Home Blog Page 249

นิสสัน ประเทศไทย ต้อนรับนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา

0

นิสสัน ประเทศไทย ต้อนรับนักศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ แมคอินไทร์ สคูล ออฟ คอมเมิร์ช มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (McIntire School of Commerce, University of Virginia) สู่ศูนย์กลางการผลิตของ นิสสัน ในประเทศไทย เพื่อเปิดประสบการณ์และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเวียดนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรของมหาวิทยาลัยในด้าน “ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคในประเทศไทย และเวียดนาม” โดยมี อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย ในฐานะศิษย์เก่าพร้อมคณะผู้บริหารนิสสัน พาชมสายการผลิต และนำเสนอความรู้ในชีวิตจริง และข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคนี้

คณะนักศึกษากว่า 20 คน ซึ่งนำโดย ศาสตราจารย์เจมส์ แมกซ์แฮม และคณะบดี นิโคล ที. เจนกินส์ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมสายการผลิต เพื่อดูขั้นตอนการประกอบนิสสัน นาวารา และ เทอร์ร่า

มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่โดดเด่นแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดย  โทมัส เจฟเฟอร์สัน ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา

‘ซูซูกิ’ จัดแคมเปญหนัก “SUZUKI SMART DEAL” ดีลสุดสมาร์ทที่พลาดไม่ได้ ช่วยผ่อนทันที 10 เดือน สุดพิเศษดอกเบี้ย 0% สูงสุด 48 เดือน

0

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมพร้อมรับตลาดรถยนต์กลับมาคึกคัก อัดแคมเปญสำหรับลูกค้า ดอกเบี้ย 0% หรือเลือกรับข้อเสนอซูซูกิช่วยผ่อน นานสูงสุด 10 เดือน พิเศษสุดสำหรับลูกค้า SUZUKI CELERIO อีโคคาร์ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2565 ที่ผ่านมา มียอดขายรวมทั้งสิ้น 848,589 คัน โดยซูซูกิมียอดขายรวมทั้งสิ้น 20,083 คัน SUZUKI SWIFT ยังคงเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงยอดนิยมของซูซูกิที่มีส่วนในการผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ต่างยอมรับ และให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเราเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

สำหรับตลาดรถยนต์ในปี 2566 จากแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังมีทิศทางที่ดีขึ้นจากปัจจัยบวกต่างๆ เช่น การเปิดประเทศ การขาดแคลนชิ้นส่วนที่บรรเทาลงไป ราคาน้ำมันที่เริ่มทรงตัว จึงคาดการณ์ว่าจะมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 900,000 คัน มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา 5% ในส่วนของซูซูกิ ยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์เพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2566 จำนวน 27,000 คัน

ซูซูกิยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์เพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2566 จำนวน 27,000 คัน  นอกจากความมุ่งมั่นในการสร้างและเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าแล้ว ซูซูกิยังคงมั่งหวังที่จะตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการมอบแคมเปญสุดพิเศษ SUZUKI SMART DEAL ดีลสุดสมาร์ทที่พลาดไม่ได้” ให้กับลูกค้า นอกจากเป็นการรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ในช่วงต้นปี ยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับแคมเปญ SUZUKI SMART DEAL ดีลสุดสมาร์ทที่พลาดไม่ได้” จะมอบให้สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านความคุ้มค่า คุ้มราคา  ภายในวัน ที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2566 ซึ่งประกอบไปด้วยรายละเอียดของแต่ละรุ่น ดังนี้

SUZUKI SWIFT

  • เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ทุกรุ่น GL ,GLX ,GL PLUS
  • หรือเลือกรับซูซูกิช่วยผ่อนสูงสุด 10 เดือน สำหรับรุ่น GL และ GLX เดือนละ 4,000 บาท สำหรับรุ่น GL PLUS เดือนละ 3,500 บาท
  • หรือเลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,333 บาท พร้อม ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 40,000 บาท สำหรับรุ่น GL และ GLX หรือ รับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 35,000 บาท สำหรับรุ่น GL PLUS
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CIAZ

  • เลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,777 บาทพร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 50,000 บาท
  • หรือ เลือกรับดอกเบี้ย 0%
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI XL7

  • เลือกรับ ข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 0%
  • หรือ เลือกรับ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 40,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CELERIO

  • เลือกรับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,999 บาท พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

SUZUKI CARRY

  • รับข้อเสนอ ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 10,000 บาท
  • หรือ เลือกรับ ข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 89%
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก

NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID

  • เลือกรับ ข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 39%
  • หรือเลือกรับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 5,888 บาท พร้อมส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 20,000 บาท
  • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระยะเวลา 3 ปี

 

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ของซูซูกิทุกรุ่นตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงใจและหลากหลาย เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งตัวสินค้าและงานบริการในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเรายังมีผู้จำหน่ายที่เข้มแข็งพร้อมจะพัฒนาและเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน รวมไปจนถึงการมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศเข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลายและช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับซูซูกิ ได้แก่  บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ แคมเปญพิเศษ “SUZUKI SMART DEAL ดีลสุดสมาร์ทที่พลาดไม่ได้” จัดสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิรุ่นที่ร่วมรายการและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566-30 เมษายน 2566 โดยข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้านทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิมีความต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพและการบริการที่ดีทั้งก่อนและหลังการขาย เราจึงไม่ได้มุ่งหวังแค่จะสร้างยอดขายให้เติบโตเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”

 

ช่องทางการติดต่อ

www.suzuki.co.th 
www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand
SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

 

