูมิ Cold Tumbler Matte Black มูลค่า 850 บาท1
  • มอบความอุ่นใจตลอดการครอบครองกับโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถตลอด 5 ปี Mazda Ultimate Service (MUS)2 ช่วยให้ลูกค้าเบาใจเรื่องค่าใช้จ่ายในอนาคต โดยครอบคลุมทั้งการรับประกันคุณภาพรถ บำรุงรักษารถตามระยะ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง มูลค่าโปรแกรมฯ สูงสุด 62,568 บาท4
  • ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance2
  • อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 99%2
  • พิเศษสำหรับเจ้าของรถมาสด้าและครอบครัว เมื่อออกรถใหม่เพิ่ม รับฟรี บัตรน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท3

ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมมาสด้า หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

หมายเหตุ:

1 ทดลองขับมาสด้าทุกรุ่น รับฟรี แก้วเก็บอุณหภูมิ Cold Tumbler Matte Black มูลค่า 850 บาท จำนวนจำกัด 1,600 ชิ้น

2 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

3 สำหรับลูกค้าปัจจุบันมาสด้า ที่ออกรถมาสด้าเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น

4 คำนวณจากมูลค่าแพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะ และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถเป็น 5 ปี ของ New Mazda CX-8

ฟอร์ดเผยกลยุทธ์ปี 2566 มุ่งรุกตลาดพร้อมเสริมแกร่งบริการ ประเดิมเปิดศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งใหม่

0

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศพันธกิจยกระดับการให้บริการลูกค้าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินงานหลักประจำปี 2566 และตอกย้ำความพร้อมในการพัฒนาทักษะของบุคลากรฟอร์ดด้วยมาตรฐานระดับโลก ภายในงาน ‘Ford Learning Center Open House’ ณ ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งใหม่ล่าสุด มั่นใจสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ครองใจผู้บริโภคและเดินหน้าขยายรากฐานความสำเร็จที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

ภารกิจต่อยอดความสำเร็จในปี 2566

ปี 2565 ที่ผ่านมานับเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของฟอร์ด ประเทศไทย จากยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 35% เติบโตสูงกว่าตลาดรวมซึ่งเติบโต 12% โดยในปีที่ผ่านมา ฟอร์ดมียอดขายรวมอยู่ที่ 43,628 คัน นอกจากนี้ ยังนับเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี ตั้งแต่ฟอร์ดเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่ยอดขายรวมต่อเดือนของฟอร์ดขึ้นมาเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม โดยฟอร์ด เรนเจอร์ ครองตำแหน่งรถกระบะที่ขายที่ดีที่สุดอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่น และฟอร์ด เอเวอเรสต์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นรถที่ขายดีที่สุดต่อเดือนติดอันดับ 3 ในตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เผยถึงรายละเอียดแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันธุรกิจฟอร์ด ประเทศไทยให้เติบโตยิ่งขึ้นในปี 2566 ว่า “ในปีนี้ ฟอร์ดตั้งใจขยายรากฐานความสำเร็จให้เติบโตยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์การต่อยอดธุรกิจจากจุดแข็งที่ฟอร์ดมี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า การส่งเสริมและพัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงการสร้างสรรค์วัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก ภายใต้แนวคิด ‘มุ่งมั่นที่จะแข่งขันและใส่ใจดูแลกันและกัน’ เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งในการทำงานระหว่างทีมงานทุกภาคส่วน ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริการลูกค้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดที่น่าประทับใจให้แบรนด์ฟอร์ดครองใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน”

พร้อมกันนี้ ฟอร์ดยังได้แนะนำนายอรรถกร จารุศิลาวงศ์ ที่ได้เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขาย    ฟอร์ด ประเทศไทย โดยนายอรรถกรจะรับผิดชอบด้านการขายทั้งหมด โดยมุ่งเน้นการสร้างความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รวมถึงผลักดันรถสปอร์ตในตำนาน ฟอร์ด มัสแตง ให้มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ครองใจลูกค้าด้วยบริการประทับใจ

ฟอร์ดมุ่งเน้นนโยบายด้านบริการแบบ ‘พร้อมเสมอ’ เพื่อตอกย้ำความตั้งใจในการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว ด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยยกระดับงานด้านบริการ ซึ่งในปี 2565 ฟอร์ด ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย เช่น