“อีซูซุยอดนักขับมือทอง” 2565 รอบชิงชนะเลิศ สุดยอดกิจกรรมรถบรรทุกแห่งปี

0

อีซูซุ ตอกย้ำความเป็น “สุดยอดรถบรรทุกตัวจริงต้องอีซูซุคิงออฟทรัคส์” จัดการแข่งขัน “อีซูซุ ยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2565 เป็นปีที่ 15 โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาศักยภาพการขับขี่ของนักขับรถบรรทุกเมืองไทยให้มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุด เพื่อความสำเร็จร่วมกันในการยกระดับวงการขนส่งไทยสู่ระดับสากล ซึ่งการแข่งขันในทุกครั้ง  ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ และนักขับรถบรรทุกเมืองไทยจากทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมโล่เกียรติยศ ณ สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กลุ่มตรีเพชรโดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “การแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2565 รอบชิงชนะเลิศ แชมป์ตัวจริง คิงออฟทรัคส์ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขับขี่และสร้างความภาคภูมิใจให้กับยอดนักขับรถบรรทุก อีกทั้งยังช่วยยกระดับมาตรฐานการขนส่งเมืองไทย โดยผู้ที่คว้าตำแหน่งแชมป์ระดับประเทศนั้น จะต้องผ่านบททดสอบทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ตั้งแต่รอบคัดเลือกระดับภูมิภาค เพื่อก้าวสู่การแข่งขันครั้งสำคัญในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ โดยนักขับรถบรรทุกที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ทั้ง 40 คน จะต้องแสดงทักษะความเชี่ยวชาญในการควบคุมรถอย่างมีประสิทธิภาพ ขับรถอย่างปลอดภัยถูกต้องตามกฎจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง นำมาซึ่งการเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจ โดยนำสุดยอดรถบรรทุกยอดขายสูงสุดอันดับ 1 เป็นเวลา 23 ปีซ้อน “Isuzu King of Trucks” มาประลองฝีมือในประเภท “รถหัวลาก รุ่น GXZ” และ “รถสิบล้อลากพ่วง รุ่น FXZ” ผ่านสถานีทดสอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถสลับช่องทาง การขับรถเดินหน้า และถอยหลังรูปตัว T การขับรถสลาลมและจอดตรงจุด การขับรถประหยัดน้ำมันและปลอดภัย รวมถึงการทดสอบข้อเขียนเกี่ยวกับกฎหมายจราจร กฎหมายการขนส่ง จิตวิทยา ทักษะ การตัดสินใจ และความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้และบำรุงรักษารถประจำวัน โดยผลการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2565 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้

ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง

ชนะเลิศ คุณต้น สมารมิตร์ จาก เจ้าของกิจการ คุณจำลอง สมารมิตร์ รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณสมพร ทองนำ จาก บริษัท อี.ที. ชลบุรีขนส่ง 1996 จำกัด รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณสุวิทย์ ลมูลศิลป์ จาก บริษัท ศิลามาตรศรี จำกัด รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ประเภทรถบรรทุกหัวลาก

ชนะเลิศ คุณภานุเดช กลิ่นดอกไม้ จาก เจ้าของกิจการ คุณจำนง ต่างกลาง รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณศรัณย์ ถาวรสัง จาก บริษัท ปัญญาวัสดุก่อสร้าง จำกัด รับรางวัลเงินสด 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณวิเชียร รายมีผล จาก บริษัท ดารัช โลจิสติกส์ จำกัด รับรางวัลเงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

นอกจากนี้ เจ้าของกิจการของผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1-2 ของทั้ง 2 ประเภท ยังได้รับรางวัลบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 20,000 บาทอีกด้วย

สำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันอีซูซุยอดนักขับมือทองในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก คุณเมฆ มนต์เสรีนุสรณ์ รองกรรมการผู้จัดการด้านการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ประกอบการที่ส่งนักขับมาร่วมการแข่งขัน กล่าวว่า “การแข่งขัน   อีซูซุยอดนักขับมือทอง ในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 15 และถือว่าเป็นการแข่งขันที่มีชื่อเสียงในวงการขนส่งเมืองไทย นอกจากจะเป็นการแข่งขันเพื่อวัดความสามารถของพนักงานขับรถบรรทุกแล้ว ยังทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีความภาคภูมิใจในสายงานอาชีพ สำหรับเกียรติธนา ขนส่ง เป็นบริษัทขนส่งวัตถุอันตราย ประเภทเคมีภัณฑ์ น้ำมัน และก๊าซ ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญของความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง เรามีการคัดเลือกพนักงานที่จะเข้ามาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเหมือนกระบวนการในการพัฒนาทักษะของพนักงานในองค์กรของเราให้มีการขับขี่ที่ปลอดภัย และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าของเราให้มากที่สุดครับ”

ด้าน คุณเจษณี เจริญศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท จิรเจริญ จำกัด อีกหนึ่งเจ้าของกิจการ เผยว่า “การแข่งขันอีซูซุยอด นักขับมือทอง เป็นกิจกรรมที่ดี ช่วยส่งเสริมให้พนักงานขับรถแสดงศักยภาพที่ตัวเองมีในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม การเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นให้คนขับ และบริษัทขนส่งได้พัฒนา และปรับปรุงคุณภาพการขนส่งที่ดี ให้มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และประหยัด ซึ่งทุกอย่างนี้ มีในรถบรรทุกอีซูซุ ซึ่งทางบริษัทฯ มีความไว้วางใจและเลือกใช้รถบรรทุกอีซูซุเพื่อใช้ในกิจการหลายร้อยคันค่ะ”

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ Facebook: ISUZU TRUCKS THAILAND

ทีทีซี มอเตอร์ ต้อนรับ มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย คนใหม่

0

ทีทีซี มอเตอร์  ให้การต้อนรับ มร.มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย คนใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเยี่ยมชมกิจการ ทีทีซี ในฐานะผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัค เมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ ทุกซับแบรนด์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์  ณ โชว์รูมและศูนย์บริการ ทีทีซี พัฒนาการ 45

คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัค เมอร์เซเดส-อีคิว อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ทีทีซี มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในทุกซับแบรนด์ได้รับเกียรติจาก มร.มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดคนใหม่ ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อ วันที่ 1 มกราคม 2566

“จากข้อมูล มร.มาร์ทิน ชเวงค์ ทำงานกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ มายาวนานตั้งแต่ปี 2535 เริ่มต้นที่ประเทศเยอรมัน แอฟริกาใต้ ออสเตรีย สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย  โดยเฉพาะที่อินเดีย ทราบว่าท่านมีบทบาทสำคัญ ในการเตรียมเมอร์เซเดส-เบนซ์ อินเดีย ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนและผลักดันการริเริ่มการทำงานเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและดิจิทัล

ทั้งนี้เขายังมีส่วนสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์การเติบโตของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์สันดาปหลักในตลาด การบุกเบิกการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรีด้วยรถยนต์รุ่น EQC การยกระดับกลยุทธ์เครือข่ายการค้าปลีกด้วยรูปแบบการค้าปลีก MAR 2020 และการนำโมเดลธุรกิจ ‘การค้าปลีกแห่งอนาคต’ ไปใช้งานได้อย่างดีและประสบความสำเร็จในอินเดีย จากประสบการณ์ดังกล่าว ผมมองว่าท่านประธานฯ ต้องนำแนวคิดและประสบการณ์ที่ได้มาประกอบการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ใหม่ๆให้เครือข่ายค้าปลีก ในประเทศไทย ให้ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นแน่นอน”

ในส่วนของทีทีซี มอเตอร์คณะผู้บริหาร ได้ให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน ตามนโยบายและแนวทางที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยกำหนด เพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านในหลายมิติ ดังนั้นการมีผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์มาช่วยวางขอบข่าย น่าจะทำให้เกิดการปรับปรุงและปรับตัวรับกับสถานการณ์ได้ถูกต้องและชัดเจน

ทีทีซี มอเตอร์ 2 สาขา คือสาขาพัฒนาการ 45 โทร.1274, 02-322-2222,083-545-6456 และสาขาอุบลราชธานี โทร. 045-475-222  , www.facebook.com/BenzTTC   TTC Motor #ครบจบทุกเรื่องเบนซ์ ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz Mercedes-AMG | Mercedes-EQ Mercedes-Maybach | Sprinter  อย่างเป็นทางการ   Line : https://bit.ly/LINEBENZTTC   IG : https://bit.ly/IGBENZTTC

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ Next Gen Ford Ranger Wildtrak ไม่ต้องเอื้อมไปถึง Raptor ก็ดุดันไม่เกรงใจใครไม่เกรงใจใครได้เช่นกัน

0
Next Gen Ford Ranger Wildtrak Pic Open

Next Gen Ford Ranger Wildtrak มาใหม่กับความสด จากรูปลักษณ์ และเทคโนโลยีทันสมัย จะเรียกว่าที่สุดของเวกเมนต์นี้ก็ว่าได้ สิ่งที่ยังคงได้กลิ่นอายของรุ่นก่อนมีเรื่องเดียวนั่นคือขุมพลัง แต่ ฟอร์ด มอเตอร์ ได้มีก็มีการพัฒนาให้มีความกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร ต่างไปจากเดิม 3 แรงม้า ฟิลลิ่งการขับขี่จะเป็นเช่นไร การใช้งานเทคโนโลยีทันสมัยจะช่วยเหลือการขับขี่มากน้อยเพียงใด เรื่องราวการทดสอบทั้งทางเรียบ และทางลุยพร้อมให้ติดตาม

Next Gen Ford Ranger Wildtrak รูปลักษณ์ภายนอกตกแต่งให้ดูสปอร์ต ดุดัน สไตล์อ๊อฟโรด หน้ากระจังและกันชนตกแต่งด้วยสีดำเงาปัยโนแบลคต่างไปจากรุ่นปกติ ไฟหน้าแบบ LED โปรเจกเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน และไฟตัดหมอกแบบ LED ซึ่งการทำงานในขณะเวลากลางคืนจะส่องแสงไปตามทิศทางการหมุนของพวงมาลัย

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 7

 

กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า มีไฟส่องสว่างข้างตัวรถ ซุ้มล้อตกแต่งคิ้วกันกระแทกสีดำ กระบะท้ายติดตั้งสปอร์ตบาร์และราวยึดอุปกรณ์ ติดตั้งมาเฉพาะรุ่น กันชนหลังมีบันไดข้างสำหรับเหยียบขึ้นตัวกระบะ

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 4

ฝาท้ายติดตั้งระบบช่วยผ่อนแรง EasyLift ทำให้น้ำหนักเบาทั้งเปิดและปิด ติดตั้งพื้นปูกระบะมาให้เสร็จสรรพ รวมถึงมีช่องจ่ายกระแสไฟ 12V 1 ช่อง และ 230V 1 ช่อง สำหรับใช้ในการจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เข้าทางผู้ที่รักการใช้ชีวิตการเดินทางในสไตล์แคมปิ้ง

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 5

สำหรับล้ออัลลอยมีขนาด 18 นิ้ว และระบบเบรคเป็นดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ ซึ่งจานเบรกหน้ามีขนาดใหญ่ถึง 420 มม.

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 6

มิติตัวรถมีขนาดความยาว 5,370 มม. กว้าง 1,918 มม. สูง 1,884 มม. และระยะฐานล้อยาว 3,270 มม. ส่วนขนาดความกว้างของกระบะท้ายยาว 1,564 มม. กว้าง 1,584 มม. และสูง 540 มม.ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นเดิมจะสั้นลงเล็กน้อย แต่ในส่วนของฐานล้อปรับใหม่ ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขึ้นอีกด้วย

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 1

 

ภายในตกแต่งสปอร์ต เน้นโทนสีดำ เบาะหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์ ตัวเบาะปรับให้ใหญ่ขึ้นกว่าเจนที่ผ่านมาอย่างเห็นไดชัด รุ่น Wildtrak มีปักฉลุเดินด้ายสีเหลือง สำหรับเบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 8

มาตรวัดขนาด 8 นิ้วแบบดิจิตอล คอนโซลกลางติดตั้งจออินโฟเทนเมนต์สั่งการด้วยระบบสัมผัสขนาด 12 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งแสดงการทำงานของกล้องมองภาพ 360 องศา ลำโพง 6 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และสามารถสั่งงานด้วยเสียง โดยการควบคุมของระบบปฎิบัติการ Sync 4a ถูกใช้เป็นสมองหลัก ส่วนการสั่งการเชื่อมต่อระบบต่างๆผ่านระบบ Ford Pass Connect

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 9

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 9

มีช่อเสียบ USB 4 จุด ส่วนแอร์เป็นแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึง Wiress Charger

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 10

เครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิม 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 210 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,000 รอบ/นาที (ลดลงจากรุ่นเดิม 3 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ระบบขับเคลื่อนมีทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อ ซ่งมากับตัวช่วยทั้ง Differrential Lock และ Hill Desent Control ซึ่งมากับฟังค์ชั่นการใช้งานในทางลุย Terrain Managtment System

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 12

ระบบช่วงล่างปรับใหม่ ด้านหน้าเป็นแบบอิสระดับเบิลวิชโบน ปรับโช๊คอัพเชแบบ Twin Tube เป็น Mono Tube ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่น

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 13

ถึงแม้ว่าเป็นน้องสุดท้องของเซกเมนต์รถกระบะ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยจัดเต็ม ทั้ง ถุงลมนิรภัย 7 จุด, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง, ระบบช่วยโทร. ฉุกเฉิน, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง, ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control, ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA, ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM และเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 14

เราใช้การเดินทางไกลกว่า 100 กม. สำหรับการพิสูจน์สมรรถนะ ในด้านการควบคุมนั้นแม่นยำ พวงมาลัยเป็นแบบไฟฟ้าที่ปรับน้ำหนักตามรอบความเร็ว ส่วนในด้านของการเก็บเสียงในห้องโดยสารทำมาได้ดี เครื่องยนต์แรงหายห่วง อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ในเวลาเพียงไม่ถึง 11 วินาที พร้อมอัตราสิ้นเปลืองตามอีโค่สติกเกอร์ที่ประมาณ 13 กม./ลิตร

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 15

และอีกเรื่องที่จัดเต็มทั้งกล้องมองภาพรอบคัน ยังมีตัวช่วยการขับขี่แบบไม่กั๊ก ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อออกนอกช่องทาง ระบเตือนเมื่อมีวัตถุเข้าใกล้ และอีกมากมาย ซึ่งพูดได้ว่าการมาทีหลัง แต่ขึ้นนำในด้านเทคโนโลยีความทันสมัย รวมถึงระบบความปลอดภัย

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 16

นอกจากนี้การใช้งานในทางลุย ถ้าพูดว่าไปได้ทุกที่ก็ไม่ถึงกับเกินจริง เพราะนอกจากการใช้งานขับเคลื่อน 4 ล้อที่ปรับได้ง่าย Terrain Management System ที่ถูกส่งต่อมาจาก Raptor ทั้งโหมด ทราย หิน หญ้า โคลน ที่ไม่ได้มาแค่ Baha โหมด Sport ซึ่งตัวช่วยในทางลุยอย่าง Defferential Lock และ Hill Desent Control ยังมีมาให้ครบ แต่การใช้งานอาจจะยุ่งยากกว่าเดิม เพราะต้องเข้าไปเปิดระบบที่จอกลาง

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 17

ทุกสิ่งอย่างที่ให้มากับ Next Gen Ford Ranger Wildtrak พุดได้ว่าดีงาม เพียงแต่ควรปรับตัวคุ้นชินกับรถได้เร็วที่สุด เพราะที่สัมผัสได้ในการทดสอบครั้งนี้ รอบเครื่องยนต์จะไปค้างอยู่ที่ 1500-1700 รอบ ก่อนที่จะปลดรอบให้เหลือประมาณ 800 รอบ และอีกเรื่องคือเบรกที่พัฒนาด้วยการถอดหม้อลมเบรกให้เป็นระบบช่วยเบรกแบบไฟฟ้า อาจจะต้องเผื่อระยะเล็กน้อย

Next Gen Ford Ranger Wildtrak 19

ราค่าตัว 1.299 ล้านบาทถือว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงความใหม่ สด ขุมพลังที่ดุดันและแรงที่สุดในเซกเมนต์ ช่วงล่างที่เฟริ์มและให้อารมณ์ต่างไปจากรถกระบะเชิงพาณิชย์ เทคโนโลยีที่จัดเต็ม และที่ถูกทางนั่นคือผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและชอบท่องเที่ยวในสไตล์แคมปิ้ง Next Gen Ford Ranger Wildtrak คือคำตอบ

มาสด้า ควงสวาทแคทลั่นสู้ไม่ถอยต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อแฟนบอล

0

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร และ นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ให้การต้อนรับตัวแทนผู้บริหารสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หรือ สวาทแคท นำโดย นายบัญชา พิมพ์สมบูรณ์ รองประธานสโมสรและผู้อำนวยการสโมสรฯ และ นางสาวอัญรินทร์ วงศ์อัครพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายหารายได้และสิทธิประโยชน์ พร้อมด้วยคณะนักฟุตบอลที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมเยือนและพูดคุยถึงความพร้อมก่อนลงการแข่งขันไทยลีก 2022-23 เลคที่สอง โดยทีมฯ เผยมีความพร้อมเต็มร้อยทั้งร่างกายและการฝึกซ้อมเพื่อลุยศึกการแข่งขันในนัดที่เหลือ ลั่นพร้อมสู้อย่างเต็มที่และจะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อความสุขของแฟนบอล