  • การที่ผู้ซื้อรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ในประเทศไทย มีอัตราการเปิดใช้โมเด็มและดาวน์โหลด แอปพลิเคชันฟอร์ดพาส สูงถึง 97%  ซึ่งถือเป็นประเทศที่มียอดการใช้งานสูงสุดเมื่อเทียบกับผู้ใช้งานรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ ทั่วโลก
  • จำนวนลูกค้านัดหมายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์ฯ หรือ Online Service Booking โดยนัดหมายผ่านแอปพลิเคชันฟอร์ดพาสและเว็บไซต์ฟอร์ด ราว 40,000 ครั้ง
  • บริการรับ-ส่งรถนอกสถานที่ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการด้วยตนเอง ได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยตลอดทั้งปีมีผู้ใช้บริการกว่า 18,000 ครั้ง
  • บริการรถให้บริการเคลื่อนที่ (Mobile Service Vehicle) ที่เริ่มนำรถรุ่นใหม่ออกให้บริการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้านอกสถานที่ได้หลากหลายยิ่งขึ้นและเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ห่างไกลด้วยมาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการ ให้บริการลูกค้าแล้วกว่า 6,800 ครั้งทั่วประเทศ
  • มียอดการใช้บริการรับประกันเช็กระยะใน 60 นาทีถึง 57,000 ครั้ง
  • ช่องทาง E-Commerce ของฟอร์ดซึ่งมอบประสบการณ์ชมรถเสมือนจริงผ่านเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ เอดจ์ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อรถผ่านอุปกรณ์มือถือได้ทันที มีลูกค้าผู้สนใจขอใบเสนอราคาผ่านช่องทางนี้ราว 4,000 คน
  • Ford online showroom ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่เยี่ยมชมรถฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ได้เสมือนไปอยู่ที่ โชว์รูมฟอร์ด และยังนัดหมายให้ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์มาแนะนำรายละเอียดรถในจุดต่างๆ ที่ลูกค้าสนใจมีผู้เยี่ยมชมมากกว่า 130,000 ราย ตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นายสันติ จิตพิชิตชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวถึงความตั้งใจในการเดินหน้ายกระดับการดำเนินงานของฝ่ายบริการลูกค้าของฟอร์ดว่า “ฟอร์ดพร้อมยกระดับความพร้อมด้านบริการไปอีกขั้นด้วยการเปิดศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศให้ดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานการบริการระดับโลก โดยฟอร์ดได้ลงทุนกว่า 224 ล้านบาท เพื่อออกแบบสถานที่แห่งนี้ให้มีความทันสมัย มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ครบครัน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการเสริมทัพความแข็งแกร่งด้านการบริการลูกค้าของฟอร์ด ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุด”

ภายในงาน ฟอร์ดได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเยี่ยมชมภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ ซึ่งมาพร้อมความทันสมัยในทุกมิติ โดยฟอร์ดได้แบ่งพื้นที่การอบรมและปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆ ได้แก่

  • ฝ่ายพัฒนาบุคลากรผู้จำหน่าย บริเวณโชว์รูม ชั้น 1 มีพื้นที่จำลองสถานการณ์ บรรยากาศเสมือนจริง เพื่อให้พนักงานได้ฝึกทักษะการขาย และการให้บริการหลังการขายได้อย่างสมจริง
  • ฝ่ายอบรมช่างเทคนิค มีห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมให้ทีมงานฝ่ายเทคนิคใช้ในการฝึกทักษะพื้นฐานในการบำรุงรักษาและให้บริการรถยนต์
  • ฝ่ายบริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ (Ford Call Center) และทีมงานผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ (Ford Product Expert) บริเวณชั้น 2 ซึ่งมีอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์การทำงานของพนักงานลูกค้าสัมพันธ์ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาในการให้บริการลูกค้า

ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมบุคลากรฟอร์ดแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเสริมทัพความแข็งแกร่งด้านการบริการลูกค้าของฟอร์ด เพื่อสร้างความพร้อมให้กับบุคลากรในการดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำแนวทางการดำเนินงานของฟอร์ดที่เน้นการสร้างความทันสมัยในทุกมิติ และความมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวตามนโยบายแบบ ‘พร้อมเสมอ‘  หรือ ‘Always-On’

สามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมเปิดจอง ORA Good Cat รอบใหม่ รายละเอียดพร้อมกันทั่วประเทศ 9 กุมภาพันธ์นี้!

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เดินหน้าสร้างความคึกคักให้แก่วงการยานยนต์อีกครั้งในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย (xEV Leader) เปิดศักราช 2023 ด้วยการเตรียมกลับมาเปิดรับจองรถยนต์ ORA Good Cat เจ้าเหมียวไฟฟ้าขวัญใจมหาชนล็อตใหม่ ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคพร้อมทั้งสานต่อความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อสนับสนุนการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน  โดยแฟนๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้าสามารถรับฟังรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดจองล็อตใหม่นี้ได้ ภายในงานแถลงข่าวออนไลน์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย “GWM 2nd Brand Anniversary Press Conference” ได้ทาง Facebook, YouTube และ TikTok : GWM Thailand ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 19.00 – 20.00 น.

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นับตั้งแต่เปิดตัวเจ้าเหมียวไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2564 ORA Good Cat มียอดส่งมอบรวมไปแล้วกว่า 4,788 คัน ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมไฟฟ้าอย่างแท้จริง กระแสตอบรับอย่างล้นหลามของ ORA Good Cat นี้ สะท้อนความนิยมของรถไฟฟ้า 100% ของชาวไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เราขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจและแรงสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมที่ผู้บริโภคชาวไทยมอบให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการในประเทศไทย การเปิดรับจองในครั้งนี้ เพื่อตอบรับกระแสเรียกร้องของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อ ORA Good Cat อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราได้ทำการพูดคุยกับสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนเพื่อนำ ORA Good Cat เข้ามาได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในประเทศไทย ในช่วงเวลาที่รถยนต์ไฟฟ้า 100% กำลังได้รับความนิยมและมีการเติบโตที่สูง เราขอสัญญาว่าจะเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ พร้อมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ ที่ไม่เพียงจะสร้างสีสันความประทับใจให้กับลูกค้าและแฟนๆ ชาวไทย แต่ยังจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างไม่หยุดนิ่ง”  

หลังจากที่เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ปิดรับการจอง ORA Good Cat ไปเมื่อเดือนเมษายนในปีที่ผ่านมา เพื่อทำการส่งมอบรถให้กับลูกค้าที่รอการส่งมอบอยู่เป็นจำนวนมาก ณ วันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทำการส่งมอบเสร็จสิ้นแล้วไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และพร้อมสำหรับการเปิดรับจองใหม่อีกครั้ง ซึ่งแฟนๆ เจ้าเหมียวไฟฟ้า สามารถติดตามรายละเอียดการเปิดรับจองได้พร้อมกันทั่วประเทศทาง Facebook, YouTube และ TikTok GWM Thailand ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 19.00 – 20.00 น.

สำหรับ ORA Good Cat รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%  ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และปลุกกระแสความนิยมให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มาพร้อมกับความครบครันทั้งด้านฟังก์ชั่นล้ำสมัยและดีไซน์ที่สวยงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ Retro Futuristic สะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์เมื่ออยู่บนท้องถนน พร้อมด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีที่อัดแน่นเปี่ยมประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ หรือ 143 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ORA Good Cat 400 PRO มาพร้อมกับ 3 สีสุดคลาสสิก ได้แก่ สีขาว (Hamilton White), ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof), และสีฟ้า (Coral Blue) ในส่วนของ ORA Good Cat 500 ULTRA มาพร้อมกับ 6 สีสุดพิเศษประกอบด้วย ตัวรถสีเขียวพร้อมหลังคาสีขาว (Verdant Green with Hamilton White Roof) จับคู่กับภายในสีเขียว-เทา, ตัวรถสีเบจพร้อมหลังคาสีน้ำตาล (Hazel Wood Beige with Wisdom Brown Roof) จับคู่กับภายในสีเบจ-น้ำตาล, ตัวรถสีขาวพร้อมหลังคาสีดำ (Hamilton White with Black Roof), สีขาว (Hamilton White), สีฟ้า (Coral Blue) โดยทั้งสามสีนี้มาพร้อมกับภายในสีดำสุดคลาสสิก และสีใหม่ล่าสุดอย่างสีเขียว Pistachio Green ที่จับคู่อย่างลงตัวกับภายในสีเขียว-เบจ โดดเด่นอย่างมีสไตล์และเพิ่มความสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของน้องเหมียวไฟฟ้าไปอีกขั้น

เอ็มจี ประกาศนโยบายยกระดับการบริการผู้จำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมแนวทางการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย จัดงาน “MG Dealer Conference 2023” ประกาศนโยบาย       และแนวทางในการดำเนินงานของบริษัทฯ ถ่ายทอดสู่ผู้จำหน่ายกว่า 162 แห่ง ทั่วประเทศ เสริมความแข็งแกร่งด้านการขายควบคู่กับการยกระดับบริการหลังการขาย มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด และเผยแนวคิด Customer Centric ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกมิติ พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมในด้านต่างๆ ที่ ห้องคริสตัล ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