ในขณะที่ มร. ทาดาชิ มิอุระ ได้กล่าวให้กำลังใจทีมว่า “เราชาวมาสด้าขอเป็นกำลังใจให้ทีมประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าด้วยสปิริตความเป็นนักสู้ของทุกคนในทีมจะสามารถเก็บชัยชนะมาครองได้อย่างต่อเนื่อง หากทุกคนมีความมุ่งมั่นทุ่มเท อันเปรียบเสมือนกับจิตวิญญาณความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคของชาวมาสด้าที่ถือกำเนิดจากเมืองฮิโรชิมา จนเกิดเป็นความสำเร็จของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และสามารถครองใจลูกค้ามากมายหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ มาสด้าพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อแฟนบอลชาวไทยและชาวโคราชทุกคน รวมถึงนักฟุตบอลทุกคนจะได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้”

สำหรับ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หรือสวาทแคทมาอย่างยาวนาน เพื่อให้ผู้ที่รักในกีฬาฟุตบอลได้เชียร์ทีมรักและได้สัมผัสบรรยากาศของการแข่งขันในลีกระดับประเทศ   ซึ่งมาสด้าเชื่อว่าการสนับสนุนนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก เพราะฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ Sustainable Zoom-Zoom ของมาสด้า ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อโลก เพื่อสังคม และเพื่อผู้คน ที่ยั่งยืนตลอดไป

นิสสัน ชวนน้องๆ สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์เพื่ออนาคต ที่ศูนย์การเรียนรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้า

0

นิสสัน เปิดบ้านต้อนรับเหล่าน้องๆ เยาวชนจากชุมชนรอบโรงงานนิสสันที่จังหวัดสมุทรปราการ เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้า (Nissan Electrification Experience Center) รวมถึงประโยชน์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะช่วยให้โลกสะอาดขึ้นและช่วยให้สังคมก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน  กิจกรรมพิเศษนี้เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้กับน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการทักษะภาวะผู้นำสำหรับเด็กและเยาวชน (Youth Leadership Development Programme หรือ YLD) ที่นิสสันให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องถึง 3 ปีแล้ว

สำหรับในปีนี้ เป็นครั้งแรกที่นิสสันได้ต้อนรับน้องๆ นักเรียนชั้นประถมศึกษา ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการ YLD รุ่นที่มีอายุน้อยที่สุดได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้าของนิสสัน  น้องๆ นักเรียนทั้ง 100 คน มาจากโรงเรียนในชุมชนรอบๆ โรงงานนิสสัน ได้แก่ โรงเรียนวัดจระเข้ใหญ่ และโรงเรียนพรหมพิกุลทอง และได้สัมผัสกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหลายรุ่น เช่น นิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์ (Kicks e-POWER) และนิสสันลีฟ (Nissan LEAF)

เจ้าหน้าที่ของนิสสันอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ Nissan Energy Share หรือการถ่ายโอนไฟฟ้าจากรถยนต์นิสสัน

 

น้องๆ นักเรียน ที่เข้าร่วมโครงการ YLD ตื่นเต้นมากที่ได้เรียนรู้จักเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เทคโนโลยีการชาร์จไฟแบบสองทาง (Bidirectional charge) ที่สามารถเปลี่ยนรถยนต์ธรรมดาให้กลายเป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ได้  โดยสามารถส่งพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบจ่ายไฟของการไฟฟ้าได้  ดังนั้น ในยามที่เกิดเหตุวิกฤต เช่น การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ  เจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสามารถใช้กระแสไฟจากรถยนต์ของตัวเองมาใช้ภายในบ้านในขณะที่รอความช่วยเหลือได้  ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและได้รับความสนใจเป็นอย่างดี เกี่ยวกับแนวคิดนี้ที่นิสสันกำลังร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในการศึกษารายละเอียดอยู่

น้องๆ เรียนรู้การทำงานของระบบรถยนต์ไฟฟ้าด้วยรถยนต์นิสสันลีฟ จำลองคันจิ๋ว

 

นอกจากนี้ น้องๆ นักเรียน ที่ร่วมกิจกรรมในโครงการ YLD ยังได้ทราบว่ารถยนต์นับล้านๆ คันที่วิ่งอยู่ในประเทศไทยและใน 190 ประเทศทั่วโลก เป็นผลงานของโรงงานนิสสันที่สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของพวกเขาเอง  การค้นพบเช่นนี้ทำให้น้องๆ รู้สึกภูมิใจในฝีมือของคนไทย ซึ่งรวมถึงพ่อแม่หรือญาติๆ ของน้องๆ บางคนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานด้วยเช่นกัน

อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “การสอนให้เด็กๆ รู้จักและเข้าใจประโยชน์ของรถยนต์ขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าตั้งแต่ยังเล็กเป็นเรื่องสำคัญ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นอนาคตของพวกเรา  และรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV จะช่วยให้โลกของเราสะอาดขึ้น และสังคมมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เราจึงได้ชวนน้องๆ จากโรงเรียนรอบๆ มาเยี่ยมชมโรงงานของเรา และเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดโครงการ Nissan Energy Share ให้มากขึ้น”

โครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำสำหรับเด็กและเยาวชนของนิสสัน เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง Nissan Care International Japan และ มูลนิธิรักษ์ไทย  โครงการนี้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้นำ และมีทักษะสำหรับการเป็นผู้นำองค์กรและการบริหารองค์กร  ในระยะเริ่มต้น ได้มีการจัดกิจกรรมกับโรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยอง และ สมุทรปราการ  ซึ่งนับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงและมีจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มชึ้นเป็น 2,100 รายในปี 2564

ทดลองนั่งและสัมผัสเทคโนโลยีล้ำยุคในนิสสันคิกส์ อี-พาวเวอร์ และนิสสันลีฟ

ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://nissan.co.th หรือ Facebook, Instagram, Twitter และ LinkedIn หรือรับชมวีดีโอล่าสุดจากนิสสันได้ทาง YouTube

 

ฮอนด้าเชิญชวนลูกค้า ตรวจสอบรถยนต์ที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม เข้ารับบริการเปลี่ยนฟรี

0

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน แจ้งลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้ารุ่นผลิตปี ค.ศ. 1998 – 2014 (พ.ศ. 2541 – 2557) ให้เข้ารับการตรวจสอบรถยนต์ว่าเข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมหรือไม่ โดยสามารถเช็กด้วยตนเองเพียงสแกน QR Code และกรอกหมายเลขตัวถังรถยนต์ หรือผ่านทางเว็บไซต์ https://vinsearch.honda.co.th

สแกน QR Code เพื่อเช็กว่ารถยนต์ของท่านเข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมหรือไม่

ทั้งนี้ ลูกค้าที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมและยังไม่ได้เข้ารับการบริการ สามารถทำการนัดหมายล่วงหน้าและนำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย* ด้วยบริการที่รวดเร็วสามารถรอรับรถได้เลย
ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั้ง 224 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับการเรียกรถยนต์ฮอนด้าเพื่อเข้ารับการตรวจสอบและเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมนั้น พบว่าปัญหา เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของชุดสร้างแรงดันก๊าซในชุดถุงลม ที่มีสาเหตุจากกระบวนการผลิตชิ้นส่วนของบริษัทผู้ผลิตชุดถุงลม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์และติดตามรถยนต์ที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม ล่าสุดบริษัทฯ และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอสนับสนุนข้อมูลรถยนต์ที่เข้าข่ายฯ และติดต่อแจ้งเตือนเจ้าของรถยนต์ให้นำรถเข้ารับการตรวจสอบ ล่าสุดกับการจัดทำ “ระบบแจ้งเตือนถุงลมนิรภัย”** ซึ่งเป็นระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่อรถยนต์ที่เข้าข่ายฯ มีการดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถ ทั้งที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศและระบบชำระภาษีรถประจำปีออนไลน์ (DLT E-Service) โดยระบบสามารถใช้งานตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2566 เป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.checkairbag.com/

สำหรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นผลิตปี ค.ศ. 1998 – 2014 (พ.ศ. 2541 – 2557) ที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนใน
ชุดถุงลม ได้แก่

• บริโอ้ รุ่นปี ค.ศ. 2012 -2014 (พ.ศ. 2555 – 2557)
• บริโอ้ อเมซ รุ่นปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557)
• ซิตี้ รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 1999 (พ.ศ. 2541 – 2542)
รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2013 (พ.ศ. 2546 – 2556)
• แจ๊ซ รุ่นปี ค.ศ. 2004 – 2006 (พ.ศ. 2547 – 2549)
รุ่นปี ค.ศ. 2009 – 2013 (พ.ศ. 2552 – 2556)
• ซีวิค รุ่นปี ค.ศ. 2001 – 2014 (พ.ศ. 2544 – 2557)
• แอคคอร์ด รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2000 (พ.ศ. 2541 – 2543)
รุ่นปี ค.ศ. 2003 – 2012 (พ.ศ. 2546 – 2555)
• ซีอาร์-วี รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 2000 (พ.ศ. 2541 – 2543)
รุ่นปี ค.ศ. 2002 – 2011 (พ.ศ. 2545 – 2554)
รุ่นปี ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556)
• สตรีม รุ่นปี ค.ศ. 2002 – 2004 (พ.ศ. 2545 – 2547)
• ฟรีด รุ่นปี ค.ศ. 2009 – 2013 (พ.ศ. 2552 – 2556)
• โอดิสซีย์ รุ่นปี ค.ศ. 1998 – 1999 (พ.ศ. 2541 – 2542)
รุ่นปี ค.ศ. 2004 – 2006 (พ.ศ. 2547 – 2549)

 

ทางบริษัทฯ ขอเชิญชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้ารุ่นที่ผลิตในปีดังกล่าว ทั้งรถยนต์มือหนึ่งและมือสอง รวมถึงรถยนต์ที่ได้รับการเปลี่ยนชิ้นส่วนชุดถุงลมจากอู่ซ่อมรถยนต์ภายนอกศูนย์บริการฮอนด้า ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่ารถยนต์ของท่านอยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมหรือไม่ ด้วยการกรอกหมายเลขตัวถังรถยนต์ ผ่านการสแกน QR Code หรือทางเว็บไซต์ https://vinsearch.honda.co.th/ และถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่ารถยนต์ของท่านอยู่ในข่ายต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลม ให้ติดต่อไปยังศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้าน เพื่อทำการนัดหมายล่วงหน้า ก่อนนำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถค้นหาศูนย์บริการฮอนด้าใกล้บ้านท่านได้ที่ https://www.honda.co.th/dealer  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Honda Call Center โทร 02 341 7777 กด 0 ตลอด 24 ชั่วโมง

Rêver Automotive โชว์พลัง VtoL จาก ATTO 3

0

บริษัท Rêver Automotive จำกัด (เรเว่ ออโตโมทีฟ) ในฐานะผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายสำหรับกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (Thailand Authorized Distributor) ได้จัดงาน BYD Rever Social Club powered from VtoL of ATTO 3 โดยใช้หลักการใช้กระแสไฟจากภายในรถ  BYD ATTO 3 หล่อเลี้ยงงาน Party ให้สว่างเจิดจ้า สนุก และ รักษ์โลก