เอ็มจี จัดงาน MG Dealer Conference 2023  ผนึกผู้จัดจำหน่ายทั่วประเทศ ร่วมเดินหน้าผลักดันด้านการขายและบริการหลังการขายให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ตามแนวคิด Customer Centric โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนายกระดับบริการหลังการขายให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด รวมไปถึงการขยายและเพิ่มประสิทธิภาพของสถานีชาร์จรถไฟฟ้า เพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายใหญ่ในการพา เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ผู้บริโภคชาวไทยนึกถึง

ทั้งนี้ ภายในงานประชุมผู้จำหน่ายดังกล่าว เอ็มจี ได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติที่เป็นเครื่องการันตีในคุณภาพ          งานบริการให้กับผู้จำหน่ายที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในด้านต่าง ๆ ประจำปี 2565 ประกอบด้วย

 

รางวัล Best Sales Performance

รางวัลที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุดรายโชว์รูม สูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ ที่ผ่านเงื่อนไขการประเมินเบื้องต้นในทุกหัวข้อ

อันดับที่ 1

บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เทพารักษ์

อันดับที่ 2

บริษัท 824 จำกัด

อันดับที่ 3

บริษัท เอ็มจี เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด

 

รางวัล Best Market Share

รางวัลที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่สามารถสร้างส่วนแบ่งการตลาดรายจังหวัดสูงสุดในประเทศ โดยคิดจาก  ยอดจดทะเบียน ช่วงเดือน ม.ค. – พ.ย. ในปีที่ผ่านมา โดยหากจังหวัดใดมีผู้จำหน่ายมากกว่าหนึ่งแห่ง รางวัลนี้จะมอบให้กับผู้จำหน่ายที่สร้างยอดขายสูงสุดภายในจังหวัดนั้น ประกอบด้วย

อันดับที่ 1

บริษัท เอ็มจี ภูเก็ต จำกัด

จังหวัด ภูเก็ต

อันดับที่ 2

บริษัท เอ็มจี สุโขทัย จำกัด

จังหวัด สุโขทัย

อันดับที่ 3

บริษัท เอ็มจี ดีเลิศ ออโต้คาร์ จำกัด

จังหวัด อำนาจเจริญ

 

รางวัล Best Parts Performance

รางวัลที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออะไหล่สูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ ที่ผ่านเงื่อนไขการประเมินเบื้องต้นในทุกหัวข้อ ประกอบด้วย

 

อันดับที่ 1 บริษัท เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด (สาขารามอินทรา)

อันดับที่ 2 บริษัท 824 จำกัด

อันดับที่ 3 บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เทพารักษ์

 

รางวัล Best Accessory Performance

รางวัลที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มียอดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งสูงสุด 3 อันดับแรกของประเทศ ที่ผ่านเงื่อนไขการประเมินเบื้องต้นในทุกหัวข้อ ประกอบด้วย

 

อันดับที่ 1 บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เทพารักษ์ 

อันดับที่ 2 บริษัท 824 จำกัด

อันดับที่ 3 บริษัท เอ็มจี เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด

รางวัล Best SSI

รางวัลที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มีคะแนนจากการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าด้านขาย หรือ คะแนน SSI สะสม 12 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564 – ต.ค. 2565 โดยในปีนี้เรามอบรางวัลให้แก่ผู้จำหน่ายที่ทำคะแนนสะสม   ได้สูงสุดในแต่ละกลุ่มผู้จำหน่าย ที่ผ่านเงื่อนไขการประเมินเบื้องต้นในทุกหัวข้อ ประกอบด้วย

กลุ่มกรุงเทพฯและปริมณฑล Bangkok & Vicinity ได้แก่ บริษัท เคพีออโต้คลองหลวง จำกัด

กลุ่มจังหวัดใหญ่ – Big Province ได้แก่ บริษัท เอ็มจี มอเตอร์ อุดรธานี จำกัด (สาขารอบเมือง)

กลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก – Small & Medium Province ได้แก่ บริษัท วี.จี. คาร์ จำกัด (สาขากระบี่)

รางวัล Best CSI

รางวัลที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มีคะแนนจากการสำรวจความพึงพอใจลูกค้าด้านบริการหลังการขาย หรือ คะแนน CSI สะสม 12 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2564 – พ.ย. 2565 โดยในปีนี้เรามอบรางวัลให้แก่ผู้จำหน่าย ที่ทำคะแนนสะสมได้สูงสุดในแต่ละกลุ่มผู้จำหน่าย ที่ผ่านเงื่อนไขการประเมินเบื้องต้นในทุกหัวข้อ

กลุ่มกรุงเทพฯและปริมณฑล Bangkok & Vicinity ได้แก่ บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เทพารักษ์

กลุ่มจังหวัดใหญ่ – Big Province ได้แก่ บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด (สาขาพัทยา)

กลุ่มจังหวัดขนาดกลางและขนาดเล็ก – Small & Medium Province ได้แก่ บริษัท เอ็มจี ลพบุรี จำกัด

 

รางวัล Special Contribution ประกอบด้วย 5 กลุ่มรางวัลย่อย ได้แก่

  • ด้าน Group Wholesale รางวัลพิเศษที่มอบให้แก่กลุ่มผู้จำหน่ายที่ให้ความร่วมมือกับบริษัท และสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นใน “ด้านการสั่งซื้อรถยนต์” ได้แก่ กลุ่มผู้จำหน่าย บริษัท เบส ออโต้ เซลส์ จำกัด 
  • ด้าน Market Share รางวัลพิเศษที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่ให้ความร่วมมือกับบริษัท และสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นใน “การร่วมกันสร้างส่วนแบ่งการตลาด” โดยพื้นที่จังหวัด ภูเก็ต มีส่วนแบ่งการตลาดของเอ็มจีสูงที่สุดในประเทศ โดยผู้ได้รับรางวัลดังกล่าว ประกอบด้วย 2 ผู้จำหน่าย ได้แก่ บริษัท ภูเก็ตปิยะเอ็มจี จำกัด และ บริษัท เอ็มจีลักซูรี่ หาดใหญ่ จำกัด (สาขาภูเก็ต)
  • ด้าน Corporate Fleet Sales รางวัลพิเศษที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่ให้ความร่วมมือกับบริษัท และสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นใน “ด้านการขายฟลีท (Fleet) ให้แก่บริษัทเอกชนหรือองค์กรต่างๆ” ได้แก่ บริษัท เซควอญ่า หลักสี่ จำกัด (สาขารามอินทรา) 
  • ด้าน Government Fleet Sales รางวัลพิเศษที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่ให้ความร่วมมือกับบริษัท และสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นใน “ด้านการขายฟลีทให้แก่หน่วยงานราชการต่างๆ” ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด มิตรศิลป์ เอ็มจี ออโต้
  • ด้าน Customer Service รางวัลพิเศษที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่ให้ความร่วมมือกับบริษัท และสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นใน “ด้านการบริการหลังการขาย” ได้แก่ บริษัท ที ออโต้ จำกัด

 

รางวัล Best New Dealer

รางวัลที่มอบแก่ผู้จำหน่ายใหม่ที่เปิดให้บริการ 3S ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2565 โดยคำนวณจากผลคะแนน KPI ในทุกๆ ด้าน ประกอบด้วย ด้านขาย ด้านบริการหลังการขาย และด้านกิจกรรมการตลาด ในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา โดยต้องผ่านเงื่อนไขการประเมินเบื้องต้นในทุกหัวข้อ ได้แก่ บริษัท เอ็มจี รุ่งเจริญ จำกัด (สาขาฉะเชิงเทรา)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 รวมสุดยอดฝีมือระดับโลกร่วมประชันวงสวิงอย่างคับคั่ง 23-26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สนามสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี

0

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 ก้าวสู่ปีที่ 16 อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ตอกย้ำการเป็นทัวร์นาเมนต์ที่จัดมายาวนานที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปีนี้ได้เพิ่มจำนวนนักกอล์ฟเข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้น 72 คน นำโดยนักกอล์ฟหญิง 4 อันดับแรกของโลก ทั้งลิเดีย โค เนลลี่ คอร์ดา มินจี ลี และอาฒยา ฐิติกุล เพื่อชิงเงินรางวัลซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 62 ล้านบาท*) พร้อมด้วยรางวัลพิเศษจากฮอนด้า สำหรับผู้ที่ทำโฮลอินวันคนแรกที่หลุม 16 ได้แก่ รถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี รุ่น e:HEV TECH มูลค่า 1,799,000 บาท โดยการแข่งขันจะกลับมาจัดแบบสนามเปิด คาดมีผู้ชมจากทั่วโลกร่วมเชียร์และให้กำลังใจนักกอล์ฟติดขอบสนามอย่างคับคั่ง มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สนามสยามคันทรีคลับ
โอลด์คอร์ส
จ.ชลบุรี