จะเห็นว่า ภายในงาน VtoL Party ในครั้งนี้ จะสว่างไสวไปด้วยพลังไฟจากการปล่อยกระแสไฟจากรถ BYD ATTO 3 จำนวน 34 คัน โดยจะจ่ายกระแสไฟตั้งแต่ Backdrop ด้านหน้า ซุ้มอาหารทั่วงาน มุมดูหนังซิลๆ เรื่องโปรด และไฮไลท์บนเวที ซึ่งเรานำวงดนตรี The Parkinson มาเปิดมินิคอนเสริต์  โดยส่วนใหญ่มาจากการปล่อยกระแสไฟจาก ATTO 3 ซึ่งจะเห็นว่า เราสามารถ party  ได้อย่างสนุกสนานได้โดยไร้มลภาวะที่เป็นพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นการขานรับนโยบาย Net  Zero Emission ของภาครัฐอีกด้วย

ประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด เปิดเผยว่า “การจัดงานปารตี้ VtoL ในวันนี้ เป็นการเน้นย้ำที่ผมเคยพูดไปตั้งแต่วันแรกที่เรานำ BYD เข้ามาทำตลาดในไทย ว่า เราจปลุกคนไทยทุกคนให้ตระหนักว่า การใช้พลังงานใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นสามารถสร้างชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเรา แต่หมายถึงทุกสิ่งรอบตัวเราจะดีขึ้น และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะผลักดัน Zero Emission ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างแท้จริง    ผมจึงจัดงาน VtoL party ในวันนี้  เพื่อเป็นการย้ำว่า เราสามารถนำเทคโนโลยีและพลังงานรูปแบบใหม่มาเพื่อสร้าง NEV Ecosystem ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับคนไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของเรา 

และขอตอกย้ำอีกครั้ง ขณะนี้รถคันที่ 10,000 กำลังจะส่งออกจากท่าเรือประเทศจีนมายังประเทศไทย ตามที่แจ้งไว้ว่าลูกค้าที่จองในรอบแรก จะได้รับรถทุกคันภายในเดือน กุมภาพันธ์อย่างแน่นอน  และยินดีที่จะประกาศให้ท่านผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 ว่า เราจะเปิดรับจองอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้พร้อมกันที่โชว์รูมทั่วประเทศ และมีโควต้าเพิ่มเติมอีก 7,000 คัน พร้อมส่งมอบให้ได้ก่อนวันหยุดสงกรานต์นี้

ประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Rêver Automotive จำกัด ยังกล่าวย้ำในที่สุด “เรายังดูแลอย่างใส่ใจด้วย Rêver Care รถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 ทุกคัน จะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 150,000 บาท ตามมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมาพร้อม Rêver Care สิทธิพิเศษมากมายที่จะช่วยคลายทุกความกังวลของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. ระยะเวลา 1 ปี บริการบำรุงรักษา ค่าแรง ค่าอะไหล่ 8 ปีเต็ม โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมงระยะเวลา 8 ปีเต็ม ฟรี! ทุกรายการ พิเศษกับการรับประกันตัวรถ (Warranty) และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม.และ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.68% นาน 48 เดือน และอื่นๆอีกมากมาย รวมมูลค่า 180,000 บาท) เหมือนเดิมค่ะ”

และในงาน EV me แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์รถยนต์ไฟฟ้า ที่รวบรวมรถยนต์ไฟฟ้าให้ทุกท่านสามารถเลือกไปขับได้นานเท่าที่ต้องการ EV me ประกาศความร่วมมือซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD ATTO 3 จำนวน 100 คัน เพื่อรองรับกับกระแสความต้องการการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และ จะมีการเพิ่มเติมจำนวนขึ้นในอนาคต ซึ่ง EV me ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์จากการใช้รถ โดยได้ร่วมเป็นสปอนเซอร์หลัก สนับสนุนการลดมลภาวะ โดยใช้พลังงานจากรถยนต์ อันแสดงถึงศักยภาพของยานยนต์ไฟฟ้าในงานด้วย

คุณสุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด กล่าวถึงการที่ EV me แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์รถยนต์ไฟฟ้า นำรถเข้าร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ว่า ทาง EV me มีความยินดีที่ได้นำรถมาใช้ในงานครั้งนี้ เนื่องจากทางเรเว่ ออโตโมทีฟ กำลังเร่งที่จะส่งมอบรถให้ลูกค้าตามสัญญา การนำเสนอเทคโนโลยีของรถที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ซึ่งรถสันดาปทั่วไปทำไม่ได้ เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบสนองผู้ที่ต้องการใช้รถ ช่วยสร้างความมั่นใจและลดความกังวลของรถ EV โดยที่ EV me มีรถ EV ในแพลตฟอร์มค่อนข้างเยอะ หากต้องการทดลองเทคโนโลยี ทดลองขับ หรือจองรถ EV สามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่แพลตฟอร์ม EV me ได้เลย

เอเอเอสฯ เผยสเปก BENTAYGA S HYBRID สปอร์ตเอสยูวีสุดหรูตัวล่าสุด พร้อมให้ยลโฉมครั้งแรกในไทยกลางปีนี้

0

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยข้อมูลอัครยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีแบบเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด Bentayga S Hybrid ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบสปอร์ตทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร ตอบโจทย์ประสบการณ์การขับขี่ในแบบสปอร์ตเอสยูวีได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดย เอเอเอสฯ พร้อมนำเข้า Bentayga S Hybrid มาให้ได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกลางปีนี้