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานคณะกรรมการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราพร้อมต้อนรับการกลับมาของเหล่านักกอล์ฟและแฟนกอล์ฟจากทั่วโลกกับการจัดการแข่งขันเต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยปีนี้ จำนวนผู้เข้าแข่งขันเพิ่มขึ้นเป็น 72 คน ซึ่งรายชื่อนักกอล์ฟมีความโดดเด่นเช่นทุกปี ทั้ง นานนา เคิร์สต์ แมดเซน แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ ลิเดีย โค นักกอล์ฟสาวมือหนึ่งของโลก รวมถึงสองพี่น้อง เนลลี่-เจสซิก้า คอร์ดา ร่วมด้วย มินจี ลี บรู๊ค เฮนเดอร์สัน และนาสะ ฮาตาโอกะ ยิ่งไปกว่านั้น แฟน ๆ จะได้ร่วมเชียร์ทัพนักกอล์ฟสาวไทยที่ตบเท้าเข้าร่วมแข่งขันในบ้านเกิดถึง 11 คน ทั้งนักกอล์ฟดาวรุ่งสาวชาวไทย จีนอาฒยา ฐิติกุล เจ้าของรางวัลรุกกี้แห่งปี 2022 และนักกอล์ฟสาวไทยที่อายุน้อยสุดที่ครองมือหนึ่งของโลก เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ พร้อมด้วยสองพี่น้องขวัญใจชาวไทย โมโมรียา และเม-เอรียา จุฑานุกาล แหวน-พรอนงค์ เพชรล้ำ รวมถึงนักกอล์ฟรับเชิญ แจน-วิชาณี มีชัย ว่าน-จารวี บุญจันทร์ พราว-ชเนตตี วรรณแสน เปียโน-อาภิชญา ยุบล และซิมณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ แชมป์จากการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers”

ลิเดีย โค นักกอล์ฟสาวมือหนึ่งของโลก เจ้าของรางวัลผู้เล่นแห่งปี 2022 ของแอลพีจีเอทัวร์ ตั้งตารอที่จะกลับมาแข่งขันที่ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส อีกครั้ง “ฉันชอบแข่งในประเทศไทย สำหรับ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ จะเป็นการลงแข่งรายการแอลพีจีเอทัวร์แรกเพื่อเปิดฤดูกาลของฉัน ซึ่งครั้งนี้ก็จะตั้งใจทำผลงานให้ดีที่สุด ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่จัดการแข่งขันในทุก ๆ ปี”

เนลลี่ คอร์ดา ซึ่งคว้าแชมป์ เพลิแกน วีเมนส์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปีที่แล้ว จะกลับมาร่วมแข่งขันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 กล่าวว่า “รู้สึกดีใจที่จะได้กลับมาเล่นในเอเชีย ตั้งตารอที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด และหวังว่าฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ จะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในฤดูกาล 2023 นี้”

จีน-อาฒยา ฐิติกุล

จีน-อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟไทยวัย 19 ปี ผู้ครองรางวัลรุกกี้ ออฟ เดอะเยียร์ และเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 2 ที่สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นมือหนึ่งของโลก กล่าวว่า “ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นประสบการณ์ที่พิเศษสำหรับนักกอล์ฟไทย จีนติดตามชมรายการมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และได้เข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้ในฐานะนักกีฬารับเชิญครั้งแรกในปี 2017 ปีนี้ ก็จะได้กลับมาลงเล่นสนามแห่งนี้เป็นครั้งที่ 5  จะพยายามพัฒนาฟอร์มอย่างต่อเนื่องและตั้งใจทำผลงานเต็มที่ให้แฟน ๆ ชาวไทยได้ภูมิใจ และหวังว่าจะมีส่วนช่วยในการส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ เหมือนกับที่จีนได้รับแรงบันดาลใจจาก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์”

ดร. นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย “การสนับสนุนกีฬาในทุกระดับล้วนมีความสำคัญ เพราะการได้เห็นนักกีฬาที่มีศักยภาพได้แสดงฝีมือในสนามแข่งขัน ย่อมเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักกีฬาหน้าใหม่ได้กล้าที่จะเดินตามความฝัน นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นการเติบโตอย่างมั่นคงของนักกอล์ฟและแฟนกอล์ฟในประเทศไทย  การกีฬาแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณในความทุ่มเทของ ฮอนด้า ไอเอ็มจี รวมทั้งผู้สนับสนุนและพันธมิตรในการส่งเสริมและยกระดับวงการกอล์ฟ ไปพร้อมกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ”

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการจัดงาน มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ไอเอ็มจี ประเทศไทย กล่าวว่า “เราคาดหวังว่าปีนี้ จะมีแฟนกอล์ฟชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมเชียร์แบบติดขอบสนามอย่างเนืองแน่น เราพร้อมต้อนรับทุกท่านด้วยกิจกรรมจากบูธผู้สนับสนุน เกมสนุก ๆ ทดลองเล่นกอล์ฟและร่วมระดมทุนเพื่อการกุศลอย่าง Chip-4-Charity และ Beat The Pro รวมถึงร้านอาหาร และสินค้าที่ระลึกมากมายให้แฟนกอล์ฟได้เพลิดเพลินตลอด 4 วันในช่วงการแข่งขัน อยากขอเชิญชวนแฟน ๆ กอล์ฟ ให้ชวนเพื่อน ๆ และครอบครัว มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่น่าประทับใจใน
ทัวร์นาเมนต์มาตรฐานระดับโลกไปด้วยกัน”

นอกเหนือจากทัวร์นาเมนต์แล้ว ยังมีโครงการ Road to Honda LPGA Thailand” ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มุ่งเน้นส่งเสริมการเติบโตและการพัฒนาอุตสาหกรรมกอล์ฟของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ได้แก่ การแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2023 National Qualifiers  โครงการ Young Ambassador และกิจกรรม Junior Golf Clinic รวมไปถึงกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งระดมทุนค่าสมัครจากการข่งขัน National Qualifiers นำไปจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านตาลหมัน อ.โป่ง จ.ชลบุรี  และการนำรายได้จากการประมูลของที่ระลึกจากนักกีฬา จากกิจกรรม Charity Night เพื่อบริจาคให้แก่ ศิริราชมูลนิธิ

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมแล้วที่เว็บไซต์ https://hondalpgathailand.com/ โดยผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถเข้าชมได้ฟรีนอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดเพิ่ม 10 % ทุกยอดของการชำระค่าบัตรเข้าชมการแข่งขันผ่านทางเว็บไซต์ และที่สนามสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี

สามารถติดตามการถ่ายทอดสดผ่านทาง PPTV HD ช่อง 36 ได้ตลอด 4 วันของการแข่งขัน และทางแพลตฟอร์มออนไลน์ https://www.pptvhd36.com รวมถึงเฟซบุ๊ก ยูทูป และแอปพลิเคชันของทางสถานี

รายละเอียดบัตรเข้าชมและอัปเดตข่าวสารของการแข่งขันได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือติดตามผ่านทาง www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรมhttps://www.instagram.com/hondalpgathailand

ปนัดดา เจณณวาสิน ผู้บริหารหญิงอีซูซุ รับรางวัลเกียรติยศ “ผู้เสียสละเพื่อสังคม”

0

คุณปนัดดา เจณณวาสิน ประธานที่ปรึกษา บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัล “ผู้เสียสละเพื่อสังคม” จากนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดีรวมถึงการทำความดีด้วยการช่วยเหลือและสร้างกำลังใจให้กับประชาชนและกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาสังคม อีกทั้งสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ โดยเป็นผู้บริหารหญิงไทยคนแรกที่สร้างผลงานให้ต่างชาติยอมรับว่าสมองไม่มีเพศ และเรื่อง “เพศ” ไม่ใช่บรรทัดฐานในการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมและสาธารณชน ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสาร เพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

Suzuki เอาด้วย EV เปิดตัว eVX ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกแล้ว

0

การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ EV รุ่น eVX ของ Suzuki นั้นจัดขึ้นที่ Maruti Suzuki Pavilion ที่งาน Auto Expo 2023 ซึ่งจัดขึ้นที่ นิวเดลี ประเทศอินเดีย Suzuki eVX ได้รับการออกแบบให้เป็นรถ SUV และที่สำคัญคือเป็นรถต้นแบบจากแนวคิดที่เกิดจากกลยุทธ์ในการที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้า(EV)เป็นครั้งแรกของ Suzuki และจากนี้ไปจะมีกำหนดเปิดตัวสู่ตลาดภายในปี พ.ศ. 2568 สำหรับการกำหไนดรูปแบบให้เป็น SUV นั้น เป็นเพราะ Suzukiมีการนำเสนอรถ SUV รุ่นต่างๆ เช่น Grand Vitara และ S-CROSS ผลิตออกจำหน่ายในประเทศต่างๆ ทั่วโลกไปแล้ว และเป็นภาพลักษณ์ที่โดดเด่นส่วนหนึ่งของ Suzuki ดังนั้น eVX จึงถูกออกแบบให้เป็น BEV ในรูปแบบ SUV เพื่อสะท้อน DNA 4×4 ที่แข็งแกร่งของ Suzuki เข้ากับคุณสมบัติขั้นสูงของ BEV ล่าสุด รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบให้สามารถจดจำได้ในทันทีว่าเป็นรถ SUV ของ Suzuki นอกจากนี้ ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อสานต่อตำนานรถ 4×4 ของแบรนด์สู่ยุคใหม่แห่งพลังงานไฟฟ้า เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบ Suzuki SUV อย่างแท้จริง