Bentayga S Hybrid มาในเฉดสีใหม่ล่าสุด สีเทา Cambrian Grey เฉดสีเทาความเข้มระดับกลาง รังสรรค์จาก 4 เฉดสี อย่าง สีดำตัดกับสีขาว ผสมเข้าด้วยกันกับสีม่วงแดงและสีน้ำเงิน สู่เฉดสีเทาความเข้มระดับกลางที่สะท้อนความมินิมอลและความสปอร์ต แต่ยังคงความเท่ห์และคลาสสิก เสริมความดุดันด้วยชุดแต่ง Bentayga Blackline Specification อันเคร่งขรึมที่มีการใช้เฉดสีดำแทนที่โลหะขัดเงาสำหรับการตกแต่งภายนอกทั้งหมด อย่าง กาบบันไดและกระจกมองข้างเฉดสีดำ กระจังหน้าเฉดสีดำ สเกิร์ตข้างเฉดสีดำ กันชนหน้าแบบรุ่น Speed และ ล้ออัลลอยด์ดีไซน์พิเศษรูปตัว ‘S’ ขนาด 22 นิ้ว ดึงดูดสายตาด้วยเฉดสีดำและโลหะขัดเงาตัดกับคาลิปเปอร์เบรกสีแดง ส่วนท้ายแต่งด้วยสปอยเลอร์แบบ Speed-style ไฟท้ายสีเข้ม และ ท่อไอเสียแบบวงรีเฉดสีดำ เติมเต็มความสปอร์ตให้กับอัครยนตรกรรมเอสยูวีรุ่น S ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างร่วมสมัยและโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างหนังที่ผ่านกรรมวิธีคัดสรรด้วยมือจากสัตว์กินพืชที่เลี้ยงดูอย่างดีบนที่ราบสูงเหนือระดับน้ำทะเลในทวีปยุโรปตอนเหนือ โดยหนังทั้งหมดที่ใช้ทำเบาะโดยสารจะปราศจากรอยแมลงสัตว์กัดต่อย ซึ่งอาจทิ้งรอยตำหนิไว้บนผืนหนัง มากไปกว่านั้น ผิวสัมผัสของกำมะหยี่ Dinamica ที่ใช้ในห้องโดยสารของรถแข่งมอเตอร์สปอร์ตยังได้ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างบรรยากาศความสปอร์ตภายในห้องโดยสาร สัมผัสพิเศษอีกประการหนึ่งคือการตกแต่งบริเวณคอนโซลหน้าและประตูห้องโดยสารด้วยวีเนียร์แบบ Dark Tint Diamond Brushed Aluminium Fascia and Door Waistrails ผลิตจากพื้นผิวอลูมิเนียมแบบใหม่ที่โดดเด่นและร่วมสมัย สลักด้วยลวดลายเพชรที่มีลักษณะมุมมองในสามทิศทางที่แตกต่างกัน ประกอบกับการรังสรรค์แบบ 3 มิติ เสริมด้วยแผ่นไม้วีเนียร์แบบ Piano Black ตกแต่งบริเวณกึ่งกลางคอนโซล

นอกจากนี้ Bentayga S Hybrid ยังมาพร้อมกับมาตรวัดแบบดิจิทัลสำหรับผู้ขับขี่ โดยมีแป้นควบคุมที่ออกแบบให้สื่อถึงสมรรถนะของตัวรถเช่นเดียวกับที่ใช้ใน Bentayga Speed พร้อมกับการเพิ่มมาตรวัดพลังงานไฟฟ้าเข้ามา ผนวกกับเบาะโดยสารออกแบบพิเศษด้วยโลโก้รูปตัว ‘S’ เช่นเดียวกับบนแผงหน้าปัด กาบบันไดเรืองแสง และ พนักพิงศีรษะ

ในส่วนของสมรรถนะ Bentayga S Hybrid มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน TFSI รุ่น V6 ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ผลิตพละกำลังกว่า 456 แรงม้า มอบสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่ง 100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.3 วินาที และ ความเร็วสูงสุด 254 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ด้วยแรงบิดเต็มสูบจากประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งผู้ครอบครองสามารถสัมผัสสมรรถนะความสปอร์ตจากขุมพลังของเครื่องยนต์แบบไฮบริดและเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การขับขี่ ตั้งแต่โหมดไฟฟ้าที่เงียบสนิท ปราศจากการปล่อยมลพิษไปจนถึงสมรรถนะการขับขี่ที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางอันน่าประทับใจ ทั้งนี้ ตัวรถยังมีความสามารถในการขับขี่ที่ไกลขึ้นถึง 44 กิโลเมตรในโหมดไฟฟ้า (EV) แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการขับขี่อันเป็นจุดเด่นของรถยนต์เบนท์ลีย์

นอกจากสมรรถนะอันเหนือชั้น Bentayga S Hybrid ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นในโหมด Sport ที่มีการพัฒนาเสียงในช่องเก็บเครื่องยนต์ V6 TFSI เพื่อเพิ่มอรรธรสความสปอร์ตในระหว่างการขับขี่ พร้อมกับความหน่วงในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้น 15% ที่จะทำให้แชสซีมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยผู้ขับขี่สามารถปรับ ESC ในโหมด Sport ให้มีความไดนามิกมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ท่อไอเสียรุ่น S จะให้เสียงที่เร้าใจภายในห้องโดยสาร พร้อมยังสามารถปรับเอฟเฟกต์ต่างๆ ได้

เอเอเอสฯ เตรียมนำเข้า Bentayga S Hybrid ส่งตรงจากโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษมาให้ได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกลางปีนี้ พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครองด้วยราคาเริ่มต้นที่ 14.7 ล้านบาท พร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันจากโรงงานผู้ผลิตฯ นาน 3 ปี ตัวเลือกสำหรับแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และ ผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V