ข้อมูลจำเพาะ
ความยาวโดยรวม 4,300 มม. x กว้าง 1,800 มม. x สูง 1,600 มม
ความจุแบตเตอรี่: 60kWh พิสัยการเดินทางที่ระยะทาง: 550 กม. (คำนวนจากวงจรการขับขี่ของอินเดีย (MIDC))

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมฉลองครบรอบ 2 ปีในไทย ประกาศกลยุทธ์ธุรกิจปี 2566 พร้อมทัพรถยนต์ที่จะเปิดตัวในปีนี้

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ เตรียมฉลองครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมสานต่อความสำเร็จในการปลุกกระแสยานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เดินหน้าจัดงาน “GWM 2nd Brand Anniversary Press Conference” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในปี 2565 ที่ผ่านมาและประกาศกลยุทธ์ตลอดจนทิศทางธุรกิจสำหรับปี 2566 ทั้งด้านการสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด การขาย และการบริการหลังการขาย เสริมทัพด้วยเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับการประกาศรุ่นรถยนต์ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะนำมาเปิดตัวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวออนไลน์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ทาง Facebook, YouTube และ TikTok : GWM Thailand ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 19.00 – 20.00 น.

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคชาวไทยมาโดยตลอด ขณะเดียวกัน ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบรนด์ HAVAL และแบรนด์ ORA ทั้ง 5 รุ่น ซึ่งเรานำมาเปิดตัวในตลาดประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น HAVAL H6 Hybrid SUV, HAVAL JOLION Hybrid SUV, All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV, ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ต่างก็เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับที่ทั้งสะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความต้องการของแฟนๆ ชาวไทยยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง การันตีด้วยยอดขายและส่งมอบรวมทั้งสิ้น 11,616 คัน ในปีที่ผ่านมา”

“สำหรับปี 2566 นี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะยังคงให้ความสำคัญกับการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนออกแบบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ที่พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่เวทีระดับภูมิภาคและเวทีระดับโลก แฟนๆ เกรท วอลล์ มอเตอร์สามารถติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ในงาน ‘GWM 2nd Brand Anniversary Press Conference’ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้พร้อมกันวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 นี้” นายณรงค์ กล่าวเสริม

ในโอกาสเดียวกันนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเข้าสู่ปีที่ 3 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยพร้อมทั้งสานต่อ Mission 9 in 3 ที่จะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 9 รุ่น เข้ามาสร้างความโดดเด่นบนท้องถนนไทยภายใน 3 ปี เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมแล้วที่จะประกาศให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ทราบพร้อมกันว่าในปี 2566 นี้ จะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใดเข้ามาสู่ตลาดในประเทศไทยบ้าง ซึ่งรถยนต์รุ่นดังกล่าวจะยังคงอัดแน่นด้วยนวัตกรรมอันชาญฉลาด ครบครันด้วยสมรรถนะเหนือชั้นและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายพร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ซึ่งจะทยอยมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้แฟนๆ ชาวได้สัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน

“ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แนะนำยนตรกรรมอัจฉริยะให้กับผู้บริโภคชาวไทยไปแล้วทั้งสิ้น 5 รุ่นด้วยกัน เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์รุ่นที่เราจะเปิดตัวในปี 2566 นี้ จะเป็นที่ถูกตาต้องใจแฟนๆ ชาวไทยอย่างแน่นอน ชิดจอรอลุ้นกันได้เลยว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นใดและจากแบรนด์ใดบ้าง” นายณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 2 ปีในประเทศไทยของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้พร้อมกันทั่วประเทศ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 19.00 – 20.00 น. ทาง Facebook, YouTube และ TikTok : GWM Thailand